ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนหอรอเฮี้ยน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เณร​เปี๊ยก​พา​ตะวัน​ฉาย​ถอด​จิต​ไป​ถึง​กระท่อม​ชม​เดือน เจอ​รัตติกาล​ที่​กำลัง​จะ​แปร​เปลี่ยน​เป็น​ผีดิบ แต่​เธอ​พยายาม​ฝืน พยายาม​ต่อสู้​กับ​ความรู้สึก​ของ​ตัว​เอง​เต็มที่

เมื่อ​เณร​ตาม​หา เจอ​รัตติกาล​ไป​ซุก​ตัว​ใน​มุมหนึ่ง​ร่างกาย​สั่น​เทา  ตะวัน​ฉาย​รีบ​เข้า​ประคอง​เธอ​ขึ้น​มา​ถาม​เณร​ว่า​เกิด​อะไรขึ้น

“ไว้​ค่อย​อธิบาย​กัน แต่​ตอน​นี้​เรา​ต้อง​รีบ​ตาม​ไป​หา​ร่าง​ของ​โยม​พี่​รติ​ก่อน​จะ​ดี​กว่า” เณร​ตัดบท

ทันใดนั้น​รัตติกาล​ทำท่า​จะ​กัด​คอ​ตะวัน​ฉาย​จน​เขาตกใจ​ถาม​ว่า​เป็น​อะไร เธอ​บอก​ว่า​ไม่​รู้​เหมือน​กัน เณร​บอก​​ตะวันฉาย​ว่า​ตอน​นี้​ให้​เขา​ระวัง​ตัว​ไว้​ด้วย​ก็​แล้วกัน ตะวัน​ฉาย​เอะใจ​ถามว่า

“อาการ​แบบ​นี้​เหรอ​เณร​ที่​จะ​กลาย​เป็น​ผีดิบ” ตะวันฉาย​ถาม เณร​บอก​ว่า​ใช่ แล้ว​เณร​ก็​ล้วง​เอา​ตลับ​เข็มทิศ​ใน​ย่าม​ออกมา 2 ตลับ​ส่ง​ให้​ตะวัน​ฉาย​บอก​ว่า“เณร​ไป​ปรึกษา​หลวง​ตา​มา อัน​นี้​เขา​ไว้​ใช้​หา​ตำแหน่ง​ซ่อน​ร่าง​โยม​พี่​รติ มัน​สามารถ​บอก​ทิศ​และ​ตำแหน่ง​ได้ ส่วน​นี่​คือ​เครื่อง​ตรวจ​หา​ผี โดยเฉพาะ​ผีดิบ​อย่าง​คุณ​หลวง​และ​พวก”

ตะวัน​ฉาย​ถาม​ว่า​ได้​ผล​แน่​นะ เณร​กล้อมแกล้ม​ว่า​ได้หรือ​ไม่ได้​ก็​ต้อง​ลอง​เสี่ยง​กัน​แล้ว​ล่ะ ตะวัน​ฉาย​ลอง​ใช้​ดู​ปรากฏ​ว่า​เข็ม​ไม่​กระดิก​เลย

“เข็ม​ยัง​ไม่​กระดิก​แสดง​ว่า​โยม​พี่​รติ​ยัง​ไม่​เป็น​ผีดิบ​เต็มตัว มัน​เป็น​เพียง​แค่​อาการ​เริ่ม​ต้น เรา​ต้อง​เร่ง​หา​ร่างแล้ว​ละ​โยม​พี่ เพราะ​แสงจันทร์​ใน​คืน​นี้​หาก​ส่อง​โดน​แล้ว เณร​เกรงว่า...”

เณร​อธิบาย​ว่า​ถ้า​แสงจันทร์​ส่อง​ต้อง​ร่าง​ของ​รัตติกาล เธอ​จะกลาย​เป็น​ผีดิบ​กระหาย​เลือด​เหมือน​คุณ​หลวง​ไป​ตลอดกาล

ตะวัน​ฉาย​บอก​รัตติกาล​ว่า​ตน​จะ​พยายาม​เต็มที่​ขอ​ให้​​เธอ​อดทน​หน่อย รัตติกาล​พยัก​หน้า​รับคำ

ooooooo

กระทง​แย่ง​ปิ่น​จาก​หนู​ดี​ได้​แล้ว​ก็​กลับ​ไป​ที่​ป่าจันทรา กระทิง​โผล่​มา​ดัก​บอก​ให้​ส่งปิ่น​มา​แล้ว​ตาม​ตน​ไป​พบ​คุณ​หลวง​ด้วย​กัน กระทง​สั่ง​ให้​หลีก​ทาง​อย่า​มา​บังคับ​กัน แล้ว​แยกเขี้ยว​คำราม​ใส่​ฟาด​ฟัด​จน​กระทิง​กระเด็น​ไป​กระแทก​ต้นไม้​อย่าง​แรง

แต่​พอ​กระทง​จะ​เดิน​ต่อ ก็​ถูก​อี​สี​ดวง​ดัก​หน้า​อีก​เลย​ถูก​ฟาด​กระเด็น​ไป​อีก​คน ไอ้​ริ​ด​เห็น​ดังนั้น​พุ่ง​เข้าใส่​ถูก​กระทง​ฟาด​ไป​กระแทก​ต้นไม้​อีก​ราย ​จาก​นั้น​กระทง​ตรง​ไป​หา​อี​สีดวง​บีบ​คอ​แล้ว​ใช้​ปิ่น​ปัก​ที่​อก​อี​สี​ดวง​จน​กรีด​ร้อง​อย่าง​เจ็บปวด​ก่อน​สลาย​กลาย​เป็น​กลุ่ม​ควัน​สี​ดำ​กระจาย​ไป​ทั่ว

ไอ้​ริ​ด​พุ่ง​เข้า​ด้าน​หลัง​กระทง ถูก​กระทง​หัน​ขวับ​แทง​ด้วย​ปิ่น​จน​สลาย​ไป​เช่น​กัน

กระทิง​เห็น​เช่น​นั้น ลุก​ขึ้น​ได้​ก็​เผ่น​แน่บ​ไป​ทันที กลับไป​รายงาน​คุณ​หลวง​ว่า กระทง​ไม่​ยอม​ให้​พวก​ตน​เอา​ตัว​กลับมา​แล้ว​ยัง​ฆ่า​ไอ้​ริ​ด​กับ​อีสี​ดวง​ด้วย​ปิ่น​ของ​หม่อมเจ้า​มาลา​ด้วย

“นั​งก​ระทงมัน​เอา​ปิ่น​หนี​ไป​แล้ว​งั้น​รึ...​ผี​อย่าง​นังก​ระทง​มัน​ต้อง​เจอ​ข้า!”พูด​จบ​คุณ​หลวง​หาย​วับ​ไป​ทันที กระทิง​รีบ​ตาม​ไป​ด้วย

ooooooo

เณรเปี๊ยก​นั่ง​สมาธิ​จน​รู้​ที่​ซ่อน​ร่าง​รัตติกาล​ว่า​อยู่​ใน​ถ้ำ​แถว​นี้ จึง​รีบ​ออก​จาก​สมาธิ​พา​กัน​บ่ายหน้า​ไป​ตาม​ที่​เข็มทิศ​บอก​ทาง โดย​ตะวัน​ฉาย​ต้อง​ประคอง​รัตติกาล​ที่​อ่อน​แรง​เดิน​ตาม​เณร​ไป แต่​ก็​ต้อง​คอย​ระวัง​ตัว​ไม่​ให้​รัตติกาล​ที่​กำลัง​สับสน​แปรปรวน​กัด​คอ​เอา​ได้

เณร​เปี๊ยก​ต้อง​ใช้​น้ำมนต์​กับ​รัตติกาล​ไป​หลาย​ครั้ง​เธอ​จึง​สงบ​ลง เณร​บอก​ตะวัน​ฉาย​ว่า

“นั่น​เป็น​เพราะว่า​โยม​ผี​พี่​รติ​กำลัง​จะ​กลาย​เป็น​พวก​เดียว​กับ​ผี​คุณ​หลวง ที่​เป็น​แบบ​นี้​เพราะ​โยม​ผี​พี่​รติ​ยอม​ที่​จะ​ดื่ม​เลือด​ผีดิบ​เพื่อ​ให้​พวก​ผีดิบ​มัน​วางใจ ตอน​ที่​โยม​ผี​พี่​รติ​เขา​ขอ​ให้​พวก​ผีดิบ​ปล่อยตัว​โยม​พี่​ตะวัน​ฉาย​ไง​จ๊ะ ตอน​นี้​เลือด​ผีดิบ​ที่​โยม​ผี​พี่​รติ​ดื่ม​กิน​เข้าไปกำลัง​เป็น​ผล​แล้ว​ล่ะ

ถ้า​เรา​หา​ร่าง​ของ​โยม​ผี​พี่​รติ​ไม่​เจอ โยม​ผี​พี่​รติ​ก็...ก็...”

“กลาย​เป็น​ผีดิบ​ใช่​ไหม​เณร” ตะวัน​ฉาย​เดา​ออก

ตะวัน​ฉาย​ซาบ​ซึ้ง​ใน​ความ​รัก​ความ​เสียสละ​ของ​รัตติกาล  ​ยิ่ง​เป็น​ห่วง​เธอ​มาก​ขึ้น​เป็น​ทวีคูณ...

ทันใดนั้น​เข็มทิศ​ใน​มือ​ตะวัน​ฉาย​ก็​สั่น​และ​เปลี่ยน​ทิศทาง เขา​มอง​รัตติกาล​ซึ่ง​เวลา​นี้​มี​แต่​อาการ​หนาว​สั่น เณร​เปี๊ยก​บอก​ว่า มี​ผีดิบ​อยู่​แถว​นี้

ooooooo

ที่​ป่า​จันทรา กระทง​ปรากฏ​ร่าง​อย่าง​รวดเร็ว แต่​แล้ว​ก็​ชะงัก​มอง​ไป​รอบๆ พริบตา​นั้น คุณ​หลวง​ก็​ปรากฏ​ตัว​ด้าน​หลัง​กระทง พูด​อย่าง​ดุดัน

“นั​งก​ระทง เจ้า​คิด​จะ​ทำ​อะไร​ของ​เจ้า หยุด​คิด​การ​ชั่ว​ได้​แล้ว กลับ​ไป​รับ​โทษ​กับ​ข้า”

“ที่​นั​งก​ระทง​ทำ​ทั้งหมด​ก็​เพียง​เพื่อ​คุณ​หลวง​ที่​มัน​รัก ทั้งหมด​นี้ไม่​ใช่​สิ่ง​ที่​คุณ​หลวง​ต้องการ​หรอก​หรือ​เจ้า​คะ”

คุณ​หลวง​เดิน​เข้า​ห​ากระทง​อย่าง​คุกคาม​บอก​ว่า

สิ่ง​ที่​กระทง​ทำ​นั้น​มาก​เกิน​กว่า​ที่​ตน​จะ​รับ​ได้ สั่ง​ให้​กลับ​ไป​รับ​โทษ​เดี๋ยวนี้ กระทง​ถอย​หนี แต่​พอ​หมุน​ตัว​กลับ​ก็​เจอ​กระทิง​เข้ามา​ขวาง

กระทงสั่งกระทิง​ถอย​ไป กระทิง​ไม่​ยอม​ถอย​จนกว่า​กระทง​จะ​กลับ​ไป​รับ​โทษ​ตาม​ที่​คุณ​หลวง​สั่ง คุณ​หลวง​สั่ง​กระทิง​ให้​จับ​ตัว​กระทง​ไว้ แต่​พอ​กระทิง​พุ่ง​เข้าหา​กระทง​ก็​หาย​วับ​ไป มา​โผล่​ที่​ข้าง​หลัง​กระทิง เอา​ปิ่น​แทง​กระทิง​จน​กลาย​เป็น​อากาศธาตุ​ไป

คุณ​หลวง​แยกเขี้ยว​คำราม​ใส่ กระทง​ยก​ปิ่น​ขู่​อย่าง​จน​ตรอก​ว่า “อย่า​นะ​เจ้า​คะ”

“ทิ้ง​ปิ่น​นั่น​ไป ทิ้ง​มัน​ไป”  คุณ​หลวง​สั่ง

“ทิ้ง​มัน​ไป​ทำไม​ล่ะ ใน​เมื่อ​มัน​จะ​ทำให้​คุณ​หลวง​สมปรารถนา​ใน​ความ​รัก​ที่​คุณ​หลวง​เฝ้า​รอ​ไง​ล่ะ​เจ้า​คะ” พูด​จบ​กระทง​ก็​หาย​ไป​ทันที คุณ​หลวง​จ้อง​อย่าง​เคียดแค้น​แล้ว​รีบ​ตาม​ไป

ooooooo

กระทง​ตรง​ไป​ที่​ถ้ำ จ้อง​มอง​ร่าง​รัตติกาล​ที่นอน​แน่​นิ่ง​อยู่ มี​เพียง​แสงจันทร์​ที่​สาด​ส่อง​ไล่​มา​จน​เกือบ​ถึง​ตัว​แล้ว กระทง​จ้อง​ร่าง​รัตติกาล​อย่าง​เคียดแค้น พูด​อย่าง​เจ็บปวด

“รัตติกาล ไม่​ว่า​ชาติ​ภพ​ที่​แล้ว​เจ้า​จะ​เป็น​หม่อมเจ้า​มาลา​หรือ​ไม่​ก็ตาม เจ้า​ช่าง​เป็น​หญิง​ที่​โชค​ดี​นัก​ที่มีแต่​คน​รัก​เจ้า เจ้า​รู้​ไหม​เจ้า​คือ​ต้นเหตุ​ของ​เรื่องราว​ทั้งหมด เจ้า​คือ​ความ​เจ็บแค้น เจ้า​คือ​ความชิงชัง​ของ​ข้า”

กระทง​กระชับ​ปิ่น​มั่น เงย​หน้า​มอง​ช่อง​จันทรา​ที่​ทะลุ​ผ่าน​ผนัง​ถ้ำ​สาด​ส่อง​ไล่​มา​เรื่อย​จน​ใกล้​ร่าง​รัตติกาล ก้ม​พูด​กับ​ร่าง​นั้น​ว่า

“ถึง​เวลา​ของ​เจ้า​แล้ว​รัตติกาล ข้า​ถือว่า​ข้า​ได้​ทำ​หน้าที่​ของ​ข้า​จบ​สิ้น​แล้ว​เพื่อ​คุณ​หลวง​ของ​ข้า”

กระทง​เงื้อ​ปิ่น​ขึ้น​สุด​แขน​แล้ว​แทง​ลง​ที่​อก​ของ​รัตติกาล​ทันที!

หลวง​บวร​สงคราม​เข้า​มา​เห็น​พอดี​ถึง​กับ​ยืน​ช็อก​กับ​การ​กระทำ​ของ​กระทง​ทาส​ผู้​ภักดี​ตน​ตลอด​มา

ooooooo

ทันที​ที่​ปิ่น​ปัก​ลง​ที่​อก​ร่าง​รัตติกาล ตัว​เธอ​ที่​อยู่​กับ​เณร​เปี๊ยก​และ​ตะวัน​ฉาย​ก็​ร้อง​กรี๊ด​ออก​มา​อย่าง​เจ็บปวด​ทรมาน เณร​รู้ทัน​ที​ว่า​ร่าง​ของ​เธอ​ต้อง​ถูก​ทำลาย​อย่าง​แน่นอน บอก​ตะวัน​ฉาย​ว่า​วางใจ​ไม่ได้​แล้ว

“เอา​ไง​ดี​ล่ะ​เณร” ตะวัน​ฉาย​ร้อน​ใจ เณร​ไม่​ตอบ​แต่​แหงน​มอง​พระจันทร์​อีก​ครั้ง แล้ว​พูด​อย่าง​ร้อน​ใจ​ว่า

“ไม่ทัน​การณ์​แน่ๆโยม​พี่​ตะวัน​ฉาย มุ่ง​หน้า​ไป​ตาม​เข็มทิศ​นี้ เณร​เชื่อ​ว่า​ถ้ำ​ที่​ว่า​อยู่​ไม่​ไกล​นัก​หรอก รีบ​ไป​ช่วย​ร่าง​ของ​โยม​รัตติกาล​ก่อน ทาง​นี้​เณร​ดูแล​เอง​จ้า...อ่ะ เอา​นี่​ไป แลก​กัน”

เณร​ส่ง​เข็มทิศ​หา​ร่าง​รัตติกาล​ให้​ตะวัน​ฉาย ส่วนตะวัน​ฉาย​ก็​เอา​เข็มทิศ​หา​ผี​ให้​เณร​เปี๊ยก พอ​เณร​นึก​ได้​ก็​รีบ​เอา​ของ​สำคัญ​อีกอย่าง​หนึ่ง​ให้​เขา นั่น​คือ ไม้เท้า​ของหลวง​บวร​สงคราม​นั่นเอง บอก​เขา​ว่า

“ฆ่า​ผีดิบ มัน​ต้อง​แทง​ไป​ที่​หัวใจ รีบ​ไป...รีบ​ไป​เร็ว​โยม​พี่”

ตะวัน​ฉาย​ฝาก​เณร​ให้​ดูแล​รัตติกาล​ด้วย แล้ว​รีบ​ออก​ไป เณร​รับปาก มอง​ตาม​ตะวัน​ฉาย​ไป​อย่าง​ให้​กำลังใจ ส่วน​รัตติกาล​เบิก​ตา​โพลง​แวว​ตา​ดุดัน

ooooooo

หลวง​บวร​สงคราม​เห็น​กระทง​เอา​ปิ่น​แทง​เข้าที่​อก​ของ​ร่าง​รัตติกาล ก็​กระโจน​เข้า​บีบ​คอ​กระทง​อย่าง​โกรธ​แค้น ร่าง​ทั้ง​คู่​ปะทะ​กระเด็น​ไป​ติด​ผนัง​ถ้ำ เป็น​เวลา​ที่​พระจันทร์​ดวง​โต​กำลัง​โผล่​มา​ที่​ช่อง​จันทรา​ไล่​มา​ถึง​ร่าง​รัตติกาล​ที่นอน​อยู่

กระทง​ปล่อย​ให้​คุณ​หลวง​กระทำ​เอา​ตาม​พอใจ บอก​คุณ​หลวง​ทั้งที่​ตัว​เอง​เจ็บปวด​ว่า

“คุณ​หลวง​น่า​จะ​ดีใจ​นะ​เจ้า​คะ เพราะ​อิฉัน​ทำให้​เธอ​กลาย​เป็น​เจ้าสาว​ของ​คุณ​หลวง​ตลอดกาล​ชั่ว​นิจ​นิรันดร์”

“แล้ว​เจ้า​คิด​ว่า​ข้า​จะ​มี​ความ​สุข​ได้​อย่างไร หาก​ต้อง​แต่งงาน​กับ​เจ้าสาว​ที่​ไม่ได้​รัก​ข้า”

“เฉก​เช่น​เดียวกัน​เจ้า​ค่ะ ชีวิต​ข้า​ก็​หา​มี​ความ​สุข​ไม่ ข้า​ภักดี​ต่อ​ท่าน​นะ​เจ้า​ค่ะ ได้​โปรด​ปลด​ปล่อย​ข้า​เถิด​เจ้า​ค่ะ​คุณ​หลวง” กระทง​สะอื้น​ใน​อก​น้ำตา​รื้น

พริบตา​นั้น หลวง​บวร​สงคราม​ใช้​มือ​ทะลวง​ผ่าน​อก​ตัด​ขั้ว​หัวใจ​กระทง​ท่ามกลาง​เสียง​ร้อง​อย่าง​เจ็บปวด แต่​นั่น​คือ​การ​ปลด​ปล่อย​วิญญาณ​ที่​ถูก​จองจำ​มา​นับ​ร้อย​ปี​ให้​เป็น​อิสระ และ​สิ้น​เสียง​ร้อง​อย่าง​เจ็บปวด วิญญาณ​ของ​กระทง​ก็​เปี่ยม​ไป​ด้วย​ความ​สุข​ที่​ได้​ตาย​ด้วย​น้ำมือ​ของ​ชาย​ที่​ตน​รัก ร่าง​กระทง​กลาย​เป็น​เถ้า​ธุลี​กระจาย​หาย​เป็น​อากาศธาตุ...

หลวง​บวร​สงคราม​ถอย​ไป​ก้าว​หนึ่ง​ด้วย​ความรู้สึก​ผิด​และ​บาป​ที่​ตน​เป็น​ผู้​ก่อ​ขึ้น  เป็น​เวลา​ที่​แสงจันทร์​สาด​ส่อง​เต็ม​ดวง​ทะลุ​ผ่าน​ช่อง​จันทรา​พอดี  แสงจันทร์​กระทบ​ร่าง​ของ​รัตติกาล​เป็น​ประกาย​เรืองรอง...

เข็มทิศ​ใน​มือ​ตะวัน​ฉาย​สั่น​ระริก​ชี้​ตรง​ไป​สู่​ถ้ำ​จันทรา ตะวัน​ฉาย​ตา​เป็น​ประกาย​อย่าง​มี​ความ​หวัง

“รัตติกาล...” เขา​พึมพำ​เหมือน​จะ​บอก​ถึง​การ​มา​ของ​ตัว​เอง...

แต่​เณร​เปี๊ยก​ที่​อยู่​กับ​รัตติกาล​กำลัง​ถูก​เธอ​เดิน​เข้าหา​อย่าง​ดุร้าย เณร​ตกใจ​แทบ​ขา​อ่อน​ร้อง​เสียง​ป​ร่า “เย็น​ไว้​โยม​พี่...หิว​เหรอ...เลือด​เณร​ฝาด​ไม่​อร่อย​หรอก​จ้า​โยม​พี่...ทุกข์​หนอ โกรธ​หนอ ทุกข์​หนอ หิว​หนอ สงบ​หนอ โยม...สงบ​หนอ” เณร​ภาวนา​ปาก​คอ​สั่น

ooooooo

หลวง​บวร​สงคราม​เดิน​เข้าหา​ร่าง​ของ​รัตติกาล​ที่​ยัง​มี​ปิ่น​ปัก​อยู่​ที่​อก เงย​มอง​ช่อง​จันทรา​แล้ว​ก้ม​มอง​ร่าง​รัตติกาล มอง​นิ่ง​ที่​ปิ่น ก่อน​จะ​ตัดสินใจ​ยื่นมือ​ไป​ดึงปิ่น​ออก​จาก​ร่าง​รัตติกาล แม้​จะ​ต้อง​ทน​กับ​ความ​ร้อน​เหมือน​ไฟ​ยาม​สัมผัส​ปิ่น​ คุณ​หลวง​ก็​กัดฟัน​ดึง​ปิ่น​ออก​มา​จน​ได้ เอ่ย​แผ่ว​เบา

“จง​กลับคืน​สู่​ร่าง​ของ​เจ้า​รัตติกาล...”

พริบตา​นั้น​รัตติกาล​หาย​วับ​ไป​ทันที เณร​ที่​มัว​แต่​นั่ง​สมาธิ​พนม​มือ​สวด​มนต์​ตัว​สั่น​อยู่ รู้สึก​ถึง​ความ​ผิด​ปกติ พอ​ลืมตา​ดู​ปรากฏ​ว่า​รัตติกาล​หาย​ไป​แล้ว เณร​ร้อง​เรียก​เสียง​ติดอ่าง​อย่าง​หนัก

“ย...​ยา...โยม​พี่...ยะ​โยม​พี่​รติ...”

ที่แท้​เธอ​กลับ​เข้า​ร่าง​ตัว​เอง​แล้ว ร่าง​ที่นอน​นิ่ง​มา​นาน​ค่อยๆลืมตา​ขึ้น แสงจันทร์​ที่​สาด​ส่อง​ลง​มา​กระทบ​ใบหน้า​งาม​ผ่อง เธอ​ลืมตา​จ้อง​ผู้​ที่​ยืน​อยู่​เบื้องหน้า

คุณ​หลวง​ยัง​ยืน​อยู่​ตรง​นั้น มอง​รัตติกาล​อยู่​นาน​ก่อน​ที่​จะ​เอ่ย​ด้วย​น้ำเสียง​อ่อนโยน​เป็น​มิตร​ว่า

“ท่านหญิง​มาลา​เหมือน​เจ้า หรือ​เจ้า​เหมือน​ท่าน​หญิงมาลา ก็​สุด​แล้วแต่ เจ้า​จะ​เป็น​คน​คน​เดียวกัน​หรือ​ไม่​ก็ตาม ขอบใจ​เจ้า​มาก​นะ​รัตติกาล” เมื่อ​รัตติกาล​พยุง​ตัว​ขึ้น คุณ​หลวง​ประคอง​เธอ​ขึ้น​มา​ซึ่ง​เธอ​ก็​มิได้​ปัด​ป้อง​แต่​อย่าง​ใด เอ่ย​เหมือนตัดพ้อว่า

“ทำไม​คุณ​หลวง​จึง​ต้อง​พูด​แบบ​นั้น​กับ​ฉัน​ด้วย​ล่ะ ใน​เมื่อ​คุณ​หลวง​ช่วย​ฉัน​ไว้ ฉัน​ต่างหาก​ที่​โกหก​หลอกลวง​คุณ​หลวง​ยก​โทษ​ให้​ฉันนะ​คะ”

“หาก​นี่​คือ​วิบากกรรม​ที่​เรา​ทำ​ร่วม​กัน  ไม่​ว่า​ชาติ​ใด​ภพ​ใด ข้า​ก็​พร้อม​จะ​อโหสิกรรม​ต่อ​เจ้า” เมื่อ​รัตติกาล​ขอบคุณ คุณ​หลวง​เอ่ย​เหมือน​สั่ง​ลา​ว่า “นับ​แต่​นี้​ถือว่า​กรรม​ของ​ข้า​ได้​สิ้นสุด​ลง​แล้ว”

“ความ​รัก​ของ​คุณ​หลวง​ยิ่ง​ใหญ่​เหลือเกิน​ค่ะ คุณ​หลวง​ทำให้​ฉัน​รู้จัก​ว่าความ​รัก​มี​ค่า​มาก​แค่​ไหน ไม่​ง่าย​เลย​ที่​จะ​เก็บ​ความ​รัก​ไว้​ให้​เป็น​นิรันดร์​อย่าง​ที่​คุณ​หลวง​มี​ให้​ต่อ​คุณ​มาลา”

“ท่านหญิง อโหสิกรรม​ให้​กระผม​นะ​ขอรับ” คุณ​หลวง​เอ่ย​ด้วย​สีหน้า​แวว​ตา​ที่​มี​แต่​ความ​เมตตา แล้ว​ร่าง​ก็​ค่อยๆ จาง​หาย​ไป​ต่อหน้า​รัตติกาล​ที่​เธอ​จะ​พยายาม​คว้า​มือ​คุณ​หลวง​ไว้​เพียงแค่​สัมผัส​ครั้ง​สุดท้าย...

ใน​ที่สุด​ร่าง​คุณ​หลวง​ก็​กลาย​เป็น​ฝุ่น​ธุลี​กระจายหาย​ไป​ท่ามกลาง​แสงจันทร์​ที่​ส่อง​ลง​มา รัตติกาล​แหงน​มอง​พระจันทร์ เธอ​คว้า​ได้​แค่​ปิ่น​ปัก​ผม เธอ​มอง​ปิ่น​ใน​มือ​นิ่ง​นาน พลันก็ดีใจ​สุด​ชีวิต​เมื่อ​ได้ยิน​เสียง​ตะวัน​ฉาย​ร้อง​เรียก​พร้อม​กับ​โผ​เข้าหา

ทั้ง​คู่​โผ​เข้าหา​กัน แต่​ร่าง​ของ​ตะวัน​ฉาย​กลับ​ผ่าน​ทะลุ​ร่าง​ของ​รัตติกาล​ไป​จน​เธอ​ตกใจ ถาม​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​เขา

ooooooo

วัน​ต่อ​มา...ที่​กระท่อม​ชม​เดือน หลังจาก​ภัท​รา​จัด​เลี้ยง​เพล​เณร​เสร็จ เณร​ขอ​ให้​กรวดน้ำ​รับ​ศีล​รับ​พร ทั้ง​ยัง​แนะนำ​ภัท​รา​ว่า

“ให้​โยม​เชิญ​โยม​หาญ​กล้า​มา​รับ​บุญ​จาก​โยม​ตอน​นี้​เลย​ก็​จะ​เป็น​การ​ดี​ไม่​น้อย”

ภัท​รา​รับคำ​เขินๆหาญ​กล้า​โผล่​มา​ทันที​ ยิ้ม​ทัก​ภัท​รา​อย่าง​มี​ความ​สุข เมื่อ​เณร​ให้​กรวดน้ำ​ได้​เลย ภัท​รา​ลงมือ​กรวดน้ำ​โดย​มี​หาญ​กล้า​เข้า​มา​แตะ​มือ​มอง​หน้า​อย่าง​ซาบซึ้ง

“ขอ​กุศล​นี้​จง​ถึง​พี่​หาญ​นะ​จ๊ะ ขอ​ให้​พี่​หาญ​ไป​สู่​ภพ​ภูมิ​ที่​ดี เกิด​ชาติ​หน้า​ฉันใด​ขอ​ให้​เรา​ได้​เกิด​มา​เป็น​คู่ เออ...คู่รัก​กัน​อีก​นะ​จ๊ะ​พี่​หาญ ตลอดกาล​นะ​จ๊ะ​พี่...”

กรวดน้ำ​เสร็จ​ทั้ง​สอง​ต่าง​มอง​กัน​หวาน​ซึ้ง​เขิน​กัน​ไป​มา​จน​เณร​เหล่​มอง​แอบ​เขิน​ไป​ด้วย

ทันใดนั้น​เอง สมชาย​ก็​ทะเล่อทะล่า​เข้า​มา​บอก​ว่า​ตะวัน​ฉาย​ถูก​รัตติกาล​ข่มขืน บอย​ฮ่ะ​เถียง​ว่า​ตะวัน​ฉาย​ข่มขืน​รัตติกาล​ต่างหาก หาญ​กล้า​คว้า​มือ​ภัท​ราช​วน​ไป​ดู​กัน​ดี​กว่า

ooooooo

ที่​มุม​หนึ่ง​ของ​กระท่อม​ชม​เดือน รัตติกาล​กำลัง​เศร้า​อย่าง​หนัก​เมื่อ​เธอ​เข้าใจ​ว่า​ตะวัน​ฉาย​ตาย​ไป​แล้ว พร่ำ​ถาม​ตัว​เอง​น้ำตา​คลอ​ว่า เวร​กรรม​อะไร​ถึง​ทำให้​ตน​ต้อง​สูญเสีย​คน​รัก​ไป​อย่าง​ไม่​มี​วัน​กลับ

ตะวัน​ฉาย​ย่อง​มา​บอก​ว่า​ตน​ยัง​ไม่ได้​ไป​ไหน ตน​ยัง​อยู่​ตรง​นี้ อยู่​ใกล้ๆเธอ​ตลอด​เวลา

“ถึง​อย่าง​นั้น​ก็​เถอะ​นะ นาย​ตาย​ไป​แล้ว นาย​เป็น​ผี​เป็น​วิญญาณ แต่​ถึงยัง​ไง​ฉัน​ก็​ต้อง​ขอบใจ​นาย​มาก​นะ​ตะวัน​ฉาย นาย​ช่วย​ฉัน​ให้​กลับ​มามี​ชีวิต​อีก​ครั้ง​ได้ แต่​นาย​ก็​ต้อง​แลก​ด้วย​ชีวิต​ของ​นาย...มัน...มัน...”

ตะวัน​ฉาย​บอก​ว่า​มัน​ก็​คุ้ม​เพราะ​อย่าง​น้อย​ตน​ก็ได้​รู้​ว่า​เธอ​รัก​ตน​มาก​แค่​ไหน รัตติกาล​ทำใจ​ไม่ได้​ถาม​ว่า​แล้ว​จะ​มี​ประโยชน์​อะไร​ใน​เมื่อ​เรา​อยู่​กัน​คน​ละ​ภพ​คน​ละ​ชาติ เขา​เป็น​ผี​ตน​เป็น​คน

“ถึง​ผม​จะ​เป็น​ผี​คุณ​เป็น​คน ผม​ก็​รัก​คุณ เมื่อ​ก่อน​ตอน​ผม​เป็น​คน​คุณ​เป็น​ผี​ก็​รัก​คุณ สรุป​คือ​จะ​ยัง​ไงผม​ก็​รัก​คุณ​รัตติกาล...”

รัตติกาล​ซึ้ง​ใจ​มาก​แต่​ก็​ยัง​ใจหาย​เมื่อ​ต่าง​ก็​รัก​กัน​แต่​ตน​ต้อง​มาก​ลาย​เป็น​ห​ม้า​ย​ทั้งที่​ยัง​สาวยัง​สวย ​และ​ยัง​ไม่ได้... รัตติกาล​ไม่​กล้า​พูด​คำ​นั้น​ออก​มา

“แต่​ถึงยัง​ไง​ผม​ก็​ยัง​อยู่​ตรง​นี้​ อยู่​กับ​คุณ​ตลอด​ไป” ตะวัน–​ฉาย​บอก​ย้ำ แต่​รัตติกาล​ก็​ยัง​ทำใจ​ไม่ได้​ที่​ตน​ยัง​ไม่ได้...พร่ำเพ้อ​ไป​ถึง​ความ​รัก​ของ​โรมิโอ​กับ​จูเลียต แล้ว​เอา​ขวด​บาง​อย่าง​ออก​มา​ชู​จะ​ฆ่า​ตัว​ตาย​ตาม​ตะวัน​ฉาย พริบตาเดียว​เธอ​ก็​กระดก​ขวด​ยา​เล็กๆขึ้น​กรอก​ใส่​ปาก​ตัว​เอง ตะวัน​ฉาย​ตกใจ​มาก​แต่​ห้าม​ไม่ทัน

เมื่อ​รัตติกาล​กรอก​ยา​แล้ว​ซวนเซ​จะ​ล้ม ตะวัน​ฉาย​ปราด​เข้า​ประคอง​ไว้ ปรากฏ​ว่า​สัมผัส​กัน​ได้ รัตติกาล​จึง​รู้​ว่า​ตะวัน​ฉาย​ยัง​ไม่​ตาย เขา​จึง​ยอม​รับ​หลังจาก​อำ​เสีย​จน​เธอ​หมด​กำลังใจ​ที่​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ต่อ​ไป​ว่า

“ผม​ยัง​ไม่​ตาย คุณ​ทำ​อะไร​ของ​คุณ​น่ะ​รัตติกาล ตอนนั้น​เณร​ให้​ผม​นั่ง​สมาธิ​ถอด​จิต​ไป​ช่วย​คุณ​เท่านั้น​เอง ผมยังไม่ตาย”

พูด​ไม่ทัน​ขาดคำ​ก็​ถูก​รัตติกาล​ตบ​หน้า​เ​พี​ยะ! ฐาน​หลอก​ตน ตะวัน​ฉาย​แก้ตัว​ว่า​เห็น​เธอ​เข้าใจ​อย่าง​นั้น​ก็​เลย​ปล่อย​เลย​ตาม​เลย​เท่านั้น​เอง เลย​โดน​เข้าไป​อีก​เ​พี​ยะ​หนึ่ง​จน​หน้า​หัน เขา​หัน​ขวับ​ขู่​ทันที

“ตบ​ผม งั้น​ผม​จูบ” พูด​จบ​ก็​คว้า​ไป​จูบ​ฟอด​ใหญ่ โดน​รัตติกาล​ตบ​อีก​เ​พี​ยะ​แล้ว​ก็​โดน​จูบ​อีก​ฟอด​ทั้ง​คู่ตบๆจูบๆกัน​อยู่​อย่าง​นั้น​อุตลุด​กัน​จน​ทุก​คน​เข้า​มา​ห้าม หาญ​กล้า​เข้า​ดึง​ตะวัน​ฉาย​ออก​มา​ส่วน​ภัท​รา​ดึง​ตัว​รัตติกาล​ออก​ไป

“อี​ตา​นี่​หลอก​หนู” รัตติกาล​ฟ้อง​ทันที หาญ​กล้าเล่น​มุก​ว่า​ตะวัน​ฉาย​ไม่ได้​เป็น​ผี​เหมือน​ตน​จะ​ไป​หลอก​เธอ​ได้​ยังไง​ อย่า​ไป​ปรักปรำ​เขา​เลย รัตติกาล​ต่อว่า​พ่อ​หา​ว่า​เข้า​ข้าง​ตะวันฉาย

ตะวัน​ฉาย​หา​ว่า​รัตติกาล​เถียง​พ่อ ภัท​รา​เอ็ด​ลูก​ชายว่า​ไป​ว่า​เธอ​อย่าง​นั้น​ได้​ไง เลย​กลาย​เป็น​ว่า​หาญ​กล้า​เชียร์ตะวันฉาย และ​ภัท​รา​ปกป้อง​รัตติกาล สุดท้าย​กลาย​เป็น​ภัท​รา ​กับหาญกล้า​หัน​มา​เถียง​กันเอง

ภัท​รา​ยุ​รัตติกาล​อย่า​ยอม​พวก​ผู้ชาย ไม่​อย่าง​นั้น​เรา​จะ​เสียเปรียบ​ไป​ตลอดกาล ส่วน​หาญ​กล้า​ก็​ยุ​ตะวัน​ฉาย​ว่า​เรา​ต้อง​กำราบ​ผู้หญิง​พวก​นี้​ให้​อยู่หมัด ทั้ง​สี่​คน​เลย​โต้เถียง​สลับ​ขั้ว​กัน​วุ่นวาย

พัดชา​ฟัง​แล้ว​มอง​หน้า​พิชญ์​ทำท่า​จะ​เป็น​ลม พิชญ์​ฉวย​โอกาส​จะ​เข้า​​ช่วย​ผายปอด ถูก​พัดชา​ด่า​ว่า​ฉวย​โอกาส​อีก​แล้ว ทั้ง​สอง​เลย​เถียง​กัน​กระ​เง้า​กระ​งอ​ดไป​ตาม​ประสา​คน​ที่​มี​อะไร​ใน​ใจ​ต่อ​กัน

ฝ่าย​ตะวัน​รอน​กับ​หนู​ดี​ก็​แฮปปี้​กัน​อยู่​สอง​คน หนูดีหวาน​กับ​ตะวัน​รอน​เพราะ​ซึ้ง​ใจ​ที่​เขา​อยู่​เคียง​ข้าง​เธอ​ตลอด​เวลาหนูดี​บอก​​ตะวัน​รอน​ว่า​ดูๆทุก​อย่าง​ทำท่า​จะ​จบ​ลง​อย่าง​มี​ความ​สุข

หนู​ดี​ที่​เ​ว่า​อีสาน​มา​ตลอด​แต่​ทำตัว​เป็น​อาจารย์​สอน​ภาษาไทย​วัน​ละ​คำ วัน​นี้​เธอ​จึง​เสนอ​คำ​ว่า “จบ​บริบูรณ์” เธอ​อธิบาย​ว่า “จบ​บริบูรณ์​หมาย​ถึง​จบ​ลง​อย่าง​แฮปปี้​เอน​ดิ้ง”

“จบ​อย่าง​มี​ความ​สุข​สนุกสนาน​มากมายก่ายกอง มี​ความ​สุขสม​หวัง​กัน​เป็น​คู่ๆ” ตะวัน​รอน​ช่วย​ขยาย​ความ ทั้งคู่​สบตา​กัน​อย่าง​มี​ความ​สุข

แต่​ที่​ด้าน​หลัง​ของ​ทั้ง​สอง​คู่​คือ​ตะวัน​รอน​กับ​หนู​ดี​และ​พัดชา​กับ​พิชญ์​นั้น ยัง​เถียง​กัน​โหวกเหวก​โวยวาย​ไม่​เลิกระหว่าง​พ่อ​กับ​แม่​และ​ลูก​กับ​ลูก

ภัท​รา​ยุ​รัตติกาล​อย่า​ยอม​ตะวัน​ฉาย และ​หาญ​กล้า​ก็​ยุ​ตะวัน​ฉาย​อย่า​ยอม​รัตติกาล

“ผม​ไม่​ยอม​อยู่​แล้ว​คุณ​พ่อ” ตะวัน​ฉาย​บอก​ว่าที่​พ่อตา พลาง​ยื่น​หน้า​เข้าไป​ล่อ​รัตติกาล​ให้​ตบ

“เอา​ซี่...เป็น​ไง​เป็น​กัน” รัตติกาล​เข่น​เขี้ยว​เคี้ยวฟัน เงื้อ​มือ​สุด​แขน​ตบ​ผัวะ!

พอ​ตบ​เท่านั้น​เธอ​ก็​ถูก​จูบ​ทันที ฝ่าย​หนึ่ง​ท้า​ให้​ตบ​อีก​ฝ่าย​​ก็​จับ​จูบ ตบๆจูบๆกัน​อยู่​อย่าง​นั้น​จน​กอง​เชียร์​เหนื่อย​เลย​หยุด​ห้าม

สุดท้าย ตบ​ก็​แพ้​จูบ พอ​รัตติกาล​โดน​จูบ​เข้า​หลายที สุดท้าย​เธอ​ก็​อ่อน​แรง​ปล่อย​ให้​ตะวัน​ฉาย​จูบ​เนิ่นนาน ท่ามกลาง​รอย​ยิ้ม​ของ​พวก​กอง​เชียร์ ไม่​เว้น​แม้แต่​เณร​เปี๊ยก​ที่​ยิ้ม​จนเต็มหน้า อวย​พร​ทุก​คน​ว่า

“ขอ​ให้​มี​ความ​สุข​ทุกๆคนนะ​จ๊ะ เจริญพร...”

ooooooo

–อวสาน–

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 17:48 น.