ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักคุณเท่าฟ้า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันนี้ พวกช้อยมาดูแลจินดา พวกเธอป้อนข้าวและตามด้วยผลไม้ จินดาเกิดสำลักฝรั่งติดคอ ภารีบวิ่งออกมาตามพยาบาล หนูดีพยาบาลสาว หน้าตาจิ้มลิ้ม เข้าเวรอยู่รีบมาดูอาการ

“ถอยออกไปก่อนค่ะ คนไข้เป็นอะไรคะ” หนูดีถามทุกคน

“ไม่ทราบค่ะ ทานข้าวต้มอยู่ดีๆแล้วก็ทานฝรั่งไปคำเดียวก็สำลักตาค้าง”

หนูดีรีบปั๊มหัวใจ ก้มลงเป่าปากจินดา จนเธอสำลักออกมา หนูดีรีบใส่ออกซิเจนให้ แล้วกดโทรศัพท์ตามหมอวิชิต พวกช้อยหน้าเสียตกใจ...

จินดาฟื้นขึ้นมากลับพูดจาได้ชัดขึ้น พวกช้อยดีใจกันใหญ่ หนูดีขอให้คนไข้ได้พักผ่อน ทั้งสามจึงออกไปก่อน จินดายิ้มเอ็นดูหนูดี

“เดี๋ยวจ้ะหนู หนูเห็นลูกชายป้ามาเยี่ยมบ้างมั้ย”

“ยังเลยค่ะ”

“แล้วลูกสาวป้าล่ะ...ลูกเขยด้วย”

“ยังไม่มาค่ะ แต่เดี๋ยวก็คงมา คุณป้าพักเถอะค่ะ”

จินดานึกแปลกใจ ทำไมแดงไม่มาเยี่ยมตนบ้างเลย พวกช้อยออกจากห้องมายืนรอหน้าลิฟต์ ลิฟต์เปิดออกเห็นมีคนไข้นอนบนเตียง บุรุษพยาบาลบอกพวกเธอว่าไปด้วยกันได้ ทั้งสามจึงเข้ามาและต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนไข้ที่นอนเตียงคือแดง

“นี่หนูเป็นอะไรเนี่ย”

แดงเองก็ตกใจ เธอบอกพวกช้อยว่าตนเป็นเนื้องอกในสมอง แต่ขอร้องอย่าบอกแม่ตน

“หมายความว่าที่หนูไม่ได้มาเยี่ยมแม่ก็เพราะ...” ทั้งสามรับปากด้วยความรู้สึกหดหู่ใจ นี่มันเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรกัน

หลังจากสแกนสมองแดงเรียบร้อย กบกับแดงรอฟังผล หมอบอกว่าผลออกมาเป็นเนื้อร้ายระยะเริ่มต้น ทั้งสองใจหายวาบรีบถามว่าอันตรายมากแค่ไหน

“ก็อันตรายนะครับ ในขั้นต้นนี่เราจะฉายรังสีดูก่อน”

“มีโอกาสหายไหมคะ”

“หมอยังยืนยันอะไรไม่ได้ แต่ยังนับว่าโชคดีที่เราตรวจเจอก่อน หมอว่าอย่าเพิ่งวิตกอะไรมาก เราค่อยๆรักษากันไป”

ทั้งสองขอบคุณหมอ กบดึงแดงมากอดให้กำลังใจ เขาเชื่อมั่นว่าเธอต้องหาย...

พวกช้อยกลับเข้ามาหาจินดา เธอขอยืมโทรศัพท์จะโทร.หาแดงว่าทำไมไม่มาเยี่ยมตนบ้าง พวกช้อยอึกอักอ้างแบตหมดกันเป็นแถว และแก้ตัวให้แดงว่าคงงานยุ่ง จินดาบ่นว่าลูก ภาพลั้งปากอย่าไปว่าแดงเลย ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด จินดาสะดุดหูรีบถามว่าแดงเป็นอะไร

“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร ยัยภาเขาหมายความว่า ไหนจะลูก ไหนจะผัว ไหนจะงานที่ร้าน” ใหญ่แก้ตัวให้ แต่จินดายังยืนกรานจะโทร.หา จึงยืมมือถือหนูดี...

กบแปลกใจว่าใครโทร.มา พอรู้ว่าเป็นจินดาจะพูดกับแดงก็ตกใจ แดงรับสายพยายามทำเสียงเป็นปกติ “หวัดดีค่ะแม่”

“นี่ยัยแดง แกหายหัวไปไหน แม่เจ็บจะตาย ไม่เห็นแกมาเยี่ยมแม่เลย”

“หนูไปแล้วค่ะ แต่แม่หลับอยู่” แดงน้ำตาคลอเบ้า

“แต่แม่ถามพยาบาล เขาบอกไม่เห็นแกมาเยี่ยม แล้วนี่แกอยู่ไหน”

แดงอึกอักตอบว่าอยู่ร้าน จินดาให้มาหาเย็นนี้ เธอรีบบอกว่าไปไม่ได้เพราะติดงาน ไตรตั้นก็เข้าค่าย จึงรับปากว่าพรุ่งนี้จะไป จินดาวางสายหันมาบ่นกับเพื่อน พอโทร.จิกก็มาหาได้...

แดงนอนน้ำตาไหล กบถามรับปากแล้วจะไปได้อย่างไร แดงขอให้เขาไปหาซื้อวิกผมมาให้

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ธีระกลับจากบินก็มาหาจินดาทันทีเห็นหนูดีกำลังป้อนอาหาร เธอหันมาเห็นเขาถึงกับตะลึงนิดๆ ธีระโผเข้ากอดแม่ ถามอาการ จินดาตอบว่าสบายดี เขาเห็นแม่กำลังกินข้าวจึงขอป้อนแทนไม่ทันไร แดงเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา ธีระตกใจเห็นพี่สาวสวมวิกผมมีกบประคองเข้ามา เธอเข้ากอดแม่ น้ำตารื้น จินดารีบถามร้องไห้ทำไม ตนยังไม่ทันตาย

“หนูคิดถึงแม่”

“หึ คิดถึง ถ้าแม่ไม่โทร.ไปแกก็ไม่มาเยี่ยม”

กบรีบแก้ตัวให้ว่าแดงมาทุกวัน แต่แม่หลับอยู่ จินดาหันมาตำหนิกบที่หายหน้าไปเหมือนกัน ธีระขอร้องแม่อย่าต่อว่าพี่ๆอีก เธอจึงยิ้มและบอกว่าตนดีใจที่วันนี้อยู่กันพร้อมหน้า

หลังจากเยี่ยมจินดาแล้ว แดงกลับมานอนพักในห้องคนไข้ ถอดวิกผมวางไว้ ธีระเข้ามาบีบมือพี่สาวอย่างเห็นใจ

“พี่แดงอย่าท้อนะ ยังไงก็ต้องสู้”

“พี่ไม่ท้อหรอก พี่จะสู้ให้ถึงที่สุด พี่จะต้องอยู่ดูไตรตั้นจนโตให้ได้”

“แล้วนายล่ะเป็นไงบ้าง พักนี้ไม่เห็นข้าวตูเลย” กบนึกได้

ธีระหน้าเศร้าบอกว่าเลิกกันแล้ว แดงตกใจเพราะแม่อีกหรือ เขาส่ายหน้า

“ไม่ใช่แม่หรอกครับ เป็นเพราะผมเองมากกว่า ที่เป็นฝ่ายรักและห่วงใยแม่มากกว่าเขา”

“ตูเขารู้สึกอย่างนั้นหรือ”

“ครับ ถูกของเขา ผมคงรักแม่มากกว่าอะไรทั้งหมด”

“ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นกับแกอีกแล้ว พี่สงสารแกจริงๆ”

“ว่าไม่ได้ ธีเขาเลือกที่จะเป็นลูกที่รักแม่มากกว่าแฟน” กบสรุปความให้

“แล้วพี่กบล่ะครับ รักใครมากกว่ากัน”

กบสบตาแดง “พี่หรือ ถ้าพี่อยู่กับเมีย พี่ก็ต้องบอกว่ารักเมียมากกว่าแม่ แต่เวลาอยู่กับแม่ พี่ก็บอกแม่ว่า รักแม่มากกว่าเมีย อย่าว่าพี่นะแดง”

“วันนี้แดงไม่ว่าใครอีกต่อไปแล้ว เพราะแดงไม่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่รักใครได้อีกนานแค่ไหน”

ธีระปลอบแดงอย่าคิดมาก เธอต้องอยู่กับพวกตนอีกนาน กบเห็นด้วย ทั้งสองหอมแก้มแดงคนละข้าง เธอยิ้มอย่างอบอุ่นใจ...

วันต่อมา หนูดีมาดูแลเช็ดตัวให้จินดาและวัดความดัน จินดาประทับใจในตัวเธอ ขอเงินธีระอยากจะให้พิเศษแก่หนูดี ธีระเห็นว่าตนเอาไปให้เองจะดีกว่า จินดาเปรยว่า หมอจะมาดูอาการอีกครั้ง แล้วจะให้กลับบ้าน เขายังไม่อยากให้กลับเกรงไม่มีคนดูแล

“ไม่เป็นไร แม่ไปอยู่บ้านยัยแดงเขาก็ได้”

“อย่าเลยครับ พี่แดงก็มีงานทั้งวัน ไม่มีเวลาดูแม่หรอก”

จินดาว่าตนอยู่คนเดียวได้ หรือให้พวกช้อยมาอยู่เป็นเพื่อนก็ได้ ธีระเห็นว่าพวกช้อยจะมาทุกวันได้อย่างไร จึงคิดจะหาคนมาดูแล...

ธีระออกมาจากห้อง เห็นหนูดีเข็นรถยาผ่านมา เขารีบเข้าไปถาม พอจะมีใครที่รับดูแลคนแก่ตามบ้านบ้าง หนูดีตอบว่าที่โรงพยาบาลไม่มี ต้องติดต่อตามศูนย์ เขาจึงฝากสอบถามให้ด้วย

ooooooo

เย็นวันนั้น หนูดีถือถุงหมูสะเต๊ะกลับมาบ้านเช่าเล็กๆ มีป้ายหน้าบ้านว่ารับตัดเย็บเสื้อผ้า เธอร้องเรียกแม่ให้วางมือมาทานก่อน

“ไม่ได้ลูก เดี๋ยวสองทุ่มเขาจะมาเอาชุดนี้แล้ว”

ไม่ทันไร โทรศัพท์ดัง แม่รับสายแล้วบอกอย่างกลัวๆว่าจะเอาเงินไปให้เดือนหน้า หนูดีรีบถามว่าใคร แม่บอกว่าเสี่ยวิทย์ทวงเงินที่ไปกู้เขามา ถ้าไม่คืนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด หนูดีจึงเห็นว่าตนควรจะช่วยแม่เสียแล้ว

วันรุ่งขึ้น หมอวิชิตมาตรวจเช็กอาการจินดา...ใหญ่ ช้อย และภามาคอยลุ้นว่าจะได้กลับบ้านไหม ทั้งสามจัดสรร เวลาว่าใครจะดูแลวันไหนบ้าง หนูดีดักรอบอกธีระว่า ตนขอสมัครไปดูแลจินดาที่บ้าน เขาดีใจ เพราะเห็นแม่ ถูกใจเธออยู่แล้ว

“แต่ว่าหนูดีจะทำได้เฉพาะหลังเลิกงานแล้วก็วันหยุดวันอาทิตย์นะคะ”

“ไม่มีปัญหาครับ ขอแค่มีใครที่พอจะมีความรู้ดูแลแกก็พอแล้ว”

หนูดียกมือไหว้ขอบคุณเขาด้วยความดีใจ ธีระกลับบอกว่าตนต้องเป็นฝ่ายขอบคุณมากกว่าที่เธอสละเวลามาดูแลแม่ให้

พอกลับมาอยู่บ้าน จินดาย้ายที่นอนมาอยู่ห้องทีวีข้างล่าง ธีระคอยดูแลยามไม่มีบิน เขาทำทุกอย่าง ทั้งเช็ดตัวพาแม่ไปเข้าห้องน้ำ หรือแม้เวลาที่จินดาปัสสาวะราด เขาก็เช็ดถูให้

“แม่สงสารลูกจังเลย ต้องมาเช็ดฉี่เช็ดอึให้แม่”

“อย่าพูดอย่างงั้นสิครับแม่ ตอนผมเป็นเด็ก แม่ทำให้ผมเยอะกว่านี้อีก”

“แต่ตอนนี้ลูกโตแล้วเป็นถึงกัปตันขับเครื่องบิน ต้องมาทำงานบ้านแบบนี้แม่ไม่ชอบเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมดีใจมากกว่าที่ได้ดูแลแม่ แล้วเที่ยงนี้ แม่อยากกินอะไร ผมจะออกไปซื้อให้”

“อะไรก็ได้ลูก แม่กินไม่ค่อยลง”

“แต่แม่ต้องกินนะครับ แม่จะได้อยู่กับผมไปนานๆ”

จินดาน้ำตารื้น ตื้นตันในความกตัญญูของลูก “แม่รักลูกนะ”

“ผมก็รักแม่ครับ”

พลันหนูดีมาถึง เธอขอโทษที่มาสายเพราะลงรถเมล์ผิดซอย จินดาดีใจที่ได้เธอมาดูแล เธอถามทันทีว่าปวดปัสสาวะไหม ห้ามกลั้นโดยเด็ดขาด ธีระเห็นแม่มีคนดูแลแล้วจึงหันมาเก็บผ้าไปส่งซัก เก็บขยะไปทิ้งหน้าบ้าน และออกไปซื้ออาหารมาให้ จัดแจงขึ้นโต๊ะแถมป้อนแม่ หนูดีลอบมองอย่างชื่นชม

พอจินดาหลับ ธีระเชิญหนูดีออกมาคุย “เป็นไปได้ไหมครับที่คุณจะมานอนค้างกับแม่ผม”

หนูดีแปลกใจ เขารีบอธิบายว่า เฉพาะวันที่เขาต้องไปบินสามสี่วัน เพราะไม่อยากให้แม่อยู่คนเดียวตอนกลางคืน

“คุณธีจะไปเมื่อไหร่คะ”

“อาทิตย์หน้าผมมีบินไปบรัสเซล วันศุกร์เสาร์อาทิตย์ กลับวันจันทร์ ถ้าคุณไม่มีภาระที่บ้าน ผมจะให้พิเศษอีกวันละพันบาท”

หนูดีคิดสักครู่ก่อนตอบตกลง ธีระส่งเงินให้ เธอรีบบอกไว้กลับมาค่อยให้ดีกว่า เขาบอกไม่เป็นไร เธอรับมาดีใจนิดๆ ธีระขอออกไปทำธุระ เย็นๆจะซื้อกับข้าวกลับเข้ามา หนูดีมองเงินในมือ อมยิ้มดีใจที่จะมีเงินช่วยแม่มากขึ้น

ooooooo

แดงกลับมาพักที่บ้านได้ไม่กี่วัน ก็เป็นลมหมดสติไปอีก ธีระแวะมาพอดีรีบพาส่งโรงพยาบาล หมออธิบายถึงสาเหตุว่าน้ำท่วมปอด เกิดจากผลข้างเคียงของการฉายรังสี หมอขอให้นอนโรงพยาบาลสักสองสามวัน ธีระกับกบกังวลใจจะปล่อยแดงอยู่ตามลำพังไม่ได้

กบมีงานด่วนต้องทำต่อให้เสร็จ จึงฝากไตรตั้นไปนอนกับธีระสักคืน เพราะกลางคืนตนจะมานอนเฝ้าแดง ธีระกำชับไตรตั้นห้ามบอกจินดาเรื่องแดงป่วย

“ทำไมบอกไม่ได้ล่ะครับ”

“เดี๋ยวคุณยายจะเป็นห่วงแม่ แล้วจะไม่สบายไปอีกคนน่ะสิ”

“ได้ครับ ตั้นจะไม่บอกคุณยาย”

ธีระชมว่าดี...เขาพาไตรตั้นมาหาจินดา เธอดีใจมากเพราะคิดถึงหลานมาหลายวันแล้ว คืนนั้น ไตรตั้นนอนกับเธอ พลิกตัวไปมาจนเธอต้องถาม

“ตั้นนอนไม่หลับหรือลูก”

ไตรตั้นรับคำว่าใช่ เธอถามคิดถึงแม่หรือ เขาพยักหน้าน้ำตาคลอ

“แม่เขาไปเที่ยวกับเพื่อน อีกสองวันก็มาแล้ว” จินดาปลอบหลานไปตามที่ได้รับข้อมูล

“คุณยายครับ เวลาหมอฉีดยา คุณยายเจ็บมั้ยครับ”

“เจ็บสิลูก”

“แม่ก็ต้องเจ็บเหมือนกัน สงสารแม่จังเลย”

“แม่เป็นอะไร” จินดาใจหายรีบซัก

“ไม่ได้เป็นอะไรครับ” ไตรตั้นหน้าเสีย

“ไม่ได้เป็นอะไรแล้วฉีดยาทำไม”

“น้าธีไม่ให้บอกคุณยายครับ”

“ไม่ให้บอกว่าไง”

“ไม่ให้บอกว่าแม่ไม่สบาย เดี๋ยวคุณยายเป็นห่วง”

“แล้วแม่อยู่ไหน”

“อยู่โรงพยาบาลที่เดียวกับคุณยายแหละครับ”

“ตั้นพูดจริงรึเปล่าลูก” จินดาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“จริงครับ คุณยายครับ ตั้นคิดถึงแม่ ตั้นอยากไปนอนกับแม่” ไตรตั้นเริ่มร้องไห้

จินดาดึงหลานมากอดปลอบ พรุ่งนี้ตนจะพาไปหาแม่ น้ำตาเธอคลอเบ้าด้วยความเป็นห่วงลูกสาวจับใจ

“แดง...นี่ลูกเป็นอะไรเนี่ย”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.