ตอนที่ 13
ทีมงานจัดฉากเตรียมรับนับดาวโดยแบ่งงานกันทำ น้อยหน่ามีหน้าที่จูงเฉาก๊วยไปซ่อน ส่วนปกป้อง กับเจิดเตรียมงูปลอมไปไว้ในโกดังเพื่อหลอกนับดาว
ด้วยความระแวงว่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล อลิสาจึงแอบมาที่ไร่ก่อน เลยได้เห็นน้อยหน่าจูงเฉาก๊วยไปซ่อน อลิสาสะใจที่จับโกหกได้ เมื่อน้อยหน่าพาเฉาก๊วยไปซ่อนกลับไปแล้ว อลิสาจึงเข้าไปตีสนิทกับเฉาก๊วยแนะนำชื่อเสียงเรียงนามของตัวเอง ขอญาติดีด้วย จนเฉาก๊วยไม่ระแวงและยอมให้จูงแต่โดยดี
เมื่อใกล้เวลาที่นับดาวจะมาถึง ปกป้องกลัวปราบมาเจอนับดาวก่อนแล้วจะเสียแผน เลยหาทางถ่วงเวลาแกล้งโทร.สั่งปราบให้แวะซื้อผัดไทยเจ้าอร่อยในเมืองมาด้วย
นับดาวมาถึงเห็นน้อยหน่าร้องไห้ก็ร้องไห้ไปด้วย บอกน้อยหน่าให้พาไปหาเฉาก๊วยหน่อย
“ค่ะ...เราเอาศพมันไปเก็บไว้ในโกดังน่ะค่ะ...ตามหน่ามาเลยค่ะ” น้อยหน่าก้มหน้าร้องไห้พานับดาวไป
เมื่อมาถึงคอกเฉาก๊วย นับดาวร้องเรียกเสียงดัง เพื่อให้สมจริงน้อยหน่าบอกให้เรียกดังๆ เผื่อมันจะร้องตอบมาจากสวรรค์ นับดาวไม่ทันเรียก ก็ได้ยินเสียงเฉาก๊วยร้อง “ฮี้...” ดังมา
น้อยหน่าสะดุ้งเฮือก มองไปข้างหน้าเห็นอลิสาจูงเฉาก๊วยมา นับดาวดีใจวิ่งไปหา
“เฉาก๊วยจริงๆด้วย ไม่เป็นไรนี่นา”
ทีมงานจัดฉากละครมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อแผนแตกอย่างหมดท่า ปกป้องโมเมเล่นละครต่อ ตรงเข้าไปทักทายอลิสา ส่วนนับดาวต่อว่าน้อยหน่าว่าหลอกตนทำไม น้อยหน่าอึกอัก อลิสาเลยถามนำว่า
“หรือว่าน้อยหน่าคิดถึงพี่ดาว เลยแกล้งกุเรื่องให้พี่ดาวมาเยี่ยมใช่ไหมจ๊ะ” น้อยหน่ารีบผสมโรงรับว่าใช่ อลิสาเล่นต่อ ชมน้อยหน่าแต่ตาจิกไปทางปกป้องว่า “น่ารักจังเลย คิดแผนเองรึเปล่าจ๊ะ หรือว่ามีใครช่วยคิด”
คนระดับปกป้อง ถึงจะถูกจับโกหกได้คาหนังคาเขาก็ไม่มีทางจำนน เขาบอกน้อยหน่าให้พานับดาวเข้าบ้าน ส่วนตนจะคุยกับอลิสาก่อน เมื่อน้อยหน่าพานับดาวไปแล้ว ปกป้องก็ยิ้มหวานชวนอลิสาไปร้านอาหารบรรยากาศดีๆคุยกัน ทำเอาสาวใหญ่ใจเหงาอย่างอลิสาเขิน เดินตามปกป้องไปเหมือนลูกแมวเชื่อง
ooooooo
ส่วนน้อยหน่ายังอยู่กับนับดาวที่คอกม้า น้อยหน่าตัดสินใจบอกนับดาวว่าตนไม่ใช่ลูกของปราบ นับดาวพยักหน้ารับรู้ถามว่าแล้วทำไมต้องรีบบอกด้วย มีอะไรเร่งด่วนหรือเปล่า
ทันใดนั้น เสียงแตรรถปิ๊นๆดังขึ้น ปรายฟ้าขับรถพาปราบมารับนับดาวกับน้อยหน่าไปกินผัดไทยที่ปราบซื้อมานั่นเอง นับดาวขอตัวบอกว่าจะกลับแล้ว น้อยหน่ามองปรายฟ้าเชิงขอให้ช่วยทำอะไรสักอย่าง ปรายฟ้าเลยบอกว่า
“งั้นเดี๋ยวฟ้าขับมารับอีกรอบก็แล้วกัน หน่ากลับบ้านก่อนไปช่วยแม่จัดโต๊ะ”
น้อยหน่าเข้าใจเจตนาของปรายฟ้า ทำเป็นเดินไปเรียกปราบลงมาก่อนเดี๋ยวแม่มารับอีกที ปราบลงจากรถมาถามนับดาวว่ากลับมาทำไมหรือ นับดาวสวนไปงอนๆว่า “ทำไม...จะไม่มาก็ได้นะ”
คุยกันไม่กี่คำ ปราบก็รู้ว่า นับดาวถูกน้อยหน่าหลอกว่าเฉาก๊วยตายเลยรีบมา นับดาวยังบอกว่า น้อยหน่าเล่าเรื่องของเขาให้ฟังแล้วด้วย และถึงไม่มีเรื่องเฉาก๊วยตนก็จะมา ปราบดักคอว่าจะมาขอบคุณตนที่ขายที่ให้หรือ พูดอย่างไม่แยแสว่า
“ไม่เป็นไรหรอก ผมทำไปเพราะสงสารคุณ”
“ฉันนึกว่าคุณทำไปเพราะคุณรักฉันเสียอีก ไหนคุณเคยบอกคุณรักฉันไม่ใช่เหรอ”
“ถ้าเพราะความรัก ผมจะไม่ขายที่ ผมจะปล่อย ให้คุณตายไปจากสังคมจอมปลอมแบบนั้น...ผมยังเสียใจอยู่เลยว่าไม่น่าใจอ่อน เห็นไหม พอคุณได้เงิน คุณก็เอา เงินประมูลภาพเขียนไปซื้อรถใหม่ ไปออกงานสังคม มีแต่เรื่องไร้สาระทั้งนั้น”
นับดาวสวนไปว่าเงินของตน ตนจะใช้อย่างไรก็เรื่องของตน เขาจะขายที่เพราะอะไรก็ช่าง แต่ไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์การใช้เงินของตน เพราะเขาไม่รู้ว่าชีวิตของตนต้องเจออะไรมาบ้าง เขาไม่ได้รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตของตน ถูกนับดาวอบรมเป็นฉากๆ ทำให้ปราบได้คิด และขอโทษเธอ
“ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยที่สุด มันก็ทำให้ฉันรู้ว่าคุณมองฉันว่าเป็นคนแบบไหน ถ้าคุณมีศรัทธาในตัวฉันบ้าง คุณคงไม่คิดแบบนี้...นี่น่ะเหรอ วิธีที่คุณมองผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก”
ปราบอึ้งสนิทกับคำพูดที่เชือดเฉือนของนับดาว เธอเดินจากไปแล้ว ทิ้งให้เขายืนซึมอยู่ตรงนั้นคนเดียว
ปรายฟ้ากับน้อยหน่าแอบดูอยู่ น้อยหน่าบ่นอย่างเสียดายว่า แผนของเราคงล้มเหลวแล้ว บอกว่าตนอยากให้พ่อกับนับดาวเป็นแฟนกันจัง ปรายฟ้ามองหน้าน้อยหน่า พูดอย่างผู้มีประสบการณ์ในชีวิตว่า
“เรื่องความรักก็เป็นแบบนี้แหละหน่า อะไรที่เราอยากให้เกิดมันก็ไม่เกิด อะไรที่เราไม่อยากให้มันเกิด มันก็เกิด อีกหน่อยหน่าก็จะเข้าใจมันเอง”
ooooooo
ที่ร้านอาหารบรรยากาศดี ปกป้องพยายามถามอลิสาว่า ปราบไม่ดีตรงไหนหรือ เธอถึงพยายามขัดขวางไม่ให้คบกับนับดาว อลิสาบอกว่า ปราบดีแต่ยังดีไม่พอ ปกป้องถามว่าทำไมเธอไม่ปล่อยให้นับดาวตัดสินใจเอง ชีวิตเป็นของเขา ความรักก็เป็นของเขา
อลิสาบอกว่านับดาวยังอ่อนประสบการณ์ ชอบใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล กลัวหลานจะตัดสินใจพลาด ปกป้องเลยแหย่ว่าแล้วเธอเองมีประสบการณ์มากนักหรือ มีแฟนมากี่คนแล้ว หรืออาจจะไม่เคยมีแฟนด้วยซ้ำ
คำถามของปกป้องทำให้อลิสาทั้งอายทั้งโมโหด่าเขาว่าหยาบคายแล้วลุกขึ้นจะออก ไป ถูกปกป้องจับมือไว้ อลิสาทำเสียงเข้มถามว่ากล้าดียังไงมาจับมือตน ปกป้องไม่เพียงไม่ปล่อยแต่กลับดึงเธอเซเข้าหา แล้วขโมยจุ๊บอย่างเร็ว อลิสาตกใจพยายามผลักแต่ผลักไม่ออก ร้องอู้อี้เพราะปากถูกจุ๊บอยู่
อลิสาดิ้นๆผลักๆอยู่อึดใจเดียวก็กลายเป็นระทวยในวงแขนของปกป้อง ท่ามกลางความตะลึงของลูกค้าในร้าน
เหมือนคืนที่ตกอยู่ในภวังค์ของความฝัน รุ่งขึ้นอลิสาลืมตามองปกป้องที่นอนอยู่บนเตียงเคียงข้างตนในรีสอร์ตสวย เธอหลับตาลงเหมือนอยากกลับไปสู่ภวังค์นั้นอีกครั้ง
เมื่อออกมาทานอาหารเช้าด้วยกัน ปกป้องยังพยายามหว่านล้อมให้เธอปล่อยให้นับดาวตัดสินใจชีวิตและความรักด้วย ตัวเอง อลิสาบอกเขาว่า ชีวิตของคนเรามีอะไรซับซ้อนกว่าที่เขาคิด ตนจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อตัวนับดาวเอง สิ่งที่เขาเสนอนั้น ขอนำไปคิดดูก่อน
ooooooo
เมื่อใกล้วันแต่งงาน ชนะชัยก็อดที่จะคิดถึงปรายฟ้าไม่ได้ เขาเอารูปถ่ายคู่เล็กๆในกระเป๋าสตางค์ออกมาดู นึกถึงเรื่องราวระหว่างเขากับเธอ ที่ต้องจบลงเพราะแผนของชัชฎาที่ให้เขาไปดูที่ทางเมืองนอก ที่จะพาปรายฟ้าไปอยู่ด้วย แล้วหาเรื่องเฉดปรายฟ้าไปจากชีวิตเขา เมื่อ กลับมาก็ไม่เจอปรายฟ้าแล้ว ดูรูปถ่ายแล้วเขาพูดกับรูปก่อนเผาทิ้งว่า
“ยังไงผมก็ยังรักคุณอยู่ไม่มีวันลืม แต่ว่า...ผมกำลัง จะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนที่เขาเหมาะสมกับผม ถึงเวลาที่เราต้องจากกันจริงๆแล้วนะฟ้า...”
หลังจากเพชรสีได้ไฟเขียวจากเสี่ยให้คบปราบได้แล้ว เธอไปหาปราบที่บ้านถามเขาให้แน่ใจว่า เขาชอบนับดาวหรือไม่ ปราบยอมรับว่าชอบนับดาวแต่เธอไม่ชอบตน เพชรสีถามว่านับดาวบอกเขาหรือ ปราบยอมรับว่าไม่ได้บอกตรงๆ เพชรสีจึงให้เขาไปถามนับดาวตรงๆ เธอถามว่าจำได้ไหมว่า ตนเคยพูดอย่างไรกับเขา ปราบจำไม่ได้ เธอจึงทบทวนว่า
“เพชรสีชอบพี่ปราบ เพชรสีจะทำให้พี่ปราบมาเป็นของเพชรสี แต่เพชรสีต้องแน่ใจก่อนว่าพี่ปราบพร้อมจะเป็นของเพชรสีจริงๆ เพชรสีเป็นผู้หญิงยังกล้าบุกขนาดนี้ พี่ปราบเป็นผู้ชายแท้ๆ เพื่อผู้หญิงที่ตัวเองชอบพี่ปราบจะไม่ทำอะไรเลยเหรอคะ”
ปราบอึ้งไปกับความจริงที่เพชรสีพูด คืนนี้เขาไปนั่งดูดาว ณ มุมโปรดของนับดาว...ครุ่นคิดอยู่เงียบๆ กับดาวบนฟ้า
ooooooo
วันแต่งงานมาถึงแล้ว...นับดาวอยู่ในห้องแต่งตัวที่โรงแรม เธอสวมชุดเจ้าสาวแสนสวย อลิสามองอย่างชื่นชมอยู่ใกล้ๆ พลันก็มีโทรศัพท์จากปกป้องเข้ามือถือ อลิสารับสายแล้วลงไปพบที่ล็อบบี้โรงแรม ปกป้องมาทวงคำตอบที่ให้เธอไปคิด และเสนอว่าอยากให้นับดาวได้คุยกับปราบเป็นการส่วนตัวเธอจะช่วยได้ไหม
อลิสาบอกว่าจะไม่ยอมให้ใครขัดขวางการแต่งงานของนับดาวกับชนะชัย ไม่ว่าอะไรก็มาเปลี่ยนใจตนไม่ได้ บอกปกป้องว่า ความรักไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตน ยอมรับกับปกป้องว่าตนรักเขา แต่ไม่ยอมให้เขามาขัดขวางงานแต่งของนับดาว พูดแล้วเดินหนีไปเลย
ooooooo
ปกป้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของอลิสา เห็นเธอให้เงิน รปภ.ที่เฝ้าหน้าห้องเจ้าสาวไปหนึ่งพันบาท สั่งว่าถ้ามีใครจะบุกเข้าไปให้ ว.เรียกคนมาช่วยทันที
เมื่อกลับไปคุยกับปราบที่ล็อบบี้โรงแรม ปกป้องทำเหมือนจะถอดใจบอกว่าปราบมาคิดได้ตอนนี้มันคงสายไปแล้ว
ส่วนนับดาวอยู่กับอลิสาในห้อง เธอทบทวนตัวเอง ถามน้าสาวว่าอย่างพวกเรานี้เรียกว่าจมไม่ลงใช่ไหม อลิสาชี้แจงว่า ไม่ใช่ แต่นี่เป็นวิถีของเรา ไม่อย่างนั้นจะมีคำว่า เงินต่อเงินหรือ ยกตัวอย่างให้เห็นว่า คนรวยๆ ในตระกูล ใหญ่ๆ ก็มักจะแต่งงานกันเอง ที่เราทำนั้นถูกต้องแล้ว
นับดาวนิ่งไป เธอขออยู่คนเดียว อลิสาจึงไปหาอะไรกินข้างนอกก่อน ออกไปแล้วกำชับ รปภ.หน้าห้องอีกว่าห้ามใครเข้าไปเด็ดขาด
ooooooo
มีนิยามมากมายเกี่ยวกับความรัก บ้างว่า ความรัก ทำให้คนตาบอด ความรักคือการให้ ความรักคือการเสียสละ แต่สำหรับปราบวันนี้แล้ว ความรักทำให้เขามีพลังฮึดขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเขายอมเสี่ยงตายเพื่อความรัก...
ปราบให้ปกป้องเปิดห้องพักในโรงแรมใกล้ๆ ห้อง แต่งตัวของนับดาว เขาปีนหน้าต่างออกไปเลาะผ่านไปทีละห้อง...ทีละห้อง ร่ำๆ จะตกไปหลายครั้ง แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาถอดใจ เขาห้อยโหนลัดเลาะไปจนถึงหน้าต่างห้องนับดาวจนได้
ปราบเคาะหน้าต่างเรียก นับดาวนึกว่าตัวเองคิดมากจนตาฝาด กว่าจะรู้ว่าเป็นความจริง คนจริงแล้วลุกไปเปิดหน้าต่างให้ก็ทำเอาปราบเกือบหมดแรงหลุดร่วงลงไป
ปราบทำเวลาเต็มที่ เขาถามเธอว่ารักตนไหม ถามย้ำอยู่อย่างนั้นนับดาวก็ไม่ตอบ สุดท้ายเธอบอกว่า อีกไม่ถึงชั่วโมงก็ต้องเข้าพิธีแล้ว รักหรือไม่รักก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันหรอก แต่เมื่อถูกคาดคั้นหนักเข้าเธอจึงตอบว่า “ใช่ ฉันรักคุณ แล้วไง”
“งั้นก็อย่าแต่งงานกับคนที่คุณไม่ได้รักสิ”
นับดาวย้อนถามว่า เขาเข้าใจคำว่าสังคมไหม ถึงเราจะรักกันแต่โลกของตน ความรักไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายนักหรอก ย้ำว่า “ในโลกของฉัน เราแต่งงานกับคนที่เหมาะสมกับเราเท่านั้น”
ปราบชี้ว่าเพราะโลกของเธอจอมปลอม นับดาวยอมรับว่าตนจอมปลอม ปราบแย้งว่าเธอเหมือนจะจอมปลอมแต่ไม่ใช่ สิ่งที่เธอทำไปมันแค่วิถีชีวิตที่เธอถูกครอบงำมาตั้งแต่เด็ก ตัวจริงของเธอไม่ใช่คนแบบนั้น แต่พอนับดาวถามว่าแล้วตัวจริงของตนเป็นคนอย่างไร ปราบก็ตอบไม่ได้
“ออกไปเถอะค่ะปราบ เวลาของเรามันหมดลงแล้วล่ะ”
ooooooo
งานแต่งเริ่มแล้ว แขกผู้มีเกียรติในสังคมมากันมากมาย ปกป้องถามปราบว่าไหวไหม หรือจะกลับเลย ปราบขอเวลาอีกนิดดูให้แน่ใจก่อนว่านับดาวจะไม่เปลี่ยนใจแน่
ยิ่งใกล้เวลาเข้าพิธี นับดาวก็ยิ่งสับสน แต่เมื่อได้เวลาเธอก็ออกไปหาเจ้าบ่าวที่รอรับอยู่หน้าห้อง ควงกันเข้าไปในห้องงาน
ถึงจุดนี้แล้ว ปราบชวนปกป้อง น้อยหน่า และตะวันวาดขึ้นรถกลับ ทุกคนนั่งเงียบกันมาตลอดทาง
งานแต่งยังดำเนินต่อไป...นับดาวเดินไปกับชนะชัย จนใกล้เวที เธอเดินช้าลง...ช้าลง...จนหยุดนิ่งห่างจากเวทีไม่กี่ก้าว เธอมองขึ้นไปบนเวที เห็นชื่อ “นับดาว” ทำให้เธอคิดถึงไร่ปรีดาขึ้นมาทันที
คิดถึงวันที่ได้คุยกับปราบในไร่ปรีดา วันนั้นเธอบอกเขาว่า ได้อ่านไดอารี่ของพ่อถึงได้รู้ว่าทำไมตัวเองชื่อ “นับดาว”
เธอคิดเพลินจนชนะชัยเรียก เธอสะดุ้งจากภวังค์เอ่ยขอโทษ ขณะที่ชนะชัยยังงงๆนั่นเอง นับดาวก็หันหลัง เดินออกจากห้องงานท่ามกลางความตะลึงของทุกคน โดยเฉพาะสื่อพากันกรูตามออกมา แต่ไม่เห็นนับดาวแล้ว...อลิสาโทร.เข้ามือถือก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ
ชัชฎาแค้นใจมากที่ถูกฉีกหน้ากลางงาน บอกชนะชัยว่ายังไงตนก็ไม่ยอม สั่งให้นึกดูสิว่านับดาวจะหนีไปอยู่ที่ไหน
ooooooo
นับดาวขับรถไปถึงไร่ปรีดาแต่ไม่กล้าเข้า จอดรถ ดับเครื่องนั่งอยู่ในรถ จนลุงเย็นมาเจอ จึงชวนไปนั่งพักที่บ้านตนก่อน เธอจึงไปที่บ้านลุงเย็นเพราะไม่อยากเจอหน้าใครตอนนี้
มาถึงบ้านลุงเย็น นับดาวไปนั่งมองดาวที่มุมหนึ่งลุงเย็นบอกว่าเมื่อก่อนนายนิ่งพ่อของเธอก็ชอบมานั่งตรงนี้ แล้วลุงเย็นก็ขอตัวไปเอาชาสมุนไพรอุ่นๆมาให้จิบจะได้สบายหายเครียด
นับดาวนั่งดูดาวบนฟ้าอย่างดื่มด่ำ จนครู่หนึ่งได้ยินเสียงกุกกัก เธอเอ่ยขึ้นว่า
“แปลกนะคะ ท้องฟ้าที่นี่ก็เห็นดาวสวยดีแต่ไม่สวยเท่าที่ไร่ปรีดา...ดาวอยากกลับไปดูดาวที่นั่น...แต่ดาวไม่กล้าเข้าไป”
“ไร่ปรีดายินดีต้อนรับคุณเสมอ” เสียงปราบบอกเขาถือถาดใส่กาดินเผากับถ้วยสองใบมา นับดาวตกใจถามว่ามาได้ไง
“พอผมกลับมาจากงานแต่งคุณ ลุงเย็นก็มาตามให้มาดูวัวขาหัก ผมอยู่ดูวัวแล้วให้ลุงเย็นกลับไปเอายาที่บ้านมาให้ผม”
เมื่อปราบรินชาให้คนละถ้วยแล้ว เขาถามว่า ตอนนี้เธอต้องถูกส่งตัวเข้าเรือนหอแล้วไม่ใช่หรือ แล้วทำไมมาที่นี่ นับดาวบอกว่าตนหนีมา ปราบถามทีเล่นทีจริงว่าประธานในพิธีพูดอวยพรน่าเบื่อขนาดนั้นเลยหรือ
“เปล่า...ความจริงแล้วฉันไม่ได้รักชนะชัยเขาหรอก แค่คิดว่าเขาเหมาะสมกับฉัน ฉันเคยนึกนะว่า ความรักไม่สำคัญเท่ากับการได้แต่งงานกับคนที่เหมาะสมกับเรา แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ...ฉันกลับทำไม่ได้”
“แต่ก็มีบางคนที่เขาทำได้...ผมดีใจที่คุณไม่ใช่คนแบบนั้น”
“ฉันถึงต้องหนีมาที่นี่ไง เพราะฉันไม่กล้าสู้หน้าน้าอะซ่า ไม่กล้าสู้หน้าชนะชัย แล้วก็แม่ของเขา...ฉันมันขี้ขลาด”
“เปล่าเลย...คุณเข้มแข็งต่างหาก ถึงทำแบบนี้ได้”
นับดาวกับปราบสบตากัน เธอถามเขาว่ายังรักตนอยู่หรือเปล่า ปราบยืนยันคำเดิมถามว่าแล้วเธอล่ะรักตนไหม นับดาวเงียบ ก็พอดีมีโทรศัพท์เข้ามือถือของปราบ เธอบอกให้เขารับสายก่อน
ปราบหน้าเครียดขึ้นเมื่อปกป้องบอกให้รีบกลับมาที่บ้านเพราะตนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ระหว่างนั้นมีเสียงจ้อกแจ้กแว่วเข้าไปในโทรศัพท์ ได้ยินเสียงปกป้องตะโกนว่า “เฮ้ย...บอกว่าอย่าปีน...ลงไป” แล้วสายก็ถูกตัดไป
ปราบรีบขับรถกลับไปพร้อมนับดาว พอถึงหน้าบ้านเขาเห็นกองทัพนักข่าวออกันอยู่ เขารีบเอาเสื้อแจ็กเกตคลุมนับดาว กดเธอให้หลบลง แล้วขับรถเข้าไป
พอสื่อเห็นปราบก็กรูกันมาถามให้แซดว่านับดาวอยู่ไหน ปราบบอกว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ยืนยันว่านับดาวไม่ได้อยู่ในบ้าน สื่อถามว่าแล้วเธออยู่ไหนเพราะเอมี่บอกว่านับดาวมาที่นี่
“อาจจะอยู่บ้านคุณเอมี่ก็ได้ พวกเขาเป็นเพื่อนกัน คุณอาจจะหลงกลคุณเอมี่ก็ได้นะ”
บรรดาสื่อมองหน้ากันแล้วชวนกลับไปที่บ้านเอมี่ ปกป้องถอนใจเฮือกใหญ่ พอปราบขับรถเข้าไปหน้าบ้านนับดาวก็โผล่ขึ้นมา ชมแกมประชดว่า “คุณนี่โกหกเก่งเหมือนกันนะ”
“ผมไม่ได้โกหกนะ ผมพูดว่า อาจจะต่างหาก...”
“คุณว่าฉันแสบ แต่คุณนี่แสบกว่า...นายตัวแสบ!”
ปราบหัวเราะชอบใจ ที่ถูกนับดาวเอาคำของเขาย้อนกลับมาว่าเขาเอง...
ooooooo










