สมาชิก

เดือนประดับดาว

ตอนที่ 6

เพื่อนเก็บแล็ปท็อปของแพงลงเป้ ฝากวรัชช์เอากระเป๋าเดินทางไปไว้ที่ล็อบบี้โรงแรมแล้วเปิดประตูรถวิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง วรัชช์งงไปหมดจะตาม ก็พอดีมีคนโทร.มาเตือนเรื่องงานอีเวนต์ เขาลืมสนิทจึงรีบเดินทางไป

ส่วนเพื่อนแวะหาซื้อเสื้อผ้าแบรนด์ชั้นนำแนวเดียวกับที่แพงใส่ พอกลับมาที่โรงแรมขอกระเป๋าเดินทาง พนักงานบอกว่าวรัชช์ยังไม่กลับมา เธอหงุดหงิด โทร.ต่อว่า วรัชช์บอกมีงานด่วนที่พัทยาถ้าอยากได้ให้ตามมาค้างสักคืน เพื่อนสุดเซ็งจำต้องเช็กอินแต่ไม่เอาห้องเดิม

แพงพยายามโทร.หาเพื่อนหลายสิบมิสคอล เพื่อนก็ไม่รับ...รุ่งเช้า เพื่อนสวมรอยเป็นแพงมาที่บริษัทไก่ฟ้า–พญาลอ ขอพบกันลอง เขาดีใจมากที่แพงมาหา เพื่อนบอกจะมาตกลงเป็นพรีเซ็นเตอร์ กันลองคิดว่าเธอล้อเล่น เพื่อนเข้ามาขยับเนกไทเขาให้เข้าที่และยิ้มยั่ว

“แพงพูดจริง คิดไปคิดมาแพงเชื่อในตัวพะลองค่ะ พะลองต้องครีเอตงานออกมาได้เหมาะกับอิมเมจแพง และแคมเปญนี้ต้องประสบความสำเร็จแน่”

“เป็นเซอร์ไพรส์ที่ทำให้พะลองมีความสุขมาก ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวพะลองจะรีบให้ฝ่ายกฎหมายร่างสัญญาเลย แล้วเย็นนี้พะลองเอาไปให้แพงที่บ้านนะ”

เพื่อนอึกอักขอรอเซ็นตอนนี้เลย แต่กันลองไม่อยากให้ต้องเสียเวลา บอกให้แพงมาเซ็นสัญญาและทานข้าวเย็นที่บ้าน เพื่อนจำต้องยอมแล้วขอตัวกลับ ระหว่างนั้นชลลดาแวะมา เพื่อนชะงักเล็กน้อย ยกมือไหว้แล้วเดินเลี่ยงกลับไป

กันลองล้อว่าท่านประธานหูไวตาไว ชลลดาบอกดาราดังมาไม่รู้ก็แย่แล้ว กระดี๊กระด๊ากันทั้งบริษัท กันลองบอกแม่ว่าแพงตกลงเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เรา เธอยิ่งรู้สึกแปลกที่คราวก่อนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ อยู่ดีๆมาตอบตกลง กันลองให้เหตุผลว่า

“ถ้าคอนเซปต์เราดี ผมเชื่อว่าไม่มีปัญหา ผมทำให้แพงเชื่อมั่นได้ก็ต้องทำให้ผู้หญิงทุกคนเชื่อมั่นในไก่ฟ้าได้เหมือนกัน”

“แม่อยากจะรู้นักว่า ลูกจะสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ากลุ่มใหม่เราได้ยังไง ในเมื่อพรีเซ็นเตอร์ยังไม่เคยเชื่อในสรรพคุณของยาเรา แถมยังคิดแต่ว่า ไก่ฟ้าเป็นเหล้ายาดองมาเป็นสิบปี ถ้าวันถ่ายโฆษณาเมาแอ๋ขึ้นมาล่ะน่าดู” ชลลดาไม่มีความมั่นใจในเรื่องนี้เลย

ในขณะที่เพื่อนสวมแว่นตาดำนั่งรถแท็กซี่กลับ ใช้อีกเบอร์โทร.หาทวิตตี้ เธอถามไม่ได้เข้าช่องไปเซ็นสัญญาหรือ เพื่อนอึกอักก่อนจะรับสมอ้างว่ารอผู้ใหญ่อยู่ที่ช่อง แล้วบอกเจ๊ทวิตตี้ว่าตนตกลงรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ไก่ฟ้าพญาลอ

ทวิตตี้ห้ามเสียงหลง บอกลูกค้าไม่ใช่ทางนางเอกไฮโซอย่างแพง แต่พอเพื่อนบอกว่าเธอจะได้ส่วนแบ่งมากกว่าเดิม 15% ทวิตตี้เปลี่ยนน้ำเสียงทันที ว่ายานี้ระดับท็อป มีประวัติศาสตร์เกือบร้อยปี น่าเซ็นสัญญาด้วย เพื่อนแย็บถามบ่ายนี้ตนมีคิวงานที่ไหน อ้างว่าลืมเอาสมุดคิวมา

ทวิตตี้บอกมีงานฟิตติ้งโฆษณาถึงทุ่ม...เพื่อนยิ้มย่องเป็นโอกาสที่ได้มาเซ็นสัญญากับกันลองที่บ้าน แล้วบอกเขาว่าอยู่ทานข้าวด้วยไม่ได้ แม่กลับจากสิงคโปร์ต้องทานกับแม่ กันลองไม่ว่าอะไร ให้ส่งสำเนาบัตรประชาชนมาให้ทีหลังด้วย เพื่อนรับคำเครียดๆ

หลังจากนั้นเพื่อนนั่งแท็กซี่กลับโรงแรม ลองเปิดแล็ปท็อปของแพงค้นหาบัตรประชาชน ทันใดเห็นอีเมลที่แพงล็อกอินค้างไว้ ชื่อ MY23 : DNA ANALYSIS REPORT ก็ชะงัก ค่อยๆเลื่อนนิ้วมากดคลิก แล้วต้องตกตะลึงเมื่อเป็นผลตรวจดีเอ็นเอที่ส่งมา

ค่ำนั้น แพงนั่งทานข้าวกับรื่นจิตที่บ้าน แล้วรื่นจิตจะต้องเข้าออฟฟิศเคลียร์งาน แพงอ้อนอยากให้แม่อยู่บ้าน เลียบเคียงถามถึงตอนที่แม่ท้องและคลอดตน ทันใดภาพข่าวในทีวีดังขึ้นว่า...หลังจากหายหน้าไปพักใหญ่ สาวสองพันปีแห่งแบรนด์ไก่ฟ้าพญาลออย่างคุณหญิงชลลดาก็กลับมาอีกครั้ง แถมมีเซอร์ไพรส์ประกาศสละตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์ให้นางเอกสาวชื่อดัง

แพงรู้ว่าแม่ไม่ชอบจึงลุกจะไปปิดทีวี ก็พอดีชลลดาประกาศว่าพรีเซ็นเตอร์คนใหม่คือแพงอาภรณ์...

รื่นจิตทิ้งช้อนลงจานเคร้ง แพงยืนตะลึง รื่นจิตจะเอาเรื่อง แพงรีบขอตัวแล้วคว้ากระเป๋าวิ่งไปขึ้นรถขับออกไป

แพงขับรถอย่างเร็วมาหาเพื่อนที่โรงแรม ระหว่างทางก็โทร.หาแต่เพื่อนไม่ยอมรับสาย พอมาถึงก็พุ่งไปที่ห้องพัก ปรากฏว่าเป็นฝรั่งพักอยู่ห้องนั้น แพงแปลกใจรีบมาเช็กที่ฟรอนต์ พนักงานบอกว่าคนเดิมเช็กเอาต์ไปเย็นวาน แพงยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก

แพงเดินซึมกลับมาที่รถ ต้องตกใจเมื่อเจอเพื่อนนั่งอยู่ที่คนขับ เพื่อนชูกุญแจบอกว่ามันติดอยู่ในกระเป๋า แล้วชวนแพงไปนั่งรถเล่น แพงเดินมานั่งข้างคนขับ เพื่อนขับรถออกไปช้าๆ ทั้งสองนั่งเงียบสักพัก เพื่อนก็ถามขึ้นว่า แพงชอบงานพิธีกรขึ้นมาแล้วหรือ แพงสะอึก

“ก็ นี่เป็นงาน ถึงจะไม่ได้เริ่มต้นเอง แต่ผู้ใหญ่มอบโอกาสให้ก็ต้องทำ และที่สำคัญมันเป็นชีวิตแพง เป็นสิทธิ์ของแพงที่จะทำอะไรหรือไม่ทำอะไรก็ได้”

“งั้นจะต่างอะไรกับงานพรีเซ็นเตอร์ของพะลอง ไอเริ่มต้นให้แพง แพงก็รับมันไปทำต่อแล้วกัน แค่โฆษณายาสตรีคงไม่ยากเท่าไหร่มั้ง” เพื่อนกวนนิดๆ

แพงโวย “มันไม่เกี่ยวกับยาก ไม่ยาก มันก็แค่เพื่อนไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจแทนแพง เข้าใจไหม! เราว่าคราวนี้เพื่อนทำเกินไปมาก แพงว่าเพื่อนกลับไปออสซะทีเถอะ”

“แพงอาภรณ์ ยูไล่ไอออกจากชีวิตได้ก็จริงนะ แต่อย่างหนึ่งที่แพงไม่มีวันทำได้ นั่นก็คือการโกหกว่าเราสองคนไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน!” น้ำเสียงเพื่อนเจ็บปวด

แพงตกตะลึง หันมองหน้าเพื่อนถามว่าพูดอะไร เพื่อนโวยที่แพงโกหกเรื่องเราไม่ใช่ฝาแฝด สะอื้นต่อว่าว่าไม่ต้องการตนขนาดนี้เลยหรือ ที่โกหกเพราะกลัวว่าตนทำทุกอย่างได้ไม่แพ้แพง แถมยังเข้ากับแม่ได้ดีกว่า...แพงจะแก้ตัว แต่เพื่อนไม่เปิดโอกาสยังระเบิดความอัดอั้น

“แม่รักไอมากกว่าแพง แพงเลยอิจฉาไอใช่ไหม”

แพงโกรธตวาดกลับ “ทำไมฉันต้องอิจฉาเธอ ในเมื่อตั้งแต่เกิดมา ฉันคือคนที่ถูกเลือก เธอคือคนที่ถูกทิ้ง...จะบอกอะไรให้นะ แม่รื่นจิตกับพ่อแก้วขวัญเป็นพ่อแม่แท้ๆของเรา วันเกิด ใบเกิดทุกอย่าง คือสิ่งที่เรามีอยู่จริง แต่เธอไม่มี!”

“ไอไม่เชื่อ แพงโกหกไอ! แพงต้องเป็นลูกเลี้ยงเหมือนไอสิ ไอจะโทร.หาแม่แพง ให้รู้กันไปเลยว่าใครโกหกใครกันแน่” เพื่อนละมือจากพวงมาลัยคว้ามือถือมากด

แพงไม่ยอมยื้อไว้ ทั้งสองยื้อแย่งกัน เสียงแตรรถที่สวนมาดังลั่นพร้อมไฟส่องหน้า เพื่อนตกใจหักหลบ ได้อย่างหวุดหวิด แต่แล้วต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นตอม่อขนาดใหญ่ตรงหน้า เสียงชนโครมดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งเพื่อนและแพงกระแทกคอนโซลรถอย่างแรง ท่ามกลางควันโขมง

ooooooo

เพื่อนและแพงมีเลือดท่วมตัว นอนบนเตียงที่ถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน เสียงเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลช่วยกันติดต่อญาติของแพงอาภรณ์ หมอและพยาบาลพูดกันว่า ความดันเลือดทั้งสองตกลงมาก ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรง ช่วยกันยื้อชีวิตทั้งคู่ไว้

รื่นจิตหน้าตาตื่นมาโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่แจ้งว่าคนไข้ทั้งสองอาการยังน่าห่วง คนหนึ่งเข้าห้องผ่าตัด อีกคนยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน รื่นจิตรีบไปรอที่หน้าห้องผ่าตัด กันลองมาถึงพอดีสีหน้าร้อนใจไม่แพ้กัน เขาพยายามตั้งสติปลอบใจรื่นจิต

พยาบาลเข้ามาให้รื่นจิตกรอกประวัติแพงและบอกว่าของมีค่าของคนไข้อยู่กับตำรวจ ได้รับคืนเมื่อไหร่จะนำมามอบให้ แล้วถามว่ารู้จักคนที่ประสบอุบัติเหตุกับแพงไหม จากพาสปอร์ตชื่อ โฮป วิลเลี่ยม สัญชาติออสเตรเลีย

“ดิฉันจะรับเป็นเจ้าของไข้ให้อีกคนไปก่อนค่ะ ตอนนี้อาการของแพงเป็นยังไงบ้างคะ”

“เดี๋ยวอีกสักครู่คุณหมอจะออกมารายงานให้ทราบค่ะ”

รื่นจิตใจเสีย พยายามสงบสติอารมณ์ ตัดสินใจโทร.ไปที่ทำงาน ขอลาหยุดหลายวัน ถ้ามีเรื่องด่วนให้ โทร.เข้ามาได้เลย...กันลองโทร.รายงานชลลดาเช่นกัน ขออยู่ดูอาการแพงจนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัย ชลลดาห่วงงานถามลูกชายเรื่องประชุมงบประชาสัมพันธ์ในวันพรุ่งนี้

“ผมแจ้งให้ปิติเลื่อนการประชุมไปแล้วครับ ผมแค่อยากจะโทร.มาบอกแม่ด้วยตัวเอง”

ชลลดาวางสายแล้วนิ่งคิดสักพัก กดโทร.สั่งภูดิศอีกครั้ง “พรุ่งนี้ไม่ให้เลื่อนประชุมนะ บอกทุกคนด้วยว่า ถ้าพรุ่งนี้ลากเจ้านายมาเข้าประชุมไม่ได้ ก็ไม่ต้องกลับมาที่บริษัทอีก!”

หน้าห้องผ่าตัด ทวิตตี้วิ่งหน้าตาตื่นมาเจอกันลอง ละล่ำละลักถามอาการแพงแบบสติแตก ลำดับความไม่ถูก ว่าตัวเองควรทำอะไรก่อน กันลองต้องบอกให้ใจเย็น ทุกอย่างต้องเรียบร้อยกำลังรอฟังอาการจากคุณหมออยู่ ทวิตตี้พยายามเย็นลงแต่พอเห็นทีมนักข่าวก็เครียดขึ้นมาอีก รีบเลี่ยงไปโทร.หาเส้นสายในวงการให้ช่วยปิดข่าวของแพงอย่าให้ออกไปว่ารุนแรง

พลันราณี ผู้ใหญ่ทางช่องโทร.มาถามเรื่องราวและอาการของแพง ทวิตตี้ปกป้องแพงเต็มที่ว่าไม่เป็นอะไรมาก ไม่มีผลกระทบกับทางช่องแน่ อย่าเพิ่งปลดแพงออกจากละคร...พอวางสาย ตำรวจเข้ามาสอบปากคำ ทวิตตี้พาไปพบรื่นจิต โดยกันไม่ให้นักข่าวเข้ามาทำข่าว

ตำรวจถามว่าใครเป็นเจ้าของรถ และก่อนเกิดเหตุ แพงไปที่ไหน รื่นจิตตอบว่ารถเป็นชื่อแพง ตอนเย็นเธอทานข้าวอยู่ที่บ้านด้วยกัน แล้วก็รีบร้อนออกไปโดยไม่บอกว่าไปไหน

“จากลำดับเวลาการเกิดเหตุ ทีมเราสันนิษฐานว่า หลังขับรถออกจากบ้าน คุณแพงได้ขับรถไปหาคุณโฮป จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุด้วยกัน ไม่ทราบว่าคุณโฮปมีความสัมพันธ์ยังไงกับคุณแพงครับ” รื่นจิตไม่ทราบ “คุณแม่ไม่เคยได้ยินคุณแพงพูดถึงคุณโฮปเลยใช่ไหมครับ”

“ไม่ค่ะ...ไม่เคย” รื่นจิตเน้นย้ำ

“ตามหลักแล้วการที่คุณแพงขับรถออกไปจากบ้านตอนกลางคืน เพื่อไปหาคุณโฮป สันนิษฐานได้ว่าเธอน่าจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคุณแพงนะครับ”

รื่นจิตรู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่ที่แย่ ไม่รู้เรื่องเพื่อนของลูกเลย เธอสบตากันลองอย่างเสียใจ ตำรวจไม่ติดใจสงสัยอะไร ลากลับไป...หมอออกมาจากห้องผ่าตัด ทั้งรื่นจิต กันลองและทวิตตี้รี่เข้ามาฟังอาการแพง นักข่าวก็ชะเง้อมอง

“คนไข้ทั้งสองคนได้รับการเย็บแผลและผ่าตัดเล็กในเบื้องต้นแล้ว แต่ทั้งคู่อยู่ในอาการช็อกเพราะได้รับการกระแทกค่อนข้างรุนแรง อาการยังไม่น่าไว้ใจครับ เป็นไปได้ว่าอาจเกิดอาการเลือดคั่งภายใน หลังจากทำซีทีสแกนเพิ่มจึงจะสรุปอะไรได้ชัดเจนกว่านี้ครับ”

จู่ๆความดันคนไข้ลดต่ำลงผิดปกติ รื่นจิตใจแทบขาดไม่รู้ว่าใช่แพงหรือไม่ซวนเซจะเป็นลม กันลองเข้าประคองดูแล รื่นจิตร่ำไห้รำพันถึงแพงในวัยเด็ก ว่าเป็นเด็กขี้แย แต่แล้ววันหนึ่งก็มาบอกว่าจะช่วยหาเงินให้แม่ด้วยการเป็นดารา ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่สนใจซื้อของให้ตัวเอง ไม่เที่ยวเตร่อย่างวัยรุ่นคนอื่นๆ กันลองพยักหน้าเพราะรู้แก่ใจดี

เดือนประดับดาว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด