สมาชิก

เดือนประดับดาว

ตอนที่ 3

เฟยหลันทำทีเจ็บท้องร้องครวญคราง พยาบาลให้โฮปกรอกประวัติคนไข้ โฮปเห็นเจ๊ทวิตตี้กำลังกรอกประวัติแพง ก็รีบหาทางหลบเข้าไปดูแพงในห้องฉุกเฉิน เฟยหลันเริ่มกลัวจะถูกจับได้ แกล้งรัวภาษาจีนใส่พยาบาล วรัชช์เดินมาเห็นเฟยหลันก็แปลกใจ

“ปกติน้องเขาพูดไทยได้ สงสัยอาการหนักนะครับคุณพยาบาล ผมว่าตามล่ามเถอะ”

พยาบาลรีบเดินไป เฟยหลันจะคว้าแขนวรัชช์ให้ช่วยแต่เขาเดินไปเสียก่อน เธอจึงทำทีบอกพยาบาลอีกคนว่าขอเข้าห้องน้ำ แล้วชิ่งหนีไปอย่างหวุดหวิด

โฮปเข้ามาเห็นแพงกำลังจะลืมตาก็ร้องไห้ โผกอดด้วยความห่วงใย แพงถามจะร้องทำไมตนไม่ได้เป็นอะไร แต่ก็รู้สึกดีที่มีคนห่วงใย โฮปกุมมือแพงแน่นตัดสินใจโพล่งขึ้นมาว่า

“แพง จริงๆแล้วไอมีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้บอก ไอโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในไทย แล้วย้ายไปออสเตรเลีย แพง...เราตรวจดีเอ็นเอกันเถอะนะ!”

แพงอึ้งพูดอะไรไม่ออกเห็นสีหน้าโฮปที่มองอย่างกดดัน จึงแย้งว่าเราเกิดคนละวันและตนก็มีแม่ โฮปสวนเชื่อได้อย่างไรว่าคนอื่นไม่โกหก อยากแน่ใจว่าเราสองคนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทันใดเสียงวรัชช์เรียกแพง โฮปรีบมุดซ่อนใต้เตียง แพงนิ่วหน้าหาทางทำให้วรัชช์ออกไปก่อน แกล้งอ้อนให้เขาไปซื้อน้ำเต้าหู้ตอนนี้ พอเขาเดินไป โฮปก็โผล่ขึ้นมาย้ำ

“ไอบอกสิ่งที่ไอคิดไปหมดแล้ว ที่เหลือก็แล้วแต่ยู ตีหนึ่งคืนนี้ไอจะขึ้นเครื่องกลับออสแล้ว...เทกแคร์นะ” โฮปหน้าเศร้ากลับออกไป แพงสับสนอย่างบอกไม่ถูก

แต่แล้วพอกันลองมาเยี่ยม แพงก็ขอออกจากโรงพยาบาล กันลองเป็นห่วงอยากให้แอดมิทดูอาการสักวันสองวัน แพงอ้างว่าเอกซเรย์แล้วไม่มีอะไร ตนอยากนอนบ้าน...พอถึงบ้าน แพงขอบคุณด้วยสีหน้าหม่น เพราะแม่ไม่อยู่บ้านตามเคย โทร.ไปก็ไม่รับ กันลองรีบบอก

“ไม่เป็นไรนะคะ พะลองอยู่ใกล้นิดเดียว เหงาเมื่อไหร่ก็ปีนรั้วไปหาแพงได้สบายมาก”

แพงยิ้มสบายใจขึ้น กันลองเปิดประตูรถให้และกำชับอย่าลืมกินยา...แพงยังเครียดเรื่องโฮป เข้าบ้านมาก็ตรงไปห้องหนังสือ หยิบรูปที่ประทับฝ่าเท้าจากโรงพยาบาลตอนแรกเกิดขึ้นมาดู นึกถึงคำพูดของโฮป... เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนอื่นจะไม่โกหกเรา...แพงสะบัดหัวไปมา เดินไปหยิบนิยายเรื่องเดือนประดับดาวของพ่อจากชั้นมานั่งอ่านเนื้อหา

ตกค่ำแพงเปิดตู้เย็นหาของกิน พบว่าว่างเปล่า จึงมาจบที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตามเคย ขณะเดียวกัน โฮปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางแถวโรงแรมที่พักอย่างซังกะตาย จู่ๆวรัชช์เข้ามานั่งตรงข้ามสั่งคนขายเอาแบบโฮปหนึ่งชาม โฮปไล่บอกอยากนั่งคนเดียว เขาโต้

“คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย ไม่เคยได้ยินหรือไง เฮ้อ...” เห็นโฮปไม่สนใจคิดว่าไม่เข้าใจจึงอธิบาย “เขาหมายถึงเวลาทำอะไรสองคนมันดีกว่าทำคนเดียวไง”

วรัชช์แกล้งคีบลูกชิ้นในชามโฮปมากิน เธอโวยว่าสองคนก็แย่งกันกินแบบนี้ ไม่เป็นเจนเทิลแมนบ้างเลย ชายหนุ่มเห็นเธอโกรธจริงก็รีบเอาใจและชวนคุย ถามว่าไม่ได้ข่าวไอดอลได้รับอุบัติเหตุในกองถ่ายหรือ เห็นแต่เฟยหลันที่โรงพยาบาล ร้องครวญครางปวดท้อง เป็นอะไรมากหรือเปล่าก็ไม่รู้ โฮปไม่มีอารมณ์คุย วางเงินบนโต๊ะแล้วบอกว่าตนเลี้ยงเอง เขารีบถามจะไปไหน

“เพิร์ธ...” วรัชช์ร้องเฮ้ย โฮปขยายความ “คืนนี้... เทกแคร์นะ” แล้วเดินดุ่มๆไป

วรัชช์มองตาม อยากจะเรียกแต่เปลี่ยนใจนั่งซดก๋วยเตี๋ยวต่อ มีสาวโทร.เข้ามา เขาคุยยิ้มกริ่มตามสไตล์คนเจ้าชู้ แถมบอกว่ายังไม่ได้ทานอะไรเลย ทั้งที่ชามก๋วยเตี๋ยวอยู่ตรงหน้า

ooooooo

คืนนั้นแพงนั่งเสิร์ชหาเรื่องการตรวจดีเอ็นเอในไอแพด ด้านโฮปมองเฟยหลันเก็บของลงกระเป๋า บรรจงม้วนโปสเตอร์รูปวรัชช์อย่างดี โฮปเปรยออกมาว่า เธอคงต้องทิ้งตนไว้ที่นี่ เพื่อนสาวชะงักท้วงว่าแพงไม่ยอมตรวจดีเอ็นเอแล้วจะอยู่ต่อไปทำไม โฮปหวังว่าแพงจะเปลี่ยนใจ

“ถ้าเขาไม่เปลี่ยนใจสักที แกก็ต้องรออยู่อย่างนี้ตลอดไปน่ะเหรอ...แล้วถ้าแกไม่กลับไปตอนนี้ ฉันจะตอบมัมแกว่ายังไง”

“เดี๋ยวไอจัดการเรื่องนี้เอง ไม่ให้ยูต้องเดือดร้อนหรอก”

เฟยหลันดึงชายเสื้อโฮปขึ้น เห็นรอยสักนกนางนวลตรงเอว “จำได้ไหมว่าหลังจากแกไปสักไอ้นางนวลนี่มา กี่วันมัมถึงจับได้” โฮปเสียงอ่อยว่าวันเดียว “งั้นพนันได้เลยว่าไม่เกินอาทิตย์ มัมก็ต้องรู้ความจริง แล้วถ้าเขารู้ จะเสียใจแค่ไหนที่แกมาไล่ตามหาพี่น้องทั้งที่ยังมีเขาอยู่”

โฮปคิดว่ามัมไม่แคร์ เฟยหลันโวยว่ามัมรักเธอมาก โฮปจึงขอร้องให้ช่วยปิด เพื่อนสาวย้อนถามนี่หรือจะไม่ให้เดือดร้อน แล้วแนะนำให้กลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน บ้านเธออยู่เพิร์ธ ว่าแล้วก็หยิบเสื้อผ้าของโฮปโยนออกจากตู้ โฮปพับอย่างซังกะตาย เก็บขนมที่ซื้อฝากซาร่าลงเป้

เวลาผ่านไปสามทุ่ม รื่นจิตหอบแฟ้มงานกลับมา เห็นแพงนอนหลับคาทีวีอยู่ที่โซฟา พอเห็นมีผ้าก๊อซพันที่หัวและปิดที่คอก็ตกใจถลาเข้ามาดูใกล้ๆ แพงปรือตาขึ้นมาเห็นแม่ก็โผกอด รื่นจิตตัวเกร็งค่อยๆโอบกอดตอบ

“ขอโทษที่ไม่ได้รับโทรศัพท์ลูกนะแพง วันนี้วุ่นทั้งวันเลย แม่มีนัดรีวิวสัญญากับลูกค้ารายใหญ่จากสิงคโปร์น่ะ นี่ไปโดนอะไรมาเจ็บมากไหมลูก”

แพงส่ายหัวบอกอุบัติเหตุที่กองถ่าย รื่นจิตให้ขึ้นไปนอนพัก พรุ่งนี้จะทำข้าวต้มของโปรดไว้ให้ แพงอยากจะถามเรื่องแฝด แต่พอมองหน้าแม่ก็ไม่กล้า

กลางดึกวรัชช์กลับจากเที่ยวกับสาว เห็นโฮปกับเฟยหลันเช็กเอาต์แล้วลากกระเป๋ามาที่รถแท็กซี่ วรัชช์เข้ามาช่วยยกทำทีบอกให้กลับมาเที่ยวใหม่ เฟยหลันอ้าแขนอยากกอด เขาจึงสวมกอดเธอ เฟยหลันเป็นปลื้มมาก ขออนุญาตเขียนจดหมายมาคุย เขายินดีแต่อย่างอนถ้าไม่มีเวลาตอบ โฮปหมั่นไส้เพื่อนสาวจะอาลัยอาวรณ์อะไรนักหนา วรัชช์แอบใจหายที่เห็นโฮปจะไป

ด้านแพงนั่งมองไอแพดที่เปิดค้างอยู่เว็บตรวจดีเอ็นเอ www.my23.com แพงหยิบมือถือกดโทร.หาโฮปแต่ติดต่อไม่ได้ก็หน้าเสีย มองนาฬิกาเห็นว่าสี่ทุ่ม ตัดสินใจคว้ากระเป๋าใส่ไอแพดออกไปหาโฮปที่โรงแรม... ด้อมๆมองๆสักพักไม่เห็นโฮปออกมาก็ชักงุ่นง่าน รปภ.เข้ามาทักเห็นนั่งแท็กซี่ออกไปตั้งนานแล้ว กลับมาลืมอะไรไว้หรือ แพงไม่พูดพล่ามขึ้นแท็กซี่ออกไปทันที

โฮปกับเฟยหลันยืนต่อแถวเช็กอิน สีหน้าโฮปไม่เป็นสุข เฟยหลันต้องคอยดันให้ขยับ พอถึงหน้าเคาน์เตอร์ โฮปลังเลที่จะยื่นพาสปอร์ต ทำหน้าเหมือนถอดใจแล้ว

แพงมาถึงสนามบินรีบวิ่งเข้าไปอ่านแผนตารางบิน เธอสวมหมวกพรางหน้าไม่ให้ผู้คนเห็น วิ่งวุ่นมองหาโฮปจนเหนื่อยหน้าเศร้ากลับบ้าน...ถึงบ้านก็นอนไม่หลับ เดินกระวนกระวายอยู่ในห้องนอน สุดท้ายพิมพ์ข้อความส่งไปหาโฮป

“โชคดีนะ...ถึงโน่นแล้วโทร.กลับหน่อยนะ”

ไม่ทันไรโฮปโทร.กลับมาว่าถึงแล้ว แพงแปลกใจทำไมถึงเร็ว โฮปว่าช้าจะตาย หลงทางอยู่ตั้งนานรถก็ติด หิวก็หิว เหนื่อยจนจะเป็นลม แพงยิ่งงง...

“นี่...ไอเพิ่งเห็น พระจันทร์แถวบ้านแพงสวยกว่าแถวบ้านไออีกนะ ถนนที่นี่ก็วุ่นวายจริง ที่เพิร์ธไม่มีหรอก เดี๋ยวเลี้ยวเดี๋ยววนแบบนี้ นี่ไอหลงทางไปสองชั่วโมงกว่าจะหาบ้านยูเจอ”

แพงชะโงกมองไปหน้าบ้าน เห็นโฮปลากกระเป๋าเดินดูดสเลอปี้มองจันทร์ก็น้ำตาร่วงพรูรีบวิ่งออกไปด้วยความดีใจสุดๆ

ooooooo

แพงตัดสินใจเด็ดเดี่ยวออกไปพักโรงแรมของวรัชช์กับโฮป แต่เอารถไปไม่ได้เกรงแม่จะตื่น แพงสะพายเป้ใบเขื่อง สวมแว่นดำพรางหน้า โฮปพึมพำ กลางคืนยังต้องใส่แว่นกันแดดอีก แท็กซี่จอดหน้าโรงแรม แพงเริ่มหวั่นใจกลัวเจอวรัชช์ โฮปให้ย้ายโรงแรมแต่แพงคิดว่าที่นี่น่าจะปลอดภัย อย่างไรเสียวรัชช์ก็เป็นเพื่อนร่วมวงการ และที่นี่มีแต่แขกต่างชาติไม่รู้จักตน...

แพงให้โฮปเข้าไปเช็กอิน ตัวเธอจะไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ระหว่างนั้นแพงส่งข้อความหารื่นจิตว่าที่กองมีถ่ายซ่อม รื่นจิตได้รับข้อความรีบลุกมาดู เห็นรถแพงจอดอยู่ก็เอะใจ มองไปยังข้างบ้าน ไม่เห็นรถกันลองเช่นกัน เริ่มไม่สบายใจ

ในคืนนั้นแพงเปิดเว็บที่ค้นไว้เพื่อสั่งซื้อเครื่องตรวจดีเอ็นเอ ด้วยสถานะของเธอไม่อาจเดินเข้าไปตรวจในโรงพยาบาลได้ ประมาณอาทิตย์หนึ่งของถึงจะมาส่ง โฮปเปิดน้ำอัดลมส่งให้แพงแต่เธอไม่ชอบดื่ม โฮปบอกตนจะดื่มเวลามีเรื่องดีๆ เช่นสอบผ่าน หรือคิดเมนูใหม่ๆได้

“ยังไม่ทันได้ทดสอบเลยจะฉลองอะไร”

“การที่แพงยอมมากับไอวันนี้ ไอถือว่าแพงยอมรับในตัวไอแล้ว ผลดีเอ็นเอสำหรับไอมันก็แค่กระดาษแผ่นนึงเท่านั้นแหละ”

“จากนี้ไปแพงจะขอเรียกโฮปว่า...เพื่อนนะ”

โฮปว่าเราก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว แพงส่ายหน้าเล่าว่า ตอนเด็กๆโรยบุญพี่เลี้ยงของกันลองชอบเล่าเรื่องวรรณคดีไทยให้ฟังเรื่องลิลิตพระลอ แล้วบอกว่าในเรื่องมีพระเพื่อนกับพระแพงเป็นพี่น้องกันและมีสามีคนเดียวกันคือพระลอ โฮปร้องเฮ้ย...ไม่อยากมีผู้ชายคนเดียวกับแพง แพงขำบอกตนก็ไม่อยากตายหมู่เหมือนในเรื่องเหมือนกัน

แพงกับโฮปหรืออีกชื่อว่าเพื่อน คุยกันสนุกสนาน แพงเริ่มรู้สึกมึนหัวเหมือนจะเป็นไข้เพราะเป็นโรคภูมิแพ้อากาศ เพื่อนบอกมียาดี กินเม็ดเดียวหลับสบายตื่นขึ้นมาหายเป็นปลิดทิ้งวางอยู่บนโต๊ะเม็ดสีขาว ควรจะกินสองเม็ด...เพื่อนนอนเล่นเกมบนเตียง แพงจึงเดินมาหยิบยาเองเห็นมีขวดยากับแผงยา จะหันไปถามเพื่อนก็กลัวเสียฟอร์มว่าอ่านชื่อยาไม่ออก จึงบิยาจากแผงกินไปสองเม็ดแล้วเดินกลับมาล้มตัวนอนบนเตียง

เพื่อนเห็นแพงหลับไปอย่างเร็วกำลังจะปลุก มัมโทร.เข้ามา เพื่อนไม่กล้ารับสาย ตัดสินใจตัดสายแล้วพิมพ์ข้อความส่งกลับไปว่า...รอสัมภาษณ์อยู่รับสายไม่ได้ คงต้องอยู่ที่นี่อีกสักพัก รอสอบทำขนมด้วย แล้วจะติดต่อกลับไป...เพื่อนส่งข้อความไปแล้วก็รู้สึกผิดที่โกหก

ooooooo

รุ่งเช้า มือถือแพงสั่นไม่หยุด เพื่อนงัวเงียขึ้นมารับแทนด้วยความรำคาญ เสียงเจ๊ทวิตตี้โวยถามจะถึงหรือยังใกล้เวลานัดแล้ว เพื่อนอึกอักมองแพงที่หลับปุ๋ย พยายามเขย่าจนชักสงสัย

“เอ่อ...คงอีกไม่นานค่ะ”

เดือนประดับดาว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด