ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าสาวสลาตัน

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เจ้าสาวสลาตัน ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ค่ำ​นี้...ที่​ชายหาด​บ้าน​เพ จังหวัด​ระยอง มี​งาน​เลี้ยง​แต่งงาน เสียง​ฟ้าร้อง​ครืนๆลม​แรง ไม่​นาน​ฝนก็​เท​ลง​มา​ราวกับ​ฟ้า​รั่ว

ขวัญตา หรือ​ชื่อเล่น​ว่า “ขวัญ” ใน​ชุด​แต่งงานขาว​สะอาด วิ่ง​หนี​สุด​ชีวิต ล้มลุกคลุกคลาน​น่า​เวทนา วิ่งมาถึงเรือ​ประมง​ที่​จอด​เกย​หาด​อยู่ ขวัญ​ควาน​หา​มือ​ถือ​ออกโทร.หาพ่อ

ที่​ถนน​ริม​หาด บัณฑิต​พ่อ​ของขวัญ​ขับ​รถ​กระบะ มอง​หา​บ้าน​ชายทะเล​ที่​นัด​กับ​ขวัญ​ไว้​อย่าง​ร้อน​ใจ พลัน​ก็ได้​รับ​โทรศัพท์​จาก​ขวัญ

“ช่วย​หนู​ด้วย...” เสียง​ขวัญ​ร้อง​อย่าง​ตระหนก

“เกิด​อะไร​ขึ้น หนู​อยู่​ไหน พ่อ​หา​บ้าน​หลัง​นั้นไม่เจอ”

“หนู​ถูก​มัน​ตาม​ฆ่า ตอน​นี้​หนู...”

ขวัญ​พูด​ได้​แค่​นั้น​ก็​ถูก​ไอ้​โม่ง​โผล่​มา​จาก​ข้าง​หลัง​กระชาก​แขน​ขวัญ​จน​มือ​ถือ​ตก เสียง​ขวัญ​ร้อง​กรี๊ด​ดัง​เข้า​ใน​โทรศัพท์ บัณฑิต​ชะงัก​หน้าเสีย

ที่​ข้าง​เรือ​นั้น มี​เงา​ขวัญ​ต่อสู้​กับ​โอ้​โม่ง​สุด​ชีวิต ผืน​ทราย​กระจาย รอย​เลือด​กระเซ็น​ไป​ทั่ว!

บัณฑิต​ตกใจ​เร่ง​เครื่อง​แซง​รถ​บรรทุก​คัน​หน้า เจอ​รถ​สวน​มา​เขา​หลบ​จน​รถ​เสียหลัก​พลิก​ลง​ข้าง​ทาง​หลายตลบ รถ​หงายท้อง บัณฑิต​เลือด​อาบ แน่​นิ่ง​คา​รถ!

ooooooo

3 เดือน​ผ่าน​ไป...

ที่​คฤหาสน์​เลิศ​วิริยะ ตึก​โอ่อ่า มี​ต้นไม้​ใหญ่​เขียว​ชอุ่ม​โอบ​ล้อม มี​ซุ้ม​ศาลา ด้าน​หลัง​ตึก​เป็น​สวน​ผล​ไม้ขนาด​ใหญ่ มี​ลำ​คลอง​ที่​พาย​เรือ​ไป​มา​ได้

ประตู​รั้ว​ขนาด​ใหญ่​ค่อยๆเปิด รถ​หรู​คัน​ใหญ่​แล่น​เข้า​มา​ช้าๆ โย่ง​คนสวน​เก่า​แก่​ยืน​รอ​รับ พอ​เห็น​คนในรถ โย่ง​ก็​วิ่ง​กลับ​ไป​ที่​ประตู​ตึก​ตะโกน​ด้วย​ความ​ดีใจ​สุดขีด

“มา​แล้ว...มา​แล้ว...”

คน​ที่​กลับ​มา​จน​ทำให้​โย่ง​ดีใจ​สุด​ชีวิต​คือ ชา​นนท์ หนุ่ม​หล่อ ขรึม เจ้าของ​โรง​งาน​น้ำอบ​ไทย “จ​วงจันทร์” นั่นเอง

โย่ง​วิ่ง​เข้า​มาก​อด​ทำ​หน้า​เบะๆพูด​ว่า นึก​ว่า​จะไม่​กลับ​มา​เสีย​แล้ว ชา​นนท์​มอง​โย่ง​ทัก​ว่า

“ผอม​ไป​นะ กิน​ข้าว​ให้​เยอะ​หน่อย”

โย่ง​ถูก​ประชา เลขา​ของ​ชา​นนท์​ปราม​ว่า​ให้​รู้​เสีย​บ้าง​ว่า​ใคร​เป็น​ใคร แล้ว​สั่ง​โย่ง​ให้​ไป​ยก​กระเป๋า ขู่ว่าถ้า​ของ​หาย​แม้แต่​ชิ้น​เดียว​จะ​ถือว่า​โย่ง​ขโมย โย่ง​ไป​ยกกระเป๋า​บ่น​อุบอิบ​อย่าง​หมั่นไส้​ประชา...

“ทำ​เป็น​สั่ง​วิ่ง​หาง​สั่น​ตาม​ไป​เชียว มัน​ก็​เป็น​ขี้ข้า​เหมือน​กัน​ล่ะ​เว้ย​เฮ้ย”

ooooooo

ที่​ห้อง​โถง​ใหญ่​คฤหาสน์ แวว​นิล น้อง​สาว​ของ​ชา​นนท์​ดีใจ​มาก​ที่​เห็น​พี่​ชาย​กลับ​มา วิ่ง​ถลา​มาก​อด​พูด​เสียง​ใส

“ต้อนรับ​กลับ​บ้าน​ค่ะ​พี่​นนท์ คิดถึงพี่​นนท์​ที่สุด”

“ขอบใจ​ทุก​คน” ชา​นนท์​ยิ้ม​น้อยๆ มอง​ทุกคนแววตา​อ่อนโยน จน​ไป​หยุด​ที่​ป​รี​ยา เธอ​ยืน​อยู่​ที่​บันได​ขั้น​สุดท้าย พอ​แวว​นิล​พยัก​หน้า ป​รี​ยา​ใน​ชุด​กระโปรง​เรียบร้อย​ก็เดิน​มา​มอบ​ช่อ​ดอกไม้​ให้​ชา​นนท์

แวว​นิล​บอก​ว่า​นี่​เป็น​ความ​คิด​ของ​ตน​และ​ป​รี​ยา​เป็น​คน​ลงมือ​แต่ง​ห้อง​เอง​ทั้ง​ดอกไม้​ลูกโป่ง ชา​นนท์ขอบใจ​ป​รี​ยา​ถาม​ว่า​สบาย​ดี​หรือ ป​รี​ยา​ตอบ​อ่อนโยน​เขินๆ เสียง​แผ่ว​เบา “ค่ะ...”

แต่​บรรยากาศ​ก็​อึดอัด​ทันที​เมื่อ​ชา​นนท์​มอง​ไป​หลัง​ตู้​ที่​มี​กรอบ​ใส่​รูป​ขวัญตา ใน​ชุด​ผ้าถุง​ไทย​สวยๆ มี ดอกไม้​ทัด​เป็น​ภาพ​โปสเตอร์​โปรโมต​จ​วง​จันทร์​สปา ทุก​คน​ตกใจ​มอง​ขวับ​ไป​ที่​มณฑา แม่นม​ที่​เลี้ยง​ทั้ง​ชา​นนท์​และ​แวว​นิล​นับ​แต่​แม่​เขา​ตาย

มณฑา​เสียงแข็ง​ใส่​แป้น​ว่า​กำชับ​แล้ว​ว่า​ให้​เก็บ​สิ่งของ​เครื่อง​ใช้​ของ​คุณ​ผู้หญิง​ไป​ให้​หมด แป้น​เสียงอ่อยๆ ว่า​ตน​ไม่ทัน​มอง มณฑา​ยัง​บ่น​ต่อ​อย่าง​หงุดหงิด ชา​นนท์​บอก​ว่า “ไม่​เป็นไร ก็​แค่​ขยะ โยน​ทิ้ง​ไป​ก็​จบ”

“พี่​นนท์​ลืม​ผู้หญิง​คน​นั้น​ได้​แล้ว​หรือ​คะ” แวว​นิล​ถาม ชานนท์ถาม​หน้า​นิ่ง​ว่า​ผู้หญิง​คน​นั้น​คือ​คน​ไหน ตน​ไม่​รู้จัก “น้อง​ก็​ไม่​อยาก​เอ่ย​ชื่อ​มัน​ให้​เป็น​เสนียด​ปาก​เหมือน​กัน​ค่ะ” ป​รี​ยา​จับ​แขน​แวว​นิล​ทำนอง​ติง​ไม่​ให้​พูด แวว​นิล​พูด​อย่าง​ไม่​ยี่หระ​ว่า “ไม่​เห็นจะ​ต้อง​ไป​แคร์​มัน​เลย มัน​ไม่​มี​วัน​ได้ยิน​หรอก”

ชา​นนท์​ขอตัว​ขึ้น​ไป​พักผ่อน หัน​บอก​ประชา​ว่า พรุ่งนี้​ค่อย​เจอ​กัน​ที่​ร้าน​แล้ว​เดิน​ขึ้น​บันได​ไป แวว​นิล​หัน​ชวน​ป​รี​ยา​เพื่อน​รัก​ให้​อยู่กิน​ข้าว​ด้วย​กัน​ก่อน อย่า​เพิ่งกลับ

ชา​นนท์​เดิน​ขึ้น​บันได ไม่​กี่​ขั้น​ก็​อด​ไม่ได้​ที่​จะ​หัน​มอง​รูป​ของขวัญ​ตา แล้ว​ถอน​ใจ​อย่าง​อาลัย

มา​ถึง​ห้อง​นอน ชา​นนท์​มอง​กรอบ​รูป​ที่​เคย​ใส่​รูป​ของขวัญ​ตา​ไว้​ แต่​บัดนี้​เหลือ​แต่​กรอบ​รูป​ที่​ว่าง​เปล่า เขา​คิดถึง​ขวัญตา คิดถึง​เธอ​ใน​ชุด​แต่งงาน...เขา​ถอย​ไป​นั่ง​ที่​ขอบ​เตียง​ด้วย​หัวใจ​ที่​เจ็บปวด...

ooooooo

ที่​ชายหาด​ห่าง​จาก​สะพานปลา เข็ม หรือ​ชื่อ​จริง เข​มิ​กา​แต่​ใครๆ เรียก​เธอ​ว่า เข็ม​สลาตัน หน้าตา​เธอ​สวย​หวาน​ผิด​กับ​บุคลิก​เท่ๆ ห้าวๆ ฉลาด​เป็น​กรด แต่​ร่าเริง​แจ่ม​ใส

เข็ม​ขับ​เรือ​เข้า​เทียบ​สะพานปลา ปิด​เครื่อง​แล้ว​วิ่ง​มา​หัว​เรือ​มัด​เชือก​ยึด​กับ​เสา พลัน​ก็​เห็น​คน​กำลัง​ขโมย​เรือ มัน​มา​กัน 5 คน คน​หนึ่ง​ท่าทาง​เป็น​หัวโจก​ร้อง​บอก​พรรคพวก

“เร็ว​โว้ย! ไอ้​ลม​สลาตัน​มัน​มา​แล้ว”

“ไอ้​สอน คิด​ขโมยเรือ​หรือ​วะ” เข็ม​คว้า​ไม้​พาย​วิ่ง​ชู​หรา​เข้าไป สอน​กับ​ลูกน้อง​อีก​คน​วิ่ง​มาส​กัด​เข็ม​ไว้ ส่วน​ที่​เหลือ​สาม​คน​ช่วย​กัน​เข็น​เรือ​ลง​น้ำ

ทันใดนั้น โย​พุ่ง​มอเตอร์ไซค์​มา​ขวาง​สอน​กับ​ลูกน้อง ถอด​หมวกกันน็อก​อย่าง​เท่​ชี้​หน้า​ปราม

“แฟน​ข้า ใคร​อย่า​แหยม แหยม​มา​เจ็บ!”

“ลุย​มัน​เลย เข็ม​จัดการ​ทาง​นี้ เฮีย​ไป​ทาง​โน้น” เข็ม​เอา​ไม้​พาย​ไล่​ฟาด​สอน​กับ​ลูกน้อง​จน​น่วม​ไป​ทั้ง​ตัว โย​วิ่ง​เข้า​มา​ช่วย เตะ​ทราย​ใส่​และ​เตะ​ผ่าหมาก​จน​มัน​ร้อง​ลั่น แต่​โย​ก็​พลาด​ถูก​ชก​ท้อง​จน​จุก ขณะ​กำลัง​ชก​ต่อย​กัน​ชุลมุน​นั้น เสียง​ปืน​ลั่น​ขึ้น ทุก​คน​หยุด​ชะงัก เข็ม​มอง​ไป​เห็น​จุ​ม​พล​ถือ​ปืน​ยาว​วิ่ง​เข้า​มา​พร้อม​คน​งาน​ชาวเล 2 คน เข็ม​อุทาน “ปู่...”

“ไอ้​พวก​หมาหมู่ มึง​กล้า​แตะ​หลาน​กู​หรือ​วะ”

จุ​ม​พล​ยิง​เฉียด​ขา​พวก​สอน​จน​ทราย​แตก​กระจาย พวกมัน​ตกใจ​แตก​กัน​​กระเจิง “ไป​บอก​ไอ้​เฮีย​เม้​ง​นะ​โว้ย ต่าง​คน​ต่าง​ทำ​มา​หากิน​อย่า​มา​ตี​รวน​กัน​อีก ไม่​งั้น​ไม่​เอ็ง​กับข้า​ต้อง​ตาย​กัน​ไป​ข้าง​นึง”

เข็ม​วิ่ง​มา​จับ​ปืน​ปู่​ไว้​บอก​ให้​พอได้​แล้ว โดน​พวก​มัน​จริงๆเดี๋ยว​ได้​ติด​คุก จุ​ม​พล​คุย​เขื่อง​แล้ว​บ่น​เข็ม​ว่า

“จุ​ม​พล​เจ้า​สมุทร​ไม่​เคย​กลัว​ใคร​โว้ย เอ็ง​ก็​เหมือน​กัน​ไอ้​เข็ม ปู่​สั่ง​ไม่​ให้​ออก​ทะเล ยัง​จะ​ดื้อ​รั้น​ไม่​ฟัง​กัน”

เข็ม​บอก​ว่า​อยาก​ทำ​งาน​แทน​พ่อ กาง​แขน​อวด​ปู่ “เห็นเปล่าปู่ กลับ​มา​ไม่​บุบสลาย ไอ้​เข็ม​สลาตัน​ซะ​อย่าง”

ปิ้ง​คน​งาน​ใกล้​ชิด​ของ​จุ​ม​พล​ซิ่ง​มอเตอร์ไซค์​มา​กับ​คน​งาน​อีก​คน ร้อง​บอก​อย่าง​ดีใจ “เถ้าแก่! นาย​ฑิต​ฟื้น​แล้ว” เข็ม​ดีใจ​บอก​จุ​ม​พล​ว่า​จะ​ล่วงหน้า​ไป​ก่อน โย​รีบ​ตาม​มา​อาสา​จะ​ไป​ส่ง​เข็ม​วิ่ง​ไป​ที่​รถ โย​ตะบึง​ไป​อย่าง​เร็ว     

“ไอ้​ปิ้ง เอ็ง​เอา​เรือ​ขึ้น​มา​ผูก​ให้​แน่นหนา แล้วไป​ตาม​พรรคพวก​มา​นอน​เฝ้า​ที่​แพ​ปลา​คืน​นี้ เผื่อ​มัน​จะ​กลับ​มา​แว้งกัด​เอา​อีก ข้า​จะ​ไป​โรงพยาบาล​ก่อน” จุ​ม​พล​สั่ง ปิ้ง​โอ่​ว่า​ไม่​ต้อง​ห่วง ​ใคร​แหยม​มา​เป็นได้​เจอ​เกือก​ไอ้​ปิ้ง “เออ...อย่า​เก่ง​แต่​ปาก ไม่​งั้น​พวก​เอ็ง​นั่นแหละ​จะโดน​เหยียบ” จุ​ม​พล​เอา​ปืน​ชี้​กราด​แล้ว​รีบ​เดิน​ไป​กับ​คน​งาน

ooooooo

เข็ม​มา​ถึง​โรงพยาบาล​ก็​วิ่ง​ตะบึง​ขึ้น​ไป​ที่​ห้อง​คน​ป่วย เจอ​หมอ​ถาม​ว่า​พ่อ​ฟื้น​แล้ว​ใช่​ไหม หมอบ​อก​ให้​ไป​กราบ​พ่อ​เสีย​ท่าน​จะ​ได้​จาก​ไป​อย่าง​สงบ

เข็ม​ถลา​ไป​ที่​เตียง​ร้องไห้​โฮ โย​ยืน​ข้างๆอย่าง​เป็น​ห่วง เข็ม​พร่ำ​บอก​พ่อ​อย่า​ตาย ​แม่​ทิ้ง​ไป​แล้ว​พ่อ​จะ​หนี​ไป​แบบ​นี้​ไม่ได้ พ่อ​เคย​รับปาก​ว่า​ยัง​ไง ลืม​แล้ว​หรือ ลูกผู้ชาย​พูด​คำ​ไหน​คำ​นั้น​สิ ผิด​คำ​พูด​ได้​ไง

จุ​ม​พล​มา​ถึง​พอดี บอก​เข็ม​ว่า “ไม่​ต้อง​ร้องไห้ ถ้า​มัน​มี​เลือด​ของ​ปู่ มัน​ต้อง​ไม่​ใจเสาะ​หนี​ไป​ง่ายๆ ไม่​อย่าง​นั้น​ปู่​จะ​ตัด​พ่อ​ตัด​ลูก​กับ​มัน”

ทันใดนั้น จอ​แสดง​การ​เต้น​ของ​หัวใจ​ที่​นิ่ง​ไป​กลับ​ขึ้น​มา​อีก​ครั้ง ทั้ง​เข็ม​และ​จุ​ม​พล​ยิ้ม​ให้​กัน​ทั้ง​น้ำตา เข็ม​หัน​มอง​โย โย​โอบ​ไหล่​อย่าง​ให้​กำลังใจ

โย​ดูแล​และ​เป็น​กำลังใจ​ให้​เข็ม​อย่าง​ห่วงใย เห็นเข็ม​จะ​ดื่ม​กาแฟ​ก็​ดึง​ไว้​เอา​โจ๊ก​กับ​ปาท่องโก๋​ให้​กิน​แทน​บอกว่า

“เฮีย​ไป​ซื้อ​มา​จาก​ปาก​ซอย โจ๊ก​หมู​ไม่​ใส่​ขิง” แล้ว​พูด​พร้อม​กัน​ว่า “ปาท่องโก๋​กรอบ​นอก​นุ่ม​ใน​เนื้อ​ฟู” พูด​แล้ว​หัวเราะ​อย่าง​รู้​ใจ​กัน

โย...​หรือ​โยธิน​เป็น​หนุ่ม​หล่อ​อารมณ์​ดี​เศรษฐี​ภูธร​เจ้าของ​ร้าน​คอมพิวเตอร์​ใหญ่​ใน​ระยอง โย​ดูแล​เข็ม​อย่าง​นี้​ตั้งแต่​สมัย​เข็ม​เรียน​หนังสือ โย​พูด​เหมือน​เป็น​กิจวัตร​ประจำ​วัน​ที่​ทำ​มา​เป็น​สิบ​ปี​ว่า

“ทุก​เช้า​ก่อน​ที่​เข็ม​จะ​ไป​โรงเรียน เฮีย​ก็​จะ​ซื้อ​มา​ให้ แล้ว​รอ​จน​เข็ม​กิน​เสร็จ เฮีย​ถึง​ปั่น​จักรยาน​ไป​ส่ง​เข็ม​ที่​โรงเรียน​ไม่​ต่ำ​กว่า​สิบ​ปี​มั้ง” พูด​พลาง​ฉีก​ปาท่องโก๋​ใส่​โจ๊ก​บอก​เข็ม “กิน​ได้​ละ ระวัง​ร้อนนะ”

เข็ม​บอก​ว่า​ตอน​เด็ก​พ่อเคย​หมั่นไส้​เฮีย เพราะ​เข็ม​ติด​เฮีย​มาก พูด​เสียง​สั่น​เครือ​จน​โ​ยถา​ม​ว่า​กลัว​พ่อ​ไม่​ฟื้น​หรือ เข็ม​ทำใจ​แข็ง​บอก​ว่า​เปล่า พ่อ​ต้อง​ฟื้น โย​จับ​หัว​เข็ม​มา​ซบ​ไหล่​ปลอบ

“ถ้า​เชื่อ​อย่าง​นั้น​จริง ก็​ต้อง​เข้ม​แข็ง แต่​คน​เข้มแข็ง​จะ​ร้องไห้​บ้าง​ก็ได้ ไม่​เป็นไร​หรอก​นะ”

ooooooo

ที่ “สปา​จ​วง​จันทร์” อึ่ง​กับ​กุ้ง​ช่วย​กัน​ปู​ผ้า​บนเตียง​นวด มือ​ทำ​งาน​ปาก​ก็​เม้าท์​กัน​มัน

กุ้ง​ถาม​ว่า​ได้​ข่าว​ว่า​ชา​นนท์​กลับ​มา​แล้ว​หรือ อึ่ง​ลอยหน้า​ตอบ​อย่าง​รู้​ดี​ว่า

“มั้ง...​หนี​ไป​เมืองนอก​เพื่อ​เลีย​แผล​ใจ ไม่​รู้​ว่า​แผล​จะ​แห้ง​สนิท​แล้ว​หรือ​เน่า​ยิ่ง​กว่า​เดิม” พูด​แล้ว​หัวเราะ​กัน​คิก​คัก

ชา​นนท์​เดิน​เข้า​มา ประชา เยาว์ ชิ้น เดินตามมา​กัน​เป็น​ขบวน ได้ยิน​อึ่ง​พูด​พอดี กุ้ง​เห็น​เจ้านาย ก็ตกใจ​ปาก​คอ​สั่น แต่​อึ่ง​กำลัง​ปู​ผ้า​ไม่​รู้​เรื่อง​ยัง​เม้าท์​ต่อ​อย่าง​ติดลม​ว่า

“นัง​ขวัญ​นี่​มัน​มารยา​เยอะ มี​แต่​เจ้านาย​เรา​ที่​ตา​บอด​ไป​ยก​มัน​ขึ้น​มา​เป็น​เมีย แล้ว​เป็น​ไง เห็น​ปะ ชื่อ​กระฉ่อน!”

เยาว์​ทน​ไม่ได้​เรียก “นัง​อึ่ง” ให้​รู้สึก​ตัว แต่​อึ่ง​ยิ่ง​เม้าท์​เมามัน

“โอ๊ย...แม่ อย่า​เรียก​ชื่อ​นี้ หนู​เปลี่ยน​ชื่อ​เป็นพัชราภา​แล้ว​นะ เรียก​ให้​เต็มๆด้วย” แต่​พอ​เงย​มอง​ก็​หน้าซีด​เผือด

ประชา​บอก​ให้​ไป​เบิก​เงินเดือน​ที่​เหลือ​แล้ว​พรุ่งนี้​ไม่​ต้อง​มา​อีก​ทั้ง​สอง​คน อึ่ง​ยกมือ​ไหว้​บอก​พ่อ​ว่า​ไม่​กล้า​พูด​อีก​แล้ว หัน​มอง​ชา​นนท์​อ้อนวอน​ด้วย​สายตา ชา​นนท์​เห็นแก่​คน​เก่า​แก่​บอก​ประชา​ว่า แค่​คาด​โทษ​ก็​พอ

ooooooo

รุ่ง​ขึ้น เมื่อ​ชาน​นท์​เดิน​ผ่าน​ห้อง​นวด ได้​กลิ่น​น้ำมัน​หอม​ระเหย​สูตร​ดอก​นาง​แย้ม​ของขวัญ​ตา​ก็​ชะงัก หัน​มอง​เยาว์​  ถาม​ดุๆว่า​ตน​สั่ง​ให้​เลิก​ใช้​น้ำหอม​กลิ่นนี้​แล้ว​ทำไม​ยัง​ใช้​อยู่

เยาว์​บอก​ว่า​นี่​เป็น​กลิ่น​ดอก​จ​วง​จันทร์​สูตร​คุณ​ย่า​จ​วง​ที่​ใช้​อยู่​เป็น​ประจำ​ไม่​ใช่​หรือ ชาน​นท์​เดิน​อ้าว​ไป​ที่​ห้อง​ผสม​น้ำมัน​หอม​ระเหย เจอ​ขวด​น้ำมัน​หอม​ระเหย​ก็​หยิบ​ปา​ทิ้ง​ขวด​แตก สั่ง​เยาว์​ให้​เอา​น้ำมัน​หอม​ระเหย​สูตร​นาง​แย้ม​ที่​เหลือ​อยู่​เท​ทิ้ง​ให้​หมด ถ้า​ใคร​ขัดขืน​คำสั่ง​เก็บ​ไว้​ให้​ไล่​ออก​ได้​เลย ประชา​เดิน​ไป​ยืน​ตรง​หน้า​จรรยาถามดุๆ

“เธอ​เก็บ​ไว้​ทำไม ไม่​รู้​หรือ​ว่า​คุณ​ชาน​นท์​เกลียดมัน”

จรรยา​บอก​ว่า​มัน​คง​หลงๆอยู่ ตน​ผิด​ด้วย​หรือ​ที่​บังเอิญ​เจอ เยาว์​พูด​ช่วย​จรรยา​ว่า

“ไม่​ต้อง​พูด​อะไร​แล้ว รีบ​ไป​เก็บ​กวาด​เร็ว​เข้า”แล้ว ไป​จับ​แขน​ประชา​ดึง​ไป​ทาง​ประตู “ผู้จัดการ​ออก​ไป​ก่อน​ดี​กว่า​ค่ะ  ​กระเบื้อง​จะ​บาด​เท้า​เอา​นะ​คะ ทาง​นี้​น้าดูแลให้เอง”

พอ​ประชา​ออก​ไป จรรยา​ก็​ก้ม​เก็บ​เศษ​ขวด เยาว์​มอง​แล้ว​ถอน​ใจ...

ooooooo

เพราะ​บัณฑิ​ตอ​ยู่​โรงพยาบาล โย​จึง​ช่วย​เข็ม​ทำ​งาน​มาก​ขึ้น วัน​นี้​เข็ม​เอา​ปลา​ไป​ส่ง​ที่​โรงแรม เข็ม​บอก​ให้​เขา​รอ​ข้าง​นอก​เพราะ​ทาง​โรงแรม​ไม่​อนุญาต​ให้​คนนอก​เข้าไป​ใน​ครัว

เข็ม​ยก​ลัง​ปลา​เข้าไป​ที่​ประตู​ครัว บอก​ผู้จัดการ​ที่ยืน​อยู่​ว่า​พ่อ​ป่วย คน​งาน​ก็​ไม่​ว่าง​ ตน​จึง​มา​ส่ง​แทน

ผู้จัดการ​มอง​หน้า​เข็ม​นิ่ง​ถาม​ว่า “คุณ​ขวัญตา ใช่ไหมคะ”

“ไม่​ใช่​ฮะ ฉัน​ชื่อ​เข​มิ​กา เรียก​เข็ม​เฉยๆก็ได้ แต่​พวก​แพ​ปลา​เขา​รู้จัก​ฉัน​ใน​ชื่อ ไอ้​เข็ม​สลาตัน”

“เออ...ตาย​จริง สงสัย​ฉัน​จะ​จำ​ผิด​คน แต่​หน้าตา​เหมือน​กัน​มาก​จริงๆ”

ส่ง​ปลา​แล้ว​เข็ม​ไป​ที่​บอร์ด​ประชาสัมพันธ์ เธอ​ตะลึง​เมื่อ​เห็น​โปสเตอร์​รูป​ขวัญตา​โปรโมต​สปา​จ​วง​จันทร์ เข็ม​เดิน​กลับ​ออก​ไป​ด้วย​ความ​มึนงง จน​โ​ยถา​ม​อะไร​ก็​ไม่ได้​ยิน โย​ทัก​ว่า​ใจลอย​ไป​ถึง​ไหน เข็ม​แก้​เกี้ยวว่า​ใน​ครัว​มัน​ร้อน​หัว​สมอง​เลย​มึน​ตึ้บ​แล้ว​ชวน​รีบ​กลับ​เพราะ​มี​งาน​ต้อง​ทำ​ต่อ

เมื่อ​กลับ​ถึง​บ้าน เข็ม​ตรง​ไป​ที่​ห้อง​นอน​พ่อ เอา​กล่อง​เก็บ​สมบัติ​ของ​พ่อ หยิบ​มือ​ถือ​มา​กด​หา​รูป พบ​แต่​รูป​ถ่าย​ตัว​เอง​กับ​พ่อ​ที่​แพ​ปลา แต่​พอ​รื้อ​ใน​กล่อง เจอ​ถุง​ผ้า​ไหม​ขนาด​ใส่​รูป​ได้​ เข็ม​เปิด​ดู

ใน​ถุง​เป็น​รูป​ขวัญตา​ยิ้ม​สดใส เข็ม​เอา​รูป​ดู​เทียบ​กับ​โปสเตอร์​ที่​ขอ​มา​จาก​โรงแรม หน้า​เหมือน​กัน​เปี๊ยบ! เข็ม​นึก​ทบทวน​ที่​ได้​คุย​กับ​ผู้จัดการ​เมื่อ​ครู่​นี้ ผู้จัดการเล่าว่า

“คุณ​ขวัญตาเป็น​คู่หมั้น​ของ​คุณ​ชาน​นท์ เลิศวิริยะ เจ้าของ​จวง​จันทร์​สปา​ค่ะ 3 เดือน​ก่อน​เธอ​มี​งาน​โปรโมต​ธุรกิจ​สปา​ที่​นี่ ก็​ติด​ไว้นาน​แล้ว ​พนักงาน​คง​ลืม​ดึงออก”

“เอ่อ...ผู้หญิง​คน​นี้​เขา​เป็น​คน​ยัง​ไง​หรือ​คะ” เข็ม​ถาม​พนักงาน​หลังจาก​ผู้จัดการ​ไป​แล้ว

“อือ...​ดิฉัน​ก็​ไม่ได้​คุย​กับ​เธอ​มาก​นัก แต่​เท่า​ที่เห็น ก็​เป็น​คน​น่า​รัก ไม่​ถือตัว ดู​คุณ​ชาน​นท์​กับ​คู่​หมั้น​จะ​รัก​กัน​มาก​นะ​คะ ​ตัว​ติด​กัน​ตลอด แต่​น่า​เสียดาย...” เข็มถาม​ว่า​ทำไม​หรือ “ได้​ข่าว​ว่า​หลังจาก​กลับ​กรุงเทพฯ ไม่นานก็​มี​เรื่อง​กัน​ถึง​ขั้นยก​เลิก​งาน​แต่ง​กลางคัน” เล่า​จน​หมดแล้ว​พูด​ออกตัว​ว่า​ไม่​น่า​เอาเรื่อง​ลูกค้า​มา​นินทา มอง​โปสเตอร์​บน​โต๊ะ​บอก​ว่า “ถ้า​คุณ​บอก​ว่า​เป็น​พี่น้อง​ฝาแฝด​กัน ดิฉัน​ก็​เชื่อ​นะ​คะ”

ooooooo

เข็ม​พลิก​รูป​ด้าน​หลัง เขียน​ไว้​ว่า “ขวัญรักพ่อ​นะคะ รัก​มาก​ที่สุด ขวัญตา”

เข็ม​ถือ​รูป​เดิน​ไป​หา​ปู่​ที่​ห้อง​รับแขก จุ​ม​พล​ถือ​รูป​ที่​เข็ม​เอา​มา​มือ​สั่น หน้า​ดุ​เสียง​เข้ม ปฏิเสธ​ลั่น

“ไม่​จริง ปู่​มี​หลาน​คน​เดียว​ก็​คือ​เอ็ง จำ​ไว้​แค่​นี้”

“ปู่​เคย​บอก​เข็ม​ว่า​แม่​เข็ม​หนี​ไป​กับ​ชู้ แต่​ปู่​กลับ​ปกปิด​เรื่อง​ที่​เข็ม​มี​พี่น้อง​ฝาแฝด ทำไม​ต้อง​ปิด​เข็มด้วย เพราะ​อย่าง​นี้​ใช่​ไหม พ่อ​ถึง​เอาแต่​กิน​เหล้า อยาก​จะ​ไป​ตาม​หา​แม่”

“เอ็ง​จะ​ให้​ปู่​พูด​ว่า​เอ็ง​มี​พี่​สาว พี่​สาว​เอ็ง​ได้​อยู่กับแม่ ส่วน​เอ็ง​มัน​ไม่​เคย​แม้แต่​จะ​ติดต่อ​ถามไถ่ เอ็ง​อยาก​ได้ยิน​อย่าง​นี้​หรือ? ปู่​สั่ง​นัก​สั่ง​หนา​ไม่​ให้​ไอ้​ฑิต​ติดต่อ​กับ​นัง​กากี​อีก แต่​พ่อ​เอ็ง​มัน​หัวดื้อ ขัด​คำสั่ง​ปู่” จุ​ม​พล​ปารูปทิ้ง

เข็ม​บอก​ว่า​ตน​ไม่​สนใจ​ผู้หญิง​คน​นั้น ​แต่​อยากรู้ว่า​พี่​สาว​อยู่​ที่ไหน ถ้า​พ่อ​ติดต่อ​กับ​พี่ บางที​เบอร์​สุดท้าย​อาจจะ​เป็น​เบอร์​ของ​พี่​ก็ได้ แต่​นั่น​ไม่​ทำให้​จุ​ม​พล​ใจอ่อน เข็ม​ถูก​ปราม​ห้าม​เด็ดขาด​ว่า

“พอ​แล้ว ถ้า​เอ็ง​ไม่​อยาก​เห็น​ปู่​กระอัก​เลือดตาย เอ็ง​ต้อง​ลืม​เรื่อง​พวก​นี้​ไป​ให้​หมด แล้ว​ห้าม​ถาม​ถึง​สอง​แม่​ลูก​นั่น​อีก” เข็ม​เสียง​อ่อยๆว่า​อยาก​ให้​พ่อ​ดีใจ ถูก​จุม​พล​ตวาด​ตัดบท “พ่อ​เอ็ง​ต้อง​อยู่​อย่าง​ตาย​ทั้ง​เป็น​มา​คน​หนึ่ง​แล้ว​เอ็ง​ก็​เห็น อย่า​ให้​มัน​ต้อง​เกิด​กับ​เอ็ง​อีก​คน ปู่​คงทน​ไม่ได้”

พูด​แล้ว​จุ​ม​พล​ลุก​หนี​ไป​เข้า​ห้อง​นอน ปาด​น้ำตา​เมื่อ​มอง​รูป​ถ่าย​เก่าๆซีดๆ ของขวัญ​ตา​กับ​เข็ม​ตอนเป็นทารก

ส่วน​เข็ม​เก็บ​รูป​ขวัญตา​ขึ้น​มา​อย่าง​กระวนกระวายใจ เมื่อ​เข้า​ห้อง​ก็​เปิด​คอ​มฯ​ค้น​หา “จ​วง​จันทร์​สปา” กด​มือ​ถือ​ถึง​โย

“เฮีย พรุ่งนี้​พา​เข็ม​ไป​เที่ยว​กรุงเทพฯหน่อย เฮีย​ขับ​รถ​มา​รับ​เข็ม​ตอน 6 โมง​เช้า ถ้า​ไม่​เห็น​หน้า​เฮีย เข็ม​กับ​เฮีย​เลิก​นับถือ​กัน” พูด​เสร็จ หัน​จ้อง​เว็บ​ใน​จอคอมฯ​อย่าง​ตั้งใจ​ต้อง​ไป​ให้​ได้

ฝ่าย​โยได้​รับ​โทรศัพท์​จาก​เข็ม​แล้ว​ก็ดีอกดี​ใจคิดว่า​เข็ม​ชวน​ออก​เดท สมคิด​เฒ่าหัวงู พ่อ​ของ​เขา​ลด​หนังสือพิมพ์​ลง​ถาม​สมเพช​ว่า “น่า​ดีใจ​ตรง​ไหน เห็น​เลี้ยงต้อย​มา​เป็น​ชาติ​เพิ่ง​จะ​ได้​ออก​เดท”

โย​บอก​ว่า​ตน​ไม่​เหมือน​ป๋า ​เดท​กับ​สาว​อาทิตย์ละ​คน ​ลูกเต้า​ไม่​เคยสนใจ สมคิด​เลย​สอน​ว่า​พรุ่งนี้​ให้จู่โจม​ขอ​แต่งงาน​กับ​เข็ม​เลย อย่า​มัว​แต่​เงื้อ​ง่า​ราคา​แพง​อยู่ โย คิดตามอย่าง​คะนอง​ใจ แล้ว​พลิก​หา​ที่​เที่ยว​ใน​ไอ​แพ​ด​เตรียมพร้อม​เต็มที่

ooooooo

รุ่ง​ขึ้น เข็ม​ก็​สะพาย​เป้​มา​พบ​โย​ที่​ยืน​รอ​อยู่​ข้าง​รถ​แวน​ราคา​แพง พอ​เจอ​กัน​เข็ม​บอก​ให้​ออก​รถ​เลย

โย​ยื่น​ไอ​แพ​ด​ให้​ดู บอก​เข็ม​ให้​เลือก​เดย์​ท​ริ​ป​ว่า​ชอบ​แบบ​ไหน ร้าน​อาหาร​บน​ดาดฟ้า​หรือ​ขึ้น​ไป​บน ดาดฟ้า​พื้น​หมุนบน​ตึก​สูง​ที่สุด​ใน​เมือง​ไทย​ดี เข็ม​เลือก​ตึก​สูง หยิก​แก้ม​โย​ปะเหลาะ​ว่า

“เฮีย​นี่​น่า​รัก​จริงๆเลย รู้​ใจ​เข็ม​ไป​หมด แต่​เฮีย​ไป​ส่ง​เข็ม​ที่​นี่​ก่อน​นะ​ฮะ” พลาง​ยื่น​กระดาษ​ที่​วาด​แผนที่ให้ดู โ​ยถา​ม​งงๆว่า แผนที่​ที่ไหน​หรือ

เมื่อ​ไป​ถึงที่​หมาย​ตาม​แผนที่ เข็ม​ให้​โย​จอด​รถ​ห่างๆเป้าหมาย​ที่​จะ​ไป แล้ว​จะ​ลง​เดิน​ไป​เอง​ อ้าง​ว่าข้างใน​เป็น​ซอย​ตัน​ให้​โย​รอ​ที่​รถ​เดี๋ยว​มา โ​ยถา​ม​ว่า​จะ​ไป​ไหน​ยัง​ไม่​บอก​เฮีย​เลย

“เข็ม​ยัง​บอก​ไม่ได้ เดี๋ยว​เข็ม​กลับ​มา​บอก​ละ​กัน”

โย​จินตนาการ​ไป​เอง​ว่า​เข็ม​คง​มี​เซอร์ไพรส์ กลับ​มา​สวม​แหวน​ปลอกมีด​ให้​ที่​นิ้ว​นาง​บอก​ว่า​จอง​ไว้​ก่อน

โย​จินตนาการ​แล้ว​กอด​หมอนอิง​เคลิ้ม คิด​เลยเถิด​ไป​อีก​ว่า ถ้า​เข็ม​เซอร์ไพรส์​แบบ​นี้​ก็ดี จะ​ได้​ขอ​แต่งงาน​ตาม​แผน​เลย

ooooooo

เข็มปลอมตัวเป็นหนุ่มหล่อใส่สูทแบบเสื้อเอวเชฟ ใส่หมวก ใส่วิกผมแบบผู้ชาย ใส่แว่นดำท่าทางเท่ หรู เดินไปยังอาคารที่ตั้ง “สปาจวงจันทร์”

ลุงชิ้นถืออุปกรณ์ซ่อมประปาเดินมาจากอีกทางถามว่าจะมาหาใครหรือ วันนี้ที่ร้านปิดซ่อมระบบประปา1วัน ถ้าจะใช้บริการต้องพรุ่งนี้

เข็มเอาโปสเตอร์ที่พับไว้ส่งให้ลุงชิ้นดู วางมาดเท่พูดเป็นตุเป็นตะว่า ตนเป็นโมเดลลิ่งอยากจะติดต่อผู้หญิงที่นุ่งผ้าไทยในรูปนี้ไปเป็นดารา เป็นละครแนวจักรๆ วงศ์ๆ

อึ่งลูกสาวลุงชิ้นหูผึ่งวิ่งมาเสนอตัวว่าตนเล่นได้ทุกบทยกเว้นบทคนใช้ เข็มมองสารรูปแล้วบอกว่าได้แต่ต้อง บอกก่อนว่าผู้หญิงคนในรูปนี้อยู่ที่ไหน ขอเบอร์โทร.หรือที่อยู่ก็ได้ ถามว่าพอจะมีไหมตนอยากชวนไปเทสต์หน้ากล้องพร้อมกันเลย

“ที่นี่ไม่มี ไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้” ชิ้นตกใจปฏิเสธทันที อึ่งก็ทำหน้าตื่นบอกว่าไม่รู้แล้วเดินหนีไปเลย ลุงชิ้นบอกเข็มเครียดๆ ว่า “ออกไปซะดีกว่า ขืนถามมากๆ คุณอาจจะ เดือดร้อน” พลางดึงแขนเข็มจะพาออกไป

เข็มบอกว่าตนออกไปเองได้ แต่แกล้งทำเป็นเดินผิดทาง พอลุงชิ้นเดินไปทำงาน เข็มก็ลัดเลาะสำรวจไปถึงสระน้ำ เข็มยืนตั้งหลักว่าจะเริ่มสืบเสาะจากตรงไหนดี

เข็มนึกทบทวนข้อมูลที่ได้จากกูเกิ้ล ได้เห็นรูปของชานนท์ เลิศวิริยะ สามีของขวัญตา พลันก็เห็นชานนท์ลุกจากสระน้ำแร่ในสภาพไม่ใส่อะไรเลย เข็มตกใจลุกพรวด หัวไปชนกับโมบายอะลูมิเนียมเสียงดัง ชานนท์ตกใจรีบลงแช่ในสระต่อ ร้องถาม

“ใครน่ะ!”

เข็มหลบวูบวิ่งไปที่ตัวอาคาร ชานนท์เห็นหลังไวๆ รีบขึ้นจากสระใส่เสื้อคลุมไล่ตามไป ขวัญวิ่งมาถึงห้องนวด ได้ยินเสียงอึ่งคุยกับจรรยาเพื่อนสนิทของขวัญตา เข็มหลบวูบแอบฟังหูผึ่ง

อึ่งถามจรรยาเยาะๆ ว่าไม่มีขวัญตาคอยแทะเห็บ หมัดให้หงอยเลยล่ะซิ จรรยาตัดบทหงุดหงิดว่าจะพูดถึงชื่อนี้ทำไมอีก อึ่งเสียงดังกว่าเก่าว่า

“ทำไม ได้ยินชื่อนี้แล้วมันบาดใจมากรึไง ก็น่าหรอกนะ ผู้หญิงหน้าด้านอย่างมัน ใฝ่ต่ำคบชู้ ดันโง่ไปคบมันเข้าไปได้  หรือแกรู้เห็นเป็นใจให้มันสวมเขาให้เจ้านาย”

จรรยาทนปากคอเราะรายของอึ่งไม่ไหว ปรามก็ไม่ฟัง เลยตบสั่งสอนเสียฉาดใหญ่ อึ่งตบคืนเลยตบอุตลุดกันในห้องนวด เยาว์แม่ของอึ่งมาห้าม ปรามอึ่งว่าอยากโดนไล่ออกรึไง ยิ่งโดนคาดโทษอยู่ อึ่งจึงชะงัก

ชานนท์ไล่ตามเข็มมาเจอประชา บอกว่ามีคน ลักลอบเข้ามาน่าจะมีจุดประสงค์ไม่ดี พอตนเห็นก็วิ่งหนีให้ประชาโละ รปภ.ชุดเก่าแล้วเปลี่ยนทีมใหม่พรุ่งนี้เลย

ooooooo

เข็มหนีรอดไปได้ วิ่งหน้าตั้งไปยังรถแวนหรูที่โยจอดคอยอยู่ มาถึงก็เปิดประตูรถพรวดเข้านั่ง โยตกใจพอเห็นเป็นเข็มก็แปลกใจเพราะตอนไปไม่ได้แต่งชุดนี้

“เข็มไปเดินแบบมา” เข็มเอาตัวรอดกับโยที่เชื่อง่ายใช้คล่องแต่พอโยถามว่าเดินแบบอะไรทำไมเฮียไม่รู้เรื่อง เข็มก็โวยว่า “โห นี่เข็มเห็นอนาคตเลยนะเนี่ย ถ้าได้เฮียเป็นสามี เข็มคงโดนซักขี้แตกเวลาจะทำอะไรแหงๆ”

โยกลัวเข็มจะไม่ยอมแต่งงานด้วยเลยเงียบ เข็มบอกให้โยพาไปคอนโดฯของเขาอ้างว่าอยากเล่นเกม ทำเอาโยงงถามว่าไหนบอกว่าอยากไปเที่ยวไง?? แต่ไม่กล้าซักถามอะไร ขับรถพาเข็มไปคอนโดฯอย่างว่าง่าย

พามาถึงคอนโดฯเข็มเจ้าเล่ห์อีกแล้ว ทำเป็นหิวบอกให้โยไปซื้อข้าวมากิน โยถามว่าเอาอย่างเคยใช่ไหม

“ฮะ...ไม่ต้องรีบ เข็มจะเล่นเกมรอ” โยงงแล้วงงอีก เดี๋ยวหิวไส้จะขาดเดี๋ยวบอกว่าไม่ต้องรีบ แต่ก็รีบไปตามเคย

ooooooo

พอโยไปแล้ว เข็มรีบค้นหาข้อมูล พลิกดูหลังรูปแต่งงานของขวัญตาอย่างเก็บข้อมูล

“หลังรูปแต่งงานของพี่ขวัญ ลงวันที่กำกับไว้ก่อนวันที่พ่อเกิดอุบัติเหตุแค่สองวัน   คนที่โรงงานด่าว่าพี่ขวัญหนีตามผู้ชายไป แสดงว่าเรื่องมันต้องเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน”

เข็มคลิกดูข่าวย้อนหลังไป 3 เดือน เจอข่าวและภาพในวันแต่งงานของชานนท์ เข็มอ่านอย่างเร็ว

“งานแต่งชานนท์ เลิศวิริยะ นักธุรกิจแฟรนไชส์สปาล่มไม่เป็นท่า เจ้าสาวหายเข้ากลีบเมฆ  เจ้าบ่าวหนีไปต่างประเทศ หลบกระแสข่าวลือหึ่ง เจ้าสาวมีชู้หลังจดทะเบียนสมรสผ่านไปไม่ทันข้ามวัน”

เข็มเรียบเรียงรวบรวมข้อมูลที่ได้ แล้วคลิกไฟล์ที่เปิดทิ้งไว้ขึ้นมา เป็นภาพบ้านเลิศวิริยะอันใหญ่โต...

ooooooo

บ้านเลิศวิริยะที่ใหญ่โตนี้ หลังบ้านเป็นสวน ในสวนนี้มีบ้านพักของเม่นหนุ่มวัย 20 ที่มีสมองอยู่ในวัยเด็ก 8 ขวบ ที่นี่เป็นเขตหวงห้าม

แต่วันนี้แป้นสาวใช้ในบ้านแอบมาสอยชมพู่ มณฑามาเจอเข้าเอ็ดว่ามาขโมยผลไม้อีกแล้วหรือ ไม่รู้รึไงว่านี่เป็นเขตหวงห้าม! ปรามว่าอย่าให้เห็นอีกเป็นอันขาด แป้นรับคำแล้วรีบผละไปก่อนโดนด่ามากกว่านี้

มณฑาจึงหิ้วปิ่นโตเดินไปด้านในของสวน

แป้นเป็นคนกลัวผีมาก จู่ๆวันนี้ก็วิ่งหน้าซีดออกจากตึก ชนโย่งเข้าอย่างจัง เพราะต่างก็วิ่งหนีความรู้สึกที่เหมือนมีใครตามหลังอยู่ตลอดเวลาออกมา โย่งสงสัยว่าเป็นผีคุณผู้หญิงหรือเปล่า  แป้นหาว่าโย่งแช่งคุณผู้หญิง โย่งเล่าว่าตนได้ยินคนในตลาดลือกันให้แซดว่า “คุณผู้หญิงเลิศวิริยะ ถูกฆ่าตายเพราะหนีตามชู้”

“ตายแล้วหรือ...ไม่จริงมั้ง” แป้นตกใจ ไม่อยากเชื่อ รู้สึกทั้งเป็นห่วงทั้งเกลียด

ooooooo

โยไปซื้ออาหารกลับมาปรากฏว่าเข็มหายไปแล้ว มีแต่กระดาษเขียนแปะไว้ที่หน้าจอคอมฯว่า

“เฮีย...เข็มจะไปหาเพื่อนเก่า เย็นๆจะกลับ ถ้าปู่โทร.มาให้บอกปู่ว่าเราจะถึงระยองไม่เกิน 2 ทุ่ม”

อ่านจบ ปู่จุมพลก็โทร.เข้ามาพอดี โยถามว่าโทร.หาเข็มไม่ติดหรือ สงสัยมือถือของเข็มจะแบตหมด แล้วโยก็ต้องโกหกปู่แก้สถานการณ์ว่า ตอนนี้เข็มกำลังไปเดินซื้อของเพลินอยู่ ปู่เตือนว่าอย่ากลับดึกเพราะขับรถกลางคืนอันตราย

“กลับไม่ดึกครับปู่ ผมขับรถปื๊ดเดียวถึงหัวกระไดบ้านปู่ รับรองไม่เกิน 2 ทุ่มครับปู่ สวัสดีครับ”

พอวางสายจากปู่ โยถอนใจบ่น “เข็มนะเข็ม ทำให้เฮียต้องโกหกผู้ใหญ่อีกแล้ว”

ooooooo

เข็มลอบเข้าไปในบ้านเลิศวิริยะในคืนฝนตกหนัก ทำให้เนื้อตัวเปียกปอน ผมเปียกปรกหน้าที่ซีดเพราะหนาวเย็นหมายจะเข้าไปพบชานนท์

แต่ไปเจอโย่งเสียก่อน โย่งที่กลัวผีอยู่แล้ว พอเห็นสภาพของเข็มก็ร้องลั่นว่าผีหลอก

“ฉันจะมาหาคน คุณชานนท์อยู่ไหม” เข็มพยายามบอก ปัดผมที่ปรกหน้าออก

แววนิล มณฑากับแป้นได้ยินเสียงโย่งโวยวายพากันวิ่งมา พอแววนิลเห็นหน้าเข็มเธออุทาน “ขวัญตา!” แล้วพุ่งเข้าตบตีเหมือนคนบ้า  ถูกเข็มผลักล้มก็ยิ่งโกรธสั่งให้โย่งกับแป้นจับไว้  แล้วเธอก็เข้าไปจิกผมเอาหัวโขกพื้นเต็มแรง แต่ที่ใต้พื้นหญ้ามีก้อนหินอยู่ทำให้เข็มหน้าผากแตกหมดสติ แววนิลสั่งเหี้ยม...

“ลากมันออกไปทิ้งนอกบ้าน แล้วแกสองคนเย็บปากให้สนิท ถ้าไม่อยากไปทัวร์ฮ่องกง!”

โย่งกับแป้นมองหน้ากัน แต่พอแววนิลตวาดเร่งให้รีบไป ก็ตะลีตะลานหิ้วปีกเข็มลากไปทิ้งนอกบ้าน...

ooooooo

ตอนที่ 2

ชานนท์กลับถึงบ้านเลิศวิริยะในตอนค่ำ ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นเขมิกานอนหมดสติอยู่หน้าประตูรั้ว คิดว่าเป็นขวัญตาภรรยาของตัวเองรีบพาเข้าไปปฐมพยาบาลในบ้าน แววนิลรู้ข่าว เข้ามาโวยวายเสียงลั่น โดยมีมณฑาแม่นมของตัวเองวิ่งตามมาติดๆ

“พี่นนท์พามันเข้าบ้านเราทำไมคะ มันอาจออเซาะคิดหลอกพี่นนท์อีก”

“นิลรู้หรือว่าเธออยู่ข้างนอก”

แวว นิลชะงักที่ตัวเองเผลอพูด รีบแก้ตัวเป็นพัลวันว่านังนั่นแสดงตัวชัดแจ้ง ต้องการกลับมาเอาเงินสินสมรส ตนก็เลยไล่เธอไป ส่วนเรื่องที่เธอหัวแตกไม่เกี่ยวอะไรกับตน จังหวะนั้น เขมิการู้สึกตัว ผุดลุกขึ้นนั่ง ส่งเสียงลั่น ว่าตนเองอยู่ที่ไหน แป้นกับโย่งสะดุ้งโหยง ผงะหนีด้วยความตกใจ แววนิลต้องการให้พี่ชายไล่นังแพศยา คบชู้สู่ชายทำให้ตระกูลของเราต้องอับอายขายหน้าออกไป

เขมิกายังไม่ทันจะ อ้าปากอธิบายว่าตนเองไม่ใช่ขวัญตา ก็ถูกแป้นกับโย่งลากไปโยนทิ้งนอกประตูรั้วเสียก่อน เธอได้แต่ยืนงง ทำไมผู้คนที่นี่ถึงต้อนรับแขกได้เสียมารยาทขนาดนี้...

ทางด้านโยธินรอ แล้วรอเล่าอยู่ที่ลานจอดรถในคอนโดฯที่พักของตัวเอง ไม่เห็นเขมิกากลับมาสักที ขับรถวนดูย่านนั้นอยู่หลายรอบก็ไม่เจอ ร้อนใจจะไปแจ้งตำรวจ แต่จุมพลโทร.เข้ามือถือของเขาเสียก่อน

“ปาเข้าไปสองทุ่มแล้วทำไมยังไม่กลับกันอีก ขอสายเข็มหน่อยสิ พอปู่ใจดีเข้าหน่อยก็หลงระเริงกันหมด”

“เข็มไปหาเพื่อนครับปู่...เอ่อ...ยังไม่กลับมาเลย” โยธินพยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น

“ว่าไงนะ” จุมพลตวาดลั่น ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง ต้องรีบดึงมือถือออกห่างจากหูเพราะเสียงดังมาก

ooooooo

เมื่อ โยธินกลับถึงสะพานปลาในเช้าวันถัดมา จุมพลสั่งให้ปิ้งกับคนงานช่วยกันจับตัวจะเอาไปโยนลงทะเล โทษฐานที่ทำให้หลานสาวสุดเลิฟของตนหายไปไหนไม่รู้ ปิ้งกับคนงานลากโยธินที่พยายามดิ้นหนีไปที่กราบเรือ

“ผมว่ายน้ำไม่เป็นนะปู่ ปู่ก็รู้นี่ เท่ากับฆ่าผมเลยนะนี่”

“เรื่องของเอ็ง...มันดื้อดึงนักก็ถีบมันลงไปเลยไอ้ปิ้ง”

“ปู่ใจร้าย มิน่าอาฑิตถึงได้ไปร้องไห้กับป๋าผมบ่อยๆ”

จุมพล โกรธเข้าไปกระชากคอเสื้อโยธินจะเอาเรื่อง ชายหนุ่มยังปากเสียไม่เลิก พล่ามอีกว่าบัณฑิตหรืออาฑิต หาว่าจุมพลเป็นจอมบงการ เขาฉุนขาดด่าลูกชายตัวเองว่าเป็นคนอ่อนแอ เป็นไอ้ขี้แพ้ เกิดเป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง เป็นหลักให้ครอบครัวได้ โยธินก็เช่นกัน ท่าดีทีเหลวดูแลเขมิกายังไม่ได้ ก็สมควรจะโดนโยนลงทะเล

“อย่าปู่” เขมิการ้องห้ามลั่น ก่อนจะวิ่งเข้าไปดึงโยธินจากมือจุมพล ขอร้องอย่าทำอะไรเขา ทั้งหมดเป็นความผิดของเธอเอง ทั้งๆที่ดีใจที่เห็นหลานรักกลับมาอย่างปลอดภัย แต่จุมพลยังเก๊กหน้าเข้ม ถามว่าหายไปไหนมาทั้งคืน เขมิกาแต่งเรื่องเป็นฉากๆว่ารถแท็กซี่ที่นั่งไปเกิดเสียกลางทาง ฝนก็ตกหนัก จะเรียกแท็กซี่คันอื่นก็ไม่มี เธอพยายามติดต่อทั้งปู่และโยธิน แต่โทร.ไม่ติด จุมพลยกโทษให้หลานรักแค่ครั้งนี้เท่านั้น อย่าหายไปโดยที่เขาไม่รู้อีก เขาไม่อยากเสียเธอไปอีกคนหนึ่ง เขมิกาสงสัย ทำไมปู่ต้องพูดเป็นลางอย่างนี้ด้วย

“มันเกิดขึ้นตอนที่เอ็งอายุแค่ขวบเดียว” จากนั้นเรื่องราวในอดีตก็พรั่งพรูออกจากปากจุมพล

วัน นั้น ท้องฟ้าทะมึนน่ากลัว ลมพัดกระหน่ำคลื่นลมในทะเลปั่นป่วน อิงอรอุ้มเขมิกาและขวัญตาวิ่งออกมาที่ชายหาด บัณฑิตตามมาขอร้องไม่ให้ทิ้งเขาไป เธอไม่สนใจหันหลังจะวิ่งต่อไป แต่จุมพลขวางไว้ สั่งเสียงเข้มถ้าอิงอรจะไปก็ให้ไปคนเดียวห้ามเอาหลานของตนไปเด็ดขาด แล้วแย่งเขมิกามาได้หนึ่งคน

พลันมีรถเก๋งคันหนึ่งแล่นมาจอดใกล้ๆพร้อมกับ บีบแตรเร่งเร้า อิงอรขยับจะไป บัณฑิตพยายามรั้งไว้ เธอวิ่งไปขึ้นรถจนได้ เขาพยายามวิ่งตามแต่ไม่ทัน ได้แต่ยืนมองจนรถแล่นลับสายตา แล้วทรุดตัวลงร้องไห้ฟูมฟาย จุมพลเล่ามาถึงตอนนี้ก็หยุดไปชั่วขณะ พยายามข่มความเศร้าไว้ ก่อนจะเล่าเพิ่มเติมว่า

“นับจากอิงอรพาพี่สาวเอ็ง ไป ปู่ก็ไม่รู้ความคืบหน้าอะไรเกี่ยวกับขวัญตาอีกเลย พ่อเอ็งก็ฝังอดีตลงในขวดเหล้า เมาหยำเปไม่เว้นแต่ละวัน ไอ้แก่คนนี้ไม่เหลือใครแล้ว แม้แต่พ่อเอ็ง มันก็เกลียดปู่ มีแต่ไอ้เด็กกำพร้าหัวดื้อเพียงคนเดียวที่ปู่ฝากความหวังได้”

“ปู่ไม่ได้ มีเข็มแค่คนเดียว เข็มเองก็เหลือปู่แค่คนเดียวเหมือนกัน เข็มจะอยู่กับปู่” เขมิกาเข้าไปกอดจุมพลร้องไห้โฮ เขาสั่งเสียงเฉียบให้หยุดร้องไห้ ไม่เช่นนั้น จะโดนหวดด้วยไม้ตะพด เขมิการีบปาดน้ำตาทิ้ง...

ทางฝ่ายชา นนท์ยังตัดใจจากขวัญตาไม่ขาด ทันทีที่กลับจากที่ทำงาน ถามโย่งที่มารอรับหน้าตัวตึกด้วยเสียงแผ่วเบาว่าเธอกลับมาอีกหรือเปล่า แววนิลออกมาพร้อมกับมณฑาได้ยินพอดีตำหนิพี่ชาย ไปถามถึงนังแพศยานั่นอีกทำไมหรือว่าใจอ่อน ชานนท์ทำเป็นปากแข็งว่าคนอย่างตนถ้ารักใครก็รักสุดๆและพร้อมจะเชื่อในตัวคน คนนั้นทุกอย่าง แต่ถ้าลองเกลียดใครแล้ว ต่อให้ ร้องไห้ทุรนทุรายอยู่ตรงหน้าก็ไม่มีวันใจอ่อน

“น้องเชื่อพี่นนท์ค่ะ ต่อไปน้องจะไม่พูดถึงมันอีก”

ชานนท์ยิ้มให้น้องสาว ก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำ แม้ปากจะบอกว่าเชื่อคำพูดของพี่ชาย แต่แววนิลเองก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า หันไปบอกมณฑาว่าถ้านังนั่นกลับมาอีก เธอจะฆ่ามันเอง...

ตกค่ำ เขมิกาไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลเหมือนเคย เอามือของท่านมาแนบแก้มตัวเองไว้ รำพันว่าอยากให้ท่านฟื้นเร็วๆจะได้มาปรับความเข้าใจกับปู่ นิ้วของบัณฑิตขยับได้ เขมิกาดีใจมากที่เห็นท่านค่อยๆลืมตาขึ้น พยายามส่งเสียงพูดอย่างยากลำบาก เธอรีบเอียงหูเข้าไปฟังใกล้ๆ

“ขวัญ...ตา...พ่ออยากเจอ...ขวัญตา”

“แต่ปู่ไม่อยากให้เข็มติดต่อกับพวกเขานะพ่อ”

บัณฑิต ส่ายหน้า ชักกระตุกอย่างแรงจนเขมิกาใจเสีย รีบรับปากว่าจะไปตามหาพี่สาวให้ แต่ท่านต้องสัญญาว่าจะอยู่รอ เขาหลับตาลงอีกครั้ง มีน้ำตาไหลออกมาทางหางตาทั้งสองข้าง หญิงสาวสงสารพ่อจับใจ...

อุปสรรคแรก ที่เขมิกาต้องฝ่าฟันไปให้ได้ คือจะทำอย่างไรให้ปู่อนุญาตให้เธอไปอยู่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้สืบเรื่องของพี่สาวได้สะดวก ตัวช่วยเพียงคนเดียวที่เธอนึกออกก็คือโยธิน ดังนั้น เขมิกาจึงลงทุนจัดดินเนอร์สุดโรแมนติก ริมทะเลท่ามกลางแสงจันทร์ แล้วเชิญเขามาร่วมโต๊ะอาหาร ชายหนุ่มฝันไกลว่าคราวนี้เธอคงจะรับรักตัวเองเสียทีหลังจากเฝ้ารอมาหลายปี แต่ต้องฝันสลายเหมือนเช่นเคย เธอแค่อยากให้เขาช่วยพูดกับปู่ให้เธอไปอยู่กรุงเทพฯ เพราะท่านไว้ใจเขามากที่สุด

ooooooo

แม้จะผิดหวังกับเรื่องเมื่อ คืน แต่โยธินก็ยินดีจะช่วยเหลือเขมิกาด้วยความเต็มใจ เออออไปด้วยเมื่อเธอบอกจุมพลว่าจะไปอบรมที่กรุงเทพฯ 3 เดือนทุกอย่างฟรีหมด จะได้เอาเทคโนโลยีใหม่ๆที่ได้จากการอบรมมาช่วยพัฒนากิจการของเราให้เจริญ ก้าวหน้า โยธินยังเสนอจะให้เขมิกาพักที่คอนโดฯที่พักของเขาซึ่งปลอดภัย

“ใครจะรับประกันว่าพูดจริง คราวก่อนก็เหลวไหลมาทีหนึ่งแล้ว” จุมพลเสียงเข้ม

“เฮีย โยเลย เฮียโยเอาหัวเป็นประกัน” เขมิกาชี้ไปที่โยธินพลางถลึงตาใส่ เขารีบรับปากกับจุมพลครั้งนี้จะไม่ทำให้ผิดหวัง ผู้เฒ่าน้ำเค็มอนุญาตให้ตามที่หลานสาวขอ แต่มีข้อแม้เธอจะต้องกลับมาหาเขาทุกอาทิตย์ ถ้าหายหัวไป เขาจะสับโยธินโยนให้ฉลามกิน คนถูกเอ่ยชื่อถึงกับสะดุ้งเสียวสันหลังวาบ

“พรุ่งนี้เฮียขับรถไปส่งเข็มถึงหน้าคอนโดฯเลยนะ แล้วก็ถ่ายคลิปมาให้ปู่ดูเป็นหลักฐานด้วย แฮปปี้ไหมปู่”

จุมพลรับคำในลำคอ น้ำเสียงชวนให้โยธินสยองขวัญ

ooooooo

แวว นิลไม่ต้องการให้ขวัญตากลับมาทำให้บ้านเลิศวิริยะวุ่นวายอีก จึงวางแผนจับคู่พี่ชายกับปรียาเพื่อนสนิทของตัวเอง อุตส่าห์จัดมื้อค่ำสุดพิเศษที่ศาลากลางสวนดอกไม้ให้ทั้งคู่ ชานนท์ไม่ยอมร่วมมือด้วยจะเดินหนี แววนิลต้องขอร้องให้เขาลองเปิดใจคบหากับปรียาดูก่อน ถ้าเข้ากันไม่ได้ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป

“หรือเพราะผู้หญิงคนนั้นทำให้พี่นนท์อยากครอง โสดไปตลอดชีวิต” คำพูดของแววนิลจี้ใจดำชานนท์เต็มๆ ถึงกับจ้องหน้าเธอเขม็ง “น้องขอโทษที่เอ่ยถึงมันอีก แต่น้องอยากเห็นพี่นนท์มีความสุข”

“ความสุข สำหรับพี่มันหมดไปนานแล้วนิล ทุกวันนี้พี่คิดแต่ว่าจะทำหน้าที่พี่ชายให้ดีที่สุดได้อย่างไร ทำให้ลูกน้องมีกินมีใช้ได้อย่างไร เท่านั้นแหละ สำหรับพี่” ชานนท์ดึงน้องสาวมากอด แล้วเดินไปที่ศาลากลางสวนร่วมกินดินเนอร์กับปรียา และตัดสินใจจะลองคบหากับเธอดู
หญิงสาวดีใจน้ำตาไหล แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองพลันมีเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง หญิงสาวตกใจร้องลั่น ชานนท์รีบชวนเธอเข้าไปหลบในบ้าน สงสัยพายุจะมา

ทั้งคู่ยังไม่ทันจะขยับ แป้นกับโย่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขวางไว้ไม่ยอมให้เข้าบ้าน เนื่องจากขวัญตามานั่งรออยู่ ชานนท์สั่งให้สองบ่าวหลบให้พ้นทาง แล้วจ้ำพรวดไปที่ห้องโถง เห็นแววนิลกำลังอาละวาด ดึงข้าวของของเขมิกาในคราบขวัญตาออกจากเป้สัมภาระ พอเขมิกาหันมาเห็นเขาเข้าโบกมือทักทายอย่างอารมณ์ดี

“หวัดดีฮะ ฉันมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า คงไม่ถือสากันนะฮะ อ้อ...แป้นมาพอดี ช่วยเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปซักให้ที โอ๊ย...เพลียโคตร ขอฉันขึ้นไปงีบก่อนนะ”เขมิกาขยับจะขึ้นบันได ชานนท์ดึงตัวไว้ ถามว่าใครอนุญาต เธอติงว่าตัวเองคือขวัญตาเป็นเมียถูกต้องตามกฎหมายของเขา ทำไมจะอยู่บ้านนี้กับเขาไม่ได้

แววนิลฉุนขาดประกาศลั่นจะไม่ยอมให้เธอ อยู่ที่นี่ ชานนท์เห็นท่าไม่ดีรีบลากเขมิกาไปที่ห้องทำงานของตัวเอง ถามเสียงเครียดว่าต้องการอะไรกันแน่ถึงได้กลับมาที่นี่อีก อย่าหวังจะได้เงินทองจากเขา เพราะเขาให้ได้แต่ใบหย่าเท่านั้น เขมิกาไม่ต้องการหย่า เราสองคนเพิ่งจดทะเบียนกันได้ไม่กี่เดือนนี้เอง

“เธอหนีตามผู้ชายไป ยังมีหน้าพูดแบบนี้อีก”

เข มิกาปฏิเสธว่าไม่ได้หนีตามใคร ที่หายตัวไปเพราะมีคนจับตัวไว้ เธอไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะเขาใส่หมวกไอ้โม่งอำพรางใบหน้า พวกนั้นเอาไม้ตีหัวเธอสลบไป พอฟื้นขึ้นมาพวกนั้นก็พาเธอมาส่งหน้าบ้าน

“แล้ว...ฉันก็...ความจำบางส่วนหายไป ก็แค่นี้แหละ” เขมิกาเล่าเป็นตุเป็นตะ

ชานนท์โกรธหาว่าเขมิกาโกหกหน้าด้านๆ ใครเชื่อเรื่องที่เธอเล่าก็บ้าแล้ว เขาต้องการให้เธอเซ็นใบหย่าให้ เขมิกายืนกรานจะไม่ยอมหย่าเด็ดขาด แม้เขาขู่จะฟ้อง เธอก็ไม่กลัว ขู่กลับถ้าอยากเป็นข่าวดังอีกรอบหนึ่งเชิญฟ้องได้เลย รับรองคราวนี้ดังกระฉ่อนแน่...

อีกมุมหนึ่งหน้าบ้านเลิศวิริยะ แววนิลเดินมาส่งปรียาที่รถ ปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง พี่ชายของตนเจ็บแล้วจำ ไม่มีทางให้ขวัญตาอยู่ที่นี่แน่นอน พูดยังไม่ทันขาดคำ มณฑาเข้ามากระซิบกระซาบว่าชานนท์อนุญาตให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่นี่ได้ แววนิลโกรธมากรีบวิ่งเข้าตัวตึก โวยวายใส่พี่ชาย ทำไมถึงยอมให้นังแพศยาอยู่ที่นี่ เขาเล่าถึงข้ออ้างของขวัญตาตัวปลอมให้ฟัง เธอฟันธงว่าเป็นเรื่องโกหก ต่อว่าพี่ชายที่ไปหลงเชื่อคำลวง

“ไหนบอกว่า เกลียดแล้วเกลียดเลย ไม่รู้สึกอะไรกับมันแล้ว” แววนิลเสียงเขียว ชานนท์ว่าการไล่ขวัญตาไปจากที่นี่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เธอกลับเห็นตรงข้าม แค่เฉดหัวไปให้พ้นไม่เห็นจะยากตรงไหน

“แล้วถ้าเธอขัดขืนก็ต้องใช้กำลังตบ ตี แล้วลากไปโยนทิ้งหน้าบ้านอย่างที่นิลชอบทำใช่ไหม...พี่ไม่อยากให้ชื่อเสียง ของจวงจันทร์สปาต้องเสียหาย นิลก็รู้ ธุรกิจสมัยนี้มันต้องอิงภาพลักษณ์ของผู้บริหารด้วย เรื่องของขวัญตา พี่จะจัดการเอง นิลไปพักผ่อนเถอะ” ชานนท์มองตามน้องสาวที่เดินจากไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...

ขณะ เดียวกัน ที่ห้องพักของเขมิกา แป้นยกเป้สัมภาระขึ้นมาวางให้ข้างเตียง เขมิกาพยายามหลอกถามว่า เมื่อก่อนขวัญตาเป็นคนอย่างไร ชอบแต่งตัวเป็นแบบไหน เธอกลับบอกว่าไม่รู้ เขมิกาโวยเสียงลั่น เป็นสาวใช้ของขวัญตาไม่ใช่หรือ ทำไมถึงไม่รู้ แป้นตกใจที่เธอเสียงดังรีบเดินหนีออกจากห้อง...

ครู่ต่อมา แป้นนินทาให้โย่งฟังว่า คุณผู้หญิงดูเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม เขาเห็นด้วย จะให้เหมือนเดิมได้อย่างไร ในเมื่อหนีตามผู้ชายไปแล้วยังกล้ากลับมาอีก ถ้าหน้าไม่หนาเป็นถนนคอนกรีตรับรองทำไม่ได้ เธอเตือนให้เขาลดเสียงลงหน่อย หากคุณผู้ชายมาได้ยินเข้าจะยุ่ง

“คิดหรือว่าคุณผู้ชายจะสน แต่ก่อนน่ะอาจจะใช่ แต่ตอนนี้คุณผู้หญิงของแกน่ะชิดซ้ายไปเลย” โย่งพูดจบผละจากไป แป้นตะโกนไล่หลังว่า ขวัญตาไม่ใช่คุณผู้หญิงของเธออีกแล้ว อุตส่าห์เชียร์มาตลอด ไม่น่าทำตัวเป็นนางวันทองสองใจ

ooooooo

แววนิลบ่นให้มณฑาฟังอย่าง หงุดหงิดใจว่า ทำไมพี่นนท์ถึงไม่ไล่ขวัญตาไปพ้นๆ เธอเกรงว่าถ้านังนั่นยังอยู่ที่นี่ อาจทำให้พี่ชายล่วงรู้ความจริงเรื่องนั้น มณฑาเตือนให้เบาเสียงลงหน่อย หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง แววนิลสงสารเพื่อนรักที่เกือบจะได้คบหากับพี่นนท์อยู่แล้ว แต่ต้องผิดหวังซ้ำสอง เพราะขวัญตาดันกลับมา

“นมคิดว่ามันต้องมีแผนจะกลับมาฮุบสมบัติคุณนนท์ เห็นไหมคะว่ามาคราวนี้มันร้ายขนาดไหน”

“ไม่มีวัน นิลไม่ยอม”

มณฑาเองก็ไม่ยอมเช่นกัน ทุกอย่างในเลิศวิริยะเป็นของแววนิลครึ่งหนึ่ง ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เอาไป...

ขณะ ที่แววนิลกับแม่นมของตัวเองคิดหาทางกำจัดขวัญตาให้พ้นจากชีวิต โยธินแหงนหน้าขึ้นมอง ห้องพักของตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปในตัวตึกคอนโดฯ แต่แล้วหมุนตัวกลับมายืนที่เดิมเมื่อนึกถึงคำสั่งของเข็มที่ให้เขาไว้ 3 ข้อ ข้อที่หนึ่งคือ ห้ามเขาถามเรื่องการอบรมของเธอในทุกกรณี

“ข้อสอง ห้ามมาหาที่คอนโดฯโดยไม่ได้นัดล่วงหน้า และข้อสาม ถ้าโทร.หาเข็มแล้วเข็มไม่รับ อย่าโทร.จิก”

โยธินมองขึ้นไปยังห้องพักของตัวเองอีกครั้ง ด้วยความคิดถึงเขมิกา...

คน ที่โยธินโหยหากำลังจะเข้านอน ตอนที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินผ่านหน้าห้องพักของตัวเอง เขมิกาค่อยๆแง้มประตูห้องออกไปดู เห็นหลังคนไวๆ เดินลงบันได เธอนึกสงสัยรีบสะกดรอยตาม จนกระทั่งร่างนั้นออกไปนอกตัวตึก เลี้ยวไปทางสวนด้านหลัง เขมิกาค่อยๆก้าวตามอย่างระมัดระวัง ทันทีที่เลี้ยวพ้นมุมตึกต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเจอชานนท์ดักรออยู่ พร้อมกับถามเสียงเขียวว่า ออกมาทำอะไรดึกๆ ดื่นๆ หรือแอบนัดใครไว้ เขมิกาไม่ตอบอะไร กลับย้อนถามว่าทางเดินนี้พาไปไหน ชานนท์แปลกใจที่เธอจำไม่ได้

“ก็เคยบอกไปแล้วไงฮะว่าถูกตีหัวความจำเสื่อม”

ชา นนท์สั่งให้เขมิกากลับห้องพัก แต่เธอจะไปดูให้ได้ว่าทางนั้นมีอะไร ทำไมเขาต้องทำลับๆ ล่อๆ แล้วขยับจะไป ชานนท์โกรธ เผลอกระชากเธอเต็มแรงจนเสียหลักล้มลง อยากจะเข้าไปช่วยประคองแต่ต้องทำใจแข็ง เขมิกาต่อว่าว่าเป็นผู้ชายอะไรรังแกผู้หญิง ไม่เป็นสุภาพบุรุษ นี่หรือคือคนที่เคยรักกันถึงขั้นจะแต่งงานกัน

“นั่นแหละคือความผิดพลาดที่สุดในชีวิตฉัน กลับเข้าไป” ชานนท์ว่าแล้วจะเข้ามาคว้าแขน

เข มิกาเงื้อหมัด พร้อมกับท้าให้เข้ามาถ้าไม่กลัวหมัดสลาตันของตน เขางุนงงกับท่าทางแปลกๆ นั้น เธอรู้สึกตัวรีบหดกำปั้นกลับ แก้ตัวว่าแค่จะแสดงให้เขาเห็นว่าเดินเองได้ ไม่ต้องมาจูง ชานนท์ขู่ไม่ให้เธอออกไปไหนคํ่าๆ มืดๆ อีก ไม่อย่างนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัย

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เขมิกาอัดคลิปตัวเองไว้ในโน้ตบุ๊กที่เอาติดตัวมาด้วย เล่าถึงเหตุการณ์ที่ประสบพบเจอเมื่อวานนี้อย่างละเอียด ทั้งเรื่องที่ถูกแววนิลซึ่งดูจะเกลียดชังขวัญตาพี่สาวของเธอเป็นพิเศษถึง ขั้นลงมือลงไม้ จนเธอเองก็ตั้งตัวไม่ทัน  ส่วนชานนท์สามีของขวัญตา ก็ดูลับๆล่อๆ เหมือนมีอะไรปิดบังอยู่

“คนแถวตลาดลือกันว่า พี่ขวัญโดนฆ่าตายเพราะสามีแค้นที่คบชู้ น่าจะเป็นสมมติฐานแรกที่ฉันต้องเริ่มค้นหาต่อไป พี่ขวัญตายไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ แล้วอยู่ที่ไหน” เขมิกาทิ้งปริศนาคาใจนั้นไว้ ก่อนจะปิดโน้ตบุ๊กแล้วค่อยๆย่องออกจากห้องพัก ทันใดนั้นมีเสียงข้อความเรียกเข้าจากมือถือ เธอรีบหลบมุมกดดู

“ถึงฟ้าจะกั้นให้ฉันและเธอไกลกันสุดตา แม้แต่ภูผาก็อาจทลายมิอาจขวางกั้น คิดถึงนะยัยสลาตันของเฮีย จุ๊บๆ” เขมิกาอ่านแล้วแทบจะอาเจียนด้วยความเลี่ยนรีบโทร.กลับ เพราะรู้ดีว่าถ้าขืนชักช้าจะ
มีข้อความชวนคลื่นเหียนส่งมาอีก โยธินดีใจที่เธอโทร.กลับ ด้วยแรงเชียร์ของสมคิด ป๋าของเขาที่นั่งลุ้นอยู่ใกล้ๆ ทำให้เขากล้าสารภาพรักกับเขมิกา แต่น่าเสียดายที่เธอไม่ได้สนใจฟังเพราะมัวแต่ใจจดจ่อกับโย่งที่เดินอยู่ที่สวนข้างบ้าน

“เฮียเมาก็ไปนอนเถอะ เข็มต้องรีบเข้าห้องอบรมแล้ว ไปนะเฮีย” เขมิกาวางสายแล้วรีบเดินไปหาโย่ง ขณะที่โยธินถึงกับหน้าจ๋อยเมื่อหันไปบอกป๋าว่าเขมิกาหาว่าเขาเมา ไล่ให้ไปนอน

“คนแข็งๆ ห้าวๆ อย่างหนูเข็มก็ต้องพูดแบบนี้แหละ เพราะเธออาย มาถูกทางแล้วเจ้าโย มา...เติมพลังกันหน่อย ไอ้เสือลูกป๋า สู้ไม่สู้” สมคิดเชียร์ลูกชายสุดลิ่มทิ่มประตู

“สู้โว้ย” โยธินใจชื้นขึ้นมาเป็นกองที่ได้กำลังใจจากป๋าของตัวเอง...

เขมิกาอยากจะไปสืบเรื่องของพี่สาวที่จวงจันทร์สปา แต่ไปไม่ถูก จึงแกล้งขู่โย่งที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้ว่า จะแจ้งตำรวจจับเขาที่รวมหัวกันทำร้ายเธอ เขาอ้างว่าจำเป็นต้องทำตามคำสั่ง เขมิกาจะยอมอ่อนข้อไม่เอาความถ้าเขาขับรถไปส่งเธอที่จวงจันทร์สปา...

ไม่นานนัก โย่งขับรถมาส่งเขมิกายังสถานที่เป้าหมาย เธอเพิ่งตระหนักว่าการหายตัวไปอย่างลึกลับของขวัญตา สร้างความเกลียดชังให้ทุกคนที่ทำงานในจวงจันทร์สปา ไม่ว่าเธอในคราบขวัญตาจะสอบถามอะไรจากเยาว์และชิ้น แม่กับพ่อของอึ่ง หรือแม้แต่คนอื่นๆ ทุกคนจะเดินหนีไม่ยอมตอบคำถามใดๆทั้งสิ้น

ข่าวการมาถึงของขวัญตาตัวปลอมแพร่สะพัดไปทั่วทั้งสปา โดยมีอึ่งเป็นผู้ขยายข่าว

“ขวัญตาบอกพ่อฉันว่า โดนไอ้โม่งจับไป มันตีหัวยัยขวัญตาจนความจำเสื่อม กลับบ้านไม่ถูก”

“เฮ้ย งั้นก็ไม่ได้มีชู้น่ะสิ” กุ้งตั้งข้อสังเกต อึ่งไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง น่าจะเป็นเพราะเงินหมดมากกว่าถึงได้กลับมา ทุกคนพากันพยักหน้าเห็นด้วย ประชาผู้จัดการของที่นี่เข้ามาทันได้ยินประโยคสุดท้าย ถามกุ้งว่าเมื่อครู่นี้พูดถึงใคร พอได้รู้ว่าหมายถึงขวัญตา เขาถึงกับตะลึง...

ฝ่ายเขมิกาเดินสำรวจมาตามทางเดินภายในจวง–จันทร์สปาจนกระทั่งถึงห้องทำงานของผู้จัดการ ค่อยๆแง้มประตูเข้าไปดู เห็นปลอดคน รีบตรงไปยังตู้เก็บเอกสาร ค้นใบสมัครงานของขวัญตาขึ้นมาดู

“เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่เสียชีวิต มิน่า เลยไม่มี ใครคิดว่าฉันเป็นพี่น้องฝาแฝด...ทำไมต้องโกหกด้วย”

ขณะที่เขมิกากำลังง่วนอยู่กับแฟ้มประวัติ มีเสียงลูกบิดประตูห้องดังขึ้น เธอรีบปิดตู้เอกสาร ถอยออกมายืนห่างๆประชาเปิดประตูเข้ามาเห็นเขมิกาที่หน้าเหมือนขวัญตาราวกับแกะ ตกใจแทบช็อกถึงกับทำกระเป๋าหลุดมือ เป็นไปได้อย่างไรที่เธอยังไม่ตาย แต่ฝืนยิ้มสู้ เขมิกาแต่งเรื่องว่าเดินหลงทางเข้ามา เพราะคิดว่าเป็นห้องทำงานของชานนท์ แล้วถามเขาว่าเป็นใคร เราสองคนรู้จักกันหรือเปล่า เธอพยายามนึกชื่อเขาแต่นึกไม่ออก

“ผมชื่อประชา เป็นผู้จัดการที่นี่ คุณจำอะไรไม่ได้เลยจริงหรือ ทุกเรื่องเลยหรือ” ประชามองเธออย่างจับผิด

เขมิกาทำเนียน บอกให้ประชาพูดมาก่อนว่ามีเรื่องอะไรบ้างเผื่อเธอจะนึกออก ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากอะไร ชานนท์เข้ามาทักเสียก่อนว่ากลับมาจากเซี่ยงไฮ้แล้วหรือ แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นเขมิกาอยู่ในห้องด้วย ถามว่าเข้ามาทำอะไรในนี้ เธอได้แต่ยิ้มแทนคำตอบ กลัวจะถูกจับได้ที่เข้ามาค้นหาเอกสาร...

ครู่ต่อมา ชานนท์เดินนำประชาไปที่ห้องทำงานของเขา เล่าเรื่องของขวัญตาให้ฟัง ประชาหน้าตาตื่น ซักเป็นการใหญ่ว่าเธอจำอะไรได้บ้างหรือเปล่า พอรู้ว่าเธอจำอะไรไม่ได้สักอย่าง เขาลอบถอนใจโล่งอก ชานนท์ไม่อยากพูดถึงผู้หญิงคนนี้อีก จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาว่าทางเซี่ยงไฮ้ว่าอย่างไรบ้าง

“ทางโรงแรมกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้อแบรนด์ของเรา หรือให้เราร่วมลงทุน คุณนายผิงจะนัดคุยรายละเอียดกันอีกรอบครับ”

“เรื่องนี้คุณเดินหน้าต่อได้เลย ผมเชื่อมือคุณ” ชานนท์ตบบ่าประชาแล้วออกจากห้อง เขารอจนอีกฝ่ายลับสายตา รีบกดมือถือหาใครบางคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ไม่มีใครรับสาย

ooooooo

ในเวลาต่อมา  ระหว่างที่ชานนท์ขับรถพาเขมิกากลับบ้าน  สั่งห้ามมาสปาแห่งนี้อีก  เธอไม่วายถามยียวนว่ามีอะไรปิดบัง  หรือกลัวเธอจะสืบเจออะไรหรือ  ชานนท์ถามกวนกลับไปบ้างว่า แล้วเธอคิดจะสืบเรื่องอะไร

“ก็ฉันความจำเสื่อมก็เลยอยากรู้ว่าที่ผ่านมาฉันเป็นอย่างไร พูดอย่างไร กินอย่างไร ฉันจะได้เอาใจสวามีได้ถูกไง...โถ  มีสวามีหล่อลากดินขนาดนี้  ต้องทูนขึ้นหิ้ง  กราบเช้ากราบเย็น ไม่ยอมให้กระเด็นไปอยู่ในมือคนอื่นง่ายๆหรอก” เขมิกาเกาะแขนชานนท์ ทำตาพริ้มยั่ว เขาสั่งให้เอามือออก เธอแหย่ว่ากลัวถ่านไฟเก่าจะคุหรือ

ชานนท์ไม่ตอบ  แต่เร่งความเร็วรถ  ขับฉวัดเฉวียนจนเขมิกาหัวกระแทกกระจกข้างคนนั่งดังโป๊ก  แล้วกลับมาขับอย่างสุภาพชนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เธอโวยใส่ว่าทำแบบนี้เท่ากับจงใจทำร้ายกัน

“ฉันทำได้มากกว่านี้อีก  ถ้าเธอไม่รีบไปจากครอบครัวฉัน”

เขมิกาแอบคิดในใจ หรือว่าอีตาชาเย็นคนนี้จะเคยทำร้ายพี่ขวัญของเธอ  จึงปะเหลาะให้เขาเล่ารายละเอียดเรื่องที่เธอมีชู้ให้ฟัง ชานนท์เจ็บจี๊ด เร่งความเร็วขึ้นอีกครั้งจนเขมิกาต้องจับที่นั่งไว้แน่น  แต่ยังปากดีท้าทายให้เขาขับเร็วกว่านี้อีก ในเมื่อเธอขอมาเขาก็ยินดีจัดให้ กระทืบคันเร่งจมเท้า  ปาดซ้ายปาดขวาอย่างน่าหวาดเสียว...

ขณะที่ชานนท์ขับรถราวกับจะแข่งกับพายุ  มณฑาเรียกโย่งมาเล่นงานที่ขับรถพาขวัญตาไปส่งที่ร้านสปา และกำชับทั้งแป้นและเขาห้ามรับคำสั่งใดๆจากแม่นั่นเด็ดขาด  เพราะเธอไม่ใช่คุณผู้หญิงของบ้านนี้อีกแล้ว...

ชานนท์ต้องแปลกใจเมื่อมาถึงบ้านเลิศวิริยะ เห็นเขมิกาในคราบขวัญตาลงจากรถแบบชิลด์ๆ  แถมปรามาสว่าฝีมือขับรถของเขาเป็นแค่มือสมัครเล่น  เขาเข้ามาจ้องหน้าเธอจับพิรุธ

“ฉันไม่อยากเชื่อ  เมื่อก่อนเธอกลัวความเร็วมาก”

เขมิการู้ตัวว่าพลาด  รีบมั่วนิ่มว่ายังกลัวเหมือนเดิม ถ้าไม่เชื่อให้ลองจับหัวใจเธอดูจะรู้สึกได้ว่าเต้นตึกๆราวกับรัวกลอง  แล้วดึงมือชานนท์มาแตะที่อกด้านซ้ายของตัวเอง ชายหนุ่มตกใจรีบชักมือกลับ อดหวั่นไหวไม่ได้

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของชานนท์ ตอนนั้นเขากำลังนอนแช่ธาราบำบัด ขวัญตาเดินเข้ามาพร้อมกับถาดใส่ดอกไม้และน้ำหอม  แต่ก้าวพลาดลื่นตกน้ำ  เขาปราดเข้ามาช่วยพยุง  แต่มือข้างหนึ่งแปะที่หน้าอกของเธอโดยไม่ตั้งใจ  ขวัญตาอายมากผลักชานนท์ออก  เขาเองก็ตกใจ  ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

เขมิกาเห็นแววตาลึกซึ้งที่ชานนท์มองมา  กระเซ้าทันที “กำลังคิดถึงขวัญตาอยู่ล่ะสิ ตาถึงเยิ้มขนาดนั้น”

ชานนท์ตื่นจากภวังค์  รีบกลบเกลื่อน “อย่างเธอมีอะไรให้นึกถึงด้วยหรือ คนอย่างฉันโง่แค่ครั้งเดียว”

จังหวะนั้น  ปรียาเดินออกมาจากตัวตึกกับแววนิล เห็นภาพบาดตาถึงกับหน้าเสีย  ชานนท์รีบเดินไปคว้ามือปรียาจูงไปที่ศาลากลางสวนหวังจะเย้ยเมียตัวเอง  แววนิลยิ้มสะใจ ขณะที่เขมิกาไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรด้วย...

ฝ่ายปรียาไม่ต้องการเป็นมือที่สามของใคร  ในเมื่อขวัญตากลับมาหาชานนท์อีกครั้ง  เรื่องที่เธอกับเขาตกลงกันวันก่อนเป็นอันยกเลิก จากนี้ไปเธอจะไม่มาที่นี่อีก ถ้าไม่เห็นหน้ากัน ใจของเธอก็จะเข้มแข็งขึ้น

ooooooo

ในขณะที่ปรียายอมเป็นฝ่ายเดินจากไป  เขมิกากำลังรุกไล่แป้นจนถอยร่นไปติดกำแพง  สั่งให้บอกมาว่าผู้หญิงที่ชื่อปรียาเป็นใคร  แป้นงง  ตกลงเธอจำไม่ได้จริงๆหรือแกล้งถามกันแน่  เขมิกาชูงูเขียวในมือ ขู่เสียงเข้มจะบอกหรือไม่บอก  แป้นร้องกรี๊ดด้วยความหวาดกลัว

“เขาห้ามหนูพูด ทางโน้นก็บังคับ ทางนี้ก็บังคับ นังแป้นจะอกแตกตายอยู่แล้ว ฆ่าแป้นเลยดีกว่า”

เขมิกายังไม่ทันจะได้คำตอบจากแป้น มณฑาโผล่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ว่ากระทบว่าพวกชอบทำเสียงดังเหมือนเจ๊กตื่นไฟ หาความเป็นผู้ดีไม่ได้ เขมิกาสวนขึ้นทันทีอย่างไม่ยอมแพ้

“แล้วไอ้ผู้ดีนี่ มันต้องเป็นอย่างไรฮะ แม่นม...ถ้า ต้องการให้ใครเคารพเรา เราก็ต้องให้เกียรติเขาด้วย ไม่ว่าเขาจะสูงต่ำ ดำเตี้ยหรือร่ำรวยมีจนอย่างไร มันก็หายใจทางจมูกเหมือนกันนะคุณนม หรือคุณนมหายใจทางเหงือกขอตัวนะฮะ แล้วค่อยเสวนากันใหม่” เขมิกาแดกดันเสร็จผละจากไป มณฑาเก็บเอาความแค้นครั้งนี้ไปฟ้องแววนิลซึ่งเดือดเนื้อร้อนใจแทน คิดหาทางกำราบนังแพศยาให้อยู่หมัด...

เขมิกาไม่ละความพยายามที่จะรู้เรื่องของพี่สาวตัวเองให้ได้ แอบเข้าไปในห้องนอนของชานนท์ สำรวจดูในตู้เสื้อผ้า เห็นแต่ตู้เปล่าๆ แล้วเดินไปดูที่ชั้นวางของ มีอัลบั้มรูปถ่ายวางอยู่ รีบเปิดดู มีแต่รูปชานนท์กับแววนิลแต่มีอยู่หนึ่งรูปที่สะดุดตาเธอ นั่นคือรูปคู่ของชานนท์ และปรียา ทันใดนั้น เจ้าของห้องเข้ามากระชากอัลบั้มไปจากมือ เขมิกาสะดุ้งเฮือก ติติงกลบเกลื่อนทำไมไม่มีรูปของเธอแม้แต่รูปเดียว เขาว่าเอาไปเผาหมดแล้ว

“นี่คุณเกลียด...เอ่อ เมียคุณขนาดนี้เลยหรือ...เอ หรือทั้งรักทั้งแค้นแบบพระเอกหนังไทยตบๆจูบๆ”

เขมิกาจงใจยั่วประสาท ได้ผลเกินคาด ชานนท์ฟิวส์ขาดจับต้นแขนทั้งสองข้างของเธอเขย่า

“เธอเป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมจู่ๆกลับมาก็เปลี่ยนไปทุกอย่าง”

“คนเราอ่อนแอก็ลุกมาสู้คนได้หรือว่าแต่ก่อนฉันโดนคุณทรมาน โดนทุบโดนตีทำร้ายร่างกายอยู่ฝ่ายเดียว”

ชานนท์ถึงกับอึ้ง เพราะรู้ดีว่าน้องสาวตัวเองชอบรังแกขวัญตาลับหลังเขาเสมอ เลยไม่อยากพูดถึงให้น้องต้องเดือดร้อน เขมิการุกไล่ ที่เขานิ่งไปเพราะเป็นความจริงใช่ไหม ชานนท์ไม่พอใจเดินหนีออก
จากห้อง เธอไม่ยอมรามือรีบเดินตาม แต่ไม่ทัน พอหันกลับมาอีกที ต้องชะงักเมื่อเจอแววนิลยืนอยู่ เขมิกาไม่อยากมีเรื่อง เดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง แต่เธอขวางไว้ โดยไม่ทันจะตั้งตัว มณฑาย่องมาด้านหลังล็อกตัวเขมิกาไว้ แววนิลได้ทีปรี่เข้ามาตบ เธอหลบทัน จึงพลาดโดนหน้ามณฑาเต็มๆ สองตัวแสบประจำบ้านเลิศวิริยะพุ่งเข้าใส่เขมิกาพร้อมกัน

แต่คราวนี้เธอรอท่าอยู่แล้ว เล่นงานทั้งคู่กระเด็นไปคนละทิศละทาง พอตั้งหลักได้ต่างประคองกันหนีเขมิกานึกสงสารพี่สาวตัวเองที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างให้น้องสามี...

ครู่ต่อมา แววนิลกับมณฑานำหน้าตาเขียวช้ำไปฟ้องชานนท์ว่าถูกขวัญตาทั้งถีบทั้งตบตี เพราะแอบไปเห็นเธอทำลับๆล่อๆเหมือนนัดเจอใคร พอเข้าไปถามดีๆกลับถูกทำร้าย ชายหนุ่มถึงกับหน้าเครียด รู้จักนิสัยน้องสาวดีว่าที่ผ่านมาชอบหาเรื่องขวัญตาตลอด โดยที่ฝ่ายถูกหาเรื่องกลับเป็นฝ่ายที่ยอมขอโทษก่อนทุกครั้ง

คราวนี้ก็เข้าอีหรอบเดิม เขมิกาไม่อยากมีปัญหา ยอมเป็นฝ่ายขอโทษแววนิลเพื่อให้เรื่องจบ ทั้งๆที่ถูกหาเรื่องก่อน เธอไม่อยากให้ปัญหาเล็กน้อย มากระทบกับแผนการสืบเรื่องขวัญตา

ooooooo

เขมิกาในคราบขวัญตาสบช่อง เห็นโย่งกับแป้นกำลังช่วยกันเช็ดหน้าต่างห้องรับแขกเพียงลำพังเข้าไปขอร้องให้ใครก็ได้ช่วยเล่าเหตุการณ์ในวันแต่งงานของชานนท์ให้ฟัง ทั้งคู่ทำหูทวนลมไม่สนใจ เธอไม่พอใจ กระชากมือโย่งมาพาดขอบหน้าต่าง แล้วทำทีจะดึงบานหน้าต่างงับมือ เขาร้องห้ามเสียงหลงอย่าทำอะไรเขาเลย

“อยากตั้งป้อมเป็นศัตรูกันหรือไง ข้องใจอะไรฉันก็พูดมา”

โย่งอดรนทนไม่ไหว ระบายหมดเปลือกว่าเป็น เพราะคุณผู้หญิงหักอกคุณผู้ชายเกือบตายมาครั้งหนึ่งแล้ว ไม่น่ากลับมาทำให้ท่านต้องเจ็บช้ำน้ำใจอีก ขอร้องให้เธอไปจากที่นี่ จะให้ตนกราบก็ยอม แล้วยกมือจะไหว้ แต่แป้นคว้ามือไว้ ตวาดเสียงลั่นจะไปกราบทำไมให้เมื่อยมือ จากนั้นก็ลากโย่งเดินหนี เขมิกาได้แต่ยืนงง...

ระหว่างกินมื้อค่ำ แววนิลกับมณฑารวมหัวกันว่ากระทบกระเทียบเปรียบเปรยเขมิกาที่ใช้มือแกะหอยแมลงภู่กินว่าเป็นพวกไพร่ไม่มีสกุล กินอาหารด้วยมือ เธอ ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ หันไปแหย่ชานนท์ว่า เมื่อก่อนขวัญตากินอาหารอย่างไร หรือว่าคอยให้คุณสามีป้อนถึง ปาก เป็นกุลสตรีทุกกระเบียดนิ้ว

“เลิกดัดจริตได้แล้ว ใครๆก็รู้กันหมดแล้วว่าแกวิ่งแร่ตามชู้ไปในวันแต่งงาน ทิ้งให้พี่ชายฉันต้องแบกหน้าเดินขอโทษแขกทั่วทั้งงาน เพราะผู้หญิงเดือนสิบสองอย่างเธอ” แววนิลด่าไม่ไว้หน้า

“คำก็ชู้ สองคำก็ชู้ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ถ้าผู้หญิงรักคนอื่นอยู่จะยอมแต่งงานกับผู้ชายอีกคนไปเพื่ออะไร หัดคิดอะไรให้มีตรรกะกันหน่อย นี่มันยุคส่งจรวดไปดาวอังคารแล้ว ฉันไม่ยอมรับกับสิ่งที่พวกคุณรุมกล่าวหา คุณจะประณามใครก็ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่บ้าจี้หลับหูหลับตาเชื่อไปหมด” เขมิกาเถียงฉอดๆ

“ยังมีหน้าเรียกหาหลักฐานอีกหรือ” ชานนท์เสียงเครียด

“ไม่มีงั้นสิ ฉันว่าแล้ว” เขมิกายิ้มยียวน ชานนท์ เข้ามาคว้าแขนเธอลากไปที่ห้องทำงาน เอาธัมบ์ไดร์ฟยัดใส่มือ พร้อมกับจ้องหน้าเธอด้วยสายตาทั้งรักทั้งแค้น อดคิดถึงความหลังในคืนวันแต่งงานเมื่อ 3 เดือนก่อนไม่ได้ ตอนนั้นแขกเหรื่อมากันเต็มงาน แต่เจ้าสาวหายตัวไป ชานนท์กับคนของเขาช่วยกันตามหา แต่ไร้วี่แวว จังหวะนั้น แววนิลรีบร้อนเข้ามาหาพร้อมกับยื่นไอแพดให้ดู

“พี่นนท์คะ ดูคลิปลับภรรยาสุดที่รักของพี่นนท์สิคะ ถูกแชร์ต่อๆกันว่อนเน็ต”

ชานนท์ยิ่งคิดถึงวันนั้นก็ยิ่งแค้นใจ “สิ่งที่เธอต้องการไง ดูเอาเองก็จะรู้” พูดจบก็เดินจากไป เขมิกาเอา ธัมบ์ไดร์ฟเสียบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้องนั้น แล้วเปิดดูคลิปที่ว่าเห็นขวัญตากอดกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ เธอพยายามเพ่งดูชายปริศนาแต่เห็นหน้าไม่ชัด พลันคำพูดของอึ่งที่ เธอแอบได้ยินตอนอยู่ที่จวงจันทร์สปาผุดขึ้นมาในความคิด

“ทำไม ได้ยินชื่อนี้แล้วมันบาดใจมากหรือไง ก็น่า หรอกนะ ผู้หญิงหน้าด้านอย่างมัน ใฝ่ต่ำคบชู้ ดันโง่ไปคบมันเข้าไปได้ หรือว่าแกรู้เห็นเป็นใจให้มันสวมเขาให้เจ้านาย”

เขมิกาคิดออกแล้วว่าจะไปสืบหาชายปริศนาคนนี้ จากที่ไหน...

ในเวลาเดียวกัน ประชากลุ้มใจเรื่องขวัญตากลับมา ต้องใช้เหล้าช่วยดับความกลุ้ม อู๋วิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามว่า ข้อความที่เขาส่งไปให้เป็นเรื่องจริงหรือ ถ้าขวัญตายังไม่ตาย แล้วทำไมเขาไม่หนี ไม่กลัวถูกแฉหรือ

“ขวัญตาความจำเสื่อม จำเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นไม่ได้”

อู๋อาสาจะไปจัดการปิดปากแม่นั่นก่อนที่จะจำอะไรขึ้นมาได้อีกครั้ง ประชาห้ามไว้ เนื่องจากไม่อยาก ให้คนที่บ้านเลิศวิริยะสงสัย และที่สำคัญเขาอยากรู้ว่าเธอ จะมาไม้ไหน อู๋อ้าปากจะค้าน แต่ประชาชิงพูดขึ้นก่อน

“ตอนนี้แกไปสืบแถวที่นั่นว่าใครเป็นคนช่วยขวัญตา หรือรู้เห็นเรื่องวันนั้นบ้าง แล้วรีบรายงานฉัน”

ooooooo

ตอนที่ 3

ตั้งแต่เขมิกาเข้ากรุงเทพฯ โยธินทำหน้าที่ดูแลจุมพลแทนเธอเป็นอย่างดี ซื้อน้ำเต้าหู้ร้านโปรดมาให้ตอน 7 โมงเช้าของทุกวัน และยังบริการแกะใส่ถ้วยให้ด้วย จุมพลมองเขาอย่างเอ็นดู แต่ยังวางฟอร์มขรึมกันเขาเหลิงหลังจากดูแลจุมพลเรียบร้อย โยธินตามไปดูแลโกนหนวดโกนเคราให้บัณฑิตที่นอนไม่ได้สติที่โรงพยาบาลด้วย

“ระหว่าง ที่เข็มไปอบรม ผมจะคอยมาโกนหนวดให้อาอยู่เรื่อยๆนะครับ เวลาเข็มกลับมาเยี่ยม อาจะได้ดูหน้าตาสดใสหล่อเหลาเหมือนผม” โยธินโกนหนวดเสร็จพอดี ตอนที่เขมิกาโทร.มาหา เขาใช้มือถือถ่ายภาพบัณฑิตส่งไปให้ดู เธอถึงกับร้องไห้ ต้องปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ โยธินถามว่าเห็นภาพพ่อของเธอไหม

“เห็น ชัดเป๊ะ พ่อสบายดีนะฮะ เข็มสบายดี พ่อไม่ต้องห่วง” เขมิกามีแรงฮึดสู้เพื่อพ่อ แล้วหันมองไปที่ชุดผ้า ถุงพนักงานจวงจันทร์สปาของขวัญตาที่วางอยู่บนเตียง...

จากนั้นไม่นาน เขมิกาในชุดพนักงานสปาลงมารอชานนท์ที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน ประมุขบ้านเลิศวิริยะถึงกับชะงักเมื่อเห็นเธอในชุดนั้น พลันภาพในอดีตตอนเจอขวัญตาครั้งแรกที่สปาผุดเข้ามาในสมองของเขา

วันนั้น ชานนท์เห็นขวัญตากำลังช่วยจรรยารีดพิษตะขาบออกจากแผลใต้ฝ่าเท้า โดยจรรยานั่งบนเก้าอี้ ส่วนเธอคุกเข่ากับพื้น เอาเท้าของเพื่อนพาดบนเข่าตัวเอง เขาประทับใจขวัญตาตั้งแต่แรกเห็นที่ทั้งสวยทั้งมีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อน จนผ้าถุงที่ตัวเองใส่เลอะทิงเจอร์ที่ราดไปบนแผลของเพื่อน โดยเขาไม่ล่วงรู้เลยว่าคนที่เอาตะขาบมาปล่อยก็คือขวัญตานั่นเอง เธอตั้งใจจะให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพราะรู้ว่าชานนท์จะมาตรวจงานที่นี่

รอยเปื้อนทิงเจอร์ยังปรากฏให้เห็นบนผ้าถุงที่เขมิกานุ่ง ทำให้ชานนท์ออกอาการหงุดหงิด พาลเอ็ดตะโรใส่ ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ เขมิกาเจอชุดนี้หลงอยู่ที่ห้องซักรีด คิดว่าน่าจะใส่ไปทำงานที่สปา เพราะใส่ได้พอดี แล้วเปิดประตูจะขึ้นรถ ชานนท์ขวางไว้ ทักท้วงว่าเห็นพฤติกรรมตัวเองในคลิปแล้วยังจะกล้าไปเจอผู้คนที่นั่นอีกหรือ

“โธ่ คลิปมันตัดต่อกันได้ เด็ก ป.6 ยังทำเป็นเลย”

“เธอคิดว่าฉันโง่จนไม่คิดตรวจสอบหรือ ฉันเชื่อเพราะคลิปนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าคือของจริง”

เขมิกาโกหกเอาตัวรอดไปก่อนว่าคนตรวจคลิปของเขาอาจจะมั่วก็ได้ ใครจะรู้จักเธอดีเท่าตัวเธอเอง เธอไม่ได้นัดผู้ชายที่ไหน แต่โดนไอ้โม่งจับไปต่างหาก แล้วเร่งให้เขาขึ้นรถ หัดรู้จักเกรงใจคนขับรถบ้าง ชานนท์ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเธอต่อหน้าลูกน้องตัวเองอีก จำใจขึ้นไปนั่งข้างๆเขมิกา...

การมาจวงจันทร์สปาครั้งนี้เหมือนครั้งก่อน เขมิกาในคราบขวัญตาไม่ได้รับการต้อนรับจากพนักงานในร้าน อีกทั้งยังถูกนินทาว่าพาผู้ชายมามั่วถึงที่ทำงาน แม้แต่ในห้องเซานาก็ไม่เว้น เพียงแต่ไม่มีใครยืนยันได้ว่า ชายปริศนาเป็นใคร เพราะเห็นแค่เงาของเขาในตู้อบ แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ชานนท์ เพราะวันนั้นเขาอยู่ต่างจังหวัด

เขมิกายังสืบรู้อีกว่าขวัญตามีเพื่อนสนิทชื่อจรรยาซึ่งอาจจะรู้เบาะแสอะไรบ้างไม่มากก็น้อย เพียงแต่ไม่มีพนักงานคนไหนพาเธอไปพบจรรยา ทำให้เธอต้องไล่หาไปตามแผนกต่างๆเอาเอง จนกระทั่งมาถึงห้องนวดเท้า เขมิกาเปิดประตูเข้าไปเงี่ยหูฟัง ไม่มีใครในนั้นชื่อจรรยา จึงค่อยๆปิดประตูอย่างเดิมแล้วขยับจะไป แต่ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเจอประชายืนมองอยู่ พลางถามว่ามองหาใครอยู่หรือ เขมิกาลื่นเป็นปรอทโกหกว่ากำลังมองหาเขาอยู่

“มีธุระอะไรกับผมหรือครับ” ประชามองเขมิกาอย่างไม่วางใจนัก เธอแค่อยากจะให้เขาพาชมสถานที่

ooooooo

ครู่ต่อมา  ประชาพาเขมิกามายังแผนกผสมน้ำมันหอมระเหย หยิบน้ำมันหอมระเหยขึ้นมาขวดหนึ่ง  เปิดจุกให้เธอดม  เผื่อกลิ่นของมันจะช่วยกระตุ้นความทรงจำของเธอได้บ้าง เขมิกาดมแล้วแทบสำลักบ่นอุบว่ากลิ่นฉุนขนาดนี้ ใครจะอยากใช้  ประชาซึ่งจ้องจับพิรุธอยู่ตลอดเริ่มเชื่อแล้วว่าเธอจำอะไรไม่ได้

“คุณไงที่ชอบใช้นวดปลายเท้า คุณว่ามันกำจัดกลิ่นและช่วยรักษาพวกเชื้อราได้ดี”

“นี่คุณรู้ลึก รู้จริง รู้ถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆของฉันอย่างนี้เลยหรือ เราสนิทกันมากหรือไง”

ประชาไม่อยากให้ผู้หญิงตรงหน้ารื้อฟื้นความทรงจำ  รีบปฏิเสธว่าไม่ได้สนิทอะไรกัน  เพียงแต่เขาเป็นคนใส่ใจลูกน้องเท่านั้น  เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นลูกน้องของเขา  แล้วเชิญเธอดูอะไรตามสบาย  ส่วนเขาต้องขอตัวไปทำงานก่อน  ขณะเขมิกายืนมองขวดน้ำมันหอมระเหยอยู่เพียงลำพัง  จรรยาคว้าข้อมือเธอลากออกจากห้องไปยังมุมลับตาคน

ด้านนอกอาคาร  ผลักเธอจนเซชนกำแพง ก่อนจะด่าว่าต่างๆนานาที่เธอทำให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าจรรยาเองรู้เห็นเป็นใจกับการหนีตามชู้ของเธอ พลอยทำให้ถูกเกลียดชังไปด้วย

“โห มาเป็นชุด ขี้หูร่วงเลยนะนี่ เธอชื่อจรรยาใช่ไหม”

“อะไรนะ!” จรรยานิ่วหน้าด้วยความฉงน

“ไม่มีใครบอกเธอหรือว่าฉันโดนไอ้โม่งตีหัว  จำอะไรไม่ได้ เธอบอกว่าเป็นเพื่อนฉัน เล่าให้ฟังหน่อยสิว่านอกจากเรื่องที่ฉันหนีไปกับผู้ชาย  ฉันยังทำอะไรแย่ๆอีก”

ทีแรกจรรยาว่าจะไม่พูดอะไร แต่สุดท้ายก็ยอมเปิดเผยว่า ขวัญตายังทำเรื่องที่แย่กว่านั้นอีก  คือขโมยเงินสินสอดหนึ่งล้านบาทไปด้วย ตอนที่หนีไปกับชายชู้  เขมิกางง ทำไมไม่เห็นมีใครพูดถึงเรื่องนี้

“เพราะมีคนช่วยปิดบังให้เธอนะสิ” จรรยาตะคอก และคนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน  เป็นคุณชานนท์นั่นเอง เรื่องนี้จึงมีเพียงจรรยากับเขาเท่านั้นที่รู้ และที่เขาไม่แจ้งความดำเนินคดีกับขวัญตาก็เพราะเขารักเธอ

“ถ้าฉันเป็นเธอ  ฉันไม่มีหน้ากลับมาหรอกขวัญตา”...

ระหว่างที่เขมิกาเดินคิดเรื่องของขวัญตามาตามทางเดินนอกตัวอาคาร อึ่งเอาน้ำเต็มถังมาสาดใส่ แล้วไล่ตะเพิด  เขมิกาโกรธโวยวายว่าทำแบบนี้มันเกินไปแล้ว อึ่งว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ  พนักงานที่นี่อยากจะเอาน้ำสาดเธอกันทั้งนั้น แล้วชี้นิ้วกราดไปยังเหล่าพนักงานที่ยืนจับกลุ่มมองเขมิกาเป็นตาเดียวกัน  ทุกคนพากันโห่ไล่เธอ  บ้างก็หยิบโคลนดำ

สำหรับพอกตัวมาปาใส่  ชานนท์วิ่งเข้ามาห้าม พลอยถูกลูกหลงเข้าเต็มหน้าทุกคนหยุดกึก เยาว์ที่เพิ่งตามมาสมทบ เอ็ดพวกพนักงานยกใหญ่ ทำไมถึงทำแบบนี้ แล้วหันไปเล่นงานอึ่ง ซึ่งปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่ได้ทำอะไรแค่ลื่นล้มเลยทำน้ำหกใส่ขวัญตาเท่านั้น  เยาว์สั่งให้ลูกสาวกราบขอโทษคุณผู้หญิง  พนักงานที่ร่วมกันก่อเรื่องก็ต้องขอโทษเธอเช่นกัน

“ไม่ต้อง ทุกคนกลับไปทำงาน น้าเยาว์ คุมคนให้ดีอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ลูกค้าเห็นเข้าจะหาว่าพนักงานเรากิริยาป่าเถื่อน” ชานนท์พูดจบ คว้าแขนเขมิกาลากไปที่รถของเขา

“ฉันเตือนเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาอีก ทีนี้ได้รื้อฟื้นความจำสมใจอยากหรือยัง”

เขมิกานิ่งไม่โต้ตอบ  มองหน้าชานนท์ที่ยอมเปื้อนโคลนแทนตนเอง ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าตัวเองยัดใส่มือเขา แล้วเข้าไปนั่งในรถเงียบๆ เขานั่งลงข้างๆคืนผ้าเช็ดหน้าให้เธอ แล้วหยิบทิชชูในรถมาเช็ดหน้า

“ฉันไม่ชอบใช้ของปนกับใคร หรือแบ่งกับใครก็ไม่เอา”

“ฉันเข้าใจดีแล้ว” เขมิกาไม่คิดจะโต้เถียงแทนพี่สาวอีก ชานนท์แปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ โดยไม่ทันสังเกตเห็นประชายืนหลบมุมจ้องมองขวัญตาตัวปลอมทั้งรักทั้งแค้น

ooooooo

เขมิกากลับถึงบ้านเลิศวิริยะด้วยความผิดหวัง ไม่คาดคิดมาก่อนว่าพี่สาวตัวเองจะสร้างความเจ็บ ช้ำน้ำใจให้ผู้คนรอบข้างได้มากมายขนาดนี้ ตัดสินใจยุติการสืบหา เก็บข้าวของยัดใส่เป้สัมภาระจะกลับระยอง ทิ้งโปสเตอร์รูปพี่สาวไว้บนเตียง คว้าเป้กับโน้ต-บุ๊กออกจากห้อง แล้วโทร.หาโยธิน

“เฮีย...เข็มไปรอที่คอนโดฯ นะ ถึงกรุงเทพฯ แล้ว โทร.บอกด้วย”

จังหวะที่เขมิกาวางสาย มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ตามมาด้วยเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของชายคนหนึ่ง เธอทิ้งข้าวของไว้ตรงนั้น วิ่งตามเสียงปืน ลึกเข้าไปในสวนต้องห้าม จนกระทั่งเห็นชานนท์ซึ่งมีปืนเหน็บอยู่ด้านหลังและโย่งกำลังช่วยกันลากตัวชายคนหนึ่งซึ่งร้องโอดโอยไปขังไว้ในบ้านท้ายสวน เธอรีบหลบหลังพุ่มไม้รอจนทั้งคู่ไปพ้นสายตา จึงรีบวิ่งไปที่บ้านหลังนั้น หวังจะช่วยชายลึกลับ แต่ประตูบ้านล็อก มีเสียงมณฑาแว่วมาแต่ไกล

“ค่ะ...นมจะระมัดระวังไม่ให้มันหลุดออกมาอีก” มณฑาพูดจบ เดินหิ้วปิ่นโตตรงมายังบ้านท้ายสวน พอมาถึงหน้าบ้าน เขมิกาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว...

ฝ่ายชานนท์เข้ามาเห็นโน้ตบุ๊กของเขมิกาวางกองอยู่กับเป้สัมภาระ จัดแจงจะเปิดดู เจ้าของกลับมาเสียก่อน กระชากคืน เขาทักว่าจะกลับไปอยู่กับชู้รักหรือถึงเก็บข้าวของมากองรวมไว้ เธอแค่จะเอากระเป๋ามาผึ่งลมเท่านั้น ไม่ได้จะไปไหน อย่าคิดลึก แล้วขนข้าวของจะกลับห้อง ชานนท์คว้าแขนเอาไว้

“อย่ามากวนประสาท ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของเธอ คิดหรือ ฉันจะทำให้เธอไปจากบ้านนี้ไม่ได้ ถ้าฉันเอาจริง”

เขมิกาเพิ่งสังเกตเห็นคราบเลือดที่เสื้อของชานนท์ถึงกับกลืนน้ำลาย สีหน้าหวั่นๆ ถามหยั่งเชิง ถ้าเธอไม่ยอมไป เขาจะฆ่าทิ้งหรือ ชายหนุ่มมองตามสายตาเธอเห็นรอยเลือด แกล้งขู่ว่าถ้าโดนบีบมากๆ ก็ไม่แน่เหมือนกัน

“น่ากลัวเนอะ แต่โทษที นิสัยฉันเหมือนลมสลาตัน เจออะไรขวางหน้าเป็นไม่ได้ ต้องพัดให้เปิงกันไปข้างหนึ่ง” เขมิกาพูดอย่างมีเลศนัย แล้วสะบัดแขนออก ชานนท์หมั่นไส้กระชากเป้ของเธอมา เทของข้างในทิ้งลงพื้น

“เก็บให้หมด อย่าเอาอะไรมาขวางหน้าฉัน เพราะฉันไม่เกรงใจเหมือนกัน” ชานนท์ว่าแล้วเดินข้ามข้าวของเหล่านั้นไปหน้าตาเฉย เขมิกากำหมัดด้วยความแค้น แต่ต้องสะกดอารมณ์เอาไว้...

ในขณะที่เขมิกาเปลี่ยนใจไม่กลับระยอง เพราะต้องการรู้ความจริงเกี่ยวกับชายลึกลับในสวนต้องห้ามโยธินนั่งเซ็งอยู่ริมถนนเนื่องจากรถตัวเองยางแตกไม่มียางอะไหล่ให้เปลี่ยน อยู่ๆมีรถตู้คันหนึ่งพุ่งเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ปรียาซึ่งนั่งอยู่ในรถตู้ร้องเตือนคนขับรถให้ระวัง เขาตื่นจากหลับใน หักพวงมาลัยหลบรถของโยธินได้ทันท่วงที ก่อนจะเบรกตัวโก่ง หญิงสาวหันไปมองรถที่เกือบถูกชนเมื่อครู่อย่างใจหายใจคว่ำ...

ด้วยความเป็นคนดีมีน้ำใจของปรียา จึงช่วยอนุเคราะห์ลากรถของโยธินมาไว้ที่อู่ปะยาง และยังขอโทษแทนนายปองคนขับรถของเธอที่เกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุ

“ถือว่าเราหายกันครับ ถ้าไม่ได้รถตู้คุณช่วยลากมาให้ ผมก็คงต้องรอรถลากถึงค่ำมืดแน่”

ปรียาส่งนามบัตรโรงแรมให้ “ถ้าจะจัดงานหรือต้อนรับแขก ใช้บริการที่นี่ได้นะคะ ดิฉันจะใช้ส่วนลดพนักงานให้ค่ะ ลานะคะ” เธอยกมือไหว้ โยธินรับไหว้แทบไม่ทันมองตามปรียาที่ก้าวขึ้นรถตู้อย่างเคลิบเคลิ้ม

“กิริยางดงาม พูดจาก็ไพเราะนุ่มนวล ทำไมไอ้เข็มไม่ได้อย่างนี้สักนิดวะ”...

ทันทีที่มาถึงคอนโดฯที่พักในกรุงเทพฯ โยธินโทร.เล่าเรื่องรถยางแตกให้เขมิกาฟัง และคุยอวดเพื่อให้เธอหึงว่าตนเองยังเสน่ห์เหลือเฟือทำให้มีสาวสวยมาช่วยเอาไว้ เธอกลับไม่รู้สึกรู้สมด้วย บอกว่าเปลี่ยนใจจะอยู่ที่นี่ต่อไป เสาร์นี้ค่อยกลับไปเยี่ยมปู่ตามแผนการเดิมที่วางไว้ โยธินโวยลั่นทำไมถึงชอบพูดกลับไปกลับมาตลอด

“เข็มขอโทษ ไว้เข็มเลี้ยงข้าวแก้ตัวแล้วกัน”

โยธินไม่อยากกินข้าวฟรี แต่อยากได้คำว่ารักจากเธอมากกว่า เขมิกาไล่เขาไปเกิดใหม่ยังจะง่ายกว่า ตัดสายทิ้งอย่างรำคาญใจ แล้วหยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาอัดคลิป

“ฉันเห็นเจ้าของคฤหาสน์กักขังทุบตีผู้ชายคนหนึ่ง มีคนในบ้านรู้เห็นและให้ความร่วมมือ สิ่งที่ทุกคนพยายามประณามขวัญตา อาจเป็นแค่แผนลวงตาที่เล่นเอาฉันเกือบหลงกล ขวัญตาอาจรู้เห็นอะไรบางอย่างจึงต้องหนีไป ฉันต้องหาทางเข้าไปในสวนนั่นให้ได้อีกครั้ง บางทีคำตอบที่ฉันอยากรู้ อาจอยู่ที่นั่น”

ooooooo

แววนิลยังไม่ละความพยายามจะทำให้พี่ชายตัวเองกับเพื่อนรักลงเอยกัน จึงหลอกล่อให้ปรียามาบ้าน เธอจะเดินหนีแต่แววนิลดึงมือไว้

“คิดว่าจะลืมพี่นนท์ได้หรือ ถ้าทำได้ง่ายๆเธอคงทำไปได้ตั้งนานแล้ว อย่าหลอกตัวเองเลยน่าปรียา...แทนที่

จะวิ่งหนี สู้วิ่งชนไม่ดีกว่าหรือ สมหวังผิดหวังมันจะได้รู้กันไปเลย” แววนิลมองปรียาอย่างให้กำลังใจ...

อีกมุมหนึ่ง ที่ศาลากลางสวน ชานนท์เข้ามาเห็นดอกนางแย้มวางอยู่บนโต๊ะ ไม่พอใจมาก คว้ามาขยี้จนแหลกคามือ แล้วโวยวายว่าใครบังอาจเอามันมาปลูกในบ้านหลังนี้อีก ปรียาเดินเข้ามาพอดี ถามว่าไม่พอใจอะไรหรือ เขากำลังโกรธก็เลยพาลใส่ เธอน้อยใจทำท่าจะกลับ ชานนท์กำลังสับสนอยากจะตัดขวัญตาออกไปจากใจ คิดจะใช้ปรียาเป็นเครื่องมือ รีบคว้าแขนเธอไว้

“เดี๋ยวก่อน ไหนเธอบอกพี่ว่าจะไม่มาเห็นหน้าพี่อีก”

ปรียาอึกอักไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไร แววนิลที่แอบดูอยู่ใกล้ๆลุ้นให้เพื่อนบอกไปว่าคิดถึง แต่เธอดันถอดใจขอตัวกลับ ชานนท์ไม่ยอมให้ไป อยากเดินหน้าสานต่อเรื่องที่เราคุยกันไว้ เนื่องจากเขาติดอยู่กับอดีตมากเกินไป ซึ่งทำให้รู้สึกแย่ ปรียาเจ็บปวดใจ ตัดพ้อที่เขาจะคบกับเธอแค่ให้ลืมขวัญตา รีบดึงมือเขาออก

“พี่ยอมรับว่าพี่เห็นแก่ตัว พี่เสียใจที่พูดอะไรบ้าๆแบบนี้ออกไป” ชานนท์ละอายใจ หันหลังจะไป ปรียารีบเดินตาม แต่ก้าวได้ไม่กี่ก้าวเกิดหน้ามืดเป็นลมล้มลงเสียก่อน โชคดีที่เขาหันมาคว้าตัวเธอไว้ทัน...

จากนั้นไม่นาน เขมิกาลงมาจากห้องพัก เห็นบ้านเงียบเชียบ ถามแป้นที่กำลังเก็บกวาดทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์อยู่คนเดียวว่าคนในบ้านหายไปไหนกันหมด ทีแรกเธอตั้งแง่ไม่ยอมตอบคำถาม เขมิกาต้องขู่จะทุ่มเครื่องลายครามทิ้ง เธอถึงยอมบอกว่าชานนท์ แววนิลและมณฑาพาปรียาไปส่งโรงพยาบาล

เขมิกาเห็นทางสะดวกรีบจ้ำพรวดๆไปยังทางเข้าสวนต้องห้าม หวังเต็มที่จะไปดูชายลึกลับคนเมื่อวานนี้

แต่ต้องผิดหวังเมื่อเห็นโย่งกำลังตัดหญ้าอยู่ตรงนั้นพอดี เธอพยายามหลอกล่อให้เขาไปตัดทางอื่น แต่โย่งไม่หลงกล เธอเลยแกล้งนั่งขวางไม่ให้ตัด เขาเชิญเธอนั่งตามสบาย แล้วเดินเครื่องรถตัดหญ้าเข้าหา

“เฮ้ย...อย่านะโว้ย ฉันเป็นคุณผู้หญิงนะ”

อยู่ๆเครื่องตัดหญ้าดับไปเฉยๆ โย่งพยายามซ่อมเองแต่ไม่สำเร็จ เขมิกาอาสาซ่อมให้ อึดใจเดียวเครื่องตัดหญ้ากลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม ทำให้โย่งทึ่งมาก เธอได้ทีขอค่าตอบแทนเป็นการเข้าไปเดินเล่นในสวนต้องห้าม เขาให้เข้าไม่ได้เพราะคุณผู้ชายไม่อนุญาต แล้วเข็นเครื่องตัดหญ้าใส่ เป็นการไล่เธอทางอ้อม...

ทางด้านแววนิลอาศัยจังหวะที่ปรียาไม่สบาย โยนบาปว่าเป็นเพราะพี่นนท์รับปากจะคบหากับปรียา แต่กลับยกเลิก ทำให้เธอไม่เป็นอันกินอันนอนจนล้มป่วยและที่สำคัญเธอไม่มีญาติในกรุงเทพฯ ที่จะคอยดูแล แววนิลเสนอให้เธอมาอยู่ที่บ้านของเรา ชานนท์อึกอักเนื่องจากเป็นห่วงความรู้สึกของเมียตัวเอง

แววนิลมองออก รีบดักคอ “พี่นนท์คงไม่ได้กลัวว่าเมียเก่าพี่จะว่าเอานะคะ”

“นิลควรถามเจ้าตัวก่อนว่าเต็มใจจะมาอยู่หรือเปล่า ไม่ใช่เรามาสรุปเอาเอง” ...

คนอย่างแววนิลลองตั้งใจจะทำอะไรแล้วไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาขวาง เธอจัดแจงพาปรียามาอยู่ที่บ้านเลิศวิริยะ ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่ค่อยจะสบายใจนัก เนื่องจากยังไม่ได้เป็นอะไรกับชานนท์ ทั้งแววนิลและมณฑาช่วยกันปลอบไม่ให้เธอคิดมาก ไม่มีใครมองเธอไปในทางเสื่อมเสีย แต่ปรียาก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี แววนิลขู่ถ้าไม่ยอมอยู่ที่นี่ไม่ต้องมาเรียกตนว่าเพื่อนอีกต่อไป

“นิลต้องการให้เราไล่คุณขวัญออกไปจากบ้านนี้ พี่นนท์ก็อยากคบกับเราเพื่อไล่คุณขวัญไปเหมือนกัน เรารู้สึกว่าเราเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้” ปรียาร้องไห้น้ำตาไหลพราก แววนิลตกใจรีบเข้าไปกอดปลอบใจ ถ้าพี่นนท์พูดว่าอยากจะลองคบหาด้วยก็หมายความตามนั้นจริงๆ เพราะเขาไม่ใช่ผู้ชายปากพล่อย

“ตอนนี้เธออยู่ในฐานะผู้ป่วย ควรนอนพักมากๆ” แววนิลประคองเพื่อนรักไปนั่งบนเตียง แล้วชวนมณฑาออกจากห้อง พลางกระซิบกระซาบว่า “พี่นนท์ใจอ่อนกับปรียาแล้ว เราต้องรีบกำจัดนังขวัญตานะคะ”

“นมคิดไว้แล้วค่ะ ให้เป็นหน้าที่ของนมเอง” ...

แม้เขมิกาจะหน้าเหมือนขวัญตาราวกับแกะ แต่บุคลิกและนิสัยใจคอต่างกันลิบลับ เขมิกาในคราบขวัญตามักจะทำให้ผู้คนในบ้านเลิศวิริยะอึ้งทึ่งและงุนงงอยู่บ่อยครั้ง คราวนี้ก็เช่นกัน เธอเห็นแป้นกำลังตากผ้า ร้องทักว่าจะตากทำไมให้เมื่อย อีกไม่นานฝนก็ตก แป้นเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ไร้เมฆอย่างงงๆ พอตากผ้าเสร็จก็แจ้นไปหาโย่งที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าทางเข้าสวนทั้งๆที่ตัดหญ้าเสร็จแล้ว เล่าให้ฟังว่าท่าทางคุณผู้หญิงจะเพี้ยนหนักบอกเธอว่าฝนจะตกทั้งๆที่ฟ้าใสแจ๋ว โย่งสันนิษฐานว่าอาจเพี้ยนเพราะโดนตีหัว ขนาดเครื่องตัดหญ้ายังซ่อมเป็น

“เฮ้อ...สงสารคุณผู้ชายว่ะ เจอแต่ตัวก่อปัญหา เมื่อวานก็เกือบไป”

“แกนั่นแหละไอ้โย่ง ทำความสะอาดปืนยังไงปล่อยให้มันหยิบไปเล่น ดีนะที่ปืนลั่นแค่ถากขามันนิดหน่อย”

โย่งแค่เผลอสัปหงกแป๊ปเดียว โชคดีที่คุณผู้ชายแย่งปืนคืนมาได้ ไม่อย่างนั้นคงยุ่ง

ooooooo

ขณะปิ้งเอาของทะเลมาส่งที่ร้านอาหารริมชายหาด สอนกับสมุนตามมาหาเรื่องชกต่อย โชคดีที่โยธินเข้ามาขวาง เอามือถือถ่ายคลิปไว้ ขู่จะแชร์รูปสอนให้ว่อนเน็ต รับรองคนรู้จักทั้งประเทศรวมทั้งตำรวจด้วย สมุนของสอนเข้ามากระซิบลูกพี่ว่าอย่าไปยุ่งกับโยธินจะดีกว่าเพราะพ่อของเขาเป็นผู้กว้างขวางของที่นี่

“อย่าข้ามเขตมาถิ่นนี้อีกนะโว้ย...เฮ้ยไป” สอนชี้หน้าปิ้ง ก่อนจะพากันกลับ

โยธินห้ามปิ้งบอกเรื่องนี้ให้จุมพลรู้ ปิ้งไม่เห็นด้วย ขืนปล่อยไว้อย่างนี้สอนกับพวกจะคอยตามหาเรื่องอยู่ตลอด ถ้าพี่เข็มอยู่ไม่มีทางยอมแน่นอน โยธินจะขอให้ป๋าของเขาไปเจรจากับเฮียเม้งเอง ปิ้งทักท้วง เฮียเม้งเป็นหัวคะแนนให้ ส.ส.ไม่กลัวพ่อค้าอย่างป๋าของเขาหรอก แนะให้ตามพี่เข็มกลับมาจัดการดีกว่า โยธินขู่ถ้าเขายังดื้อดึงจะตามเธอกลับมา ตนจะบอกจุมพลเรื่องที่เขาชอบหนีงานไปตามจีบลูกสาวแม่ค้าส้มตำ...

มณฑาไม่รอช้า เริ่มแผนกำจัดเสี้ยนหนามทันที โดยลอบเข้าไปในห้องนอนของเขมิกา ใช้ลิปสติกสีแดงเขียนคำว่า “ตาย” บนกระจกเงา จากนั้น หลอกล่อให้เขมิกาตามขึ้นไปยังห้องใต้หลังคา เธอหลงกลเดินเข้าไปติดกับ มณฑาในชุดเสื้อคลุมสีดำมีฮู้ดล็อกประตูห้อง ขังเธอไว้บนนั้น เขมิกาพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่เสียงฟ้าร้องกลบเสียงของเธอสนิท...

ในเวลาเดียวกัน บริเวณลานตากผ้า โย่งกับแป้นช่วยกันเก็บผ้าแทบไม่ทัน เขาเก็บผ้าไปบ่นไปด้วยว่าเมื่อครู่นี้ฟ้ายังแจ้งอยู่เลย แป๊บเดียวฝนเทไม่ลืมหูลืมตา แล้วหันไปบอกแป้นว่ารู้อย่างนี้เชื่อคุณผู้หญิงก็สิ้นเรื่องไม่ต้องวิ่งเก็บผ้าให้เหนื่อย แป้นพยักหน้าเห็นด้วย...

ทางฝ่ายเขมิกาสำรวจไปรอบๆห้องใต้หลังคาเผื่อจะเจอทางออก แต่ไม่พบ ตัดสินใจจะออกทางหน้าต่างแต่มันฝืดเปิดลำบากเพราะไม่ได้ใช้งานมานาน ทันใดนั้น มีเสียงขู่ฟ่อดังขึ้น เขมิกาเหลียวไปดูเห็นงูตัวเขื่องกำลังแผ่แม่เบี้ย เธอตัวแข็งไม่กล้าขยับ เหลือบมองหาตัวช่วย เห็นกระป๋องยาฉีดกันยุงตั้งอยู่ใกล้ๆค่อยๆเอื้อมไปหยิบแล้วเอาฉีดใส่ งูเริ่มเมายาค่อยๆสิ้นฤทธิ์ เธอรีบจับยัดใส่ตะกร้า ปิดฝา แล้วคว้าอะไรหนักๆมาทับอีกชั้นหนึ่ง

มณฑาในชุดเสื้อคลุมสีดำเงี่ยหูฟังอยู่นอกห้องเห็นทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ คิดว่างูฉกศัตรูตัวฉกาจของแววนิลแล้ว จึงย่องลงบันได หามุมปลอดคนโทร.รายงานแววนิลว่าทุกอย่างเรียบร้อย เธอสั่งให้ทิ้งนังแพศยาไว้บนนั้น 2 คืนแล้วค่อยว่ากันอีกที พอเหลือบเห็นพี่ชายเพิ่งกลับจากทำงาน แววนิลรีบวางสายลุกไปหา

“ปรียาเป็นอย่างไรบ้าง”

“หลับอยู่ค่ะ นิลโทร.ไปลางานที่โรงแรมให้แล้ว ความจริงปรียาน่าจะลาออก แล้วมาช่วยงานพี่นนท์ที่สปา พี่นนท์จะได้เหนื่อยน้อยลง”

ชานนท์ไม่ขัดข้องถ้าเป็นความต้องการของเจ้าตัว แล้วชะเง้อคอมองหาหญิงสาวที่เขาทั้งรักทั้งแค้น แววนิลใส่ไฟว่านังนั่นไม่อยู่ หายหัวไปตั้งแต่เช้าแล้ว เธอได้ยินมันคุยโทรศัพท์กับผู้ชาย

“น้องว่าที่มันชอบหายไปข้ามวันข้ามคืนบ่อยๆคงไปอยู่กับชู้มัน”

ชานนท์สะเทือนใจ แต่ยังทำปากแข็ง “ก็ดีแล้วนี่ พี่จะได้มีเหตุผลในการฟ้องหย่า”

มีเสียงโหวกเหวกของโย่งกับแป้นดังมาจากด้านนอก สองพี่น้องรีบวิ่งออกไปดู เห็นทั้งคู่ชี้โบ้ชี้เบ้ ขึ้นไปบนตัวตึก ชานนท์แหงนหน้ามองตามต้องตกใจแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นเขมิกาในคราบขวัญตาใช้เชือกเส้นใหญ่โรยตัวลงมาจากหน้าต่างห้องใต้หลังคา เขาแอบลุ้นเอาใจช่วยให้เธอปลอดภัย

เขมิกาค่อยๆรูดตัวลงมาจนใกล้จะถึงพื้น เชือกเกิดขาด ทุกคนตกใจร้องลั่น ชานนท์พุ่งรับเธอไว้ด้วยความเป็นห่วง ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปด้วยกัน พอเขาลุกขึ้นได้ ต่อว่าเขมิกาว่าว่างนักหรือ ถึงได้เล่นพิเรนทร์แบบนี้ เธอไม่ได้เล่นพิเรนทร์ แต่มีคนขังเธอเอาไว้ และยังเอางูมาปล่อยเพื่อให้เธอถูกกัด

“เลิกพูดพล่อยๆเสียที” ชานนท์ตวาดเสียงเขียว เขมิกายืนยันว่ามีหลักฐาน ถ้าไม่เชื่อก็ให้ตามไปดู

ooooooo

หลักฐานที่เขมิกาอ้างถึงกลับมลายหายไปสิ้น ทั้งงูที่เธอจับใส่ตะกร้าในห้องใต้หลังคา ทั้งข้อความข่มขู่ว่า “ตาย” ที่เขียนไว้บนกระจกเงาในห้องนอน เธอสรุปว่ามีมือดีมาทำลายหลักฐานพวกนี้ ชานนท์ไม่พอใจที่เธอโกหกได้โกหกดี ไม่เข้าใจจะทำไปเพื่ออะไร แววนิลได้ทีกล่าวหาเขมิกากลบเกลื่อนความผิดตัวเอง

“แกเข้าไปขโมยของในห้องใต้หลังคาใช่ไหม พอออกมาไม่ได้ ก็เลยปีนลงมาทางหน้าต่าง แกขโมยอะไร ไหนดูซิ” แววนิลว่าแล้วเข้าไปค้นตัวเขมิกาซึ่งคว้าแขนเธอบิดจนร้องโอดโอย ชานนท์ไม่พอใจผลักเธอกระเด็น ปรียาไม่อยากให้มีเรื่อง วิ่งเข้าไปขวางเขาไว้ ขอร้องให้ค่อยๆพูดค่อยๆจากันอย่าใช้ความรุนแรง

“เธอจะไปจากบ้านฉันเอง หรือให้ฉันโยนออกไปทางหน้าต่าง” ชานนท์ขู่ เขมิกาลุกขึ้นยืนอย่างไม่ยี่หระ

“กลัวฉันจะอยู่เจอความลับของคุณหรือ ใครที่มันทำอะไรไว้ก็ปิดให้มิดแล้วกัน” เขมิกาว่าพลางกวาดตามองหามณฑา แต่ไม่เห็น “ขนาดคุณปรียาไม่สบายยังลุกขึ้นมาดู แต่ดูเหมือนว่าจะมีอยู่คนหนึ่งที่หายไป ทุกทีตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ไม่ใช่หรือฮะ คุณนิล...ช่วงที่ฉันปีนลงมาจากตึก มีเวลาเหลือเฟือที่จะมีใครสักคนเข้าไปทำลายหลักฐานทั้งที่ห้องใต้หลังคา แล้วก็ในห้องนี้” เขมิกาพูดจบหันไปสั่งให้โย่งไปดูว่ามณฑาอยู่ในสวนหลังตึกหรือเปล่า ส่วนแป้นให้ตามเธอมา แววนิลไม่พอใจที่เธอเจ้ากี้เจ้าการคนของตนเอง สั่งว่าไม่ต้องทำตาม

“ต้องมีคนเอางูไปจากตะกร้า และลบข้อความขู่ฉัน คุณนมไม่อยู่ที่นี่ เป็นคนที่น่าสงสัย ถ้าพวกคุณบริสุทธิ์ใจก็ไม่ควรห้าม” เขมิกาจ้องชานนท์สีหน้าจริงจัง แววนิลกลัวความแตก ค้านสุดฤทธิ์หาว่าเธอปั่นหัว

“ถ้าไม่เป็นอย่างที่เธอพูด เธอต้องหย่าให้ฉัน”

เขมิกาตกลงรับคำท้าอย่างมั่นใจ โดยไม่รู้ว่ามณฑาเอางูที่เป็นหลักฐานไปหมกสวนแล้ว แต่ก็ถูกงูฉกทิ้งรอยเขี้ยวไว้ที่เหนือข้อมือ จากนั้นเธอลัดเลาะกลับห้องพักรีบล้างเนื้อล้างตัวเพื่อไม่ให้ใครจับพิรุธได้...

หลังออกตามหามณฑาจนทั่วทั้งสวนแต่ไม่พบชานนท์จึงเดินนำทุกคนไปยังห้องนอนของเธอ แววนิลพยายามถ่วงเวลา แต่เขมิการ้อนใจ เคาะเรียกแล้วไม่มีเสียงขานตอบ จัดแจงจะพังประตูเข้าไป ชานนท์สั่งให้หยุดทำอะไรบ้าๆ แล้วหยิบกุญแจมาสเตอร์คีย์ที่ไขประตูได้ทุกห้องในบ้านขึ้นมาไข ในห้องว่างเปล่า

“น่าแปลกนะฮะ คนแตกตื่นกันทั้งบ้าน แต่คุณนมกลับหายจ้อย” เขมิกาแดกดัน

“ฉันอยู่นี่” มณฑาแกล้งเดินกะเผลกออกจากห้องน้ำ “นมหลับไปค่ะคุณนนท์ ก็เลยไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น มีอะไรหรือคะ”

“คุณผู้หญิงเธอหาว่ามีคนคิดฆ่าเธอ”

เขมิกามองขามณฑาเห็นมีผ้าพันเอาไว้ ถามว่าขาไปโดนอะไรมา ขอให้ช่วยเปิดผ้าพันแผลให้ดู ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบายทำให้มณฑาเอาตัวรอดไปได้ แววนิลได้ทีกล่าวหาเขมิกากลับ ว่าสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายเธอ ใส่ร้ายมณฑา รายต่อไปก็คงเป็นปรียา หลังจากนั้นตัวเองจะได้เสวยสุขในบ้านหลังนี้โดยไม่มีใครขัดขวาง

ชานนท์เชื่อคำโป้ปดของน้องสาว ลากตัวเขมิกาออก จากห้อง ทวงข้อตกลงที่ทำกันไว้ ในเมื่อมณฑาไม่ได้เป็นอย่างที่เธอกล่าวหา พรุ่งนี้เธอจะต้องไปอำเภอ เซ็นใบหย่า ให้เขา เขมิกาอ้างว่าพูดเล่น ผัวเมียท้าหย่ากันเป็นเรื่อง ธรรมดาทำไมเขาต้องจริงจังด้วย ชานนท์โกรธจัดที่เธอเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องเล่น หญิงสาวเห็นท่าไม่ดี แสร้งปวดท้อง จะเข้าห้องน้ำ แล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย...

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง มณฑาเปิดแผลถูกงูกัดที่ ข้อมือให้แววนิลดูและเล่าเหตุการณ์ตอนที่กำจัดหลักฐานให้ฟัง เธอแปลกใจทำไมโดนงูกัดแล้วไม่เป็นอะไร มณฑาแค่อยากขู่นังนั่น ก็เลยซื้องูไม่มีพิษมา แววนิลเห็นเธอเจ็บแผลมาก แนะให้ไปหาหมอ และเตือนว่าทีหน้าทีหลังอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงแบบนี้อีก

“ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อคุณหนูของนม...นมทำได้ทุกอย่าง” มณฑาอยากจะดึงเธอมากอดแต่ไม่กล้า...

อีกมุมหนึ่งในห้องนอนของเขมิกา ขณะเขมิกากำลังอัดคลิปตัวเองเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ไว้ในโน้ตบุ๊ก โยธินส่ง SMS มาแจ้งว่าอยู่กรุงเทพฯแล้ว กำลัง จะไปหาที่คอนโดฯ มีเรื่องด่วนมากเกี่ยวกับปู่ของเธอ

เขมิกาตกใจรีบพิมพ์ข้อความกลับไปว่า รถติดมาก เธอยังกลับไม่ถึงที่พัก ขอเปลี่ยนไปเจอกันที่อื่น

ooooooo

ครู่ต่อมา เมื่อเขมิกามาถึงร้านกาแฟตามนัด ธุระด่วนที่โยธินว่ากลายเป็นแค่เอาทุเรียนทอดฝีมือจุมพลที่เธอชื่นชอบมาฝาก เขมิกาแทบจะชกหน้าฐาน หลอกให้ตกใจ เขาแก้ตัวว่าถ้าไม่ทำแบบนี้คงไม่ได้เจอกัน เพราะเธอติดอบรมตลอด เขมิกาแปลกใจยัง ไม่ถึงวันนัด รีบร้อนมาทำไม

“ก็อยากเห็นหน้าเข็มเร็วๆ คืนนี้เฮียจะไปนอนด้วย ขี้เกียจไปหาที่พัก”

เขมิการ้องห้ามเสียงลั่น ตนเองเป็นสาวแล้ว ขืนใครรู้เข้าเสียราคาหมด แล้วชวนโยธินกลับ ขณะก้าวออกจากร้านกาแฟ หญิงสาวถึงกับหยุดกึก  เมื่อเห็นแววนิลประคอง มณฑาออกจากคลินิกใกล้ๆ เธอรีบหลบหลังโยธินก่อนที่คู่อริจะทันเห็น เขาเห็นท่าทางแปลกๆของเขมิกา ถามว่า เป็นอะไร กลัวแดดหรือ

“เข็มร้อน เข็มขอยืมเสื้อหน่อยเฮีย ถอดเร็วๆ แยก กันตรงนี้นะเฮีย เข็มกลับเอง เจอกันวันเสาร์” เขมิการีบเอาเสื้อคลุมของโยธินคลุมหัวทำทีบังแดด แล้ววิ่งปรู๊ดออก ไปทันที แววนิลเห็นหลังเธอไวๆชะเง้อมองตาม ก่อนจะ หันไปบอกมณฑาว่าเหมือนจะเห็นขวัญตาแวบๆ แต่ไม่แน่ใจเนื่องจากเห็นไม่ถนัด

“คงไม่ใช่หรอกค่ะคุณหนู ตอนเราออกมามันก็ยังอยู่ที่บ้าน”...

เสร็จจากสั่งให้ประชาช่วยนัดทนายความมาพบเพื่อทำเรื่องฟ้องหย่าขวัญตาแล้ว ชานนท์มาที่แผนกผสมน้ำมันหอมระเหย ยืนลังเลอยู่อึดใจก่อนจะเปิดประตูเข้าไป เห็นที่ที่ขวัญตาเคยนั่งทำงานแล้ว อดนึกถึงอดีตไม่ได้

วันนั้น ชานนท์มาตรวจงานที่ร้านสปาแห่งนี้เหมือน เช่นเคย เมื่อมาถึงห้องนวดเท้าได้ยินเสียงลูกค้าโวยวายขอเปลี่ยนพนักงาน  เนื่องจากขวัญตาปฏิเสธจะนวดเท้าให้ หลังจากเขาและประชาได้ซักถามความจริง กลับพบว่าขวัญตามีเหตุผล ไม่ได้ปฏิเสธมั่วๆ เนื่องจากทราบมาว่า ลูกค้าตั้งครรภ์อ่อนๆ เพราะเห็นเธออาเจียนและได้ยินเธอ บ่นกับลูกในท้องตอนเข้าห้องน้ำ ขวัญตาได้รับการสอนจากน้าเยาว์ว่าการนวดเท้าแบบกดจุดไม่ควรทำในหญิงมีครรภ์ เพราะอาจจะมีผลกับเด็กในท้อง

“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคนท้องไม่ควรนวดเท้า เลยไม่ได้ให้ข้อมูลกับพนักงานไว้ ขอบใจเธอมากนะฉันมันแย่จริงๆ น่าจะถามเหตุผลเธอก่อน อย่าถือสาอารมณ์คนท้องเลยนะจ๊ะ”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ สปาไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกไม่ใช่แค่ฝีมือนวดอย่างเดียว แต่เพราะเราให้ความเป็นมิตรด้วย ขวัญภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่นี้ค่ะ” ขวัญตายิ้มสดใสให้ลูกค้า ชานนท์มองอย่างชื่นชม และเริ่มตกหลุมรักเธอโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าเธอจ้างผู้หญิงคนนั้นให้มาแสดงเป็นลูกค้าเล่นละครตบตาทุกคน

นอกจากนี้ ขวัญตายังสร้างความประทับใจให้ชานนท์ด้วยการอ้างว่าตัวเองคิดค้นน้ำมันหอมระเหยจากดอกนางแย้มได้ ซึ่งหอมไม่แพ้กลิ่นจวงจันทร์ ทั้งที่ความจริงแล้วสูตรนี้จรรยาเป็นผู้คิดค้น...

ชานนท์หงุดหงิดใจมากที่ไม่สามารถลบขวัญตาออกไปจากใจได้ จึงคิดจะแก้เผ็ดเธอคืน ตัดสินใจโทร.บอกประชาว่าไม่ต้องนัดทนายความให้แล้ว เขาเปลี่ยนใจไม่หย่า

ooooooo

เขมิกาไม่สนใจคำสั่งของชานนท์ที่ให้แป้นจัดอาหารให้เธอกินในห้องครัว เดินอาดๆเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับเขาหน้าตาเฉย จังหวะนั้นเสียงริงโทนเรียกเข้ามือถือที่เป็นเบอร์ของโยธินดังขึ้น

“รับสายด้วยจ้ะที่รักจ๋า...รับสายด้วยจ้ะที่รักจ๋า”

ชานนท์หน้าเครียดทันที เขมิการีบตัดสายทิ้ง กลบเกลื่อนว่าริงโทนนี้กำลังฮิต เขาสนใจบ้างไหม เสียงริงโทนเจ้ากรรมดันดังขึ้นอีกครั้ง เธอจะตัดสายทิ้ง แต่ชานนท์มือไวกว่าแย่งมือถือไปเสียก่อน

“ชู้เธอโทร.มาหรือ ถึงไม่กล้ารับสายต่อหน้าฉัน”

เขมิกาจะแย่งคืน แต่ชานนท์เขยิบหนีแล้วกดรับเสียเอง เป็นจังหวะเดียวกับโยธินกดวางสายพอดี เขาเลยคืนมือถือให้ แต่ไม่วายแดกดันว่าสงสัยชู้รักของเธอจะรู้เสียก่อนเลยไม่กล้าตอบกลับมา เขมิกาถึงกับถอนใจโล่งอก แววนิลเดินเข้ามาพร้อมกับปรียาเห็นคู่อริยังนั่งลอยหน้าอยู่ ต่อว่าพี่ชายตัวเองที่อ่อนข้อให้มันตลอด

“เขาอยากกินน้ำใต้ศอกก็ปล่อยเขาสินิล” ชานนท์พูดจบคว้ามือปรียามากุมไว้ พูดเสียงอ่อนเสียงหวานจงใจจะแกล้งเมียตัวเอง “ที่พี่เคยขอคบกับปรียา มีคำตอบให้พี่หรือยัง”

แววนิลเห็นเพื่อนรักอึกอัก รีบตอบคำถามแทนว่าเธอบอกกับตนแล้วว่าตกลง เขมิกาจ้องหน้าปรียาเขม็ง

“ไม่ต้องเกรงใจ มีเมียแล้วก็มีกิ๊กอีกคนได้ แบ่งๆกันใช้ ใครเขาจะด่าว่าศีลธรรมเสื่อมก็เอาสีข้างแถๆไปว่าสมัยนี้ใครๆเขาก็ทำ...จบ” เขมิกาแดกดัน ชานนท์เถียงว่าเราสองคนเลิกกันนานแล้ว ติดแค่ใบหย่าเท่านั้น เธอไม่เห็นรู้เรื่องเราเลิกกันตอนไหน หรือตอนนั้นเธอหลับใน แววนิลโกรธหาว่าเธอจงใจแกล้งพี่ชายของตน

“โอ๊ย...คุณปลานิล ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดอีกแล้ว ฉันก็พูดชัดว่าฉันอนุญาต ต้องให้แต่งตั้งตำแหน่งเมียน้อยอย่างเป็นทางการหรือเปล่าฮะ ถึงจะพอใจ”

“แต่ฉันต้องการคบกับปรียาอย่างเปิดเผย ถ้าเธอไม่ ยอมหย่า เธอก็เป็นฝ่ายอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆไป ฉันไม่ว่า” ชานนท์พูดจบ จูงมือปรียากับแววนิลชวนกันไปกินข้าวข้างนอก เขมิกาหันมายิ้มกับแป้น ไม่มีอาการเสียใจใดๆให้เห็น ทำให้แป้นประหลาดใจมาก ที่เธอยังยิ้มหน้าชื่นอยู่ได้ ทั้งที่ผัวตัวเองควงหญิงอื่นต่อหน้าต่อตา

ooooooo

ตอนที่ 4

การที่ชานนท์ควงปรียาเย้ยเมียตัวเองเป็นประเด็นทำให้โย่งกับแป้นเถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่ผิด เขาโทษว่าเป็นเพราะคุณผู้หญิงปล่อยให้ชู้โทร.มาหาต่อหน้าต่อตาคุณผู้ชายก่อน

“คุณผู้ชายก็พอกัน จะคบกับคุณปรียาทั้งๆที่คุณผู้หญิงยังอยู่ทั้งคน” แป้นโต้ไม่ยอมแพ้

“แต่คุณผู้หญิงทิ้งคุณผู้ชายก่อน เล่นหนีไปกับคนอื่นในวันแต่งงานเลยนะโว้ย มันจบกันไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว ไม่มีใครบ้าคิดว่ายังเป็นผัวเมียกันอยู่หรอก”

ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน  กลายเป็นสงครามน้ำลายย่อยๆ...

อีกมุมหนึ่งในสวนต้องห้าม เขมิกาเห็นปลอดคน ตรงดิ่งไปยังบ้านท้ายสวนหวังจะไปช่วยชายลึกลับคนนั้น โดยไม่รู้ว่ามีไอ้โม่งชุดดำ แอบสะกดรอยตามอย่างประสงค์ร้าย เธอยังไม่ทันจะเดินถึงบ้านท้ายสวน เห็นชายลึกลับกำลังเตะลูกมะพร้าวแห้งต่างลูกฟุตบอล แล้ววิ่งหายไป เธอรีบวิ่งตามจนกระทั่งมาถึงริมคลอง กวาดตามองหาเขาแต่ไม่เห็นวี่แวว มีเพียงเรือแจวลำหนึ่งผูกไว้

ทันใดนั้นไอ้โม่งชุดดำโผล่พรวดมาด้านหลังเงื้อมีดจะแทง เขมิกาเห็นเงาสะท้อนในน้ำรีบเบี่ยงตัวหลบ เขาจะแทงซ้ำ ถูกเธอเตะสวนถึงกับชะงักไม่คิดว่าเธอจะต่อสู้เป็น ไอ้โม่งจ้วงแทงอีก เขมิกาหลบทัน แต่เสียหลักหงายหลังตกน้ำ เธอพยายามตั้งสติแล้วดำน้ำไปโผล่ข้างเรือแจว ไอ้โม่งมัวแต่ก้มๆเงยๆหาเขมิกา ไม่ทันเห็นชายลึกลับคนนั้นย่องมาทางด้านหลัง ใช้ไม้ฟาดเต็มแรงจนผงะ

“นี่แน่ะ ไอ้ผู้ร้าย บังอาจจะมาขโมยเรือไอ้เม่นหรือ” ชายลึกลับหรือเม่นเงื้อไม้จะฟาดซ้ำ ไอ้โม่งเห็นท่าไม่ดีเผ่นแน่บ เขมิกาโผล่จากน้ำจับขาเม่นไว้ ถามว่ามันไปแล้วใช่ไหม พอเขาเห็นหน้าเธอชัดๆตกใจร้องลั่น

“ผี...ไม่เอา ช่วยด้วย ผีๆๆ” เม่นถอยหนี เสียงชานนท์ตะโกนเรียก “ไอ้เม่นๆ” มาแต่ไกล เจ้าตัวหน้าตื่นโยนไม้ทิ้ง วิ่งเตลิดหายเข้าไปในสวน เขมิกาตะโกนเรียกให้กลับมาช่วยฉุดขึ้นจากน้ำก่อน แต่เขาวิ่งหนีไม่เหลียวหลัง ชานนท์เห็นเธอแช่อยู่ในคลอง รีบเข้ามาช่วยฉุดขึ้นจากน้ำ เขมิกาทิ้งตัวลงนอนกับพื้นหายใจหอบหมดแรง แกล้ง
สลบ เขาเป็นห่วงคิดว่าเธออาการหนัก รีบช้อนตัวขึ้นมาวิ่งหน้าตั้งกลับตึกใหญ่ เธอหรี่ตามองเขายิ้มๆ

“สบายดีจริงๆไม่ต้องเดินให้เมื่อย”

ชานนท์รู้ตัวว่าถูกหลอก รีบปล่อยมือ เขมิการ่วงกระแทกพื้นร้องโอดโอย ก่อนจะเล่าให้ฟังว่าเมื่อครู่นี้มีคนพยายามจะฆ่าเธอ เขาไม่เชื่อหาว่าเธอสร้างเรื่องขึ้นมาเอง เขมิกาอดสงสัยไม่ได้ ไหนชานนท์ว่าจะไปกินข้าวข้างนอก แล้วกลับมาทำไม ได้ความว่าปรียาเกิดปวดหัว ก็เลยต้องวกรถกลับ

“แล้วเธอล่ะ พอเห็นฉันไม่อยู่เลยได้จังหวะนัดเจอชู้ พอฉันตามมาเห็น ก็ปั้นน้ำเป็นตัวเรื่องไอ้โม่งขึ้นมาอีก ไอ้โม่งของเธอนี่มันอยู่ไปทุกที่เลยนะ” ชานนท์แดกดัน เขมิกาจ้องเขาอย่างสงสัยว่ามีส่วนกับไอ้โม่งด้วยหรือเปล่า

ooooooo

อู๋ในชุดไอ้โม่งถูกประชาเล่นงานที่ทำเกินหน้าที่ สั่งให้ไปสืบเรื่องขวัญตาคืนนั้น แต่ดันจะไปฆ่าเธอ เขาอ้างต้องชิงลงมือเพราะกลัวเธอจะไปร่วมมือกับชานนท์เพื่อจับผิดพวกเรา

“ขวัญตาทำชานนท์เจ็บแสบมาก ไม่มีทางที่ชานนท์จะยอมคืนดีง่ายๆ”

“พี่คงไม่ใจอ่อนกับขวัญตาอีกนะครับ พี่คงไม่ลืมสิ่งที่ขวัญตาทำ มันหักหลังพี่อย่างเจ็บแสบ มัน...”

ประชาสั่งให้อู๋หุบปาก แล้วไสหัวไปทำตามที่เขาสั่ง เรื่องที่นี่เขาจัดการเองได้...

เนื่องจากมือถือเปียกน้ำตอนถูกไอ้โม่งทำร้ายเขมิกาจึงต้องแอบใช้โทรศัพท์ที่ห้องนั่งเล่นบ้านเลิศวิริยะโทร.หาโยธิน และเพื่อไม่ให้เขาสงสัย เธอจึงแต่งเรื่องว่าที่รับสายไม่ได้ เพราะตอนจะรับเธอทำมือถือตกส้วม ก็เลยต้องโทร.จากตู้สาธารณะ โยธินไม่ติดใจสงสัยอะไร รับปากจะซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้ แล้วถามว่าอยากจะได้อะไรเพิ่มอีกไหม เขากำลังจะซื้อของฝากจุมพลอยู่พอดี พรุ่งนี้จะได้ตรงดิ่งกลับระยองเลย

“พรุ่งนี้แล้วหรือ อ๋อๆไม่ลืมหรอก แล้วเจอกันที่คอนโดฯ อยากเจอสิ...อยากเจอจะแย่อยู่แล้ว” เขมิกาวางสาย แล้วกลับห้องพัก ไม่ล่วงรู้เลยว่าชานนท์แอบฟังอยู่ตลอด...

ทางฝ่ายปรียาเดินออกจากห้องพักจะลงไปข้างล่าง มึนหัวทำท่าจะล้ม เขมิกาเดินผ่านมาพอดีช่วยประคองพากลับห้อง ถือโอกาสซักถามเรื่องที่ค้างคาใจว่าปรียาเคยเป็นแฟนกับชานนท์มาก่อนหรือเปล่า เธอปฏิเสธทันควันว่าเปล่า พี่นนท์รักเธอเหมือนน้องสาว เขมิกาคาดคั้นเธออีกเพื่อจับพิรุธ

“แล้วคุณล่ะ คิดแบบไหนกับเขา ตอนที่เขาแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ไม่รู้สึกอิจฉาหรืออยากเป็นเจ้าสาวแทนบ้างหรือ เคยคิดบ้างไหมว่าถ้าไม่มีคนชื่อขวัญตาคุณก็จะสมหวัง”

เจอคำถามจี้ใจดำ ปรียาถึงกับอึ้งขอไม่ตอบอะไร แล้วเดินหนีเข้าห้อง ยิ่งไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน เขมิกายิ่งคลางแคลงใจ ตั้งข้อสันนิษฐานเอาเองว่าชานนท์อาจมีความ

สัมพันธ์ลับๆกับผู้หญิงคนนี้ แล้วร่วมมือกันกำจัดขวัญตาด้วยการป้ายสีว่ามีชู้ เธอไม่ลืมอัดคลิปเรื่องนี้เก็บไว้ในโน้ตบุ๊กเหมือนเช่นทุกวัน

ooooooo

เขมิกาออกจากบ้านเลิศวิริยะแต่เช้า ฝากแป้นช่วยบอกคนในบ้านด้วยว่าเธอไปธุระ แล้วขึ้นรถแท็กซี่มุ่งหน้าสู่สถานที่นัดหมาย โดยมีชานนท์แอบสะกดรอยตามไปห่างๆ แววนิลมาเห็นพอดี มองตามอย่างไม่ชอบใจ

กว่าเขมิกาจะรู้ตัวว่าถูกติดตามก็เป็นตอนที่ถึงที่หมายแล้ว เธอกลัวความลับแตกรีบยืมมือถือของคนขับแท็กซี่โทร.เร่งให้โยธินลงมาเจอกันที่รถของเขา แล้ววิ่งไปแอบตามรถที่จอดอยู่ใต้คอนโดฯ จนกระทั่งลัดเลาะมาถึงรถของโยธิน ซึ่งเจ้าตัวยืนรออยู่ก่อนแล้ว เขมิกาเร่งให้เขาขึ้นรถ และให้ใช้ทางออกด้านหลัง หนีรอดมาได้...

ฝ่ายแววนิลกับมณฑาถือโอกาสตอนที่คู่อริไม่อยู่ จะไปค้นที่ห้องพักของเธอเผื่อมีความลับอะไรซ่อนอยู่ แต่ประตูห้องล็อก แววนิลนึกขึ้นได้ว่าพี่ชายมีกุญแจมาสเตอร์–

คีย์เก็บไว้ในห้องทำงาน ชวนมณฑาให้ไปช่วยกันค้นหา ขณะทั้งคู่กำลังง่วนอยู่กับการหากุญแจ ชานนท์เปิดประตูห้องเข้ามาเห็น ชักสีหน้าไม่พอใจ

แววนิลรีบออกตัว “พี่นนท์อย่าโกรธน้องนะคะคือน้องอยากได้กุญแจไปไขห้องของขวัญตา น้องอยากรู้ว่ามันมีความลับอะไรปกปิดเราอยู่ ตั้งแต่มันกลับมา มันทำตัวแปลกๆหลายอย่าง พี่นนท์ไม่สงสัยหรือคะ”

ชานนท์ไม่ยอมตอบคำถาม ขอร้องให้น้องสาวออกไปก่อน อ้างมีงานต้องทำ เธอรู้ดีว่าเขาเองก็ไม่ไว้ใจขวัญตา ถึงได้สะกดรอยตาม เขาไม่อยากให้น้องสาวเป็นกังวลกับปัญหาของเขา เพราะเธอเพิ่งปลูกถ่ายไตได้ไม่นาน ควรห่วงสุขภาพตัวเองก่อนจะดีกว่า มณฑาไม่อยากให้ทั้งคู่เถียงกัน ดึงแขนแววนิลออกจากห้อง

ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิด ชานนท์หยิบมาสเตอร์คีย์จากที่ซ่อนในโถเซรามิกสำหรับเสียบปากกาและดินสอ แล้วตรงไปยังห้องเป้าหมาย ค้นในเป้สัมภาระดูไม่พบอะไรน่าสงสัย เหลือบเห็นกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กวางอยู่ข้างโต๊ะหัวเตียง รีบเปิดดู กลับเจอแต่หนังสือการ์ตูน เขาถึงกับถอนใจเซ็ง...

ทางด้านเฮียเม้งเปิดศึกกับจุมพลเต็มขั้น นอกจากเอาแอมโมเนียใส่ตู้แช่ปลา ทำให้ปลาเสียหายแล้ว ยังส่งสอนกับสมุนกลุ่มใหญ่ตามมาหาเรื่อง จุมพลไม่ยอมให้ถูกรังแกง่ายๆ สั่งปิ้งกับลูกน้องลุย ทั้งสองฝ่ายตะลุมบอนกันอย่างดุเดือด เขมิกากับโยธินมาถึงพอดี ตรงเข้าช่วยจุมพลต่อสู้ สอนกับสมุนสู้ไม่ได้ถูกอัดสะบักสะบอม

หนึ่งในสมุนของสอนเห็นท่าไม่ดี จุดประทัดยักษ์โยนใส่เขมิกากับพวก เธอดึงปู่พ้นอันตราย แต่ตัวเองกลับโดนสะเก็ดประทัดกระเด็นใส่บริเวณขาที่พ้นกางเกงสี่ส่วน  สอนกับพวกอาศัยจังหวะชุลมุนพากันวิ่งหนี เขมิกาจะตาม แต่รู้สึกเจ็บที่ขา จนต้องทรุดลงไปนั่งกับพื้น จุมพลกับโยธินรีบวิ่งมาดู เห็นขาของเธอเป็นรอยไหม้

“ไอ้โยแบกไอ้เข็มขึ้นหลังเลย เอามันกลับไปทายาที่บ้าน” จุมพลสั่งการ โยธินย่อตัวลงตรงหน้าเขมิกา

“เฮ้ย...วันนี้ได้ขี่หลังเฮียโว้ย ดีๆนะเฮีย ตกไปน่ะโดนตื้บ” เขมิกาว่าแล้วโดดขึ้นหลังโยธิน...

จุมพลไม่ค่อยสบายใจนักที่เฮียเม้งคอยตามรังควานอยู่ตลอด ตัดสินใจจะหาสามีให้หลานรัก จะได้มีคนคอยคุ้มครองตอนที่เขาไม่อยู่ เขมิกาตกใจจะมีสามีได้อย่างไรในเมื่อแฟนสักคนยังหาไม่ได้

“เรื่องแต่งงานเดี๋ยวปู่จัดการให้เอง อยู่เฉยๆทำตามปู่ก็พอ...เจ้าโย ตามข้ามา” จุมพลเดินนำโยธินออกไปที่สนามหน้าบ้าน เขมิกามองตามหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

เป็นอย่างที่เขมิกาหวั่นใจไม่มีผิด วันรุ่งขึ้นปู่ของเธอนัดแนะกับสมคิดพ่อของโยธินให้มาคุยกันเรื่องที่เขาจะยกเขมิกาให้แต่งงานกับโยธิน แต่เธอรู้เท่าทันความคิดของปู่ ชิงหนีเข้ากรุงเทพฯ ทิ้งจดหมายไว้ให้ดูต่างหน้าว่ามีอบรมด่วน ต้องรีบไป ถึงกรุงเทพฯแล้วจะโทร.หา

“ไอ้เข็มมันกลับกรุงเทพฯยังไง ก็เอ็งยังยืนอยู่นี่เลยไอ้โย” จุมพลบ่นอุบ โดยไม่รู้ว่าหลานสาวสุดเลิฟ ขี่มอเตอร์ไซค์ช็อปเปอร์คู่ใจมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯในชุดเสื้อหนังกางเกงยีนส์สวมหมวกกันน็อกอย่างเท่...

ในเวลาต่อมา ขณะเขมิกาขี่ช็อปเปอร์เลียบมาตามถนนริมกำแพงบ้านเลิศวิริยะ เห็นเม่นหัวหูมอมแมมพยายามจะปีนกำแพงหนี พร้อมกับตะโกนซ้ำๆว่า “อย่าทำผม” แต่ถูกมือของใครบางคนฉุดกลับลงไป

เขมิกาตกใจคิดว่าเขาถูกทำร้าย เร่งเครื่องช็อปเปอร์เข้าไปจอดหลบๆในบ้าน ถอดหมวกกันน็อกออกแล้ววิ่งหน้าตั้งไปที่บ้านท้ายสวน ได้ยินเสียงเม่นร้องเอะอะมาจากข้างใน เธอแอบดูตรงช่องหน้าต่าง เห็นชานนท์กับโย่งช่วยกันจับเขาล็อกไว้เหมือนกับจะทำร้าย รีบพุ่งเข้าไปผลักชานนท์ล้ม โวยวายให้หยุดทำร้ายเม่นได้แล้ว แต่พอเห็นชัดๆว่าทั้งคู่ทำอะไร เธอถึงกับหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ ชานนท์กับโย่งกำลังช่วยกันอาบน้ำให้เม่น เนื่องจากเขาเกลียดการอาบน้ำ ก็เลยต้องช่วยกันจับตัวไว้ เม่นเห็นเขมิกาเต็มตา ตกใจกลัวสุดๆร้องลั่น

“ผีๆ...ผีนางฟ้ามาบีบคอ อย่า...อย่าเข้ามา” เม่นวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ชานนท์ไล่ตามจนทัน คว้าตัวไว้ได้แต่เขาแรงเยอะ สะบัดชานนท์กระเด็น เขมิกาตามมาช่วยจับอีกแรง พอเม่นเห็นหน้าเธอเท่านั้น ร้องลั่น รีบเอาหัวซุกในพุ่มไม้ กลัวตัวสั่น ชานนท์ต้องใช้อุบายหลอกล่อ ถ้ายอมเข้าบ้าน เขาจะเลี้ยงไอศกรีมกะทิที่เม่นชอบ

เม่นค่อยๆดึงหัวออกจากพุ่มไม้ เขมิการู้ว่าเขากลัวที่เห็นเธอ วิ่งไปหลบหลังต้นไม้อีกต้นหนึ่ง โย่งรีบจูงมือเม่นออกไป ชานนท์รอจนทั้งคู่ลับสายตา กระชากแขนเขมิกาเข้ามาใกล้ด้วยความหึงหวง

“เธอไปทำอะไรที่คอนโดฯนั่น  นัดเจอกับใคร...บอกมา”

เขมิกาขี้เกียจตอบคำถาม  สะบัดแขนออก  เดินหนี ชานนท์ไม่ยอมรามือวิ่งตามจนทันกันที่ห้องโถงตึกใหญ่ คว้าแขนเธอไว้  ถามเสียงเขียวว่าหายข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ไปอยู่กับผู้ชายคนนั้นมาใช่ไหม  แววนิลนั่งกินของว่างอยู่แถวนั้นพอดี  ลุกขึ้นมองคู่อริตาขวาง  สองสาวปะทะคารมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

สุดท้ายชานนท์ทนไม่ไหวตะโกนเรียกโย่งกับแป้นให้มาลากตัวเขมิกาออกไปให้พ้นจากบ้านหลังนี้  เพราะเบื่อที่ถูกเธอสวมเขาให้ซ้ำซาก  เขมิกาตั้งการ์ดเตรียมสู้ ถ้าใครกล้าแหยมจะเสยให้สลบคาหมัด  ไม่มีใครกล้าหือ ชานนท์จึงปรี่เข้าไปจัดการเอง  เขมิกาเงื้อหมัดจะชก  แต่ต้องเงื้อค้าง  เพราะนักข่าวที่ชื่อเก่งกาจเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน  ทุกคนต่างปรับโหมดเป็นสงบเสงี่ยม ชานนท์แปลกใจทำไมไม่มีใครรายงานเลยว่าจะมีนักข่าวมาขอพบ

“มีคนโทร.ไปนัดให้ผมมานะครับ  บอกว่าเป็นคนของ คุณชานนท์ เขาให้ข้อมูลกับผมว่าคุณขวัญตากลับมาแล้ว... กลับมาเพื่อขอแบ่งสินสมรส  ข่าวนี้เป็นจริงแค่ไหนครับ”

ไวเท่าความคิด  ชานนท์รีบเข้าไปโอบไหล่เขมิกา

กลบเกลื่อน “ผมว่าคงมีการเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ  ผมกับภรรยาไม่เคยมีเรื่องระหองระแหง  ความสัมพันธ์ของเราราบรื่นดีทุกอย่าง”

“แต่ที่ผมเห็นเมื่อครู่...”

“อ๋อ ผมแค่ขัดใจเธอ...เธอก็เลยงอนเอา ผู้หญิงก็อย่างนี้แหละครับ  ง้อหน่อยก็หาย” ชานนท์ว่าแล้วหอมแก้มเขมิกาในคราบขวัญตาหนึ่งฟอด  เธอถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก  เขาเลยหอมอีกฟอด  เขมิกาจะขยับหนี แต่ชานนท์กอดไว้แน่น  เก่งกาจยังซักเพิ่มเติมอีกว่าแล้วเรื่องคลิปฉาวนั่นจะว่าอย่างไร  ชานนท์ว่าน่าจะเป็นการตัดต่อเพื่อใส่ร้ายภรรยาของเขา  บอกให้เก่งกาจเอาข่าวไปลงได้เลยว่าเขากับภรรยายังรักกันดี  อย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ  ชานนท์เชยคางเขมิกามาจูบปากโชว์หวาน  ให้เก่งกาจได้เก็บช็อตเด็ดนี้เอาไว้ประกอบการเขียนข่าว

ooooooo

แววนิลโกรธมาก  คิดว่านังแพศยานั่นเอาความใน ไปบอกนักข่าว  แต่กลายเป็นมณฑาต่างหากที่แอบโทร.นัดให้เก่งกาจมาที่นี่  เพราะต้องการให้หนังสือพิมพ์ตีข่าว ว่าขวัญตากลับมาเพื่อหลอกเอาสมบัติของชานนท์ยิ่งคนพูดถึงความเลวของนังนั่นมากเท่าไหร่  เขาก็จะยิ่งเกลียดเธอมากเท่านั้น แต่คาดไม่ถึงเหตุการณ์กลับตาลปัตร

“เราจะให้มันอยู่ต่อไปไม่ได้นะคะนม ทำอะไรสักอย่างสิคะ” แววนิลร้อนใจ...

ทางฝ่ายเขมิกาเดินเข้าห้องตัวเองพลางเช็ดปากไปด้วย รู้สึกแหวะสุดๆที่ถูกจูบเมื่อครู่ ชานนท์ตามมาอธิบายว่าสิ่งที่ทำไปต่อหน้านักข่าวแค่เล่นละครตบตาเท่านั้น ไม่ได้มีใจให้เธอแม้แต่น้อย เขมิกาหาว่าเขาตั้งใจจะฉวยโอกาสล่วงเกินเธอมากกว่า  นิสัยของผู้ชายชอบเอาเปรียบผู้หญิงอยู่แล้ว

“ล่วงเกิน?...น่าขำ  ระหว่างฉันกับเธอมันเกินคำว่าคิดล่วงเกินไปแล้ว”

เขมิกาโกรธ ขยุ้มคอเสื้อชานนท์จะเอาเรื่องที่พูดจาดูหมิ่น ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันไม่ถึงคืบ เขามองสบตาเธอแล้วรู้สึกหวั่นไหว  ค่อยๆดึงมือเธอออกจากคอเสื้อมากุมไว้ ถามว่าจำวันนั้นได้ไหม เขมิกานึกในใจจะไปจำได้อย่างไรในเมื่อเธอไม่ใช่ขวัญตา  แต่แล้วภาพเมียรักกอดกับชายปริศนาในคลิปผุดเข้ามาในความคิดของชานนท์ อารมณ์ทั้งรักทั้งหวงพุ่งขึ้นมาอัดแน่นอก เขาสะบัดมือเธอออก วันที่ว่านั่นไม่มีความหมายต่อเขาอีกแล้ว

“ก็แหงล่ะที่เมียไม่มีความหมาย ไม่อย่างนั้นคุณจะกล้าพาปรียามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเมียตัวเองหรือ”

ชานนท์พลั้งปากว่า ปรียาไม่เกี่ยว เธอมาอยู่ที่นี่เพราะเป็นความต้องการของแววนิล เขมิกาทักท้วง พูดแบบนี้เหมือนไม่ได้รักปรียา ชานนท์อึดอัดที่จะตอบคำถาม เดินหนีออกจากห้องไม่ทันสังเกตเห็นปรียาหลบมุมแอบฟังด้วยหัวใจที่ปวดร้าวสุดๆ...

ฝ่ายมณฑาไม่เห็นด้วยที่ชานนท์จะให้ขวัญตาอยู่ที่นี่ต่อไป จึงเชิญเขามาพบที่ห้องเก็บอัฐิและรูปถ่ายของพ่อและแม่ของชานนท์ เพื่อย้ำเตือนถึงสิ่งที่เขาเคยให้สัญญากับท่านทั้งสองว่า จะไม่ทอดทิ้งน้อง หรือว่าเขาลืมคำสัญญาเหล่านั้นไปแล้ว ชานนท์จำได้ขึ้นใจไม่มีวันลืม

“แต่นักข่าวโผล่มาจนผมไม่ทันตั้งตัว ผมจำเป็นต้องเลือกวิธีรักษาชื่อเสียงของเราไว้ หรือคุณนมอยากให้เขาขุดคุ้ยเรื่องเน่าๆขึ้นมาอีก คุณนมสบายใจเถอะครับ ผมเป็นลูกชายเพียงคนเดียว เป็นพี่ชายของน้องสาว เป็นผู้นำครอบครัว เป็นเจ้านายของลูกน้อง ผมไม่มีสิทธิ์ทำเพื่อตัวเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” ชานนท์พูดจบ ผละจากไป มณฑาจ้องรูปพ่อกับแม่ของชานนท์ด้วยสายตาเกลียดชังและเคียดแค้น...

ชานนท์อึดอัดใจกับเรื่องวุ่นๆที่เกิดขึ้น ไม่รู้จะระบายให้ใครฟัง จึงแวะมาหาเม่น เผื่อจะสบายใจขึ้นบ้างเห็นรอยไม้เรียวที่อยู่บนตัวเขาหลายจุดมีทั้งรอยใหม่ๆ และรอยเก่าที่ตกสะเก็ด ชานนท์หยิบยาใส่แผลมาทาให้

“พอหาย แม่ก็มาตีใหม่อีก มีแผลอีก คุณผู้ชายก็มาทายาให้อีก”

“ขอโทษนะที่ฉันช่วยนายได้แค่นี้” ชานนท์สงสารเขาจับใจ เม่นกับยิ้มสดใสไม่ทุกข์ร้อน อ้างคำพูดที่ฟังมาจากในทีวีที่ว่ารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ชานนท์อยากเป็นเม่นที่ไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องใดๆ เขาเองก็อยากเป็นชานนท์จะได้มีเงินเยอะๆมีบ้านหลังโตๆ

“แต่โดนเมียสวมเขาแล้วยังโง่รักเธออยู่น่ะหรือ อย่าเป็นฉันเลยเม่น” ชานนท์สีหน้าหมองเศร้า...

ข่าวการกลับมาหวานชื่นคืนสุขระหว่างชานนท์นักธุรกิจรูปหล่อกับภรรยาไม่ได้ทำให้ บก.หนังสือพิมพ์โลกธุรกิจพึงพอใจ เพราะข่าวประเภทนี้คนไม่ชอบอ่าน ต้องเล่นข่าวเมียเล่นผีผ้าห่มกับชู้ หรือผัวเล่นปูไต่กับเมียน้อย ถึงจะขายข่าวได้ แล้วไล่ให้เก่งกาจไปหาข่าวน้ำเน่าของชานนท์กับเมียมาตีแผ่แทน...

“เขมิกายังคาใจเรื่องของเม่น จึงขอให้โย่งเล่าประวัติคร่าวๆของเขาให้ฟัง โย่งสาธยายยืดยาวว่าเม่นเป็นลูกของแม่นมมณฑา ถึงเขาจะตัวโต แต่มีสมองเท่าเด็กอายุ 6-8 ขวบเท่านั้น มีเสียงซุบซิบกันว่า แม่นมกินยาขับตอนท้องเม่น ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ เธออายเพราะท้องไม่มีพ่อ เขมิกานึกถึงแม่ตัวเองขึ้นมาทันที

“เลวพอๆกับแม่ที่ทิ้งลูกตัวเองนั่นแหละ คุณผู้ชายนายก็เลวที่ทำร้ายเม่น จับมาขังเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยง”

“คุณผู้ชายทำถูกแล้ว ไอ้เม่นมันติงต๊อง จะปล่อยให้เดินเพ่นพ่านไปทั่วได้อย่างไร แล้วแม่มันเองก็เห็นดีเห็นงาม เพราะอายชาวบ้านชาวช่องที่มีลูกปัญญาอ่อน”

เขมิกามองเม่นที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนต้องห้ามด้วยความสงสาร ก่อนจะผละจากมา ระหว่างเดินผ่านศาลากลางสวน เธอได้ยินเสียงสะอื้น รีบตามไปดู เห็นปรียานั่งกอดเสาร้องไห้ จึงเดินเลี่ยงออกมาแล้วตรงไปที่ห้องตัวเอง หยิบโน้ตบุ๊กที่ซ่อนไว้ในตะกร้าผ้า ขึ้นมาอัดคลิปเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้เก็บไว้เช่นเคย

ooooooo

เก่งกาจรีบออกหาข่าวตามคำสั่งของหัวหน้า เจอนายชิ้นเมาแอ่นไปแอ่นมาหน้าร้านจวงจันทร์สปา พอรู้ว่าเขาเป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี่ เก่งกาจติดสินบนให้เขาเล่าความจริงว่าขวัญตาหนีตามผู้ชายไปจริงหรือเปล่า นายชิ้นยังไม่ทันจะเปิดปากเล่าอะไร ประชาเข้ามาคว้ากล้องถ่ายรูปไปจากมือนักข่าวจอมแส่เสียก่อน

“ผมฟ้องคุณได้ ถ้าคุณแอบบันทึกภาพสปาของเรา” ประชาพูดไปไล่ดูภาพจากกล้องถ่ายรูปไปด้วย เห็นภาพชานนท์จูบขวัญตาที่อยู่ในนั้นเกิดหึงหวงขึ้นมากำกล้องไว้แน่น เก่งกาจบอกเย้ยๆว่าภาพนั้นคงยืนยันได้ว่าเจ้าของที่นี่รู้จักกับตนดี ประชาจำต้องคืนกล้องพร้อมกับยื่นนามบัตรของตัวเองให้ แจ้งว่าตนเป็นคนดูแลที่นี่ ทีหน้าทีหลังช่วยติดต่อผ่านตนทุกครั้งด้วย จะได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ดีกว่าเดินลับๆล่อๆแบบนี้...

ด้านเขมิกายังคงหาเรื่องใส่ตัวอีกจนได้ คิดจะเอาเม่นไปให้หมอเฉพาะทางรักษา แอบไปหาที่บ้านท้ายสวน เม่นตกใจกลัววิ่งหนีขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ร้องขอความช่วยเหลือเสียงลั่นไปหมด คนบนตึกใหญ่พากันออกมาดู มณฑาเห็นเม่นอยู่บนต้นไม้สั่งให้ลงมาไม่อย่างนั้นจะเอาตะขอมาเกี่ยว

ไม่ว่าจะขอร้องหรือข่มขู่อย่างไร เม่นยืนกรานไม่ยอมลงจากต้นไม้เพราะกลัวถูกแม่ตี เขมิกาจึงหลอกว่ามีงูหลามตัวใหญ่เลื้อยอยู่บนกิ่งไม้ใกล้ๆ เขากลัวมากรีบไต่ลงจากต้นไม้ไปแอบหลังชานนท์ มณฑาต่อว่าเขมิกายกใหญ่ที่ปล่อยให้เม่นซึ่งสติไม่ดีหลุดออกจากบ้าน

หรือว่าต้องการให้เขาตกต้นไม้คอหักตายจะได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งให้ฉาวโฉ่อีกครั้ง เขมิกาไม่คิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้นแค่อยากจะพาเขาไปหาหมอ

“มันไม่ใช่ธุระอะไรของเธอ...เออ...ของคุณผู้หญิงนะคะ”

เขมิการู้มาว่าเด็กพิเศษอย่างเม่นสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ และอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ เอาเขาไปกักบริเวณแบบนี้ยิ่งทำให้แย่ลง มณฑาไม่พอใจมากขอร้องเธออย่ามายุ่มย่ามข้ามหัวกัน และต่อไปกรุณาอย่าเข้าใกล้เม่นอีก เขมิกายอกย้อนว่ามณฑาคงกลัวเธอเข้าใกล้เขามากจนต้องหลอกว่าเธอตายไปแล้ว

“คุณชานนท์ คุณทนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่ได้อย่างไร เก่งนะ นิสัยตายด้านกันหมดทั้งบ้าน” เขมิกาด่าจบเดินเข้าตึกใหญ่ แววนิลโกรธจะตามไปเอาเรื่อง ปรียาขวางไว้ ขอร้องให้ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า...

มณฑาอารมณ์ค้างจากเรื่องเมื่อครู่ พาลเอาไปลงกับเม่น ไล่ทุบตีเขาไปรอบห้องจนตัวเองเหนื่อย แล้วขู่ว่าถ้าไปยุ่งกับนังคุณผู้หญิงนั่นอีกเธอจะล่ามโซ่ไม่ให้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวัน...

ทางด้านชานนท์กับปรียาเห็นดีด้วยที่จะพาเม่นไปรักษาให้เป็นเรื่องเป็นราว จึงขอร้องแววนิลให้ช่วยพูดกับมณฑา แต่เธอไม่ยอมทำตาม อ้างว่าแค่นี้มณฑาก็อายผู้คนที่มีลูกไม่สมประกอบจะแย่อยู่แล้ว เรื่องอะไรจะต้องเที่ยวโพนทะนาให้คนอื่นหัวเราะเยาะอีก แล้วเดินหนีอย่างไม่สบอารมณ์ ปรียาตัดสินใจบอกชานนท์ว่า

“ปรียาหาหอพักใหม่ได้แล้วนะคะ ปรียาจะย้ายออกจากบ้านนี้ คือปรียาอึดอัดใจจริงๆ ปรียาไม่กล้ามองหน้าคุณขวัญ ปรียาละอายใจ บางทีพี่นนท์กับคุณขวัญอาจกลับมาคืนดีกันได้”

“ถ้าปรียาไม่มั่นใจในตัวพี่ นับแต่พรุ่งนี้พี่จะไปส่งปรียาที่โรงแรมทุกเช้า ปรียาจะได้เชื่อว่าพี่ไม่ได้คิดใช้ปรียาเป็นเครื่องมืออย่างที่เข้าใจ”...

ครู่ต่อมาปรียาเดินยิ้มออกจากห้องทำงานชานนท์อย่างมีความสุข เกือบจะชนกับประชาที่นำเอกสารจะมาให้เจ้านายเซ็น เขาถือโอกาสซักถามเธอถึงเรื่องรูปถ่ายที่เก่งกาจถ่ายชานนท์จูบกับขวัญตาเมื่อวานนี้ อ้างว่า พนักงานที่สปาไม่สบายใจเมื่อรู้ว่าทั้งคู่จะกลับมาคืนดีกัน

“พี่นนท์ไม่คิดจะคืนดีกับคุณขวัญหรอกค่ะ พี่นนท์จำเป็นต้องเล่นละครหลอกนักข่าวค่ะเพื่อผลทางธุรกิจ”

ประชาแอบโล่งใจที่ขวัญตากับชานนท์ยังไม่คืนดีกัน...

ฝ่ายเขมิกาสบช่องที่จะพาเม่นไปหาหมอ เมื่อแอบได้ยินแป้นกับโย่งคุยกันว่าคุณผู้ชายจะให้เลิกขังเขา เพราะกลัวจะรู้ถึงหูนักข่าวซึ่งอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ เธอรีบหามุมปลอดคนหลังพุ่มไม้โทร.หาโยธินจะให้มาช่วยแต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร เขาต่อว่าว่าหายไปไหนมา รปภ.ที่คอนโดฯบอกว่าเธอไม่ได้กลับมานอนที่นั่นหลายคืนแล้ว หนำซ้ำยังติดต่อเธอไม่ได้ เขาเกือบจะไปบอกจุมพลแล้วว่าเธอหายไป

“ถ้าเฮียอยากรู้ พรุ่งนี้เช้าเฮียมาหาเข็มที่...” เขมิกามองแผ่นโบรชัวร์ในมือ เพื่อบอกสถานที่นัดหมาย ก่อนจะวางสาย จังหวะนั้น ชานนท์ออกมาจากตัวตึกเห็นเงาใครตะคุ่มๆอยู่หลังพุ่มไม้ ตะโกนถามว่าใครอยู่ตรงนั้น เขมิกาสะดุ้งรีบคลานหนี ชานนท์มาถึงหลังพุ่มไม้ไม่เห็นใครแล้ว พบโบรชัวร์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งตกอยู่

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เขมิกาหลอกเม่นว่าจะพาไปกินไอศกรีมกะทิ เขาหลงเชื่อปีนรั้วบ้านด้านหลังตาม

เธอออกมา เขมิการีบพาเขาซ้อนท้ายช็อปเปอร์ไปยังโรงพยาบาลเป้าหมาย เม่นเห็นหมอกับพยาบาลเดินผ่านหน้าไปถึงกับตาเหลือกเพราะเมื่อวานนี้เพิ่งถูกแม่หลอกว่า ถ้าไปโรงพยาบาลจะถูกหมอขึงพืดเอาเข็มแหลมๆแทงที่ก้น

“ไม่ว่าใครจะพาแกไปโรงพยาบาล แกต้องไม่ไปเพราะมันคิดจะฆ่าแก”

เม่นจำคำของแม่ได้แม่นยำ กลัวจนควบคุมสติไม่อยู่ วิ่งหนี เขมิกาตามตะครุบตัวไว้ได้ ปลอบว่าหมอใจดีจะเอาไอศกรีมให้กิน เขาไม่เชื่อ ร้องไห้จะกลับบ้าน เธอสงสารเขามากดึงมากอดปลอบใจ

โยธินมาเห็นพอดี เข้าใจผิดคิดว่าทั้งคู่มีอะไรกัน เขมิกายังไม่ทันจะอธิบาย  เขาชิงเดินหนีไปเสียก่อน เธอบอกเม่นให้รออยู่ตรงนี้ อย่าไปไหน แล้วตามไปลากแขนโยธินเข้าไปปรับความเข้าใจกันในห้องข้างๆ อธิบายว่าเขากำลังเข้าใจผิด เม่นไม่ใช่แฟนเธอ เขาไม่เชื่อ เพราะเห็นกับตาว่าทั้งคู่กอดกัน แล้วยังเรื่องที่เธอไม่เคยกลับมานอนที่คอนโดฯอีก ส่วนเรื่องอบรมนั่นก็เป็นแค่เรื่องที่เธออุปโลกน์ขึ้นมา เขมิกาตัดสินใจเล่าความจริงให้ฟังว่าที่เธอหายตัวไปเพราะไปตามหาพี่สาวฝาแฝดตามที่พ่อขอร้อง

“พี่สาวฝาแฝด?...เฮอะ อย่า...เข็มอย่ามาหลอกเฮียอีก”

“เข็มไม่ได้หลอก เข็มก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีพี่สาวเพราะปู่ปิดเข็ม แต่ตอนนี้เธอหายตัวไป เข็มก็เลยต้องสืบหา เรื่องที่เล่าเป็นความจริงทั้งหมด แต่เฮียห้ามบอกปู่นะ เรื่องนี้เป็นความลับของเราสองคน”...

ขณะที่เขมิกาปรับความเข้าใจอยู่กับโยธินในห้อง เม่นถูกนางพยาบาลถือถาดใส่เข็มฉีดยาชนเข้าอย่างจังเข็มหล่นพื้น พอเขาเห็นเข็มฉีดยาเท่านั้นก็ตกใจ วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ด้านเขมิกาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทิ้งเม่นเอาไว้รีบออกมาดู ปรากฏว่าเขาหายไปแล้ว ชานโยธินช่วยกันตามหา...

เม่นหายตัวไปอย่างไร้วี่แวว เช่นเดียวกับเขมิกาในคราบขวัญตา ชานนท์นึกถึงโบรชัวร์ของโรงพยาบาลสำหรับเด็กพิเศษที่พบอยู่ในพุ่มไม้เมื่อคืน มั่นใจว่า

เขมิกาต้องพาเขาไปที่นั่น สั่งให้คนขับรถเอารถออกทันที...

โยธินกับเขมิกาขับรถตามหาเม่นมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เห็นเขากำลังถูกพวกจิ๊กโก๋เจ้าถิ่นรุมอัด ทั้งคู่รีบเข้าไปช่วย ชกต่อยกับพวกนั้นซึ่งฝีมือด้อยกว่าจนแตกกระเจิง เขมิกาเข้าไปแตะบ่าเม่นที่นั่งกลัวตัวสั่น ชวนให้กลับบ้านกันได้แล้ว  เขากลัวเธอจะพาไปโรงพยาบาลอีก ผลักเธอกระเด็นแล้ววิ่งหนี โยธินตามไปคว้าตัวไว้ได้ทัน เขมิกาตามมาช่วยจับอีกแรงหนึ่ง เม่นดิ้นรนจะหนีให้ได้ พลางต่อว่าเธอว่าไม่ใช่พี่นางฟ้าของเขา เพราะพี่นางฟ้าไม่ใจร้ายใจดำแบบนี้ โยธินบอกให้เธอถอยไปก่อน อาสาจะกล่อมเขาเอง

“ใจเย็นนะเม่น พี่เป็นกัปตันทีมฟุตบอล ได้ยินว่านายชอบฟุตบอล อยากไปดูเขาเตะกันจริงๆ ที่สนามไหม”

“ที่สนามไม่ไปหรอก  คนดูชอบตีกัน  ผมกลัวลูกหลง”

ooooooo

ในที่สุดโยธินกับเขมิกาก็ลากเม่นขึ้นรถจนได้ แต่เขาไม่ยอมอยู่นิ่งๆ พยายามจะเปิดประตูรถลงไปให้ได้ ทั้งๆที่รถยังแล่น เขมิกาต้องคอยดึงเอาไว้เม่นเอามือไปกดปุ่มหน้าต่างเลื่อนลง แล้วยื่นหัวออกไปนอกรถ

“ผมไม่โง่หรอกนะ ทางนี้ไม่ใช่ไปสนามฟุตบอล พวกพี่จะหลอกผมไปฉีดยา ผมไม่ไป ผมจะลง ช่วยด้วย”

เขมิกาพยายามดึงเม่นเข้ามาในรถ แต่เขาขืนตัวไว้ โยธินเกรงจะเป็นอันตรายจำต้องจอดรถ เธอรีบลงมาดึงเม่นออกจากหน้าต่าง จังหวะนั้น รถของชานนท์แล่นมาด้านหลังเห็นเขมิกากำลังลากเม่นลงจากรถ สั่งให้คนขับรถจอด เม่นเห็นรถชานนท์ก็จำได้ ตะโกนลั่น คุณผู้ชายมารับแล้ว เขาจะไปกับคุณผู้ชาย สะบัดมือเขมิกาหลุดแล้ววิ่งไปหา เธอตกใจ เร่งโยธินให้รีบหนีไปก่อน เขารีๆรอๆอยากจะไปดูบ้านที่เธอพักอยู่หลังไหน ชานนท์เห็นผู้ชายขับรถให้เมียตัวเองนั่ง เกิดความหึงหวงรีบสาวเท้าเข้าไปหา

“เฮียไปก่อนน่า...ถ้าสามีพี่ขวัญมาเห็นเฮีย ความแตกแน่ แล้วคืนนี้เข็มจะไปหา ไปเร็วสิเฮีย”

โยธินโยกโย้ไม่ยอมไป จะลงไปแสดงตัวให้ชานนท์รู้จัก เขมิกาตกใจร้องห้ามเสียงหลง แต่สุดท้ายโยธินก็ขับรถจากไปได้ทันก่อนที่ชานนท์จะเดินมาถึง...

มณฑาไม่พอใจเขมิกามาก ขู่จะแจ้งความว่าฐานล่อลวงลูกชายของตน เธอท้าให้รีบไปแจ้งตำรวจเร็วๆ เราจะได้ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งพร้อมๆกัน แม่ใจยักษ์กักขังลูกในไส้ จะได้ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ แววนิลฉุนขาดจะเข้าไปเอาเรื่อง  มณฑาจับมือเธอไว้  มองสบตาเป็นทำนองให้อดทน

ชานนท์ต่อว่าเขมิกาว่าทำไม่ถูก น่าจะขออนุญาต มณฑาซึ่งเป็นแม่ของเม่นก่อน ไม่ใช่ทำตามใจชอบแบบนี้ เธอรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะขออนุญาต มณฑาแค้นสุด แต่แสร้งยิ้มให้ เข้าไปจับมือเขมิกาตบหลังมือเบาๆ

“ขอบคุณคุณผู้หญิงนะคะที่เป็นห่วงมัน” แล้วเอียงหน้าไปกระซิบเบาๆ “เวลาที่ฉันโกรธใครมากๆ ฉันจะระบายความโกรธเกลียดใส่ไอ้เด็กเวรนี่ ดังนั้นอย่าท้าทายฉันอีก” มณฑาถอยหน้าออกมา แล้วบีบมือเขมิกาเต็มแรง จนเธอต้องกระชากมือออก รู้สึกหวาดหวั่นกับความร้ายกาจของผู้หญิงคนนี้...

ฝ่ายชานนท์ยังคาใจเรื่องผู้ชายที่ขับรถให้เมียตัวเอง เอาไอศกรีมกะทิไปล่อหลอกให้เม่นพูด เขาบอกได้เพียงว่าชายคนนั้นเป็นกัปตัน หน้าตาหล่อมาก ส่วนเรื่องอื่นจำไม่ได้...

ขณะเขมิกาเข็นช็อปเปอร์คู่ใจออกจากที่ซ่อนจะไปหาโยธินที่คอนโดฯตามสัญญา แต่ชานนท์เข้ามาขวางไว้เสียก่อน เธอลื่นเป็นปลาไหลแกล้งกวาดตามองหาสายยางทำทีจะล้างรถ เขาอดถามไม่ได้ว่าไปเอารถคันนี้มาจากไหน คงไม่ได้เอาเงินค่าสินสอดที่เชิดไปมาซื้อใช่ไหม เธอไม่ได้เอาเงินนั่นไป เงินที่ซื้อรถคันนี้เธอเปียแชร์ได้

“เธอนี่มันจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แถมโกหกเป็นไฟ อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้อะไร เธอกับไอ้กัปตันนั่น ถ้าฉันจับได้คาหนังคาเขาเมื่อไหร่ ฉันไม่เอาเธอไว้แน่” ชานนท์ขู่เสร็จเดินเข้าตึกใหญ่ เขมิกางง กัปตันอะไรของเขา...

เขมิกากลัวโยธินจะเอาเรื่องที่ตนเองมาสืบหาพี่สาวไปฟ้องปู่ รีบโทร.ไปแก้ตัวว่าคืนนี้ออกไปหาไม่ได้เพราะสามีพี่ขวัญจ้องจับผิดเธอทุกฝีก้าว ส่วนเรื่องไปเยี่ยมปู่ วานเขาช่วยรับหน้าให้ก่อน แล้วตัดบทขอตัวไปนอน

ooooooo

เช้าวันถัดมา ขณะชานนท์กำลังจะขับรถพาปรียาไปส่งที่ทำงาน เขมิกาวิ่งมาเกาะกระจกจะขอติดรถไปที่ร้านสปาด้วย แล้วจะเปิดประตูรถด้านหลัง เขาไม่ยอมปลดล็อกให้ ทำท่าจะออกรถ
แต่เหลือบเห็นเก่งกาจยืนอยู่ริมรั้ว รีบบอกให้ปรียาไปนั่งเบาะหลัง แล้วลงมาโอบไหล่เขมิกาพาขึ้นรถ

“นักข่าวดักถ่ายรูปเราอยู่ด้านนอก เรื่องเล่นตลกตบตาคน เป็นงานถนัดของเธอไม่ใช่หรือ”

เขมิกามองไปมาที่รั้วบ้าน ไม่เห็นใครแล้ว จังหวะที่รถของชานนท์แล่นพ้นประตูรั้ว เก่งกาจที่ซุ่มดูอยู่รีบถ่ายรูปปรียาที่นั่งอยู่ด้านหลังเอาไว้ รถแล่นมาได้สักพัก เขมิกาเหลือบเห็นปรียานั่งซับน้ำตาเพราะน้อยใจชานนท์อดสงสารไม่ได้ จึงขอให้เขาจอดรถ เธอจะนั่งแท็กซี่ไปที่ร้านเองแล้วบอกปรียาให้มานั่งข้างหน้าแทน...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน โยธินแก้ไขสถานการณ์ให้เขมิการอดตัวจากการถูกจุมพลเล่นงานเรื่องที่ไม่กลับไปเยี่ยมไปได้ โดยอ้างว่าเธอต้องเข้าอบรมทุกวันแล้วเอารูปที่ตัวเองใช้คอมพิวเตอร์ตัดต่อหัวเขมิกาไปใส่หัวคนอื่น ทำให้ดูเหมือนเธอกำลังอยู่ในห้องอบรมให้เขาดูเพื่อเป็นการยืนยัน...

เขมิกามาที่ร้านสปาอีกครั้งหวังจะมาหาจรรยาเพื่อให้เล่าเรื่องราวในอดีตของขวัญตา แต่กลับโดนอึ่ง และกุ้งเข้ามาหาเรื่อง สองฝ่ายตบตีกันจนซุ้มสำหรับจัดงานเลี้ยงขอบคุณแฟรนไชส์ล้มระเนระนาด ดอกไม้ที่ประดับประดาแหลกไม่มีชิ้นดี ประชาต้องเข้ามาห้าม สองฝ่ายถึงเลิกตีกันได้...

ข่าวการตีกันของพนักงานทำให้ชานนท์ไม่สบายใจ ประชาเตือนว่าการให้ขวัญตากลับมาทำงานที่นี่อีกครั้ง อาจทำให้พนักงานส่วนใหญ่ไม่พอใจ และเขาเองก็ทำใจยอมรับได้ยาก

“เรากำลังจะขยายตลาดไปจีน ถ้าปัญหาระหว่างผมกับขวัญตาถูกตีข่าวให้เสื่อมเสียขึ้นมาอีก ธุรกิจเราก็จะสะดุดทันที ผมจึงต้องเลือกวิธีอดทนรอ” แล้วขอร้องให้ประชาช่วยดูแลงานให้ดี เพราะถ้าเขาไม่ช่วย ตนเองคงรับปัญหาที่ประดังเข้ามาพร้อมๆกันไม่ไหว...

ประชารู้เท่าทันว่าเขมิกาในคราบขวัญตาแวะเวียนมาที่สปาบ่อยครั้งเพราะอยากตามหาอดีตของตัวเองจึงมาดักรอ เพื่อชวนเธอไปรื้อฟื้นอดีตที่ห้องซาวน่าด้วยกัน แต่ดูเหมือนเธอจะจำอะไรเกี่ยวกับห้องนี้ไม่ได้ เขาอยากรู้เรื่องสินสอดที่หายไป พยายามตะล่อมถาม แต่ชานนท์โทร.มาตามให้เธอไปพบเสียก่อน...

แววนิลไม่พอใจเมื่อรู้ว่าพี่ชายต้องการให้เขมิกาไปงานเลี้ยงขอบคุณแฟรนไชส์ที่ทางร้านจะจัดขึ้นเพราะอยากให้ปรียาควงคู่เขาออกงานมากกว่า ชานนท์อธิบายว่าพักนี้มีนักข่าวมาวนเวียนแถวบ้านเราบ่อยๆเขาจึงจะใช้งานครั้งนี้สยบข่าวลือที่จะทำให้ธุรกิจของเราเสียหาย สัญญาว่าหลังจากหย่ากับขวัญตาแล้ว เขาจะเปิดตัวปรียาอย่างเป็นทางการอีกที แววนิลไม่ต้องการให้นังแพศยาชูคออยู่ในงานด้วย วางแผนจะกำจัดเธอให้พ้นทาง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:39 น.