ตอนที่ 13
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดทรมานของตะวันฉายดังไปถึงคฤหาสน์จันทรา รัตติกาลจำเสียงเขาได้ เมื่อหลวงบวรสงครามกับกระทิงพากันเข้ามา เธอถลาเข้าไปขอร้องอย่าทำอะไรตะวันฉายเลย ปล่อยเขาไปเสีย คุณหลวงตอบอย่างเลือดเย็นว่า
“มันคือตัวขัดขวางที่ทำให้เธอไม่ยอมระลึกชาติกลับมาเป็นท่านหญิง สิ้นมันสักคนฉันก็จะได้ท่านหญิงของฉันกลับคืนมา” รัตติกาลโต้ว่าไม่ว่าตนจะเป็นอะไรก็ไม่เกี่ยวกับตะวันฉาย “เกี่ยวสิ...เพราะชาติภพนี้ รัตติกาลมีความรักให้ กับมัน ถ้าฉันไม่กำจัดมันให้พ้นทาง ท่านหญิงก็จะไม่กลับมา” พูดแล้วก็จะออกไป
“เดี๋ยวก่อนคุณหลวง...ฉันขอร้อง...ฉันยอมทุกอย่างแล้ว” รัตติกาลจำยอมเพื่อแลกกับความปลอดภัยของตะวันฉาย
เมื่อหลวงบวรฯกลับไปถึงห้องโถง อีสีดวงก็กระหืด-กระหอบเข้ามารายงานว่าไอ้ริดแย่แล้ว พลันไอ้ริดก็โผล่มา ในสภาพบาดเจ็บหนัก มันรายงานว่าถูกทำร้ายด้วยปิ่นของ ท่านหญิง หลวงบวรฯยังไม่อยากเชื่อ ถามว่าพวกนั้นค้นพบปิ่นนั่นแล้วหรือ เมื่อไอ้ริดยืนยัน หลวงบวรฯพูดอย่างไม่สะทก– สะท้านว่า
“เอ็งทำงานได้ดีมากไอ้ริด แต่ถึงพวกมันจะได้ปิ่นนั่นไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะอีกไม่นาน ชาติภพนี้ของรัตติกาลจะสิ้นสุดลง เหลือแต่เพียงท่านหญิงของข้า คฤหาสน์จันทราจะปิดตายไม่ข้องแวะกับใครอีก”
แม้จะได้ฟังเรื่องดีๆ แต่ไอ้ริดก็เจ็บปวดบาดแผลจนแทบจะทนไม่ได้ หลวงบวรฯจึงใช้เล็บคมของตัวเองกรีดข้อมือแล้วให้ไอ้ริดกินเลือดจากข้อมือ บอกอีสีดวงให้พาไปพักเดี๋ยวก็จะดีขึ้นเอง
“เจ้าค่ะคุณหลวง...เอ่อ...แล้วพวกของตะวันฉายที่อยู่ในนี้ล่ะเจ้าคะ”
“เอ็งอยากทำอะไรก็ตามใจ” หลวงบวรฯอนุญาต อีสีดวงยิ้มดีใจรีบพาไอ้ริดไปทันที
ooooooo
อีสีดวงเข้าไปในห้องที่ภัทรากับสมชายกินอาหาร ทั้งสองกินเกลี้ยง บนโต๊ะเต็มไปด้วยกระดูกและเศษ อาหาร อีสีดวงเข้ามาพูดอย่างกระหยิ่มว่า อิ่มกันก็ดีแล้ว คราวนี้ถึงทีตนจะอิ่มบ้าง พลางก็แยกเขี้ยวย่างสามขุมเข้าหา สมชายกับภัทราตกใจ พากันร้องกรี๊ดแล้วโกยแน่บ หนีเข้าไปหลบอยู่ในห้องของหาญกล้าโดยไม่รู้ตัว
ทีแรกพอเจอก็ทะเลาะกันลั่นไปหมด จนกระทั่งประตูหน้าต่างปิดปึงปัง สมชายบอกว่าพวกมันตามมาแล้ว ภัทรา ก็โผเข้าหาหาญกล้า
“ทำไงดี...ฉัน...ฉันยังไม่อยากเป็นอาหารของพวกมันนะไอ้เฒ่า”
หาญกล้ากับภัทราให้สมชายไปล่ออีสีดวงเบนความสนใจ แล้วทั้งสองก็พากันเอาเชือกไปมัดอีสีดวงไว้จนแน่น แม้จะถูกมัดจนกระดิกไม่ได้ แต่อีสีดวงก็แยกเขี้ยวขู่แฮ่ๆ จะเอาพวกนี้เป็นอาหารให้ได้
“อาหารของพวกแกเหรอ อีผีชะนี เชอะ! กินไอ้นี่ไปแทนแล้วกัน” สมชายเอาถุงเท้ามาปั้นแล้วยัดเข้าปากอีสีดวง จากนั้นพากันวิ่งหนี ท่ามกลางเสียงร้องอู้อี้ของอีสีดวง
ooooooo
ภัทรากลัวจนเข่าอ่อนต้องอ้อนหาญกล้าให้ช่วยเหลือ หาญกล้าจึงอุ้มพาหนีไปท่ามกลางความหมั่นไส้ของสมชาย แต่ไม่ทันพ้นจากคฤหาสน์ก็ถูกกระทิงโผล่มาขวาง หมายจะจับทั้งหมดกินเป็นอาหารเช้าวันนี้
ขณะที่ทั้งหมดกำลังจนแต้มจวนตัวนั่นเอง รัตติกาลก็ปรากฏตัวขึ้นในชุดของหม่อมเจ้ามาลา เดินหน้าตึงเข้าไป หาญกล้าดีใจมากที่เห็นลูกสาว แต่หม่อมเจ้ามาลาทำเหมือนไม่รู้จักกัน สั่งกระทิงให้ปล่อยพวกนี้ออกไปจากคฤหาสน์จันทราเสีย หาญกล้าพยายามบอกเธอว่า “รติ นี่พ่อไงลูก”
“พวกเจ้าเป็นใคร แต่งตัวพิลึกพิลั่นเข้ามายุ่มย่ามทำอะไรในคฤหาสน์ของข้า”
ครั้นหาญกล้าถามงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น ถูกรัตติกาลตวาดอย่างไม่พอใจว่า
หุบปากเจ้าเดี๋ยวนี้...เราคือหม่อมเจ้ามาลา เราไม่ได้ชื่อรติ ไม่ได้เป็นลูกสาวของเจ้า” พูดแล้วเดินเชิดไปสั่งกระทิง “ส่งคนพวกนี้ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”
กระทิงฟังแล้วทำหน้างงๆ จนรัตติกาลย้ำ มันจึงหันไปแยกเขี้ยวขู่ไล่พวกหาญกล้าออกไป ภัทราดึงหาญกล้าออกไปก่อนที่พวกมันจะเปลี่ยนใจ แต่หาญกล้าไม่ยอมไป พยายามบอกรัตติกาลว่าตนเป็นพ่อ
“ไอ้เฒ่า อย่าหาเรื่องสิ ดูไม่ออกเหรอไง นั่นไม่ใช่ลูกสาวแกแล้วนะ รีบไปเถอะ” ภัทราลากสุดแรง สมชายมาช่วยอีกคน จึงดึงหาญกล้าออกไปได้
รัตติกาลมองตามไปครู่หนึ่ง ก่อนเดินเชิดหน้าคอระหงเยี่ยงเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ จากนั้นประตูคฤหาสน์ก็ค่อยๆปิดลงช้าๆอย่างน่าเกรงขาม
ooooooo
ตะวันฉายถูกคุมขังไว้ในสภาพอิดโรยซีดเซียว แต่เขายังมุ่งมั่นที่จะช่วยรัตติกาลให้ได้ พยายามหาทางหนี ลุกเดินไปไม่กี่ก้าวก็หน้าคว่ำลงอย่างหมดแรง กระนั้นก็ยังพร่ำเรียก “รติ...รติ...”
ท่านหญิงมาลาในร่างของรัตติกาลเดินสำรวจตรวจตราคฤหาสน์อย่างสง่าสูงศักดิ์ คุณหลวงเฝ้ามองอย่างเสน่หา หัน ไปสั่งกระทงกับอีสีดวงให้ออกไปก่อน แล้วคุณหลวงก็เข้าไปประคองมือรัตติกาลขึ้นมา เธอเขินอายเมื่อได้ยินคุณหลวงรำพันความรัก ความคิดถึง และโอบกอดไว้อย่างทะนุถนอม
กระทงที่หลงรักคุณหลวงมาตลอดเวลามองภาพนั้นอย่างเจ็บช้ำ เศร้าสร้อยที่ตนไม่มีโอกาสดูแลคุณหลวงอย่างใกล้ชิดเหมือนเดิมอีกแล้ว
ส่วนกระทิงเข้าไปเห็นตะวันฉายฟุบอยู่กับพื้น ก็จับเหวี่ยงอย่างเกรี้ยวกราด และจะเข้าไปทำร้าย แต่กระทงเข้ามาจ้องมองตะวันฉายอย่างเกลียดชังขณะเอ่ย
“จริงๆข้าอยากให้ไอ้กระทิง ไอ้ริดกัดแกให้ตายเสียด้วยซ้ำ แกเป็นเสี้ยนหนามของคุณหลวง ทำให้คุณหลวงต้องเสียเวลารอท่านหญิง แต่คุณหลวงยังไม่อยากให้แกตายตอนนี้ เพราะคุณหลวงอยากเห็นแกทรมานก่อนถึงวันแต่งงาน แล้วตอนนั้นแกจะได้ตายสมใจแน่” พูดแล้วกระทงแยกเขี้ยวใส่น่ากลัว
เณรเปี๊ยกที่ตะวันฉายหวังเป็นที่พึ่งก็ไม่อาจพึ่งได้ เพราะถูกหลวงบวรสงครามตามมาหลอกหลอน และขู่เสียจนเณรต้องหนีเข้าไปซ่อนตัวในโบสถ์ สวดมนต์ไหว้พระลนลาน บอกกล่าวถึงตะวันฉายว่า
“โยมพี่...เณรขอโทษจ้า เณรไม่รู้จะช่วยโยมพี่ยังไง ลำพังเณรยังเอาตัวไม่รอดเลยจ้า...”
ooooooo
ภัทรากับสมชายพากันหนีกลับมาถึงบ้านเรือนหอของตะวันฉาย ภัทราตามหาลูกชายไปทั่วบ้านก็ไม่เจอ แต่กลับเจอหาญกล้าที่โผล่มาจ้องตาเขียวปั้ด ภัทราไล่จะไปไหนก็ไปให้พ้น ตนกับเขาหมดเวรหมดกรรมกันแล้วลูกสาวตนก็เปลี่ยนใจไม่ชอบผีต่อไปอีกแล้ว
หาญกล้าหาว่าเพราะภัทราห้ามไว้ทำให้ตนไม่ได้พารัตติกาลกลับมาด้วย ส่วนภัทราก็อ้างว่าเพราะรัตติกาลไม่รู้จักพ่อตัวเองแล้วต่างหาก ควรขอบคุณตนด้วยซ้ำที่พาเขาออกจากคฤหาสน์ปิศาจนั่นมาได้
ด่าหาญกล้าแล้วก็เดินร้องเรียกตามหาตะวันฉายไปตามห้องต่างๆ หาญกล้าบอกว่าไม่ต้องเรียกหรอกเพราะตะวัน-ฉายยังอยู่กับรัตติกาลที่คฤหาสน์นั่น ภัทราไม่เชื่อหาว่าหาญกล้า ล้อเล่นหลอกตน
“ฉันไม่ล้อเล่นหรอก ตะวันฉายยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้รติได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง มันถึงยอมเสี่ยงตายบุกไปช่วยรติ”
“ไม่จริง...ลูกฉันต้องไม่ทำอะไรโง่ๆแบบนั้น แกต้องไปพาลูกฉันกลับมาเดี๋ยวนี้นะ”
“ถ้าฉันกลับไปได้ ฉันไปช่วยลูกฉันนานแล้วยัยแก่...
แต่ที่ฉันกลับไปไม่ได้ เพราะพอไอ้ผีคุณหลวงมันได้ตัวรติไป สมใจมัน มันก็ปิดตายคฤหาสน์ของมันไม่ให้ใครเห็นและเข้าไปไม่ได้อีก”
“ตะวันฉายลูกแม่...ไม่นะ...” ภัทราหน้าเสีย ส่วนหาญกล้าก็นิ่วหน้าอย่างกลุ้มใจ
ooooooo
เวลาเดียวกัน หนูดีที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองอย่างแรง เมื่อตะวันรอนพามารักษาตัวที่โรงพยาบาลจนฟื้น พอรู้สึกตัวขึ้นมาก็พูดสับสนทั้งภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น อีสาน ฝรั่งเศส ยุ่งไปหมด ตะวันรอนถามหมอว่าเธอเป็นอะไร
“ผลจากการที่คนเจ็บได้รับการกระแทกที่ศีรษะอย่างรุนแรงทำให้สมองส่วนที่ควบคุมความทรงจำเสื่อมและเกิดความสับสน แล้วยังทำให้ระบบการติดต่อสื่อสารเกิดความสับสนเกี่ยวกับการใช้ภาษากับผู้อื่น”
เท่านั้นไม่พอหมอยังบอกว่าท่าทางหนูดีอาการหนักกว่าที่คิด ทำให้ตะวันรอนรีบโทร.บอกภัทราให้มาดูหนูดีที่โรงพยาบาล
“เธอไปดูอาการหนูดีเถอะ เรื่องลูกชายฉันกับลูกสาวเธอ ฉันจะลองพยายามหาทางช่วยดู แต่ที่ฉันพูดไป หวังว่าคงไม่ เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเธอนะยัยแก่หัวดื้อ” พูดแล้วหาญกล้าหายวับไปทันที
ภัทราคิดถึงคำพูดของหาญกล้าที่ว่า “สองคนนั่นต่างเชื่อมั่นว่าความรักจะสามารถเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างได้แม้แต่ความตาย เหลือแต่เธอนั่นแหละที่ยังดักดาน งมโข่ง งี่เง่า พยายามขัดขวางพวกเขา”
นั่นคือความจริงที่ทั้งตะวันฉายและรัตติกาลยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อคนที่ตนรัก เพื่อให้ตะวันฉายรอดพ้นจากความตาย รัตติกาลยอมหลวงบวรฯทุกอย่าง ยอมแม้กระทั่งกินเลือดของหลวงบวรฯเพื่อให้เขาไว้ชีวิตตะวันฉาย
คืนนั้นเธอนอนร้องไห้บอกตะวันฉายว่า “ตะวันฉาย ฉันยอมทุกอย่างเพื่อนายคนเดียว”
ส่วนหลวงบวรฯดีอกดีใจที่ได้ท่านหญิงคนเดิมของตนกลับมา หลังจากที่เฝ้ารอมา 100 กว่าปี เตรียมจัดงานแต่งงานและกลับมามีชีวิตกันอีกครั้ง
“ค่ะคุณหลวง” รัตติกาลรับคำแต่ย้ำเตือนว่า “แต่ดิฉันหวังว่าคุณหลวงคงไม่ลืมสัญญาก่อนที่เราจะแต่งงานกัน”
หลวงบวรสงครามถึงกับชะงักไปเมื่อได้ฟังคำย้ำเตือนของรัตติกาล
ooooooo
เพื่อหาทางช่วยลูกสาว หาญกล้าลุยไปหาแมรี่ ที่กำลังอ่อยพวกหนุ่มๆอยู่ในร้านคาราโอเกะ สั่งแมรี่ว่าต้องพาตนไปหารัตติกาล แมรี่กลัวจนหนีเตลิดออกจากร้านไป หาญกล้าตามไปทันที
ที่คฤหาสน์จันทรา กระทงเอาอาหารไปให้ตะวันฉายกิน บอกว่าคุณหลวงสั่งให้กินมากๆ และจะตายไม่ได้จนกว่าคุณหลวงจะสั่ง ตะวันฉายปัดอาหารจนกระจุยกระจาย กระทงแยกเขี้ยวจะเข้าเล่นงาน ก็พอดีคุณหลวงเดินเข้ามาสั่งกระทงถอยไป แล้วเข้าไปจ้องหน้าตะวันฉายอย่างดุร้าย
ทั้ง 2 ต่างอ้างตนเป็นเจ้าของรัตติกาล คุณหลวงกระชากคอเสื้อตะวันฉายตะคอกว่ารัตติกาลของเขาตายไปแล้ว และ “แกจะไม่มีวันได้พบกับเธออีก”
“อย่างแกยังหวังจะได้เจอคนรักของแก แล้วทำไมฉันจะหวังบ้างไม่ได้” ตะวันฉายไม่ยอมแพ้
คุณหลวงโกรธจัดกระชากตัวตะวันฉายลากไปท่ามกลางความสงสัยของกระทงที่ย่องตามไปดู
คุณหลวงพาตะวันฉายเข้าไปดูร่างของรัตติกาลที่นอนเหมือนหลับอยู่ในโลงแก้ว ตะวันฉายถลาเข้าไปปลุก อ้อนวอนคุณหลวงทำให้เธอฟื้นขึ้นมาจะแลกกับชีวิตของตนก็ยอม บอกคุณหลวงว่า
“ความรักของคุณมันจบไปในอดีตแล้ว ผู้หญิงคนนี้ตอนนี้เธอคือรัตติกาล ไม่ใช่ท่านหญิงของคุณ”
“ความรักของแกต่างหากที่กำลังจะจบลง อีกไม่นาน
ข้าจะได้แต่งงานกับท่านหญิงของข้า ถึงเวลานั้นเมื่อไร ร่างที่ท่านหญิงอาศัยมาเกิดก็จะหมดความหมายเหลือแค่เพียงซากศพที่เน่าเปื่อย” คุณหลวงพูดอย่างเป็นต่อ แล้วหัวเราะชอบใจ
“ร...ร...รติ...” ตะวันฉายร้องเรียกอย่างเจ็บปวด ดวงตาค่อยๆปรือจนดับวูบไป...
ooooooo
ฝ่ายเณรเปี๊ยกยังคงขังตัวเองสวดมนต์ภาวนาอยู่ในโบสถ์ด้วยความกลัวผีคุณหลวง จนกระทั่งพิชญ์กับพัดชามาหา เจอพระพี่เลี้ยงบอกว่าไม่รู้เณรเป็นอะไร เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในโบสถ์ ทั้งสองถามว่าเณรเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร
“ก็ก่อนที่โยมจะไปต่างจังหวัดนั่นแหละ” พระพี่เลี้ยงบอก พัดชาเลยไปเคาะประตูเรียก
“เณรคะ นี่โยมพี่เองนะคะ เณรไม่ต้องกลัวพวกเราหรอกค่ะ...เณร...ได้ยินเราไหมคะ”
เณรจำเสียงได้รีบลุกมาที่ประตูถามว่าโยมพี่มาช่วยเณรแล้วใช่ไหม เสียงพิชญ์ตอบมาว่าใช่ ให้เณรรีบเปิดประตูออกมา พวกตนมีเรื่องต้องคุยกับเณรด่วน
แต่พอเณรเปิดประตู คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับกลายเป็นเห็นพระพี่เลี้ยงเป็นหลวงบวรฯและพิชญ์กับพัดชาก็กลายเป็นกระทิงกับกระทง เณรร้องจ๊าก แล้วปิดประตูโบสถ์ลั่นกลอนทันที
พระพี่เลี้ยง พิชญ์และพัดชาต่างงุนงง พัดชาเชื่อว่าต้องเป็นเพราะเณรถูกมนต์สะกดของผีพวกนั้นแน่ๆ พิชญ์บอกว่าเราจะต้องหาทางช่วยเณรออกมาก่อน ไม่อย่างนั้นตะวันฉายไม่รอดแน่
ว่าแล้วพิชญ์กับพัดชาก็เอาเตาอั้งโล่ใส่ถ่านจุดไฟควันโขมงแล้วเอามาตั้งหน้าโบสถ์ช่วยกันพัดให้ควันลอยเข้าไปในโบสถ์ จนเณรทนไม่ได้ เมื่อได้ยินเสียงร้องว่า ไฟไหม้...ไฟไหม้ เณรก็เปิดประตูผางออกมา พริบตานั้นพิชญ์ยกกระติกนํ้ามนต์ขึ้นพนมแล้วสาดใส่เณรทันที เณรจำได้ถามว่าโยมพี่ทำอะไร พิชญ์บอกว่านํ้ามนต์ แล้วหันบอกพัดชาอย่างดีใจว่า
“แบบนี้แสดงว่าถอนมนต์สะกดของพวกมันได้แล้ว”
ooooooo
รัตติกาลยังแว่วเสียงร้องโหยหวนเจ็บปวดของตะวันฉาย จึงตามเสียงไปจนถึงประตูห้อง ทันใดนั้นกระทิงก็เปิดประตูออกมา ปากเปื้อนเลือดแดงเถือกมันถามว่าท่านหญิงมาทำอะไรแถวนี้ พอเธอบอกว่าได้ยินเสียงนายคนนั้นร้องเลยมาดูหน่อย พลางตาก็จ้องปากเปื้อนเลือดของกระทิง
กระทิงรีบเช็ดคราบเลือดออกบอกว่าไม่มีอะไร หมอนั่นพยายามหนี คุณหลวงเลยให้ตนมาจัดการ รัตติกาลบอกว่าตนขอให้คุณหลวงปล่อยนายคนนั้นไปแล้วไม่ใช่หรือ เพราะไม่อยากให้มีการทำร้ายกันในวันมงคลของตน
กระทงแก้ต่างว่าคุณหลวงไม่ได้ลืมคำขอของท่านหญิงแต่อยากให้มั่นใจว่าถ้าปล่อยไปแล้วมันจะไม่ย้อนกลับมาเล่นงานคุณหลวงอีก รัตติกาลเลยบอกว่าตนจะไปคุยกับคุณหลวงเอง ว่าแล้วหันหลังไปเลย
กระทงมองตามรัตติกาลไปด้วยความสงสัย จนเมื่อรัตติกาลไปทวงสัญญากับคุณหลวง เมื่อคุณหลวงยืนยันว่ายังปล่อยตะวันฉายไปตอนนี้ไม่ได้ เธอยํ้ายืนยันว่า
“หากคุณหลวงไม่ยึดมั่นกับคำสัญญา ดิฉันขอยืนยันว่าจะไม่มีพิธีแต่งงานเกิดขึ้นระหว่างเรา”
แต่พอรัตติกาลเดินออกจากห้องก็เจอกระทงที่มาแอบฟังอยู่จ้องมองอย่างสงสัย พูดอย่างจับพิรุธว่า
“ท่านหญิงมาลาเจ้าคะ ท่านกำลังทำลายหัวใจของหลวงบวรฯ หัวใจที่เฝ้ารอการกลับมาของท่านหญิง หัวใจที่ยึดมั่นกับคำสัญญาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ท่านหญิงลืมหรือว่าจำไม่ได้ อ้อ! รึว่าไม่เคยรู้ว่าอดีตของตนที่ผ่านมาได้เคยสัญญาอะไรไว้กับคุณหลวง”
รัตติกาลทำขึงขังถามว่าสัญญาอะไร และนั่นไม่ใช่กงการอะไรของตัว เป็นเรื่องระหว่างตนกับคุณหลวง ว่าแล้วเดินเชิดคอแข็งออกไป ทำให้กระทงยิ่งสงสัยมากขึ้น
จนกระทั่งกลางคืน กระทงเข้าไปพูดความสงสัยของตนให้คุณหลวงฟังว่า สงสัยท่านหญิงจะไม่ได้ระลึกชาติได้ แต่เป็นการแสดงละครตบตาของรัตติกาลมากกว่า ทำให้คุณหลวงไม่พอใจที่กล่าวหาท่านหญิงของตน ทั้งยังเชื่อว่า อาจเป็นเพราะท่านหญิงยังสับสนระหว่างการเป็นรัตติกาลในชาตินี้กับท่านหญิงในชาติที่แล้วมากกว่า แต่พอกระทงจะไปจัดการกับร่างของรัตติกาลเพื่อให้ท่านหญิงไม่มีความทรงจำในชาติภพนี้อีก คุณหลวงกลับยับยั้งว่า
“รอให้หลังจากพิธีแต่งงานของข้ากับท่านหญิงเสร็จสิ้นลงก่อน ข้าไม่อยากทำให้ท่านหญิงไม่สบายใจที่มีเรื่องไม่มงคลในระหว่างพิธี”
ooooooo
หนูดียังอยู่ในอาการสับสนบางครั้งเหมือนสติฟั่นเฟือน เมื่อตะวันรอนดูแลใกล้ชิด เธอถามว่าเขาเป็นใคร ตะวันรอนบอกว่าตนเป็นแฟนเธอ เท่านั้นเองหนูดี ก็โผเข้ากอดปลํ้าพาไปที่เตียงจะเล่นจ้ำจี้ฉันคนรัก
เป็นจังหวะที่ภัทราเข้ามาเห็นพอดี เลยด่าตะวันรอนแหลกลาญแล้วพาหนูดีกลับไปดูแลเอง พอขึ้นรถจะไป หนูดีกับตะวันรอนยังส่งจุ๊บๆให้กันอย่างอาลัยอาวรณ์
ครู่หนึ่งพยาบาลจึงมาทำเตียง มีพยาบาลอีกคนเข้ามาบอกว่า หนูดีลืมเอาของที่ติดตัวมากลับไปด้วย พลางเอาปิ่นปักผมของท่านหญิงจากถุงพลาสติกออกมาให้ดู
ooooooo
รัตติกาลขอให้คุณหลวงปล่อยตะวันฉายไปตามสัญญาที่ให้ไว้ คุณหลวงยอมปล่อย แต่บอกกระทิงว่าต่อไปนี้ตะวันฉายคือเหยื่อของมันให้ปล่อยไปแล้วค่อยเปิดเกมล่า ใครจัดการได้ก่อนตนมีรางวัลให้อย่างงาม
เมื่อรัตติกาลเข้ามาทวงถามสัญญาอีก คุณหลวงบอกว่ากำลังจะปล่อย พริบตานั้นตะวันฉายคว้าแจกันทุ่มหัวไอ้ริดกับกระทิงแล้วพุ่งเข้าคว้าตัวรัตติกาลไว้เป็นตัวประกัน แล้วค่อยๆพาเธอหนีไปด้วยกัน
“ตามท่านหญิงของข้ากลับมาให้ได้ แล้วอย่าให้มันมีชีวิตรอด” คุณหลวงสั่งสมุนเหี้ยมเกรียม
ระหว่างพารัตติกาลหนีนั้น ตะวันฉายพูดอย่างรู้ทันเธอว่าเล่นละครตบตาคุณหลวง ขอร้องเธอหนีไปด้วยกันให้รอดให้ได้ รัตติกาลเตือนว่าเขาไม่มีทางหนีรอดจากคุณหลวงไปได้ ถ้าไม่รีบหนีไปเสียตอนที่มีโอกาสก็มีแต่ตายอยู่ในป่านี้ เธอทั้งขอร้องทั้งขู่ กระทั่งให้ความหวังว่า
“ไปสิ ถ้าเจ้ารักรัตติกาลจริงอย่างที่เจ้าพูด เจ้าจะต้องรู้จักคำว่ารอ วันนึงรัตติกาลอาจจะกลับไปหาเจ้าก็ได้”
แทนที่ตะวันฉายจะไปเขากลับเข้าจับเธอพาดบ่าพาไปด้วย แต่สุดท้ายก็ถูกกระทิงกับกระทง และไอ้ริดตามทัน กระทิงจะจัดการตะวันฉาย แต่รัตติกาลหว่านล้อมว่าตนไม่เป็นอะไร ขอให้ปล่อยเขาไปเสีย ตนไม่อยากให้คุณหลวงทำบาปอีก
กระทงย่างสามขุมเข้าหาตะวันฉาย รัตติกาลฉุดแขนไว้แล้วตะโกนให้ตะวันฉายรีบหนีไปเสีย เขาจึงตัดสินใจหนีเอาตัวรอดไปก่อน กระทิงกับไอ้ริดรีบตามไป กระทงหันมาเอาเรื่องกับรัตติกาลว่า
“เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ดิฉันคงต้องเรียนความจริงกับคุณหลวงว่าท่านหญิงพยายามช่วยมัน”
ooooooo
พัดชากับพิชญ์หว่านล้อมเณรให้ไปช่วยตะวันฉายไม่สำเร็จ พัดชาตัดสินใจไม่ขอพึ่งเณรแต่ขอพูดกับเณรว่า ถึงเณรจะอ้างว่าเณรยังเป็นเด็กช่วยอะไรไม่ได้ แต่ถ้าหลวงตาไม่เห็นว่าเณรมีอะไรพิเศษก็คงไม่รับเณรไว้เป็นศิษย์เอก ไม่สั่งสอนความรู้ให้แล้วก็คงไม่เห็นความหวังของพวกเราด้วย
พัดชาพูดทิ้งไว้แล้วชวนพิชญ์ไปตายเอาดาบหน้ากันเถอะ
แต่พอพัดชากับพิชญ์ไปแล้ว เณรก็ได้เจอกับหาญกล้าที่สู้ทนกับความเจ็บปวดเข้ามาในบริเวณวัด เพื่อขอร้องเณรให้ช่วยลูกสาวกับลูกเขยตนด้วย หาญกล้าพูดไม่ทันจบความดีก็เลือนหายไปด้วยความเจ็บปวด แต่คำพูดที่หาญกล้าท้วงติงเณรว่า เมื่อเณรยังไม่ทันได้ช่วยแล้วรู้ได้ยังไงว่าช่วยไม่ได้ ทำให้เณรเครียดหนัก
ในที่สุดเณรไปหาพิชญ์ที่กำลังค้นหาวิธีช่วยตะวันฉายจากกูเกิลอยู่กับพัดชา บอกว่าเรื่องนี้ใครก็ช่วยไม่ได้หรอกหันมาพึ่งเณรเปี๊ยกดีกว่าสบายหายห่วงแน่
พัดชากับพิชญ์ดีใจมากต่างยกมือไหว้โมทนาสาธุ เณรจึงเริ่มใช้สมาธิขั้นสูงเพื่อหาทางช่วยตะวันฉายต่อไป
ขณะที่ตะวันฉายวิ่งหนีการไล่ล่าของกระทิงกับไอ้ริดนั่นเอง เณร เปี๊ยกก็มาช่วยไว้ทัน ไอ้ริดตามมาเห็น เณรตัวเปี๊ยกเดียวก็พรวดเข้าไป แต่มันก็ต้องกระเด้งออกมาชักกระแด่ว เหมือนโดนไฟช็อต
กระทิงทำกร่างพรวด เข้าไปอีกคนก็เด้งออกมากองทับกับไอ้ริดชักกระแด่วๆ เณรบอกให้ตะวันฉายรีบหนีไปเสียทางนี้เณรจะจัดการเอง
ครู่หนึ่งกระทงมา เจอไอ้ริดกับกระทิงนอนหมดท่าอยู่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น กระทิงเล่าอย่างอ่อนเพลียว่ากลับมาคราวนี้เณรมีวิชาแก่กล้าขึ้นมากไม่รู้ไปกินอะไรมา กระทงบอกทั้งสองและตะวันฉายว่า
“เณรนั่นไม่ได้เก่งขึ้นหรอก พวกเอ็งต่างหากที่ไม่ได้เรื่อง ถึงคุณหลวงจะสั่งให้ข้าปล่อยแกไป แต่ก็อย่าคิดว่าแกจะรอดไปจากป่านี้ได้ง่ายๆ แกจะต้องกลายเป็นเหยื่อให้พวกสัตว์ในป่านี้ แล้วข้าจะกลับมาเก็บซากศพของแกไปให้รัตติกาลดู ข้าจะได้กระชากหน้ากากมันให้คุณหลวงได้ตาสว่างเสียที” กระทงจ้องหน้าตะวันฉายอย่างเอาเรื่องก่อนหายวับไป
ooooooo
ระหว่างนั้นรัตติกาลพยายามหว่านล้อมใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาให้คุณหลวงปล่อยตะวันฉายไปเสีย แม้คุณหลวงจะทั้งรักทั้งหลงรัตติกาล แต่ฟังข้อเสนอของเธอแล้วก็คิดหนัก
หลังจากเณรเปี๊ยกกระหนาบกระทิงกับไอ้ริดแล้วก็ตรงไปที่คฤหาสน์จันทรา คุณหลวงโกรธมากที่เณรบังอาจบุกมาถึงที่นี่ซ้ำยังประกาศว่า จะมาพารัตติกาลกลับไปด้วย แต่พอถูกคุณหลวงขู่ว่า ในเมื่อจัดการกับเณรไม่ได้ก็จะขังไว้ในป่านี้ตลอดกาล ทำเอาเณรตกใจร้องลั่นให้พิชญ์กับพัดชารีบปลุกตนเดี๋ยวนี้
พิชญ์กับพัดชาเห็นเณรนั่งนิ่งอยู่นานใจไม่ดีแต่ก็ไม่กล้าปลุกเกรงว่าจะเป็นเวลาที่เณรกำลังช่วยรัตติกาลอยู่ แต่ยืดเวลาไปแล้วก็ยังไม่มีวี่แววอะไร ครั้นลงมือปลุกก็ไม่ตื่น ปลุกตั้งแต่กลางคืนจนรุ่งเช้าเณรก็ยังไม่รู้สึกตัว
ที่แท้เณรถูกคุณหลวงปิดป่าไว้ไม่ให้ออกไป ให้เณรโตและตายในป่านี้ ทั้งพิชญ์และพัดชาต่างตกใจ เป็นห่วงทั้งตะวันฉายและรัตติกาล
สุดท้ายไปหาภัทราเล่าเรื่องที่เกิดกับเณรเปี๊ยกให้ฟัง ถามว่าจะทำอย่างไรดี เวลานี้ไม่เพียงแต่รัตติกาลกับตะวันฉายเท่านั้นที่ตกอยู่ในอันตราย แม้แต่เณรเปี๊ยกที่ไปช่วยก็กลับออกมาไม่ได้ด้วย ภัทราไม่สนใจใคร เชื่อแต่ว่าลูกตนจะต้องไม่ตาย จะต้องกลับมาหาตนได้แน่นอน
ooooooo
เพราะหนูดีลืมปิ่นไว้ที่โรงพยาบาล ทางโรง- พยาบาลจึงเอามาส่งให้ที่บ้าน ประไพเอาไปให้ดูหนูดี ไม่สนใจบอกให้เอาไปเก็บเสีย จากนั้นก็พร่ำเพ้อเป็นภาษาต่างชาติหลายภาษาวนเวียนอยู่แต่กับความรักคนรัก พอตะวันรอนมาหาก็โผเข้ากอดหอมอย่างโหยหา จนประไพไม่กล้าดู
ตะวันรอนมีความสุขมากที่หนูดีความจำเสื่อมยังคิดว่า เขาเป็นแฟนชวนเล่นจ้ำจี้กันอยู่เรื่อย พอตะวันรอนบอกให้รอแต่งงานกันก่อนก็ไล่ปล้ำจนหกล้มหัวฟาดฟื้นหมดสติไป
พอหนูดีฟื้นขึ้นมาความจำกลับเป็นปกติ ก็ด่าตะวันรอนว่าหลอกตนว่าเป็นแฟนไล่ด่าไล่ตีจนตะวันรอนหนีแทบไม่ทัน วิ่งพรวดออกไปถูกรถของโรงพยาบาลชนลงไปชักกระแด่ว... กระแด่ว หนูดีตกใจผวาเข้าประคองกลัวเขาจะเป็นอะไรไป ส่วนตะวันรอนพยายามพูดได้แค่ ค...ค...คุณหนูดี...เท่านั้นก็แน่นิ่งไป
ooooooo
พัดชากับพิชญ์ยังพยายามปลุกร่างของเณร แต่เณรก็ไม่รู้สึกตัว ที่เห็นว่ายังมีชีวิตอยู่ก็แค่มีลมหายใจเท่านั้น พัดชาเสนอให้ตามหลวงตามาช่วยเณร พิชญ์บอกว่าหลวงตายังอาพาธอยู่โรงพยาบาลมาช่วยไม่ ได้หรอก
ส่วนภัทราเศร้าเสียใจมากที่ยังไม่สามารถเอาตะวัน–ฉายกลับมาได้ หาญกล้ามาแสดงความเห็นใจ เมื่อต่างก็ตกอยู่ในภาวะเดียวกัน ภัทราญาติดีด้วยขอให้หาญกล้าอย่าทิ้งตนไปไหน ต่างก็มีความเห็นใจกัน หาญกล้าบอกภัทราว่า ถ้าอยากทำอะไรให้ลูกเป็นครั้งสุดท้ายก็ให้จัดงานศพให้เขาเสีย
“เท่ากับยอมรับว่าเขาจะไม่กลับมาแล้วน่ะเหรอ” ภัทรายังทำใจไม่ได้ พอหาญกล้าพยักหน้าเท่านั้นเธอก็เบะแล้วร้องไห้โฮ...โฮ...ออกมา
เมื่อไม่มีทางรู้เรื่องของตะวันฉายได้ พิญช์กับพัดชาเลือกทางสุดท้ายคือเอาภาพถ่ายของเพื่อนมาตั้งพร้อมกับวางกระถางธูปไว้ตรงหน้า พิชญ์บอกพัดชากับภัทราและหาญกล้าที่เอาแต่เศร้าว่า
“ไอ้ตะวันฉายชอบบ้านหลังนี้มาก เราจุดธูปเรียกให้วิญญาณมันกลับมาที่นี่ มันคงชอบใจ”
ภัทราดีใจว่า ถ้าลูกมาจริงก็ดีตนจะได้เจอวิญญาณของลูก แต่หาญกล้าแย้งว่า
“แต่ผมว่ามันอาจจะไม่เป็นอย่างที่คุณหญิงคิด ตะวัน–ฉายถูกพวกมันจัดการ วิญญาณอาจจะถูกขังอยู่ในที่ของพวกมันเหมือนกับรติ ไม่มีโอกาสได้กลับมาหาเราอีกแล้ว”
เท่านั้นเอง ภัทราก็ต่อมนํ้าตาแตกร้องไห้โฮๆคร่ำครวญถึงลูกอย่างน่าเวทนา ทำเอาทั้งหาญกล้า พิชญ์ และพัดชาที่ร่วมจุดธูปกันอยู่พากันนํ้าตาคลอ
ที่หน้าบ้านเรือนหอของตะวันฉาย...เจ้าตัวในสภาพซีดเซียวเหนื่อยอ่อนล้ามาก พยายามประคองตัวไม่ให้ล้ม เดินมาเปิดประตูรั้ว แล้วเดินเข้ามาในบ้าน แต่ไม่ทันเข้าบ้านก็หมดแรงล้มตรงหน้าบ้านนั่นเอง สมชายกับคิตตี้ออกมาเจอแผดเสียงพร้อมกัน
“คุณตะวันฉาย...”
ooooooo
หนูดีพาตะวันรอนส่งโรงพยาบาล นั่งเฝ้าอยู่ ด้วยความเป็นห่วง ยิ่งคิดถึงที่เขาพยายามทำดีกับตนอย่างอดทนก็ยิ่งใจอ่อน สับสน พึมพำนํ้าตาคลอ
“ทำไม...ทำไมคนอย่างนายถึงไม่ยอมตัดใจจากฉัน คนบ้า...คนโง่...นายทำให้ฉันเป็นผู้หญิงจิตไม่ปกติ ยิ่งฉันอยู่ใกล้นายฉันก็ยิ่งสับสน จะรักหรือจะเกลียดดี”
แต่พอเห็นตะวันรอนเริ่มรู้สึกตัว หนูดีก็รีบออกจากห้อง ไม่อยากให้เขาตื่นขึ้นมาเห็นว่าตนมาเฝ้าอยู่
แต่พอออกจากห้องตะวันรอนก็เจอภัทราที่พาตะวัน–ฉายมารักษาตัวที่นี่พอดี หนูดีรีบบอกว่าตอนนี้ตนหายดีแล้ว ความจำก็กลับคืนมาเหมือนเดิมแล้ว ภัทราดีใจ แต่พอคิดถึงตะวันฉายก็เศร้าเสียใจจนหนูดีถามว่าเป็นอะไร
บอยฮ่ะปากสว่างลอยหน้าบอกว่าตะวันฉายกลับมาแล้ว แต่อาการไม่ดี เพราะโดนผีพวกนั้นทำร้ายมาสภาพตอนนี้ “ถ้าไม่ตายก็คงเลี้ยงไม่โต” ถูกภัทราตวาดให้หุบปากหาว่า
แช่งลูกตน แล้วพร่ำว่าลูกชายตนต้องไม่เป็นอะไร ลูกชายตน จะต้องปลอดภัย
ฝ่ายตะวันฉายขณะอยู่ในห้องฉุกเฉิน จิตใต้สำนึกก็ยังเพ้อถึงรัตติกาลตลอดเวลา...
เช่นเดียวกัน รัตติกาลไปยืนที่ระเบียงคฤหาสน์จันทรา ภาวนาขอให้ตะวันฉายปลอดภัย
ขณะนั้นเอง รัตติกาลแว่วเสียงเณรเปี๊ยกร้องขอความช่วยเหลือ แต่พอเดินออกไปก็เจออีสีดวงโผล่มาขวางถามว่าจะไปไหน รัตติกาลบอกว่าได้ยินเสียงเด็กเอะอะโวยวายอยู่ข้างนอกเลยจะออกไปดู อีสีดวงพลั้งปากว่า “อ๋อ...คงจะเป็น...” แต่พอดีกระทงเดินมาอีสีดวงเลยหุบปากเงียบ
“ท่านหญิงไม่ควรจะออกมาเดินแถวนี้นะเจ้าคะ” กระทงเชิดหน้าเข้ามาตำหนิรัตติกาล พอเธออ้างว่าที่นี่เป็นเรือนหอของตน ตัวเองมีสิทธิ์อะไรมาจำกัดบริเวณไม่ให้ไปไหนมาไหน “ดิฉันไม่มีสิทธิ์หรอกเจ้าค่ะ แต่ดิฉันได้รับคำสั่งจากคุณหลวงให้ดูแลท่านหญิงทุกฝีก้าว เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบที่นายตะวันฉายทำกับท่านหญิงอีก ขอเชิญ
ท่านหญิงกลับไปที่ห้องด้วยเจ้าค่ะ อย่าให้ดิฉันต้องรายงานให้คุณหลวงทราบเลย”
รัตติกาลสะบัดหน้ากลับเข้าไปอย่างไม่พอใจที่กระทงเอาคุณหลวงมาขู่
จากนั้นกระทงดุอีสีดวงว่า จำไว้ให้ดีว่ารัตติกาลไม่ใช่ ท่านหญิง แต่เล่นละครตบตาคุณหลวงว่าเป็นท่านหญิง อีสีดวงถามว่าแล้วเมื่อไรกระทงจะบอกความจริงแก่คุณหลวง
“ความรักไม่ได้ทำให้ตนตาบอดอย่างเดียว แต่ยังทำให้ผีอย่างคุณหลวงตาบอดด้วย ข้าจะไม่ปล่อยให้มันใช้ความรักเล่นงานคุณหลวงของข้าหรอก” กระทงพูดแววตาร้ายกาจ
เมื่อตะวันฉายรู้สึกตัวขึ้นมา ภัทราก็พยายามหว่านล้อมให้เขาลืมรัตติ-กาลเสีย ทั้งยังกล่าวโทษว่าที่ เขาต้องตกระกำลำบาก แทบเอาชีวิตไม่รอดก็เพราะผู้หญิงคนนี้
ทันใดนั้นหาญกล้าก็โผล่มาเถียงแทนลูกสาวตน ทั้งคู่เลยโทษกันไปมา จนภัทราโพล่งออกมาว่า
“หยุดนะไอ้ผีเฒ่า! แกไม่มีสิทธิ์ด่าฉัน ลูกสาวแกตายถาวร ไม่มีโอกาสกลับมาอีกแล้ว เพราะฉะนั้นก็เท่ากับว่าลูกชายฉันเป็นโสด เป็นอิสระจากพวกแก ไปเลย...จะไปไหนก็ไป อย่ามายุ่งกับลูกชายฉันอีก”
หาญกล้าสะเทือนใจจนน้ำตาคลอแล้วหายวับไป
ภัทราได้ทีขี่แพะไล่ สั่งให้สมชายกับคิตตี้ปิดบ้านเรือนหอของตะวันฉายและให้ประกาศขายด้วย พอหาญกล้ารู้ก็ประกาศสู้ตาย ไม่ยอมให้ภัทรามาทำอะไรเรือนหอของลูกสาว ขู่เสียจนสมชายกับคิตตี้โกยแน่บกลับไป
ooooooo
รัตติกาลอยู่ที่คฤหาสน์จันทรา เธอมองชุดแต่งงานใจร้อนรุ่ม เฝ้าครุ่นคิดถามตัวเองว่า
“ทำยังไงดี...ถ้ายังหาทางหนีไปจากที่นี่ไม่ได้ มีหวังเราต้องเป็นเจ้าสาวของคุณหลวงแน่...” พลันก็ฉุกคิดได้ “เณรเปี๊ยก...ต้องให้เณรเปี๊ยกช่วย” คิดแล้วนั่งคุกเข่าพนมมือทำสมาธิใช้จิตสื่อสารถึงเณร “เณรเปี๊ยก...เณรเปี๊ยกคะ เณรอยู่ไหน ถ้าได้ยินเสียงของโยมพี่ ขอให้เณรเปี๊ยกตอบโยมพี่ด้วย...”
ทั้งรัตติกาลและเณรต่างพยายามติดต่อกันจนได้รับสัญญาณชัดแล้ว เธอถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเณรถึงมาอยู่แถวนี้
“เณรถอดจิตมาช่วยโยมตะวันฉายให้รอดกลับไปได้แล้วจ้า แต่พอจะไปช่วยโยมพี่บ้างกลับพลาดท่า โดนผีคุณหลวงเล่นงานทำให้เณรติดอยู่ที่นี่ กลับไม่ได้จ้า”
รัตติกาลฟังแล้วสะเทือนใจ บอกเณรว่าตนอยากช่วยแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เณรแนะให้ว่า ทำให้ผีคุณหลวงถอนมนต์สะกดได้เณรก็จะพาโยมพี่กลับไปได้ รัตติกาลรับปากจะพยายามดู
อีสีดวงเอาชุดแต่งงานของท่านหญิงมาให้รัตติกาลสวม รัตติกาลรับไปแต่งแล้วขออยู่คนเดียวสักพัก อีสีดวงจึงออกจากห้องไป
ฝ่ายกระทงร้อนใจกลัวคุณหลวงของตนจะถูกรัตติกาลหลอก ตัดสินใจบอกคุณหลวงว่า รัตติกาลคนนี้ไม่ใช่ท่านหญิงและคุณหลวงกำลังถูกรัตติกาลเล่นละครตบตาอยู่ ทำให้คุณหลวงโกรธกระทงมากที่บังอาจมาว่าท่านหญิงของตน สั่งให้กระทงถอนคำพูดเดี๋ยวนี้
“คุณหลวงไม่เชื่อที่ดิฉันเตือนเหรอเจ้าคะ ดิฉันมั่นใจว่า ความรักกำลังทำให้คุณหลวงตาบอด แล้วมันจะทำให้คุณหลวงพ่ายแพ้และเสียใจในที่สุด” กระทงยังไม่ละความพยายาม
ผลคือ กระทงถูกคุณหลวงใช้พลังโดยเอาไม้เท้าจี้ไปที่อกของกระทงจนร้องกรี๊ดแล้วหายวับไป ไอ้ริดกับอีสีดวงวิ่งเข้ามา คุณหลวงสั่งทั้งสองให้ดูแลกระทงให้ดีอย่าให้ออกมาเพ่นพ่านอีก
กระทงถูกจับไปขังไว้ในคุก ร่างกายบอบช้ำจากอำนาจไม้เท้าของคุณหลวง แต่นั่นยังไม่เท่ากับความเจ็บปวดระทมใจที่คุณหลวงไม่ฟังคำทัดทานตักเตือนของตน ซ้ำยังทำร้ายตนอีก ได้แต่คร่ำครวญอย่างน่าเวทนาอยู่ในคุก
ooooooo
รัตติกาลไม่รู้จะทำอย่างไรให้มนต์สะกดของคุณหลวงคลายลงได้ ส่งสัญญาณติดต่อเณรเปี๊ยกก็ได้รับคำแนะนำว่า
“โยมต้องเอาของที่ติดตัวคุณหลวงตลอดเวลาออกมาให้ได้ มันสำคัญมาก เพราะนอกจากจะช่วยคลายมนต์สะกดแล้ว มันยังช่วยให้โยมพี่ออกจากคฤหาสน์หลังนั้นได้ด้วย”
“ค่ะเณร ว่าแต่มันคืออะไรล่ะคะ”
“เณรก็บอกไม่ได้จ้ะ รู้แต่ว่ามันติดอยู่กับตัวของเขาตลอดเวลา โยมพี่ลองสังเกตดูเอานะจ๊ะ”
ไม่เพียงรัตติกาลที่พยายามจะหนีออกจากคฤหาสน์จันทรา เพื่อกลับไปหาตะวันฉาย ตัวตะวันฉายเองก็คิดถึงและรอคอยเธอกลับมาที่บ้านเรือนหอ เขาต้องต่อสู้กับภัทราผู้เป็นแม่ ที่พยายามจะให้เขาแต่งงานกับหนูดีให้ได้ อ้างว่ารัตติกาลตายและไม่อาจกลับมาได้อีกแล้ว
หนูดีเองก็อ่อยตะวันฉายเต็มที่แต่ไม่สำเร็จ ซ้ำยังถูกตะวันรอนมาเจอตอนเธอกำลังยั่วยวน ตะวันฉายอยู่พอดี ทำให้เธอโกรธมากที่มาขัดจังหวะ ด่าตะวันรอนแล้วหนีออกจากห้องไป
ออกไปแล้วได้ยินพิชญ์กับพัดชากำลังปรึกษากันว่าจะช่วยรัตติกาลอย่างไร พิชญ์แนะนำว่า
“เฮ้อ...ผมว่า บนโลกนี้มีแต่ปิ่นปักผมที่รติพูดถึงเท่านั้นที่สามารถใช้จัดการกับพวกมันได้”
นี่เอง ทำให้หนูดีนึกขึ้นได้ว่า ประไพเคยเอาปิ่นปักผมมาให้ดู และตนให้เอาไปเก็บไว้ เธอกลับไปค้นหาในห้อง จนประไพมาเจอถามว่าหาอะไร พอรู้ก็ไปหยิบมาให้
หนูดีกำปิ่นในมือมั่น นึกถึงวันที่ตัวเองต่อสู้กับไอ้ริด แล้วมือควานไปเจอปิ่นในซอกหินกลางลำธาร เธอเอาปิ่นแทงอกไอ้ริดจนมันร้องจ๊ากเจ็บปวดจนต้องหนีไป คิดได้ดังนั้นแล้ว หนูดีเอาปิ่นใส่กล่องพึมพำ
“ฉันไม่ให้แกกลับมาแย่งของไปจากฉันหรอกรัตติกาล...”
ooooooo
รัตติกาลในชุดเจ้าสาวของท่านหญิงมาลา เดินไปเดินมาในห้องอย่างกระวนกระวายใจ คิดไม่ออกว่าของติดตัวคุณหลวงคืออะไร
ระหว่างนั้นเอง แมรี่เปิดประตูเข้ามา รัตติกาลมองด้วยสายตาว่างเปล่า แต่ในใจมีแผน ถามแมรี่ว่า เป็นใคร เหตุใดถึงเข้ามาในห้องตน
“เอ่อ...ดิฉันชื่อแมรี่ เป็นคนสนิทของรัตติกาลร่างในปัจจุบันของท่านหญิงเจ้าค่ะ” แมรี่แนะนำตัวเอง รัตติกาลมองอย่างเหยียดหยาม แกล้งด่าเป็นชุด...
“นี่เราในชาติภพนี้ไปคบหากับผู้หญิงอัปลักษณ์อย่างเจ้าได้ยังไง ดูหน้าตาเจ้าสิ ทั้งหมอง ทั้งคล้ำ แถมยังดูขี้โกง สงสัยรัตติกาลจะซื่อจนไม่รู้จักคบคน”
แมรี่แอบบ่นว่าเล่นเป็นชุดเลย ปากแบบนี้สงสัยท่านหญิงจะติดมาจากรติแน่ๆ รัตติกาลสั่งแมรี่ให้เข้ามา พอแมรี่เดินเธอก็สั่งให้คลานเข้ามา แมรี่ตกใจ แต่ก็ยอมคลานโดยดี พลางเอ่ย
“เอ่อ...อย่าเพิ่งตัดสินดิฉันจากภายนอกสิเจ้าคะท่านหญิง ถ้าไม่ได้ดิฉันช่วยคุณหลวง งานวันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น คุณหลวงถึงอนุญาตให้ดิฉันมาช่วยพาคุณหญิงเข้าพิธี เพราะดิฉันมีบุญคุณกับคุณหลวง”
“งั้นเราก็เข้าใจแล้ว เราเป็นหนี้บุญคุณเจ้ามากเหลือเกิน งั้นเดี๋ยวเราจะเอารางวัลให้เจ้า”
รัตติกาลแอบจิกตาใส่ แมรี่ดีใจมากคิดว่าต้องได้ของดีมีราคาแน่ๆ ถามอย่างตื่นเต้น
“ท่านหญิงจะตกรางวัลอะไรให้ดิฉันเหรอเจ้าคะ”
“นี่ไง” รัตติกาลหันขวับชกเปรี้ยงเข้าที่หน้าจนแมรี่หงายหลังผลึ่งเห็นดาวระยิบ พริบตาเดียวก็หลับไป แล้วรัตติกาลก็เดินออกจากห้อง เจออีสีดวงกำลังเดินอ้าวเข้ามา
“สีดวงกำลังจะไปตามท่านหญิงอยู่พอดีเลยเจ้าค่ะ ได้เวลาฤกษ์เข้าพิธีแล้วเจ้าค่ะ เอ่อ...แล้วแมรี่ล่ะเจ้าคะท่านหญิง” อีสีดวงถามพลางมองหา
“กำลังหลงใหลได้ปลื้มกับรางวัลที่เราจัดให้ ปล่อยให้มีความสุขไปเถอะ”
“เจ้าค่ะ สันดานนังนี่ไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ ไปกันเถอะเจ้าค่ะ”
ooooooo
รัตติกาลในชุดเจ้าสาวของท่านหญิงมาลา เยื้องย่างลงบันไดมาอย่างสง่างาม หลวงบวรสงครามในชุดทหารเต็มยศสุดเท่ ยืนรอรับอยู่ที่ปลายซุ้มกระบี่ มองตะลึงในความงามของรัตติกาล ยื่นมือไปรับมือรัตติกาลประคองขึ้นจุมพิตอย่างหลงใหลเมื่อเธอเดินลอดซุ้มกระบี่มาถึง เอ่ยอย่างปลื้มปีติ
“ในที่สุด วันที่กระผมรอคอยมาแสนนานก็มาถึงจนได้”
“หญิงดีใจที่ได้เห็นคุณหลวงมีความสุข” รัตติกาลจำต้องหวานตอบ
บรรดาคนรับใช้ต่างพากันปลื้มปีติกับเจ้านายของตน
ooooooo
เมื่อได้เวลาส่งเจ้าสาวเข้าหอ คุณหลวงอุ้มรัตติกาลมาหน้าห้อง เธอช่วยถือไม้เท้าให้ เธอขอให้วางลงก่อน ขอเวลาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเข้าหอ คุณหลวงให้เวลาหนึ่งนาทีเท่านั้น
รัตติกาลยิ้มหวานหว่านเสน่ห์ให้ตายใจ แล้วหายเข้าไปในห้องพร้อมไม้เท้า พอเข้าห้องเธอปิดประตูพึมพำเบาๆ อย่างเด็ดเดี่ยว “อโหสิให้ฉันเถอะคุณหลวง”
หลวงบวรสงครามคอยอยู่จนเกินหนึ่งนาที อดรนทนไม่ได้เปิดประตูเข้าไป กลายเป็นเห็นแมรี่ถูกมัดอยู่ในห้อง คุณหลวงตกใจผงะ โกรธจัดเมื่อรู้ว่าถูกหลอก
กระทงยังคงถูกขังอยู่ในคุกอย่างทุกข์ทรมานจนหมดเรี่ยวแรง แต่อยู่ๆก็รู้สึกได้ถึงมนต์สะกดตนคลายออกแล้ว กระทงลุกขึ้นจับหนูตัวหนึ่งที่เดินอยู่ขึ้นกัดกินเลือด พลันก็มีแรงขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เกลียดชัง
ooooooo
ตะวันฉายปฏิเสธภัทราไม่ยอมแต่งงานกับหนูดี เขาจำคำสุดท้ายที่รัตติกาลบอกก่อนให้เขาหนีออกมาว่า “วันหนึ่งจะกลับมาหา” ทำให้เขามีความหวัง ออกจากโรงพยาบาลกลับมาที่เรือนหอรอคอยรัตติกาลอย่างใจจดจ่อ
ฝ่ายรัตติกาลเมื่อเข้าห้องหอแล้ว ก็วิ่งออกไปจากอีกประตูหนึ่ง เพื่อหาที่ซ่อนร่างตัวเอง ในใจก็ภาวนาให้ตะวันฉายคอยตนด้วย ถ้าตนเข้าร่างได้เมื่อไร เณรเปี๊ยกก็จะพาตนกลับไปหาเขาทันที
ระหว่างนั้น เณรเปี๊ยกร้องบอกว่าไม่ต้องหาร่างแล้ว เพราะคุณหลวงรู้ตัวแล้วว่า ถูกเธอหลอกให้รีบหนีจากที่นี่เดี๋ยวนี้ เพราะถ้าคุณหลวงจับได้ เธอจะไม่มีโอกาสหนีอีกเลย รัตติกาลบอกเณรอย่างมุ่งมั่นว่า
“แต่ว่า...พวกนั้นต้องเอาร่างของโยมพี่ไว้ที่ไหนสักแห่ง โยมพี่ต้องหาร่างให้เจอก่อน”
“ไม่ทันแล้วจ้า...โยมพี่ต้องหนีเดี๋ยวนี้” เณรเร่งเร้าจนรัตติกาลหน้าเครียด ไม่รู้จะเอาอย่างไรดี










