ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าบ้านเจ้าเรือน

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • แก้วเก้า
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ปราณประมูล
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • รัญญา ศิยานนท์
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
  • นักแสดงนำ
  • :
  • เจษฎาภรณ์ ผลดี,ศรีริต้า เจนเซ่น

เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"



พัสกรหงุดหงิดไม่ได้ห่วงลูกจริงจังแต่อยากเอาชนะแพรขาวมากกว่า ครุ่นคิดจะโทร.ไปต่อว่าดีหรือไม่ ดิวอุ้มท๊อปเข้ามาทำทีว่าลูกร้องหาพ่อ และพยายามเป่าหูว่าแพรขาวเป็นเมียหลวงยุคใหม่ ทำตัวแบบในละครเรียกร้องความสนใจ แล้วเย้ายวนชวนพัสกรออกไปเที่ยวผับเปิดใหม่

ค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวง เสียงชมพูเจื้อยแจ้วเล่าว่าวันนี้เล่นชิงช้ากับลุงสนุ้กสนุก แพรขาวเข้าใจว่าเนยพาไปเล่นสนามเด็กเล่น ชมพูส่ายหน้า

“คุณยุงค่ะไม่ใช่น้าเนย แล้วก็เล่นที่บ้านนี้แหละค่ะ”

แพรขาวแปลกใจลุงที่ไหน ชมพูบอกว่าลุงที่ช่วยไม่ให้จมน้ำ แพรขาวรำพึง...คนนั้นเอง แต่ก็หันมาห้ามลูกออกไปไหนกับคนแปลกหน้าอีก ชมพูยืนยันว่าลุงใจดี แพรขาวตัดบทให้เข้านอนพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน เด็กน้อยตื่นเต้นล้มตัวนอน แพรขาวทักลืมอะไรหรือเปล่า ชมพูนึกได้ร้อง อ๊าย...ลืมสวดมนต์ ว่าแล้วก็ลุกขึ้นพนมมือ แพรขาวหอมแก้มลูกด้วยความรัก

ระหว่างที่แพรขาวยืนครุ่นคิดอยู่ริมหน้าต่าง ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากฝั่งตรงข้ามคลอง ทันใดเธอเหมือนโดนสะกดให้เดินออกจากเรือนไปที่ท่าน้ำ เสียงเพลงเสียงหัวเราะกลายเป็นเสียงชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ในเรือจอดลอยที่ท่าน้ำชวนให้เธอลงเรือ แพรขาวพยายามคุมสติปฏิเสธ

แต่ทั้งสองร่ายสะกดจิตให้เปิดประตู แพรขาวเหมือนละเมอรับคำดึงกุญแจออก ประตูเปิดอ้า มีมือมาดึงขาเธอ แพรขาวก้มมองเป็นผีในร่างอสูรกายคลานขึ้นมาจากน้ำ บอกให้ไปอยู่ด้วยกัน

แพรขาวได้สติยื้อยุดขัดขืน พลันสายตามองไปยังศาลจึงอธิษฐานให้ช่วย พริบตาเดียวมีมือหนึ่งมาจับมือเธอไว้ เธอเงยหน้ามองเป็นไรวินท์จับมือเธอไว้มือหนึ่งอีกมือปล่อยพลังบางอย่างไปยังอสูรกาย พวกมันร้องโหยหวนจมหายไป ประตูท่าน้ำปิดลงดังเดิม

ทันใดแพรขาวสะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองนอนหลับอยู่บนเตียงข้างลูกสาว หายใจหอบถี่รำพึง แม้แต่ในฝันเขายังมาช่วยตน คิดแล้วก็รีบลุกไปเปิดประตูมองออกไปที่ท่าน้ำ เห็นปิดสนิทแน่น มองซ้ายมองขวาไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอจะหันกลับก็เห็นไรวินท์ยืนเท่ส่งยิ้มให้อยู่ข้างระเบียง ถามดึกป่านนี้ทำไมยังไม่นอน เธอแปลกใจถามกลับว่าเขามาทำอะไรแถวนี้

“ฉันก็ทำตามหน้าที่ ตรวจตราความเรียบร้อยของคนในบ้าน”

“อย่างนั้นเหรอคะ แปลกจริง เมื่อกี้...ฉันฝันถึงคุณ เอ่อ...คือไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ฉันฝันร้าย ฝันเห็นผีแล้วคุณมาช่วย” แพรขาวมองไปทางคลองอย่างหวาดๆ

“อย่าออกมานอกเรือนตอนกลางคืนจะดีที่สุดไม่ว่าในฝันหรือความจริง ฉันจะคุ้มครองเธอเสมอ ไม่ว่าจากคนหรือ...ไม่ใช่คน”

แพรขาวขอบคุณ เหน็บไม่คิดว่าเขาเป็นยามด้วย แล้วนึกได้ไม่ควรพูดเล่นจึงขอตัว ไรวินท์โพล่งขึ้นว่า หนูชมพูเป็นเด็กน่ารัก แพรขาวชะงักหันกลับมารับว่าใช่และก็เป็นทุกอย่างในชีวิตตน ไรวินท์บอกแกกำลังเหงาและแกก็ไม่เข้าใจเรื่องยุ่งๆของพ่อแม่ แพรขาวตาโพลงถาม

“ใครบอกคุณ! คุณยาย คุณแม่สมพรหรือยัยลิน”

“ผิดทั้งหมด หึๆ...เธอเป็นคนชอบเดา มักจะเดาผิดเสมอ”

“แต่ที่ฉันเดาถูกแน่ๆคือคุณชอบมาตีสนิทกับลูกฉัน เพราะอย่างนี้เอง แกถึงชอบพูดถึงคุณลุง”

ไรวินท์ชะงักไปครู่ ก่อนอธิบาย “ที่ฉันต้องคอยเป็นเพื่อนกับชมพูเพราะแกน่าสงสาร”

“ยัยชมพูโอเคค่ะ เราสองแม่ลูกโอเคมากๆเก็บความเมตตาสงสารของคุณไปใช้กับคนอื่นเถอะค่ะ ฉันดูแลลูกได้ ฉันไม่ต้องการความสงสารจากใคร” แพรขาวไม่ค่อยพอใจ

ไรวินท์ไม่คุ้นกับการมีคนมาขึ้นเสียง จึงเชิดหน้าบอกสุดแล้วแต่ จะเดินไป แพรขาวเริ่มรู้สึกว่าพูดแรงก็รีบขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทกับคนที่มีบุญคุณ แต่ช่วงนี้ตนเจอคำถามเจอการพูดแบบนี้บ่อยเกินไป

ไรวินท์พอเข้าใจคลายความโกรธหันกลับมามอง แพรขาวขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยชมพูคราวก่อน แล้วเลยถาม “ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย คุณรู้จักฉันกับลูกแล้ว”

ไรวินท์บอกว่าตนชื่อวินท์ แพรขาวย้อนถามวินที่แปลว่าชนะหรือวินมอเตอร์ไซค์ ท่านเจ้าเรือนเคืองหน้าตึงที่มาลามปามแต่ก็อดเอ็นดูไม่ได้ จึงยกมือเชิงลา แพรขาวหันมองอีกทีเขาหายไปเสียแล้ว เธอพึมพำ...แล้วพบกันใหม่นะคะคุณยุง วิน

ooooooo

เช้าวันใหม่ แพรขาวออกมาจากเรือนพบสมพรกลับจากใส่บาตร จึงบอกว่าวันหลังจะขอไปร่วมใส่บาตร สมพรกรวดน้ำเผื่อแผ่ให้คนที่ตายแถวนี้ด้วย แพรขาวฟังแล้วสงสัยจึงถามถึงเรื่องฝั่งตรงข้ามคลอง สมพรเล่าว่าเมื่อสามเดือนก่อนเคยเป็นร้านอาหาร แล้วเกิดอุบัติเหตุสยอง
เรือที่มีลูกค้าร่วมยี่สิบคนกำลังจะล่องออกจากท่าน้ำร้านก็เกิดมีเรือหางยาวพุ่งมาชน ระเบิดไฟไหม้ตายสยองนับสิบ ทั้งเด็กผู้ใหญ่และคนชรา จากนั้นใครมาทำการค้าอะไรก็เจ๊งหมด

“แม่เลยหมั่นทำบุญกรวดน้ำไปให้พวกเขา จะได้ไปผุดไปเกิดเสียที เรื่องกลัวน่ะไม่กลัวหรอก ตราบเท่าที่อยู่ในบ้านหลังนี้ ก็ไม่มีอะไรมาทำอันตรายเราได้ เจ้าบ้านเจ้าเรือนท่านคอยคุ้มครองเราจากพวกที่ยังอยู่ที่นั่น ที่ฝั่งโน้นน่ะ โบราณว่าไว้พวกที่ตายกะทันหันวิญญาณจะยังวนเวียนยังยึดติด บางคนมีบุญหน่อยก็หลุดไปได้ง่ายๆ แต่บางคนหลุดไม่ได้ก็จะหาตัวตายตัวแทน”

แพรขาวฟังแล้วหน้าซีด คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับลูกและตัวเอง ทันใดเสียงชมพูร้องเรียก แพรขาวสะดุ้งหันมองไปยังเรือนเล็ก

ชมพูนอนปัดตุ๊กตาตัวเก่งตกไปข้างเตียง พอตื่นมองไปรอบห้องแปลกที่ไม่เห็นใครจึงร้องเรียกแม่ พริบตานั้นมีคนยื่นตุ๊กตามาให้ เธอรับไว้คิดว่าแม่แต่พอหันมองเป็นไรวินท์ จึงร้องทัก...คุณยุง...ไรวินท์บอกอย่างอแง วันนี้ต้องไปเรียนหนังสือ ตั้งใจเรียนแล้วตอนเย็นกลับมาเล่นชิงช้ากัน เด็กน้อยยิ้มแต้

แพรขาวเปิดประตูเข้ามา เห็นลูกนั่งมองไปทางหน้าต่างก็เข้ามากอดปลอบว่าแม่อยู่นี่ ชมพูบอกตนไม่ได้ร้องไห้ ตนอยากเล่นชิงช้า ชมพูเห็นไรวินท์ยืนอยู่ข้างชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่ แต่แพรขาวไม่เห็นอะไรเลย จึงบอกลูกว่าเย็นๆจะพาไปเล่นชิงช้าสนามเด็กเล่นกลางซอย พอดีสมพรแวะเข้ามาถามชมพูเป็นอะไรหรือเปล่า แพรขาวบอกลูกอยากเล่นชิงช้าสนามเด็กเล่น

ชมพูแย้งและชี้ไปที่ชิงช้าที่ไรวินท์แกว่งอยู่ “ชิงช้าอยู่นั่นต่างหาก”

แพรขาวเห็นว่าลูกเพ้อเจ้อจึงรวบรัดให้ไปอาบน้ำ สมพรหันมองตามที่ชมพูชี้เห็นศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน ก็ยก มือไหว้ส่ายหัวยิ้มๆ

ooooooo

ด้านคฤหาสน์โอฬาร พัสกรย่องจะออกไปข้างนอก แถบทิพย์มาดักหน้าถามติดต่อแพรขาวบ้างหรือเปล่า เขาอ้างว่าเธอไม่รับสาย คุณนายต่อว่าถ้าเขา ไม่รู้จักง้อเมียแล้วตนกับเขมินีก็เหนื่อยตายปากเปียก ปากแฉะขอให้กลับมา แต่สามีไม่แสดงความรู้สึกบ้างเลย

ตอนที่ 3

อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"



แพรขาวเดินตามฟังลลิตอธิบายงานที่ต้องทำ มาจนถึงห้องโถงต้อนรับ พนักงานสาวๆต่างมองและยิ้มอย่างมีความหมายกับเขา ลลิตบอกหน้าที่เธอคืออำนวยความสะดวกนัดคิวให้ลูกค้าได้รับบริการอย่างรวดเร็ว แพรขาวถามให้แน่ใจ ส่วนใหญ่ตนจะอยู่ที่เคาน์เตอร์ใช่ไหม

เพราะแพรขาวมองไปยังห้องด้านในที่มีป้ายติดหน้าห้องว่า...ลลิต สายวิกสิต แอบหวั่นใจไม่อยากอยู่ใกล้เขามากเกินควร ลลิตรับว่าใช่ ส่วนใหญ่ตนไม่ได้ทำงานในห้อง จะเดินไปเดินมาทุกที่ ลลิตบอกอีกว่างานของเธอไม่มีอะไรมากเพราะคนที่ทำวันธรรมดาจะบุ๊กคิวไว้แล้ว แค่มารับคิวหน้างานและเทกแคร์ แพรขาวรับคำ ลลิตขยับเข้าโอบไหล่ เธอขยับออกอย่างอึดอัด

“คุณแพรสนใจของโบราณไหม ผมสะสมไว้ ไปดูที่ห้องทำงานผมสิ ไปๆดูเอาไว้เผื่ออีกหน่อยจะได้อธิบายให้ลูกค้าฟังได้” ลลิตดันหลังแพรขาวไปที่ห้องอย่างมีเลศนัย

ท้องฟ้าเริ่มครึ้มลง แพรขาวเข้ามาในห้องลลิตเห็นวัตถุโบราณราคาแพงแนวบาหลีและอินเดียมากมาย ลลิตแอบดึงประตูปิดล็อก หญิงสาวหันกลับมามอง เขาทำตัวปกติเดินไปเปิดเพลงซิมโฟนี่ทำนองดุดันเบาๆ เชิญให้เธอนั่งตามสบาย บอกมีอะไรจะให้ดู แล้วเขาก็ไปเปิดลิ้นชักตู้ไม้โอ๊ก หยิบสร้อยลูกปัดหลากสีร้อยยาวๆออกมา แพรขาวระวังตัวยืนไม่ยอมนั่ง

“ผมสะสมลูกปัดโบราณมาสิบกว่าปีแล้ว มาดูสิแพร มีทั้งแก้วทั้งหิน”

แพรขาวตะลึงชมว่าสวยมาก ลลิตอธิบายที่มาของลูกปัดแต่ละเส้น จนมาถึงเส้นลูกปัดแก้วตาเสือ เขาส่ายไปมาตรงหน้าเธอ แพรขาวตกอยู่ในภวังค์ เส้นสายหมอกดำปนแดงขมุกขมัวแพร่ไปรอบตัวเธอ เสียงคล้ายเสือคำรามดังก้อง หญิงสาวเริ่มมองไม่เห็นอะไรรู้สึกกลัว เหมือนมีสายตาสัตว์ร้ายซุ่มมอง เธอถอยหนีหลุดเข้าไปอีกมิติ เสียงเพลงซิมโฟนี่โหมเร้า รอบตัวมีแต่ควันแดงและริ้วผ้าสีแดงห้อยพลิ้ว ก่อนจะปรากฏเงาชายกำยำคนหนึ่งอยู่ไม่ไกล แพรขาวดีใจร้องขอให้ช่วย ชายคนนั้นยื่นมือมา เธอเดินช้าๆเข้าไปหา

ขณะเดียวกัน ไรวินท์ยืนอยู่หน้าศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน มีลมพัดแรงใบไม้ปลิวว่อน คนในเรือนใหญ่เตรียมตัวทานอาหารเย็นไม่รู้สึกถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ไรวินท์สีหน้ากังวลสุดๆ ตั้งสติมองกุหลาบขาวในมือแล้วกำพึมพำ...แพรขาว...อย่าไป! แพรขาว...อย่าไป!

เหมือนแพรขาวได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจึงชะงัก ไม่เอื้อมมือไปจับมือที่ยื่นมา เกิดแสงสีขาวนวลสว่างรอบตัวพร้อมกลิ่นหอมจากดอกกุหลาบที่เสียบบนผมเธอ ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น...พลังสีดำแดงถอยกลับหายเข้าไปในสร้อยแก้วตาเสือกลายเป็นลูกปัดธรรมดาแกว่งไปมา

ตรงหน้า ลลิตแปลกใจเก็บอาการเอ่ยถามเธอเป็นอะไรหรือเปล่า หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆรวบรวมสติได้ ส่ายหน้าบอกไม่เป็นอะไรและชมว่าสร้อยสวยมาก เปลี่ยนเรื่องมาถามเรื่องงาน ค่าตอบแทนและระยะเวลาทำงาน ลลิตเก็บสร้อยบอกจะเอาเอกสารให้ดูและอยากให้เริ่มงานเสาร์นี้

หลังจากนั้นแพรขาวรีบออกมาจากร้าน เห็นต๊อกนั่งกินกล้วยดำที่เหมือนถูกทิ้งแล้ว เขาตกใจรีบเก็บ แพรขาวอึ้งๆวิ่งไปขึ้นรถขับออกไป ลลิตตามออกมายืนมอง ต๊อกหันมาเห็นมองด้วยสายตาชิงชัง ลลิตสบถ “เป็นไปได้ยังไงวะ ไม่มีใครเคยรอดไปได้เลยนี่หว่า...”

ไรวินท์ยืนถือกุหลาบขาวอยู่หน้าศาล ยิ้มกริ่ม “อย่าหวังเลย ไอ้ลายพาดกลอน...”

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน สาโรจน์มาคุยงานกับแถบทิพย์และเขมินีที่คฤหาสน์โอฬาร พัสกรเดินเข้ามาเจอ

จำสาโรจน์ได้ ชี้หน้าโวย “เฮ้ย ลื้อรู้จักอั๊วดีนี่นา คนนี้... มัน...ไอ้...ไอ้คนนี้...”

แถบทิพย์งงถามลูกชายอะไรกัน แล้วแนะนำว่าสาโรจน์เป็นทนายของบริษัท พัสกรฟ้องว่ามีคนส่งสาโรจน์ไปขวางตนกับลูก เขมินีเยาะ “ก็แกไปยื้อแย่งชมพู ตบตีแม่มันหน้าโรงเรียน แล้วยังไง...ขายหน้าพ่อแม่เด็กคนอื่นเขาไหม ดีที่สาโรจน์เขาไปห้ามไว้ให้ก่อน”

แถบทิพย์ตกใจไม่รู้ว่าลูกชายทำเรื่องนี้ พัสกรโวยว่าเขมินีเป็นคนส่งสาโรจน์ไปทำลายแผนไม้ตายของตน เขมินียิ่งหัวเราะหยันแผนไม้ตายหรือ แทนที่สาโรจน์จะเจรจาขอตัวชมพูมาให้แม่ได้ชื่นชมบ้าง เขากลับทำลายทุกอย่าง ตอนนี้แพรขาวคงหวงลูกมากยิ่งกว่าเสือ การเจรจาคงยากมากขึ้น พัสกรไม่สำนึกกลับโวยทำไมต้องเจรจา

“ถ้าผมได้ตัวชมพูมา ป่านนี้นังแพรขาวมันต้องตกเป็นฝ่ายคลานมากอดแข้งกอดขาผมไปแล้ว ถ้าไม่มีไอ้ทนายนี่มาสาระแนซะก่อน”

สาโรจน์ชี้แจงว่าที่ทำลงไปเพื่อปกป้องเขา พัสกรตวาดช่วยตรงไหน “คุณไปรับลูกโดยไม่บอกให้ภรรยาทราบ คุณคิดจะขโมยเด็กมาเฉยๆ หนูชมพูเองก็ไม่เต็มใจจะไปกับคุณ การฉุดกระชากยื้อแย่งทำร้ายร่างกายภรรยาต่อหน้าลูกแบบนั้นจะทำให้เกิดภาพจำที่ไม่ดีของคุณประทับลงในใจของลูก ซึ่งอาจจะส่งผลต่อสุขภาพจิตของแกได้ อีกหน่อยแกอาจจะมองคุณเป็น...”

“หุบปากได้แล้ว! พอ หยุดเลย ไม่ต้องมาสอนกู มึงนึกว่ามึงเป็นใคร เป็นเด็กเจ๊เขมเลี้ยงไว้เอนเตอร์เทนยามว่างหรือ มิน่าถึงกร่างขนาดนี้”

เขมินีโกรธตบตีพัสกร แถบทิพย์ต้องห้าม...ในขณะเดียวกัน มีหนุ่มแว้นชื่อเท็นมาเกาะรั้วคุยกับดิวซึ่งอุ้มลูกออกมาด้วย ทั้งสองคุยกันภาษาท้องถิ่น เท็นกอดหอมท๊อปและหอมแก้มดิว ดิวส่งซองเงินให้ เท็นรับมาแล้วมองไปที่ตัวบ้าน ชื่นชมว่าบ้านผัวรวยดี เผอิญประไพเดินออกมาเห็นแอบมองด้วยความสงสัย...

ด้านแพรขาวขับรถกลับมาบ้าน จะเดินไปเรือนใหญ่เห็นไรวินท์ยืนมองสีหน้าห่วงใยก็รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นอย่างประหลาด เขาเอ่ยถามเป็นอย่างไรบ้าง เธอบอกทุกอย่างโอเค ไม่มีอะไรที่ไม่ดี ไรวินท์ถอนใจกับความดื้อรั้นของหญิงสาว

“ขอบคุณนะคะที่กรุณาเป็นห่วง แต่บางทีคุณอาจจะเป็นคนที่มีจินตนาการสูงหรือ...วิตกจริตไปเองได้มากกว่าคนปกติก็ได้นี่คะ”

“นี่เธอตอบแทนฉันด้วยกิริยาอย่างนี้หรือ” ไรวินท์ไม่พอใจ

แพรขาวหันกลับมาโต้ “อ้าว นี่ฉันกำลังมีญาติผู้ใหญ่ที่ควรให้ความเคารพไปอีกคนแล้วหรือตอนนี้” ระหว่างนั้นนลินเดินออกมาดู เห็นแพรขาวยืนคุยคนเดียวก็ยืนมองอึ้งๆ

“แม่แพรขาว!” ไรวินท์เอ็ด แพรขาวหันมาลอยหน้าถามจะตักเตือนสั่งสอนอะไรอีกก็ว่ามา เขาถอนใจถาม “เธอจะต้องไปที่นั่นอีกหรือเปล่า”

“ใช่ค่ะ ฉันมีลูก ฉันต้องทำมาหากิน”

“ทำไมผู้หญิงสมัยนี้ต้องมาทำอะไรเช่นนี้ด้วย เฮ้อ...เอาเถอะ ถ้าเช่นนั้นเธอก็ต้องระวังตัวให้มากขึ้น ถ้ายังไปเจอผู้ชายคนนั้นอีก เพราะฉันก็อาจจะไม่ได้...นั่นล่ะ” ไรวินท์ไม่อาจพูดได้

“ค่ะ ขอบคุณคุณวินอย่างมาก กรุณาเมตตาและเป็นห่วงดิฉันกับลูก อ้อ...แล้ววันหลังคุณมีอะไรก็ไม่ควรไปพูดกรอกใส่หูเด็กเพราะเด็กยังใสซื่อไม่ประสีประสาเล่ห์กลพวกผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องอะไรที่มันไร้สาระ”

“แพรขาว!”

แพรขาวสะบัดหน้าเดินไป นลินยืนมองงงๆใครคือคุณวิน แล้วจึงไปดึงมือแพรขาวไว้ก่อนจะเข้าบ้าน สายตามีคำถามมากมาย ถามเมื่อครู่ทำอะไร แพรขาว

ทำหน้าแปลกใจ...ในบ้าน สมพรสงสัยทำไมนลินออกไปตาม แพรขาวนาน ชมพูจะไปดู เกสรห้ามไว้ยิ้มๆอย่างรู้บางอย่าง

พอนลินฟังแพรขาวเล่าก็รีบบอกว่าบ้านเราไม่มีผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายที่ชื่อวิน แล้วรู้สึกขนลุกว่าจะเป็นเจ้าบ้านเจ้าเรือน แพรขาวไม่อยากเชื่อ...ระหว่างทานอาหารเย็น แพรขาวก็ได้ฟังเกสรเล่าว่า เจ้าบ้านเจ้าเรือน บางคนท่านก็ให้เห็น แต่ต้องพิเศษจริงๆ ส่วนใหญ่ท่านไม่ให้เห็น ถ้าเป็นคนไม่ดีก็ไล่เลย ไม่ปล่อยให้ทำความเดือดร้อนให้คนในบ้าน แพรขาวหน้าเจื่อน

“คุณยายหมายถึง...นายคนนั้น เอ่อ ท่านคือผี ผีบ้านผีเรือนหรือคะ”

“อุ๊ย! หนูแพร อย่าใช้คำแบบนั้น...ลองฟังเรื่องที่จะเล่านี่ก่อน แต่ฟังแล้วหนูไม่ต้องกลัว ส่วนจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ ไม่ว่ากัน”

แพรขาวตาโตรับคำตั้งใจฟัง เกสรเล่าว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่าตนไม่ได้ปลูกขึ้นเอง ซื้อต่อจากเจ้าของเดิมที่เร่งอยากขายบ้านบอกอยากเอาเงินไปลงทุน สมพ่อของสมพรเป็นคนมาเจอ ตอนนั้นสมพรอายุสี่ห้าขวบ ตนมีสมภพลูกคนโตอีกคนอายุหกขวบ พอเข้ามาอยู่ในบ้าน ตนก็ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้าของเดิม เพราะคิดว่าคงไม่มีใครทำบุญไปให้ ทุกวันนี้ก็ยังอุทิศส่วนกุศลให้ตลอด...ตอนที่เข้ามาอยู่ใหม่ๆ ตนกับสามีเห็นว่าลูกทั้งสองมักจะหัวเราะเอิ๊กอ๊าก พูดคุยคนเดียวบ่อยๆ ทีแรกสมนึกว่าพวกแกละเมอ แต่ตนรู้สึกแปลกๆไม่อยากบอกใคร

จนอยู่มาปีหนึ่ง น้องชายของสมชื่อแสงมาขออาศัยอยู่ด้วย เขามีนิสัยเกเรไม่ทำงาน เอาแต่ขอเงิน และบ่อยครั้งที่มาขู่เอาเงินจากตน เวลาพี่ชายอบรมสั่งสอนอะไรก็ไม่ยอมฟัง...วันหนึ่งขณะที่ตนกำลังกวาดบ้าน แสงก็เข้ามาขู่ขอเงินอีก ตนบอกว่าไม่มีเขาก็เอามีดมาข่มขู่

สมพรพอจะจำเรื่องราวได้จึงเล่าต่อจากแม่ว่า วันนั้นแสงหน้าตาน่ากลัวเอามีดมาจะแทงตนกับแม่ พวกตนหลับตากอดกันหวีดร้อง จู่ๆแสงก็เหมือนโดนผีหลอกร้องโวยวายทิ้งมีดวิ่งโร่ลงจากชั้นบน ตนเงยหน้ามองไปยังหน้าต่างเห็นร่างชายหนุ่มหล่อลอยอยู่นอกหน้าต่าง แม่หันมองแต่ร่างนั้นหายไปแล้ว แต่เหมือนแม่รู้อะไรบางอย่างจึงยกมือไหว้ท่วมหัว

“แล้วหลังจากนั้น พ่อก็ตัดเป็นตัดตายจากอาแสง ไม่ให้เหยียบเข้ามาบ้านอีกเลย” แพรขาวถามแสงวิ่งหนีอะไร สมพรตอบว่าหนีเจ้าบ้านเจ้าเรือน แพรขาวใจหายวาบ “ท่านมาปรากฏตัวกลางวันแสกๆนอกหน้าต่าง หน้าต่างชั้นบนนะหนูแพร มันสูงจากพื้นดินตั้งเท่าไหร่ ใครเจออย่างนั้นจะไม่ขวัญหนีดีฝ่อไงไหว”

แพรขาวกลืนน้ำลายเอื๊อกสบตาเกสร เธอพยักหน้ายืนยัน แพรขาวถามท่านมาให้เห็นอีกไหม สมพร ตอบว่านานๆครั้ง แต่แปลกที่ไม่มาให้ตนเห็นกลับเป็นแม่ที่เห็น เกสรเล่าว่า ผ่านไปสิบปี ตนฝันว่ากำลังปลูกต้นไม้ ท่านมาบอกว่าให้ช่วยสร้างที่อยู่แยกออกมาให้หน่อยไม่อยากอยู่ปะปนกับครอบครัว ตนจึงสร้างศาลอย่างที่เห็น เป็นการสร้างตามแบบของท่าน แล้วตนกับสามีและลูกๆก็ช่วยกันหาซื้อของแต่งในศาล ให้ดูเหมือนบ้านอยู่อาศัยจริงๆ ผ้าม่านก็เย็บเองจนญาติๆคิดว่าตนกับลูกชอบเล่นบ้านตุ๊กตาจนแก่ แพรขาวฟังเรื่องราวทั้งหมดอย่างช็อกเล็กน้อย

ooooooo

ฟังเรื่องราวในอดีตจนค่ำ ชมพูหลับปุ๋ยไปแล้ว แพรขาวอุ้มลูกกลับเรือนเล็ก เดินผ่านศาลก็รู้สึกขนลุกหวาดๆรีบจ้ำเข้าบ้าน ดูปิดประตูลงกลอนซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ จากนั้นก็มาสวดมนต์ตั้งใจอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าบ้านเจ้าเรือน

“คุณวิน ในที่สุดฉันก็รู้เสียทีว่าคุณเป็นใคร คุณคือผู้คุ้มครองของบ้านนี้ ผู้ที่คอยพิทักษ์ปกปักษ์คนทุกคน ในครอบครัวคุณยายเกสร แล้วก็ยังมีพระคุณที่ช่วยดิฉันและลูกไว้มาตลอด ดิฉันจะสวดมนต์ให้คุณทุกคืน ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ก็จะกรวดน้ำไปให้ ขอให้ท่านอยู่เป็นสุข และชมพูได้เห็นท่านอยู่เสมอๆ ถ้าเป็นไปได้ดิฉันอยากจะมีโอกาสได้เจอท่านอีก ไม่ใช่อะไร ดิฉันอยากขอบคุณและขอโทษท่านต่อหน้าด้วยตัวฉันเอง หากมีอะไรที่ฉันได้ล่วงเกินไป”

ไรวินท์ยืนรับรู้อยู่หน้าศาล...แพรขาวนอนหลับฝันเหมือนอยู่ในภวังค์ ได้ยินเสียงเปียโนดังชัดขึ้นเรื่อยๆพร้อมแสงเรืองรองส่องผ่านความมืดทะลุผ้าม่านมายังใบหน้า จึงลืมตาลุกขึ้นพยายามมองออกไป เห็นไรวินท์นั่งเล่นเปียโนอยู่ข้างศาล จึงจ้องมองด้วยหัวใจเต้นรัวจนเพลงจบก็ลุ้นว่าเขาจะหันมาเห็นไหม ด้วยตอนนี้รู้แล้วว่าเขาเป็นใครจึงเกิดความเกรงกลัว

เสียงไรวินท์ดังขึ้น “แม่สาวคนเก่ง ยังจะกลัวฉันอีกหรือ”

แพรขาวทำใจดีสู้เสือเดินออกจากเรือนกล่าว “ทะ...ทำไมถึงคิดว่าฉันกลัวคุณ เอ่อ...ท่าน”

“เรียกฉันอย่างที่เคยเรียกจะดีกว่านะ...ดูสิ” ไรวินท์ผายมือไป เห็นหมอกจางๆรอบตัวเธอ “นั่นคือความกลัวของเธอ...อารมณ์ของมนุษย์ส่งพลังงานโดยรอบตัวเหมือนไอน้ำ เมื่อเวลาตื่นกลัว ไอนั้นจะกลายเป็นไอร้อน อารมณ์ของมนุษย์หากเป็นทางต่ำจะคล้ายไอร้อน พวกเราอยู่ใกล้แล้วจะไม่สบายตัว แต่ถ้าเป็นอารมณ์ทางสูง ก็จะตรงข้ามเย็นสบาย”

แพรขาวมองรอบตัวเองอย่างสงสัย “แล้วคุณไม่มีไอเย็นไอร้อนหรือคะ”

ไรวินท์หัวเราะเบาๆบอกมีแต่ไอเย็น เย็นจนพวกเธอขนลุก แพรขาวนึกได้ตอนกลับมาจากร้านสปา เดินผ่านเขารู้สึกหนาวยะเยือก ท่านเจ้าเรือนบอกอีกว่า “ยิ่งพวกเธอส่งไอร้อนออกมามากเท่าใด พวกฉันก็จะยิ่งส่งไอเย็นมากเท่านั้น พวกคนที่มีจิตใจใสซื่อ ที่ยังไม่ส่งพลังต่อต้านร้อนๆออกมาเท่านั้นที่ฉันจะเข้าใกล้ได้...”

แพรขาวมองไปยังเรือนเล็ก ไรวินท์รับว่าใช่ ชมพูเป็นเด็กดี จิตใจสะอาด ใครๆรวมถึงตนจึงเข้าใกล้ได้ง่าย แพรขาวเริ่มเข้าใจทุกสิ่งชัดเจน ไรวินท์ถามมีอะไรจะบอก หญิงสาวอ้ำอึ้งรู้ได้อย่างไร...บนหน้าต่างชั้นสองเรือนใหญ่ สีนวลจับขอบหน้าต่างมือสั่นเทามองอย่างโกรธแค้น

ตอนที่ 4

อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"


ที่ระเบียงหน้าเรือนเล็กในอดีต ไรวินท์เล่าให้แพรขาวฟังว่า ตอนตนอายุได้หกขวบ พ่อกลับมายังหล่อเนี้ยบดูสง่า กิจการน้ำอบน้ำปรุงของแม่ไปได้ดี คนงานในบ้านต้องช่วยกันทำ แม่ออกมาต้อนรับพ่อและจัดหาของกินให้อย่างเอาใจใส่

เรื่องย่อละคร เจ้าบ้านเจ้าเรือน

แพรขาว หญิงสาวที่มีลูกติดคือชมพู ต้องออกมาจากคฤหาสน์ของคุณนายแถบทิพย์ เมื่อพัสกร สามีของเธอคว้าดิว สาวนั่งดริ้ง ในคาราโอเกะมาทำเมีย และหอบหิ้วลูกน้อยมาอีกหนึ่งคน อ้างว่าเป็นลูกของพัสกร แพรขาวจึงไปเช่าบ้านของยายเกสร มี ป้าสมพร และนลินอยู่ด้วย ถึงแม้เขมิกา พี่สาวของพัสกร จะยื่นข้อเสนอให้แพรขาวเอาชมพูไปอยู่ที่คอนโด แล้วจะเป็นคนส่งเสียให้ชมพูเรียนหนังสือ แต่แพรขาวก็ไม่ยอม พัสกรจะเอาลูกกลับมาอยู่กับตนให้ได้ ถึงขนาดตามไปอาละวาดกับแพรขาวยื้อแย่งตัวชมพู ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน แต่ก็ไม่สำเร็จ เขมิกาให้สาโรจน์ ทนายความประจำบริษัทไปช่วยแพรขาวไว้ เพราะสาโรจน์ให้เหตุผลว่าแพรขาวมีสิทธิ์ในตัวชมพูมากกว่าใคร

หรือแม้กระทั่งวันที่พัสกรมาอาละวาดที่บ้าน ไรวินท์ วิญญาณเจ้าบ้านเจ้าเรือนที่แพรขาวอาศัยอยู่ ก็ออกมาช่วยแพรขาว ปกป้องชมพูอีกแรง จนพัสกรต้องล่าถอยกลับไป ไรวินท์อยู่คอยเป็นเพื่อนเล่นกับชมพูอยู่เสมอ ในยามที่แพรขาวไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว จวบจนกระทั่ง ลลิต นักธุรกิจหนุ่ม มาซื้อที่ฝั่งตรงข้ามบ้านเช่าของแพรขาวเพื่อทำสปา ลลิตเห็นความงามในตัวแพรขาว ลงทุนมาหาแพรขาวถึงบ้านเพื่อชวนไปทำงานที่สปาในช่วงเสาร์อาทิตย์ ไรวินท์ท้วงติง ด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้แพรขาวไปทำงานกับลลิต แต่แพรขาวไม่ฟัง เพราะเธอกำลังขัดสนเรื่องเงิน ลลิต สะกดจิตแพรขาวตั้งแต่วันแรกที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับแพรขาว โชคดีที่ไรวินท์ให้ชมพู นำกุหลาบขาวของไรวินท์ติดตัวไป เลยทำให้แพรขาวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ....

แพรขาวเห็นไรวินท์ นลินเห็นแพรขาวยืนพูดอยู่คนเดียว จึงเริ่มสงสัย เลยถามแพรขาวว่าคุยอยู่กับใคร แพรขาวจึงบอกกับนลิน ยายเกสร และป้าสมพร ว่าคุยกับไรวินท์ ทุกคนฟังแล้วอึ้ง จนขนหัวแทบลุก สุดท้ายยายเกสร จึงเล่าความจริงให้ฟัง ว่าไรวินท์ ไม่ใช้ผู้ชายธรรมดา แต่เป็นเจ้าบ้านเจ้าเรือนอยู่ที่บ้านหลังนี้ หลังจากที่ในสมัยยังสาว ยายเกสร ได้ซื้อเรือนไม้เก่า ๆ ในราคาถูก มาปลูกที่บ้านหลังนี้ แล้วไรวินท์ ก็เป็นวิญญาณ มาช่วยดูแล ปกป้อง คนในครอบครัวไว้หลายครั้ง พร้อมทั้งมาเข้าฝัน ให้ยายเกสร สร้างเรือนให้อยู่ แยกออกไปจากเรือนใหญ่ ซึ่งก็คือศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือนจนถึงปัจจุบัน

เมื่อได้ฟังเรื่องราวทุกอย่าง แพรขาวถึงกับอึ้งไป นึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ชมพู ตกลงไปในน้ำตั้งแต่วันแรกที่มาถึง และไรวินท์ช่วยชีวิตชมพูเอาไว้ หรือแม้แต่เหตุการณ์ที่พัสกรมาอาละวาดที่บ้าน จนไรวินท์ช่วยไว้ได้อีก หลังจากนั้น ไรวินท์ ก็เริ่มเล่าเรื่องอดีตให้กับแพรขาวฟัง ว่าทำไมวิญญาณเขาถึงติดอยู่ที่นี่ เริ่มตั้งแต่ แรมพ่อของเขา ซึ่งเป็นนักเรียนกฎหมาย ไปสอนหนังสือพิเศษให้กับเล็ก น้องชายของวารี แม่ของไรวินท์ วารีตกหลุมรักแรม ตั้งแต่นั้นมา จนแรมเรียนจบกฎหมาย ได้เป็นทนายความที่สำนักกฎหมาย จวบจนคุณย่าของวารีเสียชีวิต ซึ่งวารีดูแลจนถึงวาระสุดท้าย จึงได้มรดกมากมายจากย่า จนสามารถตั้งตัวได้ ทำให้หญิงใหญ่ กับวีณา น้องสาวของวารีไม่พอใจ สุดท้ายทั้งหญิงใหญ่และวีณาก็ออกเรือนไปหมด แล้ววารีก็ได้แต่งงานกับแรมในที่สุด จนมีลูกด้วยกันคือ ไรวินท์ แล้ววีณาก็เลิกกับสามีมาอยู่ที่บ้านของวารี แรมกับวีณามีความสัมพันธ์กันลับ ๆ แล้วแรมก็ยอมรับความจริงกับวารีในที่สุด วารีเจ็บปวดแต่ก็จำทน จนแรมถูกย้ายไปทำงานที่กำแพงเพชร วีณาก็ตามไปอยู่ด้วย นาน ๆ ที แรมกลับมาหาวารีสักครั้ง แต่วารีก็ยังรักแรมเช่นเดิม ความสัมพันธ์ของไรวินท์กับพ่อจึงห่างเหิน มีเพียงคุณหญิงจีบ ผู้เป็นยาย และน้าเล็ก คอยดูแลเอาใจใส่ไรวินท์เสียยิ่งกว่าไข่ในหิน

คุณหญิงจีบยกทรัพย์สมบัติทุกอย่างให้กับวารี รวมทั้งในส่วนของวีณาด้วย เพราะผิดที่วีณา แย่งสามีของวารีไป ต่อมาไรวินท์เริ่มโตเป็นหนุ่ม เล็กก็เสียชีวิตลง เขายกสมบัติทั้งหมดให้กับไรวินท์เพียงผู้เดียว รวมทั้งเรือนใหญ่ด้วย แรมยังคงใช้ชีวิตอยู่กับวีณาที่กำแพงเพชร แต่หน้าที่การงานไม่ได้เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร เพราะวีณายังทำตัวเป็นคุณนาย ดูถูกคนจน ไม่สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงานหรือชาวบ้านได้สักคน สุดท้ายวีณาทนความเงียบเหงาอยู่ต่างจังหวัดไม่ไหว จึงให้แรมย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ แต่ทำเรื่องยื่นไปเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายแรมจึงลาออกจากราชการ กลับมาทำงานที่สำนักงานทนายความที่กรุงเทพฯแทน แรมกลับมาที่บ้าน วารีดีใจมาก แต่ไรวินท์กลับมีท่าทีห่างเหิน เพราะเสียใจที่พ่อทิ้งแม่ไป แรมขอกลับมาอยู่เรือนใหญ่พร้อมกับวีณา แต่ไรวินท์ไม่ยอม เพราะตอนนี้เขาถือสิทธิ์ขาดในเรือนใหญ่ที่เล็กยกให้ แรมโกรธตรงเข้าทำร้ายไรวินท์ วารีเข้าช่วยจึงได้รับบาดเจ็บ ไรวินท์โกรธพ่อ สงสารแม่จับใจ ยื่นคำขาดให้พ่อกลับมาอยู่ได้เพียงคนเดียว ไม่นับญาติกับวารีอีก แรมกลับไปด้วยความแค้น เงินทองที่ได้จากการทำงานก็ต้องไปเช่าบ้าน จ่ายค่าเลี้ยงดู ค่าแต่งตัวให้กับวีณา จนสุดท้ายวีณาทนไม่ไหวไปมีสามีใหม่ ทิ้งให้แรมอยู่ลำพัง เจ้าของสำนักงานทนายความก็เสียชีวิตลง แรมเลยกลายเป็นคนตกงานตอนใกล้เกษียณ ติดเหล้า ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างน่าเวทนา

ไรวินท์ขายเรือนหลังใหญ่ที่เล็กยกให้ แล้วตนเอง กลับมาอยู่เรือนเล็กกับแม่ ไรวินท์เรียนจบรัฐศาสตร์ และเข้ารับราชการที่กระทรวงมหาดไทย ท่านเจ้าคุณที่ซื้อเรือนไป ย้ายเข้ามาอยู่ เขามีลูกสาวสามคน สองคนแรกออกเรือนไป เหลือเพียงสีนวล ลูกสาวคนสุดท้อง วารีแม่ของไรวินทร์ อยากให้ไรวินท์แต่งงานกับสีนวล ผู้หญิงที่พร้อมทุกอย่าง ไรวินท์ตามใจแม่เพราะไม่อยากให้เสียใจ ตกลงใจแต่งงานกับสีนวลในที่สุด ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รัก ป้าของวารีเล่าให้ฟัง ว่า วีณากลายเป็นง่อย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ น่าเวทนายิ่งนัก ไรวินท์ แอบไปหาพ่อ เห็นสภาพพ่อก็ทนไม่ได้ แอบส่งเสีย หาที่พักให้ใหม่ สร้างความสุขใจให้กับแรมมาก แรมเตือนสติไรวินท์ ว่าแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก อาจทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นตามมา

ไรวินท์ยังคงเล่าถึงอดีตต่อไปเรื่องที่เขามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงถึง 3 คนด้วยกันก่อนที่จะมาแต่งงานกับสีนวล เริ่มตั้งแต่บัวน้อย สาววัยรุ่นร้านขายข้าวแกงที่ตกหลุมรักไรวินท์ จนเขาพาไปเช่าบ้านอยู่ด้วยกันลับ ๆ และไรวินท์ยังให้บัวน้อยดูแลพ่อของตนเองด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างแรมและไรวินท์ จึงเริ่มดีขึ้น ส่วน รำไพ น้องสาวของสนอง เพื่อนรักของไรวินท์ ที่มีปัญหากับพี่สะใภ้ จนต้องหอบน้องชายอีกสองคนระเหเร่ร่อนออกมาจากบ้าน ไรวินท์จึงช่วยเหลือ และอยู่กินกับรำไพด้วยอีกคน และคนสุดท้าย สุดสวาท ลูกสาวของหลวงพิทักษ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ในกรมปลัดมหาดไทย คนนี้ถึงแม้ไรวินท์จะไม่ได้รักนัก แต่ด้วยความมีหน้ามีตาทางสังคม และไรวินท์เกรงจะมีผลกระทบเรื่องหน้าที่การงาน เขาจึงคบหากับสุดสวาทด้วยอีกคน แพรขาวไม่ชอบใจที่ไรวินท์ ทำตัวเจ้าชู้ จึงต่อว่าเขาอยู่หลายครั้ง

ไรวินท์ได้พบกับมาลาตี และหลงใหลเธอมาก จนไม่ได้มาดูแลบัวน้อย สุดท้าย บัวน้อย จึงแต่งงานไปกับคนอื่น ทิ้งให้แรม อยู่บ้านเช่าเพียงลำพัง ไรวินท์ส่งตัวแรมไปโรงพยาบาล โดยให้รำไพมาเฝ้าไข้แทน วารีมาเยี่ยมไข้แรม จึงได้พบกับรำไพ รู้ว่ารำไพเป็นเมียน้อยของไรวินท์ วารีพูดให้รำไพคิด ว่าอย่าทำผิดต่อลูกเมียของไรวินท์ ที่ตอนนี้ สีนวล กำลังตั้งท้องได้5เดือนแล้ว สีนวลเองก็เสียใจจนบอกไม่ถูก วารีพูดอโหสิกรรมให้กับแรมในทุกสิ่งที่ผ่านมา แล้วแรมก็เสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น รำไพตัดใจจากไรวินท์ในที่สุด เขียนจดหมายลาให้ไรวินท์ แล้วจากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

เขมิกา สงสัยว่าลูกของดิว จะไม่ใช่ของพัสกร จึงหาวิธีจะตรวจดีเอ็นเอเด็ก ดิวรีบเอาลูกหนีไปอยู่กับสามี ทำให้พัสกรว้าวุ่นใจมาก แต่ดิวทนความลำบากไม่ไหว เพราะ ไม่มีเงินทองใช้ เลยกลับมาติดต่อพัสกร พอดีลูกป่วย เลยต้องให้พัสกรพาไปโรงพยาบาล แถบทิพย์ เขมินี สาโรจน์ดีใจมาก เพราะจะได้พิสูจน์ดีเอ็นเอของเด็กไปด้วย ผลพิสูจน์ปรากฏว่า ลูกของดิว ไม่ได้เกิดกับพัสกร แถบทิพย์เสียใจมาก ดิวก็รีบพาลูกหนีไป กลัวความผิด ส่วนลลิต ก็ไปติดต่องานต่างประเทศ ให้มาตา ดูแลกิจการสปาแทน พนักงานสาว ๆ ถูกไล่ออก แพรขาวเริ่มหนักใจ พอดีสาโรจน์ยื่นข้อเสนอ เรื่องงานใหม่ เงินเดือนงาม ทำเฉพาะเสาร์ อาทิตย์ให้กับแพรขาว เธอจึงตัดสินใจออกจากลลิตสปา

สีนวลเจ็บท้อง วารีว้าวุ่นใจ ไม่มีรถพาไปโรงพยาบาล จึงให้เด็กรับใช้ ไปตามหมอตำแยแถวบ้านมาช่วยทำคลอดให้ สีนวลคลอดลูกสาว ปลอดภัยดีทั้งแม่และลูก ไรวินท์เริ่มรักลูกสาวมากขึ้น ถึงแม้จะไม่ใยดีกับสีนวลนักก็ตาม สีนวลแอบร้องไห้เสียใจอยู่บ่อย ๆ แล้วคดีความเรื่องพินัยกรรมก็ตัดสิน สุดสวาทเป็นฝ่ายชนะ เพราะหลักฐานยืนยันว่า พินัยกรรมของมาลาตีเป็นตัวปลอม สุดสวาทได้ทรัพย์สินทั้งหมดไป มาลาตี บีบน้ำตากับไรวินท์ จนเขาใจอ่อน แล้วทั้งสองก็มีความสัมพันธ์กัน สีนวลสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนไปของไรวินท์ เริ่มระแวง เคียดแค้นไรวินท์มากขึ้นทุกวัน ที่ไม่ใยดีตน

ลลิตพยายามจะปลุกปล้ำแพรขาว แต่ต๊อกช่วยเอาไว้จนถูกยิงตาย พอดีมาตาเข้ามา แพรขาวเลยหนีกลับบ้านไป ไรวินท์เป็นห่วงแพรขาวมาก นลิน พาแพรขาวไปแจ้งความ ลลิตกับมาตาตามไปที่โรงพัก หาว่าแพรขาวเข้าไปขโมยของ สาโรจน์มาช่วยแพรขาวอีกแรง ด้วยความอ่อนล้าหมดแรง ทำให้แพรขาวหมดสติไป สาโรจน์นำตัวแพรขาวส่งโรงพยาบาล รุ่งขึ้นเมื่อแพรขาวอาการดีขึ้น จึงไปรับชมพูพร้อมกับสาโรจน์ พบ พัสกรที่จับตัวดิวขังไว้ เขมินี พยายามจะช่วยดิว ออกมา แต่พัสกรมีปืน แพรขาวตกใจจนแทบเป็นลม โชคดีที่สาโรจน์ช่วยไว้ แล้วปืนในมือพัสกรก็ตกลงพื้น ดิวหยิบขึ้นได้ ยิงเข้าใส่พัสกรเข้ากลางอก พัสกรเสียชีวิตในที่สุด แถบทิพย์เสียใจจนแทบไม่ได้สติ สาโรจน์กับแพรขาวต้องเป็นธุระจัดงานเรื่องงานศพให้ ในขณะที่เขมินีต้องอยู่เป็นเพื่อนแถบทิพย์ วิญญาณของพัสกรอาละวาดจนคนในบ้านอยู่กันแทบไม่ได้ ต้องไปอยู่ที่คอนโดเขมินีด้วยกันทั้งหมด รวมถึงแพรขาวกับชมพูด้วย แพรขาวไม่ได้กลับไปที่บ้านเช่านานนับเดือน ทำให้ไรวินท์เหงาหงอยมาก

ไรวินท์ดีใจมาก เมื่อแพรขาวกลับมาที่บ้านเช่าอีกครั้ง เขาเล่าเรื่องราวในอดีตให้แพรขาวได้ฟัง สีนวลยังคงดูแลวารีและเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง ไรวินท์ไม่ได้มาสนใจใยดีเธอ จนก้าวเข้าสู่ยุคสงคราม ไรวินท์ให้วารี สีนวลและลูกไปอยู่ที่อยุธยา ส่วนตนเองไปเช่าบ้านที่เมืองนนท์อยู่กับมาลาตี สีนวลเสียใจมากที่จะไม่ได้เห็นหน้าไรวินท์อีก จนกระทั่งลูกของสีนวลเริ่มโต วารีก็ต้องมาตายด้วยโรคท้องร่วงที่กำลังระบาด ไรวินท์กลับไปงานศพแม่ แล้วรุ่งขึ้น ลูกสาวก็มาตกน้ำตายอีก สีนวลเสียใจแทบคลั่ง ไรวินท์ยังไม่มีที่ท่าใยดีกับสีนวลเช่นเดิม สีนวลขอติดเรือไรวินท์กลับไปที่เมืองนนท์ จึงได้พบกับมาลาตี รู้ความจริงว่าไรวินท์มีมาลาตีอยู่ตลอดเวลา สีนวล กลับไปอยู่ที่ตึกใหญ่ ไรวินท์ขอแยกทางกับสีนวล ยกทั้งตึกใหญ่ และเรือนเล็กที่ไรวินท์ เคยอยู่มาตั้งแต่เด็กให้กับสีนวล สีนวลบอกจะรักษาสมบัติทุกชิ้น เก็บไว้ให้ไรวินท์ รอวันที่เขากลับมา ดังคำสั่งเสียของวารี ที่บอกไม่ให้สีนวลทอดทิ้งไรวินท์

มาลาตีเสียใจไม่น้อยที่ไรวินท์ ไม่ได้เอาสมบัติติดตัวออกมาจากบ้านเลย ซ้ำร้ายไรวินท์ยังจับได้อีกว่า มาลาตีปลอมลายมือของพ่อเรื่องพินัยกรรม เรื่องการยกสมบัติให้ ไรวินท์เสียใจมากที่ถูกหลอกมาตลอด ในงานศพของประสม แม่ของสุดสวาท ไรวินท์ก็ไปด้วย สุดสวาทไล่ให้ไรวินท์ออกจากงานไปอย่างไม่ใยดี โทษที่เข้าข้างคนผิดอย่างมาลาตี และใช้ชีวิตอยู่กันอย่างผัวเมียออกนอกหน้า ทั้ง ๆ ที่ไรวินท์ก็มีครอบครัวแล้ว ทำให้ไรวินท์ได้อายมาก ซ้ำร้ายมาลาตี ยังปลอมลายมือว่าเป็นไรวินท์ เขียนจดหมายไปขอเงินกับสีนวลตลอดเวลา จนสีนวลต้องขายข้าวของในบ้าน เอาเงินให้คนของมาลาตีไป โดยไม่รู้ว่าโดนหลอก สุดท้ายไรวินท์จึงจับได้ว่า มาลาตีปลอมพินัยกรรมของคุณพ่อจริง ๆ แต่ด้วยความหลงใหล ทำให้ไรวินท์อภัยให้มาลาตีทุกอย่าง ป้าใหญ่ไปเยี่ยมสีนวลที่กำลังเจ็บหนัก จึงเขียนจดหมายให้ไรวินท์ไปเยี่ยม แต่พอดีเขาติดราชการ มาลาตีจึงไม่ยอมให้ไปเยี่ยม ศรีนวลรอคอยการกลับมาของไรวินท์ ด้วยการใช้มีดกรีดที่ข้างเสาเรือนนับวันรอเขาทุกคืน จนสุดท้ายเธอก็ตรอมใจตาย เพ้อหาไรวินท์จนนาทีสุดท้ายของชีวิต สีนวลยกบ้านให้ไรวินท์ โดยฝากกุญแจไว้กับป้าใหญ่ ไรวินท์กลับไปที่บ้านหลังนั้น เขาไม่เห็นทรัพย์สินใด ๆ หลงเหลือ มีเพียงจดหมายขอเงินที่ลงชื่อว่าเป็นของเขา ซึ่งแท้ที่จริงเป็นลายมือของมาลาตีนั่นเอง ไรวินท์เศร้าและเสียใจเป็นที่สุด รู้สึกถึงความผิด และความโง่เขลาของตัวเอง ที่หลงรักมาลาตีจนไม่ลืมหูลืมตา และไม่ได้มาดูใจสีนวลเลยจนนาทีสุดท้าย

ไรวินท์แค้นใจมาลาตีเป็นที่สุด กลับไปดูหีบใส่ของ จึงพบแหวนของแม่ไรวินท์อยู่กับมาลาตี เขาจึงยิ่งมั่นใจ ว่ามาลาตีจะต้องไปเอาสมบัติจากสีนวลมาอย่างแน่นอน มาลาตีสุดจะแก้ตัว เพราะไรวินท์ถือจดหมาย ลายมือของเธอมายืนยัน ไรวินท์ให้มาลาตีสารภาพผิดมาทั้งหมด และขอเลิกกับมาลาตีในที่สุด มาลาตียังไม่หยุดแค่นั้น ยังปลอมลายมือไรวินท์ ไปกู้หนี้ยืมสิน จนเจ้าหนี้มาเอาผิดกับไรวินท์ เขากลัวจะเสียประวัติการทำงาน จึงต้องลาออก นำเงินมาใช้หนี้ โดยที่เขาไม่ได้ก่อ ไรวินท์กลับมาอยู่ที่บ้านของสีนวล ส่วนมาลาตี ก็มีสามีใหม่ ถูกปอกลอกจนหมดเนื้อหมดตัว และผูกคอตายในที่สุด

ไรวินท์ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างน่าเวทนา มีเพียงเงินที่เขาเอาบ้านไปจำนองไว้กับป้าใหญ่ ไว้เลี้ยงดูตนเอง อดมื้อกินมื้อ มีเพียงป้าใหญ่ ที่คอยส่งข้าว ส่งน้ำมาให้ แถมยังป่วยกระเสาะกระแสะอีก ไรวินท์เห็นวิญญาณของลูก และสีนวลมาหาเขา สีนวลบอกจะรอคอยวันที่จะได้มาอยู่ด้วยกันกับไรวินท์ ไม่ว่าจะนานเพียงใด ด้วยความตกใจ ไรวินท์จึงวิ่งหนีตกบันไดลงมาเสียชีวิตอยู่ที่เรือนนั้นเอง แพรขาวได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างจากไรวินท์แล้วก็รู้สึกเศร้าใจไปด้วย ไรวินท์ยอมรับว่าเขาเสียใจที่ทำผิดต่อสีนวล แต่ยังไงเสีย เขาก็ไม่ได้รักสีนวล และไม่มีวันรัก วิญญาณของสีนวลที่อยู่บนชั้น 2 ของ เรือนหลังเล็ก ยายเกสร ได้แต่เจ็บใจและบอกจะไม่มีวันปรากฏวิญญาณให้ไรวินท์เห็น เพราะกลัวไรวินท์จะหนีเธอไปอีก สีนวลขอเฝ้ามองไรวินท์อย่างนี้ตลอดไป

ลลิตหาทางแก้แค้นแพรขาว จึงไปที่บ้านแพรขาวพร้อมกับมาตา มาตาเป็นคนเอาน้ำมันไปราดบริเวณบ้าน แต่เห็นวิญญาณของสีนวลยืนอยู่ จึงตกใจวิ่งหนีไปก่อน ส่วนลลิต ไปที่ห้องขจงแพรขาว ไรวินท์ จึงรีบมาปลุกแพรขาวไปหนีไปที่เรือนยายเกสร รอดไปได้หวุดหวิด ลลิตเจอเข้ากับวิญญาณของต๊อก ต๊อกสิงร่างลลิต มาตาจึงเห็นลลิตเป็นต๊อก ใช้ไม้พายตีจนลลิตตาย ส่วนตัวเอง หนีจนพลาดตกตึกตายตามไปอีกคน วิญญาณของพัสกรยังคงอาละวาด จะเอาแม่ไปอยู่ด้วย จนแถบทิพย์ประสาทเสียแทบไม่ได้นอน แพรขาวต้องนำตัวชมพู และตนเอง ไปนอนเป็นเพื่อนแถบทิพย์ ที่คอนโดเขมินีอยู่บ่อยครั้ง สุดท้ายยายเกสรก็เสียชีวิต ป้าสมพร ตัดสินใจขายที่ และรื้อบ้านทิ้ง วิญญาณของต๊อกมาบอกกับแพรขาวว่า วิญญาณของสีนวลอยู่ที่ชั้น 2 ของเรือนหลังเล็กอีกหลัง ในบ้านของยายเกสร แพรขาวจึงไปหาสีนวล เพื่อเกลี้ยกล่อมให้สีนวลปล่อยไรวินท์ไป เพื่อไรวินท์จะได้ไปเกิด ไม่ต้องทนทุกข์อยู่อย่างโดดเดี่ยว สีนวลยิ่งโกรธ เมื่อเห็นว่าแพรขาวมีใจผูกพันกับไรวินท์ จึงให้วิญญาณร้าย มาทำร้ายแพรขาว ไรวินท์คุกเข่าขอร้องไม่ให้สีนวลทำร้ายแพรขาว สุดท้ายไรวินท์ ยอมสละวิญญาณตนเอง ไปเป็นวิญญาณร้ายแทน เพื่อช่วยชีวิตแพรขาว ความตั้งใจดี ยอมเสียสละจิตวิญญาณเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้วิญญาณของไรวินท์หลุดพ้นจากบ้านแห่งนี้ สีนวลจึงกลายเป็นวิญญาณที่โดดเดี่ยว ไม่ได้มองเห็นไรวินท์อีกต่อไป

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 16:49 น.