ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อีสา-รวีช่วงโชติ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    แหววและชายรวีถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเดียวกันแต่แยกกันคนละห้อง สาตามมาแอบดูลูกชายด้วยความเป็นห่วง เฉิดฉวีหันไปเห็นสาชะเง้อชะแง้ก็ยิ่งแปลกใจ

    “แม่นั่นเขามาทำไมคะ”

    “ก็มากับคุณชายรวีไง”

    “ค่ะ เห็นแล้ว แต่ไม่เข้าใจ มันเป็นแค่เมียบ่าวของท่านพ่อคุณชายไม่ใช่หรือคะ จะตามมาทำไมถึงนี่ แล้วดูทำท่าเข้าสิ เหมือนจะเป็นจะตาย นึกว่าตัวเองเป็นหม่อมแม่ของคุณชายหรือยังไง”

    เฉิดฉวีประชดอย่างชิงชังสา โดยไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดออกมานั้นคือความจริงที่ไม่มีใครต้องการเปิดเผย!

    หม่อมพริ้มรีบร้อนมาที่โรงพยาบาลหลังทราบข่าวร้ายที่เกิดขึ้น โดยมีลูกสาวสี่คนจับกลุ่มรอฟังผลอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน หลังจากหมอบอกว่าต้องผ่าตัดด่วน

    “คุณพระคุณเจ้า งานแต่งงานแท้ๆ มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง”

    “ลองถามสาดูสิคะ สาอยู่ที่โรงแรมตอนนั้นด้วย...สาๆ”

    หม่อมพริ้มและคนอื่นๆหันไปเห็นสานั่งเหม่อไม่ได้ยินเสียงเรียกของโศภี จนกระทั่งหม่อมพริ้มเดินเข้าไปหา สาถึงกับสะดุ้งรีบลุกขึ้นไหว้

    “อีสา...เอ็งอยู่กับชายรวีตอนที่เขาโดนยิงด้วยหรือ เอ็งไปทำอะไร”

    “สาไปแอบดูคุณชายค่ะ อยากเห็นตอนเธอแต่งงาน พอไปถึงก็เห็นเขามีเรื่องกัน...คนรักเก่าของคุณแหววจะเอาตัวคุณแหววไป คุณสันทนาไม่ยอม เลยให้ลูกน้องจับตัวไว้ เขาแย่งปืนกันแล้วปืนลั่นมาโดนคุณชาย โดนจังๆเลยค่ะหม่อม เลือดออกเต็มเลย”

    “พอแล้วสา จะเล่าให้มันน่ากลัวทำไม หม่อมแม่ตกใจหมดแล้วเห็นไหม”

    “เออนี่ แล้วเห็นที่โรงแรมเขาว่าเจ้าสาวก็บาดเจ็บเข้าโรงพยาบาลด้วย ยัยแหววโดนยิงด้วยเหรอ”

    “เปล่านี่คะคุณหญิง คุณแหววเป็นอะไร สาเองก็ไม่ทันได้ดู แต่คุณแหววไม่ได้โดนยิงแน่ๆค่ะ”

    ฟังคำยืนยันของสาแล้วทุกคนต่างพากันสงสัย แต่ยังไม่มีกะจิตกะใจจะไปถามไถ่เพราะเป็นห่วงอาการของชายรวี พอเห็นพยาบาลเดินออกมา หม่อมพริ้มและลูกสาวทั้งสี่กรูเข้าไปหา สาชะเง้อฟังอยู่รอบนอกอย่างเจียมตัว

    “เป็นยังไงบ้างคะคุณ”

    “คนไข้ถูกยิงเข้าที่ท้องค่ะ ต้องผ่ากระสุนออก แต่คนไข้จะต้องเสียเลือดมาก แล้วบังเอิญว่าทางโรงพยาบาลของเราไม่มีเลือดเพียงพอ”

    หม่อมพริ้มไม่ค่อยเข้าใจนัก หันไปถามศุภลักษณ์ “ยังไงนะหญิง”

    “ชายรวีต้องการเลือดค่ะหม่อมแม่ แต่ทางโรงพยาบาลไม่มีเลือดที่ตรงกับชายรวี”

    “เอาเลือดของพวกเราได้ไหม เลือดของชายรวีกรุ๊ปอะไรเหรอคะ” หญิงจ้อยถามพยาบาล

    “กลุ่มเลือดของคนไข้คือเอบีเนกาทีฟ เป็นเลือดกลุ่มพิเศษที่หายาก คุณหมอเลยให้ดิฉันมาถามญาติว่ามีใครให้เลือดกับคนไข้ได้ไหม”

    ทุกคนมองหน้ากันไปมา โศภีถามน้องๆว่าใครมีเลือดกรุ๊ปนี้บ้าง น้องทั้งสามคนส่ายหน้า หม่อมพริ้มถึงกับหน้าเสียกลัวชายรวีเป็นอันตราย

    “ยังไงนะคะคุณหญิงจ้อย ไม่มีใครให้เลือดคุณชายได้เลยหรือคะ”

    “พวกเราไม่มีใครมีเลือดกลุ่มเดียวกับชายรวีเลยจ้ะสา”

    “ก็เราเป็นพี่น้องกับชายรวีจริงๆซะที่ไหนล่ะ” หญิงจิ๋มพูดไม่ดังนักแต่ชัดเจนทุกคำ

    “หญิงจิ๋ม...นี่ไม่ใช่เวลาจะมาพูดเรื่องนี้นะ”

    “แต่หม่อมแม่คะ ที่หญิงจิ๋มพูดก็ถูก พวกเรากับชายรวีไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ว่าสา...”

    “อีสางั้นรึ หญิงรอง”

    “ท่านพ่อไม่ได้มีเลือดกรุ๊ปนี้แน่ๆ หญิงจำได้ ถ้าอย่างนั้นชายรวีจะไปเหมือนใคร...นอกจากสา”

    ศุภลักษณ์ฟันธง หม่อมพริ้มนิ่งคิดชั่งใจก่อนหันมาถามสาว่าพร้อมจะให้เลือดกับชายรวีหรือไม่

    “ทุกหยดในตัวสาเลยค่ะหม่อม ถ้าเลือดของสาช่วยคุณชายได้ สาเต็มใจ”

    หลังจากสาตกลงใจเช่นนั้นแล้ว พยาบาลจึงพาเธอเข้าไปในห้องเดียวกับชายรวีที่นอนหน้าซีดเซียวไม่ได้สติ ส่วนกลุ่มของหม่อมพริ้มนั่งรอหน้าห้อง

    เฉิดฉวีกับสันทนาผ่านมาเห็น นึกได้ว่ามัวแต่ห่วงแหววจนไม่ได้มาถามว่าชายรวีเป็นยังไงบ้าง ซึ่งเวลานี้แหววปลอดภัยแล้วแต่สูญเสียลูกในท้องไป...

    สองสามีภรรยาเดินมายกมือไหว้หม่อมพริ้มแล้วซักถามอาการของชายรวี

    “หมอกำลังจะผ่าตัดเอากระสุนออกจ้ะเฉิด ตอนนี้ก็รอฟังข่าวกันอยู่”

    “ข่าวอะไรจ๊ะหญิงจิ๋ม”

    พยาบาลคนเดิมกลับออกมาพอดี ศุภลักษณ์จึงให้ทุกคนรอฟังข่าวจากเขาพร้อมกันเลย

    “ข่าวดีค่ะ คุณหมอตรวจแล้วเลือดของคุณอุษากรุ๊ปเดียวกับคนเจ็บ สามารถให้เลือดได้ ตอนนี้หมอลงมือผ่าตัดแล้วค่ะ”

    “หมดห่วงไปที ชายรวีปลอดภัยแล้วล่ะค่ะหม่อมแม่”

    ทุกคนโล่งใจ แต่เฉิดฉวีกับสันทนามองหน้ากันแปลกใจ กระซิบถามกันเองว่าทำไมสาต้องให้เลือดชายรวี ทำไมไม่ใช่ญาติพี่น้องคนในครอบครัวเดียวกัน

    ooooooo

    หลังจากนั้นอีกพักใหญ่ๆ หญิงจ้อยรับทราบผลการผ่าตัดชายรวี จึงรีบมาบอกหม่อมพริ้มและพี่ๆว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชายรวีปลอดภัยตอนนี้กำลังพักฟื้นอยู่

    “คงอีกนานกว่าจะรู้สึกตัว หม่อมแม่กลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่าค่ะ”

    “ดีเหมือนกันนะคะหม่อมแม่ นี่ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมากันใหม่”

    หม่อมพริ้มพยักหน้าลุกขึ้นจะกลับ แล้วนึกขึ้นได้ “เออ จริงสิ เมื่อกี๊ก็มัวแต่ห่วงชายรวี ไม่ได้ถามไถ่เขาเลยว่าลูกสาวคุณสันทนาเป็นยังไงบ้าง”

    “หญิงได้ยินพยาบาลพูดกันแว่วๆว่ายัยแหววก็ผ่าตัดด่วนเหมือนกันค่ะ แต่ไม่รู้ผ่าอะไร”

    “จะมากจะน้อยเขาก็แต่งงานกับชายรวีแล้ว ไปถามไถ่เยี่ยมเยียนเขาสักหน่อยไหมหญิง เดี๋ยวเขาจะว่าได้ ว่าเราไม่มีน้ำใจ”

    ขณะที่กลุ่มของหม่อมพริ้มกำลังมุ่งหน้ามา...

    สันทนากับเฉิดฉวีเฝ้าอยู่ข้างเตียงลูกสาว พอแหววได้สติลืมตาก็ถามหาศิวพจน์เป็นประโยคแรกด้วยน้ำเสียงและสีหน้าร้อนรนเป็นห่วง

    “พจน์อยู่ไหนคะ คุณพ่อเอาพจน์ไปไว้ไหน คุณพ่ออย่าทำอะไรพจน์นะคะ แหววขอ นะคะคุณพ่อ”

    เฉิดฉวีสุดจะทนเผลอดุลูกเสียงดัง “พอเถอะยัยแหวว ไม่ใช่เพราะไอ้ศิวพจน์นี่หรอกเหรอ ตัวเองถึงได้ตกเลือดปางตายอยู่เนี่ย”

    “เขาไม่ได้ตั้งใจ ที่เขาทำไปเพราะคุณพ่อจะให้แหววแต่งงานกับคุณชาย”

    “แล้วทำไมมันไม่คิดจะแต่งงานกับแกตั้งแต่ต้น ถ้ามันดีจริงแกคงไม่ต้องอุ้มท้องกลับมาเมืองไทย พ่อคงไม่ต้องไปหาใครมาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าแกจนมันวุ่นวายอย่างนี้”

     ทันใดนั้น หญิงจิ๋มผลักประตูเข้ามาถามหน้าตาเอาเรื่อง “คุณสันทนาว่าอะไรนะคะ”

    สองสามีภรรยาตกใจ หม่อมพริ้มกับลูกสาวอีกสามคนตามเข้ามา ทุกคนหน้าตาตึงเครียด

    “ยัยแหววท้อง! เพราะอย่างนี้ใช่ไหมคะท่านนายพลกับคุณหญิงเฉิดฉวีถึงต้องรีบจัดงานแต่งงานจนเจ้าบ่าวแทบจะตั้งตัวไม่ทัน” หญิงจิ๋มจี้ใจดำ สันทนากับเฉิดฉวีหน้าเสีย แต่แหววเชิดใส่ทุกคนอย่างไม่ยี่หระ

    ทั้งสองฝ่ายพากันออกมาคุยนอกห้อง ยกเว้นแหววที่ยังต้องพักฟื้นหลังแท้งลูก เมื่อทราบแน่ชัดว่าแหววท้องสี่เดือน พี่สาวทั้งสี่คนของชายรวีแสดงความไม่พอใจรุมตำหนิสองสามีภรรยาว่าคิดเอาลูกสาวมาย้อมแมวหลอกขายให้น้องชายของตน สันทนาทนไม่ไหวโต้ขึ้นมาบ้างว่า

    “ขอโทษทีนะครับทุกท่าน ผมว่างานนี้มันก็สมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย ยัยแหววได้สามี คุณชายก็ได้วังคืนไป...แล้วจะว่าไปคุณหญิงจิ๋มกับคุณปวุตินั่นแหละที่ได้ประโยชน์มากกว่าใคร โดยไม่ต้องเสียอะไรสักอย่าง”

    “ใช่...ถ้าคุณชายรวีไม่แต่งงานกับยัยแหวว นึกเหรอว่าคุณสันทนาจะช่วยเธอเรื่องงานประมูล”

    “จริงหรือหญิง” หม่อมพริ้มถามหญิงจิ๋ม

    “ค่ะ แต่หญิงไม่ทราบนี่คะว่าลูกสาวคุณหญิงเฉิดฉวีจะเละเทะมาขนาดนี้”

    เฉิดฉวีกับสันทนาไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ หญิงจ้อยกับศุภลักษณ์เห็นพ้องต้องกันว่าการแต่งงานถือเป็นโมฆะ แต่สันทนาสวนขึ้นทันควันว่า

    “ถ้าหากยกเลิกการแต่งงาน ทุกอย่างที่ผมตกลงไว้กับคุณชายก็ถือว่ายกเลิก รวมทั้งเรื่องประมูลงานของคุณหญิงด้วย”

    หญิงจิ๋มเต้นผาง ตอบโต้อย่างไม่ยอมง่ายๆ “ฉันจะยุให้ชายรวีฟ้องว่าคุณหลอกลวง เอาให้มันดังไปทั้งเมืองเลย คอยดูสิ”

    “พอที! หยุดเถียงกันได้แล้ว คุณทำไม่ถูกนะแต่ฉันก็เข้าใจ คุณทำไปเพราะรักลูก ฉันไม่ว่าอะไร ส่วนเรื่องการแต่งงานมันเป็นเรื่องของชายรวี เพราะฉะนั้นเขาจะทำยังไงต่อไปให้เขาเป็นคนตัดสินใจเอง”

    หม่อมพริ้มสรุปชัดเจน ทุกคนเลยนิ่งเงียบ

    ooooooo

    ชายรวีฟื้นขึ้นมากลางดึก แล้วต้องแปลกใจเมื่อทราบจากพยาบาลว่าคนชื่ออุษาบริจาคเลือดให้ตน ฝ่ายสาหรืออุษาซึ่งกลับไปพักผ่อนที่บ้านก็บอกเล่าเหตุการณ์ชายรวีถูกยิงให้ใจสว่างฟัง ก่อนจะชวนไปเยี่ยมด้วยกันอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น

    แต่หม่อมพริ้มและหวนมาถึงก่อนสากับใจสว่าง เช่นเดียวกับสันทนาและเฉิดฉวีที่ตั้งใจมาเยี่ยมลูกสาว...

    ชายรวีสงสัยเรื่องที่สาให้เลือดตน จึงถามหม่อมพริ้มถึงลูกชายของสาว่าอยู่ไหน หม่อมพริ้มอ้ำอึ้งพูดไม่ออก และเลือกที่จะเดินหนีออกจากห้องไปเฉยๆ แต่ไม่นึกว่าจะได้เจอสาที่มาพร้อมใจสว่าง

    หม่อมพริ้มดึงสาห่างออกมา ใจสว่างทำท่าจะตามแต่ถูกหวนรั้งตัวไว้...การสนทนาระหว่างหม่อมพริ้มกับสาเรื่องชายรวีเป็นลูกของสาดังแว่วเข้าหูเฉิดฉวีโดยบังเอิญขณะเธอเดินเลี้ยวมุมตึกมา เฉิดฉวีไม่พอใจอย่างมากปรากฏตัวให้ทั้งคู่เห็นก่อนเดินฉับๆไปตามสันทนาแล้วพากันมาที่ห้องพักฟื้นของชายรวี

    เฉิดฉวีเปิดโปงเรื่องชาติกำเนิดของชายรวีต่อหน้าทุกคน เจ้าตัวสังหรณ์อยู่แล้วจึงไม่มีท่าทีตกใจเท่าที่ควร

    แต่หม่อมพริ้มกับสาหน้าเศร้าเสียใจ ขณะที่ใจสว่างแตกตื่นไม่อยากเชื่อ หันไปถามสาว่าจริงหรือ?

    สาตอบรับเสียงอ่อย เฉิดฉวีได้ทียิ้มหยันแล้วประจานซ้ำ

    “นึกไม่ถึงใช่ไหมล่ะ คุณชายรวีช่วงโชติที่ทำท่าว่าเป็นผู้ดีสูงส่ง ที่แท้ก็เป็นแค่ลูกของขี้ข้าในวังรวีวาร”

    “ถึงแม่จะต้อยต่ำ แต่ชายรวีก็เป็นโอรสของท่านชาย เป็นสายเลือดของรวีวาร”

    “แน่ใจหรือคะหม่อม ผู้หญิงอย่างมัน ลูกใครผัวใครก็คว้ามากินได้ไม่เลือกแล้วหม่อมแน่ใจได้ยังไงว่าลูกในท้องของมันเป็นลูกของท่านชาย”

    “พอเถอะน้อง หยุดเสียที” สันทนาปรามภรรยาเพราะสงสารสาที่ยืนน้ำตานองหน้า

    “เดือดร้อนแทนกันหรือไงคะ อ้อ นี่ยังไม่รู้สินะว่าแม่ของคุณชายเป็นเมียเก็บของคุณสันทนา เป็นทั้งเมียพ่อ เป็นทั้งเมียพ่อตา โอ๊ย พัวพันกันสนุกพิลึก”

    สาทนกับคำเสียดแทงใจของเฉิดฉวีไม่ไหว ยกสองมือปิดหู ขอร้องเธอให้พอเสียที

    “อายเหรอ ตอนนี้ทำเป็นฟังไม่ได้ แล้วตอนทำทำไมไม่อาย”

    “ออกไป! ฉันสั่งให้คุณสองคนออกไป”

    หม่อมพริ้มตวาดอย่างสุดทน สันทนาเลยดึง

    เฉิดฉวีออกไป...สาทรุดลงร้องไห้น่าเวทนา ชายรวีมองสภาพแม่ผู้ให้กำเนิดของตนอย่างอนาถใจ หม่อมพริ้มไม่รู้จะพูดอะไรยังไงในตอนนี้กับทั้งสาและชายรวี ได้แต่วาน

    ใจสว่างพาสากลับไปก่อน

    ใจสว่างพาสากลับไปพร้อมกับปลุกปลอบให้เธอคลายความเศร้าเสียใจ เลิกโทษตัวเองว่าทำให้ชายรวีต้องอับอาย ทำร้ายเขาเหมือนที่ทำร้ายโสภิตพิไล

    “เรื่องที่ผ่านมาคุณป้าไม่ได้ตั้งใจ อย่าคิดมากเลยค่ะ อาจารย์เป็นคนดีมีเมตตา หนูเชื่อว่าเธอต้องเข้าใจ  เธอต้องไม่โกรธคุณป้า”

    สานิ่งฟังแต่ก็ยังรู้สึกว่าตนเองผิดอยู่ดี

    ooooooo

    หลายวันผ่านไป ชายรวีออกจากโรงพยาบาลกลับ ตำหนักขาวเข้ามากราบหม่อมพริ้มที่มีท่าทีไม่ค่อยอยากเผชิญหน้า ถามว่าหม่อมแม่โกรธตนหรือไร?

    “แม่ต่างหากที่ต้องถามว่าชายโกรธแม่หรือเปล่าที่ไม่บอกว่าชายเป็นลูกใคร”

    “หม่อมแม่เป็นคนดี ผมทราบว่าหม่อมแม่ต้องมีเหตุผล”

    “ที่พรากแม่พรากลูกเขาน่ะหรือ”

    “ถ้าหม่อมแม่ทิ้งผมไว้กับแม่อุษา ผมอาจจะไม่ได้โตมาเป็นอย่างนี้ ใครจะทราบ ผมอาจจะเป็นนักเลงคุมบาร์หรืออะไรไปแล้ว ผมต้องรักหม่อมแม่มากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ที่รักผมเลี้ยงผมจนได้ดีมาถึงทุกวันนี้ ทั้งๆที่ผมไม่ใช่ลูกในไส้”

    “ชายไม่โกรธแม่ แม่ก็ดีใจ เออ แล้วเรื่องแต่งงานของชายน่ะจะว่ายังไง ชายได้คุยกับทางบ้านโน้นเขาหรือยัง”

    ชายรวีนิ่งเงียบ สีหน้ามีแววกังวล...ในเวลาเดียวกันนั้น สันทนากำลังเจรจากับแหววให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับคนเจ้าชู้เสเพลกินเหล้าเมายาอย่างศิวพจน์ แต่แหววกลับยอกย้อนอย่างเอาแต่ใจว่าคุณพ่อก็เป็นแบบนั้น

    “แต่พ่อมีเงิน”

    “แหววก็มี แหววเป็นลูกคนเดียว เงินคุณพ่อก็เหมือนเงินแหวว ทีคุณพ่อยังเอาเงินไปเลี้ยงผู้หญิงได้ทำไมแหววจะเลี้ยงผู้ชายไม่ได้ ถ้าเขาทำให้แหววมีความสุข”

    สันทนาสะอึกอึ้ง เฉิดฉวีได้ทีเยาะเย้ยเสียงแหลม

    “เป็นไงล่ะ ลูกสาวเจริญรอยตามพ่อเข้าให้ สะใจไหมคะคุณพี่”

    “แต่แกแต่งงานแล้วนะยัยแหวว”

    “ยัยแหววจะหย่าค่ะ เฉิดไม่ยอมให้ยัยแหววแต่งงานกับลูกขี้ข้าที่มีแม่เป็นเมียน้อยพ่อตาตัวเองหรอกค่ะ...ขยะแขยง”

    “น้องพูดเอาแต่ได้ แล้วเงินที่เสียไปล่ะ เงินตั้งหลายล้านที่ลงไปกับวังรวีวาร ถ้ายัยแหววหย่ากับชายรวีก็เท่ากับเสียไปเปล่าๆ”

    “ก็ไปเอาคืนมาสิคะ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างผิด การแต่งงานก็ถือว่าเป็นโมฆะ คุณชายก็ต้องคืนเงินกับวังรวี–วารมา...ลูกของนังอุษา แม้แต่บาทเดียวเฉิดก็ไม่อยากให้มันได้ไป”

    สันทนาตัดสินใจโทร.นัดเจรจากับชายรวีในวันนี้ โดยเขาเป็นฝ่ายเดินทางมาที่ตำหนักขาวเพียงคนเดียว ถามชายรวีต่อหน้าหม่อมพริ้มว่าจะเอายังไงเรื่องแต่งงาน

    “ผมจดทะเบียนสมรสกับคุณแหววไปแล้วก็ถือว่าเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย แต่ถ้าหากคุณแหววต้องการหย่าเพราะมีคนรักอยู่แล้ว ผมก็ยินดี”

    “แล้วถ้าทางผมไม่ยอมให้หย่า”

    “ผมก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะความจริงผมทราบตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนแล้วว่าคุณแหววตั้งครรภ์ แต่ในเมื่อผมรับปากว่าจะแต่งงานกับเธอผมก็จะทำ”

    “แต่งงานตามหน้าที่งั้นรึ”

    “มันก็เป็นสิ่งที่ลูกผู้ชายพึงกระทำไม่ใช่หรือครับ รักษาคำพูดของตัวเอง”

    “แปลว่าคุณชายไม่ต้องการหย่า”

    “ผมคิดว่าคนที่คุณสันทนาควรถามน่าจะเป็นคุณแหววมากกว่า เพราะเธอคงไม่มีความสุขถ้าหากต้องอยู่กับผม คุณหญิงเฉิดฉวีเองก็คงไม่ต้องการให้ผมไปเกี่ยวข้องกับเธอ”

    “ก็จริงของคุณชาย แต่บอกก่อนนะ หากหย่ากันคุณชายก็จะหมดสิทธิ์ในวังรวีวาร”

    “วังรวีวารมันเป็นแค่ของนอกกาย แม่ยอมที่จะเสียมันไปเพื่อแลกกับความสุขของชาย”

    สันทนามองสองแม่ลูกอย่างชื่นชมนับถือ “ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมคุณชายรวีถึงได้เป็นคนอย่างนี้ เพราะมีคนเลี้ยงดูที่ดีอย่างหม่อมนี่เอง เอาละ ถือว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นอันยกเลิก ถึงแม้ผมจะเสียดายที่ยัยแหววจะไม่ได้สามีที่ดีอย่างคุณชาย”

    “เดี๋ยวก่อนค่ะท่านนายพล ถึงแม้ชายรวีจะไม่แต่งงานกับลูกสาวของคุณแล้วแต่เรื่องโสภิตพิไลคุณยังจะช่วยอยู่ไหม”

    “ไม่ต้องห่วงครับหม่อม ผมก็ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ผมต้องรักษาคำพูดของผมเหมือนกัน”

    สันทนายื่นมือให้ชายรวีจับเป็นสัญญา หม่อมพริ้มยิ้มบางๆ พอใจ

    ooooooo


    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 23:01 น.