ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักคุณเท่าฟ้า

SHARE
ตอนที่ 13

เช้าวันรุ่งขึ้น ธีระจะมาปลุกจินดา เห็นหนูดีนั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าห้อง เธอบอกว่าไม่ได้ยินเสียงจินดา สงสัยยังไม่ตื่น เลยไม่อยากเข้าไปรบกวน

“แล้วเมื่อคืนแม่ตื่นมาเข้าห้องน้ำบ้างไหมครับ”

“ตื่นตอนตีหนึ่งหนนึง แล้วก็ตีสี่ค่ะ หนูดีพาเข้าห้องน้ำ ท่านบอกว่าจะนอนต่อ บ่นว่าเพลียๆ”

“พอดีผมนัดว่าจะพาแม่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น”

“งั้นหนูดีไปปลุกให้ไหมคะ”

ธีระให้ปล่อยเธอนอนไป หนูดีเห็นเขาเดินกลับจึงก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ ธีระเดินลงมาเจอใหญ่ ช้อยและภา ทั้งสามถามถึงจินดา พอรู้ว่ายังไม่ตื่นก็แปลกใจเพราะไม่เคยตื่นสาย

“หนูดีบอกว่าแกเพลียๆน่ะครับ ผมก็เลยไม่อยากปลุก”

“แหม แต่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นสวยจัง อยากให้แกมาดู” ช้อยเสียดายแทน

ธีระหันไปมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น จึงคิดว่าน่าจะปลุกแม่ ทั้งสามคนเห็นด้วยเกรงจะมาต่อว่ากันทีหลัง ธีระกลับขึ้นมาข้างบน เจอแดง กบจูงไตรตั้น พอรู้ว่าเขาจะไปปลุกแม่ก็เร่ง

“รีบไปเร็ว เดี๋ยวไม่ทัน อีกแป๊บเดียวพระอาทิตย์จะหลุดขึ้นจากน้ำแล้ว”

ธีระกลับมาที่หน้าห้องจินดา ถามหนูดีอีกครั้งว่าแม่ตื่นหรือยัง เธอตอบว่ายังจะให้ปลุกไหม เขาขอเข้าไปปลุกเอง ให้เธอไปดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อน...ธีระเคาะประตูห้อง

“แม่ครับ ตื่นรึยังครับ...” ทุกอย่างเงียบ ธีระใจแป้วเคาะซ้ำอีกแล้วเปิดประตูเข้าไป

เขาเห็นแม่นอนหลับใบหน้ามีรอยยิ้ม เขาเขย่าเธอเบาๆ “แม่ครับ แม่ครับ แม่...”

ทุกคนยืนรอ เห็นหนูดีเดินลงมาจึงถามว่าธีระปลุกจินดาหรือยัง เธอพยักหน้า ช้อยแปลกใจว่าทำไมนาน ภากับใหญ่ชักสงสัยว่าจินดาจะไม่สบาย จึงพากันวิ่งขึ้นไปดู

ธีระเดินหน้านิ่งออกมา แดงเห็นหน้าน้องชายรีบถามแม่ไม่มาดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือ ไตรตั้นวิ่งเข้าไปช่วยปลุก พวกใหญ่รุมถามธีระว่าโดนจินดาด่าออกมาหรือ ไตรตั้น

กลับออกมาบอกแดงกับกบว่าปลุกยายเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น แดงชะงักมองหน้าธีระถามย้ำ

“แม่เป็นอะไรธี...”

“แม่จากเราไปแล้วพี่แดง...”

ทุกคนช็อก ธีระย้ำอีกครั้งว่า แม่ตายแล้ว หนูดีตะลึง แดงโผกอดธีระร้องไห้โฮ...

ทุกคนก้าวเข้ามาในห้อง เห็นจินดานอนสงบนิ่ง แดงเข้ามากราบที่อกร้องไห้สะอึกสะอื้น

“แม่ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงแดงกับธีนะ ขอให้แม่หลับให้สบาย แดงรักแม่นะ แล้วแดงก็ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่”

กบเข้ามากราบ “แม่ครับ แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลแดงและรักแดงไปจนวันตาย”

กบประคองแดงให้ลุกขึ้น บอกเธอว่าจะต้องไปแจ้งอำเภอ พวกใหญ่ร้องไห้อาลัยศพก่อนจะพากันเดินออกไป เหลือธีระเพียงลำพังที่ยืนมองแม่น้ำตาไหลพราก จนกลั้นสะอื้นไว้ไม่อยู่ เขาปล่อยให้ตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างรุนแรง ทุกคนที่ก้าวออกมาชะงัก ได้ยินเสียงร้องไห้ของเขา หนูดีดึงไตรตั้นมากอดอย่างสลดหดหู่

ooooooo

วันต่อมา ขณะที่พิมเดินอยู่กับเพื่อนๆ ที่สนามบิน มีคนโทร.มาแจ้งว่า แม่ของธีระเสียแล้ว พร้อมบอกชื่อวัดและวันเวลาฌาปนกิจ พิมตกใจหน้าเหวอ...

อุ้มเดินช็อปปิ้งอยู่ต่างประเทศกับเป๊บ วิทย์โทร.มาแจ้งเรื่องจินดา เป๊บตะลึงหันมาบอกอุ้ม ทำเอาอุ้มยืนอึ้ง

ข้าวตูซึ่งอยู่อพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ ได้รับโทรศัพท์ จากแดง แจ้งข่าวเดียวกัน

“อะไรนะคะ คุณป้าเสียแล้วหรือคะ ค่ะๆ...ตูเสียใจด้วยนะคะพี่แดง” ข้าวตูตกใจและนึกเป็นห่วงธีระ...

ในงานวันฌาปนกิจศพจินดา แขกส่วนใหญ่นั่งอยู่ในศาลามากมาย ธีระ แดง และกบยืนรับแขกใหญ่ ช้อยและภานั่งแถวหลังสุด ได้ยินบรรดาแอร์โฮสเตสคุยกัน

“แกว่าพิมจะมามั้ย”

“เห็นว่าจะมานะ”

“แต่ก็ไม่แน่หรอกนะ วันสวดว่าจะมาก็ไม่เห็นมา”

“หรือพี่พิมเขาอาจจะไม่อยากเจอกัปตันแล้วก็ได้”

“แต่ตอนนี้แม่กัปตันเสียแล้วนี่ กัปตันก็เป็นอิสระแล้ว”

วิทย์โพล่งขึ้นว่า พิมอาจจะมีแฟนใหม่ไปแล้ว เป๊บ นุ้ย และแหม่มเถียงแทนว่ายังไม่มี วิทย์จึงถามว่า “แล้วพวกเธอว่าอุ้มจะมาไหม”

เป๊บเชื่อว่ามา แต่นุ้ยแย้งว่าไม่มาเพราะจินดาด่าพ่อกับแม่อุ้มจนเข้าหน้ากันไม่ได้อีก วิทย์เห็นว่าน่าจะอโหสิกรรมให้กันได้แล้ว

“ใช่ ฉันว่ายังไงก็ต้องมา เพราะอุ้มเคยเล่าว่า มันบอกกัปตัน ถ้าวันไหนไม่มีแม่กัปตัน มันอาจจะกลับมารักกัปตันก็ได้” เป๊บเล่าให้ทุกคนฟัง

แต่วิทย์โต้ว่าธีระมีแฟนใหม่อีกคน เห็นว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แหม่มแย้ง

“ไม่ใช่ย่ะ เขาบอกว่านางน่ะแอบชอบกัปตันฝ่ายเดียว พอกลับมาเมืองไทยต่างไม่มีใครก็เลยมาปิ๊งกันอีก”

“งั้นพี่พิมกับอุ้มก็หมดสิทธิ์น่ะสิ” นุ้ยเสียดาย

ช้อยซึ่งนั่งฟังมานานทนไม่ไหว ขัดขึ้นว่า “นี่พวกเธอ ไม่รู้จริงอย่าพูดซี้ซั้ว”

ทุกคนสะดุ้งหันมาทางพวกช้อย “อุ๊ย ขอประทานโทษค่ะคุณป้า เราคุยกันเล่นๆน่ะค่ะ”

“เรื่องมันเป็นอย่างนี้จ้ะ นางที่พวกคุณว่า ชื่อข้าวตู กัปตันน่ะเขาชอบกับน้องข้าวตูจริง แต่เลิกกันแล้ว” ภาตั้งหน้าตั้งตาเล่า

ตอนที่ 12

ในระหว่างที่แดงนอนป่วย ทั้งธีระและกบจะช่วยกันดูแล ธีระช่วยป้อนข้าวและพูดให้กำลังใจเธอตลอด เธอถึงกับน้ำตาคลอฝากดูแลลูกถ้าตนเป็นอะไรไป กบเดินเข้ามาบอกว่าพรุ่งนี้คุณหมอให้กลับบ้านได้ พอเห็นแดงร้องไห้ก็ชะงักรีบถามร้องไห้ทำไม

“ไม่มีอะไรพี่กบ แดงแค่คิดถึงลูก” แดงปาดน้ำตาบอกสามีไม่ให้ตกใจ

ไม่ทันไร ไตรตั้นเปิดประตูวิ่งเข้ามากอด “แม่ ตั้นคิดถึงแม่”

“นี่ลูกมากับใคร” กบถามด้วยความแปลกใจ

พลัน จินดาเดินตามเข้ามาด้วยไม้เท้าสามขา ทุกคน ตกตะลึง สายตาที่เธอเห็นแดงหัวโล้นถึงกับอึ้งน้ำตาไหลรินเดินเข้ามาใกล้เตียง “นี่ลูกเป็นอะไร บอกแม่สิลูก ว่าลูกเป็นอะไร...”

แดงลุกขึ้นโผกอดแม่ร้องไห้โฮ จินดาเขย่าลูกสาวถามย้ำ กบตอบแทนอย่างยากลำบากว่าแดงเป็นเนื้องอกในสมอง จินดาหน้าเสียโวย “แล้วทำไมพวกแกไม่บอกฉัน”

“ผมขอโทษครับ เราแค่ไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ” ธีระถลาเข้าจับแขนแม่

“แม่อย่าไปว่าพี่กบกับธีเลยนะ หนูเป็นคนบอกพวกเขาเองว่าอย่าบอกแม่ หนูไม่อยากให้แม่กลุ้มใจ”

“แต่แกเป็นลูกแม่นะ มันเป็นหน้าที่ของแม่ ที่จะต้องรู้ว่าลูกมีทุกข์ มีสุขยังไง”

ทุกคนกล่าวขอโทษ จินดาถามว่าหมอมีทางรักษาให้หายใช่ไหม แดงพยักหน้าช้าๆก่อนจะเอื้อนเอ่ยว่าต้องใช้เวลา จินดาน้ำตาร่วง กอดลูกสาวอย่างมีความหวัง

“ช่างมันเถอะลูก จะนานแค่ไหนก็ขอให้มันหาย ลูกต้องอดทนนะแดง แม่จะอยู่กับลูก ลูกของแม่จะต้องหาย”

“ไม่ต้องห่วงครับแม่ พรุ่งนี้หมอให้พี่แดงกลับบ้านแล้ว” ธีระบอกปั๊บ ไตรตั้นโดดร้องดีใจ

ooooooo

วันนั้นทั้งวัน จินดาเฝ้าดูแลป้อนข้าว เช็ดตัวให้แดงจนหลับ เธอก้มลงจูบหน้าผากลูกอย่างรักและห่วงใย พึมพำ “ขอให้คุณพระคุ้มครองลูกของแม่ด้วย ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายดลบันดาลให้ลูกของแม่ปลอดภัย ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับลูก ขอให้แม่รับเคราะห์นั้นแทนลูกด้วยเถิด”...

กบออกมายืนเหม่อคิดเศร้าๆ ธีระเข้ามาชวนไปทานข้าว เขาส่ายหน้าว่าไม่หิว ธีระเห็นสายตามีความกังวลของพี่เขยจึงถามว่ามีอะไร

“ถ้าพี่เล่าอะไรให้ฟัง สัญญาว่าจะไม่บอกแดงกับแม่นะ” ธีระรับปาก กบเล่าว่า “เมื่อกี้พี่คุยกับหมอ หมอบอก ว่าอาการของแดงไม่ดีขึ้น ให้คีโมไปแล้วมันยังไม่ได้ผลที่พอใจ”

“มันคงต้องใช้เวลามั้งพี่กบ”

“แต่พี่กลัวจังเลย พี่กลัวว่าหมอจะรักษาแดงไม่หาย”

“ไม่นะพี่กบ ผมว่าต้องหาย”

“นายก็รู้ คนที่เป็นโรคนี้เปอร์เซ็นต์ที่หายน้อยมาก ถ้าแดงเป็นอะไรไป พี่ไม่รู้จะอยู่ยังไง”

กบน้ำตาไหลริน จินดาเดินเข้ามาด้านหลังโพล่งขึ้นว่า “แดงต้องไม่เป็นอะไร” เธอจับแขนลูกเขย “กบฟังแม่นะ เมียแกต้องหาย แกจะอ่อนแอไม่ได้นะ แกยังมีไตรตั้นที่ต้องดูแล เราทุกคนต้องเข้มแข็ง”

“ใช่ พี่กบ เราทุกคนต้องเป็นกำลังใจให้พี่แดงนะ” ธีระเห็นด้วยกับแม่

“เชื่อแม่ แดงจะต้องหาย แดงจะไม่เป็นอะไร”

กบโผกอดจินดาร่ำไห้ขอบคุณที่ให้กำลังใจ ธีระมองน้ำตาซึม...

เย็นวันนั้น ธีระนั่งดื่มกาแฟมุมหนึ่งในโรงพยาบาล ครุ่นคิดถึงความรักของแม่ ของพี่เขยที่มีต่อพี่สาว ทำให้เขาอยากร้องไห้แต่พยายามสะกดกลั้นไว้ หนูดีเดินเข้ามาทัก

“พาคุณป้ามาหาหมอหรือคะ”

“เปล่าหรอก มาเยี่ยมพี่สาวน่ะ”

“ที่เป็นเนื้องอกในสมองน่ะหรือคะ”

ธีระพยักหน้าแล้วถามเธอถึงโรคนี้มีโอกาสหายไหม หนูดีตอบว่า เคสของแดง รุ่นพี่พยาบาลคุยกันว่ามีโอกาสหาย ธีระถามย้ำโรคนี้หายขาดได้ด้วยหรือ

“ค่ะ อย่างแม่หนูดีก็เคยเป็นมะเร็งเต้านม ตอนนั้นหนูดียังเรียนมัธยมอยู่เลย แต่แม่ก็ยังอยู่มาได้ทุกวันนี้นะคะ”

“เหรอ แล้วคุณแม่คุณรักษาที่ไหน”

“ก็โรงพยาบาลรัฐนี่แหละค่ะ หนูดีว่าพี่สาวคุณธีน่าจะหายนะคะ เดี๋ยวนี้การรักษาและการให้ยาก็ดีกว่าแต่ก่อนเยอะ ยิ่งคุณธีมีสตางค์ หนูดีว่าโอกาสที่จะหายก็มีสูงนะคะ” สีหน้าธีระตื่นเต้น หนูดีจึงย้ำ “แต่อยู่ที่กำลังใจของคนป่วยด้วย ตอนที่แม่หนูดีรู้ว่าเป็นมะเร็ง แม่เข้มแข็งมาก แม่บอกว่าแม่จะตายไม่ได้ ท่านจะต้องอยู่จนหนูดีเรียนจบแล้วได้แต่งงาน”

“แม่คุณคงรักและเป็นห่วงคุณมาก”

“ค่ะ เรามีกันแค่สองคน”

“แล้วคุณพ่อล่ะ”

“พ่อเสียตั้งแต่หนูดีสามสี่ขวบแล้วค่ะ” สายตาหนูดีเศร้าลง

ธีระขอโทษ พอดีมีคนโทร.มาตาม เขาจึงขอตัวลุกจะเดินไป หนูดีเรียกเขาไว้

“เดี๋ยวค่ะคุณธี หนูดีอยากจะบอกว่า คุณป้ารักคุณธีไม่น้อยกว่าแม่หนูดีนะคะ”

ธีระชะงัก มองเธอยิ้มๆ “ขอบใจ อ้อ แล้วก็ขอบใจอีกเรื่อง”

“เรื่องอะไรคะ”

“เรื่องของแม่คุณ ทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะเลย” ธีระยิ้มให้อย่างจริงใจ

หนูดีิยิ้มรับ มองเขาเดินไปตาเยิ้ม

ooooooo

ด้วยความที่เห็นลูกป่วย จินดาจึงฝืนสังขารลุกขึ้นมาทำอาหารบำรุงจะเอาไปให้ลูก ไม่วายเกิดหน้ามืดจะเป็นลม ดีที่พวกช้อยแวะมาเยี่ยมเข้าประคองไว้ได้ทัน ถามว่าเป็นอะไร

“เปล่า จะหยิบขวดน้ำตาล แต่ตามันพร่า”

ใหญ่ช่วยหยิบส่งให้ พอทุกคนเห็นว่าต้มซุป ภาแซว “แหม ทำไมรักตาธีเหลือเกิน นี่ตัวเองไม่สบายยังจะทำกับข้าวให้ลูกกินอีก”

“ไม่ใช่ธีหรอก จะทำไปให้แดง”

ใหญ่ ช้อย และภาติงว่า นั่นยิ่งแล้วใหญ่ เพราะแดงมีลูกมีผัวแล้ว หากินเองได้ ห่วงตัวเองที่กำลังไม่สบายอยู่จะดีกว่า จินดาโพล่งขึ้น ตนอยากตาย ทุกวันนี้ไม่อยากอยู่แล้ว

“จะรีบหนีไปไหน อยู่ด่าพวกฉันอีกซักพักนึง เถอะ” ภากระเซ้า

จินดาถอนใจ “เฮ้อ เห็นลูกเป็นอย่างนี้แล้วไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อหรอก”

“ทำไม กัปตันได้เมียใหม่อีกแล้วหรือ” ใหญ่หยั่งเชิง

จินดาค้อนเพื่อนๆก่อนจะบอกว่า ไม่ต้องปิดบัง ตนอีก ตนรู้เรื่องของแดงแล้ว พวกช้อยหน้าเจื่อนรู้ได้อย่างไร เธอตอบว่าเมื่อวานไปเยี่ยมถึงได้กลับมาต้มรากบัวให้ สามคนรีบขอโทษ

“พูดแล้วก็สงสารแดงมันนะ ไม่น่ามารีบด่วนจากไปเลย” ช้อยเปรย

“พี่ช้อย ทำไมพูดยังงั้น แดงมันยังไม่ตายนะ” ภาเอ็ด

ช้อยแก้ตัวหมายถึงในไม่ช้า “ก็มันจริงมั้ยล่ะ คนเป็นมะเร็งกี่รายที่รอด เห็นตายทุกคน”

“จะว่าไปก็จริงของพี่ช้อยนะ พี่จินก็ต้องเตรียมใจไว้บ้าง จะได้ไม่เสียใจภายหลัง”

จินดาน้ำตาร่วง “ถ้ามีอะไรทำให้ฉันแลกชีวิตกับลูกได้ ฉันก็ยอมนะ เพราะฉันคงทนเห็นลูกตายไม่ได้”

ใหญ่ตำหนิช้อยไม่น่าพูดให้จินดาเสียใจ ภาโอบกอดปลอบใจจินดา...หลังจากต้มรากบัวเสร็จ พวกช้อยก็พาจินดาเอามาให้แดงที่บ้าน และเฝ้าดูแดงทานอย่างห่วงใย แดงชมว่าอร่อยมาก

“นี่แม่ยังเหลืออีกครึ่งหม้ออยู่ในตู้เย็นนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะไปเยาวราชกับพวกป้าช้อย จะไปคุยกับซินแส ว่ามีอะไรที่ต้มให้ลูกกินแล้วดีขึ้น”

แดงท้วงว่าอย่าเลยเพราะแม่ก็ยังป่วย ใหญ่รีบบอกว่า จะดูแลอย่างดี อยากให้จินดาออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง อยู่แต่บ้านจะไม่แข็งแรง

ธีระเพิ่งคุยโทรศัพท์กับหมอเสร็จ เดินเข้ามาเพื่อบอกแดงให้อาบน้ำแต่งตัวไปหาหมอที่เคยรักษาเพื่อนตนจนหาย จินดาดีใจรีบถามว่า

“หมอคนนี้เขาเก่งใช่มั้ยลูก จะช่วยพี่แดงได้ใช่มั้ย”

“ต้องให้เขาตรวจอาการก่อนครับแม่”

ภาบอกกบว่าดีแล้วที่ไม่ยึดรักษากับหมอคนเดียว ใหญ่กับช้อยเสนอ ถ้าไม่หายให้หันมากินยาหม้อของหลวงปู่ ที่เพชรบุรี จินดาว่าอะไรก็ได้ ขอให้ลูกสาวหายเป็นพอ ธีระสบตากับกบ รู้ซึ้งถึงความห่วงใยของแม่...

ในห้องหมอที่ธีระกับกบพาแดงมารักษา หมอตรวจเช็กแล้วอธิบายให้ทั้งสามฟังก่อนจะรับการรักษาต่อไป “ยาตัวใหม่ที่หมอจะให้ หมอก็ไม่รับรองว่าจะหายร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ แต่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของการทดลองมันก็ได้ผลดี แต่อาจมีผลข้างเคียงและราคาสูงมากด้วย”

แดงมองหน้ากบเศร้าๆ กบรีบบอก “เรื่องเงินผมไม่มีปัญหาครับขอให้ภรรยาผมหาย”

หมอยิ้มลุกนำออกไป กบปลอบแดงไม่ต้องกลัว เธอยิ้มจางๆ

“ขอให้พี่กบอยู่ข้างๆ แดงไม่กลัวหรอกค่ะ”

แดงสบตาธีระ เขายิ้มให้กำลังใจ เธอเดินตามหมอออกไป ธีระให้กำลังใจกบ อย่างน้อยก็ยังมีหวัง กบพยักหน้าอย่างเห็นด้วย...

แดงเข้าไปนอนในห้องที่ให้ยา กบกับธีระรอลุ้นอยู่หน้าห้อง เวลาผ่านไป หมอออกมาบอกสองหนุ่มว่า

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ คงต้องนอนพักฟื้นเพื่อดูอาการ”

ทั้งกบและธีระหันมายิ้มให้กำลังใจกันและกัน...

ooooooo

ด้านจินดาที่รอฟังข่าวลูกอยู่ที่บ้าน หนูดียกน้ำและยามาให้ทาน ขอวัดความดัน เธอมองหนูดียิ้มๆก่อนจะถาม

“หนูเป็นพยาบาลมากี่ปีแล้วลูก”

“ยังไม่ถึงปีเลยค่ะ”

“แล้วทำไมถึงอยากเป็นพยาบาล”

“ตอนหนูเด็กๆแม่หนูไม่สบายบ่อยๆ ไม่มีใครดูแลแม่ หนูก็เลยคิดว่าถ้าหนูโตขึ้นหนูได้เป็นพยาบาล เวลาแม่แก่หนูจะได้ดูแลแม่ได้”

“หนูนี่น่ารักจังนะ ถ้าฉันเป็นแม่หนู ฉันคงดีใจมากที่มีลูกกตัญญูแบบหนู”

“แต่คุณป้าก็โชคดีนะคะ เพราะคุณธีเขารักและเป็นห่วงคุณป้ามาก”

“ใช่ ใครๆก็บอกว่าฉันโชคดีที่มีลูกชายเป็นคนดี รักและห่วงใยดูแลแม่...สมัยเขาเด็กๆนะ เวลาฉันไปทำผม เขาต้องไปนั่งรออยู่กับฉัน ไปไหนไม่ได้ ตามติดแม่ยังกะตังเม ส่วนพี่เขาก็เหมือนกัน รักแม่รักน้อง พอพ่อตายเขาก็ดูแลน้องดูแลแม่มาตลอด เฮ้อ... ไม่น่าโชคร้ายมาเป็นมะเร็งเลย” จินดาเล่าไปน้ำตาคลอเบ้า

“คุณป้าไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ลูกคุณป้าเป็นคนดี หนูเชื่อว่าพระต้องคุ้มครองค่ะ”

จินดายิ้มที่ให้กำลังใจ พอธีระเดินเข้ามา เธอรีบถาม ถึงแดงอย่างห่วงใย เขาบอกให้แม่สบายใจว่าเรียบร้อยดี หมอให้ยาตัวใหม่ต้องนอนพักฟื้นรอดูผลของยา เขาชูถุงในมือ

“ผมซื้อขนมจีบซาลาเปามาให้แม่ครับ เดี๋ยวผมใส่จานให้” ธีระถือถุงเดินเข้าครัว

จินดาวานหนูดีเข้าไปช่วยธีระ ส่วนเธอนั่งพนมมือขอคุณพระคุณเจ้าช่วยให้ลูกสาวหาย

หนูดีเข้ามาช่วยธีระแกะของใส่จาน เขาส่งกล่องหนึ่งให้เธอพร้อมกับบอกว่า ฝากไปให้แม่ที่บ้าน

“ผมเห็นว่าเจ้านี้อร่อย คุณแม่คุณคงชอบ”

หนูดีไหว้ขอบคุณในความเอื้อเฟื้อของเขา เธอช่วยแกะราดหน้าใส่จาน และจัดเรียงซาลาเปา ขนมจีบลงบนจาน จินดาชะเง้อมองลูกชายคุยกับหนูดี ท่าทางยิ้มแย้ม พอเธอยกจานมาวางให้จึงถามขึ้นว่า

“คุยอะไรกับลูกชายฉัน”

“อ๋อ คุณธีเขาซื้อขนมจีบซาลาเปาฝากแม่หนูน่ะค่ะ”

จินดาพยักหน้ารับรู้ หนูดีกลับไปช่วยธีระยกของ จินดามองตามอย่างครุ่นคิด...

หลังทานอาหารเสร็จ ธีระยกน้ำชามาให้จินดาซึ่งนั่งดูทีวีอยู่ เธอจับมือลูกมาหอมอย่างรักและภูมิใจ

“แม่ขอถามอะไรอย่าง อย่าโกหกแม่นะ”

ธีระรับคำยิ้มๆ เธอถามว่าตอนนี้เขามีใครอยู่ในใจหรือเปล่า เขาชะงักย้อนถาม หมายถึงผู้หญิงหรือ เธอตอบว่าใช่

“ผมบอกแม่ตามตรงนะครับ ไม่มี แล้วผมก็คิดว่าผมจะไม่มีใครอีกต่อไปแล้ว”

“เป็นเพราะแม่ใช่มั้ย แม่ขอโทษนะที่แม่เป็นต้นเหตุทำให้ลูกต้องเลิกกับผู้หญิงทุกๆคน”

“ไม่หรอกครับแม่ แม่อย่าโทษตัวเองเลยครับ ถึงผมแต่งงานกับใครซักคนไป บางทีผมอาจจะไม่มีความสุขก็ได้ ถ้าผมต้องทิ้งให้แม่อยู่ตามลำพัง” ธีระยิ้มให้แม่สบายใจ

“แต่แม่รู้ว่าลูกของแม่ไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอก ลูกจะไม่มีวันทอดทิ้งแม่ แม่รู้”

ธีระจับมือจินดามาหอม เธอมองลูกชายอย่างรู้สึกผิด

“จากนี้ไป ถ้าลูกจะรักจะชอบใคร แม่ก็จะไม่ขัดขวางลูกอีกต่อไปแล้ว...แม่พูดจริงๆนะ แม่มาคิดๆดู แม่ก็ไม่รู้ว่าแม่จะอยู่กับลูกได้อีกนานแค่ไหน”

“อย่าพูดยังงั้นสิครับแม่ แม่ต้องอยู่กับผมไปถึงร้อยปี”

“เมื่อก่อนแม่ก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้น แต่พอเกิดเรื่องกับแดง ทำให้แม่ได้สติ ได้รู้ว่าแม่ไม่ควรเห็นแก่ตัวผูกมัดลูกๆไว้กับตัวเอง...เมื่อก่อนแม่คิดว่ามีแต่แม่คนเดียวเท่านั้นที่รักลูกๆมากที่สุด แต่พี่เขยของลูก ทำให้แม่รู้ว่ายังมีคนที่รักแดงมากเท่าๆกับที่แม่รัก...ลูกเองก็เหมือนกัน ลูกก็ควรจะได้เจอใครที่เขารักลูกเท่ากับแม่ หรือบางทีเขาอาจจะรักลูกมากกว่าแม่ก็ได้”

“ไม่มีหรอกครับแม่ ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครรักผมมากไปกว่าแม่” ธีระมองแม่น้ำตารื้น

จินดาดึงลูกชายมากอด หนูดียืนมองภาพความรัก ของสองแม่ลูกอย่างตื้นตัน ก่อนจะเดินเข้ามาลากลับ จินดาเห็นว่าค่ำมืดแล้วจึงขอให้ธีระไปส่ง

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูกลับเองได้”

“อย่าเลย ให้พี่เขาขับไปส่งปากซอยแล้วกัน ค่ำๆ มืดๆป้าไม่อยากให้ออกไป ไม่ปลอดภัย”

หนูดีไม่อาจปฏิเสธได้ ขณะที่นั่งมาในรถ เธอประหม่า วางตัวไม่ถูก ธีระถามขึ้นว่าบ้านอยู่ที่ไหน เธอตอบตะกุกตะกัก

“ประชาชื่นค่ะ เอ่อ...เดี๋ยวคุณธีจอดปากซอยได้เลยค่ะ”

“ไม่เป็นไร ผมขับไปส่งคุณที่บ้านดีกว่า” ธีระเห็นเธอเกร็ง จึงเปิดเพลงให้ผ่อนคลาย

หนูดีแอบมองอมยิ้ม พอเขาหันมามองก็รีบหันกลับทำเฉย...

ooooooo

ธีระขับรถไปตามทางที่หนูดีบอกจนใกล้ถึงบ้าน เห็นรถตำรวจจอดหน้าบ้าน เปิดสัญญาณไฟ

“มีเรื่องอะไรกัน มีรถหวอด้วย” ธีระรีบถามหนูดี

“นั่นสิคะ สงสัยใครจะมีเรื่องกัน ขอบคุณนะคะ” หนูดียกมือไหว้แล้วลงจากรถ

ป้าจิตเพื่อนบ้านเห็นหนูดีรีบร้องเรียก “หนูดี...เอ็งมาก็ดีแล้ว แม่เอ็งโดนซ้อมปางตาย”

“หา!...แม่...” หนูดีตกใจวิ่งไป ธีระได้ยินรีบตาม...

หนูดีเห็นแม่นั่งอยู่ท้ายกระบะตำรวจ หน้าตาปูดบวม ชาวบ้านช่วยกันปฐมพยาบาล

“แม่...นี่แม่เป็นอะไรคะเนี่ย”

“ไม่มีอะไรลูก” แม่ไม่อยากบอก

“แล้วทำไมหน้าตาแม่เป็นอย่างนี้ล่ะคะ”

“นิดหน่อยลูก ไป เข้าบ้านเถอะ” แม่ขยับลงจากรถตำรวจ

“เดี๋ยวนะครับ ต้องไปให้ปากคำที่โรงพักก่อน” ตำรวจเข้ามากัน

หนูดีรีบถามว่ามีเรื่องอะไร ตำรวจบอกเธอว่า มีคน มาทำร้ายแม่เธอ น่าจะเป็นพวกเจ้าหนี้นอกระบบ แม่หน้าเสียปฏิเสธว่าตนไม่เอาเรื่อง แต่ตำรวจกลับตอบว่า

“ถึงคุณไม่เอาเรื่อง แต่ก็ต้องไปให้ปากคำครับ มันเป็นคดีอาญา”

“งั้นเป็นพรุ่งนี้ได้มั้ยคะ” หนูดีขอร้อง

ตำรวจเห็นใจ ยอมขึ้นรถกลับไป ป้าจิตเตือน

หนูดีต้องแจ้งความ ไม่อย่างนั้นพวกมันจะกลับมาทำอีก แม่รีบบอกตนจะไปเคลียร์กับเสี่ยวิทย์เอง...หนูดีเงยหน้ามาเห็นธีระก็ตกใจ

ธีระขยับเข้าใกล้  “ผมว่าคุณพาแม่ไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่ามั้ย”

“นี่คุณธีค่ะแม่ ที่หนูไปดูแลคุณแม่ให้เขา” หนูดี แนะนำ

“ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ”

“แต่ผมว่าควรไปให้หมอเขาดูซะหน่อยนะครับ”

หนูดีขอร้องแม่ ไปเอกซเรย์ดูหน่อย ธีระอาสาไปส่ง หนูดีพยุงแม่เดินไปขึ้นรถ

ooooooo

ตอนที่ 11

วันนี้ พวกช้อยมาดูแลจินดา พวกเธอป้อนข้าวและตามด้วยผลไม้ จินดาเกิดสำลักฝรั่งติดคอ ภารีบวิ่งออกมาตามพยาบาล หนูดีพยาบาลสาว หน้าตาจิ้มลิ้ม เข้าเวรอยู่รีบมาดูอาการ

“ถอยออกไปก่อนค่ะ คนไข้เป็นอะไรคะ” หนูดีถามทุกคน

“ไม่ทราบค่ะ ทานข้าวต้มอยู่ดีๆแล้วก็ทานฝรั่งไปคำเดียวก็สำลักตาค้าง”

หนูดีรีบปั๊มหัวใจ ก้มลงเป่าปากจินดา จนเธอสำลักออกมา หนูดีรีบใส่ออกซิเจนให้ แล้วกดโทรศัพท์ตามหมอวิชิต พวกช้อยหน้าเสียตกใจ...

จินดาฟื้นขึ้นมากลับพูดจาได้ชัดขึ้น พวกช้อยดีใจกันใหญ่ หนูดีขอให้คนไข้ได้พักผ่อน ทั้งสามจึงออกไปก่อน จินดายิ้มเอ็นดูหนูดี

“เดี๋ยวจ้ะหนู หนูเห็นลูกชายป้ามาเยี่ยมบ้างมั้ย”

“ยังเลยค่ะ”

“แล้วลูกสาวป้าล่ะ...ลูกเขยด้วย”

“ยังไม่มาค่ะ แต่เดี๋ยวก็คงมา คุณป้าพักเถอะค่ะ”

จินดานึกแปลกใจ ทำไมแดงไม่มาเยี่ยมตนบ้างเลย พวกช้อยออกจากห้องมายืนรอหน้าลิฟต์ ลิฟต์เปิดออกเห็นมีคนไข้นอนบนเตียง บุรุษพยาบาลบอกพวกเธอว่าไปด้วยกันได้ ทั้งสามจึงเข้ามาและต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนไข้ที่นอนเตียงคือแดง

“นี่หนูเป็นอะไรเนี่ย”

แดงเองก็ตกใจ เธอบอกพวกช้อยว่าตนเป็นเนื้องอกในสมอง แต่ขอร้องอย่าบอกแม่ตน

“หมายความว่าที่หนูไม่ได้มาเยี่ยมแม่ก็เพราะ...” ทั้งสามรับปากด้วยความรู้สึกหดหู่ใจ นี่มันเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรกัน

หลังจากสแกนสมองแดงเรียบร้อย กบกับแดงรอฟังผล หมอบอกว่าผลออกมาเป็นเนื้อร้ายระยะเริ่มต้น ทั้งสองใจหายวาบรีบถามว่าอันตรายมากแค่ไหน

“ก็อันตรายนะครับ ในขั้นต้นนี่เราจะฉายรังสีดูก่อน”

“มีโอกาสหายไหมคะ”

“หมอยังยืนยันอะไรไม่ได้ แต่ยังนับว่าโชคดีที่เราตรวจเจอก่อน หมอว่าอย่าเพิ่งวิตกอะไรมาก เราค่อยๆรักษากันไป”

ทั้งสองขอบคุณหมอ กบดึงแดงมากอดให้กำลังใจ เขาเชื่อมั่นว่าเธอต้องหาย...

พวกช้อยกลับเข้ามาหาจินดา เธอขอยืมโทรศัพท์จะโทร.หาแดงว่าทำไมไม่มาเยี่ยมตนบ้าง พวกช้อยอึกอักอ้างแบตหมดกันเป็นแถว และแก้ตัวให้แดงว่าคงงานยุ่ง จินดาบ่นว่าลูก ภาพลั้งปากอย่าไปว่าแดงเลย ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด จินดาสะดุดหูรีบถามว่าแดงเป็นอะไร

“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร ยัยภาเขาหมายความว่า ไหนจะลูก ไหนจะผัว ไหนจะงานที่ร้าน” ใหญ่แก้ตัวให้ แต่จินดายังยืนกรานจะโทร.หา จึงยืมมือถือหนูดี...

กบแปลกใจว่าใครโทร.มา พอรู้ว่าเป็นจินดาจะพูดกับแดงก็ตกใจ แดงรับสายพยายามทำเสียงเป็นปกติ “หวัดดีค่ะแม่”

“นี่ยัยแดง แกหายหัวไปไหน แม่เจ็บจะตาย ไม่เห็นแกมาเยี่ยมแม่เลย”

“หนูไปแล้วค่ะ แต่แม่หลับอยู่” แดงน้ำตาคลอเบ้า

“แต่แม่ถามพยาบาล เขาบอกไม่เห็นแกมาเยี่ยม แล้วนี่แกอยู่ไหน”

แดงอึกอักตอบว่าอยู่ร้าน จินดาให้มาหาเย็นนี้ เธอรีบบอกว่าไปไม่ได้เพราะติดงาน ไตรตั้นก็เข้าค่าย จึงรับปากว่าพรุ่งนี้จะไป จินดาวางสายหันมาบ่นกับเพื่อน พอโทร.จิกก็มาหาได้...

แดงนอนน้ำตาไหล กบถามรับปากแล้วจะไปได้อย่างไร แดงขอให้เขาไปหาซื้อวิกผมมาให้

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ธีระกลับจากบินก็มาหาจินดาทันทีเห็นหนูดีกำลังป้อนอาหาร เธอหันมาเห็นเขาถึงกับตะลึงนิดๆ ธีระโผเข้ากอดแม่ ถามอาการ จินดาตอบว่าสบายดี เขาเห็นแม่กำลังกินข้าวจึงขอป้อนแทนไม่ทันไร แดงเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา ธีระตกใจเห็นพี่สาวสวมวิกผมมีกบประคองเข้ามา เธอเข้ากอดแม่ น้ำตารื้น จินดารีบถามร้องไห้ทำไม ตนยังไม่ทันตาย

“หนูคิดถึงแม่”

“หึ คิดถึง ถ้าแม่ไม่โทร.ไปแกก็ไม่มาเยี่ยม”

กบรีบแก้ตัวให้ว่าแดงมาทุกวัน แต่แม่หลับอยู่ จินดาหันมาตำหนิกบที่หายหน้าไปเหมือนกัน ธีระขอร้องแม่อย่าต่อว่าพี่ๆอีก เธอจึงยิ้มและบอกว่าตนดีใจที่วันนี้อยู่กันพร้อมหน้า

หลังจากเยี่ยมจินดาแล้ว แดงกลับมานอนพักในห้องคนไข้ ถอดวิกผมวางไว้ ธีระเข้ามาบีบมือพี่สาวอย่างเห็นใจ

“พี่แดงอย่าท้อนะ ยังไงก็ต้องสู้”

“พี่ไม่ท้อหรอก พี่จะสู้ให้ถึงที่สุด พี่จะต้องอยู่ดูไตรตั้นจนโตให้ได้”

“แล้วนายล่ะเป็นไงบ้าง พักนี้ไม่เห็นข้าวตูเลย” กบนึกได้

ธีระหน้าเศร้าบอกว่าเลิกกันแล้ว แดงตกใจเพราะแม่อีกหรือ เขาส่ายหน้า

“ไม่ใช่แม่หรอกครับ เป็นเพราะผมเองมากกว่า ที่เป็นฝ่ายรักและห่วงใยแม่มากกว่าเขา”

“ตูเขารู้สึกอย่างนั้นหรือ”

“ครับ ถูกของเขา ผมคงรักแม่มากกว่าอะไรทั้งหมด”

“ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นกับแกอีกแล้ว พี่สงสารแกจริงๆ”

“ว่าไม่ได้ ธีเขาเลือกที่จะเป็นลูกที่รักแม่มากกว่าแฟน” กบสรุปความให้

“แล้วพี่กบล่ะครับ รักใครมากกว่ากัน”

กบสบตาแดง “พี่หรือ ถ้าพี่อยู่กับเมีย พี่ก็ต้องบอกว่ารักเมียมากกว่าแม่ แต่เวลาอยู่กับแม่ พี่ก็บอกแม่ว่า รักแม่มากกว่าเมีย อย่าว่าพี่นะแดง”

“วันนี้แดงไม่ว่าใครอีกต่อไปแล้ว เพราะแดงไม่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่รักใครได้อีกนานแค่ไหน”

ธีระปลอบแดงอย่าคิดมาก เธอต้องอยู่กับพวกตนอีกนาน กบเห็นด้วย ทั้งสองหอมแก้มแดงคนละข้าง เธอยิ้มอย่างอบอุ่นใจ...

วันต่อมา หนูดีมาดูแลเช็ดตัวให้จินดาและวัดความดัน จินดาประทับใจในตัวเธอ ขอเงินธีระอยากจะให้พิเศษแก่หนูดี ธีระเห็นว่าตนเอาไปให้เองจะดีกว่า จินดาเปรยว่า หมอจะมาดูอาการอีกครั้ง แล้วจะให้กลับบ้าน เขายังไม่อยากให้กลับเกรงไม่มีคนดูแล

“ไม่เป็นไร แม่ไปอยู่บ้านยัยแดงเขาก็ได้”

“อย่าเลยครับ พี่แดงก็มีงานทั้งวัน ไม่มีเวลาดูแม่หรอก”

จินดาว่าตนอยู่คนเดียวได้ หรือให้พวกช้อยมาอยู่เป็นเพื่อนก็ได้ ธีระเห็นว่าพวกช้อยจะมาทุกวันได้อย่างไร จึงคิดจะหาคนมาดูแล...

ธีระออกมาจากห้อง เห็นหนูดีเข็นรถยาผ่านมา เขารีบเข้าไปถาม พอจะมีใครที่รับดูแลคนแก่ตามบ้านบ้าง หนูดีตอบว่าที่โรงพยาบาลไม่มี ต้องติดต่อตามศูนย์ เขาจึงฝากสอบถามให้ด้วย

ooooooo

เย็นวันนั้น หนูดีถือถุงหมูสะเต๊ะกลับมาบ้านเช่าเล็กๆ มีป้ายหน้าบ้านว่ารับตัดเย็บเสื้อผ้า เธอร้องเรียกแม่ให้วางมือมาทานก่อน

“ไม่ได้ลูก เดี๋ยวสองทุ่มเขาจะมาเอาชุดนี้แล้ว”

ไม่ทันไร โทรศัพท์ดัง แม่รับสายแล้วบอกอย่างกลัวๆว่าจะเอาเงินไปให้เดือนหน้า หนูดีรีบถามว่าใคร แม่บอกว่าเสี่ยวิทย์ทวงเงินที่ไปกู้เขามา ถ้าไม่คืนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด หนูดีจึงเห็นว่าตนควรจะช่วยแม่เสียแล้ว

วันรุ่งขึ้น หมอวิชิตมาตรวจเช็กอาการจินดา...ใหญ่ ช้อย และภามาคอยลุ้นว่าจะได้กลับบ้านไหม ทั้งสามจัดสรร เวลาว่าใครจะดูแลวันไหนบ้าง หนูดีดักรอบอกธีระว่า ตนขอสมัครไปดูแลจินดาที่บ้าน เขาดีใจ เพราะเห็นแม่ ถูกใจเธออยู่แล้ว

“แต่ว่าหนูดีจะทำได้เฉพาะหลังเลิกงานแล้วก็วันหยุดวันอาทิตย์นะคะ”

“ไม่มีปัญหาครับ ขอแค่มีใครที่พอจะมีความรู้ดูแลแกก็พอแล้ว”

หนูดียกมือไหว้ขอบคุณเขาด้วยความดีใจ ธีระกลับบอกว่าตนต้องเป็นฝ่ายขอบคุณมากกว่าที่เธอสละเวลามาดูแลแม่ให้

พอกลับมาอยู่บ้าน จินดาย้ายที่นอนมาอยู่ห้องทีวีข้างล่าง ธีระคอยดูแลยามไม่มีบิน เขาทำทุกอย่าง ทั้งเช็ดตัวพาแม่ไปเข้าห้องน้ำ หรือแม้เวลาที่จินดาปัสสาวะราด เขาก็เช็ดถูให้

“แม่สงสารลูกจังเลย ต้องมาเช็ดฉี่เช็ดอึให้แม่”

“อย่าพูดอย่างงั้นสิครับแม่ ตอนผมเป็นเด็ก แม่ทำให้ผมเยอะกว่านี้อีก”

“แต่ตอนนี้ลูกโตแล้วเป็นถึงกัปตันขับเครื่องบิน ต้องมาทำงานบ้านแบบนี้แม่ไม่ชอบเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมดีใจมากกว่าที่ได้ดูแลแม่ แล้วเที่ยงนี้ แม่อยากกินอะไร ผมจะออกไปซื้อให้”

“อะไรก็ได้ลูก แม่กินไม่ค่อยลง”

“แต่แม่ต้องกินนะครับ แม่จะได้อยู่กับผมไปนานๆ”

จินดาน้ำตารื้น ตื้นตันในความกตัญญูของลูก “แม่รักลูกนะ”

“ผมก็รักแม่ครับ”

พลันหนูดีมาถึง เธอขอโทษที่มาสายเพราะลงรถเมล์ผิดซอย จินดาดีใจที่ได้เธอมาดูแล เธอถามทันทีว่าปวดปัสสาวะไหม ห้ามกลั้นโดยเด็ดขาด ธีระเห็นแม่มีคนดูแลแล้วจึงหันมาเก็บผ้าไปส่งซัก เก็บขยะไปทิ้งหน้าบ้าน และออกไปซื้ออาหารมาให้ จัดแจงขึ้นโต๊ะแถมป้อนแม่ หนูดีลอบมองอย่างชื่นชม

พอจินดาหลับ ธีระเชิญหนูดีออกมาคุย “เป็นไปได้ไหมครับที่คุณจะมานอนค้างกับแม่ผม”

หนูดีแปลกใจ เขารีบอธิบายว่า เฉพาะวันที่เขาต้องไปบินสามสี่วัน เพราะไม่อยากให้แม่อยู่คนเดียวตอนกลางคืน

“คุณธีจะไปเมื่อไหร่คะ”

“อาทิตย์หน้าผมมีบินไปบรัสเซล วันศุกร์เสาร์อาทิตย์ กลับวันจันทร์ ถ้าคุณไม่มีภาระที่บ้าน ผมจะให้พิเศษอีกวันละพันบาท”

หนูดีคิดสักครู่ก่อนตอบตกลง ธีระส่งเงินให้ เธอรีบบอกไว้กลับมาค่อยให้ดีกว่า เขาบอกไม่เป็นไร เธอรับมาดีใจนิดๆ ธีระขอออกไปทำธุระ เย็นๆจะซื้อกับข้าวกลับเข้ามา หนูดีมองเงินในมือ อมยิ้มดีใจที่จะมีเงินช่วยแม่มากขึ้น

ooooooo

แดงกลับมาพักที่บ้านได้ไม่กี่วัน ก็เป็นลมหมดสติไปอีก ธีระแวะมาพอดีรีบพาส่งโรงพยาบาล หมออธิบายถึงสาเหตุว่าน้ำท่วมปอด เกิดจากผลข้างเคียงของการฉายรังสี หมอขอให้นอนโรงพยาบาลสักสองสามวัน ธีระกับกบกังวลใจจะปล่อยแดงอยู่ตามลำพังไม่ได้

กบมีงานด่วนต้องทำต่อให้เสร็จ จึงฝากไตรตั้นไปนอนกับธีระสักคืน เพราะกลางคืนตนจะมานอนเฝ้าแดง ธีระกำชับไตรตั้นห้ามบอกจินดาเรื่องแดงป่วย

“ทำไมบอกไม่ได้ล่ะครับ”

“เดี๋ยวคุณยายจะเป็นห่วงแม่ แล้วจะไม่สบายไปอีกคนน่ะสิ”

“ได้ครับ ตั้นจะไม่บอกคุณยาย”

ธีระชมว่าดี...เขาพาไตรตั้นมาหาจินดา เธอดีใจมากเพราะคิดถึงหลานมาหลายวันแล้ว คืนนั้น ไตรตั้นนอนกับเธอ พลิกตัวไปมาจนเธอต้องถาม

“ตั้นนอนไม่หลับหรือลูก”

ไตรตั้นรับคำว่าใช่ เธอถามคิดถึงแม่หรือ เขาพยักหน้าน้ำตาคลอ

“แม่เขาไปเที่ยวกับเพื่อน อีกสองวันก็มาแล้ว” จินดาปลอบหลานไปตามที่ได้รับข้อมูล

“คุณยายครับ เวลาหมอฉีดยา คุณยายเจ็บมั้ยครับ”

“เจ็บสิลูก”

“แม่ก็ต้องเจ็บเหมือนกัน สงสารแม่จังเลย”

“แม่เป็นอะไร” จินดาใจหายรีบซัก

“ไม่ได้เป็นอะไรครับ” ไตรตั้นหน้าเสีย

“ไม่ได้เป็นอะไรแล้วฉีดยาทำไม”

“น้าธีไม่ให้บอกคุณยายครับ”

“ไม่ให้บอกว่าไง”

“ไม่ให้บอกว่าแม่ไม่สบาย เดี๋ยวคุณยายเป็นห่วง”

“แล้วแม่อยู่ไหน”

“อยู่โรงพยาบาลที่เดียวกับคุณยายแหละครับ”

“ตั้นพูดจริงรึเปล่าลูก” จินดาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“จริงครับ คุณยายครับ ตั้นคิดถึงแม่ ตั้นอยากไปนอนกับแม่” ไตรตั้นเริ่มร้องไห้

จินดาดึงหลานมากอดปลอบ พรุ่งนี้ตนจะพาไปหาแม่ น้ำตาเธอคลอเบ้าด้วยความเป็นห่วงลูกสาวจับใจ

“แดง...นี่ลูกเป็นอะไรเนี่ย”

ตอนที่ 10

ข้าวตูทำอาหารที่เป็นของชอบของธีระทั้งนั้น เขากลับมาด้วยสีหน้าเศร้าๆไม่อยากทานอะไร เธอรีบถามว่ามีเรื่องอะไรอีก

“แม่ไล่พี่ออกมา แกบอกไม่อยากเห็นหน้าพี่”

“อย่าหาว่าตูพูดแรงนะคะ ถ้าแม่พี่ธีเขาต้องการอย่างงั้นจริงๆ ตูว่าพี่ธีก็ควรปล่อยเขาไปแล้วก็กลับมาใช้ชีวิตปกติของพี่ธี”

“แต่แม่พี่กำลังเป็นอัมพาตนะตู พี่คงทำยังงั้นไม่ได้”

“พี่ธีอย่าลืมนะคะ แม่พี่เขาเป็นฝ่ายไม่ต้องการพี่ธีนะคะ”

“แกทำไปเพราะอารมณ์โกรธน่ะ”

“แล้วเราต้องไปแคร์เขาทำไมล่ะคะ”

“แต่เขาเป็นแม่พี่นะตู” ธีระขึ้นเสียง

ข้าวตูชะงัก “ตูขอโทษค่ะ ตูไม่น่ายุ่งเรื่องนี้เลย”

ธีระรู้สึกตัวรีบคว้าแขนข้าวตูมาอธิบาย “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะ พี่รู้ว่าแม่พี่ผิด เพียงแต่จะให้พี่หันหลังให้แก พี่ทำไม่ได้หรอกนะ เพราะแกเป็นแม่พี่”

ข้าวตูฝืนยิ้ม รับปากจะไม่พูดเรื่องนี้อีก ธีระตัดบทชวนกินข้าว...แต่แล้วในคืนนั้น ข้าวตูก็ได้ยินธีระพูดโทรศัพท์กับแดงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“พี่แดง ไม่ใช่ว่าผมไม่ห่วงแม่นะ นี่ผมก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนกันนะ ผมกำลังจะขอลาพักร้อนเพื่อที่จะอยู่ช่วยแม่ทำกายภาพ...ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะไปคุยกับหมอแทนพี่ก็ได้”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น พยาบาลพาจินดามาทำกายภาพเสร็จพอดี ไตรตั้นวิ่งเข้ามาหา อ้อนว่าคิดถึงยาย เธอลูบหัวหลานพลางพยักหน้าอย่างเอ็นดู แดงกับกบยืนมองอยู่ห่างๆ ดีใจที่แม่ไม่โกรธหลานไปด้วย และหวังว่าวันหนึ่งแม่จะให้อภัยพวกตน
แดงรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆมาหลายวันจึงบอกกบ เขาให้เธอไปให้หมอตรวจเดี๋ยวนี้ ตนจะดูลูกเองแล้วพบกันที่ห้องจินดา...กบเดินมาถึงหน้าห้อง ยืนมองผ่านช่องกระจกเห็นไตรตั้นนวดให้ยาย จึงไม่อยากเข้าไปกวน ธีระมาถึงลังเลว่าตนควรเข้าไปหาแม่ดีไหม กบให้ลองดู เขาจึงเปิดประตูเข้าไป พอจินดาเห็นหน้าก็เมินหนี ไตรตั้นสวัสดีน้าธีแล้วชวนมานวดยายด้วยกัน

“ได้เลย มา ให้น้านวดตรงไหน”

ไตรตั้นให้ธีระนวดขา เขานวดแล้วถามแม่ว่าเจ็บไหม เธอทำหน้าเย็นชา เขาบีบนวดไปเรื่อยแล้ว

ถามซ้ำอีกครั้ง จินดาส่ายหน้ามองค้อนๆ เขาดีใจที่แม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ

“ถ้าแม่ทำกายภาพทุกวัน แม่ก็จะกลับมาเดินได้เหมือนเดิม”

ไตรตั้นไชโยบอกว่าจะมานวดยายทุกวัน จินดาลอบมองลูกชายกับหลานยิ้มๆ

ooooooo

ข้าวตูรู้สึกเหงา ออกมานั่งทานอาหารนอกบ้านคนเดียว เผอิญเอกมากับเพื่อนๆจึงเข้ามาทักทาย และถามถึงความสัมพันธ์ของเธอกับธีระ เมื่อไหร่จะแต่งงาน เธอหน้าเจื่อนๆตอบว่าแม่เขาไม่ค่อยสบาย ยังไม่รู้จะได้แต่งเมื่อไหร่ เอกถามว่าธีระขอหรือยัง เธอพูดทีเล่นทีจริง

“พี่เอกบอกเขาให้หน่อยสิ”

“ได้...ถ้าพี่เจอที่จะบอกให้ ถ้าขืนชักหน้าพี่ตัดหน้าขอก่อนว่ากันไม่ได้นะ”

“ได้เลย ถ้าพี่ธีไม่ขอ ตูจะแต่งกับพี่เอก”

“พูดจริงนะ แต่ไม่มีทาง ธีไม่มีวันปล่อยให้ตูหลุดมือหรอก แต่พี่จะให้คำแนะนำอย่าง บางทีผู้ชายก็ทำงานยุ่งจนลืม เราเป็นผู้หญิงก็ถามซะเลยว่าเมื่อไหร่จะแต่งงานกับฉัน”

ข้าวตูเกรงฝ่ายชายจะหาว่าตนอยากแต่ง เอกยุว่ามันเป็นความจริง เธอจึงตัดสินใจจะทำตามที่เอกแนะนำ

ooooooo

ธีระดูแลปรนนิบัติจินดาทั้งวันจนเธอเริ่มใจอ่อน ยิ้มให้บ้าง...ธีระ กบ และไตรตั้นนั่งรอแดงกลับจากตรวจร่างกาย เธอเดินหน้าเศร้ามา กบรีบถามหมอ บอกว่าอย่างไร

“หมอบอกฉันเป็นเนื้องอกที่สมอง”

กบตกใจ ธีระรีบถามว่าเนื้อดีหรือเนื้อร้าย แดงน้ำตาไหลเอ่ยเสียงสั่นเครือว่า

“ยังไม่รู้ พรุ่งนี้หมอนัดให้มาผ่าตัด ทำไมต้องเป็นฉัน ฉันยังไม่อยากตาย”

กบเข้ากอดปลอบภรรยาให้ใจเย็น ธีระบอกว่าเพื่อนตนก็เป็น ผ่าตัดแล้วไม่เป็นอะไร ไตรตั้นโผกอดแม่ถามว่าแม่ร้องไห้ทำไม ธีระมองภาพครอบครัวพี่สาวอึ้งๆ นี่มันอะไรกันนักหนา

เมื่อธีระกลับมาบ้านข้าวตู กบโทร.ตามมาขอให้ช่วยส่งไตรตั้นไปโรงเรียนวันพรุ่งนี้ เพราะตนจะพาแดงไปโรงพยาบาลแต่เช้า และให้ช่วยถามว่าเพื่อนเขาที่ป่วยเหมือนกัน ผ่าตัดที่ไหน เขารับคำแล้วรีบกดโทร.หาเพื่อน ในระหว่างนี้เองข้าวตูออกมาทัก

“อ้าว ทำไมกลับมาเงียบๆล่ะคะพี่ธี นี่คืนนี้ตูจองที่ทานข้าวไว้ที่โฟร์กาซองนะ”

ธีระยิ้มรับ ข้าวตูจึงบอกว่าจะออกไปสระผมให้เขาอยู่คนเดียวไปก่อน เธอเห็นเขาหน้าเครียดจึงถามว่ามีเรื่องอะไรอีกไหนบอกว่าแม่ยอมคุยด้วยแล้ว เขาไม่อยากเล่าเรื่องแดงให้หนักใจไปด้วย จึงปัดว่าเหนื่อยนิดหน่อย ข้าวตูเข้ามาบีบนวดไหล่ให้และว่าตนไม่ไปสระผมแล้ว ที่จะไปเพราะเห็นว่าคืนนี้เป็นคืนพิเศษสำหรับเรา เขาถามว่ามีอะไรบอกตอนนี้เลยก็ได้

“บอกตอนนี้มันไม่โรแมนติก”

ธีระดึงเธอเข้ามากอด “บอกตอนนี้เถอะ พี่จะได้หายเครียด”

“วันนี้ตูเจอพี่เอก พี่เอกเขาถามว่าเมื่อไหร่ตูจะแต่งงาน ตูก็เลยบอกว่าพี่ธีไม่ขอซะที พี่เอกแนะนำให้ตูถามพี่ธีเลยว่าจะขอตูแต่งงานเมื่อไหร่...ว่าไงคะ เมื่อไหร่ดี”

ธีระทำหน้าหนักใจ ข้าวตูทำเป็นพูดว่าให้แม่หายก่อนก็ได้ ประมาณปลายปีดีไหม ตนจะได้เตรียมงาน เขาทำท่าอึดอัดใจ ก่อนจะโพล่งออกมา

“พี่จะบอกตูว่าเราไม่แต่งได้มั้ย อยู่กันแบบนี้ แค่นี้พี่ก็มีความสุขแล้ว”

“หมายความว่าพี่ธีจะไม่แต่ง” ข้าวตูหน้าเสีย

“ไม่ใช่ไม่แต่ง ตูก็รู้ว่าถ้าแต่งไปแม่พี่ก็ยิ่งโกรธ ตอนนี้แม่ก็ดีขึ้นกับพวกพี่แล้วนะ”

“ก็ได้ค่ะ ไม่แต่งก็ได้ งั้นตูขอไปสระผมก่อนนะ” เธอลุกขึ้น ธีระรีบถามว่าไม่โกรธใช่ไหม เธอฝืนยิ้ม “ไม่โกรธค่ะ จะโกรธพี่ธีได้ยังไง ก็พี่ธีไม่ได้เป็นคนไม่อยากแต่งนี่คะ เป็นเพราะแม่พี่ธีต่างหากที่ไม่อยากให้เราแต่งกัน”

“พี่ขอบใจจริงๆที่ตูเข้าใจความรู้สึกพี่”

ข้าวตูยิ้มให้เขา แล้วเดินออกไปทั้งน้ำตา และเมื่อหันกลับมามองก็ยิ่งน้อยใจ...เห็นเขากดโทรศัพท์ไม่สะทกสะท้านอะไร

ooooooo

ระหว่างที่กบส่งแดงเข้าห้องผ่าตัดแล้วนั่งรอหน้าห้อง ธีระมาป้อนข้าวจินดา พยาบาลเข้ามาวัดความดัน ชมว่าเพราะมีลูกชายมาป้อนข้าว ทำให้คนไข้ทานข้าวได้มากขึ้น

“ถ้างั้นผมจะมาป้อนข้าวแม่ทุกมื้อเลย”

“อิจฉาคุณป้าจริงๆ มีลูกชายน่ารักขนาดนี้ จะไปหาที่ไหนได้” พยาบาลยิ้ม เก็บของออกไป

เผอิญข้าวตูกำลังจะออกจากบ้าน แต่ลืมกุญแจบ้านและกุญแจรถไว้ในรถธีระ จึงโทร.หา...จินดากำลังถามถึงแดง ธีระโกหกว่างานยุ่ง วันนี้มาเยี่ยมไม่ได้ มือถือเขาดังขึ้น เห็นชื่อข้าวตู เขาไม่อยากให้แม่โกรธอีกเลยปิดเครื่อง ข้าวตูงง พยายามโทร.ใหม่แต่ไม่มีสัญญาณ จินดาถามลูกชายว่าใครโทร.มา เขาอ้างว่าที่ทำงาน เธอจึงว่างานยุ่งก็ไม่ต้องอยู่กับตน

“ไม่หรอกครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญกับผมมากกว่าแม่หรอก” ธีระจับมือแม่อย่างเอาใจ

ข้าวตูฝากข้อความถึงธีระ แล้วโทร.บอกเพื่อนๆ ว่ายังไปหาไม่ได้ เธอกลับเข้ามาในบ้าน ให้บังเอิญไฟดับอีก จึงไปดูที่คัตเอาต์ ดันสวิตช์ขึ้น ไฟช็อตพรึ่บ เธอตกใจมากรีบเอาผ้าห่มตะปบดับไฟ แล้วโทร.หาธีระอีกครั้งแต่เขาปิดเครื่อง

ธีระกับกบมารอแดงหน้าห้องผ่าตัด ท่าทางกบกังวลใจที่แดงเข้าไปนานหลายชั่วโมง นึกได้ถึงเวลาต้องรับลูก จึงขอให้ธีระไปรับแทน ธีระเดินออกมากดโทรศัพท์หาข้าวตู เธอรับสายอย่างหงุดหงิด ธีระเอ่ยขอโทษที่โทร.กลับมาช้า

“นี่พี่ธีทำอะไรอยู่ ปิดเครื่องตั้งสามสี่ชั่วโมง ตูมีธุระสำคัญจะพูดด้วย” เธอโวยทันที

“ขอโทษ พี่อยู่กับแม่ ตูมีเรื่องสำคัญอะไร”

“ตูลืมกุญแจรถกับกุญแจบ้านไว้ในรถพี่ธี แล้วที่สำคัญคัตเอาต์ไฟดันช็อต ไฟลุกด้วย”

ธีระรีบถามเธอเป็นอะไรหรือเปล่า เธอบอกว่าดับไฟทัน และขอให้เขาเอากุญแจมาให้ตอนนี้ เขาเอ่ยขอโทษต้องไปรับไตรตั้นก่อนแล้วจะไปหา ข้าวตูเริ่มโกรธและน้อยใจ

“ได้มั้ยตู” ธีระถามย้ำ

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ธีไม่ต้องมาแล้ว กว่าพี่จะมาก็มืดพอดี ตูไม่ออกไปไหนแล้ว แค่นี้นะคะ”

ธีระรู้สึกได้ว่าเธอโกรธจึงถอนใจ ทำไมต้องมาลืมวันนี้ด้วย...ส่วนข้าวตูนั่งน้ำตาไหลทั้งโกรธทั้งน้อยใจบ่นกับตัวเอง

“แม่ พี่สาว หลาน แล้วค่อยเป็นเรา นี่เราต้องเป็นคนสุดท้ายของพี่ธีงั้นหรือ”

ooooooo

ธีระพาไตรตั้นมาส่ง แกวิ่งเข้าไปกอดแดงซึ่งนอนมีผ้าพันรอบศีรษะอยู่บนเตียง พร่ำถามว่า แม่เป็นอะไร แดงตอบว่าแม่ไม่สบาย กบเตือนลูกอย่ากวนแม่ ให้แม่ได้นอนพัก แดงหันมาบอกธีระอย่าบอกจินดาว่าตนผ่าตัด เขาพยักหน้ารับ กบพาไตรตั้นเดินออกมากับธีระ

เมื่อพ้นประตูห้อง ธีระรีบถาม “หมอบอกว่าไงพี่กบ”

“หมอบอกว่าต้องรอดูผลการตรวจชิ้นเนื้อก่อน”

“ทำไมผมถึงโชคไม่ดี แม่ก็เจ็บ พี่แดงก็มาป่วย ยังไงก็ขออย่าให้พี่แดงเป็นอะไรมากเลย”

สามคนพากันเดินออกไปหาข้าวทาน หลังจากนั้น ธีระกลับบ้านข้าวตู เห็นบ้านมืด จึงถามเธอว่าทำไมไม่เรียกช่างมาดู เธอบอกว่าช่างหมู่บ้านไม่อยู่

“แล้วไม่เรียกช่างที่อื่นล่ะ”

“ตูไม่รู้จักใครเลยค่ะ พี่ธีก็รู้ว่าตูเพิ่งกลับมาอยู่เมืองไทย”

“พี่ขอโทษ พี่ลืมไป แล้วคัตเอาต์มัน...”

“อย่าเพิ่งทำเลยค่ะ มันไหม้หมดแล้ว”

“แล้วทำไมตูไม่ออกไปข้างนอกแล้วให้พี่ไปรับ มานั่งทำไมมืดๆให้ยุงกัด”

“ตูไม่มีกุญแจบ้าน ถ้าตูออกไปแล้วคนมาขโมยของจะว่าไงคะ”

“จริงด้วย...พี่ขอโทษ วันนี้พี่ก็ยุ่งทั้งวัน ไป เราออกไปกินข้าวกันดีกว่า”

ข้าวตูไม่ไปบอกว่าสั่งพิซซ่ามาแล้ว เขาชวนเธอไปนอนที่คอนโดฯ เธอไม่ยอม

“นี่ตูโกรธพี่หรือ”

“ไม่ค่ะ ตูเพียงแต่รู้สึกว่า พี่ธีให้ความสำคัญกับตูน้อยไป”

ธีระจะอธิบาย เธอไม่ฟัง ระเบิดออกมาว่า “ใช่ค่ะ เรื่องของแม่ พี่สาว หลานพี่ พี่เขย สำคัญมากกว่าตูไงคะ”

“ไม่เอาน่า เอาล่ะพี่ขอโทษ พี่จะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ไปคอนโดฯพี่เถอะที่นี่ร้อนจัง”

“ตูไม่ไป ตูมาคิดดูแล้ว ตูว่าตูคงต้องยอมแพ้แม่พี่ธี”

“ไม่เอาน่าตู เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับแม่พี่ มันผิดที่พี่ ที่พี่ไม่เอากุญแจมาให้ตู”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ วันนี้ทั้งวัน ตูนั่งคิดถึงแต่เรื่องนี้ ตูโทร.หาพี่ธี แต่พี่ปิดโทรศัพท์เพราะอยู่กับแม่ กลัวแม่จะเสียใจ ตูก็เลยถามตัวเองว่าแล้วตูเป็นใคร แสดงว่าตู

ไม่มีความหมายกับพี่ธีเลย”

“ไม่น่าตู ตูมีความหมายกับพี่นะ เพียงแต่ตอนนี้...”

“พี่ต้องดูแลแม่พี่ก่อน ใช่ไหมคะ”

“แม่พี่ป่วยหนักนะตู” ธีระเริ่มเครียด

“กลับกัน ถ้าเมื่อเช้าตูโดนไฟช็อตแล้วโทร.หาพี่ธี พี่จะทิ้งแม่มาหาตูไหมคะ” ข้าวตูหยั่งเชิง

ธีระตอบว่าต้องมา แต่เธอไม่อยากเชื่อ เพราะเขายังต้องไปรับหลานก่อน เขารีบบอกว่าไตรตั้นอยู่โรงเรียนคนเดียว กบต้องรอแดงเข้าผ่าตัด จึงวานตนไปรับแทน

“ก็นี่ไง สรุปว่าเรื่องของตูไม่สำคัญ”

“นี่ตูต้องการอะไรจากพี่เนี่ย”

ข้าวตูส่ายหน้าไม่ต้องการอะไร ให้เขากลับไปเสีย เขาไม่ยอมปล่อยให้เธออยู่คนเดียว เธอจึงแกล้งทำเป็นรับโทรศัพท์จากหมอแจ้งว่าแม่กำลังจะตายให้เขารีบไป

“นี่ไงพี่ธี ถ้าหมอโทร.มาแค่นี้ พี่ก็ทิ้งให้ตูอยู่คนเดียวได้แล้ว...กลับไปอยู่กับแม่พี่เถอะค่ะ ไม่ต้องมาสนใจตูอีกต่อไปแล้ว”

“เดี๋ยวตู นี่ตูต้องการจบกับพี่แค่นี้ใช่มั้ย” ธีระถามข้าวตูที่กำลังจะเดินขึ้นชั้นบน

“พี่ธีก็ลองเอาไปคิดดูเองแล้วกัน” ข้าวตูพูดจบเดินขึ้นไป

ธีระผงะถอยก่อนจะหันหลังก้าวเดินออกไปอย่างโกรธๆเช่นกัน...เขากลับมานั่งครุ่นคิดคำพูดทั้งหมดของข้าวตู สรุปความได้ว่าเป็นเพราะเรื่องแม่อีกแล้ว ตนควรไปขอโทษเธอ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ธีระขับรถมาจอดหน้าบ้านข้าวตู เดินลงมาพร้อมช่อดอกไม้ เขาต้องชะงักเมื่อเห็นป้ายขายด่วนแขวนไว้ เขาตกใจตะโกนเรียกเธอ โทร.หาเธอเท่าไหร่เธอก็ไม่รับ เขาจึงเอาช่อดอกไม้เสียบไว้ที่ประตูแล้วขึ้นรถขับไป

ข้าวตูมานั่งอยู่ริมทะเล มองมือถือที่ขึ้นชื่อธีระ คิดถึงวันที่เธอถามเขาว่าจะแต่งงานกันเมื่อไหร่ แต่เขากลับตอบว่าอยู่กันไปแบบนี้ก็มีความสุขดีไม่อยากทำให้แม่โกรธ เธอมองมือถืออีกครั้ง บอกกับตัวเอง “ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะยังไงแม่เขาก็ต้องมาที่หนึ่งเสมอ”

ธีระถอนใจที่ข้าวตูไม่ยอมรับสาย พลัน กบโทร.สวนเข้ามาขอให้ไปเฝ้าจินดา เพราะต้องพาแดงไปทำซีทีสแกน เขารับคำแล้วโทร.หาข้าวตูอีกครั้ง ก็ยังไม่รับสาย จึงไปโรงพยาบาล

พยาบาลพาจินดามาทำกายภาพ ธีระเดินเข้ามา เธอบอกว่ากำลังจะพากลับห้อง เขาจึงขอเข็นแม่เอง พยาบาลยิ้มให้อย่างปลื้มใจแทนจินดา...

ธีระดูแลปรนนิบัติแม่ จินดาถามถึงแดงเพราะไม่เห็นหลายวันแล้ว เขาแก้ตัวไปว่างานยุ่ง ลูกค้าสั่งของเข้ามามาก อีกไม่กี่วันก็มา

“ไม่เป็นไร แล้วลูกล่ะ”

“ผมมีบินพรุ่งนี้ พรุ่งนี้แม่อยู่กับพวกป้าช้อยนะ พี่กบจะพาหลานมาเยี่ยม”

ไม่ทันไรพวกช้อยเดินเข้ามา ธีระยกมือไหว้แล้วฝากดูแลแม่วันพรุ่งนี้ด้วยเพราะตนมีบิน สามคนฝากซื้อของกันใหญ่ เขารับคำแล้วลากลับ จินดามองตามหลังลูกอย่างอาลัย

“พี่จินอย่าไปโกรธลูกเลยนะ เขามาเยี่ยมเช้าเยี่ยมเย็น” ใหญ่เห็นสายตาจินดา

จินดาบอกว่าตนไม่ได้โกรธ ภาแซวงั้นที่เป็นอัมพาตนี่ก็แกล้งหรือ ใหญ่กับช้อยหัวเราะเห็นด้วย จินดาค้อนขวับ...

ธีระออกจากห้องแม่ ก็มาที่ห้องแดง กบยังนั่งเฝ้าข้างเตียง เขาทักพี่สาวเป็นอย่างไรบ้าง เธอบ่นปวดหัวนิดหน่อย แต่ยังเป็นห่วงถามอาการแม่ เขาตอบว่าดีขึ้นไม่ต้องห่วงใช้เวลาสักหน่อยถึงจะหาย เขากุมมือเธอ อย่ากังวลอะไร ดูแลตัวเองให้หายพร้อมกัน

จากนั้น ธีระก็กลับมาที่บ้านข้าวตู เห็นบ้านปิดไฟมืด ดอกไม้ก็ยังเสียบอยู่หน้าประตู เขาถอนใจกลับไป...

ooooooo

วันรุ่งขึ้นเขามาที่สนามบิน เห็นข้าวตูถือกระเป๋าเหมือนจะเดินทาง จึงให้ลูกน้องเข้าไปกันก่อน เขาเดินตามข้าวตูอย่างเร็ว

“ตู เดี๋ยวสิตู พี่โทร.ไปทำไมไม่รับสาย...ไม่เอาน่ะ อย่าทำอย่างนี้สิ พี่ขอโทษ”

“พี่ธีไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ตูทบทวนดูแล้ว ตูคิดว่าเราควรจะหยุดทุกอย่างไว้แค่นี้ ตูกำลังจะกลับอเมริกาค่ะ”

“ไม่เอาน่า ไหนตูเคยบอกว่าเข้าใจเรื่องแม่พี่ ไม่สนใจว่าแม่จะชอบหรือไม่ชอบตูไม่ใช่หรือ”

“ใช่ค่ะ ตูเคยบอก เพราะตอนนั้นตูคิดว่าปัญหามันอยู่ที่แม่พี่ธี แต่ตอนนี้ตูรู้แล้วว่า ปัญหามันอยู่ที่ตัวพี่ธีมากกว่า”

ตอนที่ 9

เช้าวันใหม่ จินดาตื่นขึ้นมาเรียกหาอรทั่วบ้าน เห็นเปิดประตูบ้านเข้ามาแถมอยู่ชุดเมื่อวาน กำลังจะโวยหายไปไหนทั้งคืน อรรีบแก้ตัวว่า เธอจำผิดและตนก็กวาดหน้าบ้านอยู่

จินดาให้โทร.ตามธีระ อรพยายามโทร.แต่ไม่มีคนรับสาย จินดาแปลกใจ อรแกล้งแขวะ

“เขาคงรำคาญน่ะค่ะคุณยาย หนูพูดจริงๆนะคะ หนูยังรำคาญเลย”

“เอ็งอย่ามาทำปากดีนะ ข้าจ่ายเงินเอ็งนะ ไม่ได้ให้เอ็งมาดูแลข้าฟรีๆไปเอายาตอนเช้ามา”

“จ้างสี่พัน ทำยังกะจ้างหมื่นนึง...คุณยายขา ยาหมดแล้วค่ะ” อรบ่นไปเปิดตู้ยาไป

จินดาเอ็ดทำไมไม่บอกล่วงหน้า อรเสียงอ่อยว่าลืม ให้เธอรอให้กินรวบยอดพรุ่งนี้ เดี๋ยวตนอาบน้ำแล้วจะออกไปซื้อมาให้ จินดามองอย่างไม่พอใจ...พลัน ธีระโทร.กลับมาถามว่ามีอะไรถึงโทร.หา จินดาค่อนขอด

“แหม เดี๋ยวนี้ต้องมีอะไรหรือ แม่ถึงโทร.หาลูกได้”

“ไม่ใช่ยังงั้นครับ พอดีผมกำลังยุ่งอยู่”

“ทำไมช่วงนี้ลูกยุ่งจังเลย แม่ถามกี่ครั้งก็บอกยุ่งๆอยู่ทุกครั้ง”

“งานมีปัญหาน่ะครับแม่ พรุ่งนี้ผมไปเยี่ยมแม่แล้วกันนะ” ธีระตัดบทเพราะเห็นข้าวตูถือกาแฟเข้ามา จินดาได้ยินเสียงคลื่น รีบถามว่าอยู่ที่ไหน เขาแก้ตัวว่าเสียงเครื่องยนต์

จินดาวางสายอย่างเหงาๆ...ธีระบอกข้าวตู พรุ่งนี้ตนต้องไปหาแม่ ให้เธออยู่ต่อ เสร็จธุระแล้วจะกลับมา เธอยิ้มอย่างเข้าใจ

วันรุ่งขึ้น สามเพื่อน ใหญ่ ภา และช้อยมาเยี่ยมจินดา เอาน้ำมนต์ของอาจารย์สมภพมาให้อาบกลางแสงจันทร์ คืนวันเพ็ญ จินดาตกใจคิดว่าให้แก้ผ้าอาบ ใหญ่ว่านุ่งผ้าอาบก็ได้แต่ภาแซว

“ฉันว่า ต่อให้ต้องแก้ผ้าก็ต้องทำนะพี่จิน ดีกว่าเสียลูกชาย”

“ใช่ เออพูดถึงกัปตันธี อาทิตย์ที่แล้วพวกเรายังไปเจอที่อยุธยาเลยนะ” ช้อยพลั้งปาก

จินดารีบถามว่าไปกับใคร ไปทำไม ใหญ่สาธยายว่าไปคนเดียว ไปทำอะไรไม่รู้ แต่พวกตนหน้าแตกเพราะทักคนผิด คิดว่าเป็นแฟนเขา เผอิญธีระเดินเข้ามา ช้อยทักหมู่นี้เจอกันบ่อยจริง จินดารีบซักถามไปอยุธยาทำไมไม่ชวนตน

ธีระชะงัก แก้ตัว “พอดีผมไปธุระแถวนั้น ก็เลยแวะไหว้พระ”

“เอ หรือไปกับผู้หญิงแล้วไม่อยากให้พวกป้าเห็นใช่มั้ยล่ะ” ใหญ่กระเซ้า

“คุณป้าก็เห็นนี่ครับว่าผมไปคนเดียว”

จินดามองอย่างสงสัย พวกใหญ่คุยกันหัวเราะหัวใคร่ เรื่องที่ทักคนผิด...หลังจากพวกสามสาวกลับ ธีระหลบมาคุยโทรศัพท์กับข้าวตูว่าตนกำลังจะไปหา

“ไม่ต้องรีบหรอกค่ะ อยู่คุยกับคุณแม่ก่อนเถอะ”

“พี่คุยกับท่านเสร็จแล้ว ตูอยากได้อะไรที่กรุงเทพฯ มั้ย”

“ไม่ล่ะค่ะ ขอแค่พี่ธีกลับมาหาตูก็พอแล้ว”

“งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ”

จินดาเดินมาเห็นลูกปิดโทรศัพท์จึงถามว่าคุยกับใคร ผู้หญิงหรือผู้ชาย ธีระเข้ากอดประจบตอบว่าคุยกับเพื่อนผู้ชาย ตอนนี้ตนไม่มีเพื่อนผู้หญิงแล้ว

“นี่ลูกพูดจริงหรือ”

“จริงสิครับ ผมบอกแม่แล้วไงว่าผมจะรักแม่คนเดียว...ผมไปนะครับ วันอาทิตย์ผมกลับจากบิน ผมจะมาหาแม่” ธีระถามแม่อยากได้ของฝากอะไร

“ไม่ล่ะลูก แค่ลูกบอกว่าลูกรักแม่คนเดียว แม่ก็ไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว”

ธีระลาแม่ จินดามองลูกชายขับรถออกไปอย่างแคลงใจว่าลูกคงไม่หลอกตน

ooooooo

ด้วยความรักทำให้ธีระกล้าที่จะโกหกแม่ เขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับข้าวตู จูงมือเดินเล่นริมทะเล ชมพระอาทิตย์ตก...กลับมากรุงเทพฯก็มักจะมาทำอะไรทานที่บ้านแดง ข้าวตูทำอาหารให้หลายประเภทให้ไตรตั้นยกมาให้ธีระกับกบชิม กบถึงกับออกปาก

“อืม อร่อยจริงๆไม่น่าเชื่อว่าข้าวตูจะทำกับข้าวเก่งนะ”

“ไม่ใช่แค่ยำนี่อย่างเดียวนะครับ ข้าวตูเขาทำได้ทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง” ธีระชื่นชม

กบเชียร์ให้เปิดร้านอาหารดีกว่าจะสมัครแอร์ ธีระบอกว่าเธอก็เคยปรึกษา และตนก็เห็นว่าดี กลับจากทำงานจะได้เจอกันทุกวัน กบเหล่ยิ้มๆ

“ในที่สุดนายก็สมหวังจนได้นะ ตอนแรกพี่คิดว่านายพลาดจากพิมแล้วจะไม่มีใครเหมาะสมกับนายอีก แต่พอมาเจอน้องอุ้ม เขาก็น่ารักไปอีกแบบ พอเจอน้องตู พี่ว่าคนนี้เพอร์เฟกต์เหมาะกับนายที่สุด”

“ทำไมครับ”

“ก็เขาไม่สนใจเรื่องแม่นาย เป็นสาวสมัยใหม่ เผลอๆ เอาเข้าจริง ถ้าแม่เจออาจจะกลัวเขา ยอมให้นายแต่งงาน ก็ได้นะ”

ธีระอยากให้เป็นอย่างที่กบพูด แดงยกอาหารมาตั้งโต๊ะ เรียกหนุ่มๆมาทาน ข้าวตูจูงไตรตั้นมานั่งรอท่า...

ต้มแซ่บกระดูกหมูของข้าวตูเป็นที่ถูกปากของทุกคน เธอจึงยกชามไปเติมในครัว แดงออกปากว่าอย่าปล่อยให้ข้าวตูหลุดมือ ธีระเสียงอ่อย

“พี่แดงพูดเหมือนกับว่าที่ผ่านมาผมเป็นต้นเหตุ งั้นล่ะ”

“ถ้าคุณแม่ยอมแบ่งให้คนอื่นรักธีบ้าง ป่านนี้มีหลานวิ่งกันยั้วเยี้ยแล้ว” กบพูดเล่น

“นี่พูดจริงๆนะ ทุกวันนี้ผมยังกลัวว่าถ้าแม่รู้ความจริงขึ้นมา ผมคงต้องเสียข้าวตูไปอีก”

แดงปลอบว่าไม่มีทาง พลันไตรตั้นโพล่งขึ้นมา “หวัดดีครับคุณยาย”

กบกับแดงเอ็ดหาว่าลูกอำ ไตรตั้นย้ำว่าจริง แล้วชี้มือไปหน้าร้าน ทุกคนหันไปตะลึง จินดาทักอยู่กันพร้อมหน้าเลย ธีระรีบถามแม่มาได้อย่างไร

“แม่ก็นั่งแท็กซี่มาน่ะสิ ตั้งใจมาหาแม่แดงเขา ไม่คิดว่าลูกจะมาอยู่ที่นี่ แล้ววันนี้วันเกิดใครหรือลูก ถึงทำกับข้าวกินกันเยอะแยะ”

ข้าวตูได้ยินเสียง ชะงักอยู่ในครัว ไตรตั้นบอกว่าเป็นวันเกิดตน จินดาจำได้ว่าไม่ใช่ แต่ใครจะเกิดก็ช่าง ตนขอทานด้วยคน จินดาลงนั่ง ไตรตั้นร้องห้าม

“คุณยายห้ามนั่งตรงนั้นครับ ที่น้าตูเขา”

แดงรีบปิดปากลูก จินดาขมวดคิ้วสงสัย ถามว่าข้าวตูมาด้วยหรือ ทุกคนยิ้มเจื่อนๆ ข้าวตูยกชามแกงเดินออกมาวางแล้วสวัสดี จินดาถามว่ามาทำไม

“เผอิญตูเขามาซื้อต้นไม้น่ะครับ พี่แดงก็เลยชวนเขากินข้าว” ธีระแก้ตัว

“ใช่ค่ะแม่ ช่วงนี้ตูเขาให้พี่กบออกแบบสวนให้เขาอยู่”

กบช่วยเสริมว่าใช่ๆ จินดาลงนั่ง ธีระเอาใจตักอาหารให้ลองชิม ไตรตั้นรีบบอกว่าอร่อยมากเป็นฝีมือข้าวตู ทุกคนหน้าซีด กบดึงลูกชวนไปซื้อน้ำแข็ง ไตรตั้นไม่วายตะโกนกลับมา

“คุณยายครับ คุณยายรู้รึยัง น้าตูกับน้าธีเขาเป็นแฟนกันแล้วนะ”

“ไตรตั้นพูดอะไรน่ะลูก” กบปิดปากดึงลูกออกไป

แดงรีบบอกจินดาอย่าไปฟัง หลานเพ้อเจ้อ ดูหนังมากไป จินดาโวย ริอาจโกหก

“แม่คะ แม่กำลังเข้าใจผิด หนูบอกแล้วไงว่าไตรตั้นพูดจาเลอะเทอะ”

“พอทีแดง แกนึกว่าฉันโง่งั้นหรือ ฉันเป็นแม่พวกแกนะ”

แดงสลดลง ข้าวตูทนไม่ไหวโพล่งขึ้น “ถูกต้องแล้วค่ะคุณป้า หนูกับพี่ธีรักกันค่ะ”

จินดาหันมาถามธีระ ข้าวตูให้เขาบอกความจริง เขาจึงยอมรับ จินดาผิดหวังอย่างมาก

“ไหนแกบอกแม่ว่าแกจะไม่รักใครนอกจากแม่”

“คุณป้าคะ หนูเข้าใจค่ะว่าคุณป้ารักพี่ธีมาก แต่หนูก็ไม่ได้มาแย่งพี่ธีไปจากคุณป้านะคะ”

“ไม่เกี่ยวกับเธอ” จินดาตวาด

“เกี่ยวสิคะ เพราะหนูกับพี่ธีต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าคุณป้าจะเห็นด้วยหรือไม่”

“เธอเอาสิทธิ์อะไรมากำหนดลูกชายฉัน”

“หนูไม่ได้กำหนดพี่ธีค่ะ แต่พี่ธีเขาเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับหนู หนูว่าคุณป้าอย่ากีดกันความรักของเราเลยค่ะ เพราะถึงยังไงวันนึง พี่ธีเขาก็ต้องใช้ชีวิตอยู่กับใครซักคน”

“ฉันรู้ แต่มันไม่ใช่วันนี้และไม่ใช่เธอ ฉันพูดแค่นี้เธอคงเข้าใจนะ”

“หนูเข้าใจค่ะ แต่หนูก็จะบอกให้คุณป้ารู้ ว่าหนูจะไม่มีวันเลิกรักพี่ธีเหมือนกัน”

“ถ้ายังงั้นก็คงต้องเป็นลูกแล้วธี ที่จะบอกผู้หญิงคนนี้ว่าลูกเลือกใคร” จินดาจ้องธีระ

ทุกคนลุ้นที่จะฟังคำตอบ ธีระมองแม่สลับกับ

ข้าวตู เขาอึดอัดและเสียใจมาก ลุกพรวดขึ้นเดินออกไป จินดาร้องเรียกให้กลับมา ข้าวตูวิ่งตาม เขาหันมามองเธออย่างอึดอัดใจ เสียใจจนพูดไม่ออก แล้วขึ้นรถขับออกจากหน้าร้าน ข้าวตูมองตามเศร้าๆ

กลับเข้ามาในร้าน จินดาจ้องหน้าข้าวตูอย่างโกรธแค้น เธอก็ไม่หลบตาเช่นกัน แดงขอโทษแม่ แต่จินดากลับสวนว่าไม่ต้องมาเรียกตนว่าแม่แล้วเดินออกไป

“เดี๋ยวสิแม่ ฟังแดงก่อน” แดงคว้ามือแม่

“แกไม่ใช่ลูกฉัน ฉันไม่มีลูกอย่างแก” จินดาปลดมือออกเดินไป

แดงน้ำตาไหลพราก ข้าวตูกล่าวเสียใจก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง...จินดาเดินออกมาเจอกบจูงไตรตั้น กลับมา เธอเล่นงานกบทันที

“แกก็อีกคน นับจากวันนี้ไปไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่”

ไตรตั้นมองยายเดินออกไปอย่างงงๆ ถามพ่อว่ายายโกรธใคร กบมองลูกชายแล้วกำชับ “พ่อว่าลูกควรจะหยุดพูดบ้างนะ” กบเดินเข้าไปกอดปลอบแดงซึ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่...

ooooooo

ธีระขับรถไปเรื่อยๆ สีหน้าเคร่งเครียด ครุ่นคิดเรื่องราวความรักของตนกับผู้หญิงที่ผ่านมา คำสุดท้ายที่พิมบอกตนคือให้เลือกระหว่างแม่กับเธอ...มาถึงอุ้มซึ่งเป็นคนที่รักพ่อแม่เหมือนกัน ยังทิ้งคำพูดไว้ให้ว่า จะแต่งงานกับตนเมื่อวันนั้นไม่มีแม่อยู่แล้ว และครั้งนี้ ตนยังต้องเลือกอีกระหว่างแม่กับข้าวตู เขารู้สึกเจ็บปวดใจอย่างมาก

ข้าวตูพยายามโทร.หาธีระ แต่เขาไม่รับสาย

เธอกระวนกระวายใจมาก...จินดาเดินเซื่องซึมเข้าบ้านไม่ยอมทานข้าวมื้อเย็น อรแซวไปเจอลูกหลานมา ดีใจจนทานอะไรไม่ลง จินดาตวาด

“แกหุบปากไปเลยนะ ต่อจากนี้ ห้ามเอ่ยชื่อนังแดงกับผัวมันในบ้านฉันเข้าใจมั้ย”

จินดาไล่อรไปให้พ้นหน้า เธองงทำอะไรผิด เดินออกมาสวนกับธีระที่เดินหน้าเศร้าเข้ามานั่งตรงหน้าจินดา เขากล่าวขอโทษ เธอลุกหนีเข้าห้อง ปล่อยเขานั่งเศร้าน้ำตาซึม...เวลาผ่านไปพักใหญ่ ธีระกลับออกมาขึ้นรถ จินดายืนมองอยู่ตรงหน้าต่างห้องน้ำตาไหลริน

ข้าวตูเห็นธีระกลับมาก็ดีใจโผกอด “พี่ธีเป็นไงบ้างคะ ตูขอโทษที่พูดกับแม่พี่ธีแบบนั้น”

“ตูไม่ต้องขอโทษหรอก พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษตู”

“แต่พี่ธีไม่ผิดนะคะ”

“ผิดสิ พี่ไม่น่าเอาตูมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”

“อย่าพูดยังงั้นสิคะพี่ธี ตูไม่ถือเรื่องคุณแม่หรอกค่ะ แล้วก็ไม่ได้เก็บมาคิดด้วย ตูเพียงแต่เป็นห่วงพี่ธี กลัว

พี่ธีจะตัดสินใจเลิกกับตู”

ธีระมองข้าวตูแล้วตัดสินใจบอก “จริงๆแล้วพี่ก็จะมาบอกตูว่าเลิกกับพี่ซะเถอะ”

“ไม่ค่ะ พี่ธีอย่าพูดยังงั้น ตูไม่มีวันเลิกกับพี่ธีเพราะแค่ปัญหาเรื่องนี้หรอกค่ะ”

“มันไม่แค่นี้หรอกตู ตูยังไม่รู้จักแม่พี่ดี ท่านจะทำทุกวิถีทางให้ตูทนไม่ได้”

“ไม่ค่ะ ตูทนได้ พี่ธีไม่ต้องห่วงตู พี่ธีก็อาจจะยังไม่รู้จักตูมากเท่าไหร่ ตูจะทำให้แม่พี่ธียอมรับตูให้ได้”

“แต่พี่คิดว่า...”

“ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ ขอแค่เรารักกัน เรื่องแค่นี้มันไม่ใช่ปัญหาหรอกค่ะ เชื่อตูนะคะ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ยิ้มหน่อยสิคะ ชีวิตมันเป็นเรื่องสบายๆอย่าเอามาเป็นปัญหา”

ธีระดึงข้าวตูมากอด เธอหอมแก้มเอาใจ จับเขานั่งลงดื่มน้ำให้สบายใจ แล้วย้ำ ทุกอย่างต้องดีขึ้น ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย

ต่างกับจินดาที่ปล่อยตัวเองผมเผ้ายุ่งเหยิง น้ำท่าไม่อาบ อรเอายามาให้ก็สาดทิ้ง แถมไล่อรออกไปไม่ต้องมานอนด้วย อรได้ทีเรียกคมสันต์มานอนในบ้าน

เช้าวันรุ่งขึ้น จินดาตื่นมาร้องเรียกอร แต่ไม่พบว่าอยู่ในห้อง จึงค่อยๆลงมาหา เห็นรองเท้าและเสื้อผ้าถอดทิ้งอยู่หน้าห้องนอนเล็กก็แปลกใจ แถมมีแก้วเบียร์และจานชามที่กินแล้ววางทิ้งไว้ เริ่มสงสัยว่าจะเอาผู้ชายเข้ามานอน เธอเปิดประตูผางเข้าไป เห็นอรนอนกอดกับผู้ชาย

“ว้าย คุณยายขา อย่าเพิ่งเข้ามาหนูโป๊ค่ะ” อรสะดุ้ง ตื่นตกใจ

“นี่แกกล้าดียังไง ถึงพาผู้ชายมานอนในบ้านฉัน”

อรอ้างว่า “ก็คุณยายไม่ให้หนูนอนกับคุณยายนี่คะ หนูไม่รู้จะไปนอนที่ไหน”

“แล้วทำไมพาผู้ชายเข้ามา”

“ก็หนูกลัวผีนี่คะ ไม่กล้านอนคนเดียว”

จินดาโกรธไล่อรออก อรไม่แคร์ปลุกคมสันต์พากันออกไป ก่อนไปยังพูดให้เจ็บแสบ “หนูจะบอกให้รู้นะ คุณยายจะต้องตายอยู่คนเดียวในบ้านหลังนี้ ลูกเต้าก็จะไม่มีใครมาดูแล”

จินดาโกรธเงื้อมือจะตบ อรขู่ถ้าตบจะแจ้งตำรวจจับ เธอจึงชะงักมองด้วยความเจ็บใจ

ooooooo

ธีระรู้เรื่องอรถูกไล่ออกจากแดง สองพี่น้องกลัดกลุ้มจะทำอย่างไรดี กบเสนอให้จ้างคนที่ศูนย์มาดูแล ธีระเกรงแม่จะไม่ให้เข้าบ้าน กบให้แดงไปเจรจากับแม่ก่อน แต่แดงรู้ว่าแม่ไม่ยอมเจอหน้าตนแน่ ธีระจึงให้ไปช่วยกันพูด ข้าวตูขอไปด้วยคน ธีระกับแดงห้ามพร้อมกัน ขอให้รออยู่ที่บ้านและฝากดูแลไตรตั้นด้วย เธอจึงได้แต่เอาใจช่วย

ถึงบ้านจินดา ทั้งธีระ แดง และกบค่อยๆเดินเข้าไป แยกย้ายกันหา ธีระเห็นในห้องนอนเละเทะ ทั้งแก้วน้ำและจานวางทิ้งไว้ ที่นอนไม่ได้เก็บ เขาเข้าไปดูในห้องน้ำไม่มีจินดา ก็ลงมาสมทบกับแดงและกบ ที่ต่างสำรวจทั้งบ้านแล้วไม่เจอเช่นกัน ทั้งสามตกลงจะออกไปตามนอกบ้าน แต่แล้วเห็นจินดาเข้าบ้านมา ในสภาพชุดนอน ผมเผ้ายุ่งเหยิง ถือถุงอาหารที่ออกไปซื้อเอง

“แม่ไปไหนมา มาครับผมช่วยถือ” ธีระเข้าไปช่วย

จินดาสะบัดมือออก ไม่พูดจา เดินผ่านกบกับแดงไป ทั้งสามหน้าเสียเดินตามขอโทษ ธีระจะช่วยแม่เอาอาหารใส่จานให้ เธอตวาด

“ไม่ต้อง พวกแกกลับไปได้แล้ว”

แดงร้องไห้ “แม่อย่าทำอย่างนี้สิ พวกเรารักแม่นะ ที่ทำลงไปก็เพราะว่า...”

“แกหยุดพล่ามได้แล้ว ฉันไม่อยากฟังเรื่องของพวกแก” จินดาตักข้าวใส่ปากไอสำลัก

ธีระรีบส่งทิชชูให้ เธอปัดทิ้ง โวยอย่ามาเรียกตนว่าแม่อีก แดงรำพัน “แดงผิดไปแล้ว แม่ยกโทษให้แดงด้วยเถอะ ธีขอโทษแม่สิ พี่กบขอโทษแม่”

ทุกคนขอโทษที่ผิดไปแล้ว จินดามองธีระ “ได้ ฉันจะยกโทษให้แก แต่แกต้องเลิกกับนังผู้หญิงคนนั้น” เห็นธีระนิ่ง เธอยิ่งโกรธ “ใช่สิแกเลิกกับมันไม่ได้หรอก เพราะแกรักมันมากกว่าฉัน ถ้างั้นพวกแกก็ไปซะ ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีกต่อไป”

แดงร้องไห้โฮจะตามจินดาที่ลุกเดินไป กบรั้งไว้ จินดาหันมาย้ำ วันที่ตนตายก็ไม่ต้องมาเผาผี เธอเข้าห้องปิดประตูปัง แดงร้องไห้หันมาถามกบจะทำอย่างไรดี กบแนะให้กลับไปปรึกษากันที่บ้าน

“แล้วเราจะปล่อยให้แม่อยู่คนเดียวหรือ”

“แต่ถ้าเรายังอยู่ แม่จะยิ่งไม่พอใจนะ เชื่อพี่กลับบ้านก่อน ไปธี” กบหันไปเรียกธีระ

“เดี๋ยวผมจะขึ้นไปคุยกับแม่ให้รู้เรื่อง”

“เชื่อพี่ ตอนนี้นายคุยยังไงแม่เขาก็ไม่ยอมรับหรอก นอกซะจากนายจะบอกแม่ว่านายจะเลิกกับข้าวตู”

ธีระอึ้งมองหน้าแดง เธอน้ำตาไหลพราก กบตบไหล่ปลอบเบาๆ ให้ทุกคนกลับ แดงกับธีระมองขึ้นไปข้างบนอย่างเสียใจก่อนจะเดินออกไป...จินดายืนมองตรงหน้าต่างห้อง ดูลูกๆขึ้นรถ น้ำตาเธอไหลอย่างโกรธเคือง ที่ลูกรักผู้หญิงอื่นมากกว่าตน

ooooooo

กลับมาที่บ้านแดง ซึ่งเป็นร้านขายต้นไม้ กบชงชาให้ทุกคนดื่ม ธีระอัดอั้นตันใจอย่างมาก เขาบอกพี่ๆว่า ตนไม่ยอมเลิกกับข้าวตู กบจึงบอกว่า ต้องปล่อยให้แม่อยู่คนเดียวซักพัก บางทีอาจจะคิดได้เอง แต่แดงไม่เชื่อว่าแม่ตนจะยอมแพ้ง่ายๆ

“แล้วแดงจะทำยังไง เราจะไปอยู่กับแม่ แม่ก็ไม่ยอมให้เราอยู่” กบถาม

แดงหันมองข้าวตู “ตู ถ้าพี่จะขอร้องให้ตูเลิกกับธี เพื่อเห็นแก่ครอบครัวพี่ได้มั้ย”

“ทำไมพี่แดงพูดอย่างนั้น” ธีระตกใจ

“แกไม่ได้ยินที่แม่พูดหรือ ถ้าแกไม่เลิกกับข้าวตู แม่จะไม่มีวันยกโทษให้พวกเรา”

“แต่มันต้องไม่ใช่วิธีนี้”

“แล้วมันมีวิธีไหนอีก แกบอกพี่ซิ”

“เอาล่ะค่ะพี่แดง ตูว่าอย่าเพิ่งเถียงกันเลยค่ะ ขอตูไปคุยกับคุณแม่พี่แดงหน่อยได้มั้ย”

“พี่ว่าอย่าเลย ยิ่งไปแม่จะยิ่งโกรธ หาว่าพวกเราลองดีนะ” กบแย้ง

“แต่ลองให้ตูไปคุยก่อนได้มั้ยคะ บางทีวิธีของตูอาจจะทำให้คุณแม่เข้าใจก็ได้”

ธีระถามจะใช้วิธีไหน ข้าวตูขอไม่บอก ถ้าสำเร็จแล้วจะเล่าให้ฟัง ทุกคนสบตากันไปมา ธีระตัดสินใจไม่ลองก็ไม่รู้ ทั้งกบและแดงจำยอม...

ขณะที่จินดานั่งอยู่กลางห้อง รู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามา เธอคิดว่าเป็นธีระกลับมาง้อ จึงบอกไปว่า ถ้าไม่เลิกกับผู้หญิงก็ไม่ต้องกลับมาหาตน

“หนูเองค่ะคุณป้า”

จินดาหันขวับมามอง เห็นเป็นข้าวตูยิ่งโกรธ “นี่หล่อนกล้าดียังไงถึงบุกเข้ามาในบ้านฉัน”

“หนูเพียงแต่จะมาอธิบายให้คุณป้าเข้าใจในความรู้สึกของหนูกับพี่ธี”

“ฉันไม่อยากฟัง เธอกลับไปได้แล้ว”

“หนูไม่กลับค่ะ จนกว่าคุณป้าจะยอมรับในความรักที่หนูมีต่อพี่ธี”

“รักหรือ เธอเพิ่งรู้จักลูกฉันได้สามสี่เดือน เธอก็คิดจะมาแย่งเขาไปจากฉัน”

“คุณป้าคะ ปีนี้คุณป้าอายุเท่าไหร่คะ”

“มันเกี่ยวอะไรกับเธอ”

“คนเราเนี่ย ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอกนะคะ คุณป้าลองคิดดูสิคะ ถ้าวันนี้คุณป้าเกิดตายขึ้นมา คุณป้าจะกีดกันพี่ธียังไงเพื่อไม่ให้รักผู้หญิงคนอื่น”

จินดาเต้นผางหาว่าแช่ง ข้าวตูรีบบอก “หนูไม่ได้แช่งค่ะ หนูแค่เตือนสติคุณป้า คุณป้าไม่สามารถเก็บพี่ธีไว้ในอ้อมอกได้ตลอดชีวิตหรอกค่ะ”

“ไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน ฉันจะตายหรือไม่ตายฉันก็ไม่มีวันยอมให้ลูกชายฉันมารักกับเธอ”

“ถ้ายังงั้นหนูคิดว่า คุณป้าเตรียมตัวตายได้เลยค่ะ เพราะพี่ธีเขายืนยันว่าเขาจะไม่มีวันเลิกกับหนู” ข้าวตูพูดจบเดินออก

จินดาตะโกนไล่หลัง “ไม่จริง ลูกฉันจะไม่มีวันรักผู้หญิงคนไหนมากกว่าแม่ของเขาหรอก” จินดาทรุดลงร้องไห้รำพัน “ธี แม่รู้ว่าลูกรักแม่ ลูกจะไม่มีวันรักผู้หญิงคนไหนมากกว่าแม่ ใช่มั้ยลูก”

ข้าวตูเดินอมยิ้มกลับมา ธีระรีบถามแม่ว่าอย่างไรบ้าง กบร้องบอกแดงว่าข้าวตูกลับมาแล้ว ทุกคนรอฟัง ข้าวตูยิ้มให้ทุกคน “ตูยังตอบตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะ คงต้องปล่อยให้ท่านคิดสักพัก ถ้าท่านเข้าใจที่ตูบอก ท่านก็จะยอมให้พี่ธีรักกับตู”

ธีระถามข้าวตูบอกแม่ไปว่าอย่างไร เธอตอบว่า “ตูบอกให้ท่านรู้ว่า คนเราเกิดมาก็ต้องตาย ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า”

สีหน้าทุกคนอึ้ง ธีระสบตากับแดงอย่างหนักใจมากกว่าเดิม

ooooooo

หลังจากวันนั้น ธีระก็ทำงานด้วยความรู้สึกหนักใจ เป็นกังวลเรื่องแม่ แดงกับกบก็มาชะเง้อหน้าบ้านจินดาแต่ไม่กล้าเข้าไปหา จึงส่งไตรตั้นเข้าไปอ้อนคุณยาย สอนให้พูดกับจินดาว่ารักและคิดถึงยายมาก มากกว่าพ่อแม่อีก แต่พอไตรตั้นบอกจินดา เธอกลับย้อนว่า

“ใช่สิ ตอนนี้แกยังเด็ก แกยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แกก็รักพ่อกับแม่ วันนึงที่แกโตมีเมีย แกก็จะไม่รักพ่อกับแม่แกแล้ว”

“รักนะครับ”

“ครั้งนึงน้าแกมันก็พูดอย่างนี้ แต่วันนี้มันก็ไปรักผู้หญิงอื่น”

“ใช่ครับ ตั้นก็ว่าน้าธีเขาต้องรักน้าตูมากกว่าคุณยาย” ไตรตั้นพูดไปตามประสาเด็ก

จินดาโกรธไล่หลานกลับไป ไตรตั้นออกมาหากบ กับแดงที่รออยู่หน้าบ้าน และบอกว่าคุณยายไม่ให้กลับมาที่นี่อีก ทั้งสองหน้าเจื่อน

ระหว่างที่ธีระทำงานอยู่ต่างประเทศ เขาโทร.ถามไถ่แดงว่าแม่เป็นอย่างไรบ้าง แดงถอนใจบอกว่าแม่ไม่ยอมรับโทรศัพท์ แถมสั่งห้ามพวกตนเข้าบ้าน ธีระอ่อนใจ

“หมายความว่าเรื่องที่ข้าวตูไปพูดก็ไม่มีประโยชน์”

แดงขอให้ธีระตัดสินใจเลิกกับข้าวตู เพราะผู้หญิงมีอีกมาก แต่แม่มีคนเดียว เขาไม่ยอมและยืนกรานไม่มีวันเลิกกับข้าวตู แดงต่อว่าน้องใจร้ายจะปล่อยให้แม่ตาย ธีระไม่อยากเถียงจึงวางสายไป กบเข้ามาเตือนแดง ควรเคารพในการตัดสินใจของน้อง แดงโวยหาว่าเพราะไม่ใช่แม่เขา กบจึงย้อนถาม ถ้าแม่ตนให้ตนต้องเลือกบ้าง เธอจะยอมให้ตนเลิกแล้วกลับไปอยู่กับแม่ไหม แดงส่ายหน้าน้ำตาพรั่งพรู กบดึงแดงเข้ามากอดปลอบ

ธีระกลับจากต่างประเทศ ถือข้าวของเข้ามาในบ้านข้าวตู เธอดีใจเข้ามากอดอ้อนว่า คราวหน้าไปหลายวันแบบนี้ ให้ตนไปด้วย ธีระตอบว่าตนกำลังจะบอกอยู่พอดี

“รักพี่ธีที่สุดเลย...วันนี้ตูทำชีสเค้ก ลองหน่อยนะคะ” ข้าวตูวิ่งไปหยิบเค้กมาวาง

ธีระชิมแล้วชมว่าอร่อย แหย่ว่าซื้อมาแน่ๆ ข้าวตูใช้นิ้วเขี่ยเค้กที่เลอะปากเขายิ้มๆแล้วบอกว่า วันหลังจะทำให้ดู ธีระดึงเธอมากอดอย่างหมั่นเขี้ยว

ooooooo

และแล้ว ใหญ่ ภา และช้อยแวะมาหาจินดา เพียงก้าวเข้ามาในบ้านก็ได้กลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ว บ้านช่องเละเทะ พื้นเปียกปัสสาวะ บนห้องนอนมีทั้งคราบปัสสาวะ และอุจจาระเหม็นตลบ ช้อยเข้ามาล้างมือในห้องน้ำ พบจินดานั่งคอพับหมดสติอยู่บนโถส้วมก็ตกใจร้องบอกเพื่อนๆ

ระหว่างนั้น ธีระนอนเล่นเกมอยู่กับข้าวตู แดงโทร.ตามให้มาโรงพยาบาลด่วน หมอบอกว่าแม่ช็อกน้ำตาลขึ้นสูงมาก หัวใจเต้นผิดปกติ ธีระตกใจรีบไปพร้อมข้าวตู...มาถึง พบแดง กบ และพวกป้าใหญ่หน้าห้องพิเศษ หมอวิชิตกำลังตรวจเช็กอาการจินดาร่วมกับหมอลลิตา

ใหญ่ ช้อย และภาต่อว่าธีระและแดงที่ปล่อยแม่อยู่ตามลำพังจนเจ็บหนักปางตาย กบแก้ตัวแทน “เราไม่ได้ทิ้งหรอกครับคุณป้า แต่คุณแม่ไม่ยอมให้พวกเราเข้าบ้าน”

ทั้งสามรุมต่อว่าแดงกับธีระ จะอย่างไรก็ตาม เป็นลูกจะปล่อยแม่แบบนี้ได้อย่างไร ภาเหลือบเห็นข้าวตู จำได้ว่าคือชาวต่างชาติที่พบที่อยุธยา จึงถามว่าตามธีระมาถึงนี่เชียวหรือ

“หนูเป็นแฟนกัปตันธีค่ะ”

สามคนตกตะลึง ธีระยอมรับว่าใช่ ทั้งสามจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมจินดาจึงน้ำตาลขึ้นสูง และไม่คิดว่าครั้งนี้จะแกล้ง คุณหมอออกมา ทุกคนกรูเข้าถามอาการ

ตอนที่ 8

ทั้งกบและแดงหันมาสนใจฟังคำถามของข้าวตู ที่จะถามธีระ และเขาก็สัญญาจะพูดความจริง ข้าวตูถามว่าเขาชอบผู้หญิงแบบไหน ธีระตอบว่าไม่มีสเปก ถ้าเจอแล้วชอบก็ชอบ

“แล้วอย่างข้าวตูล่ะคะ พี่ธีเจอแล้วชอบมั้ยคะ” ข้าวตูมองเขาอย่างท้าทาย

“ไม่ชอบ...” ทุกคนที่ลุ้นคำตอบ อ้าปากค้าง

แดงสงสารรีบแก้สถานการณ์ยกหมูย่างมาวางให้ กบชิมแล้วชมว่าอร่อยมาก เรียกข้าวตูกับธีระมาลอง ข้าวตูหน้าเสียขอตัวเดินออกไป กบกับแดงหันมาจ้องธีระ เขามีสีหน้าเรียบเฉย

“ทำไมพูดยังงั้นล่ะธี ตูเขาเป็นเด็กสาว พูดแบบนี้เขาเสียใจแล้วก็อายนะ”

กบให้ธีระไปขอโทษข้าวตู เขาแย้งว่าตนพูดความจริง กบอธิบายว่าใช่ แต่ไม่ควรพูดต่อหน้าคนอื่น แดงรู้จักน้องชายดีจึงโพล่งขึ้น

“พี่ว่าแกไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นหรอก แกแค่กันไม่ให้เขาเข้ามาในชีวิตแกเท่านั้นเอง”

“พี่แดงจะมารู้ดีกว่าผมได้ยังไง”

“ฉันรู้สิ เพราะแกไม่ใช่คนไม่มีมารยาทแบบนี้”

ธีระอึ้งรู้สึกผิดลุกตามข้าวตูไป ไตรตั้นบอกพ่อว่าข้าวตูชอบตนมากกว่าธีระ แดงกับกบส่ายหน้าระอา ความแก่แดดของลูกชาย...ข้าวตูออกมายืนมองดาว น้ำตาไหลริน ธีระตามมาหยุดมองข้างหลัง ลังเลที่จะเข้าไปหา สุดท้ายตัดสินใจหันกลับเข้าบ้าน

วันรุ่งขึ้น ธีระตื่นแต่เช้ามายืนเล่นริมลำธาร เขาขว้างหินร่อนลงน้ำ พลันมีคนขว้างหินร่อนตัดหน้า เขามองไปเห็นเป็นข้าวตู เขาหลบตาจะเดินเลี่ยง ข้าวตูเรียก

“อย่าเพิ่งหนีไปเลยค่ะ ตูมีเรื่องจะคุยกับพี่ธีหน่อย”

“พี่ต้องขอโทษเรื่องเมื่อคืนด้วยที่เสียมารยาท พูดแบบนั้นออกไป”

“ไม่เป็นไรค่ะ ตูชอบที่พี่ธีพูดออกมาตรงๆ”

ธีระดีใจที่เธอเข้าใจ เขาจะเดินไป ข้าวตูเรียกไว้อีก ให้ช่วยบอกว่าไม่ชอบตนตรงไหน ตนจะแก้ไข เขาหนักใจตอบว่าไม่มี เธอถามทันทีทำไมไม่ชอบตน

“คนเราถ้ามันไม่ชอบก็บังคับไม่ได้มั้ง”

“ขอบคุณพี่ธีมากค่ะที่พูดตรงๆ จากนี้ไป ตูจะไม่ตามตื๊อพี่ธีแล้วค่ะ” ข้าวตูน้ำตาซึม เดินจากไป ธีระมองตามด้วยความเสียใจ เขามองหินในมือก่อนจะปามันไปอย่างระบายอารมณ์

ooooooo

พอเห็นว่าจินดาป่วย ลูกๆ ก็ไปเที่ยวต่างจังหวัด อรถือโอกาสเอาคมสันต์มานอนในห้องนอนชั้นล่าง เผอิญจินดาลงมาตามหาไม่เจอ สงสัยไปแอบหลับที่ไหน จึงร้องเรียกแล้วเปิดประตูห้องเข้ามา

คมสันต์โดดหลบ อรออกมารับหน้า จินดาเอ็ดที่มาแอบหลับห้องนี้ พลันเห็นเงาคนในกระจก เธอโวยวายใครอยู่หลังประตู อรพยายามกัน เธอดันเข้าไปจนได้ คมสันต์โผล่หน้าออกมา อ้างตัวเป็นช่างแอร์ อรเออออว่า

แดงบ่นตอนมานอนค้างว่าแอร์เสีย ตนจึงเรียกช่างมาดู

“แล้วทำไมแกไม่บอกฉัน”

“ก็เมื่อกี้คุณยายอาบน้ำอยู่ข้างบน หนูก็เลยพาพี่เขามาดูก่อน”

จินดาถามว่าเป็นอะไร คมสันต์โกหกว่าท่อตัน ต้องกลับไปเตรียมเครื่องมือมาซ่อม เขาเดินออกไป จินดามองอย่างไม่ค่อยไว้ใจ อรรีบบอกว่าจะไปเตรียมอาหารให้...จินดาคิดถึงธีระ แต่โทร.หาบ่อยแล้ว จึงโทร. เข้าเครื่องแดงแทน ไตรตั้นรับสายพอรู้ว่าเป็นยายก็คุยจ้อ ว่าสนุกมากเลย ถ้ายายมาจะได้เจอกับแฟนตน จินดาแปลกใจตัวเท่านี้มีแฟน

“น้าข้าวตูไงครับ”

“หา...น้าข้าวตูไปด้วยหรือ”

“ใช่ครับ คุณยายจะพูดกับน้าตูมั้ยครับ” เผอิญข้าวตูเดินมา ไตรตั้นจึงเรียกมารับโทรศัพท์

ข้าวตูรับสายงงๆ จินดาบอกว่าตนเป็นแม่ธีระ เธอรีบสวัสดี จินดาพูดด้วยน้ำเสียงเคืองๆ

“ไม่ยักรู้ว่าหนูไปด้วย ตาธีเขาชวนไปหรือ”

“เปล่าค่ะ พี่แดงชวนมาค่ะ”

“แล้วตาธีเขาอยู่แถวนั้นมั้ย”

ธีระเดินมาพอดี ข้าวตูจึงเอามือถือไปยื่นให้ จินดา รีบถาม ทำไมไม่บอกว่าข้าวตูไปด้วย

“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมไม่ชอบเธอหรอก” ธีระพูดเบาๆ

“แม่ไม่ได้คิดยังงั้น ก็แค่ถามดู แล้วนี่จะกลับเมื่อไหร่”

ธีระตอบว่าพรุ่งนี้ จินดาทำเป็นบอกว่าคิดถึงจึงโทร.มา ก่อนวางสายยังถามย้ำว่าไม่คิดอะไรกับข้าวตูแน่หรือ ธีระถอนใจรับรองว่าไม่คิด สบายใจได้ จินดาวางสายยิ้มๆ อรแกล้งถาม

“คุณยายมีความสุขหรือคะ ที่เห็นคนอื่นไม่มีคู่”

จินดาตอบประชดว่าใช่ อรพึมพำ ใจร้ายจริงๆ จินดายิ้มกับตัวเองอย่างภูมิใจ

ooooooo

แดงกับข้าวตูช่วยกันยกอาหารมาวาง ให้ไตรตั้นไปตามธีระ มีรถจี๊ปเข้ามาจอดหน้าบ้าน กบชะเง้อมอง เห็นเอกเจ้าของบ้านลงจากรถ ทั้งสองทักทายกัน เอกสะดุดตาเมื่อเห็นข้าวตูสวัสดี

“ตูเขาเป็นเพื่อนรุ่นน้องแดงค่ะ พี่เอกเขาเป็นเจ้าพ่อวังน้ำเขียว” แดงรีบแนะนำทั้งสองคน

“แดงพูดอย่างนี้ ผู้หญิงเขาก็กลัวพี่หมดน่ะสิ นึกว่าพี่เป็นนักเลงหัวไม้” เอกท้วง

ธีระเดินออกมากับไตรตั้นเข้าร่วมทักทาย เอกชวนออกไปเที่ยวขับรถดูฝูงกระทิง ข้าวตูตื่นเต้น แต่แดงกับกบไม่อยากไป เอกหันมาชวนธีระ

“กัปตันล่ะ ไปด้วยกันมั้ย พาแฟนไปดูด้วยกัน”

ทุกคนชะงัก ข้าวตูรีบบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน สีหน้าเอกดีใจ เธอขอไปด้วย แดงห่วงอย่าไปเลย ข้าวตูสบตาธีระเห็นเขาเฉยๆ จึงรั้นจะไป เอกออกปากรับรองจะดูแลอย่างดี ท่าทางเขาตั้งป้อมจีบข้าวตู แดงถอนใจ เด็กโตเมืองนอกนี่ไม่กลัวอะไรเลย

ข้าวตูสะพายเป้เตรียมไปกับเอก กบกำชับเพื่อนดูแลเธอดีๆ เอกรับรองยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ธีระนั่งเฉยไม่สนใจ แต่พอเธอไปขึ้นรถก็แอบยืนมอง แดงเขม่นหมั่นไส้น้องชาย

ตกดึก แดงอดห่วงไม่ได้ โทร.ถามข้าวตูถึงไหนแล้ว ข้าวตูตอบว่าอยู่แคมป์กลางป่าสนุกมาก แถมบอกอีกว่าจะกลับพรุ่งนี้เช้า แดงตกใจ “นี่จะค้างในป่าเลยหรือ”

ธีระชะงักหันมอง กบให้แดงบอกข้าวตูกลับมาเถอะ มันอันตราย เธอกลับตอบมาว่า เอกยืนยันว่าปลอดภัย ธีระทนไม่ไหวบอกแดงไปว่า

“แต่เขาเป็นผู้หญิงนะ ผมว่าเขาไม่ควรจะไปค้างกับผู้ชาย”

แดงเห็นด้วยจึงบอกข้าวตู “ตู พี่ธีเขาบอกว่า เขาไม่อยากให้ตูค้างนะ”

“ฝากขอบคุณพี่ธีที่เป็นห่วงค่ะ แต่พี่เอกบอกว่า เขาจะนอนเฝ้าหน้าเต็นท์ให้ค่ะ แค่นี้นะคะพี่แดง เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”

“โอเคจ้ะ ระวังตัวด้วยแล้วกันนะ” แดงอ่อนใจ ธีระรอฟังคำตอบ “เขาบอกขอบคุณที่แกเป็นห่วง แต่พี่เอกเขาจะนอนเฝ้าหน้าเต็นท์ให้...แน่ะ ส่งรูปมาให้ดูด้วย”

แดงกดดูรูปที่ข้าวตูส่งเข้ามา เป็นภาพเธอถ่ายคู่กับเอกที่มีปืนพาดบ่า แถมโพสข้อความว่าพี่เอกมีปืนจะดูแลดุจดังเจ้าหญิง แดงเปรย “ท่าทางพี่เอกจะจีบยัยตูรึเปล่าเนี่ยพี่กบ...ดูสิธี”

แดงยื่นรูปในมือถือให้ธีระดู เขาอึ้งๆ กบกับแดงสบตากันอย่างกังวล...ไตรตั้นนอนหลับ แดงจะอุ้มไปนอน ธีระเข้ามาช่วย แดงจึงถาม

“แกไม่ชอบตูเขาจริงหรือธี”

“ก็ผมบอกไปแล้วไง”

“ทำให้แกผิดหวังอีก”

“ไม่ยักรู้ว่าเดี๋ยวนี้พี่แดงเป็นหมอดู มีซิกเซนส์รู้ความในใจผม”

“แกอย่าพูดบ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่น ถ้าแกจะชอบเขามันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะธี เพราะพี่เคยคุยกับข้าวตู เขาก็บอกว่าเขาไม่สนใจเรื่องแม่เรา” แดงเห็นน้องถอนใจ “พี่รู้ว่าแกรักแม่ พี่เองก็รักแม่เหมือนกับแก แต่เราไม่ควรเอาแม่มาเป็นเงื่อนไขในชีวิตนะ”

“แต่พี่แดงก็รู้ ตอนนี้แม่เขาเหลือผมเป็นที่ยึดเหนี่ยวอยู่คนเดียว ผมไม่อยากทำอะไรให้แม่ต้องเสียใจ”

“แล้วแกล่ะ แกไม่รู้สึกเสียใจหรือ ที่แกมีแฟนมากี่คน แกก็ต้องเลิกกับเขาเพราะแม่”

“ทำยังไงได้ เรามีแม่อยู่คนเดียว” ธีระจะเดินไป

แดงรีบเตือน น่าจะให้โอกาสข้าวตูได้รู้จักเราก่อน ถ้าเธอไม่ชอบก็คงไปจากเราเอง ธีระหน้าเศร้า “คงไม่ทันแล้วล่ะ พี่แดง เพราะป่านนี้เขาอาจจะชอบกระทิงป่าแล้วก็ได้”

แดงส่ายหน้า โธ่เอ๊ย แล้วทำปากแข็ง ที่แท้ก็สนใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เอกขับรถมาส่งข้าวตู ไตรตั้นดีใจร้องบอกทุกคน ธีระชำเลืองมอง เธอทำเป็นคุยกับหลาน กบชวนเอกทานอาหารเช้า เอกตอบว่าทานโจ๊กกับ

ข้าวตูมาแล้ว ขอตัวรีบกลับไปเคลียร์งาน ตอนเย็นจะมารับข้าวตู กบแปลกใจไปไหนกันอีก

“พี่เอกจะพาไปทานข้าวค่ะ” ข้าวตูตอบแทน

กบแย้งจะไปกันสองคนหรือ เอกรีบบอกว่าชวนทุกคน ตอนเย็นจะมารับ ข้าวตูกับเอกโบกมือลาให้กัน ธีระลอบมอง แดงเห็นหน้าน้องชาย ยักคิ้วให้แบบรู้แกว ทำเอาเขาเขิน

ไตรตั้นเปิดวีดิโอกระทิงจากกล้องข้าวตูดูหลายรอบ จนธีระเดินมา จึงเรียกให้มาดูด้วยกันอย่างตื่นเต้นที่ได้เห็นแม่กระทิงพาลูกไปหาของกิน “ใช่ครับไปกินโป่ง น้าธีดูนะครับ เดี๋ยวจะเห็นน้าตูด้วย น้าตูจะหกล้มแล้วลุงเอกอุ้มไว้พอดี”

ธีระเหลือบมองข้าวตูก่อนแล้วมองภาพในกล้อง เห็นเอกประคองเธอ เขาแขวะ “ดูยังกับพระเอกนางเอกในละครเลยนะ”

“ใช่ครับ ลุงเอกน่าจะหอมแก้มน้าตูซะหน่อย”

“แล้วใครบอกตั้นว่าเขาไม่หอม” ข้าวตูพูดยิ้มๆ ก่อนเดินออกไป

ธีระอึ้ง ไตรตั้นถามว่า ข้าวตูชอบเอกไหม ธีระให้ถามกันเอาเอง พอข้าวตูถือน้ำกลับเข้ามา ไตรตั้นโพล่งขึ้นทันที ว่าธีระให้ถาม ชอบเอกหรือเปล่า เขาสะดุ้ง

“พี่ไม่ได้พูดนะ ตั้นมันพูดเอง”

“ถึงพี่ธีจะถามก็ไม่เป็นไรนี่คะ เพราะตูรู้อยู่แล้วว่าพี่ธีไม่ได้สนใจตู”

ไตรตั้นถามย้ำว่าตกลงชอบหรือเปล่า ข้าวตูไม่บอกให้คิดเอาเองแล้วเดินไป ธีระตำหนิหลานที่อ้างชื่อตน เขางอนเดินออก ไตรตั้นเกาหัวงงๆก็ให้ถามเองนี่นา...ธีระเดินออกมาเห็นข้าวตูคุยโทรศัพท์กับเอก จึงยืนฟังห่างๆดูเธอหัวเราะหัวใคร่ ข้าวตูหันมาเห็นเขา เขาก็เมินหน้าไปทางอื่น เธอจึงบอกเอกว่าแค่นี้ก่อนมีคนมา ธีระเห็นเธอวางสายหันมาก็ร้อนตัว

“พี่ไม่ได้ตั้งใจมาฟังตูคุยหรอกนะ”

“ไม่ต้องบอกหรอกค่ะ ตูรู้อยู่แล้วว่าพี่ธีไม่ได้สนใจเรื่องของตู” ข้าวตูเห็นธีระจะเดินไป “เดี๋ยวค่ะพี่ธี ในฐานะที่พี่ธีเป็นผู้ชาย พี่ธีว่าพี่เอกเขาเป็นยังไงบ้างคะ”

“หมายความว่าไง”

“ถ้าตูเป็นน้องสาวพี่ธีแล้วพี่เอกเขามาชอบตู พี่ว่าตูควรจะสนใจเขามั้ยคะ”

ธีระอึกอักตอบไม่ได้ ข้าวตูคะยั้นคะยอให้ตอบ

“ก็...ถ้าพี่บอกว่าไม่น่าสนใจ ตูจะเชื่อพี่หรือ”

“จริงสิ ตูไม่เชื่อพี่ธีหรอก เพราะในสายตาตู ตูว่าพี่เอกเขาน่าสนใจ” ข้าวตูยิ้มยั่วเดินไป ธีระมองตามอย่างขัดใจ

ตกเย็น ทุกคนไปทานอาหารกับเอกที่ร้านอาหารกลางสวน เอกกับข้าวตูตักอาหารให้กัน ดูเอาอกเอาใจ ธีระเหลือบมองขุ่นในอารมณ์ กบบอกเอกว่าพรุ่งนี้พวกตนต้องกลับกันแล้ว เอกบ่นน่าเสียดายจะชวนไปล่องแก่ง ข้าวตูสนใจขออยู่ต่อ แดงปราม มาด้วยกันต้องกลับด้วยกัน

“นี่แกกับแดงไม่ไว้ใจฉันเหรอ” เอกสงสัย

แดงกับกบช่วยกันแก้ตัว เพราะรู้ว่าที่ข้าวตูรับปากเพียงประชดธีระ ข้าวตูยืนยันจะอยู่ต่อ

“ผมว่าช่างเขาเถอะพี่แดง ข้าวตูเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเรา เขาอยากไปก็ให้เขาไปเถอะ”

ข้าวตูชะงักมองธีระด้วยความน้อยใจ แดงท้วงว่าข้าวตูเป็นผู้หญิง ธีระย้ำ ในเมื่อเธอต้องการไป จะห่วงเธอทำไม ข้าวตูน้ำตาคลอลุกพรวดขึ้น

“ใช่สิคะ เพราะพี่ธีไม่ชอบตู ถ้าพี่ธีชอบตูก็คงไม่พูดแบบนี้” ข้าวตูวิ่งออกไป

“ทำไมถึงพูดยังงี้ล่ะธี แกก็รู้ว่าตูเขาชอบแก เป็นใครๆก็เสียใจนะ ไปตามเขากลับมา”

เอกงงๆจะไปตาม ธีระรีบบอกว่าไม่ต้องตนไปเอง กบตบไหล่เพื่อน “ใช่ แกไม่ควรไป เพราะไม่เกี่ยวกับแกไอ้เอก”

“แต่น้องตูเขาบอกฉันว่าเขาไม่ได้เป็นแฟนกับธีนะเว้ย ฉันก็มีสิทธิ์จีบ”

“พี่เอกนี่ซื่อจริงๆ ผู้หญิงเขาแค่ใช้พี่เป็นเครื่องมือ” แดงขำ เอกเพิ่งเข้าใจทำหน้าเจื่อนๆ

ธีระวิ่งเข้าไปในสวนของร้าน เรียกหาข้าวตู เห็นเธอยืนร้องไห้อยู่ เขาเข้าไปขอโทษ

“ไม่ต้องมาขอโทษหรอกค่ะ พี่ธีพูดอะไรก็ได้ เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“พี่แค่พูดเล่น”

“พูดเล่นงั้นหรือคะ อ้อใช่สิ พี่ธีไม่เห็นตูอยู่ในสายตา พี่ธีนึกอยากจะพูดอะไรก็พูด”

“ไม่ใช่ยังงั้น”

“ไม่ใช่แล้วยังไงคะ ตูถามหน่อยเถอะ ถ้าตูเป็นคนที่พี่ธีชอบ พี่ธีจะกล้าพูดแบบนี้มั้ย”

ธีระอึกอักพูดไม่ออก ข้าวตูพูดด้วยความน้อยใจ “ตูรู้ค่ะว่าพี่ธีไม่ได้ชอบตู แต่พี่ธีก็ไม่จำเป็นต้องมาตอกย้ำให้ตูเสียใจ”

ธีระจะอธิบาย เธอไม่ยอมฟัง บอกเพียงว่าตนจะกลับบ้าน เขาขอไปส่ง  เธอไม่ยอมแล้วเดินจากไป ไม่ทันไร ฝนเทลงมา เธอวิ่งไปหลบในเพิงข้างทาง ร้องไห้ด้วยความเสียใจ ธีระกลับมาบอกแดงกับกบว่าข้าวตูขอกลับก่อน กบท้วงปล่อยไปได้อย่างไร ข้าวตูเป็นผู้หญิง

“ก็เขาบอกว่าเขาดูแลตัวเองได้ เราจะไปห่วงเขาทำไม” ธีระพูดออกไปแต่ในใจก็อดห่วงไม่ได้ สุดท้ายตัดสินใจขับรถออกตาม เห็นเธอร้องไห้อยู่ในเพิงข้างทาง จึงบีบแตรรถเรียก

เธอเมินหน้าไม่สนใจ เขาจึงต้องกางร่มลงมาขอโทษและขอให้ขึ้นรถ แต่เธอยังไล่ เขาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงบอกเธอว่า เธอไม่กลับตนก็ไม่กลับ จะนั่งเป็นเพื่อน

“พี่ธีไม่ต้องมาทำเป็นดีกับตูหรอก” ข้าวตูจะเดินหนี

ธีระคว้ามือเธอไว้ “เดี๋ยวสิตู พี่บอกแล้วว่าพี่ขอโทษ ที่พี่พูดไปพี่ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ตูเสียใจ เพียงแต่...”

“เพียงแต่อะไรคะ”

“เพียงแต่พี่ไม่อยากให้ตูไปกับพี่เอกเท่านั้นเอง”

“ทำไม ตูจะไปไหนกับใครก็ได้ เพราะตูไม่ใช่แฟนพี่ธี”

“แต่พี่ไม่อยากให้ไป”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ธี ในเมื่อพี่ธีบอกไม่ได้ชอบตู...ปล่อย” ข้าวตูสะบัดมือเดินร้องไห้ออกไปกลางสายฝน

“แล้วถ้าพี่บอกว่าพี่ชอบล่ะ” ธีระตะโกนไล่หลัง ข้าวตูชะงัก เขาตามเข้ามาใกล้ “ถ้าพี่ยังบอกว่าชอบตู ยังทันมั้ย”

“พี่ธีอย่ามาล้อเล่นกับตูแบบนี้นะ ตูไม่ชอบ” ข้าวตูหันกลับมาโวยแล้วจะเดินไป

“แต่พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ พี่พูดจริงๆ”

ข้าวตูน้ำตาไหลพรากหันกลับมามองอีกครั้ง ธีระยิ้มให้และดึงเธอมากอดแนบแน่น

ooooooo

ขณะเดียวกัน จินดานั่งดูทีวี จู่ๆสะดุ้งโวยวายว่าจิ้งจกขี้ใส่ อรรีบบอก โบราณว่าจะโชคไม่ดี แล้วทำนายสงสัยธีระจะมีแฟน

“เอ็งนี่มันปากกระโถนจริงๆ บอกให้ต่อโทรศัพท์หาคุณธี ต่อรึยัง” จินดาเอ็ด

อรรีบบอกว่าต่อแล้ว แต่ไม่มีสัญญาณ พลันเสียงมือถือดัง จินดาดีใจคิดว่าธีระโทร.กลับมา อรหยิบมือถือ ตัวเองออกมาแล้วบอกว่าของตนดัง รีบเดินแยกออกไปรับสาย จินดาค้อนไม่พอใจ

ฝนหยุดตก แดงกับพวกกลับมาบ้านพัก ทุกคนเป็นห่วงธีระกับข้าวตูที่ยังไม่กลับมา ไม่ทันไร ไตรตั้นชี้ว่าสองคนกลับมาแล้ว กบกับแดงปรี่เข้าถามไถ่ ธีระแก้ตัวว่าขับรถหลงทาง แดงเห็นทั้งสองเปียกปอนจึงให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเสีย กบบอกเอกกลับบ้านได้ เอกอยากถามข้าวตูว่าพรุ่งนี้ยังไปล่องแก่งไหม กบตอบ แทนว่าไม่ไป เอกถามทำไม

“พี่เอกคงต้องไปล่องแก่งคนเดียวแล้วล่ะ ไปลูกเข้าบ้าน” แดงตอบแทนก่อนจะจูงลูกไป

เอกบ่นเสียดาย กบตบไหล่เพื่อนปลอบใจให้คิดเสียว่า ไม่มีบุญ เอกขอร้องถ้าข้าวตูเลิกกับธีระให้ช่วยโทร.บอก กบพยักหน้าขำๆ ไม่อยากย้ำว่าหมดสิทธิ์แล้ว

แดงเอาลูกเข้านอนแล้วตามมาคุยกับข้าวตูในห้อง ถามไปไหนกันมา ข้าวตูตอบอึกๆอักๆว่าฝนตกจึงนั่งคุยกันในรถ แดงกระเซ้าคุยเรื่องอะไร ข้าวตูตอบเขินๆว่าเรื่องทั่วไป

“หมายความว่าตอนนี้เข้าใจกันดีแล้วใช่มั้ย” แดงสรุปความ เห็นข้าวตูอายม้วนจึงรู้ว่าใช่

ข้าวตูให้แดงไปถามธีระเอาเอง แดงยินดีด้วยเพราะลุ้นแทบแย่ แต่อดเตือนไม่ได้

“พี่ขอเตือนอย่างนะ แม่พี่แกรักและหวงลูกชายมาก ยังไงพี่ก็อยากให้ตูเข้มแข็งและอดทนมากกว่ามาตรฐานซักสามเท่า”

“ขนาดนั้นเลยหรือคะ”

“ใช่ ที่พี่เตือนเพราะไม่อยากให้ความรักของเธอทั้งสองต้องล่มกลางทาง”

ข้าวตูขอบคุณ พึมพำกับตัวเองว่าจะอดทน

ทุกอย่าง ขอเพียงธีระรักตนก็พอ...

ในขณะที่ธีระยืนสูดอากาศตรงระเบียง กบถือกาแฟมาส่งให้แล้วแนะนำถ้าอยากอยู่ต่อก็ให้ชวนข้าวตู เพราะตนกับแดงต้องกลับ เขาลังเลเกรงจะน่าเกลียด กบแย้งคนชอบกันน่าเกลียดตรงไหน ธีระออกอาการเขิน

“นายไม่ต้องปิดพี่หรอก คนที่นายควรจะปิดคือแม่นายมากกว่า”

“แต่ครั้งนี้ผมคิดว่า ผมจะไม่ให้แม่รู้อะไรเกี่ยวกับ ข้าวตู”

“แล้วผู้หญิงเขาจะยอมหรือ”

“ผมคงต้องคุยให้เขาเข้าใจ ถ้าเขารับได้ เราก็จะเดินหน้าไปด้วยกัน”

กบยินดีจะเอาใจช่วย สองหนุ่มยิ้มให้กัน

ooooooo

หลังจากนั้น ธีระกับข้าวตูก็อยู่พักผ่อนที่

เขาใหญ่ต่อ ทั้งสองจูงมือเดินเล่นริมนํ้าตก ชี้ชวนดูนกดูธรรมชาติ ผลัดกันถ่ายรูปให้กัน...มานั่งเล่นโขดหิน ข้าวตูเปรยว่านํ้าใสน่าเล่น ว่าแล้วก็โดดตูมลงไปร้องชวนธีระให้ตามลงมา

“ไม่ดีกว่า พี่ว่าพี่แก่เกินไปแล้ว”

“แก่อะไรกันคะ มาเถอะค่ะ” ข้าวตูคะยั้นคะยอ

ธีระส่ายหน้าเอากล้องมาถ่ายรูปข้าวตู เธอขอดู แล้วบ่นว่าไม่สวย เขาเลยถ่ายให้ใหม่ สักพักเขาวางกล้องบอกเธอให้ขึ้น อากาศเย็นเดี๋ยวไม่สบาย เธอจึงชูมือให้ เขาช่วยดึง พอธีระจับเธอก็กระชากเขาตกลงมาแล้วหัวเราะชอบใจ ธีระทำหน้านิ่งโกรธๆ เธอใจเสีย

“ตูขอโทษค่ะ พี่ธีโกรธตูหรือคะ ตูแค่อยากให้พี่ธี ลงมาเล่นนํ้าด้วย” เห็นธีระยังนิ่ง เธอร้อนใจ “จะให้ตูทำ ยังไงถึงจะหายโกรธคะ”

ธีระหันมากอดข้าวตู เธอตกใจร้องให้ปล่อย เขากลับบอกว่า “ไม่ปล่อย พี่หนาว”

“หนาวก็ขึ้นสิคะ”

“ไม่ เพราะพี่กอดตูแล้วหายหนาว”

“พี่ธีนะ ขี้โกง เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า อายเขาแย่นะคะ เราไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

“ก็ไหนเมื่อกี้ตูบอกว่าพี่ยังหนุ่ม” ธีระทำตากรุ้มกริ่ม ยื่นหน้าไปจูบหน้าผาก เธอชะงัก เขาเลื่อนมาจูบจมูก ข้าวตูหลับตาเขินอาย เขาจูบริมฝีปากเธออย่างดูดดื่มกลางสายนํ้านิ่งนาน

วันรุ่งขึ้น ธีระเก็บของใส่ท้ายรถ ข้าวตูยืนมองวิว อย่างเสียดาย เขาสัญญาวันหลังจะมาเที่ยวอีก ข้าวตูถาม เขาว่าชอบทะเลไหม เขาตอบเอาใจว่าเธอชอบอะไรตนก็ชอบด้วย

“พี่ธีวันนี้กับวันที่ผ่านมา เหมือนเป็นคนละคนกันเลยนะคะ” ข้าวตูสัพยอก

“พี่ขอโทษ ที่พี่ต้องทำไม่สนใจตูก็เพราะ...”

“ตูรู้ค่ะ เพราะคุณแม่พี่ธีหวงพี่ธี”

“แล้วตูคิดยังไงกับเรื่องนี้”

“ตูบอกพี่ธีเลยนะคะ ตูไม่สนใจเรื่องนั้นหรอกค่ะ”

“แต่พี่จะไม่พาตูไปรู้จักกับแม่พี่เลยนะ”

“แล้วแต่พี่ธีค่ะ เพราะตูคิดว่าชีวิตคู่มันเป็นเรื่องของเราสองคน ไม่ว่าแม่พี่ธีจะชอบตูหรือไม่ชอบตู ตูก็ไม่มีวันไปจากพี่ธี”

ธีระปลื้มใจ ดึงเธอมากอดขอบใจที่เข้าใจในตัวตน...

ooooooo

บรรดาเพื่อนๆของจินดา พาอาจารย์สมภพ หก สัมผัส มาหาที่บ้าน เพื่อช่วยดูดวงชะตาให้ว่าทำไม เจ็บออดๆ แอดๆ สมภพมองเธอสักครู่ก่อนจะเอ่ยว่า ให้ระวังกำลังจะมีเคราะห์หนัก จินดาใจเสียรีบถามว่าเป็นอย่างไร

“เคราะห์ของเจ้า เกิดจากคนใกล้ตัว เจ้าจะเสียของรัก”

จินดาใจแป้ว เพื่อนๆให้ระวังแก้วแหวนเงินทอง สมภพโพล่งขึ้นว่า ไม่ใช่สิ่งของเป็นสิ่งมีชีวิต รักอะไรก็จะเสียอันนั้น เพื่อนๆอุทานจะเป็นลูกชายหรือเปล่า ต่างเตือนให้บอกธีระอย่าขับเครื่องบิน จินดาไม่อยากเชื่อ พลันธีระเดินเข้ามาสวัสดีทุกคน

“ลูกมานี่เร็ว” จินดาเรียกด้วยนํ้าเสียงกังวล

“เป็นอะไรครับแม่”

“เมื่อกี้หมอดูเขาบอกว่า แม่จะเสียของรัก”

ช้อยกับภารีบเตือนธีระอย่าเพิ่งบินระยะนี้ให้ไปลาพักร้อน เขาตอบอย่างสุภาพว่าไม่ได้ สมภพเดินกลับจากเข้าห้องนํ้า ส่งเสียงมาว่า “มันไม่ถึงกับตายหรอก แม่ช้อย”

จินดารีบบอกว่าลูกชายตนเป็นกัปตันเครื่องบิน ธีระทำหน้างงๆ สมภพจ้องหน้า

“คุณเป็นคนดีมาก รักพ่อแม่ มีความกตัญญูรู้คุณ คุณจะไม่มีวันตกอับ แต่ผมจะเตือนคุณเรื่องนึง...อะไรที่คุณคิดอยู่ อย่าบอกให้ใครรู้ มิฉะนั้นคุณจะต้องเสียใจไปตลอดทั้งชีวิต”

ธีระอึ้งกับคำพูดนั้น...หลังจากสมภพกับเพื่อนๆกลับไป จินดาพยายามถามธีระว่าคิดอะไรอยู่ เขาบอกแม่อย่าไปเชื่อมาก หมอดูคู่กับหมอเดา เธอเค้นถามว่าปิดบังว่ามีแฟนอยู่หรือเปล่า เขาชะงักปฏิเสธไม่มี ตนบอกแล้วจะไม่รักใครอีก จินดาโล่งอก พลันเสียงอรร้องว้าย...ธีระวิ่งออกไปดูหลังบ้าน เห็นอรประคองคมสันต์ที่ตกจากรั้ว อรหน้าเจื่อนรีบบอกว่าแฟนตน

“ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ให้ใครเข้าบ้าน”

“แหม คุณธีคะ คุณยายก็ด่าไม่ให้หนูออกนอกบ้าน คุณธีก็ไม่ให้แฟนหนูเข้าบ้าน แล้วหนูกับแฟนจะไปสปาร์ก กันตอนไหนล่ะคะ”

“เรื่องนั้นฉันไม่รู้ แต่ฉันขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะ”

อรขอลาออก ธีระเสนอให้หยุดวันอาทิตย์หนึ่งวัน อรหันไปถามคมสันต์ตกลงไหม เขาพยักหน้าและถือโอกาสขอเงินเดือนเพิ่ม อรนึกได้รีบอ้างว่าต้องปรนนิบัติจินดาทุกอย่าง ธีระตกลงอย่างไม่ค่อยเต็มใจ...คมสันต์บอกอรว่าต้องแบ่งเงินนั้นให้ตน เพราะตนเป็นคนขอ อรนิ่วหน้า

ธีระมาบอกจินดาตามที่ตกลงกับอรไว้ เธอไม่พอใจจะโวย พอดีมือถือธีระดัง เขาเห็นชื่อข้าวตู เหลือบมองแม่ก่อนจะรับสาย ทำทีพูดอย่างสุภาพ เหมือนคุยกับเจ้านาย

“หวัดดีค่ะ ตูโทร.มากวนรึเปล่าคะ” เสียงข้าวตูพูดเข้ามา

“ไม่หรอกครับ ผมดีใจที่ท่านโทร.มา...งั้นเดี๋ยวผมจะไปหาท่านแล้วกันนะครับ”

ข้าวตูรู้แกวว่าคงอยู่กับจินดา จึงรับคำแล้ววางสาย ธีระบอกจินดาว่าเจ้านายชวนทานข้าว

“งั้นก็ไปลูกไป รีบไปไม่ต้องห่วงแม่” จินดาหันมาจิกเรียกอรเสียงลั่นบ้าน

ธีระยํ้าอย่าลืมที่ตนขอเรื่องอร เธอรับปาก แต่ไม่วายแกล้งด้วยการทั้งฉี่และอึบ่อยขึ้น

ooooooo

ในบ้าน ข้าวตูทำอาหารให้ธีระ เขาเป็นคน ผสมเครื่องดื่ม ทั้งสองหยอกล้อกันอย่างมีความสุข หลังอาหารนอนดูทีวี ธีระนอนหลับหนุนตักเธอ  เขาปล่อยตัวสบายๆไม่เหมือนที่เคยเคร่งเครียด เธอเขี่ยจมูกเขาแล้วก้มลงจูบ ก่อนจะเลื่อนตัวลงมานอนกอดเขา สองคนอยู่ในอ้อมกอดกันและกัน

คืนนั้น จินดานอนฝันร้าย ละเมอร้องลั่นปัสสาวะราด อรตกใจเข้ามาปลุกแล้วต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ เธอโทร.ไปจะฟ้องธีระแต่เขาไม่รับสาย จึงโทร.บอกแดงแทน...วันรุ่งขึ้น แดงพาจินดาไปตรวจเช็กร่างกาย หมอ

บอกว่านํ้าตาลขึ้นสูง และมีไข้เพราะติดเชื้อในกระเพาะ ปัสสาวะ หมอให้ยากลับมาทาน ดูอาการเจ็ดวันค่อยมาตรวจอีก

แดงพยุงจินดาเดินออกมาบ่น “หนูบอกแม่แล้วว่าให้คุมนํ้าตาล อย่ากินขนมมาก”

“แกก็พูดเกินไป แม่กินที่ไหนเล่า ทุกวันนี้แทบจะไม่ได้กินอะไรอยู่แล้ว”

“เอาล่ะไม่กินก็ดีแล้ว แต่แม่ต้องตั้งใจนะ พอนํ้าตาลขึ้นมันก็จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน”

“ฉันรู้แล้วน่ะ แกพูดยังกะฉันไม่รักชีวิต...เออ แม่จะถามอะไรแกหน่อย”

“ถามอะไร”

“ที่ไปเขาใหญ่กันน่ะ น้องแกกับยัยข้าวตูเป็นไง”

“อุ๊ย ดูท่าทางนายธีจะไม่ชอบยัยข้าวตูหรอกแม่ หนูว่าแม่ไม่ต้องห่วงธีมันหรอก วันนั้นมันยังพูดต่อหน้าข้าวตูเลยว่า ผู้หญิงที่มันรักที่สุดก็คือแม่”

จินดาตื้นตันใจ “น้องแกพูดอย่างนั้นเลยหรือ แล้วยัยข้าวตูว่าไง”

“เขาก็มากระซิบบอกหนูว่า สงสัยนายธีจะเป็นเกย์”

“เออดีเลย วันหลังแกบอกไปเลยนะ ว่าธีมันเป็นสาว เขาจะได้ไม่มายุ่งกับมัน”

“แม่ไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้เขาไปกิ๊กกับพี่เอกเพื่อนพี่กบแล้ว”

“อุ๊ย นังเด็กนี่ไวไฟจัง ดีนะที่ตาธีไม่ชอบ ไม่งั้นล่ะยุ่งเลย”

แดงแอบอมยิ้มขำแม่ตัวเอง...ในขณะที่ธีระกับ ข้าวตูไปไหว้พระที่วัดอยุธยา ถวายสังฆทาน หลวงพ่อให้ศีลให้พร จากนั้นธีระก็ถามเธอว่าทำไมมาวัดนี้อีก เธอตอบยิ้มๆ

“ก็วันนั้นที่ตูเจอพี่ธี ตูอธิษฐาน ถ้าตูได้เป็นแฟนกับพี่ธี ตูจะพาพี่ธีมากราบท่าน”

“นี่ถึงกับบนเลยหรือ”

“แหม ก็พี่ธีทั้งหล่อ ทั้งเล่นตัว ถ้าตูไม่บนกับพระท่าน คงไม่สมหวัง”

“งั้นก็แสดงว่า เราสองคนต้องเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ”

“อย่าพูดให้ตูดีใจสิคะ เมื่อกี้ตูเพิ่งอธิษฐานขออย่าให้ความรักของเรามีอุปสรรคอะไรเลย”

ธีระบอกเธอขอเพียงเราเข้าใจกันก็ไม่มีอะไรมาทำให้เลิกกัน ข้าวตูหยั่งเชิง ถ้าแม่เขารู้เรื่องแล้วให้เลิกกับตน เขาจะว่าอย่างไร ธีระยืนยันว่าไม่มีทางรู้ถ้าตนไม่บอก ไม่ทันไร เขาเห็นทีมสามสาวเพื่อนจินดา

เดินกันมาไหว้พระ เขารีบดึงข้าวตูหลบ

“ถ้ากลุ่มนี้เห็นล่ะก็ถึงหูแม่พี่แน่”

ข้าวตูรีบดึงธีระกลับ สองคนแวะกินก๋วยเตี๋ยวข้างทาง คุยกันว่ากินเสร็จจะไปเที่ยวอีกวัด ไม่ทันไร ช้อย ภา และใหญ่ สามสาวก็เข้ามาในร้าน เห็นธีระนั่งอยู่ ข้าวตูนั่งหันหลัง ทั้งสามเข้ามาทัก “พาแฟนมาไหว้พระหรือจ๊ะ...”

ธีระอึกอัก “เอ่อ...คืออย่างนี้ครับ เขาไม่ใช่แฟนผม”

ช้อยหันไปทักทายข้าวตู ใหญ่แซวอย่ามาปิดบัง ถ้าไม่ใช่แฟนจะมานั่งด้วยกันหรือ

“อ๋อ กลัวพวกป้าจะไปบอกแม่ใช่มั้ย” ช้อยดักคอ

“ไม่ต้องกลัว  พวกเราสัญญาว่าจะไม่บอกพี่จินดาหรอก แต่กัปตันต้องเลี้ยงป้านะจ๊ะ”

ภาถามข้าวตูว่าเป็นแอร์หรือ  เธอส่งภาษาอังกฤษตอบ ทำนองไม่เข้าใจว่าสามสาวคุยอะไร  แล้วชี้ธีระ  ถามรู้จักกันหรือ สามสาวหน้าเหลอหลาไม่เข้าใจ ธีระอมยิ้ม

“ผมบอกแล้วไงครับไม่ใช่แฟน ผมมาคนเดียวไม่มีโต๊ะ เลยขอเขานั่งน่ะครับ”

ข้าวตูส่งภาษาว่าตนกำลังจะไป เชิญนั่งกันตาม

สบาย สามสาวยิ้มๆ

“ตายแล้วพวกเรา ไปทักเขาผิด” ใหญ่โอดโอย

“ก็ฉันบอกพี่ใหญ่แล้วว่าไม่ใช่” ภาออกตัว

“ก็พี่ช้อยน่ะสิดันโมเมพูดขึ้นมาว่า กัปตันมากับแฟน”

“เอาล่ะครับ ผมว่าเชิญนั่งก่อนดีกว่าครับ มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง”

ทั้งสามลงนั่ง ธีระมองไปนอกร้านเห็นข้าวตูทำมือทำไม้ว่าจะรอที่รถ  เขาพยักหน้ายิ้มๆ  พอทานเสร็จ  สามสาวแยกไปไหว้พระ ธีระเดินมาหาข้าวตูที่รถ

“พี่ขอโทษนะ ตูเลยไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยว”

“ไม่เป็นไรค่ะ เมื่อกี้ตูกินข้าวเหนียวหมูปิ้งไปแล้ว”

“นี่ไง พี่ถึงไม่อยากคบกับใคร” ธีระถอนใจ

“ไม่เอาน่าพี่ธี อย่าคิดมากสิคะ ตูบอกแล้วไงว่าตูเข้าใจพี่ธี”

“แต่พี่ก็ไม่อยากต้องหลบๆ ซ่อนๆ หรือทำเป็นว่าเราไม่รู้จักกัน มันเหมือนกับพี่ไม่เป็นลูกผู้ชาย”

“อย่าคิดแบบนี้สิคะ เราก็รู้อยู่แล้วว่าที่เราทำไปก็เพราะมันจำเป็น แล้วตูก็รู้ว่าพี่ธีไม่อยากให้คุณแม่ไม่สบายใจถึงทำแบบนี้” ข้าวตูเห็นเขาจะพูดอีกรีบตัดบท “เชื่อตูสิคะไม่ต้องห่วงตู”

ธีระจับแก้มข้าวตู “ขอบใจตูมากนะ...”

“ไม่ต้องขอบใจหรอกค่ะ  ตูว่าวันนี้ก็สนุกไปอีกแบบ ได้เล่นบทนักท่องเที่ยวด้วย” ข้าวตูยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี

“พี่รักตูนะ” ธีระมองอย่างซึ้งใจ

“ตูก็รักพี่ธีค่ะ” ข้าวตูเข้าหอมแก้มธีระอย่างเอาใจ ธีระเคลื่อนรถออกไป

ooooooo

ตอนที่ 7

บนบ้าน ธีระมองพ่อกับแม่อุ้มที่นั่งนิ่ง ตัดสินใจเอ่ยขึ้นว่า พรุ่งนี้ตนจะให้พี่สาวกับพี่เขยมาสู่ขอ ตนรู้ว่าทุกคนคงโกรธแม่มาก ตนเองก็เสียใจ แต่ตนรักอุ้มและอยากใช้ชีวิตกับอุ้มมาก ตนรับรองจะไม่ให้แม่เข้ามาวุ่นวายกับอุ้มและครอบครัวเด็ดขาด

พ่อถอนใจ “นี่ถ้าไม่เห็นว่ากัปตันเป็นคนดีล่ะก็ ผมไม่ยกลูกสาวให้เด็ดขาด เพราะแม่กัปตันทำแบบนี้เหมือนไม่ให้เกียรติครอบครัวเราเลย”

“ถ้ายังงั้นพรุ่งนี้กัปตันก็ให้พี่สาวกับพี่เขยมาก็แล้วกัน จะได้จบเรื่องกันเสียที” แม่เห็นใจ

ธีระกราบขอบคุณ แต่อุ้มขัดขึ้นว่า อย่าดีกว่า... ทุกคนชะงัก ธีระตกใจรีบถามว่าทำไม

“ในเมื่อแม่พี่ธีไม่ให้เกียรติพ่อแม่อุ้ม อุ้มว่าเราก็ไม่ควรที่จะแต่งงานกันหรอกค่ะ”

“เดี๋ยวสิอุ้ม นั่นมันเป็นเรื่องของแม่พี่ แต่นี่มันเรื่องของเราสองคนนะ”

อุ้มยอมรับว่า ตนทนไม่ได้ที่ทำกับพ่อแม่ตนแบบนี้ “อุ้มถามหน่อยเถอะ ถ้าเป็นพี่ธี พี่ธีจะรู้สึกยังไง ถ้าแม่พี่บากหน้ามาขออุ้ม แต่พ่อแม่อุ้มทำเหมือนไม่เห็นหัวแม่พี่ธีกับพี่ธีเลย”

“อุ้ม...พ่อว่าเรื่องมันแล้วไปแล้ว อย่าไปถือสาเลยลูก”

“ไม่ได้หรอกค่ะ พ่อกับแม่รักหนู ทำทุกอย่างเพื่อหนู หนูจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกและย่ำยีศักดิ์ศรีของพ่อกับแม่หรอกค่ะ”

ธีระขอโทษแทนแม่ ขอให้อุ้มเห็นแก่ตน อุ้มแย้งไม่ใช่ความผิดของเขา ที่ตนไม่แต่งไม่ใช่ไม่รักเขา แต่เป็นเพราะแม่เขา อุ้มลุกเดินหนีไป ธีระมองตามอย่างเสียใจ ถามพ่อกับแม่ว่าตนควรทำอย่างไรดี อุ้มถึงจะยอมให้อภัย แม่ถอนใจรู้นิสัยลูกสาวดีจึงเตือนธีระ

“แม่ว่ากัปตันคงลำบากแล้วล่ะค่ะ เพราะถ้าอุ้มบอกว่าไม่ก็คือไม่”

ธีระเสียใจ ไม่ย่อท้อ เขาตามมาคุยกับอุ้ม พยายามถามให้ตนทำอย่างไรเธอถึงจะยอมแต่งงานด้วย อุ้มน้ำตาไหลพรากหันมาเผชิญหน้า “พี่ธีเป็นคนดีนะคะ ดีมากด้วย แล้วอุ้มก็อยากจะบอกให้พี่ธีรู้ว่า พี่ธีคือผู้ชายที่อุ้มอยากแต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ด้วยไปจนวันตาย”

“ถ้าอย่างงั้นก็ลืมเรื่องแม่พี่ แล้วก็แต่งงานกับพี่นะ บอกพี่สิว่าอุ้มจะแต่งงานกับพี่”

อุ้มรับปาก ธีระดีใจดึงเธอเข้ามากอด เธอเอ่ยข้างหูเขา “แต่อุ้มจะแต่งงานกับพี่ธี ถ้าวันนั้นไม่มีแม่พี่ธีอยู่แล้ว...อย่าโกรธอุ้มนะคะ ที่อุ้มพูดแบบนี้”

ธีระชะงักใจหายวาบ น้ำตาไหลริน ทั้งสองยังกอดกันด้วยความรู้สึกใจสลาย...อุ้มเดินมาส่งที่รถ เขามองเธออย่างอาลัยอาวรณ์ อุ้มพยักหน้ายิ้มๆ เขายืนลังเลจนอุ้มเรียก ธีระหันมายิ้มอย่างมีความหวัง อุ้มหอมแก้มเขาช้าๆแล้วย้ำกับเขา

“อุ้มอยากให้พี่ธีรู้ว่า อุ้มจะรักพี่ธีตลอดไป...”

ธีระมองอุ้มอย่างหมดหวัง หันกลับไปขึ้นรถ ขับออกไปด้วยน้ำตาไหลริน ภาพความสุขแต่หนหลังผุดขึ้นมาให้เขาต้องเสียใจ

หลายวันผ่านไป ธีระแวะมาดูแลแม่ อรบอกว่าทานข้าวอยู่ เขาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชาไร้ชีวิตจิตใจ จินดาหันมาเห็นลูกจึงถามว่า จะแต่งงานเมื่อไหร่ ธีระนิ่งไม่ตอบ ได้แต่มองแม่ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด เธอจึงถามอีกว่าทำไมว่าที่เจ้าสาวไม่มาด้วย

“ผมจะมาบอกให้แม่รู้ว่า ผมเลิกกับอุ้มเขาแล้ว”

“อ้าว ทำไมล่ะ นี่อย่าบอกว่าเป็นเพราะแม่นะ แม่ไม่เกี่ยวนะ แม่ไม่ได้ห้ามลูกด้วย”

“ครับ แม่ไม่ได้ห้ามหรอก เขาเป็นฝ่ายขอเลิกผมเอง”

จินดาย้อนถามเลิกด้วยเรื่องอะไร ธีระข่มความเจ็บปวดตอบว่า “เอาล่ะครับ ผมแค่แวะมาบอกแม่เท่านั้นเอง แม่จะได้สบายใจและมีความสุข”

“นี่พูดจริงหรือกระแนะกระแหนแม่”

“จริงครับ ผมเป็นลูกจะไปกระแนะกระแหนแม่ได้ยังไง บาปกรรมเปล่าๆ ผมไปล่ะครับ”

“เดี๋ยวธี แล้วลูกไม่เสียใจหรือ”

“ก็แม่อยากให้มันเป็นอย่างงั้นไม่ใช่หรือครับ” ธีระหยิบแว่นดำมาสวมเดินออกไป

จินดาอึ้ง ยังไม่ยอมรับว่าเป็นเพราะตน แถมย้ำกับตัวเองว่าลูกจะต้องรู้ว่าตนรักเขามาก

ooooooo

จากนั้น ธีระทุ่มเทให้กับการทำงาน แม้ภาพความหลังจะวนเวียนมารบกวนจิตใจอยู่บ้าง...ไม่ต่างจากอุ้ม ที่เธอถึงกับลาออกจากการเป็นแอร์ ใช้ชีวิตกับพ่อแม่ทำธุรกิจเล็กๆที่บ้าน แต่ทุกครั้งที่มีเครื่องบินบินผ่าน เธอจะเงยหน้ามองน้ำตาคลอ พ่อกับแม่จะมาสวมกอดให้เธออบอุ่นใจ

หลังจากเครื่องแลนด์ดิ้ง ธีระเดินออกมากับวิทย์ พร้อมพนักงานอื่นๆ วิทย์ชวนธีระไปงานปาร์ตี้เลี้ยงส่งวิฑูรย์ ที่ย้ายไปอยู่ฝ่ายอื่น แต่เขาขอตัว วิทย์คะยั้นคะยอ

“โธ่ ไปด้วยกันเถอะครับ คืนนี้สาวๆมาเยอะเลย เผื่อจะเจอใครมารักษาแผลใจบ้าง”

“คงไม่ไหว เข็ดซะแล้วผู้หญิง”

“อะไรครับ อย่าบอกนะว่าจะเปลี่ยนเทรนด์ไปชอบผู้ชาย”

“ไม่แน่ บางทีแม่ฉันอาจจะชอบก็ได้ ไปล่ะ” ธีระเดินแยกไป

วิทย์อ่อนใจ เป๊บกับนุ้ยตามเข้ามาต่างเสียดายที่ธีระไม่ยอมมองใครอีก...

ในร้านต้นไม้มีหญิงสาวสวยเดินเข้ามา ไตรตั้นเห็นคนสวยรีบเชื้อเชิญให้ชมต้นไม้ เธอกลับยกมือไหว้แดงและถาม “พี่แดงจำข้าวตูไม่ได้หรือคะ”

แดงตาโต “ตายแล้ว โทษที ช่วงนี้พี่เบลอๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ ไตรตั้นสวัสดีน้าข้าวตูรึยัง”

“ลูกชายพี่แดงหรือคะ น่ารักจัง”

ไตรตั้นรีบเสนอ อยากหอมแก้มก็ได้นะครับ ข้าวตูยิ้มเอ็นดู ตรงเข้าหอมฟอด แดงถามว่ากลับมาเมืองไทยนานแล้วหรือ ข้าวตูตอบว่าหกเดือนแล้ว แดงถามอีกว่ามาเที่ยวหรือ

“เปล่าค่ะ กลับมาอยู่ถาวรเลย ตูเพิ่งซื้อบ้าน กำลังหาคนจัดสวน ก็เลยนึกถึงพี่แดง”

แดงยินดี เรียกกบมาแนะนำให้รู้จัก “ข้าวตูเป็นเพื่อนรุ่นน้องแดง เดี๋ยวแดงจะพาน้องไปดูต้นไม้หน่อย พี่กบดูหน้าร้านก่อนนะ”

สองสาวเดินไป ไตรตั้นถามพ่อว่าข้าวตูสวยเหมาะสมกับตนไหม กบมองลูกชายอย่างระอาแล้วบอกว่า อีกสิบปีค่อยมาถามคำถามนี้ใหม่ ไตรตั้นโอดโอยอีกตั้งสิบปี

แดงชี้แนะนำต้นไม้ต่างๆกับข้าวตู และคอยจดว่าเธอต้องการต้นไม้อะไรบ้าง ข้าวตูซักถามทุกข์สุขแดง แล้วอดถามถึงธีระไม่ได้ ว่ามีลูกกี่คนแล้ว

“อย่าว่าแต่ลูกเลย เมียยังหาไม่ได้ จะมีลูกได้ยังไง”

“อะไรกันคะ อย่างพี่ธีน่ะหรือจะหาผู้หญิงไม่ได้ ตูว่าพี่ธีคงเลือกมากกว่ามั้ง”

แดงยิ้มๆ ย้อนถามข้าวตูมีแฟนหรือยัง เธอรีบบอกว่ายัง ต้องการมาหาที่เมืองไทย แดงพลั้งปากจะแนะนำธีระแล้วชะงัก ไม่ดีกว่า

“ทำไมล่ะคะ พี่แดงรังเกียจตูเหรอ”

“ไม่ใช่จ้ะ ไม่ได้รังเกียจ แต่พี่ว่าเธอไปหาคนอื่นเถอะ ไปเข้าข้างในดีกว่า ตรงนี้ร้อน”

สองสาวเข้ามาในร้าน ข้าวตูยังถามทำไมไม่ให้ตนชอบธีระ แดงพยายามบอกว่าคงไปด้วยกันไม่ได้ เธอเซ้าซี้ถามตนไม่ใช่สเปกของธีระหรือ แดงอ่อนใจไว้เจอเขาค่อยถามกันเองแล้วกัน จบคำ...ข้าวตูต้องตะลึงเมื่อเห็นธีระคุยกับกบแล้วหันมามอง ใจเธอเต้นระทึก แดงเข้าไปทัก

“ธี จำข้าวตูได้มั้ย”

ธีระนึก ข้าวตูเท้าความ “พี่ธีจำตูไม่ได้หรือคะ ที่ตอนเด็กๆตูอยู่ข้างบ้านพี่ธี แล้วตูเคยเหยียบเครื่องบินพี่ธีหัก”

“อ๋อ จำได้แล้ว ข้าวตูที่ชอบตามพี่ไปเล่นฟุตบอลใช่มั้ย”

ข้าวตูดีใจที่เขาจำได้ ธีระแกล้งแซว ถ้าตนไม่ให้ไปก็จะร้องไห้บอกว่าจะไม่รักตนแล้ว ข้าวตูยิ้มเขิน กบขัดขึ้นว่า เธอชอบต้นไม้อะไรบ้าง แดงส่งสมุดที่จดให้ กบเอาไปแยกแยะเขียนแปลนจัดสวน ปล่อยธีระกับข้าวตูคุยกัน ข้าวตูชมว่าธีระได้เป็นกัปตันสมใจ

“แล้วตูล่ะ ตอนนี้ทำอะไรอยู่”

“ตูเพิ่งกลับมาเมืองไทยค่ะ กะว่าจะไปสมัครแอร์ พี่ธีให้คำแนะนำได้มั้ยคะ”

ธีระรับว่าได้ แดงเรียกข้าวตูไปดูแบบธีระขอตัวกลับ ข้าวตูยังอยากคุยด้วยจึงวิ่งตามไปที่รถ ขอเบอร์โทรศัพท์เขา ธีระให้ไปถามแดง กบมองท่าทีทั้งสองคนแล้วเปรยกับแดง

“ท่าทางน้องชายคุณจะพบรักใหม่อีกแล้วนะ”

“รักใหม่อะไร ยัยข้าวตูเขาชอบนายธีมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว”

“แล้วนายธีชอบเขามั้ย”

“อุ๊ย ตอนนั้นยัยตูแค่สิบสองสิบสาม ธีมันไม่ได้มองหรอกเห็นเป็นน้องมากกว่า”

“แต่ตอนนี้ ผมว่าน้องคุณต้องมองบ้างแล้วล่ะ”...

ข้าวตูไม่ละความพยายาม เธอชวนธีระทานข้าววันพรุ่งนี้ เขาบอกปัดว่าไม่ว่าง แล้วขึ้นรถโบกมือให้ก่อนจะขับออกไป ข้าวตูมองตามอย่างหลงใหล

ooooooo

รู้อยู่แก่ใจว่าผู้หญิงสนใจ แต่ธีระต้องหักห้าม เพราะ เข็ดขยาด เขาแวะมาบ้านเพื่อดูแม่ เห็นนอนหลับอยู่ จึงวางของฝากไว้ให้ จินดาตื่นขึ้นมาถามว่า “ธีหรือลูก...”

ธีระแปลกใจแม่เหมือนคนไม่สบาย จินดาตอบว่าแค่มึนหัวนิดหน่อย เขาถามอรอยู่ไหน

“สงสัยจะออกไปคุยกับทหารเกณฑ์ข้างบ้าน พักนี้มันติดผู้ชาย พอแม่เผลอเข้าหน่อย มันชอบแวบหาย”

ไม่ทันไรอรกลับเข้ามา ธีระตำหนิทำไมทิ้งแม่ไว้คนเดียว อรอ้างว่าไปซื้อขนม จินดาแย้งว่าไม่จริง ไปหาผู้ชาย ระวังจะท้องไม่มีพ่อ

“คุณยายก็พูดน่าเกลียด หนูไม่ได้นอนกับใครง่ายๆ นะคะ”

ธีระปรามอย่าพาผู้ชายเข้าบ้านเด็ดขาด เกรงจะมาขโมยของและทำร้ายคนในบ้าน จินดาสั่งให้เลิกคบไปเลย อรโต้ทันที

“อุ๊ย คุณยายคะ หนูไม่ใช่ลูกคุณยายนะคะ ที่จะสั่งไม่ให้รักคนนั้น ชอบคนนี้”

ธีระหน้าชา จินดาโวย “เอ็งอย่ามาย้อนข้านะ”

“หนูไม่ได้ย้อนนะคะ แต่หนูไม่ใช่คุณธี ที่จะต้องทำอะไรตามใจคุณยาย”

จินดาโกรธ ธีระ ให้หยุดทั้งสองคน และกำชับอรห้ามเอาผู้ชายเข้าบ้าน แล้วขอร้องแม่อย่าไปยุ่งเรื่องของอร จินดาบ่นขมุบขมิบ ถ้าท้องขึ้นมาจะไล่ออก...

ฟ้าเริ่มมืด ธีระนั่งเล่นอยู่ วิทย์โทร.เข้ามาชวนอีกครั้ง เสียงเป๊บกับนุ้ยแทรกเข้ามาว่าจะแนะนำสาวๆ สวยๆ ให้ ธีระขอบใจทุกคน แต่ตนไม่อยากไปไหนจะอยู่ทานข้าวกับแม่...จินดาปลื้มใจ เอ่ยปากชวน

“พรุ่งนี้ลูกว่างไหม แม่อยากจะไปไหว้พระที่อยุธยาซะหน่อย”

ธีระรับคำ จินดาให้เขาค้างที่บ้านจะได้ไปแต่เช้า แต่เขาขอกลับไปนอนบ้าน พรุ่งนี้จะมารับหกโมงเช้า พลันมือถือดังขึ้น ธีระมองเบอร์ไม่รู้จัก รับสายถามอย่างสุภาพว่านั่นใคร

“จำเสียงตูไม่ได้หรือคะ แหม เสียใจจัง”

“อ๋อ โทษทีพี่ไม่ได้คิด”

“แสดงว่าตูไม่น่าสนใจจนพี่ธีไม่ได้คิดถึงเลย”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกจ้ะ...”

จินดาได้ยินคำว่าจ้ะ ชะงักมองอย่างสนใจ ธีระพูดคุยธรรมดาๆ บอกว่าทานข้าวกับแม่อยู่ ข้าวตูเกรงใจจึงวางสายไป จินดาถามทันทีว่าใครโทร.มา ธีระบอกว่าข้าวตู เด็กข้างบ้านเก่าที่ชอบมาเล่นที่บ้าน บังเอิญเจอกันที่ร้านแดง จินดาฉงนแล้วโทร.หาทำไม ธีระว่าแค่คุยฐานะคนเคยรู้จัก

“แต่ตอนเด็กๆ เขาชอบลูกมากนะ หรือเขาจะมาจีบลูก”

ธีระอ่อนใจบอกแม่ว่าตอนนี้ใครมาจีบก็ไม่ติด เพราะตั้งใจจะอยู่กับแม่ไปตลอดชีวิต จินดาดีใจถึงกับเปรย “ถ้าเป็นยังงั้นจริง แม่คงมีบุญที่สุดในโลก”

“งั้นผมก็จะพยายามทำให้ได้อย่างนั้นแล้วกันครับ” ธีระรับปากให้แม่สบายใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ในวัดที่อยุธยา จินดาไหว้พระขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองลูกชายให้มีแต่ความสุขความเจริญ ธีระเดินจูงมือแม่เดินเล่นชมสถานที่โบราณ จินดาขอตัวเข้าห้องน้ำ ให้เขาไปซื้อน้ำมารอไว้ ธีระเดินไป จินดาจะผลักประตูเข้าห้องน้ำ เกิดรู้สึกหายใจขัด วิงเวียน เธอจะร้องให้คนช่วยแต่วูบลงเสียก่อน ข้าวตูเปิดประตูห้องน้ำออกมาเห็นรับร่างเธอไว้ได้ทัน

“คุณป้าเป็นอะไรคะ”

จินดาดึงคอเสื้อข้าวตู “ช่วย...ช่วย...ด้วย หายใจ... ไม่...ออก”

“ว้าย คุณป้า คุณป้าคะ ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย คนเป็นลมค่ะ” ข้าวตูตกใจร้องลั่น

ธีระได้ยินวิ่งกลับมาอุ้มจินดา เห็นข้าวตูก็ชะงัก “ข้าวตูแม่พี่เป็นอะไร”

“ไม่ทราบค่ะ อยู่ดีๆแกก็เป็นลม ตูว่าพาไปโรงพยาบาลดีกว่าค่ะ”

ธีระให้เธอประคองไว้ก่อน ตนไปเอารถมารับ ข้าวตูมองหน้าจินดาอย่างดีใจ...ระหว่างนั่งรอหน้าห้องไอซียู ข้าวตูซื้อกาแฟมาให้ธีระและคอยปลอบอย่ากังวล คุณป้าต้องไม่เป็นอะไร

“พี่ยังไม่ได้ขอบใจตูเลยนะที่ช่วยแม่พี่ไว้”

“ตูว่าต้องขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากกว่าค่ะ ที่ดลใจให้ตูอยากมาไหว้พระวัดเดียวกับพี่ธี ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าเราจะใจตรงกัน...เอ่อ...ตูหมายถึงว่ามาไหว้พระวัดเดียวกันน่ะค่ะ”

“ใช่ ต้องขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์” ธีระยิ้มให้อย่างจริงใจ

หมอออกมาบอกว่าจินดาปลอดภัยแล้ว ให้พากลับไปตรวจเช็กที่กรุงเทพฯ ให้ละเอียดอีกที ธีระพาข้าวตูเข้ามาดูจินดา เธอดูยังเพลียๆนอนให้น้ำเกลืออยู่จินดาเอ่ยว่าอยากขอบคุณคนที่มาช่วย ข้าวตูขยับเข้ามาใกล้ๆแล้วบอกว่า ตนเอง จินดายิ้มให้

“ใช่ หนูนั่นเอง ขอบใจมากนะจ๊ะ ถ้าป้าไม่ได้ยึดหนูไว้ ป่านนี้ป้าอาจล้มหัวฟาดน็อกพื้นไปแล้วก็ได้”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณป้า ตูยินดีมากค่ะ”

จินดาสะดุดชื่อ ธีระรีบบอกว่าข้าวตูที่เคยอยู่ข้างบ้าน เธอนึกออกรีบถาม ทำไมมาที่นี่ได้

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ สงสัยจะเป็นพรหมลิขิต”

จินดาขมวดคิ้วมอง ข้าวตูยิ้มๆ แก้ว่าพูดเล่น จินดาฝืนยิ้มมองธีระกับข้าวตูอย่างสงสัย

ooooooo

ในเมื่อต้องรอจินดาให้น้ำเกลือ ธีระจึงพาข้าวตูกลับไปเอารถที่วัด จินดานอนครุ่นคิดกลัวข้าวตูจะชอบพอกับธีระ จึงรีบโทร.ไปหาแดง ไตรตั้นรับสาย ซักถามประสาเด็กอยากรู้อยากเห็นว่ายายจะคุยอะไรกับแม่ ด้วยความร้อนใจจินดาเอ็ดให้ไปตามแม่มาพูดสาย พอแดงรับจึงโดนดุ

“นี่แดง แม่ว่าแกควรจะอบรมไตรตั้นหน่อยนะ ตอนนี้แม่ว่ามันชักจะรู้มากไปแล้ว”

“หนูขอโทษค่ะ แม่มีอะไรหรือ”

“แม่อยากรู้ว่านายธีเขาชอบอยู่กับยัยข้าวตูหรือ”

“ชอบหรือคะ เขาเพิ่งเจอกันเมื่อวานนี้เองนะ”

“อ้าว เพิ่งเจอกันเหรอ” จินดาแปลกใจ แดงรีบถาม ว่าไปเอาข่าวมาจากไหน จินดาบอกว่าเดาเอา แล้ววางสาย ครุ่นคิดหรือตนอาจระแวงมากไป...

พอจะแยกกัน ข้าวตูอยากสานต่อความสัมพันธ์ เธอทวงคำขอบคุณเป็นเลี้ยงข้าวแทน ธีระออกตัวช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง ข้าวตูรู้สึกผิดหวังหรือเขาจะไม่ชอบตนเลย แต่ตนจะไม่ยอมแพ้

ไม่มีคนอยู่บ้าน อรแอบพาคมสันต์เข้ามากินส้มตำไก่ย่าง แถมเอาไวน์มาให้ดื่ม คมสันต์เดินสำรวจในบ้านแล้วขโมยของมีค่าที่ตั้งโชว์ใส่กระเป๋ากางเกง พลันเสียงแตรรถธีระดังขึ้น อรตกใจรีบไล่ให้คมสันต์กลับไปก่อนโดยออกทางหลังบ้าน จินดาเข้ามาเห็นไก่ย่างทั้งตัววางอยู่

“แกกินคนเดียวทำไมเยอะแยะอย่างนี้ นี่ไวน์...แกบังอาจกินไวน์คุณธีหรือ”

“ไม่ใช่ค่ะคุณยาย หนูเห็นมันเสียแล้ว ก็เลยจะเอาไปเททิ้งค่ะ”

จินดาไม่เชื่อ อรให้พิสูจน์กลิ่นว่าตนไม่ได้ดื่ม จินดาไล่ให้ไปช่วยธีระถือของที่รถ...เย็นวันนั้น ข้าวตูซื้อขนมมาฝากไตรตั้น เพื่อจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แดงฟังและขอความช่วยเหลือ ข้าวตูสอบถามว่าธีระมีแฟนอยู่หรือเปล่า แดงตอบว่าไม่มี ข้าวตูขอจีบ

“พี่ว่าตูอย่าไปยุ่งกับธีเขาเลย...พี่บอกตามตรงนะ แม่พี่เขาหวงนายธีมาก ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนแม่พี่ได้หรอก”

“ไม่เห็นเกี่ยวเลยค่ะ ตูชอบพี่ธีนะคะ ไม่ได้ชอบคุณป้า”

“แต่ถึงวันนึงเธอก็ต้องไปเกี่ยวดองกับแม่พี่ เชื่อพี่ ถ้าไม่อยากเสียใจ อย่าชอบนายธี”

“ไม่ค่ะ พี่แดงก็รู้ว่าตูชอบพี่ธีมาตั้งนานแล้ว ทุกวันนี้ที่ตูไม่มีใครก็เพราะยังรักพี่ธีอยู่ ตูพูดจริงๆนะคะ พี่ธีเป็นผู้ชายคนเดียวที่อยู่ในใจตูมาตลอด”

“งั้นก็ตามใจ พี่เตือนเธอแล้วนะ” แดงถอนใจ

ข้าวตูยังขอร้องให้แดงช่วยนัดธีระออกมาทานข้าวกับตน แดงเห็นว่าอยากลองก็จะนัดให้ แดงจัดการโทร.หาธีระนัดออกมาทานข้าวกลางวันพรุ่งนี้ ธีระจะชวนแม่ เธอรีบห้ามอ้างอยากคุยลำพัง ธีระไม่สงสัยอะไร วันรุ่งขึ้นเขาจึงมาที่ร้านอาหารตามนัด เจอข้าวตูนั่งอยู่ก่อน เธอบอกว่านัดกับแดงไว้ ธีระขมวดคิ้วทำไมแดงไม่บอก ข้าวตูรีบแก้ตัวว่า

“อ๋อ ตูโทร.หาพี่แดงเมื่อคืนน่ะค่ะ พี่แดงก็เลยชวนทานข้าว ไหนพี่ธีบอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยว่างไงคะ ทำไมวันนี้มาได้”

“เอ่อ พอดีวันนี้เพื่อนพี่เขายกเลิกนัดน่ะ” พลันมือถือดัง เขากดรับ “ว่าไง พี่แดงอยู่ไหน”

“โทษทีพี่มีงานด่วนเข้ามา ธีกินข้าวกับข้าวตูไปก่อนนะ ถ้าพี่เสร็จเร็ว พี่จะตามไป”

ธีระวางสายแล้วบอกข้าวตูว่าแดงมีงาน มาช้าหน่อย ข้าวตูแอบยิ้ม...สองคนคุยกันไปทานกันไปสักพัก ธีระเห็นแดงยังไม่มาโทร.ไปถาม แดงขอโทษขอโพยไม่เสร็จงาน ฝากเทกแคร์ข้าวตูด้วย ธีระบอกข้าวตู เธอจึงชวนเขาไปดูหนังต่อ แต่เขาบอกว่าไม่ชอบเข้าโรงหนัง

“งั้นไปเดินเล่นงานบีโอไอแฟร์มั้ยคะ ตูเห็นในข่าวน่าสนใจเหมือนกัน”

ไม่ทันไร อรโทร.เข้ามา “คุณธีหรือคะ คุณยายตัวร้อนมากเลยค่ะ ให้ทานยาลดไข้แล้ว แต่หนูว่าคุณธีมาดูแกหน่อยดีมั้ยคะ”

“โอเค ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” ธีระวางสายแล้วหันมาบอกข้าวตูว่าตนต้องกลับไปดูแม่

“หรือคะ แล้วคุณป้าเป็นอะไรมากรึเปล่าคะ”

“เห็นเด็กที่บ้านบอกว่าแกมีไข้สูง เอ่อ ตูจะทานขนมหรือกาแฟมั้ย”

ข้าวตูส่ายหน้า ธีระรีบเช็กบิล ข้าวตูขอไปเยี่ยมจินดาด้วยคน แต่ธีระผลัดไว้วันหลังดีกว่า ธีระเดินไป ข้าวตูมองตามอย่างหวั่นใจ หรือเขาจะไม่ชอบเราจริงๆ

ooooooo

มาถึงบ้าน ธีระรีบดูอาการจินดา ถามอรจึงรู้ว่าแม่ปัสสาวะราด เขาอยากให้หมอตรวจ แต่เธอไม่ยอมไปอ้างว่าอั้นนานไปหน่อย กินยาแล้ว แค่ปวดหัวตัวร้อนธรรมดา ทันใด ข้าวตูโทร.เข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ไม่เป็นอะไรแล้วจ้ะ ขอบใจมากนะ อุตส่าห์โทร.มา”

“ฝากบอกคุณป้าว่าหายเร็วๆนะคะ”

ธีระรับคำ จินดารีบถามว่าใคร เขาตอบว่าข้าวตู ฝากให้แม่หายไวๆ เธอถามอย่างสงสัยว่ารู้ได้อย่างไรว่าตนป่วย เขาตอบบังเอิญเจอกัน เธอค่อนขอด บังเอิญบ่อยเหลือเกิน

“แม่อย่าคิดมากเลยครับ ผมไม่มีอะไรกับเขาหรอก”

“จริงนะ” ธีระพยักหน้า จินดายิ้มสบายใจขึ้น

ตกดึก ธีระเดินมาหน้าบ้าน เขาสั่งอรถ้ามีอะไร ให้รีบโทร.ไปบอก หรือเรียกรถพยาบาลเลย อรรับคำ ธีระขับรถกลับไป อรจะปิดประตูบ้าน คมสันต์โผล่มาจับมือ อรตกใจแต่พอเห็นว่าเป็นเขาก็เขินอาย คมสันต์อยากจะเข้าไปนอนด้วย อรอิดออด พอดีจินดาเดินออกมาเรียกอรไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เธอจึงรีบปิดประตูวิ่งเข้าไป คนสันต์มองตามอย่างเสียอารมณ์

ธีระกลับมาถึงคอนโดฯ เขานั่งดื่มไวน์เหม่อมองวิวอย่างเหงาๆ ข้าวตูโทร.มา เขาเห็นเบอร์โทร.ไม่อยากรับ เพราะไม่อยากทำให้ข้าวตูต้องเสียใจอีกคน

ooooooo

วันต่อมา แดงพาครอบครัวมาเยี่ยมจินดา เธอบอกว่าไม่ได้ป่วยอะไร แค่กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แดงชวนนั่งรถไปเที่ยวเขาใหญ่ จินดาไม่อยากนั่งรถไกลๆจึงขอตัว แดงสั่งอรถ้าแม่ไม่สบายให้เรียกรถพยาบาลเลย

รถกบแล่นมาจอดบ้านพักบนเขาใหญ่ รถธีระตามมาติดๆ ไตรตั้นตื่นเต้นลงจากรถไปวิ่งเล่น แดงเตือนไม่ให้ไปไกล ธีระสูดอากาศสดชื่น กบเสนอว่าต้องเปิดไวน์ ธีระเห็นดีด้วย ทุกคนช่วยกันถือของเข้าบ้าน ธีระชมว่าบ้านเพื่อนของกบสวยมาก

“พี่เอกไง จำพี่เอกได้มั้ย พี่เอกเป็นสถาปนิก ไม่สวยได้ไง”

ไตรตั้นวิ่งเข้ามา “แม่ครับ ดูสิครับ ใครมา”

“คุณยายตามมาหรือไตรตั้น” ธีระกระเซ้าแล้วต้องตะลึง ข้าวตูเดินตามหลังเข้ามา

“พี่เห็นว่าเรามาน้อยคนไม่สนุก ก็เลยชวนข้าวตูมาด้วย”

“พี่ธีคงไม่ว่านะคะ” ข้าวตูหยั่งเชิง

ธีระเชื้อเชิญแล้วถามว่ามาอย่างไร เธอตอบว่านั่งรถตู้มา แดงตำหนิบอกให้มากับธีระก็ไม่ยอม ข้าวตูชำเลืองมอง ธีระทำเฉยๆ ไตรตั้นร้องถามว่านอนห้องไหน กบตอบว่าห้องซ้ายมือ

“แล้วอีกห้องนึง น้าธีก็ต้องนอนกับน้าข้าวตูหรือครับ”

แดงปรามลูก ข้าวตูเสนอว่าตนจะนอนห้องรับแขก ธีระแย้งว่าตนนอนที่โซฟาเอง กบจึงแนะนำว่า นอนห้องเดียวกันก็ได้ เพราะห้องนั้นมีสองเตียงแยกกัน แดงเอ็ด

“พี่กบ เขาไม่ได้เป็นอะไรกัน จะให้ไปอยู่ด้วยกันได้ไง”

“แต่ตูไม่ถือนะคะ”

“ไม่เป็นไร พี่นอนโซฟาดีกว่า” ธีระพูดเสียงเรียบๆแล้วเดินไป

ข้าวตูทำตาปริบๆถามแดงว่าธีระไม่อยากให้ตนมาหรือเปล่า แดงตอบว่าธีระเขาเป็นสุภาพบุรุษ อย่าคิดมาก แล้วชวนกันไปทำกับข้าว...ธีระมาขนของที่ซื้อลงจากรถ ข้าวตูเดินมาขวางหน้า เธอแกล้งขยับไปมาขวางเขา ธีระหยุดมองนิ่งๆ เธอจึงบอกว่า แดงให้มาเอาชีสที่ฝากซื้อ ธีระส่งถุงให้ ข้าวตูรับมาแล้วหันหลังจะเดินไป เขาเรียกเธอไว้ เธอชะงักอมยิ้มหันมา

“พี่ซื้อแปรงสีฟันกับยาสีฟันอยู่ในถุง ขอถุงก่อนได้มั้ย”

ข้าวตูส่งถุงให้ เขาหยิบของออกแล้วส่งถุงคืน ข้าวตูจ้องมองเขาตลอดเวลา เขาหลบสายตา พอเธอเดินไป เขาก็ชำเลืองมองตาม จู่ๆเธอหันกลับมา เขาทำทีเป็นมองของในมือ

“พี่ธีคะ...” ข้าวตูเดินกลับมาหา เขาใจเต้นตึกๆ ถามว่ามีอะไร “พี่ธีลืมมีดโกนหนวดค่ะ” ข้าวตูหยิบของในถุงส่งให้ เขารับมาถือไว้ยิ้มๆ มองเธอเดินไปด้วยหัวใจหวั่นไหว

จากนั้น ธีระก็แอบมองข้าวตูขณะทำอาหารกับแดง พอเธอหันมาเขาก็เบนสายตาไปทางอื่น ไตรตั้นเข้ามาสะกิด เขาสะดุ้ง ไตรตั้นถามว่าแอบดูใครอยู่ ธีระปฏิเสธเสียงหลง

“ไม่จริง ตั้นรู้นะ น้าธีแอบมองน้าตู”

ธีระถามรู้ได้อย่างไร ไตรตั้นตอบว่าตนก็แอบดู เขาขำถาม “แล้วน้าตูเขาชอบเรารึเปล่า”

“ตั้นว่าเขาชอบน้าธีมากกว่า”

ธีระยีหัวหลานว่าแก่แดดอย่างเอ็นดู แล้วเดินไป ไตรตั้นมองตามบ่น ถือว่าหล่อกว่า...

ยามเย็น ธีระยืนมองวิว กบเข้ามาเลียบเคียงถามว่าไม่สนใจข้าวตูบ้างหรือ เขาตอบตามตรงว่าไม่อยาก ตั้งความหวังอะไรอีกกลัวความผิดหวัง ไม่ทันไร ข้าวตูถือจานอาหารว่างมาให้ กบถือโอกาสผละออกปล่อยสองคนได้คุยกัน ข้าวตูกำลังชวนคุย ธีระอึดอัดใจอ้างว่านัดไตรตั้นไว้จะเล่านิทานให้ฟัง...ข้าวตูไม่ละความพยายาม เอานมข้าวโพดมาให้ในห้องขณะที่ธีระกำลังเล่านิทาน ไตรตั้นอยากฟังอีก ธีระจึงโบ้ยให้ข้าวตูเล่าต่อแล้วตัวเองเดินออกไป เธอเริ่มไม่พอใจ

ไตรตั้นจ้องหน้าข้าวตูสักพักก่อนจะถามคำถามว่า “น้าข้าวตูครับ ตั้นมีคำถาม”

“คำถามอะไร” ข้าวตูมองอย่างฉงน

“ระหว่างตั้นกับน้าธี น้าตูชอบใครมากกว่ากัน”

“ทำไมถามอย่างนี้ล่ะจ๊ะ”

“ตั้นอยากรู้ครับ”

“ก็ต้องชอบไตรตั้นสิ”

“ไชโย้...น้าธีหมดสิทธิ์ เดี๋ยวตั้นไปบอกน้าธีก่อน” ไตรตั้นวิ่งออกไป

ตอนที่ 6

ตลอดเวลาธีระเอาแต่ครุ่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับอุ้ม เสียงออดหน้าห้องดังขึ้น เขาไปเปิดประตูเห็นคนถือลูกโป่งบังหน้า พอเปิดออกเป็นคิตตี้ยิ้มให้ เธอรีบบอกเขาว่าอย่าเพิ่งไล่ วันนี้วันเกิด ตนไม่รู้จะไปไหนเลยลองเสี่ยงมาหา จะชวนทานไวน์ ธีระอึกอัก

“แค่ขวดเดียวเองค่ะ แล้วตี้ก็จะกลับ”

ธีระอ่อนใจยอมให้เข้ามา...เขาชูแก้วไวน์อวยพรวันเกิดให้คิตตี้ “พี่ไม่รู้ว่าวันเกิดตี้ เลยไม่ได้เตรียมของขวัญให้”

“งั้นขอเบิร์ธเดย์คิสได้มั้ยคะ” คิตตี้เอียงแก้มให้

“ไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน และพี่ก็มีแฟนแล้วด้วย”

“แหม ดูพี่ธีจะรักแฟนคนนี้มากนะคะ ใครหรือคะ ตี้รู้จักมั้ย”

ธีระตอบว่าไม่รู้จัก คิตตี้เดาว่าเป็นแอร์ เขาพยักหน้า เธอค่อนขอดว่าตนน่าจะไปเป็นแอร์บ้าง ธีระย้ำเรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว ให้เธอมองชายอื่นบ้าง เธอเข้าประชิดออดอ้อนว่ายังรักเขาอยู่ ธีระขยับหนีเปลี่ยนเรื่องถามว่าหิวไหม ตนมีพิซซ่าอยู่จะอุ่นให้ ธีระรีบเดินไปเปิดตู้เย็นพลันมือถือดัง คิตตี้เห็นชื่ออุ้ม รีบกดรับ อุ้มแปลกใจถามว่าใคร

“ฉันเองค่ะ คุณอุ้ม คิตตี้”

“นี่คุณอยู่กับพี่ธีหรือ” อุ้มตกใจ

“ใช่ค่ะ คุณจะพูดกับเขาหรือคะ เดี๋ยวนะคะ เขากำลังอุ่นพิซซ่าให้ฉันอยู่...พี่ธีคะ” คิตตี้เรียก

อุ้มรีบบอกว่าไม่ต้องแล้ววางสายไป คิตตีิ้ยิ้มสะใจ ธีระถือจานพิซซ่าเข้ามาถามใครโทร.มา เธอบอกไม่รู้วางสายไปแล้ว ธีระกดดูเห็นเป็นเบอร์อุ้ม เขารีบโทร.กลับ แต่เธอไม่รับสาย

วันรุ่งขึ้น อุ้มบอกเป๊บกับนุ้ยขณะเดินออกจากออฟฟิศว่าคิตตี้อยู่กับธีระ ไม่ทันไร คิตตี้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า อุ้มชะงัก เธอขอคุยด้วยลำพัง เป๊บกับนุ้ยเลี่ยงไป อุ้มถามว่ามีอะไร

“เมื่อคืนฉันได้คุยกับพี่ธี เขาบอกว่าเขายอมรับผิดชอบเรื่องเด็กและจะแต่งงานกับฉัน”

“ก็ดีนี่คะ” อุ้มปรับน้ำเสียงยินดีด้วย

“ฉันก็เลยจะขอให้คุณเลิกติดต่อกับเขา เพื่อที่เขาจะได้ไม่วอกแวกคิดถึงคุณอีก” คิตตี้ทำหน้าเว้าวอน “ได้โปรดเถอะค่ะคุณอุ้ม คุณเองก็ยังสาว ยังสวย ยังมีโอกาสได้เจอผู้ชายดีๆอีกมากมาย” คิตตี้แกล้งร้องไห้ให้อุ้มเห็นใจ ขอร้องให้เห็นแก่เด็กในท้อง

อุ้มพยายามตัดใจ รับปากว่าจะเลิกกับธีระแล้วเดินจากไป คิตตี้มองตามยิ้มอย่างมีชัย...

ธีระไม่ย่อท้อ ขับรถมาหาอุ้มที่บ้าน พ่อกับแม่ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน ขัดใจอะไรตรงไหน

“ผมก็พยายามนึกอยู่ ครั้งสุดท้ายที่ผมอยู่เมืองนอก โทร.คุยกันก็ยังดีๆอยู่ คุณพ่อคุณแม่ไม่เห็นอะไรผิดปกติหรือครับ”

“เอ หรือยัยอุ้มไปเจอแฟนเก่าคุณพูดอะไรไม่เข้าหูรึเปล่า”

“ไม่น่าใช่นะครับ”

อุ้มเดินออกมาเห็นธีระก็เดินเลี่ยงไปทางระเบียง แม่ให้ธีระไปถามกันเอง ธีระตามมาดึงมืออุ้ม “เดี๋ยวสิอุ้ม พี่อยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรทำไมถึงไม่ยอมรับสาย ไม่พูดกับพี่”

อุ้มสะบัดมือจะเดินหนี ธีระถามว่าโกรธอะไร อุ้มปฏิเสธไม่ได้โกรธ ธีระไม่เชื่อ

เธอจึงโพล่งออกมา “อุ้มอยากเลิกกับพี่ธีค่ะ”

“นี่อุ้มพูดอะไร ทำไมอยู่ๆถึงจะเลิกกับพี่”

“อุ้มว่าพี่ธีไปถามตัวเองดีกว่า ว่าพี่ธีทำอะไรไว้ ก็ควรจะรับผิดชอบ”

ธีระยิ่งงง อุ้มโกรธหาว่าแกล้ง ธีระขอร้องอย่าทำแบบนี้ อุ้มโวย เขาต่างหาก อย่าทำแบบนี้กับตน สร้างเรื่องอะไรไว้ กลับทำเป็นไม่รู้เรื่อง เขายิ่งงงมากขึ้น

“ก็เรื่องเด็กในท้องผู้หญิงไง”

“เด็กในท้องผู้หญิง...เด็กที่ไหนกัน...” ธีระขยับเข้าหา

อุ้มผลักออก “พอเถอะ ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นผู้ชายแบบนี้ ฉันเสียใจจริงๆที่รู้จักกับคุณ คุณกลับไปได้แล้ว ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ”

ธีระไม่ยอมกลับ พ่อกับแม่เห็นว่ารุนแรงขึ้น จึงเข้ามาขวาง ธีระรีบบอกว่าตนไม่รู้เรื่องที่อุ้มพูด ตนจะคุยกับอุ้มให้รู้เรื่อง แม่ขอร้องให้เขากลับก่อน พวกตนจะคุยกับอุ้มให้แล้วจะโทร.ไปบอก ธีระดึงดันอยู่สักพักกว่าจะยอมกลับ แม่มาตะล่อมถามอุ้ม มีเรื่องอะไรค่อยๆเล่าให้แม่ฟัง

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่หนูผิดหวังในตัวเขา”

แม่ถามว่าเรื่องผู้หญิงหรือ อุ้มน้ำตาร่วง “ใช่ค่ะแม่ หนูเสียใจจริงๆ หนูไม่คิดเลยว่าเขาจะทำแบบนี้

กับหนู หนูไม่น่าเชื่อเขา ไม่น่ารักเขาเลย”

“เอาน่ะ แม่ว่ายังโชคดีที่ลูกรู้ตัวก่อน ดีที่เรายังไม่ตัดสินใจแต่งงานไปกับเขา ถ้ามารู้ทีหลัง เราจะเสียใจมากกว่านี้นะลูก” แม่ดึงอุ้มมากอดปลอบ

ooooooo

ระหว่างขับรถกลับ ธีระพยายามครุ่นคิดว่ามันเรื่องอะไรกัน อุ้มถึงขอเลิก แถมหาว่าตนทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับ พลันมีแม่จูงลูกข้ามถนนตัดหน้า เขาหวิดชนหักรถหลบได้ทัน เขาจอดรถถอนหายใจ จะปล่อยเรื่องนี้รบกวนจิตใจอีกไม่ได้

เผอิญ แดงกับกบพาไตรตั้นมาเดินห้าง เจอเข้ากับคิตตี้ แถมคุยโวว่ามาซื้อกับข้าวไปทำให้ธีระทาน เธอชวนแดงกับครอบครัวไปทานด้วยกัน แดงปฏิเสธเดินแยกออกมา กบถามทันที

“เอ๊ะ ที่คุณบอกว่าธีมีแฟนใหม่ คือคิตตี้หรือ”

“ที่ธีเล่ามันไม่ใช่คิตตี้นะ”

“ถ้างั้นก็แสดงว่า น้องชายคุณคั่วสาวไว้หลายคน”

“บ้าน่ะ ธีมันไม่ใช่คนอย่างนั้น” แดงเอ็ด ไตรตั้นบ่นอยากกินไอศกรีม แดงจึงจูงไป...

กลับถึงห้อง ธีระทนไม่ได้ โทร.ไปถามแม่อุ้มว่าเธอเล่าอะไรให้ฟังบ้าง แม่โกรธแทนลูก

“ฉันบอกกัปตันตรงๆเลยนะ ถ้ากัปตันมีผู้หญิงอื่นก็อย่ามายุ่งกับลูกสาวฉันเลย ถือซะว่าจบกันแค่นี้”

ธีระตกใจจะแย้ง แต่แม่ไม่ฟังวางสายไป เขายิ่งงงว่ามันเรื่องอะไรกัน ทันใด ออดหน้าห้องดัง เขามาเปิดประตู เห็นคิตตี้ถือถุงเต็มมือ เธอบอกว่ามาทำอาหารให้ทาน ธีระกำลังเครียด

“มาทำไมบ่อยๆ พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องของเราเป็นไปไม่ได้ แล้วพี่เองก็มีคนที่พี่รักอยู่แล้ว ถ้าแฟนพี่มาเห็นพี่อยู่กับตี้ เขาจะเข้าใจพี่ผิดนะ”

“แหม ดูพี่ธีแคร์ผู้หญิงคนนี้มากเหลือเกินนะคะ”

“ก็ใช่สิ เขาคือคนที่พี่จะแต่งงานด้วย”

“แล้วตี้ล่ะคะ พี่ธีเอาตี้ไปทิ้งไว้ที่ไหน”

“พี่ว่าตี้พูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ พี่บอกตี้ไปหลายครั้งแล้วว่า เรื่องระหว่างเรามันจบไปนานแล้ว เอาล่ะแค่นี้นะ” ธีระปิดประตู

คิตตี้น้ำตาไหล ด้วยความโกรธ เธอปาถุงใส่ประตูเสียงดังโครม ธีระสะดุ้ง เธอตะโกนดังเข้ามา “ก็ได้ ตี้ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนี้ พี่ธีจะกลับมาหาตี้มั้ย”

เสียงคิตตี้เดินปึงปังไป ธีระเปิดประตูมามอง บ่นท่าจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว...ธีระเข้าห้องมากดโทรศัพท์หาอุ้มอีก แต่เธอก็ไม่รับ พอดีแดงโทร.สวนเข้ามา

“ธี ฉันมีเรื่องอยากถามแกหน่อย”

“เรื่องอะไร”

“ตอนนี้แกคบอยู่กับคิตตี้เหรอ”

ธีระปฏิเสธทันที แดงเล่าว่าเจอคิตตี้ ธีระร้อนใจรีบไปหาพี่สาวที่ร้านที่เธอกับครอบครัวนั่งอยู่ทันที...มาถึง กบถามกระเซ้าธีระ ให้คิดดีๆว่าครั้งสุดท้ายนอนกับใคร

“เฮ้ย พี่กบ ผมไม่ได้มั่วเหมือนพี่กบนะ”

“อ้าว ถ้าไม่ใช่แล้วแฟนนายเขาไปเอาเรื่องผู้หญิงท้องมาจากไหน”

ธีระเองก็อยากรู้ ใครเอาไปบอก แดงเอ่ยขึ้นหรือว่าแม่ ธีระไม่อยากเชื่อว่าแม่จะสร้างเรื่องทำให้ตนต้องเลิกกันขนาดนี้ เขาจะไปถาม แดงรั้งไว้ต้องวิเคราะห์ให้แน่ใจก่อนอย่าเพิ่งปรักปรำ กบสันนิษฐานอาจจะเป็นคิตตี้ ธีระฉุกคิด...

เสียงโทรศัพท์บ้านอุ้มดังขึ้น พ่อกับแม่ปรึกษากันว่าถ้าเป็นธีระ พ่อจะจัดการเอง และก็ใช่จริงๆ พ่อขอร้องเขาอย่าโทร.มาอีก ขอให้ยุติเพียงแค่นี้ ธีระขอร้องให้ฟังตนสักนิด

“ผมเข้าใจว่ากัปตันจะพูดอะไร แต่ผมว่ามัน

ไม่มีประโยชน์หรอก”

“คุณพ่อครับ ผมขอถามแค่คำเดียว”

“ถามอะไร...”

“มีผู้หญิงชื่อคิตตี้เคยมาหาอุ้มมั้ยครับ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน”

“เกี่ยวครับ คุณพ่อบอกผมหน่อยว่าคิตตี้เขาไปหาอุ้มที่รีสอร์ตใช่มั้ยครับ”

“ใช่ เขาเคยมาพักที่นี่คืนนึง...นี่ อย่าบอกนะว่าหนูคิตตี้ท้องกับคุณ”

ทั้งอุ้มและแม่ตกตะลึง ธีระรีบขอร้อง “คุณพ่อครับ ขอผมคุยกับอุ้มหน่อยได้มั้ยครับ”

“ผมให้คุยไม่ได้หรอก และผมคิดว่าเราควรจะจบกันแค่นี้ อย่าโทร.มาอีก ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน” พ่อขู่ก่อนวางสาย แล้วหันมาเปรยกับแม่และอุ้ม ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้

แม่ต่อว่าทำไมอุ้มไม่บอก อุ้มน้ำตาไหลสารภาพมันพูดไม่ออก พ่อกับแม่ปลอบอุ้ม...ขณะเดียวกัน แดงกับกบซักถามธีระ แต่เขาร้อนใจจะต้องไปคุยกับอุ้มให้รู้เรื่อง

ooooooo

กลางลำคลอง อุ้มพายเรือปล่อยอารมณ์ คิดถึงความสุขกับธีระที่ผ่านๆมา น้ำตาไหลริน พลันเงยหน้ามองบนสะพาน เห็นคิตตี้ยืนอยู่ถึงกับชะงัก ขณะเดียวกัน ธีระมาถึงบ้าน พ่อกับแม่รุมต่อว่าไม่ให้เขามาที่นี่อีก

“เดี๋ยวสิครับ ที่ผมมาเพราะต้องการอธิบายให้คุณพ่อคุณแม่กับอุ้มเข้าใจ ว่าผมไม่มีอะไรกับคิตตี้ แล้วเธอก็ไม่ได้ตั้งท้องอะไรด้วย”

“เราจะเชื่อคุณได้ยังไงว่าที่คุณพูดเป็นเรื่องจริง”

“ผมจะพาอุ้มไปหาคิตตี้ ให้เธอพูดความจริงทั้งหมดว่าเธอโกหก แล้วถ้าเธอไม่ยอม ผมก็จะแจ้งตำรวจจับเธอ”

พ่อกับแม่ไม่อยากจะเชื่อ ธีระรับรองว่าตนไม่มีทางทำเรื่องเลวๆอย่างนั้น...ในขณะที่อุ้มขึ้นจากเรือมาคุยกับคิตตี้บนสะพาน คิตตี้สีหน้าดุดัน

“พี่ธีเขาบอกว่า เขาจะไม่มีวันเลิกกับเธอ”

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อฉันก็บอกเลิกกับเขาไปแล้ว”

“เขาบอกว่าเขารักเธอ”

“งั้นฉันก็คงช่วยอะไรคุณไม่ได้ เพราะเรื่องระหว่างฉันกับเขาจบไปแล้ว ฉันขอตัว”

อุ้มจะเดินไป คิตตี้เรียกไว้ อุ้มถามต้องการอะไรอีก คิตตี้ชักปืนออกมาตอบว่าต้องการชีวิต อุ้มถอยกรูดตกใจ คิตตี้ก้าวตาม “ถ้าไม่มีเธอ พี่ธีก็คงเลือกฉัน”

“นี่คุณคิตตี้ ฉันว่าคุณกำลังเข้าใจอะไรผิดนะ เรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวกับฉัน มันเป็นเรื่องของคุณกับพี่ธี ฉันว่าคุณควรไปคุยกับเขามากกว่า”

“เกี่ยวสิ เป็นเพราะเธอเขาถึงไม่รักฉัน ถ้าเขาไม่รักฉันเธอก็ไม่ควรจะได้เขาเหมือนกัน” คิตตี้ขยับปืนจ่ออุ้ม

อุ้มพยายามพูดให้คิตตี้อ่อนลงว่าตนสัญญาจะเลิกยุ่งกับธีระเด็ดขาด คิตตี้ไม่เชื่อ ตราบใดที่เธอยังมีชีวิตอยู่ ธีระไม่มีวันรักตน คิตตี้กระชับปืน เสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้น สองสาวสะดุ้ง หันมอง พ่อยิงปืนลูกซองขึ้นฟ้า บอกคิตตี้ให้ทิ้งปืน ธีระขอให้คิตตี้ทิ้งปืนแล้วมาคุยกันดีๆ

“คุยหรือ พี่ธีจะคุยอะไรกับตี้ ถ้าพี่ธีไม่รักตี้ พี่ธีก็ไม่มีสิทธิ์รักใครเหมือนกัน”

ธีระยอมทุกอย่าง ยอมรักเธอ ยอมแต่งงานกับเธอ คิตตี้ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ธีระบอกว่าไม่อยากให้เธอต้องเสียใจอีกแล้ว และไม่อยากให้เกิดความสูญเสีย เขาขอปืนจากเธอ คิตตี้ถามย้ำว่าเขาจะแต่งงานกับตนจริงหรือ ธีระพยักหน้า ดึงปืนมาแล้วสบตาอุ้มทำนองปลอดภัยแล้ว

ไม่ทันไร ตำรวจก็เข้ามาควบคุมตัวคิตตี้ออกมาที่รถ เธอโวยวายที่ธีระหลอก ธีระบอกว่าตนทำเพื่อความปลอดภัยของทุกคน คิตตี้โวยวายจะกลับมายิงให้หมดทุกคน แล้วร้องไห้ขอร้องให้ธีระช่วยปล่อยตนด้วย พ่อกับแม่อุ้มถอนใจ

“ผมต้องขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วย ที่เกิดเรื่อง

แบบนี้ขึ้น” ธีระยกมือไหว้

“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก ผมกับแม่ก็ต้องขอโทษที่เข้าใจคุณผิดไป”

ธีระเห็นอุ้มเดินหนี จึงขอตัวไปง้อ ทั้งพ่อและแม่ยิ้มเชิญ...ธีระตามมาถามอุ้มยังโกรธอีกหรือ อุ้มตอบว่าไม่รู้ควรโกรธหรือไม่โกรธดี ถ้าคิตตี้เกิดยิงขึ้นมาจริงๆ เขาจะทำอย่างไร

“พี่ก็โดดเอาตัวเข้าขวางอุ้มสิ”

“พูดยังกะเป็นพระเอกลิเก”

อุ้มขอถามจริงๆว่าเคยมีอะไรกับคิตตี้หรือ ธีระย้อนถาม ถ้าตอบตามตรงแล้วอย่าโกรธนะ

“จะบอกว่ามีหรือ” อุ้มหน้าเสีย

“ก็มีน่ะสิ” อุ้มตะลึง ธีระรีบบอก “นั่นมันสมัยเรียน แต่พอเลิกกันพี่ก็คิดกับเขาเป็นน้อง”

“เจ้าเสน่ห์จริงๆนะเนี่ย” อุ้มค้อนขวับ

“ก็แค่กับอุ้มคนเดียว” ธีระดึงอุ้มเข้ามากอด

อุ้มผลักไสอายพ่อกับแม่ ธีระบอกว่าท่านรู้ว่าตนรักลูกสาวท่าน อุ้มเปรยจะมีใครเอาปืนมายิงอีกหรือเปล่า ธีระรับรองไม่มีอีกแล้ว...พ่อกับแม่แอบมอง ต่างถามกันว่าตัดชุดใหม่เตรียมไปงานลูกหรือยัง ทั้งสองหัวเราะให้กันอย่างรักใคร่

ooooooo

หลายวันผ่านไป ธีระตั้งใจคุยกับพ่อแม่อุ้มเรื่องแต่งงาน ทั้งสองถามว่าแม่เขาเห็นดีด้วยแล้วหรือ ธีระตอบว่าแม่ตนไม่มีปัญหา และแต่งงานแล้วตนจะย้ายมาอยู่ที่นี่ แม่ถามอีกว่า จินดายินดีรับอุ้มเป็นสะใภ้หรือ ธีระรีบบอกว่า

“ต้องรับสิครับ ผมบอกแม่ผมแล้วว่าผมจะแต่งงานกับอุ้ม คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำให้อุ้มต้องอึดอัดใจกับเรื่องของแม่ผม”

พ่อถามอุ้มเอาอย่างไร อุ้มแล้วแต่พ่อกับแม่ ทั้งสองสบตากัน แล้วบอกว่า ในเมื่อรักกันพวกตนก็ไม่ขัดข้อง ให้ธีระไปหาฤกษ์มาได้เลย แล้วพาแม่มาสู่ขอ สินสอดไม่เรียกร้อง ขอแค่แต่งตามประเพณี ธีระกราบขอบพระคุณด้วยความดีใจ...

จินดามีเพื่อนๆมาคุยเล่นที่บ้าน ต่างเตือนไม่ให้ตั้งแง่กับลูก เพราะจะทำให้ลูกแยกไปไม่กลับมาเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง จินดาครุ่นคิดกังวลใจไม่น้อย อรเข้ามาถามพรุ่งนี้จะทานอะไร จินดาย้อนถามว่าธีระไม่มาหากี่วันแล้ว อรนับนิ้วแล้วบอกว่าเกือบสองอาทิตย์

“เอ็งคิดว่าข้าควรจะโทร.ไปง้อลูกชายข้ามั้ย”

“ถ้าคุณยายยังรักลูกก็ควรจะโทร.นะคะ เพราะเราเองก็ไม่ใช่สาวๆแล้วนะ นี่ก็เจ็ดสิบแล้วไม่ใช่หรือ”

“นี่นี่ ข้าขอแค่ความเห็น ไม่ได้ต้องการให้เอ็งมาสั่งสอน”

อรโอดโอยว่าไม่ได้สอน แค่พูดให้เห็นภาพ จินดาจึงให้อรโทร.หาธีระ ทำทีเป็นเปรยๆว่าตนไม่กินข้าว ดูไม่ค่อยสบาย ห้ามบอกว่าตนให้โทร. อรยิ้มอย่างเข้าใจ ก่อนจะกดโทร.หาธีระ

“คุณธีคะ ถ้าว่างก็แวะมาดูคุณยายหน่อยนะคะ แกไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ สองสามวันมานี่ทานอะไรไม่ค่อยลง หนูเห็นแกซึมๆก็เลยแอบโทร.มาบอกคุณธีค่ะ”

จินดายิ้มอย่างพอใจ อรวางสายแล้วแบมือขอทิป จินดา ส่งเงินให้ร้อยบาท อรย้ำ “พรุ่งนี้คุณยายเตรียมตัวให้ดีล่ะ แล้วอย่าเผลอด่าหนูล่ะคะ เดี๋ยวคุณธีจับได้ว่าคุณยายแกล้งป่วย”

จินดาเอ็ดไล่หลังอรว่าปากปลาร้าจริงๆแล้วยิ้มดีใจที่ลูกชายจะมาหา...

อุ้มชงกาแฟมาวางให้แล้วถามธีระว่าคุยกับใคร เขาบอกเด็กที่บ้านโทร.มาบอกว่าแม่ป่วย พรุ่งนี้ตนจะแวะไปดูเสียหน่อย อุ้มขอไปด้วย แต่ธีระว่าอย่าเพิ่งไป ตนจะคุยเรื่องแต่งงาน อุ้มหวั่นใจเธอจะไม่ยอม ธีระย้ำ ถึงไม่ยอมตนก็จะแต่ง เพราะตนเชื่อว่า ไม่นานแม่จะต้องรักอุ้ม

ooooooo

วันรุ่งขึ้น แดงกับกบพาไตรตั้นมาเยี่ยมจินดา ไตรตั้นเข้าไปอ้อนคุณยาย แดงเห็นสีหน้าแม่ไม่เหมือนคนป่วยเลย จินดางงป่วยเมื่อไหร่ แดงบอกว่าธีระโทร.บอก นึกว่าเป็นอะไรมาก จินดาแขวะ ถ้าธีระไม่โทร.บอกว่าตนจะตาย คงไม่คิดจะมาเยี่ยมเลยหรือ กบรีบบอกตั้งใจจะมาอยู่แล้ว ไม่ทันไร อรเดินนำธีระเข้ามา เขาถามว่าแม่เป็นอย่างไรบ้าง จินดาเปลี่ยนท่าทางทันที

“มันก็ยังมึนๆหัวอยู่ นี่ก็พะอืดพะอมจะอ้วกอีกแล้ว ไอ้อรเอากระโถนมาซิ”

อรรับคำวิ่งไป แดงหมั่นไส้ พอลูกชายคนโปรดมาก็ป่วย ทีเมื่อกี้ยังด่าตนฉอดๆ อยู่เลย จินดาค้อนขวับ ก่อนจะหันมาหาธีระ “ค่อยยังชั่วแล้วลูก นี่ไปไหนมาถึงมาหาแม่ได้”

“เมื่อคืนอรโทร.บอกผมว่าแม่ไม่สบาย”

จินดาทำทีเอ็ดอรที่โทร.ไปกวน ธีระบอกว่าโทร.น่ะดีแล้ว กบเสนออยู่กันพร้อมหน้า เย็นนี้ทำอะไรพิเศษกินกัน กบจะออกไปซื้อของกับแดง ถามจินดาอยากกินอะไรบ้าง เธอทำเสียงอ่อย

“แม่เป็นเบาหวานจะกินอะไรได้ นอกจากยา”

“แหม แต่เห็นขนมในตู้เย็นเต็มไปหมดเลยนะ” แดงแขวะ

จินดาโบ้ยว่าของอร กบปรามแดงอย่ายั่วแม่ ธีระ อยู่เป็นเพื่อนจินดา กบกับแดงออกไปซื้อของ จินดายิ้ม มีความสุข อรเลี่ยงออกมาพึมพำ ปีนี้คุณยายไม่พลาด ตุ๊กตาทองฝ่ายหญิงแน่

เย็นวันนั้น มีแต่เสียงหัวเราะ ทั้งแดงและธีระต่างเอาใจจินดา จนมืดค่ำ แดงถามจินดาง่วงหรือยัง ตนจะพาเข้านอน เธอส่ายหน้า อรเปรย ท่าทางไม่ง่วงง่ายๆ เพราะดีใจลูกหลานเต็มบ้าน

“นังนี่ มันรู้มากจริงๆ” จินดาเอ็ดอรอย่างอารมณ์ดี

แดงถามธีระมีบินอีกวันไหน เขาตอบว่าวันอังคาร เธอจึงบอกว่าถ้าพรุ่งนี้ไม่มีธุระที่ไหนคืนนี้ค้างที่นี่กัน กบไม่มีปัญหาเพราะคืนนี้จะได้มีเพื่อนดูบอล จินดาดีใจให้ไตรตั้นไปอาบน้ำมานอนด้วยกัน ไตรตั้นขอไม่นอนด้วยเพราะยายกรนเสียงดัง จินดาไม่โกรธสั่งอรเตรียมที่นอน

“ค่ะ ดีจังเลยค่ะ บ้านเราจะได้ครึกครื้น” อรดีใจ

ตกดึก ธีระเข้ามาดูแลจินดาเข้านอน “แล้วพรุ่งนี้เช้า แม่อยากกินอะไร ผมจะไปซื้อให้”

“ไม่ต้องลูก นอนตื่นสายๆ แม่บอกไอ้อรให้ไปซื้อ โจ๊กปากซอยกับปาท่องโก๋มาให้ลูก”

“งั้นแม่นอนเถอะ จะเที่ยงคืนแล้ว” ธีระห่มผ้าให้จินดา ก้มลงจูบหน้าผากแม่ขอให้ฝันดี

จินดายิ้มอย่างมีความสุข...พอรุ่งสาง จินดาฝันว่า อรเข็นให้ตนนั่งวีลแชร์มาโรงพยาบาล ตนรู้สึกใจสั่น มือเย็นเฉียบ แต่แล้วพบธีระพาอุ้มมาตรวจครรภ์ หมอแสดงความยินดีกับทั้งสอง ธีระหันมาบอกว่าจะแต่งงานกับอุ้ม เพราะเธอท้องขึ้นมา จินดาโวย

“แต่ฉันไม่มีวันยอมให้แกแต่งงานกัน เพราะฉันไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ ใจง่ายไวไฟ ไม่สมควรเป็นลูกสะใภ้ฉัน”

“แต่แม่ครับ แม่จะยอมหรือไม่ยอมผมก็ต้องแต่งอยู่ดี ผมกำลังจะมีลูก”

อุ้มลอยหน้ายิ้มๆ “ใช่ค่ะ เรากำลังจะมีลูกของเรา เราจะไปใช้ชีวิตสามคนพ่อแม่ลูก”

อรถามธีระจะทิ้งจินดาหรือ อุ้มตอบแทนว่าช่วย ไม่ได้ ในเมื่อจินดาไม่ชอบตน อุ้มให้ธีระเลือกว่าจะอยู่กับลูกเมีย หรือจะอยู่กับแม่ ธีระมองสองคนสลับไปมา “ผมเลือกอุ้มกับลูก”

จินดาใจสลาย กุมหัวใจร้อง โอ๊ย...เธอดิ้นไปมาอยู่ บนเตียง อรเข้ามาปลุก จินดาร้องลั่น ธี...อย่าทิ้งแม่ไป อรปลุกให้จินดารู้สึกตัว ธีระวิ่งเข้ามาช่วยปลุก จินดารู้สึกตัวงงๆ เห็นธีระอยู่ในชุดนอน แดงตามเข้ามาอีกคน ถามว่าแม่เป็นอะไร

“ไม่มีอะไรจ้ะ แม่ฝันร้าย” จินดาตั้งสติได้

แดงถอนใจ อรรีบถามว่าฝันอะไร ร้องเรียกธีระลั่น จินดาไม่อยากเล่า บอกปัดไปว่าเมื่อคืนคงกินมากไปหน่อย ฝันเละเทะไปหมด

ooooooo

บนโต๊ะอาหาร ไตรตั้นทานข้าวต้มเสียหลายชาม กบเสนอ อาทิตย์หน้ามีวันหยุดยาวถึงวันอังคาร ไปเที่ยวชะอำกัน จินดาท้วงว่าธีระไม่อยู่ แดงบ่น ธีระไม่อยู่ไปกับพวกตนไม่ได้หรือ

“อ้าว ไปหลายคนมันก็สนุกดี” จินดาแก้ตัว

“แม่ไปกับพี่แดงก่อนเถอะ เดี๋ยวผมบินกลับมาวันอาทิตย์ ผมจะตามไปสมทบ”

ไตรตั้นดีใจยกใหญ่ กบเผลอบอกธีระให้ชวนแฟนไปด้วย จินดาขมวดคิ้วไม่พอใจ แดงกระทืบเท้ากบ “โอ๊ย อะไรแดง พี่พูดอะไรผิด”

“ก็ดีเหมือนกันนะ อุ้มเขาจะได้รู้ว่าครอบครัวเรามีใครบ้าง”  ธีระเห็นจินดาวางช้อน  “แม่คงไม่ว่าอะไรนะครับ ถ้าผมจะพาอุ้มไปชะอำด้วย”

“เรื่องของแก” จินดาลุกเดินออกไป

แดงเอ็ดกบ พูดออกมาทำไม รู้ว่าแม่ไม่ชอบ ธีระปรามอย่าไปว่ากบ ตนต้องบอกให้แม่รู้อยู่แล้วว่าตนจะแต่งงาน กบอุทานเสียงดัง จะแต่งได้อย่างไร ธีระยืนยัน

“ยังไงผมก็ต้องแต่ง ผมขอตัวนะ” ธีระลุกเดินตามจินดาออกไป

เห็นจินดานั่งอยู่ที่ระเบียง ธีระเอ่ย “แม่ครับ ผมขอให้แม่ไปอัมพวากับผมหน่อยได้มั้ย ผมอยากให้แม่ได้รู้จักอุ้มและครอบครัวเขา”

“ไม่จำเป็น”

“จำเป็นสิครับ เพราะผมจะให้แม่ไปสู่ขออุ้มให้ผม”

จินดาหน้าเครียดเมื่อรู้ว่าลูกเลือกผู้หญิงคนนี้แน่ จึงบอกว่าถ้าอยากแต่งก็ไปจัดการกันเองตนไม่ยุ่ง ธีระน้อยใจทำไมแม่ไม่มีเหตุผลแบบนี้ เขาเดินออกมา มาขอแดงกับกบให้ช่วยเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขออุ้มให้ตนแทนแม่ กบลังเล แต่แดงเห็นว่า ถ้าไม่ช่วย น้องชายคงไม่มีเมียเสียที

วันต่อมา ธีระมาเกริ่นกับพ่อแม่อุ้ม ว่าแม่ไม่ค่อยสบาย ตนจะให้พี่สาวกับพี่เขยมาเป็นผู้ใหญ่สู่ขอแทน พ่อกับแม่บอกว่ารอให้จินดาสบายดีก่อนก็ได้ ไม่รีบร้อนอะไร

“แต่ผมว่าอย่ารอเลยครับ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าคุณแม่ จะแข็งแรงขึ้นเมื่อไหร่ มันจะเสียเวลาเปล่าๆ จริงมั้ยอุ้ม”

“อุ้มยังไงก็ได้ค่ะ แล้วแต่พ่อกับแม่”

“ที่จริงพ่อกับแม่ก็ไม่ถือหรอกนะ แต่ถ้าญาติผู้ใหญ่ของเราเขารู้ขึ้นมาว่า กัปตันมีแม่อยู่แต่แม่ไม่มาสู่ขอยัยอุ้ม ฟังแล้วมันยังไงอยู่รึเปล่า” พ่อกังวลใจ

แม่เห็นด้วย อย่างไรเสียก็ขอให้จินดามานั่งเป็นพยานก็ยังดี ธีระเครียด อุ้มออกมาคุยกับเขาตามลำพัง ปลอบว่าตนจะค่อยๆพูดกับพ่อแม่เอง ว่าเรื่องแต่งงานเป็นเรื่อง ของเราสองคน...แต่พออุ้มมาคุยกับพ่อแม่ ทั้งสองเกรงลูกจะมีปัญหาต่อไปข้างหน้า ถ้าแม่ธีระไม่ต้อนรับ พ่อเสนอว่า

ทางเราจะเป็นฝ่ายไปหาจินดาเอง ให้เขาเห็นว่าเราอ่อนน้อมให้ อุ้มตื้นตันใจ รีบโทรศัพท์ไปบอกธีระ เขายิ่งหวั่นใจเกรงพ่อกับแม่เจอฤทธิ์เดชของแม่ตน

วันต่อมา ธีระพาพ่อกับแม่และอุ้มมาที่บ้าน ให้อร เชิญจินดาออกมา อรบอกว่าท่านนั่งดูทีวีอยู่ เสียงเธอร้องถามอรว่าใครมา ธีระรีบบอกว่าตนพาพ่อแม่อุ้มมาเยี่ยม จินดาชะงักแต่ไม่หันมามอง ทั้งพ่อแม่และอุ้มสวัสดี เธอก็ไม่รับไหว้ ธีระอึดอัดใจอย่างมาก

“คุณพ่อคุณแม่อุ้มมีเรื่องสำคัญอยากมาคุยกับ แม่ครับ”

“เรื่องสำคัญอะไรคะ” จินดาหันมาถามด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง

พ่อเริ่มเกริ่น “คุณแม่คงทราบเรื่องของกัปตันธีระกับลูกสาวผมแล้ว วันนี้ที่ผมมาก็แค่อยากมาทำความรู้จักกับคุณแม่ แล้วก็เพื่อยืนยันว่าทางครอบครัวผมเองยินดี และไม่ได้เรียกร้องอะไรเป็นพิเศษจากกัปตัน”

จินดานั่งนิ่ง แม่อุ้มเสริม “เพียงแต่เราอยากขอให้คุณแม่ไปเป็นผู้ใหญ่สู่ขอยัยอุ้มตามประเพณีเท่านั้นเองค่ะ”

“ฉันก็บอกไปแล้วนี่คะว่าฉันไม่ไป”

“แม่ครับ มันเป็นประเพณีนะครับ เราทุกคนอยากให้แม่ไป”

“ก็บอกแกแล้วไง ถ้าแกอยากแต่งก็ไปแต่งกันเอง หมดธุระรึยัง ฉันจะดูละครต่อ”

ooooooo

ธีระหน้าเสีย “ทำไมแม่พูดอย่างนี้ล่ะครับ”

อุ้มหมดความอดทน “พี่ธีคะ อุ้มว่าเราไม่มีอะไรจะพูดแล้วล่ะค่ะ พ่อแม่คะกลับเถอะค่ะ”

พ่อส่ายหน้าผิดหวังไม่คิดว่าแม่ธีระจะเป็นมากขนาดนี้ ธีระตามมาขอโทษ

“คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมกราบขอโทษด้วยครับ ผมไม่คิดว่าแม่ผมจะทำอย่างนี้ อุ้มพี่ขอโทษจริงๆ”

“อุ้มว่าเรากลับไปคุยที่บ้านอุ้มดีกว่าค่ะ” อุ้มเปิดประตูให้พ่อแม่ขึ้นรถ

อรปิดประตูแล้วเข้ามาต่อว่าจินดาทำไม่ถูก จินดาโวยกลับว่าตนไม่ได้ห้ามแต่งงาน จะแต่งก็แต่งกันไป ตนไม่ร่วมงานด้วยเท่านั้น อรว่าทำเหมือนแกล้ง จินดายิ้ม

“หึ นึกหรือว่ามาไม้นี้แล้วฉันจะยอม อย่าหวังเลย เล่นกะใครไม่เล่น มาเล่นกะแม่จินดา ฮ่าๆๆๆ” จินดาหัวเราะสะใจ ในขณะที่ธีระขับรถกลับอัมพวา ทุกคนในรถต่างเครียด

ooooooo

ตอนที่ 5

ตกลงเป็นแฟนกันแล้ว ธีระโทร.หาอุ้มทุกวัน และวันนี้เขาก็โทร.ตามปกติระหว่างเดินกลับห้องในคอนโดฯ เขาต้องชะงัก เมื่อเห็นคิตตี้ยืนอยู่หน้าห้อง รีบบอกอุ้มว่าค่ำๆจะโทร.กลับ แล้วหันมาทักทายคิตตี้ เธอบอกเขามีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย ธีระไขกุญแจห้องเข้ามานั่ง

“เรื่องเกี่ยวกับแม่พี่รึเปล่า”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ เรื่องระหว่างเราน่ะค่ะ”

ธีระทำหน้างง คิตตี้คว้ามือเขามากุมถามจู่โจม “วันนี้พี่ธีก็ไม่มีใคร ตี้เองก็ไม่มีใคร เราสองคนกลับมารักกันเหมือนเดิมได้มั้ยคะ”

“พี่ว่าเรื่องของเรามันก็นานมาแล้วนะ แล้วพี่เองก็คิดกับตี้แค่เป็นพี่น้องกันมากกว่า” ธีระค่อยๆดึงมือออกอย่างสุภาพ

“แต่ตี้ยังรักพี่ธีเหมือนเดิมนะคะ ตี้ไม่เคยลืมพี่ธีเลย” คิตตี้โผกอดเขา “ตี้รู้ว่ามันน่าอายนะคะที่ตี้มาพูดแบบนี้กับพี่ธี แต่ตั้งแต่วันนั้นที่เราเจอกันที่เมืองนอก มันทำให้ตี้รู้ว่าพี่ธีคือผู้ชายที่ตี้รักจริงๆ”

ธีระจะแย้ง คิตตี้รีบขอร้องให้โอกาสตนมาเริ่มต้นกันใหม่ ตนเชื่อว่าจะต้องไปได้ดี ธีระอึดอัด “คือ...พี่ไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่ว่าตอนนี้พี่...”

“หรือว่าพี่ธีมีใครที่พี่ชอบแล้วหรือคะ”

ธีระรับว่าใช่ เธอรีบถามว่าใคร เขาตอบอย่างอ่อนโยนว่าเธอไม่รู้จัก คิตตี้ซักว่าคบกันนานหรือยัง เขายอมรับว่ากำลังตามจีบอยู่ คิตตี้สะกดกลั้นความเสียใจ ลากลับ แต่พอพ้นประตูสีหน้าเธอเปลี่ยนเป็นดุดัน เข่นเขี้ยวตนไม่มีวันยอมเสียเขาไปอีก...

คืนนั้น อุ้มเปิดอกคุยกับพ่อแม่ ถามว่าชอบธีระหรือไม่ ถ้าตนจะคบหากับเขา ทั้งพ่อและแม่สนับสนุน อุ้มดีใจ วันพฤหัสฯนี้ตนจะบอกเขาว่าพ่อกับแม่ไฟเขียว ผ่านตลอด

วันต่อมา ธีระมาหาแดงกับกบที่ร้าน และซื้อหุ่นยนต์มาฝากไตรตั้น แดงเปิดฉากถามว่าวันก่อนทะเลาะกับแม่หรือ ธีระแปลกใจรู้ได้อย่างไร แดงตอบว่าโทร.ไปบ้านแล้วอรเล่าให้ฟัง

“อยู่ๆแม่ก็ไปไล่คิตตี้ไม่ให้มาบ้าน ว่าเขาต่อหน้าเลยนะพี่แดง” ธีระบ่นออกมา

“ตอนแกไม่อยู่ พี่ก็ทะเลาะกับแม่เรื่องนี้เหมือนกัน”

“นี่แม่จะกีดกันผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตผมหรือไง” ธีระถอนใจ

“แน่นอน พี่จะบอกอะไรอย่างนะ ถ้าแกมีแฟนใหม่เมื่อไหร่ จำไว้เลย แกต้องปิดเป็นความลับอย่าให้แม่รู้ ไม่งั้นล่ะชาตินี้แกไม่มีวันได้เมียแน่”

ธีระเห็นเป็นเรื่องขำว่าขนาดนั้นเชียว แดงท้าไม่เชื่อก็ลองดู เขาอ่อนใจทำไมแม่ไม่อยากให้แต่งงาน กบตอบแทนว่า แม่ยังรักและหวงเขาอยู่

“แต่ผมแก่แล้วนะพี่กบ ผมไม่ใช่ไตรตั้นนะ”

“ต่อให้แกแก่แค่ไหน แม่เขาก็ไม่สนใจหรอก เขาคิดว่าแกคือลูกน้อยของเขา” แดงย้ำ

“ใช่ นายคอยดูเถอะ วันนึงพี่สาวนายก็จะเหมือนแม่ ไม่ยอมปล่อยให้ไตรตั้นไปจากอก”

“ก็เหมือนแม่คุณน่ะแหละ ทุกวันนี้ยังเรียกคุณว่าไอ้หนู”

ธีระถอนใจสรุปว่ามันเป็นสัจธรรม แดงกับกบพยักหน้า ธีระพูดเล่นว่าตนคงต้องไปบวชดีกว่า แดงให้จำไว้ อย่าบอกแม่ถ้ามีแฟนใหม่ ธีระพยักหน้าอึ้งๆก่อนจะกลับไป กบหันมาเปรยกับแดงว่า อยากรู้สุดท้ายธีระจะมีเมียไหม แดงว่ายากเพราะน้องชายรักแม่มาก

“ก็ไม่แน่นะ เขาอาจจะเจอใครสักคนที่เขารักมากกว่าแม่ก็ได้”

แดงใจหาย “อย่าพูดสิพี่กบ ถ้าเป็นอย่างนั้น แม่คงกัดลิ้นตัวเองตายแน่”

ooooooo

ถึงวันที่ธีระมารับอุ้มไปบิน ระหว่างนั่งรถกันมา ธีระถามขึ้นว่า ตอบได้หรือยังที่ตนขอเป็นแฟน อุ้มย้อนถามว่าแน่ใจแล้วหรือ บางทีตนอาจไม่เป็นอย่างที่เขาเห็นก็ได้

“แต่ผมมั่นใจว่าคุณกับผมจะไปด้วยกันได้ดี”

อุ้มอยากรู้มองจากอะไร ธีระว่าอยู่กับเธอแล้วมีความสุข อุ้มเอ่ยเบาๆ ถ้าอย่างนั้นก็ลองดู ธีระดีใจหันหน้ามาถามเธอว่าไม่ได้ฝืนใจใช่ไหม อุ้มส่ายหน้า เขากุมมือเธอด้วยความดีใจ พลันมีรถจักรยานตัดหน้า อุ้มร้องเตือนใจหายวาบ เขาหันมาเห็นรีบหักรถหลบ

“ขอโทษครับ ผมให้สัญญาต่อไปนี้ผมจะไม่มองคุณระหว่างขับรถอีกแล้ว”

“แต่ถ้าขับเครื่องบินอยู่ อุ้มอนุญาตให้มองค่ะ” อุ้มแซว ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ถึงที่ทำงาน อุ้มให้ธีระส่งแค่หน้าประตู เพราะกลัวเพื่อนแซว เขาจึงยืนโบกมือและว่าวันกลับจะมารับ  แต่ไม่พ้นสายตานุ้ยกับเป๊บไปได้ ทั้งสองดึงอุ้มมานั่งให้เล่าว่าไปตกลงเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ห่างออกมาเปิ้ลแอร์สาวที่เป็นเพื่อนของคิตตี้นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ได้ยินเรื่องทั้งหมด รีบไปเล่าต่อให้คิตตี้ฟัง เธอเจ็บใจครุ่นคิดต้องยืมมือจินดามาจัดการเสียแล้ว

ไม่รอช้า คิตตี้มาหาจินดา จินดาวีนใส่ทันทีบอกแล้วอย่ามาที่นี่อีก

“หนูรู้แล้วค่ะ แต่บังเอิญหนูมีข่าวร้ายจะมาบอกคุณแม่” คิตตี้ให้จินดาตั้งสติดีๆ

“นี่ เธอมีอะไรก็พูดมา อย่าพูดจาวกวน”

“หนูจะบอกว่า ตอนนี้พี่ธีเขามีแฟนใหม่แล้วนะคะ”

“หวังว่าคงจะไม่ใช่เธอนะ”

คิตตี้เจ็บใจที่จินดาไม่ชอบตนขนาดนี้ จึงย้อนว่าเป็นโชคดีของตนที่ไม่ได้แม่ผัวอย่างเธอ จินดาโกรธ

ไล่ให้กลับไป ไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น

“แต่หนูอยากบอกค่ะ ผู้หญิงคนนั้นชื่ออุ้ม บ้านอยู่อัมพวา เป็นแอร์สายการบินเดียวกับพี่ธี แล้วหนูก็คิดว่าคุณแม่คงจะเจอศึกหนักแล้ว”

อรถามแทรก  หมายความว่าธีระรักผู้หญิงคนนั้นมากกว่าแม่หรือ คิตตี้หัวเราะเยาะแทนคำตอบเดินกลับไป อรรู้สึกว่า เธอช่างร้ายเหลือที่เอาเรื่องกลุ้มใจมาให้จินดา

วันรุ่งขึ้น จินดามาหาแดงที่ร้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไตรตั้นเข้าไปกอดอย่างดีใจ จินดาให้อรพาไตรตั้นไปซื้อขนม เพราะอยากซักถามแดงให้รู้เรื่อง กบเลี่ยงมาชงชาเย็นให้ จินดาถามแดงทันทีว่ารู้จักแฟนใหม่ธีระหรือไม่ แดงตกใจไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน

“งั้นแกไปสืบให้ฉันทีว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใคร พ่อแม่ยังอยู่หรือตายหมดแล้ว”

“แม่ หนูบอกแม่แล้วไงว่าเลิกยุ่งเรื่องส่วนตัวของธีมันได้แล้ว มันจะรักใครชอบใครก็เรื่องของมัน อย่าไปทำลายชีวิตมันเลย”

“แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ ฉันเป็นแม่แก แกไม่มีสิทธิ์พูดกับฉันแบบนี้”

แดงพยายามบอกว่าแม่ทำไม่ถูก จินดายิ่งโกรธ ด่าลำเลิกบุญคุณ พาลหาว่าเพราะตนไม่ได้จัดสรรชีวิตให้ เธอถึงได้ผัวเฮงซวย กบสะดุ้ง แดงโมโห ถ้ากบไม่ดีแม่ก็อย่าไปกินชาที่เขาชง ว่าแล้วก็เทชาทิ้ง จินดาโกรธสุดขีดลุกเดินออกจากร้านไป อรจูงไตรตั้นกลับมา งง... วิ่งตามจินดาแทบไม่ทัน จินดาเดินบ่น

“ทำไมเราเลี้ยงลูกไม่ได้ดั่งใจเลยวะ นี่จะทำไงดีเรื่องตาธี...ไม่ เราต้องหาทางทำให้ตาธีเลิกกับผู้หญิงให้ได้ โอ๊ย...คิดแล้วปวดหัว” จินดารู้สึกตาพร่ามัว หัวหมุนล้ม ฟุบลง

อรกำลังเรียกรถแท็กซี่หันมาเห็นตกใจ รีบบอกโชเฟอร์ช่วยอุ้มพาส่งโรงพยาบาล...พอธีระรู้รีบมาดู เห็นจินดานอนหลับให้น้ำเกลือ มีอรนั่งเฝ้า ไม่ทันไรแดงเปิดประตูเข้ามา ธีระจึงถามพี่สาวว่าแม่เป็นอะไร แดงบอกเพราะเรื่องของเขาที่ทำให้แม่น้ำตาลขึ้นจนช็อก สองพี่น้องคุยกัน ธีระแปลกใจแม่รู้เรื่องได้อย่างไร อรรีบสาธยายคิตตี้เป็นคนมาบอก

จินดาลุกพรวดขึ้นมาโวย ถ้าคิตตี้ไม่มาบอกตนคงโง่อีกนาน ธีระโอดโอย “แม่...ที่ผมไม่ได้บอกก็เพราะผมเพิ่งเริ่มคบกับเขา ผมยังไม่รู้เลยว่าจะคบกันได้ยาวนานแค่ไหน”

“งั้นก็เลิกซะสิ”

ธีระตะลึง แดงย้ำ นี่แหละที่ตนเตือนอย่าบอกให้แม่รู้ จินดาปรี๊ดแตก แดงนี่เองที่เสี้ยม ธีระขอร้องให้แม่หยุดเรื่องนี้ แต่เธอไม่ยอม ให้เขารับปากว่าจะเลิกกับอุ้ม เขาโต้แม่ไม่มีเหตุผล

“แกต้องการเหตุผลหรือ แม่จะบอกให้รู้นะ ไม่มีผู้หญิงที่ไหนจะรักและหวังดีกับแกเท่ากับแม่หรอก”

“เรื่องนั้นผมเข้าใจครับ แต่แม่จะให้ผมอยู่กับแม่ไปตลอดทั้งชีวิตไม่ได้หรอกนะ”

“นี่แกไม่รักแม่งั้นหรือ”

“ไม่ใช่ไม่รักครับแม่ แต่ผมต้องมีชีวิตส่วนตัวของผม”

“งั้นแกก็ต้องเลือกแล้วว่าแกจะเลือกแม่หรือเลือกผู้หญิงอื่น”

ธีระมองพี่สาวเชิงขอความเห็น แดงว่าถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะพูดความจริง จินดาเอ็ดไม่ต้องมายุ่ง แดงงอนออกไป จินดาหันมาย้ำให้เขาเลือก เขาพยักหน้าอย่างลำบากใจก่อนจะตอบว่า ตนขอเลือกอุ้ม จินดาตะลึงมองลูกชายเดินออกไป น้ำตาไหลพราก อรปลอบเดี๋ยวเขาก็กลับมา

แดงยืนรอน้องอยู่หน้าห้อง พอธีระออกมา เธอถาม คงไม่ตามใจแม่อีกนะ ธีระส่ายหน้าไม่เข้าใจ ทำไมแม่ยิ่งแก่ยิ่งหวงตน แดงคิดว่าแม่กลัวหมดความสำคัญ ธีระฝากแดงดูแลแม่ แดงถามว่าแน่ใจหรือจะทิ้งท่านได้

“ก็ถ้าแม่ไม่มีเหตุผลแบบนี้ ผมคงต้องทำให้แกรู้สึกตัวบ้าง”

“อืม...ก็ดี แม่ควรจะได้รับบทเรียนซะบ้าง” แดงเห็นด้วยมองน้องเดินกลับไป

ooooooo

ลงจากเครื่อง เป๊บ นุ้ย และอุ้มเดินคุยกันออกมาหน้าออฟฟิศ เป๊บย้ำอย่าลืมไปงานวันเกิดตน จัดที่ไวน์เฮาส์ อุ้มขอดูก่อนเพราะธีระนัดจะไปดูที่ที่จะซื้อแถวบ้าน เป๊บตาโต นี่ธีระเอาจริงถึงขั้นลงหลักปักฐานที่อัมพวาเชียวหรือ อุ้มแย้งแค่ซื้อไว้เป็นบ้านพักตากอากาศ...ไม่ทันไร ธีระเลื่อนรถมาจอดบีบแตรเรียก ทุกคนยกมือไหว้ เป๊บบอกให้อุ้มชวนธีระไปงานวันเกิดตนด้วย

ด้านจินดาพยายามทำให้ตัวเองป่วยหนักเพื่อลูกจะกลับมาเอาใจ เธอตั้งหน้ากินของหวานอย่างมาก อรห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง...ในขณะที่ธีระมีความสุขอยู่อัมพวา นอนหนุนตักอุ้มในเรือ เปรยว่าตนหลงรักที่นี่แล้ว อุ้มบอกเขาคงอยู่ได้ไม่นานเพราะที่นี่ไม่มีอะไร ธีระย้ำว่ามีอุ้ม

“พี่ธีน่ะพูดเล่นอยู่เรื่อย”

“พี่ไม่ได้พูดเล่นนะ พี่จะซื้อที่หลังบ้านกำนันจริงๆ แล้วก็ปลูกบ้านใช้ชีวิตเป็นชาวสวนอยู่ที่นี่กับอุ้ม”

“แน่ใจหรือคะว่าจะอยู่กับอุ้มได้”

ธีระมั่นใจว่าได้ อุ้มเห็นว่าเพิ่งคบกัน น่าจะดูกันไปอีกสักพัก เขาถามไม่แน่ใจในตัวเขาหรือ อุ้มส่ายหน้าเพียงแต่ยังไม่รู้จักครอบครัวเขาเลย ธีระถอนใจ

“เรื่องนั้น ไม่ต้องห่วงหรอก พี่คุยกับแม่เรื่องอุ้มแล้ว แม่จะไม่ยุ่งเรื่องของเรา”

อุ้มดีใจแต่ก็อยากเจอท่านก่อน ธีระไม่รู้จะบอกอย่างไร หันมาถามเธอว่า ถ้าตนขอแต่งงานจะว่าอย่างไร อุ้มแย้งว่าเร็วไป

“สำหรับพี่ไม่นะ พี่คิดว่าพี่รักอุ้ม รักที่นี่ รักครอบครัวอุ้ม พี่ว่าแค่นี้ก็คงพอแล้ว”

อุ้มขอคุยกับพ่อแม่ก่อน ธีระตั้งใจจะคุยเอง เขาลุกขึ้นหอมแก้มเธอ ดึงเธอมากอดด้วยความรักและหวงแหน...ทั้งสองไปเดินเที่ยวตลาดอย่างมีความสุข กลับบ้านหน้าตาเบิกบาน จนพ่อกับแม่ยิ้มปลื้มว่าคงได้ลูกเขยแน่คราวนี้ อุ้มเห็นพ่อกับแม่ซุบซิบกัน เข้ามาทัก พ่อจึงถามว่าชอบธีระจริงหรือเปล่า อุ้มยิ้มเขินๆ อ้อมแอ้มว่าจริงและเขาก็ขอตนแต่งงาน

“จริงหรือลูก เห็นมั้ยล่ะแม่ ในที่สุดไอ้อุ้มก็ขายออกแล้ว”

“พ่อน่ะพูดอะไร เดี๋ยวใครได้ยินเข้าจะนึกว่าหนูไม่มีคนมาจีบ ที่ผ่านมาหนูเป็นคนไม่แต่งเองนะพ่อ”

พ่อกับแม่ถามว่าเจอกับแม่เขาแล้วหรือ อุ้มตอบว่ายัง ธีระบอกว่าไม่จำเป็น ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของเขา แม่ไม่เห็นด้วย ต้องให้ผู้ใหญ่รับรู้หรือเขาจะมีปัญหากับแม่ อุ้มส่ายหน้าไม่ทราบ แม่จึงบอกให้อุ้มไปพบปะให้รู้ว่าทางนั้นยินดีกับเราหรือเปล่า อุ้มรับคำ

จากนั้น อุ้มขอธีระอยากไปเจอแม่เขา ธีระอึดอัดใจบอกเธอว่า แม่ตนจู้จี้เอาแต่ใจ อุ้มไม่กังวลเพราะตนเข้ากับผู้ใหญ่ได้ง่าย เขาจึงขอร้องให้เธออดทนถ้าแม่พูดอะไรไม่เข้าหู...วันต่อมาธีระพาอุ้มไปบ้าน อรออกมารับของและบอกว่าจินดาอาบน้ำอยู่ ธีระจูงมืออุ้มเข้าบ้าน อรมองอย่างกังวลใจเดี๋ยวบ้านแตกแน่

อุ้มเห็นรูปจินดาในกรอบ เธอชมดูหน้าตาใจดี ธีระว่าบางทีดื้อ อุ้มรู้ว่าคนแก่ก็เป็นแบบนี้ ธีระให้อุ้มรอที่ห้องรับแขก ตนเข้าไปหาแม่ แต่พอจินดาเห็นหน้าลูกก็ทำเย็นชาถามมาทำไม เขาตอบว่าพาแฟนมาสวัสดี จินดาหน้าตึง

“ฉันบอกแล้วไง ฉันไม่ต้อนรับใครทั้งนั้น”

“แต่ผมอยากให้แม่ให้โอกาสอุ้มหน่อยได้มั้ยครับ ถ้าแม่ได้คุยหรือทำความรู้จักกับอุ้ม ผมเชื่อว่าแม่ก็จะรักเขาเหมือนที่ผมรัก”

“ฉันบอกแกแล้วไงว่าฉันไม่มีวันรักใคร”

อุ้มตามเข้ามาได้ยินแต่ทำใจดีสู้ “สวัสดีค่ะ คุณแม่ อุ้มเองค่ะ อุ้มต้องขอโทษด้วยนะคะที่ถือวิสาสะเข้ามา”

ธีระเห็นแม่เมินหน้าหนี รีบบอกอุ้มว่ากำลังจะออกไป อุ้มเข้ามาตรงหน้าจินดา ชมว่าสวยกว่าในรูป แล้วเข้าประคองเดิน จินดาอึ้งๆ ยอมให้จูงเดินออกไป ธีระถอนใจ...อุ้มพาจินดานั่งแล้วชวนคุย “เห็นพี่ธีบอกว่าคุณแม่ชอบทานเป็ดย่าง เจ้านี้ที่อัมพวาอร่อยมากค่ะ”

จินดาค่อนขอดลูกยังจำได้หรือว่าตนชอบอะไร ธีระรีบเอาใจทำไมจะจำไม่ได้ เธอย้อนจำได้แล้วทำไมไม่ทำตามที่ตนบอก ธีระพยายามคุมอารมณ์

“ก็ผมบอกแล้วไงครับ ว่าผมจะทำตามเฉพาะเรื่องที่ถูกต้อง”

อุ้มถามแทรกพูดถึงตนอยู่หรือเปล่า จินดาตอบว่าพูดเรื่องผู้หญิงที่จะมาเป็นลูกสะใภ้ตน ธีระเสริมว่าแม่เคยบอกต้องเป็นแบบอุ้ม อุ้มยิ้มดีใจ จินดาโพล่งขึ้น

“นั่นลูกชายฉันเขาพูดเอง เพราะฉันยังไม่รู้จักเธอ” จินดาจ้องธีระอย่างไม่พอใจ

“ก็นี่ไงครับ ผมถึงพาอุ้มมาทำความรู้จักกับแม่”

“ใช่ค่ะ ถ้าอุ้มทำอะไรไม่ถูกใจก็ขอให้คุณแม่สั่งสอนได้เลยนะคะ”

“ฉันจะไปสอนเธอทำไม เธอไม่ใช่ลูกเต้าฉัน ลูกฉันมันยังไม่ฟังฉันเลย”

ธีระเกรงจะแรงขึ้น จึงชวนอุ้มกลับ อุ้มแย้งยังไม่ได้ทานอะไรกันเลย เขาชวนไปหาทานข้างนอก แม่คงอยากทานคนเดียว ธีระลุกขึ้น อุ้มรีบไหว้จินดา เธอทำเฉยธีระท้วง

“แม่ครับ ถึงแม่จะไม่ชอบอุ้ม แต่แม่ควรจะรับไหว้เขาหน่อยนะครับ”

จินดาจำใจเอ่ยสวัสดี ธีระจูงมืออุ้มกลับไป อรเตือนให้จินดาทานข้าว แต่เธอกลับสั่งให้อรเอาอาหารไปเททิ้งด้วยความโกรธที่ลูกจะเอาชนะ

ธีระพาอุ้มทานอาหารที่ร้าน เขาขอโทษที่แม่ทำมารยาทไม่ดีกับเธอ อุ้มถามว่านี่ใช่ไหมที่เขาไม่อยากให้ตนไปพบท่าน เขาพยักหน้า แต่ถึงอย่างไรตนก็ยืนยันจะแต่งงานกับเธอ

“แต่แม่พี่ธีต้องเสียใจมากนะคะที่พี่ธีไม่ฟังท่าน”

“ช่วยไม่ได้ในเมื่อแม่ไม่ยอมรับความเป็นจริง” เห็นอุ้มทำหน้างงๆธีระบ่น “ชีวิตพี่ต้องเดินไปข้างหน้านะ ไม่ใช่อยู่กับแม่ไปตลอดชีวิต”

“พี่ธีพูดเหมือนกำลังจะทิ้งท่านไป”

“ไม่หรอก พี่คงทิ้งท่านไม่ได้ เพียงแต่พี่ก็ต้องมีชีวิตของพี่ และพี่ก็ไม่อยากสูญเสียอุ้มไปเหมือน...”

อุ้มกล่าวต่อ...แฟนเก่า ธีระพยักหน้าเศร้าๆ ถ้าวันนั้นตนเลือกพิม ป่านนี้คงใช้ชีวิตด้วยกันไปแล้ว อุ้มอยากรู้ว่าเขาลืมพิมได้หรือยัง เขาหันมายิ้มให้อย่างจริงใจ

“พอพี่เจออุ้ม พี่ก็ไม่ได้คิดถึงเขาแล้ว เรื่องของพี่มันจบไปแล้ว ตอนนี้คนที่พี่อยากใช้ชีวิตด้วยก็คืออุ้ม”

อุ้มขอบคุณที่เขาคิดอย่างนี้ ธีระถามว่าโกรธแม่ตนไหม อุ้มไม่โกรธและเข้าใจ แม่ทุกคนย่อมรักและหวงลูกเป็นธรรมดา ยิ่งลูกหล่อและดีขนาดนี้ ธีระดีใจกุมมืออุ้มมาจุ๊บ...ที่โต๊ะถัดมาคิตตี้นั่งมองอยู่กับเปิ้ล เธอเจ็บใจที่จินดายังขัดขวางไม่สำเร็จ

ooooooo

วันนี้ ธีระไปบินแต่อุ้มว่าง พักอยู่บ้านอัมพวา ทั้งสองโทร.คุยกันตลอดเวลา พ่อกับแม่ซักถามว่าไปพบแม่ธีระมาเป็นอย่างไรบ้าง อุ้มเล่าไม่ถูก แม่ดักคอแสดงว่าไม่ดี

“ก็ไม่เชิงค่ะ เพียงแต่แกหวงลูกชายมากค่ะ”

พ่อกับแม่เป็นกังวล เตือนลูกสาวถ้าเป็นแบบนี้ ควรจะรอให้แม่เขาเห็นด้วยก่อนค่อยแต่งงาน...คิตตี้ก้าวเข้ามาที่โฮมสเตย์ ติดต่อแม่ของอุ้มขอเช่าห้องพัก แม่ให้อุ้มไปซื้อกับข้าวที่จะทำเย็นนี้ อุ้มเดินมาที่ท่าน้ำ บอกน้อยเอาเรือออกมาให้ มีเงาคนเดินมาหยุดด้านหลัง ทำท่าเหมือนจะผลัก อุ้มหันมามองเสียก่อน คิตตี้รีบยิ้มหวานขอโทษที่ทำให้ตกใจ

“ฉันพักอยู่ที่นี่ค่ะ คุณคงเป็นลูกสาวเจ้าของรีสอร์ต”

อุ้มยิ้มรับ น้อยเอาเรือมาถึง อุ้มจะพายไปเอง คิตตี้ทำเป็นอยากนั่งเรือเที่ยวขอไปด้วย อุ้มจึงเชิญให้ลงเรือ อุ้มพายเรือพาคิตตี้ไปตามคลอง เธอชมว่าอุ้มสวยและถามว่าเป็นแอร์หรือ อุ้มรับว่าใช่ เธอสัพยอก

ว่าคงเจอกัปตันหล่อๆเยอะ อุ้มพยักหน้ายิ้มๆ คิตตี้ลองถามว่ามีแฟนหรือยัง อุ้มนิ่วหน้า เธอรีบบอกมีเพื่อนผู้ชายเยอะ อยากแนะนำให้มาจีบ อุ้มจึงบอกว่าตนมีแฟนแล้ว

“อย่าบอกว่าเป็นกัปตันนะคะ”

ไม่ทันที่อุ้มจะตอบ ธีระโทร.เข้ามา เธอคุยว่ากำลังพายเรือไปร้านเจ๊ม๊อย ธีระบ่นคิดถึง เธออ้อมแอ้มว่าเช่นกัน เขาจึงถามว่ามีคนอื่นอยู่ด้วยหรือ เธอรับว่าใช่ ธีระถามอีกผู้หญิงหรือผู้ชาย สวยกว่าเธอหรือเปล่า อุ้มรีบตอบตนสวยกว่า ธีระหัวเราะ...ใช่ เพราะอุ้มสวยที่สุดสำหรับตน

“แค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวกลับถึงบ้านแล้วอุ้มจะโทร.หาใหม่”

“จ้ะ เลิฟยูนะ”

อุ้มรับคำวางสายอมยิ้ม คิตตี้ถามว่ากัปตันโทร.มาหรือ อุ้มชะงักรู้ได้อย่างไร

“รู้สิคะ เพราะกัปตันธีระเขาเป็นแฟนฉัน”

“คุณพูดอะไรนะคะ” อุ้มแทบช็อก

“พี่ธีกับฉันรักกันตั้งแต่สมัยเรียน แต่บังเอิญมีเหตุให้เราต้องเลิกจากกัน แล้วอยู่ๆเมื่อต้นปีฉันกับเขาก็ได้เจอกันอีกครั้ง”

“แล้วยังไงคะ”

“ที่ฉันมาพบคุณก็เพราะมีเรื่องอยากจะมาขอร้องคุณ...ขอให้คุณเลิกกับพี่ธี”

“คงไม่ได้มั้งคะ เพราะถ้าพี่ธีเขารักคุณ เขาคงต้องเลิกกับฉันเอง”

“ฉันเข้าใจค่ะ แล้วก็รู้ด้วยว่าตอนนี้เขาคงรักคุณมากกว่าฉัน แต่เพื่อเห็นแก่เด็กตาดำๆ”

“คุณพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ”

“ฉันกำลังท้อง แล้วเด็กในท้องก็เป็นลูกของธี” คิตตี้เห็นอุ้มไม่อยากเชื่อ จึงทำเป็นเสียใจที่เอาเรื่องน่าอายมาบอก แต่เพราะตนไม่อยากให้ลูกกำพร้าพ่อ

อุ้มทั้งอึ้งและสับสน ถึงเวลาอาหารเธอจึงเหม่อๆ

ทานอะไรไม่ลง คิตตี้ชวนพ่อกับแม่อุ้มคุยว่าตนชอบชีวิตครอบครัวแบบนี้ ตนเป็นครอบครัวแตกแยก พ่อทิ้งไปตั้งแต่อายุสามขวบ แม่แต่งงานใหม่ จึงทิ้งตนไว้กับน้าที่ตาบอด

“แหม เรื่องของคุณคิตตี้เหมือนในนวนิยายเลยนะครับ” พ่อเห็นใจ

“บางช่วงบางตอนเศร้ากว่านิยายอีกค่ะ เชื่อมั้ยคะ ตั้งแต่หนูเกิดมาไม่เคยมีใครรักหนูเลย”

แม่ตอบว่าต้องมีบ้างหน้าตาสวยแบบนี้ และขอถามว่ามีแฟนหรือยัง คิตตี้ตอบเศร้าๆว่ามีแล้ว แต่กำลังจะทิ้งตนกับลูกในท้องไป พ่อกับแม่ตกใจ คิตตี้ชำเลืองมองอุ้ม และบอกว่าตนคิดจะไปเอาเด็กออก อุ้มท้วงอย่าเลยมันบาป

“แต่ฉันไม่มีทางเลือกนี่คะ นอกซะจากว่า...”

“นอกซะจากว่าอะไร ถ้ามีอะไรที่อยากให้เราช่วยบอกมาเลยนะ” พ่อเสนอ

แม่เองก็ยินดี คิตตี้ขอบคุณทั้งสองท่านแล้วถามอุ้มล่ะจะช่วยตนไหม พ่อกับแม่มองลูกสาวงงๆ อุ้มเอ่ยขึ้นว่า คงต้องขอคิดดูก่อน แล้วรวบช้อนลุกออกไป

คืนนั้น อุ้มครุ่นคิดแต่เรื่องคิตตี้ จนไม่อยากรับโทรศัพท์ธีระ ปล่อยดังอยู่นานกว่าจะกดรับ ธีระถามว่าอาบน้ำอยู่หรือไม่โทร.กลับมา อุ้มแก้ตัวว่าลืม ธีระแซวยังไม่ทันแต่งงานลืมตนแล้ว อุ้มอยากถามเรื่องคิตตี้ แต่นึกถึงคำขอร้องของเธอไม่ให้บอกธีระเกรงจะโกรธและเกลียดเธอ อุ้มนิ่งไป ธีระถามว่าเป็นอะไร อุ้มอึกอักเปลี่ยนมาถามว่าเขาจะกลับวันไหน

“พี่บอกไปแล้วไงว่าวันพุธบ่ายๆ”

“อ้อ ใช่สิ อุ้มลืมไป”

“อุ้มเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมเหมือนเบลอๆ”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่นี้นะคะ อุ้มจะนอนแล้วค่ะ”

ธีระรู้สึกแปร่งๆ ถามย้ำว่าอุ้มไม่มีอะไรจริงหรือ อุ้มรับว่าค่ะ แล้ววางสายไป ธีระกังวลใจเกี่ยวกับแม่ตน หรือเปล่า...ส่วนอุ้ม สับสนว้าวุ่นใจ ตนจะต้องเลิกกับธีระเพื่อผู้หญิงคนนี้หรือ

วันรุ่งขึ้น คิตตี้ถือกระเป๋าออกมาลาพ่อกับแม่อุ้ม ทั้งสองชวนให้กลับมาพักได้อีก ถือเสียว่าพวกตนเป็นญาติ อย่าคิดสั้น

“ไม่หรอกค่ะ ฝากบอกคุณอุ้มด้วยนะคะ ว่าหนูยังรอคำตอบจากคุณอุ้มอยู่”

แม่ถามว่าเรื่องอะไร คิตตี้กลับย้อนว่าบอกแค่นี้

อุ้มรู้ พ่อกับแม่รับปาก บ่นกันว่าผู้ชายสมัยนี้เลวจริงๆ ทำคนท้องแล้วไม่ยอมรับ ทั้งสองเดินเข้ามาในบ้าน เจออุ้มนั่งดื่มกาแฟอยู่ แม่บอกตามคำฝากของคิตตี้ และถามว่าคำตอบอะไรหรือ อุ้มชะงักก่อนจะแก้ตัวว่า

“อ๋อ เขาถามเรื่องไปต่างประเทศน่ะค่ะ”

“เออ อุ้ม ถ้ากัปตันโทร.มา บอกว่ากำนันเขานัดโอนที่ดินวันศุกร์นะ” พ่อเตือน

“หนูว่าพ่อบอกลุงกำนันไปเถอะว่าเขาไม่เอาแล้ว”

“อ้าว ทำไมล่ะ เห็นกัปตันเขาจ่ายมัดจำไปแล้วนะ” พ่อแปลกใจ

“หนูยังไม่แน่ใจเขาเท่าไหร่ เลยไม่อยากให้เขามาอยู่ใกล้เรา”

“ทะเลาะกันหรือลูก” แม่สงสัย

“เปล่าค่ะ หนูแค่ยังไม่มั่นใจเขา ถ้าเผื่อเลิกกันหนูก็ไม่อยากเห็นหน้าเขาทุกวัน” อุ้มเลี่ยงไป

พ่อกับแม่งงๆว่ามีปัญหาอะไร สงสัยลูกสาวจะอยู่กับพวกตนตลอดชีวิตเสียแล้ว

ooooooo

คืนนั้น ธีระโทร.หาอุ้มเท่าไหร่เธอก็ไม่รับสาย เขาว้าวุ่นใจโทร.เข้าบ้าน แม่อุ้มรับสาย เขาถามว่าอุ้มเป็นอะไรหรือเปล่า แม่แปลกใจเห็นลูกสบายดี  เดี๋ยว

จะบอกให้โทร.กลับ...แม่เดินมาเห็นลูกสาวนั่งเหม่อ จึงถามว่ามีอะไรทำไมไม่รับสายธีระทั้งวันเลย อุ้มอ้างว่าทิ้งมือถือไว้ในห้อง แม่สงสัยถามทะเลาะกันหรือ อุ้ม

ปฏิเสธเสียงอ่อย แม่เตือน หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน

ด้านธีระยังอยู่ต่างประเทศ เขาเป็นกังวลอย่างยิ่งว่า อุ้มมีเรื่องอะไรถึงเงียบไปขนาดนี้ วันรุ่งขึ้น พอลงจากเครื่องเขาก็ขับรถมุ่งหน้ามาอัมพวาทันที ปรากฏว่าอุ้มไปบินแทนเพื่อนกว่าจะกลับก็วันเสาร์ เขากลัดกลุ้มลากลับเพื่อไปหาจินดา ดูท่าทีว่าสร้างเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า

มาถึงบ้าน ธีระเอาเงินเดือนและของฝากมาให้จินดา เขาถามว่าโทร.หาทำไมแม่ไม่รับสาย เธออ้างว่าสวดมนต์อยู่ ท่าทีจินดายังเมินเฉย ธีระจึงแยกไปหาอรในครัว อรกำลังอุ่นกระเพาะหมูให้เขาทาน ธีระโทร.หาอุ้ม เธอไม่รับสาย เขาจึงลองโทร.หาเป๊บ...เป๊บและนุ้ยมาบินกับอุ้ม พอเห็นว่าธีระโทร.มา อุ้มรีบสั่งอย่าบอกว่าอยู่กับตน เป๊บจึงต้องโกหกว่าไม่ได้บินกับอุ้ม และนุ้ยไม่มีบิน เพื่อเขาจะได้ไม่ต้องโทร.หานุ้ยอีกคน ธีระกลัดกลุ้มเลียบเคียงถามอร

“ตอนที่ฉันไม่อยู่ คุณยายออกไปไหนรึเปล่า”

“ไม่มีนะคะ ไม่ได้ไปไหนเลย”

“แล้วคุณยายโทร.คุยกับใครบ้างรึเปล่า”

“ก็มีโทร.คุยกับพวกคุณป้าช้อย คุณย่าใหญ่น่ะค่ะ”

“แล้วคุณยายโทร.หาคุณอุ้มบ้างมั้ย”

จินดาเดินเข้ามา “ทำไมฉันต้องโทร.หาเขาด้วย อ้อ...เดี๋ยวนี้แกถึงขั้นต้องเช็กฉันแล้วหรือ”

“ไม่ใช่ครับ ผมก็แค่ถามดู”

“ทำไม กลัวฉันจะโทร.ไปด่าแฟนแกหรือไง”

ธีระปฏิเสธ จินดาค่อนขอดหาว่ารักผู้หญิงคนนี้มาก ธีระไม่อยากทะเลาะด้วยจึงขอตัวกลับ จินดาโวยเดี๋ยวนี้ตนไม่มีความสำคัญ ไม่มีคนสนใจ ตนน่ารำคาญ ธีระถอนใจ

“ผมว่าหยุดดีกว่าครับแม่ ชักจะไปกันใหญ่แล้ว ผมว่าผมไปดีกว่า”

อรรีบบอกกระเพาะหมูเสร็จแล้ว ธีระว่าไว้วันหลัง เขาเดินออกไป อรต่อว่าจินดา ชอบหาเรื่องเดี๋ยวลูกก็ไม่มาหาอีก เธอตวาดเสียงดังลั่น...ดี จะได้รู้ว่าไม่มีลูกชายอีกต่อไป

บอกปัดไปแล้วก็มานั่งเสียใจ เป๊บกับนุ้ยต้องปลอบใจอุ้ม และเตือนว่าควรจะถามและคุยกันให้รู้เรื่อง เพราะถ้าคิตตี้โกหก เธอจะต้องเสียธีระไปฟรีๆ คราวพิม คิตตี้ก็เคยเข้ามาแทรกแซงให้ทะเลาะกัน อุ้มครุ่นคิดขอตัดสินใจก่อน เพื่อนทั้งสองส่ายหน้าระอาใจ

ooooooo

ตอนที่ 4

แอร์โฮสเตสที่ยกกาแฟมาให้ธีระแล้วเกิดเครื่องตกหลุมอากาศ กาแฟกระฉอกใส่เขา เธอตกใจอุทาน “อุ๊ย ขอโทษค่ะ อุ้มไม่ทันระวัง”

ธีระเงยหน้ามอง ตะลึงนิดๆเมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานของอุ้ม เขาปลอบเธอว่าไม่เป็นไร มันเป็นอุบัติเหตุ เธอรีบส่งผ้าเช็ดมือให้แล้วบอกว่าจะไปเอามาให้ใหม่ อุ้มเดินออกไป

“เป็นไงครับกัปตัน น้องใหม่ของเราสวยมั้ย” วิทย์ถามยิ้มๆ

“แอร์ใหม่หรือ...”

“ครับ เห็นว่าเคยบินพวกสายการบินยุโรป เพิ่งย้ายมาอยู่กับเรา สวยดีนะครับ”

ธีระพยักหน้ายิ้มๆ อุ้มกลับมาพร้อมกาแฟให้ธีระและวิทย์ เธอยืนลุ้นดูธีระดื่มแล้วถาม

“ใช้ได้มั้ยคะ เห็นพี่รัตบอกว่ากัปตันใส่เฉพาะนมอย่างเดียว ไม่รู้ว่ามันไปรึเปล่า”

“กำลังดีครับ”

อุ้มโล่งใจแล้วถามอาหารกลางวันจะรับอะไรกันบ้าง ธีระและวิทย์สั่งสิ่งที่ต้องการ อุ้มรับคำ ธีระมองวิทย์ที่ดูจะสนิทกับเธอเร็ว พอเธอออกไป เขาก็กระเซ้า

“คุณนี่ดูคล่องกับผู้หญิงนะ”

“ผมก็แค่ทำให้ดูกันเองน่ะครับ น้องเขาจะได้ไม่เกร็ง”

“ไม่ได้จีบเขาหรือ” ธีระหยั่งเชิง

“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่สเปก ผมชอบหมวยๆ หรือกัปตันสนใจ” วิทย์แย็บทันที

ธีระรีบบอกว่า ตนยังเข็ดผู้หญิงอยู่...อุ้มออกมาจัดอาหาร นุ้ยกับเป๊บรุมถาม

“กัปตันเป็นไงอุ้ม หล่อสมใจมั้ย”

“อืม...หล่อมาก สมกับที่คนเขาลือจริงๆ”

นุ้ยรีบยุ “ถ้าสนใจอย่าช้านะ เขาเพิ่งอกหักจากคนรักเก่าด้วย”

“ไม่ล่ะ มิอาจเอื้อมของสูง” อุ้มยังกล้าๆกลัวๆ

เป๊บบ่นถ้าตนยังไม่มีแฟน จะจีบแล้ว นุ้ยคะยั้นคะยอให้อุ้มตีสนิทกับธีระ อุ้มยิ้มอายๆพูดเล่นๆจะลองคิดดู... เป๊บกับนุ้ยเดินไป อุ้มพึมพำคนเดียว “ระดับกัปตัน เขาจะชอบเรารื้อ”

“ขอโทษครับ คุณอุ้ม” ธีระโผล่เข้ามา

“อุ๊ย...มีอะไรคะกัปตัน” อุ้มสะดุ้งเหลอหลาทำอะไรไม่ถูก

“ขอกาแฟอีกซักแก้วสิครับ แก้วเมื่อกี้อร่อยมาก” ธีระส่งถ้วยกาแฟคืนแล้วเดินเข้าห้องนํ้า

“หวังว่ากัปตันคงไม่ได้ยินที่เราพูดนะ ถ้าเกิดเขาได้ยินขึ้นมา เราแย่แน่” อุ้มบ่นอายๆ

ธีระออกมา อุ้มส่งถ้วยกาแฟใหม่ให้ เขาขอบคุณแล้วบอกว่า “อ้อ เมื่อกี้ผมได้ยินว่า...”

“หา...กัปตันได้ยินหรือคะ อุ้มพูดเล่นน่ะค่ะ”

“พูดอะไรครับ” ธีระจ้องหน้าอุ้ม

“แล้วกัปตันได้ยินว่าไงล่ะคะ” อุ้มเขิน

“ได้ยินโคไพลอทบอกว่าคุณเพิ่งย้ายมาทำงานกับเรา”

อุ้มถอนใจ ตอบว่าค่ะ จากนั้นธีระชวนคุย

จิปาถะ ก่อนกลับไปเขาหวังว่าจะได้ร่วมงานกันบ่อยๆ อุ้มมือไม้เย็น ยืนอึ้ง “นี่เราเป็นอะไรเนี่ย ทำไมมือเย็นอย่างนี้”

นุ้ยเข้ามาเรียก อุ้มสะดุ้ง นุ้ยตามให้ออกไปทำงาน อุ้มถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนเข็นรถออกไป

ooooooo

หลังจากดีใจที่ทำให้ลูกชายไม่ต้องแต่งงานได้ไม่เท่าไหร่ จินดาต้องหนักใจเพราะคิตตี้แวะเวียนมาไม่เลิก จนเธอเริ่มไม่พอใจ แถมคิตตี้ยังบอกว่า ตนกลับมาเพราะรู้ข่าวงานแต่งล่ม

“ถ้าหนูได้มาเป็นสะใภ้คุณแม่ล่ะก็ หนูจะดูแลคุณแม่ไปจนวันตายเลยค่ะ”

จินดาสำลักอาหารที่ทาน คิตตี้จะป้อนแหนมเนืองให้อีก เธอโบกมือพอก่อน คิตตี้พยายามเอาใจเปลี่ยนของกินให้ใหม่ จินดาเริ่มอึดอัดมากขึ้น มองอย่างไม่สบอารมณ์

วันต่อมา แดงกับครอบครัวมารับจินดาออกไปทานอาหารนอกบ้าน แดงถามแม่จะเอาแหนมเนือง ของชอบไหม เธอรีบบอกว่าไม่เอาเบื่อแล้ว กบเสนอกุยช่ายทอดของโปรดแทน จินดาส่ายหน้าไม่ชอบอีกแล้ว แดงเริ่มสงสัย

“แม่เป็นอะไรอีกเนี่ย ทำไมอารมณ์ไม่ดี”

ไตรตั้นโพล่งขึ้นมาอย่างเด็กๆว่า สงสัยน้าธีจะแต่งงานอีก กบเอ็ดลูกชายว่าผู้ใหญ่คุยกันอย่าแทรก แดงถามจินดาอีกครั้งว่าอารมณ์เสียเรื่องอะไร

“ก็แม่คิตตี้น่ะสิ จะมาเกาะแกะน้องชายแก”

“เรื่องนี้อีกแล้วหรือแม่” แดงอ่อนใจ

“เห็นมั้ยพ่อ ตั้นทายถูก”

กบเอ็ดลูกให้เงียบ แดงตำหนิแม่ “หนูว่าแม่เลิกยุ่งกับเรื่องของนายธีเขาซะเถอะ ที่เขาต้องเลิกกับพิมก็เป็นเพราะแม่นะ”

“นี่แกหาว่าฉันเป็นต้นเหตุทำให้เขาเลิกกันงั้นหรือ”

“ก็ใช่สิ ถ้าแม่ไม่เข้าไปยุ่งกับเขา ป่านนี้ธีมันก็แต่งงานกับพิมไปเรียบร้อยแล้ว”

“แกถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ ที่น้องแกมันเลิกกับแม่พิม เพราะเขาไปด้วยกันไม่ได้ ไม่ได้เกี่ยวกับฉัน”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว  หนูรู้นะว่าแม่สร้างเรื่องทุกอย่าง

แม่เป็นคนโทร.หาคิตตี้ให้เขาเข้ามายุ่งวุ่นวายกับธี แล้วแม่ก็...”

กบปรามแดง จินดาโวยให้พูดว่าตนทำอะไร  กบขอร้องอย่าทะเลาะกันเลย ทานอาหารดีกว่า จินดาเอ็ดตะโรใส่กบ ให้บอกแดงถอนคำพูด แดงโต้ไม่ถอน  ตนไม่ยอมแม่อีกแล้ว

“อ๋อ ใช่สิ เดี๋ยวนี้ฉันมันแก่ไม่มีความหมายแล้วนี่ แกมีลูกมีผัว แกไม่เห็นความสำคัญของฉันแล้ว” จินดาพาลไปกันใหญ่ โวยกบไม่รู้จักสั่งสอนเมียให้รู้ว่าใครแม่ใครลูก

จินดาลุกจะกลับบ้าน กบจึงอาสาไปส่ง แดงคิดว่าแม่ไม่กล้า บอกกบถ้าแม่อยากกลับให้ไปเอง จินดายิ่งโกรธ สะบัดหน้าเดินออก กบบอกไตรตั้นให้อยู่กับแม่ ตนจะ

ส่งยาย แดงห้ามแต่กบขอร้องอย่าให้รุนแรงอย่างนี้เลยเขาวิ่งตามออกมา  เห็นจินดาโบกแท็กซี่  แต่รถคงไม่ไป  เธอจึงบ่น ไม่รับคนแล้วขับมาหาหอกอะไร

กบเลื่อนรถมาจอดตรงหน้า ขอร้องให้จินดาขึ้นรถ ตนจะไปส่ง จินดามองว่าแดงไม่ได้ตามออกมาจึงยอมขึ้น ระหว่างอยู่ในรถ กบพยายามขอร้องจินดาอย่าโกรธแดง

“ถ้าแกเป็นฉัน แกไม่โกรธหรือ ฉันเป็นแม่มัน

แบกท้องมันมาตั้งเก้าเดือน เลี้ยงมันกว่าจะโตมาเป็นเมียแก หน็อย ทำปากกล้ามาด่าเรา”

“แดงเขาไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นหรอกครับแม่

เขาแค่อยากจะเตือนแม่”

จินดาปรี๊ดแตก หาว่ากบเข้าข้างแดง โวยวายให้จอดรถ ไม่อย่างนั้นจะโดดลง กบรีบจอดข้างทาง จินดาลงจากรถอย่างโกรธ โบกแท็กซี่ขึ้นไป กบส่ายหน้า นึกว่าแบบนี้จะมีแต่แม่ตน เขาเห็นว่าจินดาขึ้นรถแล้วไม่น่ามีอะไรจึงกลับไปหาลูกเมียที่ร้าน

ooooooo

ย่านช็อปปิ้งต่างแดน ธีระกับวิทย์เดินซื้อของระหว่างพักการบิน ธีระหยุดมองอุ้มเลือกซื้อของอยู่ในร้านช็อกโกแลต เธอหิ้วถุงออกจากร้าน ตกใจเมื่อเขาทัก

“อ้าว คุณอุ้ม ซื้อขนมหรือ”

“ค่ะ  ซื้อช็อกโกแลตไปฝากคุณแม่  คุณแม่อุ้มชอบทาน”

“เหมือนคุณแม่ผมเลย เมื่อก่อนผมก็ซื้อไปฝากทุกไฟลท์ แต่ตอนหลังท่านเป็นเบาหวานเลยไม่ได้ซื้อ”

“งั้นก็ซื้อคุกกี้ที่ผสมซินนามอนไปให้ทานมั้ยคะ เขาบอกว่ามันช่วยลดนํ้าตาลได้นะคะ”

ธีระชอบใจจะเข้าไปซื้อ เธอรีบบอกว่าร้านนี้ไม่มี ถ้าตนเจอจะซื้อมาให้ นุ้ยกับเป๊บเห็นสองคนคุยกันอย่างถูกคอก็ดีใจ ยิ่งวิทย์ตามมาสมทบ ต่างเห็นพ้องกันว่า น่าจะให้อุ้มดามใจธีระ ทั้งสามจึงวางแผนให้ทั้งสองทานอาหารเย็นด้วยกัน

ก่อนมื้อเย็น อุ้มคุยโทรศัพท์กับแม่บนห้อง เป๊บมาบอกเจอกันที่ร้านอาหาร อุ้มวางสายจากแม่ขอเข้าห้องนํ้าแล้วจะตามไป เป๊บรีบมาเจอกับนุ้ยและวิทย์ ต่างพยักหน้าให้กันแล้วเดินไป

ธีระนั่งคุยโทรศัพท์กับจินดาในร้านอาหาร เขารู้สึกว่านํ้าเสียงแม่ไม่ค่อยดี แถมเธอบ่นว่าเบื่ออาหาร เขาจึงบอกให้แดงพาไปหาหมอ จินดาขุ่นเคืองขึ้นมาทันที ปัดว่าแดงไม่มีเวลา

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะแม่ หรือว่าทะเลาะกัน”

“แม่จะไปทะเลาะกับใครได้ เดี๋ยวนี้พูดอะไรนิดพูดอะไรหน่อยก็ไม่เข้าหูเขา”

ธีระปลอบอย่าคิดมาก แดงรักแม่ จินดาสวนว่าไม่จริง คนที่รักตนมีเขาคนเดียว ธีระถอนใจเปลี่ยนเรื่องมาถามอยากได้ของฝากอะไรไหม เธอตอบไม่ต้องการ ขอให้เขากลับมาหาตนก็พอ ธีระเอ่ยรักแม่ก่อนจะวางสาย จินดาอิ่มเอมใจ

อุ้มเดินเข้ามาในร้านเจอธีระทักตามมารยาท ธีระชวนเธอนั่งร่วมโต๊ะ เธอบอกว่านัดกับนุ้ยและเป๊บไว้ เขาจึงบอกว่าเขาก็นัดวิทย์ จึงชวนนั่งด้วยกัน ไม่ทันไร ทั้งนุ้ยและวิทย์ต่างโทร.บอกว่า เจอเพื่อน ไม่มาทานด้วยแล้ว ทั้งสองสบตากัน อุ้มรีบขอตัวกลับไปทานที่ห้อง ธีระรั้งไว้

“คุณอยู่ทานเป็นเพื่อนผมแล้วกัน” เห็นอุ้มลังเลจึงแกล้งถาม “ทำไม กลัวแฟนจะว่าหรือ”

“เปล่าค่ะ อุ้มยังไม่มีแฟนค่ะ”

“งั้นก็นั่งทานเป็นเพื่อนผมได้สิ ผมก็ไม่มีแฟน สั่งอะไรเถอะ ผมหิวแล้ว”

อุ้มก้มหน้าดูเมนู ธีระเสนอชื่ออาหาร อุ้มตอบว่าได้หมด เขายิ้ม “คุณนี่น่ารักจริงๆ ถามอะไรกินได้หมด ทุกอย่าง”

อุ้มเขิน...ในขณะที่วิทย์ นุ้ย และเป๊บนั่งทานอยู่ด้วยกันอีกร้าน ทั้งสามคุยกันเรื่องของธีระกับอุ้ม เป๊บรับรองว่าอุ้มเป็นคนดีไม่มีที่ติ เพราะตนเป็นเพื่อนเรียนกันมา สมัยเรียนอุ้มไม่เคยมีแฟนทั้งที่มีคนจีบเยอะ เพราะช่างเลือก วิทย์ชอบใจทั้งสองต้องเข้ากันได้ดี เพราะธีระก็เพอร์เฟกต์ไม่มีตำหนิ ที่สำคัญทั้งสองรักแม่มากเหมือนกัน

ตลอดเวลาที่นั่งทานอาหาร ธีระมองอุ้มอย่างถูกใจ เขาเกริ่น “ผมถามอะไรอย่างได้มั้ย”

อุ้มมองเขินๆถามว่าอะไร ธีระถามว่า ทำไมผู้หญิงถึงรับไม่ได้ที่ผู้ชายรักแม่ อุ้มไม่เข้าใจ

“ก็สมมติว่าคุณมีแฟน แล้วแฟนคุณเขาให้ความสำคัญกับแม่เขา อาจจะมากเกินไปสักนิด คุณจะรู้สึกยังไงกับแฟนคุณ”

“อือ แล้วผู้ชายเขารักอุ้มมากหรือน้อยกว่าแม่เขาล่ะคะ”

ธีระตอบว่าเท่ากัน อุ้มแย้งเป็นไปได้หรือ เขาแปลกใจทำไมถึงไม่เชื่อว่ารักเท่ากัน อุ้มว่าถ้าเป็นตน ตนต้องรักพ่อแม่มากกว่าแฟน ธีระลองถามใหม่

“แล้วถ้าติดเกาะอยู่สามคน มีเรือมารับแต่ให้ไปได้แค่สองคน คุณจะเลือกไปกับใคร”

“อุ้มก็ต้องเลือกไปกับแม่สิคะ”

“ไหนบอกเหตุผลสิ ทำไมคุณถึงเลือกแม่ไม่เลือกผม...เอ่อ...ไม่ใช่ ผมหมายถึงแฟนคุณ”

“ก็แม่อุ้มช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นี่คะ แต่แฟนอุ้มเขาต้องช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่า แล้ววันนึงเขาอาจรอดชีวิตกลับมารักอุ้มได้อีก”

“อืม...เหตุผลของคุณก็ถูกนะ ถ้างั้นผมก็ไม่ผิดที่เลือกแม่ ขอบคุณนะ”

อุ้มงงขอบคุณเรื่องอะไร ธีระตอบว่าเรื่องติดเกาะ เขายิ้มที่เธอทำให้รู้สึกกระจ่างขึ้นมาก อุ้มทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจความหมาย ธีระชวนเดินย่อยอาหารกลับโรงแรม แต่ขอแวะซื้อกาแฟที่ร้านตรงหัวโค้ง อุ้มรับคำค่ะ ธีระยิ้มขำๆ

“ผมน่าจะมีแฟนแบบคุณนะ ที่พูดอะไรก็ไม่เคยขัดเลย” เห็นอุ้มอึกอักเขากระเซ้า “คุณไม่อยากมีแฟนเป็นกัปตันบ้างหรือ”

อุ้มตกใจไม่ทันตั้งตัว ถามอะไรนะ ธีระพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำอีกครั้ง อุ้มตาโพลงเขินอาย

“กัปตันอย่าเล่นมุกนี้เลยค่ะ นี่อุ้มก็อายจะแย่แล้ว” อุ้มเดินจ้ำนำหน้าเขาไป

“เดี๋ยวสิคุณอุ้ม นี่ผมไม่ได้เล่นมุกนะ” ธีระวิ่งตาม

“ถึงร้านกาแฟแล้วค่ะ กัปตันซื้อกาแฟก่อนนะคะ อุ้มหนาวขอกลับโรงแรมก่อนค่ะ”

อุ้มวิ่งข้ามถนนไป ธีระไม่อยากเชื่อว่ายังมีผู้หญิงแบบนี้ในยุคนี้อีก อุ้มหันมามองเขา จึงเดินชนเสาไฟ ธีระอ้าปากจะเตือนแต่ไม่ทัน อุ้มยิ่งอายก้มหน้าก้มตาวิ่งตรงไป ธีระยิ้มขำ เธอเดินลับตามาได้ ก็หยุดกุมหน้าผากพึมพำว่า...นี่เขาพูดเล่นหรือพูดจริงกับตนกันแน่

ooooooo

วันต่อมา แดงพยายามโทร.มาหาจินดา แต่เธอไม่ยอมรับสาย แถมนั่งกินไก่ย่างส้มตำอย่างเอร็ดอร่อย อรพยายามบอกให้คุยกับแดง เธอก็ไม่ยอม ตั้งแง่อย่าคิดจะมาง้อ

“ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมแม่ถึงเป็นคนแบบนี้นะ” แดงสบถ

กบปลอบอย่าไปโกรธคนแก่เลย คงอยากให้คนตามใจ แดงย้อน “แม่คุณก็เหมือนกัน นี่ดีนะที่ฉันไม่ยอมอ่อนข้อให้ ไม่ยังงั้นล่ะก็ คุณไม่มีวันได้แต่งกับฉันหรอก”

“เอาล่ะ ผมขอโทษ งั้นขอให้คุณจัดการกับแม่คุณให้เหมือนกับแม่ผมแล้วกัน” กบอ่อนใจ

จินดากินไก่ย่างทั้งที่หมอห้ามแล้วยังจะเอาลอดช่องน้ำกะทิอีก อรจัดให้อย่างไม่เต็มใจ พลันเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น จินดารีบสั่งอร ถ้าเป็นแดงมาให้บอกว่าตนไม่รับแขก...อรวิ่งมาเปิดประตู ปรากฏว่าเป็นคิตตี้ อรรายงานว่าจินดากำลังกินลอดช่องอยู่ คิตตี้เข้ามาถึง จินดาเห็นถึงกับสำลัก คิตตี้รีบเช็ดปากให้ และต่อว่า

“คุณแม่ขา ห้ามทานเด็ดขาดนะคะ นี่ค่ะทานผลไม้ดีกว่า หนูซื้อชมพู่มา อรจ๋าเอาไปล้างให้คุณยายที”

จินดาเอ่ยปากถาม มาทำไม คิตตี้รีบตอบว่ามาดูแลเธอ ตนบอกแล้วว่าจะปรนนิบัติจนกว่าจะตายจากกัน จินดาเริ่มเสียงขุ่น “ขอบใจนะ แต่ฉันว่า ฉันดูแลตัวเองได้”

“อย่าเกรงใจเลยค่ะคุณแม่ นี่ตี้กะว่าอาทิตย์หน้า ตี้จะเอาเสื้อผ้ามาอยู่ค้างกับคุณแม่ซะเลย จะได้อยู่กันอย่างใกล้ชิด คราวนี้พี่ธีก็จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงคุณแม่อีกต่อไปแล้ว”

จินดาอึ้ง อรอมยิ้มอย่างขำปนสะใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ที่ต่างแดน ธีระยืนเตร็ดเตร่อยู่หน้าโรงแรม วิทย์เดินออกมาถามไม่ไปซื้อของหรือ เขาตอบว่านอนไม่หลับจึงลุกมาเดินเล่น วิทย์รู้ทันชวนไปดูของเก่าที่ร้านกัน ธีระปฏิเสธ วิทย์แกล้งถามอีกว่าเมื่อคืนทานข้าวคนเดียวสนุกไหม ธีระทำหน้าเก้อเขิน

“อ๋อ เมื่อคืนเจออุ้ม ก็เลยกินกับอุ้มเขา”

วิทย์ถามว่าอุ้มเป็นอย่างไรบ้าง น่ารักไหม ธีระพยักพเยิดว่าก็ดี วิทย์ถามโพล่งออกมา

“หมายความว่ากัปตันชอบ”

“อ้าว ผู้หญิงสวยใครไม่ชอบ”

“ผมดีใจจริงๆครับ กัปตันจะได้หายอกหักซะที”

“คุณนี่มันรู้มากจริงๆ จะไปไหนก็ไปเถอะ”

วิทย์รีบเดินข้ามถนนไป สามสาวเดินคุยกันออกมา นุ้ยกับเป๊บยุอุ้มลองคบธีระอีกวัน พวกตนเชื่อว่าเขาสนใจเธอ นุ้ยชี้ให้ดูธีระซึ่งยืนรออยู่ อุ้มแย้งว่าเขารอวิทย์ เป๊บเข้ามาทักธีระและถามถึงวิทย์ เขาบอกว่าไปดูของเก่า เป๊บกับนุ้ยรีบบอกว่า

“งั้นไปดูของเก่ากับพี่วิทย์ดีกว่านะ นุ้ยฝากอุ้มด้วยนะคะกัปตัน”

“เฮ้ย เดี๋ยวสิ ฉันไปด้วย”

นุ้ยกับเป๊บถามจะไปทำไมในเมื่อไม่ได้ชอบของเก่า ให้ธีระพาเที่ยว สองคนวิ่งขึ้นรถประจำทางไป ธีระยิ้มๆถามอุ้มอยากไปไหน เธออึกอัก เขาเสนอไปหาซื้อชินนามอน ให้แม่ อุ้มพยักหน้า ธีระจึงคว้ามือเธอ อุ้มสะดุ้งมองมือ

“ผมจะจูงคุณข้ามถนน” แต่แล้วเขาก็ไม่ปล่อยมือเธอเสียที เข้าร้านนั้นออกร้านนี้

อุ้มเอ่ยขึ้น “กัปตันคะ กัปตันจะข้ามถนนอีกรึเปล่าคะ”

“ทำไม”

“ถ้าไม่ข้ามถนนก็ไม่ต้องจูงอุ้มแล้วล่ะค่ะ”

ธีระทำทีตกใจ “ขอโทษ ผมลืมไป นึกว่าจูงแฟนเดินอยู่...ผมหมายถึงแฟนคนเก่าน่ะ”

“อ๋อค่ะ...” อุ้มดึงมือออกแล้วชี้ชวนไปอีกร้าน...ธีระอมยิ้มชอบใจ ในท่าทีเขินอายของเธอ

วันต่อมา ทุกคนเดินทางกลับ นุ้ยกับเป๊บอดหยอกล้ออุ้มเรื่องธีระไม่ได้ ยิ่งเห็นสายตาที่เขามองเธอ อุ้มยิ่งอายก้มหน้าก้มตาลากกระเป๋าไปลานจอดรถ แต่แล้วกลับทำกุญแจรถหาย เธอพยายามรื้อค้นกระเป๋า ธีระขับรถมาจอดเทียบ พอรู้ว่าเธอทำกุญแจรถหายจึงอาสาไปส่งบ้าน อุ้มลังเลไม่อยากรบกวน แต่เขาลงจากรถมาขนของเธอใส่รถเขา

“เชื่อผมเถอะครับ ผมอยากไปส่ง จะได้รู้จักบ้านคุณด้วย”

อุ้มนั่งรถออกมาจากสนามบิน ธีระเอ่ยถามบ้านอยู่ไหน เธอบอกอยู่อัมพวา เขาหน้าเหรอ เธอรีบบอก “อุ้มถึงไม่อยากให้ไปส่งไงคะ มันไกลน่ะค่ะ เดี๋ยวลงทางด่วนแล้ว อุ้มลงก็ได้นะคะ”

“ผมทำยังงั้นไม่ได้หรอกครับ จะปล่อยให้ลูกน้องลงกลางทางได้ยังไง โดยเฉพาะลูกน้องสาวๆ ยิ่งอันตรายใหญ่...ผมพูดเล่นน่ะ ดีเลยครับ ผมไม่เคยไปอัมพวา

วันนี้จะได้ไปเที่ยวเสียที”

รถเลี้ยวเข้ามาจอดบ้านริมน้ำ อุ้มเชื้อเชิญให้ธีระลงมาทานน้ำก่อนกลับ พ่อกับแม่อุ้มออกมาต้อนรับ ต่างแปลกใจที่วันนี้ลูกสาวมีหนุ่มมาส่ง ธีระชื่นชอบบรรยากาศ ขอนั่งตรงระเบียงชมธรรมชาติ พ่อกับแม่แอบกระซิบถามลูกสาวว่าแฟนหรือ อุ้มรีบปฏิเสธ ธีระเห็นป้ายโฮมสเตย์

“ที่นี่เป็นโฮมสเตย์ด้วยหรือครับดีเลย งั้นคืนนี้ผมขอค้างสักคืนนะครับ”

“กัปตันคะ ที่นี่มันไม่สะดวกเหมือนโรงแรมในเมืองนะคะ” อุ้มแย้ง

แม่ให้ลองดูห้องก่อนมันทั้งเล็กและไม่มีแอร์ พ่อพาธีระไปดู เขาชอบ แต่อุ้มหนักใจ...

จินดาเห็นว่าบ่ายมากแล้ว ทำไมธีระยังไม่แวะมา เธอเป็นกังวล อรปลอบให้ทานข้าวก่อน ธีระอาจจะมาพรุ่งนี้ก็ได้...ในขณะที่ธีระอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสบายๆไปเดินเล่น อุ้มมาตามให้ไปทานข้าว แต่เห็นห้องปิดเงียบ เคาะเบาๆก็ไม่มีเสียงตอบ เธอแนบหูฟังสงสัยจะหลับ

“ผมไม่ได้หลับหรอกครับ” ธีระเดินมาด้านหลัง

อุ้มสะดุ้ง รีบบอกว่าแม่ให้มาตามไปทานข้าว ธีระชม “คุณนี่โชคดีจริงๆ มีบ้านอยู่ริมน้ำด้านหลังยิ่งสวยใหญ่เลย ตอนพระอาทิตย์จะตกดิน ผมว่าสวยกว่าเมืองนอกอีกนะ”

“กัปตันคงไม่ค่อยได้มาต่างจังหวัดมั้งคะ เลยชอบ แต่อุ้มอยู่จนชินก็ว่างั้นๆแหละค่ะ ไปทานข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด” อุ้มเดินนำเขาไป

บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารไทยๆน้ำพริก ผักต้ม แกงจืดตำลึงหมูสับ กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย และปูม้านึ่ง พ่อกับแม่เชื้อเชิญให้ธีระทาน พ่อออกตัวว่าน้ำพริกของแม่อุ้มเป็นที่หนึ่งในคลองนี้ ธีระชิมแล้วชมว่าอร่อยจริงๆ ธีระสังเกตเห็นอุ้มไม่ค่อยทานอะไร แม่แซว

“ยัยอุ้มเขากินน้อยค่ะ เขาบอกกลัวอ้วน ทำงานแล้วใส่ชุดไม่สวย”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ อุ้มไม่ค่อยหิว” อุ้มแก้ตัวเขินๆ

“คุณพ่อครับ ที่แถวนี้แพงมั้ยครับ”

“กัปตันชอบหรือครับ”

ธีระยอมรับว่าชอบอยากซื้อไว้สักแปลง พ่อบอกว่าหลังคลองบ้านกำนันเห็นว่าจะขาย พรุ่งนี้ให้อุ้มพาไปดู ธีระชอบใจตนอยากนั่งเรือเล่นอยู่แล้ว ธีระคว้าปูมาแกะอย่างชำนาญแล้ววางใส่จานให้อุ้ม แม่รีบบอกว่าอุ้มไม่ชอบทานปู

“งั้นผมจะจำไว้ว่าอุ้มไม่ชอบทานปู แล้วมีอะไรที่คุณอุ้มไม่ชอบทานอีก”

อุ้มเขินตอบว่าไม่มี พ่อกับแม่สบตากันอย่างสงสัยว่าธีระคงมาจีบลูกสาวแน่ พอดีจินดาโทร.เข้ามา ธีระรับสายบอกว่าตนมาทำธุระที่อัมพวา พรุ่งนี้ถึงจะแวะไปหา เขาถามแม่อย่างห่วงใยว่าทานอะไรหรือยัง เธอตอบว่าทานไม่ลง เป็นห่วงลูก

“แม่กินข้าวเถอะครับ ไม่ต้องห่วงผม พรุ่งนี้เจอกันนะครับ ผมรักแม่นะครับ”

อุ้มและพ่อแม่สบตากันอย่างชื่นชม ไม่ค่อยเห็นผู้ชายที่รักแม่ ธีระวางสายหันมายิ้มๆบอก

“คุณแม่ผมแกเป็นห่วง เห็นผมลงเครื่องแล้วไม่ไปหาแก...เผอิญพี่สาวผมแยกไปอยู่กับสามีน่ะครับ แม่ก็เลยต้องอยู่กับเด็กรับใช้ ผมเองก็มีงานตลอด ถ้าว่างก็ต้องให้เวลากับแกบ้าง”

“อย่างนี้แฟนไม่น้อยใจหรือกัปตัน” พ่อหยั่งเชิง

“ก็เป็นเพราะอย่างนี้แหละครับคุณพ่อ ผมถึงได้ไม่มีแฟน” ธีระตอบเศร้าๆ

“ยัยอุ้มก็เหมือนกัน แม่ก็อยากให้มีแฟนก็ไม่ยอมมี ติดพ่อติดแม่อยู่นั่นแหละ” แม่เปรย

อุ้มอ้อน ถ้าหาใครไม่เจอก็จะอยู่กับพ่อแม่ไปอย่างนี้ ธีระยิ้มอย่างเผยความรู้สึกว่าชอบอุ้มจนเธอเขิน

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ธีระเป็นคนพายเรือให้อุ้มไปดูที่ อุ้มแปลกใจที่เขาพายอย่างคล่องแคล่ว ธีระอวดว่าตอนเรียนคอร์สพายเรือ ตนได้เอ อุ้มถามการเป็นกัปตันต้องเก่งทุกอย่างเลยหรือ เขาตอบว่ามันเป็นความรับผิดชอบชีวิตผู้โดยสาร เธอลองถามอีกว่ามีอะไรที่เขาทำไม่เก่งบ้าง

“คงเป็นเรื่องจีบผู้หญิง”

อุ้มแย้งว่าไม่จริง ธีระยืนยันว่าจริง ไม่อย่างนั้นผู้หญิงคงไม่ทิ้งตนไป อุ้มปลอบว่าแค่คนเดียวมันวัดกันไม่ได้ ธีระทึกทักว่าอุ้มยอมให้ตนจีบ อุ้มสะดุ้งไม่ได้หมายความอย่างนั้น

“อุ้มหมายถึงว่ากัปตันยังมีโอกาสได้เจอคนอื่นอีก”

“แต่ถ้าผมบอกว่า ผมอยากเริ่มต้นใหม่กับคุณอุ้มได้มั้ยครับ...ถ้าอุ้มไม่รังเกียจ”

อุ้มทำตัวไม่ถูก ธีระรุกเร้าพยายามสบตาเธอ พลันอุ้มร้องขึ้นว่าเขากำลังจะชนพุ่มไม้ ธีระตกใจคัดท้ายเรือร้องบอกให้เธอหลบ เรือโคลงพลิกคว่ำ...อุ้มโผล่ขึ้นมาจากน้ำ ร้องเรียกธีระอย่างตกใจ เขาโผล่พรวดขึ้นมาตรงหน้าเธอ ต่างคนต่างถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ธีระยังไม่ลืมรบเร้าถามเธออีก ตกลงเธอให้โอกาสตนหรือเปล่า อุ้มสะเทิ้นอาย เขาเชยคางเธอขึ้นมาจะหอมแก้ม เธอเบนหน้าหนี ขอเวลาคิดสักหน่อย ธีระยิ้มดีใจ สองคนวักน้ำสาดใส่กันอย่างสนุกสนาน

ธีระพายเรือพาอุ้มกลับ ชาวบ้านร้องทัก พาแฟนเที่ยวหรือ อุ้มจะปฏิเสธแต่ธีระตอบแทนว่าใช่ครับ ทุกคนชื่นชมว่าเหมาะสมกัน ธีระบอกอุ้มว่าคนอื่นยังเห็นดี อุ้มเขินเตือนให้มองทางดีกว่าเดี๋ยวเรือจะล่มอีก ธีระหัวเราะอย่างมีความสุข

กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้า อุ้มนั่งยิ้มอยู่หน้ากระจก แม่เข้ามาถามธีระจีบใช่ไหม อุ้มส่ายหน้า

“อย่าปิดแม่เลย ถ้าไม่ชอบเขาจะตามลูกมาถึงที่นี่หรือ แม่ชอบเขานะ หน้าตาก็ดี พูดจาก็เพราะ นิสัยก็น่ารัก พ่อแกเนี่ยปลื้มใหญ่”

“หนูว่าแม่กับพ่ออย่าเพิ่งคิดอะไรเลยเถิด หนูกับเขาเพิ่งรู้จักกัน”

“แต่แม่ว่าคนนี้แหละใช่เลย เหมาะสมกับลูกที่สุด อย่าให้หลุดมือล่ะลูก” แม่รวบรัด

อุ้มอมยิ้มในใจเบ่งบาน...ธีระเก็บของลากกระเป๋าออกมา เขาลาพ่อกับแม่อุ้ม ต้องกลับไปหาจินดา ทั้งพ่อและแม่บอกให้เขากลับมาอีก ที่นี่ยินดีต้อนรับเสมอ อุ้มเดินตามมาส่ง ธีระเอ่ย

“จากนี้ไปผมจะโทร.หาคุณทุกวันเลยนะ”

“ก็...แล้วแต่กัปตันสิคะ ถ้าไม่กลัวเปลืองค่าโทรศัพท์”

ธีระถามวันบินของเธอ เธอตอบว่าพรุ่งนี้ เขาอาสามารับเพราะรถเธอยังจอดอยู่ที่สนามบิน พ่อกับแม่ยืนมองอย่างปลาบปลื้มใจ ทั้งสองดีใจลูกพบคนดีๆอย่างธีระ

ooooooo

เมื่อมาถึงบ้าน จินดาบ่นว่าแดงให้ธีระฟัง ไม่ทันไรคิตตี้หอบของกินเข้ามาทักทาย “หวัดดีค่ะพี่ธี พี่ธีคงไม่ว่านะคะที่ตี้มาเยี่ยมคุณแม่ เพราะตอนนี้พี่ธีเป็นโสดแล้ว”

“แต่แม่ว่าหนูไม่ต้องมาเยี่ยมแม่บ่อยๆหรอกนะ แม่เองไม่ได้เป็นอะไรแล้ว บางทีแม่ก็อยากจะพักผ่อน” จินดาโพล่งออกมา

คิตตี้ยิ้มหวานตอบว่าไม่ต้องเกรงใจ ตนบอกแล้วว่าจะดูแลเธอแทนธีระ จินดาเสียงขุ่น “ไม่ต้อง ฉันมีลูกชายดูแลฉันแล้ว เธอเองก็ไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน แล้วฉันก็ไม่ได้ชอบเธอ”

“แม่ ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ ตี้เขาเสียใจนะ” ธีระตกใจ

“ช่วยไม่ได้ ฉันเป็นคนพูดตรง เธอจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากับฉัน”

คิตตี้หน้าเสีย จินดาให้เอาของกลับไป เธอน้ำตาคลอคว้ากระเป๋าเดินออก ธีระต่อว่าแม่แล้ววิ่งตามไปขอโทษคิตตี้ เธอตอบว่าไม่เป็นไร ตนหวังดีเกินไป...ธีระกลับเข้ามาตำหนิจินดาที่ไล่คิตตี้ไปแบบนั้น จินดาโต้ว่าถ้าไม่ทำเธอก็มาวุ่นวายกับเขาไม่เลิก

“ลูกนึกว่าแม่คิตตี้เขาทำดีกับแม่เพื่ออะไร เขารักแม่งั้นหรือ พอเขารู้ว่าลูกเลิกกับยัยพิมก็เข้ามาเสียบทันที นี่ดีนะที่แม่รู้ทันเลยตัดบทไปซะก่อน”

“ผมว่าตี้เขาไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอกมั้ง เพราะก่อนหน้านี้เขาก็มาเยี่ยมแม่เพราะเป็นห่วง”

“แม่ว่าลูกยังอ่อนต่อโลกมากนะ ถึงไม่รู้มารยาหญิง”

อรแทรกขึ้นอย่างนี้ใช่ไหมที่เรียกว่าร้อยเล่มเกวียน จินดาถลึงตาใส่ ธีระอ่อนใจลากลับ อรถามจินดาจะให้เอาของที่คิตตี้ซื้อมาทิ้งไหม เธอตวาดให้เก็บไว้กินวันพรุ่งนี้

“แต่คุณยายไม่ชอบคุณคิตตี้ คุณยายจะกินของเขาลงหรือคะ” อรแหย่

จินดาเอ็ดว่าอย่าสอด อรพึมพำ...คุณยายนี่สารพัดพิษจริงๆ

ooooooo

ตอนที่ 3

เมื่อง้อพิมสำเร็จ ธีระเอาใจพากันไปเดินช็อปปิ้ง แต่ในใจเขาอดห่วงแม่ไม่ได้ พิมเริ่มรู้สึกว่าเขาไม่สนใจในสิ่งที่เธอชี้ชวนให้ดู จึงลองถามว่าคุยกับสถาปนิกเรื่องบ้านหรือยัง เขาอึกอักก่อนจะตอบว่ายัง เพราะมัวยุ่งกับเรื่องแม่ พิมให้จัดการเสีย กว่าจะปลูกเสร็จก็เป็นปี

“หรือว่าเราไม่ต้องปลูกดี” ธีระหยั่งเชิง

“อ้าว ทำไมล่ะคะ”

“ผมมาคิดๆดู แม่ผมก็ไม่สบายอยู่บ่อยๆ แล้วไม่มีใครอยู่กับแก นอกจากเด็กรับใช้ ผมก็เลยคิดว่า หรือเราควรจะไปอยู่บ้านแม่ ผมจะได้ดูแลแกได้...พิมว่าไง”

“พิมอยากอยู่ส่วนตัวมากกว่า แล้วบ้านที่ปลูกใหม่อยู่ติดกัน ธีก็ไปดูได้ตลอดเวลานี่คะ”

“อืม...ก็ได้ งั้นพรุ่งนี้ผมจะคุยกับสถาปนิกแล้วกัน คุณดูของร้านนี้ก่อนนะ”

ธีระขอตัวไปซื้ออาหารมังสวิรัติฝากแม่ พิมมองกรอบรูปที่อยากได้อย่างถอนใจ เพราะธีระไม่สนใจเอาเสียเลย เธอครุ่นคิดสังหรณ์ใจบางอย่าง...

พิมเริ่มไม่มั่นใจในชีวิตคู่ของตน จนสุนีย์สังเกตเห็น เธอปลอบใจลูกว่าใครๆ ก็ต้องรักแม่มากกว่า พิมเข้าใจ แต่สำหรับธีระ เรื่องของแม่จะสำคัญมากกว่าทุกเรื่องเสมอ สุนีย์ปลอบ

“ก็ตอนนี้แม่เขาไม่สบาย ธีเขาก็ต้องให้ความสำคัญแม่เขามากกว่าหนูหน่อยนึง”

“มันไม่หน่อยนะคะแม่ หนูว่าเขาให้ทั้งหมดเลยไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม่เขาต้องมาก่อน”

“ถ้าใครได้ยินลูกพูดแบบนี้ เขาจะคิดว่าลูกอิจฉาแม่เขานะ”

“หนูไม่ได้อิจฉานะคะ หนูแค่อยากให้ธีแชร์ความรู้สึกให้หนูบ้าง”

“แม่ว่าเอาอย่างนี้ดีกว่ามั้ย ทางที่ดีหนูควรจะทำตัวให้ใกล้ชิดแม่เขามากกว่านี้ หนูจะได้รู้สึกเป็นส่วนนึงของครอบครัวเขา”

“มันจำเป็นด้วยหรือคะ”

“รู้มั้ยตอนแม่แต่งงานกับพ่อ แม่ต้องใช้เวลาพิสูจน์กับคุณย่าตั้งสิบปี กว่าคุณย่าจะยอมรับแม่ แม่ว่าตอนนี้ลูกกำลังรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินของครอบครัวเขา เชื่อแม่ เข้าไปใกล้ชิดแม่เขาสักนิด แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น”

พิมคิดตามแล้วรับปากว่าจะทำตามที่แม่บอก สุนีย์ดึงลูกสาวมากอด

ooooooo

วันต่อมา ธีระแวะมาดูแลจินดา จู่ๆเธอก็เอ่ยขึ้นว่า “แม่ว่าลูกอย่าแต่งเลยนะ ลูกแต่งทีไร แม่เข้าโรงพยาบาลทุกที สงสัยดวงแม่จะชงกับงานแต่งลูก”

ธีระปลอบไม่เกี่ยวกัน แม่แก่ลงสุขภาพก็ไม่แข็งแรงเป็นธรรมดา จินดาถามอีกถ้าคราวนี้ตนเป็นอะไรขึ้นมา เขารีบบอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะตนจะจ้างพยาบาลประกบไว้สองคน

เธอหน้าตึง “ไม่ว่ายังไงลูกก็ต้องแต่งใช่มั้ยล่ะ”

“ใช่ครับ คราวนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมก็จะไม่ล้มเลิกงานแต่งงาน”

จินดาข่มความไม่พอใจ บอกลูกว่าถ้าแม่ไม่ไหวอย่าว่าก็แล้วกัน ธีระรับรองว่าเธอต้องแข็งแรงในวันสำคัญของตน เพราะตนอยากให้แม่มาร่วมงาน เธอยิ้มจางๆบ่น ถึงตายก็ต้องไป...ก่อนกลับ ธีระแอบสั่งอรให้ดูแลแม่ดีๆ ห้ามให้ขนมหวาน อรยิ้มกริ่มเพราะได้เงินพิเศษ เธอเข้ามาดูแลจินดาตามปกติ แต่กลับโดนเธอเหวี่ยงอารมณ์ใส่อย่างไม่มีเหตุผล

ธีระแจกการ์ดให้เพื่อนร่วมงานอีกครั้ง ทุกคนถามเสียงเดียวกันว่า ครั้งสุดท้ายแน่นะ พิมลากกระเป๋าลงจากเครื่องเข้ามา ธีระถามเอาใจเหนื่อยไหม เธอตอบว่าเห็นหน้าเขาก็หายเหนื่อย

“นี่ซื้ออะไรมาเยอะแยะ”

“เป๋าฮื้อน่ะค่ะ พิมจะให้เด็กที่บ้านตุ๋นไปให้แม่ธี แล้วธีไม่ต้องห่วงนะคะ ระหว่างที่ธีไปบิน พิมจะไปดูแลคุณแม่แทนคุณ”

ธีระยิ้มดีใจที่คนรักเป็นห่วงแม่ของตน “ผมไปนะ เจอกันวันพุธ”

ต่างโบกมือให้กัน พิมยกถุงเป๋าฮื้อขึ้นมองยิ้มอย่างมั่นใจว่าจะทำให้จินดารักตนขึ้นบ้าง...

วันรุ่งขึ้น จินดาค้นสมุดโทรศัพท์ จนอรต้องถามว่าหาเบอร์ใคร เธอบอกว่าหาเบอร์คิตตี้ อรเปิดหน้าอักษรคอควายให้ อดถามไม่ได้

“เดี๋ยวค่ะคุณยาย คิตตี้นี่ใครคะ”

“แฟนเก่าคุณธีเขาสมัยเรียนหนังสือ”

อรแปลกใจจะโทร.หาทำไม จินดาเอ็ดไม่ใช่เรื่องอย่าสอด เธอกดโทรศัพท์คุยเจื้อยแจ้ว

“ช่วงนี้แม่อยู่บ้านคนเดียวเหงาๆ ตาธีเขาก็ไปบินไม่มีเพื่อนคุย อยู่ๆ แม่ก็คิดถึงหนูขึ้นมา ทำไมมันถึงรู้สึกผูกพันกับหนูก็ไม่รู้” อรมองหน้าจินดาอย่างสงสัยทำไมพูดแบบนี้

คิตตี้ดีใจ รับปากจะมาหาบ่ายนี้ จินดาขอบใจเสียงอ่อนเสียงหวาน จนอรหมั่นไส้กรายๆ

“นี่คุณยายมีแผนใช่มั้ยคะ”

“แผนอะไร...”

“ก็คิดจะยืมมือคุณคิตตี้ทำลายงานแต่งงานลูกชายเป็นครั้งที่สามใช่มั้ยคะ”

“แกนี่ก็ฉลาดไม่เบา ถ้าแกสวยกว่านี้ซักหน่อยฉันเอาเป็นลูกสะใภ้แล้ว” จินดาเยาะเดินไป

“คุณยายนี่ นางมารตัวแม่เลยนะเนี่ย” อรมองตามอย่างสงสารธีระกับพิมจริงๆ

ooooooo

ให้เด็กในบ้านตุ๋นเป๋าฮื้อเสร็จ พิมเตรียมจะเอา ไปให้จินดา สีหน้าเธอยิ้มแย้มจนพจอดแซวไม่ได้ หวังว่าคงไปได้สวยนะ สุนีย์มั่นใจ เมื่อพิมยอมเข้าหาแม่ธีระ ทุกอย่างก็จบ

ในขณะที่คิตตี้ซื้อของมากมายมาเอาใจจินดา แถมเลือกอาหารที่เหมาะสำหรับคนเป็นเบาหวานเสียด้วย อรมองคิตตี้อย่างชื่นชมว่าสวยจริงๆ

“พี่ธีไปบินหรือคะ”

“จ้ะ อีกสองวันกลับ”

“ถ้างั้นหนูจะมาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับคุณแม่ทุกวันเลยดีมั้ยคะ”

จินดาดีใจ พลันเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น เธอเรียกอร คิตตี้อาสาไปดูให้ พอเปิดประตู ต่างคนต่างชะงัก พิมถามว่ามาหาธีระหรือ

“อ๋อ เปล่าค่ะมาเยี่ยมคุณแม่ เห็นแกโทร.ไปหาบ่นว่าแกเหงา ไม่มีเพื่อนคุย ตี้ก็เลยมาเยี่ยม”

พิมหน้าเจื่อน คิตตี้เชิญให้เข้าบ้าน พิมสวัสดีจินดาอย่างนอบน้อม

“หวัดดีจ้ะลูก นี่ลูกไม่ได้ไปบินกับธีเขาหรือ”

“ค่ะ หนูเอาเป๋าฮื้อตุ๋นมาฝากคุณแม่ค่ะ”

“ต้องไปซื้อมาทำไมให้ยุ่งยาก แพงก็แพง”

“พอดีหนูไปฮ่องกงมา เห็นเขาว่าทานแล้วมันช่วยบำรุงสุขภาพน่ะค่ะ ทานเลยมั้ยคะ เดี๋ยวหนูใส่ชามให้”

“ยังหรอกลูก เอาเข้าตู้เย็นก่อนเถอะ คิตตี้ซื้ออาหารเวียดนามมาให้แม่”

อรถืออาหารมาวาง จินดาจึงให้เอาเป๋าฮื้อไปใส่ตู้เย็น คิตตี้เอาใจห่อแหนมเนืองให้เป็นคำๆ ป้อนจินดา เธอชมว่าอร่อยมาก คิตตี้รีบบอกว่าวันหลังจะซื้อก๋วยเตี๋ยวลุยสวนมาให้อีก เธอลูบหลังลูบไหล่ช่างเอาใจจริงๆ พิมน้อยใจรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน จึงลากลับ

“จ้ะ ขอบใจนะลูก อีกสองวันแม่จะกินเป๋าฮื้อของลูกนะ เพราะกว่าจะกินของหนูตี้ที่ซื้อมาหมด คงอีกหลายวัน”

คิตตี้แกล้งถามทำไมรีบกลับ พิมตอบอย่างไม่ค่อยพอใจว่ามีธุระ แล้วเดินออกไป จินดาเหลือบมองอมยิ้ม อย่างสะใจ...เสียงหัวร่อต่อกระซิกของจินดากับคิตตี้ดังตามหลังพิมออกมาถึงหน้าบ้าน เธอหันกลับไปมองน้ำตาคลอ

สุดท้ายพิมกลับมาบ้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัว พจกับสุนีย์แปลกใจเมื่อลูกสาวบอกว่าจินดามีแฟนเก่าธีระอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองเตือนลูกสาวอย่าเพิ่งโกรธให้ถามธีระให้รู้เรื่องก่อน

วันต่อมา คิตตี้ยังมาอยู่เป็นเพื่อนจินดา เอาอกเอาใจป้อนยาให้ทานจนเธอเปรย

“เสียดายจัง ถ้าหนูเป็นสะใภ้แม่ก็ดีสิจะได้ดูแลแม่ใกล้ชิด แม่จะได้หายจากเบาหวานความดัน”

“ใจจริงหนูก็อยากเป็นล่ะค่ะ แต่พี่ธีสิคะ เขาไม่ยอมเลือกหนู”

“แม่ก็ไม่อยากจะเม้าท์หรอกนะ” เข้าแผนจินดาทันที

“พูดมาเถอะค่ะ รับรองหนูไม่พูดให้ใครฟังหรอก”

“จริงๆแล้ว ตาธีเข้ายังไม่อยากแต่งงานหรอก ก็ผู้หญิงน่ะสิเขาเป็นฝ่ายเร่งรัดจะให้แต่ง”

“แต่หนูว่าแต่งก็ดีนี่คะ พี่ธีเขาก็รักกับคุณพิมมานานแล้ว”

“รักจริงรึเปล่าก็ไม่รู้”

“ทำไมคะ”

“ก็...บางที แม่เห็นธีเขาพูดถึงคิตตี้บ่อยๆ”

คิตตี้ตื่นเต้น จินดาพยายามพูดว่าธีระยังมีใจกับเธอ แต่พิมรบเร้าจะแต่งให้ได้ เขาเกรงใจไม่อยากให้ฝ่ายหญิงเสียหายจึงยอมเจ็บเพื่อคนอื่น คิตตี้ดีใจที่ธีระยังคิดถึงตน

“ไม่ใช่แค่คิดถึงนะ แม่ว่าเขายังรักหนูอยู่จริงๆ นะ”

อรแอบฟังด้วยความหนักใจที่จินดาพยายามทำให้เกิดเรื่องจนได้

ooooooo

ถึงวันธีระกลับ พิมนั่งรออยู่ที่คอนโดฯ เขาดีใจเพราะตั้งใจว่าอาบน้ำแล้วจะไปหา สีหน้าพิมดูเครียดว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เขาเข้าใจว่าเรื่องแต่งงาน แต่พิมสวน กลับเรื่องคิตตี้เขาชะงักงงๆ

“พิมอยากรู้ว่าธีคิดยังไงกับเธอ”

“เกี่ยวกับเรื่องอะไรผมไม่เข้าใจ”

“พิมไปเจอผู้หญิงคนนี้ที่บ้านแม่คุณ พิมอยากรู้ว่าเขาไปหาคุณแม่คุณทำไม”

“แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าเขาไปทำไม เขาอาจจะไปเยี่ยมแม่ก็ได้”

“แต่ก่อนหน้านี้พิมไม่เคยเห็นเขาเลย ทำไมช่วงนี้เขามาพัวพันกับคุณและคุณแม่”

ธีระพยายามบอกว่าทุกอย่างเป็นเรื่องบังเอิญ พิมย้อนถามว่าเธอมีแรงบันดาลใจอะไรถึงไปเยี่ยมจินดา เขามองหน้าพิมที่ดูเครียด “ผมรู้แล้ว นี่พิมกำลังหึงผมหรือ...ไม่เอาน่า ผมเคยบอกแล้วไงว่า ผมรักพิมคนเดียว อย่าคิดมากสิ”

“ต้องคิดมากสิคะ อยู่ๆ แฟนเก่าคุณก็มาป้วนเปี้ยนไปมาหาสู่คุณกับแม่”

“เขาอยากมาก็ช่างเขาสิ ผมไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว”

พิมถามย้ำว่าจริงหรือ ธีระตอบว่าหลับตายังนึกหน้าไม่ออกเลย เขากอดพิมขอตัวอาบน้ำก่อนแล้วไปทานข้าวกัน พิมเริ่มยิ้มออกมาอย่างสบายใจขึ้น...แต่แล้วไม่ทันไร คิตตี้มาเคาะประตูห้อง พิมเปิดรับตกตะลึง เธอยิ้มเจื่อนๆ ถามว่าธีระอยู่ไหม

“อยู่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรกับธีหรือคะ” พิมถามอย่างเคืองๆ

“คุณแม่ให้เอามะยงชิดมาให้พี่ธีค่ะ พอดีคุณป้าพี่ธีมาจากต่างจังหวัดก็เลยเอามาฝาก”

“นี่คุณอยู่บ้านแม่ธีทุกวันเลยหรือคะ”

“ค่ะ คุณแม่ไม่มีเพื่อนคุย ตี้ก็เลยแวะไปอยู่เป็นเพื่อนแกทุกวัน”

พิมประชดว่าดีนะ คิตตี้ไม่สนใจยังขอเข้าไปรอธีระในห้อง เข้ามาเห็นเครื่องบินเล็กๆ วางอยู่รีบหยิบขึ้นมาโอ้อวดว่า ลำนี้ตนซื้อให้เขายังเก็บอยู่อีก

“น่ารักมั้ยคะ พี่ธีเนี่ยโรแมนติกนะคะ เขาให้แหวนตี้ตอนวันเกิด ยังสลักที่หลังแหวนว่ารักเธอหมดหัวใจ...พี่พิมอยากดูมั้ยคะ”

“ไม่ล่ะค่ะ...” พิมคว้ากระเป๋าจะเดินออก คิตตี้รีบถามจะกลับแล้วหรืิอ เธอตอบห้วนๆ ว่ามีงาน ฝากดูแลธีระด้วย คิตตี้อมยิ้มโบกมือให้อย่างสะใจ

พิมเดินออกมาหน้างอบ่น นี่หรืิอที่บอกว่ารักตนคนเดียว...

ธีระอาบน้ำแต่งตัวเดินออกมาจากห้องนอนเห็นคิตตี้ก็แปลกใจถามหาพิม เธอตอบว่ากลับไปแล้ว เขารีบกดโทรศัพท์หา คิตตี้ชี้แจงว่าจินดาฝากมะยงชิดมาตนจะปอกให้ ธีระขอตัวโทรศัพท์ก่อน เขาถามพิมว่าทำไมรีบกลับ

“ก็คุณมีคนที่คุณรักสุดหัวใจอยู่ด้วยแล้วนี่ ฉันจะอยู่ทำไม” พิมตัดสาย

ธีระงงเกิดอะไรขึ้น เขาจะไปหาพิม คิตตี้ดึงไว้อ้างมีเรื่องจินดาจะบอก เขาชะงักรอฟัง เธอบอกเขาว่าจินดารู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง อยู่ไปวันๆ ชีวิตไม่มีค่า

“แม่พี่พูดอย่างงั้นหรือ”

“ใช่ค่ะ ตี้ว่าพี่ควรแวะไปคุยกับแกหรือไปทานข้าวกับแกซะหน่อยนะคะ อย่างน้อยแกจะได้รู้สึกว่าพี่ยังให้ความสำคัญกับแกอยู่”

ธีระตั้งใจจะไปพรุ่งนี้ คิตตี้เซ้าซี้ให้ไปวันนี้ เกรงว่าจะสายเกินไป เขาครุ่นคิดกังวลเช่นกัน...ส่วนพิม แม้จะงอนแต่ก็เฝ้ารอให้ธีระโทร.มาง้อ เมื่อเขาไม่โทร.มาเสียที จึงตัดสินใจโทร.เอง เผอิญจินดาเป็นคนรับสาย พอรู้ว่าเป็นพิมก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย

“อ้าว ว่าไงหนูพิม”

“นี่ธีเขาไปหาคุณแม่หรือคะ”

“จ้ะ เขามาทำกับข้าวกินกันกับคิตตี้น่ะจ้ะ เห็นกำลังทำบาร์บีคิวกันอยู่ หนูจะมากินด้วยมั้ย”

“ไม่ดีกว่าค่ะ”

“แน่ะ คิตตี้มาพอดี เดี๋ยวแม่จะให้คิตตี้เอาโทรศัพท์ไปให้ธีพูดกับหนูนะ”

“ไม่ต้องแล้วค่ะ หนูไม่มีอะไรจะพูดกับเขาแล้ว แค่นี้นะคะ” พิมวางสายน้ำตาร่วงเผาะ

จินดายิ้มสะใจ ธีระเดินเข้ามาถามว่าใครโทร.มา เธอตอบว่า “พิมจ้ะ แม่กำลังจะเอาโทรศัพท์ไปให้ลูก แต่เขาบอกว่าไม่ต้อง ทะเลาะอะไรกันรึเปล่าลูก”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ”

“เมื่อกี้แม่ก็ชวนเขามากินบาร์บีคิวกับเรา เขาบอกไม่เอา เฮ้อ เป็นคนแก่นี่มันแย่จริงนะ ไม่มีใครอยากกินข้าวด้วย”

ธีระแย้งไม่จริง อย่าคิดมาก คิตตี้รีบเอาใจตัก อาหารให้ทาน จินดาเปรยว่าวันนี้มีความสุข คิตตี้ยุให้ธีระมากินข้าวด้วยทุกวัน จินดาค่อนขอดเขาคงไม่ว่าง ธีระรีบบอกว่าได้ พรุ่งนี้ตนก็จะมา จินดาอมยิ้มนึกถึงพิมอย่างสะใจ

ooooooo

คืนนั้น ออกจากบ้านแม่ ธีระตรงมาหาพิม แต่เธองอนไม่ยอมลงมาพบ อ้างว่านอนแล้ว สุนีย์กับพจเห็นใจธีระ พจถามตรงๆ

“นี่กัปตัน เราพูดกันแบบลูกผู้ชายเลยนะ คุณกับผู้หญิงชื่อคิตตี้มีอะไรกันรึเปล่า”

“ผมเรียนตามตรงเลยนะครับ ผมไม่มีอะไรกับคิตตี้จริงๆ ครับ”

พจถามอีกว่าทำไมเธอถึงเข้ามาพัวพัน ธีระ อธิบายทุกอย่างเป็นเรื่องบังเอิญ พจเปรยบังเอิญบ่อยลูกสาวตนก็หวั่นไหว ธีระเข้าใจ ตนจะบอกคิตตี้ว่าไม่ควรเจอกันอีก พจให้เขาขึ้นไปบอกพิมเอง สุนีย์อึ้ง ไม่คิดว่าพจจะยอมให้ธีระขึ้นไปหาลูกสาวบนห้อง เขากลับโต้ว่า ถ้าไม่ให้ขึ้นไปก็ไม่ได้แต่งกันเสียที

พิมตกใจเมื่อรู้ว่าธีระขึ้นมาบนห้อง เธองอนไม่ยอมเปิดประตูออกมา ธีระบอกความจริงใจทั้งหมด พร้อมกับย้ำ

“ถ้าคุณไม่เชื่อ พรุ่งนี้ผมอยากให้คุณไปกับผม แล้วผมจะบอกเขาต่อหน้าคุณเลยว่า อย่ามายุ่งกับผม เพราะผมมีคนที่ผมรักมากที่สุดแล้วคือคุณ...นะพิมนะอย่าโกรธ พรุ่งนี้ผมจะมารับคุณ”

ธีระจะเดินกลับไป พิมเปิดประตูห้องออกมาถามว่ากี่โมง เขาดีใจหันมาบอกว่าสิบโมง จากนั้นขับรถไปหัวหินกัน พิมตกลง เขาขยับเข้ามาหาขอหอมที พิมปิดประตูใส่หน้า

“เอาไว้ให้คุณพูดกับเขาก่อน แล้วฉันถึงจะให้หอม”

ธีระส่ายหน้ายิ้มๆ ยอมกลับไป พิมแง้มประตูมอง แอบค้อนตามหลัง

ooooooo

วันต่อมา ธีระนัดคิตตี้พบที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เธอยิ้มแย้มหน้าระรื่นเข้ามา แต่พอเห็นพิมนั่งอยู่ด้วยก็ชะงัก ถามมีเรื่องอะไร ไม่เห็นบอกก่อนว่าพิมมาด้วย

“ค่ะ ธีเขามีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ แล้วก็อยากให้ฉันนั่งฟังด้วย”

คิตตี้ชักหวั่นใจถามว่าเรื่องอะไร ธีระเอื้อนเอ่ย “พี่อยากจะบอกตี้ว่า พี่กับพิมกำลังจะแต่งงานกันแล้วพิมเขาก็ไม่สบายใจที่ตี้มาเจอกับพี่บ่อยๆ”

“พี่พิมหึงตี้หรือคะ”

“ใช่ค่ะ เพราะคุณเองก็เคยเป็นอดีตคนรักเก่าของธี ฉันบอกตามตรงนะคะว่าฉันไม่ชอบ”

“แหม พี่พิมคิดมากไปรึเปล่าคะ ตอนนี้ตี้กับพี่ธีแค่คบกันแบบเพื่อน”

“จะคบกันแบบไหนฉันก็ไม่ชอบ เอาเป็นว่าฉันไม่อยากให้คุณมาพบกับธีเขาอีก หวังว่าคุณคงเข้าใจนะคะ”

“จะเอายังงั้นหรือคะพี่ธี” คิตตี้หันไปถามธีระหวังว่าคงปฏิเสธ

“ใช่ เพื่อความสบายใจของพิม แล้วก็ความบริสุทธิ์ใจของพี่”

คิตตี้หน้าเจื่อน ผิดหวัง “ไม่ยักรู้ว่าเดี๋ยวนี้พี่ธีกลัวผู้หญิงขนาดนี้”

พิมตัดบทหมดธุระแล้ว ชวนธีระกลับ เขาขอบใจคิตตี้แล้วเดินจากไปกับพิม คิตตี้เสียหน้ามาก ไหนจินดาบอกว่า เขายังรักตนอยู่...ธีระโอบกอดพิมพากันไปเที่ยว หัวหินต่อ สองคนนอนเล่นบนชิงช้า เขาถามเธอว่าเชื่อใจตนแล้วใช่ไหม เธอตอบว่ายัง มีผู้หญิงที่ไหนอีกสารภาพมาให้หมด เขาโอดโอยว่าไม่มีแล้ว ไม่รู้ว่าพิมจะขี้หึงเหมือนกัน

“ก่อนหน้านี้ก็หึง เพียงแต่ไม่เคยเห็นคุณให้ความสำคัญกับใครเท่ากับคิตตี้ แถมคุณแม่ยังชอบคิตตี้มากกว่า”

ธีระขอร้องอย่าไปสนใจเลย แต่พิมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าตนจะแต่งงานกับเขา ก็อยากให้แม่เขายอมรับตนอย่างจริงใจ ธีระปลอบไม่ต้องห่วง เพราะแม่เคยบอกว่าตนรักใครแม่ก็รักด้วย พิมขอให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ ธีระกอดเธออย่างหวงแหน...

หลังจากกำจัดว่าที่ลูกสะใภ้ออกไปได้ จินดาก็แปลกใจว่าทำไมคิตตี้ไม่มาหาอีก กำลังให้อรโทร.ตาม ธีระมาพอดีถามว่าแม่มีธุระอะไรกับคิตตี้ จินดาตอบว่าแค่แปลกใจทำไมวันนี้ไม่มา

“คิตตี้เขาคงไม่มาแล้วล่ะแม่”

“อ้าว ทำไมล่ะลูก ทะเลาะกันหรือ”

“เปล่าครับ ผมบอกคิตตี้ให้เลิกติดต่อกับผม เพราะพิมเขาไม่ชอบ”

“อะไรกัน นี่แฟนลูกถึงกับห้ามไม่ให้ลูกติดต่อกับใครเลยหรือ”

“พิมเขาหึงน่ะครับ แล้วผมเองก็ไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ”

จินดาบ่นว่าพิมยังไม่ทันแต่งก็ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ วันหนึ่งคงหึงแม้กระทั่งแม่ ธีระออดอ้อนไม่เป็นอย่างนั้น เพราะพิมรู้ว่าแม่สำคัญที่สุด แต่จินดาแย้งถ้าสำคัญจริง ทำไมตนบอกอย่าเพิ่งแต่งถึงไม่เชื่อ ธีระโอดโอยมันคนละเรื่อง เธอค้อนลูกชายขวับที่ทำเป็นไม่สนใจ...ก่อนกลับธีระแอบมาสั่งอร ถ้าคิตตี้มาอีกให้โทร.รายงาน ไม่ทันไร จินดาก็โทร.หาคิตตี้ แต่เธอไม่รับสาย พลันช้อยโทร.สวนเข้ามา นัดกินเลี้ยงวันเกิดใหญ่พรุ่งนี้ จินดายิ้มอย่างมีเลศนัยรับปากทันที

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ในห้องส่วนตัวร้านอาหารจีน ใหญ่ จินดา ช้อย และภา เฮฮากินไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน จินดาตั้งใจจะปรึกษาเพื่อนๆ เผอิญพิมพาพ่อกับแม่ออกมาทานร้านเดียวกัน เธอให้พ่อสั่งไปก่อน ตนขอตัวเข้าห้องน้ำ ผ่านห้องที่จินดาอยู่กับเพื่อนๆ ได้ยินเสียงคุ้นหู

ช้อยถามจินดา “แล้วเรื่องลูกชาย ตกลงยอมแพ้เขาแล้วใช่มั้ย”

จินดาตอบว่ายัง เพียงแต่คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรใช้แผนเดิมก็ไม่ได้ ใหญ่เตือนอย่าให้เสี่ยงอันตรายแล้วกัน จินดาว่าเรื่องนั้นตนไม่ได้ตั้งใจ แต่ถึงอย่างไร ตนก็ไม่ยอมให้ลูกชายแต่งงาน ขนาดเอาแฟนเก่ามาแกล้งยุให้ผิดใจ กะเต็มที่ว่าต้องทะเลาะแล้วเลิกกัน ยังไม่ได้ผล ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เพื่อนๆปรามว่าปล่อยให้เป็นเรื่องของหนุ่มสาวเถิด เธอค้าน

“ไม่ ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย ฉันจะไม่ยอมให้ลูกชายฉันแต่งงานกับใครทั้งนั้น”

พิมยืนฟังตัวชา จินดาลุกเดินออกมาเจอเข้าอย่างจัง ตกใจมากแต่กลบเกลื่อนทักทายแล้วขอตัวเข้าห้องน้ำ ในใจก็หวั่นแต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าพิมได้ยินจะได้รู้เสียทีว่าตนไม่อยากให้แต่งงาน

พิมยืนช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน เธอเดินกลับมาที่โต๊ะ พ่อแม่ แต่ไม่กล้าเล่าอะไรให้ฟัง ได้แต่ครุ่นคิดตามลำพัง ธีระโทร.เข้ามาพอดี เธอจึงนัดเจอเขากลับมาพรุ่งนี้มีเรื่องอยากคุยด้วย

วันใหม่ พิมยืนมองตู้ปลาที่อควาเรี่ยมแห่งหนึ่ง ธีระเข้ามาทักทายด้วยความคิดถึง สีหน้าเขาแช่มชื่น แต่พอเธอเกริ่นว่า เมื่อวานบังเอิญเจอจินดาในร้านอาหาร ท่านกำลังคุยกับเพื่อนๆไม่อยากให้เราแต่งงานกัน เขาก็สีหน้าหม่นลง ไม่ต้องการคุยเรื่องนี้อีก

“แต่เราต้องคุยค่ะ เพราะแม่คุณบอกเพื่อนๆว่า ท่านเป็นคนวางแผนเพื่อล้มเลิกงานแต่งของเรา แม้แต่เรื่องของคิตตี้ ท่านก็เป็นคนจัดการทั้งหมด ท่านต้องการให้คิตตี้เข้ามาแทรกระหว่างเรา เพื่อให้เราเลิกกัน”

“เอาล่ะพิม ผมเข้าใจเรื่องแม่แล้ว แต่ผมก็คิดว่าเราไม่ควรไปใส่ใจเรื่องพวกนี้ ขอแค่เรารักกันและเข้าใจกันก็พอแล้ว โอเคมั้ย”

“แต่ฉันว่ามันคงไม่จบง่ายๆแล้วล่ะค่ะ เพราะถ้าเราแต่งงานกันไปโดยที่คุณแม่ไม่เห็นด้วย เราก็จะไม่มีความสุขทั้งคู่”

“ไม่หรอกพิม ในเมื่อเรารู้ว่าแม่เป็นยังไง เราก็ไม่ต้องไปสนใจ”

“แน่ใจหรือคะว่าคุณจะไม่สนใจท่าน ถ้าวันแต่งงานเรา ท่านเกิดเข้าโรงพยาบาลขึ้นมาอีก คุณจะว่ายังไง คุณจะไม่ไปดูท่านหรือ”

ธีระตอบว่าไม่ แต่พิมไม่เชื่อ เขายอมรับว่ารู้เป็นแผนของแม่ จะไปทำไม พิมจึงถามอีกว่า ถ้าแต่งงานกันแล้ว เขาต้องไปเที่ยวไหนกับแม่โดยไม่มีตน หรือเพราะท่านไม่ชอบตน เขาตะล่อมเชิงให้ต่างคนต่างอยู่ แต่พิมรู้ซึ้งว่าเป็นไปไม่ได้ จึงลองถามเขาว่าเขาจะเลือก ตนหรือแม่ ธีระอึ้งไม่คิดว่าเธอจะยื่นคำถามแบบนี้ พิมเลือกเป็นคนจากเสียเอง แต่ก่อนไปเธอบอกเขาว่า เธอรักเขามาก มันคงไม่มีความสุขถ้าแม่เขาไม่ต้อนรับตน

“มันไม่มีทางอื่นอีกแล้วหรือพิม” ธีระใจหายวาบ

“มีค่ะ เอาไว้ให้ถึงวันที่แม่คุณไม่อยู่ คุณค่อยกลับมาหาฉันก็แล้วกัน” พิมเดินหันกลับน้ำตาริน ไม่ต่างจากธีระที่ยืนอึ้งน้ำตาไหลเป็นทาง...

จากวันนั้น ธีระก็เศร้าซึม คิดถึงความหลังตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกับพิม ครั้งแรกที่ได้บินเครื่องเดียวกัน เธอเอาเอกสารมายื่นให้เขาเซ็นชื่อเข้างาน เธอรายงานตัวว่า

“ดิฉันพิมอัปสรเป็นหัวหน้าแอร์เที่ยวบินนี้...กัปตันไม่ได้เซ็นคำสั่งให้ ดิฉันเลยต้องรอไม่สามารถปฏิบัติงานได้ค่ะ” พิมพูดเชิงตำหนิ

ธีระคิดๆบอกว่าตนเซ็นแล้ว พิมเอาหลักฐานมายืนยันว่าเขาลืม เขาหาว่าเธอทำรุนแรงถึงขั้นเอาหลักฐานมาเล่นงาน เธอกลับตอบอย่างแข็งขันว่า

“มิได้ค่ะ มันเป็นขั้นตอนที่ดิฉันต้องทำเพื่อไม่ให้ถูกตำหนิในฐานะเป็นหัวหน้า”

ธีระชอบใจกับการทำงานเข้มงวดของเธอ จึงยอมรับผิดว่าตนแก่แล้วก็มีลืมกันบ้าง เธอกลับโต้ว่า ยังไม่แก่ ยังหนุ่มแถมหล่อด้วย ทำให้เขาขำมองเธออย่างสนใจขึ้นมา หลังจากนั้น เขาก็คอยตอแยเธอแกล้งขอนั่นนี่ให้เธอบริการ เพื่อนๆแอร์เริ่มแซวว่าท่าทางกัปตันธีระจะสนใจพิม เธอเข้าใจว่า แกล้งแหย่เล่นมากกว่า แต่พอวันเกิดเธอ ธีระปรากฏตัวเอาของขวัญมามอบให้ ทำเอาเพื่อนๆ พากันอิจฉา นับจากนั้น เขาก็แสดงออกเต็มที่ว่าจีบพิม

พอต้องมาเลิกกัน ธีระก็เศร้า จินดาเข้ามาขอโทษที่เป็นต้นเหตุ ตนพร้อมจะไปขอโทษพิมให้กลับมา ธีระตอบว่า “ไม่ต้องหรอกครับ ผมบอกแล้วไงไม่ใช่ความผิดของแม่ เพราะผมรักแม่ ผมถึงเลือกที่จะอยู่กับแม่”

จินดาดีใจกอดลูกชายยิ้มตื้นตัน โดยไม่ได้สนใจว่าลูกเจ็บปวดขนาดไหน...ทุกครั้งที่ต้องเจอกันด้วยหน้าที่การงานพิมจะพยายามเลี่ยงหนี เพราะคิดว่าเสียใจตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่าแต่งแล้วต้องหย่ากันให้เจ็บปวดมากขึ้น ธีระมองพิมอย่างเสียใจ เธอช่างเข้มแข็งกว่าที่ตนคิด

ระหว่างการบิน วิทย์เหลือบมองธีระบ่อยๆ เขาจึงหันมาถามว่ามีอะไร วิทย์ถอนใจ

“ผมกำลังคิดถึงเรื่องชีวิตรักของกัปตันน่ะครับ มันเหมือนสุภาษิตที่เขาว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน คิดดูสิครับ กัปตันกับพี่พิมกำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว อีกแค่วันสองวัน อยู่ๆกลับไม่ได้แต่ง แล้วก็เลิกกันไปตลอดชีวิต”

“ยังไม่ถึงตลอดชีวิตหรอก”

“อาจจะมีลมพัดหวนหรือครับ”

“ผมเองก็ไม่รู้ บอกไม่ได้”

วิทย์ถามธีระว่าเฮิร์ตบ้างไหม เขาตอบตามตรงว่าเจ็บลึกๆ วิทย์เสนอให้หาคนใหม่มาดามใจ แต่ธีระกลับตอบว่า ตนชักกลัวผู้หญิงเสียแล้ว วิทย์รีบห้ามอย่าเพิ่งกลัว เขาจะต้องเจอผู้หญิงที่เข้าใจเขาจริงๆ พลันเสียงออดประตูดัง แอร์โฮสเตสยกถาดกาแฟมาให้ “กาแฟค่ะ กัปตัน”

ธีระหันมารับ เผอิญเครื่องตกหลุมอากาศ ทำให้เธอเซกาแฟกระฉอกใส่เขา เธอตกใจมาก

ooooooo

ตอนที่ 2

ครั้งนี้นับว่าพิมกับธีระทะเลาะกันรุนแรง พิมโกรธจนไม่ยอมรับโทรศัพท์เขา ทั้งที่ตัวเองเสียใจมาก เพื่อนๆต้องคอยปลอบใจ ด้านธีระกลัดกลุ้มที่พิมไม่ยอมพูดด้วย มาปรับทุกข์กับวิทย์

“ผู้หญิงก็อย่างนี้แหละครับ ยังไงก็ขอเป็นที่หนึ่ง”

“แต่จะมาเอาชนะอะไรกับแม่ผม แกเป็นคนแก่ ถ้าผมให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนอื่นก็ว่าไปอย่าง”

“กับแม่นี่แหละครับสำคัญ กัปตันไม่เคยได้ยินเรื่องแม่ผัวกับลูกสะใภ้หรือครับ”

ธีระหาว่าล้าสมัย วิทย์แย้งว่าเรื่องเก่าแต่คลาสสิก สองหนุ่มหัวเราะให้กัน...

พจแปลกใจเห็นลูกสาวไม่ไปเที่ยวไหนในวันหยุด จึงลองถามว่า ธีระงานยุ่งหรือถึงไม่ค่อยเห็นหน้า พิมตอบว่าเลิกกันแล้ว พจตกใจ พิมย้ำว่า พ่อสบายใจได้ เขาจะไม่มาบ้านนี้อีก พจยืนอึ้งจนสุนีย์เข้ามาถามเป็นอะไร

“นี่คุณรู้เรื่องลูกกับนายธีรึยัง ลูกบอกว่าเลิกกันแล้ว”

“ฉันรู้แล้ว คงสมใจคุณล่ะสิ”

“นี่คุณมาว่าผมเรื่องอะไร”

“ก็หรือไม่จริง คุณไม่ชอบนายธีนี่ หาว่าเขาไม่ให้เกียรติคุณ ตอนนี้คุณต้องหาลูกเขยที่คุณชอบเองแล้วล่ะ” สุนีย์เดินจากไป ปล่อยให้พจยืนงงว่าเป็นเพราะตนหรือ...

วันต่อมา ธีระบินไปบรัสเซลส์ ขณะที่บินอยู่ นุ้ยมาเคาะห้องกัปตันเพื่อเอาจดหมายของผู้โดยสาร

คนหนึ่งให้ ธีระงงๆถามว่าผู้ชายหรือผู้หญิง

“ผู้หญิงค่ะ สวยด้วยนั่งบิสซิเนสคลาส บอกว่าเป็นเพื่อนเก่ากัปตัน” นุ้ยกลับออกไป

ธีระเปิดจดหมายอ่าน ข้อความว่า “หวัดดีค่ะ พี่ธี จำคิตตี้ได้มั้ยคะ น้องรหัส 120 ไงคะ ได้ยินพี่ธีประกาศว่าเป็นกัปตันเที่ยวบินนี้ ดีใจจัง ถ้าว่างก็แวะมาคุยกันหน่อยนะคะ”

วิทย์กระเซ้าว่าแฟนเก่าหรือ ธีระยิ้มๆว่าจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ เพราะตอนนั้นเธอเป็นน้องรหัส เคยจีบแต่เธอมีแฟนแล้ว “ต่อมาเขาก็เลิกกับแฟนมาชอบเรา แต่เราดันไปเจอคนอื่นอีก ตอนนั้นเขาโกรธและเกลียดผมมาก หาว่าผมหลอกเขา เพิ่งจะมาคุยกันตอนที่ผมเป็นผู้ช่วยกัปตันใหม่ๆ เดี๋ยวผมจะไปทักเขาซะหน่อย ฝากคุณช่วยดูเครื่องที”

คิตตี้เป็นสาวนักโฆษณาวัย 28 ปี ธีระออกมาทักทายถามทุกข์สุขกัน เธอเพิ่งเฮิร์ตจะไปเที่ยวพักใจ เธอดีใจมากที่เจอเขา ชวนทานข้าวกันซักมื้อ เขาครุ่นคิดแล้วพยักหน้าก่อนขอตัวกลับไปทำงาน เธอมองตามหลังเขาอย่างเสียดาย

หน้าห้องพักโรงแรมในบรัสเซลส์ วิทย์กับกิต วิศวกรประจำเครื่อง และเป๊บกับนุ้ยนัดกันออกไปทานข้าวมื้อค่ำ สาวๆถามทำไมธีระไม่ไปด้วยกัน วิทย์ตอบยิ้มๆว่า เจอแฟนเก่า สองสาวไม่ค่อยพอใจแทนพิม

ในขณะที่ธีระกับคิตตี้นั่งดริ๊งก์อยู่ในผับแห่งหนึ่ง สองคนคุยรื้อฟื้นความหลังอย่างรื่นเริง คิตตี้บอกว่าตนไม่ได้ทำงานประจำแล้วออกมาทำเป็นฟรีแลนซ์ ธีระกระเซ้าว่าหนุ่มโฆษณาคนไหนที่ทำให้อกหัก เธอเล่าว่าเป็นลูกเจ้าของสินค้า

“อย่างนี้ก็รวยน่ะสิ หล่อมั้ย”

“สู้พี่ธีไม่ได้”

“ทุกครั้งที่ตี้ชม พี่เขินจริงๆ”

“อ้าว ก็พี่ธีหล่อจริงๆนี่ หรือมีใครบอกว่าไม่หล่อ”

“ถึงหล่อ แต่บางทีก็ช่วยอะไรไม่ได้”

คิตตี้สะดุดหู ถามว่ามีปัญหากับแฟนอยู่ใช่ไหม เขาตอบว่างอนกันนิดหน่อย เธอดีใจ

“งั้นก็ดีเลย แฟนพี่กำลังงอน ส่วนตี้กำลังเฮิร์ต เราสองคนมาเจอกันในช่วงเวลาที่เหมาะสมจริงๆ ดื่มค่ะ... ขอให้ลมหนาวที่นี่แรงๆ”

ธีระงงหมายความว่าอย่างไร คิตตี้ยิ้ม ถ่านไฟเก่าจะได้คุ ธีระขำไม่ออก คิตตี้หัวร่อต่อกระซิกจับมือถือแขนเขาอย่างสนิทสนม

ooooooo

พิมอยู่บ้านทานข้าวกับครอบครัวบ่อยขึ้น พจ

มองออกว่าลูกสาวทุกข์ใจ จึงเอ่ยปากยกโทษให้ธีระ พิมกลับบอกว่าไม่เกี่ยวกับพ่อ เป็นเรื่องระหว่างตนกับเขา สุนีย์เตือนอย่าตั้งแง่ อย่าถือทิฐิให้มากนัก แค่โทร. หาเขาทุกอย่างก็จบ...พิมเข้าห้องเปิดวีดิโอที่ใช้ในงานแต่งงานดู เผลอยิ้มแล้วตัดสินใจ “ก็ได้ พิมจะยกโทษให้”

เธอคว้าโทรศัพท์กดหาธีระ แต่ไม่มีคนรับสาย ระหว่างนั้น ธีระเดินเล่นอยู่กับคิตตี้ถ่ายรูปกันอย่าง สนุกสนาน จนแบตมือถือหมด พิมหงุดหงิด โทร.หาวิทย์ขอพูดกับธีระ วิทย์อึกอักไม่กล้าบอก กิตจึงตอบแทนว่า ธีระออกไปทานข้าวกับเพื่อนเก่า พิมซักถามจนรู้ว่าเป็นแฟนเก่า วิทย์กับกิตเป็นกังวลแต่พยายามคิดว่าพวกตนพูดความจริง

ดึกมากแล้ว ธีระเดินมาส่งคิตตี้หน้าโรงแรม เธอชวนเขาขึ้นไปดื่มกาแฟบนห้อง แต่เขาขอตัว เธอจึงนัดพรุ่งนี้ไปช็อปปิ้ง เขาบอกไว้โทร.กันอีกที คิตตี้คว้ามือเขามากุม

“ขอบคุณพี่ธีมากนะคะ ที่ช่วยให้ตี้หายเฮิร์ตได้เร็วขึ้น”

“แค่ไปกินข้าวเนี่ยหรือ”

“ค่ะ อย่างน้อยก็ทำให้ตี้รู้ว่าตี้ยังมีคุณค่ากับผู้ชายอยู่”

“อะไร กะอีแค่เลิกกับผู้ชาย ทำให้เสียเซลฟ์ ขนาดนั้นเชียว”

“ตี้ไม่แน่ใจว่าทำไมเขาถึงเลิกกับตี้”

“พี่บอกให้มั้ย พี่ว่าแฟนเก่าตี้ตาไม่ถึง”

คิตตี้มีกำลังใจขึ้น คิดอยากได้ธีระกลับมาเป็นแฟนอีกครั้ง...

เช้าวันใหม่ พิมโทร.หาธีระอีกครั้ง เขารับสายด้วยความดีใจ แต่เธอนิ่ง เขารีบถามว่าหายโกรธแล้วใช่ไหม เธอจึงเอ่ยออกมาว่า หายแล้ว แต่กำลังจะโกรธใหม่

“โธ่ โกรธผมเรื่องอะไรอีก ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ซะหน่อย”

“เมื่อคืนพิมโทร.หาทำไมไม่รับสาย”

“ผมขอโทษ พอดีแบตหมด”

“แบตหมดหรือว่าไม่รับเพราะไปกินข้าวกับผู้หญิง”

ธีระรีบบอกว่าทานข้าวกับคิตตี้ รุ่นน้องที่เคยเล่าให้ฟัง พิมเสริมว่าเคยชอบกันมาก่อน เขาโอดโอยว่านั่นสมัยเรียน อย่าหาเรื่องทะเลาะกันอีกเลย ตนสัญญาจะไม่ทำให้เธอโกรธอีก

“พิมก็ขอโทษคุณด้วยที่พูดจาไม่ดีเรื่องคุณแม่คุณ”

“เอาเป็นว่าเราจะไม่ทะเลาะกันอีกแล้วนะ” ธีระขอร้องและบอกว่าอีกสองวันเจอกัน

ต่างคนต่างบอกรัก พิมวางสายยิ้มอย่างสุขใจ สุนีย์แซวแค่ลดทิฐิความสุขก็กลับมา พิมอมยิ้มกอดแม่ ตนอยากให้ธีระรู้บ้างว่าตนสำคัญ สุนีย์กระเซ้า อย่า ให้มันมากนักก็แล้วกัน...

หลังจากนั้น คิตตี้ก็โทร.เข้ามาหาธีระชวนไปช็อปปิ้ง เขาเห็นว่าพรุ่งนี้จะกลับแล้ว แค่ไปเป็นเพื่อนคงไม่เป็นไร แต่ระหว่างเดินซื้อของ นุ้ยกับเป๊บผ่านมาเห็น แอบถ่ายรูปส่งไปให้พิม เธอขุ่นใจรีบโทร.หาธีระ เขาไม่โกหกพูดตามตรง

“เอ่อ พอดีคิตตี้เขาโทร.มาชวนกินข้าวกลางวันน่ะ ก็เลยมานั่งเป็นเพื่อนเขา”

“นี่ธีต้องเทกแคร์กันทุกวันเลยหรือ”

ธีระปฏิเสธ พิมขอทักทายคิตตี้ เขาจึงส่งมือถือให้ คิตตี้รายงานตัวว่าเป็นน้องรหัสตอนอยู่มหาวิทยาลัย บังเอิญเจอกันจึงชวนทานข้าว คงไม่ว่าอะไรนะ พิมตอบว่า ตามสบาย ธีระเล่าให้ฟังอยู่แล้ว พิมขอคุยกับธีระต่อ เธอบอกเขาว่าแค่อยากรู้ว่าทำอะไรอยู่เท่านั้นแล้ววางสายไป ธีระรู้สึกได้ว่าพิมไม่ค่อยพอใจ คิตตี้ถามว่าพิมขี้หึงหรือ เขาส่ายหน้าเชื่อว่าพิมหนักแน่นพอ ทำเอาคิตตี้อิจฉา...พอมาส่งที่โรงแรม ธีระตัดสินใจบอกเธอว่า

“พี่จะลาตี้ตรงนี้นะ เย็นนี้พี่ต้องกินข้าวกับลูกน้อง แล้วต้องคุยเรื่องงานกันด้วย”

“หมายความว่าตี้จะไม่ได้เจอพี่ธีแล้วใช่มั้ยคะ”

“ใช่จ้ะ เพราะพรุ่งนี้พี่ต้องตื่นตีห้าไปแอร์พอร์ต”

คิตตี้อึ้งเสียดายที่ต้องจากกับเขา จึงโผเข้าหอมแก้มแล้วบอกว่า ตนอยากให้รู้ ตนไม่เคยลืมเขาเลย ธีระอึ้งๆเดินไป เธอมองเบื้องหลังเขาอย่างอาลัยอาวรณ์

ในขณะเดียวกัน พิมนั่งหน้างออยู่กับเพื่อนแหม่มและกุ๊ก ทั้งสองไม่พอใจการกระทำของธีระ พิมตัดสินใจ กลับมาคราวนี้ต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง

ooooooo

ธีระลงจากเครื่องมุ่งหน้าไปเยี่ยมจินดาก่อน เธอดีใจชวนทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่เขากลับบอกว่า ต้องไปหาพิม พรุ่งนี้จะแวะมารับไปทานกลางวัน จินดาน้อยใจพาลอารมณ์เสียใส่อร

พิมเดินลงบันไดบ้านมา เจอธีระยืนยิ้มกริ่ม โผเข้ากุมมือ “ผมคิดถึงคุณจังเลย”

“คิดถึงแล้วทำไมไปกินข้าวกับผู้หญิงอื่น”

ธีระปลอบว่าคิตตี้เป็นแค่น้องสาว เธอกำลังอกหักจึงคุยเป็นเพื่อนเท่านั้น พิมไม่เชื่อ

“โธ่ สาบานได้ ผมรักคุณคนเดียว คุณไม่เชื่อใจผมหรือ งั้นเอาอย่างนี้ พรุ่งนี้เราไปจดทะเบียนสมรสกันเลย คุณจะได้สบายใจ”

“ทำอย่างนั้นได้ไง คนเขาจะได้นินทาทั้งบ้านทั้งเมือง” พจส่งเสียงเอ็ดเข้ามา

ธีระรีบยกมือไหว้พจกับสุนีย์ แก้ตัวว่าแค่อยากทำให้พิมสบายใจ สุนีย์ยิ้มๆขอให้มีการจัดงานตามประเพณี ไม่อย่างนั้นญาติพี่น้องจะตำหนิได้ ธีระชำเลืองมองพจ ตนไม่มีปัญหาอยู่ที่...สุนีย์ถามพจจะเอาอย่างไร อยู่ที่เขาตัดสินใจคนเดียว พิมมองพ่ออย่างอ้อนวอน พจทำหน้าขรึม

“ก็ได้ นี่ผมเห็นแก่ลูกสาวผมหรอกนะ ที่เขารักคุณมาก”

ธีระดีใจยกมือไหว้ขอบคุณ และสัญญาจะไม่ทำให้ผิดหวังอีก พิมยิ้มอย่างมีความสุข...

แต่พอเรื่องถึงหูจินดา แดงดักคอแม่ว่าห้ามป่วยห้ามตาย จินดาค้อนขวับที่ลูกรู้ทัน เปรยว่าจะไม่ไปร่วมงานเพราะกลัวป่วยกลางงาน จะมาว่ากันอีก แดงหาว่าแม่เล่นแง่ จินดาโกรธ ไม่มีตนก็แต่งงานกันได้ กบรีบห้ามทัพชวนทุกคนออกไปทานสุกี้ จินดางอนไม่ไป แดงกับกบหนักใจ...แต่พอลูกๆกลับไป เธอก็ให้อรเอาขนมหม้อแกงมาให้ทาน ตั้งใจจะกินให้น้ำตาลขึ้นกันไปเลย

วันต่อมา ธีระกับพิมตระเวนแจกการ์ดใหม่ จินดาน้อยใจโทร.เรียกเพื่อนมาหาที่บ้าน ทั้งช้อย ใหญ่ และภา ขอให้ช่วยล้มงานแต่งงานลูกชาย

“หา จะดีหรือพี่จิน ฉันว่าอย่าไปขวางเขาเลยน่าเด็กมันรักกันก็ปล่อยมันไปเถอะ” ช้อยแย้ง

“นั่นน่ะสิพี่จิน  ถึงพี่จินจะขัดขวางครั้งนี้ได้  ครั้งหน้าก็ต้องมีอีก” ใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย

“ใช่ แล้วมันจะเป็นบาปกรรมของพวกเรานะ

เราก็แก่มากแล้ว” ภาเห็นเช่นกัน

จินดาโวยที่เพื่อนๆไม่มีใครร่วมมือ ทุกคนโบกศาลากลับกันไป จินดาเจ็บใจหาว่าเพื่อนพวกนี้เป็นเพื่อนกิน ถึงอย่างไรตนต้องล้มงานให้ได้

ooooooo

งานแต่งใกล้เข้ามาทุกที พิม พจ และสุนีย์ช่วยกันนับของชำร่วย ธีระมาถึงบอกว่า ที่โรงแรมเรียบร้อย ตนเพิ่มดอกกุหลาบสีชมพูตรงซุ้มทางเข้า จากเดิมที่ใช้สีขาวล้วนเพื่อให้ดูมีสีสัน พวงมาลัยบ่าวสาวทางร้านจะส่งไปให้เก้าโมงเช้า พจถอนใจ ทุกอย่างพร้อมสรรพพลันอรโทร.มาบอกธีระว่าจินดาอยู่โรงพยาบาล เขาตกใจหันมองทุกคน พร้อมกับถามว่าเป็นอะไร

“คุณยายไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ เมื่อเช้าไปตรวจสุขภาพ คุณยายให้คุณธีไปรับกลับ”

“ได้ เดี๋ยวฉันไป แล้วทำไมแกไม่ไปกับคุณยาย” ธีระโล่งอก

“คุณยายบอกให้หนูเฝ้าบ้าน แกไปเองได้  เพียงแต่ขากลับให้คุณธีไปรับแกหน่อย”

ธีระรับคำแล้ววางสาย พิมถามอย่างร้อนใจแม่เป็นอะไรอีก พจรีบถามต้องยกเลิกงานอีกไหม ธีระส่ายหน้าไม่ต้อง แค่ตรวจสุขภาพให้ตนไปรับกลับ ทุกคนโล่งอก

“นึกว่าเอาอีกแล้ว” สุนีย์เอ่ยหลังจากธีระออกไป

“ถ้าครั้งนี้ไม่ได้แต่ง พ่อว่าไม่ต้องแต่งอีกเลยนะพิม”

“พ่อ...ทำไมพูดอย่างนี้” พิมใจไม่ดี

ธีระประคองจินดาเข้าบ้าน  เขาถามแม่ทำไมไม่ให้แดงพาไป เธอปัดว่าไม่อยากกวน ธีระเตือนแม่ต้องไปงานแต่งวันพรุ่งนี้ของเขา จินดายิ้มเจื่อนๆ เขาถามทำไมยิ้มแบบนั้น

“แม่กำลังดีใจกับลูกที่จะได้เป็นฝั่งเป็นฝากับเขาซะที”

“จริงหรือครับ แม่อยากให้ผมแต่งงาน” ธีระโผกอดแม่

“จริงสิ พ่อแม่ที่ไหนจะไม่ดีใจที่ลูกได้แต่งงาน” จินดายิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

และแล้วก็ถึงวันงาน ธีระกับพิมอยู่ในชุด

บ่าวสาวงามสง่า ยืนถ่ายรูปกับแขก เพื่อนๆทั้งสองฝ่ายยืนต้อนรับแขกหน้างาน สุนีย์เอ่ยถามว่า จินดาจะมาถึงเมื่อไหร่จะได้ถ่ายรูปหมู่กัน พูดถึงก็มาพอดี จินดา แดง กบ และไตรตั้นยืนอยู่หน้าบันได ธีระกับพิมเข้าไปต้อนรับ จะประคอง

“ไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อยดีกว่าครับแม่”

“ไม่ต้องประคองแม่ พาเจ้าสาวไปลูก แม่ไปเองได้”

ธีระจูงมือพิมเดินไป แดงกับกบจูงไตรตั้นตาม จินดายืนนิ่งมองลูกๆซักพัก แล้วร้อง

“ธี...ช่วยแม่ด้วย”

ทุกคนหันกลับมามอง เห็นจินดาหงายหลังกลิ้งตกบันได ธีระกับแดงร้องลั่น กบมีสติรีบบอกให้ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลด่วน พิม พจ และสุนีย์ยืนอึ้ง สักพักสุนีย์ก็เป็นลมล้มฟุบ พิมกับพจช่วยกันปฐมพยาบาล

จินดานอนไม่ได้สติถูกเข็นเข้าห้องไอซียู ธีระกับแดงยืนร้อนใจอยู่หน้าห้อง กบกอดไตรตั้นนั่งอยู่ไม่ห่าง แดงแปลกใจตอนไปรับแม่ที่บ้านก็ไม่มีอาการอะไร ทำไมจู่ๆตกบันไดไปได้ หรือว่าแกล้ง กบเอ็ดว่าแม่คงไม่เอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงแบบนี้

“ใช่ ผมว่าแม่ไม่ทำเรื่องบ้าๆแบบนี้หรอก” ธีระ เห็นพยาบาลเดินออกมา รีบเข้าไปถาม “ตอนนี้แม่ผมเป็นไงบ้างครับ”

“รอสักครู่นะคะ ตอนนี้คุณหมอกำลังดูอยู่”

พิมโทร.เข้ามาถามอาการ ธีระตอบอย่างร้อนใจว่ายังไม่รู้ ตนคงต้องรอฟังหมอก่อนถึงจะกลับไปได้ พิมบอกพจกับสุนีย์ตามที่ธีระบอก แต่ในใจเป็นกังวลไม่น้อย... แดงเตือนธีระให้กลับไปแต่งงานให้เรียบร้อย ทางนี้ตนจะดูแลและส่งข่าวเอง ธีระลังเล พอจะเดินไป หมอก็ออกมาถามว่าใครเป็นญาติจินดา ธีระรีบแทรกตัวผ่านแดงกับกบไปบอกหมอว่าตนเอง

“ตอนนี้คุณแม่คุณหัวใจเต้นไม่ปกติ”

“อันตรายมั้ยคะ”

“ก็...อยู่ในขั้นวิกฤติ ตอนนี้คลื่นไฟฟ้าในหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ มีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้”

ธีระหน้าซีด กบถามว่าควรทำอย่างไรต่อไป หมอให้เฝ้าดูอาการ 24 ชั่วโมง หมอให้ยาปรับการเต้นของหัวใจอยู่ ธีระถาม

“หมายความว่า ปุบปับแม่อาจจะเป็นอะไรก็ได้งั้นหรือครับ”

“ใช่ครับ ตอนนี้ผมแจ้งให้ทราบในขั้นต้นก่อน” หมอพูดจบเดินกลับเข้าไป

ธีระโทร.บอกพิม ขณะนั้นบรรดาแขกผู้ใหญ่

มากันหลายราย ต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ธีระบอกพิมให้เรียนทุกท่าน ถึงอาการของแม่ตามที่หมอบอก

“ช่วยเรียนคุณพ่อคุณแม่ทีนะ ว่าผมจำเป็นจริงๆ

ผมต้องอยู่ดูแลแม่ เพราะเขาต้องการการตัดสินใจ”

“ให้พี่แดงกับพี่กบอยู่ก่อนไม่ได้หรือคะ”

“ไม่ได้หรอกพิม ผมอยากอยู่ เพราะผมต้องรู้ว่า

เราจะตัดสินใจรักษาท่านด้วยวิธีไหนต่อไป”

“แล้วงานแต่งล่ะคะ...”

“อย่าโกรธผมเลยนะ ผมเข้าใจความรู้สึกคุณดี แต่ผมทิ้งแม่ไปไม่ได้จริงๆ”

พิมวางสายน้ำตาไหลนองหน้า สุนีย์กับพจเข้ามาถามว่าธีระจะมาหรือยัง เธอได้แต่ส่ายหน้าวิ่งร้องไห้ออกไป บรรดาเพื่อนๆ ส่ายหัว ตบหน้าผาก ด้วยความรู้สึกว่าอีกแล้วหรือ

ooooooo

หมออนุญาตให้เข้าเยี่ยมจินดาได้ แต่เธอยังไม่พ้นขีดอันตราย ทุกคนเข้ามาเห็นจินดานอนนิ่งใส่บล็อกคอ มีเครื่องช่วยหายใจสายระโยงระยาง  ไตรตั้นร้องไห้ถามแดงว่ายายจะตายไหม ธีระน้ำตาไหลริน

“แม่ แม่ต้องไม่เป็นอะไรนะ ผม พี่แดง พี่กบแล้วก็หลานอยู่ข้างๆแม่นะ แม่ต้องไม่เป็นอะไรนะ”

ด้านพิม กลับบ้านร้องไห้แทบขาดใจ ครั้งนี้พจ

กลับช่วยสุนีย์ปลอบลูกและแก้ตัวแทนธีระ ว่าเรื่องเจ็บป่วยมันเลือกเวลาไม่ได้ พิมเชื่อว่าจินดาแกล้งเพราะไม่อยากให้แต่งงานกัน

“อย่าพูดอย่างนั้นสิลูก มันไม่ดี ใครจะกล้าเสี่ยงชีวิตแกล้งหงายหลังตกบันได พวกเราก็เห็นอยู่กับตา” สุนีย์ปราม

“นั่นสิ พ่อก็เห็นด้วยกับแม่นะ แม่เขาไม่ได้แกล้งหรอก มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ พ่อว่าลูกอย่าไปคิดอะไรให้มันมากเลย แล้วพรุ่งนี้ก็ควรจะไปเยี่ยมแม่เขาซะหน่อย”

“หนูไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับหนู”

“เอาน่า แม่รับรองครั้งที่สามต้องไม่มีอะไรผิดพลาดแน่”

“ใช่ ถ้ามีอะไรผิดพลาดอีก พ่อว่าลูกไม่ต้องแต่งมันแล้ว”

พิมมองหน้าพ่อกับแม่ น้ำตาไหลพราก

แล้วในคืนนั้น จินดาฟื้นขึ้นมา หมอกับพยาบาลเช็กร่างกาย ถึงออกมาบอกทุกคนว่า คลื่นหัวใจคนไข้อยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว แต่ยังต้องดูอาการอีกสองสามวัน เพราะมันอาจจะเป็นขึ้นมาอีกได้ ทุกคนดีใจ ธีระเข้ามาหาจินดา กุมมือเธอปลอบว่าไม่เป็นอะไรแล้ว

“ธี แม่คิดว่าแม่จะไม่ได้กลับมาเห็นหน้าลูกซะแล้ว”

“ไม่หรอก แม่ต้องอยู่กับผมไปนานๆ หมอบอกว่าอีกสองวันแม่ก็กลับบ้านได้แล้ว”

“ทำไมอยู่ๆ แม่ถึงเป็นโรคหัวใจ”

“หมอบอกมันเป็นเพราะวัยน่ะแม่ คนแก่ส่วนใหญ่ก็มีโอกาสเป็นได้ ผมว่าแม่อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะ แม่เพิ่งฟื้น นอนพักซะ เดี๋ยวตื่นมาค่อยคุยกัน”

จินดาพยักหน้า ธีระเดินออกไป เธอเรียกเขาแล้วเอ่ยเศร้าๆ “ลูกอย่าทิ้งแม่ไปนะ”

“ผมไม่ไปไหนหรอกครับแม่ แค่ออกไปนั่งข้างนอก ในนี้เขาไม่ให้ญาติอยู่”

จินดาพยักหน้ายิ้มจางๆ ธีระออกมาได้ก็โทร.

หาพิม เพื่อบอกเธอว่าแม่ปลอดภัยแล้ว ตนขออยู่เฝ้าแม่ พิมสะกดกลั้นความน้อยใจเสียใจ ฟังเขาและบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะไปเยี่ยม...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น พิมมาถึงหน้าห้องไอซียู เห็นธีระนั่งหลับจึงเข้ามานั่งข้างๆ ค่อยๆ ปลุกเขา ธีระตื่นมายิ้มให้ แล้วพาเธอเข้าไปเยี่ยมจินดา พิมมองจินดาที่ยังหลับ นึกถึงคำพูดของไตรตั้นที่บอกว่า คุณยายไม่อยากให้แต่ง และคำเตือนของพ่อที่ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เธอพยายามข่มใจไม่คิดในทางร้าย ถามธีระว่าหมอให้กลับบ้านได้เมื่อไหร่ เขาตอบว่าอีกสองสามวัน
เธอชวน

“ออกไปข้างนอกดีกว่า พิมไม่อยากรบกวนท่าน” พิมหันมองจินดาอีกครั้งอย่างสงสัย

พิมบอกว่าพ่อกับแม่จะมาเยี่ยมตอนเย็น ธีระถามว่าท่านโกรธตนมากหรือเปล่า เธอส่ายหน้า เขาขอโทษที่เกิดเรื่องขึ้นอีก

“ธีคะ...คุณแน่ใจมั้ยคะว่า คุณแม่เป็นโรคหัวใจจริง”

“จริงสิ ก็หมอบอกอย่างนั้น ทำไมพิมถามแบบนี้...

นี่พิมคิดว่าแม่ผมแกล้งงั้นหรือ”

“พิมก็ไม่อยากคิดอย่างนั้นหรอกนะคะ แต่ทำไมแม่คุณต้องบังเอิญเป็นตอนวันแต่งงานของเราอีกแล้ว”

“เฮ้ย พิม คุณก็เห็นกับตานี่ว่า แม่ผมหงายหลังตกบันไดไป แล้วตอนนี้แม่ผมก็นอนอยู่ในไอซียู ผมว่าคุณอคติกับแม่ผมเกินไปแล้ว”

“ไม่ใช่นะธี”

“ผมเสียใจจริงๆ ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะมีความคิด แบบนี้” ธีระโกรธเดินหนี

“เดี๋ยวสิธี...” พิมคว้าแขนเขา

“ผมว่าเราอย่าคุยกันเลย ผมขอตัว” ธีระดึงแขนออกเดินไป พิมมองตามอย่างเสียใจ

ธีระเข้ามามองแม่ที่ยังหลับ พยายามสลัดความโกรธออกจากหัวสมอง จินดาตื่นขึ้นมาขอน้ำกิน เขาประคองแม่ขึ้นดื่มน้ำ ส่ายหัวให้ลืมคำพูดของพิม...

พิมมาปรับทุกข์กับเพื่อนแอร์ด้วยกัน ต่างคนต่างออกความเห็น บางคนเห็นด้วยว่าจินดาแกล้ง บางคนแย้งไม่น่ายอมเสี่ยงชีวิตด้วยการกลิ้งตกบันไดแบบนั้น เป๊บออกความคิดเห็นว่า

“งั้นเอาอย่างนี้ เราก็มาพิสูจน์กันอีกครั้ง”

“พิสูจน์ยังไง” พิมย้อนถาม

“ก็แต่งเป็นครั้งที่สาม ถ้าแม่กัปตันไม่สบายอีกก็แสดงว่า เขาไม่อยากให้กัปตันแต่งกับพี่พิมจริงๆ”

แหม่มกับอุ๋มเห็นด้วย กุ๊กให้พิมเริ่มต้นด้วยการไปง้อธีระ พิมอ่อนใจขออย่าให้สิ่งที่ตนกลัวเป็นจริง

ooooooo

ให้เผอิญ คิตตี้มาเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลเดียวกัน จึงเจอกับธีระเข้าพอดี เธอตามเข้าไปเยี่ยมจินดา ซึ่งออกจากห้องไอซียูมานอนห้องพักคนไข้

“แม่ ดูสิว่าใครมาเยี่ยม”

จินดาเพ่งมอง คิตตี้รีบถามว่าจำตนได้ไหม ตนเคยเป็นแฟนกับธีระ

“อ๋อ จำได้แล้วลูก แล้วไปไงมาไงถึงมาเจอกัน”

“หนูมาเยี่ยมเพื่อนน่ะค่ะ เลยเจอพี่ธี แล้วคุณแม่เป็นไงคะ”

“ดีขึ้นแล้วลูก แล้วนี่หนูแต่งงานรึยัง”

“ยังเลยค่ะ รอพี่ธีอยู่เนี่ย” คิตตี้ชำเลืองมองธีระ

“ถ้ารอพี่คงไม่ได้แต่งแล้วล่ะ”

พลัน พิมเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา เธอชะงักเมื่อเห็นคิตตี้ “ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่ามีแขก”

แขกที่ไหนกันล่ะคะ พี่พิม คิตตี้เองค่ะ จำคิตตี้ได้มั้ยคะ”

พิมมองหน้าธีระ เขาจึงบอกว่าที่เธอคุยโทรศัพท์ด้วยวันก่อน พิมพยักหน้าจำได้แล้ว และหันมาสวัสดีจินดา ถามไถ่อาการ

“ดีขึ้นมากแล้วลูก เห็นหมอบอกว่าพรุ่งนี้จะให้กลับบ้าน”

ธีระถามจริงหรือ จินดาให้ถามหมอดูอีกที คิดตี้ จับมือธีระลากลับ พิมมองอย่างไม่สบอารมณ์ คิตตี้ลาจินดาแล้วบอกลาพิมก่อนจะเดินไป จินดาหันมาคุยกับพิม

“แม่ขอโทษนะหนูพิม ทำให้งานแต่งหนูล่มอีกแล้ว”

“ไม่ใช่ความผิดของคุณแม่หรอกค่ะ”

จินดายิ้มขอบอกขอบใจ พิมสบตาธีระ ทั้งสองออกมาคุยกันนอกห้อง พิมขอโทษเขาที่พูดไม่ดีวันก่อน ธีระตอบว่าตนรู้ว่าเธอเครียด เป็นใครก็ประสาทเสียทุกคน ธีระจูบหน้าผากพิมแล้วเลื่อนจะจูบปาก พิมยกมือกันไว้

“เดี๋ยวค่ะ แล้วแฟนเก่าธีมาเยี่ยมคุณแม่ได้ไง”

ธีระบอกตามความเป็นจริง เขารู้ว่าเธอหึง จึงดึงเธอมากอดและย้ำว่าตนรักเธอคนเดียว...

วันต่อมา ธีระพาจินดากลับบ้าน แดงถือของลงจากรถมาวางให้ จินดาบอกลูกๆให้กลับไปทำงาน ตนไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ทันไร กลุ่มเพื่อนๆ ถือของมาเยี่ยม พอเห็นธีระก็กรี๊ดกร๊าดเป็นสาวๆ ขอถ่ายรูปไปอวดหลานๆ กันใหญ่... แดงกับธีระเดินออกมาจากบ้าน แดงถามเรื่องแต่งงานจะเอาอย่างไร ธีระถอนใจไม่รู้เหมือนกัน เกรงแขกจะเบื่อ

ใหญ่ ช้อย และภา นั่งล้อมวงซักถามจินดา ทำไมกล้าลงทุนทำขนาดนี้ ไม่กลัวตายจริงหรือ จินดาเอ็ดให้เบาๆ และปฏิเสธเสียงแข็งว่าตนไม่ได้แกล้ง เพื่อนๆ ไม่อยากเชื่อ เพราะเห็นวางแผนจะล้มงานแต่งลูก

“ใช่ แต่ยังไม่ทันเข้าแผน กะว่าเข้างานจะล่อทองหยอดฝอยทองให้มันช็อกคางาน ดันมาวูบซะก่อน”

“โอ๊ย เดชะบุญนะเนี่ยที่ไม่คอหักตาย” ช้อยถอนใจ

“เห็นมั้ย ฉันบอกไม่เชื่อว่าบาปกรรมมีจริง แค่พี่จินคิดจะล้มงานแต่งลูก พระท่านเลยผลักตกบันได” ภาตำหนิ

อรซึ่งแอบฟังอยู่ตกตะลึง “นี่คุณยายไม่ชอบคุณพิมขนาดนี้เลยหรือ ฮึ่ย น่ากลัวจริงๆ”

ช้อยหันมาเห็นอร จึงเอ็ดมาแอบฟังอะไร อรปฏิเสธว่าไม่ได้ฟัง แค่จะมาถามว่า ต้องการอะไรบ้าง ช้อยจึงส่งถุงอาหารให้ไปใส่จาน

ooooooo

ตอนที่ 1

“ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะนี้เรานำเครื่องบินเข้าจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว ผมกัปตันธีระ และลูกเรือทุกคน ขอขอบคุณท่านผู้โดยสารทุกท่าน...” น้ำเสียงหล่อเหลาของกัปตันหนุ่ม ที่สาวๆ ต่างหมายปองดังขึ้นสะกิดใจทั้งผู้โดยสารและเหล่าแอร์โฮสเตส แต่ไม่มีใครโชคดีไปกว่า พิม...แอร์โฮสเตสสาวผู้พิชิตใจเขาไว้ได้

กลุ่มแอร์สาวเดินหยอกล้อกันออกมา ธีระซึ่งยืนรออยู่ก่อนเข้าไปถามว่า นินทาอะไรตน พิมทำหน้าเหลอหลาว่าใครบอก

“อ้าว ก็เมื่อกี้ตอนเดินมาเห็นคุยกันเจี๊ยวจ๊าว พอเห็นผมก็เงียบเสียงกันหมด”

ต่างคนต่างโบ้ยกัน เป๊บอ้อนให้วิทย์ผู้ช่วยกัปตันช่วยส่งบ้าน แต่เขากลับบอกว่าเสียใจ วันนี้แฟนมารับ ก่อนไปนึกได้ ส่งถุงช็อกโกแลตให้ธีระ “เกือบลืม นี่ครับของแม่กัปตัน”

“ขอบใจวิทย์ ถ้าลืมล่ะแย่เลย แม่ผมต้องโกรธแน่”

สาวๆ โบกมือลากัน ธีระถามพิมว่าเหนื่อยไหม ถ้าไม่เหนื่อยตนขอแวะหาแม่ก่อนที่ไปส่งเธอ พิมยิ้มอย่างยินดี...

รถธีระแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านไม้สองชั้น ดูร่มรื่น อรสาวใช้วิ่งออกมาต้อนรับและรายงานว่าจินดารออยู่ ธีระกับพิมถือของฝากเข้ามากราบจินดา เธอสัพยอกว่าของเก่ายังไม่หมดเลย ตนไม่ได้ทานมีแต่อรขโมยกิน อรปฏิเสธเสียงหลง ไม่ได้ขโมย ขอทุกครั้งที่กิน จินดาไล่ให้ไปเอาน้ำมาเสิร์ฟ แล้วหันมากอดลูกชายอย่างคิดถึง ถามไถ่ทุกข์สุขด้วยความห่วงใยรักใคร่

“มัวแต่คุยกันจนเพลิน ลืมพิมไปเลย แม่ครับ พิมเขามีเรื่องสำคัญจะมาบอกแม่” ธีระสบตาพิม

“เรื่องสำคัญอะไรจ๊ะ”

“เราสองคนจะแต่งงานกันค่ะ”

“ครับแม่ จะได้มีหลานให้แม่ซะที”

จินดาหน้าเสีย เอ่ยปากถาม “คิดดีแล้วหรือ”

พิมชะงักเหลือบมองธีระ เขาถามทำไมแม่ถามแบบนั้น จินดากลบเกลื่อนว่าอยากให้คิดดีๆ ไม่อยาก

ให้เลิกกันทีหลัง พิมรับรองแข็งขันว่าเราสองคนรักกันมาก จินดาตอบตกลงแต่สีหน้าดูอึดอัด ฝืนยิ้มให้ลูกกับแฟนสาว... สองคนจูงมือกันเดินออกมาอย่างโล่งอก นัดกันอาทิตย์นี้จะเข้าไปคุยกับพ่อแม่ของพิม ซึ่งเธอยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไร

วันต่อมา แดงซึ่งเป็นพี่สาวของธีระ พาจินดาออกมาทานอาหารกับกบสามี และไตรตั้นลูกชายวัยหกขวบ แดงกับกบแสดงความยินดีที่น้องชายจะได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที แต่จินดากลับโพล่งออกมา

“ใครบอกแกว่าฉันอยากให้มันแต่ง”

แดงตะลึงถามแม่อย่าบอกนะว่าหวงลูกชาย จินดายอมรับ แดงเตือนว่าน้องอายุสามสิบกว่าแล้ว สมควรมีครอบครัวเสียที

“ไม่ ยังไงมันก็เป็นลูกฉัน ต่อให้มัน 60 มันก็ยังเป็นลูกแหง่ของฉัน”

“แต่ผมเห็นแม่ก็ชอบกับน้องพิมดีไม่ใช่หรือครับ ทำไมถึงไม่ยอมให้เขาแต่งงานกันล่ะ”

“ไม่ใช่ไม่ยอม แต่แม่ว่ามันเร็วไป ให้ตาธี 40 ค่อยแต่งก็ยังทัน”

แดงร้อง ผู้หญิงที่ไหนจะรอ สองคนนี้รักกันมาสามปีแล้ว จินดาเอ็ดอย่ามายุ่งเรื่องลูกของตน ไม่ใช่ลูกเธอ แดงหน้าม้าน จินดาให้แดงห้ามธีระ แดงส่ายหน้า เธอจึงโบ้ยให้กบ กบปฏิเสธอย่างอ่อนโยน ไตรตั้นสอดขึ้นมาว่าตนจะเป็นคนบอกให้ แดงเอ็ดอย่ายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ จินดามองลูกสาวกับลูกเขยอย่างขัดใจ

ooooooo

ความรักของธีระกับพิมเหมือนหนุ่มสาวทั่วไป ธีระวางแผนชีวิต ไม่อยู่คอนโดแบบที่อยู่ปัจจุบันนี้ จะปลูกบ้านติดกับบ้านแม่ เขาจะล้อมรั้วเป็นสัดส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัว และอยากให้พิมเลิกเป็นแอร์- โฮสเตส เพื่อดูแลเลี้ยงลูก พิมเองก็คิดไว้แล้วว่าจะเปิดร้านกาแฟ

สองคนเข้ามากราบพลโทพจกับสุนีย์ พ่อและแม่ของพิม พจวางท่าขู่ด้วยมาดทหาร อย่าทำให้พิมเสียใจ สุนีย์ปลื้มใจกับว่าที่เขยคนนี้...ทั้งธีระและพิมปลาบปลื้มใจ พากันไปเตรียมการแต่งงาน พวกเขาถ่ายภาพคู่ในชุดแต่งงานหลากหลาย จัดทำวีดิโอภาพความสุขไว้ฉายในงาน

เวลาผ่านไป ทั้งสองยืนมองผลงาน ว่าควรแก้ไขตรงไหนบ้าง พิมยิ้มปลื้มใจอยากให้ถึงวันแต่งงานเสียที สองคนกอดกันด้วยความสุข พลันอรโทร.มาบอกธีระว่าจินดาป่วย สองคนรีบมาดูอาการ พิมรู้สึกจินดาเปลี่ยนไป พูดจาไม่ถนอมน้ำใจตนเหมือนก่อน พอบอกว่าจะแต่งงานเดือนหน้าเพราะเป็นฤกษ์สะดวก เธอกลับไม่เห็นด้วยอยากให้เลื่อนออกไปอีกสองสามปี พิมชักหวั่นใจ เลี่ยง ออกมาห้องรับแขก เจอแดง กบ และไตรตั้นนั่งอยู่ แดงถามอาการแม่

“เห็นบอกว่าปวดหัวปวดตัว ตอนนี้คุยอยู่กับธีค่ะ” พิมตอบด้วยสีหน้าเศร้าๆ

แดงกับกบขอตัวเข้าไปเยี่ยม ไตรตั้นโดดขึ้นนั่งตักพิม แล้วจู่ๆก็พูดออกมาว่า คุณยายบอกพ่อกับแม่ว่า ไม่อยากให้น้าธีแต่งงานกับน้าพิม เธอหน้าเจื่อนเชื่อว่าเด็กไม่โกหก

หลังจากนั้น พิมทำงานโดยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เลิกงานมาช่วยธีระดูแลจินดา แต่ดูเธอจะไม่ยินดี เพื่อนๆ ช่วยกันปลอบใจว่าก่อนแต่งงานก็มักเป็นแบบนี้ พิมพยายามไม่คิดมาก...

แล้ววันแต่งงานก็มาถึง ทั้งพิมและธีระอยู่ในชุดสวยหล่อ จนทุกคนปลื้มปีติยินดี พิมสีหน้าดีใจที่วันนี้มาถึงเสียที...แดงกับกบไปรับจินดาที่บ้าน กลับพบว่าแม่นอนหมดสติ ขับถ่ายออกมาบนเตียงเลอะเทอะอย่างไม่รู้สึกตัว จึงเรียกรถพยาบาลมารับ แล้วโทร.ส่งข่าวธีระ ว่าไม่ต้องห่วง กำลังรอฟังผลตรวจจากหมอ แต่ธีระร้อนใจ พิมรับรู้ เริ่มหวั่นใจ

“คุณโอเคมั้ย...” พิมจับมือธีระ

“โอเคจ้ะ เอ่อ เดี๋ยวผมขอโทร.เช็กพี่สาวอีกทีนะ” ธีระรอไม่ไหวโทร.กลับไปหาแดง

พอรู้ว่าแม่อยู่ห้องไอซียูเพราะน้ำตาลขึ้นสูงจึงช็อกหมดสติ เขายิ่งเป็นกังวลไม่มีแก่ใจจะรับแขก พิมลองหยั่งเชิงถามว่าอยากไปดูแม่ใช่ไหม สักชั่วโมงคงไม่เป็นไร เขารีบขอบคุณแล้วผละไปทันที เพื่อนๆหน้าตื่นที่พิมยอมให้ธีระไป

แดงกับกบตำหนิธีระทิ้งงานแต่งงานมาได้อย่างไร พวกตนดูแลแม่อยู่แล้ว พิมโทร.มาถามไถ่ ได้ยินธีระตอบไม่แน่ใจจะกลับมาได้เมื่อไหร่ จึงแกล้งถาม “หรือเราจะยกเลิกงานไปก่อน”

ธีระกลับดีใจ “จริงสินะ ผมขอโทษด้วย งั้นคุณบอกยกเลิกแขกไปก่อนนะ แล้วเราค่อยนัดเลี้ยงกันใหม่อีกที นะพิมนะ ยกเลิกแต่งไปก่อน เพราะถ้าผมไปงานแล้วแม่ยังไม่ฟื้น ผมก็คงไม่มีความสุขหรอก”

“สรุปว่าคุณจะไม่กลับมางานแต่งงานใช่มั้ยคะ” พิมน้ำตาคลอไม่คิดว่าเขาจะเอาจริง

“ใช่จ้ะ ขอบคุณมากนะที่พิมเข้าใจ ฝากขอโทษแขกแทนผมทีนะ ถ้าแม่ฟื้นผมจะรีบกลับไปหาคุณ”

พิมวางสายน้ำตาร่วงเผาะ...ผิดกับธีระที่โล่งใจ พจกับสุมนเข้ามาถามลูกสาวว่าธีระจะกลับมาหรือยัง เพราะผู้หลักผู้ใหญ่มาถึงแล้ว พิมอึกอักก่อนจะขอยกเลิกงานแต่งไปก่อน พจโกรธมากหาว่าธีระไม่ไว้หน้า ไม่เห็นแก่ความสำคัญของลูกสาวตน พิมแก้ตัวว่าเป็นอุบัติเหตุ

ooooooo

ในห้องไอซียู ธีระนั่งกุมมือจินดาน้ำตาคลอ พร่ำพูดกับแม่อย่าเป็นอะไร ได้ยินตนไหม จินดาค่อยๆลืมตาขึ้นมา เขาดีใจมากรีบถาม แม่เป็นอย่างไรบ้างเจ็บตรงไหน

“แม่เจ็บไปทั้งตัว อย่าทิ้งแม่ไปนะลูก”

“ครับแม่ ธีไม่ทิ้งแม่ไปไหนหรอก ธีจะอยู่กับแม่ตรงนี้”

แดงเดินเข้ามาเห็นแม่ฟื้นก็ดีใจ ธีระรีบตามหมอมาดูอาการ...หลังจากนั้น เขาก็กลับมาที่โรงแรม พิมนั่งเศร้าอยู่ในห้องสวีต เธอถามเขาว่าแม่เป็นอย่างไรบ้าง

“ปลอดภัยแล้ว หมอบอกว่าแม่เป็นเบาหวาน

นํ้าตาลขึ้นสูงเลยช็อก เราก็ตกใจซะแทบแย่ นึกว่าเป็นอะไรร้ายแรง”

“ยังดีค่ะ ที่เป็นแค่เบาหวาน”

“ผมต้องขอโทษนะ แล้วคุณล่ะเป็นยังไงบ้าง แขกบ่นมั้ย”

“ไม่หรอกค่ะ ทุกคนเข้าใจว่าเป็นแอกซิเดนต์”

“แล้วพ่อแม่คุณล่ะ ท่านต้องโกรธผมแน่เลย”

“พ่อก็มีโมโหนิดหน่อย พรุ่งนี้คุณรีบไปกราบขอโทษท่านแล้วกัน”

พิมถามอย่างห่วงใยว่าทานอะไรมาหรือยัง เขากลับบอกว่าทานจากโรงพยาบาลมาแล้ว และที่กลับมาเพื่ออาบนํ้าไปนอนที่โรงพยาบาลเป็นเพื่อนแม่อีก

พิมผิดหวังน้อยใจมองธีระอาบนํ้าแต่งตัว ดูไม่สะทกสะท้าน ธีระหอมแก้มพิมก่อนจะออกไป

“พิมไม่โกรธผมนะที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

“จะโกรธได้ไงคะ มันเป็นเรื่องเจ็บป่วยนี่คะ”

ธีระหอมแก้มเธออีกครั้ง ขอบคุณที่เข้าใจ...เขาไม่เห็นเลยว่าเธอนํ้าตาซึมเสียใจแค่ไหน

ระหว่างที่แดงเฝ้าจินดารอธีระ จินดาถามไถ่เรื่องงานแต่งงาน พอรู้ว่าล่มไปแล้วก็อมยิ้มที่ลูกรักตนมากกว่าเจ้าสาว แดงมองอย่างสงสัยถามตรงๆที่ป่วยเพราะไม่อยากให้น้องแต่งงานหรือ

“แกจะบ้าเหรอ ฉันเกือบตาย เยี่ยวแตกเยี่ยวแตน นึกว่าฉันแกล้งหรือไง”

“ไม่ใช่ยังงั้น ก็หนูเห็นแม่บ่นๆว่าไม่อยากให้ธีมันแต่งงาน”

“ฉันไม่ลงทุนเสี่ยงชีวิตขนาดนั้นหรอก”

“ใครจะไปรู้ล่ะ แม่พิษสงเยอะจะตาย”

จินดาโกรธเอ็ดลูกสาวยกใหญ่ ธีระมาถึง จินดาฟ้องว่าแดงจะทำให้ตนตายอีกหน แดงรีบลากลับ จินดาบ่นไล่หลังไม่ต้องมาอีก ธีระเข้ากอดปลอบแม่ใจเย็นๆ จินดาทั้งกอดทั้งหอมอย่างหวงแหนลูกชายสุดชีวิต

วันรุ่งขึ้น พจโทรศัพท์ขอโทษบรรดารัฐมนตรีและผู้หลักผู้ใหญ่ทุกท่านที่ทำให้เสียเวลาไปงานแต่งงานลูกสาว สุนีย์คอยปลอบว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ธีระก็ต้องห่วงแม่เป็นเรื่องธรรมดา

“เป็นกะอีแค่น้ำตาลขึ้น ถ้าถูกรถชนแล้วเป็นตายเท่ากัน ผมจะไม่ว่าซักคำ”

ไม่ทันไร พิมพาธีระเข้ามากราบขอโทษ พจโกรธ พูดด้วยโดยไม่มองหน้า “กะอีแค่โรคเบาหวาน คุณถึงกับยกเลิกงานแต่งงานลูกสาวผม คุณเห็นลูกสาวผมเป็นยังไง... คุณรู้มั้ยว่าแขกของผมที่มางานเป็นใครบ้าง ทั้งรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ อธิบดี ผู้ว่าการท่า คุณรู้มั้ยว่าผมเสียหายแค่ไหน ใครๆเขาก็เอาเรื่องนี้ไปพูดกันเป็นเรื่องตลก”

“พ่อคะ พ่อฟังธีก่อนสิคะ”

“ลูกไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ผมจะบอกให้คุณรู้นะ ตั้งแต่ผมเกิดมาจนเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการ ยังไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับผม”

ธีระขอโอกาสอธิบาย พจตัดบท ไม่ต้อง กลับไปเสีย ตนไม่ยกลูกสาวให้อีกแล้ว ทั้งธีระและพิมหน้าเจื่อน สุนีย์ รับปากจะช่วยพูดกับพจ ธีระกราบขอบพระคุณ ก่อนจะลากลับไป...พิมเดินออกมาส่ง เธอบอกธีระว่า ไม่ว่าอย่างไร ตนก็จะแต่งงานกับเขา ธีระสัญญาจะทำให้พจใจอ่อนจนได้ พิมกอดเป็นกำลังใจ ขออย่าท้อ สุนีย์ยืนมองลูกอย่างหนักใจ

ooooooo

ออกจากบ้านพิม ธีระแวะมาปรับทุกข์กับแดงและกบที่ร้านขายต้นไม้ของพวกเขา แดงบ่นแม่ไม่น่าป่วย วันสำคัญของเขา ธีระออกตัวแทนว่าแม่ไม่ได้แกล้ง กบตัดบท ถ้าพิมเข้าใจเสียอย่าง เรื่องพ่อตาก็ไม่น่าห่วง หมั่น ตื๊อ ซื้อขอฝากบ่อยๆก็ใจอ่อนไปเอง แดงเห็นด้วย

“ใช่ ดูอย่างพี่กบสิ ตอนแรกแม่เกลียดขี้หน้าจะตาย พอจับทางถูก ซื้อของกินของฝากมาให้บ่อยๆ แม่ก็ตัวอ่อนปากอ่อน ยกพี่ให้เลยเห็นมั้ย”...ธีระฝืนยิ้มพยักหน้ารับ

ในขณะที่อรดูแลจัดข้าวปลาอาหารและจัดยาให้จินดา แต่เธอแอบโยนยาทิ้ง พอดีเพื่อนๆแวะมาเยี่ยมเยียน ต่างซื้ออาหารที่เป็นอันตรายต่อโรคเบาหวานมาให้ อรปราม จินดาหมอห้ามทานของเหล่านี้ จินดากลับแย้งว่า กินสองสามคำไม่เป็นไร

“พี่จินนี่โชคไม่ดีจริงๆ ดันมาเจ็บวันที่ลูกชายจะแต่งงาน” ภาแสดงความเสียใจ

แต่จินดากลับสวนว่า “ฉันว่าเป็นโชคดีมากกว่า”

“นี่อย่าบอกนะว่าป่วยการเมือง ไม่อยากให้ลูกชายแต่งงาน” ช้อยกระแนะกระแหน

จินดาอมยิ้ม ยอมรับว่าทำนองนั้น เพื่อนๆต่างตกใจ ทำไมถึงได้หวงลูกชายนัก เธอตอบว่าแค่ยังไม่อยากให้แต่งตอนนี้เท่านั้น ใหญ่สำทับ แบบนี้เข้าตำราลูกข้าใครอย่าแตะ ทุกคนหัวเราะกันครืน จินดาจุ๊ปาก เกรงอรได้ยินแล้วไปบอกลูกชาย...

หลายวันผ่านไป พิมทำงานอย่างเศร้าๆ มีเพื่อนคอยปลอบใจ ธีระบินไปทิเบต ซื้อหญ้าตัวหนอนที่ใครๆบอกว่าทานแล้วดีกับสุขภาพมาฝากพจและสุนีย์ พจทำเป็นไม่ยินดี

“ขอบใจ แต่ผมว่าคุณเอากลับไปเถอะ ผมแพ้สมุนไพร”

“คุณพ่อครับ ผมอยากจะขอโอกาสคุณพ่ออีกสักครั้งได้มั้ยครับ ผมรู้ตัวว่าผมทำผิดมากกับครอบครัวคุณพ่อแล้วก็พิม แต่ผมอยากจะขอความกรุณาจากคุณพ่อ จะให้ผมทำอะไรก็ได้ครับเพื่อล้มล้างความผิดครั้งนี้”

“ผมว่าคุณกลับไปเถอะ เพราะเราพูดเรื่องนี้กันจบแล้ว” พจเดินหนีขึ้นชั้นบน

สุนีย์ปลอบใจธีระอย่าเพิ่งท้อ เขาพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะลากลับ พิมเดินออกมาส่งที่รถ

“พิมว่าคุณอย่าเพิ่งใจร้อนเลย พ่อเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว ให้เวลาท่านซักนิด แล้วพิมจะค่อยๆคุยกับท่านเอง”

“คุณรู้นะพิม ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน แล้วก็อยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณ” ธีระกุมมือพิม

“พิมรู้ค่ะ เชื่อพิมนะคะ อีกไม่นานพ่อต้องหาย โกรธคุณ” พิมให้กำลังใจทั้งที่ตัวก็หนักใจ

สุนีย์ต้มหญ้าตัวหนอน พิมเอาไปให้พจดื่ม เขาอ้างว่าแพ้สมุนไพร พิมจึงบอกว่า มันไม่ใช่สมุนไพร แต่เป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่กินแล้วบำรุงร่างกายให้อยู่กับลูกหลานไปนานๆ พจรับมาดื่มแล้วชมว่ารสชาติดี พิมจึงบอกว่าทานเยอะๆ เพราะโอกาสที่จะซื้อได้มันยาก กล่องหนึ่งราคาเหยียบแสน พจถึงกับอึ้ง

“นี่ลูกมาเอาใจพ่อ เพื่อให้พ่อยกโทษให้แฟนงั้นหรือ”

“ไม่ใช่ค่ะ หนูรู้ว่าธีเขาทำไม่ถูก แต่เรามองมุม กลับสิคะ ถ้าวันนั้นพ่อเข้าโรงพยาบาล หนูก็ต้องขอยกเลิกงานแต่งเหมือนกัน”

พจปฏิเสธไม่จำเป็น ตนไม่ให้อภัยธีระง่ายๆ เพราะจะไม่หลาบจำ พิมพยายามบอกว่าพ่อเป็นทหาร ทำอะไรตามระเบียบวินัย แต่ธีระไม่ใช่ พจเอ็ดให้เลิกพูด และไม่ต้องซื้อของพวกนี้มาอีก...พิมเดินคอตกกลับออกมาหาสุนีย์ เธอปลอบลูกสาวจะช่วยพูดกับพ่อให้

ooooooo

วันต่อมา ธีระพาพิมมาเยี่ยมจินดา เธอโผกอดหอมลูกชายเหมือนไม่เจอกันนาน แถมยังขอโทษขอโพยพิมที่เป็นต้นเหตุให้งานแต่งงานล่ม พิมรีบบอกว่าการที่คุณแม่เจ็บป่วยสำคัญกว่า

“ถ้าหนูเข้าใจ แม่ก็โล่งอก แม่กลัวว่าหนูจะคิดว่าแม่สำออย”

“ไม่หรอกครับแม่ พิมเขาไม่มีวันคิดอย่างนั้นหรอกครับ”

รถแดงกับกบแล่นเข้ามาในบ้าน อรรีบออกไปช่วยถือของแล้วรายงานว่า วันนี้จินดาดูรักใคร่พิมมาก แดงกับครอบครัวเข้ามาเห็นจินดานั่งทานของว่างกับธีระและพิม ไตรตั้นวิ่งเข้าไปกอดยาย ทุกคนทักทายกัน แดงถามน้องชายว่าได้ฤกษ์แต่งงานใหม่หรือยัง ธีระตอบว่าต้องรอก่อนช่วงนี้ไม่ว่าง จินดาเสริมทันที

“ดีแล้วล่ะลูก เลื่อนไปซักหน่อยก็ดี อีกปี สองปีก็ได้นะ”

พิมสะดุ้งเหลือบมอง ธีระรีบแก้ว่า “ไม่ถึงปีหรอกครับแม่ ผมว่าน่าจะอีกสองสามเดือน”

“อีกสองสามเดือนแม่ก็ยังไม่รู้นะว่าแม่จะหายดีรึยัง”

กบแก้สถานการณ์อันตึงเครียดให้ว่า โรคเบาหวานถ้าคุมน้ำตาลอยู่ก็ไม่เป็นอะไร แต่ไตรตั้นโพล่งขึ้นมาว่า น้าทั้งสองไม่ได้แต่งงานกันหรอก ธีระถามทำไมเป็นอย่างนั้น

“ก็เพราะว่าคุณยายไม่อยากให้แต่งใช่มั้ยครับคุณยาย...”

จินดาสะดุ้ง พิมชะงักมองหน้าธีระ กบสบตากับแดงเอ็ดลูกชายทำไมพูดอย่างนั้น

“ตั้นพูดจริงๆ ก็คุณยายเป็นคนบอกพ่อกับแม่ จำไม่ได้หรือครับ แล้วตั้นก็บอกน้าพิมไปแล้วด้วย ใช่มั้ยครับน้าพิม” ไตรตั้นพยักเพยิดกับพิม พิมได้แต่ฝืนยิ้ม

จินดาหน้าเสียปฏิเสธพัลวัน แดงย้ำกับธีระและพิมอย่าไปฟังลูกตนพูดจาไร้สาระ กบรีบพาลูกออกไปจากโต๊ะอาหาร

กลับกันมาถึงคอนโดฯ พิมนั่งเหม่อไม่พูดจา จนธีระอาบน้ำแต่งตัวเสร็จออกมาถามว่าจะหาอะไรทานดี ก่อนส่งเธอกลับบ้าน แต่เธอไม่ได้ฟัง เขาเรียกเธอซ้ำแล้วถามว่ามีเรื่องอะไรในใจ


“บอกผมมาเถอะ อีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันแล้ว ผมไม่อยากให้เราสองคนมีความลับต่อกัน” ธีระขอให้เธอพูดออกมา เธอถอนใจสบตาเขา

“เมื่อวันแต่งงานของเรา คุณคิดว่าแม่คุณแกล้งป่วยมั้ย”

“ทำไมคุณคิดอย่างนั้น ตอนผมไปโรงพยาบาลแม่อยู่ห้องไอซียู หมอต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนะพิม แม่ผมจะแกล้งเพื่ออะไร” ธีระหน้าเครียด

“พิมก็ไม่รู้ แต่บางทีแม่ธีอาจจะไม่อยากให้เราแต่งงานกันก็ได้”

“ผมรู้แล้ว นี่คุณไปเชื่อที่ไตรตั้นพูดงั้นหรือ ไตรตั้นเพิ่งอายุ 6 ขวบ ก็พูดอะไรเรื่อยเปื่อย”

“แต่พิมว่าเขาไม่ได้พูดเรื่อยเปื่อยนะ เพราะวันก่อนแต่งงานเรา เขาก็บอกพิมว่าแม่ธีไม่อยากให้ธีแต่งงานกับพิม”

“ผมว่าคุณกำลังสับสนนะพิม ผมรู้ว่าคุณอาจจะไม่พอใจที่ผมยกเลิกงานแต่งกลางคัน แต่ผมว่าคุณไม่ควรใส่ร้ายแม่ผม”

“พิมไม่ได้ใส่ร้ายแม่คุณนะคะ พิมแค่สงสัย”

ธีระไม่พอใจโต้เถียงกันแรงขึ้น ธีระต่อว่าพิมไม่ให้เกียรติแม่ตน พิมจึงย้อนถามว่าเขาให้เกียรติพ่อกับแม่ตนบ้างไหม ธีระโกรธโทษพิมเข้าข้างพ่อกับแม่ตัวเองจนคิดเลวร้ายกับแม่ตน

“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าผู้ชายอย่างคุณจะรักและเทิดทูนแม่ จนไม่ลืมหูลืมตา”

“อย่าพูดอย่างนี้นะพิม”

“แล้วฉันพูดผิดตรงไหน”

“เอาล่ะ ผมว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้ดีกว่า”

“ใช่ เลิกกันเลยก็ได้นะ ฉันไม่คิดเลยว่าคนอย่างคุณจะงี่เง่า จะไม่ฟังความเห็นของฉัน” พิมคว้ากระเป๋าวิ่งออกจากห้อง

ธีระวิ่งตามร้องเรียก เธอวิ่งเข้าลิฟต์กดลงทันที ธีระคอตกกลับเข้ามาหงุดหงิดในห้อง ว่าเธอคิดแบบนั้นได้อย่างไร...พิมเศร้ากลับมาบ้าน พ่อกับแม่ชวนทานข้าว เธอขอตัวเข้าห้อง สุนีย์ โทษพจไม่อภัยให้ธีระ ลูกจึงเสียใจ

วันรุ่งขึ้น ธีระแวะมาหาจินดาที่บ้าน เธอกำลังเอ็ดตะโรใส่อร ที่ไม่ยอมให้เธอทานขนมหม้อแกง แต่พอเห็นธีระมา ก็โบ้ยว่าอรยกมาให้บอกว่ากินคำสองคำไม่เป็นไร ธีระต่อว่าอร เธอหน้าเจื่อน พึมพำ...คุณยายนี่แสบจริงๆ

จินดาหันมาถามว่าพิมไม่มาด้วยหรือ ธีระหน้าเศร้าจึงรู้ว่าคงทะเลาะกัน เธอรีบย้ำ

“นี่ไง แม่ถึงติงว่าอย่าเพิ่งรีบแต่งงาน เห็นมั้ย ยังไม่ทันอยู่ด้วยกันก็ทะเลาะกันแล้ว”

“มันก็ต้องมีบ้างแหละแม่ คนเราอยู่ด้วยกัน”

“แต่แม่อยู่กับพ่อแกมายี่สิบปี จนพ่อแกตาย แม่ไม่เคยมีปากเสียงกับพ่อเขาเลย ถ้าแกกับแฟนยังไม่มั่นใจกันจริงๆ ก็ชะลอไว้ก่อนเถอะ มันไม่เสียหายอะไรนี่”

“ไม่หรอกครับ ผมกับพิมรักกันดี”

“งั้นก็ตามใจลูก แม่มันแก่แล้ว จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้”

ธีระรีบปรามอย่าพูดแบบนั้น แม่ต้องอยู่กับตนอีกนาน จินดาสวมกอดลูกชายย้ำว่าเพราะลูกที่ทำให้แม่มีกำลังใจอยู่ทุกวันนี้...

ooooooo

รักคุณเท่าฟ้า เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" วางแผนกำจัด "กอล์ฟ” ปะทะ "น้ำหนึ่ง" บนตึกร้าง ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" วางแผนกำจัด "กอล์ฟ” ปะทะ "น้ำหนึ่ง" บนตึกร้าง ใน "สองเสน่หา"
12 พ.ค. 2564

08:17 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:59 น.