ตอนที่ 3
ตั้งแต่เขมิกาเข้ากรุงเทพฯ โยธินทำหน้าที่ดูแลจุมพลแทนเธอเป็นอย่างดี ซื้อน้ำเต้าหู้ร้านโปรดมาให้ตอน 7 โมงเช้าของทุกวัน และยังบริการแกะใส่ถ้วยให้ด้วย จุมพลมองเขาอย่างเอ็นดู แต่ยังวางฟอร์มขรึมกันเขาเหลิงหลังจากดูแลจุมพลเรียบร้อย โยธินตามไปดูแลโกนหนวดโกนเคราให้บัณฑิตที่นอนไม่ได้สติที่โรงพยาบาลด้วย
“ระหว่าง ที่เข็มไปอบรม ผมจะคอยมาโกนหนวดให้อาอยู่เรื่อยๆนะครับ เวลาเข็มกลับมาเยี่ยม อาจะได้ดูหน้าตาสดใสหล่อเหลาเหมือนผม” โยธินโกนหนวดเสร็จพอดี ตอนที่เขมิกาโทร.มาหา เขาใช้มือถือถ่ายภาพบัณฑิตส่งไปให้ดู เธอถึงกับร้องไห้ ต้องปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ โยธินถามว่าเห็นภาพพ่อของเธอไหม
“เห็น ชัดเป๊ะ พ่อสบายดีนะฮะ เข็มสบายดี พ่อไม่ต้องห่วง” เขมิกามีแรงฮึดสู้เพื่อพ่อ แล้วหันมองไปที่ชุดผ้า ถุงพนักงานจวงจันทร์สปาของขวัญตาที่วางอยู่บนเตียง...
จากนั้นไม่นาน เขมิกาในชุดพนักงานสปาลงมารอชานนท์ที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน ประมุขบ้านเลิศวิริยะถึงกับชะงักเมื่อเห็นเธอในชุดนั้น พลันภาพในอดีตตอนเจอขวัญตาครั้งแรกที่สปาผุดเข้ามาในสมองของเขา
วันนั้น ชานนท์เห็นขวัญตากำลังช่วยจรรยารีดพิษตะขาบออกจากแผลใต้ฝ่าเท้า โดยจรรยานั่งบนเก้าอี้ ส่วนเธอคุกเข่ากับพื้น เอาเท้าของเพื่อนพาดบนเข่าตัวเอง เขาประทับใจขวัญตาตั้งแต่แรกเห็นที่ทั้งสวยทั้งมีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อน จนผ้าถุงที่ตัวเองใส่เลอะทิงเจอร์ที่ราดไปบนแผลของเพื่อน โดยเขาไม่ล่วงรู้เลยว่าคนที่เอาตะขาบมาปล่อยก็คือขวัญตานั่นเอง เธอตั้งใจจะให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพราะรู้ว่าชานนท์จะมาตรวจงานที่นี่
รอยเปื้อนทิงเจอร์ยังปรากฏให้เห็นบนผ้าถุงที่เขมิกานุ่ง ทำให้ชานนท์ออกอาการหงุดหงิด พาลเอ็ดตะโรใส่ ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ เขมิกาเจอชุดนี้หลงอยู่ที่ห้องซักรีด คิดว่าน่าจะใส่ไปทำงานที่สปา เพราะใส่ได้พอดี แล้วเปิดประตูจะขึ้นรถ ชานนท์ขวางไว้ ทักท้วงว่าเห็นพฤติกรรมตัวเองในคลิปแล้วยังจะกล้าไปเจอผู้คนที่นั่นอีกหรือ
“โธ่ คลิปมันตัดต่อกันได้ เด็ก ป.6 ยังทำเป็นเลย”
“เธอคิดว่าฉันโง่จนไม่คิดตรวจสอบหรือ ฉันเชื่อเพราะคลิปนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าคือของจริง”
เขมิกาโกหกเอาตัวรอดไปก่อนว่าคนตรวจคลิปของเขาอาจจะมั่วก็ได้ ใครจะรู้จักเธอดีเท่าตัวเธอเอง เธอไม่ได้นัดผู้ชายที่ไหน แต่โดนไอ้โม่งจับไปต่างหาก แล้วเร่งให้เขาขึ้นรถ หัดรู้จักเกรงใจคนขับรถบ้าง ชานนท์ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเธอต่อหน้าลูกน้องตัวเองอีก จำใจขึ้นไปนั่งข้างๆเขมิกา...
การมาจวงจันทร์สปาครั้งนี้เหมือนครั้งก่อน เขมิกาในคราบขวัญตาไม่ได้รับการต้อนรับจากพนักงานในร้าน อีกทั้งยังถูกนินทาว่าพาผู้ชายมามั่วถึงที่ทำงาน แม้แต่ในห้องเซานาก็ไม่เว้น เพียงแต่ไม่มีใครยืนยันได้ว่า ชายปริศนาเป็นใคร เพราะเห็นแค่เงาของเขาในตู้อบ แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ชานนท์ เพราะวันนั้นเขาอยู่ต่างจังหวัด
เขมิกายังสืบรู้อีกว่าขวัญตามีเพื่อนสนิทชื่อจรรยาซึ่งอาจจะรู้เบาะแสอะไรบ้างไม่มากก็น้อย เพียงแต่ไม่มีพนักงานคนไหนพาเธอไปพบจรรยา ทำให้เธอต้องไล่หาไปตามแผนกต่างๆเอาเอง จนกระทั่งมาถึงห้องนวดเท้า เขมิกาเปิดประตูเข้าไปเงี่ยหูฟัง ไม่มีใครในนั้นชื่อจรรยา จึงค่อยๆปิดประตูอย่างเดิมแล้วขยับจะไป แต่ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเจอประชายืนมองอยู่ พลางถามว่ามองหาใครอยู่หรือ เขมิกาลื่นเป็นปรอทโกหกว่ากำลังมองหาเขาอยู่
“มีธุระอะไรกับผมหรือครับ” ประชามองเขมิกาอย่างไม่วางใจนัก เธอแค่อยากจะให้เขาพาชมสถานที่
ooooooo
ครู่ต่อมา ประชาพาเขมิกามายังแผนกผสมน้ำมันหอมระเหย หยิบน้ำมันหอมระเหยขึ้นมาขวดหนึ่ง เปิดจุกให้เธอดม เผื่อกลิ่นของมันจะช่วยกระตุ้นความทรงจำของเธอได้บ้าง เขมิกาดมแล้วแทบสำลักบ่นอุบว่ากลิ่นฉุนขนาดนี้ ใครจะอยากใช้ ประชาซึ่งจ้องจับพิรุธอยู่ตลอดเริ่มเชื่อแล้วว่าเธอจำอะไรไม่ได้
“คุณไงที่ชอบใช้นวดปลายเท้า คุณว่ามันกำจัดกลิ่นและช่วยรักษาพวกเชื้อราได้ดี”
“นี่คุณรู้ลึก รู้จริง รู้ถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆของฉันอย่างนี้เลยหรือ เราสนิทกันมากหรือไง”
ประชาไม่อยากให้ผู้หญิงตรงหน้ารื้อฟื้นความทรงจำ รีบปฏิเสธว่าไม่ได้สนิทอะไรกัน เพียงแต่เขาเป็นคนใส่ใจลูกน้องเท่านั้น เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นลูกน้องของเขา แล้วเชิญเธอดูอะไรตามสบาย ส่วนเขาต้องขอตัวไปทำงานก่อน ขณะเขมิกายืนมองขวดน้ำมันหอมระเหยอยู่เพียงลำพัง จรรยาคว้าข้อมือเธอลากออกจากห้องไปยังมุมลับตาคน
ด้านนอกอาคาร ผลักเธอจนเซชนกำแพง ก่อนจะด่าว่าต่างๆนานาที่เธอทำให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าจรรยาเองรู้เห็นเป็นใจกับการหนีตามชู้ของเธอ พลอยทำให้ถูกเกลียดชังไปด้วย
“โห มาเป็นชุด ขี้หูร่วงเลยนะนี่ เธอชื่อจรรยาใช่ไหม”
“อะไรนะ!” จรรยานิ่วหน้าด้วยความฉงน
“ไม่มีใครบอกเธอหรือว่าฉันโดนไอ้โม่งตีหัว จำอะไรไม่ได้ เธอบอกว่าเป็นเพื่อนฉัน เล่าให้ฟังหน่อยสิว่านอกจากเรื่องที่ฉันหนีไปกับผู้ชาย ฉันยังทำอะไรแย่ๆอีก”
ทีแรกจรรยาว่าจะไม่พูดอะไร แต่สุดท้ายก็ยอมเปิดเผยว่า ขวัญตายังทำเรื่องที่แย่กว่านั้นอีก คือขโมยเงินสินสอดหนึ่งล้านบาทไปด้วย ตอนที่หนีไปกับชายชู้ เขมิกางง ทำไมไม่เห็นมีใครพูดถึงเรื่องนี้
“เพราะมีคนช่วยปิดบังให้เธอนะสิ” จรรยาตะคอก และคนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคุณชานนท์นั่นเอง เรื่องนี้จึงมีเพียงจรรยากับเขาเท่านั้นที่รู้ และที่เขาไม่แจ้งความดำเนินคดีกับขวัญตาก็เพราะเขารักเธอ
“ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันไม่มีหน้ากลับมาหรอกขวัญตา”...
ระหว่างที่เขมิกาเดินคิดเรื่องของขวัญตามาตามทางเดินนอกตัวอาคาร อึ่งเอาน้ำเต็มถังมาสาดใส่ แล้วไล่ตะเพิด เขมิกาโกรธโวยวายว่าทำแบบนี้มันเกินไปแล้ว อึ่งว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ พนักงานที่นี่อยากจะเอาน้ำสาดเธอกันทั้งนั้น แล้วชี้นิ้วกราดไปยังเหล่าพนักงานที่ยืนจับกลุ่มมองเขมิกาเป็นตาเดียวกัน ทุกคนพากันโห่ไล่เธอ บ้างก็หยิบโคลนดำ
สำหรับพอกตัวมาปาใส่ ชานนท์วิ่งเข้ามาห้าม พลอยถูกลูกหลงเข้าเต็มหน้าทุกคนหยุดกึก เยาว์ที่เพิ่งตามมาสมทบ เอ็ดพวกพนักงานยกใหญ่ ทำไมถึงทำแบบนี้ แล้วหันไปเล่นงานอึ่ง ซึ่งปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่ได้ทำอะไรแค่ลื่นล้มเลยทำน้ำหกใส่ขวัญตาเท่านั้น เยาว์สั่งให้ลูกสาวกราบขอโทษคุณผู้หญิง พนักงานที่ร่วมกันก่อเรื่องก็ต้องขอโทษเธอเช่นกัน
“ไม่ต้อง ทุกคนกลับไปทำงาน น้าเยาว์ คุมคนให้ดีอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ลูกค้าเห็นเข้าจะหาว่าพนักงานเรากิริยาป่าเถื่อน” ชานนท์พูดจบ คว้าแขนเขมิกาลากไปที่รถของเขา
“ฉันเตือนเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาอีก ทีนี้ได้รื้อฟื้นความจำสมใจอยากหรือยัง”
เขมิกานิ่งไม่โต้ตอบ มองหน้าชานนท์ที่ยอมเปื้อนโคลนแทนตนเอง ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าตัวเองยัดใส่มือเขา แล้วเข้าไปนั่งในรถเงียบๆ เขานั่งลงข้างๆคืนผ้าเช็ดหน้าให้เธอ แล้วหยิบทิชชูในรถมาเช็ดหน้า
“ฉันไม่ชอบใช้ของปนกับใคร หรือแบ่งกับใครก็ไม่เอา”
“ฉันเข้าใจดีแล้ว” เขมิกาไม่คิดจะโต้เถียงแทนพี่สาวอีก ชานนท์แปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ โดยไม่ทันสังเกตเห็นประชายืนหลบมุมจ้องมองขวัญตาตัวปลอมทั้งรักทั้งแค้น
ooooooo
เขมิกากลับถึงบ้านเลิศวิริยะด้วยความผิดหวัง ไม่คาดคิดมาก่อนว่าพี่สาวตัวเองจะสร้างความเจ็บ ช้ำน้ำใจให้ผู้คนรอบข้างได้มากมายขนาดนี้ ตัดสินใจยุติการสืบหา เก็บข้าวของยัดใส่เป้สัมภาระจะกลับระยอง ทิ้งโปสเตอร์รูปพี่สาวไว้บนเตียง คว้าเป้กับโน้ต-บุ๊กออกจากห้อง แล้วโทร.หาโยธิน
“เฮีย...เข็มไปรอที่คอนโดฯ นะ ถึงกรุงเทพฯ แล้ว โทร.บอกด้วย”
จังหวะที่เขมิกาวางสาย มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ตามมาด้วยเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของชายคนหนึ่ง เธอทิ้งข้าวของไว้ตรงนั้น วิ่งตามเสียงปืน ลึกเข้าไปในสวนต้องห้าม จนกระทั่งเห็นชานนท์ซึ่งมีปืนเหน็บอยู่ด้านหลังและโย่งกำลังช่วยกันลากตัวชายคนหนึ่งซึ่งร้องโอดโอยไปขังไว้ในบ้านท้ายสวน เธอรีบหลบหลังพุ่มไม้รอจนทั้งคู่ไปพ้นสายตา จึงรีบวิ่งไปที่บ้านหลังนั้น หวังจะช่วยชายลึกลับ แต่ประตูบ้านล็อก มีเสียงมณฑาแว่วมาแต่ไกล
“ค่ะ...นมจะระมัดระวังไม่ให้มันหลุดออกมาอีก” มณฑาพูดจบ เดินหิ้วปิ่นโตตรงมายังบ้านท้ายสวน พอมาถึงหน้าบ้าน เขมิกาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว...
ฝ่ายชานนท์เข้ามาเห็นโน้ตบุ๊กของเขมิกาวางกองอยู่กับเป้สัมภาระ จัดแจงจะเปิดดู เจ้าของกลับมาเสียก่อน กระชากคืน เขาทักว่าจะกลับไปอยู่กับชู้รักหรือถึงเก็บข้าวของมากองรวมไว้ เธอแค่จะเอากระเป๋ามาผึ่งลมเท่านั้น ไม่ได้จะไปไหน อย่าคิดลึก แล้วขนข้าวของจะกลับห้อง ชานนท์คว้าแขนเอาไว้
“อย่ามากวนประสาท ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของเธอ คิดหรือ ฉันจะทำให้เธอไปจากบ้านนี้ไม่ได้ ถ้าฉันเอาจริง”
เขมิกาเพิ่งสังเกตเห็นคราบเลือดที่เสื้อของชานนท์ถึงกับกลืนน้ำลาย สีหน้าหวั่นๆ ถามหยั่งเชิง ถ้าเธอไม่ยอมไป เขาจะฆ่าทิ้งหรือ ชายหนุ่มมองตามสายตาเธอเห็นรอยเลือด แกล้งขู่ว่าถ้าโดนบีบมากๆ ก็ไม่แน่เหมือนกัน
“น่ากลัวเนอะ แต่โทษที นิสัยฉันเหมือนลมสลาตัน เจออะไรขวางหน้าเป็นไม่ได้ ต้องพัดให้เปิงกันไปข้างหนึ่ง” เขมิกาพูดอย่างมีเลศนัย แล้วสะบัดแขนออก ชานนท์หมั่นไส้กระชากเป้ของเธอมา เทของข้างในทิ้งลงพื้น
“เก็บให้หมด อย่าเอาอะไรมาขวางหน้าฉัน เพราะฉันไม่เกรงใจเหมือนกัน” ชานนท์ว่าแล้วเดินข้ามข้าวของเหล่านั้นไปหน้าตาเฉย เขมิกากำหมัดด้วยความแค้น แต่ต้องสะกดอารมณ์เอาไว้...
ในขณะที่เขมิกาเปลี่ยนใจไม่กลับระยอง เพราะต้องการรู้ความจริงเกี่ยวกับชายลึกลับในสวนต้องห้ามโยธินนั่งเซ็งอยู่ริมถนนเนื่องจากรถตัวเองยางแตกไม่มียางอะไหล่ให้เปลี่ยน อยู่ๆมีรถตู้คันหนึ่งพุ่งเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ปรียาซึ่งนั่งอยู่ในรถตู้ร้องเตือนคนขับรถให้ระวัง เขาตื่นจากหลับใน หักพวงมาลัยหลบรถของโยธินได้ทันท่วงที ก่อนจะเบรกตัวโก่ง หญิงสาวหันไปมองรถที่เกือบถูกชนเมื่อครู่อย่างใจหายใจคว่ำ...
ด้วยความเป็นคนดีมีน้ำใจของปรียา จึงช่วยอนุเคราะห์ลากรถของโยธินมาไว้ที่อู่ปะยาง และยังขอโทษแทนนายปองคนขับรถของเธอที่เกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุ
“ถือว่าเราหายกันครับ ถ้าไม่ได้รถตู้คุณช่วยลากมาให้ ผมก็คงต้องรอรถลากถึงค่ำมืดแน่”
ปรียาส่งนามบัตรโรงแรมให้ “ถ้าจะจัดงานหรือต้อนรับแขก ใช้บริการที่นี่ได้นะคะ ดิฉันจะใช้ส่วนลดพนักงานให้ค่ะ ลานะคะ” เธอยกมือไหว้ โยธินรับไหว้แทบไม่ทันมองตามปรียาที่ก้าวขึ้นรถตู้อย่างเคลิบเคลิ้ม
“กิริยางดงาม พูดจาก็ไพเราะนุ่มนวล ทำไมไอ้เข็มไม่ได้อย่างนี้สักนิดวะ”...
ทันทีที่มาถึงคอนโดฯที่พักในกรุงเทพฯ โยธินโทร.เล่าเรื่องรถยางแตกให้เขมิกาฟัง และคุยอวดเพื่อให้เธอหึงว่าตนเองยังเสน่ห์เหลือเฟือทำให้มีสาวสวยมาช่วยเอาไว้ เธอกลับไม่รู้สึกรู้สมด้วย บอกว่าเปลี่ยนใจจะอยู่ที่นี่ต่อไป เสาร์นี้ค่อยกลับไปเยี่ยมปู่ตามแผนการเดิมที่วางไว้ โยธินโวยลั่นทำไมถึงชอบพูดกลับไปกลับมาตลอด
“เข็มขอโทษ ไว้เข็มเลี้ยงข้าวแก้ตัวแล้วกัน”
โยธินไม่อยากกินข้าวฟรี แต่อยากได้คำว่ารักจากเธอมากกว่า เขมิกาไล่เขาไปเกิดใหม่ยังจะง่ายกว่า ตัดสายทิ้งอย่างรำคาญใจ แล้วหยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาอัดคลิป
“ฉันเห็นเจ้าของคฤหาสน์กักขังทุบตีผู้ชายคนหนึ่ง มีคนในบ้านรู้เห็นและให้ความร่วมมือ สิ่งที่ทุกคนพยายามประณามขวัญตา อาจเป็นแค่แผนลวงตาที่เล่นเอาฉันเกือบหลงกล ขวัญตาอาจรู้เห็นอะไรบางอย่างจึงต้องหนีไป ฉันต้องหาทางเข้าไปในสวนนั่นให้ได้อีกครั้ง บางทีคำตอบที่ฉันอยากรู้ อาจอยู่ที่นั่น”
ooooooo
แววนิลยังไม่ละความพยายามจะทำให้พี่ชายตัวเองกับเพื่อนรักลงเอยกัน จึงหลอกล่อให้ปรียามาบ้าน เธอจะเดินหนีแต่แววนิลดึงมือไว้
“คิดว่าจะลืมพี่นนท์ได้หรือ ถ้าทำได้ง่ายๆเธอคงทำไปได้ตั้งนานแล้ว อย่าหลอกตัวเองเลยน่าปรียา...แทนที่
จะวิ่งหนี สู้วิ่งชนไม่ดีกว่าหรือ สมหวังผิดหวังมันจะได้รู้กันไปเลย” แววนิลมองปรียาอย่างให้กำลังใจ...
อีกมุมหนึ่ง ที่ศาลากลางสวน ชานนท์เข้ามาเห็นดอกนางแย้มวางอยู่บนโต๊ะ ไม่พอใจมาก คว้ามาขยี้จนแหลกคามือ แล้วโวยวายว่าใครบังอาจเอามันมาปลูกในบ้านหลังนี้อีก ปรียาเดินเข้ามาพอดี ถามว่าไม่พอใจอะไรหรือ เขากำลังโกรธก็เลยพาลใส่ เธอน้อยใจทำท่าจะกลับ ชานนท์กำลังสับสนอยากจะตัดขวัญตาออกไปจากใจ คิดจะใช้ปรียาเป็นเครื่องมือ รีบคว้าแขนเธอไว้
“เดี๋ยวก่อน ไหนเธอบอกพี่ว่าจะไม่มาเห็นหน้าพี่อีก”
ปรียาอึกอักไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไร แววนิลที่แอบดูอยู่ใกล้ๆลุ้นให้เพื่อนบอกไปว่าคิดถึง แต่เธอดันถอดใจขอตัวกลับ ชานนท์ไม่ยอมให้ไป อยากเดินหน้าสานต่อเรื่องที่เราคุยกันไว้ เนื่องจากเขาติดอยู่กับอดีตมากเกินไป ซึ่งทำให้รู้สึกแย่ ปรียาเจ็บปวดใจ ตัดพ้อที่เขาจะคบกับเธอแค่ให้ลืมขวัญตา รีบดึงมือเขาออก
“พี่ยอมรับว่าพี่เห็นแก่ตัว พี่เสียใจที่พูดอะไรบ้าๆแบบนี้ออกไป” ชานนท์ละอายใจ หันหลังจะไป ปรียารีบเดินตาม แต่ก้าวได้ไม่กี่ก้าวเกิดหน้ามืดเป็นลมล้มลงเสียก่อน โชคดีที่เขาหันมาคว้าตัวเธอไว้ทัน...
จากนั้นไม่นาน เขมิกาลงมาจากห้องพัก เห็นบ้านเงียบเชียบ ถามแป้นที่กำลังเก็บกวาดทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์อยู่คนเดียวว่าคนในบ้านหายไปไหนกันหมด ทีแรกเธอตั้งแง่ไม่ยอมตอบคำถาม เขมิกาต้องขู่จะทุ่มเครื่องลายครามทิ้ง เธอถึงยอมบอกว่าชานนท์ แววนิลและมณฑาพาปรียาไปส่งโรงพยาบาล
เขมิกาเห็นทางสะดวกรีบจ้ำพรวดๆไปยังทางเข้าสวนต้องห้าม หวังเต็มที่จะไปดูชายลึกลับคนเมื่อวานนี้
แต่ต้องผิดหวังเมื่อเห็นโย่งกำลังตัดหญ้าอยู่ตรงนั้นพอดี เธอพยายามหลอกล่อให้เขาไปตัดทางอื่น แต่โย่งไม่หลงกล เธอเลยแกล้งนั่งขวางไม่ให้ตัด เขาเชิญเธอนั่งตามสบาย แล้วเดินเครื่องรถตัดหญ้าเข้าหา
“เฮ้ย...อย่านะโว้ย ฉันเป็นคุณผู้หญิงนะ”
อยู่ๆเครื่องตัดหญ้าดับไปเฉยๆ โย่งพยายามซ่อมเองแต่ไม่สำเร็จ เขมิกาอาสาซ่อมให้ อึดใจเดียวเครื่องตัดหญ้ากลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม ทำให้โย่งทึ่งมาก เธอได้ทีขอค่าตอบแทนเป็นการเข้าไปเดินเล่นในสวนต้องห้าม เขาให้เข้าไม่ได้เพราะคุณผู้ชายไม่อนุญาต แล้วเข็นเครื่องตัดหญ้าใส่ เป็นการไล่เธอทางอ้อม...
ทางด้านแววนิลอาศัยจังหวะที่ปรียาไม่สบาย โยนบาปว่าเป็นเพราะพี่นนท์รับปากจะคบหากับปรียา แต่กลับยกเลิก ทำให้เธอไม่เป็นอันกินอันนอนจนล้มป่วยและที่สำคัญเธอไม่มีญาติในกรุงเทพฯ ที่จะคอยดูแล แววนิลเสนอให้เธอมาอยู่ที่บ้านของเรา ชานนท์อึกอักเนื่องจากเป็นห่วงความรู้สึกของเมียตัวเอง
แววนิลมองออก รีบดักคอ “พี่นนท์คงไม่ได้กลัวว่าเมียเก่าพี่จะว่าเอานะคะ”
“นิลควรถามเจ้าตัวก่อนว่าเต็มใจจะมาอยู่หรือเปล่า ไม่ใช่เรามาสรุปเอาเอง” ...
คนอย่างแววนิลลองตั้งใจจะทำอะไรแล้วไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาขวาง เธอจัดแจงพาปรียามาอยู่ที่บ้านเลิศวิริยะ ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่ค่อยจะสบายใจนัก เนื่องจากยังไม่ได้เป็นอะไรกับชานนท์ ทั้งแววนิลและมณฑาช่วยกันปลอบไม่ให้เธอคิดมาก ไม่มีใครมองเธอไปในทางเสื่อมเสีย แต่ปรียาก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี แววนิลขู่ถ้าไม่ยอมอยู่ที่นี่ไม่ต้องมาเรียกตนว่าเพื่อนอีกต่อไป
“นิลต้องการให้เราไล่คุณขวัญออกไปจากบ้านนี้ พี่นนท์ก็อยากคบกับเราเพื่อไล่คุณขวัญไปเหมือนกัน เรารู้สึกว่าเราเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้” ปรียาร้องไห้น้ำตาไหลพราก แววนิลตกใจรีบเข้าไปกอดปลอบใจ ถ้าพี่นนท์พูดว่าอยากจะลองคบหาด้วยก็หมายความตามนั้นจริงๆ เพราะเขาไม่ใช่ผู้ชายปากพล่อย
“ตอนนี้เธออยู่ในฐานะผู้ป่วย ควรนอนพักมากๆ” แววนิลประคองเพื่อนรักไปนั่งบนเตียง แล้วชวนมณฑาออกจากห้อง พลางกระซิบกระซาบว่า “พี่นนท์ใจอ่อนกับปรียาแล้ว เราต้องรีบกำจัดนังขวัญตานะคะ”
“นมคิดไว้แล้วค่ะ ให้เป็นหน้าที่ของนมเอง” ...
แม้เขมิกาจะหน้าเหมือนขวัญตาราวกับแกะ แต่บุคลิกและนิสัยใจคอต่างกันลิบลับ เขมิกาในคราบขวัญตามักจะทำให้ผู้คนในบ้านเลิศวิริยะอึ้งทึ่งและงุนงงอยู่บ่อยครั้ง คราวนี้ก็เช่นกัน เธอเห็นแป้นกำลังตากผ้า ร้องทักว่าจะตากทำไมให้เมื่อย อีกไม่นานฝนก็ตก แป้นเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ไร้เมฆอย่างงงๆ พอตากผ้าเสร็จก็แจ้นไปหาโย่งที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าทางเข้าสวนทั้งๆที่ตัดหญ้าเสร็จแล้ว เล่าให้ฟังว่าท่าทางคุณผู้หญิงจะเพี้ยนหนักบอกเธอว่าฝนจะตกทั้งๆที่ฟ้าใสแจ๋ว โย่งสันนิษฐานว่าอาจเพี้ยนเพราะโดนตีหัว ขนาดเครื่องตัดหญ้ายังซ่อมเป็น
“เฮ้อ...สงสารคุณผู้ชายว่ะ เจอแต่ตัวก่อปัญหา เมื่อวานก็เกือบไป”
“แกนั่นแหละไอ้โย่ง ทำความสะอาดปืนยังไงปล่อยให้มันหยิบไปเล่น ดีนะที่ปืนลั่นแค่ถากขามันนิดหน่อย”
โย่งแค่เผลอสัปหงกแป๊ปเดียว โชคดีที่คุณผู้ชายแย่งปืนคืนมาได้ ไม่อย่างนั้นคงยุ่ง
ooooooo
ขณะปิ้งเอาของทะเลมาส่งที่ร้านอาหารริมชายหาด สอนกับสมุนตามมาหาเรื่องชกต่อย โชคดีที่โยธินเข้ามาขวาง เอามือถือถ่ายคลิปไว้ ขู่จะแชร์รูปสอนให้ว่อนเน็ต รับรองคนรู้จักทั้งประเทศรวมทั้งตำรวจด้วย สมุนของสอนเข้ามากระซิบลูกพี่ว่าอย่าไปยุ่งกับโยธินจะดีกว่าเพราะพ่อของเขาเป็นผู้กว้างขวางของที่นี่
“อย่าข้ามเขตมาถิ่นนี้อีกนะโว้ย...เฮ้ยไป” สอนชี้หน้าปิ้ง ก่อนจะพากันกลับ
โยธินห้ามปิ้งบอกเรื่องนี้ให้จุมพลรู้ ปิ้งไม่เห็นด้วย ขืนปล่อยไว้อย่างนี้สอนกับพวกจะคอยตามหาเรื่องอยู่ตลอด ถ้าพี่เข็มอยู่ไม่มีทางยอมแน่นอน โยธินจะขอให้ป๋าของเขาไปเจรจากับเฮียเม้งเอง ปิ้งทักท้วง เฮียเม้งเป็นหัวคะแนนให้ ส.ส.ไม่กลัวพ่อค้าอย่างป๋าของเขาหรอก แนะให้ตามพี่เข็มกลับมาจัดการดีกว่า โยธินขู่ถ้าเขายังดื้อดึงจะตามเธอกลับมา ตนจะบอกจุมพลเรื่องที่เขาชอบหนีงานไปตามจีบลูกสาวแม่ค้าส้มตำ...
มณฑาไม่รอช้า เริ่มแผนกำจัดเสี้ยนหนามทันที โดยลอบเข้าไปในห้องนอนของเขมิกา ใช้ลิปสติกสีแดงเขียนคำว่า “ตาย” บนกระจกเงา จากนั้น หลอกล่อให้เขมิกาตามขึ้นไปยังห้องใต้หลังคา เธอหลงกลเดินเข้าไปติดกับ มณฑาในชุดเสื้อคลุมสีดำมีฮู้ดล็อกประตูห้อง ขังเธอไว้บนนั้น เขมิกาพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่เสียงฟ้าร้องกลบเสียงของเธอสนิท...
ในเวลาเดียวกัน บริเวณลานตากผ้า โย่งกับแป้นช่วยกันเก็บผ้าแทบไม่ทัน เขาเก็บผ้าไปบ่นไปด้วยว่าเมื่อครู่นี้ฟ้ายังแจ้งอยู่เลย แป๊บเดียวฝนเทไม่ลืมหูลืมตา แล้วหันไปบอกแป้นว่ารู้อย่างนี้เชื่อคุณผู้หญิงก็สิ้นเรื่องไม่ต้องวิ่งเก็บผ้าให้เหนื่อย แป้นพยักหน้าเห็นด้วย...
ทางฝ่ายเขมิกาสำรวจไปรอบๆห้องใต้หลังคาเผื่อจะเจอทางออก แต่ไม่พบ ตัดสินใจจะออกทางหน้าต่างแต่มันฝืดเปิดลำบากเพราะไม่ได้ใช้งานมานาน ทันใดนั้น มีเสียงขู่ฟ่อดังขึ้น เขมิกาเหลียวไปดูเห็นงูตัวเขื่องกำลังแผ่แม่เบี้ย เธอตัวแข็งไม่กล้าขยับ เหลือบมองหาตัวช่วย เห็นกระป๋องยาฉีดกันยุงตั้งอยู่ใกล้ๆค่อยๆเอื้อมไปหยิบแล้วเอาฉีดใส่ งูเริ่มเมายาค่อยๆสิ้นฤทธิ์ เธอรีบจับยัดใส่ตะกร้า ปิดฝา แล้วคว้าอะไรหนักๆมาทับอีกชั้นหนึ่ง
มณฑาในชุดเสื้อคลุมสีดำเงี่ยหูฟังอยู่นอกห้องเห็นทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ คิดว่างูฉกศัตรูตัวฉกาจของแววนิลแล้ว จึงย่องลงบันได หามุมปลอดคนโทร.รายงานแววนิลว่าทุกอย่างเรียบร้อย เธอสั่งให้ทิ้งนังแพศยาไว้บนนั้น 2 คืนแล้วค่อยว่ากันอีกที พอเหลือบเห็นพี่ชายเพิ่งกลับจากทำงาน แววนิลรีบวางสายลุกไปหา
“ปรียาเป็นอย่างไรบ้าง”
“หลับอยู่ค่ะ นิลโทร.ไปลางานที่โรงแรมให้แล้ว ความจริงปรียาน่าจะลาออก แล้วมาช่วยงานพี่นนท์ที่สปา พี่นนท์จะได้เหนื่อยน้อยลง”
ชานนท์ไม่ขัดข้องถ้าเป็นความต้องการของเจ้าตัว แล้วชะเง้อคอมองหาหญิงสาวที่เขาทั้งรักทั้งแค้น แววนิลใส่ไฟว่านังนั่นไม่อยู่ หายหัวไปตั้งแต่เช้าแล้ว เธอได้ยินมันคุยโทรศัพท์กับผู้ชาย
“น้องว่าที่มันชอบหายไปข้ามวันข้ามคืนบ่อยๆคงไปอยู่กับชู้มัน”
ชานนท์สะเทือนใจ แต่ยังทำปากแข็ง “ก็ดีแล้วนี่ พี่จะได้มีเหตุผลในการฟ้องหย่า”
มีเสียงโหวกเหวกของโย่งกับแป้นดังมาจากด้านนอก สองพี่น้องรีบวิ่งออกไปดู เห็นทั้งคู่ชี้โบ้ชี้เบ้ ขึ้นไปบนตัวตึก ชานนท์แหงนหน้ามองตามต้องตกใจแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นเขมิกาในคราบขวัญตาใช้เชือกเส้นใหญ่โรยตัวลงมาจากหน้าต่างห้องใต้หลังคา เขาแอบลุ้นเอาใจช่วยให้เธอปลอดภัย
เขมิกาค่อยๆรูดตัวลงมาจนใกล้จะถึงพื้น เชือกเกิดขาด ทุกคนตกใจร้องลั่น ชานนท์พุ่งรับเธอไว้ด้วยความเป็นห่วง ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปด้วยกัน พอเขาลุกขึ้นได้ ต่อว่าเขมิกาว่าว่างนักหรือ ถึงได้เล่นพิเรนทร์แบบนี้ เธอไม่ได้เล่นพิเรนทร์ แต่มีคนขังเธอเอาไว้ และยังเอางูมาปล่อยเพื่อให้เธอถูกกัด
“เลิกพูดพล่อยๆเสียที” ชานนท์ตวาดเสียงเขียว เขมิกายืนยันว่ามีหลักฐาน ถ้าไม่เชื่อก็ให้ตามไปดู
ooooooo
หลักฐานที่เขมิกาอ้างถึงกลับมลายหายไปสิ้น ทั้งงูที่เธอจับใส่ตะกร้าในห้องใต้หลังคา ทั้งข้อความข่มขู่ว่า “ตาย” ที่เขียนไว้บนกระจกเงาในห้องนอน เธอสรุปว่ามีมือดีมาทำลายหลักฐานพวกนี้ ชานนท์ไม่พอใจที่เธอโกหกได้โกหกดี ไม่เข้าใจจะทำไปเพื่ออะไร แววนิลได้ทีกล่าวหาเขมิกากลบเกลื่อนความผิดตัวเอง
“แกเข้าไปขโมยของในห้องใต้หลังคาใช่ไหม พอออกมาไม่ได้ ก็เลยปีนลงมาทางหน้าต่าง แกขโมยอะไร ไหนดูซิ” แววนิลว่าแล้วเข้าไปค้นตัวเขมิกาซึ่งคว้าแขนเธอบิดจนร้องโอดโอย ชานนท์ไม่พอใจผลักเธอกระเด็น ปรียาไม่อยากให้มีเรื่อง วิ่งเข้าไปขวางเขาไว้ ขอร้องให้ค่อยๆพูดค่อยๆจากันอย่าใช้ความรุนแรง
“เธอจะไปจากบ้านฉันเอง หรือให้ฉันโยนออกไปทางหน้าต่าง” ชานนท์ขู่ เขมิกาลุกขึ้นยืนอย่างไม่ยี่หระ
“กลัวฉันจะอยู่เจอความลับของคุณหรือ ใครที่มันทำอะไรไว้ก็ปิดให้มิดแล้วกัน” เขมิกาว่าพลางกวาดตามองหามณฑา แต่ไม่เห็น “ขนาดคุณปรียาไม่สบายยังลุกขึ้นมาดู แต่ดูเหมือนว่าจะมีอยู่คนหนึ่งที่หายไป ทุกทีตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ไม่ใช่หรือฮะ คุณนิล...ช่วงที่ฉันปีนลงมาจากตึก มีเวลาเหลือเฟือที่จะมีใครสักคนเข้าไปทำลายหลักฐานทั้งที่ห้องใต้หลังคา แล้วก็ในห้องนี้” เขมิกาพูดจบหันไปสั่งให้โย่งไปดูว่ามณฑาอยู่ในสวนหลังตึกหรือเปล่า ส่วนแป้นให้ตามเธอมา แววนิลไม่พอใจที่เธอเจ้ากี้เจ้าการคนของตนเอง สั่งว่าไม่ต้องทำตาม
“ต้องมีคนเอางูไปจากตะกร้า และลบข้อความขู่ฉัน คุณนมไม่อยู่ที่นี่ เป็นคนที่น่าสงสัย ถ้าพวกคุณบริสุทธิ์ใจก็ไม่ควรห้าม” เขมิกาจ้องชานนท์สีหน้าจริงจัง แววนิลกลัวความแตก ค้านสุดฤทธิ์หาว่าเธอปั่นหัว
“ถ้าไม่เป็นอย่างที่เธอพูด เธอต้องหย่าให้ฉัน”
เขมิกาตกลงรับคำท้าอย่างมั่นใจ โดยไม่รู้ว่ามณฑาเอางูที่เป็นหลักฐานไปหมกสวนแล้ว แต่ก็ถูกงูฉกทิ้งรอยเขี้ยวไว้ที่เหนือข้อมือ จากนั้นเธอลัดเลาะกลับห้องพักรีบล้างเนื้อล้างตัวเพื่อไม่ให้ใครจับพิรุธได้...
หลังออกตามหามณฑาจนทั่วทั้งสวนแต่ไม่พบชานนท์จึงเดินนำทุกคนไปยังห้องนอนของเธอ แววนิลพยายามถ่วงเวลา แต่เขมิการ้อนใจ เคาะเรียกแล้วไม่มีเสียงขานตอบ จัดแจงจะพังประตูเข้าไป ชานนท์สั่งให้หยุดทำอะไรบ้าๆ แล้วหยิบกุญแจมาสเตอร์คีย์ที่ไขประตูได้ทุกห้องในบ้านขึ้นมาไข ในห้องว่างเปล่า
“น่าแปลกนะฮะ คนแตกตื่นกันทั้งบ้าน แต่คุณนมกลับหายจ้อย” เขมิกาแดกดัน
“ฉันอยู่นี่” มณฑาแกล้งเดินกะเผลกออกจากห้องน้ำ “นมหลับไปค่ะคุณนนท์ ก็เลยไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น มีอะไรหรือคะ”
“คุณผู้หญิงเธอหาว่ามีคนคิดฆ่าเธอ”
เขมิกามองขามณฑาเห็นมีผ้าพันเอาไว้ ถามว่าขาไปโดนอะไรมา ขอให้ช่วยเปิดผ้าพันแผลให้ดู ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบายทำให้มณฑาเอาตัวรอดไปได้ แววนิลได้ทีกล่าวหาเขมิกากลับ ว่าสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายเธอ ใส่ร้ายมณฑา รายต่อไปก็คงเป็นปรียา หลังจากนั้นตัวเองจะได้เสวยสุขในบ้านหลังนี้โดยไม่มีใครขัดขวาง
ชานนท์เชื่อคำโป้ปดของน้องสาว ลากตัวเขมิกาออก จากห้อง ทวงข้อตกลงที่ทำกันไว้ ในเมื่อมณฑาไม่ได้เป็นอย่างที่เธอกล่าวหา พรุ่งนี้เธอจะต้องไปอำเภอ เซ็นใบหย่า ให้เขา เขมิกาอ้างว่าพูดเล่น ผัวเมียท้าหย่ากันเป็นเรื่อง ธรรมดาทำไมเขาต้องจริงจังด้วย ชานนท์โกรธจัดที่เธอเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องเล่น หญิงสาวเห็นท่าไม่ดี แสร้งปวดท้อง จะเข้าห้องน้ำ แล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย...
เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง มณฑาเปิดแผลถูกงูกัดที่ ข้อมือให้แววนิลดูและเล่าเหตุการณ์ตอนที่กำจัดหลักฐานให้ฟัง เธอแปลกใจทำไมโดนงูกัดแล้วไม่เป็นอะไร มณฑาแค่อยากขู่นังนั่น ก็เลยซื้องูไม่มีพิษมา แววนิลเห็นเธอเจ็บแผลมาก แนะให้ไปหาหมอ และเตือนว่าทีหน้าทีหลังอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงแบบนี้อีก
“ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อคุณหนูของนม...นมทำได้ทุกอย่าง” มณฑาอยากจะดึงเธอมากอดแต่ไม่กล้า...
อีกมุมหนึ่งในห้องนอนของเขมิกา ขณะเขมิกากำลังอัดคลิปตัวเองเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ไว้ในโน้ตบุ๊ก โยธินส่ง SMS มาแจ้งว่าอยู่กรุงเทพฯแล้ว กำลัง จะไปหาที่คอนโดฯ มีเรื่องด่วนมากเกี่ยวกับปู่ของเธอ
เขมิกาตกใจรีบพิมพ์ข้อความกลับไปว่า รถติดมาก เธอยังกลับไม่ถึงที่พัก ขอเปลี่ยนไปเจอกันที่อื่น
ooooooo
ครู่ต่อมา เมื่อเขมิกามาถึงร้านกาแฟตามนัด ธุระด่วนที่โยธินว่ากลายเป็นแค่เอาทุเรียนทอดฝีมือจุมพลที่เธอชื่นชอบมาฝาก เขมิกาแทบจะชกหน้าฐาน หลอกให้ตกใจ เขาแก้ตัวว่าถ้าไม่ทำแบบนี้คงไม่ได้เจอกัน เพราะเธอติดอบรมตลอด เขมิกาแปลกใจยัง ไม่ถึงวันนัด รีบร้อนมาทำไม
“ก็อยากเห็นหน้าเข็มเร็วๆ คืนนี้เฮียจะไปนอนด้วย ขี้เกียจไปหาที่พัก”
เขมิการ้องห้ามเสียงลั่น ตนเองเป็นสาวแล้ว ขืนใครรู้เข้าเสียราคาหมด แล้วชวนโยธินกลับ ขณะก้าวออกจากร้านกาแฟ หญิงสาวถึงกับหยุดกึก เมื่อเห็นแววนิลประคอง มณฑาออกจากคลินิกใกล้ๆ เธอรีบหลบหลังโยธินก่อนที่คู่อริจะทันเห็น เขาเห็นท่าทางแปลกๆของเขมิกา ถามว่า เป็นอะไร กลัวแดดหรือ
“เข็มร้อน เข็มขอยืมเสื้อหน่อยเฮีย ถอดเร็วๆ แยก กันตรงนี้นะเฮีย เข็มกลับเอง เจอกันวันเสาร์” เขมิการีบเอาเสื้อคลุมของโยธินคลุมหัวทำทีบังแดด แล้ววิ่งปรู๊ดออก ไปทันที แววนิลเห็นหลังเธอไวๆชะเง้อมองตาม ก่อนจะ หันไปบอกมณฑาว่าเหมือนจะเห็นขวัญตาแวบๆ แต่ไม่แน่ใจเนื่องจากเห็นไม่ถนัด
“คงไม่ใช่หรอกค่ะคุณหนู ตอนเราออกมามันก็ยังอยู่ที่บ้าน”...
เสร็จจากสั่งให้ประชาช่วยนัดทนายความมาพบเพื่อทำเรื่องฟ้องหย่าขวัญตาแล้ว ชานนท์มาที่แผนกผสมน้ำมันหอมระเหย ยืนลังเลอยู่อึดใจก่อนจะเปิดประตูเข้าไป เห็นที่ที่ขวัญตาเคยนั่งทำงานแล้ว อดนึกถึงอดีตไม่ได้
วันนั้น ชานนท์มาตรวจงานที่ร้านสปาแห่งนี้เหมือน เช่นเคย เมื่อมาถึงห้องนวดเท้าได้ยินเสียงลูกค้าโวยวายขอเปลี่ยนพนักงาน เนื่องจากขวัญตาปฏิเสธจะนวดเท้าให้ หลังจากเขาและประชาได้ซักถามความจริง กลับพบว่าขวัญตามีเหตุผล ไม่ได้ปฏิเสธมั่วๆ เนื่องจากทราบมาว่า ลูกค้าตั้งครรภ์อ่อนๆ เพราะเห็นเธออาเจียนและได้ยินเธอ บ่นกับลูกในท้องตอนเข้าห้องน้ำ ขวัญตาได้รับการสอนจากน้าเยาว์ว่าการนวดเท้าแบบกดจุดไม่ควรทำในหญิงมีครรภ์ เพราะอาจจะมีผลกับเด็กในท้อง
“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคนท้องไม่ควรนวดเท้า เลยไม่ได้ให้ข้อมูลกับพนักงานไว้ ขอบใจเธอมากนะฉันมันแย่จริงๆ น่าจะถามเหตุผลเธอก่อน อย่าถือสาอารมณ์คนท้องเลยนะจ๊ะ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ สปาไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกไม่ใช่แค่ฝีมือนวดอย่างเดียว แต่เพราะเราให้ความเป็นมิตรด้วย ขวัญภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่นี้ค่ะ” ขวัญตายิ้มสดใสให้ลูกค้า ชานนท์มองอย่างชื่นชม และเริ่มตกหลุมรักเธอโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าเธอจ้างผู้หญิงคนนั้นให้มาแสดงเป็นลูกค้าเล่นละครตบตาทุกคน
นอกจากนี้ ขวัญตายังสร้างความประทับใจให้ชานนท์ด้วยการอ้างว่าตัวเองคิดค้นน้ำมันหอมระเหยจากดอกนางแย้มได้ ซึ่งหอมไม่แพ้กลิ่นจวงจันทร์ ทั้งที่ความจริงแล้วสูตรนี้จรรยาเป็นผู้คิดค้น...
ชานนท์หงุดหงิดใจมากที่ไม่สามารถลบขวัญตาออกไปจากใจได้ จึงคิดจะแก้เผ็ดเธอคืน ตัดสินใจโทร.บอกประชาว่าไม่ต้องนัดทนายความให้แล้ว เขาเปลี่ยนใจไม่หย่า
ooooooo
เขมิกาไม่สนใจคำสั่งของชานนท์ที่ให้แป้นจัดอาหารให้เธอกินในห้องครัว เดินอาดๆเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับเขาหน้าตาเฉย จังหวะนั้นเสียงริงโทนเรียกเข้ามือถือที่เป็นเบอร์ของโยธินดังขึ้น
“รับสายด้วยจ้ะที่รักจ๋า...รับสายด้วยจ้ะที่รักจ๋า”
ชานนท์หน้าเครียดทันที เขมิการีบตัดสายทิ้ง กลบเกลื่อนว่าริงโทนนี้กำลังฮิต เขาสนใจบ้างไหม เสียงริงโทนเจ้ากรรมดันดังขึ้นอีกครั้ง เธอจะตัดสายทิ้ง แต่ชานนท์มือไวกว่าแย่งมือถือไปเสียก่อน
“ชู้เธอโทร.มาหรือ ถึงไม่กล้ารับสายต่อหน้าฉัน”
เขมิกาจะแย่งคืน แต่ชานนท์เขยิบหนีแล้วกดรับเสียเอง เป็นจังหวะเดียวกับโยธินกดวางสายพอดี เขาเลยคืนมือถือให้ แต่ไม่วายแดกดันว่าสงสัยชู้รักของเธอจะรู้เสียก่อนเลยไม่กล้าตอบกลับมา เขมิกาถึงกับถอนใจโล่งอก แววนิลเดินเข้ามาพร้อมกับปรียาเห็นคู่อริยังนั่งลอยหน้าอยู่ ต่อว่าพี่ชายตัวเองที่อ่อนข้อให้มันตลอด
“เขาอยากกินน้ำใต้ศอกก็ปล่อยเขาสินิล” ชานนท์พูดจบคว้ามือปรียามากุมไว้ พูดเสียงอ่อนเสียงหวานจงใจจะแกล้งเมียตัวเอง “ที่พี่เคยขอคบกับปรียา มีคำตอบให้พี่หรือยัง”
แววนิลเห็นเพื่อนรักอึกอัก รีบตอบคำถามแทนว่าเธอบอกกับตนแล้วว่าตกลง เขมิกาจ้องหน้าปรียาเขม็ง
“ไม่ต้องเกรงใจ มีเมียแล้วก็มีกิ๊กอีกคนได้ แบ่งๆกันใช้ ใครเขาจะด่าว่าศีลธรรมเสื่อมก็เอาสีข้างแถๆไปว่าสมัยนี้ใครๆเขาก็ทำ...จบ” เขมิกาแดกดัน ชานนท์เถียงว่าเราสองคนเลิกกันนานแล้ว ติดแค่ใบหย่าเท่านั้น เธอไม่เห็นรู้เรื่องเราเลิกกันตอนไหน หรือตอนนั้นเธอหลับใน แววนิลโกรธหาว่าเธอจงใจแกล้งพี่ชายของตน
“โอ๊ย...คุณปลานิล ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดอีกแล้ว ฉันก็พูดชัดว่าฉันอนุญาต ต้องให้แต่งตั้งตำแหน่งเมียน้อยอย่างเป็นทางการหรือเปล่าฮะ ถึงจะพอใจ”
“แต่ฉันต้องการคบกับปรียาอย่างเปิดเผย ถ้าเธอไม่ ยอมหย่า เธอก็เป็นฝ่ายอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆไป ฉันไม่ว่า” ชานนท์พูดจบ จูงมือปรียากับแววนิลชวนกันไปกินข้าวข้างนอก เขมิกาหันมายิ้มกับแป้น ไม่มีอาการเสียใจใดๆให้เห็น ทำให้แป้นประหลาดใจมาก ที่เธอยังยิ้มหน้าชื่นอยู่ได้ ทั้งที่ผัวตัวเองควงหญิงอื่นต่อหน้าต่อตา
ooooooo










