ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เจ้าบ้านเจ้าเรือน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"

    เรือนไม้โบราณหลังเล็กถูกเปิดออก แสงจากภายนอกพุ่งผ่านหน้าจั่วลายฉลุเข้ามาภายใน สมพรแม่ของนลินถือกุญแจบ้านเชื้อเชิญให้แพรขาว หญิงสาวสวยเรียบร้อยบุคลิกคล่องแคล่ว มารยาทงามเข้ามาดูในบ้าน นลินเดินนำหน้าเข้าไปเปิดหน้าต่างทุกบานจนลมโชยพัดดูรื่นรมย์

    “มีสองห้องค่ะพี่แพร ห้องน้ำนี่ก็เพิ่งทำใหม่”

    แพรขาวเดินดูแต่ละห้องแล้วถามไม่มีแอร์หรือ สมพรบอกไม่ต้องมีเพราะลมจากคลองพัดเข้ามาเย็นทั้งวัน หน้าเรือนก็หันเข้าหาคลองรับลมพอดี แพรขาวมองไปนอกหน้าต่างลมโชยปะทะเข้ามาไม่ขาดสาย เธออ้อมแอ้มถามว่าไม่มีเหล็กดัดหรือ นลินหัวเราะ

    “ไม่ต้องใช้ค่ะ ที่นี่ไม่ติดกรงเหล็กกันค่ะ ที่เรือนใหญ่ก็ไม่มีติดสักบาน ตั้งแต่หนูเกิดจนป่านนี้ก็ไม่มี...” นลินชะงักเล็กน้อย “พี่แพรไม่ต้องกลัวเลยเรื่องจะมีขโมยเข้ามา สบายใจได้”

    แพรขาวมองเฟอร์นิเจอร์แบบของเก่าดั้งเดิมอย่างพอใจ...จากมุมหนึ่งมีสายตาใครบางคนมองใบหน้าละมุนของหญิงสาว แพรขาวเดินออกมาลานหญ้าหน้าเรือนริมคลอง สมพรเอ่ยถามว่ามาอยู่คนเดียวหรือ นลินตอบแทนว่า “พี่แพรจะมาอยู่กับหนูชมพู ลูกสาวแก้มยุ้ยของพี่แพรจ้ะแม่...แม่กับยายของหนูอยู่บ้านกันทั้งวันทั้งปีไม่ไปไหน ที่สำคัญรักเด็กมากๆ วันไหนพี่ไปธุระหรือออกไปทำงานก็ฝากหนูชมพูให้ดูแลได้สบายเลย”

    แพรขาวเดินผ่านประตูท่าน้ำเห็นว่าล็อกด้วยกุญแจเก่าๆ มองเลยไปถึงตรงข้ามฝั่งคลองเห็นต้นไม้มืดทึบ จึงเอ่ยถามประตูนี้ปกติใช้หรือเปล่า สมพรเล่าว่าสมัยก่อนใช้เรือเดินทางไปมา แต่พอมีถนนซอยเข้ามาก็ไม่มีใครใช้อีกเลย

    “พี่ห่วงเรื่องหนูชมพูจะออกไปเล่นใช่ไหมคะ รับรองว่าประตูนี้ปิดตายเลยค่ะ...พี่ชอบไหมคะ แต่หนูว่าตอนนี้พี่ชอบที่นี่แล้วล่ะ ใช่ไหมคะ”

    แพรขาวสะดุดตาเข้าที่ศาลไม้คล้ายบ้านตุ๊กตาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ พึมพำว่าสวยจริง แล้วมองเลยไปที่เรือนใหญ่บนชั้นสองของบ้าน หน้าต่างริมสุดซึ่งเป็นห้องเก็บของเปิดอ้าอยู่ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องอยู่...

    คืนนั้นแพรขาวก็พาชมพู ลูกสาววัย 5 ขวบมาอยู่ในเรือนไม้หลังเล็กแห่งนี้ เสียงร้องเพลงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยลอยไปตามลมที่พัดต้นไม้ไหว ใบไม้ร่วงพรูลงมาสู่ศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน “กระต่ายขาวมีหูยาวเรียว หางสั้นนิดเดียว ตาแดงแวววาว กระโดดเล่นชมจันทร์สกาวอยู่ตามราวป่า ช่างน่ารักเอย...”

    ที่หน้าต่างริมสุดชั้นสองของเรือนใหญ่ซึ่งขณะนี้ปิดอยู่ สั่นสะเทือนแล้วแง้มออกพร้อมเสียงฝืดๆดังแอ๊ด... เสียงร้องเพลงของเด็กน้อยยังดังเจื้อยแจ้ว ตามด้วยเสียงแพรขาวบอกให้ลูกเข้านอน แต่เธอกลับขอร้องอีกหนึ่งรอบ พวงอุบะที่แขวนตรงระเบียงแกว่งไกวไปตามแรงลม...

    ชมพูบอกแม่ว่าตนร้องจบแล้ว แพรขาวยังอยู่ในชุดข้าราชการรัฐวิสาหกิจกำลังผูกมุ้งกับเสาเตียงหันมาตบมือชมว่าเก่งมาก เด็กน้อยถามพรุ่งนี้ตนจะได้ดูพาวเวอร์พัฟเกิร์ลหรือไม่ แพรขาวหน้าเสียก่อนจะบอกว่าที่นี่ไม่มีทีวีแล้วนึกได้ชวนลูกเล่นหนังสี่จอ ชมพูทำหน้างงๆ หญิงสาวเอาหน้าแนบกับมุ้งแล้วทำเสียงเล็กๆ

    “ฮาโหล ฉันคือบัตเตอร์คัพ” จากนั้นแพรขาวก็ขยับมาอีกด้านของมุ้ง เอาหน้าแนบมุ้งพร้อมบอกว่า “ฉันคือบั๊บเบิ้ล”

    ชมพูหัวเราะชอบใจรีบมาดักแม่อีกด้าน แพรขาวขยับมาทำเหมือนเดิมแล้วพูดพร้อมกันว่า “ฉันคือบลอสซั่ม” ชมพูล้มตัวลงนอนแต่อดบ่นไม่ได้ว่าอยากดูทีวีจอใหญ่ห้องคุณย่า แพรขาวสงสารลูกจับใจ ชมพูเอ่ยถามอีกว่า “คุณแม่ แล้วคุณพ่อจะมาอยู่กะเราด้วยหรือเปล่าคะ”

    “เอ่อ...ไม่หรอกจ้ะ คุณพ่อต้องทำงานอยู่กับคุณย่า หนูกับแม่มาอยู่กันสองคน”

    “ป้าไพก็ไม่มาหรือคะ” ชมพูหมายถึงแม่นมที่เลี้ยงพ่อมาและคอยดูแลตนด้วย

    แพรขาวบอกลูกว่าไม่มา ชมพูถามอีกว่าเรามาอยู่นานไหม หญิงสาวถอนใจก่อนจะให้ลูกรู้ว่าเราจะอยู่ที่นี่นานหลายวัน แล้วตัดบทชวนลูกนอน เพื่อพรุ่งนี้จะได้ตื่นไปหาซื้อของมาจัดห้องให้สวย เด็กน้อยกอดคอบอกรักแม่ แพรขาวน้ำตาคลอเบ้า

    หน้าศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน มีร่างชายคนหนึ่ง หล่อเนี้ยบสวมสูทขาวก้าวออกมายืนมองไปยังเรือนเล็ก ใบหน้ายิ้มละไมมองผ่านหน้าต่างเข้าไปที่เด็กน้อยกำลังสวดมนต์ตามคำสอนของแม่

    แพรขาวจัดเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ ชมพูสวดมนต์เสร็จเห็นชุดขาวของผู้ชายพับวางที่ปลายเตียง ก็บอกแม่ว่ามีเสื้ออยู่ตรงนี้อีก แพรขาวหันมองไม่มีอะไร ชมพูมองอีกทีก็แปลกใจที่มันหายไป แพรขาวหัวเราะคิดว่าลูกล้อเล่น แต่ชมพูยืนยันว่าเมื่อกี้มีเสื้ออยู่จริง แล้วเธอก็เห็นเหมือนมีคนเดินผ่านหน้าต่าง ทันใดเสียงเคาะประตูดังขึ้น สองแม่ลูกสะดุ้ง แพรขาวตั้งสติได้ร้องถามว่าใคร

    สักพักก็มีเสียงตอบว่า “ใครเอ่ย ไม่บอกค่ะ”

    นลินเปิดประตูเข้ามาพร้อมผ้าห่มในมือ บอกว่าแม่กับยายให้เอามาเพิ่มเพราะกลางคืนที่นี่อากาศเย็น ชมพูแอบถามที่นี่มีทีวีไหม นลินยิ้มอย่างเอ็นดูตอบว่าพรุ่งนี้ไปดูที่เรือนใหญ่ ชมพูถามอีกพรุ่งนี้ตนเล่นที่แม่น้ำได้ไหม นลินรีบบอกว่านั่นเป็นคลอง ดูได้ตอนกลางวัน

    “แต่แม่ห้ามไม่ให้หนูไปคนเดียวเด็ดขาด ถ้าหนูจะไปดูต้องบอกแม่หรือบอกผู้ใหญ่ก่อน ให้ผู้ใหญ่พาไปรู้ไหม”

    ชมพูรับคำเสียงอ่อย แล้วตาโพลงมองไปยังศาล นลินมองตามถามชอบบ้านตุ๊กตานั่นหรือ แพรขาวตัดบทบอกดึกแล้วให้สวัสดีลานลินเข้านอน...นลินเดินผ่านสนามกลับไปที่เรือนใหญ่ หน้าต่างชั้นสองเปิดออก ร่างหญิงสาวในเงามืดมองมายังเรือนเล็กของแพรขาวน่าสะพรึง

    ooooooo

    แพรขาวเตรียมตัวจะอาบน้ำ มือถือเธอดังขึ้น เห็นชื่อ “พี่กร” ที่หน้าจอ เธอรีบกดปิดเครื่องทันทีด้วยความไม่สบายใจ หันมาเห็นชมพูกอดตุ๊กตายืนมองออกไปยังศาลไม้ จึงเตือนลูกให้เข้านอน พอแพรขาวเข้าห้องน้ำไปแล้ว ชมพูก็ได้ยินเสียงเด็กสามสี่คนคุยกันสนุกสนาน

    ชมพูรีบลุกไปดูที่หน้าต่าง เห็นเด็กๆเล่นกันที่ศาลาท่าน้ำ กวักมือเรียกให้เธอไปเล่นด้วย ชมพูส่ายหน้าบอกแม่ห้าม แล้วเธอก็ชะงักแววตาลังเล

    แพรขาวแอบร้องไห้อยู่ในห้องน้ำกับเรื่องราวชีวิต... เหตุการณ์ที่ทำให้ตัดสินใจมาอยู่กับลูกตามลำพัง วันนั้นพัสกรพาดิวสาวนั่งดริ๊งก์อุ้มลูกชายตัวน้อยเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์โอฬาร โดยยอมรับว่าเป็นเมียน้อย จะมาอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ท่าทางคุณนายแถบทิพย์ซึ่งรักลูกชายมากจะเข้าข้างลูก ให้ฟังพัสกรอย่าเอะอะโวยวาย เมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วก็ให้ยอมรับมันไป แพรขาวอื้ออึงรู้สึกเหมือนหัวเดียวกระเทียมลีบ พัสกรแทรก

    “แพรเห็นกับเด็กตาดำๆนะจ๊ะ ถ้าว่าพี่ผิดพี่ก็ยอมรับ แต่เด็กไม่รู้เรื่องอะไรด้วย อย่าให้มารับบาปที่พี่ทำขึ้นเลย”

    “งั้นถ้าแพรไม่ยอม แพรก็กลายเป็นคนบาป! ว่างั้น!”

    “ฉันจะไม่ให้ไอ้ดิวมันเกะกะขวางหูขวางตาเธอหรอก ฉันจะจัดห้องให้อยู่ชั้นเดียวกับฉันนี่ล่ะ วันๆจะได้ไม่เจอกัน เธอก็ไปทำงานแต่เช้า...” แถบทิพย์ตัดบท

    แพรขาวน้ำตาพรั่งพรูอยู่ในห้องน้ำ ทันใดรู้สึกเหมือนเรือนโดนเขย่า ก็ตกใจรีบวิ่งออกมา ประตูถูกเคาะอย่างแรง มองไปที่เตียงลูกมีผ้าคลุมโปง เธอรีบเลยไปเปิดประตู แปลกใจที่ประตูไม่ได้ลงกลอนทั้งที่เธอใส่กลอนเองกับมือ พอเปิดประตูถึงกับผงะเห็นชายชุดขาวสีหน้าตื่นตระหนกบอกว่า “ลูกสาวเธอ ลูกสาวเธออยู่ไหน!”

    แพรขาวถามเขาเป็นใครแต่ไรวินท์กลับถามสวนว่าลูกสาวอยู่ไหน แพรขาวรีบกลับไปดูที่เตียงนอน ปรากฏว่าภายใต้ผ้าห่มมีเพียงหมอนและตุ๊กตา รีบวิ่งมาที่ประตูเห็นไรวินท์ยืนกลางสนามบอกให้เธอไปดูที่ท่าน้ำโดยเร็ว เธอตกใจมากรีบวิ่งออกไป

    ชมพูยืนมองเด็กๆเล่นกันอยู่ในเรือลำหนึ่ง กวักมือให้ลงไปเล่นด้วยกัน กุญแจประตูรั้วเปิดออก ชมพูยืนลังเล...เสียงแพรขาวร้องเรียกชมพูอยู่ไหน ร่างชมพูลงไปผลุบๆโผล่ๆในคลอง

    “ช่วยด้วย ช่วยหนูด้วย...แม่ขาแม่...”

    แพรขาววิ่งมาถึงท่าน้ำ หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นประตูท่าน้ำเปิดอยู่ เธอร้องเรียกลูกเสียงหลง ประหลาดใจที่เห็นไรวินท์มายืนอยู่ตรงบันไดท่าน้ำ ไม่มีเวลาคิดสงสัย มองลงไปในคลองเห็นชมพูตะเกียกตะกายทวนกระแสน้ำอยู่...ไรวินท์ยืนตั้งสติรวบรวมพลังอย่างมากจนเกิดเป็นแสงสีนวลบางๆขึ้นวาบรอบตัว ก่อนจะคว้าเชือกเก่าๆที่พันหัวเสาเหวี่ยงลงไปในน้ำ ร้องบอกชมพูให้จับเชือกไว้ แพรขาวย้ำให้ลูกจับเชือก ชมพูร้องไห้เรียกหาแม่

    กลุ่มเด็กบนเรือยื่นมือเรียกให้ชมพูจับ ไรวินท์เงยหน้ามองจ้องตาวาวโรจน์ขึ้น แพรขาวไม่เห็นอะไรแปลกใจกับท่าทีของไรวินท์ที่ร้องบอกชมพู “มาจับมือฉันนี่ อย่า...หนูอย่าไป”

    เด็กบนเรือคว้ามือชมพูไว้ได้ เด็กเหล่านั้นกลายเป็นผีตาแดงวาบ ชมพูสะบัดมือเร่าๆ มีเงาผู้คนที่ฝั่งตรงข้ามฮือฮาลุ้นให้เอาตัวหนูน้อยมาให้ได้ ชมพูร้องให้แม่ช่วยด้วย แพรขาวตัดสินใจกระโดดตูมลงไปช่วยลูก ไรวินท์รีบบอกให้เธอจับเชือก ทันใดมีร่างดำทะมึนโผล่มาจะจับสองแม่ลูก เสียงไรวินท์ตวาดลั่น “อย่ายุ่งกับคนบ้านนี้! ไปให้พ้น!”

    กลุ่มผีเด็กและผีบนฝั่งตรงข้ามหันขวับมาจ้องตาแดงวาบอย่างไม่พอใจ แพรขาวดึงลูกแต่เหมือนมีคนรั้งไว้ ไรวินท์รวบรวมพลังรวบเชือกเหวี่ยงไปใหม่อย่างเต็มแรง ปลายเชือกสะบัดใส่เด็กผีและร่างที่โผล่มาจากใต้น้ำกระเจิงร้องโหยหวน แล้วปลายเชือกก็ตกมาอยู่ตรงหน้าแพรขาว เธอจับเชือกกอดลูกน้อยพาขึ้นฝั่ง เสียงไรวินท์ย้ำไล่ผีให้ออกไป พลันเกิดแสงสีขาวนวลเรืองวาบที่มือเขาสะบัดใส่ผีเหล่านั้นสลายหายไปพร้อมเสียงร้องวี้ดแหลม

    แพรขาวกอดลูกน้ำตาไหลกลัวจะเป็นอะไร ชมพูสำลักน้ำพรวดร้องไห้จ้ากอดแม่แน่น ไรวินท์กล่าวด้วยเสียงเหนื่อยหอบให้แพรขาวพาลูกเข้าบ้าน เธออุ้มลูกรีบจ้ำมาที่เรือนเล็ก เหลียวมองกลับไปไม่เห็นไรวินท์อีก เธอประหลาดใจแต่ด้วยความเป็นห่วงลูกจึงปล่อยผ่าน บนชั้นสองเรือนใหญ่ หน้าต่างห้องริมสุดปิดปัง

    แพรขาวจัดการเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชมพู นึกได้รีบไปลงกลอนประตู แต่อดมองไปข้างนอกไม่ได้ว่าไรวินท์หายไปไหน ชมพูยังร้องไห้บอกแม่อย่าออกไป ใครเรียกก็อย่าไป แพรขาวถามว่าใครเรียก ชมพูชี้ว่าคนบ้านฝั่งโน้น แพรขาวยิ่งพิศวงเพราะฝั่งตรงข้ามมืดมิดจึงไปปิดหน้าต่างไม่ให้ลูกมองเห็นอีก หน้าศาลไรวินท์ยืนมองผ่านความมืดด้วยความเวทนาหนูน้อย

    ooooooo

    รุ่งเช้า ชมพูเป็นไข้ แพรขาวจึงอุ้มลงจากเรือนจะพาไปหาหมอ ไรวินท์ยืนอยู่กลางสนามเหมือนรู้ล่วงหน้า บอกแพรขาวว่ามีคลินิกแพทย์วิชัยอยู่ปากซอย เจ็ดโมงก็เปิดแล้ว และถามอย่างห่วงใยว่าเธอไม่ป่วยด้วยหรือ เธอส่ายหน้าและกล่าวขอบคุณที่เขาช่วยเมื่อคืน

    “ฉันก็ทำเท่าที่ทำได้ อยากช่วยมากกว่านี้ แต่ออกไปจากอาณาเขตไม่ได้จริงๆ รีบไปเถอะ เดี๋ยวคนจะแน่นต้องรอนาน”

    แพรขาวรับคำพาชมพูเดินไปที่รถ สมพรกับเกสรถือถาดใส่บาตรกลับมาพอดี พอรู้เรื่องชมพูก็ตกใจ แปลกใจว่าออกประตูท่าน้ำไปได้อย่างไร...นลินแต่งชุดทำงานเดินออกมาถามแพรขาวไปไหน สมพรบอกพาลูกไปหาหมอแล้วชมช่างเป็นแม่ที่รอบคอบ รู้ด้วยว่ามีคลินิกอยู่ปากซอย นลินงงเพราะไม่เคยบอกเรื่องนี้ เกสรรู้ทันบอกหลานสาวให้เอาธูปมาให้เก้าดอก

    ด้านคฤหาสน์โอฬาร เขมินีสาวสวยเวิร์กกิ้งวูแมน หนีบแขนพัสกรน้องชายเข้ามาในห้องอาหารพร้อมโวย “ถ้าฉันเป็นยัยแพร ฉันอาจจะทำกะแกมากกว่าอุ้มลูกเก็บของหนีออกไปค่ำๆ มืดๆ ไม่บอกไม่กล่าวก็ได้ ทำงานมาเหนื่อยๆ มาถึงบ้านเจอไอ้ผัวชั่วเอาเด็กนั่งคาราโอเกะมาทำเมีย แล้วยังกล้ามีลูกกัน แถมเอาเข้ามาร่วมบ้านอีก”

    พัสกรโวยรำคาญ แถบทิพย์กลับเข้าข้างลูกชายสั่งเขมินีหาทางเอาหลานกลับมาให้ได้

    ธูปเก้าดอกที่เกสรไหว้ปักหน้าศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควันลอยหอมกรุ่นไปทั่ว แพรขาว นลิน สมพรและเกสรยืนมองแม่กุญแจเก่าสนิมเขรอะตรงประตูท่าน้ำที่หักหลุด เกสรส่ายหน้า

    “กรรม...กุญแจมันสนิมกินจนหักเอง ลมพัดประตูเปิด ยัยหนูถึงลงไปได้ เดี๋ยวจะให้เนยมันซื้อลูกใหม่มา เอาซ่งเอาโซ่คล้องไว้อีกชั้นด้วย”

    แพรขาวเล่าว่าชมพูบอกมีคนฝั่งโน้นเรียกให้ออกไป สมพรสบตาเกสรแอบถอนใจ...มาถึงที่ทำงานนลินเห็นสีหน้าแพรขาวมีกังวลก็ปลอบ

    “พี่แพรอย่าเพิ่งวิตกมากไปเลยนะคะ คือลินว่า...เรื่องอย่างนี้มันคงไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกแน่ คุณยายเอ่อ...จัดการได้ ถ้าคุณยายเห็นว่าอันตรายก็จะ เอ่อ บอกพี่แพร แต่ถ้าคุณยายไม่ได้พูดก็...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” แพรขาวงงๆกับคำพูด นลินไม่ขยายความแต่กลับถาม “พี่แพร...บอกได้ไหม พี่รู้ได้ไงว่าน้องชมพูละเมอเดินไปว่ายน้ำ มีใครมาบอกหรือว่าได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่า”

    “คุณผู้ชายที่อยู่บ้านลินนั่นแหละมาเรียก โชคดีนะที่เขายังไม่นอน”

    นลินตาโต แพรขาวรีบถามว่าเขาเป็นใคร นลินพึมพำว่าคุณลุง แพรขาวท้วงยังหนุ่มอยู่เลย นลินแก้ตัวว่าเป็นคุณลุงของเด็กๆทุกคน แล้วรวบรัดว่าให้ไปคุยกับแม่และยายคืนนี้ดีกว่า แพรขาวยิ่งงุนงง...พอดีในออฟฟิศ หวานหวานและเจ๊ยอดกำลังคุยกันเรื่องของแพรขาว ต่างไม่เห็นด้วยที่เธอยอมแพ้ นลินได้ยินจุ๊ปากให้พี่ๆ เบาเสียง สงสารแพรขาวที่ไม่มีแก่ใจจะทำงานเลย

    เผอิญเขมินีโทร.เข้ามา แพรขาวรับสาย เขมินีประหลาดใจ “ต๊าย นี่ฉันฝันไปรึเปล่า ที่เธอยอมรับโทรศัพท์ได้ เป็นยังไง นี่เธออยู่ออฟฟิศเหรอ” แพรขาวรับว่าใช่ “อ๋อคืองี้ เรื่องเจ้ากรกับแม่เด็กดิวนั่น ฉันว่าทรงอย่างนี้เดี๋ยวกรมันก็เบื่อของมันไปเอง ฉันไม่อยากให้เธอทำอะไรวู่วามอย่างนี้จริงๆ” แพรขาวตอบค่ะคำเดียว เขมินีโวย “อะไรของเธอล่ะ เอางี้ละกัน ฉันเข้าใจล่ะนะ คือฉันเป็นห่วงหลานฉันยังเด็กยังเล็กเอาไปอยู่แปลกที่แปลกทางลำบากลำบนยังไงก็ไม่รู้ เดี๋ยวเป็นอะไรขึ้นมาจะลำบาก ฉันว่าเพื่อความสบายใจเธอมาอยู่ที่คอนโดฉันดีกว่า”

    “ค่ะ...ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าพี่เขมไม่มีอะไรอีก แพรขอวางสายก่อนนะคะ”

    เขมินีงงโวยที่แพรขาวตัดสายไปดื้อๆ สาโรจน์เคาะประตูเปิดเข้ามา สาโรจน์เป็นหนุ่มหล่อเนี้ยบ แต่งตัวทันสมัยใช้ของดีพอสมควร เข้ามารายงานว่าได้นัดช่างเอกให้แล้ว จะให้นัดที่ไหนอย่างไร เขมินีบอกพรุ่งนี้ 11 โมงที่คฤหาสน์โอฬาร แล้วไม่ลืมถามเรื่องงาน

    “แล้วเรื่องของฝ่ายนิติบุคคลตลาดเอเวอนิวพระรามห้า เขาว่าอย่างไร”

    “ผมคุยเรื่องเงื่อนไขเบื้องต้นที่จะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว คณะกรรมการเขาตกลงตามที่คุณเขมเสนอ งั้นผมรีบกลับไปร่างสัญญาไปให้เลยนะครับ”

    เขมินีรับคำแล้วนึกบางอย่างได้โพล่งขึ้น “คุณเคยทำคดีหย่าไหม สาโรจน์”

    ทั้งสองออกมานั่งคุยที่ร้านกาแฟต่อ สาโรจน์บอกว่าตนจะไกล่เกลี่ยไม่ให้หย่ากัน เขมินีท้วงจะคืนดีกันทำไมถ้าผู้ชายมันเลว ผู้หญิงไปมีชีวิตใหม่ดีกว่า สาโรจน์เห็นว่าการแยกมันบาปทำให้ลูกต้องพรากจากพ่อหรือแม่ หญิงสาวว่าถ้าครอบครัวเป็นนรก เด็กก็อาจต้องเป็นโรคจิต

    “ถ้าคนเราเคยรักกันมากมาก่อน ก็อาจจะมีบางอย่างที่ทำให้เขายอมเสียสละ ปรับตัวแก้ไขปัญหาแล้วอยู่ด้วยกันไปได้” สาโรจน์มีความเชื่อในแง่ดี

    “ไม่แน่ รักมากเวลาเกลียดอาจจะกลายเป็นเกลียดมาก จนฆ่ากันตายไปเลยก็ได้”

    “ถ้าคุณเขมเคยมีครอบครัว มีลูก คุณจะรู้ว่าเพื่อลูก เราก็จะยอมทนได้ทุกอย่าง”

    “งั้นฉันก็ทำถูกละ ที่ไม่ยอมมีบรรดาไอ้ที่เธอว่ามานั่น เพราะฉันไม่ต้องการทนอะไรเพื่อใครทั้งนั้น” เขมินีหัวเราะ

    สาโรจน์รีบขอโทษไม่ได้คิดว่าเธอ หญิงสาวส่ายหน้าเพราะรู้ตัวว่าเป็นคนไม่มีหัวใจ ไม่มีความรัก ถ้าต้องทนขอเผ่นคนแรก ทนายหนุ่มแย็บถามต้องการให้น้องชายหย่าจริงหรือ

    “ฉันไม่อยากให้มันหย่าหรอก ถึงฉันจะรู้ว่ามันเลว แต่ฉันอยากให้น้องสะใภ้กลับมา เอาหลานฉันกลับมา แล้วก็ทนอยู่ต่อไป ไม่ว่าน้องชายฉันห่วยแค่ไหน ฉันก็อยากให้นางยอมรับให้ได้ พูดแบบนี้ฉันเหมือนคนดีหรือคนเลวล่ะสาโรจน์”

    ชายหนุ่มพูดไม่ออก ไม่กล้าตำหนิเจ้านาย

    ooooooo

    ขณะที่แพรขาวนั่งเครียด มีเบอร์แปลกๆโทร.เข้ามา เธอจึงกดรับสาย เสียงรายงานตัวว่าชื่อสาโรจน์เป็นทนายประจำบริษัทคุณนายแถบทิพย์ จะเรียนว่าคุณท่านเป็นห่วงเธอและหลานมาก หากเธอสบายใจที่จะอยู่ที่อื่น ก็ขอให้แจ้งว่าอยู่ที่ไหน รับรองจะไม่มีใครไปรบกวน

    “ฝากขอบพระคุณท่านด้วยนะคะ และคุณทนายช่วยกรุณาเรียนท่านด้วยว่า ดิฉันกับลูกสะดวกสบายและปลอดภัยดีค่ะ อย่าได้เป็นห่วง แค่นี้นะคะ ดิฉันมีธุระ”

    สาโรจน์รีบแทรกขอร้องให้บอกสถานที่อยู่ เพื่อรายงานคุณท่านตามหน้าที่ คุณท่านอยากจุนเจือถ้าเธอขาดเหลือ แพรขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า ขอโทษตนยุ่งมากจริงๆ แล้ววางสายไป สาโรจน์หันมาสบตาเขมินี เธอนิ่วหน้าบ่นอุบ “เห็นเงียบๆ ความจริงนางแรงไม่เบา เพิ่งรู้...”

    ในขณะที่ชมพูนอนเล่นตุ๊กตาอยู่ตรงระเบียงเรือนใหญ่ เกสรนั่งมองอยู่ที่เก้าอี้ประจำ สมพรจัดเตรียมอาหารกลางวัน แพรขาวโทร.เข้ามาบอกลูกว่ายังทำงานไม่เสร็จให้ทานข้าวกับคุณยายและคุณทวดไปก่อน ชมพูส่งโทรศัพท์ให้สมพรคุยต่อ สมพรย้ำไม่ต้องห่วงตนยินดีดูแลชมพู เกสรเตือนให้สมพรบอกแพรขาวซื้อดอกกุหลาบขาวกลับมาด้วย แพรขาวรับคำงงนิดๆ

    ตกเย็น เกสรเดินขึ้นไปชั้นบน มาหยุดหน้าห้องริมสุดที่ปิดล็อกมานาน รู้สึกหวิวๆ พอจะไขประตูเข้าไป ทำให้กุญแจหล่น สมพรร้องถามแม่เป็นอะไรหรือเปล่า แล้วเตือนพรุ่งนี้ค่อยหา เกสรไม่ตอบ เก็บกุญแจไขประตูเข้าไป ผงะเล็กน้อยกับลมที่โชยปะทะหน้า ภายในห้องจัดเป็นระเบียบแม้จะดูอับทึมปิดไว้นานกลับไม่มีฝุ่นหรือหยากไย่ เกสรเดินมาที่ตู้กระจกเก่าแก่ใบใหญ่ ซึ่งเก็บเครื่องโถโอชามไว้เต็ม มีพานเงินใบโตวางสะดุดตา จึงเปิดไปหยิบพานนั้นออกมา

    หันมาเห็นเก้าอี้ไม้ตั้งหันหน้าออกหน้าต่างที่เปิดกระเพื่อมตามแรงลม จึงเดินมาจะปิด มองไปเห็นเรือนหลังเล็กของแพรขาวถนัดตา แล้วเธอก็รู้สึกเหมือนมีคนมอง หันกลับมาไม่เห็นใคร มีเพียงเสาต้นหนึ่งกลางห้องที่มีรอยขีดแบบนับเลขสี่ขีดแล้วตัดทแยง เกสรทรุดลงนั่งเก้าอี้หลับตาสักพัก รู้สึกเหมือนมีคนมาหายใจรดต้นคอจึงลืมตาพรวดขึ้น

    สมพรเห็นแม่หายเงียบอยู่ข้างบนนานก็ร้องเรียก ไม่มีเสียงตอบชักเป็นห่วง รีบเดินจ้ำขึ้นไป เกสรโผล่ออกมาพร้อมพานตรงหัวบันได ต่างสะดุ้งตกใจ สมพรบอกว่าจะให้เนยขึ้นมาทำความสะอาดบ้าง เกสรบอกก็สะอาดเรียบร้อยดี แล้วติง

    “นี่ แล้วแกหรือเจ้าลินเข้าไปเปิดหน้าต่างในห้องไว้ล่ะ เดี๋ยวฟ้าฝนนกบินเข้าไปข้าวของในห้องจะพังเสียหายหมด นี่ฉันปิดแล้วล่ะ”

    “โอยไม่มีใครเข้าไปหรอกแม่ ก็ตั้งแต่ทำความสะอาดหลังน้ำท่วมแล้วยกของขึ้นไปเก็บนั่นไง คงปิดหน้าต่างกันไว้ไม่สนิทแล้วลมคงตีเปิดน่ะสิแม่”

    เกสรฟังแล้วไม่ค่อยอยากเชื่อ เพราะในห้องมันสะอาดเรียบร้อยเกินไป...เย็นวันนั้นมีคนเดินลงมาจากชั้นบน ไปยังระเบียงที่ชมพูนอนหลับอยู่ นั่งลงมองหน้าจิ้มลิ้มของหนูน้อย ชมพูสะลึมสะลือตื่นเห็นหน้าแม่นั่งยิ้มมอง ก็ดีใจร้องถามแม่กลับมาแล้วหรือ

    “หนูมาเป็นลูกของแม่ไหมจ๊ะ”

    ชมพูบอกตนเป็นลูกแม่อยู่แล้ว แพรขาวยิ้มแววตาหมองมัวบอกให้ชมพูไปอยู่กับตน ชมพูยื่นมือจะจูงมือแม่ ทันใดแพรขาวก็หันขวับไปทางประตู แววตาเปลี่ยนเป็นดุร้าย ร่างกลายเป็นสีนวลก่อนจะหายวับไป ชมพูงงที่แม่หาย ไรวินท์ก้าวเข้ามาทักถามหายไข้แล้วหรือ

    “คุณลุงเห็นคุณแม่ไหมคะ”

    “คุณแม่หนูไปทำงานไม่ใช่หรือคะ ยังไม่กลับ”

    ชมพูยิ้มๆ สงสัยตัวเองจะฝันไป ไรวินท์แตะหน้าผากเห็นว่าตัวไม่ร้อนแล้วบอกพรุ่งนี้ไปโรงเรียนได้ ชมพูดีใจแล้วหน้าเจื่อนลงบ่นคิดถึงย่า ไรวินท์แปลกใจ ชมพูทำปากจุ๊ๆ ห้ามไม่ให้บอกแม่ไม่อยากให้แม่เสียใจให้เก็บเป็นความลับ ไรวินท์ถามรู้จักความลับด้วยหรือ เด็กน้อยพยักหน้าบอกแม่อยากให้ตนมีความสุข เขาจึงย้อนถามแล้วไม่มีความสุขหรือ ชมพูพยักหน้าว่ามี...

    พอดีเนยเดินมาเห็นชมพูพยักเพยิดคนเดียวจึงถามตื่นแล้วหรือ ชมพูหันมาตอบเนยว่าตื่นแล้ว เนยถามคุยกับใคร ชมพูอ้าปากจะบอก ไรวินท์เอานิ้วแตะปากจุ๊ๆ ไม่ให้บอกใคร หนูน้อยจึงพยักหน้าเอามือปิดปากทำหน้าเจ้าเล่ห์ทำนองเป็นความลับ เนยยิ่งเหวอกับท่าทีของเด็กน้อย

    เกสรนั่งทำสมาธิอยู่ในห้องพระ ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของชมพูกับไรวินท์ก็อมยิ้ม เนยเดินมายืนตัดสินใจว่าจะเคาะเรียกดีหรือไม่ เกสรโพล่งขึ้นว่าให้เข้ามา เนยสะดุ้งโหยงเข้ามานั่งพับเพียบถามทำไมคุณยายรู้ทุกทีว่าเป็นตน เกสรว่าเธอเดินทีกระดานไหวอย่างกับยักษ์ ปักหลั่น

    “อ้อ อย่างนี้นี่เอง ไอ้เราก็นึกว่าคุณยายมีญาณทิพย์ จะได้ขอให้สแกนกรรม”

    เกสรให้เนยเอาพานเงินที่มีธูปแพเทียนแพพร้อมสรรพไปให้แพรขาว...สมพรช่วยแพรขาวจัดดอกไม้และขนมหวาน ชมว่ากุหลาบขาวสวยเหลือเกิน และให้นลินพาแพรขาวไปไหว้ศาล สีหน้าสมพรหนักใจนิดๆแต่ก็เชื่อว่าเจ้าบ้านเจ้าเรือนจะปกป้องคุ้มครองแพรขาวกับลูกด้วย

    ooooooo

    พานเครื่องไหว้พร้อมแจกันดอกกุหลาบขาวถูกวางลงหน้าศาล แพรขาวกับชมพูไหว้และปักธูปหอม นลินเล่าว่ายายสร้างศาลนี้ตอนย้ายเข้ามาอยู่ เวลามีใครมาอยู่อีกก็เป็นธรรมเนียมต้องมาจุดธูปบอกกล่าว แพรขาวถามท่านไม่ใช่พระภูมิเจ้าที่หรือ นลินตอบว่าไม่ใช่และกล่าวนำ

    “ท่านเจ้าบ้านเจ้าเรือนขา...ตอนนี้ที่บ้านเรามีพี่แพรขาวกับลูกมาอยู่ด้วยกัน โปรดปกป้องคุ้มครองพี่แพรขาวกับลูก เหมือนกับที่ปกป้องคุ้มครองพวกเรามาตลอดด้วยนะคะ”

    ชมพูจ้องมองอย่างรู้สึกเหมือนบ้านตุ๊กตา พอสิ้นคำสาธุของหนูน้อย ก็มีลมพัดโชยอบอุ่นเย็นสบายอย่างประหลาด ใบไม้ร่วงกราวลงมา ทั้งสามคนช่วยกันเก็บทิ้ง แพรขาวมองสำรวจแล้วชมว่าฝีมือประณีตมาก นลินบอกว่ายายสั่งทำพิเศษไม่มีขาย ชมพูแทรกถามว่าคุณทวดชอบเล่นบ้านตุ๊กตาหรือ เหมือนตนเลย แพรขาวเห็นลูกกระโดดเหยงๆอยากเห็นข้างใน จึงอุ้มลูกขึ้น

    “หนูชมพูท่าทางจะหลงรักเรือนของท่านเจ้าบ้านซะแล้วสิ”

    ชมพูพยักหน้าแต่แย็บว่ารักแม่มากกว่า แพรขาวหัวเราะ สองแม่ลูกมองเข้าไปภายใน เห็นมีเครื่องเรือนเล็กๆน่ารักเต็มไปหมด นลินบอกว่ายายซื้อหามาสั่งทำบ้าง ทำเองบ้าง แพรขาวเห็นเก้าอี้โยกเล็กๆเคลื่อนไหวได้ก็ตกใจ พอก้มมองอีกทีกลับนิ่ง นลินทำหน้าแหยๆ

    แบบพอจะรู้ แล้วแพรขาวก็หันไปมองฝั่งตรงข้ามคลอง อุทานเอ๊ะ...เดินไป ชมพูร้องแม่อย่าไป นลินมองตามงงๆ

    ไรวินท์ซึ่งนั่งเก้าอี้โยกอยู่ในศาลหันมอง แพรขาวเดินไปจนถึงประตูท่าน้ำ แปลกใจ “ฝั่งโน้น เมื่อกลางวันเหมือนเห็นเป็นที่รกๆนะ ไม่ยักรู้ว่าเป็นร้านอาหาร เสียงดังด้วยสิ แปลกจริง”

    นลินเดินตามมาเห็นเป็นร้านรกร้างสภาพทึมๆ วังเวง ถามแพรขาวว่าได้ยินเสียงอะไร แพรขาวชี้มือไปฝั่งตรงข้าม พอดีมีหญิงคนหนึ่งโบกมือให้ นลินใจคอไม่ดีนึกถึงบางอย่างได้

    ขณะเดียวกัน ชมพูพยายามเขย่งมองเข้าไปในศาล ทันใดก็มีแท่นไม้ปรากฏตรงหน้า เธอจึงเหยียบขึ้นไปมองในศาลด้วยสายตาซุกซน แล้วต้องตาโพลงตื่นเต้นเพราะในศาลมีไฟสว่างขึ้น ของในบ้านขยับเขยื้อนได้อย่างมีชีวิต พลันมีแสงขาวนวลปรากฏขึ้นข้างเด็กน้อย เป็นไรวินท์กำลังก้มมองแบบเดียวกับชมพู ถามว่าสวยไหม หนูน้อยรับว่าสวย เขาถามชอบไหม เธอก็ตอบว่าชอบแล้วสะดุ้งหันมอง ทำหน้างงๆ ไรวินท์ยิ้มให้อย่างอบอุ่น

    “สวัสดีจ้ะแม่หนูน้อย จะมืดแล้วหนูเรียกคุณแม่มานี่ได้แล้ว เร็ว”

    ชมพูจึงหันไปร้องเรียกแม่ แพรขาวกำลังเหมือนโดนสะกดให้สนใจฝั่งตรงข้าม พอได้ยินเสียงลูกก็ตกใจหันกลับมา นลินรีบบอกแพรขาวว่าฝั่งโน้นไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ อย่าไปดูเลย แพรขาวถามทำไมหรือ นลินอึกอักคิดหาคำตอบไม่ถูก แพรขาวหันกลับไปมองแล้วต้องงงงวยเพราะมันกลายเป็นร้านรกร้าง จึงเดินกลับมาหาลูกสาว ชมพูเหลียวมองหา แพรขาวถามหาอะไร

    “คุณยุง...คุณยุง...”

    “ยุงใช่ไหมคะ งั้นเราเข้าบ้านกันเถอะจ้ะ ไปอาบน้ำกันดีกว่า” แพรขาวจูงชมพูเข้าบ้าน

    นลินถอนใจโล่งอกเดินตามสองแม่ลูกไป ชมพูเหลียวกลับมาโบกมือให้ไรวินท์ เขายืนยิ้มถือดอกกุหลาบขาว โบกมือตอบ...ที่ด้านบนชั้นสองเรือนใหญ่ หน้าต่างเปิดออกเห็นสีนวลยืนมองไรวินท์ และสองแม่ลูกด้วยสายตาเยือกเย็น

    ตกค่ำ แพรขาวกำลังแปรงผมให้ชมพู เขมินีโทร.เข้ามา แพรขาวตัดสินใจรับสาย เขมินีร่ายเรื่องเดิมคืออยากให้แพรขาวกับลูกไปอยู่ที่คอนโดเธอ อ้างกลัวหลานลำบาก กลัวจะเอาไปฝากญาติต่างจังหวัดเลี้ยง แพรขาวตอบสั้นๆว่าตนกับลูกไม่ได้ลำบาก ตนรับรองจะเลี้ยงลูกอย่างดีที่สุดและไม่ขอรบกวนใดๆ เขมินีรีบถามว่าอยู่ที่ไหนกับใคร

    “ที่ปลอดภัยค่ะ ไปทำงานสะดวก มีโรงเรียนใกล้บ้านให้ชมพูด้วยค่ะ...เอาไว้จัดการเรื่องโรงเรียนใหม่ของชมพูให้จบก่อน หนูจะส่งข่าวไปนะคะ ตอนนี้ขอโทษจริงๆ กำลังยุ่งๆ แค่นี้นะคะพี่” แพรขาวตัดสายแล้วปิดเครื่องไปเลย

    ชมพูเล่นตุ๊กตาอยู่นึกได้หันมาขอดูทีวี แพรขาวมองไปรอบห้องที่ไม่มีแม้วิทยุ คิดถึงห้องที่คฤหาสน์โอฬาร ตนกับลูกอยู่ในห้องหรูหรามีทุกอย่างพร้อม คิดถึงความกะล่อนของพัสกรที่มักจะโทร.กลับมาบอกว่าติดงาน แต่หลายครั้งที่เธอจับได้ว่าไปกับสาวอื่น เวลาวันหยุดก็จะอ้างว่าไปเที่ยวป่ากับเพื่อนๆเพื่อไม่ให้เธอกับลูกตามไปแถบทิพย์ ก็จะคอยให้ท้ายให้เงินลูกชาย และจะให้เครื่องประดับแก่เธอเป็นการเอาใจ แต่เธอไม่รับ แถบทิพย์อ้างเหตุผล

    “เธอไม่เอาแน่นะ ผู้ชายน่ะเขาต้องทำงานหนัก ก็ต้องมีไปพักไปผ่อนบ้าง เธอเป็นเมียที่ดีต้องอดทน สมัยพ่อเจ้ากรยังอยู่เขาก็เป็นแบบนี้ แม่ก็ทนมาได้ อีกหน่อยก็ชินไปเอง”

    แพรขาวตะลึงกับคำพูดของแม่สามี...บ่ายวันหนึ่ง แพรขาวเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้า คุยโทรศัพท์กับพัสกรไปด้วย เขาบอกว่ากำลังตีกอล์ฟกับลูกค้า เสร็จแล้วจะรีบกลับไปหาลูกกับเธอ แต่เธอกลับเห็นเขาเดินคลอเคลียกับดิวหน้าโรงหนัง จึงพุ่งไปตรงหน้า พัสกรตกใจแก้ตัวไม่ออก แนะนำว่าพาน้องจากเชียงใหม่มาทัศนศึกษาที่กรุงเทพฯ แพรขาวยืนอึ้งปวดร้าว

    คิดถึงความหลังแล้วน้ำตาคลอ มองชมพูซึ่งหลับปุ๋ยไปแล้วอย่างสมเพช เข้าไปนอนข่มตาให้หลับข้างลูก

    ooooooo

    วันต่อมา แพรขาวมาทำงานถูกหวานหวานและเจ๊ยอดจับตัวซักไซ้เรื่องพัสกร เผอิญคุณนายแถบทิพย์โทร.เข้ามา แพรขาวตัดสินใจรับสาย เธอใส่เป็นชุดว่าตนไม่รักลูกเอาลูกมาลำบาก ให้ตนเสียสละไปลำบากคนเดียวให้ลูกกลับมาอยู่สุขสบายที่บ้านรวยๆ

    “ชมพูไม่ได้ลำบากค่ะ ชมพูสบายดี คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง แค่นี้นะคะ” แพรขาวตัดสาย เพื่อนๆมองอึ้งๆที่เธอนั่งน้ำตาไหลพราก

    ในขณะที่ชมพูอาบน้ำทาแป้งขาวนวลกำลังจะนอนกลางวัน เนยนั่งพัดให้แล้วฟุบหลับไปก่อน ชมพูมองไปที่สนามคิดถึงแม่ คิดถึงทุกคนที่คฤหาสน์โอฬาร จึงเดินออกไปกลางสนาม ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นชวนไปนั่งชิงช้า

    เสียงชมพูหัวเราะร่ามีไรวินท์แกว่งชิงช้าให้ จากนั้นทั้งสองก็นอนหงายมองฟ้าบนสนามหญ้า ชมพูบอกว่าสนุกมาก ไรวินท์บ่นหอบ แล้วจู่ๆชมพูก็ทำเสียงเหมือนร้องไห้ ไรวินท์ตกใจถามร้องไห้ทำไมเจ็บตรงไหน

    “เปล่าค่ะ ชมพูแค่คิดว่าคุณพ่อไม่เคยมาเล่นกับหนูแบบนี้นานแล้ว ยิ่งมีน้องใหม่ คุณพ่อก็ไม่กอดหนูเลย” ไรวินท์กอดหนูน้อยด้วยความสงสาร “คุณยุงขา คุณพ่อไม่รักหนูแล้วใช่ไหม”

    ไรวินท์ตอบว่ารัก พ่อแม่ทุกคนรักลูกเสมอ ชมพูถามย้ำจริงหรือ เขาพยักหน้าและปาดน้ำตาออกจากแก้ม หนูน้อยถามเขามีลูกไหม

    “มีสิ ฉันมีลูกสาวคนหนึ่งนะ น่ารักคล้ายกับแม่หนูนี่ล่ะ” ไรวินท์คิดถึงอดีต วันที่สีนวลคลอดลูกแล้วกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนกอดลูกอยู่ เขาเดินเข้ามา บ่าวไพร่ก้มหัวถอยออก เขาเข้าไปดูหน้าลูก เขี่ยพวงแก้มอย่างรักใคร่เอ็นดู

    เสียงชมพูเรียกทำให้ไรวินท์กลับมาปัจจุบัน เธอถามว่าเขารักลูกชายหรือลูกสาวมากกว่ากัน เขาตอบเด็กน้อยว่า “สำหรับลุง ขึ้นชื่อว่าลูก ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายลุงก็รักเหมือนกันล่ะ”

    “หนูอยากให้คุณพ่อคิดเหมือนคุณยุงจัง”

    ไรวินท์กอดชมพูแน่น มองเหม่อไปที่หน้าต่างบนเรือนใหญ่ สีนวลยืนมองแววตาแดงก่ำ ตัวสั่นเทาน้ำตาร่วงเผาะ พยายามเม้มปากไม่ให้ร้องแต่ก็เก็บไม่ไหวปล่อยเสียงหวีดออกมาอย่างเจ็บปวดทรมาน ข้าวของในห้องสั่นสะเทือนไปตามอารมณ์โกรธของเธอ “ไอ้คนหลอกลวง!”

    ขณะเดียวกัน เขมินีเห็นพนักงานบัญชีก้มดูบางอย่างในจอคอมกับสาโรจน์ พอเงยหน้ามาเห็นตนก็ตกใจ สาโรจน์เห็นว่าควรบอกความจริง พนักงานจึงรายงานว่า เงินบัญชีของสำนักงานตลาดพุทธมณฑลหายไปเป็นแสน เด็กบอกว่าพัสกรยืมไปจะคืนสิ้นเดือนแต่ก็ยังไม่คืน เขมินีปรี๊ดจะเอาเรื่อง สาโรจน์ห้ามไว้บอกให้ให้โอกาสพัสกรสักเดือน อาจมาเคลียร์เงียบๆ แต่เขมินีว่าฝันไปเถอะอย่างมากก็คงไปขอเงินแม่มาอุด

    “ทำไมฉันต้องแคร์ด้วยจริงไหม ลูกสาวกับลูกชายบ้านนี้ คุณค่ามันต่างกันอยู่แล้ว”

    สาโรจน์รู้สึกเห็นใจ...เวลาผ่านไป สาโรจน์เห็นเขมินีหยิบยามากิน จึงถามปวดหัวอีกแล้วหรือ เธอรับว่าใช่ เจอเรื่องน้องเฮงซวยเข้าไมเกรนขึ้น สาโรจน์คิดหาเรื่องสบายใจ จึงพูดจะเรื่องสืบหาน้องสะใภ้กับหลานโดยขอแค่ชื่อโรงเรียนและชั้นที่ชมพูเรียน หญิงสาวสีหน้าดีขึ้น

    “เออ ฝากทีเถอะ นึกว่าสงเคราะห์คนยาก ฉันแค่คิดถึงเรื่องงานฉันก็ล้นถึงคอแล้ว เจอเรื่องครอบครัวอีก ฉันไม่ไหวจริงๆ ดูสิอุตส่าห์ไม่มีครอบครัวเองแล้วนะ ยังต้องมานั่งแบกครอบครัวคนอื่น บ้าไปแล้ว” เขมินีหัวเราะออกมาได้บ้าง

    บ่ายวันนั้นแพรขาวมาเซ็นเอกสารขอย้ายชมพูไปเรียนโรงเรียนอื่น ครูใหญ่บ่นเสียดายแต่ก็เป็นเรื่องของครอบครัว พอแพรขาวเดินออกจากห้องก็สวนกับสาโรจน์ เขาอดชำเลืองมองความสวยสง่าของเธอไม่ได้...

    สาโรจน์เข้ามาแนะนำตัวกับครูใหญ่ และขอสอบถามเรื่องชมพูจึงรู้ว่าแพรขาวเพิ่งมาทำเรื่องลาออก เขารีบวิ่งตามไปที่จอดรถแต่ไม่ทัน

    เขมินีเอาเรื่องมาบอกแถบทิพย์ พัสกรโกรธปาดข้าวของหล่นกระจาย เขมินีโวยเป็นเพราะเขาเอาเมียน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านใครจะไปทนได้ พัสกรหาว่าเขมินี

    เข้าข้างแพรขาว แถบทิพย์พลอยตำหนิเขมินีไม่เอาไหน ใช้ให้ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ แล้วรำพันเป็นห่วงหลาน สั่งเขมินี

    “เธอต้องเป็นคนแก้ปัญหา เธอมันเก่งนี่ ฉลาดวิเศษจนไม่มีผู้ชายคนไหนสู้ได้ เธอถึงไม่ได้แต่งงานไง คนอย่างเธอนี่แหละที่จะหาวิธีจัดการกับยัยแพรขาวได้ ลูกผัวก็ไม่มี ช่วยเป็นหลักให้น้องมันหน่อยจะเป็นไรไป”

    เขมินีโวยเมียใครใครก็ง้อเอาเอง วันไหนถ้าตนมีผัว ตนจะง้อผัวตนเองไม่มาใช้คนอื่น

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 07:06 น.