สมาชิก

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

ตอนที่ 3

วันนี้น้อยหน่าโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง เมื่อเพื่อนของตะวันวาดถามว่า ตะวันวาดบอกว่าเธอเป็นแฟนกันจริงหรือเปล่า น้อยหน่าหันขวับมองตะวันวาดตาเขียวปั้ดถามว่านายพูดจริงหรือ

“เออดิ” ตะวันวาดเห็นเพื่อนๆจ้องตาเป๋งอยู่ กลัวเสียหน้าเลยตอบไปอย่างนั้น ผลก็คือถูกน้อยหน่าเอาน้ำราดหัว เพื่อนๆพากันขำกลิ้ง น้อยหน่าพูดใส่หน้าก่อนเดินไปว่า

“ฉันเนี่ยนะจะเป็นแฟนนาย ฝันไปเหอะ”

“ยัยน้อยหน่า...” ตะวันวาดกัดฟันกรอดแต่ไม่กล้าไปตอแย

ตกเย็น น้อยหน่าในชุดนักเรียนเดินเข้าบ้าน เธอชะงักกึกเมื่อเห็นตะวันวาดยืนคุยกับปราบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ซ้ำปราบยังเรียกน้อยหน่าเข้าไปเตือนว่า

“พ่อเคยบอกแล้วใช่ไหม เรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตน่ะ”

แค่นั้นเอง น้อยหน่าหันขวับไปชี้หน้าตะวันวาด

ด่าอย่างเกรี้ยวกราด

“ไอ้เพื่อนทรยศ ฉันไม่คิดเลยว่านายจะเป็นคนแบบนี้ นึกว่านายจะเป็นลูกผู้ชาย ที่ไหนได้ แค่ล้อเล่นนิดหน่อยนายต้องแก้แค้นฉันแบบนี้ด้วยเหรอ”

ที่แท้น้อยหน่ากินปูนร้อนท้องไปเอง ปราบแค่จะเรียกมาเตือนว่าเวลาถอดอะไรให้เบาๆหน่อย เพราะวันนี้สายแลนเจ๊งจนต้องเรียกตะวันวาดมาซ่อมให้

ปราบชี้แจงเสร็จก็ชำระคดีต่อเรื่องโพสต์ด่านับดาว สั่งน้อยหน่าเล่าให้พ่อฟังให้หมด ความลับเลยแตกเพราะน้อยหน่ากินปูนร้อนท้องไปเอง

เมื่อลูกทำผิด ปราบบังคับพาไปขอโทษนับดาวที่บ้าน โดยมีปกป้องนั่งรถไปด้วย

ooooooo

เป็นเช้าที่อลิสาหว่านล้อมนับดาวเพื่อเอาโน้ตบุ๊กไปจำนำเพราะไม่มีเงินใช้ แล้ว นับดาวยังทำใจไม่ได้ แต่เมื่อน้าบอกว่าขอให้โทษโชคชะตาที่ทำให้เราต้องตกงานก็แล้วกัน นับดาวก็พูดไม่ออก

ระหว่างที่อลิสาเอาโน้ตบุ๊กไปจำนำนั่นเอง ปกป้องตาไวเห็นอลิสาเดินอยู่ไวๆ บอกปราบให้จอดรถ ปราบไม่เชื่อว่าจะเป็นอลิสาเพราะปกติเธอดูออกจะไฮโซ แต่นี่โทรมๆโซๆพิกล

เมื่อปราบจอดรถ ปกป้องบอกรอเดี๋ยว แล้วลงไปกวาดตาไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟ แต่ไม่เห็นอลิสาแล้ว

ที่แท้อลิสาเข้าไปหาเฮียโรงรับจำนำเจ้าประจำ เอาโน้ตบุ๊กไปให้ตีราคา เฮียให้สองหมื่น เธอบอกว่าซื้อมาตั้งหกหมื่นต่อรองกันไปมา ลงตัวที่สองหมื่นแปด

ทันใดนั้นเอง ปกป้องเข้ามามองปราดไปที่อลิสา เธอตกใจหน้าซีดรีบก้มงุดๆ แต่ปกป้องก็ยังอุตส่าห์เข้าไปสะกิดทัก อลิสาก้มหน้าก้มตาบอกว่าทักคนผิด ปกป้องก็ยังยืนยันว่าไม่ผิด ตนไม่เพียงแต่จำหน้าได้เท่านั้น แม้กระทั่งบั้นท้ายของเธอตนก็ยังจำได้

ระหว่างนั้น ลูกค้าอีกสองคนซุบซิบกันว่านี่คือน้าของนับดาวไฮโซ อลิสายิ่งอายก้มหน้ายืนยันกับปกป้องว่าจำคนผิด แล้วเร่งเฮียว่าเสร็จหรือยัง รับเงินแล้วรีบออกไป

พออลิสาออกไป ลูกค้าสองคนนั้นก็เอาคลิปที่ถ่ายตอนอลิสาเอาของมาเข้าโรงจำนำมาดูกัน

อลิสากลับถึงบ้านไม่นานก็มีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น อลิสาแอบดูแล้วบอกนับดาวว่าอย่าออกไป เพราะพวกนี้ดูเพี้ยนๆยังไงไม่รู้

ปราบกดกริ่งพลางมองเข้าไป เห็นรถอยู่แต่ไม่มีคนมาเปิดประตู ปกป้องขอโทษที่ตนทำเสียเรื่องจนอลิสากับนับดาวไม่ยอมออกมาพบ สุดท้ายชวนกันกลับ วันหลังค่อยมาใหม่

น้อยหน่าดีใจมาก บอกพ่อว่าเดี๋ยวเราแวะห้างกันหน่อยดีไหม หาอะไรอร่อยๆกินกัน ดูหนังสักรอบแล้วตนขอเดินช็อปปิ้งนิดหน่อย สัญญาว่าเเป๊บเดียวเอง เพราะนานๆเราจะได้เข้ากรุงเทพฯที

ooooooo

บ่ายนี้ นับดาวไปที่ร้านขายหนังสือในห้าง ระหว่างเธอดูหนังสืออยู่นั้น พนักงานสองสามคนก็ทำทีมาจัดหนังสือพลางชำเลืองมองนับดาว แล้วยิ้มกันขำๆ จนนับดาวเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ

เมื่อไปจ่ายค่าหนังสือจึงรู้ เมื่อพนักงานหวังดีเสนอให้ใช้บัตรพนักงานของตนเพื่อจะได้ลดราคา 20 เปอร์เซ็นต์ เห็นใจที่เธอกำลังไม่มีสตางค์ พอนับดาวถามอย่างไม่พอใจ พนักงานก็เอาหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวของเธอให้ดู

นับดาวกลับถึงบ้านพร้อมหนังสือพิมพ์ที่พาดหัว “ไฮโซถังแตก!! แจ้นเข้าโรงจำนำกลางวันแสกๆทำปายด้ายยยย” พออลิสาเอาไปดูก็แทบเป็นลม เพราะรูปที่ลงนั้น คือตัวเองชัดๆ

อลิสาอายจนคิดจะหนีไปอยู่ต่างประเทศ นับดาวปลอบใจน้าสาวว่า

“ตอนนี้ดาวว่าเรานิ่งๆไว้ ปล่อยให้มันลือกัน ถ้ามีใครมาถามก็บอกว่า...ว่า...ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าเข้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ค่อยๆนึกไปก่อนก็ได้ค่ะ”

อลิสาเสนอว่าตอนนี้เราต้องปิดมือถือไว้ก่อน นึกเหตุผลออกเมื่อไรค่อยเปิด นับดาวเห็นด้วย อลิสาปิดทันที แต่พอนับดาวจะปิด ก็มีโทร.เข้าพอดี เป็นสายจากชนะชัย นับดาวบอกน้าว่าคงเป็นเรื่องนี้แน่เลย

นับดาวรับสายด้วยน้ำเสียงแจ่มใสอ่อนหวาน เธอบอกว่านั่นเป็นเรื่องไร้สาระ เย็นนี้ไปทานข้าวที่บ้านแล้วจะอธิบายให้ฟัง ตอนนี้กำลังประมูลเครื่องลายครามทางอินเตอร์เน็ตอยู่ เดี๋ยวจะเสียสมาธิแล้ววางสายเลย

“คุณจ๊อบเขาสงสัยเรื่องข่าวนั่นแหละค่ะ เรามีเวลาหาข้อแก้ตัวถึงตอนเย็น” นับดาวยังใจเย็น อลิสาทำท่านั่งสมาธิใช้สมองแบบอิคคิวซัง แล้วสองน้าหลานก็หัวเราะกันขำๆให้คลายเครียด

ooooooo

ตกเย็น เมื่อไปทานข้าวที่บ้านชนะชัย เธอเล่าให้ชนะชัยกับชัชฎาแม่ของเขาฟัง แต่ขอให้ปิดเป็นความลับว่า น้าอลิสาของตนไปปิ๊งเฮียคนหนึ่งเข้า ปรากฏว่าเฮียคนนั้นเป็นเจ้าของโรงรับจำนำ น้าเลยสานสัมพันธ์ด้วยการเอาของไปจำนำ ทีแรกก็ของเล็กๆ น้อยๆ นานเข้าหมดมุกเลยหยิบแล็บท็อปไป

ชนะชัยฟังแล้วพูดอย่างเข้าใจว่าแบบนี้เองถึงออกมาแก้ข่าวไม่ได้ ชัชฎาก็ผสมโรงว่า

“ฉันเองก็คิดว่าคงต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรสักอย่าง มีอย่างที่ไหนไฮโซตระกูลดังอย่างหนูจะตกต่ำจนต้องเอาของไปจำนำ”

แล้วนับดาวก็ต้องคิดแก้ปัญหากะทันหัน เมื่อจู่ๆ ชัชฎาก็เสนอว่า นับดาวกับชนะชัยสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ เสนอเปลี่ยนบรรยากาศไปกินข้าวบ้านเธอบ้าง นับดาวออกตัวว่าบ้านไม่เป็นระเบียบเท่าไหร่ แต่ฝ่ายนั้นบอกว่าไม่ถือ เข้าใจวิถีชีวิตคนสมัยใหม่ดี ว่าแล้วก็รวบรัดนัดวันศุกร์นี้เลย

นับดาวตกกระไดพลอยโจนจำต้องรับปากไปก่อน แต่หนักใจยิ่งขึ้นเมื่อชนะชัยขอไปช่วยเตรียมอาหารที่บ้านเธอด้วย

“อุ๊ย...อย่าเลยค่ะ แหม ขอดาวโชว์ความเป็นเจ้าภาพบ้างสิคะ” นับดาวเอาตัวรอดได้อย่างน่ารัก

ooooooo

แต่พอกลับมาเล่าให้อลิสาฟัง ก็ถูกน้าบ่นว่าทำไม ไม่บ่ายเบี่ยงไปก่อน เพราะบ้านเราตอนนี้ก็แทบจะเหลือแต่คานกับหลังคาอยู่แล้ว นับดาวบอกว่าตนรู้ว่าแม่ของชนะชัยยังไม่เชื่อฐานะของเราจึงต้องการมาดูให้แน่ใจ

ปัญหาคือจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่บีบคั้นนี้ อลิสาเสนอว่าของในบ้านยังพอมีเอาไปตึ๊งแล้วเอาเงินมาให้พี่ฟู่หาพวกอาร์ตหนังหรือละครมาสักคน ให้เขาหาของเข้าฉาก พวกนี้เก่งมากเรื่องหาของราคาถูกแต่ดูแพง เอามาจัดฉากพอเสร็จก็เอาไปขายได้เงินคืนมาอีก

เวลาเดียวกันนี้ ปราบกำลังนั่งอ่านหนังสือบันเทิงอยู่ที่บ้าน เจอข่าวนับดาวกับอลิสาก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านแล้วอ่านอีก จนแก้วสงสัยเพราะปกติเขาไม่เคยอ่านหนังสือพวกนี้ด้วยซ้ำ

ปราบชี้แจงว่า นับดาวต้องตกงานเพราะน้อยหน่า และอลิสาก็เสียหายเพราะปกป้องถ่ายรูปในโรงรับจำนำ ตนในฐานะพ่อและหลานจะลอยตัวทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้ ต้องรับผิดชอบแทนคนของตัวเอง

หลังจากนั้น ปราบก็ขับรถไปที่บ้านนับดาวขอซื้อรูป ที่ประมูลไปวันนั้นคืนในราคาเดิม ทีแรกก็อ้างว่าชอบรูปนี้มากและมีเพียงรูปเดียวซ้ำฟิล์มต้นฉบับก็ทำหายไปแล้วด้วย

อลิสารีบไปเอารูปมาให้ แต่นับดาวไม่ยอมขายคืน ยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่ขาย อลิสาพยายามหว่านล้อมเพราะจะได้เงินถึงแสนห้ามาแก้ปัญหา พอนับดาวยืนยันไม่ฟังเสียงหว่านล้อมใดๆของอลิสา ปราบพูดตรงๆว่า

“น้าคุณเขาหวังดีนะ อย่าลืมสิว่าคุณกำลังถังแตกอยู่นะ”

“คุณว่าอะไรนะ” นับดาวเสียงเขียว พอปราบพูดซ้ำ เธอใส่ทันที “ฐานะของฉันจะเป็นยังไงไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ”

ปราบแสดงความจริงใจว่าเห็นข่าวแล้วก็อดสงสารไม่ได้ มาขอซื้อรูปคืนเพราะตั้งใจจะช่วยเธอจริงๆ นับดาวตัดบทว่าไม่จำเป็นเพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ปราบบอกว่าถือเป็นการขอโทษก็ได้

“ขอโทษเรื่องอะไร” นับดาวไม่ลดราวาศอก

ปราบจะบอกว่ามาขอโทษเรื่องที่น้อยหน่าโพสต์ด่าและปกป้องไปทักอลิสาในโรงรับจำนำ แต่ไม่ทันพูดนับดาวก็เยาะเย้ยว่าถ้ามีเงินเหลือก็เอาไปซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเองดีกว่า รายได้ก็พอมีแต่แต่งตัวเห่ยๆ ไม่มีรสนิยมเอาเสียเลย

“ชุดผมอาจจะเห่ย แต่ยังดีกว่าพวกที่ใส่ชุดสวย หรูๆแต่ข้างในกลวงโบ๋ วันๆต้องวิ่งเอาข้าวของไปจำนำเอาเงินมาซื้อบะหมี่สำเร็จรูปกิน”

นับดาวลอยหน้าถามว่าใครกิน ปราบชี้ไปที่ซองบะหมี่สำเร็จรูปในถึงขยะ นับดาวย้อนถามว่าตนชอบเพราะมันอร่อยมีอะไรไหม! แล้วไล่ให้ออกจากบ้านไปเลย ปราบสั่งให้หยุดไม่อย่างนั้นตนจะ...จะ...

ปราบจะ...อยู่หลายจะ...จนถูกนับดาวถามว่าจะอะไร เขาเพิ่งนึกได้โพล่งไปว่า “จะเอาขี้ไก่ทาหน้าคุณ”

นับดาวสั่งให้รออยู่ตรงนี้ แล้ววิ่งเข้าไปเอาปืนมา อลิสาต้องรีบมาบอกให้ใจเย็นๆ ส่วนปราบพูดทิ้งท้ายไว้ว่า จะมาช่วยดีๆไม่รับแล้วอย่ามาง้อก็แล้วกัน แล้วรีบออกจากบ้านไป

ooooooo

ไล่ปราบกลับไปแล้ว สองน้าหลานก็ขัดใจกันเอง อลิสาถามว่าทำไมไม่ยอมขายรูป ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าตอนนี้เราไม่มีเงินเลย นับดาวบอกว่าเพราะเวลาตนดูรูปนี้ทีไรแล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ที่สำคัญคือ ดูแล้วทำให้คิดถึงแม่

แต่เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นับดาวเอากระเป๋าแบรนด์ใบสวยมาให้น้าเอาไปประมูลในเน็ต ราคาก็คงประมาณแสนห้าเท่ากับรูปถ่ายนั่น เชื่อว่าอีกไม่นาน เราจะกลับมาอู้ฟู่เหมือนเดิม ถึงตอนนั้นค่อยซื้อมันกลับมา

แล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆมีนักธุรกิจโทร.เข้ามาขอซื้อที่ที่คุณพ่อเธอทิ้งไว้เป็นมรดก ซึ่งนับดาวไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย แต่ก็ดีใจ โมเมถามว่าจะให้ราคาเท่าไร คนซื้อจะให้ 50 ล้านบาท ทำเอาทั้งน้าทั้งหลานตาโต

เมื่อนัดเจอกันที่ล็อบบี้โรงแรมหรู นักธุรกิจคนนั้นบอกว่าตนสืบชัดเจนแล้วว่าที่ผืนนั้นเป็นมรดกที่คุณพ่อเธอทิ้งไว้ให้ ตอนนี้มีชื่อเธอเป็นเจ้าของอยู่

นับดาวคุยฟุ้งถึงความรํ่ารวยมีที่ดินมากมายจนตกหล่นจำไม่ได้ แต่ก็จะขายผืนนี้เพราะเป็นที่ดินผืนลืมๆ แบบนี้เบื่อที่จะจำ ทั้งยังตกลงตามราคาที่เสนอมาด้วย เพราะตนไม่ค่อยแคร์เรื่องเงินอยู่แล้ว

แต่พอคุยรายละเอียด กลายเป็นว่าที่ดินผืนนี้มีชื่อนับดาวและปราบศึกเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วย ถ้าจะขายต้องยินยอมทั้งสองคน นับดาวถามว่านายปราบศึกนี่เป็นใคร

“ปราบศึกก็อาศัยทำกินอยู่ในที่ของพ่อคุณนั่นแหละครับ แต่เขายืนกรานไม่ขาย ผมเลยติดต่อมาทางคุณ ถ้าคุณ สามารถเปลี่ยนใจทำให้เขายอมเซ็นเอกสารนี่ได้ละก็...”

“ไม่มีปัญหาค่ะ ฉันจัดการเองค่ะ ไม่ว่านายปราบศึกนี่จะเป็นใครก็ตาม นับดาวว้าวแซบคนนี้จะเปลี่ยนใจเขาเอง” ว่าแล้วก็รับเอกสารจากนักธุรกิจไปอย่างมั่นใจมากๆ

ooooooo

แล้วสองน้าหลานก็พากันออกเดินทางไปหาปราบศึกอย่างเร่งด่วน  ไปตามเส้นทางที่นักธุรกิจคนนั้นเขียนแผนที่ให้ ระหว่างนั่งพักกินกาแฟที่ร้านริมทาง นับดาวพยายามคิดทบทวนถึงเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อตัวเอง แต่นึกไม่ออกเพราะรู้เรื่องของพ่อน้อยมาก ที่รู้จากคุณตาคุณยายเล่าก็มีแต่เรื่องแย่ๆทั้งนั้น

“ตอนที่แม่เธอไปอยู่กินกับพ่อเธอ น้าอยู่ออสเตรเลียเลยไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน มีแต่คุณตาคุณยายเธอโทร.มาปรับทุกข์บ่อยๆว่า แม่เธอเลือกผู้ชายเหลือขออะไรทำนองนั้น”

นับดาวพยายามทบทวนความจำ จำได้แต่ตอนที่ นายนิ่งพ่อของเธอไปรับที่โรงเรียน พอเอาเธอไปส่งให้คุณตาคุณยาย พ่อก็ถูกท่านทั้งสองขู่ว่าถ้าทำแบบนี้อีกจะเรียกตำรวจจับเสียเลย

ครั้นพ่ออ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อ บอกว่าตนไม่เอาลูกไปอยู่ด้วยก็นับว่าเกรงใจมากแล้ว

“ก็ลองดูสิ ถ้าทำแบบนั้นแกได้เห็นดีแน่ แกฆ่าลูก สาวฉัน แกยังจะฆ่าหลานสาวฉันอีกเหรอ” คุณตาโกรธมาก

เมื่อนายนิ่งกลับไปแล้ว นับดาวถามคุณตาคุณยายว่าทำไมถึงว่าพ่อฆ่าคุณแม่ คุณตาบอกว่าเพราะความอวดดีของพ่อ หลอกแม่เธอไปตกระกำลำบากแล้วก็ไม่ดูแล ไม่ฆ่าก็เหมือนฆ่า ส่วนคุณยายก็ซํ้าว่า

“สำมะเลเทเมาไม่เอาถ่าน ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่รู้เวรกรรมอะไรแม่หลานถึงได้ไปชอบไอ้ผู้ชายแบบนี้”

นับดาวยังจำได้ว่า คุณยายสั่งว่าคราวหลังถ้าพ่อไปรับอีกอย่าไปด้วย เพราะที่บ้านพ่อมีแต่แมลงสาบกับงู เหม็นอึสัตว์ที่อยู่ในฟาร์มด้วย นับดาวฟังแล้วกลัว รับปากคุณยายเศร้าๆ

นึกถึงเรื่องที่จำได้ครั้งสุดท้ายแล้ว นับดาวบอกอลิสาว่า จากนั้นตนก็ไม่เคยเจอพ่ออีกเลย แต่อีกไม่นานพ่อก็เสีย ตนเลยอยู่กับคุณตาคุณยายตลอดมา

“ถึงน้าจะไม่ค่อยรู้จักพ่อเธอ แต่น้ารู้ว่าแม่เธอน่ะ รักพ่อเธอมาก”

“ค่ะ” นับดาวรับทราบหงอยๆ

ooooooo

สองน้าหลานมาถึงทางเข้าไร่ที่มีสองป้ายอยู่ใกล้กัน คือไร่ปรีดากับไร่แห่งความฝัน อลิสาบอกว่าไร่ของนับดาวคือไร่แห่งความฝัน นับดาวมองป้ายไร่แห่ง-  ความฝันแล้ว ภาพในอดีตก็แวบขึ้นมาในความคิด

จำได้ว่าตอนนั้นนายนิ่งผู้เป็นพ่อเข้ามากระซิบที่ข้างหู “ดาวจำไว้นะ พ่อรักดาวนะ” แล้วหอมแก้มทีหนึ่ง

พอดีเข้ามาถึงตัวบ้าน อลิสาร้องถามว่ามีใครอยู่ไหม อึดใจเดียวน้อยหน่าก็วิ่งตึงตังออกมา อลิสาถามว่าคุณปราบศึกอยู่ไหม น้อยหน่ากำลังจะตอบ แต่พอมองเลยไปเห็นนับดาวก็ชะงัก นับดาวยิ้มหวานให้แนะนำตัวเองว่า “นับดาวว้าวแซบค่ะ”

น้อยหน่ายิ้มหยันแล้วเริ่มกวนประสาททั้งสองคน ถามว่าจะมาขอยืมกาวซีเมนต์เอาไปอุดถังแตกหรือ นับดาวฟังออกว่าถูกเยาะเย้ย แต่ยังทำใจเย็นสอนว่าอย่าไปเชื่อหนังสือพิมพ์พวกนั้น แค่อ่านเอาขำๆก็พอ

อลิสาเห็นท่าทางน้อยหน่ากับนับดาวจะปะทะกัน จึงแทรกเข้ามาตัดบท ถามว่าปราบศึกอยู่ไหม น้อยหน่าบอกว่า “อยู่” แต่พอให้ไปบอกว่านับดาวมีธุระอยากคุยด้วย น้อยหน่าก็กลับบอกว่า “แต่ตอนนี้ไม่อยู่”

นับดาวกับอลิสาถูกน้อยหน่ากวนประสาทเลยขู่ว่าถ้าปราบศึกไม่ได้พบตนเขาต้องเสียใจและอาจลงโทษเธอก็ได้ น้อยหน่าทำท่าตกใจขอร้องว่าอย่าบอกว่าตนพูดไม่ดีด้วย แล้วบอกว่าตอนนี้ปราบศึกอยู่ที่ฟาร์มตนจะพาไปพบแต่ต้องให้นับดาวไปคนเดียว ความอยากพบและเจรจาให้เสร็จเร็วๆ ทำให้นับดาวยอมไปด้วย

ปรากฏว่านับดาวถูกหลอกเอาไปขังไว้ในเล้าไก่ไข่ ซํ้ายังบอกว่าคนงานกลับไปหมดแล้ว คืนนี้นอนดมขี้ไก่

ไปก็แล้วกัน ทั้งยังบอกว่าตนจะกลับไปหลอกอลิสาไปเรือนเพาะชำ แล้วหัวเราะชอบใจ ปล่อยให้นับดาวตะโกนเรียก ตะโกนด่าอยู่ในเล้าไก่ ตัวเองออกมาขับรถกอล์ฟกลับไป

ระหว่างที่อลิสารอน้อยหน่าอยู่นั้น ปราบกลับมาเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนเลือดเต็มไปหมด พออลิสารู้ว่าเขาคือปราบศึกก็ดีใจ แต่พอเห็นเสื้อผ้าเปื้อนเลือดก็ตกใจถามว่าไปทำอะไรมา เขาบอกว่าไปช่วยหมาถูกรถทับมา ฉุกละหุกไปหน่อยเลยยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า

พอเขารู้ว่าอลิสามากับนับดาว ก็ถามว่าแล้วนับดาวอยู่ไหน อลิสาบอกว่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมารับบอกว่าจะพาไปพบเขา ก็พอดีน้อยหน่าส่งเสียงแจ๋วเข้ามาบอกอลิสาว่า

“น้าขา...เพื่อนน้าเขาตกบ่อที่เรือนเพาะชำน่ะค่ะ รีบไปช่วยเขาเถอะค่ะ” อลิสาตกใจ แต่ปราบรู้ทันถามว่าที่เรือนเพาะชำมีบ่อด้วยหรือ น้อยหน่าสะดุ้งหันไปเห็นพ่อก็หน้าเสีย ปราบถามว่าพานับดาวไปไว้ที่ไหน น้อยหน่าหน้าซีดตอบไม่ออก

ปราบในชุดเปื้อนเลือดถือขวานไปที่เล้าไก่เพื่อช่วยนับดาวออกมา กว่าจะรู้เรื่องก็แทบจะฆ่ากันตาย เพราะนับดาวไม่รู้ว่าใคร ซํ้าเสื้อผ้ายังเปื้อนเลือดและ

ถือขวานเข้ามาด้วย เลยเอาไม้กวาดประเคนเสียสุดแรง กว่าจะรู้ว่าใครเป็นใครก็เกือบได้เลือดกัน

กลิ่นขี้ไก่กับกาวยางในเล้าไก่ ทำให้ทั้งสองต่างนึกถึงสมัยเด็กที่เอาขี้ไก่กับกาวยางมาป้ายกัน พอจ้องหน้ากันก็ตกใจ เมื่อจำกันได้ นับดาวชี้หน้าปราบ

“นาย...ที่แท้นายคือไอ้เด็กจอมแสบคนนั้น”

“ส่วนเธอ...ก็ยัยเด็กกวนโอ๊ย...”

ooooooo

หลังจากนับดาวอาบนํ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยปราบเอาเสื้อผ้าของน้อยหน่าให้เปลี่ยน แล้วมานั่งระลึกความหลังกันอีกครู่หนึ่ง นับดาวจึงเริ่มคุยธุระต่อจากอลิสาที่เกริ่นกับปราบไว้ตอนที่เธอไปอาบนํ้า

นับดาวถามว่าขาย 50 ล้านหักค่าโอนและภาษีได้เท่าไหร่เรามาแบ่งครึ่งกันตกลงไหม ปราบตอบทันที “ไม่ตกลงครับ”

นับดาวนึกว่าเขาไม่พอใจในส่วนแบ่ง ต่อรองว่าค่าใช้จ่ายจุกจิกพวกนั้นตนออกเอง เขาเอาไปเลย 25ล้าน ปราบตอบสั้นๆ “ผมไม่ขายครับ”

ครั้นนับดาวถามว่าต้องการเงื่อนไขพิเศษอะไร เขาก็ยืนกรานคำเดียวว่า “ไม่ขาย” นับดาวเริ่มปวดหัว ให้ส่วนแบ่งเขามากขึ้นเป็น 40/60 ปราบก็ไม่เอาอีก

ไม่ว่านับดาวจะอ่อยอย่างไร ด้วยอะไร ต่อรองแลกเปลี่ยนกับอะไรกระทั่งขู่ ปราบก็ไม่ยอมขาย นับดาวเลยใช้ไม้สุดท้ายคือแกล้งทำเป็นลม ปราบเตรียมเข็มฉีดยาและยาของสัตวแพทย์จะฉีดให้ นับดาวหายเป็นปลิดทิ้งชวนอลิสากลับทันที บอกอลิสาว่า เราถอยไปตั้งหลักก่อน แล้วค่อยมาเปิดเกมใหม่

ระหว่างขับรถออกมา เจอปกป้องขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาพอดี นับดาวถามว่าชนเลยไหม อลิสารีบห้ามบอกว่าสงสารเขา นับดาวเหลือบมองหน้าน้าแวบหนึ่ง อมยิ้มนิดๆแล้วขับผ่านไป ปกป้องเองก็หันมองรถที่ขับผ่านไปแวบหนึ่งเช่นกัน

ooooooo

ปกป้องเสียดายที่ปราบไม่ยอมขายที่ เพราะถ้าขายเราอาจจะได้เพื่อนบ้านอย่างนับดาวมาอยู่ด้วย แต่ปราบกลับคิดว่าขืนขายไปมีหวังเอาไปขายต่อถลุงกันหมดแน่

ส่วนนับดาว กลับถึงบ้านแล้วก็คิดหาทางแก้ปัญหาว่าจะทำอย่างไรเมื่อใกล้วันที่ชนะชัยกับแม่จะมากินข้าวที่บ้าน แล้วยังมีข่าวพี่แป้นจะมีงานเปิดร้านและเอมี่ให้สัมภาษณ์ว่านับดาวคงไม่มาเพราะกำลังถังแตกอีก

สุดท้ายนับดาวตัดสินใจเอาบ้านไปจำนองกับ ธนาคาร ถูกอลิสาดักคอว่าจะเอาเงินไปดวลซ้อร้านพี่แห้งกับเอมี่ใช่ไหม นับดาวบอกว่าเราจะยอมให้เอมี่มาเยาะเย้ยเหยียดหยามอยู่อย่างนี้ไม่ได้

ส่วนเรื่องที่แม่ของชนะชัยจะมากินข้าวที่บ้าน นับดาวให้พี่ฟู่หามืออาชีพมาจัดบ้าน ตกแต่ง และเตรียมอาหารอย่างดีเยี่ยมจนทั้งชนะชัยและแม่ที่มาทานข้าวที่บ้านเริ่มเชื่อถือ แต่พอชนะชัยชวนเธอร่วมหุ้นในบริษัทที่แม่จะเปิดใหม่สัก 20 ล้าน นับดาวตอบเลี่ยงๆว่าขอปรึกษากันก่อน ทำให้ชัชฎาเริ่มระแวงว่านับดาวรวยจริงหรือเปล่า

แต่นับดาวปักใจแล้วว่าอย่างไรเสียก็ต้องหาเงินมาร่วมหุ้นนี้ให้ได้เพื่อสร้างความเชื่อถือแก่ชัชฎาและชนะชัย ทางเดียวที่จะได้เงินคือต้องขายที่ ดังนั้น แผนสองที่จะไปเจรจากับปราบจึงถูกกำหนดขึ้น

นับดาวบอกอลิสาว่า ก่อนไปหาปราบตนมีงานสำคัญต้องไปทำก่อน นั่นคือไปงานเปิดร้านของพี่แป้ง แล้วเธอก็กรีดกรายไปในงานด้วยชุดสีแดงหรู สร้างความฮือฮาไปทั้งงาน

นับดาวเฉิดฉายในชุดสวยไปสวัสดีพี่แป้ง แล้วไปเลือกซื้อกระเป๋าจระเข้รุ่นมิลิเต็ดที่ทั้งโลกมีอยู่แค่ 10 ใบ และงานนี้มีใบเดียวราคาสามแสนหก นับดาวซื้อทันทีเป็นการประเดิมชิ้นที่แพงที่สุดยิ่งสร้างความฮือฮากันทั้งงาน เมื่อนับดาวเจอเอมี่ก็ถามว่าซื้ออะไร พอรู้ว่าซื้อ

เข็มขัดเส้นเดียว นับดาวก็มอบกระเป๋าใบนั้นให้เป็นของขวัญวันเกิดเอมี่ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้

สองสาวกอดกันแสดงความรักความสนิทสนมกันจนหนังสือพิมพ์กรูกันมาถ่ายรูปสัมภาษณ์อย่างตื่นเต้น

รุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวสยบข่าวลือที่ว่านับดาวถังแตก นับดาวอ่านข่าวอย่างสะใจ คุยกับอลิสาว่า

“สะใจจริงๆ ยัยเอมี่ไปไม่เป็นเลย หน้าแหกเป็นริ้วๆเลย โดนมุกนี้เข้าไปคงพูดไม่ออกไปนานเลยล่ะค่ะ”

เห็นอลิสาเสียดายเงินสามแสนหก นับดาวปลอบว่าไม่ต้องกังวล ต่อไปตนจะทำงานหนักเพื่อให้ปราบขายที่ให้ได้ ถึงตอนนั้นเราก็จะได้เงินมาสามสิบล้านเป็นอย่างตํ่า

ครู่เดียว อลิสาก็เอาบะหมี่สำเร็จรูปมากินกันบอกว่าตอนนี้ก็กินไอ้นี่วันละสามมื้อไปก่อนก็แล้วกัน

ส่วนปราบก็ถูกเพชรสีลูกสาวเสี่ยไฝผู้ยิ่งใหญ่หลงรักและอ่อยเขาเต็มที่ แต่ปราบไม่ได้สนใจ จนวันนี้เพชรสีโทร.ไปหลอกปราบว่าเจ้าแม็คหมาน้อยของตนป่วยเป็นกระเพาะบิด ปราบรีบไปดู พอรู้ว่าถูกหลอกก็จะกลับ เพชร สีอ่อยต่อด้วยอาหารม้าสำหรับเฉาก๊วยที่เขาฝากซื้อตอนที่เธอไปเที่ยวยุโรป

ปราบดีใจที่ได้ยา จึงพากันเอาไปให้เฉาก๊วย เพชรสีอ้อนอยากขี่เฉาก๊วย ปราบตามใจ เธอจึงขี่โฉบมาอวดเขา ปราบชมว่าเก่ง เพราะปกติเฉาก๊วยจะพยศ นอกจากตนแล้วจะไม่ยอมให้ใครขี่ง่ายๆ

น้อยหน่าเห็นพ่ออยู่กับเพชรสีหัวเราะกันอย่างร่าเริง ก็จ้องจิกอย่างหมั่นไส้ แช่งเพชรสีให้ตกม้าคอเคล็ดได้ยิ่งดี จะหัวเราะเสียให้สะใจทีเดียว

เสี่ยไฝไม่พอใจที่เพชรสีมาติดพันปราบ ถึงขั้นพาลูกน้องมาข่มขู่ถึงฟาร์มให้เลิกคบกับลูกสาวตน ปราบไม่พอใจ เจิมที่เป็นคนดูแลเจ้าเฉาก๊วยก็สะอึกออกมาปกป้องเจ้านาย พอเสี่ยไฝกลับไป ปกป้องเตือนหลานชายว่าเลิกยุ่งกับเพชรสีเสียเถอะ เพราะปราบเองก็ไม่ได้ชอบเธอ

“ถ้าขอร้องกันดีๆยังพอไหว พาลูกน้องสวะๆมาข่มขู่กันอย่างนี้ผมรับไม่ได้ ผมรู้ว่ามันเป็นใคร แต่ผมจะไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่แบบนี้” ปราบฮึดฮัดจนปกป้องหนักใจ

ooooooo

เพชรสียังเทียวไปเทียวมาที่ฟาร์มไม่เลิก วันนี้ก็มาหาปราบอีก เจอกับนับดาวและอลิสามาพอดี เพชรสีแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของปราบ กันท่านับดาวเต็มที่

แต่ระหว่างนับดาวกับเพชรสี ชั้นเชิงต่างกันพอถูกนับดาวแฉว่าในตัวเพชรสีมีของปลอมอย่างน้อยสามอย่าง คือจมูกปลอม ตาปลอม อกปลอม ทำให้เพชรสีอับอายจนต้องหนีกลับไป

ปราบหันมาบอกนับดาวให้กลับไปได้แล้ว นับดาวถามว่าเขาชอบเพชรสีหรือ ปราบยียวนว่าไม่จำเป็นต้องตอบเธอ

“ถ้าชอบแม่นั่นก็รีบเซ็นสัญญาขายที่เสีย ไม่อย่างนั้นฉันจะป่วนคุณสองคนให้เละกว่าเมื่อกี้นี้อีก”

ปกป้องพอใจมาก ออกมาอนุญาตนับดาวให้อยู่ที่นี่ก็ได้ เพราะบ้านนี้มีชื่อตนเป็นเจ้าของด้วย และอยากมาเที่ยวเมื่อไรก็มาได้เลย ปกป้องพูดกับนับดาวแต่ตามองเลยไปถึงอลิสาที่ยืนอยู่ใกล้ๆนั้น

ปราบดึงปกป้องออกไปคุยกันข้างนอก ส่วนอลิสาก็ดึงนับดาวออกไปข้างนอกเช่นกัน

ปกป้องถูกปราบต่อว่าที่ชวนนับดาวกับอลิสามาอยู่ที่นี่ ปกป้องยืนยันว่ากับอลิสานั้นตนรักจริงหวังแต่ง ขอให้ปราบเห็นใจ ปราบเลยยอมแต่บอกว่า ถ้าสองคนนี้ก่อเรื่องอะไรตนจะไม่รับผิดชอบด้วย

จากนั้น ปกป้องเดินตามนับดาวกับอลิสาไปที่รถ พูดกับนับดาวว่า ตนรู้ว่าเธอต้องการให้ปราบขายที่ ถึงได้มาหาถึงนี่ บอกว่าตนไม่แคร์ว่าเธอจะทำสำเร็จหรือไม่ แต่ตนให้โอกาส โดยมีเงื่อนไขเล็กน้อย นั่นคือ

“ทุกครั้งที่ยัยเพชรสีมาที่นี่หรือที่อื่นก็ตาม คุณต้องทำแบบเมื่อกี้คือไล่ยัยนั่นให้เผ่นกระเจิง”

“อย่าบอกนะว่าคุณชอบยัยเพชรสี คิดจะแย่งแฟนหลานตัวเองรึไง”

“ผิด...ยัยเพชรสีคือตัวปัญหาของที่นี่ พ่อของยัยเพชรสีเป็นบุคคลอันตราย ผมต้องการตัดเพชรสีออกไปจากชีวิตไอ้ปราบ คุณทำตามที่ผมบอกได้ไหม”

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา” นับดาวรับปากทันทีอย่างมั่นใจมาก

ooooooo

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด