ตอนที่ 7
เจ๊จี่หอย มะปราง และอินทรแยกย้ายกันแจกรูปแสงหล้าให้นักข่าวช่วยเผยแพร่
ฟ้าใสเดินนำจ๊ะจ๋าออกมาเห็นเข้า จึงเข้ามาดูแคลนกับเจ๊จี่หอยว่า ให้ไปตามหาที่ตะเข็บชายแดนหรือไม่ก็ย่านหญิงกลางคืนปลดระวาง จนเกิดมีปากเสียงกัน จ๊ะจ๋า
รีบช่วยฟ้าใสเล่นงานเจ๊จี่หอย มะปรางเดินกลับมาเห็นเข้าพอดี เธอจำจ๊ะจ๋าได้ เพราะเป็นเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่ชั้นประถมถึงมัธยมจึงร้องทัก แต่จ๊ะจ๋าปฏิเสธว่าไม่รู้จัก แล้วรีบเดินตามฟ้าใสออกไป
มะปรางเป็นงงบ่นกับเจ๊จี่หอยว่า ทำไมจ๊ะจ๋าถึงจำเธอไม่ได้ เจ๊ยุให้มะปรางเลิกคบกับจ๊ะจ๋าเพราะใครที่อยู่กับฟ้าใสต้องเลวทุกคน
มะปรางไม่อยากเชื่อ และอดสงสัยไม่ได้ว่า จ๊ะจ๋าทำแบบนี้ทำไม
ด้านอิทธิหลังจากเคลียร์กับฟ้าใสเรียบร้อยแล้ว ก็ตามรุ้งระวีกับทูนอินทร์มาในห้อง รุ้งระวีต่อว่าชายหนุ่มเรื่องไม่บอกเธอล่วงหน้าว่าต้องขึ้นคอนเสิร์ตพร้อมฟ้าใส อิทธิ
อ้างว่า เขาจะบอกอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่ได้จังหวะและอีกอย่างมันก็เป็นความต้องการของผู้จัดด้วย
“อย่าโกหกดีกว่า ผมไปสืบดูแล้ว ทางผู้จัดไม่ได้คิดเอง แต่ทางคุณกับเสี่ยดำรงเป็นคนเสนอให้ มีแผนอะไรรึเปล่า” ทูนอินทร์โพล่งออกมา
“นายคิดว่าอะไรล่ะ”
“คุณรู้อยู่ว่าฟ้าใสเป็นอดีตแฟนเก่าของผม ดึงฟ้าใสเข้ามาเพื่อป่วนทั้งผมทั้งรุ้งรึเปล่า”
“เฮ้ย...คนอย่างนายฉันไม่จำเป็นต้องป่วนให้ยุ่งยาก นายมันไอ้กระจอก ไม่อยู่ในสายตาฉันหรอกว่ะ”
“เหรอครับ งั้นไอ้กระจอกคนนี้มันก็ทำให้คุณพลาดมาแล้ว
นี่ไงครับในที่สุดผมก็เอารูปแม่รุ้งมาออกสื่อจนได้ คุณทำอะไรได้ไหมล่ะ” ทูนอินทร์ยิ้มเย้ย
อิทธิขบกรามแน่น เดินไปถีบโต๊ะดังโครม รูปแม่รุ้งที่อยู่ข้างบนตกแตกกระจายลงพื้น
รุ้งถอนใจเดินเข้าไปเก็บรูปแม่ขึ้นมา ทูนอินทร์เข้ามาช่วย หญิงสาวหันมาเปรย
“ฉันรู้แล้วละ นายอิทธิปลอมประวัติฉันแบบนี้ เพื่อบังคับไม่ให้ฉันตามหาแม่ ให้ฉันลืมแม่เสีย”
“ใช่ เขาต้องการครอบครองคุณไว้คนเดียว ไม่ต้องการให้คนอื่นมายุ่งเกี่ยวไง”
รุ้งระวีน้ำตาคลอหันไปมองเจ๊จี่หอยที่เดินบ่นเรื่องฟ้าใสมากับมะปรางและอินทร รุ้งระวีถามเจ๊ไปโดนอะไรมาอีก เจ๊อึกอักไม่อยากบอก แต่รุ้งระวีคาดคั้นให้พูดออกมา
“อย่าเสียอารมณ์เลยนะ มันว่าแม่รุ้งเป็นคุณโส เพราะคุณโสเท่านั้นถึงทิ้งลูก”
ooooooo
งานแถลงข่าวจบลง ผู้คนเริ่มทยอยกันกลับ แสงหล้ารอจนคนออกไปหมดแล้ว จึงออกมาจากที่ซ่อนและพบรูปตัวเองตกอยู่ที่พื้น นางพึมพำว่า แค่รู้ว่าลูกยังคิดถึงอยู่ก็ดีใจแล้ว ทันใดนั้นเอง คำรณก็ปรากฏตัวขึ้น เขาตรงเข้ากระชากไหล่ของแสงหล้าพร้อมชักมีดออกมาขู่ไม่ให้ส่งเสียง จากนั้นก็ลากแสงหล้าออกไปทางบันไดหนีไฟ
เวลาเดียวกันนั้น รุ้งระวีนั่งปรับทุกข์กับทูนอินทร์ถึงเรื่องแม่เพราะข้องใจว่า ทำไมแม่ถึงไม่ติดต่อเธออีกเลย หรือว่าแม่จะเป็นอย่างที่ฟ้าใสว่าจริงๆ
“รุ้ง พอเถอะ อย่าใส่ใจเรื่องที่ฟ้าใสพูดเลย” ทูนอินทร์ปลอบใจ
“แล้วทำไมละคะ ทำไมแม่ไม่ติดต่อฉันเลย ฉันหาเหตุผลไม่ได้” รุ้งระวีต้องการคำอธิบาย
ทูนอินทร์ได้แต่นั่งอึ้งพูดไม่ออก
ส่วนแสงหล้าที่ถูกเอ่ยถึง นางโดนคำรณเหวี่ยงร่างไปปะทะผนัง แล้วเอามีดขู่
“ทีข้าชวนมาหาลูก เอ็งดันทำเล่นตัว มาตอนนี้ดัน
มาหาลูกเสียเองไงวะ แล้วทำไมไม่แสดงตัวออกมาว่าเอ็งเป็นแม่มัน”
“ฉันทำไม่ได้ ฉันให้ลูกมันรู้ไม่ได้หรอกว่ามีแม่ที่ในอดีตเคยมีอาชีพน่ารังเกียจ”
“อ้อ เจียมตัวดีนี่ ก็ดีแล้วที่ลูกมันไม่รู้ว่าแม่มันเคยขายตัวมาก่อน”
“ก็เพราะเอ็งนั่นแหละที่บังคับข้าให้ต้องขายตัว ไอ้แมงดา”
คำรณตบหน้าแสงหล้าฉาดใหญ่ พลางบอกว่า นั่นเป็นการถอนทุนคืน
“กูขาดทุนเพราะมึงไปตั้งเท่าไหร่แล้ว ดีนะ ที่พอกูออกจากคุก ก็ตามเจอตัวมึงเข้าพอดี”
แสงหล้าร้องไห้โฮนึกอดีตอันขมขื่น เมื่อครั้งถูกคำรณตามตัวจนพบและบังคับให้ขายตัว เพราะโกรธแค้นที่นางส่งรุ้งระวีหนีไปอยู่เมืองนอก ทำให้นางต้องหันไปดื่มเหล้าเพื่อดับความทุกข์ในใจและติดมันในที่สุด
“แกทำลายชีวิตข้าจนพินาศป่นปี้ขนาดนี้ นี่ยังจะตามมาจองล้างจองผลาญข้ากับลูกข้าอีกเหรอ” แสงหล้าน้ำตานอง
“ช่วยไม่ได้ ลูกเอ็งมันกำลังจะเป็นบ่อเงินบ่อทองให้ข้า ตอนนี้ข้าเข้ามาทำงานในบริษัทเดียวกับมันแล้ว”
“ฉันไหว้ละ อย่าไปยุ่งกับรุ้งมันเลย จะให้ฉันทำอะไรก็บอกมา”
“ทำอย่างที่แกทำนี่แหละดีที่สุดแล้ว แกอย่ามาให้ลูกเห็นหน้าอีก หนีไปไกลๆถ้าแกไม่เชื่อ ข้าไม่รับประกันความปลอดภัยชีวิตนังรุ้ง เข้าใจไหม” คำรณเงื้อมีดขู่
แสงหล้าพยักหน้าจำนน คำรณแสยะยิ้มก่อนจะแยกไป ปล่อยให้แสงหล้าทรุดลงกับบันไดร้องไห้
ooooooo
งานคอนเสิร์ตมาถึง รุ้งระวีนั่งแต่งตัวอยู่หลังเวทีมีเจ๊จี่หอยกับมะปรางคอยดูแล ส่วนเจ๊จวงนั่งแต่งตัวให้จุ๊บแจงอยู่อีกมุม ทั้งสองแอบกระซิบกระซาบกันแล้วส่งยิ้มเย้ยมาทางรุ้งระวี
เจ๊จี่หอยหันไปเห็น แต่ยังไม่ทันเอ่ยอะไร เจ๊จวงกับจุ๊บแจงก็เดินเข้ามาถากถางรุ้งระวี เรื่องที่โดนฟ้าใสแฉกลางเวที แล้วนำรูปของแสงหล้าที่แอบถ่ายไว้มาเปิดให้ดู
“ไปเอารูปนี้มาจากไหน” รุ้งระวีลุกพรวด
“ไม่เห็นยากเลย ก็รูปที่วางไว้บนหัวนอนบ้านแกไง ฉันถ่ายมาแล้วเรียบร้อย” จุ๊บแจงหัวเราะร่วน
“ฉลาดนะ ตัดรูปตัวเองวัยเด็กออก เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าอยู่กับแม่จนเจ็ดแปดขวบ หลักฐานนี่แหละที่ฉันจะเอาไปประจานให้ทุกคนรู้ หรือไม่ก็เอาไปให้ยายฟ้าใสมันดู ดีไหมแจง” เจ๊จวงหันมาหาลูกคู่
“ลบรูปทิ้งซะ เธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้”
“มีซี พวกหลอกลวงแฟนเพลงน่ะ มันสมควรถูกเปิดโปง ไปแจงไปหายายฟ้าใสกันดีกว่า จากนังฟ้าใสเราจะไปหานักข่าวกัน” เจ๊จวงกับจุ๊บแจงจะเดินออกไป
รุ้งระวีสั่งให้เจ๊จี่หอยกับมะปรางเข้ารุมเจ๊จวงกับจุ๊บแจง เพื่อแย่งมือถือมาลบรูปทิ้ง ทั้งหมดเข้ากอดกันชุลมุน ก่อนกลิ้งล้มไปกับพื้น เจ๊จวงและจุ๊บแจงร้องกรี๊ดลั่น คำรณกับอินทรที่เดินผ่านมาได้ยินเสียงรีบเข้าไปดูหลังเวที เห็นห้าสาวกำลังตบตีกันพัลวัน
อินทรเข้าไปแยกเจ๊จี่หอยกับมะปรางออกจากจุ๊บแจง ส่วนคำรณเข้าไปช่วยเจ๊จวงที่โดนรุ้งระวีเล่นงาน เขากระชากร่างของรุ้งระวีให้ลุกขึ้นแล้วดันไปกระแทกผนัง
“ฤทธิ์เยอะนักนะแก” คำรณจ้องมองรุ้งอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
รุ้งระวีถึงกับตะลึงถึงภาพของพ่อเลี้ยงใจร้ายผุดขึ้นมา
“นายเป็นใครกันแน่” รุ้งระวีร้องถาม
คำรณไม่ตอบแต่ส่งยิ้มชั่วร้าย
“ปล่อยฉันนะ” รุ้งระวีดิ้นรน
อิทธิเข้ามาถึงพอดี เขาสั่งให้นายคำรณปล่อยรุ้งระวี ทุกคนแยกย้ายจากกัน อิทธิเปิดฉากสอบสวน
รุ้งระวีบอกว่า ที่เธอต้องลงมือก็เพราะต้องการภาพแม่จากมือถือเจ๊จวง แต่เจ๊จวงไม่ยอมให้ อิทธิจึงสั่งให้
เจ๊จวงเอามือถือมาดู เมื่อเห็นภาพของรุ้งระวีกับแม่ก็ซักต่อว่าไปถ่ายมาได้ไง
“บอกไปซี ว่าแกแอบบุกไปที่บ้านรุ้ง ไปถ่ายมา” เจ๊จี่หอยตอบแทน
เจ๊จวงกับจุ๊บแจงหน้าเชิดไม่พูดอะไร
รุ้งระวีฟ้องว่า ทั้งสองขู่ว่าจะเอารูปไปให้ฟ้าใสอีกด้วย
“ถ้าเอาไปให้จริง ฉันถือว่าทรยศบริษัท ฉันจะไล่ออกทั้งคู่ แล้วมือถือนี่ไม่ต้องขอคืน ฉันจะเอาไปทำลายซะ” อิทธิออกจากห้องไป
“จำไว้นะนังฝรั่ง ศึกครั้งนี้มันใหญ่หลวงนัก” เจ๊จวงทิ้งท้ายแล้วเดินนำจุ๊บแจงกับคำรณออกไป
รุ้งระวีทรุดลงนั่งบ่นกับเจ๊จี่หอยว่า เธอจะไม่ไหวแล้ว เจ๊จี่หอยปลอบว่า ให้อดทน รุ้งระวีถอนใจถามหาทูนอินทร์กับอินทร
“อยู่ข้างนอกครับ ดีแล้วละครับที่พี่ทูนไม่อยู่ เกิดพี่ทูนเห็นรูปในมือถือ มีหวังความแตกแน่ เพราะในรูปนั่นคือแหม่มจ๋า”
“ลมชัก จริงด้วย ให้คุณทูนเห็นไม่ได้เลยนะ รู้เลยว่ารุ้งคือแหม่มจ๋า” เจ๊จี่หอยนึกได้
“เฮ้อ ฉันต้องอยู่ในโลกของความลวงไปอีกนานแค่ไหนเนี่ย” รุ้งระวีถอนใจอีกรอบ
มะปรางเห็นใจรุ้งระวีแต่ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร เธอเปลี่ยนเรื่องคุย ชวนรุ้งระวีมาแต่งตัวต่อ เพราะคอนเสิร์ตจะเริ่มแล้ว
รุ้งระวีลุกไปนั่งแต่งตัวที่หน้ากระจก พยายามสงบสติ
กับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น
ooooooo
หน้าทางเข้าคอนเสิร์ต แสงหล้าแต่งตัวในชุดที่ดีที่สุดยืนหลบมุมอยู่แถวทางเข้าด้วยความหวังริบหรี่ เพราะเงินที่จะซื้อบัตรถูกโส่ยแย่งไปหมดแล้ว
แต่สวรรค์ยังมีตาทำให้แสงหล้าแอบเห็นโส่ยพาสาวร่างกลมหน้าแป้นเดินมาที่หน้าทางเข้าและในมือของโส่ย มีบัตรคอนเสิร์ตอยู่ด้วย
แสงหล้ายิ้มได้ เมื่อเห็นสาวที่มากับโส่ยขอตัวไปห้องน้ำ แล้วโส่ยก็เผลอวางบัตรบนโต๊ะ เพื่อหยิบหวีกับกระจกมาส่องดูความหล่อ แสงหล้ากลั้นใจย่องเข้าไปคว้าบัตรแล้วเดินตัวปลิวเข้างานไป
โส่ยหันมาไม่เห็นบัตรก็โวยลั่น “บัตร เฮ้ย บัตรหาย หายไปไหนวะ เฮ้ย ใครขโมยบัตรข้าไป ทอมเอาถึงตายนะโว้ย”
แสงหล้าได้เข้าชมคอนเสิร์ตสมใจ และนักร้องที่ออกมาให้ความบันเทิงเป็นคู่แรกก็คือ จ๊ะจ๋ากับจุ๊บแจง ขณะที่ทุกคนสนุกสนานอยู่กับบทเพลงของสองสาว ฟ้าใสก็ให้คนไปตามทูนอินทร์มาพบ เพื่อเริ่มแผนการ
อิทธิที่รอโอกาสอยู่รีบไปใส่ไฟกับรุ้งระวีที่กำลังมองหาทูนอินทร์
“ถ้าจะหานายทูน เห็นเข้าไปคุยในห้องแต่งตัวฟ้าใสน่ะ ลองไปดูสิ คนที่เป็นอดีตของกันและกัน เขาจะคุยอะไรกันบ้าง”
รุ้งระวีหน้าเจื่อนตรงไปยังห้องแต่งตัวของฟ้าใส เธอมองผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มอยู่ เห็นฟ้าใสลุกมาออดอ้อนขอเริ่มต้นใหม่กับทูนอินทร์
“พี่ทูน...เชื่อฟ้าเถอะนะคะ ที่ฟ้าจากพี่ทูนไปก็เพราะฟ้าจะหาโอกาสให้เราทั้งสองคน เพราะทุกอย่างต้องใช้ทั้งเงิน ทั้งเส้นสาย ตอนนี้ฟ้าดังแล้ว เงินทองมากมายเส้นสายก็เพียบ ตอนนี้ฟ้าพร้อมที่จะออกมาจากค่ายเสี่ยดำรง เพื่อกลับมาหาพี่ แล้วเราจะสร้างฝันด้วยกัน”
“พูดให้ชัดๆ ฝันอะไร”
“ฟ้าจะสร้างค่ายเพลงของฟ้าขึ้นมา...ร่วมกับพี่ทูนไงคะ ฟ้าจะเป็นนายทุนให้พี่ทูนเองก็ได้ ฟ้าเป็นนักร้อง ส่วนพี่ก็แต่งเพลงให้ฟ้า เพลงของเราจะต้องฮิตระเบิดและเราจะต้องเป็นคู่รักนักร้องที่ดังที่สุดของวงการ”
“ทำไมไม่บอกพี่เสียแต่แรก ที่ฟ้าทำไปทั้งหมดเพื่อพี่ ทั้งนั้น”
“เข้าใจฟ้าแล้วใช่ไหม ดีใจเหลือเกินที่พี่เข้าใจ” ฟ้าใสโผเข้ากอดทูนแนบแน่น
“มีข้อเสนออะไรอีกไหม”
“เราจะกลับมาเป็นคู่รักกันอย่างเดิมไงคะ แล้วพี่ก็ลืมนังฝรั่งนั่นซะ” ฟ้าใสเลื่อนหน้าเข้ามาแล้วจูบปากทูนอินทร์ดูดดื่ม
รุ้งระวีตะลึงงัน เพราะทูนอินทร์ไม่ได้ผละออก แต่กลับโอบรอบเอวของฟ้าแล้วกอดแนบแน่น หญิงสาวทนดูต่อไปไม่ไหว รีบผละออกมาแล้วหามุมมืดหลบไปร้องไห้
อิทธิที่แอบตามมาส่งยิ้มสะใจ ที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
ส่วนทูนอินทร์ที่กอดฟ้าใสไว้แน่นและประทับจูบดูดดื่ม จู่ๆก็ชะงักแล้วผลักเธอออกอย่างรังเกียจ เขาพลิกตัวฟ้าใสไปที่หน้ากระจกเพื่อให้เธอดูตัวเอง
“ทำไม จะดูความสวยของฟ้างั้นเหรอ” ฟ้าใสยิ้มยั่ว
“เปล่า...จะให้ดูว่าจิตใจเธอมันน่าเกลียดน่าชังแค่ไหนต่างหาก เธอมันปลิ้นปล้อน หลอกลวง จนแยกไม่ออกแล้วว่าอะไรเป็นจริงอะไรเท็จ ดูตัวเองซี...มองเข้าไปในตาตัวเองด้วย เธอไม่ได้รักฉัน แม้แต่นิด เธอรักเพลงที่ฉันแต่งให้ต่างหาก ไง...เพลงใหม่ๆของเสี่ยดำรงชักไม่ไหวแล้วใช่ไหม เพราะไอ้เพลงที่ออกมาล่าสุดก็ไม่ฮิตเลยสักเพลง มีเพลงที่เธอขโมยฉันไป ของรักของหวง เพลงนี้เพลงเดียวเท่านั้นที่ฮิต ตอนนี้เธอก็เลยจะหันมาใช้ฉันเป็นเครื่องมือหากินอีกหน แต่อย่าหวังเลย บทเรียนเจ็บแสบที่เธอให้ฉันไว้ ฉันจำจนวันตาย ไม่มีวันที่ฉันจะเสียรู้เธออีก” ทูนอินทร์ผลักฟ้าใสหน้าคะมำไป สร้อยไข่มุกตกกระจาย
“ฝันไปเถอะนะที่เราจะกลับมาทำค่ายเพลงด้วยกัน เพราะคนที่ฉันจะทำเพลงด้วยมีคนเดียวเท่านั้นคือรุ้งระวี คนที่เขาเหนือกว่าเธอทุกด้าน ไม่ว่าความสามารถหรือจิตใจ” ทูนอินทร์เดินจากไป
ฟ้าใสน้ำตาร่วงมองตัวเองในกระจก สีหน้าเต็มไปด้วยความชิงชัง แล้วกรี๊ดออกมาอย่างสุดกลั้น
กลุ่มหางเครื่องที่แต่งตัวอยู่ในห้องข้างๆวิ่งเข้ามาพลางร้องถามว่า เกิดอะไรขึ้น แต่กลับโดนฟ้าใสปาแจกันใส่ พวกเธอ วิ่งหลบพลางเม้าท์กันว่า ฟ้าใสองค์ลงอีกแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น” จ๊ะจ๋าเข้ามาพอดี
“ไม่รู้ว่ะ แกเข้าไปดูเถอะ ชีคลั่งอีกแล้ว” หนึ่งในหางเครื่องบอก
จ๊ะจ๋าแง้มประตูเข้าไป เห็นฟ้าใสนั่งร้องไห้อยู่ที่พื้น เธอรีบเข้ามาประคอง
“พี่ฟ้า เป็นอะไร”
“ฮือ มันด่าพี่ มันดูถูกพี่สารพัด” ฟ้าใสฟูมฟาย
“ใคร ใครด่าพี่”
“ไม่มีอะไร แกไม่ต้องรู้หรอก” ฟ้าใสสูดลมหายใจเต็มๆ อาการคลั่งค่อยๆทุเลา สีหน้าแค้นขึ้นมาแทน เธอถามจ๊ะจ๋าว่า รุ้งระวีออกไปร้องเพลงหรือยัง
จ๊ะจ๋าว่าน่าจะถึงคิวแล้ว ฟ้าใสยิ้มร้าย เขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษ แล้วส่งให้จ๊ะจ๋าเอาไปให้หัวหน้าวงและกำชับให้ทำตามที่เขียนทุกอย่าง
จ๊ะจ๋าลังเล แต่สุดท้ายก็ต้องทำตาม เธอลุกเดิน ออกไป แต่เมื่อถึงหน้าประตู ก็ได้ยินฟ้าใสสั่งให้ตามพวกหางเครื่องมาพบด้วยเพราะมีงานให้ทำ
ooooooo
อินทรกับมะปรางลอบมองรุ้งระวีที่ยืนซึมอยู่ตรงทางขึ้นเวทีด้วยความเป็นห่วง สักพักทูนอินทร์ก็เดินมา อินทรร้องถามพี่ชายว่าไปไหนมา
“วุ่นวายอยู่แถวๆนี้แหละ รุ้งเป็นยังไง”
“ท่าทางซึมๆ ยังไงไม่รู้พี่ วันนี้คงเจอหลายเรื่อง หนักๆ ทั้งนั้น เมื่อกี้เห็นว่าร้องไห้เลยนะ”
ทูนอินทร์เดินเข้าไปหารุ้งระวี อินทรและมะปรางมองตาม และเห็นจ๊ะจ๋าวิ่งผ่านออกไปทางสแตนด์เวทีที่นักดนตรีกำลังเล่นกันอยู่
จ๊ะจ๋ายื่นกระดาษให้คนคุมวงและพูดอะไรกันบางอย่างก่อนที่จะกลับเข้ามา อินทร และมะปรางหันมามองหน้ากันนึกสังหรณ์ใจขึ้นมา
เวลาที่แสงหล้ารอคอยมาถึง รุ้งระวีที่สวยราวเทพธิดาเดินขึ้นมาบนเวทีด้วยมาดนางพญา เธอเริ่มร้องและเต้นไปกับหางเครื่องในเพลง ฝากจิ้มแจ่วไปแอลเอ แสงหล้ามอง ลูกสาวด้วยความปีติ นางค่อยๆหยิบพวงมาลัยเล็กๆที่ซื้อมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วเดินตรงไปหน้าเวทีเพื่อจะมอบให้ลูกสาว
ส่วนที่ข้างเวที อิทธิกำลังคุยอยู่กับฟ้าใสถึงแผนการของเธอ ที่ทำให้รุ้งระวีเข้าใจทูนอินทร์ผิดได้จริงๆ ฟ้าใสสีหน้าสลดลงเล็กน้อย เมื่อนึกถึงคำพูดที่ทูนอินทร์ปฏิเสธเธอ แต่ยังปากแข็ง
“บอกแล้วไงว่างานนี้ถ่านไฟเก่าคุขึ้นมาอีกแน่ๆ”
“เธอทำได้ดี แล้วควรจะมีบทบาทต่อไปให้รุ้งได้เห็นอีก”
“จัดให้ค่ะ” ฟ้าใสยิ้มรับ แล้วเดินไปหาทูนอินทร์ที่กำลังมองมาด้วยสายตาระแวง
“แหม...น่าปลื้มใจนะคะ ที่สาวรุ้งเรียกแขกได้
ขนาดนี้” ฟ้าใสเบียดร่างเข้ามาชิดทูนอินทร์
“ใช้คำดีๆหน่อย เรียกแขกน่ะเขาไว้ใช้กับพวกตามผับตามบาร์ แล้วขอร้องอย่าทำอย่างนี้ต่อหน้าคนอื่น มันไม่ดี” ทูนอินทร์ขยับตัวออก
“ทุกคนเขาจะได้รู้ไง ว่าเราเคยเป็นผัวเมียกันมาก่อน” ฟ้าใสตามนัวเนียไม่เลิก
“พูดไม่รู้เรื่องนะฟ้าใส เธอกับฉันคืออดีต อดีตที่น่าอายด้วย ปล่อย”
“แหม...มีรักครั้งใหม่เป็นนังรุ้ง ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัวขึ้นมาเชียว” ฟ้าใสหัวเราะเบาๆ
บนเวที รุ้งระวีร้องเพลงจบลง เธอโพสท่าสวยงามพร้อมหางเครื่อง คนดูปรบมือกราว บรรดาแม่ยกพ่อยกเตรียมพวงมาลัยจะยื่นให้
แสงหล้าพยายามแทรกร่างเพื่อไปยังหน้าเวที แต่ถูกแฟนเพลงเบียดจนพวงมาลัยหลุดจากมือ และมีคนเหยียบจนบี้แบนไปส่วนหนึ่ง แสงหล้าเก็บพวงมาลัยขึ้นมาแล้วพยายามเบียดคนเข้าไป และเมื่อถึงหน้าเวทีนางก็ถูกเบียดหน้าคะมำมาตรงจุดที่รุ้งระวีนั่งรับมาลัยจากแฟนๆอยู่พอดิบพอดี
“ระวังค่ะน้า” รุ้งระวีร้อง
แสงหล้าค่อยๆเงยหน้าขึ้นพบว่า รุ้งระวีกำลังยิ้มให้ตน นางตื้นตันใจ รีบไปยื่นเศษพวงมาลัยให้
รุ้งระวีพยายามมองหน้าแสงหล้า แต่แสงไฟแฟลชจากกล้องเข้าตาจนมองหน้าแสงหล้าไม่ชัด
“มันชํ้าหมดแล้ว คงไม่รังเกียจพวงมาลัยของ...แม่...นะลูก” แสงหล้าเสียงเครือ
รุ้งระวีรับพวงมาลัยมา เธอรู้สึกคุ้นกับเสียงนั้นเหลือเกิน “ไม่เลยค่ะ...ชํ้าแค่ไหนมันก็สดเสมอสำหรับรุ้ง ขอบคุณค่ะ” รุ้งระวียกมือไหว้
“ดีใจเหลือเกินที่แม่ได้เจอลูก” แสงหล้าพูดต่อ
รุ้งระวีรู้สึกทันทีว่าคือเสียงแม่ เธอร้องเรียกแม่ จังหวะนั้นเองแฟนเพลงก็เข้ามาเบียดแสงหล้าเซหายไปในฝูงชน
“แม่” รุ้งระวีมองหา แต่ไม่เห็นเสียแล้ว
เหล่าหางเครื่องเข้ามาประคองรุ้งระวีกลับเข้าหลังเวทีเพื่อเปลี่ยนชุด ฟ้าใสที่รอโอกาสอยู่รีบแกล้งเซเข้าไปซบทูนอินทร์เพื่อให้รุ้งระวีลงมาเห็นและเข้าใจทูนอินทร์ผิดอีก แต่เจ๊จี่หอยกับมะปรางรู้ทันจึงช่วยแก้ตัวแทนทูนอินทร์และตอกกลับฟ้าใสจนหน้าชา
ooooooo
รุ้งระวีกลับขึ้นไปบนเวทีอีกครั้งในบทเพลง ผู้บ่าวข้าวจี่ เธอโชว์การแสดงแบบอีสานได้อย่างงดงาม คนดูกรี๊ดลั่น แสงหล้าส่งยิ้มชื่นชม
แต่เมื่อถึงกลางเพลง ฟ้าใส จ๊ะจ๋า และเหล่าหางเครื่องก็หันมาพยักหน้าให้กัน แล้วทั้งหมดก็ออกไปยืนรอที่ทางขึ้นเวที
ทูนอินทร์ เจ๊จี่หอย อินทร และมะปรางมองอย่างสงสัย แล้วอย่างที่ไม่มีใครคาด จู่ๆเพลงผู้บ่าวข้าวจี่ของรุ้งระวีก็เปลี่ยนเป็นเพลงของรักของหวงของฟ้าใสทันที
กลุ่มหางเครื่องต่างชะงักเต้นไม่ออก ฟ้าใสและสาวหางเครื่องออกมาประกบพวกรุ้งระวีแล้วฟ้าใสก็คว้าไมค์จากรุ้งระวีไป
ขณะรุ้งระวีหันหลังจะเดินกลับหลังเวที แต่หางเครื่องของฟ้าใสเข้าประกบและแอบเอาปิ่นมาจี้เอวบังคับให้รุ้งระวีเต้นเป็นหางเครื่องให้ฟ้าใส
รุ้งระวีจำต้องทำตาม คนดูที่ยังงงๆ เข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง แต่อิทธิรู้ว่าไม่ใช่ เขาปราดเข้ามาถามทูนอินทร์
“มันเรื่องอะไรกัน เมียนายทำอะไรรุ้ง”
“ไม่ใช่เมียผม เธอกำลังบังคับให้รุ่งเต้นเป็นหางเครื่องให้เธอ” ทูนอินทร์สวน
“บ้าแล้ว มันคิดจะทำลายกันกลางเวทีเลยเหรอ บอกนักดนตรีเลิกเล่นเดี๋ยวนี้ แล้วเรียกตัวกลับมาให้หมด” อิทธิสั่ง
ทูนอินทร์ไม่ยอมเพราะกลัวรุ้งระวีจะเสียภาพลักษณ์ เขาสั่งให้เจ๊จี่หอยไปหาชุดหางเครื่องชายมาให้เขากับอินทรเพื่อขึ้นไปช่วยรุ้งระวีบนเวที จ๊ะจ๋าที่แอบฟังอยู่คิดหาทางขัดขวางสุดฤทธิ์
แต่โชคไม่ดีที่ปรางมาเห็นเข้าพอดี เธอชวนเจ๊จี่หอยตามไปเล่นงานจ๊ะจ๋า จนไม่สามารถช่วยอะไรฟ้าใสได้
ส่วนทูนอินทร์กับอินทรในชุดหางเครื่องชายก็ตามไปช่วยรุ้งระวีจากบรรดาหางเครื่องของฟ้าใสได้สำเร็จ จากนั้นทั้งสองก็เข้าประกบฟ้าใสแล้วจี้บังคับให้เธอเต้นเป็นหางเครื่องให้รุ้งระวีเพื่อเอาคืน
“มันต้องอย่างนั้น สมน้ำหน้านังตัวมาร” อิทธิพอใจเมื่อเห็นรุ้งระวีเป็นฝ่ายชนะ แล้วเจ๊จี่หอยกับมะปรางก็ลากตัวจ๊ะจ๋าเข้ามาพลางฟ้องว่า ทั้งสองร่วมมือกันกลั่นแกล้งรุ้งระวี
“เธอก็เป็นนักร้องของค่ายนะ ทำอย่างนี้ไม่กลัวอนาคตดับวูบรึไง เรื่องฟ้าใสแกล้งรุ้งคราวนี้ ฉันรายงานเสี่ยดำรงแน่ เธอก็จะโดนด้วย” อิทธิตำหนิ
“อุ๊ย...คุณอิทธิอย่ารายงานเลยนะคะ หนูโดนไล่ออกแน่ๆ ที่จริงหนูก็ไม่อยากทำหรอกค่ะ แต่พี่ฟ้าเขาบังคับหนู” จ๊ะจ๋าร้องไห้โฮ
“อย่าไปเชื่อค่ะ แม่นี่ขี้โกหก ขนาดหนูเป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี ยังว่าไม่รู้จัก” มะปรางสวน
จ๊ะจ๋าหน้าเจื่อนเถียงไม่ออก อิทธิไม่ยอมรับฟังอะไรอีก เขากดมือถือหาเสี่ยดำรงและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
เสี่ยดำรงส่งยิ้มเย็นยะเยือกรับปากจะจัดการฟ้าใสให้เอง ส่วนเฉลาที่นั่งฟังอยู่ด้วยส่งยิ้มสะใจ
การแสดงบนเวทีจบลง ทูนอินทร์กับอินทรลากตัวฟ้าใสลงมา อิทธิที่รออยู่รีบบอกฟ้าใสว่า เสี่ยดำรงรู้เรื่องหมดแล้ว เขาโทร.ไปบอก
“ทำไม นึกว่าฉันกลัวเหรอ ฉันก็บอกได้เหมือนกันว่าพวกนายเล่นงานฉันแบบหมาหมู่ด้วย”
“ทั้งหมดนั่นฉันก็รายงานเสี่ยไปแล้วเหมือนกัน นอกจากเสี่ยจะบอกขอโทษฉันแล้ว เสี่ยยังขอบคุณที่ฉันให้บทเรียนเธอด้วย”
“อะไรนะ เสี่ยไม่เอาเรื่องที่พวกนายแกล้งฉันเหรอ”
“ถ้าเสี่ยเขาจะเอาเรื่อง เขาก็เอาเรื่องเธอนั่นแหละ”
“นึกว่าจะเชื่อเหรอ ฉันคือนักร้องที่ทำเงินให้เสี่ยได้มากที่สุดนะ”
“อ้อ ที่เขาเรียกตัวเงินตัวทอง” เจ๊จี่หอยเสริม
“อ้อ เล่นรุมกันเป็นทีม ฉันจะล้างแค้นพวกแกเป็นรายหัวเลยคอยดู”
“นายทูน ฉันว่านายพาเมียนายออกไปได้แล้ว เอาไปทิ้งป่าช้าไหนก็ได้”
“เอาอย่างที่มัดตราสังด้วยก็ดีนะคะ วิญญาณจะได้ไม่ออกมาอาละวาดผู้คน”
“กรี๊ด อีนัง” ฟ้าใสจะเข้ามาตบเจ๊จี่หอย แต่เจ๊จี่หอยกางฝ่ามือพร้อมสู้เต็มที่
“ยังบ้าไม่พออีกเหรอ กลับไปได้แล้ว ทรช่วยลากไปที” ทูนอินทร์กับอินทรช่วยกันดึงฟ้าใสออกไป จ๊ะจ๋ารีบตามติด
“เจอนางมารร้ายในละครมาเยอะแล้วนะคะ ความเลวไม่ได้ครึ่งของนังนี่ เรยาเรียกพี่เลยค่ะ” เจ๊จี่หอยถอนใจ
ooooooo
สองพี่น้องอินสรวงลากฟ้าใสเข้ามาสงบสติอารมณ์ในห้องแต่งตัว แต่เธอยังอาละวาดไม่เลิก
“คอยดูนะ ฟ้าจะให้ข่าวนักข่าวทุกสำนักเรื่องที่คุณเล่นชู้กับนังรุ้งทั้งๆที่นังรุ้งมันชอบพออยู่กับนายอิทธิ”
“อย่ามาแตะต้องรุ้งนะ”
“แหม...เป็นนางฟ้านางสวรรค์เหรอถึงแตะต้องไม่ได้”
“ใช่ รุ้งเป็นนางฟ้า เธอนะมันนางนรก” ทูนอินทร์จะเดินหนี
“เอาซี้...อยากได้มันเป็นแฟนก็เอาเลย แต่อย่าคิดนะว่าจะได้เป็นผัวเมียกัน วันไหนที่แต่งงาน ฉันจะเอาทะเบียนสมรสของเรามาแฉกลางงานเลย”
“ไม่ต้องห่วงหรอกเรื่องนั้น ฉันกำลังยื่นเรื่องหย่ากับศาลแล้ว ถึงไม่ต้องเซ็นใบหย่า ฉันก็เป็นอิสระจากเธอได้” ทูนอินทร์และอินทรออกจากห้องไป
ฟ้าใสกรี๊ดลั่น จ๊ะจ๋าเข้ามาปลอบใจ
“นึกไม่ออกจริงๆ ว่าฉันเคยรักผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง” ทูนอินทร์หันมาบอกน้องชาย
“ตอนนั้นเธอยังแกล้งทำตัวเป็นนางบุญอยู่นี่ครับ ไม่ใช่นางมารอย่างตอนนี้” อินทรตอบ แล้วหันไปมองมะปรางที่เดินเข้ามา
ทูนอินทร์ยักไหล่ให้น้องชายแล้วเดินแยกไปอีกทาง
“เป็นอย่างไรบ้างค่ะ กรี๊ดไม่เลิกเลย” มะปรางเข้ามาถามอินทร
“ปล่อยไปเถอะครับ มีอะไรรึเปล่า” อินทรเห็นสีหน้ามะปรางไม่ดีนัก
มะปรางได้ยินเสียงเอะอะในห้อง ก็นึกห่วงจ๊ะจ๋าจึงชวนอินทรเข้าไปดู เป็นจังหวะเดียวกับที่จ๊ะจ๋าพยายามจะห้ามไม่ให้ฟ้าใสทำลายข้าวของ จึงโดนฟ้าใสตบหน้าเข้าฉาดใหญ่ และจะตามมาซ้ำ
มะปรางกับอินทรรีบเข้าไปช่วยจ๊ะจ๋าออกมา เธอสารภาพว่า ที่ต้องทำเป็นจำมะปรางไม่ได้ก็เพราะฟ้าใสสั่ง
“แล้วเธอก็ต้องทำตามคำสั่งด้วยเหรอ”
“พี่ฟ้ามีบุญคุณกับฉันนะ ได้เข้ามาเป็นนักร้องค่ายเสี่ยดำรง ก็พี่ฟ้านี่แหละที่ช่วยสนับสนุน”
“แต่เขาก็ให้เธอรับใช้เขาเหมือนคนใช้ทั้งๆที่เธอเป็นนักร้อง”
“ไม่เป็นไรหรอก ก่อนเป็นนักร้อง ฉันก็เป็นคนใช้อยู่แล้ว”
“เป็นคนใช้ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ทำไมยอมให้เขาตบตี”
“ฉันไม่มีทางเลือกนักหรอก”
“แสดงว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกใช่ไหมที่ยายบ้านั่นทำร้ายแก”
จ๊ะจ๋าไม่กล้าตอบ เธอรีบขอตัวอ้างว่า ฟ้าใสจะกลับกรุงเทพฯคืนนี้ ต้องรีบกลับไปจัดของ แล้วรีบเดินออกไป ทิ้งให้มะปรางกับอินทรมองตามอย่างงงๆ
คอนเสิร์ตจบลง แฟนเพลงกำลังทยอยออกจากโถง รุ้งระวีถือพวงมาลัยของแสงหล้าแอบออกมายืนมองหาแม่ ทูนอินทร์ออกมาดุ
“รุ้ง มาทำอะไรตรงนี้ เกิดใครจำได้ขึ้นมา เข้ามารุมรุ้งละแย่เลย”
“ไม่กลัวหรอกค่ะ เพราะทุกครั้งที่ฉันไม่ปลอดภัย คุณต้องเป็นฮีโร่มาช่วยฉันทุกที เหมือนเมื่อกี้ไง”
“นั่นฟ้าใสคนเดียวนี่ครับ แต่ถ้าแฟนเพลงเป็นร้อย ฮีโร่คนนี้คงรับมือไม่ไหวเหมือนกัน แล้ว...มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ละครับ”
“รุ้งมองหาคนที่ให้พวงมาลัยพวงนี้ค่ะ เขาเรียกตัวเองว่า...แม่”
“พวกแม่ยกเรียกตัวเองว่าแม่ทั้งนั้นละครับ”
“แต่...คุ้นเสียง เหมือนเสียงแม่มาก”
“รุ้งกำลังจะบอกว่าแม่มาดูรุ้งในคอนเสิร์ตงั้นเหรอ”
“เป็นไปได้ไหมคะ แล้วทำไมแม่ไม่มาหารุ้งแสดงตัวกับรุ้ง” รุ้งระวีหน้าสลด เพราะไม่รู้ตัวว่าแสงหล้าแอบมองเธออยู่ที่มุมลับตา
เจ๊จี่หอยเดินมาตามรุ้งระวีบอกว่า มีนักข่าวขอสัมภาษณ์ รุ้งระวีจำต้องพักเรื่องแม่ไว้ก่อน เธอเดินกลับเข้าไปด้านในกับเจ๊จี่หอย สวนกับทีมงานคนหนึ่งที่เดินออกมาขอนามบัตรทูนอินทร์ เพราะอยากร่วมงานกับเขาอีก ทูนอินทร์ส่งนามบัตรให้สองสามใบแล้วเดินตามรุ้งระวีเข้าไปข้างใน
แสงหล้าออกมาจากมุมมืด นางร้องเรียกทีมงาน
“น้อง...ป้าขอดูนามบัตรผู้ชายคนเมื่อกี้หน่อยได้ไหม อยากรู้ว่าเขาชื่ออะไร”
“ได้ป้า เอาไปเลย เขาให้มาหลายใบ” ทีมงานส่งนามบัตรให้แล้วเดินแยกไป
แสงหล้าดูนามบัตรแล้วพึมพำกับตัวเองอย่างสุขใจ
“ทูนอินทร์ อินสรวง เขาคงเป็นแฟนลูก คอยช่วยลูกตลอดเลยท่าทางเป็นคนดีนะ”
ooooooo
ทูนอินทร์ รุ้งระวี อินทร มะปราง และเจ๊จี่หอย กำลังปาร์ตี้กันอยู่ในห้องเป็นที่สนุกสนาน สักพักรุ้ง-ระวีก็เดินออกมาสูดอากาศที่ระเบียง สีหน้ายังหมกมุ่นกับเรื่องที่ผ่านมา
“รุ้งยังคิดถึงแม่อยู่เหรอครับ” ทูนอินทร์ตามออกมาคุยด้วย
“วันนี้มีเรื่องหลายเรื่องให้ต้องคิดค่ะ”
“อะไรบ้าง”
“ตอนที่มีเรื่องกับยายแจงกับเจ๊จวง นายคำเข้ามาดึงฉันออกมา...แล้วพูดข่มขู่ฉัน แวบนึง ฉันรู้สึกว่าฉันคุ้นกับน้ำเสียง สีหน้าของเขา เหมือนเคยเห็น เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนแน่ๆ”
“ใช่ รุ้งเคยบอกว่าเคยเห็นนายคำ แต่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะรุ้งไม่ได้อยู่เมืองไทยนี่”
“หรือตั้งแต่สมัยเด็ก นายคำอาจจะเป็น...พ่อเลี้ยงฉัน”
“พ่อเลี้ยงที่ทำร้ายรุ้งกับแม่น่ะเหรอ แล้วจำได้ไหมว่าเขาชื่ออะไร”
“ลืมไปหมดแล้วค่ะ”
“ไม่เป็นไร ผมจะคอยระวังนายคนนี้ให้ดี แล้วจะลองสืบประวัติดู”
“ทูนคะตอนที่ฉันมีเรื่องกับยายแจง ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหน” รุ้งระวีซบลงที่ไหล่ชายหนุ่ม
“เออ...คือ ผมกำลังเตรียมกับช่างกล้องอยู่ที่หน้าเวทีน่ะครับ มีอะไรเหรอ”
“เปล่าค่ะ ถามดู เพราะตอนนั้นอยากจะเล่าเรื่องนายคำ แต่คุณไม่อยู่พอดี...มีอีกเรื่องที่อยากรู้ ทำไมคุณยังไม่หย่าจากฟ้าใสละคะ”
“เขาไม่ยอมหย่าครับ ผมว่าจะยื่นเรื่องกับศาลอยู่”
รุ้งระวีพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินกลับเข้าไปหาเจ๊จี่หอยที่ร้องเรียกให้มาดูข่าวงานคอนเสิร์ตในทีวี
วันรุ่งขึ้น เสี่ยดำรงสั่งให้ฟ้าใสกับจ๊ะจ๋ามาพบที่บ้าน ฟ้าใสทำกระเง้ากระงอดบอกว่าไม่อยากมา เพราะไม่มีใครให้ความเคารพนับถือเธอเลย
“อย่าไปถือสาเลย จะถามเรื่องคอนเสิร์ตที่โคราช เห็นว่ามีคดีกับนายอิทธิกับรุ้งระวี เล่ามาซิเรื่องราวมันเป็นยังไง” เสี่ยดำรงสั่งนิ่งๆ
ฟ้าใสหน้าเจื่อนไปนิด แล้วรีบบีบน้ำตาแต่งเรื่องหลอกเสี่ยดำรงว่า ที่เธอทำไปทั้งหมดก็เพื่อปกป้องตัวเอง เพราะอิทธิกลั่นแกล้งเธอก่อน เล่นเอาจ๊ะจ๋าถึงกับอึ้ง แล้วก็อึ้งหนักขึ้นเมื่อเสี่ยดำรงหันมาถาม
“จริงรึเปล่า จ๊ะจ๋า”
“จะ...จริงค่ะ” จ๊ะจ๋าตอบออกไปแต่ไม่ยอมสบตาเสี่ย
เสี่ยดำรงพยักหน้าลูบหัวฟ้าใสอย่างเอ็นดู ฟ้าใสแอบยิ้มอย่างย่ามใจ
เวลาเดียวกันนั้น อิทธิก็เรียกรุ้งระวีมาต่อว่าเรื่องข่าวบันเทิงในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่พากันลงว่าทูนอินทร์คือคนรู้ใจของเธอ
“แล้วทำไมคะ”
“นี่ไม่ได้แคร์เลยเหรอว่ามันเสียชื่อเสียง เราประกาศตัวแล้วว่าเรารักกัน มีโครงการแต่งงานกันในอนาคต แล้วรุ้งไปคบกับไอ้ทูนแบบนี้ ผมจะไปแก้ตัวกับสื่อว่ายังไง”
“ไม่ต้องแก้ บอกไปเลยค่ะว่าคุณกับรุ้งจบความสัมพันธ์กันแล้ว และรุ้งกำลังสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับคุณทูน เพราะรุ้งรักเขา”
“แล้วผมล่ะ ผมที่ทุ่มเททุกอย่างให้คุณ”
“จริงเหรอคะ ที่คุณทุ่มเท มันคือผลประโยชน์คุณทั้งนั้น จริงใจหน่อยซีคะ อย่าให้ฉันจับโกหกคุณได้ อีกอย่างเรื่องการตามหาแม่ของฉันไง”
“ผมตามหาแม่คุณอยู่จริงๆ”
“ไม่จริง คุณถนัดนักกับการสร้างเรื่องเท็จ เอาละ ฉันมีเรื่องจริงที่บอกให้คุณรู้ จบจากคอนเสิร์ตที่สระบุรีฉันจะจบสัญญากับคุณเท่านี้ เพราะฉันจะไปเซ็นสัญญากับบริษัทเพลงคุณทูนกับพี่เมธ และจะเป็นศิลปินคนแรกของเขา”
“คุณกำลังทรยศผม ถ้ากล้าไปจากผม ผมฟ้องคุณแน่”
“แหม...ลืมความจริงไปอีกเรื่องแล้วนะคะ ฉันยังเก็บคลิปที่คุณข่มขืนฉันไว้นะ ปล่อยให้ลูกขุนในศาลดูคงสนุกพิลึก”
“นึกเหรอว่าเจ้าทูนมันรักคุณจริง มันยังตัดใจจากยายฟ้าไม่ได้หรอก”
“คุณรู้ได้ยังไง”
“ยายฟ้าบอกผม นายทูนกับยายฟ้าเห็นทะเลาะกันอย่างนั้น แต่ต่างฝ่ายต่างก็ยังติดใจรสสวาทของกันและกันอยู่ แถมยังรื้อฟื้นกันอยู่บ่อยๆด้วย”
“อย่าหูเบานักเลยค่ะ แล้วก็หัดอยู่ในโลกของความจริงบ้าง” รุ้งระวีทำเข้มแข็งลุกเดินหนีออกไป
อิทธิหัวเสียปัดหนังสือพิมพ์กระเด็นไป คมที่รออยู่หน้าห้องเข้ามาถามนายว่า จะให้จัดการอย่างไร
“จับตาดูไอ้ทูนเอาไว้ ถ้ามันจะคว้าชิ้นเนื้อฉันไป ได้เจอดีแน่” อิทธิยิ้มเหี้ยม
ooooooo
ด้านฟ้าใส เธอเข้าใจว่าเสี่ยดำรงเชื่อคำโกหกของเธอสนิทใจ เพราะนอกจากเสี่ยจะสั่งไม่ลงโทษเธอแล้ว ยังใจดีมอบสร้อยข้อมือประดับเพชรให้เป็นของขวัญอีกด้วย
“ลองใส่ดูเลยไหม ไปดูกระจกห้องโน้นเลย” เสี่ยดำรงชี้ไปที่ห้องๆหนึ่ง
“ค่ะ ค่ะ” ฟ้าใสคว้าสร้อยเพชรไปกับจ๊ะจ๋า
เสี่ยดำรงคลายยิ้มลงสีหน้ากลายเป็นเย็นชา เพราะถึงเวลาแล้วที่ฟ้าใสต้องได้รับบทเรียนเสียบ้าง และคนที่จะให้บทเรียนกับฟ้าใสก็คือเฉลา เมียเอกของเสี่ยนั่นเอง
เฉลาอุ้มหมาตัวเล็กเดินเข้ามาหาฟ้าใสในห้องพร้อมกับสาวใช้ และบังคับให้จ๊ะจ๋าถอดสร้อยข้อมือมาคืน แต่ฟ้าใสไม่ยอมให้จึงโดนสาวใช้ตบสั่งสอนตามคำสั่งของเฉลา
ฟ้าใสสิ้นฤทธิ์ยอมคืนสร้อยในที่สุด แต่เธอยังปากดีทวงถามความเป็นธรรม
“ป๋าให้ฉัน แกมาแย่งไปทำไม นังแก่”
“แน่ใจเหรอว่าป๋าเขาให้แกจริงน่ะ” เฉลาพูดเป็นนัย
ฟ้าใสชะงัก มองเฉลาอย่างงุนงงในคำพูด เธอวิ่งกลับไปหาเสี่ยดำรง
“ป๋า...เถ้าแก่เนี้ยมาแย่งสร้อยฟ้าไป เหมือนคราวสร้อยคอเลย ป๋าต้องจัดการนะคะ”
“จัดการไม่ได้หรอก เพราะเมียฉันเขาอยากได้สร้อยของเธอ เขาอยากได้ก็ต้องให้เขา”
“หมายความว่ายังไงป๋า แล้วป๋าเอามาให้หนูทำไม”
“ให้เธอจำไว้เป็นบทเรียนไง ว่าสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของน่ะ มันอาจอยู่กับเธอแค่ชั่วครู่เท่านั้น”
“ฟ้าไม่เข้าใจ”
“การที่เธอเป็นนักร้องดังประจำค่าย ไม่ได้หมายความว่าเธอมีสิทธิ์ทำอะไรตามใจชอบ เธอต้องทำตามกฎที่ฉันสั่งเท่านั้น ที่เธอเที่ยวไประรานชาวบ้านเขามันไม่ใช่วิสัยที่ศิลปินคุณภาพของค่ายฉันพึงกระทำ”
“ป๋า ฟ้าอธิบายแล้วไงว่าฟ้าถูกรังแกก่อน”
“เฮ้อ...ริจะโกหกน่ะ มันต้องแนบเนียนหน่อยนะหนู”
ฟ้าใสอึ้งไป เธอตัดสินใจใช้ไม้ตายเข้ากอดอ้อนเสี่ยดำรง
“ป๋า ป๋าไม่รักฟ้าแล้วเหรอ ถึงทำร้ายฟ้าได้ขนาดนี้”
“รักซี ยังรักอยู่ เพราะรักนี่ไงถึงต้องดัดนิสัย” เสี่ยดำรงดึงแขนของฟ้าออกไปอย่างละมุนละม่อม เมื่อเห็นเฉลาอุ้มหมาออกมา พร้อมกับสาวใช้
“เอ้า เถ้าแก่เนี้ยเขามาแล้วคงมีอะไรอบรมเธออีกเยอะ” ดำรงเดินออกจากห้องไป
ฟ้าใสยืนมึนน้ำตานองหน้า ส่วนจ๊ะจ๋ายืนตัวสั่น
“นี่เป็นอีกบทลงโทษนึงที่แกต้องจดจำไว้ อย่าเที่ยวแย่งของมีค่าของชาวบ้าน ไม่งั้นแกก็ต้องถูกแย่งกลับคืนแบบนี้ อ้อ ที่จริงสร้อยราคาเท่านี้ ฉันไม่ไว้ใส่เองหรอกนะ เสียมือฉัน นี่...ฉันไว้ให้น้องบาร์บี้ของฉันใส่” เฉลาเปิดผ้าที่พันคอหมาออก เผยให้เห็นว่าสร้อยเส้นนั้นอยู่บนคอของมัน
ทั้งฟ้าใสและจ๊ะจ๋าต่างตะลึง
“น้องบาร์บี้ ชอบไหมคะ ได้ใส่สร้อยราคาเป็นแสนๆ ไป...ไปอวดพี่ๆเขาดีกว่านะ” เฉลาเดินกรีดกรายพาน้องหมาออกไปจากห้อง
ฟ้าใสพยายามคุมสติเพราะสาวใช้ตัวแสบจ้องมองอยู่ เธอหันไปหยิบกระเป๋าถือจะเดินออก แต่เกิดอาการพะอืดพะอมต้องวิ่งเข้าห้องนํ้า จ๊ะจ๋ารีบวิ่งตามไปดูแล
ฟ้าใสอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง จ๊ะจ๋าเข้ามาลูบหลังให้พลางปลอบใจ
“มันทำร้ายฉัน มันทำร้ายฉันทั้งผัวทั้งเมีย” ฟ้าใสร้องไห้คร่ำครวญดูน่าเวทนา
ooooooo
ทูนอินทร์กลับมาที่ไร่อินทร์สรวง เขาเริ่มแต่งเพลงใหม่ไว้รอรุ้งระวีที่กำลังจะหมดสัญญากับอิทธิส้มป่อยนำอาหารกลางวันมาให้เจ้านาย จึงได้ยินชายหนุ่มนั่งฮัมทำนองเพลงอยู่ในเพิงแสงจันทร์
“เด้อ นางเดอ เด้อ นาง เดอ...เด้อ เด้อ นางเด้อ ลิงติง ลิงติง ลิงติง เซิ้งลำซิ่งให้ใจมันโล่ง เอ...แล้วยังไงต่อดีน้า” ทูนอินทร์ครุ่นคิด
“ต่อด้วย ลั้น ค่ะ นายขา ลั้น ที่แปลว่าอาหารกลางวันนะค่ะ วันนี้มีต้มยำปลากะพง กำลังร้อนๆเลยค่ะ” ส้มป่อยนำเสนอ
“ยังไม่หิว คิดเพลงไม่ออกยังไม่อยากกิน ลิงติง ลิงติง ลิงติง เซิ้งลำซิ่งใจมันโล่ง เอ...แล้วยังไงต่อดีน้า”
“ก็ต้องต่อด้วย ลงต่ง ลงโต๋ ลงต่ง ซีคะ”
“อะไรของแกส้มป่อย แกคิดอะไรของแก”
“ก็เพลงที่นายแต่งมันเป็นเพลงลำซิ่ง มันก็ต้องเป็นเสียงซึง เสียงแคนม่วนหลายนะคะ ลิงติง ลิงติ๊ง ลิงติ่ง ลงต่ง ลงโต๋ ลงต่ง อีกอย่างเพลงนี้นายร้องถึงผู้หญิงที่นายเลิฟใช่ไหมล่ะ”
“เอ๊ะ ช่างรู้ ช่าย...ฉันแต่งให้สาวคนรักน่ะ”
“ฮิฮิ อย่างนี้สาวคนรักเขาต้องร้องตอบว่า เด้อ อ้ายเด่อ เด้อ อ้ายเด่อเด้อ เด้อ อ้าย เดอ”
“แกจะให้สาวร้องตอบฉันด้วยเหรอ”
“ก็ต้องอย่างนั้นซีคะ เพลงนี้ต้องร้องโต้ตอบกัน ถึงจะแซบหลาย พูดเรื่องแซบ นายทานต้มยำก่อนเถอะค่ะ แล้วค่อยแต่งลำซิ่งต่อ สมองจะได้แล่นนะคะ”
ส้มป่อยจัดสำรับให้ ทูนอินทร์มองอาหารในถาดแล้วลองซดต้มยำดู
“อืมม์ แซบหลายจริงๆ”
“งั้น หนูไปนะคะ” ส้มป่อยขยับจะเดิน
ทูนอินทร์เรียกให้อยู่ช่วยแต่งเพลงต่อ เด็กหญิงว่า ภาระเยอะ เพราะวันๆเต็มด้วย อิ เวร
“หา...อะไร อิ...เวร”
“ก็งาน อิเวรที่พี่อั้ม พี่ชม พี่แอน เขาชอบไปออกรับทรัพย์อื้อซ่าไงคะ”
“อ้อ อีเวนต์ งานโชว์ตัว”
“นั่นละค่ะ” ส้มป่อยเดินฮัมเพลงท่อน ลิงติง ลิงติง และลงต่ง ลงต่งจากไป
ทูนหัวเราะขำแล้วซดต้มยำต่อ “อร่อยแฮะ กินต้มยำแล้วค่อยแต่งลำซิ่งต่อ” พลันไอเดียก็บรรเจิด
“งั้นเพลงนี้ ก็น่าจะชื่อ ต้มยำลำซิ่ง ฮ่วย นังส้มโว้ย ขอบใจมาก แกน่ารักมาก เลิฟยู คัก คัก โว้ย” ทูนอินทร์ตะโกนข้ามทุ่งแล้วแต่งเพลงต่ออย่างเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ
เวลาเดียวกันนั้น ที่ห้องอาหารในบริษัทอิทธิซาวด์
ขวัญข้าว อาชา เจ๊จวง และจุ๊บแจง รวมทีมนั่งเม้าท์รุ้งระวีว่าชอบแย่งสามีชาวบ้าน รุ้งระวีเข้ามาได้ยินพอดี เธอเดินไปที่ห้องนํ้าแล้วลากสายยางออกมาฉีดนํ้าล้างปากเน่าๆของพวกเจ๊จวง
ทั้งหมดกรีดร้อง อาชาพยายามจะลุกเข้าไปจัดการกับรุ้งระวี แต่อินทรเข้ามาขวางแล้วชกโครมเต็มหน้าอาชา ส่วนมะปรางกับเจ๊จี่หอยเข้ารุมเอาชามลาบกับส้มตำโปะลงบนหัวขวัญข้าว เจ๊จวง และจุ๊บแจง
ooooooo
ที่โคราช แสงหล้านำซีดีเพลงของรุ้งระวีที่แอบขโมยมาจากโส่ยมาให้ลุงที่อยู่เพิงข้างๆ ช่วยเปิดให้ฟัง ลุงถามแสงหล้าว่า เดี๋ยวนี้ไม่กินเหล้าแล้วหรือ
“เลิกหมดแล้วพี่ ตอนนี้ทำงานรับจ้างทุกอย่าง เก็บเงินอย่างเดียว จะเอาไปหาลูกน่ะ” แสงหล้ายิ้มอย่างมีความสุข แล้วพลันชะงักเพราะเหลือบไปเห็นคำรณยืนคุยกับคนเก็บขยะนายหนึ่ง
สักพักคนเก็บขยะก็ชี้มาที่ตึกร้างที่แสงหล้าพักอยู่ นางตกตะลึงเมื่อเห็นคำรณเดินมาที่ตึกร้าง จึงสั่งลุงปิดเพลงแล้วเอาผ้ามาคลุมปิดหน้าปิดตาก่อนลุกตามคำรณไป คำรณมาที่ที่พักของแสงหล้าและตรงเข้ารื้อค้นข้าวของ เห็นมีรูปถ่ายของรุ้งระวีและแสงหล้าที่เก่าจนลายเป็นสีแดงอยู่ในกล่อง
“นี่ละ หลักฐานชั้นดีเลย ฮ่ะฮ่ะ” คำรณเก็บรูปทั้งหมดใส่ถุงย่าม แล้วกวาดตามองไปรอบๆ ก็พบถ้วยรางวัลของแหม่มจ๋าที่ขึ้นสนิมวางอยู่ที่มุมห้อง
“ดีมากนังแสง ที่แกยังเก็บข้าวของของนังรุ้งไว้” คำรณเก็บถ้วยรางวัลลงย่ามอีก
“เอาของข้าคืนมานะ แกจะเอาพวกนี้ไปทำไม” แสงหล้าที่ซุ่มดูอยู่วิ่งเข้ามาพร้อมกับท่อนไม้
คำรณหันมาขู่ว่า ถ้าแสงหล้าไปยุ่งเกี่ยวรุ้งระวีอีก จะไม่รับประกันความปลอดภัยของรุ้งระวี
“ถ้าแกทำอะไรลูกข้า แกตาย เอาของของข้าคืนมา” แสงหล้าจะเข้าฟาดคำรณ แต่คำรณเข้ากระชากไม้จากมือของแสงหล้าโยนลงพื้นแล้วเหวี่ยงนางล้มลงไป แล้วก้มลงเก็บถ้วยรางวัล
จังหวะนั้นแสงหล้าหยิบไม้ที่หล่นพื้นขึ้นมา แล้วฟาดไปที่หัวของคำรณอย่างแรง คำรณเซไปนั่งทรุดกับพื้น แสงหล้าแย่งถุงจากคำรณแล้ววิ่งหนีออกไป
“อีแสง มึง” คำรณวิ่งตามออกมาแต่แสงหล้าหายไปแล้ว
“มึงตายแน่อีแสง” คำรณหันกลับไปในห้อง เห็นถ้วยรางวัลขึ้นสนิมยังตกอยู่ เขาหยิบมันขึ้นมาพลางบอกกับตัวเอง “อย่างน้อยก็เหลือของนังรุ้งให้ข้าละวะ เท่านี้ก็พอแล้ว”
ooooooo










