ตอนที่ 11
เพราะเมื่อวานถูกรัตติกาลขี่หลังขย่มเสียจนปวดเมื่อย วันนี้ ตะวันฉายจึงให้สมชายช่วยนวดให้ ตะวันฉายสบายตัวส่วนสมชายสบายอารมณ์กับการได้สัมผัสกับเจ้านายหนุ่มหล่อนวดไปเคลิ้มไป
ทันใดก็ต้องสะดุ้ง เมื่อรัตติกาลพรวดเข้ามาดึงสมชายออก หาว่าคิดจะยั่วอารมณ์สามีตน
เขี่ยสมชายกระเด็นไปแล้ว รัตติกาลสวมรอยขึ้นคร่อมนวดแทน แต่เป็นการนวดแบบทุบอั้กๆ ตะวันฉายร้องลั่น ลุกพรวดขึ้นเห็นเป็นรัตติกาลก็เปิดฉากปะทะคารมกันตามเคย เขาถามว่าจะจองเวรกันไปถึงไหน
“ก็จนกว่านายจะช่วยให้ฉันกลับเข้าร่างไง” รัตติกาลยื่นคำขาด ครั้นตะวันฉายบอกว่าเธอต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ก่อนว่าจะเป็นรติคนใหม่ ก็ถูกสวนทันควันว่า “นายไม่ใช่พ่อฉัน ไม่มีสิทธิ์มาชี้นิ้วสั่งให้ฉันเป็นโน่นเป็นนี่”
ตะวันฉายอ้างว่าตนเป็นสามี เธอก็เถียงคอเป็นเอ็นว่าเวลานี้เป็นยุคออนไลน์ สามีไม่ใช่ช้างเท้าหน้าอีกต่อไปแล้ว ถูกตะวันฉายพูดใส่หน้าว่าอย่างเธอมันต้องใช้วิธีแบบโบราณถึงจะเอาอยู่
“หึ! ฉันต้องอ้อนวอนนายใช่ไหมนายถึงจะยอมช่วย” รัตติกาลถามอย่างเจ็บใจ
“ทำดีไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำหรอกรติ แต่อย่ามาแอ็กติ้งให้ดูเด็ดขาด เพราะแอ็กติ้งเธอ...หึๆ...เด็กอนุบาลก็ดูออก”
“นี่นาย!! ก็ได้ ชีวิตฉันมันเฮงซวยเอง ที่ต้องมาหวังพึ่งคนที่ฉันเหม็นขี้หน้า ถ้านายไม่อยากช่วยก็ไม่ต้องช่วย ฉันยอมเป็นผีแบบนี้ไปตลอดก็ได้” รัตติกาลพูดกระแทกใส่หน้าน้ำตาคลอแล้วหายวับไปทันที ทำเอาตะวันฉายตกใจ ไม่คิดว่าเธอจะทิฐิแรงถึงขนาดนี้
ooooooo
ภัทราวางแผนชวนหนูดีและลูกน้องทั้งสองมาอยู่ที่บ้านตะวันฉายหมายจะสืบเรื่องร่างของรัตติกาลว่าอยู่ที่ไหน ปรากฏว่าลูกน้องทั้งสองไม่มีผลงานเลย พอถูกภัทราดุก็ยอมรับหน้าจ๋อยๆว่า อยู่กับผีแค่ขยับนิดเดียวผีรัตติกาลก็โผล่มาแล้วจะทำอะไรได้
“แบบนี้เราก็ต้องลงมือเอง” ภัทราตัดสินใจ แต่ไม่ทันขยับ หาญกล้าก็โผล่มาถามว่า จับกลุ่มเปียแชร์วางแผนชั่วกันอยู่หรือ
หนูดี สมชาย และคิตตี้ แตกหนีกันกระเจิง แต่ภัทรายังวางฟอร์มทำนิ่ง เล่นบทใหม่ อ่อยหาญกล้า ทำตัวเป็นนักสันติธรรมต้องการมาเป็นกัลยาณมิตรกับลูกสะใภ้ ทุกคนจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข
“เชอะ! เธออาจจะหลอกลูกชายเธอได้ แต่เธอหลอกฉันไม่ได้หรอก” หาญกล้าแสยะยิ้มเข้าใส่จนภัทราเกือบเป็นลม ก็พอดีตะวันฉายเข้ามา หาญกล้ารีบทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนภัทราวิ่งเข้าไปหาลูกชายอย่างขวัญกระเจิง ตะวันฉายถามว่า “มีอะไรเหรอครับแม่”
ภัทราฟ้องว่าถูกหาญกล้าเล่นงาน แต่พอมองไป เห็นหาญกล้าจ้องเขม็งก็เปลี่ยนเสียงเป็นว่าตนกับพ่อตาของลูก กำลังสนทนาธรรมกันอยู่ ตอนนี้ตนเข้าใจโลกมากขึ้น พ่อตาของลูกก็เหมือนกัน เราเลยคุยสนุกสนานกันใหญ่ พูดแล้วทำเป็นถามหาญกล้าเสียงอ่อนหวานว่า “จริงไหมจ๊ะพี่หาญ”
หาญกล้าไม่ตอบ แต่หันไปถามตะวันฉายว่า มาตามตนมีอะไรหรือ ตะวันฉายขอให้ช่วยหารัตติกาลให้ เพราะเธอหายตัวไป ตนตามหาก็ไม่เจอ หาญกล้าถามว่าทะเลาะกันอีกหรือ
“นิดหน่อยครับ” ตะวันฉายยอมรับ เลยถูกภัทราตำหนิว่า ชอบหาเรื่องรัตติกาลอยู่เรื่อย “ผมเปล่านะครับแม่ ผมหวังดีกับรติ แต่เขาไม่เข้าใจ เราก็เลยมีปากเสียงกันนิดหน่อย”
ภัทราทำทีขอร้องหาญกล้าให้ช่วยตามรัตติกาลให้ที
ลูกชายตนอยากจะขอโทษลูกสาวเขา หาญกล้ารับปากจะดูให้ว่ารัตติกาลอยู่ไหน ภัทราแอบยิ้มสมใจที่เห็นหาญกล้าเพ่งจิตตามหาวิญญาณลูกสาว
เมื่อรู้จากหาญกล้าว่ารัตติกาลกลับไปอยู่บ้านเก่าของแม่ตัวเอง ภัทราก็ไปเล่าให้หนูดีฟังว่าตนรู้ว่ารัตติกาลมายาเก่ง แต่จะไม่ปล่อยให้ปั่นหัวลูกชายตนได้หรอก เพราะยังไงเสีย ผีกับคนก็ไม่มีทางลงเอยกันได้
ฝ่ายแมรี่ผู้จัดการส่วนตัวจอมงกเจ้าเล่ห์ของรัตติกาล กลับจากคฤหาสน์จันทราอย่างลิงโลดใจ หลังจากรับงานจากหลวงบวรสงครามแล้ว แมรี่คิดว่าเป็นงานง่ายๆเพราะเณรตัวเปี๊ยกเดียว คืนนี้จึงไปแอบดูที่หน้าโบสถ์ รู้สึกร้อนจึงคิดจะไปแอบดูที่เย็นสบายกว่า แต่พอหันหลังจะเดินไปเท่านั้นก็ต้องชะงักเพราะเกิดแสงเรืองรองจากในโบสถ์
แมรี่หันขวับจ้องไปที่ประตูโบสถ์ พลันก็ตกใจเมื่อเห็นร่างเณรเปี๊ยกเรืองรองอร่ามไปทั้งตัวเดินออกมาเหมือนมีพลังอัศจรรย์ที่ห่อหุ้มตัวเอาไว้
ooooooo
เพราะรู้ว่าในยามที่รัตติกาลไม่สบายใจ เธอจะไปที่กระท่อมชมเดือน หาญกล้าไปที่นั่นเจอเธอจริงๆ เธอบอกว่าเบื่อคนเลยอยากหนีมาอยู่คนเดียว แต่แล้วเธอก็หงุดหงิดเมื่อหาญกล้าบอกว่า เท่าที่ตนคุยกับตะวันฉายก็เห็นว่าเขามีเหตุผลเหมือนกัน ทำให้รัตติกาลไม่พอใจหาว่าพ่อเข้าข้างคนอื่น
ระหว่างนั้น ตะวันฉายไปด้อมๆมองๆ แอบดูแอบฟัง หาญกล้าเห็นเข้าส่งสัญญาณไล่ให้ออกไปเสีย รัตติกาลถามพ่อว่ามีอะไรหรือ
“อ๋อ...เปล่าไม่มีอะไรลูก แมลงวันน่ะมันบินวนไปวนมา พ่อก็เลยปัดไล่มัน”
“พ่อเป็นผีนะคะ แมลงวันที่ไหนมันจะบินมาตอมผี...” รัตติกาลดักคออย่างรู้ทัน
ตะวันฉายหายไปจากตรงนั้น แต่ไปแอบหยิบสมุดบันทึกของรัตติกาลมาอ่าน จึงรู้ว่าตั้งแต่เด็กเธอก็มีแววนักแสดงจนได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมตอนอยู่อนุบาล
รัตติกาลโกรธที่เขามาละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของตนขู่ว่าถ้าอยากหาเรื่องตายเดี๋ยวจัดให้ ว่าแล้วเข้าบีบคอตะวันฉายจนหน้าดำหน้าแดง เขาพยายามบอกว่าไม่ได้มาหาเรื่องตายแต่มาขอโทษ
“สายไปแล้ว ฉันไม่ยกโทษให้ไอ้ผู้ชายปากเสีย” รัตติกาลบีบคอแน่นเข้าไปอีก จนหาญกล้ามาขอร้องก็ถูกเธอเอ็ด “พ่อไม่ต้องมายุ่ง”
“แต่นี่พ่อไม่ยุ่งไม่ได้ ถ้าเขาตายขึ้นมา ใครจะช่วยรติ ลองคิดดูก่อนสิลูก”
นี่เองทำให้รัตติกาลยอมปล่อยมือแล้วหายวับไปเลย ตะวันฉายถามว่าหายไปไหนอีกแล้ว คราวนี้หาญกล้าไม่ตามหาบอกว่าคงอยู่แถวนี้แหละ ตนช่วยได้แค่นี้ขืนทำมากกว่านี้เสียฟอร์มพ่อตาหมด ว่าแล้วก็หายวับไปด้วย ตะวันฉายเลยได้แต่ยืนเซ็งอยู่คนเดียว
ooooooo
รัตติกาลเดินออกไปที่ระเบียงกระท่อมชมเดือนยืนบ่นอุบอิบอย่างหัวเสีย ไม่รู้ว่าภัทรากับหนูดีและบอยฮ่ะซุ่มดูอยู่ พวกนั้นทำเสียงดังจนรัตติกาลชะโงกดูเห็นกำลังพากันคลานจะหลบไปจากตรงนั้น เธอออกไปขวางถามภัทราว่ามาทำอะไรแถวนี้ ภัทราอ้างว่ามาตามตะวันฉาย หนูดีบอกว่าพวกตนมาปฏิบัติธรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เธอ เพราะที่นี่เงียบสงบดี
หาญกล้ามาเจอพอดีเลยแนะว่าถ้ามาด้วยใจบริสุทธิ์จริงก็เชิญปักกลดนอนในป่านี้แหละ จะได้รู้ว่ามาด้วยสันติธรรมจริงหรือเปล่า
ทั้งสามเลยต้องตกกระไดพลอยโจน ไปปักกลดในป่า ภัทราโดนยุงกัดก็ถูกบอยฮ่ะช่วยตบเสียจนเลือดกบปาก โดนภัทราเล่นงานเผ่นหนีแทบไม่ทัน แต่ภัทราไล่ตามไปหมายเอาคืนให้ได้
ฝ่ายหนูดีจ้องจิกไปที่กระท่อมหมายกีดกันไม่ให้รัตติกาลได้อี๋อ๋อกับตะวันฉาย โดนยุงกัดที่แก้มก็ตบเพียะ พลางหันไปมองทางภัทรากับบอยฮ่ะ ปรากฏว่าหายไปกันหมดแล้ว
ooooooo
จากการอ่านสมุดบันทึกของรัตติกาลทำให้ตะวันฉายเข้าใจความเป็นตัวตนของเธอที่ทิฐิไม่มีวันยอมแพ้อะไรง่ายๆ เขาบอกเธอว่า
“ผมเข้าใจแล้วว่าคุณเป็นคนยังไง รติก็คือรติ ผมรับปากว่าจะไม่บังคับให้คุณเปลี่ยนนิสัยแล้วแต่มีเรื่องนึงที่ผมทนไม่ได้จริงๆ ยังไงก็ต้องขอยุ่ง ไม่งั้นผมจะไม่ยอมช่วยคุณเด็ดขาด” รัตติกาลถามว่าเรื่องอะไร “ก็เรื่องฝีมือการแสดงห่วยๆของคุณไง” ตะวันฉายจงใจพูดให้เธอฮึดขึ้นมา
ได้ผล...รัตติกาลรับไม่ได้ เขาจึงยกเอาคำวิจารณ์ของบรรดา นักวิจารณ์การแสดงมาพูดให้ฟัง แล้วกระทุ้งเธออีกว่า
“ผมอ่านดูในไดอารี่ ทั้งๆที่คุณรักอาชีพการแสดง แต่กลับไม่เคยคิดพัฒนาฝีมือตัวเอง นี่เป็นโอกาสดีแล้วที่คุณจะได้กลับไปเป็นรัตติกาลซุปเปอร์สตาร์ที่ทุกคนรอ”
“แล้วอย่างนายเนี่ยนะจะช่วยฉันได้”
“คุณก็รู้ว่าผมจบมาทางนี้ ไม่งั้นคุณไม่เรียกผมว่านายอาร์ตตัวพ่อหรอก” ตะวันฉายคุยโวแล้วบอกเธอว่า “การแสดงไม่ใช่เรื่องยาก คุณสามารถเป็นนักแสดงที่เก่งได้ แค่จำไว้ว่าแสดงคือไม่แสดง”
เมื่อรัตติกาลสนใจ เขาเสนอว่าจะกำหนดบทให้เธอแสดงเพื่อจะได้เห็นว่า เธอมีทักษะแค่ไหน เมื่อรัตติกาล ท้าให้จัดมาเลย ตะวันฉายลงมือทันที
ตะวันฉายกำหนดให้เธอเล่นเป็นคนตาบอด แต่เธอเล่นได้ไม่เหมือนคนตาบอดพอถูกติติงก็อ้างว่า ตนไม่เคยตาบอดจะไปรู้ได้ไงว่าคนตาบอดต้องทำยังไง
“จินตนาการไง เธอต้องมีจินตนาการ ลองคิด เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทิ้งความเป็นรติคนเดิมแล้วเปิดใจยอมเรียนรู้ว่าคนอื่นเขาเป็นยังไง”
พอถูกติติงเข้า รัตติกาลไม่พอใจจะเข้าบีบคอตะวันฉาย แต่แล้วจู่ๆร่างเธอก็ทะลุหายวับไป ตะวันฉายตกใจถามว่าหายไปไหนแล้ว เธอบอกว่าอยู่ที่เดียวกับเขานี่แหละ ครั้นถามว่าเธอเข้าสิงตนหรือ รัตติกาลถามว่าการที่ตนอยู่ตรงนี้เรียกว่าสิงอย่างนั้นหรือ
รัตติกาลหลอกล่อตะวันฉายอยู่อย่างนั้น สุดท้ายบอกเขาว่า ใจเขาอยากพูดอะไร อยากบอกอะไรตนก็ให้พูดมาเลย พอตะวันฉายอึกอักท่าทางเขินๆ เธอเลยเป็นฝ่ายพูดแทนใจเขาว่า
“นายเป็นคนขี้อาย จริงๆแล้วนาย...นายชอบฉัน ใจนายคิดยังไงกับฉัน นายรู้ดี...ตะวันฉาย” พูดแล้วจ้องตาเขาที่อยู่ใกล้กันแค่คืบ ตาต่อตามองกันนิ่งนาน...จนเผลอใจโน้มหน้าเข้าจูบกันอย่างอ่อนโยน
ooooooo
บอยฮ่ะหนีภัทราหัวซุกหัวซุน ไปเจอหาญกล้าดักเล่นงาน ขู่บอยฮ่ะถามว่าภัทราใช้ให้มาทำอะไรที่นี่ บอยฮ่ะกลัวจนพลั้งปากบอกว่า มาทำภารกิจสำคัญ
“ภารกิจสำคัญอะไร ถ้าแกไม่บอกแกได้เจอเรื่องสยองที่สุดในชีวิตแน่ บอกมาว่าเจ้านายแกมีแผนชั่วอะไร”
“คุณหญิง...คุณหญิงมาสืบเรื่องที่ซ่อนร่างของคุณรติฮ่ะ...” พูดจบบอยฮ่ะก็หมดสติไป
ฝ่ายหนูดี ไล่ตบยุงจนไปเจอภาพบาดตาที่ตะวันฉายกับรัตติกาลกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม ถึงกับตาค้าง ซึ่งก็เป็นจังหวะที่รัตติกาลรู้สึกตัวรีบผละออกจากตะวันฉาย เขาบอกเธอว่า จะให้เลิกจุ้นจ้านกับชีวิตเธอก็ได้ แต่รัตติกาลกลับส่ายหน้า ยิ้มเขินๆ
“ชีวิตผมถูกลิขิตไว้แล้วว่า ผมต้องพาคุณไปคฤหาสน์จันทรา ช่วยให้คุณกลับเข้าร่างได้อีกครั้ง แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ผมได้เห็นคุณมีความสุข มีคนรักมากกว่าคนเกลียด ถ้าสุดท้ายมันเป็นอย่างนั้นได้ มันก็คุ้มกับที่ผมต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อคุณ”
รัตติกาลซึ้งจนน้ำตาคลอกับความหวังดีของเขา แต่วินาทีนั้น เธอก็แกะมือเขาออก แล้ววิ่งหลบออกไป หนูดีที่แอบดูอยู่ยิ้มสะใจที่ได้ยินเรื่องคฤหาสน์จันทราพึมพำกับตัวเองว่า
“ในที่สุด ฉันก็รู้ความลับของแกแล้วนังรติ!”
ส่วนหาญกล้าไปเจอภัทรากำลังเดินตามหาหนูดีอยู่ ภัทราตกใจแต่พอตั้งหลักได้ก็ใช้มารยาอ่อยหาญกล้า ถูกเขาด่า บอกว่าตนรู้ความจริงหมดแล้วว่าคุณหญิงคิดจะขัดขวางตะวันฉายไม่ให้พารัตติกาลกลับเข้าร่าง แบบนี้ต้องสั่งสอน ว่าแล้วก็จับผมดึงหัวตัวเองออกมาหิ้ว ภัทราตกใจวิ่งเตลิดไป
อารามตกใจทำให้เธอวิ่งเข้าไปในดงงู เจองูเห่าแผ่แม่เบี้ยตรงหน้า เธอตกใจแผดเสียง
“ช่วยด้วย...ช่วยฉันด้วย...”
รัตติกาลได้ยินจำได้ว่า เป็นเสียงของภัทรา บอกตะวันฉายว่า “ฉันจะไปช่วยแม่นายเอง” ว่าแล้วก็หายวับไปทันที ตะวันฉายได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง
ooooooo
รัตติกาลไปเจอภัทราถูกงูฉกตกใจหมดสติ เธอพุ่งเข้าประคองไว้ พอไม่เห็นว่างูกัดก็โล่งใจ
วางร่างภัทราลงที่พื้นแล้วรัตติกาลช่วยเช็ดรอยเปื้อนตามใบหน้าและลำตัวให้อย่างแผ่วเบา ตะวันฉายเข้ามาเห็นภาพนั้น เขาเอ่ยอย่างซึ้งใจว่า
“รติ...ขอบใจเธอมากนะ ในที่สุดเธอก็พิสูจน์ตัวเองได้ ฉันสัญญาว่า ฉันจะช่วยจัดการกับผีคุณหลวงให้เธอ”
ฝ่ายหาญกล้าตามมาดูห่างๆ เห็นสภาพของภัทราแล้วรู้สึกผิดถามตัวเองว่า “นี่เราทำรุนแรงกับเขาไปรึเปล่าเนี่ย”
ooooooo
เณรเปี๊ยกยังคงท่องพระธรรมอยู่ที่โบสถ์จนวันรุ่งขึ้น พระพี่เลี้ยงไปตาม เป็นเวลาที่เณรกำลังมีจิตที่กล้าแกร่งขึ้นกว่าเดิม นิมิตเห็นตะวันฉายกำลังถูกกระทงกัดกินเลือดอยู่ที่คฤหาสน์จันทรา ตะวันฉายร้องโหยหวนจนตายคาปากกระทง
เณรตกใจที่เห็นภาพนั้นเป็นห่วงตะวันฉายขึ้นจับใจ รีบไปที่บ้านเรือนหอของเขา ทำให้พิชญ์ที่มาตามเณรไปบิณฑบาตคลาดกัน พิชญ์มองหาอย่างสงสัยว่าเณรหายไปไหน
เมื่อเณรไปถึงบ้านของตะวันฉายไม่เจอตัว แต่กลับเจอแมรี่ที่ปรากฏตัวขึ้นมาไล่คิตตี้กับสมชายให้หลีกไปตนจะคุยกับเณรเอง
เณรเปี๊ยกเล่าเรื่องที่เกิดนิมิตเกี่ยวกับตะวันฉายให้แมรี่ฟังว่า เห็นโยมตะวันฉายถูกพวกเจ้ากรรมนายเวรของโยมรติรุมฆ่าตาย แมรี่ถามว่าเชื่อได้หรือ
“ได้แน่นอนจ้ะ เณรศึกษาพระธรรมของหลวงตาจนเกิดนิมิต เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า” เณรยืนยันย้ำว่า “เณรถึงต้องรีบมาเตือนโยมพี่ตะวันฉายห้ามเดินไปติดกับของพวกมัน ไม่อย่างนั้นโยมพี่จะต้องตายแน่ๆจ้า”
แมรี่ล้วงความลับแล้วรับอาสาจะไปเตือนตะวันฉายให้เอง ทำให้เณรหายห่วงฝากฝังเรียบร้อยแล้วกลับไป ในขณะที่แมรี่ยิ้มสะใจที่ทุกอย่างเข้าแผนตนหมด
เช่นเดียวกับหนูดี ที่แอบได้ยินความลับสุดยอดของรัตติกาลกับตะวันฉาย ก็รีบไปบอกภัทราว่า ตนรู้แล้วว่าร่างของรัตติกาลอยู่ที่ไหน
ooooooo
ตะวันฉายมีความรู้สึกดีๆกับรัตติกาลไม่นาน เขาก็ต้องเสียความรู้สึกอีกเมื่อรัตติกาลบอกว่าที่ตนช่วยแม่ของเขาจากการถูกงูกัดนั้น มันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ตอบแทน ในเมื่อเขากำลังจะช่วยตนให้กลับเข้าร่าง ตนก็ต้องช่วยเขาบ้าง และเมื่อเสร็จธุระกันแล้วตนก็จะขอหย่าทันที พูดเสร็จก็หายตัวไปตามเคย
แมรี่กระดี๊กระด๊ารีบไปที่คฤหาสน์จันทรารายงานผลงานของตนอย่างภูมิอกภูมิใจ คุณหลวงให้อีสีดวงไปเอาหีบสินน้ำใจมาให้ ในนั้นมีแก้วแหวนเงินทองมากมาย แมรี่ แกล้งทำเป็นไม่พอใจว่าน้อยไป แต่ไม่เป็นไรได้แค่นี้ก็เอาไปก่อนวันหลังค่อยมาเอาอีก
หลังจากนั้น หลวงบวรสงครามเรียกกระทิงกับไอ้ริด ให้ไปจัดการกับเณรเปี๊ยก กำชับว่าห้ามประมาทเด็ดขาด เพราะเณรนี้ไม่ธรรมดา
ขณะพิชญ์กำลังตามหาเณรเปี๊ยกอยู่นั้น พัดชาก็มาชวนไปเตรียมตัวรับศึกใหญ่คือ การต่อสู้กับพวกเจ้ากรรมนายเวรของรัตติกาล ก่อนไปก็ต้องรู้เขารู้เรารบร้อยครั้งถึงชนะร้อยครั้ง
พอพัดชากับพิชญ์คล้อยหลังไป เณรเปี๊ยกก็เข้ามาร้องเรียก มองหาโยมพิชญ์แต่ไม่มีใครอยู่แล้ว
เมื่อแมรี่ได้รับหีบสมบัติที่เป็นสินน้ำใจแล้วก็กลับไปที่เรือนหอของตะวันฉายเจอตะวันฉายกำลังมองปิ่นปักผมของรัตติกาลอยู่อย่างครุ่นคิด เลยเลียบเคียงถามว่า
“ตกลงว่าคุณตะวันฉายตัดสินใจจะพาน้องรติไปคฤหาสน์จันทราแล้วเหรอคะ”
“ครับพี่แมร์ ถึงตอนนี้ผมมั่นใจแล้วว่า ผมพร้อมที่จะช่วยให้รติกลับมามีชีวิตอีกครั้ง”
ขณะแมรี่กำลังเจ๊าะแจ๊ะตะวันฉายนั่นเอง หาญกล้าโผล่พรวดมาทั้งด่าทั้งเข้าไปไล่แมรี่ให้ออกห่างจากลูกเขยตนเดี๋ยวนี้ สุดท้ายแมรี่ทนถูกด่าไม่ไหวเดินร้องไห้ออกไป ระหว่างทางก็เอามือล้วงกระเป๋าควานหาแก้วแหวนเงินทองที่ได้มาจากหลวงบวรสงคราม เธอตกใจเมื่อไม่พบอะไรเลย
เพราะคิดว่าทำหล่นที่ไหน แมรี่เดินย้อนหาไปตามทาง เจอคิตตี้ก็ถามว่าเห็นห่อผ้าสีทองตกอยู่แถวนี้ไหม คิตตี้นึกได้หยิบผ้าขี้ริ้วจากถังขยะขึ้นมาถามว่าผ้าแบบนี้หรือเปล่า
แมรี่คว้าหมับถามว่า เอาของสำคัญของตนไปใส่ถังขยะได้ไง ว่าแล้วรีบเอาห่อผ้าขี้ริ้วยัดใส่กระเป๋าอย่างหวงแหน ปรากฏว่าหาญกล้าตามมา คิตตี้เห็นหาญกล้าก็ตกใจหน้าเหวอ จนหาญกล้าถามว่าเป็นอะไร
“ฮือ...หนูทั้งทำบุญกับเณร ทั้งให้เณรรดน้ำมนต์ให้แล้วอย่ามาหลอกมาหลอนหนูเลย...หนูกลัว”
นี่เองทำให้หาญกล้าเอะใจ ถามว่าที่พูดถึงเณรนั้น เณรไหนหรือ คิตตี้บอกว่าเณรเปี๊ยก หาญกล้าถามว่าไปเจอเณรเปี๊ยกที่ไหน คิตตี้รีบบอกลนลานว่า
“ที่นี่ค่ะ เมื่อเช้าเณรเปี๊ยกมาบอกว่ามีธุระสำคัญกับคุณตะวันฉาย”
ooooooo
หลังจากกระทิงกับไอ้ริดได้รับคำสั่งให้ไปกำจัดเณรเปี๊ยกแล้ว มันทั้งสองก็โทรศัพท์ไปหาเณร ดัดเสียงทำเป็นโยมพ่อกับโยมแม่ โกหกว่าโยมแม่ไม่สบายมาก พร่ำเพ้อถึงแต่เณร ให้เณรรีบมาเยี่ยมเพราะถ้าเณรไม่มาโยมแม่ก็ไม่ยอมไปโรงพยาบาล เณรเปี๊ยกเป็นห่วงมากรีบไปทันที
“เท่านี้ก็เรียบร้อย หลอกเด็กมันเรื่องหมูๆ” ไอ้ริด กระหยิ่มยิ้มย่อง กระทิงเตือนว่าอย่าเพิ่งประมาทไปคุณหลวงกำชับไว้ให้ระวัง “โธ่เอ๊ย...ก็แค่เด็กตัวกระเปี๊ยกเจอเราขู่เข้าหน่อยขี้คร้านจะเยี่ยวราดกลัวหัวหดฮ่าๆๆ” ไอ้ริดผยองลำพองใจนัก
ooooooo
พัดชานัดรัตติกาลกับตะวันฉายไปพบกันที่ป่าช้า ส่วนตัวเองพาพิชญ์เข้าไปขุดหลุมฝังศพจนเจอตะเกียง พอหยิบตะเกียงขึ้นมาถูสามครั้ง ก็ปรากฏผีอับดุลยืนกอดอกหน้าเหี้ยมอยู่ พิชญ์ตกใจขวัญหนีดีฝ่อวิ่งเตลิดร้องขอความช่วยเหลือไปจนเจอรัตติกาลกับตะวันฉาย จึงเล่าให้ฟัง
เมื่อพากันย้อนกลับเข้าไปในป่าช้าร้องเรียกหาพัดชาเท่าไรก็ไม่เจอ สุดท้ายไปเจอเห็นพัดชากับผีอับดุลกำลังวิ่งไล่กันไปตามสุมทุมพุ่มไม้แบบหนังแขก เลยพากันงง
พิชญ์เห็นความสนิทสนมระรื่นกันของพัดชากับอับดุลแล้วก็ไม่ชอบใจ นึกหึงขึ้นมาตงิดๆ
ooooooo
เณรเปี๊ยกรีบไปที่ท่ารถเพื่อเดินทางไปหาโยมแม่ที่สุพรรณ ไปเจอกระทิงกับไอ้ริดสร้างภาพลวงตาทั้งรถและผู้โดยสารที่อยู่ในรถล้วนเป็นผีที่นั่งกันตัวแข็งตาไร้แวว จนเณรเริ่มเอะใจ พอรู้ว่าถูกผีหลอกก็โกยอ้าว ถูกกระทิงกับไอ้ริดดักไว้ไม่ยอมให้หนี
ขณะที่เณรกำลังเข้าตาจนนั่นเอง หาญกล้าก็โผล่มาช่วยแต่งตัวแบบแรมโบ้สุดฤทธิ์ เณรดีใจมากตัดพ้อว่าทำไมมาช่วยช้าจัง หาญกล้าตัดบทว่าอย่าเพิ่งถามอะไร รีบหนีกันเถอะ แล้วก็พากันวิ่งอ้าวไป
กระทิงกับไอ้ริดไล่ตามไม่ลดละ หาญกล้าปกป้องเณรสุดฤทธิ์ แต่ถูกกระทิงต่อยเข้าที่ลิ้นปี่ทีเดียวร่วงสลบเหมือด เณรเห็นดังนั้นรีบตั้งจิตอธิษฐาน
“สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนมนุษย์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น...” เณรพยายามอุทิศส่วนกุศลให้ ทันใดนั้นเองเกิดแสงสว่างอร่ามเรืองจากร่างเณร ทำให้ทั้งกระทิงและไอ้ริดผงะร้อนวูบวาบจนต้องยกมือขึ้นบังแสงแห่งธรรมจากตัวเณร
แต่พอแสงสว่างจางไปทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ เณรเปี๊ยกหมดสติฟุบลงกับพื้น กระทิงกับไอ้ริดตกใจกับปรากฏการณ์นั้น กระทิงบอกว่า เณรองค์นี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คุณหลวงบอกจริงๆ ไอ้ริดสะอึกจะเข้าไปจัดการ แต่แล้วต้องถอยกรูดออกมาเมื่อพบว่าตัวเณรร้อนเป็นไฟ
“ต้องรีบกลับไปรายงานคุณหลวง” กระทิงเสนอ ไอ้ริดถามว่าแล้วไอ้ผีเฒ่านี่ล่ะ พลางหันมองร่างหาญกล้าที่แน่นิ่งอยู่ กระทิงมองอย่างร้ายกาจแล้วเข้าแบกร่างหาญกล้าไปด้วย
ooooooo
รัตติกาลตามหาพ่อไม่เจอ รีบไปหาตะวันฉายให้ช่วย พอดีเขาเตรียมเดินทางไปคฤหาสน์จันทราในมือถือปิ่นปักผมไว้อย่างมั่นใจ
เมื่อรัตติกาลถามหาพ่อ เขาเสนอว่าลองถามอับดุลดูอาจจะรู้ก็ได้ เลยพากันไปหาพัดชากับอับดุลที่อีกห้องหนึ่ง
พัดชากับอับดุลกำลังทดสอบความหยั่งรู้กันอยู่ อับดุลมีข้อแม้ว่าเธอถามอะไรมาตนตอบได้แต่ต้องตอบแบบกระซิบ
ข้างหู พอดีพิชญ์มาเห็นภาพบาดตานั้นทนดูไม่ได้เดินออกไป สวนกับรัตติกาลกับตะวันฉาย แต่ไม่ยอมพูดจาด้วย รัตติกาลรีบเข้าไปหาพัดชาบอกว่าให้อับดุลช่วยดูหน่อยได้ไหมว่าพ่อตนหายไปไหน
เป็นเวลาเดียวกับที่หลวงบวรสงครามกำลังเอ็ดตะโรใส่กระทิงกับไอ้ริดที่ให้ไปจัดการเณรแต่กลับแบกร่างผีเฒ่าหาญ– กล้ากลับมา กระทิงอ้างว่าหาญกล้าพยายามขัดขวางการทำงานของตน ส่วนไอ้ริดยอมรับว่าเณรองค์นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ
“เณรเปี๊ยกคงศึกษาพระธรรมจนสามารถปกป้องตัวเองได้ แต่ดิฉันคิดว่าโดนขู่ไปขนาดนั้นยังไงเด็กก็คือเด็กคงไม่กล้าเข้ามายุ่งกับคุณหลวงอีกแน่เจ้าค่ะ” กระทงพูดอย่างมั่นใจ
“แต่ถ้ายังไม่เลิกคราวนี้ข้าจะจัดการเอง” คุณหลวงบอกพลางหันไปทางหาญกล้าที่เพิ่งสะลึมสะลือขึ้นมา เอ่ยต้อนรับว่า “ยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์จันทราครับคุณพ่อตา เจ้าสาวของผมเดินทางมาถึงเมื่อไหร่คุณจะได้ทำพิธีส่งตัว”
“แก...แกไม่ใช่ลูกเขยฉัน”
“หึๆๆ ลูกเขยที่พ่อตาภูมิใจนักหนา มันต้องตายตั้งแต่ก้าวเข้ามาเหยียบเขตป่าจันทราของผมแน่นอน!”
หาญกล้าหน้าเสีย มองใบหน้าเหี้ยมของหลวงบวรสงครามอย่างกังวล
ooooooo










