ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เจ้าบ้านเจ้าเรือน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"




    รุ่งเช้า สาโรจน์พาตำรวจมาตรวจคราบน้ำมันหาหลักฐาน พบถังน้ำมันวางทิ้งอยู่ ต่างแปลกใจทำไมถึงดับไฟกันได้ทั้งที่มีแต่ผู้หญิง เกสรสบตาสมพรเปรยว่าที่นี่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง พอดีลุงบุญเดินรี่เข้ามาบอกว่าตนเห็นคนร้าย

    “พอแม่สมพรโทร.บอกว่าช่วยด้วยมีโจรเข้าบ้าน ฉันก็รีบวิ่งออกมา ก็เห็นนังผู้หญิง นังคนที่เคยอยู่สปากับนายลลิตนั่นแหละ มันวิ่งหนีอะไรออกมาจากบ้าน ยังกะกลัวอะไรสุดขีด พอมันเห็นฉันเท่านั้นล่ะ มันก็ร้องกรี๊ด...รีบขึ้นรถขับหนีเผ่นออกไปเลย”

    สารวัตรถามย้ำตกลงมีคนร้ายขึ้นรถไปกี่คน ลุงบุญยืนยันว่าผู้หญิงคนเดียว แพรขาวท้วงว่ามีคนร้ายสองคน ทำไมมาตาหนีไปคนเดียว สาโรจน์กังวลใจลลิตหายไปไหน...ตำรวจนายหนึ่งเข้ามารายงานว่า ที่เรือนเล็กมีการงัดประตูเข้าไปจริง สาโรจน์มั่นใจว่าลลิตจะมาฆ่าปิดปากแพรขาวเพราะเป็นพยานสำคัญคดีฆ่าต๊อก แต่แปลกใจว่าแพรขาวหนีออกมาได้อย่างไร

    แพรขาวไม่กล้าพูดถึงไรวินท์ บอกไปว่าได้ยินเสียงลลิตจึงสะดุ้งตื่น ไม่อย่างนั้นคงโดนเผาตายในเรือน ไม่วายที่เธอจะมองไปยังศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน สาโรจน์มองตามแล้วโพล่งขึ้นว่า

    “หมายความว่าอะไรครับ คุณจะบอกว่ามี...อะไรบางอย่างมาช่วยคุณหรือครับ”

    แพรขาวอึกอักๆ โชคดีที่ตำรวจเข้ามาเชิญให้ไปดูที่ท่าน้ำ...ประตูท่าน้ำเปิดอ้า แม่กุญแจหล่นอยู่ที่พื้น และมีรอยเท้าเลอะดินชัดเจนตรงขอบธรณีประตู ไล่ไปจนถึงบันไดท่าน้ำ ดูแล้วเป็นรอยเท้าผู้หญิงกับผู้ชาย สับสนมาก สารวัตรแปลกใจทำไมผู้หญิงถึงต้องวิ่งหนีไปคนเดียว

    “หรือว่า...สองคนขัดแย้งอะไรกัน แล้วลลิตมันหนีข้ามไปที่สปาของมัน” สาโรจน์คาดเดา

    สารวัตรจึงให้ลูกน้องไปตรวจดูฝั่งโน้น แพรขาว มองไปเห็นเรือต๊อกลอยนิ่งอยู่ที่ท่าสปา นึกสงสัยประหลาดใจ

    ขณะเดียวกัน ชมพูอยู่ที่คอนโดเขมินี ประไพอุ้มพระพุทธรูปเข้ามาวางหัวเตียงแถบทิพย์ ชมพูเอ่ยถามอย่างสงสัยเอามาทำไม แถบทิพย์ซึ่งดูซูบผอมสีหน้าอมทุกข์บอกแก่หลานว่า

    “ท่านจะได้คุ้มครองไม่ให้สิ่ง...ไม่ดีเข้ามาน่ะสิลูก”

    ชมพูถามซื่อๆว่าที่นี่มีสิ่งไม่ดีด้วยหรือ แถบทิพย์ชะงักไม่กล้าพูดความจริง จึงบอกว่ามีไม่มีตนไม่รู้ แต่มีพระพุทธรูปแล้วทำให้อุ่นใจ ชมพูเข้ามาไหว้พระกับย่า... ในขณะที่เขมินีโทร.หาสาโรจน์ ไม่ค่อยพอใจที่เขาไม่มาเสียที ถามอย่างคาดคั้นว่าเขาทำอะไร อยู่ที่ไหน

    “คือ...ผมอยู่ที่บ้านเช่าคุณแพรขาวครับ เมื่อคืนคุณแพรขาวค้างที่นี่ แล้วเกิดเหตุ...”

    “อะไรนะ! เธออยู่กับแพรขาว อะไร ยังไง มีอะไรกันเหรอ...ฮะ! นี่สาโรจน์เธอเห็นว่าน้องชายฉันตายแล้ว อยากจะทำอะไรก็ทำได้งั้นเหรอ แล้วยัยแพรขาวก็เล่นกับเธอด้วยงั้นเหรอ”

    สาโรจน์ผงะไม่ค่อยพอใจที่เขมินีพูดแบบนี้ “ขอโทษนะครับคุณเขม คุณกรุณาฟังผมก่อนนะครับ เมื่อคืนนายลลิตกับพวกบุกเข้ามาในบ้านนี้ มันกะจะวางเพลิงและตั้งใจจะฆ่าคุณแพรขาวแต่ทำไม่สำเร็จครับ ทุกคนปลอดภัยดี มันหนีไปได้ทั้งคู่”

    เขมินีตกใจโพล่งไปว่ามันตั้งใจจะข่มขืนแพรขาวให้ได้ สาโรจน์หงุดหงิดกับคำพูดแบบนี้ ย้ำเสียงเข้มว่า ลลิตตั้งใจจะฆ่าแพรขาวเพราะเป็นพยานคนเดียวในคดีฆ่าคนสวน เขมินีได้สติเริ่มรู้สึกเป็นห่วงน้องสะใภ้ขึ้นมาบ้าง ถามเธอบาดเจ็บไหม สาโรจน์บอกแค่ตกใจ ตอนนี้ตำรวจกำลังสอบปากคำเธอ และเขากำลังจะขอไม่เข้าไปหา แต่เขมินีชิงพูดก่อนว่าให้เขาดูแลเรื่องให้เรียบร้อยและเสนอให้จ้างการ์ดมาคุ้มครองแพรขาว แต่แอบเหน็บหรือเขาคนเดียวก็เกินพอ

    สาโรจน์อึดอัดใจกับความรู้สึกของเขมินีที่มีต่อตน...เขมินีเองก็โมโหตัวเองที่เผลอแสดงความหึงหวงออกมา ทั้งที่สาโรจน์ไม่เคยมีท่าทีว่าชอบตนเลย ฉุกคิด...

    ดีที่เอาชมพูมาอยู่ด้วยก่อน แถบทิพย์เห็นท่าทีลูกสาวก็เอ่ยถามมีเรื่องอะไร เธอไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจจึงปัดว่าไม่มีอะไร

    ooooooo

    สาโรจน์อยากให้เกสร สมพรและเนยไปอยู่ที่อื่นก่อนจนกว่าจะจับตัวลลิตได้ แจ๊บเสนอให้ไปอยู่บ้านตนที่กาญจนบุรี นลินเห็นดีด้วย สมพรห่วงนลินจะอยู่คนเดียวได้อย่างไร แพรขาวบอกว่านลินจะอยู่กับตนและไปทำงานด้วยกัน พอเสาร์อาทิตย์ค่อยไปบ้านแจ๊บ บ้านนี้ก็ปิดไว้

    สาโรจน์ให้มั่นใจว่าตำรวจจะหมั่นมาดูแลบ้านนี้ทุกวันทั้งกลางวันกลางคืน..ไรวินท์ออกมายืนมองสาโรจน์ขนของใส่รถอย่างไม่พอใจ “เจ้ากี้เจ้าการนักนะ แผนของแกมันวุ่นวายไม่ได้เรื่อง ไอ้ทนายเจ้าเล่ห์ แกควรจะรู้เอาไว้ว่าตราบใดที่ฉันอยู่ที่นี่ จะไม่มีใครมีอันตรายทั้งนั้น”

    แพรขาวเปรยกับนลินว่ารู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้ครอบครัวเธอเดือดร้อน นลินให้เลิกคิด และว่าบ้านนี้ร้อยวันพันปี ขโมยไม่กล้าเข้า แต่ทำไมลลิตถึงเข้ามาได้ ท่านเจ้าบ้านเจ้าเรือนไม่ทำให้มันกลัวหรืออย่างไร สาโรจน์ได้ยินถามอะไรคือเจ้าบ้านเจ้าเรือน สองสาวสะดุ้งอ้ำอึ้ง

    “คุณแพรก็พูดถึงเหมือนกันเมื่อเช้า คุณนลินหมายถึงศาลพระภูมิเจ้าที่ตรงนั้นหรือครับ”

    “บ้านเราน่ะค่ะ มีเจ้าบ้านเจ้าเรือนคุ้มครองรักษาอยู่ คนแถวนี้เขารู้กันทั้งนั้น เวลามีอะไรท่านชอบมาปรากฏตัวให้เห็น ยายกับแม่ก็เคยเห็น พี่แพรก็ได้เจอ”

    สาโรจน์ไม่เชื่อถือคิดว่าเป็นผีบ้านหรือเทวดา แพรขาวอึดอัดใจไม่รู้จะอธิบายอย่างไร นลินโพล่งขึ้นที่ลลิตเผาบ้านไม่สำเร็จก็เพราะท่าน ท่านมาปลุกแพรขาวด้วย สาโรจน์มองหน้าแพรขาวเชิงขอคำตอบ เธอสบตาตัดสินใจว่าถึงเวลาต้องเล่าให้เขาฟังเสียที

    แพรขาวกับนลินเดินนำสาโรจน์มาที่หน้าศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน แพรขาวไหว้ขอบคุณไรวินท์ที่ช่วยตนจากลลิต นลินไหว้ขอฝากบ้านให้ช่วยปกปักรักษาด้วย สาโรจน์เหวอถามทั้งสองกำลังพูดกับไรวินท์ใช่ไหม แพรขาวรับว่าใช่ เขายังคิดอย่างคนรุ่นใหม่

    “คุณไรวินท์คือ...พลังงานที่สิงสถิตอยู่ในบ้าน...นี้” สองสาวพยักหน้า “แต่ชื่อ...เอ่อ..ท่านดูทันสมัยดีนะครับ ชื่อเท่มาก นึกว่าน่าจะชื่อท่านปู่โสม อะไรทำนองนั้น”

    ร่างไรวินท์ปรากฏขึ้นแต่ไม่มีใครเห็น มองสาโรจน์อย่างไม่พอใจ นลินเล่าว่าตอนเด็กๆก็เคยเห็นท่าน จำได้ว่าท่านหน้าตาดีทีเดียว สาโรจน์ยิ่งทึ่งที่ทั้งหล่อและชื่อเท่ ถามแพรขาวเห็นเหมือนกันไหม...ไรวินท์พูดกับแพรขาวอย่างไม่พอใจ

    “แพรขาว ไอ้คนคนนี้มันไม่มีมารยาท บังอาจถือดีอย่างไรมาลามปามฉัน”

    ไม่ทันที่แพรขาวจะตอบ เนยมาบอกว่าทุกคนพร้อมเดินทางแล้ว สาโรจน์จึงเร่งไปขึ้นรถ ไรวินท์ร้อนใจเดินตามบอกแพรขาวไม่จำเป็นต้องไป ตนดูแลเธอได้...

    เกสร สมพร นลินและเนยขึ้นรถแจ๊บ สมพรส่งกุญแจบ้านให้แพรขาวบอกให้รักษาเนื้อรักษาตัว เธอรับคำไรวินท์ไม่พอใจ

    “ทุกคนไว้วางใจยอมให้ไอ้เจ้าทนายคนนี้มันมาเป็นหัวหน้าครอบครัวเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่...แพรขาว เธอฟังเรื่องของฉันจนจบแล้ว เธอก็หมดความสนใจ เธอจะทิ้งไปแล้วใช่ไหม”

    แพรขาวยืนส่งขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย ตนจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ไรวินท์ย้ำกับแพรขาวว่าไม่มีใครมาทำอะไรคนบ้านนี้ได้ พวกเธอลืมกันไปแล้วหรือว่าตนอยู่ที่นี่...เกสรไม่ได้ยินที่ไรวินท์พูด แต่ยกมือไหว้ลา สมพรกับนลินจึงไหว้ตาม ไรวินท์ยืนอยู่แค่ประตูบ้าน มองแพรขาวที่ยืนเคียงคู่สาโรจน์อย่างเคืองๆ

    เมื่อรถแจ๊บแล่นไปแล้ว แพรขาวหันกลับมามองบ้านอีกครั้งแต่ไม่เห็นไรวินท์ สาโรจน์ตั้งท่าจะถาม เธอจึงตัดบทบอกเขาว่า ตนขอกลับบ้านใหญ่ อยากพักตั้งสติเงียบๆ เขาขอให้เธอแวะทานข้าวด้วยกันก่อน เธอจะปฏิเสธเขาชิงดักคอ

    “เรามีเรื่องต้องปรึกษากันอีกหลายเรื่อง อีกอย่าง ...หากคุณกลับไปอยู่บ้านใหญ่ ป้าไพไม่อยู่ ไม่มีคนทำอะไรให้ทาน คุณก็คงเข้านอนเลย ไม่ทำอะไรทานแน่ๆ จริงไหมครับ”

    แพรขาวยอมจำนน ไรวินท์ได้ยินแววตาผิดหวังและเคืองที่สาโรจน์คิดถ่วงเวลาอยู่กับเธอนานๆ แพรขาวขึ้นรถแต่สายตายังมองไปในบ้าน ไรวินท์ยืนเกาะรั้วใจหายมองแพรขาวจากไป

    จวบจนฟ้ามืด เรือนสองหลังมืดทึบเงียบสงัด ไรวินท์ยืนเหงาอยู่หน้าศาลรำพึง อีกนานเท่าไหร่ตนถึงจะสิ้นสุดจากที่ตรงนี้ ทันใดลมพัดวูบหอบใบไม้แห้งเสียงกรูกราวทำลายความเงียบ เขาเหลียวมองอย่างโกรธๆ... หน้าต่างชั้นบนห้องสีนวลเปิดผาง สีนวลยืนมองหัวเราะสะใจ

    “สมน้ำหน้า ในที่สุดพี่ก็ได้รู้จักกับความรู้สึกนี้บ้างแล้ว พี่วินท์ ความรู้สึกของคนที่ไม่มีค่าอะไรเลย คนที่ถูกทิ้งมันเป็นยังไง ฮ่าๆๆๆ”

    ในร้านอาหารริมน้ำ แพรขาวนั่งเหม่อเขี่ยข้าวในจาน สาโรจน์เรียกให้เธอได้สติ เธอฝืนยิ้มบอกกำลังคิดว่าพรุ่งนี้ต้องลางานไปเปิดบ้านให้ตำรวจดูอีกวัน

    สาโรจน์เสนอขอกุญแจบ้าน ตนจะให้ลูกน้องไปเปิดแทน เธอจะได้ไม่ต้องลางาน และเตือนเรื่องงานศพต๊อกจะสวดสามวัน

    “ตายจริง! นี่แพรลืมไปเลยนะคะเนี่ย”

    สาโรจน์เห็นใจบอกให้เธอทานข้าวเสียจะได้มีแรงคิดเรื่องต่อไป เขาเผลอจ้องมองจนเธอเงยหน้ามาเห็น จึงรีบหลบตา

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ แพรขาวมารับชมพูที่คอนโดเขมินีเพื่อไปส่งโรงเรียนก่อนจะไปทำงาน ชมพูบ่นเมื่อไหร่จะได้นอนกับแม่ เธอปลอบลูกว่าเมื่อคุณย่ากลับไปอยู่บ้านใหญ่ แต่เราก็ได้เจอกันทุกวันเช้าเย็น มีวันนี้ที่ตนขอไปงานศพต๊อก จะให้ป้าไพมารับแทน...ชมพูเปรยขึ้นว่า

    “เราจะไม่ไปอยู่บ้านที่มีคุณลุงอีกแล้วใช่ไหมคะ ...คุณลุงจะเหงาไหมคะแม่ แล้วคุณลุงจะคิดถึงเราเหมือนที่หนูคิดถึงคุณลุงไหมคะ”

    แพรขาวใจหายวาบ นึกได้ว่ายังไม่ได้กล่าวลาไรวินท์เลย...บ่ายวันเดียวกัน แถบทิพย์นอนดูทีวีอยู่ในคอนโด ประไพออกไปซื้ออาหารกลางวัน ผีพัสกรเดินผ่านเข้าไปในห้องเขมินี แถบทิพย์เห็นปลายหางตา คิดว่าลูกสาวกลับมาจึงร้องเรียก ไม่มีเสียงตอบก็หงุดหงิดลุกเดินไปดู ไม่ทันเข้าไปในห้อง เสียงเขมินีดังขึ้นข้างหลัง เธอสะดุ้งสุดตัวหันมองเห็นลูกสาวถือถุงพะรุงพะรัง

    “นังเขม! แก...อยู่ตรงนี้ แล้วคนที่อยู่ในห้องแก ไม่ใช่ไพแล้วเป็น...” แถบทิพย์ขนหัวลุกโดดมากอดลูกด้วยความกลัว

    วันต่อมา มีคนพบศพลลิตลอยอืดขึ้นมาแถวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจจึงส่งชันสูตว่าจมน้ำตายหรือถูกฆ่าแล้วทิ้งศพอำพราง...มาตาเก็บตัวอยู่ในห้องพัก ดื่มเหล้าจนเมาเห็นข่าวแทบช็อก หวาดกลัวโวยวายว่าตนไม่ได้ทำ ตนตีผีตายโหง พลันเสียงกริ่งดังขึ้น เธอสะดุ้งโหยงมองหาทางหนี ไปมองช่องตาแมวเห็นตำรวจสองนายก็ยิ่งสติแตก วิ่งหนีออกไปทางระเบียง ปีนข้ามไปอีกสองห้อง ตำรวจให้พนักงานไขประตูเข้ามารีบไปดูที่ระเบียง มาตาหลบอยู่ที่ระเบียงห้องที่สาม หวังจะปีนต่อไปยังบันไดหนีไฟ ทันใดผีต๊อกโผล่มาหลอก เธอตกใจตาลีตาลานปีนหนี พลัดตกลงมาคอหักตายท่ามกลางสายตาตำรวจและเพื่อนร่วมคอนโด

    ที่เมรุเผาศพต๊อก แพรขาวนำชุดขาวสะอาดมาใส่โรงเผาไปให้ด้วย เสร็จจากงานศพ แพรขาวกลับมาหาชมพู เห็นแถบทิพย์สีหน้าไม่สดใสเท่าไหร่ นอนดูทีวีอยู่ที่โซฟา เอ่ยถามไหนว่าจะสวดคืนเดียวแล้วเผา แพรขาวบอกว่าเปลี่ยนใจอยากทำบุญให้ต๊อกมากๆจึงสวดให้สามคืน

    “ฉันว่าเห็นทีจะต้องย้ายอีกแล้วละมัง เฮ้อ...ฉันยังไม่อยากเล่าตอนนี้ นั่นล่ะฉันถึงให้นังเขมโทร.ตามเธอมา เอ้อ...มานอนเป็นเพื่อนฉันหน่อย” น้ำเสียงแถบทิพย์รันทดท้อ

    แพรขาวสงสารรับปากทันที ชมพูขอนอนกอดแม่ ประไพดีใจรีบไปจัดที่นอนในห้อง...ตกดึก แพรขาวเห็นแถบทิพย์นอนหลับอยู่ที่โซฟาก็ไม่อยากปลุก เกรงว่าตื่นแล้วจะไม่หลับต่อ จึงชวนชมพูเข้านอน ชมพูอวดภาพที่เพิ่งวาดเสร็จ แพรขาวเห็นแล้วใจแป้ว เพราะเป็นภาพไรวินท์ในชุดขาวยืนอยู่ใต้ต้นไม้ ชมพูถามแม่จำได้ไหม แพรขาวรีบบอกว่าจำได้

    “คุณแม่บอกให้คุณลุงมาหาหนูได้ไหมคะ ถ้า

    คุณลุงมา คุณย่าก็จะได้นอนหลับไงคะ คุณย่ากลัวพ่อ คุณย่าก็นอนไม่หลับก็จะผอม ไม่สบาย ถ้าคุณลุงมาคุณลุงจะได้บอกพ่อไม่ให้มา”

    “แต่คุณลุงมาไม่ได้น่ะสิคะ เพราะคุณลุงต้องอยู่แต่ในบ้านคุณลุง”

    ชมพูไม่เข้าใจบอกให้ขับรถไปรับ แพรขาวอธิบายว่า คุณลุงออกจากบ้านไปไหนไม่ได้เลย ชมพูจึงให้แพรขาวไปขอให้คนที่ชอบพายเรือมารับบ่อยๆมาช่วยแทนแพรขาวอึ้งคิดตาม

    และแล้วในคืนนั้น ต๊อกมาหาแพรขาวในชุดขาวสะอาด ใบหน้าเกลี้ยงเกลาดูดี เรียกเธอเบาๆให้ตื่น

    แพรขาวเห็นต๊อกก็ดีใจ เขามาขอบคุณที่ทำทุกอย่างให้ ตอนนี้เขาสบายแล้ว แพรขาวตื้นตันใจสัญญาจะทำบุญไปให้สม่ำเสมอ ต๊อกกล่าว

    “ผมมาลาพี่ มีอะไรจะให้ผมทำให้พี่อีกไหม ถ้าผมทำได้ผมจะทำให้”

    แพรขาวฉุกคิดถึงคำพูดของชมพู จึงเอ่ย “ถ้าอย่างนั้น ต๊อกช่วยคุณวินท์ได้ไหม คุณวินท์ที่อยู่เป็นเจ้าบ้านเจ้าเรือน ที่พี่อยู่หลังนั้น ถ้าเขาเป็นอิสระ ต๊อกจะได้บุญด้วย”

    ต๊อกถามจะให้ช่วยอะไร แพรขาวบอกว่าให้ตามหาภรรยาของไรวินท์ ไม่รู้ว่าไปเกิดหรือยัง ต๊อกนิ่งไปอึดใจ “เมียเขา...ก็อยู่ด้วยกันนี่ เมียเขาอยู่ในบ้าน”

    “ใช่ ตอนที่มีชีวิตอยู่ เขาเคยอยู่บ้านนั้น”

    “ไม่ใช่พี่แพร...ตอนไม่มีชีวิตแล้วนี่แหละ เมียเขาอยู่ในบ้าน”

    แพรขาวกำลังจะถามต่อ เสียงแถบทิพย์ร้องโวยวายไล่พัสกรอย่ามาหลอกหลอน ทำให้แพรขาวสะดุ้งตื่น เสียงต๊อกดังก้องว่า “ผมจะช่วยพี่เอง...”

    แพรขาววิ่งออกมาหาแถบทิพย์ เห็นประไพพยายามปลุกให้ตื่น พอเธอตื่นก็โวยทำไมทิ้งให้เธอนอนคนเดียวแบบนี้ ในห้องมีพระ พัสกรไม่กล้ามา ประไพ อธิบายว่าไม่กล้าปลุก เขมินีเดินงัวเงียออกมาบ่น “แม่...หนูจะไม่ไหวแล้วนะ พรุ่งนี้หนูต้องประชุมเช้า แล้วไม่ได้นอนกันแบบนี้ ชีวิตหนูพินาศแน่”

    แพรขาวอึ้ง ชมพูเข้ามากอดพยักหน้าทำนองแม่ควรไปขอให้ต๊อกช่วย แพรขาวสบตานิ่ง

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ทุกคนกลับมาอยู่ที่เรือนเกสร แพรขาวจัดของเซ่นไหว้ที่ศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน ไรวินท์ได้กลิ่นธูปก็แปลกใจ ออกมาจากศาล เห็นขนมหวานและดอกกุหลาบขาววางเรียง ก็ดีใจ

    เสียงชมพูดังเจื้อยแจ้ว “คุณลุงขา ทานให้อร่อยนะคะ”

    แพรขาวบอกลูกว่ากลางวันแบบนี้คุณลุงคงพักผ่อน ชวนกลับไปที่เรือนใหญ่ ไรวินท์ได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจที่ทุกคนกลับมาอยู่บ้านตามเดิม คืนนี้จะได้คุยกับแพรขาวอีก ไม่ทันไรสาโรจน์เดินมาตามแพรขาวกับชมพูไปทานข้าว ไรวินท์หน้าถอดสี ขุ่นเคืองในใจ

    เกสร สมพรนั่งคุยกับสาโรจน์ แปลกใจที่คนร้ายทั้งสองจบชีวิตลงอย่างสยดสยอง สาโรจน์โพล่งขึ้นหรือเป็นฝีมือเจ้าบ้านเจ้าเรือน ทุกคนท้วงพร้อมกันว่าไม่จริง สมพรสาธยาย

    “คุณวินท์ท่านไม่ทำร้ายใครหรอก ถ้าคืนนั้นท่านไม่มาปลุก เรามิโดนไฟคลอกตายกันไปหมดแล้วเรอะ”

    สาโรจน์ข้องใจว่าทุกคนเห็นไรวินท์หรือ เกสรตอบว่ามาเป็นเสียงแหลมสูง สมพรสำทับว่าใช่เสียงแหลมเหมือนนกหวีด แพรขาวท้วง “เสียงคุณวินท์ไม่น่าแหลมสูง หรือหวีดปรี๊ดนะคะ หรือว่า...มีวิญญาณอื่นดูแลบ้านนี้อยู่ด้วย นอกจากคุณวินท์...คุณยายขา คุณยายนั่งสมาธิบ่อยๆไม่เคยเห็นอะไรอื่นๆบ้างเหรอคะ อย่าง...ในเรือนหลังนี้น่ะค่ะ”

    “ฉันมีความรู้สึกว่าที่เรือนของเรามีบรรยากาศของความโศกเศร้า น้ำตาความเสียใจ แต่ฉันก็คิดมาตลอดว่าเป็นคุณวินท์เองนั่นแหละ”

    ทุกคนมองหน้าเกสรแล้วขนลุกซู่ แพรขาวนึกถึงคำบอกของต๊อกว่า เมียไรวินท์อยู่ที่นี่ จึงเอ่ยขึ้นว่า “หรือความโศกเศร้าและน้ำตานั้นจะเป็นของคุณสีนวล”

    ทุกคนงงไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน...บนชั้นสอง วิญญาณสีนวลเดินพล่านไม่พอใจ

    “นังแพรขาว นี่แกจะเปิดเผยเรื่องของฉันงั้นเหรอ นังนี่แส่หาเรื่อง”

    ไรวินท์ได้ยินที่แพรขาวพูดก็ตกใจ “สีนวล! สีนวลอยู่ที่นี่งั้นหรือ”

    แพรขาวพาสาโรจน์มาหน้าศาลเจ้าเรือน พยายามลำดับเรื่องราวย่อๆให้เขาเข้าใจ “กุญแจดอกสำคัญที่ขังคุณวินท์ไว้ไม่ให้ออกไปไหนได้ก็คือ...ความอาฆาตของคุณสีนวลภรรยาคุณวินท์ ที่เธอตายไปก่อนเพราะความเจ็บช้ำน้ำใจ ที่คุณวินท์ทอดทิ้งไปอยู่กับเมียน้อย แล้วสุดท้ายทั้งสองคนก็ถูกเมียน้อยหลอกเอาเงินไปจนหมดตัว”

    “แต่สมัยก่อนสมัยคุณปู่คุณย่า การที่ผู้ชายมีเมียเยอะๆ มันเป็นเรื่องธรรมดานะครับ ถ้าเมียหลวงตรอมใจที่ผัวไปหาเมียน้อย แล้วกลายเป็นผีอาฆาตขังไม่ให้ผัวไปผุดไปเกิดนี่ ผมว่ามันรุนแรงเกินกว่าเหตุไปหน่อยนะ หรือว่า...คุณสีนวลอาจจะมีปัญหาทางจิต”

    “อะไรกันเนี่ย คุณหาว่าผู้หญิงบ้า ผู้หญิงผิดเหรอที่เป็นแบบนี้ โอ้โห...พวกผู้ชายนี่ช่างเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนจริงๆเลย” แพรขาวโวยเบาๆ

    สาโรจน์แก้ตัวไม่ใช่อย่างนั้น ผู้ชายผิดแต่สีนวลดูเอาแต่อารมณ์ น่าจะตัดใจและเลิกรอคอย ไม่ใช่พอเขาไม่สนใจก็ตรอมใจตายเหมือนชีวิตตัวเองไม่มีความสำคัญ แบบนี้อาจเป็นได้ว่าเธอตายขณะอารมณ์หมกมุ่นยึดติดกับการรอคอย เลยทำให้ไม่ไปผุดไปเกิด ถ้าปล่อยวางก็...

    “ปัง!” เสียงหน้าต่างปิดกระแทก ทั้งสองสะดุ้งหันมอง แพรขาวขยาด สาโรจน์เริ่มเชื่อแล้วว่าเป็นเรื่องจริงถามย้ำไรวินท์มาเล่าเรื่องอดีตให้เธอฟังจริงหรือ เธอเน้นว่า...อย่างละเอียด สาโรจน์ชักหึงที่ไรวินท์ปรากฏตัวอยู่กับเธอแทบทุกคืน แพรขาวรู้สึกผิดหู

    “นี่คุณ ฉันไม่สนนะว่าคุณจะคิดยังไง แต่ฉันได้รับรู้เรื่องทั้งหมดของคุณวินท์เพราะวิธีนี้”

    “ถ้าเขาเป็นคนด้วยกัน ผมคง...คิดว่าคุณมีใจให้เขา” แพรขาวถลึงตาโกรธ สาโรจน์อ้าง “ก็ในเมื่อตอนเป็นคน เขาเป็นชายเจ้าชู้มาก่อน วิญญาณเขาก็น่าจะเจ้าชู้สิ ใช่ไหม”

    ลมพัดแรงวูบทำให้กิ่งไม้หักร่วงลงมา แพรขาวเห็นรีบผลักสาโรจน์หลบ เขาจึงกอดเธอหมุนตัวไปด้วย พอได้สติ แพรขาวผละตัวออกถามเขาไม่เป็นอะไรใช่ไหม แล้วรีบบอกเขาอย่ามาที่นี่อีกเลย เพราะเขาอาจจะกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้คุยกับใครที่นี่ไม่รู้เรื่องเข้าไปอีก

    ooooooo

    วันต่อมา แถบทิพย์ยังหวาดกลัวไม่อยากอยู่ที่คอนโดต่อไป เขมินีอ่อนใจบอกแม่จะหนีไปไหน ผีพัสกรก็ตามไปทุกแห่ง ตนจะนิมนต์พระมาปัดรังควาญให้ แพรขาวรีบบอกว่าตนจะอยู่เป็นเพื่อนไม่ต้องกลัวว่าเขาจะมา สาโรจน์แทรก

    “คุณแพรกลับไปทำงานดีกว่าครับ เดี๋ยวผมอยู่กับท่านเอง แล้วตอนเย็นผมจะพาท่านไปรับหนูชมพูที่โรงเรียน แล้วแวะทานข้าวข้างนอก วันนี้คุณแพรต้องไปงานกับเจ้านายตอนค่ำๆด้วยไม่ใช่เหรอครับ”

    แถบทิพย์แซวว่าสาโรจน์เหมือนเป็นเลขาแพรขาว เขมินีเจ็บจี๊ดขึ้นมาเหน็บ “ไม่ใช่หรอกแม่ เหมือนแพรขาวเป็นลูกสาวแม่ แล้วสาโรจน์เป็นลูกเขย...”

    แพรขาวไม่พอใจตงิดๆ สาโรจน์ปรามเขมินี เธอสวนไม่จริงหรือ แล้วสะบัดหน้าเดินเข้าห้องปิดประตูโครม แถบทิพย์สบตาประไพอย่างสงสัย

    ค่ำนั้น แพรขาวพาแถบทิพย์ลงมาเดินเล่นริมสระน้ำ แถบทิพย์ถามขึ้นว่าไม่เบื่อหรือ กลับจากทำงานเหนื่อยๆ ยังต้องมาดูแลตน แพรขาวตอบจริงจัง เรามีกันอยู่แค่นี้ ต้องดูแลกัน แถบทิพย์น้ำตารื้น “จริง...ยัยเขมพูดถูกนะ ฉันไม่ได้เห็นเธอเป็นลูกสะใภ้ฉันอีกแล้ว แต่ฉันเห็นเธอเป็นลูกสาวของฉันคนหนึ่งเลยรู้ไหม”

    แพรขาวซาบซึ้งก้มกราบที่ตัก แถบทิพย์เอ่ยอย่างจริงใจ ถ้าจะมีผู้ชายดีๆมาดูแลเธอตนก็ยินดี แพรขาวอึดอัดใจ เน้นหนักแน่นไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย...

    ก่อนเข้านอน แถบทิพย์สวดมนต์กับชมพู ประไพยืนมองยิ้มๆขอบคุณแพรขาวที่มาอยู่เป็นเพื่อนระหว่างที่เขมินีไปคุมงานต่างจังหวัด แพรขาวถอนใจหวังว่าคืนนี้ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แล้วกลางดึก พัสกรก็มานอนร้องไห้ข้างๆแถบทิพย์ พอเธอถามด้วยความห่วงใยว่าลูกเป็นอะไร เขาก็กราดเกรี้ยวหน้าตาเปลี่ยนเป็นผี โวยวายว่าแม่จะเอาพระมาขับไล่เขาออกไป เขาไม่ไปเขาจะอยู่กับแม่ แถบทิพย์ร้องลั่น...กลัวแล้วๆ แพรขาวและประไพเข้ามาปลุกแถบทิพย์ให้ตื่น

    แพรขาวรู้สึกกดดันมาก ตัดสินใจจะต้องหาวิญญาณสีนวลให้เจอให้ได้...เย็นวันต่อมาจึงขับรถมาที่เรือนเกสร เข้าไปไหว้ศาลเจ้าเรือน “คุณวินท์คะ เป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะคะ”

    ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นเห็นแพรขาวหยิบกุหลาบขาว เดินไปทางท่าน้ำ เขาพึมพำ “แพรขาว สีนวลไม่ยอมให้ฉัน รับรู้ถึงเขาเลย ระวังตัวด้วยนะ”

    แพรขาวมายืนที่ประตูท่าน้ำ ตั้งจิตอธิษฐานถึงต๊อก ให้มาช่วยพาไปพบสีนวล ลมพัดวูบมา ต๊อกปรากฏตัว ขึ้นตรงหน้า ชี้ไปที่เรือนใหญ่ “ผมมาช่วยพี่ได้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ผมต้องไปแล้ว มา...ไปด้วยกัน เมียคุณคนนั้นเขาอยู่บนบ้านชั้นสอง”

    แพรขาวตั้งสติเดินตามต๊อกไป จู่ๆเขาก็หยุดหน้าเรือน บอกว่าเจ้าของไม่อนุญาตให้เข้า แพรขาวพอเข้าใจให้เขารอสักครู่แล้วรีบเข้าไปหาเกสรซึ่งกำลังนั่งทำสมาธิอยู่ ขออนุญาตพาต๊อกไปพบสีนวล เกสรอนุญาตแล้วลืมตาขึ้นสบตา กล่าวสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ก่อนจะหยิบพวงกุญแจส่งให้ แพรขาวรู้สึกตื่นเต้นบอกไม่ถูก

    แพรขาวค่อยๆเดินขึ้นไปข้างบน ไขประตูห้องด้วยใจระทึก จับดอกกุหลาบขาวที่เสียบผมโดยไม่รู้ตัว ต๊อกปรากฏตัวพยักหน้าว่าใช่ที่นี่แน่ แพรขาวจึงพูดขึ้น “คุณสีนวล คุณอยู่ในห้องนี้ใช่ไหมคะ ออกมาให้ฉันเห็นคุณเถอะค่ะ...คุณสีนวลคะ ฉันรู้ว่าคุณได้ยิน คุณอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว และตอนนี้ฉันก็หาคุณเจอแล้ว คุณจะกล้าเผชิญหน้ากับฉันไหมคะ” เมื่อเห็นว่ายังเงียบอยู่ จำต้องขู่ “ถ้าคุณไม่ยอมออกมา ฉันเห็นจะต้องให้น้องของฉัน พาคุณออกมานะคะ ต๊อก...”

    ต๊อกเข้าไปดึงแขนสีนวลออกมาจากเสาที่มีรอยขีด สีนวลไม่อาจขืนแรงต๊อกได้ ร่างเธอออกมายืนอย่างไม่พอใจ ต๊อกให้คุยกันตามสบาย เขาต้องจากไปแล้ว แพรขาวอวยพรให้ไปดี

    สีนวลเสียงเขียวถามต้องการอะไร แพรขาวบอกอยากให้เธอพบไรวินท์ เขาต้องการขอโทษ และให้เธอให้อภัยเพราะต่างทรมานกันมานานมากแล้ว สีนวลไม่ยอม แพรขาวถามเหตุผล

    “ถ้าเขาเห็นฉัน เขาจะหมางเมินเย็นชา ขับไล่ไสส่งฉัน สู้ให้อยู่บ้านเดียวกันไป ให้เขาไม่รู้แบบนี้ดีกว่า ฉันจะได้มองดูเขาทรมาน อยากจะไปไหนก็ไปไม่ได้ สมน้ำหน้า”

    “คุณไม่อยากทำความเข้าใจกับเขาเหรอคะ ตอนนี้เขาก็สำนึกผิดแล้ว อย่างน้อยคุณจะได้อยู่ด้วยกัน คุณกับเขาก็จะได้ไม่เหงา” สีนวลปรี๊ดไม่ต้องการ แพรขาวดักคอ “ฉันรู้คุณรักเขามาก ก็เลยแค้นเขามาก แต่ถ้าคุณอโหสิให้กันและกัน คุณจะได้พ้นทุกข์ไงคะ”

    “เธอเข้าใจผิด ฉันไม่ได้รักพี่วิน ฉันเลิกรักเขาไปนานแล้ว แต่ฉันชังเขา ใครจะรักคนที่ทำให้ชีวิตเราย่อยยับอับจนทุกทาง แค่นี้มันยังน้อยไป”

    “ฉันเองก็ถูกสามีทิ้งไปหาคนอื่น ฉันยังให้อภัยเขาเลย การให้อภัยคนอื่น คนที่ได้คือเราเองนะคะ ปล่อยวางบ้างเถอะค่ะ จะได้เบาสบายหมดทุกข์เสียที”

    “เธอ...ไปได้แล้ว!”

    “คุณสีนวล ฉันไม่ได้รบกวนคุณมากไปเลยนะคะ ฉันแค่อยากช่วยพวกคุณ...”

    สีนวลกราดเกรี้ยวไล่แพรขาวให้ออกไปเดี๋ยวนี้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นผีร้ายน่ากลัว แพรขาวตกใจถอยกรูดออกไปและปิดประตูห้องใส่กุญแจดังเดิมมือไม้สั่น...

    จากนั้นแพรขาวมาที่ศาล ไรวินท์ยืนรออยู่ เขาบอกว่าได้ยินเสียงเธอคุยกับสีนวล แต่ไม่ได้ยินเสียงสีนวล แพรขาวให้ไรวินท์หาทางง้อสีนวลสักนิดเพื่อให้เธอใจอ่อน เขาแย้งเคยบอกแล้วว่า ในโลกของตนไม่อาจพูดเท็จได้

    “แต่ถ้าคุณง้อดีๆ ก็อาจจะได้ผลนะคะ” ไรวินท์ไม่เข้าใจ แพรขาวขยายความ “เธอหายเกลียดโกรธก็จะได้ปล่อยคุณไป หรือถ้าไม่ปล่อย อย่างน้อยก็จะได้อยู่เป็นเพื่อนกันในบ้านนี้”

    “สีนวลกับฉันเป็นเพื่อนกันไม่ได้ดอก เราสองคนเหมือนน้ำกับน้ำมัน ไม่เคยเข้ากันได้มาแต่ไหนแต่ไร”

    “คุณก็เป็นซะอย่างนี้ คุณสีนวลเป็นภรรยาที่ดีนะคะ จงรักภักดีไม่เคยนอกใจ รักและรอคอยคุณจนตาย คุณต่างหากไม่เคยให้อะไรเธอเลย มีแต่จะผลักเธอออกห่าง”

    ไรวินท์ว่าสีนวลมีกรรมที่มาแต่งงานกับตน จนตายก็ยังมีกรรมอยู่ แพรขาวย้อนว่ามีกรรมทั้งสองคนนั่นแหละ ตนตามหาสีนวลให้จนเจอ ต่อจากนี้ก็เป็นเรื่องของเขาเองแล้ว ไรวินท์ขอบใจด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ แต่มันช่วยอะไรไม่ได้ กลับไปเสียตนจะไม่ลืมความมีน้ำใจของเธอ

    แพรขาวเดินมาที่รถ เจอวิญญาณสีนวลยืนอยู่ เธอต่อว่า “แม่แพรขาว ฉันรู้ว่าหล่อนยังอาลัยอาวรณ์พี่วินท์ แต่จงตัดใจเสีย แล้วไม่ต้องกลับมาอีก”

    “อ้าว...ซะงั้น นี่คุณ...อย่ามาหึงเปะปะได้ไหม ฉันกับคุณวินท์อยู่กันคนละโลก เขามีบุญคุณกับฉันมาก ฉันก็อยากตอบแทนเท่านั้น”

    “อย่าเลย หญิงคนไหนได้อยู่ใกล้พี่วินท์เป็นต้องหลงรักเขาทุกคนอย่ามาอ้างเรื่องบุญคุณ”

    แพรขาวอธิบายว่า ผู้หญิงยุคตนคิดไม่เหมือนก่อน ที่เข้าใกล้ใครแล้วจะหลงรักคนนั้น เราเจอผู้ชายทุกวันจนแทบจะเดินชนกันตาย เราพึ่งตัวเองได้ไม่ง้อใคร เจอสามีมีปัญหาก็เลิกไม่ทน...สีนวลยังหาว่าทำไมมาป้วนเปี้ยนใกล้ไรวินท์ไม่เลิก แพรขาวย้ำอีกครั้ง เขามีบุญคุณต่อตนกับลูก

    “ลูกเธอน่ารัก ฉันอยากได้มาเป็นเพื่อนเหลือเกิน” แพรขาวตกใจ “วิญญาณในน้ำโน่น มันมาแย่งลูกเธอไปจากฉัน แล้วพี่วินท์ยังมาขวาง ไม่งั้นฉันได้ลูกเธอมาอยู่ด้วยแล้ว”

    แพรขาวโกรธจนลืมตัวต่อว่าสีนวล ทำบาปกับสามีก็มากโข ยังคิดมาทำบาปกับลูกตนอีก ช่างไม่กลัวบาปบุญคุณโทษบ้างหรือ เธอเคยเสียลูกไปแล้วทำไมไม่นึกถึงใจเขาใจเราบ้าง...สีนวลเสียงกร้าว ยอมรับว่าเห็นแก่ตัว ถ้ามีลูกอยู่ด้วย คงไม่ทุกข์ทรมานเช่นนี้

    “เพราะคุณทำตัวเองไง! ฉันจะไปจากที่นี่ให้เรื่องมันจบๆ ฉันจะไม่ยอมลงโทษตัวเองจมอยู่ตรงนี้เหมือนคุณ ไม่ตกนรกก็เหมือนตกนรก โง่หรือฉลาดคิดดู” แพรขาวโกรธขับรถกลับไป

    ooooooo

    คืนนั้น ลมกระโชกแรงพัดแจกันดอกไม้หน้าศาลล้มกระจาย ไรวินท์ยืนอยู่เอ่ยรู้แล้วว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาสีนวลอยู่ใกล้ตนแค่นี้เอง ร่างสีนวลปรากฏ ตรงหน้าด้วยสีหน้ารักแค้นและเกลียดระคนกัน เข่นเขี้ยวว่าตนอยู่ที่นี่ตั้งแต่วันที่เขาตายอย่างอนาถลำพัง

    ไรวินท์ปลงเอ่ยถามจะให้ตนเป็นนักโทษไปอีกนานแค่ไหน สีนวลเยาะจนกว่าจะพอใจ เขาตัดพ้อว่าเธอจองจำเขาไว้นานเกินกว่านักโทษใดๆแล้ว เธอว่าเขาต้องอยู่เพื่อตนจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว เขาย้อนถามอยู่ทั้งๆที่เธอซ่อนตัวแอบมองแบบนี้ มันคือความสุขหรือ

    “ฉันไม่เคยเป็นสุขมาแต่ไหนแต่ไร ต่างกันแต่ว่า แต่ก่อนพี่หนีฉันไปเสวยสุขกับหญิงอื่น แต่ตอนนี้พี่หนีฉันไปไม่ได้ พี่ต้องอยู่กับฉัน”

    ไรวินท์ยอมรับและอโหสิให้ แต่สีนวลไม่รับแถมเยาะที่เขาต้องเห็นคนผ่านไปไม่มีใครช่วยเขาได้ แม้แต่แพรขาวที่เขาหลงรักก็จะต้องทิ้งเขาไปอยู่กับชายอื่นเหมือนที่เขาเคยทำกับตน

    “ถ้าเธอพอใจจะทำเช่นนี้ต่อไปก็ทำไปเถิด ฉันจะไม่ผูกใจเจ็บเธอ มิเช่นนั้นมันจะก่อเวรกรรมให้เราต้องเกิดมาเจอกันอีก” พูดจบร่างไรวินท์จางหายไป

    สีนวลปรี๊ด “ฉันทำอะไรพี่จึงชิงชังฉันถึงเพียงนี้ พี่ไม่เคยรักฉันเลย แม้จนบัดนี้พี่ก็ยังไม่ต้องการแม้แต่จะเห็นฉัน พี่ไม่รู้หรือว่าฉันช้ำใจขนาดไหน พี่ทำกับฉันเหมือนไส้เดือนกิ้งกือ เอาแต่ผลักไสให้ออกห่าง ถ้าพี่เห็นความดีฉันสักนิด พี่คงไม่ทำกับฉันอย่างนี้ ฉันเลวตรงไหน”

    “เธอไม่ได้เลว ฉันต่างหากที่เลว เธอไม่มีสิ่งใดเลวทราม แต่ฉันเป็นผัวเลวของเธอ ผัวเลวจะอยู่กับเมียดีได้อย่างไร” เสียงไรวินท์ลอยมา...สีนวลร่ำไห้อย่างเจ็บปวด

    และในค่ำนั้น เกสรซึ่งนั่งสมาธิอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้น ดวงตาสดใสราวกับบรรลุแล้วว่าไม่มีอะไรเป็นแก่นสารให้ยึดไว้ได้ นอกจากความดีงาม เธอแน่นหน้าอก หายใจขัด รู้ตัวในทันทีว่าถึงเวลาของตัวเองแล้ว จึงล้มตัวลงนอนค่อยๆหมดลมอย่างสงบ...ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นพนมมือ

    “แม่เกสร เธอสบายแล้วนะ ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องห่วงใยอะไรอีกแล้ว”

    วิญญาณเกสรลุกขึ้นมาขอบคุณที่ดูแลกันมาหลายสิบปี ตนขอลา เขาบอกไม่จำเป็นต้องอวยพรเพราะเธอไปดีแน่ เธอต่างหากที่ควรอวยพรให้ตน เธอจึงขอให้เขาพ้นทุกข์ เขารับคำสาธุ

    ด้านแถบทิพย์ เริ่มประสาทหลอนจนเขมินีเครียด บอกแพรขาวให้ไปทำงานตนจะอยู่เฝ้าแม่เอง ถ้ามีอะไรสาโรจน์คงรายงานเธอเอง แพรขาวอึดอัดใจบอก “เรื่องคุณสาโรจน์ แพรไม่เคยคิดอะไรกับเขาเลย และไม่เคยให้ความหวัง พี่เขมและคุณแม่อย่าเข้าใจผิดนะคะ”

    เขมินีเยาะ เธอไม่คิดแต่เขาคิด เธอจะว่าอย่างไร แพรขาวยืนยันว่านั่นเป็นเรื่องของเขา ตนทำทุกอย่างไปตามหน้าที่และความจำเป็น ตนมีเรื่องอื่นต้องคิดอีกมากกว่าเรื่องนี้...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 05:03 น.