สมาชิก

เดือนประดับดาว

ตอนที่ 6

“คุณรู้ใช่ไหม เผินๆแล้วแพงอาจดูเป็นคนไม่ชอบสุงสิงกับใคร มีโลกส่วนตัวสูง แต่มันไม่ใช่เลย จริงๆแล้วเขาก็แค่กลัวจะทำให้คนอื่นมีปัญหา รู้ว่าตัวเองกินอยู่ยาก ก็แบกของหนักๆไปกองทุกวัน ผู้หญิงตัวเล็กๆหอบอะไรมากมายได้ขนาดนั้น เขาก็แค่ไม่อยากเรียกร้องให้ใครลำบาก” รื่นจิตน้ำตาไหลพราก รำพันจนกันลองน้ำตาซึมไปด้วย

“แพงเขาเป็นคนชอบเขียนบันทึก จดเล็กจดน้อยทุกอย่าง แล้วก็ไปเล่าต่อหน้ารูปพ่อว่า หนูจะทำความฝันพ่อให้เป็นจริงเองค่ะ น้าภูมิใจในตัวเขามาก น้าพยายามทำทุกอย่างเพื่อเขา มีหน้าที่การงานที่ทำเงินได้เยอะแยะ แต่ดูวันนี้สิ น้ากลับทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง น้ายังไม่ได้ดูแลเขา ไม่ได้บอกรักเขาอย่างที่น้าควรจะทำมันทุกวันด้วยซ้ำ น้ารักลูก รักมากที่สุด ขอให้เขาปลอดภัย ได้โปรด...ได้โปรด
เถอะ...”

กันลองทนไม่ไหวกุมมือรื่นจิตย้ำหนักแน่นว่า แพงจะต้องไม่เป็นอะไร รื่นจิตปล่อยโฮ

ooooooo

วรัชช์กำลังถ่ายรายการทอล์กโชว์ ได้ยินข่าวแพงประสบอุบัติเหตุก็ตกใจ แต่ต้องฝืนถ่ายรายการต่อไป พิธีกรทิ้งท้ายด้วยกระแส วัชราภรณ์ ซึ่งคือวรัชช์บวกแพงอาภรณ์...วรัชช์แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ พอพิธีกรให้พูดถึงแพง เขาจึงบอกว่าอยากเปิดกล้องละครใหม่กับแพงโดยเร็ว

เช้าวันใหม่ กันลองกลับมาเจอชลลดาด้วยอาการหัวเสีย ยิ่งชลลดาถามถึงอาการแพง ไม่ใช่ห่วงใยแต่เป็นห่วงงานของตัวเอง เน้นว่า แพงต้องฟื้นขึ้นมาภายในสองวันนี้ เพราะถ้าไม่ฟื้นก็จะถอดแพงออกจากแผนการเป็นพรีเซ็นเตอร์ไก่ฟ้าทั้งหมดของแคมเปญใหม่ทันที สัญญาที่เซ็นไปก็ระบุเอาไว้ว่า จะต้องเริ่มทำแคมเปญภายในเดือนนี้ ถ้าไม่ฟื้นถือเป็นโมฆะ

กันลองไม่พอใจ ชลลดาพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่เรียกเก็บค่าปรับ เพราะทำตามสัญญาไม่ได้”

กันลองทุบโต๊ะปัง ไม่พอใจที่แม่ไม่เห็นว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ชลลดาบอกเพียงว่าจะไม่ยอมให้ตระกูลสิ้นสภาพ เรื่องแบบนี้ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดแล้วบริษัทจะเสียหายกับเวลาโฆษณาที่จองไปแล้วไม่ได้ เพียงเพื่อคนคนเดียว แล้วกำชับให้กันลองเตรียมตัวไปเข้าประชุม

ด้านทวิตตี้พยายามเคลียร์คิวของแพงจนหัวหมุน มิ้งค์แจ้งมาว่าคงต้องเปลี่ยนพิธีกรเพราะรายการไม่ได้ถ่ายสต๊อกไว้ ออกอากาศไปแล้วต้องรันต่อ ทวิตตี้ไม่พอใจที่ทางรายการไม่รอ...กันลองต้องทำงานแต่ก็หมั่นโทร.ถามอาการแพงกับทวิตตี้ เพราะเธอมาอยู่เป็นเพื่อนรื่นจิต

ชลลดาเห็นลูกชายไม่มีกะจิตกะใจทำงานเท่าไหร่ จึงตัดสินใจสั่งภูดิศ ให้เรียกเอเจนซีสามแห่งเข้ามารับบรีฟงานกับตน ย้ำให้เลือกบริษัทที่ดีที่สุด...ส่วนกันลองรีบมาที่โรงพยาบาลโดยไม่รู้ว่าแม่ทำอะไร เขายังโทร. สั่งงานปิติให้แจ้งเอเจนซีเรื่องสล็อตโฆษณาที่ซื้อไว้ ขอเลื่อนออกไปก่อนเพราะมีปัญหาพรีเซ็นเตอร์นิดหน่อย

พอเดินมาเจอทวิตตี้สีหน้ายุ่งยากใจ เพราะทางช่องจะปลดแพงออกจากละครเรื่องใหม่ กันลองให้ขอเลื่อนสักนิด ทวิตตี้บอกว่ามันเป็นซีรีส์ต่อกัน ต้องถ่ายเสร็จทันออนแอร์แล้วยังว่า

“ถ้าคุณจะยกเลิกงานพรีเซ็นเตอร์ของแพงอีกก็เข้าใจนะคะ ธุรกิจยังไงก็เป็นธุรกิจ และที่ฉันทำอยู่มันก็เพราะเงินนี่นะ ฉันไม่ได้ห่วงอะไรแพงนักหนาหรอก ฉันมันก็หวังแค่เงิน เงินแล้วก็เงิน...แพง แกต้องฟื้นขึ้นมาสิ ฟื้นขึ้นมา...ฟื้นขึ้นมา...” ทวิตตี้ประชดแล้วปล่อยโฮออกมา

“ใจเย็นๆก่อนนะครับคุณทวิต ผมจะลองพยายามช่วยดูอีกทาง แต่ผมคงต้องขอให้เจ๊ช่วยอะไรหน่อยครับ... ช่วยนัดผู้ใหญ่ของทางช่องให้ที เร็วที่สุด พรุ่งนี้ได้ยิ่งดีครับ”

ทวิตตี้แปลกใจมองกันลองที่ท่าทางมุ่งมั่น...ค่ำนั้น วรัชช์เสร็จงานตามมาเยี่ยมแพง เห็นกันลองอยู่หน้าห้องผ่าตัดกับเจ๊ทวิตตี้ก็รู้สึกขัดตา จะเข้าไปเยี่ยมแพง ทวิตตี้บอกว่าหมอยังไม่ให้เยี่ยม พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ แต่วรัชช์มีคิวถ่ายจึงขอเข้าไปเยี่ยมตอนนี้ เจ๊เอ็ดว่าไม่ได้แล้วไล่ให้กลับ

ด้านรื่นจิตกลับบ้านมาพักแต่ไม่อาจข่มตานอนได้ เห็นแฟ้มงานวางเต็มโต๊ะก็ไม่มีแก่ใจจะทำงาน นั่งมองภาพถ่ายแพงกับแก้วขวัญน้ำตาคลอเบ้าจนนาฬิกาบอกเวลาตีห้า

ooooooo

เช้าวันใหม่ กันลองเข้ามาพบราณีกับญาณี ผู้ใหญ่สถานีโทรทัศน์ที่ทวิตตี้นัดหมายให้ เขามาเจรจาเรื่องแคมเปญโฆษณาตัวใหม่ของไก่ฟ้าพญาลอ ที่ให้แพงเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เขาเชื่อมั่นว่าแพงจะกลับมาทำงานได้ภายในเดือนนี้ กันลองยื่นข้อเสนอ

“ทางไก่ฟ้าจะเจรจากับมีเดียเอเจนซีขอซื้อสล็อตโฆษณาตัวใหม่ของแพงอาภรณ์กับทางช่อง ช่วงที่ละครรักนี้มีตบออกอากาศ”

“พี่ทราบว่าคุณหมายถึงอะไร แต่มันไม่มีผลหรอก...” ราณีเตือน แต่กันลองแทรกขึ้นว่า

“สามนาทีต่อหนึ่งชั่วโมง...ผมขอซื้อสล็อตที่มากที่สุด”

ราณีกับญาณีอึ้งเพราะราคาสูงมากขนาดเอเจนซี ยังไม่สู้ กันลองอ้างว่าต้องการร่วมงานกับช่องที่มีคุณภาพอย่างที่นี่ ขอให้ชะลอการที่จะเปลี่ยนตัวแพง เพราะแฟนคลับเธอเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของสินค้าไก่ฟ้า กันลองเน้นว่า ขอเวลาแค่สองอาทิตย์ค่อยพิจารณาใหม่

ในขณะเดียวกัน ชลลดากำลังประชุมกับทีมเอเจนซี ราณีกับญาณีโทร.มาคุย ทั้งสองเป็นเพื่อนกับชลลดา ชื่นชมว่ากันลองเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ ฉลาดน่าจับตามอง ชลลดาหาว่าพูดเอาใจ แต่ก็ยิ้มอย่างภูมิใจตอบกลับว่าจะเลี้ยงขันโตกชุดใหญ่

พอวางสาย ชลลดาหันมาคุยงานต่อ ครีเอทีฟเสนอให้เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ไก่ฟ้าตามเดิม แต่ปรับลุคใหม่ ให้เปรี้ยวเข็ดฟันขึ้น ชลลดาฟังแล้วคิดตามว่าภาพตนจะอยู่บนบิลบอร์ดทั่วเมือง

สายวันนั้น หมอบอกรื่นจิตว่าคนไข้คนหนึ่งอาการดีขึ้นอยู่ในระยะปลอดภัย ย้ายไปห้องพิเศษแล้ว รื่นจิตดีใจรีบตามหมอไป พอเห็นหน้าเข้าใจว่าเป็นแพงก็ดีใจน้ำตาริน หมอบอกอีกว่า

“คนไข้ยังไม่ฟื้นอาจเพราะเกิดอาการช็อก ทางฝั่งคนขับไม่ได้รับการกระแทกมาก จึงไม่มีอะไรรุนแรงครับ... ส่วนอีกคนอาการยังน่าเป็นห่วง หมอยังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม ส่วนญาติทางเจ้าหน้าที่กำลังประสานงานอยู่ครับ”

รื่นจิตให้ช่วยรักษาเต็มที่ ตนรับผิดชอบค่ารักษาเอง...ไม่นานกันลองและทวิตตี้ตามมาสมทบด้วยความดีใจ รื่นจิตถามทวิตตี้ว่างานแพงมีปัญหาบ้างไหม เจ๊บอกมีปัญหานิดหน่อยแต่ได้กันลองช่วยเจรจากับผู้ใหญ่ทางช่องให้ รื่นจิตหันมายิ้มขอบคุณ พลันมือถือรื่นจิตดังขึ้น เธอหน้าเครียดเพราะที่ทำงานมีปัญหาต้องเข้าบริษัทด่วน กันลองอาสาไปส่ง

ระหว่างนั่งมาในรถ รื่นจิตถามกันลองว่ารู้จักกับแพงนานแค่ไหน เขาตอบอย่างไม่ต้องคิดว่า 15 ปี 3 เดือนพอดี รื่นจิตทึ่งที่จำได้ละเอียด แต่อดเหน็บถึงงานของเขาไม่ได้ว่ามีความสุข มีสาวๆรายล้อม เขาหัวเราะบอกที่บริษัทมีแต่พนักงานเก่าแก่คราวแม่ ที่บ้านก็มีแม่กับป้าโรยบุญ ตนจึงโตมากับผู้หญิง รื่นจิตโยงไปถึง โฆษณาไก่ฟ้าพญาลอของเขาว่าเชิดชูแต่พวกนางงาม

“นั่นมันเป็นไปตามแผนการตลาดครับคุณน้า ไม่มีอะไรแอบแฝง ผมยืนยันว่าธุรกิจของที่บ้านผมคือการรักษาสุขภาพให้ผู้หญิงครับ สูตรยานี้ทำให้ผู้หญิงมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่แค่คนในครอบครัว แต่นี่เป็นความภูมิใจของคนที่บริษัทไก่ฟ้าทุกคนครับ...คุณน้าลองทานดูนะครับ” กันลองหยิบขวดยาในรถส่งให้รื่นจิต เธอรับไว้ด้วยรู้สึกชื่นชมความคิดของเขา

รื่นจิตเข้ามาทำงานอย่างเคร่งเครียด แล้วเข้าไปคุยกับ CEO ว่าเสร็จโปรเจกต์นี้ตนขอลาพักแต่ CEO เห็นว่าอาการแพงดีขึ้นแล้วและอยู่ในความดูแลของหมอ เธอน่าจะกลับมาทำงาน เธอจึงขอออกจากการเป็นพาร์ทเนอร์และกลับมากินเงินเดือนพนักงานธรรมดาตามเดิม

ค่ำนั้น วรัชช์มาเยี่ยมแพงเห็นว่ามีเพียงพยาบาลดูแลเพราะทวิตตี้ออกไปทำธุระ จึงอาสาเฝ้าไข้แทน เขานั่งข้างเตียงมองหน้าแพงที่ยังหลับใหลอย่างห่วงใย พูดกับเธอว่าจะพยายามยื้อเวลาไม่ให้ทางช่องเปลี่ยนตัวเธอ แล้วระบายความในใจว่า

“คุณคงไม่รู้ว่าผมดีใจที่ได้ใกล้ชิดคุณ ถึงมันจะแค่ในฉากละครก็เถอะ คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่เมินผมตลอดเวลาที่อยู่นอกฉาก แต่รู้รึเปล่า เพราะแบบนี้ผมถึงได้อยากรู้จักคุณมากขึ้น”

กันลองหอบแฟ้มงานเข้ามาต้องชะงักเมื่อเห็นวรัชช์นั่งกุมมือแพงอยู่ วรัชช์หันมามองถามอย่างไม่พอใจว่า เขาเป็นใครกันแน่ กันลองบอกได้ให้นามบัตรไปแล้ว วรัชช์จิ๊ปาก

“ผมหมายถึงคุณเป็นอะไรกับแพงอาภรณ์”

“ผมเป็นแฟนแพง เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ”

สองหนุ่มมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ทวิตตี้เปิดประตูเข้ามารีบแยกทั้งสองจากกัน สองหนุ่มยังนั่งไม่ยอมกลับ จนพยาบาลเข้ามาแจ้งว่าหมดเวลาเยี่ยม

ooooooo

เดือนประดับดาว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด