ตอนที่ 12
แม้จะรู้จากรัตติกาลว่าพวกหลวงบวรสงครามนั้นร้ายกาจเหี้ยมโหดมาก แต่ตะวันฉายก็แน่วแน่บอกเธอว่าแม้การไปครั้งนี้ต้องเดิมพันกันด้วยชีวิต แต่ขอให้มั่นใจได้เลยว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยดี ย้ำว่า
“ถึงพวกมันจะน่ากลัวสักแค่ไหน แต่ในเมื่อผมรับปากคุณแล้วผมจะไม่มีวันถอยหลังให้คุณเด็ดขาด ผมจะต้องช่วยพ่อคุณออกมาให้ได้และคุณจะต้องได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผมสัญญา”
“ฉันลืมไป นายมีทั้งดวงมหาอุจ มีทั้งปิ่นที่พวกมันกลัว ผีพวกนั้นทำอะไรนายไม่ได้อยู่แล้ว เชอะ! ทำมาเป็นพูดบทพระเอก” รัตติกาลค้อนอย่างหมั่นไส้
“ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงพ่อคุณมากแค่ไหน ผมสัญญาว่าจะช่วยพ่อคุณให้ได้” ตะวันฉายพูดจริงจัง รัตติกาลย้ำถามว่าจริงๆนะ ตะวันฉายไม่ตอบ แต่มองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ต่างมองกันอย่างซาบซึ้งถึงใจกันและกัน...
ooooooo
วันนี้ ขณะหนูดีแต่งตัวชุดเดินป่ามือถือแส้กำลังจะออกจากบ้าน ตะวันรอนก็มาถึงพอดี เขาบอกว่าคิดถึงเป็นห่วงเลยมาหา ถามว่าแต่งชุดลุยป่าขนาดนี้ จะไปบุกป่าลุยเขาที่ไหนหรือ
หนูดีทำเชิดเดินออกไป ตะวันรอนตามไปตื๊อบอกว่าตนเป็นห่วง หนูดีตอบอย่างอวดดีว่าไม่ต้องเป็นห่วง ตนช่วยเหลือและดูแลตัวเองได้ แต่ก็อดใจเต้นตึ้กตั้กไม่ได้กับสายตาเว้าวอนของตะวันรอน ยิ่งคิดถึงตอนที่เคยอยู่ในอ้อมกอดของเขาก็ยิ่งหวั่นไหว
แต่หนูดีก็ตัดใจได้ สะบัดแส้ขู่แล้วเดินออกไปที่หน้าบ้านซึ่งรถตู้ของภัทรามาจอดรออยู่แล้ว จากนั้นว่าที่แม่ผัวกับว่าที่ลูกสะใภ้ก็พากันออกเดินทาง ตะวันรอนมองตามอย่างสงสัยว่าทั้งสองไปไหนกัน
ทั้งสองกำลังเดินทางไปคฤหาสน์จันทราโดยให้สมชายหาข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้ว ระหว่างนั้นภัทราบอกหนูดีว่า ได้ข่าวว่าพวกตะวันฉายออกเดินทางกันไปแล้ว
ตะวันรอนเดินออกมาดูคาดได้ว่าพวกนั้นจะไปไหน เขาพึมพำ “คุณหนูดี...ผมจะปล่อยให้คุณไปขัดขวางความรักของคนอื่นไม่ได้เด็ดขาด...”
ooooooo
ที่แท้พวกตะวันฉายเดินทางไปถึงป่าจันทราแล้ว ขณะเดินไปในป่ารกทึบ พิชญ์เห็นบางอย่างอยู่ ตรงหน้าร้องโวยวายอย่างขวัญเสีย พลางชี้ให้เพื่อน
ดูข้างหน้าทำท่าสยองสุดขีด
ทุกคนมองไปเห็นกองโครงกระดูกมนุษย์เต็มไปหมด บางศพยังไม่เน่านอนตายอย่างน่าสยดสยอง รัตติกาลถึงกับเบือนหน้าหนี ตะวันฉายบอกว่า ที่ฟังจากชาวบ้านแสดงว่าเรากำลังจะเข้าเขตป่าจันทราแล้ว
พัดชาบอกรัตติกาลว่าตอนที่ฟังเธอเล่าไม่คิดว่าจะน่าสยดสยองขนาดนี้ แบบนี้ปิศาจชัดๆ รัตติกาลเลยบอกเพื่อนว่าเธอกับพิชญ์ไม่ต้องเข้าไปก็ได้ รออยู่แถวนี้แค่มาเป็นเพื่อนตนก็ดีใจแล้ว
“ไม่ได้ ฉันไม่มีวันทิ้งเพื่อนรักเด็ดขาด แต่ถ้าใครปอดแหกอยากรออยู่แถวนี้ก็เชิญ” เธอพูดประชดพิชญ์ เขาเลยฮึดขึ้นมาคุยว่าตนนั้นหัวใจสิงห์ ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว พลางก็ทำใจกล้าก้าวข้ามกองกระดูกมนุษย์ไปขาสั่นพั่บๆ พอก้าวพ้นแล้วก็วางก้ามขอเป็นคนเดินนำไปเอง ท้าว่าใครใจถึงก็ตามให้ทันแล้วกัน
“ถ้านายก้าวข้ามจากตรงนี้ไป จะถอยหลังไม่ได้อีกแล้วนะ” รัตติกาลเสียงเข้ม
“เราจะกลับออกมาพร้อมกัน เพราะเรายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ” ตะวันฉายเปรยๆ รัตติกาลมองหน้าเขาอย่างสงสัย “ก็ถ้าผมเป็นอะไรไปใครจะเซ็นใบหย่าให้คุณล่ะ จริงไหม”
ตะวันฉายพูดหน้าตาเฉยแล้วก้าวข้ามกองกระดูกไป รัตติกาลฟังแล้วอดใจหายไม่ได้ แล้วเธอก็ยิ่งตกใจเมื่อมองตามตะวันฉายไป ไม่เห็นเงาหัวเขา! เธอขยี้ตาอย่างแรงมองไปอีกทีก็ไม่มีเงาหัวอยู่ดี!!
ooooooo
เณรเปี๊ยกได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านพาส่งโรงพยาบาล พอรู้สึกตัวขึ้นมาทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นก็ตกใจร้องเรียกหาญกล้าแต่ทุกอย่างเงียบกริบ นึกสังหรณ์ใจว่า
“หรือว่าจะเกิดเรื่องกับโยมผีพ่อตา”
เกิดเรื่องจริงๆ เพราะหาญกล้าถูกนำตัวไปที่คฤหาสน์จันทรากำลังเผชิญหน้ากับหลวงบวรสงคราม เมื่อถูกนำไปขังไว้ในห้อง หาญกล้าก็ตะโกนด่าหลวงบวรสงครามปาวๆจนถูกกระทงกับอีสีดวงเข้ามาตะคอกให้หยุด ถูกหาญกล้าด่า ก็พูดอย่างเหลืออดว่า
“ถ้าคุณหลวงไม่สั่งให้ข้าดูแลแกอย่างดีละก็ ข้าจะกระชากเอาลิ้นแกออกมากองแล้วกินมันสดๆต่อหน้าแก” กระทงตีหน้ายักษ์ใส่
“ถึงพวกแกจะหลอกให้ตะวันฉายมาติดกับได้ แต่ลูกเขยฉันมันมีดวงมหาอุด ยังไงพวกแกก็ทำอะไรเขาไม่ได้หรอกเว้ย” หาญกล้าเย้ย
“ถ้าดวงมหาอุดช่วยมันได้ แล้วนิมิตที่เณรเปี๊ยกเห็นล่ะ มันหมายความว่ายังไง” กระทงเย้ยกลับแล้วสั่งอีสีดวง “เอ็งคอยดูว่าที่พ่อตาคุณหลวงด้วย” จากนั้นยิ้มร้ายก่อนเดินออกไป
ooooooo
กองคาราวานของตะวันฉายเดินมาจนเหนื่อยจึงหยุดพัก พัดชาแว่วเสียงน้ำตกแค่ฟังเสียงก็สดชื่นแล้ว อยากไปดูให้ชื่นใจสักหน่อย พอเธอลุกไปพิชญ์ ก็รีบตามไปด้วยความเป็นห่วง
ที่นี่เอง พิชญ์ได้แสดงความกล้าหาญเป็นสุภาพบุรุษและรอบรู้เรื่องสมุนไพรให้ประจักษ์แก่สายตาและหัวใจของพัดชา เมื่อเธอถูกงูกัดเขาก็กระโจนเข้าช่วยและไปหาสมุนไพรมารักษา จนทำให้พัดชารู้สึกดีต่อเขาขึ้นมา
ส่วนตะวันฉายก็คอยดูแลและบริการคณะเป็นอย่างดี นอกจากไปหาน้ำให้ตัวเองแล้วยังไปเอามาให้สองสาวด้วย รัตติกาลก็ได้แต่มองดูอย่างชื่นชมและเป็นห่วง
จนกระทั่งค่ำ เขาเสนอว่า “ใกล้จะมืดแล้ว คืนนี้เราพักกันที่นี่แล้วกัน” พลางเอาเต็นท์ออกมากาง จัดเตรียมพื้นที่พักแรม รัตติกาลทนไม่ได้ เรียกพัดชามาบอกว่าให้เรียกอับดุลมาถามหน่อยได้ไหม
หลังจากถามอับดุลแล้วรัตติกาลพยายามหว่านล้อมให้ตะวันฉายกลับไปเสีย เพราะยังไม่มืดยังมีเวลาเดินทาง ตะวันฉายไม่สนใจยืนยันว่าตนจะไม่ไปไหนทั้งนั้น รัตติกาลถามว่าไม่เชื่อที่อับดุลบอกหรือ
“อับดุลอาจจะบอกว่ารู้ทุกเรื่อง แต่ก็ใช่ว่าทุกเรื่องต้องเป็นเรื่องจริง”
ภัทราแย้งว่าตนไม่เห็นเงาหัวเขา ตะวันฉายไม่เพียงไม่เชื่อ แต่ยังหาว่าเธอสายตาฝ้าฟางอีก พอเธอโกรธเขาเลยให้เหตุผลว่า
“ถ้าฉันทิ้งเธอไปแล้วใครจะช่วยเธอกับพ่อเธอล่ะ” ว่าพลางถือกระติกน้ำที่เติมเต็มแล้วเข้าไปในเต็นท์ รัตติกาลขัดใจนักเลยโพล่งออกไปว่าตนไม่อยากเห็นเขาตายเพราะตน...
ทันใดนั้นมีเงาวูบวาบโฉบไปมา รัตติกาลรู้สึกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เธอรีบตามตะวันฉายเข้าไปในเต็นท์ อึดใจเดียวกระทิงกับไอ้ริดก็ปรากฏตัวขึ้นท่าทางร้ายกาจ กระทิงคำรามเบาๆ
“คืนนี้ จะเป็นคืนที่พวกมันต้องสยอง...ฮ่ะๆๆๆ”
ความสังหรณ์ใจทำให้เณรเปี๊ยกหาทางติดต่อตะวัน–ฉายแต่โทร.ไม่ติด ว้าวุ่นใจอยู่ครู่หนึ่งก็นึกได้หันไปจุดธูปเข้าฌานสมาธิติดต่อรัตติกาลแทน
ooooooo
เวลาเดียวกันนั้น ภัทรากับพวก จ้างพรานชาวบ้านนำทางเข้าไปในป่าจันทรา พอเจอป่าเข้าจริงๆ กลับรู้สึกหนาวเยือก ถามสมชายว่าทำไมคฤหาสน์จันทราถึงมาอยู่กลางป่าเขาแบบนี้
“ตามประวัติที่ค้นมา คฤหาสน์จันทราเป็นของหลวงบวรสงคราม นายทหารที่ร่วมมือกับพวกต่างชาติให้เข้ามาฮุบแผ่นดินไทยเมื่อร้อยปีที่แล้ว แต่ถูกทางการจับได้และยิงตายที่นี่ครับ”
หนูดีคาดว่าป่านนี้คงพังไม่เหลือซากแล้ว สมชายชี้แจงว่า ชาวบ้านเล่าว่าคฤหาสน์จันทราไม่ได้ทรุดโทรมลงเลย สภาพเมื่อร้อยปีเป็นยังไงปัจจุบันก็ยังเป็นแบบนั้น ภัทราเลยคาดว่าพวกลูกหลานของหลวงบวรคงมาบูรณะกัน
“แล้วร่างของนังรติมันมาอยู่ที่แบบนี้ได้ยังไงคะคุณป้า” หนูดีใจจดจ่อกับเรื่องนี้ ภัทราพูดไปเรื่อยเปื่อยว่ารัตติกาลคงไปเจ๊าะแจ๊ะให้ท่าผัวใครเข้าเลยโดนเมียเขาหมั่นไส้ใช้คุณไสยเล่นงานกระมัง หนูดีบอกว่าถ้าเช่นนั้นก็สมน้ำหน้า ว่าแล้วทั้งสองก็พากันหัวเราะชอบใจ
ระหว่างนั้นพวกพรานที่ออกไปสำรวจทางกลับเข้ามาบอกให้ทุกคนเก็บข้าวของ เพราะพวกตนส่งได้แค่นี้ ขืนเข้าไปลึกกว่านี้จะเอาชีวิตมาทิ้งเสียเปล่าๆ ภัทราโวยวายว่าตนจ่ายเงินไปหมดแล้วก็ต้องพาไปให้ถึงที่ พรานอ้างว่าเงินที่จ่าย พวกตนพามาได้แค่นี้แหละ แล้วหันไปชวนพรรคพวก “ไปเว้ยพวกเรา”
ภัทราร้องเรียกให้กลับมาก่อน พวกนั้นก็ไม่ฟัง สมชายถามว่าแล้วพวกเราจะไปต่อหรือจะตามพวกนั้นกลับ หนูดีไม่ยอมกลับ ยังไงก็ไม่ยอมให้รัตติกาลแย่งตะวันฉายไปเด็ดขาด ส่วนภัทราก็ทำหน้าขึงขังว่า
“หึ!! ต่อให้ทางข้างหน้ามันจะลำบากแค่ไหน มันก็ยังน่ากลัวน้อยกว่าที่ฉันต้องกลับไปมีนังรติเป็นลูกสะใภ้ไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้น...ลุย!!” ว่าแล้วคว้ากระเป๋าเดินลุยไปเดี่ยวๆ หนูดีร้องให้รอด้วยพลางคว้าสัมภาระตามไป สมชายหันซ้ายหันขวาตัดสินใจตามไปอีกคน
ooooooo
รัตติกาลกลุ้มใจมากที่ตะวันฉายไม่ฟังเสียงทัดทานของตน ไปบ่นกับพัดชาจนเพื่อนปลอบใจว่าเขาเป็นห่วงเธอกว่าชีวิตของตัวเอง รัตติกาลทำท่าจะร้องไห้บอกว่า
“ถ้าฉันรอดแล้วเขาตาย จะมีประโยชน์อะไร”
พัดชาดักคออย่างรู้ทันว่ารักตะวันฉายแล้วใช่ไหม รัตติกาลอึกอักแก้เกี้ยวไปพัลวันว่าตนไม่ได้รัก แค่ไม่อยากรอดไปแล้วต้องเป็นม่าย ยังไงเขาต้องกลับไปเซ็นใบหย่าก่อน จากนั้นจะตายเมื่อไรก็ช่าง
แต่สุดท้ายถูกพัดชาดักคอเสียจนต้องยอมรับ ร้องไห้ฮือๆ สารภาพว่าที่จริงการได้เป็นเมียเขาทำให้ตนมีความสุข ส่วนเรื่องหย่าตนแค่โกหกเขาเท่านั้น พัดชาได้แต่มองเพื่อนด้วยความเห็นใจ แล้วคิดหาทางแก้ปัญหา เรียกอับดุลมาสั่งให้คอยปกป้องตะวันฉายอย่าให้พวกมันทำอะไรเขาได้
เจ้ากรรม อับดุลอ้างว่าเรื่องนั้นตนไม่เกี่ยว ทำไม่ได้ เพราะตนเป็นทาสรับใช้นายจ๋าคนเดียว ทั้งยังบอกว่า พวกมันอยู่แถวนี้เต็มไปหมด ตนต้องปกป้องเจ้านายไม่อย่างนั้นมีหวังตายแน่ๆ
ระหว่างนั้นเอง รัตติกาลก็ได้ยินเสียงเณรเปี๊ยกเรียกอยู่แว่วๆ แต่ไม่ทันที่เณรจะบอกอะไร เณรก็ถูกคุณหลวงปรากฏกายมาข่มขู่ว่าคิดจะเตือนพวกนั้นหรือ ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องผู้ใหญ่แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว
ทันใดนั้นหน้าต่างกุฏิกระแทกปิดโครม เณรสะดุ้งหลุดจากการเข้าฌานสมาธิ ถูกคุณหลวงเข้ามาคุกคามจนเณรขวัญกระเจิงร้องเรียกให้พระพี่เลี้ยงช่วยก็ไม่ได้ยิน สุดท้ายหนีเข้าไปในโบสถ์ปิดประตูขังตัวเองไว้ ได้ยินเสียงคุกคามของคุณหลวงก็เอามืออุดหูนั่งตัวสั่นร้องไห้ฮือๆ
“เณรกลัวแล้วจ้า อย่ามาหลอกเณรเลย ฮือๆๆ”
ooooooo
พิชญ์ยังพยายามโน้มน้าวให้ตะวันฉายกลับไปเสียอย่าไปเสี่ยงอันตราย ตะวันฉายบอกว่าไม่มีเวลาไหนที่ตนจะพร้อมเท่าเวลานี้แล้ว ตนจะใช้ปิ่นอันนี้จัดการให้พวกมันกระเจิงไปเลย
แต่หารู้ไม่ว่าพวกตนกำลังถูกกระทิงกับพวกวางแผนหลอกล่อให้แตกกลุ่มแล้วจัดการทีละส่วน ตะวันฉายกับพิชญ์แว่วเสียงร้องขอความช่วยเหลือของรัตติกาลกับพัดชา ต่างวิ่งไปทางต้นเสียง ตะวันฉายไปเจอรัตติกาลเธอบอกว่าพัดชากับพิชญ์หายไป เชื่อว่าถูกพวกมันเล่นงานแน่ ตำหนิตะวันฉายว่า
“เห็นไหม ฉันบอกแล้วไงว่านายต้องไม่รอดจากพวกมันแน่ นายน่าจะฟังฉัน รีบหนีไปเสียตั้งแต่ยังมีโอกาส”
“หยุดโวยวายเสียทีได้ไหม ผมยอมตายแล้วให้คุณรอด ดีกว่ายอมให้คุณไปเป็นเมียไอ้ผีคุณหลวง”
ทันใดนั้น เงาดำของกระทิงโฉบเข้ามา ตะวันฉายเร่งให้ต้องรีบไปจากที่นี่แล้ว
พิชญ์ตามหาพัดชาไม่เจอ ขณะเขากำลังถูกกระทิงเล่นงานนั้นเอง อับดุลก็มาช่วยไว้ พัดชารีบเข้ามาประคองเขาขึ้นมา ปล่อยให้อับดุลต่อสู้กับกระทิงกันแบบผีๆ
ตะวันฉายพารัตติกาลวิ่งไปตามป่า กระทงตามไปจิกคอบีบแน่น รัตติกาลร้องขอความช่วยเหลือ พอตะวันฉายหันมอง ทั้งกระทงและรัตติกาลก็หายวับไปแล้ว
“รติ...” ตะวันฉายร้องเรียกสุดเสียง
ฝ่ายภัทรากับหนูดีใจคอไม่ดีที่พรานหายไปไม่กลับมาเลย ทันใดก็มีเสียงกุกกักอยู่แถวพุ่มไม้ ภัทราใช้ให้หนูดีไปดู หนูดีเกี่ยงแต่สู้ภัทราไม่ได้เลยจำต้องไป พอไปถึงแหวกพุ่มไม้ดูเจอสมชายที่มาร์กหน้าขาววอกนั่งทุ่งอยู่ ต่างร้องจ๊ากแล้วหนูดีก็วิ่งป่าราบออกไป
ภัทราชะโงกดูเจอสมชายวิ่งมาพอดี ต่างร้องกันอีกคนละจ๊ากแล้วเป็นลมไปทั้งคู่
ooooooo
พิชญ์แสดงความเป็นสุภาพบุรุษพาพัดชาวิ่งหนีผีร้าย พอพ้นก็หยุดนวดเท้าแพลงให้ ทั้งยังให้ขี่หลังเมื่อเดินไม่ไหว แต่ทันใดนั้นอับดุลก็โผล่มาในสภาพหน้าตายับเยินที่ต้องหนีมาตั้งหลักเพราะสู้กระทิงไม่ได้
ทันใดนั้นก็มีเสียงตามมา อับดุลเปิดแนบก่อนเพื่อน พิชญ์รีบแยกพัดชาวิ่งตามไปทุลักทุเล พอจวนตัวพิชญ์ที่แบกพัดชาอยู่ก็แอบอยู่หลังอับดุล เห็นกระทิงยืนหันซ้ายหันขวา มองหาแต่ไม่เห็น อับดุลคุยว่า ตนร่ายคาถาบังตามันไว้
พิชญ์ดีใจมากเมื่อผีมองไม่เห็น ตนก็ทำอะไรมันได้ตามใจชอบ พลันก็วิ่งพรวดออกไป อับดุลร้องห้ามแต่ช้าไปแล้ว กลายเป็นว่าพิชญ์ชกกระทิงจนเลือดกบปาก แต่เขาก็ถูกกระทิงจับคอยกลอยคว้างขึ้น พัดชาถามอับดุลว่าไหนบอกว่าผีมองไม่เห็นเรา
“มันต้องมาอยู่ใกล้ๆ อับดุลคาถาบังตาถึงจะได้ผล” อับดุลชี้แจงทำเอาพัดชาเซ็งทุบอับดุลอั้กๆ แล้วคว้าท่อนไม้กระหน่ำตีกระทิง ร้องให้มันปล่อยพิชญ์เดี๋ยวนี้
กระทิงปล่อยพิชญ์หันมาจะเล่นงานพัดชา เธอรีบเข้ากอดพิชญ์ไว้ อับดุลเห็นดังนั้นเข้าไปจับไหล่ทั้งคู่เอาตัวบังไว้ ทำให้กระทิงมองไม่เห็น พัดชาขอบใจ อับดุลรีบบอกเบาๆ
“เงียบๆ ก่อนจ้ะนาย มันหาเราไม่เจอทั้งๆที่อยู่ใกล้ๆ”
จริงอย่างที่อับดุลว่า พอกระทิงมองหาไม่เจอใครมันก็เดินไปอย่างหงุดหงิด
ที่อีกมุมหนึ่งไอ้ริดก็ปลอมตัวเป็นตะวันฉายเข้าไปช่วยเหลือหนูดีที่ร้องขอความช่วยเหลืออยู่ หนูดีเคลิ้มกับความอบอุ่นที่ได้รับจากตะวันฉาย แต่พริบตาเดียวก็รู้ตัวว่าถูกหลอก ตีเข่าเข้าเป้าไอ้ริดจนมันตัวงอแล้วรีบวิ่งหนี แต่ไม่พ้นมือไอ้ริด มันตามไปตบเพียะเดียวหนูดีก็กระเด็นไปกระแทกต้นไม้สลบเหมือด
ขณะที่ไอ้ริดเลียปากแผล็บจะเข้าไปดูดเลือดหนูดีนั่นเอง กระทิงก็มาตามให้ไปช่วยกันหาตะวันฉาย เพราะไม่รู้หายไปไหน ส่วนอาหารโอชะนี้เดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการ
แต่พอไอ้ริดกับกระทิงคล้อยหลังไปเท่านั้น ตะวันรอนก็มาเจอหนูดีหมดสติอยู่ เขารีบอุ้มขึ้นมาพาไปพักที่กระท่อมร้างของชาวบ้านแถวนั้น บอกหนูดีทั้งที่นอนไม่ได้สติว่า
“ไม่ต้องห่วงนะครับ อยู่กับผม ผมรับรองว่าคุณจะต้องปลอดภัย” แล้วบรรจงหอมหน้าผากเบาๆ
ooooooo
รัตติกาลถูกกระทงฉุดกระชากลากถูไปที่คฤหาสน์จันทรา เธอร้องขอให้ตะวันฉายช่วยตลอดทาง ถูกกระทงกระชากจนหมดสติ ทันใดนั้น ตะวันฉายตามมาทันสั่งให้ปล่อยรัตติกาลเดี๋ยวนี้ กระทงหันไปยิ้มร้ายถามว่า ยังกล้าตามมาอีกหรือ
ตะวันฉายประกาศกร้าวว่าจะตามไปทุกที่ พลางเอาปิ่นออกมาขู่ว่าแม้ดวงตนจะตก แต่ก็มีปิ่นที่พวกมันกลัว กระทงยิ้มเยาะถามว่าแน่ใจหรือ พลางก็ยื่นมือมาปัดปิ่นทิ้งอย่างไม่หวาดหวั่นจนตะวันฉายอึ้ง
“ปิ่นนั่นไม่ใช่ของจริง แกหลงกลนังแมรี่มันแล้ว แกกับพวกของแกจะต้องตายอยู่ที่นี่ มันจะเป็นของขวัญแต่งงานที่ถูกใจคุณหลวงที่สุด” ว่าแล้วกระทงก็ประคองร่างรัตติกาลที่สลบอยู่พาหายไป
“รติ...รติ...” ตะวันฉายตะโกนจนตัวเองหมดสติไป
ooooooo
ฝ่ายภัทรากับสมชายถูกเอาตัวไปที่คฤหาสน์จันทราพักในห้องหรูแสนสบาย พอรู้สึกตัวขึ้นมาเจออีสีดวงเปิดประตูเข้ามา ภัทราถามว่าที่นี่ที่ไหน
“นี่คือคฤหาสน์จันทรา ดิฉันเป็นคนรับใช้ที่นี่ คุณสงครามเจ้าของที่นี่กำลังรอพบพวกคุณอยู่ เชิญค่ะ”
อีสีดวงผายมือเชิญทั้งสองให้ออกไป ภัทรากับสมชายมองหน้ากันแบบว่าเอาไงดี
เมื่อเดินตามอีสีดวงไปถึงห้องโถง ภัทรากับสมชายมองอึ้งเมื่อเห็นหลวงบวรสงครามในชุดสูทแบบโบราณแสนเท่ หน้าหล่อสงบนิ่งคอยอยู่ สมชายแทบจะเพ้อทีเดียว ถูกภัทราสะกิดปรามจึงสงบลง
คุณหลวงโบกมือให้อีสีดวงออกไป แล้วจึงเอ่ยอย่างแสนสุภาพว่า ไม่ทราบว่าพวกคุณเป็นใคร และมาทำอะไรในที่ของตน ภัทราอ้างว่าตนตามลูกชายมาแต่เกิดพลัดหลงกัน
“มิน่าล่ะ คนของผมถึงไปเจอพวกคุณนอนหมดสติอยู่ในป่า” คุณหลวงพูดพลางเดินไปมาน่าเกรงขาม เมื่อภัทราถามว่า เขาอาศัยคฤหาสน์นี้คนเดียวหรือ คุณหลวงตอบว่าใช่ แต่มีลูกน้องอยู่ด้วยสามสี่คน
ภัทราพยายามเลียบเคียงถามว่า ท่าทางเขาจะชอบความสงบมาก คุณหลวงบอกว่า นี่คือมรดกตกทอดกันมาจากบรรพบุรุษตนต้องรักษาไว้ให้ดี สมชายทำตาปริบๆ ถามว่าคงเหงาแย่
“ไม่หรอกครับ เพราะอีกไม่นานเจ้าสาวของผมก็จะมาอยู่ด้วยแล้ว” คุณหลวงใบหน้ามีความสุข พอดีอีสีดวงยกถาดอาหารเข้ามา คุณหลวงเชิญทั้งสองรับประทานอาหารเสีย
“เชิญตามสบายนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ คฤหาสน์ของผมยินดีต้อนรับแขกผู้มาเยือนเสมอ ส่วนคนอื่นๆ ที่พวกคุณพลัดหลงกันคนของผมจะช่วยตามหาให้” ว่าแล้วคุณหลวงเดินออกไปทิ้งให้อีสีดวงดูแลตรงนั้น
ooooooo
หาญกล้าถูกขังอยู่ในห้องพยายามจะหนี แต่พังประตูไม่สำเร็จ จนกระทั่งแมรี่กรีดกรายเข้ามา แม้จะถูกหาญกล้าด่า แต่แมรี่ก็ยิ้มเย้ยพูดหว่านล้อมแกมขู่ว่า ลำพังเขาจะทำอะไรตนได้ ให้รู้ไว้เสียด้วยว่า
“ถ้าคุณหลวงต้องการอะไรแล้ว คุณหลวงต้องได้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้น คุณพ่อขาควรจะเชื่อฟังคำสั่งคุณหลวง แมร์รับรองเลยค่ะว่ารติจะอยู่สบายเป็นเจ้าสาวอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข” ทั้งยังบอกว่า “แล้วอีกอย่าง อยู่ที่นี่คุณพ่อไม่ต้องกลัวเหงา เพราะอีกเดี๋ยวคุณหญิงก็จะมาอยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อด้วย”
“ถ้าไม่อยากให้พรรคพวกของแกกลายเป็นอาหารของพวกข้าก็อย่าได้คิดหนีอีก” กระทิงขู่
หลังจากนั้น ทั้งกระทิงและแมรี่ก็เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้หาญกล้าตกอยู่ในความกังวลคนเดียว
ฝ่ายรัตติกาลอยู่อีกห้องหนึ่ง คุณหลวงออกจากห้องโถงก็ไปหาเธอ พูดอย่างมีความสุขว่า
“ในที่สุดท่านหญิงก็ได้กลับคืนสู่เรือนหอของเราอีกครั้ง”
รัตติกาลถอยหนีปฏิเสธว่า ตนไม่ใช่เจ้าสาวของเขา ตนคือรัตติกาลไม่ใช่หม่อมเจ้ามาลา ตนมีคนที่รักและต้องกลับไปหาเขา แต่คุณหลวงย้ำว่า คนที่ท่านหญิงรักมีแต่หลวงบวรสงครามคนเดียวเท่านั้น
ขณะนั้นเอง แมรี่เดินเชิดเข้ามาหว่านล้อมให้รัตติกาลยอมแต่งงานกับคุณหลวงเสีย คนอื่นจะได้ไม่ต้องลำบาก เพราะตอนนี้คุณพ่อเธอถูกจับตัวมาขังไว้ที่นี่แล้ว ถ้าเธอไม่ยอม ลองคิดดูว่าใครจะลำบาก
“ปล่อยพ่อฉันนะคุณหลวง เลิกคิดว่าฉันเป็นหม่อมเจ้ามาลาเสียที ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้”
“ตอนนี้ท่านหญิงคงจะยังจำอะไรไม่ได้ เพราะไอ้ตะวันฉายมันยังมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อไรที่กระผมจัดการเสร็จเรียบร้อย ท่านหญิงจะไม่มีใครให้ต้องคิดถึงอีก นอกจากกระผมคนเดียว พักผ่อนเสียเถอะท่านหญิง เดี๋ยวกระผมจะให้สีดวงมาดูแล” พูดเสร็จก็เดินออกไป แมรี่รีบประจ๋อประแจ๋เข้ามาแนะนำต่อ
“พี่ไม่ได้อยากเห็นการนองเลือดมากกว่านี้หรอกนะคะ แต่คุณหลวงเอาจริง ฆ่าตะวันฉายแน่ เพราะฉะนั้น ทางที่ดีน้องรติควรจะลืมตะวันฉายแล้วยอมรับให้ได้ว่าตัวเองคือหม่อมเจ้ามาลา ตะวันฉายจะได้ไม่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ เชื่อพี่ แล้วพี่จะได้ปิดจ๊อบนี้เสียที เข้าใจนะคะ”
แมรี่กรีดกรายตามคุณหลวงออกไป รัตติกาลนิ่งอึ้งนึกเป็นห่วงตะวันฉายขึ้นจับใจ
ออกจากห้องขังรัตติกาลแล้ว หลวงบวรสงครามเอาเลือดตัวเองใส่ลงในเครื่องดื่มเพื่อให้รัตติกาลดื่มแล้วจะระลึกถึงอดีตได้ พออีสีดวงเอาไปให้ รัตติกาลบอกให้วางไว้ เดี๋ยวตนดื่มเอง
ooooooo
ตะวันฉายเดินโซซัดโซเซตามหารัตติกาล กระทงบอกไอ้ริดให้ตามไปส่วนตนจะไปจัดการผีอับดุลเอง
กระทงเข้าสิงพัดชาและเล่นงานพิชญ์ ถูกอับดุลรู้ทันหันไปสู้กับกระทงในร่างพัดชา แต่ก็ถูกกระทงหลอกซ้ำ ทำทีว่าออกจากร่างพัดชาหนีไปแล้ว พออับดุลหลงเชื่อจะ ตามไปจัดการผีกระทง พัดชาก็ถูกเข้าสิงอีก
เมื่ออับดุลกลับมาก็ถูกกระทงในร่างพัดชาใช้นิ้วและเล็บยาวงอจิกเข้าที่ท้องจนตาย แล้วกระทงก็ออกจากร่างพัดชา ปล่อยให้ร่างเธอนอนหมดสติอยู่ตรงนั้น โชคดีที่พิชญ์เดินตามหาจนเจอจึงช่วยไว้
พัดชารู้สึกหวาดหวั่นเมื่ออับดุลถูกฆ่าไปแล้วใครจะช่วยเรา พิชญ์ปลอบใจว่าตนจะใช้หัวใจสิงห์ของตนเล่นงานพวกมันและพาเธอรอดไปได้แน่นอน
โชคดีที่ตะวันฉายที่ถูกไอ้ริดตามไปเล่นงาน แม้จะสู้ไปถอยไปจนตกหน้าผาลงน้ำ แต่ก็เอาตัวรอดได้ ตะเกียกตะกายมาจนเจอพัดชากับพิชญ์ที่กำลังลำบาก จึงปรึกษาหาทางแก้ ปัญหากัน ตะวันฉายเสนอว่าเวลานี้เหลือแต่เณรเปี๊ยกเท่านั้นที่จะช่วยพวกเราได้ เสนอให้พิชญ์กับพัดชารีบไปหาเณรเปี๊ยก ส่วนตนจะอยู่หลอกล่อพวกผีอยู่ทางนี้เอง
แต่ตะวันฉายก็ถูกกระทงที่ไล่ตามมาจับได้และงับต้นคอ ตะวันฉายดิ้นสุดแรงร้องอย่างเจ็บปวดกึกก้องไปทั้งป่า
ooooooo
ตะวันรอนพาหนูดีไปอยู่ในกระท่อมของชาวบ้าน ปฐมพยาบาลจนเธอรู้สึกตัว พอเธอได้สติก็กลับหาว่าตะวันรอนลวนลามข่มขืนตน คว้ามีดไล่ฟัน จนตะวันรอนต้องพูดเตือนสติเธออีกครั้งว่า
“พี่ตะวันฉายเขารักคุณแค่ในฐานะของน้องสาว เพราะฉะนั้นต่อให้คุณเสนอตัวให้เขามากมายแค่ไหนคุณก็ไม่มีทางได้ความรักจากเขามากไปกว่านั้น” พูดพลางบีบไหล่เธอแน่น จนเธอร้องว่าเจ็บ “ผมตั้งใจให้เจ็บ!! คุณจะได้รู้สึก เหมือนผมบ้างว่า เวลาที่ต้องคอยไล่ตามคุณ คอยทำทุกอย่างเพื่อให้คุณหันมามองผมบ้าง แต่ทำยังไงคุณก็ไม่เคยรู้สึกกับผมแม้แต่นิดเดียว มันเจ็บมากแค่ไหน”
พอหนูดีอึ้ง ตะวันรอนพูดต่ออย่างเจ็บปวดว่า
“หลายครั้งที่ผมคิดว่าผมเป็นโรคจิตหรือเปล่าที่คอยวิ่งไล่ตามผู้หญิงนิสัยเสีย ยอมให้เขาด่าได้ทุกวี่ทุกวัน แต่ ยิ่งอยู่ใกล้คุณ ผมก็รู้ตัวว่าผมไม่ได้โรคจิตหรอก แต่ผมเป็นโรคหลงรักคุณจนโงหัวไม่ขึ้นต่างหาก”
ตะวันรอนเอาจมูกชนกับหนูดีสีไปมาจนต่างใจเต้นตึ้กตั้ก พริบตานั้นเขาบดปากกับเธอจนสุดท้ายหนูดีอ่อน ระทวยอยู่ในอ้อมแขนเขา แต่พอรู้ตัวก็ตบหน้าเขาเพียะแล้ววิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
หนูดีไปเจอไอ้ริดที่ตามหาอยู่ มันไล่ล่าจนเธอสะดุดล้มลงในลำธาร ขณะกำลังจะถูกเข้าขย้ำนั้น หนูดีควานมือหาอาวุธไปเจอปิ่นในซอกหิน เธอคว้าออกมาแทงมันที่อกมันร้องอย่างโหยหวน กระชากปิ่นทิ้ง หนูดีเห็นว่าปิ่นนี้ทำให้มันเจ็บปวดได้รีบคลานไปเก็บไว้ ถูกไอ้ริดตามมาตบจนเธอน็อกหมดสติทั้งที่มือยังกำปิ่นไว้แน่น ตะวันรอนตามมาเจอรีบประคองเธอขึ้นมาร้องเรียกสติ
“คุณหนูดี...คุณหนูดี...ทำใจดีๆไว้นะครับ คุณหนูดี!”
ooooooo










