สมาชิก

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

ตอนที่ 14

เมื่อเข้าไปในบ้าน นับดาวเจอชนะชัยเดินออกมากับปกป้อง ปกป้องเล่าว่าดีที่ชนะชัยเตือนก่อน ไม่อย่างนั้นตนตั้งรับไม่ทันแน่ นับดาวจึงชวนชนะชัยออกไปคุยกันข้างนอก

นับดาวขอโทษชนะชัย เขาถามว่ามีเหตุผลอะไรเธอถึงทำอย่างนั้น เธอไม่ได้รักตนใช่ไหม นับดาวอึกอักครู่หนึ่งจึงตอบว่า “ค่ะ...ดาวรู้สึกดีกับคุณ ดีมาก แต่...มันไม่ใช่ความรัก” เขาถามว่าแล้วทำไมจึงแต่งงาน “ถึงวันนี้ ดาวคงต้องบอกความจริง...ดาวแต่งงานกับคุณเพราะเรื่องเงินค่ะ ดาวมีแต่เปลือกค่ะ ความจริงดาวไม่มีเงินแล้ว”

“แล้วที่คุณซื้อหุ้นบริษัทแม่ผมล่ะ”

“ดาวขายที่ได้ ที่ที่เป็นมรดกจากพ่อ...แต่มีชื่อคุณปราบอยู่ด้วย ที่ดาวต้องมาที่นี่ก็เพื่อมาหาทางเจรจาให้คุณปราบขายที่ให้ดาว เพื่อเอาเงินไปซื้อหุ้นให้แม่คุณเชื่อถือในตัวดาว”

ชนะชัยอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะออกมาอย่างขำมาก แต่พอเขาจะเล่าให้นับดาวฟัง ก็พอดีปรายฟ้าเดินเข้ามา ทีแรกปรายฟ้ายังไม่เห็นชนะชัย แต่พอเห็น เธอตกใจรีบเดินหนี ชนะชัยช็อกไปครู่หนึ่งจึงรีบตามปรายฟ้าไป

ปรายฟ้าไม่ยอมรับว่าเป็นตัวเธอ แต่ทนความรู้สึกที่กดดันไม่ได้ สุดท้ายยอมรับว่าตนคือปรายฟ้า

ชนะชัยบอกว่าตนตามหาเธอมาตลอด คิดไม่ถึงว่าเธอมาอยู่ที่นี่ เพราะพอตนกลับจากเมืองนอก แม่บอกว่าลูกในท้องเธอไม่ใช่ลูกของตน เธอมาขอเงินจากแม่แล้วหนีหายไปเลย ปรายฟ้าตัดบทว่าเรื่องราวก็เป็นอย่างที่แม่เขาบอกนั่นแหละ

“ผมไม่เชื่อแม่ผม ผมพยายามหาคุณแทบพลิกแผ่นดิน แต่ก็ไม่เจอ” ปรายฟ้าไม่เชื่อว่าลูกแหง่อย่างเขาจะไม่เชื่อแม่ “เรื่องอื่นอาจจะใช่ แต่ไม่ใช่เรื่องของคุณ...เล่าให้ผมฟังหน่อยเถอะปรายฟ้า ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

ปรายฟ้ามองเขาอย่างชั่งใจ แล้วเล่าความจริงให้ฟังว่า แม่เขาใช้อิทธิพลคนมีสีมาข่มขู่คุกคามกระทั่งจะฆ่าถ้าเธอไม่ไปจากเขา เธอกลัวจนต้องหนีตายออกมา แต่เธอปดเขาเพื่อตัดปัญหาทั้งปวงว่า ความเครียดทำให้เธอแท้งลูก สรุปว่า

“เรื่องของเราจบแล้วค่ะจ๊อบ ไม่มีอะไรมากกว่านี้ แล้วก็เรื่องคุณกับนับดาว คุณนับดาวเป็นผู้หญิงที่ดี อย่าไปยุ่งกับเธอเลย ความจริงคุณไม่ควรจะไปยุ่งกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น ลูกแหง่อย่างคุณเป็นสามีที่ดีไม่ได้หรอก”

พูดแล้วปรายฟ้าเดินจากไป นับดาวที่แอบดูแอบฟังอยู่พึมพำ “โห...ดราม่าสุดๆ”

ในที่สุด ชนะชัยตัดใจจากทั้งปรายฟ้าและนับดาว อวยพรให้นับดาวสมหวังกับปราบ บอกเธอว่า “คุณโชคดี แล้วที่ตัดสินใจหนีออกมาจากงานแต่งงาน ผมคงไม่ใช่สามีที่ดีหรอก”

ooooooo

เพราะยกห้องเดิมของนับดาวให้ปรายฟ้าอยู่ไปแล้ว คืนนี้ปราบจึงให้นับดาวอยู่ห้องของตน ส่วนตน จะนอนข้างนอก นับดาวชมว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษมากเลย ต่างอวยพรให้หลับฝันดี แล้วนับดาวก็ปิดประตูห้อง อมยิ้มอยู่คนเดียว

ปราบมาเจอน้อยหน่าบอกว่าให้ไปดูแม่หน่อยได้ยินเสียงแม่ร้องไห้ ตนไปเรียกก็ไม่ยอมเปิดประตู ปราบคิดว่าให้นับดาวช่วยพูดจะดีกว่า แต่พอไปบอก นับดาวถามน้อยหน่าว่าเชื่อใจตนไหม น้อยหน่าพยักหน้า นับดาวจึงบอกว่า

“พี่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พี่เล่าให้เธอฟังไม่ได้ แต่บอกได้ว่าไม่มีอะไรต้องห่วง เป็นการร้องไห้แบบผู้หญิงน่ะ ทีนี้พี่อยากให้หน่าเข้าห้องไปนอนเสีย อย่าไปกวนแม่นะ เข้าใจไหม”

น้อยหน่าพยักหน้าแล้วเดินกลับไป ปราบถามว่าเธอรู้เรื่องหรือ นับดาวไม่ตอบแต่ดึงเขาเข้าห้องนอนแล้วปิดประตู

ooooooo

พาปราบเข้าห้องปิดประตู แล้วนับดาวก็ถามเขาว่า รู้ไหมว่าทำไมจู่ๆ ปรายฟ้าถึงได้เป็นแบบนั้น ปราบทำท่ารำคาญบอกว่า นั่นเรื่องส่วนตัวของเขาถ้าเธออยากเล่าก็เล่า ไม่ต้องลีลามาก
นับดาวจึงบอกความจริงเขาว่า เพราะวันนี้ปรายฟ้าเจอกับแฟนเก่า พูดแค่นั้นปราบก็รู้ทันทีว่าหมายถึงชนะชัย เขาถามว่าเธอรู้ได้ยังไง นับดาวบอกว่าตนแอบได้ยิน พูดออกตัวว่า ที่เล่าให้เขาฟังเพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับน้อยหน่า เพราะปรายฟ้าไม่ได้บอกน้อยหน่า

จึงกลายเป็นเรื่องเครียดที่ต้องคิดกันอย่างรอบคอบว่าจะทำอย่างไรต่อไป

นับดาวมีความสุขมากที่ได้มาอยู่ในที่ที่เป็นของพ่อ คืนนี้ เธอไปปูผ้านอนดูดาว เธอเพิ่งตระหนักลึกซึ้งว่าอย่างนี้นี่เองที่เรียกว่าความสุข ความสงบ

เช้าวันรุ่งขึ้น เธอจึงถามปราบที่โต๊ะอาหารว่าใครซื้อที่ไป ตนอยากขอซื้อคืน ปราบบอกว่าไม่รู้ ถ้าอยากรู้เธอก็ต้องถามทนายเอาเอง แล้วให้เบอร์โทร.ของทนายไว้ แต่ก็อดถามไม่ได้ว่าเธอจะซื้อที่กลับมาทำไม

“ฉันอยากอยู่ที่นั่น” นับดาวยิ้มกับตัวเองอย่างมีความฝัน

เพียงสายๆ อลิสาก็ตามมาที่นี่ ถามว่าเป็นบ้าไปแล้วหรือ ถึงได้หนีออกจากงานแต่งงานแบบนั้น เมื่อกลับมาคุยกันที่บ้านแล้ว นับดาวบอกอลิสาว่าจะซื้อที่คืน อลิสาถึงกับถามว่า “เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือนับดาว ผีเข้ารึไงถึงได้คิดแบบนั้น”

นับดาวบอกว่าตนเบื่อที่จะใช้ชีวิตแบบที่ผ่านมา อยากมาอยู่ที่ไร่แห่งความฝันของพ่อ อลิสาบอกว่าตนไม่ชอบชีวิตแบบนั้น เมื่อชอบกันคนละแบบ นับดาวเสนอให้อลิสาขายหุ้นของชัชฎารวมกับเงินที่เหลือแล้วแบ่งกันคนละครึ่ง จากนั้น ต่างคนต่างใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองชอบ แต่ตนก็ยังรักน้าเหมือนเดิมเพียงแต่เราแยกกันอยู่เท่านั้นเอง

ต่อมา อลิสาเช็กแล้ว ปรากฏว่าหุ้นบริษัทของชัชฎากำลังขึ้น เธอตัดสินใจยังไม่ขาย

ooooooo

นับดาวนัดพบกับปราบที่ร้านกาแฟในห้าง เพื่อเล่ารายละเอียดเรื่องของปรายฟ้ากับชนะชัยให้เขาฟังอย่างละเอียด ปราบฟังแล้วเขาจึงรู้ว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะแม่ของชนะชัย เขาเสนอว่าอยากให้ชนะชัยกับปรายฟ้าปรับความเข้าใจกัน

นับดาวถามว่าถ้าสองคนนั้นปรับความเข้าใจกันแล้ว เขาทำใจได้หรือ เขาไม่คิดอะไรกับปรายฟ้าแน่แล้วหรือ

“แต่ก่อนน่ะใช่ ผมเคยคิดว่าผมยังรักเขาอยู่ แต่ตอนนี้น่ะไม่ใช่ เพราะตอนนี้ผมรักผู้หญิงคนอื่นไปแล้ว” พูดแล้วมองหน้านับดาวอย่างมีเลศนัย เธอรีบตัดบทบอกเขาอย่านอกเรื่อง แล้วถามว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป

ปราบบอกว่าตนมีแผน แล้วเล่าแผนการที่น้อยหน่าเคยคิดจะใช้กับเขาและนับดาว แต่ไม่ได้ใช้ คราวนี้จะเอามาใช้กับปรายฟ้าและชนะชัย โดยจะหลอกให้สองคนไปติดอยู่ในโกดังค้างสักคืน คนที่ยังรักกันยังไงก็กลับมาคืนดีกันได้

เมื่อตกลงกันเรื่องชนะชัยกับปรายฟ้าแล้ว ปราบจะวกมาพูดนอกเรื่องที่นับดาวเบรกไว้เมื่อครู่ ก็ถูกเธอขอไว้ก่อน บอกว่าตนยังไม่พร้อมจะนอกเรื่อง ปราบไม่เร่งรัด บอกเธอว่าตนคอยเธอได้เสมอ นับดาวขอบคุณ ต่างยิ้มอย่างเข้าใจกัน

ฝ่ายชัชฎาเห็นว่าเอมี่รวยจริง จึงหาทางจะจับเอมี่มาคู่กับชนะชัย โดยอาศัยสื่อเป็นกระบอกเสียงด้วยการหลอกชนะชัยให้ออกงานกับเอมี่ โดยทำทีว่าตัวเองไปด้วย แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็อ้างว่าติดธุระ ให้ชนะชัยควงเอมี่เข้าไปในงาน จนกลายเป็นข่าวว่า เอมี่เป็นมือ ที่สามทำให้ชนะชัยกับนับดาวผิดใจกัน

นับดาวอ่านข่าวนี้แล้วกลับหัวเราะพูดขำๆว่า “ตามสบาย อยากทำอะไรก็ทำ ฉันจะออกจากเกมแล้วย่ะ แต่ว่า อาจเอามาใช้ประโยชน์ได้เหมือนกัน” นับดาวหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นขึ้นมาดูอย่างครุ่นคิดอีกครั้ง

ooooooo

ชนะชัยรู้ตัวว่าพลาดท่าให้แม่อีกแล้ว แต่พอต่อว่า ชัชฎาก็พูดหน้าตาเฉยว่า ตนสืบมาแล้วว่าเอมี่รวยจริงส่วนนับดาวนั้นกำมะลอ ให้ลืมไปเลย

ระหว่างนั้นเอง นับดาวโทร.เข้ามือถือชนะชัยแสดงความยินดีกับข่าวเขากับเอมี่ ทั้งยังบอกว่า ปรายฟ้าฝากอวยพรให้เขามีความสุขกับเอมี่ด้วย แล้วตบท้ายให้ชนะชัยตกใจว่า ปรายฟ้ายังฝากบอกเขาว่า “ลาก่อน...” ย้ำกับตนว่าอีกสองชั่วโมงค่อยโทร.บอกเขา แต่ตนร้อนใจเลยรีบโทร.บอกก่อน

ชนะชัยตกใจบอกให้เธอรีบโทร.ไปที่ไร่เลย นับดาวเขย่าประสาทเขาต่ออีกว่าตนโทร.ไปแล้วไม่มีคนรับสายสักคน!

วางสายจากนับดาว ชนะชัยวิ่งออกจากบ้านไปอย่างร้อนใจมาก

ooooooo

นับดาวกับปราบประสานงานกันอย่างถี่ยิบ พอชนะชัยออกไปนับดาวก็แจ้งปราบ เมื่อปราบคาดว่าอีกไม่นานคงถึง จึงให้ปรายฟ้าที่เดินผ่านมาพอดีเข้าไปช่วยหยิบเชือกที่โกดังแถวคอกม้าให้ หน่อย ปรายฟ้าพาซื่อเข้าไปหาเชือกให้

ปราบไปนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์คอยรับหน้าชนะชัยที่หน้าบ้าน พอชนะชัยมาถึง ถามปราบอย่างร้อนใจว่าปรายฟ้าอยู่ไหน พอรู้ว่าอยู่ในโกดังแถวคอกไม้ม้า ชนะชัยวิ่งไปทันที ปราบถามว่ามีอะไรหรือ เขาวิ่งพลางร้องบอกว่า

“ผมไม่มีเวลาอธิบาย”

ปราบรีบโทรศัพท์บอกเจิดที่มีหน้าที่ปิดประตูโกดัง เจิดกำลังท้องเสียวิ่งไปเข้าห้องน้ำไม่กล้าบอกปราบแต่รับปาก ครับ...ครับ...เอามือกุมก้นวิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน

แถวคอกม้า น้อยหน่ากำลังแปรงขนให้เฉาก๊วยบังเอิญทำแปรงหล่นก้มลงเก็บเลยไม่เห็นปรายฟ้า ที่เดินผ่านไปที่โกดัง พอน้อยหน่าไปให้อาหารม้า ชนะชัยก็วิ่งผ่านข้างหลังไปอีกคน
นับดาววิ่งมาหาปราบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ปราบยิ้มกริ่มบอกว่า

“ตามแผน...คุณชนะชัยไปหาปรายฟ้าที่โกดังแล้ว”

ทั้งสองพากันรีบออกไปเพื่อดูผลงานตามแผนที่วางไว้

ooooooo

ชนะชัยวิ่งเข้าไปในโกดัง เจอปรายฟ้ากำลังรื้อเชือกที่พันยุ่งเหยิงกับของอื่นอยู่ มิหนำซ้ำปลายเชือกยังพันอยู่ที่ขื่อด้วย ชนะชัยพรวดเข้าไปหาปรายฟ้าถามอย่างตกใจว่า ทำอะไร
ปรายฟ้าตกใจนึกว่าชนะชัยเกิดหน้ามืดขึ้นมา เธอไล่เขาออกไปและระวังตัวเต็มที่ ขู่ชนะชัยว่าถ้าขืนเข้ามาอีกตนจะร้องให้คนช่วย

น้อยหน่าวิ่งเข้ามาพร้อมคราดกวาดหญ้า เห็นบรรยากาศตึงเครียด น้อยหน่าเอาคราดชี้หน้าชนะชัย ถามว่าจะทำอะไร ชนะชัยบอกว่าเธอไม่เกี่ยว กระชากคราดจากมือน้อยหน่าจนเธอเสียหลักล้มลง

ปรายฟ้าเห็นน้อยหน่าล้ม เธอตกใจร้องถาม “น้อยหน่าเป็นอะไรไหม” พลางวิ่งไปหา ชนะชัยคว้าตัวเธอไว้บอกให้อยู่เฉยๆ ตนจะไม่ยอมให้เธอฆ่าตัวตายเด็ดขาด

“ฆ่าตัวตายอะไรล่ะ ฉันแค่เข้ามาหยิบเชือก”

“อ้าว??” ชนะชัยเหวอ

ทันใดนั้น น้อยหน่าร้องกรี๊ดเมื่อเห็นงูเห่าตัวใหญ่อยู่ตรงหน้าแผ่แม่เบี้ยขู่ฟ่อๆ ปรายฟ้าจะเข้าไปช่วยน้อยหน่า ถูกชนะชัยดึงไว้ บอกให้ใจเย็นๆเดี๋ยวโดนงูกัด

“ปล่อยฉัน ฉันจะช่วยลูก”

ชนะชัยมองอึ้ง ปรายฟ้าบอกว่าน้อยหน่าเป็นลูกเขา พอดีงูฉกลงมา น้อยหน่าหวีดร้องสุดเสียง ชนะชัยพุ่งเข้าไปขวางเลยถูกงูกัดที่คอ

ขณะบรรยากาศกำลังชุลมุนกันนั่นเอง ปราบกับนับดาววิ่งเข้ามาเห็นงูเห่าเลื้อยหนีพอดี นับดาวตกใจกระโดดกอดปราบแน่น ต่อว่าปราบว่าไหนบอกว่าจะขังพวกเขาไว้เฉยๆ แล้วงูนี่มาจากไหน ปราบเองก็ไม่รู้ เห็นงูกำลังเลื้อยหนีก็ปล่อยนับดาวโครม วิ่งไปคว้าลังมาครอบงูไว้ แล้วจึงหันมาถามนับดาวว่า เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บไหม

ในบรรยากาศตึงเครียดนี่เอง ปรายฟ้าบอกชนะชัยว่าน้อยหน่าเป็นลูกของเขา ชนะชัยมองหน้าน้อยหน่าอย่างตื่นเต้น ขอโทษลูกที่ตนไม่ได้ทำหน้าที่พ่อ

ปราบเข้ามาดูรอยกัด เห็นแผลแล้วหน้าเครียดบอกให้รีบพาชนะชัยส่งโรงพยาบาลเร็วๆ

เจิดเพิ่งมาถึง ปราบถามว่าหายหัวไปไหนมา เจิดบอกหน้าจ๋อยๆ ว่าตนท้องเสียไปเข้าห้องน้ำมา

“มัวแต่คุยกันอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวคุณจ๊อบก็ตายพอดี” นับดาวร้อนใจ ถามปราบว่าจะไม่ขันชะเนาะหรือไม่ทำอะไรก่อนรึไง ปราบบอกว่างูกัดตรงคอจะให้ขันชะเนาะตรงไหน ขันก็รัดคอตายพอดี นับดาวทำหน้าง้ำบ่นอุบ “ก็คนไม่รู้ ไม่ต้องมาแขวะหรอก ปากยังกะปากกระโถน”

นับดาวโวยอีกเมื่อปราบไม่เอางูไปด้วย เขาหันมาดุเธอว่า อย่าลืมว่าตนเป็นสัตวแพทย์ แล้วไม่สนใจเธออีกเลย

ชนะชัยเห็นปราบกับนับดาวโต้เถียงกันแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ทั้งที่ตัวเองกำลังเจ็บแผล...

ooooooo

หมอที่เป็นเพื่อนของปราบตรวจแล้วบอกว่าชนะชัยโชคดีมากที่งูยังไม่ได้ปล่อย พิษ ร่างกายเขาแข็งแรงแต่เพื่อความแน่ใจให้พักที่โรงพยาบาลอีกสักวันสองวันค่อย กลับบ้าน

นับดาวแอบสะกิดปราบให้ออกไปข้างนอกกันเพื่อให้พ่อแม่ลูกได้ทำความเข้าใจกัน

เมื่อออกมาข้างนอก นับดาวถามว่าเขารู้ใช่ไหมว่าชนะชัยไม่เป็นอะไรมาก

“ก็ทำนองนั้น งูกัดคนส่วนใหญ่ก็ทำเพื่อป้องกันตัว ที่มันออกมาเพ่นพ่านนี่แสดงว่ามันกำลังหาอาหารอยู่ ผมเห็นซากหนูอยู่แถวนั้นพอดี แสดงว่ามันปล่อยพิษไปหมดแล้ว มันแค่ตกใจแล้วก็แว้งกัดเท่านั้นเอง”

ส่วนปรายฟ้า ชนะชัย และน้อยหน่า ทำความเข้าใจกันไม่ยาก เมื่อปรายฟ้ายอมรับกับชนะชัยว่าตนโกหกว่าแท้ง แต่ที่แท้น้อยหน่าคือลูกของเขา และน้อยหน่าเองก็ต้องการมีพ่อแม่เป็นครอบครัว

ชนะชัยขอโทษที่ความอ่อนแอของตนทำให้ครอบครัวต้องพลัดพรากจากกัน ถามน้อยหน่าว่ายอมรับพ่อไหมน้อยหน่าย้อนถามว่าแล้วพ่อยอมรับตนหรือเปล่า

“รับสิ สิบกว่าปีที่ผ่านมา พ่อได้แต่โทษตัวเองที่ปล่อยให้แม่เขาจากไป ไม่คิดไม่ฝันว่าวันนี้พ่อจะได้แม่กลับคืนมา พ่อไม่มีวัน...ไม่มีวันที่จะทอดทิ้งใครคนใดคนหนึ่งอีกแล้ว” ชนะชัยขอให้น้อยหน่าเรียกตนว่าพ่อ น้อยหน่าไม่ปฏิเสธแต่ขอเวลาหน่อยเพราะยังไม่ชิน

“ไม่เป็นไร แค่รู้ว่ามีลูกอยู่ในโลก พ่อก็ดีใจมากแล้ว รวมทั้งคุณด้วยฟ้า” ชนะชัยมองปรายฟ้าอย่างขอโทษ

ส่วนนับดาวกับปราบลุ้นกันว่าสามคนพ่อแม่ลูกจะคืนดีกันได้ไหม ปราบเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะอย่างน้อยก็มีน้อยหน่าเป็นโซ่ทองคล้องใจอยู่ แล้ว พลันก็เห็นชัชฎาเดินอ้าวเข้ามา ทำให้ทั้งสองมองหน้ากันอย่างกังวลว่าจะมีอุปสรรคอีก

ปราบจะเข้าไปชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดเอง นับดาวติงว่าคนหัวแข็งอย่างชัชฎาใช้วิธีทื่อๆ ไม่ได้ ต้องใช้อุบาย

“เอาเลย งานถนัดคุณนี่” ปราบหยอกแกมหยิก เลยถูกค้อนไปขวับหนึ่ง

ooooooo

ชัชฎายังคงทิฐิไม่ยอมรับปรายฟ้าอยู่ดี พอเจอหน้าก็พูดเยาะว่ากลับมาหาลูกชายตนเพราะไม่มีที่ไปแล้วใช่ไหม พยายามที่จะเป่าหูชนะชัยให้เกลียดชังปรายฟ้า แต่ชนะชัยวันนี้ไม่ใช่ลูกแหง่เหมือนก่อนแล้ว เขาโต้แม่ว่าเรื่องราวทั้งหมด แม่เป็นคนก่อขึ้นทั้งสิ้น ตนรู้ความจริงหมดแล้ว

เมื่อชนะชัยแนะนำว่าน้อยหน่าคือลูกตน ชัชฎาจำได้ว่าเคยเจอที่งานแต่งงานของนับดาว น้อยหน่าบอกว่าตอนนั้นตนยังรู้สึกดี รู้สึกว่าได้เจอผู้ใหญ่ใจดี แต่วันนี้ความรู้สึกได้เปลี่ยนไปแล้ว

“เธอเป็นเด็ก เธอไม่รู้อะไรหรอก”

“เชยจริงๆ สมัยนี้เขาไม่พูดกับเด็กแบบนี้แล้วนะคะ เด็กบางคนรู้มากกว่าผู้ใหญ่เสียอีก” น้อยหน่าสวนไปทันที ทำเอาชัชฎาอึ้ง แต่ชนะชัยกลับหัวเราะบอกว่าสงสัยลูกจะได้เลือดย่าไปเยอะ

ชัชฎาถามว่าน้อยหน่าเป็นลูกชนะชัยจริงหรือ

ปรายฟ้าพูดสบายๆว่าใช่ ถ้าไม่เชื่อจะตรวจดีเอ็นเอก็ได้ แต่สำหรับตนไม่เรียกร้องอะไร ถ้าไม่เชื่อก็จบ ถือว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ชีวิตใครชีวิตมัน

“แต่ผมเชื่อคุณฟ้า” ชนะชัยพูดอย่างมั่นใจ ทำเอาชัชฎาอึ้งหน้าเครียด จ้องหน้าทีละคน...ไล่ไปจนหยุดที่น้อยหน่า

ooooooo

สมองระดับนับดาว คิดอึดใจเดียวแผนการก็ออกมา เธอวางแผนให้ปราบปลอมตัวเป็นหมอเข้าไปขู่ชัชฎา ถึงจะโกหกก็เพียงครึ่งเดียวเพราะความจริงเขาก็เป็นหมออยู่แล้ว แต่เปลี่ยนจากสัตวแพทย์มาเป็นหมอคนเท่านั้น

ให้ปราบไปขู่ชัชฎาว่าชนะชัยได้รับพิษงูคงอยู่ได้อีกไม่นาน เมื่อขู่ชัชฎาตกใจแล้วตนจะรับดำเนินแผนต่อแต่ขอให้ปราบคอยช่วยเสริมก็แล้วกัน

ปราบเจ้าเล่ห์บอกว่าแผนของเธอนั้นยากมากตนอยากได้กำลังใจ แล้วทำแก้มป่องให้เธอจุ๊บ ถ้าไม่ตนก็ไม่เหมือนกัน สุดท้ายนับดาวเลยจำต้องจุ๊บเขาทีหนึ่ง แต่พอจุ๊บแล้วปราบกลับพูดให้เจ็บใจว่า

“จะบอกอะไรให้ ถึงคุณไม่จุ๊บผม ผมก็ต้องเข้าไปช่วยชนะชัยอยู่ดีนั่นแหละ ถือว่าหายกันที่ตอนนั้นคุณเอาวัคซีนไอ้เฉาก๊วยมาบลั๊ฟผมไง” พูดแล้วปราบรีบผละไปก่อนจะโดนอะไรต่อมิอะไรกระหน่ำมา

ปราบเข้าไปในห้อง ใส่เสื้อกาวน์เก๊กหน้าสงบ สุขุม บอกว่าจะมาบอกข่าวร้ายเรื่องผลตรวจเลือดของชนะชัย

ชัชฎาที่กำลังคุยอย่างสนุกสนานอยู่กับน้อยหน่า รวมทั้งชนะชัยและปรายฟ้า ทุกคนชะงักกึกหันมองหน้ากันแล้วหัวเราะขำกันสุดๆ ปราบกับนับดาวทำหน้างง

ปรายฟ้าเลยถามว่า

“คุณกับคุณนับดาวจะมาวางแผนให้คุณแม่ยอมรับฉันใช่ไหมคะ”

ปราบกับนับดาวหน้าเหวอ ชัชฎาพยายามกลั้นหัวเราะ พูดไปขำไปว่า

“น้อยหน่าเขาบอกก่อนแล้วล่ะ เขาบอกว่าคุณสองคนหายไปนานแบบนี้ สงสัยพวกคุณคงเห็นฉันก็เลยหลบไปวางแผนอะไรกันสักอย่าง...เก่งจริงๆหลานย่า” ชัชฎาหันไปกอดน้อยหน่าจุ๊บหน้าผากทีหนึ่งแล้วหัวเราะกันสนุกสนาน

ชนะชัยบอกปราบกับนับดาวว่าตนกับแม่ตกลงกันได้แล้ว เมื่อตนให้แม่เลือกว่าจะยอมรับปรายฟ้าหรือไม่ ปรากฏว่าแม่ยอมรับ ชัชฎาบอกปราบกับนับดาวว่า

“ไม่ต้องงงหรอกจ้ะหนูดาว ยอมได้ก็ยอม จะไปแข็งขืนอะไรกัน คนเขารักกันจริง เวลาผ่านมาสิบกว่าปียังรักกันอยู่ ไม่ยอมได้ไง จริงไหมจ๊ะ...ดีจังนะเราเนี่ย พ่อกับแม่รักกันซะขนาดนี้” ชัชฎาหันไปโยกหัวน้อยหน่าอย่างเอ็นดู

“แม่ผมหลงเสน่ห์น้อยหน่าเข้าเต็มเปาเลยครับ อะไรก็ยอมหมด” ชนะชัยพูดอย่างมีความสุข

ย่าหลานคุยกันอย่างถูกคอ ชัชฎาจะกลับ น้อยหน่ามาส่งที่ลานจอดรถ ชัชฎาชวนว่าวันที่ชนะชัยออกจากโรงพยาบาลน้อยหน่าจะไปบ้านย่าไหม ไปค้างสักคืนก็ได้ น้อยหน่าขอพาแม่ไปด้วย ชัชฎาตอบอย่างไร้ปัญหาว่าไปสิจ๊ะ

ร่ำลากันแล้วชัชฎาขึ้นรถขับออกไปอึดใจเดียวก็ได้รับโทรศัพท์ที่ชัชฎาเห็นแล้วรีบรับสาย เธอคุยสีหน้ากังวลว่า

“ว่าไง...อะไรนะ...ถ้าเขาเช็กบัญชีเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น แล้วก็คงฟ้องร้องด้วย...เดี๋ยวฉันจะลองหาทางถ่วงเวลาไว้ก่อน” พูดแล้วก็รีบขับรถออกไป

ooooooo

ส่วนนับดาวถามปราบว่าใครซื้อที่ของพ่อไป ตนจะขอซื้อคืน ปราบบอกว่าเขาจะขายให้แต่ต้องขึ้นราคาเป็นสองเท่าจากที่ซื้อไป หรือจะให้ขายคืนราคาเดิมก็ได้แต่มีข้อแม้ว่า ชื่อเจ้าของต้องเป็นชื่อ นายปราบศึก

นับดาวถามว่าพวกเขามีแผนอะไรกันอีก

“ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น ก็แค่คุณมาอยู่ที่ไร่นี่จริงๆ สิบปี ผมก็จะโอนที่ให้คุณ”

“ฝันไปเถอะ ฉันไม่ชอบให้ใครมาบังคับ ฉันจะโทร.คุยกับทนายเอง” นับดาวฮึดขึ้นมา

แต่พอกลับถึงบ้าน เจออลิสาช็อปปิ้งกวาดซื้อของมามากมาย อวดว่านี่เป็นคอลเลกชั่นใหม่ๆทั้งนั้น หมายจะยั่วใจให้นับดาวอยู่กรุงเทพฯต่อไป แต่นับดาวไม่สนใจ บอกอลิสาว่าตนเบื่อชีวิตแบบนี้แล้ว ถามว่า

“น้าอะซ่าขายหุ้นแล้วใช่ไหมคะ ดาวจะเอาเงินไปซื้อที่คืน” อลิสาบอกว่าหุ้นกำลังขึ้น รอให้ราคาดีที่สุดก่อนค่อยขาย “งั้นน้าขายส่วนของดาวก่อนก็ได้ ดาวไม่ต้องการเงินเยอะแยะอะไรแล้ว”

อลิสาหาว่านับดาวรักปราบจนเพี้ยนไปแล้ว ถามว่าถูกปราบปั่นหัวจนเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรือ

“ไม่มีใครเปลี่ยนใครหรอกค่ะน้าอะซ่า”

“ดาว...เธอแค่หน้ามืดตามัวไปชั่วคราว เธออย่าทำอะไรที่เธอต้องเสียใจภายหลังเลย เชื่อน้าเถอะ น้าขอร้องนะ อยู่กับน้าต่อไปเถอะ”

อลิสากอดนับดาวร้องไห้ จนนับดาวพูดไม่ออก แล้วอลิสาก็คิดอะไรบางอย่างในใจ...

นั่นคือไปหาเอมี่ให้ช่วยทำลายความรักของนับดาว อลิสาเล่ารายละเอียดตามความคิดของตัวเองให้เอมี่ฟัง

“เอมี่ไม่มีวันยอมให้ยัยนับดาวหนีไปมีความสุขแบบนั้นหรอกค่ะ มันต้องอยู่กับเอมี่ อยู่ในสังคมที่ใส่หน้ากากเข้าหากัน ไม่มีความจริงใจ ห้ามเผลอ เผลอเป็นโดนเชือด เพราะฉะนั้น เอมี่จะช่วยน้าอะซ่าทำลายความรักของมันซะ!”

ooooooo

นับดาวนัดพบทนายความเพื่อคุยเรื่องที่ดินปราบไปเป็นเพื่อน แต่เธอไม่ได้ข้อมูลอะไรมากนัก แม้แต่ชื่อคนที่ซื้อที่ดินทนายก็ไม่ยอมบอก เมื่อถามรายละเอียดอื่น ทนายก็โบ้ยให้ปราบตอบแทนอ้างว่าคุยกันแล้ว

นับดาวบอกตามตรงว่า เวลานี้ตนเหลือเงินครึ่งเดียว ฉะนั้นจะขอซื้อที่คืนครึ่งหนึ่ง ทนายถามว่าเอาจริงหรือ เมื่อเธอยืนยัน ทนายก็บอกว่าจะไปบอกเจ้านายตนให้ แล้วค่อยติดต่อกันอีกที

ปราบแนะนำว่าถ้าเจ้าของที่คนนั้นไม่ขายคืนก็ให้เธอมาซื้อไร่ปรีดาก็ได้

“ขอบคุณมากที่คุณให้โอกาสฉัน แต่ฉันอยากอยู่ในที่ของพ่อฉัน ทำให้ความฝันของพ่อฉันเป็นจริง ถึงจะครึ่งหนึ่งก็ตาม”

ooooooo

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด