ตอนที่ 11
อิทธิพารุ้งระวีมานั่งเก้าอี้สนาม ถนอมยืนหลบมุมมองทั้งคู่อยู่อย่างใจจดใจจ่อ เขาได้ยินอิทธิถามรุ้งระวี
“ตกลงนายทูนของคุณนี่ยังไงกันแน่ สวีตกับ
ยายฟ้าใสเสียขนาดนั้น”
รุ้งระวีส่ายหน้าไม่อยากรับรู้อะไร แต่อิทธิรีบใส่ไฟ
“งั้นเรื่องนายทูนที่ผมทราบมา ก็ไม่น่าจะผิดความจริง”
“เรื่องอะไรคะ”
“ฟ้าใสกับคุณตรงสเปกนายทูน สวย เก่ง ร้องเพลงเพราะเหมือนกัน คุณคือตัวแทนของฟ้าใส เขาจีบคุณไว้เป็นตัวสำรองเวลาที่เขาไม่มีฟ้าใสไงล่ะ”
“แต่เขาบอกฉันว่าเขาเกลียดเธอ”
“บทบาทน่ะสิครับ ให้ทุกคนเห็นว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายหลายใจ ยายฟ้าเล่นบทตามตื๊อ นายทูนทำเป็นเย็นชาไม่สนใจ แต่ที่ไหนได้ลับหลังผู้คนกอดจูบหลับนอนกันยิ่งกว่าผัวเมีย”
“พอเถอะค่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันจะกลับเดี๋ยวนี้” รุ้งระวีเดินหนี
อิทธิหันมาพยักหน้าให้ถนอมก่อนตามรุ้งระวีไป ถนอมหยิบมือถือมาเตรียมพร้อม แล้วตามหลังทั้งคู่ไปห่างๆ
ส่วนในร้าน อาต้อยเชิญฟ้าใสขึ้นไปกล่าวแสดงความยินดีบนเวที สาวเจ้าเดินส่งยิ้มหวานมาแต่ไกล แต่เมื่อผ่านหน้าจ๊ะจ๋าที่ยืนอยู่กับอินทรก็หยุดตวาด
“ว่าไง ยายจ๋า ใครอนุญาตให้แกมา เดี๋ยวต้อง คุยกัน”
จ๊ะจ๋าหน้าเสีย อินทรเห็นใจพาเธอกลับไปในห้องหลังร้าน
ด้านรุ้งระวี เธอตัดสินใจจะกลับกรุงเทพฯ แต่อิทธิตามมาดึงตัวไว้ แล้วถือโอกาสกอดเธออย่างแนบแน่น เพื่อให้ถนอมถ่ายภาพเก็บไว้
รุ้งระวีรู้สึกตัวรีบผละออกมา อิทธิเชยคางดึงรุ้งระวี มามองหน้าบอกกับเธอว่า ยังกลับไม่ได้ เพราะนี่เป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของทูนอินทร์
รุ้งระวีน้ำตานองส่ายหน้าไม่อยากรับรู้อะไรอีก
“เถอะครับ ผมว่างานนี้รุ้งจะได้ตาสว่างเสียที กลับไปที่งานเถอะ” อิทธิพารุ้งกลับไป
ถนอมรีบหลบออกไปรอรับฟ้าใสเพราะหมดหน้าที่แล้ว
อิทธิพารุ้งระวีกลับมาที่หน้างาน แล้วให้เธอดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านกระจกหน้าต่างร้าน รุ้งระวีมองเข้าไปเห็นฟ้าใสโผเข้ากอดแสดงความยินดีกับทูนอินทร์ที่ยืนคุย อยู่กับเมธ พี่แดง อาต้อย นักข่าวกรูเข้ามาถ่ายภาพ
ทูนอินทร์ฝืนตัวไว้ด้วยความอึดอัดใจเป็นที่สุด รีบเอ่ยถามฟ้าใส
“จริงเหรอ ที่เสี่ยดำรงให้เธอมา” ทูนอินทร์ผลักฟ้าใสออกไป
“จริงซีคะ เสี่ยเขาไม่กีดกันคนรุ่นใหม่หรอกค่ะ”
“ไม่กีดกันงั้นเหรอ แล้วที่ขโมยผลงานคนอื่นไปเป็นของตัวมันยิ่งกว่ากีดกันอีกนะ กลับไปบอกเสี่ยเธอ ว่าค่ายเพลงของฉันตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นคู่แข่งกับดำรงมิวสิกโดยเฉพาะ”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นคุณทูนพูดกับเจ้าตัวโดยตรงเลยดีกว่า” ฟ้าใสกดเบอร์ถึงดำรง
เมธกับเจ๊จี่หอยห้ามไม่ให้ทูนอินทร์คุยกับเสี่ย เพราะกลัวจะมีเรื่องกันอีก แต่ทูนอินทร์กลับยืนกรานจะพูดทุกอย่างตามที่คิด แล้วรับมือถือมาจากฟ้าใส
“กล้ามากนะที่นายส่งฟ้าใสมางานฉัน ไง...จะขโมยผลงานฉันอีกใช่ไหมไอ้ขี้ขโมย” ทูนอินทร์ตะคอกใส่
ดำรงรับฟังนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เมธเข้ามาดึงมือถือจากทูนอินทร์ไปคุยเอง แล้วส่งทูนอินทร์ไปให้พี่แดงและอาต้อยอบรม
“เสี่ยดำรงเหรอครับ ผมสุเมธครับ ขอโทษ น้องผมมันวู่วามไปหน่อย”
“ไม่เป็นไร ผมไม่ถือ แต่บอกก่อนว่าที่ส่งฟ้าใสไปงานน่ะ ไม่ได้คิดอะไรอย่างที่น้องคุณกล่าวหา แค่ไปเป็นกำลังใจและให้เกียรติงานของคุณเท่านั้น น้องคุณไม่น่าอคติขนาดนั้น ผมอุตส่าห์บอกฟ้าใสให้เตรียมเพลงไปร้องอวยพรให้พวกคุณสักเพลงสองเพลง”
“อ๋อ ต้องเชิญให้ร้องอยู่แล้วครับ”
“ได้...ขอให้ค่ายเพลงของคุณประสบความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไปนะ”
“ขอบคุณครับ ครับ สวัสดี” เมธเลิกสาย ส่งมือถือให้ฟ้าใส
“ป๋าบอกเรื่องที่ฟ้าจะร้องเพลงรึเปล่าคะ ฟ้าพร้อมแล้วค่ะ” ฟ้าใสเสนอตัว
ooooooo
เมธและทูนอินทร์มองหน้ากันอย่างอึดอัด แต่จำต้องให้พี่แดงประกาศเชิญฟ้าใสขึ้นไปร้องเพลงฟ้าใสฉีกยิ้มหวานอ้อนให้ ทูนอินทร์ขึ้นไปร้องเพลงด้วย
“ผมไม่ขึ้นไปนะครับ” ทูนอินทร์จะออกจากงาน
อาต้อยรีบรั้งตัวไว้ “ทูน นักข่าวมากันทั้งงานนะ อย่าให้เป็นข่าวเสียหายกับค่ายเพลงเราเลย”
“ตามน้ำหน่อยเถอะว่ะทูน ก็แค่ร้องคู่กันเพลงเดียว” เมธขอร้อง
“นี่ผมต้องตามน้ำไปอีกกี่ครั้งครับพี่”
“คืนนี้ คืนเดียวเท่านั้นละทูน น่า...ทำเพื่อบริษัทเรา”
ทูนอินทร์กลั้นใจเดินไปที่เวทีร้องเพลงร่วมกับฟ้าใส
อิทธิที่มองอยู่ด้านนอกรีบใส่ไฟ “ว่าแล้วไหมล่ะ ร้องเพลงคู่กันจนได้”
“แต่คุณทูนท่าทางไม่อยากร้อง” รุ้งระวีแก้ตัวแทน
“บอกแล้วไงว่านั่นคือ บทบาท” อิทธิย้ำ
รุ้งระวีอึ้งพูดไม่ออก
บนเวที ทูนอินทร์กระซิบถามฟ้าใสว่าจะร้องเพลง อะไร เพราะถ้าเป็นเพลงของเธอเขาร้องไม่ได้
“เพลงนี้พี่ทูนต้องร้องได้แน่ๆ ค่ะ เพราะเป็นเพลงที่พี่ทูนแต่งเอง” ฟ้าใสส่งยิ้มเย้ย แล้วให้สัญญาณนักดนตรีก็ขึ้นเพลงสะพานรุ้งทันที
เมธ เจ๊จี่หอย พี่แดง และต้อยมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ส่วนรุ้งระวีนิ่งงันรู้สึกชาไปทั้งตัว
“สะพานรุ้ง กล้าดียังไงมาร้องเพลงนี้ ฉันจะร้องเพลงนี้กับรุ้งเท่านั้น” ทูนอินทร์จะเดินหนี
“ก็ไม่เห็นมานี่คะ ร้องกับฟ้าเถอะ ฟ้าเสียงเพราะกว่ายายรุ้งตั้งเยอะ” ฟ้าใสดึงตัวไว้
ทูนอินทร์มองไปที่เมธ เห็นเขาพยักหน้าให้เล่นไปตามเกม ก็ยอมตัดใจร้องเพลงสะพานรุ้งออกไปอย่าง
ไร้อารมณ์ ผิดกับฟ้าใสที่ร้องโต้ตอบอย่างได้อารมณ์สุดๆ แถมยังอิงซบไหล่ทูนอินทร์โชว์ความหวาน
“คุณทูน นี่คือเพลงของเราไม่ใช่หรือ” รุ้งระวีน้ำตาอาบแก้มมองฟ้าใสอิงแอบอยู่กับทูนอินทร์ด้วยความเจ็บช้ำ แล้วตัดใจถอยออกไปจากมุมนั้น อิทธิมองตามส่งยิ้มร่าสะใจ
รุ่งระวีหลบมานั่งร้องไห้ในสวน แสงหล้าออกมาพบพอดี นางหยิบแว่นตามาสวมเพื่ออำพรางใบหน้าแล้วรวบรวมความกล้าเข้าไปทักลูกสาว
“คุณคะ เป็นอะไรรึเปล่า ไม่เข้าไปในงานเหรอคะ”
“ไม่ค่ะ”
“รับเครื่องดื่มไหมคะ เดี๋ยว...ฉัน...ไปเอามาให้”
“ไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ ฉันกำลังจะไปแล้ว”
“ไปไหนคะคุณ คุณทูนเขารอคุณอยู่นะ”
“ป้ารู้เหรอว่าฉันเป็นใคร” รุ้งระวีหันมามองแสงหล้า
“รู้สิคะ คุณรุ้งระวี” แสงหล้ารีบถอยเข้าในเงา
“บอกเขาด้วย...ว่าคืนนี้ฉันไม่ร่วมงาน ไม่ค่อยสบาย” รุ้งระวีลุกขึ้นแล้วแยกไป
“โธ่รุ้ง อย่าเพิ่งไปลูก” แสงหล้าร้องอยู่ในใจ
รุ้งระวีเดินผ่านหน้าร้านอีกครั้ง เธอเห็นทูนอินทร์และฟ้าใสเพิ่งร้องเพลงจบ แขกปรบมือกราวนักข่าวแซวให้หอมแก้มกันด้วย ฟ้าใสรีบตอบรับดึงทูนอินทร์มาหอมแก้ม รุ้งระวีเห็นแล้วก็ยิ่งแน่ใจว่า ทูนยังรักฟ้าใสอยู่ และเธอถูกหลอกอย่างที่ฟ้าใสและอิทธิพูดจริงๆ จึงเดินหนีออกไป
เป็นเวลาเดียวกับที่ทูนอินทร์สุดทนกับพฤติกรรมของฟ้าใส เขาเดินหนีเข้าห้องทำงาน ฟ้าใสมองตามอย่างสะใจ เจ๊จี่หอยหันมาบ่นกันกับเมธ
“มันมาป่วนงานเราอีกแล้ว ดีนะที่รุ้งไม่มา ไม่งั้นเห็นภาพบาดใจแน่ๆ” ขาดคำอิทธิก็เดินเข้ามาในงานด้วยสีหน้าแช่มชื่น
ฟ้าใสเข้าไปไหว้อิทธิอย่างอ่อนช้อย และกระซิบกัน
“เป็นยังไง มาทันเห็นซีนร้องเพลงคู่รึเปล่า”
“เห็นตั้งแต่ที่นายทูนมารับช่อดอกไม้จากเธอแล้ว ปล่อยโฮเลยละ แผนนี้ได้ผลเกินคาด”
“จะได้ผลกว่านี้ถ้าเรามีแผนสอง แผนสามต่อเนื่องไม่ให้ขาดตอน”
“แน่นอนอยู่แล้ว” อิทธิแสยะยิ้มแล้วหันไปทักทายเมธที่เดินมาพร้อมกับเจ๊จี่หอย
“ยินดีด้วยนะเมธ ได้เป็นเสี่ยเจ้าของกิจการเสียที มีอะไรให้ช่วยก็บอก”
“ขอบคุณครับ ผมก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยก็แล้วกัน”
“คุณอิทมาด้วย ไม่บอกกันก่อนเลย” เจ๊จี่หอยต่อว่า
“เพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี่เอง”
“เพลง สะพานรุ้ง ฟ้าร้องเพราะพอกับรุ้งไหมคะ พี่เมธ” ฟ้าใสตอกย้ำ
เมธเจื่อนไปแต่เจ๊จี่หอยรีบสวนแทน
“เวลาเธอร้องเพลงของคนอื่น หรือขโมยเพลงคนอื่นเขามาร้องน่ะ มันเพราะเสมอละจ๊ะ เพราะต้องทำจริตให้มันเกินต้นฉบับ แต่โทษนะสำหรับบางคนที่เขารู้กำพืด เขาว่าดัดจริตเกิน จนกลายเป็นเฟกตัวแม่”
“คุณอิทคะ เตือนลูกน้องหน่อยนะคะ เวลาพูดอย่าแลบลิ้นออกมามากนัก เพราะลิ้นสองแฉกน่ะ มันเสียกับภาพพจน์บริษัท” ฟ้าใสสะบัดหน้าเดินหนีไป
“ต๊าย...มันว่าหอยเป็น...อาเอี้ย โธ่...นังดวก นังปลวกเน่า รมณ์เสีย”
“มาไม่บอกกันก่อนละครับ จะได้ให้ขึ้นไปเป็นเกียรติบนเวที” เมธเปลี่ยนเรื่อง
“อย่าเลยเพราะผมไม่ได้มาอย่างเป็นทางการ แค่พารุ้งมาส่งจากในเมืองน่ะ”
“หา...รุ้งมาแล้วเหรอคะ ตอนนี้อยู่ไหน” เจ๊จี่หอยมองหา
“นั่นสิ หายไปไหนไม่รู้” อิทธิยิ้มกริ่มแล้วแยกไปทักทายกับพี่แดงและอาต้อย
เมธกับเจ๊จี่หอยมองหน้ากันกลัวว่า รุ้งระวีจะเข้าใจผิดที่เห็นทูนอินทร์ขึ้นไปร้องเพลงสะพานรุ้งกับฟ้าใส
ooooooo
ทูนอินทร์นั่งถอนใจอยู่ในห้องทำงาน เขาเปิดลิ้นชักหยิบกล่องแหวนออกมาเปิด ในนั้นมีแหวนเพชรเม็ดเล็กแต่สวยงาม ส่งประกายแวววาวล้อแสงไฟ
“ทูน เป็นยังไงวะ” เมธเข้ามาทัก แล้วชะงักไปเมื่อเห็นแหวนในมือทูนอินทร์
“ผมกะจะขอเขาแต่งงานในคืนนี้ คืนที่ผมคิดว่าผมน่าจะมีความสุขที่สุด เพราะได้สิ่งที่ผมรักถึงสองอย่าง ทั้งเปิดค่ายเพลงและความรักจากรุ้ง แต่แล้วมัน...มันพังทลายไปหมด เขาไม่มางาน ติดต่อไม่ได้ เขาคงไม่อยากอยู่ในสังกัดของเราแล้วละครับพี่”
“เอาน่า...ทำใจร่มๆไว้ จะบอกให้ว่ารุ้งเขามาแล้ว”
“เหรอครับพี่ เมื่อไหร่”
“เมื่อกี้นี้เอง เขาฝากบอกกับป้าแสงว่าเขาไม่ค่อยสบาย ขอกลับก่อน”
ทูนอินทร์ได้ฟังก็ดีใจรีบหยิบกล่องแหวนใส่อกเสื้อแล้วออกไปหารุ้งระวีที่ลานจอดรถ แต่ไม่พบ เขากดมือถือหาเธอ แต่รุ้งระวีไม่ยอมรับสาย ทูนอินทร์จึงส่งข้อความไปให้
“รุ้งอยู่ที่ไหน ผมกำลังตามหา ตอบผมด้วย” รุ้งระวีกดอ่านข้อความทั้งน้ำตา แต่ไม่ยอมโทร.กลับ
ทูนอินทร์ทนรอไม่ไหวตัดสินใจขับรถออกไปตามหา
คำรณที่นั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์ซุ่มอยู่ในความมืด รีบบึ่งมอเตอร์ไซค์ตามทูนอินทร์ไป
เป็นเวลาเดียวกับที่ฟ้าใสตามไปลากตัวจ๊ะจ๋าที่หลังร้านให้กลับไปด้วยกัน แต่อินทรไม่ยอมให้จ๊ะจ๋าไปเพราะกลัวจะถูกฟ้าใสตบตีอีก
“จ๊ะจ๋ามากับผม คืนนี้จะค้างที่บ้านผมกับมะปราง พรุ่งนี้ผมไปส่งจ๊ะจ๋าที่กรุงเทพฯเอง”
“งั้นเหรอ ยายจ๋า แกตกลงจะค้างที่นี่กับนายทรเหรอ”
“คือ ค่ะ...ตกลงกันไว้อย่างนั้น”
“จริงนะ” ว่าแล้วฟ้าใสก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่ใบหน้าจ๊ะจ๋าอย่างแรง
จ๊ะจ๋ากรีดร้อง มะปรางและอินทรตกใจ
“แกยังอยากอยู่ที่นี่อีกไหม” ฟ้าใสเขย่าร่างจ๊ะจ๋า
จ๊ะจ๋าสะอื้นบอกว่า ไม่อยู่แล้ว
อินทรสุดทนเข้ามาปกป้องจ๊ะจ๋า ขู่ว่าจะแจ้งตำรวจมาจับฟ้าใสในข้อหาทำร้ายร่างกาย
“กล้านี่...ได้ แจ้งเลย เอาอย่างนี้ก่อนแจ้งตำรวจ แจ้งกับนักข่าวในร้านนั่นดีกว่า บอกไปเลยว่าฉันตบนังนี่ แล้วแกนังจ๋า แกก็บอกนักข่าวด้วยนะ ว่าแกกำลังทรยศเสี่ยดำรงหันมาซบค่ายเพลงนี้ แกถูกปรับเป็นเงินล้านแน่ แล้วก็อย่าหวังนะว่านักร้องหางแถวอย่างแกจะมาดังกับค่ายเพลงแบบนี้ได้ ถนอมพามันไปหานักข่าวเลย” ฟ้าใสสั่งคนขับรถที่ตามเข้ามา
“ไม่นะคะ ไม่ จ๋ายอมทุกอย่างแล้ว อย่าให้เป็นเรื่องเลยนะคะ” จ๊ะจ๋ายกมือไหว้
ถนอมเข้ามาดึงตัว จ๊ะจ๋าออกไป อินทรจะตามไปช่วย แต่มะปรางดึงไว้ เพราะไม่อยากให้เขาต้องเอาตัวไปเสี่ยง
อินทรไม่ฟังยืนกรานจะช่วยจ๊ะจ๋าให้ได้ รีบตามมาเจรจากับฟ้าใส ขอซื้อตัวจ๊ะจ๋ามาเข้าสังกัดรุ้งกินน้ำ ทำเอาจ๊ะจ๋ากับมะปรางยืนงง แต่ฟ้าใสกลับส่งยิ้มหยัน
“ต๊าย นังจ๋ามันมีราคาถึงขั้นจะซื้อตัวเลยเหรอ ฮ่ะๆ อ้อ เข้าใจละ ที่ทั้งร้องทั้งเต้นกับนังจ๋าเมื่อกี้
แสดงว่าซักซ้อมกันมาอย่างดี คงใกล้ชิดกันมากสิซีนะ ถึงได้หลงเสน่ห์นังจ๋ามันขนาดนี้”
“อย่าเข้าใจผิดไปเป็นเรื่องอื่น ผมกำลังพูดถึงความสามารถของจ๋า จ๋าเป็นนักร้องคุณภาพ แต่คุณทำกับเธอเหมือนคนใช้ บางครั้งก็เหมือนทาส”
“ฮ่ะๆ ยายจ๋า แก้ต้องภูมิใจตัวแกมากๆเลยนะเนี่ย ที่นายอินทรเขารักแกขนาดนี้”
มะปรางได้ฟังก็ชาวูบไปทั้งตัว
“คุณทรคะ อย่าเพิ่งพูดอะไรมากกว่านี้เลย พี่ฟ้าอย่าพาจ๋าไปเจอนักข่าวเลยนะคะ จ๋าไหว้ล่ะ”
“ก็ได้ เห็นแก่ความรักของคนทั้งคู่นะเนี่ย พามันไปที่รถ” ฟ้าใสสั่งถนอม
“ครับ” ถนอมพาจ๊ะจ๋าออกไป
“ไปนะคะ แหมเชื้อไม่ทิ้งแถวเลยจริงๆ พี่ชายก็ไปหลงนังนักร้องค่ายอิทธิ น้องชายก็มาหลงนังนักร้องค่ายดำรง เฮ้อ...ใฝ่ต่ำกันทั้งคู่” ฟ้าใสทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป
อินทรจะตามไปเล่นงานฟ้าใส มะปรางรีบดึงตัวไว้
“อย่าพี่ทร หยุดเถอะ เราไม่มีอำนาจอะไรไปสู้กับพวกมัน”
“แต่จ๋ากำลังลำบาก เราต้องช่วยจ๋านะ”
“พี่รักจ๋าใช่ไหม ยายฟ้าใสพูดถูกใช่ไหม พี่รักยายจ๋าถึงโอบอุ้มกันถึงขนาดนี้” มะปรางตัดพ้อ
“ไม่ใช่นะปราง ไม่ใช่เรื่องรัก”
“แล้วจะเป็นเรื่องอะไร” มะปรางมองหน้าอินทร อย่างเจ็บช้ำแล้วเดินหนี
“ปราง...” อินทรครุ่นคิด ยังตีความไม่ออกว่ามะปรางหึงตนหรือเปล่า
ooooooo
รถของรุ้งระวีแล่นมาจอดที่หน้าบ้านอินสรวง หญิงสาวลงมาจากรถแล้วเดินตรงไปที่เพิงแสงจันทร์ ที่ที่ความรักของเธอและทูนเกิดขึ้น รุ้งระวีทรุดตัวลง ร้องไห้อย่างสุดกลั้น
เป็นเวลาเดียวกับที่ทูนอินทร์ขับรถตระเวนหารุ้ง–ระวีไปทั่วเมือง เขาตัดสินใจโทร.หาเธออีกครั้ง คราวนี้ รุ้งระวียอมรับสาย และบอกกับเขาว่า เธอรออยู่ที่เพิงแสงจันทร์
“อยู่ที่นั่นนะ ผมจะไปถึงไม่เกินยี่สิบนาที เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“ใช่ เรามีเรื่องต้องคุย” รุ้งระวีกดวางสายแล้วรำพึงกับตัวเอง “จะโกหกฉันไปอีกนานแค่ไหน”
ทูนอินทร์รีบบึ่งรถมาหารุ้งระวี คำรณขับมอเตอร์ไซค์ ตามมาห่างๆ นึกสงสัยเมื่อเห็นทูนอินทร์เลี้ยวรถกลับไปที่ไร่
ไม่นานนักทูนอินทร์ก็มาถึง เขารีบวิ่งลัดทุ่งตรงไปยังเพิงแสงจันทร์ คำรณที่ตามมารีบบึ่งรถหลบไปอีกทาง เพื่อหามุมเหมาะจัดการกับทูนอินทร์
“รุ้ง รุ้งครับ” เสียงทูนอินทร์ดังมาแต่ไกล
รุ้งระวีลุกไปมองข้างทุ่ง เห็นทูนอินทร์กำลังวิ่งมา ชายหนุ่มหยุดหอบหายใจมองรุ้งระวีที่ยืนอยู่ในเพิงแสงจันทร์ด้วยความดีใจ
ขณะที่คำรณวิ่งลงไปที่ชายทุ่งแล้วทรุดร่างลงกับพื้นจ่อปืนเล็งไปที่ทูนอินทร์
“มึงเสร็จแน่ไอ้ทูน กูขอล้างแค้นที่มึงทำให้กูชวดเงินล้าน”
“รุ้ง” ทูนอินทร์ตะโกนเรียกพลางหยิบกล่องแหวนออกมาจากอกเสื้อ แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่
“ฉันอยู่นี่ค่ะ” รุ้งระวีตะโกนตอบมา
ทูนอินทร์วิ่งไปหารุ้งระวี แล้วเสียงปืนระเบิดขึ้น ทูนอินทร์ผงะหงายไปเลือดที่หน้าอกกระจาย ร่างทูนอินทร์ ล้มลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยเศษหญ้าแห้ง
“ทูน” รุ้งระวีกรีดร้องตะลึงงันกับภาพที่เห็น
คำรณแสยะยิ้มวิ่งหลบออกไป
“ทูน...เกิดอะไรขึ้น” รุ้งระวีวิ่งไปประคองร่างทูนอินทร์
“รุ้ง ผม...ผม...รักคุณ” ทูนอินทร์พูดได้เท่านั้นก็ หมดสติไป
รุ้งระวีกอดทูนไว้แน่นร้องไห้โฮออกมาท่ามกลางแสงจันทร์
วันต่อมา...อิทธิเห็นข่าวทูนอินทร์ถูกลอบยิงอาการปางตายในหน้าหนังสือพิมพ์ ก็เรียกคำรณ เดช และคม
มาต่อว่าที่ทำเกินคำสั่ง เพราะต้องการแค่ข่มขวัญทูนอินทร์ เท่านั้น
“ผมพลาดเองครับ กะว่าจะยิงเฉียด แต่ตอนนั้นมันกำลังวิ่งพอดี” คำรณยอมรับผิด
“แล้วทำไมไม่ยิงตอนมันหยุดวิ่งล่ะวะ”
“ก็อยากอยู่ละครับ แต่ถ้าหยุดวิ่งก็หมายความว่ามีคุณรุ้งอยู่ด้วย เพราะคุณรุ้งกำลังวิ่งมาหามันพอดี ผมกลัวว่าจะโดนคุณรุ้งเข้าไปด้วย”
“แต่นายครับ งานนี้ถือว่าเราทำสำเร็จนะครับ นายทูนมันคงกลัวหัวหด ไม่กล้ามายุ่งกับคุณรุ้งอีกแล้ว”
“มันต้องเลิกกันเด็ดขาด ฉันถึงจะถือว่างานเราสำเร็จ เออ...เรื่องที่วัดคำสิงห์กับหลักฐานยายแสงหล้าว่าไงเตรียมไว้รึยัง” อิทธิถามต่อ
คำรณสะดุดทันทีกับคำว่าแสงหล้า
“ยังไม่ได้เตรียมเลยครับนาย ยังไม่รู้จะเตรียมอะไร”
“นี่ จากรูปนี่ แล้วคิดสิวะ คิด แม่รุ้งเป็นนักร้องบาร์สมัยยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ไปหาข้าวของมาให้เหมือนของที่จะหลอกรุ้งว่าเป็นของแม่แท้ๆของรุ้งน่ะ อย่างที่นังผกามันเอาถ้วยรางวัลมาหลอกนั่นไง เข้าใจไหม” อิทธิส่งรูปในลิ้นชักให้คมกับเดช แล้วไล่ให้ออกไปเพราะเหนื่อยใจเต็มที
คำรณส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ อาสาช่วยคมกับเดชออกมาหาของเก่าๆ มาหลอกรุ้งระวีด้วย
ooooooo
เมธกับอินทรให้ปากคำกับตำรวจสองนายอยู่หน้าห้องผู้ป่วย เพราะทางตำรวจคาดว่า มูลเหตุที่ทูน-อินทร์ถูกลอบยิงน่าจะมาจากเรื่องขัดแย้งกันทางธุรกิจ ส่วนรุ้งระวีนั่งเฝ้าทูนอินทร์ที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่ในห้อง
“คุณรุ้งไปพักผ่อนก่อนดีกว่าไหมครับ” อินทรเข้ามาเรียก เพราะเห็นรุ้งระวีอดนอนมาทั้งคืนแล้ว
“พี่ไม่เป็นไรหรอก”
“ไม่ต้องห่วงพี่ทูนหรอกครับ กระสุนไม่ได้เจาะเข้าไปลึก”
“แต่กระสุนเข้าที่หน้าอกนะ”
“เหมือนปาฏิหาริย์นะครับ” อินทรหยิบกล่องแหวนที่สภาพบุบบู้บี้ในถุงพลาสติกส่งให้รุ้งระวีดูพลางอธิบาย “โชคดีที่กระสุนปะทะกับกล่องนี่ก่อน ฐานกล่องเป็นเหล็กชั้นดี ก็เลยไม่เจาะเข้าหัวใจ โชคดีของพี่ทูนจริงๆ”
“ทรว่าใครเป็นตัวการ”
“พี่ทูนมีศัตรูเยอะเหมือนกัน แต่ตอนนี้น่าสงสัยที่สุดก็คือนายอิทธิกับเสี่ยดำรง”
รุ้งดูกล่องแหวนอีกครั้งแล้วถามหาตัวแหวน อินทรหยิบตัวแหวนที่ตัวเรือนบิดเบี้ยวส่งให้
“คุณทูนเอาแหวนติดตัวมาด้วยทำไม”
“ไม่ทราบครับ” อินทรเดินแยกไป
รุ้งระวีมองแหวนแล้วมองทูนอินทร์น้ำตาไหล เธอกระซิบที่ข้างหูของเขา
“หรือว่าคุณเอามาให้ฉัน ใช่ไหมคะทูน ฉันสับสนไปหมดแล้ว ฉันเข้าใจผิดเรื่องฟ้าใสใช่ไหมคะ ฉันเข้าใจผิดไปเองใช่ไหม”
แล้วทูนอินทร์ก็พึมพำชื่อ ฟ้าใส ออกมา รุ้งระวี หน้าเจื่อนน้ำตาไหลพราก เธอวางแหวนไว้ในมือของทูน แล้วลุกออกไป จึงไม่ทันได้ยินทูนอินทร์ละเมอต่อ
“ฟ้าใส...หยุดเสียที อย่าทำให้รุ้งเข้าใจผิด ผมรักรุ้ง รักรุ้งคนเดียว” ทูนอินทร์กระสับกระส่าย มือกำแหวนไว้แน่น
รุ่งระวีเดินเช็ดน้ำตาออกมาสงบสติอารมณ์ที่ทางเดินโรงพยาบาล ฟ้าใสที่จะมาเยี่ยมทูนอินทร์ผ่านมาเห็นก็เข้ามาทัก
“น้องรุ้ง เป็นอะไรคะ ทำไมมายืนร้องไห้อยู่ตรงนี้ คุณทูนไม่เป็นไรแล้วนี่คะ เอ๊ะ หรือว่าอาการทรุด”
“หยุดพูดเล่นได้แล้ว นี่มันเป็นเรื่องความเป็นความตายของคุณทูน เธอรู้ไหม ใครเป็นตัวการยิงคุณทูน นายเธอเสี่ยดำรงใช่ไหม”
“ไม่รู้ อาจจะเป็นนายเธอ นายอิทธิก็ได้นี่ หรืออาจจะเป็นตัวเธอเองที่จ้างคนมาลอบยิงคุณทูน หวังจะสร้างกระแสให้ตัวเอง
“เธอพูดบ้าๆ อะไรของเธอ”
“ถ้าไม่สร้างกระแส ก็ต้องเป็นเรื่องแค้นใจส่วนตัว เพราะความหึงหวง”
“หึงหวงอะไร”
“อ้าว หึงฉันกับคุณทูนไง เธอแน่ใจแล้วว่าคุณทูนยังรักฉันอยู่ เห็นว่าเธออยู่ในงานด้วยนี่ ตอนที่ฉันขึ้นไปร้องเพลงสะพานรุ้งกับคุณทูนน่ะ คงแค้นไม่ใช่เล่นถึงกับจ้างมือปืนมายิง”
“เป็นความคิดที่บ้าที่สุด ไว้คุณทูนฟื้นเราคงได้รู้ความจริงกัน” รุ้งสะบัดหน้าเดินหนี
ฟ้าใสยิ้มหยันสะใจ
ooooooo
คำรณตัดสินใจเข้ามาคุยกับอิทธิเรื่องแสงหล้า พร้อมกับนำรูปของตัวเองกับแสงหล้าสมัยสาวๆมาช่วยยืนยันความสัมพันธ์ อิทธิตาวาว สั่งให้คำรณไปล็อกประตูเพราะเรื่องนี้เป็นความลับสุดยอด
เวลาเดียวกันนั้น ส้มป่อยเข้ามาตามแสงหล้าในห้องพักเพราะได้เวลาเอากับข้าวไปให้ทูนอินทร์ที่โรงพยาบาลแล้ว
แสงหล้ารีบเก็บรูปของนางกับรุ้งระวีสมัยเด็กๆลงกล่องแล้วล็อกกุญแจแน่นหนา ส้มป่อยเห็นแล้วก็นึกสงสัยว่าในกล่องนั้นมีอะไร
ด้านอิทธิ เขากำลังอึ้งเมื่อได้ฟังเรื่องที่คำรณเล่ามาทั้งหมด จึงต้องถามย้ำ
“นายคือพ่อเลี้ยงของรุ้ง แล้วนายคือคนจัดการพายายผกามาหลอกเป็นแม่รุ้งด้วย”
“ใช่ ฝีมือผมทั้งหมดที่ผมเข้ามาทำงานกับเจ๊จวงที่นี่ ก็เพราะเหตุนี้ละครับ”
“นายรีดเงินจากรุ้งเป็นล้าน หากินง่ายนี่ มาสารภาพกับฉันแบบนี้ ไม่กลัวฉันจับนายเข้าคุกเหรอ”
“ไม่กลัวหรอกครับ เพราะผมรู้ว่าผมช่วยคุณได้เยอะและคุณก็อยากให้ผมช่วยด้วย”
“ยังไง”
“ผมยังมีข้าวของเก่าๆของยายแสงหล้าอีกหลายชิ้นที่จะช่วยคุณได้ รับรองคุณรุ้งต้องเชื่ออย่างที่เคยเชื่อถ้วยรางวัลนั่นมาแล้ว ผมช่วยคุณ คุณช่วยผมเรื่องเงิน ยุติธรรมทั้งสองฝ่าย”
“เอาของยายแสงหล้ามาให้ฉันดู ถ้าเป็นของที่ใช้ได้จริง ฉันจ่ายนายเต็มที่แน่ แต่นายก็ต้องทำงานให้คุ้ม ว่าแต่ตอนนี้ยายแสงหล้าอยู่ที่ไหน”
“มันหนีไปแล้วครับ ผมขู่มันแล้วให้มันออกไปจากชีวิตรุ้งซะ ไม่งั้นมันตาย”
“มีอะไรรับประกันว่ายายแสงหล้าจะไม่โผล่มาทำให้แผนเราเสีย”
“ยายแสงตอนนี้หมดสภาพ เป็นแค่ขี้เมาข้างถนนสติก็เลอะๆเลือนๆนายแทบไม่ต้องกังวลเรื่องมันเลย อีกอย่าง มันโผล่มาเมื่อไหร่ผมส่งมันไปอยู่กับนังผกาแน่ๆ”
“แกทำอะไรกับนางผกา”
“ปิดปากมันเงียบ แล้วส่งมันลงหลุมไงครับ” คำรณยิ้มเหี้ยม
อิทธิอึ้งไปกับความโหดของคำรณแต่แล้วก็ค่อยๆยิ้มออกมาอย่างเห็นทางสว่างขึ้นมาอีกหน
เย็นวันนั้น...รุ้งระวีมานั่งปรับทุกข์กับเจ๊จี่หอยเรื่องทูนอินทร์กับฟ้าใสเพราะสับสนเหลือเกิน
“อย่าไปเชื่อนังฟ้าใสนะ มันนั่นแหละที่บังคับให้คุณทูนขึ้นไปร้องเพลงกับมัน ทีแรกคุณทูนเขาจะไม่ร้องแต่พี่ๆเขาขอคุณทูนเลยต้องเลยตามเลย” เจ๊จี่หอยยืนยัน
“มันเป็นบทบาทหนึ่งของเขารึเปล่าคะ เขาอาจจะเล่นละครหลอกพวกเราก็ได้ว่า เขาเป็นคนแสนดี เพราะอยู่สองต่อสองกับยายฟ้าใส เขาก็กอดจูบกันเหมือน...สามีภรรยา”
“อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นเลยรุ้ง เชื่อใจคุณทูนเถอะรุ้ง พี่ไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนรักและจริงใจกับรุ้งเท่าเขาเลยนะ รุ้งเหนื่อยมากนอนพักเถอะ เดี๋ยวพี่ไปอุ่นนมให้ดื่มจะได้หลับสบาย” เจ๊จี่หอยเดินเข้าครัวไป
เสียงมือถือรุ้งระวีดังขึ้น เธอรีบกดรับ
“ว่าไงคะคุณอิท อะไรนะ เตรียมตัวไปแพร่พรุ่งนี้ได้ค่ะ ฉันพร้อมแล้ว” รุ้งระวีหน้าเย็นชา แล้วเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นเพราะต้องค้นหาความจริงเรื่องแม่ให้ได้
วันรุ่งขึ้น...อิทธิกับลูกน้องพารุ้งระวีไปที่วัดคำสิงห์ เพื่อพบกับเนียมคนของวัดที่เดชกับคมว่าจ้างให้แต่งเรื่องแม่แสงหล้า มาหลอกรุ้งระวี
เนียมบอกเล่าเรื่องราวของน้อยแม่ตัวปลอมให้รุ้งระวีฟัง แต่รุ้งระวียังไม่ปักใจเชื่อ เธอถามเนียมว่าตอนนี้แม่อยู่ไหน
เนียมลุกนำรุ้งระวีไปที่สถูปเก็บอัฐิ
“แม่น้อยเสียแล้วค่ะคุณ เก็บอัฐิไว้ที่นี่แหละ”
รุ้งระวีอึ้งเดินมาดูที่รูป ใบหน้าของแสงหล้าที่ทรุดโทรมเพราะโรคมองตอบมา เธอใจหายวาบเอ่ยถามว่า แม่ตายยังไง ตายเมื่อไหร่
“เป็นหลายโรคน่ะค่ะ แล้วเขาก็ดูไม่มีกำลังใจจะอยู่แล้วด้วย เสียไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง”
“ก็ไม่มีอะไรยืนยันว่าเป็นแม่แสงหล้าของรุ้งจริง ถ้าไม่มีหลักฐานรุ้งไม่เชื่อค่ะ”
“ป้า เห็นบอกว่ามีของส่วนตัวของแม่น้อย ยังเก็บไว้ไม่ใช่เหรอ” คมเตือน
“ค่ะ” นางเนียมรีบบอก แล้วพาทุกคนกลับไปที่ห้องเพื่อดูหลักฐาน
“นี่ล่ะค่ะ ของที่แม่น้อยเขาเก็บไว้ ป้าเกือบเอาไปทิ้งแล้วนะคะ” เนียมยื่นกล่องเก่าๆให้นักร้องสาวเปิดกล่องดู เธอเห็นภาพเก่าๆของนางน้อยกับแสงหล้าที่ใบหน้าดูทรุดโทรมจนดูคล้ายกันปะปนกันอยู่ และหนึ่งในนั้นก็เป็นภาพถ่ายสมัยสาวๆของแสงหล้าที่ถ่ายคู่กับคำรณ แต่ใบหน้าของคำรณถูกปลวกกัดกินไปหมดแล้ว
ครั้นหยิบรูปนั้นขึ้นมาดู เธอเหลือบไปเห็นกระดาษเก่ายับอยู่ที่ก้นกล่อง จึงหยิบมาคลี่อ่าน
“แม่ขอโทษที่ไม่ได้โทร.หา ไม่ได้เขียนจดหมายถึง แม่เขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อลาลูก ใช่จ้ะ...คงเป็นครั้งสุดท้ายที่แม่จะติดต่อลูกเพื่อให้ลูกรู้ว่าแม่ยังรักลูกอยู่เสมอ แต่ที่แม่ต้องจากไป เพราะอาชีพของแม่ตอนนี้มันน่ารังเกียจเหลือเกิน เกินกว่าที่ลูกจะยอมรับได้ว่าแม่คือ
แม่ของลูก เมื่อลูกโตขึ้น ลูกคงเข้าใจ”
รุ้งระวีร้องไห้โฮ เชื่อสนิทใจว่าแสงหล้าตายแล้วจริงๆ
“รุ้ง ผมเสียใจด้วยที่เรามาพบแม่ของรุ้งช้าไป แต่ยังไงก็ถือว่าเรามาพบแม่รุ้งจริงๆแล้ว” อิทธิเข้ามาปลอบใจ
“ขอรุ้งไปกราบแม่อีกครั้ง” รุ้งระวีลุกเดินออกไป
อิทธิสั่งให้ลูกน้องไปจัดหาดอกไม้มาให้รุ้งระวีแล้วพาเธอกลับไปกราบแม่อีกครั้ง
“บุญเราน้อยเหลือเกินค่ะแม่ กว่ารุ้งจะมาพบแม่ แม่ก็จากรุ้งไปเสียแล้วขอให้วิญญาณแม่สู่สุขคติและภพภูมิที่ดีเถอะนะคะ” รุ้งระวีกราบแม่อิทธิกับลูกน้องยิ้มให้กัน คำรณที่ซุ่มดูอยู่ตรงกำแพงวัดแสยะยิ้มอย่างพอใจ
“รุ้งเชื่อแล้วใช่ไหมนายทูนหลอกลวงคุณทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องแม่ที่เขาอ้างว่าแม่โทร.มาหา” อิทธิเปิดประเด็นเมื่อเห็นรุ้งระวีทำใจเรื่องแม่ได้แล้ว
“เขาบอกทุกครั้งว่าแม่ไม่กล้าแสดงตัว เพราะกลัวคนใกล้ตัวรุ้งจ้องทำร้ายอยู่ แต่แม่ทางโทรศัพท์ก็ไม่บอกเสียทีว่าคนใกล้ตัวที่ว่าคือใคร” รุ้งระวียังคาใจ
“เพราะไม่มีจริงน่ะซีครับ ตัวแม่ทางโทรศัพท์ก็ไม่ใช่ตัวจริงเช่นกัน ถึงไม่กล้าแสดงตัวออกมาไง” อิทธิสรุป
รุ้งระวีทำท่าจะเป็นลมไม่อยากเชื่อว่าทูนอินทร์จะหลอกลวงเธอ อิทธิรีบประคองแล้วเรียกให้คมกับเดชมาพารุ้งระวีไปพักที่รถ
สองสมุนประคองรุ้งออกไป อิทธิหันกลับมา ก็พบคำรณยืนรออยู่ จึงเอ่ยถาม
“จ่ายยายเจ๊เนียมไปแล้วยัง”
“เรียบร้อยครับ คุณรุ้งเป็นยังไง”
“รุ้งอยู่ข้างฉันเรียบร้อยแล้ว หน้าที่ของนายตอนนี้ คือตามหาตัวยายแสงหล้าให้เจอ เพราะตอนนี้มันยังโทร.มาเสี้ยมไอ้ทูนอยู่”
“มันยังโทร.มาเหรอครับ”
“ใช่ จัดการทำให้มันเงียบเสียงซะ วิธีไหนก็ได้”
“ได้ครับนาย” คำรณกำหมัดแน่นพึมพำว่า คงอยู่ ร่วมโลกกับแสงหล้าไม่ได้แล้ว
เมื่อแผนการหลอกรุ้งระวีเรื่องแม่สำเร็จ อิทธิก็นัดฟ้าใสมาพบ เพื่อเริ่มแผนต่อไป และเปิดภาพในมือถือที่ถนอมแอบถ่ายไว้ให้ฟ้าใสดู
“แหม...งานนี้เราทำงานกันเป็นทีมได้ดีจริงๆ” ฟ้าใสยิ้มพอใจกับภาพในมือถือ
“เธอควรจะไปเยี่ยมนายทูนอีกสักครั้ง แล้วเอาภาพนี้ไปให้มันดู”
“ไม่ต้องบอกหรอกค่ะ ฉันทำอยู่แล้ว ขอดาวน์โหลดก่อนละกัน”
“เรามาคุยเรื่องแผนสอง แผนสามของเราต่อดีกว่า เพราะผมอยากใช้แผนเดียวกับที่เธอเคยใช้”
“แผนอะไร”
“ที่เธอขโมยเพลงของนายทูนมาเป็นของเธอไง ผมรู้ว่านายทูนแต่งเพลงไว้ให้รุ้งหลายเพลง เพราะๆทั้งนั้น แต่ยังไม่เปิดเผยเพราะรุ้งยังไม่เข้าสังกัด”
“ใช่...ฉันเคยได้ยินอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนที่ไปที่บ้านเขา” ฟ้าใสคิดถึงเพลงที่ได้ยินแต่ทำนองของทูนอินทร์ขึ้นมา “จังหวะสนุกมาก เพลงอย่างนี้ยังไงก็ต้องฮิต แล้วคุณต้องการอะไร”
“ก็ขโมยเพลงมาเป็นของผม เพราะที่สืบรู้นายทูนยังไม่ได้จดลิขสิทธิ์อะไรทั้งนั้น เธอมีประสบการณ์มาก่อน พอจะบอกได้ไหมว่านายทูนเก็บเพลงทั้งหมดไว้ที่ไหน”
“ไม่ยากหรอกเรื่องนั้น แต่ทำไมฉันต้องช่วยคุณ”
“ผมจะสร้างประวัติศาสตร์ให้ซ้ำรอยขึ้นอีกครั้ง คุณเคยขโมยเพลงนายทูนไปร้อง คราวนี้ถึงตาของรุ้งบ้าง”
“ก็หมายความว่า คุณจะทำให้นายทูนเข้าใจผิดว่ายายรุ้งขโมยเพลงเขาไป ถ้าอย่างนั้นความรักของทั้งคู่ก็จะกลายเป็นหายนะเลยใช่ไหม”
“ยิ่งกว่าหายนะอีก” อิทธิยิ้มเหี้ยม
“งั้นยินดีให้ข้อมูลค่ะ ชนแก้วกันหน่อย” ฟ้าใสหัวเราะสะใจ
ด้านรุ้งระวีที่ถูกเอ่ยถึง เธอนั่งซึมอยู่ในบ้าน เจ๊จี่หอยเดินเข้ามาถามว่า เมื่อไหร่จะยอมรับโทรศัพท์ทูนอินทร์สักที
“เขาโทร.หาพี่ จนพี่นึกว่าเขาจะมาจีบพี่แล้วนะ” เจ๊จี่หอยประชด
“ยังไม่มีอารมณ์จะคุยค่ะ”
“แล้วเมื่อไหร่จะมีอารมณ์...มีเรื่องอะไรกัน ตั้งแต่ที่ไปเมืองแพร่วันนั้น รุ้งก็ไม่ติดต่อคุณทูนอีกเลย นายอิทธิพารุ้งไปรู้ไปเห็นอะไรรึเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ รุ้งแค่ไม่อยากคุยตอนนี้เท่านั้นเอง” รุ้งระวีลุกหนีไป
“เฮ้อ ไม่มีอารมณ์ ทำยังไงจะให้เกิดอารมณ์ล่ะคะ” เจ๊จี่หอยมองตาม เสียงมือถือของนางดังขึ้นอีก
“อุ๊ย...คุณทูนโทร.มาอีกแล้ว อ้าว ไม่ใช่คุณทูนนี่ จ่ายห้าสิบบาท โหลดภาพชายเปลือยไม่อั้น บ้า...ส่งมาทำไม ลามกจริงๆ คนเดี๋ยวนี้ เอ...แล้วสมัครยังไงล่ะ” เจ๊จี่หอยตาวาว
ooooooo
ทูนอินทร์ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล มีอินทรเป็นพยาบาลดูแล วันหนึ่งเขาเอ่ยถามอินทรว่าทำไมรุ้งระวีถึงไม่ยอมมาเยี่ยมบ้างเลยแถมโทร.ไปก็ไม่ยอมรับสายอีกด้วย
“เห็นมะปรางบอกว่าพี่รุ้งอยากอยู่ลำพังสักพักครับ” อินทรตอบ
ทูนอินทร์ถอนใจมองไปที่หน้าประตู เพราะได้ยินเสียงคนเดินมา
“รุ้ง” ทูนอินทร์ลุกจากเตียงเดินไปเปิดประตู แต่ต้องชะงัก เพราะคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือฟ้าใส
“อุ๊ย...เดินมาเปิดประตูได้แล้ว ใกล้หายแล้วใช่ไหมคะ” ฟ้าใสฉีกยิ้มหวาน
ทูนอินทร์หมดอารมณ์หันหน้าหนี ส่วนอินทรก็เดินเลี่ยงออกไป
ฟ้าใสยักไหล่ไม่แคร์ เธอเดินเข้ามาหาทูนอินทร์ แล้วคะยั้นคะยอให้ทานผลไม้ที่ตั้งใจซื้อมาฝาก
“ผมไม่หิว ฟ้าใสบอกมาตามตรง คุณไปปั่นหัวรุ้งอะไรรึเปล่า รุ้งไม่ติดต่อผมเลย ตั้งแต่วันงานแล้ว”
“คุณนี่ช่างหาเรื่องฟ้า ฟ้าจะไปเจอยายรุ้งตอนไหนละคะ แต่ว่า.....ถ้ายายรุ้งเขาไม่อยากคุยกับคุณฟ้าพอจะรู้สาเหตุอยู่นะ”
“คุณรู้อะไร”
ฟ้าใสส่งยิ้มหยิบมือถือออกมากดแล้วส่งให้ทูนอินทร์ “ลองดูคลิปนี่ดูก่อน ดูแล้วก็ทำใจด้วยนะคะ”
ทูนอินทร์มองไปที่หน้าจอเห็นรุ้งระวีกำลังกอดกับอิทธิแนบแน่น แล้วทั้งสองก็พูดอะไรบางอย่าง ท่าทางสนิทสนมกันมาก
“ใครถ่ายคลิปนี้” ทูนอินทร์ไม่อยากเชื่อสายตา
“นายถนอมคนรถฟ้าค่ะ เขาแอบเห็นสองคนนี่พูดจาสวีตหวานกัน แล้วก็มีการโอบกอด จากนั้นนายอิทธิก็เข้ามาในร้าน ส่วนยายรุ้งของคุณก็ขับรถจากไป ไม่คิดจะเข้ามาในงานให้เกียรติคุณสักนิด ฉันบอกแล้วว่ายายรุ้งคุณน่ะไม่ใช่ย่อยๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ทิ้งคุณแล้วไปต่อสัญญากับนายอิทธิหรอก”
“รุ้งมีเหตุผลของเขา”
“ก็อ้างได้ทั้งนั้นล่ะ ฉันเดานะ งานนี้นายอิทธิคงมีข้อเสนอดีๆให้นางอย่างถึงใจ นางถึงได้ทิ้งคุณแบบนี้”
“เธอกลับไปได้แล้ว ฉันอยากอยู่คนเดียว”
“ทูนขา ฟ้าหวังดีนะคะ”
“บอกให้ออกไปไง” ทูนอินทร์ปัดผลไม้กระเด็น
“ก็ได้ค่ะ แต่อยากดูคลิปอีกก็ได้นะคะ ฟ้าจะส่งเมล์ไปให้” ฟ้าใสหัวเราะหยันแล้วเดินออกไป
ทูนอินทร์ปัดของที่เหลือกระเด็นไปอีกแล้วลุกขึ้นจากเตียง
อินทรวิ่งเข้ามาขวาง “พี่ทูน จะไปไหนครับ”
“ฉันจะไปกรุงเทพฯ ไปคุยกับรุ้งให้รู้เรื่อง”
“ยังไปไม่ได้ครับ พี่ยังไม่แข็งแรง”
อินทรดันทูนอินทร์เข้าห้อง ขณะที่ทูนอินทร์ ร้องไห้ออกมาอย่างหมดสภาพ บอกกับอินทรว่ารุ้งระวี หลอกตน
“คุณรุ้งไม่หลอกพี่หรอกครับ เชื่อผมนะ เชื่อผม” อินทรกอดปลอบพี่ชาย
หลายวันต่อมา...อิทธิเรียกให้รุ้งระวีมาพบที่บริษัท เพราะมีงานโชว์ตัวติดต่อเข้ามา รุ้งระวีว่า เธอพร้อม จะรับงานแล้ว
“ผมเป็นห่วงรุ้งน่ะ ตกลง...ได้เคลียร์กับนายทูนแล้วหรือยัง เรื่องอย่างนี้เป็นใครก็คงทำใจลำบาก” อิทธิแสร้งทำเห็นใจ
“มีอะไรอีกไหมคะ พี่หอย มะปราง รออยู่” รุ้ง–ระวีตีหน้าขรึม
อิทธิเก้อไปรีบเปิดทางให้รุ้งระวีออกไปจากห้อง
รุ้งระวีเดินออกมาหาเจ๊จี่หอยกับมะปรางที่รออยู่ในห้องอาหาร เธอได้ยินกลุ่มเจ๊จวงจับกลุ่มเม้าท์เรื่องเธอกับทูนอินทร์ว่า กำลังจะไปกันไม่รอด อีกทั้งแม่จอมไถก็ยังหายตัวไปอีก
รุ้งระวีนํ้าตาร่วงสะเทือนใจสุดๆ มะปรางดึงรุ้งระวีกอดปลอบใจ เจ๊จี่หอยหน้าสลดรีบพารุ้งระวีเดินหนี กลุ่มเจ๊จวงหัวเราะไล่หลังด้วยความสะใจ
สักพักเดชก็วิ่งตามจุ๊บแจงบอกว่า อิทธิเรียกหา เจ๊จวงรีบดึงจุ๊บแจงไปเป่าหัวลงคาถาผัวรักผัวหลง อาชากับขวัญข้าวหมั่นไส้ว่าประชด
“นี่ คุณอิทเขาอาจจะเรียกแกไปล้างห้องนํ้าให้เขาก็ได้นะ”
“อุ๊ย ขอให้จริงเถอะค่ะ คราวที่แล้วคุณอิทก็ให้แจงแต่งเป็นพนักงานล้างห้องนํ้า ให้เก็บสบู่ด้วยนะ เก็บหล่น เก็บหล่นตั้งสองสามหนแน่ะค่ะ” จุ๊บแจงคุยอวดแล้วรีบวิ่งไปหาอิทธิในห้องทำงาน
“ว้าย ต๊าย” อาชากับขวัญข้าวร้องเสียงหลง หันมาถามเจ๊จวง
“จริงเหรอเจ๊จวง คุณอิทให้นังแจงแต่งเป็นอาชีพต่างๆด้วยเหรอ”
“เออ...ล่าสุดให้แต่งเป็นเมียงู” เจ๊จวงตอบนิ่งๆ แต่ในตาแพรวพราว
วันต่อมา...อินทรมาขอร้องรุ้งระวีให้ไปคุยกับทูนอินทร์ให้รู้เรื่อง เพราะไม่อยากเห็นพี่ชายต้องตายทั้งเป็น
“ผมไม่รู้หรอกครับว่ามันเรื่องอะไร แต่พี่ทูนบอกว่าพี่รุ้งโกหกเขา” อินทรโพล่งออกมา
“โกหกเหรอ ฉันไปโกหกอะไรเขา” รุ้งระวีสวนทันควัน
“นี่ละครับที่ผมไม่ทราบ ถามก็ไม่บอก เรื่องนี้คงรู้กันแค่คุณกับพี่ทูนละมั้ง ผมว่าไปเคลียร์กันดีกว่าครับ”
“ไม่เคลียร์ ฝากไปบอกเขาด้วย คนที่โกหกหลอกลวงน่ะ คือเขา แล้วถ้าฉันหาหลักฐานมายืนยันได้ว่าเขาโกหกจริง ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเขาอีกเลย”
รุ้งระวีนํ้าตาไหลสะบัดหน้า เดินหนีขึ้นชั้นบนไป
“คุณรุ้ง เดี๋ยว...พี่หอย คุณรุ้งเขาเป็นอะไร” อินทรหันมาหาตัวช่วย
“พี่ก็ไม่รู้ รุ้งเขาไม่พูด” เจ๊จี่หอยจนใจ
“พี่ทูนก็ไม่พูดเหมือนกัน เฮ้อ แล้วจะรู้เรื่องกันไหมเนี่ย ปรางพอรู้เรื่องไหม”
“ก็คงไม่ใช่เรื่องอะไร นอกจากผู้ชายมากรัก” มะปรางเอ่ยเสียงเย็นชา
“ปราง แกพูดถึงคุณทูนใช่ไหม”
“พูดรวมๆน่ะค่ะ ทำดีกับคนนี้ พอมีคนใหม่เข้ามาก็ทำดีกับคนนั้น พวกจับปลาสองมือคบไม่ได้” มะปรางเดินหน้าเชิดออกไปอีกคน
“พี่ ปรางงอนผมอีกแล้ว แก้ปัญหายังไงดี” อินทรยืนงง
“พี่ก็ไม่รู้ แก้ไม่ถูก ผัวพี่ก็เพิ่งทะเลาะกับพี่เมื่อกี้”
“หา...ใครผัวพี่”
“เขาเรียกผัวแผ่น ดูๆอยู่ภาพมันสะดุดเฉยเลย แหม กำลังฟินนาเล่” เจ๊จี่หอยเดินบ่นออกไป
“ผัวแผ่น คือหนังโป๊ใช่ไหมเนี่ย” อินทรเกาหัวแกรก
หลายวันต่อมา...หมออนุญาตให้ทูนอินทร์กลับบ้านได้ เมธให้แสงหล้ากับส้มป่อยตามมาดูแลทูนอินทร์ที่บ้าน แต่ทูนอินทร์ก็เอาแต่นั่งซึมจนทุกคนพากันหนักใจ
“ทูนมันมึนซึมแบบนี้ ท่าทางจะไม่ไหวนะทร เดี๋ยวมันต้องเดินสายโปรโมตเพลงกับพี่เป็นอาทิตย์นะ” เมธออกมาบ่นกับอินทร
“ผมไม่รู้จะช่วยยังไงครับ ทั้งพี่ทูน พี่รุ้งไม่ยอมคุยกันเลย ต่างฝ่ายต่างว่ากันว่าหลอกลวง พี่รุ้งถึงกับบอกว่าจะไม่ให้อภัยพี่ทูน ผมเองก็ไม่กล้าเล่าให้พี่ทูนฟัง กลัวแกสติแตกกว่าเดิม”
แสงหล้าที่แอบฟังอยู่เริ่มหนักใจ นางเข้าไปให้กำลังใจทูนอินทร์ จนชายหนุ่มยอมลุกออกมาทานข้าว แต่ส้มป่อยก็ทำเสียเรื่อง เพราะดันหลุดพูดเรื่องเพลงต้มยำลำซิ่งออกมา ทำให้ทูนอินทร์ต้องลุกหนี
“ยายส้ม พูดเรื่องเพลงต้มยำลำซิ่งทำไม มันยิ่งสะเทือนใจพี่เขาอยู่” เมธดุ
“สะเทือนใจยังไงคะ” ส้มป่อยยังไม่เข้าใจ
“เพลงนี้พี่ทูนเขาจะร้องเปิดตัวคู่กับพี่รุ้ง แต่ตอนนี้ร้องไม่ได้แล้ว เขากำลังเฮิร์ต แล้วจำไว้นะอย่าพูดชื่อเพลงนี้อีก” อินทรย้ำ
“เข้าใจค่ะ” ส้มป่อยทำท่าจะร้องไห้
แสงหล้าที่ยืนฟังอยู่ได้ข้อมูลเรื่องทั้งหมด นางมองตามทูนอินทร์ไป แม้เป็นห่วงอย่างไร ก็ไม่อาจทำอะไรได้
ooooooo










