ตอนที่ 8
วันถ่ายงานโฆษณาไก่ฟ้าพญาลอ รื่นจิตที่ท่าทางเก้กังนั่งดูแพงหลังมอนิเตอร์ เพื่อนฟังผู้กำกับบรีฟงาน ชลลดาเดินเข้ามาเห็นรื่นจิตก็มองเหยียดๆ ทีมงานไม่รู้ว่ารื่นจิตเป็นแม่ของแพง ก็เรียกป้าๆขยับให้ท่านประธานนั่ง รื่นจิตหน้าตึงที่โดนเรียกป้า ชลลดาแอบขำ
กันลองดูจะห่วงใยแพงมาก คอยจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง แพงก็เกาะแขนเขาแจ รื่นจิตมองอย่างไม่ค่อยพอใจ ชลลดาแกล้งเปรยลอยๆ
“ตากันเขาเป็นสุภาพบุรุษดีค่ะ แต่...โบราณเขาว่า ดูนางให้ดูแม่...”
รื่นจิตโกรธลุกพรวดเตะสายมอนิเตอร์หลุด จอดับ ทีมงานชะงักรีบต่อไฟเพื่อทำงาน...ในฉากเพื่อนต้องชูขวดยาแบบกระฉับกระเฉงแล้วพูดว่า สดใส มั่นใจ ด้วยเจ็ทชิค...พอดีกันลองเดินไปคุยโทรศัพท์ ชลลดาถือโอกาสเปลี่ยนบทพูดใหม่ ให้จบด้วยสโลแกนเดิมคือ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะไก่...เพื่อนไม่พูดยึดบทเป็นหลัก ชลลดาโกรธบอกตนเป็นประธานสั่ง
“ขอโทษนะคะ รบกวนให้เกียรติกันนิดนึงค่ะ ทีมงานกับแพงทำงานตามสิ่งที่ทางคุณสรุปกันมาทุกอย่าง แต่ถ้ามาเปลี่ยนกันหน้างานหมดทุกอย่างแบบนี้ จะเรียกว่ามืออาชีพเหรอคะ”
“นี่เธอ! กล้าพูดกับผู้ใหญ่แบบนี้เหรอ แพงอาภรณ์ ใครสั่งใครสอนให้เธอโตมาเป็นเด็กแบบนี้” ชลลดาปรี๊ดแตก
รื่นจิตทนไม่ไหวออกโรงตอบโต้ “ฉันสอนให้ลูกฉันเคารพผู้ใหญ่ที่น่าเคารพค่ะ”
ทั้งสตูเงียบกริบ ทุกคนหน้าตาตื่นตระหนก กันลองเดินกลับเข้ามาแปลกใจ ปิติกระซิบเล่า ชลลดาประกาศกร้าวไม่ให้คนนอกเข้ามายุ่มย่ามการทำงานของไก่ฟ้า กันลองรีบเข้ามาขอโทษรื่นจิตแล้วหันมาพูดให้ทุกคนได้ยิน
“เราจะทำงานกันตามแผนเดิมทุกอย่าง โอเคนะครับ เชิญครับท่านประธาน” กันลองผายมือเชิญแม่ตัวเองไปที่ทางออกสตูดิโอ
ชลลดาสะดุ้งไม่คิดว่าลูกจะหักหน้า คนทั้งสตูกลั้นหายใจลุ้น รื่นจิตพอใจในความเด็ดขาดของกันลอง เพื่อนรู้สึกไม่สบายใจ...ออกมานอกสตู กันลองพยายามอธิบายด้วยเหตุผลขอให้แม่เลิกอคติ เมื่อมอบงานนี้ให้ตน ก็ขอให้ตนเป็นคนตัดสินใจทุกอย่าง เขายืนยันว่า ไก่ฟ้าก็เป็นชีวิตของตนเหมือนกัน ถ้าผลงานออกมาไม่ดี ตนจะไม่ขัดใจอะไรแม่อีกเลย เธอฝืนใจยอม
ข้างในสตู ทีมงานเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟรื่นจิต เธอดื่มแล้วรู้สึกว่าอร่อยจึงดื่มไปหลายแก้ว เพื่อนเข้ามาหาหยิบดื่มไปอึกก็รู้ว่าเป็นยาสูตรใหม่ของไก่ฟ้า ไม่ทันจะบอกแม่ ทีมงานตามไปถ่ายต่อ ชลลดากลับเข้ามาในสตู เห็นรื่นจิตดื่มยาสูตรใหม่ก็แขวะ
“ไหนว่าหล่อนเกลียดยาไก่ฟ้านักหนา ดื่มเข้าไปกี่แก้วแล้วล่ะ”
พอรื่นจิตรู้ตัวก็หน้าเหวอลุกพรวดขึ้น ตัวเซไปโดนชลลดาน้ำกระฉอกใส่ ชลลดาร้องลั่นปัดแก้วน้ำสาดใส่รื่นจิตเต็มๆ เพื่อนตกใจจะมาพาแม่ไปล้างตัว แต่ติดที่ยังถ่ายทำ ชลลดาจึงพยุงรื่นจิตไปเอง กันลองกับเพื่อนมองกันยิ้มๆที่สองแม่ช่วยเหลือกัน
ถ่ายทำเสร็จชลลดากลับบ้านไปก่อน กันลองดีใจที่รื่นจิตยอมรับว่ายาสูตรใหม่ของตนทานง่าย จากนั้นกันลองกลับมาบ้าน ขอโทษชลลดากับทุกสิ่งที่ทำในวันนี้ แต่ขอยืนยันว่าเพื่อไก่ฟ้าพญาลอจริงๆ ชลลดาไม่โกรธเรื่องงาน แต่ยังไม่ยอมรับเรื่องคนข้างบ้าน
ในคืนนั้นขณะที่เพื่อนนั่งเล่นริมสระ เห็นเงาคนเดินมาก็คิดว่าเป็นกันลอง แต่พอหันมองเป็นวรัชช์ถือช่อดอกไม้มาขอโทษเรื่องแตงโมตบหน้าเธอที่ร้านน้อยหน่า เพื่อนยังโกรธจะเดินหนีเข้าบ้าน วรัชช์เข้าขวางหน้าทวงข้อตกลง
“นี่ผมกำลังจริงจังเรื่องของเราอยู่นะ คุณจำข้อตกลงของเราได้ไหม”
“ฉันไม่เคยตกลงอะไรกับคุณ”
“แพง ให้โอกาสผมนะ ได้โปรด ผมไม่เคยรู้สึกกับใครอย่างที่รู้สึกกับคุณ ผมคิดว่าผม...”
เพื่อนรีบปัดว่าตนมีแฟนแล้ว ชายหนุ่มสวนว่าไม่สน นับจากวินาทีนี้ ตนจะมีเธอคนเดียว เพื่อนใจอ่อนยวบเพราะรู้สึกชอบวรัชช์อยู่ไม่น้อย แต่เพื่อแพงจึงตัดใจเดินหนี วรัชช์เข้าสวมกอดข้างหลังแล้วคุกเข่าลงอ้อนวอนขอร้อง เธอรู้สึกว้าวุ่นใจไม่อาจตัดใจจากเขาได้
ooooooo
6 เดือนผ่านไป มีงานประกาศรางวัลซุปเปอร์ท็อปอวอร์ด...คู่ขวัญแห่งปีที่ได้รางวัลคือแพงกับวรัชช์ และแพงยังควบดารานำหญิงดาวรุ่งจากทุกสถาบัน ทั้งสองขึ้นรับรางวัลคู่กัน นักข่าวถ่ายรูปและสัมภาษณ์เกรียวกราว วรัชช์หน้าบานโอบเอวเพื่อนราวเป็นแฟนกัน
เพื่อนยังคงให้สัมภาษณ์ว่าตนกับวรัชช์เป็นเพียงเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกัน วรัชช์ยังคงหยอดมุกจีบตลอด ทวิตตี้เห็นความสนิทสนมของทั้งสอง จึงดึงแพงออกมาและเตือนว่า บอกใครๆว่าเป็นเพื่อนร่วมงานแต่ทำตาหวานใส่กัน ใครจะเชื่อ
ในงานเลี้ยงไพรเวทปาร์ตี้คืนนั้น จิตจีรังมีท่าทียอมรับนนท์เป็นแฟน ทั้งสองเอาอกเอาใจกันออกนอกหน้าจนวรัชช์หมั่นไส้ ทวิตตี้มักจะเห็นแววตาแพงที่มองวรัชช์ต่างไปจากก่อน จึงสะกิดเตือนว่าสปอนเซอร์ใหญ่มางานแล้ว
กันลองถือช่อดอกไม้มาแสดงความยินดีกับแพง และขอบคุณทุกคนที่ให้เกียรติมาร่วมงานที่จัดให้แพง ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ไก่ฟ้าพญาลอ ที่ทำยอดขายพุ่งขึ้นอย่างเหลือเชื่อ กันลองจูงแพงออกไปเปิดฟลอร์เต้นรำ วรัชช์มองด้วยสายตาหงุดหงิด จิตจีรังเหน็บใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับกรรม วรัชช์เซ็งจึงเดินออกจากงานมาโทร.หาสาวชื่อส้มโอ เผอิญเพื่อนเดินมาเข้าห้องน้ำ ได้ยินเขานัดหมาย ก็ฝืนยิ้มให้ วรัชช์ชะงัก
แต่พอเห็นแพงไม่สนใจตนก็เดินแยกไป
เลิกงาน กันลองจูงมือแพงเดินเล่น ทั้งสองคุยกันหัวเราะสนุกสนาน กันลองพูดถึงงานปาร์ตี้คราวก่อน แล้วถามถึงเพื่อนแพงที่ใส่ชุดมังกรเต้นอย่างเมามัน เพื่อนสะดุดนึกถึงแพงขึ้นมา บอกกันลองว่าไม่เจอเพื่อนคนนั้นนานแล้ว กันลองเห็นท่าทางแพงเหนื่อย จึงบอกเดี๋ยวนอนหลับไปในรถได้เลย เพื่อนรู้สึกถึงความอบอุ่นที่เขามีให้ กล่าวขอบคุณที่เขาดูแลตนมาตลอด
กลับถึงบ้าน เพื่อนเห็นรื่นจิตนั่งจิ้มไอแพดสีหน้าเคร่งเครียด จึงเข้าแอบดู เห็นกำลังแต่งภาพคู่แพงกับรื่นจิต มีข้อความแสดงความยินดีก็ปลื้มปริ่ม รื่นจิตบ่นไม่ทำแล้ว ไม่เซอร์ไพรส์
“ทำต่อนะคะ นะคะแม่ หนูจะเอาลงไอจี” เพื่อนกอดแขนอ้อน
รื่นจิตลูบหัว “แม่ดีใจกับหนูด้วยนะลูก แม่รู้ว่าหนูเหนื่อยมาตลอดสี่ปีที่เข้ามาในวงการ แต่ความพยายามของหนูไม่สูญเปล่าแล้วนะ”
เพื่อนแอบน้อยใจเพราะเป็นคำชมแพงไม่ใช่ตน... เพื่อนเข้าห้อง สไกป์คุยกับมัม มัมเห็นสีหน้าลูกเหนื่อยก็ปลอบใจ เพื่อนอยากเล่าความสำเร็จแต่ต้องเลี่ยงบาลีไปว่า ตนได้รางวัลจากการทำคัพเค้กในคลาส มัมแสดงความยินดี แล้วจะส่งค่าเทอมมาให้ เพื่อนปฏิเสธบอกว่าตนทำงานพิเศษเพียงพอค่าเรียน มัมเปลี่ยนมาขอออกค่าหอ เพื่อนก็อ้างว่าตนโตแล้วรับผิดชอบตัวเองได้
“ลูกมีบอยเฟรนด์แล้วล่ะสิ พักนี้เห็นลูกสาวมัมสวยขึ้นทุกวัน...ถ้ามีเรื่องอะไรก็เล่าให้มัมฟังได้นะ” มัมกล่าวด้วยน้ำเสียงน้อยใจ เพื่อนก็พูดอะไรไม่ออกอีก
ooooooo
รื่นจิตคุยกับมธุรสถึงความเปลี่ยนแปลงของแพงตั้งแต่หลังเกิดอุบัติเหตุ มธุรสเห็นด้วย เมื่อก่อนแพงชอบเขียนเรื่องสั้นมาให้ช่วยตรวจ เดี๋ยวนี้ไม่มี รื่นจิตว่าช่วงนี้ไม่เห็นแพงเขียนอะไร มธุรสนึกถึงเพื่อนของแพงที่ประสบอุบัติเหตุด้วยกัน รื่นจิตบอกว่าไม่ได้ยินแพงพูดถึง
“แปลกนะที่เฮียยังนึกถึงหนูคนนั้นบ่อยๆ คงเพราะติดตาว่าเขาหน้าเหมือนหนูแพงมั้ง”
รื่นจิตไม่ติดใจเพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน...วันนี้มีถ่ายรายการสามซิ่ง กันลองส่งแพงที่สตูดิโอ พอลงจากรถเพื่อนเห็นเขาโทรศัพท์หาใครบางคนท่าทางลุกลี้ลุกลน
ทีมงานพาเพื่อนกับวรัชช์มาถ่ายที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อนอยู่ท่ามกลางเด็กๆเหล่านั้น คิดถึงอดีตที่ตัวเองเคยนั่งรอคนมารับไปเลี้ยง จู่ๆก็ร้องไห้ออกมา วรัชช์ตกใจดึงเธอเข้ามากอดปลอบ ทวิตตี้เห็นยกมือถือขึ้นถ่ายรูปลงไอจี...ทวิตตี้ชื่นชมวรัชช์ให้เพื่อนฟัง เพื่อนว่าเจ้าชู้ขนาดนั้นตนไม่เล่นด้วย ทวิตตี้เหน็บว่ากันลองก็ดูสายตากรุ้มกริ่มไม่แพ้กัน เพื่อนแย้งว่ากันลองทำแบบนั้นกับแพงคนเดียว เจ๊ผู้จัดการจึงเตือนด้วยความหวังดี
“หลังๆมานี่ลุคเจ้าหญิงจอมไว้ตัวของหล่อนหายเข้าวังไปเลยนะยะ ยังไงก็หัดระวังไว้บ้างล่ะ ผู้ชายน่ะกว่าเราจะรู้ตัวอีกทีว่าเขาเจ้าชู้ก็ตอนที่โดนจับได้คาหนังคาเขาเท่านั้นแหละ...จำไว้เลยนะ ผู้ชายไม่เจ้าชู้ไม่ใช่ผู้ชาย”
เพื่อนว่าทวิตตี้เพ้อเจ้อ เจ๊เปลี่ยนมาชมว่าตอนที่แพงร้องไห้สงสารเด็กๆ เข้าใจเลยคงรู้สึกว่าทำไมพ่อแม่ถึงทิ้งลูกตัวเองได้ลงคอ เพื่อนพึมพำเบาๆ...เพราะอาจไม่มีหัวใจ...เย็นนี้เพื่อนให้ทวิตตี้ส่งที่บ้านญาติ ทวิตตี้คิดว่าแพงยังไม่ยอมขับรถเองเนื่องมาจากอุบัติเหตุที่ผ่านมา จึงบอกให้เป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าอีกสักตัว จะจ้างรถตู้ประจำตัวไว้ให้
เพื่อนมาที่บ้านเช่าซึ่งพาแพงมาพักฟื้น โดยมีพยาบาลคอยดูแล เอาดอกไม้ที่วรัชช์ให้มาฝาก รำพันถึงเรื่องราวในแต่ละวันที่เกิดขึ้น แล้วมโนว่าแพงฟื้นขึ้นมาตอบ จนกระทั่งฤดีพยาบาลพิเศษเข้ามาบอกว่าคนไข้อาการดีขึ้น ควรพาไปให้หมอเช็กร่างกายเพื่อทำกายภาพบำบัดไว้บ้าง
พอกลับบ้าน รื่นจิตเกิดถามถึงคนที่ประสบอุบัติเหตุด้วยกันเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อนต้องโกหกว่าญาติเขารับไปรักษาตัวแล้ว ตนยุ่งๆไม่ได้ไปเยี่ยมเลย รื่นจิตพยักหน้า
พอเพื่อนขึ้นห้อง รื่นจิตเห็นรายการข่าวบันเทิงในทีวีเรื่องแพงกับวรัชช์...ชลลดาก็เห็นข่าวนี้ ไม่อยากเชื่อว่าเป็นรักโปรโมต กันลองกลับมาถึงจึงเรียกให้ดูและเหน็บว่าเขามีปัญหากับแพงอยู่ใช่ไหม ชายหนุ่มปฏิเสธและเชื่อว่าแพงกับวรัชช์แค่สนิทกันเพราะเล่นละครด้วยกันหลายเรื่องเท่านั้น ชลลดาหันมาบ่นกับโรยบุญ แต่เธอก็ฟังเพี้ยนไปอย่างอื่นจนชลลดาหน่ายใจ
ค่ำนั้น เพื่อนมาดักรอกันลองข้างรั้วบ้าน ตั้งใจจะแกล้งเขาแต่กลับได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับปิติสีหน้าเครียด “พรุ่งนี้คุณแพงมีงานช่วงบ่าย ผมคงต้องหลบไปช่วงนั้น คุณช่วยหาข้ออ้างกับแม่ให้ผมด้วยแล้วกันนะ...อืม ขอบคุณมาก”
เพื่อนชะงักนึกถึงคำพูดของทวิตตี้ที่บอกว่า กว่าเราจะรู้ตัวว่าผู้ชายเจ้าชู้ก็ตอนโดนจับได้ เพื่อนเริ่มหวั่นใจจะโทร.ปรึกษาวรัชช์แล้วเปลี่ยนใจโทร.หาจิตจีรังแทน...จิตจีรังงัวเงียรับสายพูดจาไม่รู้เรื่อง ทำให้เพื่อนเซ็ง ทันใดวรัชช์โทร.สวนเข้ามาชวนไปหาของกินรอบดึก
ด้วยความเครียด เพื่อนจึงยอมออกไปกับวรัชช์ในสภาพชุดนอนลายการ์ตูน วรัชช์ขี่เวสป้ามารับ แล้วเข้าไปซื้อของกินในร้านสะดวกซื้อมายืนกินข้างรถสบายๆ...เพื่อนปรึกษาวรัชช์ว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังถูกหลอก เขาให้ถามตรงๆ เพื่อนแย้งว่าทำแบบนั้นเป็นการไม่ไว้ใจกัน วรัชช์หาเรื่องตลกๆมาเล่าให้คลายเครียด แล้ววกมาเรื่องให้เธอเปลี่ยนใจจากกันลองมาหาตน
ooooooo
รุ่งเช้ากันลองกำลังจะออกจากบ้าน เพื่อนดักรอขอไปด้วย เขาจึงพาเธอไปร้านคาเฟ่แมว เพื่อนบ่นว่าน่าจะเป็นสุนัข ตนชอบสุนัขมากกว่า กันลองแปลกใจเพราะแต่ก่อนเธอชอบแมว
เพื่อนหน้าเจื่อนแก้ตัวกระทบเขากรายๆ “ไปๆมาๆ แพงชอบหมามากกว่า เพราะน้องหมาซื่อสัตย์ รักเราคนเดียว”
“ตั้งแต่เราคบกันนี่ แพงดูเปลี่ยนไปเรื่อยๆจนพี่ตามไม่ทันเลย บางครั้งก็ตั้งรับไม่ทัน”
เพื่อนร้อนตัว เปลี่ยนเรื่องคุย ถามเขาช่วงนี้ยุ่งมากหรือถึงไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกันเลย กันลองอ้างว่า ยุ่งนิดหน่อย เพื่อนสงสัยแกล้งทำเป็นว่าต้องไปกองถ่าย ทีมงานตามตัว แล้วขอแยกตัวไป แต่พอกันลองขึ้นรถขับออก เธอก็เรียกแท็กซี่ตามรถเขาทันที
จนมาถึงร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง เพื่อนเห็นกันลองเข้าไปในห้องพิเศษก็จะตามไปดู แต่ถูกพนักงานกันไว้ เธอจึงเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ เผอิญได้ยินผู้หญิงในห้องเล็กคุยโทรศัพท์
“รายนี้มือไวใจเร็วมาก ไม่เสียแรงที่พามาเลี้ยงเอาใจก่อน...รวยมากเลยล่ะ ไม่น่าเชื่อนะขายยาสตรีจะมีเงินเยอะขนาดนี้ จ่ายสดหน้างานเลย แต่เขากลัวแฟนเขาจะรู้มาก นี่ต้องปิดกันสุดๆ ระวังตัวกันแจเลย แต่ก็ตื่นเต้นดีไปอีกแบบ”
เพื่อนยืนตัวชาทำอะไรไม่ถูก พอเห็นผู้หญิงคนนั้นเดินออกมาก็แอบถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วโทรศัพท์หาจิตจีรัง แต่เธอไม่รับ วรัชช์โทร.สวนเข้ามาอีก จึงรีบขอให้เขามาช่วย
วรัชช์ขี่เวสป้าให้เพื่อนซ้อนท้ายสะกดรอยตามรถกันลองที่มีสาวนั่งไปด้วย แต่พอเพื่อนเห็นว่ารถเขาเลี้ยวเข้าหมู่บ้านเดียวกับบ้านเช่าที่พาแพงมาพักก็ตกใจ นึกถึงคำที่กันลองเคยพูดว่า ตั้งแต่คบกันมา แพงดูเปลี่ยนไปจนตามไม่ทัน...เพื่อนฉุกคิดหรือเขาจะรู้เรื่องแฝด
รีบบอกให้วรัชช์หยุดรถ วรัชช์งงตามมาจนขนาดนี้จะมาเลิก เพื่อนโดดลงจากรถวิ่งไปโบกแท็กซี่แล้วบอกให้ขับออกไปนอกหมู่บ้านก่อน อ้างว่าจะโทร.ถามทาง
เพื่อนกดโทร.หาฤดีถามอาการโฮป และถามว่ามีคนแปลกหน้าเข้าไปหาไหม พอได้รับคำตอบว่าไม่มี ก็กำชับให้ล็อกบ้านแน่นหนา อาทิตย์หน้าจะเข้าไปเยี่ยม...พอวางสายก็หันมาบอกโชเฟอร์ว่าให้ขับกลับเข้าไปในหมู่บ้าน ระหว่างนั้นวรัชช์เห็นรีบขี่รถตามคิดว่าแพงทำเป็นเก่งที่แท้ก็กลับมา
เพื่อนให้โชเฟอร์วนหาบ้านจนเจอรถกันลองจอดอยู่ เป็นบ้านหลังค่อนข้างใหญ่ ก็ยื่นเงินให้แล้วลงจากรถ ลังเลสักพักก่อนตัดสินใจจะเดินเข้าไป ทันใดต้องสะดุ้งเมื่อวรัชช์เข้ามาจับมือ
“ผมจะปล่อยคุณไว้คนเดียวได้ไง ไม่เป็นไรนะ ทุกอย่างน่าจะโอเคแหละ”
เพื่อนดึงมือออกและบอกให้เขากลับไป จากนั้นเพื่อนค่อยๆเดินเข้าบ้าน จนเห็นรองเท้ากันลองกับรองเท้าส้นสูงวางอยู่ข้างกัน จึงย่องเข้าแอบดู เห็นกันลองยืนดูรอบบ้านอย่างมีความสุข เพื่อนรู้สึกผิดหวังจะเดินเข้าไปหา แต่สาวเดินยิ้มหวานไปหากันลองก่อน จึงหลบ วรัชช์ตามมาจับแขน เพื่อนหันมองแล้วสะบัดแขนออก จังหวะนั้นสาวสะดุดจะล้ม กันลองประคองไว้ เพื่อนหันมาเห็นเหมือนทั้งสองกอดกันก็จะปรี่ไปเอาเรื่อง แต่สะดุดขาวรัชช์ล้มลงทั้งสองคน
กันลองกับสาวหันมอง ต่างฝ่ายต่างตกใจ วรัชช์เห็นหน้าสาวคือส้มโอกิ๊กเก่า กันลองเข้าประคองเพื่อนให้ลุกขึ้น เพื่อนหน้างอ ส่วนวรัชช์ถามส้มโอเป็นกิ๊กใหม่กันลองหรือ
“ฉันมาขายบ้านย่ะ บ้านเรือนหอของคุณลูกค้าไอพี” ส้มโอโวย
เพื่อนหน้าเจื่อนที่เข้าใจผิด ขอโทษกันลองเสียงอ่อย เขาขำลูบหัวเธออย่างเอ็นดู วรัชช์กลายเป็นคนที่ ผิดหวังเสียใจแทน
เพื่อนนั่งรถกลับกับกันลอง เขาถามทำไมถึงมากับวรัชช์ เพื่อนอ้อมแอ้มว่าทำงานเสร็จทีมงานพาไปกินอาหารญี่ปุ่น เห็นเขากับสาวเลยสะกดรอยตาม กันลองหัวเราะแล้วบอกว่า ปิดไม่มิดแล้วก็ชวนไปช่วยกันแต่งบ้าน...พอดีรถมาถึงหน้าบ้าน รื่นจิตมาถึงพร้อมกัน ทั้งสองจึงลงมาหา รื่นจิตถามไปไหนกันมา เพื่อนรีบบอกว่าไปคาเฟ่แมว แม่ยิ้มที่ลูกยังชอบแมวไม่เลิก
ooooooo










