ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักคุณเท่าฟ้า

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

รักคุณเท่าฟ้า ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

“ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะนี้เรานำเครื่องบินเข้าจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว ผมกัปตันธีระ และลูกเรือทุกคน ขอขอบคุณท่านผู้โดยสารทุกท่าน...” น้ำเสียงหล่อเหลาของกัปตันหนุ่ม ที่สาวๆ ต่างหมายปองดังขึ้นสะกิดใจทั้งผู้โดยสารและเหล่าแอร์โฮสเตส แต่ไม่มีใครโชคดีไปกว่า พิม...แอร์โฮสเตสสาวผู้พิชิตใจเขาไว้ได้

กลุ่มแอร์สาวเดินหยอกล้อกันออกมา ธีระซึ่งยืนรออยู่ก่อนเข้าไปถามว่า นินทาอะไรตน พิมทำหน้าเหลอหลาว่าใครบอก

“อ้าว ก็เมื่อกี้ตอนเดินมาเห็นคุยกันเจี๊ยวจ๊าว พอเห็นผมก็เงียบเสียงกันหมด”

ต่างคนต่างโบ้ยกัน เป๊บอ้อนให้วิทย์ผู้ช่วยกัปตันช่วยส่งบ้าน แต่เขากลับบอกว่าเสียใจ วันนี้แฟนมารับ ก่อนไปนึกได้ ส่งถุงช็อกโกแลตให้ธีระ “เกือบลืม นี่ครับของแม่กัปตัน”

“ขอบใจวิทย์ ถ้าลืมล่ะแย่เลย แม่ผมต้องโกรธแน่”

สาวๆ โบกมือลากัน ธีระถามพิมว่าเหนื่อยไหม ถ้าไม่เหนื่อยตนขอแวะหาแม่ก่อนที่ไปส่งเธอ พิมยิ้มอย่างยินดี...

รถธีระแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านไม้สองชั้น ดูร่มรื่น อรสาวใช้วิ่งออกมาต้อนรับและรายงานว่าจินดารออยู่ ธีระกับพิมถือของฝากเข้ามากราบจินดา เธอสัพยอกว่าของเก่ายังไม่หมดเลย ตนไม่ได้ทานมีแต่อรขโมยกิน อรปฏิเสธเสียงหลง ไม่ได้ขโมย ขอทุกครั้งที่กิน จินดาไล่ให้ไปเอาน้ำมาเสิร์ฟ แล้วหันมากอดลูกชายอย่างคิดถึง ถามไถ่ทุกข์สุขด้วยความห่วงใยรักใคร่

“มัวแต่คุยกันจนเพลิน ลืมพิมไปเลย แม่ครับ พิมเขามีเรื่องสำคัญจะมาบอกแม่” ธีระสบตาพิม

“เรื่องสำคัญอะไรจ๊ะ”

“เราสองคนจะแต่งงานกันค่ะ”

“ครับแม่ จะได้มีหลานให้แม่ซะที”

จินดาหน้าเสีย เอ่ยปากถาม “คิดดีแล้วหรือ”

พิมชะงักเหลือบมองธีระ เขาถามทำไมแม่ถามแบบนั้น จินดากลบเกลื่อนว่าอยากให้คิดดีๆ ไม่อยาก

ให้เลิกกันทีหลัง พิมรับรองแข็งขันว่าเราสองคนรักกันมาก จินดาตอบตกลงแต่สีหน้าดูอึดอัด ฝืนยิ้มให้ลูกกับแฟนสาว... สองคนจูงมือกันเดินออกมาอย่างโล่งอก นัดกันอาทิตย์นี้จะเข้าไปคุยกับพ่อแม่ของพิม ซึ่งเธอยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไร

วันต่อมา แดงซึ่งเป็นพี่สาวของธีระ พาจินดาออกมาทานอาหารกับกบสามี และไตรตั้นลูกชายวัยหกขวบ แดงกับกบแสดงความยินดีที่น้องชายจะได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที แต่จินดากลับโพล่งออกมา

“ใครบอกแกว่าฉันอยากให้มันแต่ง”

แดงตะลึงถามแม่อย่าบอกนะว่าหวงลูกชาย จินดายอมรับ แดงเตือนว่าน้องอายุสามสิบกว่าแล้ว สมควรมีครอบครัวเสียที

“ไม่ ยังไงมันก็เป็นลูกฉัน ต่อให้มัน 60 มันก็ยังเป็นลูกแหง่ของฉัน”

“แต่ผมเห็นแม่ก็ชอบกับน้องพิมดีไม่ใช่หรือครับ ทำไมถึงไม่ยอมให้เขาแต่งงานกันล่ะ”

“ไม่ใช่ไม่ยอม แต่แม่ว่ามันเร็วไป ให้ตาธี 40 ค่อยแต่งก็ยังทัน”

แดงร้อง ผู้หญิงที่ไหนจะรอ สองคนนี้รักกันมาสามปีแล้ว จินดาเอ็ดอย่ามายุ่งเรื่องลูกของตน ไม่ใช่ลูกเธอ แดงหน้าม้าน จินดาให้แดงห้ามธีระ แดงส่ายหน้า เธอจึงโบ้ยให้กบ กบปฏิเสธอย่างอ่อนโยน ไตรตั้นสอดขึ้นมาว่าตนจะเป็นคนบอกให้ แดงเอ็ดอย่ายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ จินดามองลูกสาวกับลูกเขยอย่างขัดใจ

ooooooo

ความรักของธีระกับพิมเหมือนหนุ่มสาวทั่วไป ธีระวางแผนชีวิต ไม่อยู่คอนโดแบบที่อยู่ปัจจุบันนี้ จะปลูกบ้านติดกับบ้านแม่ เขาจะล้อมรั้วเป็นสัดส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัว และอยากให้พิมเลิกเป็นแอร์- โฮสเตส เพื่อดูแลเลี้ยงลูก พิมเองก็คิดไว้แล้วว่าจะเปิดร้านกาแฟ

สองคนเข้ามากราบพลโทพจกับสุนีย์ พ่อและแม่ของพิม พจวางท่าขู่ด้วยมาดทหาร อย่าทำให้พิมเสียใจ สุนีย์ปลื้มใจกับว่าที่เขยคนนี้...ทั้งธีระและพิมปลาบปลื้มใจ พากันไปเตรียมการแต่งงาน พวกเขาถ่ายภาพคู่ในชุดแต่งงานหลากหลาย จัดทำวีดิโอภาพความสุขไว้ฉายในงาน

เวลาผ่านไป ทั้งสองยืนมองผลงาน ว่าควรแก้ไขตรงไหนบ้าง พิมยิ้มปลื้มใจอยากให้ถึงวันแต่งงานเสียที สองคนกอดกันด้วยความสุข พลันอรโทร.มาบอกธีระว่าจินดาป่วย สองคนรีบมาดูอาการ พิมรู้สึกจินดาเปลี่ยนไป พูดจาไม่ถนอมน้ำใจตนเหมือนก่อน พอบอกว่าจะแต่งงานเดือนหน้าเพราะเป็นฤกษ์สะดวก เธอกลับไม่เห็นด้วยอยากให้เลื่อนออกไปอีกสองสามปี พิมชักหวั่นใจ เลี่ยง ออกมาห้องรับแขก เจอแดง กบ และไตรตั้นนั่งอยู่ แดงถามอาการแม่

“เห็นบอกว่าปวดหัวปวดตัว ตอนนี้คุยอยู่กับธีค่ะ” พิมตอบด้วยสีหน้าเศร้าๆ

แดงกับกบขอตัวเข้าไปเยี่ยม ไตรตั้นโดดขึ้นนั่งตักพิม แล้วจู่ๆก็พูดออกมาว่า คุณยายบอกพ่อกับแม่ว่า ไม่อยากให้น้าธีแต่งงานกับน้าพิม เธอหน้าเจื่อนเชื่อว่าเด็กไม่โกหก

หลังจากนั้น พิมทำงานโดยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เลิกงานมาช่วยธีระดูแลจินดา แต่ดูเธอจะไม่ยินดี เพื่อนๆ ช่วยกันปลอบใจว่าก่อนแต่งงานก็มักเป็นแบบนี้ พิมพยายามไม่คิดมาก...

แล้ววันแต่งงานก็มาถึง ทั้งพิมและธีระอยู่ในชุดสวยหล่อ จนทุกคนปลื้มปีติยินดี พิมสีหน้าดีใจที่วันนี้มาถึงเสียที...แดงกับกบไปรับจินดาที่บ้าน กลับพบว่าแม่นอนหมดสติ ขับถ่ายออกมาบนเตียงเลอะเทอะอย่างไม่รู้สึกตัว จึงเรียกรถพยาบาลมารับ แล้วโทร.ส่งข่าวธีระ ว่าไม่ต้องห่วง กำลังรอฟังผลตรวจจากหมอ แต่ธีระร้อนใจ พิมรับรู้ เริ่มหวั่นใจ

“คุณโอเคมั้ย...” พิมจับมือธีระ

“โอเคจ้ะ เอ่อ เดี๋ยวผมขอโทร.เช็กพี่สาวอีกทีนะ” ธีระรอไม่ไหวโทร.กลับไปหาแดง

พอรู้ว่าแม่อยู่ห้องไอซียูเพราะน้ำตาลขึ้นสูงจึงช็อกหมดสติ เขายิ่งเป็นกังวลไม่มีแก่ใจจะรับแขก พิมลองหยั่งเชิงถามว่าอยากไปดูแม่ใช่ไหม สักชั่วโมงคงไม่เป็นไร เขารีบขอบคุณแล้วผละไปทันที เพื่อนๆหน้าตื่นที่พิมยอมให้ธีระไป

แดงกับกบตำหนิธีระทิ้งงานแต่งงานมาได้อย่างไร พวกตนดูแลแม่อยู่แล้ว พิมโทร.มาถามไถ่ ได้ยินธีระตอบไม่แน่ใจจะกลับมาได้เมื่อไหร่ จึงแกล้งถาม “หรือเราจะยกเลิกงานไปก่อน”

ธีระกลับดีใจ “จริงสินะ ผมขอโทษด้วย งั้นคุณบอกยกเลิกแขกไปก่อนนะ แล้วเราค่อยนัดเลี้ยงกันใหม่อีกที นะพิมนะ ยกเลิกแต่งไปก่อน เพราะถ้าผมไปงานแล้วแม่ยังไม่ฟื้น ผมก็คงไม่มีความสุขหรอก”

“สรุปว่าคุณจะไม่กลับมางานแต่งงานใช่มั้ยคะ” พิมน้ำตาคลอไม่คิดว่าเขาจะเอาจริง

“ใช่จ้ะ ขอบคุณมากนะที่พิมเข้าใจ ฝากขอโทษแขกแทนผมทีนะ ถ้าแม่ฟื้นผมจะรีบกลับไปหาคุณ”

พิมวางสายน้ำตาร่วงเผาะ...ผิดกับธีระที่โล่งใจ พจกับสุมนเข้ามาถามลูกสาวว่าธีระจะกลับมาหรือยัง เพราะผู้หลักผู้ใหญ่มาถึงแล้ว พิมอึกอักก่อนจะขอยกเลิกงานแต่งไปก่อน พจโกรธมากหาว่าธีระไม่ไว้หน้า ไม่เห็นแก่ความสำคัญของลูกสาวตน พิมแก้ตัวว่าเป็นอุบัติเหตุ

ooooooo

ในห้องไอซียู ธีระนั่งกุมมือจินดาน้ำตาคลอ พร่ำพูดกับแม่อย่าเป็นอะไร ได้ยินตนไหม จินดาค่อยๆลืมตาขึ้นมา เขาดีใจมากรีบถาม แม่เป็นอย่างไรบ้างเจ็บตรงไหน

“แม่เจ็บไปทั้งตัว อย่าทิ้งแม่ไปนะลูก”

“ครับแม่ ธีไม่ทิ้งแม่ไปไหนหรอก ธีจะอยู่กับแม่ตรงนี้”

แดงเดินเข้ามาเห็นแม่ฟื้นก็ดีใจ ธีระรีบตามหมอมาดูอาการ...หลังจากนั้น เขาก็กลับมาที่โรงแรม พิมนั่งเศร้าอยู่ในห้องสวีต เธอถามเขาว่าแม่เป็นอย่างไรบ้าง

“ปลอดภัยแล้ว หมอบอกว่าแม่เป็นเบาหวาน

นํ้าตาลขึ้นสูงเลยช็อก เราก็ตกใจซะแทบแย่ นึกว่าเป็นอะไรร้ายแรง”

“ยังดีค่ะ ที่เป็นแค่เบาหวาน”

“ผมต้องขอโทษนะ แล้วคุณล่ะเป็นยังไงบ้าง แขกบ่นมั้ย”

“ไม่หรอกค่ะ ทุกคนเข้าใจว่าเป็นแอกซิเดนต์”

“แล้วพ่อแม่คุณล่ะ ท่านต้องโกรธผมแน่เลย”

“พ่อก็มีโมโหนิดหน่อย พรุ่งนี้คุณรีบไปกราบขอโทษท่านแล้วกัน”

พิมถามอย่างห่วงใยว่าทานอะไรมาหรือยัง เขากลับบอกว่าทานจากโรงพยาบาลมาแล้ว และที่กลับมาเพื่ออาบนํ้าไปนอนที่โรงพยาบาลเป็นเพื่อนแม่อีก

พิมผิดหวังน้อยใจมองธีระอาบนํ้าแต่งตัว ดูไม่สะทกสะท้าน ธีระหอมแก้มพิมก่อนจะออกไป

“พิมไม่โกรธผมนะที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

“จะโกรธได้ไงคะ มันเป็นเรื่องเจ็บป่วยนี่คะ”

ธีระหอมแก้มเธออีกครั้ง ขอบคุณที่เข้าใจ...เขาไม่เห็นเลยว่าเธอนํ้าตาซึมเสียใจแค่ไหน

ระหว่างที่แดงเฝ้าจินดารอธีระ จินดาถามไถ่เรื่องงานแต่งงาน พอรู้ว่าล่มไปแล้วก็อมยิ้มที่ลูกรักตนมากกว่าเจ้าสาว แดงมองอย่างสงสัยถามตรงๆที่ป่วยเพราะไม่อยากให้น้องแต่งงานหรือ

“แกจะบ้าเหรอ ฉันเกือบตาย เยี่ยวแตกเยี่ยวแตน นึกว่าฉันแกล้งหรือไง”

“ไม่ใช่ยังงั้น ก็หนูเห็นแม่บ่นๆว่าไม่อยากให้ธีมันแต่งงาน”

“ฉันไม่ลงทุนเสี่ยงชีวิตขนาดนั้นหรอก”

“ใครจะไปรู้ล่ะ แม่พิษสงเยอะจะตาย”

จินดาโกรธเอ็ดลูกสาวยกใหญ่ ธีระมาถึง จินดาฟ้องว่าแดงจะทำให้ตนตายอีกหน แดงรีบลากลับ จินดาบ่นไล่หลังไม่ต้องมาอีก ธีระเข้ากอดปลอบแม่ใจเย็นๆ จินดาทั้งกอดทั้งหอมอย่างหวงแหนลูกชายสุดชีวิต

วันรุ่งขึ้น พจโทรศัพท์ขอโทษบรรดารัฐมนตรีและผู้หลักผู้ใหญ่ทุกท่านที่ทำให้เสียเวลาไปงานแต่งงานลูกสาว สุนีย์คอยปลอบว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ธีระก็ต้องห่วงแม่เป็นเรื่องธรรมดา

“เป็นกะอีแค่น้ำตาลขึ้น ถ้าถูกรถชนแล้วเป็นตายเท่ากัน ผมจะไม่ว่าซักคำ”

ไม่ทันไร พิมพาธีระเข้ามากราบขอโทษ พจโกรธ พูดด้วยโดยไม่มองหน้า “กะอีแค่โรคเบาหวาน คุณถึงกับยกเลิกงานแต่งงานลูกสาวผม คุณเห็นลูกสาวผมเป็นยังไง... คุณรู้มั้ยว่าแขกของผมที่มางานเป็นใครบ้าง ทั้งรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ อธิบดี ผู้ว่าการท่า คุณรู้มั้ยว่าผมเสียหายแค่ไหน ใครๆเขาก็เอาเรื่องนี้ไปพูดกันเป็นเรื่องตลก”

“พ่อคะ พ่อฟังธีก่อนสิคะ”

“ลูกไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ผมจะบอกให้คุณรู้นะ ตั้งแต่ผมเกิดมาจนเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการ ยังไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับผม”

ธีระขอโอกาสอธิบาย พจตัดบท ไม่ต้อง กลับไปเสีย ตนไม่ยกลูกสาวให้อีกแล้ว ทั้งธีระและพิมหน้าเจื่อน สุนีย์ รับปากจะช่วยพูดกับพจ ธีระกราบขอบพระคุณ ก่อนจะลากลับไป...พิมเดินออกมาส่ง เธอบอกธีระว่า ไม่ว่าอย่างไร ตนก็จะแต่งงานกับเขา ธีระสัญญาจะทำให้พจใจอ่อนจนได้ พิมกอดเป็นกำลังใจ ขออย่าท้อ สุนีย์ยืนมองลูกอย่างหนักใจ

ooooooo

ออกจากบ้านพิม ธีระแวะมาปรับทุกข์กับแดงและกบที่ร้านขายต้นไม้ของพวกเขา แดงบ่นแม่ไม่น่าป่วย วันสำคัญของเขา ธีระออกตัวแทนว่าแม่ไม่ได้แกล้ง กบตัดบท ถ้าพิมเข้าใจเสียอย่าง เรื่องพ่อตาก็ไม่น่าห่วง หมั่น ตื๊อ ซื้อขอฝากบ่อยๆก็ใจอ่อนไปเอง แดงเห็นด้วย

“ใช่ ดูอย่างพี่กบสิ ตอนแรกแม่เกลียดขี้หน้าจะตาย พอจับทางถูก ซื้อของกินของฝากมาให้บ่อยๆ แม่ก็ตัวอ่อนปากอ่อน ยกพี่ให้เลยเห็นมั้ย”...ธีระฝืนยิ้มพยักหน้ารับ

ในขณะที่อรดูแลจัดข้าวปลาอาหารและจัดยาให้จินดา แต่เธอแอบโยนยาทิ้ง พอดีเพื่อนๆแวะมาเยี่ยมเยียน ต่างซื้ออาหารที่เป็นอันตรายต่อโรคเบาหวานมาให้ อรปราม จินดาหมอห้ามทานของเหล่านี้ จินดากลับแย้งว่า กินสองสามคำไม่เป็นไร

“พี่จินนี่โชคไม่ดีจริงๆ ดันมาเจ็บวันที่ลูกชายจะแต่งงาน” ภาแสดงความเสียใจ

แต่จินดากลับสวนว่า “ฉันว่าเป็นโชคดีมากกว่า”

“นี่อย่าบอกนะว่าป่วยการเมือง ไม่อยากให้ลูกชายแต่งงาน” ช้อยกระแนะกระแหน

จินดาอมยิ้ม ยอมรับว่าทำนองนั้น เพื่อนๆต่างตกใจ ทำไมถึงได้หวงลูกชายนัก เธอตอบว่าแค่ยังไม่อยากให้แต่งตอนนี้เท่านั้น ใหญ่สำทับ แบบนี้เข้าตำราลูกข้าใครอย่าแตะ ทุกคนหัวเราะกันครืน จินดาจุ๊ปาก เกรงอรได้ยินแล้วไปบอกลูกชาย...

หลายวันผ่านไป พิมทำงานอย่างเศร้าๆ มีเพื่อนคอยปลอบใจ ธีระบินไปทิเบต ซื้อหญ้าตัวหนอนที่ใครๆบอกว่าทานแล้วดีกับสุขภาพมาฝากพจและสุนีย์ พจทำเป็นไม่ยินดี

“ขอบใจ แต่ผมว่าคุณเอากลับไปเถอะ ผมแพ้สมุนไพร”

“คุณพ่อครับ ผมอยากจะขอโอกาสคุณพ่ออีกสักครั้งได้มั้ยครับ ผมรู้ตัวว่าผมทำผิดมากกับครอบครัวคุณพ่อแล้วก็พิม แต่ผมอยากจะขอความกรุณาจากคุณพ่อ จะให้ผมทำอะไรก็ได้ครับเพื่อล้มล้างความผิดครั้งนี้”

“ผมว่าคุณกลับไปเถอะ เพราะเราพูดเรื่องนี้กันจบแล้ว” พจเดินหนีขึ้นชั้นบน

สุนีย์ปลอบใจธีระอย่าเพิ่งท้อ เขาพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะลากลับ พิมเดินออกมาส่งที่รถ

“พิมว่าคุณอย่าเพิ่งใจร้อนเลย พ่อเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว ให้เวลาท่านซักนิด แล้วพิมจะค่อยๆคุยกับท่านเอง”

“คุณรู้นะพิม ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน แล้วก็อยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณ” ธีระกุมมือพิม

“พิมรู้ค่ะ เชื่อพิมนะคะ อีกไม่นานพ่อต้องหาย โกรธคุณ” พิมให้กำลังใจทั้งที่ตัวก็หนักใจ

สุนีย์ต้มหญ้าตัวหนอน พิมเอาไปให้พจดื่ม เขาอ้างว่าแพ้สมุนไพร พิมจึงบอกว่า มันไม่ใช่สมุนไพร แต่เป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่กินแล้วบำรุงร่างกายให้อยู่กับลูกหลานไปนานๆ พจรับมาดื่มแล้วชมว่ารสชาติดี พิมจึงบอกว่าทานเยอะๆ เพราะโอกาสที่จะซื้อได้มันยาก กล่องหนึ่งราคาเหยียบแสน พจถึงกับอึ้ง

“นี่ลูกมาเอาใจพ่อ เพื่อให้พ่อยกโทษให้แฟนงั้นหรือ”

“ไม่ใช่ค่ะ หนูรู้ว่าธีเขาทำไม่ถูก แต่เรามองมุม กลับสิคะ ถ้าวันนั้นพ่อเข้าโรงพยาบาล หนูก็ต้องขอยกเลิกงานแต่งเหมือนกัน”

พจปฏิเสธไม่จำเป็น ตนไม่ให้อภัยธีระง่ายๆ เพราะจะไม่หลาบจำ พิมพยายามบอกว่าพ่อเป็นทหาร ทำอะไรตามระเบียบวินัย แต่ธีระไม่ใช่ พจเอ็ดให้เลิกพูด และไม่ต้องซื้อของพวกนี้มาอีก...พิมเดินคอตกกลับออกมาหาสุนีย์ เธอปลอบลูกสาวจะช่วยพูดกับพ่อให้

ooooooo

วันต่อมา ธีระพาพิมมาเยี่ยมจินดา เธอโผกอดหอมลูกชายเหมือนไม่เจอกันนาน แถมยังขอโทษขอโพยพิมที่เป็นต้นเหตุให้งานแต่งงานล่ม พิมรีบบอกว่าการที่คุณแม่เจ็บป่วยสำคัญกว่า

“ถ้าหนูเข้าใจ แม่ก็โล่งอก แม่กลัวว่าหนูจะคิดว่าแม่สำออย”

“ไม่หรอกครับแม่ พิมเขาไม่มีวันคิดอย่างนั้นหรอกครับ”

รถแดงกับกบแล่นเข้ามาในบ้าน อรรีบออกไปช่วยถือของแล้วรายงานว่า วันนี้จินดาดูรักใคร่พิมมาก แดงกับครอบครัวเข้ามาเห็นจินดานั่งทานของว่างกับธีระและพิม ไตรตั้นวิ่งเข้าไปกอดยาย ทุกคนทักทายกัน แดงถามน้องชายว่าได้ฤกษ์แต่งงานใหม่หรือยัง ธีระตอบว่าต้องรอก่อนช่วงนี้ไม่ว่าง จินดาเสริมทันที

“ดีแล้วล่ะลูก เลื่อนไปซักหน่อยก็ดี อีกปี สองปีก็ได้นะ”

พิมสะดุ้งเหลือบมอง ธีระรีบแก้ว่า “ไม่ถึงปีหรอกครับแม่ ผมว่าน่าจะอีกสองสามเดือน”

“อีกสองสามเดือนแม่ก็ยังไม่รู้นะว่าแม่จะหายดีรึยัง”

กบแก้สถานการณ์อันตึงเครียดให้ว่า โรคเบาหวานถ้าคุมน้ำตาลอยู่ก็ไม่เป็นอะไร แต่ไตรตั้นโพล่งขึ้นมาว่า น้าทั้งสองไม่ได้แต่งงานกันหรอก ธีระถามทำไมเป็นอย่างนั้น

“ก็เพราะว่าคุณยายไม่อยากให้แต่งใช่มั้ยครับคุณยาย...”

จินดาสะดุ้ง พิมชะงักมองหน้าธีระ กบสบตากับแดงเอ็ดลูกชายทำไมพูดอย่างนั้น

“ตั้นพูดจริงๆ ก็คุณยายเป็นคนบอกพ่อกับแม่ จำไม่ได้หรือครับ แล้วตั้นก็บอกน้าพิมไปแล้วด้วย ใช่มั้ยครับน้าพิม” ไตรตั้นพยักเพยิดกับพิม พิมได้แต่ฝืนยิ้ม

จินดาหน้าเสียปฏิเสธพัลวัน แดงย้ำกับธีระและพิมอย่าไปฟังลูกตนพูดจาไร้สาระ กบรีบพาลูกออกไปจากโต๊ะอาหาร

กลับกันมาถึงคอนโดฯ พิมนั่งเหม่อไม่พูดจา จนธีระอาบน้ำแต่งตัวเสร็จออกมาถามว่าจะหาอะไรทานดี ก่อนส่งเธอกลับบ้าน แต่เธอไม่ได้ฟัง เขาเรียกเธอซ้ำแล้วถามว่ามีเรื่องอะไรในใจ


“บอกผมมาเถอะ อีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันแล้ว ผมไม่อยากให้เราสองคนมีความลับต่อกัน” ธีระขอให้เธอพูดออกมา เธอถอนใจสบตาเขา

“เมื่อวันแต่งงานของเรา คุณคิดว่าแม่คุณแกล้งป่วยมั้ย”

“ทำไมคุณคิดอย่างนั้น ตอนผมไปโรงพยาบาลแม่อยู่ห้องไอซียู หมอต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนะพิม แม่ผมจะแกล้งเพื่ออะไร” ธีระหน้าเครียด

“พิมก็ไม่รู้ แต่บางทีแม่ธีอาจจะไม่อยากให้เราแต่งงานกันก็ได้”

“ผมรู้แล้ว นี่คุณไปเชื่อที่ไตรตั้นพูดงั้นหรือ ไตรตั้นเพิ่งอายุ 6 ขวบ ก็พูดอะไรเรื่อยเปื่อย”

“แต่พิมว่าเขาไม่ได้พูดเรื่อยเปื่อยนะ เพราะวันก่อนแต่งงานเรา เขาก็บอกพิมว่าแม่ธีไม่อยากให้ธีแต่งงานกับพิม”

“ผมว่าคุณกำลังสับสนนะพิม ผมรู้ว่าคุณอาจจะไม่พอใจที่ผมยกเลิกงานแต่งกลางคัน แต่ผมว่าคุณไม่ควรใส่ร้ายแม่ผม”

“พิมไม่ได้ใส่ร้ายแม่คุณนะคะ พิมแค่สงสัย”

ธีระไม่พอใจโต้เถียงกันแรงขึ้น ธีระต่อว่าพิมไม่ให้เกียรติแม่ตน พิมจึงย้อนถามว่าเขาให้เกียรติพ่อกับแม่ตนบ้างไหม ธีระโกรธโทษพิมเข้าข้างพ่อกับแม่ตัวเองจนคิดเลวร้ายกับแม่ตน

“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าผู้ชายอย่างคุณจะรักและเทิดทูนแม่ จนไม่ลืมหูลืมตา”

“อย่าพูดอย่างนี้นะพิม”

“แล้วฉันพูดผิดตรงไหน”

“เอาล่ะ ผมว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้ดีกว่า”

“ใช่ เลิกกันเลยก็ได้นะ ฉันไม่คิดเลยว่าคนอย่างคุณจะงี่เง่า จะไม่ฟังความเห็นของฉัน” พิมคว้ากระเป๋าวิ่งออกจากห้อง

ธีระวิ่งตามร้องเรียก เธอวิ่งเข้าลิฟต์กดลงทันที ธีระคอตกกลับเข้ามาหงุดหงิดในห้อง ว่าเธอคิดแบบนั้นได้อย่างไร...พิมเศร้ากลับมาบ้าน พ่อกับแม่ชวนทานข้าว เธอขอตัวเข้าห้อง สุนีย์ โทษพจไม่อภัยให้ธีระ ลูกจึงเสียใจ

วันรุ่งขึ้น ธีระแวะมาหาจินดาที่บ้าน เธอกำลังเอ็ดตะโรใส่อร ที่ไม่ยอมให้เธอทานขนมหม้อแกง แต่พอเห็นธีระมา ก็โบ้ยว่าอรยกมาให้บอกว่ากินคำสองคำไม่เป็นไร ธีระต่อว่าอร เธอหน้าเจื่อน พึมพำ...คุณยายนี่แสบจริงๆ

จินดาหันมาถามว่าพิมไม่มาด้วยหรือ ธีระหน้าเศร้าจึงรู้ว่าคงทะเลาะกัน เธอรีบย้ำ

“นี่ไง แม่ถึงติงว่าอย่าเพิ่งรีบแต่งงาน เห็นมั้ย ยังไม่ทันอยู่ด้วยกันก็ทะเลาะกันแล้ว”

“มันก็ต้องมีบ้างแหละแม่ คนเราอยู่ด้วยกัน”

“แต่แม่อยู่กับพ่อแกมายี่สิบปี จนพ่อแกตาย แม่ไม่เคยมีปากเสียงกับพ่อเขาเลย ถ้าแกกับแฟนยังไม่มั่นใจกันจริงๆ ก็ชะลอไว้ก่อนเถอะ มันไม่เสียหายอะไรนี่”

“ไม่หรอกครับ ผมกับพิมรักกันดี”

“งั้นก็ตามใจลูก แม่มันแก่แล้ว จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้”

ธีระรีบปรามอย่าพูดแบบนั้น แม่ต้องอยู่กับตนอีกนาน จินดาสวมกอดลูกชายย้ำว่าเพราะลูกที่ทำให้แม่มีกำลังใจอยู่ทุกวันนี้...

ooooooo

ตอนที่ 2

ครั้งนี้นับว่าพิมกับธีระทะเลาะกันรุนแรง พิมโกรธจนไม่ยอมรับโทรศัพท์เขา ทั้งที่ตัวเองเสียใจมาก เพื่อนๆต้องคอยปลอบใจ ด้านธีระกลัดกลุ้มที่พิมไม่ยอมพูดด้วย มาปรับทุกข์กับวิทย์

“ผู้หญิงก็อย่างนี้แหละครับ ยังไงก็ขอเป็นที่หนึ่ง”

“แต่จะมาเอาชนะอะไรกับแม่ผม แกเป็นคนแก่ ถ้าผมให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนอื่นก็ว่าไปอย่าง”

“กับแม่นี่แหละครับสำคัญ กัปตันไม่เคยได้ยินเรื่องแม่ผัวกับลูกสะใภ้หรือครับ”

ธีระหาว่าล้าสมัย วิทย์แย้งว่าเรื่องเก่าแต่คลาสสิก สองหนุ่มหัวเราะให้กัน...

พจแปลกใจเห็นลูกสาวไม่ไปเที่ยวไหนในวันหยุด จึงลองถามว่า ธีระงานยุ่งหรือถึงไม่ค่อยเห็นหน้า พิมตอบว่าเลิกกันแล้ว พจตกใจ พิมย้ำว่า พ่อสบายใจได้ เขาจะไม่มาบ้านนี้อีก พจยืนอึ้งจนสุนีย์เข้ามาถามเป็นอะไร

“นี่คุณรู้เรื่องลูกกับนายธีรึยัง ลูกบอกว่าเลิกกันแล้ว”

“ฉันรู้แล้ว คงสมใจคุณล่ะสิ”

“นี่คุณมาว่าผมเรื่องอะไร”

“ก็หรือไม่จริง คุณไม่ชอบนายธีนี่ หาว่าเขาไม่ให้เกียรติคุณ ตอนนี้คุณต้องหาลูกเขยที่คุณชอบเองแล้วล่ะ” สุนีย์เดินจากไป ปล่อยให้พจยืนงงว่าเป็นเพราะตนหรือ...

วันต่อมา ธีระบินไปบรัสเซลส์ ขณะที่บินอยู่ นุ้ยมาเคาะห้องกัปตันเพื่อเอาจดหมายของผู้โดยสาร

คนหนึ่งให้ ธีระงงๆถามว่าผู้ชายหรือผู้หญิง

“ผู้หญิงค่ะ สวยด้วยนั่งบิสซิเนสคลาส บอกว่าเป็นเพื่อนเก่ากัปตัน” นุ้ยกลับออกไป

ธีระเปิดจดหมายอ่าน ข้อความว่า “หวัดดีค่ะ พี่ธี จำคิตตี้ได้มั้ยคะ น้องรหัส 120 ไงคะ ได้ยินพี่ธีประกาศว่าเป็นกัปตันเที่ยวบินนี้ ดีใจจัง ถ้าว่างก็แวะมาคุยกันหน่อยนะคะ”

วิทย์กระเซ้าว่าแฟนเก่าหรือ ธีระยิ้มๆว่าจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ เพราะตอนนั้นเธอเป็นน้องรหัส เคยจีบแต่เธอมีแฟนแล้ว “ต่อมาเขาก็เลิกกับแฟนมาชอบเรา แต่เราดันไปเจอคนอื่นอีก ตอนนั้นเขาโกรธและเกลียดผมมาก หาว่าผมหลอกเขา เพิ่งจะมาคุยกันตอนที่ผมเป็นผู้ช่วยกัปตันใหม่ๆ เดี๋ยวผมจะไปทักเขาซะหน่อย ฝากคุณช่วยดูเครื่องที”

คิตตี้เป็นสาวนักโฆษณาวัย 28 ปี ธีระออกมาทักทายถามทุกข์สุขกัน เธอเพิ่งเฮิร์ตจะไปเที่ยวพักใจ เธอดีใจมากที่เจอเขา ชวนทานข้าวกันซักมื้อ เขาครุ่นคิดแล้วพยักหน้าก่อนขอตัวกลับไปทำงาน เธอมองตามหลังเขาอย่างเสียดาย

หน้าห้องพักโรงแรมในบรัสเซลส์ วิทย์กับกิต วิศวกรประจำเครื่อง และเป๊บกับนุ้ยนัดกันออกไปทานข้าวมื้อค่ำ สาวๆถามทำไมธีระไม่ไปด้วยกัน วิทย์ตอบยิ้มๆว่า เจอแฟนเก่า สองสาวไม่ค่อยพอใจแทนพิม

ในขณะที่ธีระกับคิตตี้นั่งดริ๊งก์อยู่ในผับแห่งหนึ่ง สองคนคุยรื้อฟื้นความหลังอย่างรื่นเริง คิตตี้บอกว่าตนไม่ได้ทำงานประจำแล้วออกมาทำเป็นฟรีแลนซ์ ธีระกระเซ้าว่าหนุ่มโฆษณาคนไหนที่ทำให้อกหัก เธอเล่าว่าเป็นลูกเจ้าของสินค้า

“อย่างนี้ก็รวยน่ะสิ หล่อมั้ย”

“สู้พี่ธีไม่ได้”

“ทุกครั้งที่ตี้ชม พี่เขินจริงๆ”

“อ้าว ก็พี่ธีหล่อจริงๆนี่ หรือมีใครบอกว่าไม่หล่อ”

“ถึงหล่อ แต่บางทีก็ช่วยอะไรไม่ได้”

คิตตี้สะดุดหู ถามว่ามีปัญหากับแฟนอยู่ใช่ไหม เขาตอบว่างอนกันนิดหน่อย เธอดีใจ

“งั้นก็ดีเลย แฟนพี่กำลังงอน ส่วนตี้กำลังเฮิร์ต เราสองคนมาเจอกันในช่วงเวลาที่เหมาะสมจริงๆ ดื่มค่ะ... ขอให้ลมหนาวที่นี่แรงๆ”

ธีระงงหมายความว่าอย่างไร คิตตี้ยิ้ม ถ่านไฟเก่าจะได้คุ ธีระขำไม่ออก คิตตี้หัวร่อต่อกระซิกจับมือถือแขนเขาอย่างสนิทสนม

ooooooo

พิมอยู่บ้านทานข้าวกับครอบครัวบ่อยขึ้น พจ

มองออกว่าลูกสาวทุกข์ใจ จึงเอ่ยปากยกโทษให้ธีระ พิมกลับบอกว่าไม่เกี่ยวกับพ่อ เป็นเรื่องระหว่างตนกับเขา สุนีย์เตือนอย่าตั้งแง่ อย่าถือทิฐิให้มากนัก แค่โทร. หาเขาทุกอย่างก็จบ...พิมเข้าห้องเปิดวีดิโอที่ใช้ในงานแต่งงานดู เผลอยิ้มแล้วตัดสินใจ “ก็ได้ พิมจะยกโทษให้”

เธอคว้าโทรศัพท์กดหาธีระ แต่ไม่มีคนรับสาย ระหว่างนั้น ธีระเดินเล่นอยู่กับคิตตี้ถ่ายรูปกันอย่าง สนุกสนาน จนแบตมือถือหมด พิมหงุดหงิด โทร.หาวิทย์ขอพูดกับธีระ วิทย์อึกอักไม่กล้าบอก กิตจึงตอบแทนว่า ธีระออกไปทานข้าวกับเพื่อนเก่า พิมซักถามจนรู้ว่าเป็นแฟนเก่า วิทย์กับกิตเป็นกังวลแต่พยายามคิดว่าพวกตนพูดความจริง

ดึกมากแล้ว ธีระเดินมาส่งคิตตี้หน้าโรงแรม เธอชวนเขาขึ้นไปดื่มกาแฟบนห้อง แต่เขาขอตัว เธอจึงนัดพรุ่งนี้ไปช็อปปิ้ง เขาบอกไว้โทร.กันอีกที คิตตี้คว้ามือเขามากุม

“ขอบคุณพี่ธีมากนะคะ ที่ช่วยให้ตี้หายเฮิร์ตได้เร็วขึ้น”

“แค่ไปกินข้าวเนี่ยหรือ”

“ค่ะ อย่างน้อยก็ทำให้ตี้รู้ว่าตี้ยังมีคุณค่ากับผู้ชายอยู่”

“อะไร กะอีแค่เลิกกับผู้ชาย ทำให้เสียเซลฟ์ ขนาดนั้นเชียว”

“ตี้ไม่แน่ใจว่าทำไมเขาถึงเลิกกับตี้”

“พี่บอกให้มั้ย พี่ว่าแฟนเก่าตี้ตาไม่ถึง”

คิตตี้มีกำลังใจขึ้น คิดอยากได้ธีระกลับมาเป็นแฟนอีกครั้ง...

เช้าวันใหม่ พิมโทร.หาธีระอีกครั้ง เขารับสายด้วยความดีใจ แต่เธอนิ่ง เขารีบถามว่าหายโกรธแล้วใช่ไหม เธอจึงเอ่ยออกมาว่า หายแล้ว แต่กำลังจะโกรธใหม่

“โธ่ โกรธผมเรื่องอะไรอีก ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ซะหน่อย”

“เมื่อคืนพิมโทร.หาทำไมไม่รับสาย”

“ผมขอโทษ พอดีแบตหมด”

“แบตหมดหรือว่าไม่รับเพราะไปกินข้าวกับผู้หญิง”

ธีระรีบบอกว่าทานข้าวกับคิตตี้ รุ่นน้องที่เคยเล่าให้ฟัง พิมเสริมว่าเคยชอบกันมาก่อน เขาโอดโอยว่านั่นสมัยเรียน อย่าหาเรื่องทะเลาะกันอีกเลย ตนสัญญาจะไม่ทำให้เธอโกรธอีก

“พิมก็ขอโทษคุณด้วยที่พูดจาไม่ดีเรื่องคุณแม่คุณ”

“เอาเป็นว่าเราจะไม่ทะเลาะกันอีกแล้วนะ” ธีระขอร้องและบอกว่าอีกสองวันเจอกัน

ต่างคนต่างบอกรัก พิมวางสายยิ้มอย่างสุขใจ สุนีย์แซวแค่ลดทิฐิความสุขก็กลับมา พิมอมยิ้มกอดแม่ ตนอยากให้ธีระรู้บ้างว่าตนสำคัญ สุนีย์กระเซ้า อย่า ให้มันมากนักก็แล้วกัน...

หลังจากนั้น คิตตี้ก็โทร.เข้ามาหาธีระชวนไปช็อปปิ้ง เขาเห็นว่าพรุ่งนี้จะกลับแล้ว แค่ไปเป็นเพื่อนคงไม่เป็นไร แต่ระหว่างเดินซื้อของ นุ้ยกับเป๊บผ่านมาเห็น แอบถ่ายรูปส่งไปให้พิม เธอขุ่นใจรีบโทร.หาธีระ เขาไม่โกหกพูดตามตรง

“เอ่อ พอดีคิตตี้เขาโทร.มาชวนกินข้าวกลางวันน่ะ ก็เลยมานั่งเป็นเพื่อนเขา”

“นี่ธีต้องเทกแคร์กันทุกวันเลยหรือ”

ธีระปฏิเสธ พิมขอทักทายคิตตี้ เขาจึงส่งมือถือให้ คิตตี้รายงานตัวว่าเป็นน้องรหัสตอนอยู่มหาวิทยาลัย บังเอิญเจอกันจึงชวนทานข้าว คงไม่ว่าอะไรนะ พิมตอบว่า ตามสบาย ธีระเล่าให้ฟังอยู่แล้ว พิมขอคุยกับธีระต่อ เธอบอกเขาว่าแค่อยากรู้ว่าทำอะไรอยู่เท่านั้นแล้ววางสายไป ธีระรู้สึกได้ว่าพิมไม่ค่อยพอใจ คิตตี้ถามว่าพิมขี้หึงหรือ เขาส่ายหน้าเชื่อว่าพิมหนักแน่นพอ ทำเอาคิตตี้อิจฉา...พอมาส่งที่โรงแรม ธีระตัดสินใจบอกเธอว่า

“พี่จะลาตี้ตรงนี้นะ เย็นนี้พี่ต้องกินข้าวกับลูกน้อง แล้วต้องคุยเรื่องงานกันด้วย”

“หมายความว่าตี้จะไม่ได้เจอพี่ธีแล้วใช่มั้ยคะ”

“ใช่จ้ะ เพราะพรุ่งนี้พี่ต้องตื่นตีห้าไปแอร์พอร์ต”

คิตตี้อึ้งเสียดายที่ต้องจากกับเขา จึงโผเข้าหอมแก้มแล้วบอกว่า ตนอยากให้รู้ ตนไม่เคยลืมเขาเลย ธีระอึ้งๆเดินไป เธอมองเบื้องหลังเขาอย่างอาลัยอาวรณ์

ในขณะเดียวกัน พิมนั่งหน้างออยู่กับเพื่อนแหม่มและกุ๊ก ทั้งสองไม่พอใจการกระทำของธีระ พิมตัดสินใจ กลับมาคราวนี้ต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง

ooooooo

ธีระลงจากเครื่องมุ่งหน้าไปเยี่ยมจินดาก่อน เธอดีใจชวนทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่เขากลับบอกว่า ต้องไปหาพิม พรุ่งนี้จะแวะมารับไปทานกลางวัน จินดาน้อยใจพาลอารมณ์เสียใส่อร

พิมเดินลงบันไดบ้านมา เจอธีระยืนยิ้มกริ่ม โผเข้ากุมมือ “ผมคิดถึงคุณจังเลย”

“คิดถึงแล้วทำไมไปกินข้าวกับผู้หญิงอื่น”

ธีระปลอบว่าคิตตี้เป็นแค่น้องสาว เธอกำลังอกหักจึงคุยเป็นเพื่อนเท่านั้น พิมไม่เชื่อ

“โธ่ สาบานได้ ผมรักคุณคนเดียว คุณไม่เชื่อใจผมหรือ งั้นเอาอย่างนี้ พรุ่งนี้เราไปจดทะเบียนสมรสกันเลย คุณจะได้สบายใจ”

“ทำอย่างนั้นได้ไง คนเขาจะได้นินทาทั้งบ้านทั้งเมือง” พจส่งเสียงเอ็ดเข้ามา

ธีระรีบยกมือไหว้พจกับสุนีย์ แก้ตัวว่าแค่อยากทำให้พิมสบายใจ สุนีย์ยิ้มๆขอให้มีการจัดงานตามประเพณี ไม่อย่างนั้นญาติพี่น้องจะตำหนิได้ ธีระชำเลืองมองพจ ตนไม่มีปัญหาอยู่ที่...สุนีย์ถามพจจะเอาอย่างไร อยู่ที่เขาตัดสินใจคนเดียว พิมมองพ่ออย่างอ้อนวอน พจทำหน้าขรึม

“ก็ได้ นี่ผมเห็นแก่ลูกสาวผมหรอกนะ ที่เขารักคุณมาก”

ธีระดีใจยกมือไหว้ขอบคุณ และสัญญาจะไม่ทำให้ผิดหวังอีก พิมยิ้มอย่างมีความสุข...

แต่พอเรื่องถึงหูจินดา แดงดักคอแม่ว่าห้ามป่วยห้ามตาย จินดาค้อนขวับที่ลูกรู้ทัน เปรยว่าจะไม่ไปร่วมงานเพราะกลัวป่วยกลางงาน จะมาว่ากันอีก แดงหาว่าแม่เล่นแง่ จินดาโกรธ ไม่มีตนก็แต่งงานกันได้ กบรีบห้ามทัพชวนทุกคนออกไปทานสุกี้ จินดางอนไม่ไป แดงกับกบหนักใจ...แต่พอลูกๆกลับไป เธอก็ให้อรเอาขนมหม้อแกงมาให้ทาน ตั้งใจจะกินให้น้ำตาลขึ้นกันไปเลย

วันต่อมา ธีระกับพิมตระเวนแจกการ์ดใหม่ จินดาน้อยใจโทร.เรียกเพื่อนมาหาที่บ้าน ทั้งช้อย ใหญ่ และภา ขอให้ช่วยล้มงานแต่งงานลูกชาย

“หา จะดีหรือพี่จิน ฉันว่าอย่าไปขวางเขาเลยน่าเด็กมันรักกันก็ปล่อยมันไปเถอะ” ช้อยแย้ง

“นั่นน่ะสิพี่จิน  ถึงพี่จินจะขัดขวางครั้งนี้ได้  ครั้งหน้าก็ต้องมีอีก” ใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย

“ใช่ แล้วมันจะเป็นบาปกรรมของพวกเรานะ

เราก็แก่มากแล้ว” ภาเห็นเช่นกัน

จินดาโวยที่เพื่อนๆไม่มีใครร่วมมือ ทุกคนโบกศาลากลับกันไป จินดาเจ็บใจหาว่าเพื่อนพวกนี้เป็นเพื่อนกิน ถึงอย่างไรตนต้องล้มงานให้ได้

ooooooo

งานแต่งใกล้เข้ามาทุกที พิม พจ และสุนีย์ช่วยกันนับของชำร่วย ธีระมาถึงบอกว่า ที่โรงแรมเรียบร้อย ตนเพิ่มดอกกุหลาบสีชมพูตรงซุ้มทางเข้า จากเดิมที่ใช้สีขาวล้วนเพื่อให้ดูมีสีสัน พวงมาลัยบ่าวสาวทางร้านจะส่งไปให้เก้าโมงเช้า พจถอนใจ ทุกอย่างพร้อมสรรพพลันอรโทร.มาบอกธีระว่าจินดาอยู่โรงพยาบาล เขาตกใจหันมองทุกคน พร้อมกับถามว่าเป็นอะไร

“คุณยายไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ เมื่อเช้าไปตรวจสุขภาพ คุณยายให้คุณธีไปรับกลับ”

“ได้ เดี๋ยวฉันไป แล้วทำไมแกไม่ไปกับคุณยาย” ธีระโล่งอก

“คุณยายบอกให้หนูเฝ้าบ้าน แกไปเองได้  เพียงแต่ขากลับให้คุณธีไปรับแกหน่อย”

ธีระรับคำแล้ววางสาย พิมถามอย่างร้อนใจแม่เป็นอะไรอีก พจรีบถามต้องยกเลิกงานอีกไหม ธีระส่ายหน้าไม่ต้อง แค่ตรวจสุขภาพให้ตนไปรับกลับ ทุกคนโล่งอก

“นึกว่าเอาอีกแล้ว” สุนีย์เอ่ยหลังจากธีระออกไป

“ถ้าครั้งนี้ไม่ได้แต่ง พ่อว่าไม่ต้องแต่งอีกเลยนะพิม”

“พ่อ...ทำไมพูดอย่างนี้” พิมใจไม่ดี

ธีระประคองจินดาเข้าบ้าน  เขาถามแม่ทำไมไม่ให้แดงพาไป เธอปัดว่าไม่อยากกวน ธีระเตือนแม่ต้องไปงานแต่งวันพรุ่งนี้ของเขา จินดายิ้มเจื่อนๆ เขาถามทำไมยิ้มแบบนั้น

“แม่กำลังดีใจกับลูกที่จะได้เป็นฝั่งเป็นฝากับเขาซะที”

“จริงหรือครับ แม่อยากให้ผมแต่งงาน” ธีระโผกอดแม่

“จริงสิ พ่อแม่ที่ไหนจะไม่ดีใจที่ลูกได้แต่งงาน” จินดายิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

และแล้วก็ถึงวันงาน ธีระกับพิมอยู่ในชุด

บ่าวสาวงามสง่า ยืนถ่ายรูปกับแขก เพื่อนๆทั้งสองฝ่ายยืนต้อนรับแขกหน้างาน สุนีย์เอ่ยถามว่า จินดาจะมาถึงเมื่อไหร่จะได้ถ่ายรูปหมู่กัน พูดถึงก็มาพอดี จินดา แดง กบ และไตรตั้นยืนอยู่หน้าบันได ธีระกับพิมเข้าไปต้อนรับ จะประคอง

“ไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อยดีกว่าครับแม่”

“ไม่ต้องประคองแม่ พาเจ้าสาวไปลูก แม่ไปเองได้”

ธีระจูงมือพิมเดินไป แดงกับกบจูงไตรตั้นตาม จินดายืนนิ่งมองลูกๆซักพัก แล้วร้อง

“ธี...ช่วยแม่ด้วย”

ทุกคนหันกลับมามอง เห็นจินดาหงายหลังกลิ้งตกบันได ธีระกับแดงร้องลั่น กบมีสติรีบบอกให้ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลด่วน พิม พจ และสุนีย์ยืนอึ้ง สักพักสุนีย์ก็เป็นลมล้มฟุบ พิมกับพจช่วยกันปฐมพยาบาล

จินดานอนไม่ได้สติถูกเข็นเข้าห้องไอซียู ธีระกับแดงยืนร้อนใจอยู่หน้าห้อง กบกอดไตรตั้นนั่งอยู่ไม่ห่าง แดงแปลกใจตอนไปรับแม่ที่บ้านก็ไม่มีอาการอะไร ทำไมจู่ๆตกบันไดไปได้ หรือว่าแกล้ง กบเอ็ดว่าแม่คงไม่เอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงแบบนี้

“ใช่ ผมว่าแม่ไม่ทำเรื่องบ้าๆแบบนี้หรอก” ธีระ เห็นพยาบาลเดินออกมา รีบเข้าไปถาม “ตอนนี้แม่ผมเป็นไงบ้างครับ”

“รอสักครู่นะคะ ตอนนี้คุณหมอกำลังดูอยู่”

พิมโทร.เข้ามาถามอาการ ธีระตอบอย่างร้อนใจว่ายังไม่รู้ ตนคงต้องรอฟังหมอก่อนถึงจะกลับไปได้ พิมบอกพจกับสุนีย์ตามที่ธีระบอก แต่ในใจเป็นกังวลไม่น้อย... แดงเตือนธีระให้กลับไปแต่งงานให้เรียบร้อย ทางนี้ตนจะดูแลและส่งข่าวเอง ธีระลังเล พอจะเดินไป หมอก็ออกมาถามว่าใครเป็นญาติจินดา ธีระรีบแทรกตัวผ่านแดงกับกบไปบอกหมอว่าตนเอง

“ตอนนี้คุณแม่คุณหัวใจเต้นไม่ปกติ”

“อันตรายมั้ยคะ”

“ก็...อยู่ในขั้นวิกฤติ ตอนนี้คลื่นไฟฟ้าในหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ มีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้”

ธีระหน้าซีด กบถามว่าควรทำอย่างไรต่อไป หมอให้เฝ้าดูอาการ 24 ชั่วโมง หมอให้ยาปรับการเต้นของหัวใจอยู่ ธีระถาม

“หมายความว่า ปุบปับแม่อาจจะเป็นอะไรก็ได้งั้นหรือครับ”

“ใช่ครับ ตอนนี้ผมแจ้งให้ทราบในขั้นต้นก่อน” หมอพูดจบเดินกลับเข้าไป

ธีระโทร.บอกพิม ขณะนั้นบรรดาแขกผู้ใหญ่

มากันหลายราย ต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ธีระบอกพิมให้เรียนทุกท่าน ถึงอาการของแม่ตามที่หมอบอก

“ช่วยเรียนคุณพ่อคุณแม่ทีนะ ว่าผมจำเป็นจริงๆ

ผมต้องอยู่ดูแลแม่ เพราะเขาต้องการการตัดสินใจ”

“ให้พี่แดงกับพี่กบอยู่ก่อนไม่ได้หรือคะ”

“ไม่ได้หรอกพิม ผมอยากอยู่ เพราะผมต้องรู้ว่า

เราจะตัดสินใจรักษาท่านด้วยวิธีไหนต่อไป”

“แล้วงานแต่งล่ะคะ...”

“อย่าโกรธผมเลยนะ ผมเข้าใจความรู้สึกคุณดี แต่ผมทิ้งแม่ไปไม่ได้จริงๆ”

พิมวางสายน้ำตาไหลนองหน้า สุนีย์กับพจเข้ามาถามว่าธีระจะมาหรือยัง เธอได้แต่ส่ายหน้าวิ่งร้องไห้ออกไป บรรดาเพื่อนๆ ส่ายหัว ตบหน้าผาก ด้วยความรู้สึกว่าอีกแล้วหรือ

ooooooo

หมออนุญาตให้เข้าเยี่ยมจินดาได้ แต่เธอยังไม่พ้นขีดอันตราย ทุกคนเข้ามาเห็นจินดานอนนิ่งใส่บล็อกคอ มีเครื่องช่วยหายใจสายระโยงระยาง  ไตรตั้นร้องไห้ถามแดงว่ายายจะตายไหม ธีระน้ำตาไหลริน

“แม่ แม่ต้องไม่เป็นอะไรนะ ผม พี่แดง พี่กบแล้วก็หลานอยู่ข้างๆแม่นะ แม่ต้องไม่เป็นอะไรนะ”

ด้านพิม กลับบ้านร้องไห้แทบขาดใจ ครั้งนี้พจ

กลับช่วยสุนีย์ปลอบลูกและแก้ตัวแทนธีระ ว่าเรื่องเจ็บป่วยมันเลือกเวลาไม่ได้ พิมเชื่อว่าจินดาแกล้งเพราะไม่อยากให้แต่งงานกัน

“อย่าพูดอย่างนั้นสิลูก มันไม่ดี ใครจะกล้าเสี่ยงชีวิตแกล้งหงายหลังตกบันได พวกเราก็เห็นอยู่กับตา” สุนีย์ปราม

“นั่นสิ พ่อก็เห็นด้วยกับแม่นะ แม่เขาไม่ได้แกล้งหรอก มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ พ่อว่าลูกอย่าไปคิดอะไรให้มันมากเลย แล้วพรุ่งนี้ก็ควรจะไปเยี่ยมแม่เขาซะหน่อย”

“หนูไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับหนู”

“เอาน่า แม่รับรองครั้งที่สามต้องไม่มีอะไรผิดพลาดแน่”

“ใช่ ถ้ามีอะไรผิดพลาดอีก พ่อว่าลูกไม่ต้องแต่งมันแล้ว”

พิมมองหน้าพ่อกับแม่ น้ำตาไหลพราก

แล้วในคืนนั้น จินดาฟื้นขึ้นมา หมอกับพยาบาลเช็กร่างกาย ถึงออกมาบอกทุกคนว่า คลื่นหัวใจคนไข้อยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว แต่ยังต้องดูอาการอีกสองสามวัน เพราะมันอาจจะเป็นขึ้นมาอีกได้ ทุกคนดีใจ ธีระเข้ามาหาจินดา กุมมือเธอปลอบว่าไม่เป็นอะไรแล้ว

“ธี แม่คิดว่าแม่จะไม่ได้กลับมาเห็นหน้าลูกซะแล้ว”

“ไม่หรอก แม่ต้องอยู่กับผมไปนานๆ หมอบอกว่าอีกสองวันแม่ก็กลับบ้านได้แล้ว”

“ทำไมอยู่ๆ แม่ถึงเป็นโรคหัวใจ”

“หมอบอกมันเป็นเพราะวัยน่ะแม่ คนแก่ส่วนใหญ่ก็มีโอกาสเป็นได้ ผมว่าแม่อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะ แม่เพิ่งฟื้น นอนพักซะ เดี๋ยวตื่นมาค่อยคุยกัน”

จินดาพยักหน้า ธีระเดินออกไป เธอเรียกเขาแล้วเอ่ยเศร้าๆ “ลูกอย่าทิ้งแม่ไปนะ”

“ผมไม่ไปไหนหรอกครับแม่ แค่ออกไปนั่งข้างนอก ในนี้เขาไม่ให้ญาติอยู่”

จินดาพยักหน้ายิ้มจางๆ ธีระออกมาได้ก็โทร.

หาพิม เพื่อบอกเธอว่าแม่ปลอดภัยแล้ว ตนขออยู่เฝ้าแม่ พิมสะกดกลั้นความน้อยใจเสียใจ ฟังเขาและบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะไปเยี่ยม...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น พิมมาถึงหน้าห้องไอซียู เห็นธีระนั่งหลับจึงเข้ามานั่งข้างๆ ค่อยๆ ปลุกเขา ธีระตื่นมายิ้มให้ แล้วพาเธอเข้าไปเยี่ยมจินดา พิมมองจินดาที่ยังหลับ นึกถึงคำพูดของไตรตั้นที่บอกว่า คุณยายไม่อยากให้แต่ง และคำเตือนของพ่อที่ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เธอพยายามข่มใจไม่คิดในทางร้าย ถามธีระว่าหมอให้กลับบ้านได้เมื่อไหร่ เขาตอบว่าอีกสองสามวัน
เธอชวน

“ออกไปข้างนอกดีกว่า พิมไม่อยากรบกวนท่าน” พิมหันมองจินดาอีกครั้งอย่างสงสัย

พิมบอกว่าพ่อกับแม่จะมาเยี่ยมตอนเย็น ธีระถามว่าท่านโกรธตนมากหรือเปล่า เธอส่ายหน้า เขาขอโทษที่เกิดเรื่องขึ้นอีก

“ธีคะ...คุณแน่ใจมั้ยคะว่า คุณแม่เป็นโรคหัวใจจริง”

“จริงสิ ก็หมอบอกอย่างนั้น ทำไมพิมถามแบบนี้...

นี่พิมคิดว่าแม่ผมแกล้งงั้นหรือ”

“พิมก็ไม่อยากคิดอย่างนั้นหรอกนะคะ แต่ทำไมแม่คุณต้องบังเอิญเป็นตอนวันแต่งงานของเราอีกแล้ว”

“เฮ้ย พิม คุณก็เห็นกับตานี่ว่า แม่ผมหงายหลังตกบันไดไป แล้วตอนนี้แม่ผมก็นอนอยู่ในไอซียู ผมว่าคุณอคติกับแม่ผมเกินไปแล้ว”

“ไม่ใช่นะธี”

“ผมเสียใจจริงๆ ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะมีความคิด แบบนี้” ธีระโกรธเดินหนี

“เดี๋ยวสิธี...” พิมคว้าแขนเขา

“ผมว่าเราอย่าคุยกันเลย ผมขอตัว” ธีระดึงแขนออกเดินไป พิมมองตามอย่างเสียใจ

ธีระเข้ามามองแม่ที่ยังหลับ พยายามสลัดความโกรธออกจากหัวสมอง จินดาตื่นขึ้นมาขอน้ำกิน เขาประคองแม่ขึ้นดื่มน้ำ ส่ายหัวให้ลืมคำพูดของพิม...

พิมมาปรับทุกข์กับเพื่อนแอร์ด้วยกัน ต่างคนต่างออกความเห็น บางคนเห็นด้วยว่าจินดาแกล้ง บางคนแย้งไม่น่ายอมเสี่ยงชีวิตด้วยการกลิ้งตกบันไดแบบนั้น เป๊บออกความคิดเห็นว่า

“งั้นเอาอย่างนี้ เราก็มาพิสูจน์กันอีกครั้ง”

“พิสูจน์ยังไง” พิมย้อนถาม

“ก็แต่งเป็นครั้งที่สาม ถ้าแม่กัปตันไม่สบายอีกก็แสดงว่า เขาไม่อยากให้กัปตันแต่งกับพี่พิมจริงๆ”

แหม่มกับอุ๋มเห็นด้วย กุ๊กให้พิมเริ่มต้นด้วยการไปง้อธีระ พิมอ่อนใจขออย่าให้สิ่งที่ตนกลัวเป็นจริง

ooooooo

ให้เผอิญ คิตตี้มาเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลเดียวกัน จึงเจอกับธีระเข้าพอดี เธอตามเข้าไปเยี่ยมจินดา ซึ่งออกจากห้องไอซียูมานอนห้องพักคนไข้

“แม่ ดูสิว่าใครมาเยี่ยม”

จินดาเพ่งมอง คิตตี้รีบถามว่าจำตนได้ไหม ตนเคยเป็นแฟนกับธีระ

“อ๋อ จำได้แล้วลูก แล้วไปไงมาไงถึงมาเจอกัน”

“หนูมาเยี่ยมเพื่อนน่ะค่ะ เลยเจอพี่ธี แล้วคุณแม่เป็นไงคะ”

“ดีขึ้นแล้วลูก แล้วนี่หนูแต่งงานรึยัง”

“ยังเลยค่ะ รอพี่ธีอยู่เนี่ย” คิตตี้ชำเลืองมองธีระ

“ถ้ารอพี่คงไม่ได้แต่งแล้วล่ะ”

พลัน พิมเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา เธอชะงักเมื่อเห็นคิตตี้ “ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่ามีแขก”

แขกที่ไหนกันล่ะคะ พี่พิม คิตตี้เองค่ะ จำคิตตี้ได้มั้ยคะ”

พิมมองหน้าธีระ เขาจึงบอกว่าที่เธอคุยโทรศัพท์ด้วยวันก่อน พิมพยักหน้าจำได้แล้ว และหันมาสวัสดีจินดา ถามไถ่อาการ

“ดีขึ้นมากแล้วลูก เห็นหมอบอกว่าพรุ่งนี้จะให้กลับบ้าน”

ธีระถามจริงหรือ จินดาให้ถามหมอดูอีกที คิดตี้ จับมือธีระลากลับ พิมมองอย่างไม่สบอารมณ์ คิตตี้ลาจินดาแล้วบอกลาพิมก่อนจะเดินไป จินดาหันมาคุยกับพิม

“แม่ขอโทษนะหนูพิม ทำให้งานแต่งหนูล่มอีกแล้ว”

“ไม่ใช่ความผิดของคุณแม่หรอกค่ะ”

จินดายิ้มขอบอกขอบใจ พิมสบตาธีระ ทั้งสองออกมาคุยกันนอกห้อง พิมขอโทษเขาที่พูดไม่ดีวันก่อน ธีระตอบว่าตนรู้ว่าเธอเครียด เป็นใครก็ประสาทเสียทุกคน ธีระจูบหน้าผากพิมแล้วเลื่อนจะจูบปาก พิมยกมือกันไว้

“เดี๋ยวค่ะ แล้วแฟนเก่าธีมาเยี่ยมคุณแม่ได้ไง”

ธีระบอกตามความเป็นจริง เขารู้ว่าเธอหึง จึงดึงเธอมากอดและย้ำว่าตนรักเธอคนเดียว...

วันต่อมา ธีระพาจินดากลับบ้าน แดงถือของลงจากรถมาวางให้ จินดาบอกลูกๆให้กลับไปทำงาน ตนไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ทันไร กลุ่มเพื่อนๆ ถือของมาเยี่ยม พอเห็นธีระก็กรี๊ดกร๊าดเป็นสาวๆ ขอถ่ายรูปไปอวดหลานๆ กันใหญ่... แดงกับธีระเดินออกมาจากบ้าน แดงถามเรื่องแต่งงานจะเอาอย่างไร ธีระถอนใจไม่รู้เหมือนกัน เกรงแขกจะเบื่อ

ใหญ่ ช้อย และภา นั่งล้อมวงซักถามจินดา ทำไมกล้าลงทุนทำขนาดนี้ ไม่กลัวตายจริงหรือ จินดาเอ็ดให้เบาๆ และปฏิเสธเสียงแข็งว่าตนไม่ได้แกล้ง เพื่อนๆ ไม่อยากเชื่อ เพราะเห็นวางแผนจะล้มงานแต่งลูก

“ใช่ แต่ยังไม่ทันเข้าแผน กะว่าเข้างานจะล่อทองหยอดฝอยทองให้มันช็อกคางาน ดันมาวูบซะก่อน”

“โอ๊ย เดชะบุญนะเนี่ยที่ไม่คอหักตาย” ช้อยถอนใจ

“เห็นมั้ย ฉันบอกไม่เชื่อว่าบาปกรรมมีจริง แค่พี่จินคิดจะล้มงานแต่งลูก พระท่านเลยผลักตกบันได” ภาตำหนิ

อรซึ่งแอบฟังอยู่ตกตะลึง “นี่คุณยายไม่ชอบคุณพิมขนาดนี้เลยหรือ ฮึ่ย น่ากลัวจริงๆ”

ช้อยหันมาเห็นอร จึงเอ็ดมาแอบฟังอะไร อรปฏิเสธว่าไม่ได้ฟัง แค่จะมาถามว่า ต้องการอะไรบ้าง ช้อยจึงส่งถุงอาหารให้ไปใส่จาน

ooooooo

ตอนที่ 3

เมื่อง้อพิมสำเร็จ ธีระเอาใจพากันไปเดินช็อปปิ้ง แต่ในใจเขาอดห่วงแม่ไม่ได้ พิมเริ่มรู้สึกว่าเขาไม่สนใจในสิ่งที่เธอชี้ชวนให้ดู จึงลองถามว่าคุยกับสถาปนิกเรื่องบ้านหรือยัง เขาอึกอักก่อนจะตอบว่ายัง เพราะมัวยุ่งกับเรื่องแม่ พิมให้จัดการเสีย กว่าจะปลูกเสร็จก็เป็นปี

“หรือว่าเราไม่ต้องปลูกดี” ธีระหยั่งเชิง

“อ้าว ทำไมล่ะคะ”

“ผมมาคิดๆดู แม่ผมก็ไม่สบายอยู่บ่อยๆ แล้วไม่มีใครอยู่กับแก นอกจากเด็กรับใช้ ผมก็เลยคิดว่า หรือเราควรจะไปอยู่บ้านแม่ ผมจะได้ดูแลแกได้...พิมว่าไง”

“พิมอยากอยู่ส่วนตัวมากกว่า แล้วบ้านที่ปลูกใหม่อยู่ติดกัน ธีก็ไปดูได้ตลอดเวลานี่คะ”

“อืม...ก็ได้ งั้นพรุ่งนี้ผมจะคุยกับสถาปนิกแล้วกัน คุณดูของร้านนี้ก่อนนะ”

ธีระขอตัวไปซื้ออาหารมังสวิรัติฝากแม่ พิมมองกรอบรูปที่อยากได้อย่างถอนใจ เพราะธีระไม่สนใจเอาเสียเลย เธอครุ่นคิดสังหรณ์ใจบางอย่าง...

พิมเริ่มไม่มั่นใจในชีวิตคู่ของตน จนสุนีย์สังเกตเห็น เธอปลอบใจลูกว่าใครๆ ก็ต้องรักแม่มากกว่า พิมเข้าใจ แต่สำหรับธีระ เรื่องของแม่จะสำคัญมากกว่าทุกเรื่องเสมอ สุนีย์ปลอบ

“ก็ตอนนี้แม่เขาไม่สบาย ธีเขาก็ต้องให้ความสำคัญแม่เขามากกว่าหนูหน่อยนึง”

“มันไม่หน่อยนะคะแม่ หนูว่าเขาให้ทั้งหมดเลยไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม่เขาต้องมาก่อน”

“ถ้าใครได้ยินลูกพูดแบบนี้ เขาจะคิดว่าลูกอิจฉาแม่เขานะ”

“หนูไม่ได้อิจฉานะคะ หนูแค่อยากให้ธีแชร์ความรู้สึกให้หนูบ้าง”

“แม่ว่าเอาอย่างนี้ดีกว่ามั้ย ทางที่ดีหนูควรจะทำตัวให้ใกล้ชิดแม่เขามากกว่านี้ หนูจะได้รู้สึกเป็นส่วนนึงของครอบครัวเขา”

“มันจำเป็นด้วยหรือคะ”

“รู้มั้ยตอนแม่แต่งงานกับพ่อ แม่ต้องใช้เวลาพิสูจน์กับคุณย่าตั้งสิบปี กว่าคุณย่าจะยอมรับแม่ แม่ว่าตอนนี้ลูกกำลังรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินของครอบครัวเขา เชื่อแม่ เข้าไปใกล้ชิดแม่เขาสักนิด แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น”

พิมคิดตามแล้วรับปากว่าจะทำตามที่แม่บอก สุนีย์ดึงลูกสาวมากอด

ooooooo

วันต่อมา ธีระแวะมาดูแลจินดา จู่ๆเธอก็เอ่ยขึ้นว่า “แม่ว่าลูกอย่าแต่งเลยนะ ลูกแต่งทีไร แม่เข้าโรงพยาบาลทุกที สงสัยดวงแม่จะชงกับงานแต่งลูก”

ธีระปลอบไม่เกี่ยวกัน แม่แก่ลงสุขภาพก็ไม่แข็งแรงเป็นธรรมดา จินดาถามอีกถ้าคราวนี้ตนเป็นอะไรขึ้นมา เขารีบบอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะตนจะจ้างพยาบาลประกบไว้สองคน

เธอหน้าตึง “ไม่ว่ายังไงลูกก็ต้องแต่งใช่มั้ยล่ะ”

“ใช่ครับ คราวนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมก็จะไม่ล้มเลิกงานแต่งงาน”

จินดาข่มความไม่พอใจ บอกลูกว่าถ้าแม่ไม่ไหวอย่าว่าก็แล้วกัน ธีระรับรองว่าเธอต้องแข็งแรงในวันสำคัญของตน เพราะตนอยากให้แม่มาร่วมงาน เธอยิ้มจางๆบ่น ถึงตายก็ต้องไป...ก่อนกลับ ธีระแอบสั่งอรให้ดูแลแม่ดีๆ ห้ามให้ขนมหวาน อรยิ้มกริ่มเพราะได้เงินพิเศษ เธอเข้ามาดูแลจินดาตามปกติ แต่กลับโดนเธอเหวี่ยงอารมณ์ใส่อย่างไม่มีเหตุผล

ธีระแจกการ์ดให้เพื่อนร่วมงานอีกครั้ง ทุกคนถามเสียงเดียวกันว่า ครั้งสุดท้ายแน่นะ พิมลากกระเป๋าลงจากเครื่องเข้ามา ธีระถามเอาใจเหนื่อยไหม เธอตอบว่าเห็นหน้าเขาก็หายเหนื่อย

“นี่ซื้ออะไรมาเยอะแยะ”

“เป๋าฮื้อน่ะค่ะ พิมจะให้เด็กที่บ้านตุ๋นไปให้แม่ธี แล้วธีไม่ต้องห่วงนะคะ ระหว่างที่ธีไปบิน พิมจะไปดูแลคุณแม่แทนคุณ”

ธีระยิ้มดีใจที่คนรักเป็นห่วงแม่ของตน “ผมไปนะ เจอกันวันพุธ”

ต่างโบกมือให้กัน พิมยกถุงเป๋าฮื้อขึ้นมองยิ้มอย่างมั่นใจว่าจะทำให้จินดารักตนขึ้นบ้าง...

วันรุ่งขึ้น จินดาค้นสมุดโทรศัพท์ จนอรต้องถามว่าหาเบอร์ใคร เธอบอกว่าหาเบอร์คิตตี้ อรเปิดหน้าอักษรคอควายให้ อดถามไม่ได้

“เดี๋ยวค่ะคุณยาย คิตตี้นี่ใครคะ”

“แฟนเก่าคุณธีเขาสมัยเรียนหนังสือ”

อรแปลกใจจะโทร.หาทำไม จินดาเอ็ดไม่ใช่เรื่องอย่าสอด เธอกดโทรศัพท์คุยเจื้อยแจ้ว

“ช่วงนี้แม่อยู่บ้านคนเดียวเหงาๆ ตาธีเขาก็ไปบินไม่มีเพื่อนคุย อยู่ๆ แม่ก็คิดถึงหนูขึ้นมา ทำไมมันถึงรู้สึกผูกพันกับหนูก็ไม่รู้” อรมองหน้าจินดาอย่างสงสัยทำไมพูดแบบนี้

คิตตี้ดีใจ รับปากจะมาหาบ่ายนี้ จินดาขอบใจเสียงอ่อนเสียงหวาน จนอรหมั่นไส้กรายๆ

“นี่คุณยายมีแผนใช่มั้ยคะ”

“แผนอะไร...”

“ก็คิดจะยืมมือคุณคิตตี้ทำลายงานแต่งงานลูกชายเป็นครั้งที่สามใช่มั้ยคะ”

“แกนี่ก็ฉลาดไม่เบา ถ้าแกสวยกว่านี้ซักหน่อยฉันเอาเป็นลูกสะใภ้แล้ว” จินดาเยาะเดินไป

“คุณยายนี่ นางมารตัวแม่เลยนะเนี่ย” อรมองตามอย่างสงสารธีระกับพิมจริงๆ

ooooooo

ให้เด็กในบ้านตุ๋นเป๋าฮื้อเสร็จ พิมเตรียมจะเอา ไปให้จินดา สีหน้าเธอยิ้มแย้มจนพจอดแซวไม่ได้ หวังว่าคงไปได้สวยนะ สุนีย์มั่นใจ เมื่อพิมยอมเข้าหาแม่ธีระ ทุกอย่างก็จบ

ในขณะที่คิตตี้ซื้อของมากมายมาเอาใจจินดา แถมเลือกอาหารที่เหมาะสำหรับคนเป็นเบาหวานเสียด้วย อรมองคิตตี้อย่างชื่นชมว่าสวยจริงๆ

“พี่ธีไปบินหรือคะ”

“จ้ะ อีกสองวันกลับ”

“ถ้างั้นหนูจะมาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับคุณแม่ทุกวันเลยดีมั้ยคะ”

จินดาดีใจ พลันเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น เธอเรียกอร คิตตี้อาสาไปดูให้ พอเปิดประตู ต่างคนต่างชะงัก พิมถามว่ามาหาธีระหรือ

“อ๋อ เปล่าค่ะมาเยี่ยมคุณแม่ เห็นแกโทร.ไปหาบ่นว่าแกเหงา ไม่มีเพื่อนคุย ตี้ก็เลยมาเยี่ยม”

พิมหน้าเจื่อน คิตตี้เชิญให้เข้าบ้าน พิมสวัสดีจินดาอย่างนอบน้อม

“หวัดดีจ้ะลูก นี่ลูกไม่ได้ไปบินกับธีเขาหรือ”

“ค่ะ หนูเอาเป๋าฮื้อตุ๋นมาฝากคุณแม่ค่ะ”

“ต้องไปซื้อมาทำไมให้ยุ่งยาก แพงก็แพง”

“พอดีหนูไปฮ่องกงมา เห็นเขาว่าทานแล้วมันช่วยบำรุงสุขภาพน่ะค่ะ ทานเลยมั้ยคะ เดี๋ยวหนูใส่ชามให้”

“ยังหรอกลูก เอาเข้าตู้เย็นก่อนเถอะ คิตตี้ซื้ออาหารเวียดนามมาให้แม่”

อรถืออาหารมาวาง จินดาจึงให้เอาเป๋าฮื้อไปใส่ตู้เย็น คิตตี้เอาใจห่อแหนมเนืองให้เป็นคำๆ ป้อนจินดา เธอชมว่าอร่อยมาก คิตตี้รีบบอกว่าวันหลังจะซื้อก๋วยเตี๋ยวลุยสวนมาให้อีก เธอลูบหลังลูบไหล่ช่างเอาใจจริงๆ พิมน้อยใจรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน จึงลากลับ

“จ้ะ ขอบใจนะลูก อีกสองวันแม่จะกินเป๋าฮื้อของลูกนะ เพราะกว่าจะกินของหนูตี้ที่ซื้อมาหมด คงอีกหลายวัน”

คิตตี้แกล้งถามทำไมรีบกลับ พิมตอบอย่างไม่ค่อยพอใจว่ามีธุระ แล้วเดินออกไป จินดาเหลือบมองอมยิ้ม อย่างสะใจ...เสียงหัวร่อต่อกระซิกของจินดากับคิตตี้ดังตามหลังพิมออกมาถึงหน้าบ้าน เธอหันกลับไปมองน้ำตาคลอ

สุดท้ายพิมกลับมาบ้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัว พจกับสุนีย์แปลกใจเมื่อลูกสาวบอกว่าจินดามีแฟนเก่าธีระอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองเตือนลูกสาวอย่าเพิ่งโกรธให้ถามธีระให้รู้เรื่องก่อน

วันต่อมา คิตตี้ยังมาอยู่เป็นเพื่อนจินดา เอาอกเอาใจป้อนยาให้ทานจนเธอเปรย

“เสียดายจัง ถ้าหนูเป็นสะใภ้แม่ก็ดีสิจะได้ดูแลแม่ใกล้ชิด แม่จะได้หายจากเบาหวานความดัน”

“ใจจริงหนูก็อยากเป็นล่ะค่ะ แต่พี่ธีสิคะ เขาไม่ยอมเลือกหนู”

“แม่ก็ไม่อยากจะเม้าท์หรอกนะ” เข้าแผนจินดาทันที

“พูดมาเถอะค่ะ รับรองหนูไม่พูดให้ใครฟังหรอก”

“จริงๆแล้ว ตาธีเข้ายังไม่อยากแต่งงานหรอก ก็ผู้หญิงน่ะสิเขาเป็นฝ่ายเร่งรัดจะให้แต่ง”

“แต่หนูว่าแต่งก็ดีนี่คะ พี่ธีเขาก็รักกับคุณพิมมานานแล้ว”

“รักจริงรึเปล่าก็ไม่รู้”

“ทำไมคะ”

“ก็...บางที แม่เห็นธีเขาพูดถึงคิตตี้บ่อยๆ”

คิตตี้ตื่นเต้น จินดาพยายามพูดว่าธีระยังมีใจกับเธอ แต่พิมรบเร้าจะแต่งให้ได้ เขาเกรงใจไม่อยากให้ฝ่ายหญิงเสียหายจึงยอมเจ็บเพื่อคนอื่น คิตตี้ดีใจที่ธีระยังคิดถึงตน

“ไม่ใช่แค่คิดถึงนะ แม่ว่าเขายังรักหนูอยู่จริงๆ นะ”

อรแอบฟังด้วยความหนักใจที่จินดาพยายามทำให้เกิดเรื่องจนได้

ooooooo

ถึงวันธีระกลับ พิมนั่งรออยู่ที่คอนโดฯ เขาดีใจเพราะตั้งใจว่าอาบน้ำแล้วจะไปหา สีหน้าพิมดูเครียดว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เขาเข้าใจว่าเรื่องแต่งงาน แต่พิมสวน กลับเรื่องคิตตี้เขาชะงักงงๆ

“พิมอยากรู้ว่าธีคิดยังไงกับเธอ”

“เกี่ยวกับเรื่องอะไรผมไม่เข้าใจ”

“พิมไปเจอผู้หญิงคนนี้ที่บ้านแม่คุณ พิมอยากรู้ว่าเขาไปหาคุณแม่คุณทำไม”

“แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าเขาไปทำไม เขาอาจจะไปเยี่ยมแม่ก็ได้”

“แต่ก่อนหน้านี้พิมไม่เคยเห็นเขาเลย ทำไมช่วงนี้เขามาพัวพันกับคุณและคุณแม่”

ธีระพยายามบอกว่าทุกอย่างเป็นเรื่องบังเอิญ พิมย้อนถามว่าเธอมีแรงบันดาลใจอะไรถึงไปเยี่ยมจินดา เขามองหน้าพิมที่ดูเครียด “ผมรู้แล้ว นี่พิมกำลังหึงผมหรือ...ไม่เอาน่า ผมเคยบอกแล้วไงว่า ผมรักพิมคนเดียว อย่าคิดมากสิ”

“ต้องคิดมากสิคะ อยู่ๆ แฟนเก่าคุณก็มาป้วนเปี้ยนไปมาหาสู่คุณกับแม่”

“เขาอยากมาก็ช่างเขาสิ ผมไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว”

พิมถามย้ำว่าจริงหรือ ธีระตอบว่าหลับตายังนึกหน้าไม่ออกเลย เขากอดพิมขอตัวอาบน้ำก่อนแล้วไปทานข้าวกัน พิมเริ่มยิ้มออกมาอย่างสบายใจขึ้น...แต่แล้วไม่ทันไร คิตตี้มาเคาะประตูห้อง พิมเปิดรับตกตะลึง เธอยิ้มเจื่อนๆ ถามว่าธีระอยู่ไหม

“อยู่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรกับธีหรือคะ” พิมถามอย่างเคืองๆ

“คุณแม่ให้เอามะยงชิดมาให้พี่ธีค่ะ พอดีคุณป้าพี่ธีมาจากต่างจังหวัดก็เลยเอามาฝาก”

“นี่คุณอยู่บ้านแม่ธีทุกวันเลยหรือคะ”

“ค่ะ คุณแม่ไม่มีเพื่อนคุย ตี้ก็เลยแวะไปอยู่เป็นเพื่อนแกทุกวัน”

พิมประชดว่าดีนะ คิตตี้ไม่สนใจยังขอเข้าไปรอธีระในห้อง เข้ามาเห็นเครื่องบินเล็กๆ วางอยู่รีบหยิบขึ้นมาโอ้อวดว่า ลำนี้ตนซื้อให้เขายังเก็บอยู่อีก

“น่ารักมั้ยคะ พี่ธีเนี่ยโรแมนติกนะคะ เขาให้แหวนตี้ตอนวันเกิด ยังสลักที่หลังแหวนว่ารักเธอหมดหัวใจ...พี่พิมอยากดูมั้ยคะ”

“ไม่ล่ะค่ะ...” พิมคว้ากระเป๋าจะเดินออก คิตตี้รีบถามจะกลับแล้วหรืิอ เธอตอบห้วนๆ ว่ามีงาน ฝากดูแลธีระด้วย คิตตี้อมยิ้มโบกมือให้อย่างสะใจ

พิมเดินออกมาหน้างอบ่น นี่หรืิอที่บอกว่ารักตนคนเดียว...

ธีระอาบน้ำแต่งตัวเดินออกมาจากห้องนอนเห็นคิตตี้ก็แปลกใจถามหาพิม เธอตอบว่ากลับไปแล้ว เขารีบกดโทรศัพท์หา คิตตี้ชี้แจงว่าจินดาฝากมะยงชิดมาตนจะปอกให้ ธีระขอตัวโทรศัพท์ก่อน เขาถามพิมว่าทำไมรีบกลับ

“ก็คุณมีคนที่คุณรักสุดหัวใจอยู่ด้วยแล้วนี่ ฉันจะอยู่ทำไม” พิมตัดสาย

ธีระงงเกิดอะไรขึ้น เขาจะไปหาพิม คิตตี้ดึงไว้อ้างมีเรื่องจินดาจะบอก เขาชะงักรอฟัง เธอบอกเขาว่าจินดารู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง อยู่ไปวันๆ ชีวิตไม่มีค่า

“แม่พี่พูดอย่างงั้นหรือ”

“ใช่ค่ะ ตี้ว่าพี่ควรแวะไปคุยกับแกหรือไปทานข้าวกับแกซะหน่อยนะคะ อย่างน้อยแกจะได้รู้สึกว่าพี่ยังให้ความสำคัญกับแกอยู่”

ธีระตั้งใจจะไปพรุ่งนี้ คิตตี้เซ้าซี้ให้ไปวันนี้ เกรงว่าจะสายเกินไป เขาครุ่นคิดกังวลเช่นกัน...ส่วนพิม แม้จะงอนแต่ก็เฝ้ารอให้ธีระโทร.มาง้อ เมื่อเขาไม่โทร.มาเสียที จึงตัดสินใจโทร.เอง เผอิญจินดาเป็นคนรับสาย พอรู้ว่าเป็นพิมก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย

“อ้าว ว่าไงหนูพิม”

“นี่ธีเขาไปหาคุณแม่หรือคะ”

“จ้ะ เขามาทำกับข้าวกินกันกับคิตตี้น่ะจ้ะ เห็นกำลังทำบาร์บีคิวกันอยู่ หนูจะมากินด้วยมั้ย”

“ไม่ดีกว่าค่ะ”

“แน่ะ คิตตี้มาพอดี เดี๋ยวแม่จะให้คิตตี้เอาโทรศัพท์ไปให้ธีพูดกับหนูนะ”

“ไม่ต้องแล้วค่ะ หนูไม่มีอะไรจะพูดกับเขาแล้ว แค่นี้นะคะ” พิมวางสายน้ำตาร่วงเผาะ

จินดายิ้มสะใจ ธีระเดินเข้ามาถามว่าใครโทร.มา เธอตอบว่า “พิมจ้ะ แม่กำลังจะเอาโทรศัพท์ไปให้ลูก แต่เขาบอกว่าไม่ต้อง ทะเลาะอะไรกันรึเปล่าลูก”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ”

“เมื่อกี้แม่ก็ชวนเขามากินบาร์บีคิวกับเรา เขาบอกไม่เอา เฮ้อ เป็นคนแก่นี่มันแย่จริงนะ ไม่มีใครอยากกินข้าวด้วย”

ธีระแย้งไม่จริง อย่าคิดมาก คิตตี้รีบเอาใจตัก อาหารให้ทาน จินดาเปรยว่าวันนี้มีความสุข คิตตี้ยุให้ธีระมากินข้าวด้วยทุกวัน จินดาค่อนขอดเขาคงไม่ว่าง ธีระรีบบอกว่าได้ พรุ่งนี้ตนก็จะมา จินดาอมยิ้มนึกถึงพิมอย่างสะใจ

ooooooo

คืนนั้น ออกจากบ้านแม่ ธีระตรงมาหาพิม แต่เธองอนไม่ยอมลงมาพบ อ้างว่านอนแล้ว สุนีย์กับพจเห็นใจธีระ พจถามตรงๆ

“นี่กัปตัน เราพูดกันแบบลูกผู้ชายเลยนะ คุณกับผู้หญิงชื่อคิตตี้มีอะไรกันรึเปล่า”

“ผมเรียนตามตรงเลยนะครับ ผมไม่มีอะไรกับคิตตี้จริงๆ ครับ”

พจถามอีกว่าทำไมเธอถึงเข้ามาพัวพัน ธีระ อธิบายทุกอย่างเป็นเรื่องบังเอิญ พจเปรยบังเอิญบ่อยลูกสาวตนก็หวั่นไหว ธีระเข้าใจ ตนจะบอกคิตตี้ว่าไม่ควรเจอกันอีก พจให้เขาขึ้นไปบอกพิมเอง สุนีย์อึ้ง ไม่คิดว่าพจจะยอมให้ธีระขึ้นไปหาลูกสาวบนห้อง เขากลับโต้ว่า ถ้าไม่ให้ขึ้นไปก็ไม่ได้แต่งกันเสียที

พิมตกใจเมื่อรู้ว่าธีระขึ้นมาบนห้อง เธองอนไม่ยอมเปิดประตูออกมา ธีระบอกความจริงใจทั้งหมด พร้อมกับย้ำ

“ถ้าคุณไม่เชื่อ พรุ่งนี้ผมอยากให้คุณไปกับผม แล้วผมจะบอกเขาต่อหน้าคุณเลยว่า อย่ามายุ่งกับผม เพราะผมมีคนที่ผมรักมากที่สุดแล้วคือคุณ...นะพิมนะอย่าโกรธ พรุ่งนี้ผมจะมารับคุณ”

ธีระจะเดินกลับไป พิมเปิดประตูห้องออกมาถามว่ากี่โมง เขาดีใจหันมาบอกว่าสิบโมง จากนั้นขับรถไปหัวหินกัน พิมตกลง เขาขยับเข้ามาหาขอหอมที พิมปิดประตูใส่หน้า

“เอาไว้ให้คุณพูดกับเขาก่อน แล้วฉันถึงจะให้หอม”

ธีระส่ายหน้ายิ้มๆ ยอมกลับไป พิมแง้มประตูมอง แอบค้อนตามหลัง

ooooooo

วันต่อมา ธีระนัดคิตตี้พบที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เธอยิ้มแย้มหน้าระรื่นเข้ามา แต่พอเห็นพิมนั่งอยู่ด้วยก็ชะงัก ถามมีเรื่องอะไร ไม่เห็นบอกก่อนว่าพิมมาด้วย

“ค่ะ ธีเขามีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ แล้วก็อยากให้ฉันนั่งฟังด้วย”

คิตตี้ชักหวั่นใจถามว่าเรื่องอะไร ธีระเอื้อนเอ่ย “พี่อยากจะบอกตี้ว่า พี่กับพิมกำลังจะแต่งงานกันแล้วพิมเขาก็ไม่สบายใจที่ตี้มาเจอกับพี่บ่อยๆ”

“พี่พิมหึงตี้หรือคะ”

“ใช่ค่ะ เพราะคุณเองก็เคยเป็นอดีตคนรักเก่าของธี ฉันบอกตามตรงนะคะว่าฉันไม่ชอบ”

“แหม พี่พิมคิดมากไปรึเปล่าคะ ตอนนี้ตี้กับพี่ธีแค่คบกันแบบเพื่อน”

“จะคบกันแบบไหนฉันก็ไม่ชอบ เอาเป็นว่าฉันไม่อยากให้คุณมาพบกับธีเขาอีก หวังว่าคุณคงเข้าใจนะคะ”

“จะเอายังงั้นหรือคะพี่ธี” คิตตี้หันไปถามธีระหวังว่าคงปฏิเสธ

“ใช่ เพื่อความสบายใจของพิม แล้วก็ความบริสุทธิ์ใจของพี่”

คิตตี้หน้าเจื่อน ผิดหวัง “ไม่ยักรู้ว่าเดี๋ยวนี้พี่ธีกลัวผู้หญิงขนาดนี้”

พิมตัดบทหมดธุระแล้ว ชวนธีระกลับ เขาขอบใจคิตตี้แล้วเดินจากไปกับพิม คิตตี้เสียหน้ามาก ไหนจินดาบอกว่า เขายังรักตนอยู่...ธีระโอบกอดพิมพากันไปเที่ยว หัวหินต่อ สองคนนอนเล่นบนชิงช้า เขาถามเธอว่าเชื่อใจตนแล้วใช่ไหม เธอตอบว่ายัง มีผู้หญิงที่ไหนอีกสารภาพมาให้หมด เขาโอดโอยว่าไม่มีแล้ว ไม่รู้ว่าพิมจะขี้หึงเหมือนกัน

“ก่อนหน้านี้ก็หึง เพียงแต่ไม่เคยเห็นคุณให้ความสำคัญกับใครเท่ากับคิตตี้ แถมคุณแม่ยังชอบคิตตี้มากกว่า”

ธีระขอร้องอย่าไปสนใจเลย แต่พิมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าตนจะแต่งงานกับเขา ก็อยากให้แม่เขายอมรับตนอย่างจริงใจ ธีระปลอบไม่ต้องห่วง เพราะแม่เคยบอกว่าตนรักใครแม่ก็รักด้วย พิมขอให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ ธีระกอดเธออย่างหวงแหน...

หลังจากกำจัดว่าที่ลูกสะใภ้ออกไปได้ จินดาก็แปลกใจว่าทำไมคิตตี้ไม่มาหาอีก กำลังให้อรโทร.ตาม ธีระมาพอดีถามว่าแม่มีธุระอะไรกับคิตตี้ จินดาตอบว่าแค่แปลกใจทำไมวันนี้ไม่มา

“คิตตี้เขาคงไม่มาแล้วล่ะแม่”

“อ้าว ทำไมล่ะลูก ทะเลาะกันหรือ”

“เปล่าครับ ผมบอกคิตตี้ให้เลิกติดต่อกับผม เพราะพิมเขาไม่ชอบ”

“อะไรกัน นี่แฟนลูกถึงกับห้ามไม่ให้ลูกติดต่อกับใครเลยหรือ”

“พิมเขาหึงน่ะครับ แล้วผมเองก็ไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ”

จินดาบ่นว่าพิมยังไม่ทันแต่งก็ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ วันหนึ่งคงหึงแม้กระทั่งแม่ ธีระออดอ้อนไม่เป็นอย่างนั้น เพราะพิมรู้ว่าแม่สำคัญที่สุด แต่จินดาแย้งถ้าสำคัญจริง ทำไมตนบอกอย่าเพิ่งแต่งถึงไม่เชื่อ ธีระโอดโอยมันคนละเรื่อง เธอค้อนลูกชายขวับที่ทำเป็นไม่สนใจ...ก่อนกลับธีระแอบมาสั่งอร ถ้าคิตตี้มาอีกให้โทร.รายงาน ไม่ทันไร จินดาก็โทร.หาคิตตี้ แต่เธอไม่รับสาย พลันช้อยโทร.สวนเข้ามา นัดกินเลี้ยงวันเกิดใหญ่พรุ่งนี้ จินดายิ้มอย่างมีเลศนัยรับปากทันที

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ในห้องส่วนตัวร้านอาหารจีน ใหญ่ จินดา ช้อย และภา เฮฮากินไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน จินดาตั้งใจจะปรึกษาเพื่อนๆ เผอิญพิมพาพ่อกับแม่ออกมาทานร้านเดียวกัน เธอให้พ่อสั่งไปก่อน ตนขอตัวเข้าห้องน้ำ ผ่านห้องที่จินดาอยู่กับเพื่อนๆ ได้ยินเสียงคุ้นหู

ช้อยถามจินดา “แล้วเรื่องลูกชาย ตกลงยอมแพ้เขาแล้วใช่มั้ย”

จินดาตอบว่ายัง เพียงแต่คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรใช้แผนเดิมก็ไม่ได้ ใหญ่เตือนอย่าให้เสี่ยงอันตรายแล้วกัน จินดาว่าเรื่องนั้นตนไม่ได้ตั้งใจ แต่ถึงอย่างไร ตนก็ไม่ยอมให้ลูกชายแต่งงาน ขนาดเอาแฟนเก่ามาแกล้งยุให้ผิดใจ กะเต็มที่ว่าต้องทะเลาะแล้วเลิกกัน ยังไม่ได้ผล ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เพื่อนๆปรามว่าปล่อยให้เป็นเรื่องของหนุ่มสาวเถิด เธอค้าน

“ไม่ ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย ฉันจะไม่ยอมให้ลูกชายฉันแต่งงานกับใครทั้งนั้น”

พิมยืนฟังตัวชา จินดาลุกเดินออกมาเจอเข้าอย่างจัง ตกใจมากแต่กลบเกลื่อนทักทายแล้วขอตัวเข้าห้องน้ำ ในใจก็หวั่นแต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าพิมได้ยินจะได้รู้เสียทีว่าตนไม่อยากให้แต่งงาน

พิมยืนช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน เธอเดินกลับมาที่โต๊ะ พ่อแม่ แต่ไม่กล้าเล่าอะไรให้ฟัง ได้แต่ครุ่นคิดตามลำพัง ธีระโทร.เข้ามาพอดี เธอจึงนัดเจอเขากลับมาพรุ่งนี้มีเรื่องอยากคุยด้วย

วันใหม่ พิมยืนมองตู้ปลาที่อควาเรี่ยมแห่งหนึ่ง ธีระเข้ามาทักทายด้วยความคิดถึง สีหน้าเขาแช่มชื่น แต่พอเธอเกริ่นว่า เมื่อวานบังเอิญเจอจินดาในร้านอาหาร ท่านกำลังคุยกับเพื่อนๆไม่อยากให้เราแต่งงานกัน เขาก็สีหน้าหม่นลง ไม่ต้องการคุยเรื่องนี้อีก

“แต่เราต้องคุยค่ะ เพราะแม่คุณบอกเพื่อนๆว่า ท่านเป็นคนวางแผนเพื่อล้มเลิกงานแต่งของเรา แม้แต่เรื่องของคิตตี้ ท่านก็เป็นคนจัดการทั้งหมด ท่านต้องการให้คิตตี้เข้ามาแทรกระหว่างเรา เพื่อให้เราเลิกกัน”

“เอาล่ะพิม ผมเข้าใจเรื่องแม่แล้ว แต่ผมก็คิดว่าเราไม่ควรไปใส่ใจเรื่องพวกนี้ ขอแค่เรารักกันและเข้าใจกันก็พอแล้ว โอเคมั้ย”

“แต่ฉันว่ามันคงไม่จบง่ายๆแล้วล่ะค่ะ เพราะถ้าเราแต่งงานกันไปโดยที่คุณแม่ไม่เห็นด้วย เราก็จะไม่มีความสุขทั้งคู่”

“ไม่หรอกพิม ในเมื่อเรารู้ว่าแม่เป็นยังไง เราก็ไม่ต้องไปสนใจ”

“แน่ใจหรือคะว่าคุณจะไม่สนใจท่าน ถ้าวันแต่งงานเรา ท่านเกิดเข้าโรงพยาบาลขึ้นมาอีก คุณจะว่ายังไง คุณจะไม่ไปดูท่านหรือ”

ธีระตอบว่าไม่ แต่พิมไม่เชื่อ เขายอมรับว่ารู้เป็นแผนของแม่ จะไปทำไม พิมจึงถามอีกว่า ถ้าแต่งงานกันแล้ว เขาต้องไปเที่ยวไหนกับแม่โดยไม่มีตน หรือเพราะท่านไม่ชอบตน เขาตะล่อมเชิงให้ต่างคนต่างอยู่ แต่พิมรู้ซึ้งว่าเป็นไปไม่ได้ จึงลองถามเขาว่าเขาจะเลือก ตนหรือแม่ ธีระอึ้งไม่คิดว่าเธอจะยื่นคำถามแบบนี้ พิมเลือกเป็นคนจากเสียเอง แต่ก่อนไปเธอบอกเขาว่า เธอรักเขามาก มันคงไม่มีความสุขถ้าแม่เขาไม่ต้อนรับตน

“มันไม่มีทางอื่นอีกแล้วหรือพิม” ธีระใจหายวาบ

“มีค่ะ เอาไว้ให้ถึงวันที่แม่คุณไม่อยู่ คุณค่อยกลับมาหาฉันก็แล้วกัน” พิมเดินหันกลับน้ำตาริน ไม่ต่างจากธีระที่ยืนอึ้งน้ำตาไหลเป็นทาง...

จากวันนั้น ธีระก็เศร้าซึม คิดถึงความหลังตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกับพิม ครั้งแรกที่ได้บินเครื่องเดียวกัน เธอเอาเอกสารมายื่นให้เขาเซ็นชื่อเข้างาน เธอรายงานตัวว่า

“ดิฉันพิมอัปสรเป็นหัวหน้าแอร์เที่ยวบินนี้...กัปตันไม่ได้เซ็นคำสั่งให้ ดิฉันเลยต้องรอไม่สามารถปฏิบัติงานได้ค่ะ” พิมพูดเชิงตำหนิ

ธีระคิดๆบอกว่าตนเซ็นแล้ว พิมเอาหลักฐานมายืนยันว่าเขาลืม เขาหาว่าเธอทำรุนแรงถึงขั้นเอาหลักฐานมาเล่นงาน เธอกลับตอบอย่างแข็งขันว่า

“มิได้ค่ะ มันเป็นขั้นตอนที่ดิฉันต้องทำเพื่อไม่ให้ถูกตำหนิในฐานะเป็นหัวหน้า”

ธีระชอบใจกับการทำงานเข้มงวดของเธอ จึงยอมรับผิดว่าตนแก่แล้วก็มีลืมกันบ้าง เธอกลับโต้ว่า ยังไม่แก่ ยังหนุ่มแถมหล่อด้วย ทำให้เขาขำมองเธออย่างสนใจขึ้นมา หลังจากนั้น เขาก็คอยตอแยเธอแกล้งขอนั่นนี่ให้เธอบริการ เพื่อนๆแอร์เริ่มแซวว่าท่าทางกัปตันธีระจะสนใจพิม เธอเข้าใจว่า แกล้งแหย่เล่นมากกว่า แต่พอวันเกิดเธอ ธีระปรากฏตัวเอาของขวัญมามอบให้ ทำเอาเพื่อนๆ พากันอิจฉา นับจากนั้น เขาก็แสดงออกเต็มที่ว่าจีบพิม

พอต้องมาเลิกกัน ธีระก็เศร้า จินดาเข้ามาขอโทษที่เป็นต้นเหตุ ตนพร้อมจะไปขอโทษพิมให้กลับมา ธีระตอบว่า “ไม่ต้องหรอกครับ ผมบอกแล้วไงไม่ใช่ความผิดของแม่ เพราะผมรักแม่ ผมถึงเลือกที่จะอยู่กับแม่”

จินดาดีใจกอดลูกชายยิ้มตื้นตัน โดยไม่ได้สนใจว่าลูกเจ็บปวดขนาดไหน...ทุกครั้งที่ต้องเจอกันด้วยหน้าที่การงานพิมจะพยายามเลี่ยงหนี เพราะคิดว่าเสียใจตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่าแต่งแล้วต้องหย่ากันให้เจ็บปวดมากขึ้น ธีระมองพิมอย่างเสียใจ เธอช่างเข้มแข็งกว่าที่ตนคิด

ระหว่างการบิน วิทย์เหลือบมองธีระบ่อยๆ เขาจึงหันมาถามว่ามีอะไร วิทย์ถอนใจ

“ผมกำลังคิดถึงเรื่องชีวิตรักของกัปตันน่ะครับ มันเหมือนสุภาษิตที่เขาว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน คิดดูสิครับ กัปตันกับพี่พิมกำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว อีกแค่วันสองวัน อยู่ๆกลับไม่ได้แต่ง แล้วก็เลิกกันไปตลอดชีวิต”

“ยังไม่ถึงตลอดชีวิตหรอก”

“อาจจะมีลมพัดหวนหรือครับ”

“ผมเองก็ไม่รู้ บอกไม่ได้”

วิทย์ถามธีระว่าเฮิร์ตบ้างไหม เขาตอบตามตรงว่าเจ็บลึกๆ วิทย์เสนอให้หาคนใหม่มาดามใจ แต่ธีระกลับตอบว่า ตนชักกลัวผู้หญิงเสียแล้ว วิทย์รีบห้ามอย่าเพิ่งกลัว เขาจะต้องเจอผู้หญิงที่เข้าใจเขาจริงๆ พลันเสียงออดประตูดัง แอร์โฮสเตสยกถาดกาแฟมาให้ “กาแฟค่ะ กัปตัน”

ธีระหันมารับ เผอิญเครื่องตกหลุมอากาศ ทำให้เธอเซกาแฟกระฉอกใส่เขา เธอตกใจมาก

ooooooo

ตอนที่ 4

แอร์โฮสเตสที่ยกกาแฟมาให้ธีระแล้วเกิดเครื่องตกหลุมอากาศ กาแฟกระฉอกใส่เขา เธอตกใจอุทาน “อุ๊ย ขอโทษค่ะ อุ้มไม่ทันระวัง”

ธีระเงยหน้ามอง ตะลึงนิดๆเมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานของอุ้ม เขาปลอบเธอว่าไม่เป็นไร มันเป็นอุบัติเหตุ เธอรีบส่งผ้าเช็ดมือให้แล้วบอกว่าจะไปเอามาให้ใหม่ อุ้มเดินออกไป

“เป็นไงครับกัปตัน น้องใหม่ของเราสวยมั้ย” วิทย์ถามยิ้มๆ

“แอร์ใหม่หรือ...”

“ครับ เห็นว่าเคยบินพวกสายการบินยุโรป เพิ่งย้ายมาอยู่กับเรา สวยดีนะครับ”

ธีระพยักหน้ายิ้มๆ อุ้มกลับมาพร้อมกาแฟให้ธีระและวิทย์ เธอยืนลุ้นดูธีระดื่มแล้วถาม

“ใช้ได้มั้ยคะ เห็นพี่รัตบอกว่ากัปตันใส่เฉพาะนมอย่างเดียว ไม่รู้ว่ามันไปรึเปล่า”

“กำลังดีครับ”

อุ้มโล่งใจแล้วถามอาหารกลางวันจะรับอะไรกันบ้าง ธีระและวิทย์สั่งสิ่งที่ต้องการ อุ้มรับคำ ธีระมองวิทย์ที่ดูจะสนิทกับเธอเร็ว พอเธอออกไป เขาก็กระเซ้า

“คุณนี่ดูคล่องกับผู้หญิงนะ”

“ผมก็แค่ทำให้ดูกันเองน่ะครับ น้องเขาจะได้ไม่เกร็ง”

“ไม่ได้จีบเขาหรือ” ธีระหยั่งเชิง

“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่สเปก ผมชอบหมวยๆ หรือกัปตันสนใจ” วิทย์แย็บทันที

ธีระรีบบอกว่า ตนยังเข็ดผู้หญิงอยู่...อุ้มออกมาจัดอาหาร นุ้ยกับเป๊บรุมถาม

“กัปตันเป็นไงอุ้ม หล่อสมใจมั้ย”

“อืม...หล่อมาก สมกับที่คนเขาลือจริงๆ”

นุ้ยรีบยุ “ถ้าสนใจอย่าช้านะ เขาเพิ่งอกหักจากคนรักเก่าด้วย”

“ไม่ล่ะ มิอาจเอื้อมของสูง” อุ้มยังกล้าๆกลัวๆ

เป๊บบ่นถ้าตนยังไม่มีแฟน จะจีบแล้ว นุ้ยคะยั้นคะยอให้อุ้มตีสนิทกับธีระ อุ้มยิ้มอายๆพูดเล่นๆจะลองคิดดู... เป๊บกับนุ้ยเดินไป อุ้มพึมพำคนเดียว “ระดับกัปตัน เขาจะชอบเรารื้อ”

“ขอโทษครับ คุณอุ้ม” ธีระโผล่เข้ามา

“อุ๊ย...มีอะไรคะกัปตัน” อุ้มสะดุ้งเหลอหลาทำอะไรไม่ถูก

“ขอกาแฟอีกซักแก้วสิครับ แก้วเมื่อกี้อร่อยมาก” ธีระส่งถ้วยกาแฟคืนแล้วเดินเข้าห้องนํ้า

“หวังว่ากัปตันคงไม่ได้ยินที่เราพูดนะ ถ้าเกิดเขาได้ยินขึ้นมา เราแย่แน่” อุ้มบ่นอายๆ

ธีระออกมา อุ้มส่งถ้วยกาแฟใหม่ให้ เขาขอบคุณแล้วบอกว่า “อ้อ เมื่อกี้ผมได้ยินว่า...”

“หา...กัปตันได้ยินหรือคะ อุ้มพูดเล่นน่ะค่ะ”

“พูดอะไรครับ” ธีระจ้องหน้าอุ้ม

“แล้วกัปตันได้ยินว่าไงล่ะคะ” อุ้มเขิน

“ได้ยินโคไพลอทบอกว่าคุณเพิ่งย้ายมาทำงานกับเรา”

อุ้มถอนใจ ตอบว่าค่ะ จากนั้นธีระชวนคุย

จิปาถะ ก่อนกลับไปเขาหวังว่าจะได้ร่วมงานกันบ่อยๆ อุ้มมือไม้เย็น ยืนอึ้ง “นี่เราเป็นอะไรเนี่ย ทำไมมือเย็นอย่างนี้”

นุ้ยเข้ามาเรียก อุ้มสะดุ้ง นุ้ยตามให้ออกไปทำงาน อุ้มถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนเข็นรถออกไป

ooooooo

หลังจากดีใจที่ทำให้ลูกชายไม่ต้องแต่งงานได้ไม่เท่าไหร่ จินดาต้องหนักใจเพราะคิตตี้แวะเวียนมาไม่เลิก จนเธอเริ่มไม่พอใจ แถมคิตตี้ยังบอกว่า ตนกลับมาเพราะรู้ข่าวงานแต่งล่ม

“ถ้าหนูได้มาเป็นสะใภ้คุณแม่ล่ะก็ หนูจะดูแลคุณแม่ไปจนวันตายเลยค่ะ”

จินดาสำลักอาหารที่ทาน คิตตี้จะป้อนแหนมเนืองให้อีก เธอโบกมือพอก่อน คิตตี้พยายามเอาใจเปลี่ยนของกินให้ใหม่ จินดาเริ่มอึดอัดมากขึ้น มองอย่างไม่สบอารมณ์

วันต่อมา แดงกับครอบครัวมารับจินดาออกไปทานอาหารนอกบ้าน แดงถามแม่จะเอาแหนมเนือง ของชอบไหม เธอรีบบอกว่าไม่เอาเบื่อแล้ว กบเสนอกุยช่ายทอดของโปรดแทน จินดาส่ายหน้าไม่ชอบอีกแล้ว แดงเริ่มสงสัย

“แม่เป็นอะไรอีกเนี่ย ทำไมอารมณ์ไม่ดี”

ไตรตั้นโพล่งขึ้นมาอย่างเด็กๆว่า สงสัยน้าธีจะแต่งงานอีก กบเอ็ดลูกชายว่าผู้ใหญ่คุยกันอย่าแทรก แดงถามจินดาอีกครั้งว่าอารมณ์เสียเรื่องอะไร

“ก็แม่คิตตี้น่ะสิ จะมาเกาะแกะน้องชายแก”

“เรื่องนี้อีกแล้วหรือแม่” แดงอ่อนใจ

“เห็นมั้ยพ่อ ตั้นทายถูก”

กบเอ็ดลูกให้เงียบ แดงตำหนิแม่ “หนูว่าแม่เลิกยุ่งกับเรื่องของนายธีเขาซะเถอะ ที่เขาต้องเลิกกับพิมก็เป็นเพราะแม่นะ”

“นี่แกหาว่าฉันเป็นต้นเหตุทำให้เขาเลิกกันงั้นหรือ”

“ก็ใช่สิ ถ้าแม่ไม่เข้าไปยุ่งกับเขา ป่านนี้ธีมันก็แต่งงานกับพิมไปเรียบร้อยแล้ว”

“แกถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ ที่น้องแกมันเลิกกับแม่พิม เพราะเขาไปด้วยกันไม่ได้ ไม่ได้เกี่ยวกับฉัน”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว  หนูรู้นะว่าแม่สร้างเรื่องทุกอย่าง

แม่เป็นคนโทร.หาคิตตี้ให้เขาเข้ามายุ่งวุ่นวายกับธี แล้วแม่ก็...”

กบปรามแดง จินดาโวยให้พูดว่าตนทำอะไร  กบขอร้องอย่าทะเลาะกันเลย ทานอาหารดีกว่า จินดาเอ็ดตะโรใส่กบ ให้บอกแดงถอนคำพูด แดงโต้ไม่ถอน  ตนไม่ยอมแม่อีกแล้ว

“อ๋อ ใช่สิ เดี๋ยวนี้ฉันมันแก่ไม่มีความหมายแล้วนี่ แกมีลูกมีผัว แกไม่เห็นความสำคัญของฉันแล้ว” จินดาพาลไปกันใหญ่ โวยกบไม่รู้จักสั่งสอนเมียให้รู้ว่าใครแม่ใครลูก

จินดาลุกจะกลับบ้าน กบจึงอาสาไปส่ง แดงคิดว่าแม่ไม่กล้า บอกกบถ้าแม่อยากกลับให้ไปเอง จินดายิ่งโกรธ สะบัดหน้าเดินออก กบบอกไตรตั้นให้อยู่กับแม่ ตนจะ

ส่งยาย แดงห้ามแต่กบขอร้องอย่าให้รุนแรงอย่างนี้เลยเขาวิ่งตามออกมา  เห็นจินดาโบกแท็กซี่  แต่รถคงไม่ไป  เธอจึงบ่น ไม่รับคนแล้วขับมาหาหอกอะไร

กบเลื่อนรถมาจอดตรงหน้า ขอร้องให้จินดาขึ้นรถ ตนจะไปส่ง จินดามองว่าแดงไม่ได้ตามออกมาจึงยอมขึ้น ระหว่างอยู่ในรถ กบพยายามขอร้องจินดาอย่าโกรธแดง

“ถ้าแกเป็นฉัน แกไม่โกรธหรือ ฉันเป็นแม่มัน

แบกท้องมันมาตั้งเก้าเดือน เลี้ยงมันกว่าจะโตมาเป็นเมียแก หน็อย ทำปากกล้ามาด่าเรา”

“แดงเขาไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นหรอกครับแม่

เขาแค่อยากจะเตือนแม่”

จินดาปรี๊ดแตก หาว่ากบเข้าข้างแดง โวยวายให้จอดรถ ไม่อย่างนั้นจะโดดลง กบรีบจอดข้างทาง จินดาลงจากรถอย่างโกรธ โบกแท็กซี่ขึ้นไป กบส่ายหน้า นึกว่าแบบนี้จะมีแต่แม่ตน เขาเห็นว่าจินดาขึ้นรถแล้วไม่น่ามีอะไรจึงกลับไปหาลูกเมียที่ร้าน

ooooooo

ย่านช็อปปิ้งต่างแดน ธีระกับวิทย์เดินซื้อของระหว่างพักการบิน ธีระหยุดมองอุ้มเลือกซื้อของอยู่ในร้านช็อกโกแลต เธอหิ้วถุงออกจากร้าน ตกใจเมื่อเขาทัก

“อ้าว คุณอุ้ม ซื้อขนมหรือ”

“ค่ะ  ซื้อช็อกโกแลตไปฝากคุณแม่  คุณแม่อุ้มชอบทาน”

“เหมือนคุณแม่ผมเลย เมื่อก่อนผมก็ซื้อไปฝากทุกไฟลท์ แต่ตอนหลังท่านเป็นเบาหวานเลยไม่ได้ซื้อ”

“งั้นก็ซื้อคุกกี้ที่ผสมซินนามอนไปให้ทานมั้ยคะ เขาบอกว่ามันช่วยลดนํ้าตาลได้นะคะ”

ธีระชอบใจจะเข้าไปซื้อ เธอรีบบอกว่าร้านนี้ไม่มี ถ้าตนเจอจะซื้อมาให้ นุ้ยกับเป๊บเห็นสองคนคุยกันอย่างถูกคอก็ดีใจ ยิ่งวิทย์ตามมาสมทบ ต่างเห็นพ้องกันว่า น่าจะให้อุ้มดามใจธีระ ทั้งสามจึงวางแผนให้ทั้งสองทานอาหารเย็นด้วยกัน

ก่อนมื้อเย็น อุ้มคุยโทรศัพท์กับแม่บนห้อง เป๊บมาบอกเจอกันที่ร้านอาหาร อุ้มวางสายจากแม่ขอเข้าห้องนํ้าแล้วจะตามไป เป๊บรีบมาเจอกับนุ้ยและวิทย์ ต่างพยักหน้าให้กันแล้วเดินไป

ธีระนั่งคุยโทรศัพท์กับจินดาในร้านอาหาร เขารู้สึกว่านํ้าเสียงแม่ไม่ค่อยดี แถมเธอบ่นว่าเบื่ออาหาร เขาจึงบอกให้แดงพาไปหาหมอ จินดาขุ่นเคืองขึ้นมาทันที ปัดว่าแดงไม่มีเวลา

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะแม่ หรือว่าทะเลาะกัน”

“แม่จะไปทะเลาะกับใครได้ เดี๋ยวนี้พูดอะไรนิดพูดอะไรหน่อยก็ไม่เข้าหูเขา”

ธีระปลอบอย่าคิดมาก แดงรักแม่ จินดาสวนว่าไม่จริง คนที่รักตนมีเขาคนเดียว ธีระถอนใจเปลี่ยนเรื่องมาถามอยากได้ของฝากอะไรไหม เธอตอบไม่ต้องการ ขอให้เขากลับมาหาตนก็พอ ธีระเอ่ยรักแม่ก่อนจะวางสาย จินดาอิ่มเอมใจ

อุ้มเดินเข้ามาในร้านเจอธีระทักตามมารยาท ธีระชวนเธอนั่งร่วมโต๊ะ เธอบอกว่านัดกับนุ้ยและเป๊บไว้ เขาจึงบอกว่าเขาก็นัดวิทย์ จึงชวนนั่งด้วยกัน ไม่ทันไร ทั้งนุ้ยและวิทย์ต่างโทร.บอกว่า เจอเพื่อน ไม่มาทานด้วยแล้ว ทั้งสองสบตากัน อุ้มรีบขอตัวกลับไปทานที่ห้อง ธีระรั้งไว้

“คุณอยู่ทานเป็นเพื่อนผมแล้วกัน” เห็นอุ้มลังเลจึงแกล้งถาม “ทำไม กลัวแฟนจะว่าหรือ”

“เปล่าค่ะ อุ้มยังไม่มีแฟนค่ะ”

“งั้นก็นั่งทานเป็นเพื่อนผมได้สิ ผมก็ไม่มีแฟน สั่งอะไรเถอะ ผมหิวแล้ว”

อุ้มก้มหน้าดูเมนู ธีระเสนอชื่ออาหาร อุ้มตอบว่าได้หมด เขายิ้ม “คุณนี่น่ารักจริงๆ ถามอะไรกินได้หมด ทุกอย่าง”

อุ้มเขิน...ในขณะที่วิทย์ นุ้ย และเป๊บนั่งทานอยู่ด้วยกันอีกร้าน ทั้งสามคุยกันเรื่องของธีระกับอุ้ม เป๊บรับรองว่าอุ้มเป็นคนดีไม่มีที่ติ เพราะตนเป็นเพื่อนเรียนกันมา สมัยเรียนอุ้มไม่เคยมีแฟนทั้งที่มีคนจีบเยอะ เพราะช่างเลือก วิทย์ชอบใจทั้งสองต้องเข้ากันได้ดี เพราะธีระก็เพอร์เฟกต์ไม่มีตำหนิ ที่สำคัญทั้งสองรักแม่มากเหมือนกัน

ตลอดเวลาที่นั่งทานอาหาร ธีระมองอุ้มอย่างถูกใจ เขาเกริ่น “ผมถามอะไรอย่างได้มั้ย”

อุ้มมองเขินๆถามว่าอะไร ธีระถามว่า ทำไมผู้หญิงถึงรับไม่ได้ที่ผู้ชายรักแม่ อุ้มไม่เข้าใจ

“ก็สมมติว่าคุณมีแฟน แล้วแฟนคุณเขาให้ความสำคัญกับแม่เขา อาจจะมากเกินไปสักนิด คุณจะรู้สึกยังไงกับแฟนคุณ”

“อือ แล้วผู้ชายเขารักอุ้มมากหรือน้อยกว่าแม่เขาล่ะคะ”

ธีระตอบว่าเท่ากัน อุ้มแย้งเป็นไปได้หรือ เขาแปลกใจทำไมถึงไม่เชื่อว่ารักเท่ากัน อุ้มว่าถ้าเป็นตน ตนต้องรักพ่อแม่มากกว่าแฟน ธีระลองถามใหม่

“แล้วถ้าติดเกาะอยู่สามคน มีเรือมารับแต่ให้ไปได้แค่สองคน คุณจะเลือกไปกับใคร”

“อุ้มก็ต้องเลือกไปกับแม่สิคะ”

“ไหนบอกเหตุผลสิ ทำไมคุณถึงเลือกแม่ไม่เลือกผม...เอ่อ...ไม่ใช่ ผมหมายถึงแฟนคุณ”

“ก็แม่อุ้มช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นี่คะ แต่แฟนอุ้มเขาต้องช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่า แล้ววันนึงเขาอาจรอดชีวิตกลับมารักอุ้มได้อีก”

“อืม...เหตุผลของคุณก็ถูกนะ ถ้างั้นผมก็ไม่ผิดที่เลือกแม่ ขอบคุณนะ”

อุ้มงงขอบคุณเรื่องอะไร ธีระตอบว่าเรื่องติดเกาะ เขายิ้มที่เธอทำให้รู้สึกกระจ่างขึ้นมาก อุ้มทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจความหมาย ธีระชวนเดินย่อยอาหารกลับโรงแรม แต่ขอแวะซื้อกาแฟที่ร้านตรงหัวโค้ง อุ้มรับคำค่ะ ธีระยิ้มขำๆ

“ผมน่าจะมีแฟนแบบคุณนะ ที่พูดอะไรก็ไม่เคยขัดเลย” เห็นอุ้มอึกอักเขากระเซ้า “คุณไม่อยากมีแฟนเป็นกัปตันบ้างหรือ”

อุ้มตกใจไม่ทันตั้งตัว ถามอะไรนะ ธีระพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำอีกครั้ง อุ้มตาโพลงเขินอาย

“กัปตันอย่าเล่นมุกนี้เลยค่ะ นี่อุ้มก็อายจะแย่แล้ว” อุ้มเดินจ้ำนำหน้าเขาไป

“เดี๋ยวสิคุณอุ้ม นี่ผมไม่ได้เล่นมุกนะ” ธีระวิ่งตาม

“ถึงร้านกาแฟแล้วค่ะ กัปตันซื้อกาแฟก่อนนะคะ อุ้มหนาวขอกลับโรงแรมก่อนค่ะ”

อุ้มวิ่งข้ามถนนไป ธีระไม่อยากเชื่อว่ายังมีผู้หญิงแบบนี้ในยุคนี้อีก อุ้มหันมามองเขา จึงเดินชนเสาไฟ ธีระอ้าปากจะเตือนแต่ไม่ทัน อุ้มยิ่งอายก้มหน้าก้มตาวิ่งตรงไป ธีระยิ้มขำ เธอเดินลับตามาได้ ก็หยุดกุมหน้าผากพึมพำว่า...นี่เขาพูดเล่นหรือพูดจริงกับตนกันแน่

ooooooo

วันต่อมา แดงพยายามโทร.มาหาจินดา แต่เธอไม่ยอมรับสาย แถมนั่งกินไก่ย่างส้มตำอย่างเอร็ดอร่อย อรพยายามบอกให้คุยกับแดง เธอก็ไม่ยอม ตั้งแง่อย่าคิดจะมาง้อ

“ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมแม่ถึงเป็นคนแบบนี้นะ” แดงสบถ

กบปลอบอย่าไปโกรธคนแก่เลย คงอยากให้คนตามใจ แดงย้อน “แม่คุณก็เหมือนกัน นี่ดีนะที่ฉันไม่ยอมอ่อนข้อให้ ไม่ยังงั้นล่ะก็ คุณไม่มีวันได้แต่งกับฉันหรอก”

“เอาล่ะ ผมขอโทษ งั้นขอให้คุณจัดการกับแม่คุณให้เหมือนกับแม่ผมแล้วกัน” กบอ่อนใจ

จินดากินไก่ย่างทั้งที่หมอห้ามแล้วยังจะเอาลอดช่องน้ำกะทิอีก อรจัดให้อย่างไม่เต็มใจ พลันเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น จินดารีบสั่งอร ถ้าเป็นแดงมาให้บอกว่าตนไม่รับแขก...อรวิ่งมาเปิดประตู ปรากฏว่าเป็นคิตตี้ อรรายงานว่าจินดากำลังกินลอดช่องอยู่ คิตตี้เข้ามาถึง จินดาเห็นถึงกับสำลัก คิตตี้รีบเช็ดปากให้ และต่อว่า

“คุณแม่ขา ห้ามทานเด็ดขาดนะคะ นี่ค่ะทานผลไม้ดีกว่า หนูซื้อชมพู่มา อรจ๋าเอาไปล้างให้คุณยายที”

จินดาเอ่ยปากถาม มาทำไม คิตตี้รีบตอบว่ามาดูแลเธอ ตนบอกแล้วว่าจะปรนนิบัติจนกว่าจะตายจากกัน จินดาเริ่มเสียงขุ่น “ขอบใจนะ แต่ฉันว่า ฉันดูแลตัวเองได้”

“อย่าเกรงใจเลยค่ะคุณแม่ นี่ตี้กะว่าอาทิตย์หน้า ตี้จะเอาเสื้อผ้ามาอยู่ค้างกับคุณแม่ซะเลย จะได้อยู่กันอย่างใกล้ชิด คราวนี้พี่ธีก็จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงคุณแม่อีกต่อไปแล้ว”

จินดาอึ้ง อรอมยิ้มอย่างขำปนสะใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ที่ต่างแดน ธีระยืนเตร็ดเตร่อยู่หน้าโรงแรม วิทย์เดินออกมาถามไม่ไปซื้อของหรือ เขาตอบว่านอนไม่หลับจึงลุกมาเดินเล่น วิทย์รู้ทันชวนไปดูของเก่าที่ร้านกัน ธีระปฏิเสธ วิทย์แกล้งถามอีกว่าเมื่อคืนทานข้าวคนเดียวสนุกไหม ธีระทำหน้าเก้อเขิน

“อ๋อ เมื่อคืนเจออุ้ม ก็เลยกินกับอุ้มเขา”

วิทย์ถามว่าอุ้มเป็นอย่างไรบ้าง น่ารักไหม ธีระพยักพเยิดว่าก็ดี วิทย์ถามโพล่งออกมา

“หมายความว่ากัปตันชอบ”

“อ้าว ผู้หญิงสวยใครไม่ชอบ”

“ผมดีใจจริงๆครับ กัปตันจะได้หายอกหักซะที”

“คุณนี่มันรู้มากจริงๆ จะไปไหนก็ไปเถอะ”

วิทย์รีบเดินข้ามถนนไป สามสาวเดินคุยกันออกมา นุ้ยกับเป๊บยุอุ้มลองคบธีระอีกวัน พวกตนเชื่อว่าเขาสนใจเธอ นุ้ยชี้ให้ดูธีระซึ่งยืนรออยู่ อุ้มแย้งว่าเขารอวิทย์ เป๊บเข้ามาทักธีระและถามถึงวิทย์ เขาบอกว่าไปดูของเก่า เป๊บกับนุ้ยรีบบอกว่า

“งั้นไปดูของเก่ากับพี่วิทย์ดีกว่านะ นุ้ยฝากอุ้มด้วยนะคะกัปตัน”

“เฮ้ย เดี๋ยวสิ ฉันไปด้วย”

นุ้ยกับเป๊บถามจะไปทำไมในเมื่อไม่ได้ชอบของเก่า ให้ธีระพาเที่ยว สองคนวิ่งขึ้นรถประจำทางไป ธีระยิ้มๆถามอุ้มอยากไปไหน เธออึกอัก เขาเสนอไปหาซื้อชินนามอน ให้แม่ อุ้มพยักหน้า ธีระจึงคว้ามือเธอ อุ้มสะดุ้งมองมือ

“ผมจะจูงคุณข้ามถนน” แต่แล้วเขาก็ไม่ปล่อยมือเธอเสียที เข้าร้านนั้นออกร้านนี้

อุ้มเอ่ยขึ้น “กัปตันคะ กัปตันจะข้ามถนนอีกรึเปล่าคะ”

“ทำไม”

“ถ้าไม่ข้ามถนนก็ไม่ต้องจูงอุ้มแล้วล่ะค่ะ”

ธีระทำทีตกใจ “ขอโทษ ผมลืมไป นึกว่าจูงแฟนเดินอยู่...ผมหมายถึงแฟนคนเก่าน่ะ”

“อ๋อค่ะ...” อุ้มดึงมือออกแล้วชี้ชวนไปอีกร้าน...ธีระอมยิ้มชอบใจ ในท่าทีเขินอายของเธอ

วันต่อมา ทุกคนเดินทางกลับ นุ้ยกับเป๊บอดหยอกล้ออุ้มเรื่องธีระไม่ได้ ยิ่งเห็นสายตาที่เขามองเธอ อุ้มยิ่งอายก้มหน้าก้มตาลากกระเป๋าไปลานจอดรถ แต่แล้วกลับทำกุญแจรถหาย เธอพยายามรื้อค้นกระเป๋า ธีระขับรถมาจอดเทียบ พอรู้ว่าเธอทำกุญแจรถหายจึงอาสาไปส่งบ้าน อุ้มลังเลไม่อยากรบกวน แต่เขาลงจากรถมาขนของเธอใส่รถเขา

“เชื่อผมเถอะครับ ผมอยากไปส่ง จะได้รู้จักบ้านคุณด้วย”

อุ้มนั่งรถออกมาจากสนามบิน ธีระเอ่ยถามบ้านอยู่ไหน เธอบอกอยู่อัมพวา เขาหน้าเหรอ เธอรีบบอก “อุ้มถึงไม่อยากให้ไปส่งไงคะ มันไกลน่ะค่ะ เดี๋ยวลงทางด่วนแล้ว อุ้มลงก็ได้นะคะ”

“ผมทำยังงั้นไม่ได้หรอกครับ จะปล่อยให้ลูกน้องลงกลางทางได้ยังไง โดยเฉพาะลูกน้องสาวๆ ยิ่งอันตรายใหญ่...ผมพูดเล่นน่ะ ดีเลยครับ ผมไม่เคยไปอัมพวา

วันนี้จะได้ไปเที่ยวเสียที”

รถเลี้ยวเข้ามาจอดบ้านริมน้ำ อุ้มเชื้อเชิญให้ธีระลงมาทานน้ำก่อนกลับ พ่อกับแม่อุ้มออกมาต้อนรับ ต่างแปลกใจที่วันนี้ลูกสาวมีหนุ่มมาส่ง ธีระชื่นชอบบรรยากาศ ขอนั่งตรงระเบียงชมธรรมชาติ พ่อกับแม่แอบกระซิบถามลูกสาวว่าแฟนหรือ อุ้มรีบปฏิเสธ ธีระเห็นป้ายโฮมสเตย์

“ที่นี่เป็นโฮมสเตย์ด้วยหรือครับดีเลย งั้นคืนนี้ผมขอค้างสักคืนนะครับ”

“กัปตันคะ ที่นี่มันไม่สะดวกเหมือนโรงแรมในเมืองนะคะ” อุ้มแย้ง

แม่ให้ลองดูห้องก่อนมันทั้งเล็กและไม่มีแอร์ พ่อพาธีระไปดู เขาชอบ แต่อุ้มหนักใจ...

จินดาเห็นว่าบ่ายมากแล้ว ทำไมธีระยังไม่แวะมา เธอเป็นกังวล อรปลอบให้ทานข้าวก่อน ธีระอาจจะมาพรุ่งนี้ก็ได้...ในขณะที่ธีระอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสบายๆไปเดินเล่น อุ้มมาตามให้ไปทานข้าว แต่เห็นห้องปิดเงียบ เคาะเบาๆก็ไม่มีเสียงตอบ เธอแนบหูฟังสงสัยจะหลับ

“ผมไม่ได้หลับหรอกครับ” ธีระเดินมาด้านหลัง

อุ้มสะดุ้ง รีบบอกว่าแม่ให้มาตามไปทานข้าว ธีระชม “คุณนี่โชคดีจริงๆ มีบ้านอยู่ริมน้ำด้านหลังยิ่งสวยใหญ่เลย ตอนพระอาทิตย์จะตกดิน ผมว่าสวยกว่าเมืองนอกอีกนะ”

“กัปตันคงไม่ค่อยได้มาต่างจังหวัดมั้งคะ เลยชอบ แต่อุ้มอยู่จนชินก็ว่างั้นๆแหละค่ะ ไปทานข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด” อุ้มเดินนำเขาไป

บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารไทยๆน้ำพริก ผักต้ม แกงจืดตำลึงหมูสับ กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย และปูม้านึ่ง พ่อกับแม่เชื้อเชิญให้ธีระทาน พ่อออกตัวว่าน้ำพริกของแม่อุ้มเป็นที่หนึ่งในคลองนี้ ธีระชิมแล้วชมว่าอร่อยจริงๆ ธีระสังเกตเห็นอุ้มไม่ค่อยทานอะไร แม่แซว

“ยัยอุ้มเขากินน้อยค่ะ เขาบอกกลัวอ้วน ทำงานแล้วใส่ชุดไม่สวย”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ อุ้มไม่ค่อยหิว” อุ้มแก้ตัวเขินๆ

“คุณพ่อครับ ที่แถวนี้แพงมั้ยครับ”

“กัปตันชอบหรือครับ”

ธีระยอมรับว่าชอบอยากซื้อไว้สักแปลง พ่อบอกว่าหลังคลองบ้านกำนันเห็นว่าจะขาย พรุ่งนี้ให้อุ้มพาไปดู ธีระชอบใจตนอยากนั่งเรือเล่นอยู่แล้ว ธีระคว้าปูมาแกะอย่างชำนาญแล้ววางใส่จานให้อุ้ม แม่รีบบอกว่าอุ้มไม่ชอบทานปู

“งั้นผมจะจำไว้ว่าอุ้มไม่ชอบทานปู แล้วมีอะไรที่คุณอุ้มไม่ชอบทานอีก”

อุ้มเขินตอบว่าไม่มี พ่อกับแม่สบตากันอย่างสงสัยว่าธีระคงมาจีบลูกสาวแน่ พอดีจินดาโทร.เข้ามา ธีระรับสายบอกว่าตนมาทำธุระที่อัมพวา พรุ่งนี้ถึงจะแวะไปหา เขาถามแม่อย่างห่วงใยว่าทานอะไรหรือยัง เธอตอบว่าทานไม่ลง เป็นห่วงลูก

“แม่กินข้าวเถอะครับ ไม่ต้องห่วงผม พรุ่งนี้เจอกันนะครับ ผมรักแม่นะครับ”

อุ้มและพ่อแม่สบตากันอย่างชื่นชม ไม่ค่อยเห็นผู้ชายที่รักแม่ ธีระวางสายหันมายิ้มๆบอก

“คุณแม่ผมแกเป็นห่วง เห็นผมลงเครื่องแล้วไม่ไปหาแก...เผอิญพี่สาวผมแยกไปอยู่กับสามีน่ะครับ แม่ก็เลยต้องอยู่กับเด็กรับใช้ ผมเองก็มีงานตลอด ถ้าว่างก็ต้องให้เวลากับแกบ้าง”

“อย่างนี้แฟนไม่น้อยใจหรือกัปตัน” พ่อหยั่งเชิง

“ก็เป็นเพราะอย่างนี้แหละครับคุณพ่อ ผมถึงได้ไม่มีแฟน” ธีระตอบเศร้าๆ

“ยัยอุ้มก็เหมือนกัน แม่ก็อยากให้มีแฟนก็ไม่ยอมมี ติดพ่อติดแม่อยู่นั่นแหละ” แม่เปรย

อุ้มอ้อน ถ้าหาใครไม่เจอก็จะอยู่กับพ่อแม่ไปอย่างนี้ ธีระยิ้มอย่างเผยความรู้สึกว่าชอบอุ้มจนเธอเขิน

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ธีระเป็นคนพายเรือให้อุ้มไปดูที่ อุ้มแปลกใจที่เขาพายอย่างคล่องแคล่ว ธีระอวดว่าตอนเรียนคอร์สพายเรือ ตนได้เอ อุ้มถามการเป็นกัปตันต้องเก่งทุกอย่างเลยหรือ เขาตอบว่ามันเป็นความรับผิดชอบชีวิตผู้โดยสาร เธอลองถามอีกว่ามีอะไรที่เขาทำไม่เก่งบ้าง

“คงเป็นเรื่องจีบผู้หญิง”

อุ้มแย้งว่าไม่จริง ธีระยืนยันว่าจริง ไม่อย่างนั้นผู้หญิงคงไม่ทิ้งตนไป อุ้มปลอบว่าแค่คนเดียวมันวัดกันไม่ได้ ธีระทึกทักว่าอุ้มยอมให้ตนจีบ อุ้มสะดุ้งไม่ได้หมายความอย่างนั้น

“อุ้มหมายถึงว่ากัปตันยังมีโอกาสได้เจอคนอื่นอีก”

“แต่ถ้าผมบอกว่า ผมอยากเริ่มต้นใหม่กับคุณอุ้มได้มั้ยครับ...ถ้าอุ้มไม่รังเกียจ”

อุ้มทำตัวไม่ถูก ธีระรุกเร้าพยายามสบตาเธอ พลันอุ้มร้องขึ้นว่าเขากำลังจะชนพุ่มไม้ ธีระตกใจคัดท้ายเรือร้องบอกให้เธอหลบ เรือโคลงพลิกคว่ำ...อุ้มโผล่ขึ้นมาจากน้ำ ร้องเรียกธีระอย่างตกใจ เขาโผล่พรวดขึ้นมาตรงหน้าเธอ ต่างคนต่างถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ธีระยังไม่ลืมรบเร้าถามเธออีก ตกลงเธอให้โอกาสตนหรือเปล่า อุ้มสะเทิ้นอาย เขาเชยคางเธอขึ้นมาจะหอมแก้ม เธอเบนหน้าหนี ขอเวลาคิดสักหน่อย ธีระยิ้มดีใจ สองคนวักน้ำสาดใส่กันอย่างสนุกสนาน

ธีระพายเรือพาอุ้มกลับ ชาวบ้านร้องทัก พาแฟนเที่ยวหรือ อุ้มจะปฏิเสธแต่ธีระตอบแทนว่าใช่ครับ ทุกคนชื่นชมว่าเหมาะสมกัน ธีระบอกอุ้มว่าคนอื่นยังเห็นดี อุ้มเขินเตือนให้มองทางดีกว่าเดี๋ยวเรือจะล่มอีก ธีระหัวเราะอย่างมีความสุข

กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้า อุ้มนั่งยิ้มอยู่หน้ากระจก แม่เข้ามาถามธีระจีบใช่ไหม อุ้มส่ายหน้า

“อย่าปิดแม่เลย ถ้าไม่ชอบเขาจะตามลูกมาถึงที่นี่หรือ แม่ชอบเขานะ หน้าตาก็ดี พูดจาก็เพราะ นิสัยก็น่ารัก พ่อแกเนี่ยปลื้มใหญ่”

“หนูว่าแม่กับพ่ออย่าเพิ่งคิดอะไรเลยเถิด หนูกับเขาเพิ่งรู้จักกัน”

“แต่แม่ว่าคนนี้แหละใช่เลย เหมาะสมกับลูกที่สุด อย่าให้หลุดมือล่ะลูก” แม่รวบรัด

อุ้มอมยิ้มในใจเบ่งบาน...ธีระเก็บของลากกระเป๋าออกมา เขาลาพ่อกับแม่อุ้ม ต้องกลับไปหาจินดา ทั้งพ่อและแม่บอกให้เขากลับมาอีก ที่นี่ยินดีต้อนรับเสมอ อุ้มเดินตามมาส่ง ธีระเอ่ย

“จากนี้ไปผมจะโทร.หาคุณทุกวันเลยนะ”

“ก็...แล้วแต่กัปตันสิคะ ถ้าไม่กลัวเปลืองค่าโทรศัพท์”

ธีระถามวันบินของเธอ เธอตอบว่าพรุ่งนี้ เขาอาสามารับเพราะรถเธอยังจอดอยู่ที่สนามบิน พ่อกับแม่ยืนมองอย่างปลาบปลื้มใจ ทั้งสองดีใจลูกพบคนดีๆอย่างธีระ

ooooooo

เมื่อมาถึงบ้าน จินดาบ่นว่าแดงให้ธีระฟัง ไม่ทันไรคิตตี้หอบของกินเข้ามาทักทาย “หวัดดีค่ะพี่ธี พี่ธีคงไม่ว่านะคะที่ตี้มาเยี่ยมคุณแม่ เพราะตอนนี้พี่ธีเป็นโสดแล้ว”

“แต่แม่ว่าหนูไม่ต้องมาเยี่ยมแม่บ่อยๆหรอกนะ แม่เองไม่ได้เป็นอะไรแล้ว บางทีแม่ก็อยากจะพักผ่อน” จินดาโพล่งออกมา

คิตตี้ยิ้มหวานตอบว่าไม่ต้องเกรงใจ ตนบอกแล้วว่าจะดูแลเธอแทนธีระ จินดาเสียงขุ่น “ไม่ต้อง ฉันมีลูกชายดูแลฉันแล้ว เธอเองก็ไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน แล้วฉันก็ไม่ได้ชอบเธอ”

“แม่ ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ ตี้เขาเสียใจนะ” ธีระตกใจ

“ช่วยไม่ได้ ฉันเป็นคนพูดตรง เธอจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากับฉัน”

คิตตี้หน้าเสีย จินดาให้เอาของกลับไป เธอน้ำตาคลอคว้ากระเป๋าเดินออก ธีระต่อว่าแม่แล้ววิ่งตามไปขอโทษคิตตี้ เธอตอบว่าไม่เป็นไร ตนหวังดีเกินไป...ธีระกลับเข้ามาตำหนิจินดาที่ไล่คิตตี้ไปแบบนั้น จินดาโต้ว่าถ้าไม่ทำเธอก็มาวุ่นวายกับเขาไม่เลิก

“ลูกนึกว่าแม่คิตตี้เขาทำดีกับแม่เพื่ออะไร เขารักแม่งั้นหรือ พอเขารู้ว่าลูกเลิกกับยัยพิมก็เข้ามาเสียบทันที นี่ดีนะที่แม่รู้ทันเลยตัดบทไปซะก่อน”

“ผมว่าตี้เขาไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอกมั้ง เพราะก่อนหน้านี้เขาก็มาเยี่ยมแม่เพราะเป็นห่วง”

“แม่ว่าลูกยังอ่อนต่อโลกมากนะ ถึงไม่รู้มารยาหญิง”

อรแทรกขึ้นอย่างนี้ใช่ไหมที่เรียกว่าร้อยเล่มเกวียน จินดาถลึงตาใส่ ธีระอ่อนใจลากลับ อรถามจินดาจะให้เอาของที่คิตตี้ซื้อมาทิ้งไหม เธอตวาดให้เก็บไว้กินวันพรุ่งนี้

“แต่คุณยายไม่ชอบคุณคิตตี้ คุณยายจะกินของเขาลงหรือคะ” อรแหย่

จินดาเอ็ดว่าอย่าสอด อรพึมพำ...คุณยายนี่สารพัดพิษจริงๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563

07:01 น.