ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อีสา-รวีช่วงโชติ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เฉิดฉวีนัดช่างมาวัดตัวตัดชุดแต่งงานให้แหววถึงบ้าน กำชับว่าต้องเร่งมือให้ทัน ถ้าคิดว่าจะไม่ทันก็ต้องหาช่างมาเพิ่ม แหววฟังแล้วมีท่าทีรำคาญ บอกแม่ว่าไม่ทันก็ไม่ต้องตัด ตนใส่อะไรก็ได้

    “เอ๊ะ ยัยแหววนี่ งานแต่งงานทั้งที”

    “เห็นยุ่งยากนัก แล้วนี่วัดเสร็จหรือยังคะ”

    “ค่ะๆ อีกนิดเดียวค่ะ” ช่างกุลีกุจอวัดเอวแหวว “อุ๊ย เอวยี่สิบหกครึ่ง คุณแหววสมบูรณ์ขึ้นเยอะนะคะ ไปทำอะไรมาคะ”

    โดนช่างสะกิดเข้านิดหน่อย ต่อมโมโหของแหววทำงานทันที

    “พอเถอะค่ะ ไม่ต้องวัดแล้ว...รำคาญ!”

    แหววดึงสายวัดออกจากตัว เดินหนีขึ้นห้องหน้าตาเฉย เฉิดฉวีไม่ได้ดังใจ ก้าวตามไปเม้งถึงห้องนอน

    “ยัยแหวว...ช่วยทำตัวให้มันดีๆหน่อยได้ไหม ที่ทุกคนกำลังวุ่นวายอยู่นี่มันงานแต่งงานของแกเองแท้ๆนะ”

    “แต่คุณพ่อกับคุณแม่เป็นคนอยากจัดก็ทำกันเองสิคะ แหววยอมแต่งกับผู้ชายที่นิ่งเป็นเสาหินอย่างนั้น แหววก็เสียสละมากพอแล้ว”

    “ย่ะ...ไม่ชอบแบบนี้ แล้วชอบแบบไหน ไอ้จิ๊กโกโล่ ที่ทำแกท้องแล้วไม่รับผิดชอบอย่างไอ้ศิวพจน์น่ะเหรอ”

    แหววเถียงไม่ออก เมินหน้าหนี

    “คุณชายรวีช่วงโชติเป็นคนดี หน้าที่การงานดี ชาติตระกูลก็ดี ผู้ชายแบบนี้แกจะไปหาที่ไหนได้”

    “แล้วคุณพ่อจ้างเขาไปเท่าไหร่ล่ะคะ ให้มาแต่งกับแหววเนี่ย อย่านึกว่าแหววไม่รู้นะ ทั้งเขาทั้งแหววรักกันที่ไหน จะจัดงานใหญ่โตทำไม แค่จดทะเบียนสมรสก็พอ แล้วไม่ต้องเชิญแขกเลยยังได้ แหววขี้เกียจ...เบื่อ”

    แหววพูดจบก็เอาผ้าห่มคลุมหัวหนีปัญหา เฉิดฉวีได้แต่ฮึดฮัดขัดใจ ตกเย็นสามีกลับมา เธอหารือเรื่องจัดงานแต่งเรียบง่ายธรรมดา ปรากฏว่าสันทนาตอบอย่างไม่สนใจนัก

    “ก็ตามใจ จัดงานเล็กก็ดีเหมือนกัน จัดงานใหญ่คนก็มาเยอะ ถ้าเจ้าสาวเกิดโอ้กอ้ากขึ้นมา คนได้ลือกันอื้อฉาวทั้งเมือง”

    “แต่แหม ลูกสาวนายพลสันทนาแต่งงานทั้งทีกลับจัดงานเล็กๆ คนไม่ยิ่งสงสัยหรือคะ”

    “ไม่เป็นไรหรอก พี่จะอ้างว่าท่านกำลังไม่สบาย พี่เห็นแก่ท่านเลยไม่อยากจัดงานใหญ่”

    “มาอ้างว่าเห็นแก่ท่าน ไม่อยากจัดงานใหญ่ ถ้าอย่างนั้นทำไมต้องรีบจัดงานล่ะค่ะคุณพี่ ถ้าใครถามจะให้ตอบว่ายังไง”

    สันทนาชะงักกึก เห็นจริงอย่างเฉิดฉวีพูดมา...

    ooooooo

    ที่ตำหนักขาว หม่อมพริ้มและลูกๆหารือกันเรื่องงานแต่งงานชายรวี หญิงจิ๋มซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีรายงานว่า

    “คุณหญิงเฉิดไปดูฤกษ์ดูยามมาค่ะหม่อมแม่ ตลอดทั้งปีเขาว่ามีวันดีอยู่วันเดียวเอง ก็เลยอยากจะขอให้หมั้นแล้วก็แต่งในวันเดียวเลย”

    “รวดเร็วดีแท้ อย่างกับกลัวเจ้าบ่าวจะเปลี่ยนใจ”

    หญิงจิ๋มถลึงตาใส่หญิงจ้อย ชายรวีขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

    “จะช้าจะเร็วก็เหมือนกันแหละครับ ไม่เป็นไร ทางผมเป็นผู้ชายไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก”

    “แล้วฤกษ์ที่ว่ามันเมื่อไหร่ล่ะ”

    “สิ้นเดือนนี้ค่ะหม่อมแม่ อีกสิบห้าวัน”

    “หา!!” ทุกคนตกใจอุทานเป็นเสียงเดียว ยกเว้นหญิงจิ๋มที่นั่งยิ้มกระหยิ่มใจ

    ขนาดบ่าวไพร่รู้เรื่องก็ยังพากันตกใจ สงสัยว่าทำไมถึงปุบปับแบบนี้ หวนจึงเล่าสิ่งที่ได้ยินมาให้ทุกคนฟัง

    “เห็นคุณหญิงจิ๋มเธอว่ามีฤกษ์ดีอยู่วันเดียว เลยต้องรีบแต่ง”

    “เออ ถ้าเป็นคนอื่นข้าก็จะแอบสงสัยนะว่าผู้ชายไปทำเขาท้องหรือเปล่าถึงต้องรีบร้อนแต่ง แต่นี่เป็นคุณชายของเรา”

    “คุณชายไม่มีทางทำอย่างนั้นหรอก น้าจวน”

    “ก็นั่นน่ะสิวะ ข้าเลยไม่กล้าสงสัย”

    “น้าก็คิดอกุศลไป มันอาจจะไม่มีฤกษ์จริงๆอย่างที่ว่าก็ได้นี่นา” หวนย้ำอีกที คนอื่นเลยพยักหน้าหงึกหงักตามกันไป

    ooooooo

    สาเป็นอีกคนที่ตกใจมาก หลังทราบเรื่องชายรวีจะแต่งงานจากคุณชมที่วันนี้มาขอลาออกจากการเป็นช่างทำผมประจำร้าน เพื่อไปอยู่ร้านใหม่ที่เฉิดฉวีลงทุนเปิดกิจการ

    แต่ที่สาคาดไม่ถึงก็คือเจ้าสาวของชายรวีคือแหววลูกสาวของนายพลสันทนากับเฉิดฉวี...สาถึงกับขาแข้งอ่อนลงนั่งปรับทุกข์กับเพ็ญศรี

    “เป็นไปได้ยังไง คุณชายจะแต่งกับลูกสาวคุณหญิงเฉิดฉวี”

    “น่าเสียดายคุณชายรวี แค่เจอครั้งเดียวฉันก็รู้ยัยคุณแหววอะไรนั่นไม่ใช่คนดีแน่”

    “แปลกจริง หม่อมท่านทั้งรักทั้งหวงคุณชาย ทำไมท่านยอมให้แต่งกันง่ายๆ”

    “เออ จริงสิ ไม่เคยเห็นได้ข่าวว่าคบหากัน จู่ๆก็แต่งงานปุบปับ มันน่าสงสัยเหมือนกันนะคุณสา”

    แน่นอนว่าน่าสงสัยเป็นที่สุด! วันรุ่งขึ้นสาจึงตัดสินใจไปที่ตำหนักขาวเพื่อไขข้อข้องใจ เป็นเวลาที่หม่อมพริ้มกำลังสั่งการบ่าวให้จัดเตรียมทำพานขันหมาก

    “อีสา ข้ากำลังคิดว่าจะให้หวนมันไปหาเอ็งอยู่พอดี”

    “หม่อมมีธุระอะไรจะใช้สาหรือคะ”

    “ก็แค่จะบอกข่าว...ชายรวีเขาจะแต่งงานแล้วนะ”

    “ที่สามาก็เพราะเรื่องนี้ล่ะค่ะหม่อม สาเพิ่งได้ยินว่าคุณชายจะแต่งงานกับลูกสาวท่านนายพลสันทนา”

    “จู่ๆ เขาก็มาบอกว่าตกปากรับคำกับทางนั้นไปแล้ว ข้าก็ไม่รู้จะว่ายังไง”

    “แต่คุณแหววเธอ...เอ่อ...ถ้าคนอื่นว่า สาก็จะไม่พูด แต่นี่ก็เจอมากับตัว คุณแหววเธอเป็นคนร้ายกาจมากนะคะหม่อม เธอกับคุณหญิงเฉิดฉวีแม่ของเธอยังเคยไปอาละวาดสาถึงที่บ้าน”

    “ใครใช้ให้เอ็งไปยุ่งกับพ่อเขาเล่า ตอนนี้ข้าแก่แล้ว ข้าไม่มีปัญญาจะไปคิดแทนใคร ในเมื่อชายรวีเขาตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ ข้าก็ได้แต่อวยชัยให้พรไป”

    “คุณชายเธอชอบคุณแหววหรือคะหม่อม”

    “ชายรวีเป็นคนดี ที่เขาแต่งงานครั้งนี้ก็หวังจะช่วยโสภิตพิไล ข้าเองก็เสียใจที่มันเป็นแบบนี้ แต่มันคงเป็นเวรเป็นกรรมกระมัง จะไปทำอะไรได้” หม่อมพริ้มพูดอย่างปลดปลง สาไม่ว่ากระไรอีก แต่ในใจยังคัดค้าน

    ooooooo

    เมื่อใจสว่างทราบข่าวนี้จากสา วันถัดมาเธอ แวะไปหาชายรวีที่กระทรวงพร้อมกล่องของขวัญเล็กๆ

    “สวัสดีค่ะอาจารย์ หนูมากวนหรือเปล่าคะ”

    “ไม่เลยครับ เชิญนั่งก่อน”

    ใจสว่างลงนั่งเรียบร้อย ชายรวีเดินมานั่งตรงข้าม

    “หนูทราบจากคุณป้าอุษาว่าอาจารย์กำลังจะแต่งงาน หนูเลยอยากมาอวยพรอาจารย์ล่วงหน้าค่ะ”

    “ขอบคุณมาก ความจริงผมไม่ได้ตั้งใจจะไม่บอกใคร แต่ทางฝ่ายเจ้าสาวเขาอยากจัดเงียบๆ”

    “ค่ะ หนูเข้าใจ หนูขอให้อาจารย์มีความสุข มากๆนะคะ”

    “ขอบคุณมาก วันนี้ผมเสร็จงานเร็ว คุณจะกลับบ้านเลยหรือเปล่าผมจะแวะไปส่ง”

    “ไม่เป็นไรค่ะ อาจารย์”

    “วันนี้วันศุกร์ จะหนีเที่ยวล่ะสิ”

    “ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่ พอดีวันนี้หนูจะกลับไปบ้านสวนน่ะค่ะ เขามีงานนิดหน่อย”

    ชายรวียิ้มบางๆ ขอตามใจสว่างไปบ้านสวนด้วย...สองคนนั่งรถไปต่อเรืออีกทอด จนกระทั่งเรือถึงท่าน้ำบ้านหลังหนึ่ง ใจสว่างบอกให้คนเรือจอด แต่ชายรวีจำได้ว่าไม่ใช่บ้านของแป้นกับสุข

    “นี่บ้านยายปองค่ะ น้องสาวยายแป้น บ้านนี้เค้ามีงาน ทุกคนเลยมาอยู่ที่นี่”

    “อ้าว ตายจริง แล้วคุณไม่บอกก่อน ปล่อยให้ผมตามมา”

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ กันเองทั้งนั้น ดีซะอีก อาจารย์ท่าทางเครียดๆ ออกมาพักสมองบ้างจะได้หายเครียดไปค่ะ”

    ใจสว่างพาชายรวีเดินออกจากท่า พอดีกับปรมัตถ์เดินมาจากบ้าน เห็นชายรวีก็แปลกใจ

    “อ้าว อาจารย์ มายังไงครับนี่”

    “หนูชวนอาจารย์มาเที่ยวบ้านเราค่ะ วันนี้วันเกิดพี่ปรมัตถ์...พี่ปอเป็นหลานยายปอง เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหนู”

    “มิน่าเล่า ถึงได้สนิทกัน”

    “สนิทกันมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ ผมถึงกล้าใช้ใจมันเป็นแม่สื่อ แต่ที่ไหนได้...ไม่ได้เรื่องเลย”

    ปรมัตถ์แหย่ใจสว่างโดยไม่ติดใจอะไรเรื่องโสภิต–พิไลผู้หญิงที่ตนเคยรัก ใจสว่างหัวเราะสดใส ชายรวีเลยยิ้มออกมาได้ จากนั้นทั้งสามคนพากันไปนั่งริมน้ำ ชายรวีชอบมาก สีหน้าสดชื่นขึ้นทันตา

    “นั่งเล่นรับลมตรงนี้ก่อนนะครับอาจารย์ ในครัวกำลังอลหม่านเลย แม่ผมผัดเผ็ดควันโขมงไปทั้งบ้าน อาจารย์เข้าไปมีหวังนั่งร้องไห้”

    “อยู่ใกล้น้ำนี่สบายใจดีจริงๆนะครับ มิน่าใจสว่างถึงได้อารมณ์ดีตลอดเวลา”

    “อาจารย์ชอบก็มาบ่อยๆได้นะคะ ยายแป้นคงดีใจ แกขี้เหงาน่ะค่ะ หลังๆลุงสุขก็ไปขลุกอยู่ที่วัด น้าจรินทร์กับน้าแจ่มศรีก็แต่งงานออกไปหมดแล้ว ไม่ค่อยได้กลับมา คุณป้าอุษากับพี่โสภิตก็...”

    “พูดมาเถอะใจ พี่ฟังได้ ไม่ตายหรอก...ว่าแต่โสภิตเป็นยังไงบ้างครับ หลังจากวันนั้น”

    ชายรวีไม่อยากบอกใครเรื่องโสภิตพิไลโดนท่านเอาตัวไปเพราะกลัวจะอื้อฉาว ตอบสั้นๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว

    “เขาก็เงียบๆ ไม่สุงสิงกับใคร...เอ๊ะนั่นมีเรือด้วย ไม่ได้พายตั้งนานแล้ว ขอยืมพายเล่นหน่อยได้ไหมครับ”

    “อาจารย์พายเรือเป็นด้วยหรือคะ”

    “ถึงไม่ใช่ชาวสวน แต่บ้านผมก็อยู่ริมน้ำเหมือนกันนะครับ”

    เพียงครู่ต่อมา ใจสว่างกับชายรวีก็ลงเรือลอยลำอยู่ในแม่น้ำ ทั้งคู่พูดคุยหยอกล้อกันไปมาพักหนึ่งก่อนที่เรือจะเจอคลื่นจากเรือใหญ่กระแทกจนพลิกคว่ำ ชายรวีเลิ่กลั่กตกใจเป็นห่วงใจสว่าง แต่กลายเป็นว่าหญิงสาวเก่งกาจสามารถเรื่องว่ายน้ำ และน่าจะเก่งกว่าเขาเสียอีก...

    หลังจากทั้งคู่กลับขึ้นเรือนในสภาพเปียกปอน ปรมัตถ์รีบหาเสื้อผ้าชุดลำลองของตนมาให้ชายรวีเปลี่ยน ส่วนใจสว่างเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวอีกทาง

    “ผมขอโทษที่ทำให้ยุ่งยาก”

    “ไม่เป็นไรครับอาจารย์ อยู่ริมน้ำเรื่องเปียกเรื่องเล็ก กว่าจะโตมานี่ไอ้ใจมันกินน้ำคลองไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว”

    “นินทาน้องนะ พี่ปอ”

    ใจสว่างเดินออกมาในชุดผ้าถุงแบบชาวสวนผมที่เปียกชื้นรวบเป็นมวยเอาไว้ดูน่ารัก ชายรวีมองอย่างเอ็นดู

    “โอ้โห...อาจารย์แต่งตัวแบบนี้ดูเด็กลงหลายปีเลยนะคะ”

    “คุณแต่งตัวแบบนี้ก็ดูเป็นสาวสวยขึ้นหลายปีเหมือนกัน”

    ใจสว่างยิ้มเขิน รู้สึกอบอุ่นและเป็นสุขอย่างประหลาดเมื่อได้อยู่ใกล้ชายรวี

    ooooooo

    ราตรีนี้เสียงดนตรีดังเร้าใจภายในไนต์คลับ หนุ่มสาวหลายรายอดใจไม่ไหวออกไปวาดลวดลายอยู่กลางฟลอร์...

    แหววเดินเฉิดฉายเข้ามาพร้อมเพื่อนกลุ่มเดิม แต่หนึ่งในนั้นกลับแซงหน้าคนอื่นๆมารั้งเธอไว้

    “ยัยแหววพอเถอะ กลับบ้าน นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ”

    “กลับอะไร ฉันเพิ่งมาถึง”

    “ที่นี่เป็นที่ที่สามแล้ว ฉันตระเวนกับเธอมาตั้งแต่หัวค่ำ...เบื่อแล้ว”

    “เบื่อก็กลับไปเลย ฉันอยู่คนเดียวได้” แหววผลักเพื่อนสาวแล้วเดินตรงเข้าไปกลางฟลอร์ที่บรรดาสาวๆกำลังกรี๊ดกร๊าดรุมล้อมชายคนหนึ่ง

    แหววแหวกเข้าไปอย่างมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง แต่พอชายหนุ่มหันมาเผชิญหน้า ต่างฝ่ายต่างตะลึงประสานสายตากันด้วยความตกใจ

    “แหวว! ผมไม่นึกเลยว่าจะเจอแหววที่นี่”

    “ก็นึกว่าไม่ได้เจอก็แล้วกัน” แหววกระแทกเสียงอย่างน้อยใจแล้วหันขวับกลับออกไปทันที ศิวพจน์ก้าวตามมาคว้าตัวเธอไว้

    “แหววหยุดก่อน เราต้องพูดกันให้รู้เรื่อง”

    “แหววว่าเราพูดกันจบไปแล้วนะ”

    “ตอนนั้นแหววกำลังโกรธ ผมก็กำลังตกใจ”

    “เพราะโดนจับได้ว่าคุณเอาผู้หญิงคนอื่นมานอนบนเตียงแหวว”

    “ผมเฉดหัวมันออกไปแล้ว...มันก็แค่ของเล่น แต่แหววคือคนที่ผมรัก”

    “พจน์คะ คุณลืมไปแล้วเหรอว่าที่แหววต้องกลับมาเมืองไทยเพราะอะไร เพราะแหววท้อง แล้วคุณก็ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ”

    “แหววฟังก่อนนะ ผมยอมรับผมผิด จะให้ทำยังไงล่ะ ก็ตอนนั้นผมตกใจ”

    “แล้วแหววล่ะ แหววไม่ตกใจเหรอ แหววเป็นคนตั้งท้องแทนที่คุณจะปลอบแหวว คุณกลับเสือกไสไล่ส่ง”

    แหววระเบิดอารมณ์ทั้งน้ำตา ศิวพจน์ดึงเธอเข้ามากอดปลอบโยน

    “ผมผิดไปแล้ว แหววยกโทษให้ผมนะ เรารักแหววนะ รักมากด้วย เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง”

    “สายไปแล้วค่ะ คุณพ่อคุณแม่แหววทราบเรื่องนี้แล้ว”

    “ผมจะให้ผู้ใหญ่ไปพูดกับท่าน”

    “ไม่ทันแล้วค่ะ เพราะพรุ่งนี้แหววกำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน” แหววพูดอย่างเจ็บช้ำ ศิวพจน์ตกใจสุดขีด!

    ooooooo

    เช้าตรู่ ชายรวีแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย หยิบกล่องของขวัญที่ได้จากใจสว่างมาพิศดูก่อนจะเปิดออกเห็นพระห้อยคอและกระดาษโน้ตเล็กๆ

    “หนูขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยดลบันดาลให้อาจารย์มีความสุขตลอดไปค่ะ...ใจสว่าง”

    อ่านข้อความนั้นจบ ชายรวีอมยิ้มนึกถึงคนให้แล้วตั้งใจจะเอาพระร้อยเข้ากับสร้อยที่มีล็อกเกตรูปท่านพ่อ แต่ได้ยินเสียงหม่อมพริ้มเคาะประตูเรียก จึงเดินมาพร้อมสร้อยในมือ

    หม่อมพริ้มแต่งตัวสวยเป็นพิเศษเดินเข้ามาเห็นสร้อย ทักถามลูกชายอย่างแปลกใจว่า

    “แม่ไม่เห็นชายเคยใส่ นึกยังไงถึงเอาออกมา”

    “คิดถึงท่านพ่อน่ะครับ แล้วก็เสด็จย่าด้วย ท่านรับสั่งกับผมวันที่ท่านสิ้นใจ”

    หม่อมพริ้มเองก็จำได้แม่น นึกย้อนไปในวันนั้นที่เสด็จป้าจะสิ้นใจ ท่านสั่งเสียให้ชายรวีรักษาชื่อเสียงของรวีวาร

    “ตั้งแต่วันนั้นผมตั้งใจมาตลอดว่าผมจะทำทุกอย่างไม่ให้รวีวารต้องตกต่ำหรือมัวหมอง”

    “ชายทำดีที่สุดแล้วลูก เพื่อแม่ เพื่อน้อง เพื่อรวีวาร ชายทำดีที่สุดแล้วจ้ะ”

    หม่อมพริ้มยิ้มปลาบปลื้ม กลับลงไปข้างล่างพร้อมลูกชายสุดที่รัก หญิงจ้อยแต่งตัวสวยรออยู่ โดยมีจวนกับหวนและพุดยืนหน้าแฉล้มอยู่ด้วย

    “ไปกันเลยนะคะหม่อมแม่”

    “แล้วคนอื่นๆล่ะ”

    “นัดไปเจอกันที่หน้าบ้านนายพลสันทนาเลยค่ะหม่อมแม่ ทางพี่หญิงจิ๋มเขาเป็นแม่งานใหญ่ เขาจัดขบวนผู้คนแห่ขันหมากรอเอาไว้พร้อมแล้ว ทางเราแค่เอาเจ้าบ่าวกับขันหมากไป”

    “งั้นก็ไปกัน”

    “คุณชายขา...ขอให้โชคดีนะคะ” หวนเป็นตัวแทนอวยพรจากใจจริง

    “ขอบใจจ้ะทุกคน” ชายรวียิ้มบางๆ พาหม่อมพริ้มออกไปโดยมีหญิงจ้อยเดินตามหลัง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 22:08 น.