ตอนที่ 2
ลงจากเครื่อง ขณะมารอรับกระเป๋าเดินทางนั้น รัตติกาลมองหาตะวันฉายอย่างกังวลจนเห็นเขากำลังเข็นกระเป๋าตัว เองออกไป เธอผละจากตรงนั้นเดินอ้าวตามไป แมรี่ถามว่าจะไปไหน ก็พอดีกระเป๋าเวียนมาถึง เลยต้องรีบวิ่งตามกระเป๋าไป
รัตติกาลจํ้าพรวดๆ เข้าไปหาตะวันฉาย ร้องเรียก “นายอาร์ตตัวพ่อ” เลยถูกเขาหันมาร้องถาม “ยัยเซ็กซี่ตัวแม่ ยังไม่ไปอีกเหรอ” เท่านั้นไม่พอยังพูดกวนประสาทว่าอย่าบอกนะ ว่าติดใจตน
เลยเกิดการจิกแขวะกันตามประสา ตะวันฉายอวดอ้างว่าตนเป็นคนช่วยให้เธอไม่ตาย ส่วนรัตติกาลก็ลอยหน้าบอกว่าตนไม่เชื่อเรื่องดวง เถียงสู้ตะวันฉายไม่ได้ก็พุ่งเข้าไปกระทืบเท้าเขา ถูกตะวันฉายเอ็ดตะโรว่า โรคจิต หน้าตาสวยแต่อยู่ใกล้แล้วสยอง เลยเรียกว่า “แบบนี้มันสวยสยองนี่หว่า”
ที่แท้รัตติกาลตามมาขู่ห้ามเขาเอาเรื่องบนเครื่องบินไปปูดที่ไหน ขืนทำระวังจะโดนเชือด
“ไม่ต้องห่วง ผมไม่ใช่พวกบ้าดารา แล้วผมก็ไม่ได้ กลัวคำขู่ของคุณด้วย คุณเองต่างหากที่ต้องระวังตัว กลับบ้านไปหัดทำบุญเยอะๆ เก้าวัดไม่พอก็ทำมันร้อยวัดเลย อ้อ...แล้วก็หานํ้ามนต์มาอาบกับบ้วนปากด้วยนะ เผื่อจะพ้นเคราะห์ไม่ต้องพึ่งดวงคนอื่น”
ขณะทั้งคู่กำลังโต้เถียงกันจนเอ็นคอขึ้นนั่นเอง แมรี่ ก็เข็นรถขนกระเป๋าเข้ามาบอกรัตติกาลว่าให้รีบไปเถิดเพราะ เห็นพวกนักข่าวมาดักรอกันเต็มเลย พลางทิ้งสายตาให้ตะวันฉายถามรัตติกาลว่าใครหรือหล่อจัง รัตติกาล
ฉวยโอกาสด่าส่งท้ายว่า พวกโรคจิต แล้วชวนแมรี่รีบไปกัน
“ยัยสวยสยองเอ๊ย...” ตะวันฉายพึมพำทำหน้าละเหี่ยแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง พลันก็ชะงักกึกถอยกรูด เมื่อเห็นหนูดี ลูกสาวนักการเมืองผู้มากอิทธิพลทำตัวแอ๊บแบ๊วตลอดเวลาที่คุณหญิง ภัทราหมายตาไว้เป็นสะใภ้ ตะวันฉายหลบแว้บอย่างชำนาญเป็นพิเศษ พึมพำกับตัวเอง
“ซวยแล้วเรา”
ooooooo
รัตติกาลเดินระเหิดระหงมาทางกลุ่มนักข่าว ถูกนักข่าวกลุ้มรุมกันยิงคำถามอุตลุดเรื่องเกิดอุบัติเหตุบน เครื่องบิน จนเครื่องเกือบจะตก นั่นอาจจะเป็นเพราะคำทำนายของหมอดูตาทิพย์หรือเปล่า
“ไม่ใช่อุบัติเหตุอะไรใหญ่โตหรอกค่ะ แค่เจอพายุธรรมดาแค่นั้นเอง หมอดูก็คู่กับหมอเดา เขาอยากดังเลยหาเรื่องทำนายมั่วๆมากกว่า รติขอตัวนะคะ”
รัตติกาลขอตัวแล้วเดินฝ่าวงล้อมของพวกนักข่าวไป แมรี่รีบมาดักพวกนักข่าวที่จะตามไป แหลกับพวกนักข่าวว่าตอนนี้รัตติกาลกำลังเหนื่อยเอาไว้มีข่าว เด็ดๆอะไร ตนจะส่งให้ แล้วรีบจํ้าอ้าวตามรัตติกาลไป ครู่เดียวก็เจอหาญกล้า
ยืนรออยู่ สองพ่อลูกยิ้มให้กันอย่างดีใจ รัตติกาลถลาจะเข้าไปกอดพ่อ ถูกแมรี่แทรกเข้าไปกอดก่อน ซุกเข้าไปในอกของหาญกล้าแนบแน่น
หาญกล้าพยายามแกะมือแมรี่ออก บอกจ่าติ๊กให้มาช่วยแกะออกอีกคนจึงสำเร็จ จากนั้นสองพ่อลูกก็โผเข้าหากัน ต่างรำพึงรำพันความคิดถึงกัน หาญกล้าถามถึงเรื่องอุบัติเหตุบนเครื่อง รัตติกาลตัดบทว่า
“รติไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้วค่ะพ่อ รติอยากกลับไปพักผ่อน”
หาญกล้าประคบประหงมรัตติกาลราวไข่ในหิน พาเดินผ่านหน้าคุณหญิงภัทรากับบอยฮ่ะ ต่างอดที่จะทำเชิดใส่กันไม่ได้ รัตติกาลเห็นอากัปกิริยาของทั้งสองถามพ่อว่าใครหรือ
“ไม่มีอะไรหรอกลูก พวกแก่แล้วลูกเต้าไม่สั่งสอน เที่ยวอิจฉาคนอื่นน่ะ ไปเถอะ”
หาญกล้าประคองรัตติกาลเดินผ่านไป ภัทราค้อนตาแทบกลับพึมพำอย่างหมั่นไส้ว่า “ลูกสาวเป็นดาราดังหน่อยเดียวทำเป็น...เชอะไอ้แก่” พอดีบอยฮ่ะสะกิดบอกว่าหนูดีมาแล้ว ภัทราเลยรีบเดินไปหา
ooooooo
พอหนูดีเห็นภัทราเท่านั้น ก็ร้องทักราวกับทักคนทั้งสนามบิน “อีป้า...” เสียงดังสำเนียงอีสานทำให้ทุกคนหันมอง เห็นหนูดีในชุดแฟชั่นไฮโซสวมกอด
ภัทราจุ๊บซ้ายจุ๊บขวา ทักทายเป็นภาษาฝรั่ง จนภัทราทำหน้างงๆ พอภัทราบอกว่าตนเป็นหวัดนิดหน่อย หนูดีก็อุทาน
“โอ...มายก๊อด...ยูซิค” พลางจับตามเนื้อตัวราวกับเป็นปรอทวัดไข้
“ขอบใจที่เป็นห่วงป้าจ้ะ ป้าทานยาอยู่เดี๋ยวก็หาย หนูดีโตเป็นสาวแล้วสวยจัง อยู่อังกฤษตลอดเวลาไม่ได้กลับมาอยู่เมืองไทยเลยตั้งแต่เล็กๆ คงคิดถึงเมืองไทยมากสินะจ๊ะ”
“คิดฮอดหลายเด้อค่ะอีป้า”
หนูดีตอบอย่างภูมิใจเสียงดังฟังชัด บอยฮ่ะกับภัทราสะดุ้งโหยง บอยฮ่ะบอกว่าภาษาไทยของหนูดีแปลก ดี ภัทราจึงถามหนูดีว่าใครสอนภาษาไทยให้หรือ หนูดีตอบเสียงใสแจ๋วว่า
“อีแหววกับอีน้อย หมอนวดกับแม่ครัวของหนูดีเองค่ะอีป้า สำเนียงไทยของหนูดีชัดหลายเด้อ”
ภัทราหน้าเสียกล้อมแกล้มเออออ ว่าจ้ะ แล้วหนูดีก็ถามถึงตะวันฉาย บอกว่า “คิดฮอดหลายอยากกอดจูบลูบเป้ามันให้หายคิดฮอด” พอภัทราบอกว่าตะวันฉายยังอยู่นิวยอร์ก หนูดีบ่นเสียดาย แต่ก็บ่เป็นหยัง “เอาไว้ไอ้ตะวันฉายกลับมาเราค่อยเซอร์ไพรส์มัน มันต้องดีใจหลายที่เห็นว่าที่เจ้าสาวมารออยู่แล้ว หนูดีจะได้เอามันเป็นผัวเสียที”
ภัทรากับบอยฮ่ะปาดเหงื่อทำหน้าพะอืดพะอม ตะวันฉายแอบฟังอยู่หน้าเครียดทันทีเมื่อนึกถึงอนาคตที่รอตนอยู่
ooooooo
ตะวันฉายมีเพื่อนสนิทคือพิชญ์ เป็นนักเขียนนิยายเร้นลับโดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องผีๆ ทั้งที่ตัวเองกลัวผีจนขี้ขึ้นสมอง พิชญ์อาศัยอยู่ที่วัด มีเณรเปี๊ยกวัย 13 ที่บวชเรียนมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เป็นเพื่อนสนิท
คืนนี้ พิชญ์ดูข่าวอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊กแล้วขนพองสยองเกล้ากับข่าวนัก ธุรกิจหนุ่มเจ้าของโชว์รูมรถหรูซิ่งตายสยองที่โค้งร้อยศพหลัง มีข่าวพยายามขายขนมจีบรัตติกาลดาราสาวชื่อดัง ครั้นเลื่อนหน้าจอลงมาอีกก็เจอข่าวลูกชายนักการเมืองชื่อดัง ผูกคอตายปริศนา รัตติกาลดาราสาวชื่อดังแสดงความเสียใจ แต่ปฏิเสธว่ายังไม่ใช่เพื่อนคนสนิททั้งที่เคยควงคู่ไปดูหนัง
รอบดึกด้วยกัน
“นี่มันรายที่ 4 แล้วนี่หว่า แปลกเว้ย แต่ละศพตายไม่ธรรมดาเสียด้วย น่ากลัวทั้งนั้น” พิชญ์พึมพำทำหน้าสยอง พลันก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อมีแมวดำกระโจนแผล็วเข้ามาทางหน้าต่าง พิชญ์ร้องแทบไม่เป็นภาษา กระโดดไปนั่งคลุมโปงอยู่บนเตียง ท่องนะโมตัสสะ...เสียงสั่น
ทันใดนั้นผ้าห่มถูกกระชากออก พิชญ์ตัวสั่นเทิ้มหลับ ตาปี๋ บอกว่าอยากได้อะไรจะทำบุญไปให้ อย่ามาหลอกหลอนกันเลย เณรเปี๊ยกที่เอาแป้งพอกหน้าขาววอกดัดเสียงถามว่าจริงหรือ พอพิชญ์ยืนยันว่าจริง เณรเปี๊ยกก็ขอเล่นเกมคอมฯ ได้ไหม พิชญ์เอะใจที่ผีมาขอเล่นเกม พอลืมตาดูกลายเป็นเณรเปี๊ยก เลยลากคอเณรออกไปนอกกุฏิ ถามว่าแมวดำนั่นฝีมือเณร
ใช่ไหม
เณรบอกว่า แมวไปขโมยของกินในครัวก็ต้องไล่ ถามพิชญ์ว่าอยู่ในวัดยังกลัวผีเหรอ แล้วเคยเจอหรือเปล่า พิชญ์ บอกว่าไม่เคยเจอ เลยถูกเณรอบรมว่า เมื่อไม่เคยเห็นก็ไม่ควรไปกลัว พิชญ์ถามว่าแล้วเณรเคยเจอหรือ เณรบอกว่ายังไม่เคย พิชญ์บอกว่าถ้างั้นตนเจอเมื่อไรจะชวนไปดูด้วยกัน เณรรีบส่ายหน้าอ้างว่าไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวหลวงตาดุเอา ว่า แล้วรีบผละไป
ครู่เดียวตะวันฉายก็เดินเข้ามาถามอย่างรู้เรื่องดี
“เป็นนักเขียนนิยายผีอะไรของแกวะไอ้พิชญ์ กลัวผีจนขี้ขึ้นสมองแบบนี้”
“เฮ้ย...ไอ้ตะวัน...” พิชญ์ตกใจสุดขีดนึกว่าถูกผีหลอกที่จู่ๆคนอยู่นิวยอร์กก็โผล่หน้ามา
ตะวันฉายไม่พูดพล่ามทำเพลงส่งเงินให้จำนวนหนึ่งเป็นค่า โทรศัพท์มือถือ ค่าน้ำ ค่าไฟ พิชญ์ถามงงๆว่าทำไม จู่ๆก็เอาเงินมาให้
“ฉันไม่ได้ใจดีสงเคราะห์แกเปล่าๆเว้ย แต่ที่ช่วยเนี่ยเพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่ฉันจะมาอาศัยอยู่กับแกต่างหาก” แล้วชี้แจงเหตุผลว่า ยังไม่อยากกลับไปฟังแม่บ่น เพราะแม่ส่งเงินให้เรียนธุรกิจแต่ตนกลับไปเรียนกำกับหนัง เลยต้องมาฝึกวิทยายุทธสักพักแล้วพิสูจน์ให้แม่เห็นว่าตนควรต้องทำในสิ่งที่ตัวเองรักเท่านั้น
ระหว่างนั้น ตะวันฉายเห็นรูปรัตติกาลในจอโน้ตบุ๊กของพิชญ์ เขาร้องลั่นบอกว่า อย่าบอกนะว่าชอบดาราคนนี้เหมือนกัน พิชญ์ถามว่า ทำไมชอบไม่ได้เซ็กซี่ตัวแม่ขนาดนี้
“หึ...สวยสยองน่ะสิ ฉันเจอตัวเป็นๆมาแล้ว ชาตินี้ขออย่าให้เจออีกเลยไม่งั้นซวยแน่ๆ”
“ซวยยังไงวะไอ้ตะวันฉาย เล่าให้ฟังหน่อยสิ ฉันกำลังสนใจเรื่องของเธออยู่เลย กะว่าจะเอามาเขียนเป็นนิยาย มีผู้ชายหลายรายที่เข้าใกล้รัตติกาลแล้ว สุดท้ายต้องตายสยองทุกคน”
ฟังพิชญ์แล้วตะวันฉายสนใจขึ้นมาทันที
ooooooo
ที่คฤหาสน์จันทราในป่าลึกดงพญาไฟ...หลวง-บวรสงครามนั่งดูทีวีเครื่องเก่าแต่ดึกดำบรรพ์อยู่ ภาพมีคลื่นแทรกดูไม่ได้เลย คุณหลวงหงุดหงิดตะโกนเรียกนังกระทงถามอย่างไม่พอใจว่าทีวีไม่ชัดแบบนี้จะดูข่าวดีของตนได้ยังไง นังกระทงเรียกไอ้ริดมาถามว่าไหนบอกว่าติดจานดาวเทียมแล้วไง ไอ้ริดบอกว่าเราอยู่ในที่อับสัญญาณแบบนี้ก็ต้องยอมทำใจ นังสีดวงบอกกระทิงให้ไปช่วยไอ้ริดจัดการที
กระทิงเข้าไปอย่างภาคภูมิใจ ไปถึงก็ตบๆทุบๆทีวีครู่เดียวภาพก็ชัดแจ๋วขึ้นมา คุณหลวงพอใจมากจ้องจอทีวีเขม็ง เป็นการให้สัมภาษณ์ของรัตติกาลเรื่องอุบัติเหตุบนเครื่องบินพอดี ดูแล้วขัดใจนักปิดเครื่องทันทีเมื่อรู้ว่ารัตติกาลรอดพ้นจากอุบัติเหตุนั้นมาได้หวุดหวิด คุณหลวงพึมพำอย่างแปลกใจมากกว่า
“เป็นไปไม่ได้ ท่านหญิงต้องกลับมาอยู่กับข้าที่นี่...ทำไม...ทำไม!!”
“บางทีอาจจะยังไม่ถึงเวลาของหม่อมเจ้ามาลาก็ได้เจ้าค่ะ” นังกระทงเอ่ย
“เป็นไปไม่ได้...ข้ารอเวลานี้มาถึงร้อยปี ท่านหญิงสัญญาว่าจะกลับมา...ท่านหญิงสัญญากับข้าไว้แล้ว” หลวง–บวรสงครามสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวเมื่อนึกถึงอดีต...
ooooooo
อดีตเมื่อพุทธศักราช 2453 ร้อยกว่าปีก่อน หลวงบวรสงครามได้วางแผนร่วมมือกับชาวต่างชาติให้เข้ามายึดแผ่นดินไทยเป็นเมืองขึ้นในยุคล่าอาณานิคม แต่แผนถูกยับยั้ง ทำให้หลวงบวรสงครามต้องพาพวกหลบหนี โดยชิงตัวหม่อมเจ้ามาลาที่คุณหลวงเตรียมจะแต่งงานไปด้วย แต่หม่อมเจ้ามาลาล่วงรู้ความจริงว่าหลวงบวรสงครามคิดคดทรยศชาติ แม้จะถูกชิงตัวไปแต่หม่อมเจ้ามาลาก็สิ้นรักคุณหลวงเสียแล้ว
เมื่อหลวงบวรสงครามหมายใช้กำลังเผด็จศึกหม่อมเจ้ามาลา เกิดการต่อสู้หม่อมเจ้ามาลาแย่งปืนจากคุณหลวง เกิดเสียงปืนลั่นขึ้นในขณะยื้อยุดกัน ปรากฏว่าคุณหลวงถูกยิง หม่อมเจ้ามาลาตกใจวิ่งหนีออกจากบ้าน คุณหลวงพยายามวิ่งตาม ผ่านกระทิง กระทง และริดกับสีดวง คุณหลวงร้อง
พลางตะเกียกตะกาย
“ข้าจะตามท่านหญิงของข้าไป...ท่านหญิง...ท่านหญิง...”
ooooooo
ที่กองถ่ายคืนนี้รัตติกาลกำลังถ่ายละครอยู่ ถ่ายจนหมดคิวแล้วเธอบอกแมรี่ว่าจะกลับไปพักผ่อน แมรี่ทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักนัดให้เธอไปดินเนอร์กับอิงค์ อ้างว่าคุณพ่อเธอก็โอเคด้วยแล้ว
แมรี่วางแผนให้รัตติกาลไปดินเนอร์กับอิงค์ที่กำลังดังเพื่อให้เป็นข่าวงานจะได้เข้าเป็นน้ำไหลไฟดับรับทรัพย์กันมือเป็นระวิง แต่หารู้ไม่ว่าอิงค์เป็นพวกแอบจิตที่ชอบดมกลิ่นสาว
ระหว่างดินเนอร์กันนั้น พัดชานักข่าวสาวสายอาชญากรรมเพื่อนสนิทของรัตติกาลโทร.เข้ามือถือ รัตติกาลลุกเลี่ยงไปรับสาย พอรู้ว่ารัตติกาลกำลังดินเนอร์อยู่กับอิงค์
ก็อิจฉาตาร้อนบอกว่าตนอาจจะออกจากงานนักข่าวไปเป็นดาราแข่งกับเธอ คุยพลางก็หันมาสนใจงานตรงหน้า
เป็นงานไปทำข่าวฆาตกรรม พัดชาไม่เห็นบาดแผลตามตัวศพ ส่วนช่วงล่างมีผ้าคลุมไว้ เธอถามหาบาดแผล พอตำรวจเปิดให้ดูเธอสะดุ้งโหยงอุทาน “แม่เจ้า...หายไปทั้งพวงเลย” เสียงลอดเข้าไปในโทรศัพท์ รัตติกาลถามว่าอะไรหายไปทั้งพวง พัดชาตัดบทว่าอย่ารู้เลย ตัดสายแล้วเดินไปถามตำรวจ
“หมวดคะ แล้วไอ้พวงที่หายไปเนี่ย ยังอยู่แถวนี้หรือว่าเป็นอาหารของเป็ดไปแล้วคะ”
ooooooo
ตะวันฉายกับพิชญ์ถือคติโบราณที่ว่าอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น ดังนั้น เช้านี้ทั้งสองจึงเดินตามเณรเปี๊ยกต้อยๆ เป็นลูกศิษย์วัดไปที่ตลาด
แม้ตะวันฉายจะดวงดีแต่ถึงคราวโชคร้าย ไปเจอคุณนายภัทราผู้เป็นแม่ไปเก็บค่าเช่าแผงที่ตลาดพอดี เขาหลบแว้บแต่ไม่พ้นสายตาภัทรา เพื่อความแน่ใจภัทราจึงโทร.เข้ามือถือของลูกชาย เขาบอกว่าอยู่ที่นิวยอร์กกำลังคุยกับโปรเฟสเซอร์ปรึกษาการลงทุนในตลาดหุ้น ภัทราดีใจมากที่ลูกใส่ใจกับการเรียนและการงาน
ทันใดนั้นมีเสียงแม่ค้าแทรกเข้าไปในโทรศัพท์ ร้องขายปลาเผาเชิญชวนให้ซื้อปลาเผา แต่พอถาม ตะวันฉายบอกว่าแม่หูฝาดไปเอง ตนยังไม่ได้ยินอะไรเลย แล้วทำเป็นสัญญาณไม่ดีขอคุยแค่นี้ก่อน จากนั้นรีบชวนเณรเปี๊ยกกลับวัดก่อนที่จะซวยกว่านี้
ooooooo
ที่แท้ภัทราจับโกหกตะวันฉายได้แล้วแต่นิ่งไว้ให้ตายใจ ตะวันฉายเองก็เดาได้ว่าแม่รู้แล้ว บอกพิชญ์ว่าป่านนี้คงเต้นเป็นเจ้าเข้าแล้ว เขาเล่าให้พิชญ์ฟังถึงความเผด็จการของแม่ว่า ก่อนพ่อตาย พ่อพูดอย่างดีใจยิ้มอย่างมีความสุขที่มาถึงวันนี้ได้เสียที เพราะต่อจากนี้ “แม่ของลูกจะมาบังคับพ่อไม่ได้อีกแล้ว”
ตะวันฉายบอกพิชญ์ว่าตนจะไม่มีวันเป็นอย่างพ่อเด็ดขาดที่ได้อิสระก็แค่ตอนตาย ตนจะพิสูจน์ให้แม่เห็นว่าตนทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งแม่ พิชญ์รับปากว่าจะช่วยเขาเรื่องงาน แต่เรื่องคู่หมั้นนั้นจนปัญญาจริงๆ ตะวันฉายบอกเพื่อนรักว่า “ไอ้เรื่องรับมือกับหนูดี ฉันมีคนช่วยแล้ว”
พระเอกขี่ม้าขาวที่มาช่วยตะวันฉาย คือตะวันรอนลูกพี่ลูกน้องของตะวันฉายผู้มีมาดเท่กวนๆเซอร์ๆ มีรอยยิ้มที่ละลายหัวใจสาวๆได้ฉมังนักนั่นเองและเขาก็สวมรอยเป็นตะวันฉายตบตาหนูดีได้สนิทเนียน
ส่วนตะวันฉายไปหาผู้กำกับปิ๊ดที่กองถ่ายตามคำแนะนำของพิชญ์ เพราะตัวพิชญ์เองต้องไปหาข้อมูลมาเขียนบท พูดอย่างมั่นใจว่าตะวันฉายต้องได้งานแน่
เมื่อไปหาผู้กำกับปิ๊ดแนะนำตัวเองแล้ว ตะวันฉายยืนลุ้นฟังผู้กำกับพูดเสียจนเหนื่อย เพราะผู้กำกับติดอ่างอย่างหนัก ผู้กำกับถามว่าเขาชอบงานอะไร
“เป็นผู้กำกับครับพี่” ตะวันฉายตอบไม่รีรอ
“ไม่...ไม่ว่าง...กะ...กู...กูทำอยู่”
ตะวันฉายขอเป็นผู้ช่วย ก็บอกว่าเต็ม ขอเป็นผู้จัดการกอง ก็ไม่ว่าง สุดท้ายตะวันฉายบอกว่า แล้วแต่จะให้ทำอะไรก็แล้วกัน ตนทำได้ทั้งนั้น
ปรากฏว่าผู้กำกับปิ๊ดให้ตะวันฉายไปเป็นเด็กเสิร์ฟน้ำในกองถ่าย เขาหัวเสียหนักเหมือนถูกเอาบัณฑิตมาลากรถ บอกผู้จัดการกองว่าตนจบนอกมา หนังสั้นก็ได้รับรางวัลตั้งเยอะแยะ ผู้จัดการกองปลอบใจว่าแบบเขานี้ มีอยู่เต็มกองเลย ถือเสียว่าค่อยๆไต่เต้าขึ้นไปก็แล้วกัน
ที่ซวยหนักกว่านั้นคือ มาเจอรัตติกาลที่มาถ่ายละครในกองนี้ด้วย เธอมองเขาอย่างเย้ยหยัน เรียกมาสั่งเครื่องดื่มให้ ชงกาแฟมาให้ พอตะวันฉายไปชงมาก็บ่นว่าขม ให้ไปชงมาใหม่ จนกว่าจะถูกปากตน
ขณะที่ตะวันฉายกำลังกล้ำกลืนกับการถูกรัตติกาลเหยียดหยันนั่นเอง ผู้จัดการกองก็มาบอกข่าวดีว่า
“เมื่อกี้พี่คุยกับพี่ปิ๊ด แกดูผลงานของน้องแล้วแกชอบมากเลย โปรเจกต์หน้าแกจะให้มาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ”
ตะวันฉายดีใจที่จะไม่ต้องมาทำด้านสวัสดิการอีก แต่ผู้จัดการกองบอกว่าต้องทำไปก่อน เพราะตอนนี้ขาดคนจริงๆ ย้ำว่า “ทำไปก่อนนะ ไต่เต้าไง”
รัตติกาลยังคงวางเขื่องข่มตะวันฉายฉวยโอกาสแบบได้ทีขี่แพะไล่ จนตะวันฉายบอกว่าให้เอาเวลาที่มาแกล้งตนไปท่องบทยกระดับการแสดงของตัวเองดีกว่า รัตติกาลถือว่าเขาบังอาจมาสอนตน เมื่อเขาบอกว่าเสียเงินเรียนมาก็ต้องใช้ทำประโยชน์ให้คนอื่นบ้าง เธอเลยลองดีให้เขามาซ้อมบทกับตนดูซิว่าจะเก่งแค่ไหน พูดแล้วยัดบทใส่มือตะวันฉายอย่างท้าทาย
ooooooo
ส่วนพิชญ์ก็นัดพัดชาไว้เพื่อจะขอข้อมูลไปเขียนบทหนังผีที่ทำอยู่ พัดชายินดีแต่ให้เขาตามไปดูการ
ทำงานของตน พาเดินไปถึงหน้าห้องนิติเวชก็หันมาบอกว่า
“ตามเข้ามาสิคะ ฉันกำลังมาดูผลการชันสูตรศพคดีที่กำลังตามอยู่ กลิ่นศพอาจจะแรงหน่อย แต่เดี๋ยวก็ชิน” พูดแล้วพัดชาเปิดประตูเดินเข้าไป พิชญ์ยืนเหวออยู่ตรงประตู กลืนน้ำลายเอื๊อกพนมมือจดหน้าผากปากคอสั่น
พิชญ์ถูกพัดชาใช้ให้ช่วยยกศพเพื่อถ่ายรูป ครั้งหนึ่งเสียจังหวะศพล้มทับจูบปากพิชญ์เข้าเต็มๆ ระหว่างนั้นพัดชาได้รับโทรศัพท์ เธอบอกว่าเดี๋ยวจะเข้าไปเอาข้อมูลที่ สน. แต่พอหันกลับมาดูพิชญ์อีกที ปรากฏว่านอนชักกระแด่วๆ ตาเหลือกค้างหมดสติไปแล้ว ทั้งที่ปากยังจุ๊บอยู่กับปากศพ
ooooooo
ตะวันฉายถูกรัตติกาลลองดีด้วยการให้เป็นคู่ซ้อมบทให้ตน เธอฉวยโอกาสตบหน้าเขาทั้งที่ไม่มีในบท พอถูกต่อว่าก็อ้างว่าตนอินกับเรื่องจนนอกบทไปเอง ตะวันฉายเอาบ้าง รัตติกาลเลยถูกตบหน้าเอาคืนด้วยข้ออ้างเดียวกัน รัตติกาลเลยเถียงไม่ขึ้น เอาเรื่องไม่ได้แต่ก็เอาคืนด้วยการเตะผ่าหมากจนตะวันฉายหน้าเขียวกุมเป้าทรุดลงไปกอง
ไม่เพียงเท่านั้น ตะวันฉายยังโมเมจับรัตติกาลเข้าไปจูบอย่างรุนแรง พอถูกด่าถูกต่อว่าเขาก็อ้างว่าเจอเซ็กซี่ตัวแม่อย่างเธอ เห็นแล้วก็อินจนทนไม่ได้
อิงค์เห็นรัตติกาลมีปากเสียงกระทั่งลงไม้ลงมือกับตะวันฉายก็ทำตัวเป็นพระเอกขี่ม้าขาวเข้ามา แต่พอถูกตะวันฉายชกถูกครึ่งปากครึ่งจมูกเลือดกำเดาไหลเท่านั้น ก็เป็นลม รัตติกาลจะเข้าไปเอาเรื่อง ถูกแมรี่ขอร้องว่าอย่าให้เป็นข่าวมากกว่านี้เลย เธอเลยพูดอาฆาตไว้ว่า “ฝากไว้ก่อนเถอะ” แล้วผละไป
นักข่าวกรูกันเข้ามาถ่ายรูปตะวันฉาย เขาพยายามยกมือปิดหน้าขอร้องอย่าถ่ายเพราะตนไม่ใช่ดารา แต่ก็ถูกถ่ายไปหลายแชะแล้ว
รัตติกาลกับแมรี่ช่วยกันประคองอิงค์ไปนอนพักในที่ร่ม รัตติกาลเอ่ยขอโทษอิงค์ที่เป็นต้นเหตุให้เขาเจ็บตัว อิงค์ จับมือรัตติกาลกุมไว้บอกเธอตาซึ้งว่า
“น้องรติอย่าโทษตัวเองเลยครับ พี่ดีใจที่น้องรติเป็นห่วงพี่ น้องรติไม่เป็นอะไรพี่ก็ดีใจแล้ว พี่รักน้องรติครับ” พูดแล้วยกมือเธอขึ้นจูบจนรัตติกาลตกใจ
รัตติกาลนึกขึ้นได้บอกอิงค์ว่าคุณพ่อมีของฝากมาให้ หยิบออกมาเป็นพระเครื่องใส่กรอบมาอย่างดี แมรี่ลอยหน้าเข้ามาบอกว่า
“คุณพ่อกลัวว่าน้องอิงค์จะเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ที่ต้องตายอย่างไม่มีสาเหตุหลังจากคบกับน้องรติค่ะ” รัตติกาลหันมองตาขวาง แต่อิงค์บอกว่าไม่เป็นไร เรื่องนี้ตนพอได้ยินมาบ้างแล้ว
พอดีรัตติกาลถูกตามตัวไปเข้าฉาก อิงค์จึงขับรถกลับออกไปเจอตะวันฉายหิ้วข้าวกล่องมามากมายก็แกล้งเฉี่ยวจนข้าวกล่องหกเรี่ยราดเปรอะตัวตะวันฉายไปหมด
อิงค์ด่าตะวันฉายว่าเกะกะแล้วขับรถไปเลย หารู้ไม่ว่ากระทิงแอบเข้ามานั่งที่หลังรถจ้องอิงค์ตาแดงก่ำ ตะวันฉายเห็นแว้บๆ ไม่แน่ใจตัวเองจนต้องขยี้ตามองตามไปงงๆ
ooooooo










