ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ธิดาพญายม

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ธิดาพญายม ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ในอดีตที่ผ่านมาโลกทั้งสี่คือสวรรค์ มนุษย์ มหาสมุทร และเมืองนรก ต่างอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ต่างทำสัญญากันว่าทุกฝ่ายจะไม่รุกล้ำซึ่งกันและกัน...

จนกระทั่งปัจจุบัน เทพโอมาซึ่งอยู่บนแดนสวรรค์คิดเป็นใหญ่ใช้อำนาจที่เจ้าสวรรค์มอบให้บันดาลให้ธรรมชาติแปรปรวน มนุษย์เกิดกิเลสแย่งชิงอำนาจซึ่งกันและกัน พร้อมส่งกองทหารภูตเพชฌฆาตทำสงครามเข่นฆ่ามนุษย์ ก่อความวุ่นวายให้มนุษย์เข่นฆ่ากันเองจนนรกสั่นสะเทือน เกิดความทุกข์ไปทั้งสี่โลก

เทพผู้พิทักษ์คืออัคราได้รับบัญชาจากเจ้าสวรรค์บุกเข้าประกบเทพโอมาจนราบคาบจับลงทัณฑ์ขังอยู่ในคุกตลอดชีวิต และจับทหารภูตเพชฌฆาตอยู่ในคุกนิลกาลที่ไม่มีใครสามารถหนีออกมาได้ จากนั้นเอากุญแจประตูคุกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนให้เทพองครักษ์ 4 เทพแยกย้ายกันลงมาซ่อนตัวอยู่ในเมืองมนุษย์เพื่อไม่ให้ใครหาพบ

อาคิน...ลูกชายของเทพโอมา  แม้ว่าจะเป็นทายาทกบฏแต่ไม่มีหลักฐานผูกมัด เทพอัคราผู้ซึ่งมีความยุติธรรมจึงไม่เอาผิด แต่กักขังอาคินอยู่ในปราสาทของตนเท่านั้น อาคินเกิดความแค้นและไม่ยอมแพ้ ลอบสั่งสมกำลังและส่งทหารตามล่าหากุญแจคุกนิลกาลมาปลดปล่อยทหารภูตเพชฌฆาตของตนเพื่อเป็นกำลังบุกยึดความเป็นใหญ่ในสวรรค์ให้ได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งในที่สุดอาคินรู้ว่ากุญแจถูกมอบให้เทพองครักษ์ทั้ง 4 นำมาเก็บรักษาอยู่ในเมืองมนุษย์ จึงหนีจากสวรรค์ลงมาพร้อมภูตสังหาร 9 ตน...ตามล่าเทพองครักษ์ทั้ง 4 เพื่อหาทางชิงเอากุญแจคุกนิลกาลมาให้ได้

เจ้าสวรรค์ตำหนิเทพอัคราที่ผิดพลาดไม่จับอาคินขังไว้แต่แรกจนทำให้เขาหลุดมือไปได้ เทพอัคราขอรับผิดและยอมรับโทษ ทำให้ณัชชาบุตรสาวของเทพอัคราโกรธแค้นอาคินถึงกับลงจากสวรรค์มายังเมืองมนุษย์ตามล่าอาคินนำตัวกลับมารับโทษสวรรค์เพื่อไถ่โทษความผิดให้บิดาของตน โดยมีนาชะกามเทพหญิงจอมแก่นซึ่งเป็นเพื่อนสนิทติดตามมาด้วย มิไยที่ณัชชา จะห้ามปรามอย่างไรนาชะก็ไม่ฟัง...ที่ห้ามก็เพราะเป็นห่วง เนื่องจากนาชะแม้จะฉลาดรอบรู้ชีวิตของทั้งสี่โลกและมีวิชาอยู่บ้างแต่ก็ไม่สามารถทำร้ายใครได้ นอกจากทำให้คนรักกันเท่านั้น...

ณ ตึกสูงเสียดฟ้าเต็มไปด้วยสีสันในยามค่ำคืน ณัชชาตามล่าอาคินอย่างกระชั้นชิดและต่อสู้กันด้วยพลังฝ่ามือจนหล่นโครมลงมายังพื้นดินตรงลานจอดรถ ณัชชาต้องการให้อาคินมอบตัวเพราะยังไงเขาก็ไม่มีทางหนีเธอพ้น

“แน่ใจแล้วหรือธิดาเทพปราบมาร...นึกไม่ถึงว่าองค์หญิงจะมาไกลถึงแดนมนุษย์”

“ไกลแค่ไหนเรานำเทพชั่วอย่างท่านกลับไปได้แน่นอน...เป็นหรือตายท่านเลือกเอา”

อาคินหัวเราะหยัน ทันใดนั้นร่างเทพซ้ายขวาของอาคินปรากฏกายยืนข้างๆ ในชุดดำรัดกุมแต่ไม่ปิดหน้า

“นึกว่าผู้ใด...เป็นเทพซ้ายขวานี่เอง แค่นี้ไม่พอมือเราหรอก”

“ยังมีอีก” สิ้นเสียงอาคิน...พลันมีเสียงคำรามดุดันดังขึ้นมาพร้อมกับร่างของภูตดำทั้งเก้าห้อมล้อมณัชชาไว้ตรงกลาง...ณัชชาตะลึงอย่างคาดไม่ถึง พึมพำว่าเก้าภูตสังหาร ขณะที่อาคินหัวเราะร่าคำรามลั่น “เชิญสนุกให้เต็มที่ ธิดาพญายม”

ณัชชาไม่หวั่นเกรง กระชากดาบพิชิตมารออกมารับมือภูตทั้งเก้าที่บุกจู่โจม เธอดีดตัวตีลังกาข้ามหัวพวกมันเพื่อแทงดาบเข้าหัวใจอาคิน แต่แล้วเสียงดังสนั่น

ฝ่ามือของเทพซ้ายขวาต่างประสานกันปล่อยพลังเข้าสกัดดาบของเธอไว้ได้...ร่างณัชชาปลิวออกไป ขณะที่ร่างของเทพซ้ายขวากระเด็นถอยไปเช่นกัน เก้าภูตสังหารเข้ามารุมล้อมเธออีกครั้ง สองฝ่ายต่อสู้กันสักพัก

ณัชชาเริ่มเสียเปรียบถูกพลังฝ่ามือกระแทกเซไปสองสามครั้ง

“ดูท่าองค์หญิงจะได้ไปเมืองนรกแทนสวรรค์ซะแล้ว” อาคินเยาะหยัน

ทันใดนั้นละอองผงสีชมพูลอยลงมาจากด้านบนเข้าใส่เก้าภูตสังหารเต็มไปหมดจนมองอะไรไม่เห็น เก้าภูตสังหารคำรามก้อง อาคินกับเทพซ้ายขวาต่างหันหน้าขึ้นมองเห็นนาชะกระพือปีกบินลงมาร้องบอกให้องค์หญิงหนีเร็ว

ณัชชากระโดดคว้ามือนาชะแล้วบินหายไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว อาคินแค้นใจสั่งสมุนของตนตามล่าองค์หญิงให้ได้ เก้าภูตสังหารคำรามแล้วกลายเป็นควันดำหายวูบตามไป...เหลือแต่เทพซ้ายขวายืนประกบอาคินซึ่งอยู่ในภาวะหวั่นหวาดพูดโพล่งว่า ธิดาเทพปราบมารตามเรามาถึงแดนมนุษย์ เราต้องรีบหากุญแจให้เร็วที่สุด!

ooooooo

กามเทพนาชะพาณัชชาหนีรอดเหล่าร้ายมาได้แล้วพักค้างคืนในโรงแรมจิ้งหรีดแห่งหนึ่ง ณัชชาได้ยินชื่อโรงแรมก็เปรยว่า

“ชื่อแปลกมาก...เจ้านี่เก่งนะรู้เรื่องมนุษย์ทุกอย่าง”

“แหม...องค์หญิงก็ วันหนึ่งมนุษย์อธิษฐานขอความรักเป็นล้าน ถ้าไม่รู้เรื่องจะจับคู่ถูกเหรอเพคะ องค์หญิงมีแผนจะหากุญแจยังไงเพคะ”

“ก่อนอื่นเราต้องหาทายาททั้งสี่ให้พบ ทายาททั้งสี่มีแผนที่ที่จะนำเราไปสู่ที่ซ่อนของกุญแจ”

“อ๋อ...ง่ายแบบนี้นี่เอง พรุ่งนี้เช้านาชะจะบินไปตามมาให้”

“นี่ไม่ต้องมากวน เรารู้ว่าตามหาทายาททั้งสี่เป็นเรื่องยาก แต่ทายาททั้งสี่เป็นครึ่งเทพครึ่งมนุษย์มีพลังเทพอยู่ในตัว ช้าหรือเร็วเราต้องสัมผัสได้”

“อย่างนั้นอาคินก็ต้องสัมผัสได้เหมือนกันน่ะสิเพคะ”

“ใช่...เราต้องสังหารอาคิน หรือไม่ก็ต้องถึงตัวทายาทก่อน”

ขณะเดียวกันนั้น เทพซ้ายขวากลับมารายงานอาคินว่าพลังเทพขององค์หญิงอยู่ๆก็หายไป ภูตสังหารสัมผัสไม่ได้ ต้องเป็นฝีมือของกามเทพนาชะ อาคินแค้นใจแต่ยังไม่คิดอ่านอะไรต่อเพราะมีเรื่องสำคัญที่เร่งกว่า บัดนี้เขาตั้งตนเป็นหัวหน้ากลุ่มมาเฟียที่มาเฟียทั้งหลายต้องเกรงขาม และเขาต้องการยึดองค์กรของมาเฟียใหญ่ไว้ใต้อำนาจของตนทั้งหมด

อาคินบังคับอำนาจให้ช่วยเหลือเรื่องนี้ทั้งที่เขาไม่เต็มใจนัก แต่ก็ไม่กล้าขัดเพราะทราบดีว่าเขาไม่ใช่มนุษย์เหมือนตนเอง คืนเดียวกันนี้ที่ณัชชากับนาชะอาศัยในโรงแรมจิ้งหรีด พวกมาเฟียที่มีภูตสังหารของอาคินรวมอยู่ด้วยปะทะกับตำรวจที่โกดังแห่งหนึ่ง ณัชชาหลับตาเห็นภาพเหล่านั้น ที่สำคัญเธอเห็นมนุษย์คนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นทายาทเทพองครักษ์ที่เธอตามหา

ผู้กองเอกภพคือชายคนนั้น! เขานำกำลังตำรวจบุกทลายพวกมาเฟียและเด็ดหัวมันตายนับสิบ ทำให้อำนาจยิ่งไม่พอใจอาคินที่เป็นต้นเหตุให้เพื่อนพ้องมาเฟียจบชีวิต แต่ถึงจะไม่พอใจ อำนาจก็ไม่อาจแข็งข้อกับอาคินได้อยู่ดี เพราะรู้แก่ใจว่าอาคินต้องการกำจัดมาเฟียที่หัวแข็งและต้องการเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว

ooooooo

บ่ายวันต่อมา ผู้กองเอกภพและเจนศักดิ์ผู้ช่วยคนสนิทเดินทางไปที่ศาลตามคำสั่งของสิทธิชัยซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา เนื่องจากในวันนี้ศาลตัดสินคดีนายประสิทธิ์นักการเมืองที่มีศัตรูรอบด้านเลยเกรงว่าจะเกิดเรื่อง

จริงอย่างที่สิทธิชัยคิด...ประสิทธิ์ถูกลอบยิงตายคาที่หน้าศาลด้วยฝีมือสามนักธุรกิจที่ลงขันกันเพราะแค้นเรื่องผลประโยชน์ เอกภพเข้าระงับเหตุแต่เกือบโดนยิงถ้าไม่ได้ณัชชามาช่วยไว้

พลังบางอย่างดึงณัชชามาที่นี่ เธอช่วยเหลือเอกภพเพราะจำหน้าเขาได้หลังจากเห็นแค่ครั้งเดียวเมื่อคืนในความฝัน เอกภพปลอดภัยจากคมกระสุนแล้วรีบวิ่งไปประคองณัชชาที่ล้มอยู่กับพื้น เพียงมือของเขาสัมผัสกายเธอ ก็รู้ได้ทันทีว่ามีพลังเทพออกมาจากตัวเขา

“คุณไม่เป็นไรนะ คราวหลังคุณไม่ควรทำอีกมันอันตราย แต่ยังไงก็ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมต้องขอชื่อและที่อยู่ของคุณเพื่อติดต่อให้เป็นพยาน”

ณัชชาตาโต คิดในใจว่าที่อยู่อะไรกันฉันเพิ่งมาถึง แต่ก็พยักหน้ารับเพราะไม่รู้จะพูดอะไร ทำให้เอกภพเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นใบ้

“ขอโทษ ผมไม่ทราบว่าคุณพูดไม่ได้”

ณัชชาตาโตยิ่งกว่าเดิม พร้อมที่จะโวย แต่นาชะเข้ามาพอดีรีบแก้สถานการณ์ บอกว่าพี่สาวตนพูดได้แต่คงช็อกไปเท่านั้นเอง เอกภพพยักหน้ารับแล้วปล่อยณัชชา พอหันไปเห็นเจนศักดิ์ก็เรียกมาช่วยดูแลพยาน

“ครับ...เดี๋ยวผมกลับมาจัดการให้ครับผู้กอง”

เจนศักดิ์รับคำแล้วเดินไปยังกลุ่มตำรวจกำลังเคลียร์พื้นที่ ส่วนเอกภพรับสายน้องสาวที่โทร.มาเร่งให้ไปดูเธอแข่งเทควันโด แต่เพราะเขาพูดไพเราะอ่อนหวานทำให้นาชะเข้าใจว่าคุยกับแฟน ขณะที่ณัชชาไม่ได้สนใจอย่างอื่น นอกจากรู้สึกถึงพลังเทพในตัวผู้กองหนุ่มคนนี้

ครู่ต่อมา เจนศักดิ์กลับมานั่งคุยกับณัชชาซักถามชื่อและที่อยู่แต่เธออึกอักกวาดสายตามองหานาชะ แต่ไม่เห็นแม้เงาก็เลยตอบไปว่าโรงแรมจิ้งหรีด...เจนศักดิ์ขำแทบแย่แต่ไม่กล้าหัวเราะเพราะต้องรักษามารยาท

เอกภพยืนสั่งงานลูกน้องอยู่ไม่ไกลก็ได้ยิน เขาเดินเข้ามาบอกเจนศักดิ์ว่าเดี๋ยวตนจัดการเอง

หลังจากเจนศักดิ์ลุกออกไป เอกภพก็เข้ามานั่งแทน ส่งแก้วน้ำให้หญิงสาวพร้อมกับถามว่าหายตกใจหรือยัง ณัชชานึกขำแต่ก็พยักหน้าและจ้องเขาอย่างพิจารณา

“โรงแรมจิ้งหรีดที่คุณว่าอยู่แถวไหนครับ”

“มาแล้วค่ะ” นาชะเดินเข้ามาพร้อมกระดาษแผ่นหนึ่งในมือยื่นกระดาษให้เอกภพ “นี่ค่ะรายละเอียดทุกอย่าง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร.”

เอกภพรับกระดาษแล้วพับใส่กระเป๋า “ดีครับ ทางเราจะได้ติดต่อให้คุณมาลงบันทึกคำให้การ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ”

“แล้วเจอกัน” นาชะยื่นมือออกไปจงใจให้เอกภพจับเพื่อพิสูจน์สิ่งที่ณัชชาบอก ปรากฏว่าเธอเองก็รับรู้ถึงพลังเทพแต่อดแซวณัชชาที่มองผู้กองหนุ่มจนเหลียวหลังไม่ได้ว่าจ้องแบบนี้มนุษย์เขาถือว่าเสียมารยาท

“รู้แล้วน่า แต่เรามั่นใจว่ามนุษย์คนนี้มีสายเลือดเทพอย่างแน่นอน”

“นาชะก็สัมผัสได้เหมือนกัน”

ทันทีที่เสร็จงาน เอกภพรีบบึ่งรถไปหาน้องสาวที่มหาวิทยาลัยเพื่อดูการแข่งขันเทควันโด ปรากฏว่าในโรงยิมโหรงเหรง มีเพียงนางสาวนาฬิกาในชุดเทควันโดถือถ้วยรางวัลที่หนึ่งตีหน้ามุ่ยอยู่

“พี่ขอโทษครับ บังเอิญมีเรื่อง”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่แข่งกันเองระหว่างคณะเท่านั้นเอง”

“เดี๋ยวพี่พาคุณนาฬิกาไปเลี้ยงพิซซ่าเป็นการฉลอง”

นาฬิการ้องเย้ดีใจก่อนบอกพี่ชายว่าเพื่อนของตนแค่สิบกว่าคนเอง...

ooooooo

นาชะหาที่อยู่ใหม่ให้ณัชชาเป็นโรงแรมหรูใจกลางกรุงซึ่งเป็นสมบัติของนักการเมืองที่ถูกยิงเมื่อตอนบ่าย

“อะไรนะ...เราไม่เข้าใจ เจ้าคิดยึดสมบัติของคนตาย”

“เปล่าเพคะ นาชะตรวจดูจากบันทึกสวรรค์ นักการเมืองที่ถูกยิงเป็นนักการเมืองฉ้อราษฎร์บังหลวงแถมยังฟอกเงินให้พวกมาเฟีย มีสมบัติที่โกงซ่อนไว้หลายร้อยล้าน ไม่มีใครรู้”

“เจ้าก็เลยโกงเอามาใช้”

“เปล่าเพคะ เรามาช่วยโลกมนุษย์ถือว่าเป็นเงินงบประมาณในการปราบปรามก็แล้วกันนะเพคะ..ไปกันเถอะ นาชะหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีกว่าเพคะ”

นาชะขับรถให้ณัชชานั่งและพูดพล่ามว่าอยากให้องค์หญิงตั้งสมาธิให้ดี เพราะองค์หญิงต้องขับรถของมนุษย์เพื่อไปไหนมาไหนแทนการใช้พลังเทพ ณัชชากระทำโดยไวยกมือวนตรงหน้าแล้วบอกว่าเรียบร้อยเราจำได้แล้ว

“ในเมื่อเราไม่สามารถใช้พลังเทพได้เต็มที่นักเพื่อหลบเลี่ยงเก้าภูตสังหาร เราต้องใช้พลังของมนุษย์นี่ล่ะเพคะ”

“พลังมนุษย์มีด้วยเหรอ เจ้าอย่าล้อเราเล่น”

“มีสิเพคะองค์หญิง เขาเรียกว่าเงิน ชื่อเสียง และตำแหน่ง มนุษย์เคารพคนพวกนี้แม้ว่าบางคนจะเลวสุดๆ”

“ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ”

“ไม่ทราบเพคะ คงเป็นเพราะคนส่วนหนึ่งเกิดมาไม่ฉลาดหรือไม่ก็ขาดการพัฒนาทางด้านความคิด หรือไม่ก็ขาดอุดมการณ์ เห็นแก่เงินอย่างเดียวเพคะ”

“มิน่าเจ้าสวรรค์ถึงคิดจะให้น้ำท่วมโลก”

นาชะไม่พูดอะไรอีกแต่เลี้ยวรถจอดหน้าร้านพิซซ่าอย่างจงใจแต่ทำไก๋ เมื่อเข้าในร้านแล้วเห็นเอกภพกับน้องสาวและเพื่อนๆ

“โอ้โห...อะไรจะบังเอิญขนาดนี้” นาชะทำเสียงสูงแต่ณัชชาเหล่มองอย่างรู้ทัน

“เจ้าทำได้ยังไง”

“นาชะจับมือกับคุณเอกภพ เอาลายมือเขาเข้าเครื่องบันทึกสวรรค์ของนาชะแล้วกดปุ่มค้นหา ง่ายๆแค่นี้เอง”

“เจ้าควรจะถูกลงโทษซะบ้าง”

“องค์หญิงบอกว่าต้องคอยตามดูอย่างใกล้ชิดไม่ใช่เหรอเพคะ” ว่าแล้วก็โบกมือให้เอกภพที่โต๊ะถัดไป ครู่เดียวสองพี่น้องลุกเดินมาหา เอกภพแนะนำตัวน้องสาว นาฬิกายิ้มให้และมองณัชชาอย่างสนใจ แต่อีกฝ่ายเหมือนไม่ค่อยใส่ใจเพราะกำลังจับพลังของอาคิน

ทันทีที่สองพี่น้องกลับโต๊ะ ณัชชารีบบอกนาชะว่าเราต้องรีบไป...จุดหมายปลายทางคือตึกใหญ่โตที่ณัชชาจับพลังอาคินได้ แต่พอมาถึงนาชะกลับกระตุ้นเตือนให้กลับกันดีกว่า ก่อนที่ภูตสังหารจะมา

“ไหนเจ้าบอกว่าพวกมันสัมผัสพลังแห่งความรักไม่ได้ไง”

“งานนี้ชักไม่แน่ใจแล้วเพคะ”

“เจ้ารออยู่ที่นี่ เราสังหารอาคินได้ พวกภูตสังหารก็หมดฤทธิ์”

“โอเคเพคะ นี่เพคะผงแห่งความรัก” นาชะบันดาลผงสีชมพูคลุมร่างณัชชาแล้วบอกว่าองค์หญิงมีเวลาแค่หนึ่งนาที ขอให้ระวังตัวด้วย...

ทันใดนั้นร่างณัชชาที่ครอบคลุมด้วยผงสีชมพูพุ่งเข้าใส่กระแทกร่างอาคินจนกระเด็นกลิ้งอยู่กับพื้นเพราะไม่ทันตั้งตัว แล้วใช้ฝ่ามือกระแทกซ้ำไปอีกทีจนเขาลุกไม่ขึ้น จากนั้นเธอตั้งใจใช้ดาบพิชิตมารตัดคอแต่ไม่สำเร็จเพราะเทพซ้ายขวาเข้ามาขัดขวาง อาคินลุกขึ้นได้ก็จ้องมองณัชชาอย่างแค้นใจ

“ฉลาดมาก ใช้ผงแห่งความรักพรางพลังเทพ”

ณัชชาดีดตัวเข้าหาอาคินแต่เขาตวัดมือเรียกเก้าภูตสังหารมาจัดการเธอ...ภูตสังหารตบผิดตบถูกเพราะณัชชามีพลังความรักครอบคลุมอยู่ ที่สุดเธอก็ฝ่าด่านพวกมันเข้าใกล้อาคินจนได้ อาคินเห็นท่าไม่ดีขยับตัวถอย โดยมีเทพซ้ายขวาเข้ามาคุมเชิง

“จุดจบของเจ้ามาถึงแล้ว” ณัชชาประกาศกร้าว

อาคินหน้าเสีย...แต่แล้วผงสีชมพูจางหายไปจากร่างณัชชา พร้อมกันนั้นก็ได้ยินเสียงนาชะเร่งองค์หญิงให้รีบหนี!
ณัชชาหายตัวไปบนยอดตึกแต่ไม่เห็นนาชะ แถมภูตสังหารยังตามติดมาล้อมกรอบ

“ทางนี้เพคะองค์หญิง”

ณัชชาหันมองตามเสียงนาชะที่ยืนสยายปีกรออยู่บนขอบตึกอีกด้าน เธอดีดตัวข้ามหัวพวกภูตสังหารพุ่งไปเกาะร่างนาชะลอยจากตึกบินหายไปอย่างทันท่วงที ทิ้งภูตสังหารได้แต่ร้องคำรามกึกก้องด้วยความเจ็บใจ

ooooooo

ผ่านเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานมาได้เมื่อคืน เช้าขึ้นณัชชาขอบใจนาชะยกใหญ่...นาชะขอให้เป็นครั้งสุดท้ายเพราะมันหวาดเสียวเหลือเกิน

“ต่อไปนี้คงยากที่จะเข้าถึงอาคิน เราต้องหาทางพบผู้กองเอกภพให้เร็วที่สุด”

“ใจเย็นๆสิเพคะองค์หญิง เดี๋ยวเขาก็ติดต่อมาเอง”

“เราต้องตามดูอย่างใกล้ชิด ช้าหรือเร็วอาคินจะต้องรู้”

“ถ้าใกล้ชิดก็ต้องเป็นแฟนกันสิเพคะ ใกล้ชิดแน่”

“เจ้าอย่าเหลวไหล”

“นาชะล้อเล่นน่ะเพคะ แต่นาชะคิดว่าเรามีเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องทำ”

“อะไรคือเรื่องเร่งด่วนกว่าการติดตามทายาท”

“สอนองค์หญิงให้ทำตัวเหมือนมนุษย์ไงเพคะ”

ณัชชาหน้ามุ่ย ในขณะที่นาชะยิ้มกริ่ม...แล้วหลังอาหารเช้า นาชะก็พาณัชชาไปช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า แนะนำโน่นนี่ราวกับคนในพื้นที่ก็ไม่ปาน

“ที่นี่เป็นศูนย์รวมทุกอย่าง องค์หญิงอยากได้อะไรบอกนะเพคะ”

“ท่าทางเจ้าคงมาที่นี่บ่อยสินะ”

“ก็บ่อยเพคะ มาจับคู่ให้คนหนุ่มสาว” พูดจบ นาชะหันไปชี้ชวนณัชชาดูวัยรุ่นหนุ่มสาวที่เป็นแฟนกัน บอกว่าสองคนนั้นเป็นคู่กัน

“เจ้าเคยชี้ผิดตัวมั้ย”

“กามเทพไม่เคยชี้ผิดตัวเพคะ”

“เอ้า...แล้วที่รักกันแล้วเลิกกันล่ะ เพราะอะไร”

“อ๋อ...นั่นเป็นเพราะมนุษย์หลงผิดกันเองคิดว่าตัณหาเป็นความรัก คิดแต่สนุก เลยสัมผัสความรักที่แท้จริงไม่ได้ คิดได้เมื่อไหร่ถึงจะได้คู่แท้เพคะ”

“อืม...แล้วคนที่ไม่มีคู่ล่ะ”

“เป็นกรรมเก่าเพคะ ชาติก่อนเคยไปแย่งคู่ผู้อื่น

ชาตินี้ต้องใช้กรรมไม่มีคู่ที่แท้จริงเพคะ”

กามเทพนาชะชี้ไปที่วัยรุ่นคนนี้ทีคนโน้นที เห็นสีชมพูแห่งความรักกระจายเต็มไปหมด ณัชชายิ้มอย่างสนุกจนเดินไม่ระวังชนเข้ากับใครคนหนึ่งที่เดินแกมวิ่งผ่านมา...เสียงสาววัยรุ่นคนนั้นขอโทษแล้ววิ่งพรวดออกไป ณัชชารีบวิ่งตามพลางบอกนาชะที่ไล่หลังมาว่าตนสัมผัสพลังเทพได้จากเด็กคนนั้น!

น่าเสียดายทั้งคู่ตามเด็กคนนั้นไม่ทัน หอบความผิดหวังกลับห้องพักพร้อมข้าวของพะรุงพะรัง

“น่าเสียดายทายาทเทพ  ไม่น่าปล่อยให้หลุดไปได้”

“ใจเย็นๆเพคะ เราต้องหาพบจนได้”

พลันเสียงโทรศัพท์มือถือนาชะดังขึ้น เจนศักดิ์นั่นเอง นาชะจึงทำให้ณัชชาได้ยินการสนทนานั้นด้วย

“ผมนักสืบเจนศักดิ์ครับ ผู้กองเอกภพให้ผมโทร.มาเชิญคุณณัชชามาให้ปากคำหน่อยครับ”

ณัชชารีบพยักหน้าให้นาชะตอบรับว่าไปได้เดี๋ยวนี้ กำลังว่างอยู่ พอนาชะถ่ายทอดอย่างเร็วจี๋กลับถูกเจนศักดิ์เบรกกะทันหัน

“ไม่ได้ครับ เพราะผู้กองติดประชุม ซักบ่ายๆหน่อยนะครับ”

“ได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ”

แล้วบ่ายแก่ๆ สองสาวก็ไปปรากฏตัวที่ห้องทำงานเอกภพภายในกองบัญชาการตำรวจ ผู้กองหนุ่มขอบคุณพวกเธอที่เสียสละเวลามา ณัชชาตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า “ด้วยความยินดีค่ะ”

ไม่ทันพูดอะไรกันต่อ เสียงใสๆของนาฬิกาแทรกเข้ามาเรียกชื่อพี่ชายแต่สายตาเธอจ้องณัชชาและยิ้มพอใจที่ได้เจอกันอีก

“หนูชื่อนาฬิกาน้องพี่เอก จำได้ไหมคะ ที่ร้านพิซซ่าไง” พูดจบเธอยื่นมือให้ณัชชาจับ...พอมือสัมผัสกันเกิดพลังวาบขึ้นมา ณัชชาคาดไม่ถึง จ้องสาวน้อยนาฬิกาตาไม่กะพริบ

“น้องนาฬิกา...เดี๋ยวนี้ไหว้ไม่เป็นแล้วเหรอครับ” พี่ชายท้วงขึ้นมา ทำเอาน้องสาวเขินปล่อยมือจากณัชชาแล้วพนมมือไหว้

“สวัสดีค่ะ ขอโทษค่ะ ดีใจที่เจออีกค่ะ”

ณัชชารับไหว้บอกว่าจำได้...นาชะฉีกยิ้มส่งไมตรีด้วยการยื่นมือมาตรงหน้านาฬิกา “เราเด็กเหมือนกันจับมือกันได้”

ตอนที่ 2

การได้พูดคุยกันมากขึ้นของเธอและเขาติดพันจนพากันเดินออกไปยัง สวนสาธารณะร่มรื่น เอกภพเล่าว่าพ่อจากไปตั้งแต่ตนสามขวบ ส่วนแม่ก็เดินทางบ่อยแทบจะไม่ได้เจอกัน

“ลำพังผมไม่เป็นไร สงสารก็แต่นาฬิกา”

“คุณนาฬิกาโชคดีที่มีพี่ชายคอยดูแล”

“ครับ แกเลยรู้สึกผิด”

“ผิดเรื่องอะไรคะ”

“เรื่องที่ผมไม่มีแฟนไงครับ ถึงได้พยายามจับคู่ให้ผม”

“อ้อ จำได้แล้ว แย่จัง...ตอนนี้ฉันไม่มีเพื่อนจะแนะนำให้รู้จักด้วยสิคะ”

“ไม่มีเลยหรือครับ...ไม่น่าเชื่อ”

ณัชชาไหวตัวกลัวมีพิรุธ รีบกลับคำว่าก็พอมี แต่อยู่เมืองนอกหมด

“คุณนาชะบอกว่าคุณยังไม่มีแฟน คนสวยอย่างคุณไม่มีแฟนได้ยังไง ไม่น่าเชื่อ หรือว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงจริงๆ”

“บ้าน่ะสิ” เธอเสียงขุ่น แต่พอเห็นเขาอมยิ้มก็รู้ว่าถูกยั่วเลยไม่ถือสา บอกเขาว่าคงเป็นเพราะผู้ชายดีหายากมากกว่า

“เฮ้อ...ผู้หญิงบอกว่าผู้ชายดีหายาก ผู้ชายก็บอกว่าผู้หญิงดีหายาก...เลยไม่ได้”

พูดขาดคำ เขาถูกเธอพุ่งชนจนกลิ้งม้วนตัวไปด้วยกัน พร้อมกันนั้นเสียงปืนดังระงม กระสุนสาดมาจากหน้าต่างรถทั้งสี่ด้าน คนร้ายจงใจฆ่าเอกภพแต่ไม่สำเร็จอีกตามเคยเพราะณัชชาไหวตัวทัน...เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทำให้หนุ่มสาวมีโอกาสใกล้ชิดถึงเนื้อตัวกัน ต่างคนต่างเขินแล้วพากันกลับที่พักหลังจากคนร้ายบึ่งรถหนีไป

อาคินคือผู้ บงการ...เมื่อจัดการเอกภพไม่สำเร็จแถมอำนาจยังพูดจาไม่เข้าหูว่าผู้กองแกร่ง และเก่งขนาดเขา ยังต้องถอย ก็เลยสำแดงเดชบีบคออำนาจจนหน้าเขียวแทบหายใจไม่ออก

“ไปซะ เจ้ารีบออกไปก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้า”

อำนาจ ลนลานออกไป เทพซ้ายขวาก้าวเข้ามาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าท่านสามารถสัมผัสพลังเทพจาก มนุษย์ผู้กองนั่นเช่นเดียวกับเรา นั่นหมายความว่าเขาคือทายาทเทพองครักษ์ทั้ง 4 เราจะไปนำตัวมันมาให้ท่าน

“อย่าเพิ่งประมาท ข้ามั่นใจว่าองค์หญิงต้องเฝ้าดูอยู่แล้ว ท่านอาจจะก้าวไปสู่คมดาบขององค์หญิง”

“ไม่ยาก ถ้าเราให้ภูตทั้งเก้าคอยสกัดองค์หญิงไว้...”

อาคิน ตวัดมือใส่เทพขวาจนกระเด็นลอยไปกระแทกพื้นเลือดกบปากโทษฐานที่โง่เขลา เพราะถ้าภูตทั้งเก้าห่างจากตนเมื่อไหร่ ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้องค์หญิงมาสังหารตนเมื่อนั้น

“สั่งพวกมนุษย์คอยตามดูอย่างใกล้ชิด และหาสถานที่เงียบสงบเตรียมไว้ข้าจะนั่งสมาธิ ระหว่างนี้ท่านทั้งสองคอยระวังอย่าให้ใครรบกวนเรา”

เทพ ซ้ายขวาขานรับคำสั่งแล้วพากันถอยออกไป... ขณะเดียวกันนั้นที่คอนโดหรู นาชะกำลังทึ่งจัดที่ณัชชากล้าบอกเอกภพว่าพ่อเป็นมือปราบขั้นเทพอยู่บนสวรรค์ ป่านนี้ท่านเทพปราบมารคงสะดุ้งไปแล้ว

“อย่างน้อยเราก็ไม่ได้โกหก”

“ถ้าคุณเอกภพรู้ว่าองค์หญิงเป็นธิดาเทพปราบมารมาจากสวรรค์จริงๆละก็...ช็อกซีนีม่าแน่ๆ”

“คุณเอกภพคงโกรธมาก”

“เราทำเพื่อมวลมนุษย์ไม่ต้องกลัวค่ะ โกรธมากนาชะยิงศรปึกเข้าให้ก็หมดเรื่อง เอาไหมคะ”

“เจ้าอย่าเหลวไหล”

“แค่ล้อเล่นน่า...แล้วองค์หญิงจะเริ่มงานเมื่อไหร่เพคะ”

“พรุ่งนี้” ณัชชาตอบฉะฉาน ทั้งที่ในใจยังหวั่นๆอยู่เหมือนกัน...

ooooooo

ดึกคืนเดียวกัน นาฬิกานอนไม่หลับลงมาเห็นห้องทำงานพี่ชายยังเปิดไฟจึงเดินเข้ามานั่งคุยด้วย บอกว่าไม่ง่วงและอยากจะถามเรื่องพ่อ

“ทำไมอยู่ๆถึงถามล่ะครับ”

“พอดีคุยกับพี่ณัชชาวันก่อนจิปาถะ จนมาถึงเรื่องคุณพ่อ ก็เลยแค่อยากรู้ค่ะ”

“ณัช ชาถามถึงคุณพ่อ” เอกภพทวนคำด้วยสีหน้าสงสัยก่อนพูดต่อไป “เรื่องคุณพ่อคุณแม่...พี่ไม่ได้ปิดบังอะไร พี่ก็รู้เท่าที่นาฬิการู้อยู่แล้ว ไม่มีมากกว่านั้น”

“ไม่มีก็ไม่มี” นาฬิกาพยักหน้าเซ็งๆ

“แต่พี่มีข่าวจะบอก อาจทำให้น้องพี่แฮปปี้ขึ้นก็ได้...ตอนนี้พี่ได้คู่หูคนใหม่ เธอชื่อณัชชา”

นาฬิกาตาโตตื่นเต้น แฮปปี้ขึ้นทันตา ถามพี่ชายว่าจะทำยังไงกับพี่ณัชชา

“ทำอะไรยังไงครับ”

“ฮ้า...ทำไก๋แบบนี้ต้องสนแน่นอน ไม่เป็นไรนาฬิกาจะช่วย...กู๊ดไนต์ค่ะ” เธอหอมแก้มพี่ชายหนึ่งฟอดแล้ววิ่งออกไปอย่างเริงร่า...

แม้ดึกดื่นค่อนคืน แต่ณัชชาก็ยังจะออกจากที่พักไปยืดเส้นยืดสายโดยไม่ฟังคำทัดทานของนาชะที่บอกว่าอันตราย คราวที่แล้วเกือบหนีไม่ทัน

“แต่มีพลังบางอย่างปรากฏ นิ่งอย่างน่าสงสัยเหมือนกับว่ามันกำลังเข้าสมาธิอยู่”

“สมาธิ องค์หญิงจะฉวยโอกาสตอนนี้ฆ่าอาคิน”

“ตอนนี้เหมาะที่สุด”

“แต่เทพซ้ายขวาต้องคอยป้องกันอย่างเข้มแข็ง”

“เราถึงต้องใช้วิธีเดินทางอย่างมนุษย์ไม่ให้มันจับพลังได้” ว่าแล้วเข้าไปนั่งในรถยนต์

“งั้นนาชะไปด้วย ยังไงมันก็จับพลังของ

นาชะไม่ได้อยู่แล้ว”

“อันตรายเกินไป เราไปคนเดียวคล่องตัวกว่า เจ้าไม่เชื่อมือเราหรือไง”

นาชะอ่อนใจ จำตัองปล่อยณัชชาขับรถไปคนเดียว...

ณัชชาบุกเดี่ยวไปยังสถานที่ที่อาคินนั่งสมาธิแต่ไม่สามารถจัดการเขาได้ด้วยดาบพิชิตมารเพราะหัวใจของเขาไม่ได้อยู่กับตัวเสียแล้ว แถมเธอยังเกือบโดนเก้าภูตสังหารเล่นงานจนต้องหนีออกมาอย่างรวดเร็ว

นาชะตกใจหลังได้ฟังณัชชาเล่าว่าอาคินถอดหัวใจของมันไว้ที่ภูตทั้งเก้า...

“ถอดหัวใจ...ผู้มีพลังสูงเท่านั้นถึงจะทำได้ แต่หมายถึงจะไม่มีทายาทสืบสกุลและอายุเทพจะสั้นลงถึงหนึ่งร้อยปี”

“เทพอาคินไม่สนใจชีวิตตัวเอง แค่ก่อสงครามปลดปล่อยเทพผู้เป็นบิดา...ยึดครองโลกทั้งสี่ได้ก็พอใจแล้ว”

“โอย...ตายแล้ว มีตั้งเก้าตนใครจะไปรู้ว่าอยู่ที่ตนไหน”

“ที่สำคัญไม่มีอาวุธใดผ่านโล่ป้องกันหัวใจของภูตสังหารได้”

“เทพอาคินแน่มาก...ตอนนี้เราจะทำยังไงเพคะ จะกำจัดภูตสังหารต้องกำจัดอาคิน แต่จะกำจัดอาคินต้องกำจัดภูตสังหาร...เราจบเห่แน่ๆ”

“อาคินต้องลงมือในไม่ช้า”

“งั้นเราต้องรีบบอกความจริง”

“บอกตอนนี้ผู้กองก็ไม่เชื่อ”

“เราจะทำยังไงดีเพคะ”

“ตอนนี้เราทำได้แต่รอ...รอจนกว่าอาคินจะลงมือ”

“หวังว่าคงไม่สายเกินไปก่อนที่ผู้กองจะเชื่อ” ณัชชาเคร่งเครียด ขณะที่นาชะก็เป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด...

ฝ่ายอาคินที่สมุนจัดการณัชชาไม่ได้...ครั้งนี้เขาสงบนิ่งมากขึ้น ไม่โกรธแถมยังเข้าใจด้วยว่าสมุนของตนฝีมืออ่อนด้อยกว่าณัชชา นี่เองทำให้อาคินต้องมีกองกำลังมนุษย์มากขึ้น ถึงเวลาแล้วที่พวกมาเฟียทั้งหลายต้องมาก้มหัวให้เขา...

ooooooo

เช้าวันนี้ ณัชชามาเริ่มงานในฐานะคู่หูของผู้กองเอกภพ โดยนาฬิกาจัดดอกไม้ช่อสวยฝากพี่ชายมาให้เธอเพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานวันแรก

แต่ก่อนเริ่มภารกิจใดๆในวันนี้ เอกภพชวนณัชชาแวะไปเยี่ยมเจนศักดิ์ที่โรงพยาบาลก่อน เมื่อไปเห็นสภาพนักสืบหนุ่มนอนไม่ไหวติง ณัชชาแอบใช้พลังพิเศษส่วนตัวช่วยเหลือเขาโดยไม่ให้เอกภพเห็นก่อนกลับออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เอกภพไม่รู้ว่าเจนศักดิ์เริ่มรู้สึกตัว เขารีบกลับออกมาพร้อมณัชชาเพราะมีสายข่าวแจ้งว่ามาเฟียสองกลุ่มกำลังเผชิญหน้ากันที่โกดังแห่งหนึ่ง ซึ่งการไปครั้งนี้ไม่คาดคิดว่าเขาจะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับณัชชาจากปากอาคินว่าเธอคือองค์หญิง แถมสิ่งที่เอกภพเห็นก็ทำเอาตะลึงงัน เพราะขณะเกิดการต่อสู้กับพวกอาคิน ณัชชาเก่งกาจเกินหญิงและหายตัวทะลุกำแพงยิ่งกว่าเล่นกล

เมื่อณัชชาพาเอกภพหนีพวกอาคินมาได้ แน่นอนว่าเธอต้องโดนเขาซักถามความจริงอย่างละเอียด ณัชชารอเวลานี้อยู่แล้ว แต่มีข้อแม้ว่าต้องให้นาฬิกามาร่วมรับฟังด้วย เอกภพจึงโทร.ตามน้องสาวมาที่ออฟฟิศ เป็นจังหวะที่นาชะอยู่กับนาฬิกาพอดี สองสาวจึงรีบร้อนไปขึ้นรถและเจอไกรยุทธ์ด้วยความบังเอิญ

ทั้งสามคนนั่งรถมาด้วยกันแล้วตรงไปที่ห้องประชุมซึ่งเอกภพกับณัชชารออยู่ เพื่อรับฟังเรื่องราวเหลือเชื่อจากปากณัชชากับนาชะ

“อาคินต้องการกุญแจไขคุกนิลกาลเพื่อปล่อยกองทัพภูตดำมาทำสงครามกับทั้งสี่โลกคือ สวรรค์ มนุษย์ โลกสมุทร และยมโลก”

“และพี่ณัชชาคือธิดาของเทพปราบมารจากสวรรค์ ที่มาตามล่าอาคิน”

“คาดไม่ถึง อาคินนำเก้าภูตสังหารมาคอยป้องกันตัวมันยากต่อการกำจัด วิธีเดียวคือ หากุญแจให้ได้ก่อนมันแล้วทำลายเสีย”

“โห...ไม่น่าเชื่อเลย...อย่างกับในหนัง” นาฬิกาเอ่ยขึ้นมา ขณะที่เอกภพก็ว่า...มิน่าณัชชาถึงบอกว่าพ่ออยู่บนสวรรค์

“กุญแจถูกนำมาซ่อนไว้ที่เมืองมนุษย์สืบมาถึงทายาทขององครักษ์ทั้ง 4 กับมนุษย์ เป็นครึ่งเทพครึ่งมนุษย์”

“แล้วคุณคิดว่าผม...นาฬิกา...และไกรยุทธ์คือทายาท?”

“ใช่...เพียงแต่ยังไม่แน่ว่าจะเป็นทายาทที่ถือความลับของกุญแจหรือเปล่า”

“ตกลงทายาทมีกี่คนกันแน่”

เรื่องนี้ณัชชากับนาชะตอบเอกภพไม่ได้ แต่พวกเธออยากรู้ว่าเอกภพและน้องสาวมีอะไรติดตัวมาจากคุณพ่อหรือเปล่า

“นาฬิกามี...คุณแม่ให้ไว้บอกว่าเป็นของคุณพ่อ” พูดจบ นาฬิการีบปลดสร้อยที่คอออกมาส่งให้เอกภพรับไปพิจารณา หน้าตามันเหมือนเหรียญ มีทับทิมเม็ดเล็กสีแดงอยู่ตรงกลาง

“เหมือน ¼ ของเหรียญ”

“ใช่แล้ว มาต่อกันเป็นรูปเหรียญพอดี บนเหรียญจะมีปริศนาแผนที่พาไปสู่ที่เก็บกุญแจ”

“ของผมก็มีเหมือนกันครับ แต่ผมเก็บไว้ที่บ้าน” ไกรยุทธ์พูดโพล่งขึ้นมา ณัชชาตื่นเต้น บอกเขาว่าเราต้องรีบไปเอามา...พลันเสียงโทรศัพท์ของนาฬิกาดังขึ้นเธอรับสาย จากแม่ด้วยน้ำเสียงยินดี แต่ณัชชากลับรู้สึกประหลาดใจที่จู่ๆท่านโทร.มาเวลานี้ จึงแนะนำว่าเราต้องหาที่ซ่อนตัว เร็วที่สุด

เอกภพร้อนใจขอคุยกับแม่เอง “คุณแม่ครับให้ลุงสมและป้าอรพาคุณแม่ไปที่บ้านพักของเราที่ต่างจังหวัดเร็วที่สุด อย่าให้ใครรู้ ผมกับนาฬิกาจะไปพบคุณแม่ที่นั่นครับ” เขาตัดสายส่งโทรศัพท์คืนน้องสาวพร้อมกับเปรยว่า บางทีคุณแม่อาจจะทราบอะไรบ้าง

“คุณเอกภพรีบพานาฬิกาไปที่จุดหมายก่อน ฉันกับไกรยุทธ์จะรีบไปเอาสร้อย”

“บ้านพักอยู่ในหุบเขา ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์คุณจะตามไปได้ยังไง”

“นาชะไปกับผู้กอง นาชะจะกลับมานำฉันไปได้”

“แล้วเก้าภูตสังหาร...”

“ตราบใดที่องค์หญิงไม่ใช้พลังสังหาร...อาคินกับเก้าภูตสังหารไม่มีทางพบเรา”

นาชะกับณัชชาอธิบายชัดเจนจนเอกภพวางใจแล้วตระเตรียมกันเดินทาง แต่ก่อนแยกกันณัชชาไม่ลืมกำชับเอกภพว่าทุกอย่างต้องเป็นความลับจะให้มนุษย์คนใดรู้ไม่ได้

ไกรยุทธ์นั่งรถไปกับณัชชาเพื่อไปเอาสร้อยที่คอนโดฯ พอจอดรถเธอรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ กวาดสายตา

รอบทิศเห็นมือปืนซุ่มอยู่ตามจุดต่างๆเกือบสิบคน

“พวกมันคอยดูอยู่แล้ว”

“เราจะทำยังไงดีครับ”

“ขืนลุยเข้าไปตอนนี้ เละแน่”

“แย่แล้ว คุณอาผม...คุณอาผมกำลังจะกลับบ้าน พวกมันต้องเล่นงานคุณอาผมแน่ๆ”

“ใจเย็นๆ พวกมันไม่สนคุณอาคุณหรอก...โทร.หาคุณอา ให้คุณอาเอาสร้อยออกมาจะดีที่สุด”

ไกรยุทธ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา...เวลาเดียวกันบนถนนอีกสาย รถของเอกภพวิ่งไปตามเส้นทางโดยมีนาชะกับนาฬิกานั่งข้างหลัง สักครู่เขาชำเลืองผ่านกระจกเห็นมีรถตามมาจึงบอกให้สองสาวรู้ตัว

“พวกมันรู้ได้ยังไง” นาฬิกาสงสัย

“พวกมาเฟียหูตากว้าง สายมันเยอะ มันคงรู้ตั้งแต่เราออกมาจากกรมแล้ว”

“เฮ้อ...มนุษย์ มีแต่คอร์รัปชันกันทั้งนั้น แล้วจะไม่ให้น้ำท่วมโลกได้ยังไง”

“จริงเหรอนาชะ ที่น้ำจะท่วมโลก”

“เจ้าสวรรค์เบื่อนิสัยมนุษย์เต็มที แค่รอให้พวกเทพลงเสียงเท่านั้น...ตามหลักประชาธิปไตย”

“แล้วพวกเทพมีเดินขบวนเหมือนพวกมนุษย์หรือเปล่า”

“มีเหมือนกัน”

“หา! แล้วแบบว่ามีการยึดสวรรค์อะไรมั่งไหม”

“ไม่กล้าหรอก...ขืนบังอาจละก็...เทพองครักษ์เก็บเรียบ”

เอกภพฟังสองสาวแล้วยิ้มขำ ขับรถแล่นตะบึงต่อไป... ด้านณัชชากับไกรยุทธ์ยังจอดรถนิ่งสนิทเพื่อประเมินสถานการณ์ ทันใดมีรถคันหนึ่งแล่นเข้าไปในคอนโดฯ

“นั่นรถคุณอาผมเอง...เข้าไปแล้ว”

ไม่นาน รถคันเดิมก็แล่นกลับออกมา ณัชชากราดสายตามองรอบทิศอย่างระวัง แล้วค่อยๆเคลื่อนตามออกไปจอดใกล้กัน ก่อนที่ไกรยุทธ์กับณัชชาจะก้าวลงจากรถมาหาชายวัยกลางคนที่รีบร้อนลงจากรถเช่นกัน

เขาส่งสร้อยให้หลานชายพร้อมกับทักทายณัชชาหลังจากไกรยุทธ์แนะนำตัว

“ยินดีที่รู้จักครับ ผมฝากไกรยุทธ์ด้วยนะครับ หน้าที่ผมหมดแค่นี้”

“หมายความว่ายังไงครับหน้าที่...” ไกรยุทธ์พูดไม่ทันขาดคำ กระสุนปืนก็สาดเข้าใส่จนทุกคนต้องหลบข้างรถอย่างรวดเร็ว ณัชชากระชากปืนออกมา เช่นเดียวกับอาของไกรยุทธ์...รถคนร้ายวิ่งพรวดเข้ามาจอดก่อนที่พวกมันจะกรูกันลงมาสาดกระสุนซ้ำ แต่หนึ่งในนั้นโดนณัชชายิงล้มคว่ำ ตามด้วยเพื่อนของมันอีกคนที่โดนอาของไกรยุทธ์ซัลโว

“รีบไปให้เร็วที่สุด ผมจะสกัดไว้เอง”

ณัชชาฉงนกับคำพูดของอาไกรยุทธ์ หันมาถามว่าเขาคือ...

“ผมไม่ใช่อาแท้ๆของไกรยุทธ์ แต่เป็นผู้พิทักษ์ทายาท รีบไปเร็วเข้า”

ณัชชาเข้าใจ หันไปเร่งไกรยุทธ์ให้ขึ้นรถ ทิ้งผู้พิทักษ์ทายาทเทพต่อกรกับพวกมันจนตัวตาย ไกรยุทธ์หันกลับมามองด้วยความเสียใจ

“ผู้พิทักษ์เสียสละชีวิตเพื่อคุ้มครองคุณ อย่าให้เสียเปล่า คุณต้องเข้มแข็ง” ว่าแล้วณัชชากระชากรถออกจากลานพุ่งไปตามเส้นทาง...

ในเวลาเดียวกัน เอกภพ นาฬิกา นาชะ กำลังหนีการตามล่าของเหล่าร้ายเช่นกัน ผู้กองหนุ่มจอดรถให้สองสาวลงเพื่อจะล่อพวกมัน แล้วให้นาฬิกาพานาชะไปเจอกันยังจุดนัดพบด้วยวิธีการหายตัวของนาชะ เพราะเธอเป็นกามเทพ พลังของเธอเป็นพลังแห่งความรัก พวกภูตของอาคินสัมผัสไม่ได้

ด้านณัชชาพาไกรยุทธ์หนีรอดปลอดภัยมาได้แล้วแวะที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งนั่งคุยกัน

“คุณคงไม่เคยพบคุณพ่อ”

“ครับ คุณพ่อผมเสียชีวิตตั้งแต่ผมสามเดือน คุณแม่ก็...”

“เดินทางบ่อย ไม่ได้พบกัน คุณอยู่กับคุณอา...คุณรู้ไหม คุณพ่อคุณยังมีชีวิตอยู่”

“จริงเหรอครับ แต่ทำไม...”

“เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง ตอนนี้คุณต้องทำหน้าที่ของทายาทให้ดีที่สุด เรื่องอื่นไว้รู้ทีหลัง”

ไกรยุทธ์พยักหน้าเข้าใจ ณัชชาถามต่อไปว่านอกจากนาฬิกาแล้วมีใครอีกไหมที่ทำให้เขาสัมผัสพลังได้

“ไม่มีครับ”

“ถ้างั้นเราต้องหาอีกสองคนให้พบเร็วที่สุด” พูดแล้วณัชชานึกถึงสาววัยรุ่นที่เคยวิ่งชนเธอในห้างสรรพสินค้า

เธอคือปิงปอง...นักเรียนมัธยมแห่งหนึ่งซึ่งมีบีมเป็นเพื่อนสนิท แต่ใครๆมักแซวว่าทั้งคู่แฟนกัน ปิงปองมีพลังมากกว่าคนปกติซึ่งเธอคิดแต่ว่าคนเราเวลาตกใจจะมีแรงขึ้นมาเอง นอกจากนี้ปิงปองยังมีสร้อยเหมือนกับบีม และเป็นสร้อยแบบเดียวกับของนาฬิกาและไกรยุทธ์

ooooooo

เอกภพล่อหลอกเหล่าร้ายจนฝ่าด่านไปถึงตลาดที่นาชะกับนาฬิกาแวะกินข้าว ระหว่างนี้เองณัชชาโทร.มาบอกเอกภพว่าเธอได้สร้อยของไกรยุทธ์มาแล้ว กำลังเดินทางสู่เป้าหมาย...

แล้วเย็นนั้นทุกคนก็ไปรวมตัวกันที่บ้านของครอบครัวเอกภพ โดยมีแม่ของเอกภพกับป้าอรและลุงสมมารออยู่ก่อนแล้ว หลังจากแนะนำตัวกันเรียบร้อย ณัชชาถามข้อมูลเรื่องสร้อย ซึ่งได้คำตอบจากแม่เอกภพว่า

“เพื่อความปลอดภัยของทุกคน คุณพ่อไม่เคยบอกอะไรเลย บอกแต่เพียงว่าเมื่อถึงเวลาทุกอย่างจะปรากฏ”

ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างมืดมน แล้วเอาสร้อยของนาฬิกากับไกรยุทธ์มาวางต่อกันได้แค่ครึ่งเหรียญ แน่นอนว่ายังขาดอีกสองส่วน ต้องรอให้ครบก่อนถึงจะได้เรื่อง

“ที่สำคัญเราต้องหาทายาทอีกสองคนให้เร็วที่สุด”

“องค์หญิงไม่มีตาทิพย์หรือพลังพิเศษอะไรที่จะส่องปุ๊บเจอปั๊บเลยหรือครับ”

นาชะอธิบายแทนณัชชาว่าทำแบบนั้นไม่ได้ ถือเป็นการก้าวก่ายมนุษย์ ไกรยุทธ์เลยสงสัยว่าถ้าเช่นนั้นจะลงโทษคนเลวได้ยังไง

“อ๋อ...ด้วยข้อมูลค่ะ ต้องรู้ข้อมูลก่อนว่าใครเลว อย่างผู้กองเนี่ยนาชะเปิดบันทึกสวรรค์ กดปุ่มปุ๊บเจอปั๊บว่าอยู่ที่ไหน คุณนาฬิกากับคุณไกรยุทธ์ก็เหมือนกัน เพราะนาชะสัมผัสมือทุกคนเอาข้อมูลมาแล้ว”

“หรือไม่ทายาทต้องใช้พลังเทพอย่างต่อเนื่องฉันถึงจะจับพลังได้”

“ซึ่งถ้าองค์หญิงจับพลังได้ อาคินก็จับพลังได้เหมือนกัน”

“อย่างงั้นก็ไม่ดีแน่” เอกภพพูดเสียงแผ่ว แต่นาฬิกาโพล่งขึ้นเสียงดังว่านึกออกแล้ว อินเตอร์เน็ต โซ–เชียลเน็ตเวิร์ก...ไกรยุทธ์ปิ๊งไอเดียบอกว่าใช่เลย เราแค่ถามว่าใครมีสร้อยเหมือนเราแล้วรอคำตอบ

ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างมีความหวัง พอดีคุณแม่กับป้าอรยกอาหารออกมา ทุกคนจึงพักกินอาหารเย็นกันก่อนแล้วค่อยมาชุมนุมกันอีกครั้งที่ห้องรับแขก

เพื่อความปลอดภัยของแม่ เอกภพแจ้งให้ท่านทราบว่า พรุ่งนี้ลุงสมจะไปส่งแม่แต่เช้าที่สนามบิน บินไปที่ไหนก่อนก็ได้ ขอให้ไปจากที่นี่ ส่วนเรื่องอินเตอร์เน็ตที่นาฬิกากับไกรยุทธ์แนะนำ ที่นี่ไม่มีสัญญาณ ทั้งคู่ต้องออกไปในเมือง

“เสี่ยงอยู่เหมือนกัน แต่เราไม่มีทางเลือก”

“นาชะไปกับคุณนาฬิกากับคุณไกรยุทธ์ มีอะไรเกิดขึ้นนาชะสามารถพาหลบหนีได้ทันท่วงที”

หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เอกภพกับณัชชาเห็นตรงกันว่าต้องจัดเวรยามคอยเฝ้าระวัง ถึงบ้านพักจะอยู่ในที่มิดชิดแต่ไม่ควรประมาท โดยเอกภพขอรับหน้าที่นี้เอง แต่ณัชชาเสนอว่าเราควรแบ่งช่วงกันดีกว่า เพราะผู้หญิงผู้ชายเท่าเทียมกัน

ณัชชาเริ่มช่วงแรกตอนหัวค่ำ แต่เอกภพนอนไม่หลับก็เลยออกมาเป็นเพื่อนคุย

“คุณปลอมตัวเป็นตำรวจคู่หูของผมได้เนียนมาก”

“หลักฐานปลอมทุกอย่างเป็นฝีมือของนาชะค่ะ... บ้านหลังนี้ทำเลดีมาก มีทางเข้าทางเดียวใครเข้ามาก็จะเห็นทันที แต่ด้านหลังมีทางออกพรางสายตาอยู่หลายทาง”

“คำนวณจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณพ่อคงเตรียมการไว้”

“คุณพ่อคุณรู้ว่าจะต้องมาถึงวันนี้”

“นึกไม่ถึงเลยว่าแม้แต่สวรรค์ก็มีเทพที่คิดจะเป็นใหญ่”

“ความโลภไม่ว่าที่ไหนก็เหมือนกันหมด แม้แต่สวรรค์ก็เลี่ยงไม่ได้”

“แล้วความรักล่ะครับ เหมือนกันหรือเปล่า”

คำตอบคือเหมือนแต่มีกฎเกณฑ์ที่ต่างกัน นั่นก็คือเทพไม่สามารถรักกับมนุษย์ได้

“อ้าว แล้วทีคุณพ่อผมกับคุณแม่ผมล่ะครับ”

“เป็นข้อยกเว้น เพราะเป็นภารกิจที่สำคัญ”

ฟังแล้วเอกภพถึงกับนิ่งอึ้งไป...แล้วตกดึกคืนนั้นที่เขาต้องอยู่ยามตามลำพัง เขาหยิบสร้อยจากกระเป๋าเสื้อออกมาพิศดูไปมา พึมพำว่า “สร้อยอะไรกันแน่”

ทันใดนั้นเกิดแสงสว่างออกจากสร้อยก่อนจะกลายเป็นใบหน้าของเทพองครักษ์ที่ 1

“ลูกพ่อ...เจ้าเป็นครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ เจ้ามีพลังเทพเช่นเรา เมื่อถึงเวลาพลังจะปรากฏ เจ้าต้องปกป้องทายาททั้ง 4 และแผนที่ อย่าให้ตกอยู่ในมือของเทพชั่ว”

เสียงนั้นเงียบลงพร้อมกับใบหน้าเทพองครักษ์เลือนหายไป เอกภพประหลาดใจ พลิกสร้อยไปมาแต่ไม่เกิดผลอะไรขึ้นอีก ได้แต่พึมพำถามตัวเอง “ทุกอย่างเป็นความจริงหรือเนี่ย”

ooooooo

ท้องฟ้ายามเช้าสาดแสงลงมาที่เนินข้างบ้าน ทุกคนพร้อมหน้าออกมาส่งแม่ของเอกภพกับนาฬิกา...

หลังจากลุงสมออกรถไปแล้ว เอกภพเดินมายื่นสร้อยคืนน้องสาว “พี่ว่านาฬิกาเก็บไว้ดีกว่า”

“พี่เอกเก็บเถอะค่ะ น่าจะปลอดภัยกว่า”

“คุณพ่อเป็นคนให้นาฬิกา ท่านรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เก็บไว้เถอะครับ”

นาฬิกาเลี่ยงไม่ได้ รับสร้อยมาสวมไว้ในคออย่างเดิม จากนั้นเธอเตรียมตัวไปตลาดในเมืองกับไกร–ยุทธ์และนาชะตามที่ตกลงกันไว้เมื่อวาน

ผ่านไปสักพัก รถของนาชะเข้ามาจอดหน้าตลาด ทุกคนก้าวลงมาโดยที่ไกรยุทธ์สะพายแล็ปท็อปมาด้วย

“ไปนั่งตรงร้านกาแฟกันดีกว่า”

นาฬิกาเดินนำหน้าไปร้านกาแฟ เลือกโต๊ะนั่งได้แล้วไกรยุทธ์หยิบแล็ปท็อปออกมาวางแล้วหยิบแอร์การ์ด สำหรับอินเตอร์เน็ตออกมาเสียบก่อนกดเปิดเครื่อง นาฬิกาชะโงกหน้าเข้ามาถาม

“เป็นไง”

“เรียบร้อย ติดแล้ว”

ไกรยุทธ์กดแป้นคีย์บอร์ดไปมาอย่างคล่องแคล่ว นาฬิกากับนาชะมองหน้ากัน ยิ้มอย่างพอใจ

ooooooo

เอกภพกับณัชชารออยู่ที่บ้าน แต่ระหว่างนี้เอกภพก็ได้รับรู้ความเก่งกาจของอีกฝ่ายที่ไม่ใช่คนธรรมดา ข้างฝ่ายบีมกับปิงปอง ทั้งคู่เพิ่งเห็นรูปสร้อยในอินเตอร์เน็ตที่เหมือนของพวกตน แถมมีข้อความประกาศด้วยว่าใครมีสร้อยเส้นนี้ให้ติดต่อมาด่วน อยากแชตด้วย

สองคนพูดคุยเรื่องนี้กันครู่หนึ่ง แล้วสรุปว่าต้องปรึกษาคุณอาก่อนเพื่อป้องกันพวกสิบแปดมงกุฎ ทั้งบีมและปิงปองต่างก็มีคุณอา ซึ่งพวกเขาก็คือผู้พิทักษ์ทายาทนั่นเอง!

หลังจากนั้นไม่นาน พวกนาชะก็ลิงโลดกลับบ้านพักส่งข่าวเอกภพกับณัชชาว่าพวกตนทราบเรื่องทายาทจากอินเตอร์เน็ตแล้ว

“มีคนตอบมาว่ามีสร้อยอย่างเดียวกัน แต่ไม่ยอมพูดทางโทรศัพท์ ให้แต่ที่ติดต่อมา”

“ดีแล้ว พวกนายอำนาจมีสายเยอะ ทันทีที่เราใช้โทรศัพท์พวกนี้อาจจะรู้ตำแหน่งเราก็ได้”

“นี่ครับ ผมเซฟไว้เรียบร้อยแล้วครับ”

“ดีมากไกรยุทธ์...ฉันจะไปเอง” ณัชชาเสนอตัวแต่เอกภพไม่ยอม บอกว่าตนไปเองดีกว่า “แต่คุณจะเป็นเป้ามากกว่าฉัน”

“เหมือนกันครับ ป่านนี้พวกมันรู้จักองค์หญิงกันหมดแล้ว อย่างน้อยผมก็ไม่มีพลังดึงดูดพวกภูตสังหารเหมือนองค์หญิง”

“ผมไปด้วยก็ได้ครับ จะได้เอาสร้อยไปเทียบดูว่าเหมือนกันหรือเปล่า”

“ตกลงเอาตามนี้ พรุ่งนี้ผมกับไกรยุทธ์จะออกเดินทางแแต่เช้า”

ณัชชาหมดทางคัดค้าน จำใจพยักหน้าในที่สุด...ใกล้ค่ำลุงสมยังไม่กลับ ทุกคนเริ่มเป็นห่วง บ่นกันไปมาว่าป่านนี้แม่ของเอกภพคงบินออกนอกประเทศไปแล้ว และลุงสมน่าจะกลับถึงบ้านค่ำนี้

นาฬิกาชำเลืองมองพี่ชายกับณัชชาด้วยความรู้สึกเสียดายถ้าทั้งคู่จะไม่ได้ลงเอยกันเพราะความต่างของมนุษย์กับเทพธิดา แต่กระนั้นเธอก็ยังอยากรู้ว่าณัชชามีแฟนหรือยัง จึงมาเลียบเคียงถามนาชะ

“ไม่มีใครกล้ามาจีบ องค์หญิงเก่งแล้วก็เด็ดขาด ไม่มีเทพชั่วรอดจากคมดาบขององค์หญิง”

“ไม่มีมนุษย์ชั่วรอดจากกระสุนของพี่เอกเหมือนกัน”

“น่าเสียดาย พี่ณัชชาไม่น่าเป็นเทพอยู่สวรรค์เลย...พี่เอกเลยอด”

“ไม่แน่หรอก...ผู้กองก็เป็นเทพเหมือนกัน”

“จริงเหรอ”

“อีกอย่าง...ไม่เคยได้ยินเหรอ ความรักมีอานุภาพเหนือสิ่งใด”

ขณะที่สองสาวคุยกันอยู่นั้น อีกมุมหนึ่งหน้าบ้าน เอกภพจิบกาแฟอยู่กับณัชชา

“มาอยู่กับมนุษย์หลายวันแล้ว คิดถึงสวรรค์บ้างไหมครับ”

“ยังหรอกค่ะ”

“ถ้าภารกิจจบแล้วจะคิดถึงโลกมนุษย์หรือมนุษย์บ้างไหมครับ”

“ถ้ากลับสวรรค์เมื่อไหร่ ก็จะลืมทุกอย่างเกี่ยวกับโลกมนุษย์ทันที”

“ลืมหมดเลยเหรอครับ”

“ค่ะ เพื่อไม่ให้เทพมีความหลังอยากจะกลับมาโลกมนุษย์อีก ไม่ให้ข้ามเส้นของกันและกัน”

เอกภพถึงกับเงียบไป...ทันใดนั้นมีแสงไฟหน้ารถสาดเข้ามา ลุงสมนั่นแอง แต่แกไม่ได้มาคนเดียว มีรถตู้ของคนร้ายสะกดรอยตามมาด้วย ณัชชาไม่ต้องการให้พวกมันเข้ามาถึงบ้านพักได้ จึงอาสาออกไปจัดการด้วยตัวเอง

“แต่ว่า...”

“คุณต้องตื่นแต่เช้าไปกับคุณไกรยุทธ์ อย่าห่วงเลยค่ะ สบายมาก”

ณัชชาแวบหายไป เป็นเวลาที่คนร้ายแยกย้ายกันสำรวจร่องรอยล้อรถจนกระทั่งเห็นรถลุงสมจอดอยู่ จึงกรูกันเข้าไป แต่ทันใดรถคันนั้นกลับพุ่งออกมาโดยณัชชาเป็นคนขับ ผ่านพวกมันอย่างรวดเร็ว แล้วทำเหมือนรถเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง

พวกมันย่ามใจขับรถตามมาประกบก่อนจะพากันเดินไปดูใกล้ๆ เห็นลุงสมนอนสลบอยู่ข้างใน

“เอายังไงพี่”

“ลูกพี่สั่งให้จับเป็นแต่ผู้กอง คนอื่นเก็บให้หมด จัดการไอ้แก่นี่ซะ”

ทุกคนถอยห่างออกจากรถแล้วรัวกระสุนเข้าใส่จนรถระเบิดไฟลุกท่วม จากนั้นพากันเดินกลับไปขึ้นรถตู้ พุ่งพรวดออกไปด้วยความเร็ว โดยไม่เห็นณัชชาที่ปรากฏกายอยู่แถวนั้น

ooooooo

ตอนที่ 3

ลุงสมไม่ได้ตายอย่างที่พวกมือปืนเข้าใจ แต่สิ่งที่พวกมันเห็นคือแผนการของณัชชา...เธอกลับเข้ามาบอกเอกภพว่า

“เรียบร้อย...ตามความคิดของพวกมัน รถระเบิดลุงสมไม่รอด อย่างน้อยก็หลอกให้มันไปห่างจากที่นี่ได้ระยะหนึ่ง”

“หวังว่าเราจะได้พบทายาทที่เหลือก่อนที่พวกมันจะเจอที่นี่”

“พรุ่งนี้ก็คงรู้”

แล้วเช้าวันรุ่งขึ้น เอกภพก็ออกเดินทางพร้อมไกรยุทธ์มุ่งหน้าไปพบชายหนุ่มชื่อณัฐที่บอกว่ามีสร้อย ในขณะที่พวกณัชชาก็พากันไปในเมืองเพื่อเช็กอินเตอร์เน็ตดูความคืบหน้าว่ามีใครติดต่อมาอีกหรือเปล่า

ปรากฏว่ามีคนติดต่อเข้ามาและอธิบายรายละเอียดเรื่องสร้อยได้อย่างถูกต้อง ทำให้ณัชชามั่นใจว่าเอกภพโดนหลอกเสียแล้ว

ที่แท้คนที่ติดต่อมารายแรกคืออาคินนั่นเอง แต่เขาใช้ชื่อณัฐเพื่อหลอกทุกคน!

การตามหาทายาทถูกอาคินซ้อนแผนทำให้ไกรยุทธ์ ถูกจับตัวไปได้พร้อมสร้อย ส่วนเอกภพหลบหลีกด้วยการหายตัวออกมาที่รถแล้วได้ณัชชาโผล่มาช่วยพาหนี

ขณะนั่งรถมาด้วยกัน เอกภพโทษตัวเองที่ไม่รอบคอบ ณัชชาไม่ซ้ำเติมแต่ย้ำว่าเราต้องหาทางช่วยไกรยุทธ์กลับมาให้ได้

“ผมมีข้อสงสัย องค์หญิงแวบมาหาผมได้ยังไง ทำไมอาคินถึงแวบตามมาไม่ได้”

“ต้องมีจุดที่เคยสัมผัสหรือผ่านมาแล้ว”

“เหมือนผมแวบกลับไปที่รถผม”

“ถูกต้อง...หรือไม่ก็ต้องมิตรภาพเป็นตัวนำ ถ้าเป็นศัตรูก็จะสัมผัสตำแหน่งไม่ได้ แล้วก็ในใจของคุณส่วนหนึ่งนึกถึงฉัน”

“งั้นองค์หญิงน่าจะแวบไปหาไกรยุทธ์ได้น่ะสิครับ”

“อาคินใช้พลังเทพเป็นกำแพงป้องกันอยู่ ฉันไม่สามารถสัมผัสตำแหน่งได้”

“โอเคเข้าใจแล้ว ถ้าผมแวบไปหาองค์หญิงได้แสดงว่าในใจขององค์หญิงส่วนหนึ่งก็นึกถึงผม”

ณัชชาพูดไม่ออก ได้แต่เมินหน้าไปนอกรถแก้เขิน เมื่อกลับไปถึงบ้านพักบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นาชะกับนาฬิกาฟัง นาชะคาดไม่ถึงว่าเทพอาคินซ้อนแผนเราแบบนี้ ขณะที่นาฬิกาพลอยไม่ไว้ใจ กังวลว่าคนชื่อบีมกับปิงปองที่เพิ่งติดต่อมานั้นเชื่อได้หรือเปล่า ณัชชาเลยบอกว่าตนจะคอยติดตามดูทั้งสองคนจนกว่าจะแน่ใจ

“แต่พวกมันจับตาดูองค์หญิงกับผมตลอดเวลา เกรงว่าเราเคลื่อนไหวเมื่อไหร่จะทำให้ทายาทอีกสองคนเป็นอันตราย”

“จริงของผู้กอง...เราต้องวางแผนให้รอบคอบ เทพอาคินมีภูตทั้งเก้ามีทั้งกำลังมนุษย์ เราพลาดไม่ได้”

เป็นเช่นนั้นจริงๆ อาคินกำชับเทพซ้ายขวาของตนให้จัดกำลังดูทายาทคนนี้ให้ดี เพราะองค์หญิงต้องมาชิงตัวเขาคืนไปแน่นอน ส่วนที่เหลือให้ส่งกำลังออกตามหาทายาทคนอื่นๆให้ได้เร็วที่สุด

กลางดึกคืนนั้น ณัชชากับเอกภพช่วยกันตรวจตรารอบบ้านพักเพื่อความปลอดภัย ระหว่างนี้มีการพูดคุยกันด้วยความเป็นห่วงไกรยุทธ์

“ผมจะไปที่รังของมัน ผมมั่นใจว่าคุณไกรยุทธ์ต้องอยู่ที่นั่น”

“แน่นอน และพวกมันกำลังรอคุณอยู่”

“ไม่สำคัญ...คุณไกรยุทธ์อยู่ในความรับผิดชอบของผม ผมไม่อยากอยู่เฉย”

“ฉันไม่อยากให้คุณอยู่เฉย ฉันเพียงแต่คิดว่าเราไปตอนกลางวันจะดีกว่า”

“คุณล้อผมเล่นหรือเปล่า คุณคิดว่าตอนกลางวันพวกมันนอนหลับกันหรือไง”

“เปล่า...แต่อย่างน้อยพวกมันก็ไม่ได้คิดว่าคุณจะไป”

“หรือว่าคุณมีแผนแต่ไม่อยากบอกผม”

“คุณเลิกโวยวายเมื่อไหร่ ฉันก็บอกคุณเมื่อนั้น”

เอกภพคลี่ยิ้ม...ใจเย็นลงเพื่อรับฟังแผนการของณัชชา

ooooooo

สายวันต่อมา เอกภพขับรถพาทุกคนไปยังร้านขายรถยนต์แห่งหนึ่งเพื่อให้นาชะและนาฬิกาหารถสักคันใช้เดินทางไปพบบีมกับปิงปองที่โรงเรียน ส่วนตัวเขากับณัชชามุ่งหน้าต่อไปตามแผนการที่พูดคุยกันเมื่อคืน

หลังจากนั้นไม่นาน เอกภพจอดรถส่งณัชชาหน้าโรงแรม แล้วอวยพรให้เธอโชคดี เสร็จงานให้ไปเจอกันที่จุดนัดพบ ณัชชาเข้าไปภายในโรงแรมด้วยการแปลงกายเป็นนายกำจรซึ่งมีนัดกับนายอำนาจคนของอาคิน กำจรหัวแข็งไม่ยอมลงให้มาเฟียหน้าใหม่ จึงยื่นเงื่อนไขว่าตนจะไม่คุยกับใครนอกจากหัวหน้าใหญ่อย่างอาคินเท่านั้น

เมื่ออำนาจยอมพากำจรไปยังรังของอาคิน ณัชชาจึงเผยตัวตนเพื่อช่วยเหลือไกรยุทธ์ แต่ความจริงอาคินรู้ทันก่อนแล้ว ณัชชาจึงต้องหายตัวจากมาเพราะขืนอยู่ต้องเพลี่ยงพล้ำแน่นอน

เอกภพเสร็จธุระกับหัวหน้าแล้วมาจอดรถรอณัชชาอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งคู่หนีรอดมาได้ และก็ได้แต่หวังว่าพวกมันคงไม่รู้ความเคลื่อนไหวของนาชะกับนาฬิกา

เวลานั้น นาชะกับนาฬิกาเจอบีมกับปิงปองแล้ว ทั้งสี่คนนั่งคุยกันภายในห้องเรียนที่ว่างเปล่า นาชะเล่าเรื่ององค์หญิงณัชชาที่มาตามล่าอาคินที่ต้องการกุญแจคุกนิลกาลไปปลดปล่อยบิดา และความเกี่ยวโยงของบีมกับปิงปองที่มีสร้อยคนละเส้นซึ่งถ้าเอามาต่อติดกันครบทั้งสี่เส้นก็จะรู้แผนที่นำไปสู่การพบกุญแจ

บีมและปิงปองตื่นเต้นกับเรื่องราวทั้งหมด และแทบกรี๊ดเมื่อนาชะยืนยันด้วยการกลายร่างเป็นกามเทพมีปีกสีขาวต่อหน้าต่อตา

หลังจากทำความเข้าใจกันดีแล้ว บีมกับปิงปองต้องกลับไปเอาสร้อยที่บ้าน แต่บีมไม่อยากเสียเวลาจึงโทร.บอกคุณอาให้เอาสร้อยของตนไปที่บ้านปิงปองเลย

ส่วนที่รังของอาคิน นายอำนาจกำลังยืนหน้าซีดหน้าเสียเพราะทำเรื่องผิดพลาดพาณัชชาในคราบกำจรมาถึงรัง แต่กลายเป็นว่าอาคินไม่อาละวาด ด่าอย่างนิ่มๆว่า

“ไม่ใช่ความผิดของเจ้าที่เกิดมาโง่ เป็นเพราะองค์หญิงฉลาดกว่าเจ้า ดีที่ว่าเราไหวทันเคลื่อนย้ายนักโทษซะก่อน...เพิ่มกำลังคุมนักโทษ แล้วตามหาผู้กองให้ได้”

อำนาจรับคำแล้วตาลีตาเหลือกออกไป อาคินหันมาถามเทพซ้ายว่าทายาทที่เหลือว่ายังไง...เมื่อได้คำตอบว่าทั้งเทพซ้ายและขวากำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด ก็พยักหน้าพอใจ

ooooooo

พวกนาชะมาถึงบ้านปิงปองเรียบร้อยแล้ว โดยมีอาของปิงปองและบีมรวมอยู่ด้วย ทั้งคู่เป็นผู้พิทักษ์เทพแต่หลานๆไม่เคยรู้มาก่อน เพิ่งรู้ก็วันนี้ที่นาชะคาดเดาได้ถูกเผง

ผู้พิทักษ์ส่งทุกคนขึ้นรถไปพร้อมสร้อยสองเส้นมุ่งหน้าไปบ้านพักของเอกภพ แต่ระหว่างทางเจอสมุนอาคินขัดขวาง โชคดีที่ผู้พิทักษ์ตามมาช่วย อีกทั้งเอกภพกับณัชชาก็มาทันเวลา ทุกคนจึงรอดปลอดภัย

เมื่อกลับถึงบ้านพัก ณัชชาเอาสร้อยสามเส้นมาต่อกัน แต่ไม่เกิดผลใดๆเพราะยังขาดไปหนึ่งส่วนต้องให้ครบทุกชิ้นแผนที่ถึงจะปรากฏ แต่ตอนนี้สร้อยอีกเส้นอยู่กับอาคินที่จับตัวไกรยุทธ์ไว้

“งั้นเราต้องลุยไปช่วย” ปิงปองโพล่งขึ้น

“เราบุกไปแล้วแต่เทพอาคินวางกำลังคุมตัวอย่างแน่นหนา”

“ทำไมเราไม่ทำลายสร้อย...แผนที่ไม่ปรากฏ อาคินก็ไม่มีทางได้กุญแจ”

“จริงด้วย...จบเรื่องไปเลย” นาฬิกาสนับสนุน ส่วนนาชะก็เห็นดีเห็นงาม ณัชชาเลยพยักหน้าตกลง...

แต่ไม่ว่าจะทำลายสร้อยด้วยวิธีไหนก็ไม่สำเร็จ สร้อยทั้งสามยังคงอยู่ในสภาพเดิม ณัชชาจึงย้ำว่า

“เราไม่มีทางเลือกนอกจากเอาสร้อยมาต่อกันให้ครบ เพื่อให้แผนที่ปรากฏแล้วเอากุญแจมาทำลายให้ได้”

หลังจากนั้นทุกคนแยกย้ายกันพักผ่อน ปิงปองกับบีมเปิดทีวีดูและซักถามนาฬิกาเกี่ยวกับบ้านพักมิดชิดหลังนี้ แล้วอีกครู่ต่อมา บีมก็ย้ายตัวเองไปที่ห้องครัวเพื่อตีซี้นาชะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจบันทึกสวรรค์ว่ามีใครรักกับใครบ้าง

บีมได้โอกาสถามนาชะว่าแผลงศรให้คนรักกันได้จริงหรือ?

“แน่นอน”

“แล้วถ้าเกิด...ถ้าผมสนใคร”

“อ๊ะๆ ไม่ได้หรอก...ก่อนจะแผลงศรก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าชะตาลิขิตให้เป็นเนื้อคู่กัน จะมาทำเจ้าชู้เล่นๆไม่ได้”

“โอเค งั้นถ้าแค่อยากรู้ว่าเป็นเนื้อคู่กันหรือเปล่าล่ะ ได้มั้ย”

“พอได้”

บีมยิ้มกรุ้มกริ่มออกอาการเจ้าชู้ ย้ำถามนาชะอีกที “ดูว่าเป็นเนื้อคู่ได้จริงเหรอ”

นาชะชักทะแม่งแต่ก็ตอบรับ แล้วถามว่าใครล่ะที่จะให้ดู...ปิงปองกับนาฬิกาก้าวเข้ามาพอดี บีมเลยชะงักไป

“บีมมากวนอะไรพี่นาชะ”

“อ๋อ...บีมอยากรู้ว่าคนที่สนอยู่เป็นเนื้อคู่หรือเปล่า”

คำตอบของนาชะทำเอาบีมไม่กล้าบอกว่าปิ๊งปิงปอง ได้แต่อึกๆอักๆ บอกว่าชอบดาราคนโน้นคนนี้แก้เก้อไป

ooooooo

ใกล้ค่ำ เอกภพออกไปตลาดเพื่อหาสัญญาณใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อไปยังเจนศักดิ์ หลังทราบจากหัวหน้าว่าเขาอาการดีขึ้นตั้งแต่เอกภพกับณัชชาไปเยี่ยมเมื่อคราวก่อน

แต่การไปตลาดของเอกภพแค่พักเดียว...ก็พบเห็นมือปืนของอาคินมาป้วนเปี้ยน เอกภพเลือกที่จะไม่ปะทะ แต่รีบหลบกลับบ้านแล้วมาเล่าให้ทุกคนฟัง

“วันนี้พี่ไปที่ตลาด มีพวกมันป้วนเปี้ยนอยู่ ดังนั้นทุกคนถ้าอยู่แต่ในบ้านได้เป็นดี เรามีทุกอย่างพร้อม ณ เวลานี้ไม่จำเป็นต้องออกไป”

“โห...อดเล่นเน็ตเลย” ปิงปองแอบบ่นเบาๆ

นาฬิกาหันไปถามพี่ชายว่า “เราจะทำยังไงเรื่องพี่ไกรยุทธ์คะ”

“พี่กับองค์หญิงกำลังวางแผนกันอยู่”

“เราจะชิงตัวไกรยุทธ์กลับมาให้ได้ภายในวันสองวันนี้” ณัชชากล่าวหนักแน่น...

ตกดึก ณัชชากับเอกภพผลัดเปลี่ยนกันอยู่เวรยามอีกเหมือนเคย แต่ก่อนที่ณัชชาจะปลีกตัวไปนอน เอกภพได้ตั้งคำถามขึ้นว่า

“ผมแปลกใจว่าทำไมสวรรค์ถึงส่งองค์หญิงมาเพียงคนเดียว”

“อันที่จริงสวรรค์ไม่ได้ส่งมา ฉันมาเอง”

“ผมไม่เข้าใจ”

“ท่านพ่อของฉันจับพ่อของเทพอาคินในฐานะคิดกบฏ เจ้าสวรรค์สั่งลงโทษทั้งตระกูลแต่ท่านพ่อคิดว่าอาคินผู้เป็นลูกไม่ควรจะต้องรับโทษเพราะพ่อ...จึงขอให้เจ้าสวรรค์ละเว้นอาคิน แต่อาคินแทนที่จะสำนึกกลับคิดไม่ซื่อต้องการช่วยพ่อ”

“สรุปเชื้อไม่ทิ้งแถว เลวทั้งตระกูล ฟังดูแล้วคุ้นๆ แบบนี้พวกมนุษย์ก็มีเหมือนกัน ไม่เห็นสวรรค์ลงโทษซะที”

“แน่ใจเหรอว่าสวรรค์ยังไม่ลงโทษ” เธอพูดยิ้มๆ แต่แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไป...เหมือนต่อสู้กับพลังบางอย่าง

“องค์หญิง...เกิดอะไรขึ้น”

“ถอยไป” ว่าแล้วณัชชาสะบัดมือไปข้างหน้ามีลำแสงพุ่งออกมา บังเกิดภาพอาคินปรากฏตรงหน้า เอกภพจ้องมองอย่างตื่นเต้น

“องค์หญิงณัชชา...ถ้าองค์หญิงไม่นำสร้อยอีกสามเส้นมามอบให้เราภายในวันพรุ่งนี้ เราจะปลิดชีวิตของทายาททันที”

ทันใดนั้นลำแสงก็หายไป ณัชชาสีหน้าเคร่งเครียด เอกภพคาดว่าอาคินน่าจะรู้ว่าเราอยู่ที่นี่แล้ว...ณัชชาจึงหลับตาทำสมาธิครู่หนึ่งก่อนลืมตาบอกเอกภพว่า

“อาคินไม่รู้หรอกว่าเราอยู่ที่นี่ มันแค่ส่งพลังติดต่อกับฉันเท่านั้น ต้องใช้พลังทั้งหมดในร่างกายและต้องพักอย่างน้อย 3 ชั่วโมงพลังของมันจึงจะฟื้น”

“แล้วเราจะทำยังไงครับ”

“ชีวิตทายาทสำคัญ...เราไม่มีทางเลือกนอกจากทำตาม”

ฟังคำตอบณัชชาแล้วเอกภพยิ่งเครียดจัด!

ooooooo

เพียงเช้าวันต่อมา ณัชชากับเอกภพก็เดินทางไปพบอาคินยังสถานที่เงียบสงบ อาคินมาพร้อมเทพซ้ายขวาและมือปืนนับสิบ

“เราไม่เข้าใจว่าทำไมองค์หญิงถึงต้องเลือกนัดในสถานที่ลึกลับเช่นนี้”

“ถ้าท่านเล่นตลก เราสามารถฆ่าท่านได้โดยไม่ต้องเดือดร้อนถึงประชาชนคนบริสุทธิ์”

“เราไม่ต้องการให้มีการเสียเลือดเนื้อ เราต้องการแต่สร้อยเท่านั้น”

“แต่เรายังไม่เห็นคุณไกรยุทธ์”

อาคินพยักหน้าส่งสัญญาณ มือปืนจึงควบคุมตัวไกรยุทธ์ออกมา

“แล้วสร้อยล่ะ”

สิ้นเสียงอาคิน นาชะบินโฉบลงมาในสภาพกามเทพสาวปีกสีขาวสวยงาม

“อยู่นี่...ถ้ามีการตุกติกละก็...หายวับแน่”

“ฉลาดมาก ไม่มีใครตามพลังแห่งความรักได้”

“รู้ยังงั้นก็ดีแล้ว”

“เราต้องขอดูสร้อยก่อน ว่าจริงหรือไม่จริง” อาคินยื่นเงื่อนไข...ณัชชาตอบทันควันว่า

“เราไม่โกหก แต่จะมาชิงคืนหรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

“ก็ได้...ปล่อยนักโทษ”

ไกรยุทธ์ถูกปล่อยให้เดินมา ทุกฝ่ายต่างจ้องระวัง จนกระทั่งไกรยุทธ์มาถึงณัชชากับเอกภพ นาชะจึงปล่อยถุงสร้อยจากมือลอยไปหาอาคินที่รีบตะปบไว้อย่างเร็ว

ณัชชายังระแวง ถามนาชะว่าถ้าอาคินเล่นไม่ซื่อล่ะ?

“นาชะจะโฉบเอาสร้อยหนีไปเองเพคะ”

“ถ้าสร้อยจริงก็ต้องประสานกันเป็นหนึ่ง ถ้าไม่จริง ไม่มีใครออกไปจากที่นี่”

อาคินจ้องหน้าณัชชานิ่ง ประสานสายตาเตรียม พร้อม...

เมื่อนำสร้อยสามเส้นต่อกันจนครบขาดแค่หนึ่งเสี้ยว อาคินเห็นแล้วหัวเราะพอใจ พลางตวัดมือส่งสร้อยเส้นที่สี่มาให้เทพซ้ายรับไว้

“องค์หญิงควรอยู่ก่อนจะได้รู้ว่ากุญแจซ่อนไว้ที่ไหน”

“ดีเหมือนกัน เราจะได้ไปนำกุญแจมามอบให้ท่าน”

อาคินหัวเราะอีกครั้งอย่างย่ามใจ ส่งซิกให้เทพซ้ายเอาสร้อยวางมุมโต๊ะ ทันใดนั้นสร้อยก็วิ่งเข้าหากันจนครบเป็นวงกลม ทุกคนต่างจ้องมองแทบไม่หายใจ...เห็นลำแสงพุ่งขึ้นมาแล้วปรากฏเป็นเส้นสายต่างๆเหมือนแผนที่ อาคินตื่นเต้นรีบก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะ เทพซ้ายขวาถอยออกมาระวังอยู่ข้างๆ

“ในที่สุดก็มีแผนที่ปรากฏจริงๆ”

อาคินหัวเราะอย่างผู้มีชัย ณัชชากับเอกภพมองหน้ากันด้วยความแค้นที่อาคินได้แผนที่ไป แต่แล้วทันใดนั้นแสงก็เริ่มแดงขึ้นๆ ณัชชากับเอกภพรีบดึงไกรยุทธ์ถอยห่างออกมาทันเวลาก่อนที่สร้อยนั้นจะระเบิดดังตูมขึ้นมา ไฟลุกท่วม!!

ooooooo

พวกณัชชาพาไกรยุทธ์หนีกลับมาถึงบ้านพักอย่างปลอดภัย คนอื่นๆที่รออยู่ในบ้านพากันกล่าวยินดีต้อนรับไกรยุทธ์ก่อนจะแนะนำตัวทำความรู้จักกันครบถ้วน...หลังจากนั้น ณัชชากับเอกภพแยกตัวไปคุยกันที่สนามหน้าบ้าน

“ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ ทำไมสร้อยถึงระเบิด”

“ฉันคิดว่าเป็นกับดักที่องครักษ์ทั้ง 4 วางไว้เพื่อกำจัดคนที่คิดจะเอากุญแจมากกว่า”

“แสดงว่าเรื่องจบแล้วน่ะซิครับ ไม่มีแผนที่ก็ไม่มีกุญแจ เผลอๆอาคินก็อาจจะตายไปแล้ว”

“ฉันเชื่อว่าอาคินยังอยู่ เพราะหัวใจของมันถอดฝากไว้กับเก้าภูตสังหาร...และเชื่อว่าขณะนี้มันกำลังตามล่าทายาททั้ง 4 อย่างแน่นอน”

เอกภพฟังแล้วเครียดอีกตามเคย...ส่วนที่ห้องนั่งเล่นในบ้าน ปิงปองกับนาฬิกานั่งหน้าจอทีวีที่มีหนังเรื่องหนึ่งกำลังต่อสู้ปล่อยพลังกันอยู่

“พี่นาฬิกาเคยใช้พลังหรือเปล่า”

“เคยโดยไม่รู้ตัว”

“ปิงปองก็เหมือนกัน ทำยังไงถึงจะปล่อยพลังได้ตลอดเวลาก็ไม่รู้”

“ลองเรียกพลังกันดีกว่า” ว่าแล้วนาฬิกายกฝ่ามือขึ้น ทันใดนั้นมีแสงออกมาแวบหนึ่งแล้วหายไป...ปิงปองเลยร้องว้า บอกว่าไฟแช็กยังแรงกว่าเลย...

จากนั้นปิงปองลองทำบ้าง...มีแสงออกมาแวบหนึ่งแล้วหายไปเช่นเดียวกัน คราวนี้เลยหัวเราะขำขันกันทั้งคู่ แล้วทำทีเล่นต่อสู้กัน

ด้วยพลังฝ่ามือ แต่กลายเป็นว่าทำมาทำไปเกิดพลังแสงพุ่งเข้าหากันชัดเจน ทำเอาสองสาวแตกตื่นวิ่งออกจากห้องไปทันที...

ปิงปองกับนาฬิกาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในครัวแล้วช่วยกันบอกเล่าสิ่งอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นให้ไกรยุทธ์กับบีมฟัง ก่อนจะทดลองใช้พลังกันใหม่จนบังเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง!

นาชะรับรู้ด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน เธอรีบวิ่งไปตามณัชชากับเอกภพที่หน้าบ้านเข้ามาดูสี่ทายาทเทพองครักษ์ปล่อยพลังจากฝ่ามือประสานกันจนบังเกิดแสงรวมตัวเป็นจอภาพแสดงแผนที่สถานที่ต่างๆขึ้นมากมาย แต่เห็นชัดคือ 9 แห่ง และค่อยๆรางเลือนจนเหลือภาพสุดท้ายเป็นปราสาทหินพิมายแล้วดับหายไปในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา

ไม่มีใครรู้ชัดว่าทำไมถึงเหลือสถานที่เดียว ณัชชาเดาว่าต้องเป็นจุดแรกของการเดินทาง เอกภพจึงให้ทายาททั้งสี่ลองอีกครั้ง เผื่อจะเห็นเส้นทางทั้งหมด ปรากฏผลออกมาอย่างเดิม เห็นเพียงปราสาทหินพิมายแห่งเดียว เอกภพจึงสรุปว่าน่าจะเป็นอย่างที่ณัชชาคาดไว้ และเราคงต้องเดินทางผ่านทั้ง 9 จุด โดยเริ่มต้นจุดแรกคือปราสาทหินพิมาย ถ้าผ่านจุดแรกไปได้แผนที่ถึงจะแสดงจุดที่ 2

“เราต้องรีบเดินทางให้เร็วที่สุดก่อนที่อาคินจะ ตามมาถึงนี่”

“อะไรทำให้องค์หญิงคิดว่าอาคินรู้ที่ซ่อนของเรา”

“ไม่รู้เหมือนกัน แค่สังหรณ์ใจเท่านั้น”

“เทพอาคินมีพลังสูง อีกทั้งเทพซ้ายขวา...ต้องหาที่นี่พบไม่ช้าก็เร็ว”

เอกภพพยักหน้ารับรู้และบอกคนอื่นๆให้จัดข้าวของเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางพรุ่งนี้เช้า

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น อาคินคำรามก้องกังวานด้วยความโกรธ หลังเห็นสภาพใบหน้าตนเองมีรอยไหม้จากแรงระเบิดเมื่อวันก่อนตอนที่สร้อยสี่เส้นประสานรวมเป็นหนึ่งเดียว

“องครักษ์ทั้ง 4 วางแผนคิดกำจัดข้า...เมื่อถึงเวลาข้าจะสังหารทายาทของพวกมันให้หมด เตรียมกำลังให้พร้อม เราจะออกตามล่าพวกมัน”

“คือว่า...หลายวันที่ผ่านมาพวกเราทำงานอย่างหนัก แต่ก็ยังตามรอยพวกมันไม่ได้เลยท่านอาคิน”

“ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น เรารู้แล้วว่าพวกมันอยู่ที่ไหน รีบไปทำตามคำสั่ง”

อำนาจพยักหน้าหงึกหงักแล้วถอยออกไป เทพซ้ายเพิ่งเข้าใจว่าที่แท้นายของตนมีแผนแยบยลตั้งใจปล่อยตัวเชลยอย่างไกรยุทธ์อยู่แล้ว...

ดึกคืนนี้เอง เอกภพมอบเงินจำนวนมากให้ลุงสมกับป้าอรหลบไปหาที่อยู่ใหม่กันสักพัก ส่วนพวกตนก็จะไปจากบ้านหลังนี้เหมือนกัน แต่ไม่ทันที่ใครจะเดินทางพวกสมุนนับสิบของอาคินก็ปรากฏตัว ณัชชาให้เอกภพนำพาทุกคนออกทางหลังบ้าน เธอจะคอยสกัดเหล่าร้ายเอาไว้ให้

เอกภพรับปากแต่ไม่ปฏิบัติตามเพราะเป็นห่วงณัชชา เขาบอกนาชะให้พาคนอื่นๆหลบออกไปทางหลังบ้านและรอจนกว่าเขากับณัชชาจะตามมาสมทบแล้วค่อยเดินทางพร้อมกัน

ณัชชากับเอกภพต่อสู้กับมือปืนนับสิบและเทพซ้ายขวาของอาคิน โดยมีลุงสมกับป้าอรช่วยอีกสองแรง คอยสกัดจัดการพวกมันจนทำให้ณัชชากับเอกภพหนีไปพบพวกนาชะและพากันหนีรอดไปได้อย่างปลอดภัย

ที่แท้ลุงสมกับป้าอรคือผู้พิทักษ์เทพองครักษ์นั่นเอง...อยู่กันมาตั้งนานเอกภพไม่เคยรู้มาก่อน เพิ่งจะรู้จากณัชชาก็วันนี้...

ทั้งคณะเดินทางด้วยรถตู้ จนฟ้าสางถึงหยุดพักที่ปั๊มน้ำมันข้างทางเพื่อยืดเส้นยืดสายและทำภารกิจส่วนตัว เอกภพถือโอกาสนี้ โทร.หาเจนศักดิ์เพื่อสอบถามอาการป่วย ปรากฏว่าเขาอาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ณัชชาทราบดีว่าเพราะอะไรแต่แกล้งทำไก๋เมื่อ เอกภพเล่าให้ฟัง

“ดีแล้วนี่คะ คุณเจนศักดิ์เป็นคนดี สวรรค์ย่อมคุ้มครอง”

“ผบ.สิทธิชัยบอกว่าอาการของคุณเจนศักดิ์ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อหลังจากที่ผมกับองค์หญิงไปเยี่ยม”

“คงดีใจที่เจอผู้กอง”

“ตอนนั้นคุณเจนศักดิ์ยังไม่รู้ตัวเป็นตายเท่ากัน” พูดแล้วจ้องหน้าเธออย่างค้นหา...ครู่เดียวก็แน่ใจว่าเป็นฝีมือเธอนั่นเอง ที่ช่วยเหลือเจนศักดิ์จนหายเป็นปกติ

รถตู้ออกจากปั๊มน้ำมันอีกพักใหญ่ก็ถึงวัดแห่งหนึ่ง เอกภพตั้งใจนอนค้างที่นี่ด้วยเหตุผลว่าวัดปลอดภัยกว่า โรงแรม บีมกลัวผีรีบขอนอนในรถเลยโดนคนอื่นแซวยกใหญ่

เอกภพเข้าไปติดต่อทางวัดครู่หนึ่งก็กลับออกมาบอกทุกคนว่าวัดเต็ม แต่ทางวัดให้พักที่บ้านอยู่ลึกเข้าไปใกล้ป่าช้า หนุ่มสาวเลยยิ่งหนาวยะเยือก แต่เอกภพและณัชชาซึ่งเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มกลับบอกว่าเหมาะมาก บ้านหลังนี้ลับตาและมีทางออกสู่ถนนโดยสะดวก

“ไปพวกเรา...เจอผีดีกว่าเจอพวกของเทพอาคิน” นาชะให้กำลังใจทุกคนแล้วนำไป...บีม ปิงปอง และนาฬิกาเหลียวหน้าเหลียวหลังด้วยอาการหวาดระแวงก่อนก้าวตาม

ทางด้านอาคินที่ขณะนี้ต้องใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งหลังถูกพลังระเบิดจากสร้อยจนไหม้เกรียม เขากำลังรับทราบจากเทพซ้ายขวาว่าสายของพวกมนุษย์รายงานว่าเห็นคณะขององค์หญิง

“ดีมาก ให้พวกมันตามล่าจนกว่าพวกขององค์หญิงจะจนมุม แล้วเราค่อยปรากฏตัวจัดการกับพวกมัน”

ooooooo

ตอนที่ 4

ที่บ้านพักหลังวัด ทายาททั้งสี่กลัวผีจนต้องเกาะติดนาชะตลอดเวลา ขนาดเอกภพยังแอบหวั่นแต่ต้องทำเข้มแข็งเพื่อไม่ให้คนอื่นๆกลัวไปมากกว่านี้

เมื่ออยู่กันตามลำพัง เอกภพอดถามณัชชาไม่ได้ว่าไม่กลัวบ้างหรือ ไม่กลัวผีก็น่าจะกลัวอะไรสักอย่าง เช่น กิ้งกือ ไส้เดือน หนอน

“พลาด” เธอส่ายหน้ายิ้มๆ

“ก็ต้องพลาดอยู่แล้ว ใครจะไปทายถูก”

“เปล่าค่ะ ฉันหมายถึงฉันกลัวความผิดพลาดกลัวว่าตัวเองจะพลาด โดยเฉพาะพลาดแล้วทำให้คนอื่นต้องสูญเสีย”

“แต่ว่าไม่มีใครเพอร์เฟกต์หรอกครับ ต้องมีพลาดกันทั้งนั้น หรือสวรรค์ไม่มีคำว่าพลาด”

“มีสิคะ ฉันถึงได้กลัวไงล่ะ”

“ท่าทางองค์หญิงยังคิดว่าอาคินอาจจะรู้ที่พักของเรา”

“ไว้ใจอะไรไม่ได้ เราต้องไม่ประมาท ฉันจะไปดูด้านนอก ถ้าพวกมันมาเราจะได้ถอยทัน”

“เชิญครับ มีอะไรก็นึกถึงผมได้”

ณัช ชายิ้มรับแล้วหายแวบไป แต่ครู่เดียวก็แวบกลับมาบอกเอกภพว่า พวกมันกำลังมา...ทุกคนตื่นตัวเตรียมพร้อมสำหรับการหนี นาชะเร่งทายาททั้งสี่ขึ้นรถแล้วพุ่งทะยานออกไปโดยเอกภพเป็นคนขับ ส่วนณัชชาคอยสกัดสมุนของอาคินไว้ โดยใช้วิทยายุทธหลอกล่อจนพวกมันหลงทางตามไม่ทัน

ณัชชาหายตัวกลับเข้ามาใน รถเดินทางพร้อมทุกคนเหมือนเดิม จุดหมายคือปราสาทหินพิมายซึ่งใช้เวลาอีกครึ่งวัน ก่อนจะลงมานั่งพักผ่อนพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ว่าอาคินรู้ที่ซ่อน ของพวกเราได้ยังไง

“อย่างที่เคยบอก...อาคินมีอำนาจที่ลี้ลับ”

“แต่เราอยู่ที่บ้านได้ตั้งหลายวัน ทำไมพวกมันหาไม่เจอ”

“จริงของผู้กอง มีบางอย่างผิดปกติ”

ณัชชาพูดขาดคำ เอกภพก็เบนความสนใจมาที่ไกรยุทธ์ เพราะตั้งแต่เขากลับมาพวกมันก็รู้ที่ซ่อนของเรา

“ไกรยุทธ์...พี่อยากจะรู้ว่าระหว่างถูกขังได้เผชิญ หน้ากับเทพอาคินบ้างหรือเปล่า”

“ครับ มีครั้งหนึ่งเทพอาคินพยายามถามถึงที่ซ่อนแต่ผมไม่ได้บอกอะไร เทพอาคินโมโหปล่อยพลังใส่ผม”

“แล้วคุณได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า” ณัชชาซัก

“เปล่าครับ เทพอาคินเปลี่ยนใจยั้งพลังไว้ ไม่อย่างนั้นผมคงจบไปแล้ว”

ณัชชาอยากรู้ว่าอาคินปล่อยพลังถูกส่วนไหนของร่างกาย ไกรยุทธ์บอกว่าหน้าอกแต่ไม่มีบาดแผลอะไรตนตรวจดูแล้ว

“พี่ขอตรวจดูอีกครั้งได้ไหม”

ไกรยุทธ์ยินดีไม่มีปัญหา ถอดเสื้อยืดออกทันที ปรากฏว่าด้านหน้าไม่มีรอยแต่ข้างหลังมีรอยฝ่ามือจางๆ

“แย่แล้ว อาคินปล่อยพลังเทพไว้ในตัวคุณไกรยุทธ์นี่เอง”

“แล้วไง” เอกภพสีหน้าไม่เข้าใจ

“ก็แค่จับพลังของมันในตัวคุณไกรยุทธ์ ก็รู้ตำแหน่งชัดยิ่งกว่าเครื่องจีพีเอสซะอีก”

“แต่ทำไมเทพอาคินกับพวกภูตไม่ปรากฏตัวที่บ้านร้าง กลับส่งพวกมือปืนมาดักเรา”

“การ ที่จะรู้ตำแหน่งที่ชัดเจน คุณไกรยุทธ์ต้องหยุดนิ่งหรือหลับ พลังของมันถึงจะแผ่ออกไปได้เต็มที่และแม่นยำ ถ้าเคลื่อนไหวหรือตื่นเต้น พลังของคุณไกรยุทธ์ ก็แรงพอที่จะสกัดไว้ได้”

“แสดงว่าตอนนี้อาคินอาจรู้แล้วว่าพวกเราอยู่ที่นี่”

“อาจจะ...คุณไกรยุทธ์บอกให้ทุกคนเตรียมตัวเร็วที่สุด”

ไกรยุทธ์รีบใส่เสื้อแล้ววิ่งไปที่กลุ่มของพวกนาฬิกา ทันใดนั้นอาคินปรากฏตัวพร้อมเทพซ้ายขวาเบื้องหน้าณัชชากับเอกภพ

“ที่แท้องค์หญิงพบแผนที่แล้ว”

“อยาก รู้ก็ลองถามดาบพิชิตมารดู” ณัชชาถืออาวุธประจำตัวเตรียมสู้ ปิงปองเห็นดังนั้นก็ชวนกันเข้าไปช่วยแต่นาชะบอกให้เฉยไว้ แล้วให้ทุกคนจับมือกันไว้ ทำใจให้ว่างอย่าฝืนพลังของตน เราจะหายตัวไปพร้อมกันทันทีที่ณัชชาให้สัญญาณ...

ooooooo

นาชะพาทายาทเทพหายตัวมาหน้าปราสาทหินพิมายก่อนที่ณัชชากับเอกภพจะหายตัวตามมา แต่ทั้งหมดก็หนีพวกอาคินเข้าไปข้างในไม่ได้เพราะมีพลังบางอย่างขวางประตูอยู่ จึงต้องพากันย้ายไปอีกประตูแต่ก็ยังเข้าไม่ได้อยู่ดี

ในที่สุดทุกคนมารวมตัวกันหน้าประตูบานที่สี่แล้วรวมพลังเทพซัดฝ่ามือเข้าใส่ประตูจนสามารถหนีรอดพวกอาคินเข้าไปภายในได้ แต่คาดไม่ถึงบริเวณปราสาทหินพิมายกลับกลายเป็นแนวป่า ณัชชาหันมองด้านหลังเห็นควันดำยันประตูให้เปิดกว้างออก จึงบอกทุกคนให้เข้าไปในป่าก่อนที่ภูตสังหารจะตามทัน

ทุกคนต่างมุ่งหน้าเข้าไปในแนวป่า แต่พอพ้นเข้ามา

กลายเป็นทุกคนลอยละลิ่วลงสู่ท้องทะเล เวลาเย็นกลับเปลี่ยนเป็นกลางวัน นาฬิกาถึงกับร้องลั่นว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเรามาอยู่กลางทะเล!

ด้านนายอำนาจกับสมุนมือปืนที่ตามพวกณัชชาไม่ทันต่างก็รับคำสั่งจากอาคินให้กลับไปรอที่องค์กรแล้วรวบรวมพวกมาเฟียกลุ่มอื่นๆให้อยู่ในกำมือเพื่อรอคำสั่งจากตนว่าจะทำยังไงต่อ ส่วนเทพซ้ายขวาให้ตามตนมา เราต้องตามล่าพวกองค์หญิงณัชชาให้ได้

กลุ่มของณัชชาลอยคออยู่กลางทะเลครู่หนึ่งก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากหลานสาวเจ้าสมุทรพาขึ้นฝั่ง จากนั้นณัชชาใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่แผ่นหลังไกรยุทธ์เบาๆ เพื่อขจัดพลังของอาคินออกจากร่างกาย

“เรียบร้อย พลังของอาคินสลายออกไปหมดอาคินไม่สามารถตามรอยมาได้แล้ว”

“แต่อาคินยังมีภูตสังหารที่คอยตามเราอยู่” นาฬิกาเอ่ยอย่างเป็นกังวล

“ก็จริง...แต่ดูเหมือนว่าอาคินจะไม่ยอมให้ภูตสังหารพ้นสายตาตั้งแต่ถอดหัวใจไว้ที่ภูตสังหาร”

เรื่องนี้นาชะถือเป็นโชคดีของเราแต่เอกภพเสริมว่าโชคร้ายก็คือเราไม่รู้ว่าหัวใจของมันอยู่ที่ภูตสังหารตนไหน...ณัชชาพยักหน้าเห็นด้วย คนอื่นๆต่างก็ถอนหายใจอย่างสุดเซ็ง

หลานสาวเจ้าสมุทรหายไปครู่เดียวก็กลับเข้ามาบอกทุกคนว่าตนตรวจดูแล้วไม่สัมผัสพลังใดๆตามมา

“ขอบพระทัยท่านที่มาช่วยพวกเราไว้ได้ทัน นี่คือองค์หญิงณัชชาเพคะ” นาชะแนะนำ

“เราชื่อปาระนัง เจ้าสมุทรลุงของเราส่งเรามาช่วยพวกท่าน เราได้ยินกิตติศัพท์เทพธิดาพญายมมานานแล้ว ยินดีที่ได้พบ เจ้าสมุทรมีของขวัญให้ท่าน”
ปาระนังสะบัดมือเพียงครั้งเดียวก็มีแส้ขดหนึ่งปรากฏขึ้นบนฝ่ามือแล้วยื่นให้ณัชชา “แส้ทำจากหนังปลากระเบนพันปี เหนียวแน่นไม่มีอาวุธใดทำลายได้เพคะ”

“ขอบพระทัยท่านเจ้าสมุทร...นี่คือคุณเอกภพ และ...”

“ทุกคนเป็นทายาทของเทพองครักษ์ทั้ง 4”

“ท่านทราบ?” ณัชชาแปลกใจ

“เทพองครักษ์ทั้ง 4 ผ่านมาทางนี้แล้วเมื่อ 100ปีก่อน เพื่อซ่อนปริศนาของแผนที่ซึ่งจะนำไปสู่ที่ซ่อนกุญแจคุกนิลกาล”

ทุกคนมองหน้ากันอย่างคาดไม่ถึง นาฬิกาทวนคำพูดของปาระนังว่า 100 ปีก่อน ป่านนี้ปริศนาไม่หายไปหมดแล้วเหรอ

“นี่พวกท่านยังไม่เข้าใจอีกเหรอ”

“อะไรเหรอครับ” ไกรยุทธ์สีหน้างุนงง แต่เอกภพเริ่มจะเข้าใจ และคิดว่าใช่แน่เมื่อณัชชาพยักหน้าแทนคำพูดยืนยัน

“พี่เอกคิดว่าอะไรคะ” นาฬิกาโพล่งขึ้น

“เราไม่ได้อยู่ในเวลาปัจจุบัน”

คำตอบของเอกภพทำเอาทายาทเทพทุกคนแตกตื่นคาดไม่ถึงว่าตัวเองจะก้าวข้ามมาสู่อีกยุค...เวลาเดียวกันนั้นเอง อาคินกับเทพซ้ายขวาอยู่ในป่าตามล่ากลุ่มณัชชา เทพขวาสงสัยว่าทุกคนหายไปได้ยังไง ทั้งที่เราตามมาติดๆ

“องครักษ์ทั้ง 4 ร้ายกาจมาก วางเส้นทางไว้อย่างซับซ้อน” อาคินแน่ใจอย่างนั้น แต่เทพซ้ายเชื่อว่าพวกองค์หญิงยังไปได้ไม่ไกล เจ้าคิดผิดแล้ว แค่เวลาคลาดไปนิดเดียวอาจห่างกันเป็นคนละเวลาและดินแดนก็ได้”

เป็นจริงอย่างที่อาคินคาดการณ์...เวลานี้พวกณัชชาไม่ได้อยู่ในยุคปัจจุบัน ทุกคนกำลังรวมตัวกันที่ชายหาดโดยมีปาระนังตระเตรียมเรือไว้พร้อมแล้ว
“เราไม่ได้อยู่ในเวลาปัจจุบัน...หมายความว่ายังไงครับ” บีมตั้งคำถาม

“แผนที่ไม่ใช่แผนที่ธรรมดาแต่เป็นเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้แล้วด้วยเวทมนตร์ให้ซับซ้อนยากต่อการค้นหากุญแจ”

“ถูกต้องแล้วองค์หญิง เราแทบไม่รู้เลยว่าจะอยู่ที่ไหน แดนไหน และเวลาไหน แต่เราจะพาพวกท่านไปยังที่ปลอดภัยก่อน แล้วค่อยหาทางแก้ปมปริศนาของแผนที่”

สี่ทายาทเทพสีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน ณัชชากับเอกภพเคร่งเครียด แต่ยอมนั่งเรือของปาระนังผ่านหมอกหนาทึบไปในท้องทะเล ไม่นานก็ถึงจุดหมายแต่ไม่เห็นมีอะไรเลยสักอย่าง

“ถ้าเห็นแล้วจะเป็นที่ปลอดภัยได้ยังไง เพียงแต่ทุกคนดำน้ำแล้วโผล่ขึ้นมาก็ถึงแล้ว...ตามมา” ปาระนัง ทิ้งตัวลงน้ำหายไป ทุกคนหย่อนตัวลงตาม แล้วไปโผล่อีกทีพร้อมกันที่สระน้ำสวยงาม ข้างสระมีโต๊ะเครื่องดื่มและอาหารจัดเต็ม แถมมีพนักงานยืนรอเสิร์ฟเหมือนอยู่ในโรงแรมไม่มีผิด

“อะไรกันเนี่ย ยังกะโรงแรมชั้นหนึ่ง” บีมอุทาน

ปาระนังในชุดสวยหรูเดินมาที่ขอบสระ ทุกคนมองอย่างตื่นเต้น

“เชื่อว่าทุกคนคงจะชอบกับบรรยากาศแบบมนุษย์ เลยจัดให้ค่ะ”

ทุกคนรีบขึ้นมาจากสระและพบว่าตัวเองต่างก็อยู่ในชุดเสื้อผ้าทันสมัย...ความวิตกกังวลก่อนหน้านี้กลายเป็นสนุกสนานขึ้นมาทันตา โดยเฉพาะทายาทวัยรุ่นทั้งสี่ที่ออกอาการดี๊ด๊าตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศรอบตัว

ส่วนอาคินกับเทพซ้ายขวาที่ตามมาถึงชายหาด อาคินเห็นร่องรอยของเรือ แน่ใจว่าพวกณัชชามีคนมาช่วย และคงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเจ้าสมุทร

“พวกโลกสมุทรคิดต่อต้าน ข้าจะทำสงครามกับพวกมันทุกคน” อาคินประกาศกร้าว

ooooooo

ขณะนั่งกินอาหารกันริมสระน้ำ นาชะถามปาระนังว่ามั่นใจหรือว่าเทพอาคินไม่สามารถตามมาที่นี่ได้ ปาระนังอธิบายว่าที่นี่ปกป้องด้วยมนตร์ของเจ้าสมุทร ไม่มีพลังเทพใดๆผ่านเข้ามาได้แน่นอน แต่ถ้าออกพ้นจากจุดนี้ไปเราอาจเผชิญกับเทพอาคินได้ทุกเวลา

“ท่านยังจำเส้นทางที่องครักษ์ทั้ง 4 เดินทางไปได้ไหม” ณัชชาถาม

“ไม่ได้...ไม่มีใครจำได้ ทันทีที่เดินผ่าน ภูมิประเทศก็จะเปลี่ยนทันที นอกจากว่าจะมีแผนที่นำทาง พวกท่านไม่มีแผนที่นำทางมาเหรอ”

“มีเพคะ แต่แผนที่ปรากฏแต่เพียงปราสาทหินเท่านั้น”

“ในเมื่อท่านผ่านปราสาทหินมาแล้ว แผนที่อาจจะบอกอะไรอีกก็ได้”

คำพูดของปาระนังทำให้ทุกคนคิดได้ ทายาทเทพรีบใช้พลังฝ่ามือเข้าหากันจนบังเกิดเป็นแสงกลมๆรวมตัวตรงกลางแล้วแผ่ออกเป็นวงกว้างแสดงเส้นทางบนแผนที่ จุดกลมบ่งบอกว่าเป็นทิศเหนือตามเส้นทางมีภาพคล้ายประตูเล็กตั้งอยู่สับสนเต็มไปหมด และมีจนถึงสุดปลายเส้นการเดินทาง เป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวลอยเหนือประตู หลังประตูเหมือนน้ำตก...ทุกคนจ้องมองอย่างตื่นเต้น ฟังปาระนังวิเคราะห์

“จุดสว่างวาบๆ คือทิศที่เราต้องมุ่งหน้าไป คิดว่าเป็นทิศเหนือ”

“ผมรู้ว่านี่คือประตูที่เราต้องผ่าน แต่ประตูเล็กๆ ระหว่างทางนี่คืออะไรกันแน่” เอกภพสงสัย

“ประตูเล็กๆที่อยู่ตามทางคือประตูกล ถ้าหลุดเข้าไปก็จะไปอยู่อีกดินแดนหนึ่ง...หลุดออกจากเส้นทาง”

“สุดยอด ให้มันได้ยังงี้ซิ...น่าจะมียักษ์หรือก๊อตซิล่าติดมาด้วยจะได้ให้มันสุดๆไปเลย”

“รูปพระจันทร์อยู่เหนือประตูสุดท้ายน่าจะเป็นเวลาที่กำหนดไว้ให้ผ่านเข้าไปเพคะ”

ณัชชาพยักหน้า คิดเช่นเดียวกับที่นาชะพูด แล้วเพ่งมองแผนที่ ทันใดนั้นแผนที่สลายตัวหายไป ทายาททั้งหมดต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“ผ่านด่านเข้าไปแล้วเจอแต่น้ำตก ไม่เห็นมีเส้นทางบอกว่าจะไปที่ไหนอีก”

“นาฬิกาคิดว่าแผนที่จะบอกเราเองว่าควรไปทางไหนเมื่อเราผ่านด่านได้ เหมือนอย่างตอนนี้ไงคะพี่เอก”

ณัชชายิ้มพอใจที่ทายาทเริ่มคิดเริ่มใช้ความสามารถ...เอกภพเดินเข้ามาลูบศีรษะน้องสาว

“เด็กๆไปพักกันเอาแรงไว้ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางแต่เช้า”

“เราแวบไปหรือว่าทำให้เรือเหาะไปไม่ได้เหรอครับ” บีมตั้งคำถามขึ้นมา...ปิงปอง นาฬิกา และไกรยุทธ์ต่างส่งเสียงอย่างเห็นด้วย แต่ทว่าโดนณัชชาเบรกจนเงียบจ๋อยอย่างสุดเซ็ง

“ทันทีที่เราใช้มนตร์หรือพลังออกไป เทพอาคินจะรู้ตำแหน่งของพวกเราทันที เราต้องเดินทางแบบมนุษย์เท่านั้น”

ในระหว่างคณะของณัชชาเดินทางตามแผนที่ไปอีกประตู ไกรยุทธ์และนาฬิกาได้พลัดหลงเข้าไปอีกยุคหนึ่ง และใช้พลังเทพโดยไม่รู้ตัวทำให้อาคินตามมาได้ แต่เอกภพและนาชะก็ตามมาช่วยไว้ทัน ส่วนพวกณัชชาก็ไม่น้อยหน้าต้องผจญภัยกับโจรป่านับสิบ กว่าจะหนีรอดมาสมทบกันได้ เล่นเอาทั้งเหนื่อยทั้งตกใจ

อาคินโกรธมากที่จับทายาททั้งสี่ไม่ได้จึงปล่อยลูกไฟสกัดพวกณัชชาไว้ ปาระนังเลยต้องพาทุกคนหนีเข้าไปหลบในถ้ำเพื่อความปลอดภัยแล้วหารือกันด้วยความแค้นใจในการกระทำของอาคิน

“เทพอาคินร้ายกาจมาก ทำทุกอย่างเพื่อขวางการเดินทางของเรา”

“ใช่แค่ร้ายกาจ แต่มันยังบ้าอำนาจอีกด้วย ถ้ามันยึดสวรรค์ได้ ทุกอย่างต้องพินาศแน่นอน”

“เราต้องหากุญแจให้พบ...ทำลายมันให้ได้”

“แต่ถ้าแบบนี้เราก็ไปไหนไม่ได้ จนกว่าลูกไฟจะหยุด”

“ผมว่า...เทพอาคินคงไม่มีแรงทำให้ลูกไฟตกได้ทั้งวันทั้งคืนหรอกน่า”

“ยังไงเราก็รอไม่ได้ ประตูด่านสุดท้ายมีรูปดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวอยู่ข้างบน แปลว่าแรม 15 ค่ำ”

“เรามีเวลาแค่วันเดียวเท่านั้น”

“มีทางเดียวทะลุถ้ำนี้ไป ในเมื่อมีทางเข้าก็ต้องมีทางออก” ณัชชาสรุปพลางหันมองสำรวจไปรอบๆ ก่อนจะนำขบวนเดินคลำทางไปตามลำแสงของไฟฉาย

“หวังว่าคงไม่มีหินยักษ์กลิ้งใส่เหมือนในหนังเรื่องอินเดียนน่าโจนส์นะ”

“หินยังไม่เท่าไหร่หรอกบีม อย่ามีตัวประหลาดก็แล้วกัน”

“ปิงปอง...ของแบบนี้เขาห้ามพูด” นาฬิกาทักท้วง

“ทุกคนเงียบ” เสียงเอกภพดังขึ้นมา ทุกคนหยุดกึกทันที กราดสายตาพร้อมสาดไฟฉายไปรอบๆ

ทันใดนั้น ร่างคล้ายมนุษย์ผ่านวูบไปพร้อมด้วยเสียงคำรามแล้วเงียบลง เอกภพสั่งอีกครั้งให้ทุกคนเข้ามารวมกัน ณัชชากับปาระนังก้าวออกมายืนเป็นแถวเดียวกับเอกภพ ให้นาชะและทายาทอยู่ทางด้านหลัง เอกภพตวัดปืนขึ้นประกบไฟฉายสาดไปทั่ว เช่นเดียวกับพวกทายาทที่ช่วยกันส่ายไฟฉายไปมา

ณัชชาตวัดปืนไปทางขวา เงาดำพุ่งเข้ามาพร้อมด้วยเสียงคำราม...เสียงปืนดังเปรี้ยง เงาดำกระเด็นลอยออกไป ทุกคนกราดไฟฉายไปที่พื้น แล้วต้องแตกตื่นเมื่อเห็นร่างสีดำเหมือนถ่านมีเศษผ้าปิดตัวขาดรุ่งริ่ง มือกุมที่หัวไหล่ใช้ขาถีบถอยตัวไปกับพื้น ในที่สุดสมาชิกของมันก็ออกมาลากหายเข้าไปในกลุ่ม

“พวกมันกำลังล้อมพวกเราอยู่” ณัชชาร้องบอก

ทุกคนสาดไฟฉายขึ้นเห็นเงาของพวกมันโผล่จากซอกหินทุกส่วนของถ้ำเต็มไปหมด พวกมันต่างยกมือป้องตาพลางส่งเสียงคำรามกันอื้ออึง

“อย่าบอกนะว่าเป็นพวกมนุษย์ถ้ำ”

“ปิงปอง...คราวหลังห้ามพูดอะไรทั้งนั้น”

“โทษที”

“เอาไงดีครับองค์หญิง เราคงไม่อยากฆ่าพวกนี้”

“เราจะไม่ทำอะไรจนกว่าพวกมันจะจู่โจม...นาชะนำทุกคนไป พวกเราจะคุมหลัง”

นาชะขยับตัวไปข้างหน้า พวกมันต่างถอยออกพร้อมเสียงคำรามกึกก้อง เอกภพขยับปืนในมือไปมาเช่นเดียวกับณัชชา ปาระนังสะบัดดาบแหลมในมือเตรียมพร้อมเช่นกัน

“ทุกคนตามนาชะมา”

ทายาททั้งสี่ก้าวตามนาชะโดยมีปาระนังคุมหลัง ส่วนณัชชากับเอกภพรั้งท้ายคุ้มกันให้อีกชั้น พอพวกมันฮือกันเข้ามา ทั้งคู่ก็สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง แต่มนุษย์ถ้ำก็ยังไม่ล่าถอย ไล่ตามไม่หยุดหย่อน
ณัชชากับเอกภพยิงสกัดพวกมนุษย์ถ้ำ ยิงพลางถอยพลาง ข้างหน้ามีร่างเรืองแสงของนาชะวิ่งนำทุกคนมา ทันใดนั้นนาชะได้ยินเสียงณัชชาดังขึ้น

“นาชะ รีบหน่อยก็ดี”

“เร็วเข้าพวกเราตามมา”

ทุกคนรีบวิ่งตามแต่แล้วต้องเบรกกึก เมื่อตรงหน้า เป็นทางขาดกว้างเกือบ 10 เมตร ไม่สามารถไปต่อได้ ทางด้านล่างเห็นเป็นสายสีแดงของน้ำลาวาที่ร้อนระอุ

“นาชะหาทางพาพวกทายาทไป...เราจะกลับไปช่วยต้านพวกมัน” ว่าแล้วปาระนังดีดตัวออกไป

นาฬิกาถามนาชะว่าเอายังไงดี ขณะที่ปิงปองก็ว่าพี่นาชะพาพวกเราหายตัวข้ามไปไม่ได้เหรอ

“ใช่แล้ว เทพอาคินจับพลังของพี่นาชะไม่ได้” บีมโพล่งขึ้นมาอย่างตื่นเต้น นาชะตอบกลับทันทีว่า

“ได้อยู่แล้วน่า...ทุกคนพร้อม”

ทางด้านหลัง...ณัชชากับเอกภพกราดยิงพวกมนุษย์ถ้ำล้มถอยไป ปาระนังวิ่งเข้ามาสมทบ ทำให้ณัชชาแปลกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ทางขาด...นาชะกำลังพาพวกนั้นข้ามไป เรามาช่วยต้านพวกมัน”

“องค์หญิงไม่ยอมให้คร่าชีวิต แค่ให้บาดเจ็บ พวกมันถึงไม่กลัวบุกเข้ามาไม่หยุด”

“บางครั้งก็จำเป็นนะเพคะองค์หญิง” พูดขาดคำ ปาระนังสะบัดมีดสั้นออกไปถูกพวกมันสองคนร้องลั่นกระเด็นหงายไปนิ่งสนิท

“เอาล่ะ ไปกันได้แล้ว เราจะปิดท้าย”

เอกภพทำตามที่ณัชชาบอกโดยมีปาระนังนำหน้า...ฝ่ายนาชะกำลังพาทายาททั้งสี่หายตัวข้ามไปอีกฝั่ง แล้วตะโกนเรียกเอกภพกับปาระนังให้รีบข้ามมา ปาระนังดีดตัวข้ามหุบเหวไปฝั่งโน้นอย่างง่ายดาย เสียงปืนดังสนั่นไล่หลังณัชชา มนุษย์ถ้ำตามติดเข้ามาประชิดจำนวนมาก เอกภพตัดสินใจยังไม่ข้ามไป หันกลับมาช่วยณัชชายิงพวกมัน

“ทำไมคุณยังไม่ไปอีก”

“ผมรอองค์หญิง”

“นาชะรีบไปรับพี่เอกเร็วเข้า” นาฬิกาเร่ง

“เดี๋ยวก่อน พวกมันล้อมไว้หมดแล้ว...องค์หญิงระวัง”

ปาระนังตะโกนพร้อมกับสะบัดมือปล่อยมีดสั้นสีเงินปลิวออกไปนับสิบ ถูกพวกมนุษย์ถ้ำล้มลงระนาว ทำให้พวกมันชะงักไม่กล้าเข้าใกล้

“ทีนี้ไปได้หรือยัง”

เอกภพยิ้มรับ คว้ามือณัชชาดึงตัวเข้ามากอดกันไว้ก่อนลอยข้ามไปอีกฝั่ง ใบหน้าทั้งสองชิดใกล้แทบหายใจรดกัน

“เชื่อเลยพี่เรา...” นาฬิกาพึมพำด้วยรอยยิ้ม

ณัชชากับเอกภพสบตากันลอยอยู่กลางอากาศข้ามมารวมกลุ่มกับทุกคนที่รออยู่ จากนั้นพากันเดินออกจากถ้ำเห็นท้องฟ้าสว่างสดใส

“จริงอย่างพี่ณัชชาบอก มีทางออกจริงๆ”

“ไม่มีลูกไฟตกแล้ว”

“โธ่เอ๊ย...อาคิน นึกว่าจะมีพลังซักแค่ไหน”

นาฬิกา ปิงปอง และบีมพูดแล้วยิ้มแย้มให้กัน ตีมือกันด้วยความดีใจ

“มีหมู่บ้านอยู่ข้างหน้า”

ทั้งหมดหันมองตามเสียงณัชชาแล้วเดินตามกันไปอย่างระมัดระวัง...เอกภพอยู่หน้าสุดยกมือขึ้นให้ทุกคนหยุดยืนรวมกลุ่มและพูดอย่างมั่นใจว่า

“มีความเคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้า มีคนราวสิบคนขึ้นไป”

“นาชะไปดูก่อนดีกว่า” นาชะหายแวบไป...อึดใจเดียวก็แวบกลับมาบอกว่ามีโจรกลุ่มหนึ่งกำลังคุมตัวชาวบ้านอยู่

“ฝากปาระนังระวังทุกคนอยู่ที่นี่ก่อน ฉันกับผู้กองจะเข้าไปดู”

“ได้เพคะองค์หญิง”

“นาชะอยู่ช่วยท่านด้วย มีอะไรให้รีบไปรายงาน”

“เพคะองค์หญิง”

ณัชชายิ้มพอใจเดินออกไปพร้อมเอกภพ ทุกคนที่เหลือมองตามอย่างลุ้นๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:22 น.