ตอนที่ 8
“ก็...หลังจากอุบัติเหตุครั้งล่าสุดก็ดูเล็กลงจริงๆแหละ แอร์แบ็กกระแทกรึเปล่า ไปหาหมอไหม” รื่นจิตมองหน้าอกแพงและพูดอย่างจริงจัง
เพื่อนหาว่าแม่เล่นมุก หน้างอเดินขึ้นห้อง รื่นจิตก้มมองหน้าอกตัวเองไม่เห็นต่างกับลูก แล้วเธอก็เอาซิลิโคนไปให้แพงที่ห้อง ได้ยินแพงคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องน้ำเป็นภาษาอังกฤษ เสียงเหมือนเถียงกัน รื่นจิตผงะมาชนตุ๊กตาวูดูของเพื่อนก็ตกใจ คิดไปว่าเป็นพวกตุ๊กตาไสยศาสตร์
รุ่งเช้าจึงเรียกมธุรสมาหาที่บริษัทเพื่อปรึกษาเรื่องลูก มธุรสจะให้วรัชช์ช่วยดูแลว่ามีแฟนคลับคนไหนเล่นของใส่แพงบ้างหรือเปล่า
ความจริงวรัชช์ยังงอนแพงที่ไม่รับโทรศัพท์ แต่พอรู้เรื่องจากมธุรสก็หาโอกาสซักถามแพงว่ามีอาการปวดท้อง หน้าซีด ขอบตาคล้ำ อยากอาเจียนบ้างไหม หรือรู้สึกหลงรักใครอย่างพวกพ่อค้ายาเป็นพิเศษหรือเปล่า เพื่อนรู้ว่าเขาหมายถึงกันลอง จึงว่าเขาเพี้ยนเพราะนิยมกินสัตว์ใหญ่พวกมีเขา วรัชช์ชะงักรู้สึกว่าโดนหลอกด่า
“นี่คุณหลอกด่าผมเหรอ ที่ผมถามก็เพราะเป็นห่วงหรอกนะ”
“เก็บความหวังดีของคุณไว้เถอะ ฉันดูแลตัวเองได้ แล้วเมื่อคืนคุณโทร.หาฉันทำไมตั้งหลายรอบ”
“คงลืมกดล็อกโทรศัพท์แล้วมือไปโดนเบอร์คุณ คุณจะใส่ใจอะไร อี๋อ๋ออยู่กับไอ้พ่อค้ายาชักมดลูกอยู่ก็ไม่ต้องมาแก้ตัว” วรัชช์เผลอเหวี่ยงใส่
เพื่อนสวนว่าตนจะใช้เวลากับใครแล้วมันเรื่องอะไรต้องแก้ตัวกับเขา วรัชช์ยิ่งโกรธและน้อยใจ ดึงมือเธอที่กำลังถือถ้วยชาร้อน น้ำชากระฉอกใส่มือ เขาตกใจรีบดูว่าเจ็บมากไหม หน้าเขาใกล้ชิดกับหน้าเธอ ผู้ช่วยผู้กำกับโผล่มาเรียกให้เข้าฉาก ทั้งสองผละออกจากกัน
เผอิญกันลองมาเห็นภาพทั้งหมด เขารู้สึกขุ่นใจกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก
ooooooo
กันลองรอรับเพื่อนเพื่อไปลองชุดพรีเซ็นเตอร์ไก่ฟ้า เพื่อนถามว่าเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ กันลองไม่ตอบแต่ดึงมือเธอมาดูอย่างห่วงใย เพื่อนโน้มหน้ามากระซิบว่าตนไม่เป็นอะไร
คอสตูมเอาชุดสวยให้เพื่อนใส่ เพื่อนขอไม่ใส่รองเท้าส้นสูงที่เตรียมไว้ให้ ขอใส่ผ้าใบให้ดูกระฉับกระเฉงแทน พอชลลดาเห็นก็ติงว่าเวลาฟิตติ้งต้องใส่ให้ครบเซต เพื่อนอธิบายว่า
“แพงคิดว่า เจ็ทชิคเป็นโปรดักส์ใหม่ น่าจะเข้ากับผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความสปอร์ตมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องใส่ส้นสูงก็สวยเท่ไปอีกแบบค่ะ”
กันลองเห็นด้วยกับแพง ปิติยกนิ้วชื่นชม ชลลดาไม่พอใจที่ลูกขัดใจทุกเรื่อง กันลองต้องขอร้องว่าโปรเจกต์นี้ขอตนเป็นคนตัดสินใจทุกเรื่อง ชลลดาเห็นมือแพงเจ็บก็เหวี่ยงใส่ไม่รู้จักดูแลตัวเอง ใกล้จะถึงวันถ่ายจริงอยู่แล้ว เพื่อนไม่อยากต่อปากต่อคำ กันลองสงสารแพงจึงยกมือไหว้แม่และบอกว่าจะไปส่งแพง เพื่อนไหว้ตามแล้วเดินไปกับกันลอง ชลลดายืนโกรธทำอะไรไม่ได้
ชลลดาหงุดหงิดกลับมาถึงบ้าน เห็นรื่นจิตกำลังคุยอะไรกับโรยบุญ ในมือใจมีเข่งใส่ใบไม้แห้ง ก็รี่เข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน รื่นจิตพยายามอธิบายกับโรยบุญ แต่เธอก็ฟังเพี้ยนและรายงานชลลดาว่า รื่นจิตจะวานคนสวนเรายกไหดองเค็มขิงไปให้สักใบ รื่นจิตรีบแย้ง
“ไม่ใช่นะคะ ดิฉันจะรบกวนให้คนสวนคุณเล็มกิ่งไม้ที่มันเกยข้ามไปบ้านฉันออกต่างหากค่ะ เพราะใบไม้มันร่วง ทำให้สวนบ้านฉันสกปรกมาก หวังว่าคงเกรงใจกันบ้างนะคะ ไปใจ กลับบ้าน เศษใบไม้ของเขาก็ทิ้งไว้ให้เขานี่แหละ” ใจวางเข่งใบไม้ลงแล้วเดินตามรื่นจิต
โรยบุญรีบเรียกไว้ “คุณรื่นอย่าเพิ่งไปเจ้าค่ะ...คุณผู้หญิงขออิฉันกับคุณรื่นยลรูปหนูแพงที่ถ่ายมาวันนี้หน่อยสิเจ้าคะ”
ชลลดายิ้มหยันยื่นรูปถ่ายฟิตติ้งให้ดู โรยบุญเห็นอกแพงตู้มขึ้นก็ร้องว่าเป็นปอดบวมหรือ
“โอ๊ย ปอดบวมอะไรยะแม่โรย ของปลอมทั้งนั้น เสริมขนาดนี้คงนึกว่าจะยั่วพ่อพะลองของแม่โรยขึ้นล่ะมั้ง” ชลลดาหัวเราะ
รื่นจิตโกรธกำมือเดินเข้าหา โรยบุญตกใจรีบเข้าแทรกกลาง “พวกคุณๆทะเลาะกันก็อย่าเอาเด็กเป็นชนวนสิเจ้าคะ ไม่งั้นต่อไปถ้าคุณพะลองกับหนูแพงเขาเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วจะลำบาก” รื่นจิตให้หยุดพูดเพ้อเจ้อ โรยบุญร้อง “อูย...ไม่เพ้อเจ้อนะเจ้าคะ สาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อคืนอิฉันเห็นอยู่กับตาว่าหนูแพงกับคุณพะลองเขาหายกันไปทำอะไรก็ไม่รู้อยู่บนโน้น”
โรยบุญชี้ไปบนห้องกันลอง ชลลดายิ้มหยัน รื่นจิตนึกถึงสภาพลูกเมื่อคืนที่บอกว่าซ้อมบทริมสระก็ยิ่งโกรธ ชลลดาตอกย้ำเข้าอีก
“ถึงว่าสิ วันนี้ตาลองถึงได้เดินตามหนูแพงเป็นเงาตามตัว ตากล้องมองนิดมองหน่อยก็ของขึ้น ที่แท้ก็...” รื่นจิตคว้าตะกร้าใบไม้แห้งเทใส่ชลลดาร้องลั่น
“นี่มันอะไรกันยะหล่อน”
“เงาตามตัวไงคะ กรรมน่ะมันเป็นเหมือนเงาตามตัว ทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบ ปลูกต้นไม้ใหญ่จนแตกกิ่งข้ามรั้วมาบ้านคนอื่น ก็ต้องรู้จักเก็บเศษใบไม้กลับไปด้วยสิคะ จะมาทำตัวข้ามหัวคนอื่นตลอดเวลาแบบนี้ ดิฉันว่ามันไม่ถูกต้อง” พูดจบรื่นจิตกลับเข้าบ้าน
โรยบุญตกใจช่วยปัดเศษใบไม้ออกจากตัวคุณหญิงของตน
ooooooo
เพื่อนนั่งมาในรถกันลอง ดูรูปที่ถ่ายวันนี้แล้วเพื่อนติงว่าไม่น่าใส่แจ็กเกต แต่กันลองไม่ต้องการให้ดูโป๊ จึงบอกว่าตนเป็นเจ้าของสินค้า สิ่งที่ตนเลือกเหมาะสมแล้ว เพื่อนหาว่าเขาเห็นตนเป็นสินค้า กันลองจอดรถหน้าบ้านแพงพอดี หันมาอธิบาย
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ พี่แค่อยากให้เราแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว และเคารพการตัดสินใจของพี่ งานนี้เป็นงานของไก่ฟ้าพญาลอ ไม่ใช่ของพี่คนเดียว แต่เป็นของแม่พี่และคนทั้งบริษัท พวกเขาให้อำนาจพี่ตัดสินใจ แพงก็ต้องเชื่อใจพี่ด้วยสิ แพงก็รู้ว่าอะไรที่ไม่ดี พี่ไม่ให้แพงทำอยู่แล้ว” เพื่อนพยักหน้าแต่ยังหน้ามุ่ย กันลองให้เธอเข้าบ้านแล้วอย่าลืมทายาที่มือ
เพื่อนลงจากรถแล้วเดินมาฝั่งคนขับ เคาะกระจกให้เขาเปิด ยื่นแก้มไปให้หอม กันลองนิ่ง เธอจึงหอมแก้มเขาแทน แล้วทั้งสองต้องตกใจเมื่อเห็นรื่นจิตยืนมองอยู่ กันลองรีบลงจากรถมาสวัสดี แต่รื่นจิตไม่รับไหว้ เพื่อนรู้ว่า บรรยากาศไม่ดีให้เขากลับไปก่อน แล้วเดินตามแม่เข้าบ้าน
รื่นจิตต่อว่าที่กลับไปรับงานพรีเซ็นเตอร์แล้วไม่บอก เพื่อนอธิบายว่ามันดูไม่มืออาชีพที่ตนไปบอกเลิกสัญญาทั้งที่เซ็นไปแล้ว จึงแสดงความรับผิดชอบ
รื่นจิตต่อว่าที่ถึงเนื้อถึงตัวกับกันลองเกินไป เพื่อนแก้ตัวไม่ออก ได้แต่สบตาอึ้งๆ
“มันเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวแม่กันแน่ หนูเคยบอกแม่ไม่ใช่หรือว่าแพงอาภรณ์รักเกียรติของตัวเองยิ่งกว่าอะไร”
เพื่อนน้อยใจประชดกลับไปว่า “งั้นแม่ก็คิดซะว่า หนูไม่ใช่แพงอาภรณ์ละกันค่ะ”
รื่นจิตเหวอมองแพงเดินสะบัดขึ้นข้างบน เธอก้มหน้าเสียใจแล้วเหลือบเห็นกันลองมายืนอยู่ก็ตกใจ กันลองพยายามอธิบายอย่างอ่อนโยนไม่ให้โกรธแพง
“แพงไม่ได้อยากจะขัดคำสั่งคุณน้าเรื่องพรีเซ็นเตอร์แต่เป็นเพราะผมเอง ถ้าผมทำแคมเปญโฆษณาใหม่นี่ไม่สำเร็จ คุณแม่ก็จะไม่ยอมให้ผมทำตามความฝัน
ที่อยากเป็นนักออกแบบเครื่องบิน แพงเลยช่วยผม ถ้าจะโกรธก็โกรธผมคนเดียวเถอะครับ...แล้วอีกอย่างหนึ่ง ผมกับแพงเราสองคนไม่มีอะไรเกินเลยกัน แพงรักเกียรติของตัวเองพอๆกับผมที่รักเกียรติของเธอ ผมให้สัญญาว่าตราบใดที่เราสองคนยังไม่ได้แต่งงานกัน ผมจะไม่ทำลายเกียรติของแพงเด็ดขาด”
รื่นจิตรู้สึกสบายใจขึ้น จึงมาขอโทษแพงที่พูดรุนแรง เพื่อนกลับโผกอดและบอกว่าตนดีใจที่แม่เป็นห่วง พอรื่นจิตเห็นมือแพงเจ็บก็รีบถามว่าโดนแฟนคลับโรคจิตทำร้ายหรือ เพื่อนงง เธอบุ้ยใบ้ไปที่ตุ๊กตาวูดู แล้วถามใครเป็นเจ้าของ เพื่อนอ้างว่าเป็นพร็อพในละครที่ทีมงานให้ รื่นจิตไม่อยากให้เอาไว้ใกล้ตัว มันเป็นลางไม่ดี เพื่อนจึงเก็บตุ๊กตาตัวนั้นเข้าตู้
ooooooo
เช้าวันใหม่ เพื่อนมาเยี่ยมแพงที่โรงพยาบาล เรียนรู้การดูแลคนไข้จากพยาบาล และนั่งคุยกับร่างแพงที่นอนนิ่ง ระหว่างนั้นมีข้อความเข้ามาหลายที พอเปิดดูมีทั้งของกันลองและวรัชช์ เพื่อนรู้สึก
เหนื่อยใจ บ่นกับร่างแพงว่าตนเริ่มเหนื่อยแล้ว เหนื่อยที่ต้องฟังสมองมากกว่าหัวใจ
หลังจากนั้นเพื่อนมาแวะดูบ้านที่นายหน้าหาให้ รู้สึกพอใจ...ด้านวรัชช์ตัดสินใจแน่วแน่จะบอกเลิกสาวชื่อผลไม้ทุกคน ด้วยการซื้อแหวนให้เป็นของขวัญ แต่แล้วเขาก็โดนสาวชื่อผลไม้ทั้ง 9 คนตบจนหน้าบวมแดงไปข้างหนึ่ง มีเพียงแตงโมที่ไม่ยอมเลิกรา
ทุกเช้าเพื่อนจะได้รับข้อความทักทายจากวรัชช์...วันนี้กันลองโทร.มายกเลิกนัดเพราะติดงาน เพื่อนบ่นพึมพำ...ทำไมแฟนแพงไม่ค่อยสนใจแพงเท่าใครบางคนเลย
เพื่อนจึงลงมาทำซุปให้รื่นจิตกิน รื่นจิตถามขึ้นว่า วรัชช์ชอบลูกหรือ เห็นพาดหัวข่าวว่าวัชราภรณ์มีเฮ อินกันนอกบท มีภาพทั้งสองจูบกัน เพื่อนเห็นว่าเป็นภาพในละคร จึงถามแม่สนใจหนังสือพวกนี้ด้วยหรือ รื่นจิตบอกว่ามธุรสเอามาให้ดู
“ทำไมแม่ไม่เห็นเคยบอกหนูเลยคะว่าป้ามธุรสเป็นป้าของวรัชช์”
“ยังไงหนูก็รู้เรื่องจากวรัชช์เองแล้วนี่” รื่นจิตมองอย่างจับผิด แล้วเตือนว่าอย่าทำตัวเป็นนางวันทอง และยังย้ำว่าไปถ่ายโฆษณาไก่ฟ้าวันไหนแม่จะไปด้วย
เพื่อนรับคำแต่ก็งงกับคำว่านางวันทอง จึงโทร.หาจิตจีรัง ทำทีชวนไปนวดหน้าจะออกค่าใช้จ่ายให้
จิตจีรังรับปากทันทีและให้มารับที่โรงแรมวรัชช์...พอดีวรัชช์เดินหน้าบวมเข้ามา จิตจีรังเห็นแล้วขำ ออกตัว
วันนี้ไม่ว่างคุยด้วย ต้องไปกับแพง วรัชช์ได้ยินขอไปรับขากลับเพราะอยากเจอแพง หญิงสาวพยักหน้าอย่างเซ็ง
วรัชช์แวะซื้อดอกกุหลาบข้างทางโดยไม่รู้ว่าแตงโมสะกดรอยตาม ในขณะที่เพื่อนนอนนวดหน้าอยู่กับจิตจีรัง ก็เลียบเคียงถามทั้งจิตจีรังและน้อยหน่าว่านางวันทองเป็นใคร ทั้งสองตกใจถามว่าถูกใครด่ามา เพื่อนบอกว่าแม่ สองสาวหน้าเหวอ
“อย่าบอกนะว่าเธอกล้านอกใจวรัชช์” จิตจีรังถาม ไม่ทันที่เพื่อนจะตอบน้อยหน่าแทรก “แล้วเอาคุณกันลองไปไว้ที่ไหน”
“โอ๊ย...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนางวันทอง” เพื่อนเริ่มหงุดหงิด
แตงโมโผล่มาตอบแทน “ก็เธอไงล่ะ นังสองใจ! มีผู้ชายอีกคนอยู่แล้วยังคิดจะเป็นชู้กับวรัชช์อีกเหรอ บอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันกับเขาเราหมั้นกันแล้ว” แตงโมโชว์แหวนที่วรัชช์ให้ เพื่อนกับจิตจีรังตกใจเล็กน้อย “ทำไม นึกว่าเป็นดาราดังแล้วจะเฟิร์สกับใครก็ได้รึไง อย่างเธอนี่ไม่ใช่แค่วันทองสองใจล่ะมั้ง...กากีชัดๆ”
เพื่อนยิ่งงงถามว่ากากีคือใคร แตงโมหาว่ากวนพูดใส่หน้าว่า มีผัวนับไม่ถ้วน น้อยหน่าโกรธแทนแพง ไล่แตงโมออกจากร้าน เพื่อนให้กลับไปถามวรัชช์ว่าใครมายุ่งกับใครกันแน่ แตงโมร้องกรี๊ดพุ่งเข้าตบหน้าแพง เพื่อนโกรธผลักแตงโมล้มหงายแล้วขึ้นคร่อมกะชกเต็มที่ วรัชช์มาถึงจับมือเพื่อนไว้ แตงโมทำทีร้องไห้ว่าโดนรุม เขาดึงเธอมาบอกย้ำว่าเราเลิกกัน แตงโมเสียใจถอดแหวนปาใส่หน้าเขาก่อนจะกลับไป เพื่อนโกรธวรัชช์เดินข้ามดอกไม้เขาออกจากร้าน
จิตจีรังฟูมฟายใส่วรัชช์ก่อนจะตามแพงออกไป “ทำฉันเสียใจคนเดียวไม่พอ แกยังทำให้คนที่ฉันรักเสียใจอีก แกมันแย่ที่สุด”
น้อยหน่าได้ยินแล้วงง ถามวรัชช์ว่าจิตจีรังชอบแพงหรือ เขาสวนกลับว่า ตนต่างหากที่ชอบแพง น้อยหน่าหน้าเจื่อน บ่นอุบ ถ้าไม่หล่อไม่อภัยนะเนี่ย...
เพื่อนเสียใจที่โดนว่าเป็นนางวันทอง เป็นกากี จึงตัดสินใจแน่วแน่ไม่ทำให้แพงเสียชื่อ ตั้งใจไปหากันลองที่ทำงาน นั่งรอเขาประชุมในห้องทำงานจนผล็อยหลับ
กันลองดีใจที่แพงมาหา เพื่อนตื่นมาเห็นเขาก็โผกอด พยายามทำตัวให้ดูเหมือนแฟนกัน ชลลดาเข้ามาเจอเริ่มหมั่นไส้
“หนูแพงจ๊ะ เอาเวลาไปถนอมผิวหน้าก่อนดีไหมจ๊ะ อีกสองวันจะถ่ายโฆษณาแล้วนะ ไม่น่าเสียเวลามาที่นี่นะ”
“แต่แพงไม่เคยคิดว่าการมาพบพะลองเป็นเรื่องเสียเวลาค่ะ” เพื่อนตอบไม่เกรงกลัว
พอดีมือถือดังขึ้น เพื่อนมองหน้าจอชื่อวรัชช์ก็ตัดสาย ไม่ทันไรโทร.เข้ามาอีก ชลลดาเคืองแทนลูกชายบอกให้รับเสียก่อนอาจมีเรื่องด่วน เพื่อนไม่สนใจหันไปกอดแขนกันลองอ้อนว่าคงต้องเปลี่ยนเบอร์โทร.กลัวเขาหึง ชลลดาตาวาวไม่พอใจ กันลองมีท่าทีอึดอัด
ooooooo










