สมาชิก

เดือนประดับดาว

ตอนที่ 10

กันลองทำซุปหัวหอมให้แพงซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นเพื่อนหรือโฮป แพงช่วยหยิบเครื่องปรุงส่งให้แต่ก็หยิบผิดตลอด กันลองขำบอกว่าเธอเหมือนแพง

เมื่อก่อนก็ไม่รู้จัก ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ทำอาหารเก่งพอตักซุปใส่ชาม แพงใส่พริกไทยมากจนกันลองแปลกใจ

“เมื่อก่อนแพงก็ชอบทานพริกไทย แต่พักหลังมานี่ไม่ทานเลยบอกว่ามันฉุน ผมก็เพิ่งรู้ว่าแฝดเขาชอบไม่ชอบอะไรเหมือนๆกันด้วย เอ๊ะ แบบนี้สเปกผู้ชายจะเหมือนกันด้วยไหมครับ”

แพงหลบตาหน้าเครียดขึ้น เผลอปัดชามซุปร้อนกระฉอกใส่มือ กันลองรีบเอาน้ำแข็งมาประคบให้ แพงมองหน้าเขาที่อยู่ใกล้ด้วยหัวใจสั่นรัว

หลังทานเสร็จ ทั้งสองนั่งดูละครเดือนประดับดาวที่ออกอากาศด้วยกัน เป็นฉากเผยให้รู้ว่าพระเอกนางเอกรักกัน กันลองเปรยว่าแพงแสดงดีขึ้นมาก ไม่รู้เพราะอินกับคนที่แสดงด้วยหรือเปล่า...แพงน้ำตาคลออยากจะบอกความจริงลุกเดินไปนั่งตรงเปียโน เอานิ้วจิ้มตัวโน้ตสองสามตัว กันลองยิ้มแล้วเดินมานั่งข้าง

“อยากฟังเพลงไหมครับ ให้ผมเล่นให้ฟังไหม เพลงอะไรดีน้า...”

จู่ๆกันลองก็เล่นเพลงที่มักจะเล่นกับแพง ทำให้แพงน้ำตาร่วงเผาะ กันลองเข้าใจว่าเธอคงคิดถึงคนรักที่ต่างประเทศ จึงปลอบว่าอีกไม่นานเธอก็หายและได้กลับบ้าน

แพงยิ่งร้องไห้หนักขึ้น กันลองตกใจดึงเธอมากอดปลอบ แพงพยายามสงบสติอารมณ์ดันตัวออก แล้วใช้มือข้างหนึ่งเล่นเพลงเดียวกับที่เขาเล่น กันลองจึงเล่นอีกมือหนึ่ง ทั้งสองเล่นเข้าคู่กันจนจบเพลง

กันลองอึ้งชักจะมั่นใจอะไรมากขึ้น แต่ด้วยแพงไม่พูดความจริงออกมา จึงหันไปดึงกุหลาบจากแจกันมาดอกหนึ่ง มอบให้พร้อมบอกว่าสุขสันต์วันวาเลนไทน์ แพงรับดอกไม้แล้วสบตาเขา กันลองเผลอยื่นหน้ามาจูบหน้าผาก แล้วเลื่อนลงมาจะจูบปาก แพงได้สติผลักเขาออก ลุกเดินหนีเข้าห้องทันที กันลองสับสนว้าวุ่นและรู้สึกผิด

วรัชช์พาเพื่อนมาถึงหน้าเรือนหอ เพื่อนรีบร้อนจะเข้าไป วรัชช์ทนไม่ไหวคว้ามือเธอไว้ระบายความอัดอั้น “ผมรู้ทุกอย่างแต่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้สักอย่าง รู้บ้างไหมว่ามันเจ็บแค่ไหน”

“แล้วคิดว่าไอมีความสุขมากงั้นสิ ที่ต้องมานั่งระแวงทุกวัน ว่ายูจะหักหลังบอกความจริงทุกคนวันไหน”

วรัชช์ดึงเพื่อนมากอดถามคิดหรือว่าคนอย่างตนจะหักหลังเธอได้ เพื่อนทุบหลังไหล่ไล่

“ไอบอกให้กลับไปไง! ไอบอกยูเป็นล้านครั้งแล้วนะ ว่าถ้าไม่มียูสักคน ชีวิตไอมันคงไม่วุ่นวายแบบนี้หรอก ยูมันน่ารำคาญที่สุด! ไปให้พ้นเลยนะ ไอไม่อยากเห็นหน้ายูอีกแล้ว”

“ด่าผมจบยัง รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม ผมเข้าใจล่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ผมจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก เห็นผมหน้าด้านแบบนี้ ผมก็เหนื่อยเป็นนะ...ที่ผ่านมาผมอาจจะโง่เกินไปที่คิดอะไรไม่ออกเลย นอกจากรักคุณ ลาก่อนโฮป...” วรัชช์ดึงกุหลาบจากท้ายรถส่งให้ก่อนจะขี่รถกลับไป

เพื่อนกำกุหลาบอย่างเจ็บปวดใจ ทิ้งลงถังขยะก่อนจะตรงไปยังห้องนอน โดยไม่ทันเห็นกันลองเอนหลับอยู่ที่โซฟา...เพื่อนเข้าไปนั่งข้างแพงซึ่งนอนอยู่บนเตียง รำพันว่าตนเหนื่อยเหลือเกิน น้ำตาพรั่งพรูออกมา สักพักก็ลุกเข้าห้องน้ำ แพงลืมตาขึ้นมองอย่างไม่สบายใจ

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเพื่อนเดินออกมาถึงได้เห็นกันลอง ก็เข้าไปนั่งมองใบหน้า คิดว่าเขาไม่กลับเพราะฉลองวาเลนไทน์กับแพง เพื่อนจูบแก้มเขาแล้วเลื่อนตัวลงนอนหนุนตักเขา

รุ่งเช้ากันลองตื่นมาเห็นแพงนอนหนุนตักก็ยิ้มอย่างเอ็นดู ค่อยๆขยับให้เธอนอนสบายๆ ก่อนจะเข้าไปดูโฮป แล้วเขาต้องตกใจเมื่อพบว่าเธอหายตัวไป จึงรีบมาปลุกแพงให้ช่วยกันออกตามหา เพื่อนเห็นท่าทางกันลองห่วงแพงมากก็ตัดพ้อ

“ที่เมื่อคืนพะลองไม่ยอมกลับบ้านเพราะเป็นห่วงเพื่อนเท่านั้นใช่ไหมคะ...หวังว่าพะลองคงไม่ลืมว่าวันนี้เรามีแถลงข่าวงานแต่งงาน”

กันลองชะงักมองคนที่ตัวเองคิดว่าเป็นแพงอย่างไม่สบายใจ ตัดสินใจหันหลังออกไปตามหาโฮป เพื่อนมองด้วยสีหน้าเจ็บปวดใจ...กันลองออกมาถาม รปภ.หน้าหมู่บ้าน ได้ความว่าเธอเรียกแท็กซี่ออกไปแต่เช้ามืด

กันลองรีบโทร.หารื่นจิต แต่ดูเธอยังไม่รู้เรื่องอะไร จึงทำทีบอกว่าไม่ต้องมารับโฮป ตอนนี้ทั้งแพงและโฮปอยู่กับตน ตนจะไปส่งให้

ด้านเพื่อนเข้ามาค้นในห้องนอน พบว่าแพงหยิบเงินไปก็เอะใจเหลือบไปเห็นไอแพดเปิดค้างอยู่ที่รูปแชต เป็นภาพวรัชช์หอมแก้มเพื่อน มีข้อความว่า Hope, you love me ก็หน้าถอดสี

ooooooo

ในห้องพัก วรัชช์นอนสลบไสลจากการดื่มหนัก เสียงกริ่งห้องดังรบกวน เขาต้องลุกงัวเงียมาเปิดประตู หญิงสาวแนะนำตัวเองว่า...ฉันแพงอาภรณ์

“คุณจะเล่นเกมอะไรกับผมอีกโฮป...” วรัชช์ต่อว่า ดึงเธอมาดูแผลเป็นที่ต้นคอ แล้วต้องตกใจ “แพง! คุณพูดได้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะค่ะ ที่ฉันมาวันนี้เพราะอยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเพื่อนค่ะ...

คุณรักเพื่อนใช่ไหม” วรัชช์พยักหน้า “รักทั้งๆที่เพื่อนมีพะลองอยู่ทั้งคนน่ะเหรอ...นี่ที่เพื่อนเขาไม่เลือกคุณเพราะเขารักพะลองใช่ไหมคะ”

“เรื่องนี้ผมคงไม่มีสิทธิ์ตอบแทนเพื่อนครับ แต่...แพง ผมไม่อยากเสียเขาไป ผมรู้ว่าคุณเองก็ไม่อยากเสียกันลองไปเหมือนกัน...แพง เชื่อผมเถอะ ไม่มีใครแทนที่ใครได้หรอกนะ”

แพงครุ่นคิดสักพักก่อนจะขอให้วรัชช์ไปส่งที่แห่งหนึ่ง...ในขณะที่เพื่อนนั่งแท็กซี่กลับ ในมือกำดอกกุหลาบที่แพงวางทิ้งไว้ แล้วเพื่อนก็เห็นว่ามีกระดาษเล็กๆ ซ่อนอยู่ในกลีบกุหลาบ จึงหยิบมาคลี่อ่าน เป็นบทกลอนสั้นๆเขียนด้วยลายมือแพง บรรยายถึงดวงดาว ท้ายบทกลอนเป็นข้อความว่า...แพงจะคอยพะลอง ที่ที่เมื่อไหร่ก็เห็นดาว...เพื่อนอ่านแล้วครุ่นคิด

เพื่อนตัดสินใจมาที่ท้องฟ้าจำลอง เห็นแพงนั่งแหงนหน้าดูดาวอยู่ ก็เข้ามานั่งข้างๆแล้วเอ่ยขึ้น “วันที่พะลองพาไอมาที่นี่ เป็นครั้งแรกที่ไอคิดว่าไอชอบเขาเข้าแล้วจริงๆ ไอชอบผู้ชายที่มีความฝันและอ่อนโยน...แต่ความเป็นจริงกับความฝันมันต่างกันมาก  ต่างกันเกินไป ที่ผ่านมาไอเป็นคนเลือกแทนแพงมาตลอด แต่วันนี้ไออยากให้แพงเป็นคนตัดสินใจ เพราะนี่เป็นชีวิตแพง”

แพงไม่ตอบอะไรแต่เอื้อมมือไปกุมมือเพื่อน บีบแน่นและยื่นหน้ามากระซิบ...เราอยู่คู่กัน ก่อนจะลุกเดินออกไป เพื่อนหลับตาลงทอดถอนใจ...

ด้านกันลองโทร.สั่งงานปิติแล้วกลับมาที่บ้านเรือนหอ เห็นเค้กวาเลนไทน์ที่เพื่อนทำมาให้ทิ้งอยู่ในถังขยะ ก็รู้สึกผิด พอดีรื่นจิตทำงานอยู่แล้วเผลอปัดรูปถ่ายแพงหล่นก็สังหรณ์ใจ รีบโทร.หากันลอง เขาอึกอักอยู่สักพักก่อนจะสารภาพว่าโฮปหายตัวไป

ในขณะที่รื่นจิตตกใจ เพื่อนโทร.ซ้อนเข้ามา เธอรีบรับสายแล้วถาม รู้ไหมว่าโฮปหายตัวไป เพื่อนบอกว่ารู้ด้วยน้ำเสียงเย็นชา รื่นจิตร้อนใจจะให้แจ้งความ เพื่อนปัดและขอในสิ่งที่ทำให้รื่นจิตว้าวุ่นใจ

“เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลังเถอะค่ะ แต่ตอนนี้คุณช่วยมางานแถลงข่าวแต่งงานของหนูที่สถานีด้วย...คิดเสียว่าทำหน้าที่แม่ให้แพงเป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน”

บรรยากาศในงานแถลงข่าว นักข่าวมารอทำข่าวมากมาย ทวิตตี้กระวนกระวายเพราะกันลองยังไม่มา ต่างจากเพื่อนที่นิ่งสงบ สักครู่กันลองวิ่งมา ทวิตตี้โล่งอกจับแขนเขาจะพาขึ้นเวที แต่เพื่อนกลับห้ามไว้ ให้เขารอข้างล่างก่อน ทวิตตี้คิดว่าแพงคงอยากพูดเรื่องงาน กันลองพยักหน้ารับ มือถือเขาดังขึ้น เห็นหน้าจอเป็นวรัชช์ก็ชั่งใจ พอแพงขึ้นเวทีจึงตัดสินใจรับสาย

เพื่อนขึ้นไปนั่งที่โต๊ะแถลงข่าวเพียงคนเดียว กล่าวขอบคุณช่อง ผู้ใหญ่ตลอดจนทีมงานที่ให้กำลังใจและสนับสนุนมาตลอด รวมถึงพี่ๆสื่อมวลชน แฟนละครของแพงและครอบครัว...เสียงปรบมือเกรียวกราว รื่นจิตเดินเข้ามาสบตาเพื่อนบนเวที ส่งยิ้มให้เป็นกำลังใจ

“วันนี้แพงจะขอแถลงข่าวสำคัญ...สำคัญที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ค่ะ ดิฉันจะขอถอนหมั้นและยกเลิก

งานแต่งงานกับคุณกันลอง และขอถอนตัวจากละครเรื่องเดือนประดับดาวค่ะ”

เสียงฮือฮากระหึ่มขึ้น ต่างตะโกนถามสาเหตุ กันลองยืนอึ้งในขณะที่ทวิตตี้เข่าอ่อน “แพงกับคุณกันลองไม่เคยมีปัญหากันหรอกค่ะ แต่ปัญหาของทั้งคู่คือ...ฉัน” เพื่อนจิกเล็บลงบนหน้าขา สูดหายใจเข้าลึก “คุณพ่อแก้วขวัญของแพงเขียนนิยายเรื่องเดือนประดับดาวจากเค้าโครงเรื่องจริงของฉันกับน้องสาวฝาแฝด ฉันคือเพื่อนอาภา พี่สาวฝาแฝดของแพงอาภรณ์ค่ะ”

วรัชช์วิ่งมาถึงมองหากันลอง...ระหว่างนั้นเพื่อนนึกถึงเมื่อเช้าที่แพงหายออกจากบ้านเรือนหอ เพื่อนเห็นแชตในไอแพดที่เปิดค้างไว้ รูปวรัชช์หอมแก้มเพื่อน

แล้วมีสัญญาณเตือนแชตเข้ามาจากไอดีชื่อ “พะแพง  is me” เพื่อนรีบกดดูเป็นคลิปแพงพูดอย่างคล่องแคล่ว

“เพื่อน...วันนี้แพงได้เห็นเพื่อนเล่นละคร

เดือนประดับดาวด้วย ในที่สุดความฝันของพ่อก็กลายเป็นจริง ขอบคุณมากนะ แพงรู้มาตลอดว่าเพื่อนเหนื่อยแทนแพงมากขนาดไหน แต่เพื่อนก็ทำทุกอย่างแทนแพงได้ดีมากๆ อาจจะดีกว่าที่แพงเคยทำมาด้วยซ้ำ...ถ้ามีโอกาสอะไรที่ให้ได้ แพงก็อยากทำเพื่อเพื่อนนะ ความสุขของแพง แพงเต็มใจให้เพื่อนนะ จำได้ไหมที่แพงเคยบอกเพื่อน เราคือกันและกัน เพื่อน...แพงรักเพื่อนนะ”

เพื่อนคิดแล้วน้ำตาคลอเบ้า แถลงข่าวต่อว่า “เพื่อนต้องขอบคุณแพงที่ปกป้องเพื่อนจากอุบัติเหตุเมื่อปีก่อนจนตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง ตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา เพื่อนจึงใช้ชีวิตแทนแพง เพราะไม่อยากให้อาชีพนักแสดงของแพงต้องสะดุดลง แต่ 2 เดือนที่ผ่านมา แพงอาการดีขึ้นมากและเพื่อนก็เชื่อว่า อีกไม่นานแพงต้องกลับมาเป็นเจ้าหญิงของวงการบันเทิงได้อย่างเดิม อย่าให้การกระทำหลอกลวงของเพื่อนทำให้แพงมัวหมองเลยนะคะ”

เพื่อนขอเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างเพราะแพงไม่ได้รู้เรื่องนี้ เพื่อนยังขอโทษทุกคนกับการกระทำครั้งนี้... แสงแฟลชวูบวาบ คำพูดของแพงที่ว่า เราเกิดมาคู่กัน ดังก้องในหัวเพื่อน

กันลองอึ้งกับเรื่องนี้ เดินมาเจอวรัชช์จึงถามว่า ที่โทร.หาตนเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม แล้วถามตอนนี้แพงอยู่ไหน วรัชช์ตอบว่า...สนามบิน

คนทั่วไปเห็นแถลงข่าวของเพื่อนตามจอทีวี

ทุกสถานที่ รวมทั้งที่สนามบิน ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กันใหญ่ แพงสวมหมวกใส่แว่นยืนปะปน ในมือกำตั๋วเครื่องบิน

ไปเชียงใหม่ คิดชั่งใจ

เสร็จการแถลงข่าว เพื่อนเดินลงจากเวทีตรงมาหารื่นจิต เธอตบหน้าเพื่อนฉาดใหญ่ เพื่อนน้ำตาร่วงกล่าวขอโทษ ตนผิดเอง...ไม่ทันพูดจบ รื่นจิตดึงเพื่อนมากอดร้องไห้กันทั้งสองคน หลังจากนั้นไม่นาน เพื่อนก็หายตัวไป ทุกคนตื่นตระหนกตามหา

วรัชช์เป็นคนพาเพื่อนหลบออกมาและพาส่งสนามบิน เพื่อนบอกลาและขอให้เขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตนตลอดไป วรัชช์น้ำตาคลอดึงเพื่อนมาประทับจูบอย่างอาวรณ์

ด้านแพงกำลังจะเดินเข้าเกต กันลองวิ่งมาจับแขนเธอไว้ ทรุดลงคุกเข่าขอร้องอย่าทิ้งตนไปไหนอีก แพงน้ำตาไหลพราก ไม่อาจตัดใจจากเขาได้...แพงกลับมาหารื่นจิตที่บ้าน สองแม่ลูกกอดกันด้วยความดีใจ แพงถามหาเพื่อน รื่นจิตบอกว่าแถลงข่าวเสร็จก็หายตัวไปเลย

ooooooo

เพื่อนกลับมาถึงเพิร์ธ พบว่ามัม แด๊ด และซาร่าดีใจที่เธอกลับมา เธอเพิ่งยอมรับว่า นี่แหละคือครอบครัวที่รักเธออย่างจริงใจ ไม่ต้องไปไขว่คว้าที่ไหนอีก

ด้านวรัชช์ซึมเศร้าจนจิตจีรังและนนท์เป็นห่วง พยายามปลอบใจ...วันเวลาผ่านไป แพงกับกันลองแต่งงานกัน ชลลดา รื่นจิต และมธุรสยืนปลาบปลื้ม รายล้อมด้วยญาติผู้ใหญ่ที่มาร่วมยินดี มธุรสเปรยว่า เรื่องราวของแพงเขียนเป็นนิยายได้อีกเรื่องเลย แพงหัวเราะบอกถ้าตนเขียนแล้วเฮียมะต้องรวมเล่มพิมพ์

ให้ตนด้วย ทุกคนหัวเราะมีความสุข

ต่อมาไม่นาน แพงได้รับรางวัลนักแสดงนำฝ่ายหญิงจากเรื่องเดือนประดับดาว แพงกล่าวขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้อง และบุคคลที่ตนจะไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือพี่สาวฝาแฝดเพื่อนอาภา ที่ตนคิดถึงที่สุด เสียงปรบมือกระหึ่ม

เพื่อนได้เห็นงานนี้ผ่านยูทูบที่เฟยหลันเปิด ทำทีไม่รู้สึกอะไร เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมเดินทางไปถ่ายคลิปรายการของตัวเอง ที่ตอนนี้มียอดวิวหลักแสน

ซาร่าวิ่งมาขอยืมผ้าพันคอ เพื่อนส่งให้อย่างง่ายดาย ซาร่าเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มพี่สาว เพื่อนรู้สึกดีไม่เหมือนเมื่อก่อน เฟยหลันถามถึงวรัชช์ เพื่อนเสียงเข้มว่าเขาเป็นแค่เพื่อน ป่านนี้คงปลูกต้นรักใหม่ไปแล้ว

เพื่อนเก็บของเสร็จเดินลิ่วออกไป เฟยหลันเห็นเพื่อนไม่เอามือถือไปเพราะไม่ต้องการให้ใครรบกวน ก็หน่ายใจกับความสันโดษของเพื่อน

เวลาผ่านมาเป็นปี กันลองกับวรัชช์กลับมาพบปะดื่มกินกัน วรัชช์ถามตรงๆว่าเขาเคยหวั่นไหวไปกับเพื่อนบ้างไหม กันลองยอมรับว่าต้องมีบ้าง เพื่อนเป็นผู้หญิงที่น่ารัก แต่แพงเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจและทำให้ตนใจเต้นได้เหมือนหนุ่มๆ วรัชช์หัวเราะเยาะตัวเอง

“นั่นสิ ถึงภายนอกจะเหมือนกันแค่ไหน แต่เสียงหัวใจบอกความต่างได้โคตรชัดเจน”

“ผมถามหน่อยเถอะ คุณรออะไรอยู่ ทำไมถึง

ไม่ไปตามเพื่อนกลับมา”

วรัชช์นิ่งไม่ตอบ แต่แล้วมีสาวนามเลม่อนมาแนะนำตัว วรัชช์ยิ้มให้แล้วบอกว่าตนเลิกทานผลไม้แล้ว สาวสะบัดหน้ากลับไป วรัชช์บอกกันลองว่า ผลไม้ถ้ามันสุกจะทานไม่อร่อย กันลองส่ายหน้าไม่เข้าใจ วรัชช์เน้นว่าถึงเวลาเมื่อไหร่ตนจะรีบไปเด็ดไม่ให้พลาด

กันลองกลับบ้านเห็นแพงนั่งดูคลิปรายการของเพื่อน เขายื่นหน้ามาหอมแก้มเธอ แพงได้กลิ่นเหล้าก็อ้าปากจะบ่นว่าเขาไปกับวรัชช์ทีไรดื่มมาทุกที แต่ครั้งนี้กันลองชิงพูดก่อนว่า ให้เอาเวลาบ่นมามีความสุขกันดีกว่า ว่าแล้วก็อุ้มแพงเข้าห้อง ชลลดากับโรยบุญแอบหัวเราะกันคิกคัก

ริมทะเลสาบที่เพิร์ธ เพื่อนนั่งมองวิวคิดอะไรเพลินๆ มีมือดีมากระชากกระเป๋าเธอวิ่งหนี เพื่อนวิ่งตามจนทัน กระโจนรวบตัวยื้อแย่งกระเป๋าจนกลิ้งหลุนๆ จึงเห็นหน้าโจรว่าคือวรัชช์

วรัชช์บอกว่าตนมาเรียนต่อที่นี่ เพื่อนดีใจแต่

เก็บอาการ วรัชช์บอกเธอว่าทุกคนคิดถึงเธอ ไม่มีใครโกรธเธอเลย ต่างรอคอยให้เธอกลับไป เธอควรจะเลิกโทษตัวเองเสียที เลิกน้อยใจเป็นเด็กๆ เพื่อนคิดว่าไม่มีตนทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุขได้ แต่วรัชช์แย้งว่า ถ้าอยู่ด้วยกัน ได้กอดกันบ้างจะมีความสุขมากกว่า เพื่อนน้ำตารื้น วรัชช์ฉวยโอกาสจูบเธอและบอกรักเธออย่างจริงใจ

เพื่อนเปิดจดหมายที่แพงฝากมาอ่านด้วยความตื่นเต้น “เพื่อนเป็นยังไงบ้าง หวังว่าคงสบายดีนะ ปีหนึ่งกับอีกสองเดือนแล้วนะที่แพงไม่ได้ข่าวจากเพื่อนเลย ช่วงนี้แพงเริ่มมีเวลาเขียนนิยายของแพงอย่างที่ฝันไว้สักที เจ๊ทวิตเองก็ร่ำๆอยากให้แพงรับงานละครอีก แต่แพงอยากพักอยู่กับแม่นานๆบ้าง ส่วนนนท์กับจีก็ยังหวานไม่เลิก อีกสองเดือนเตรียมรับขวัญหลานได้เลย”

ระหว่างที่วรัชช์อยู่เพิร์ธ ทางเมืองไทยส่งคลิปมาให้เรื่อยๆ มีทั้งคลิปเตรียมตัวเป็นพ่อแม่ของนนท์กับจิตจีรัง คลิปรื่นจิตกับชลลดาเป็นคู่เต้นออกกำลังกายด้วยกัน และยังมีคลิปที่โรยบุญจับมธุรสแต่งตัวเป็น

หญิงไทยเรียนทำอาหารจากเธอ...เพื่อนเห็นทุกคลิปรู้สึกมีความสุขมาก

คลิปที่ทำให้เพื่อนน้ำตาคลอคือคลิปที่แพงขอให้กลับเมืองไทยบ้าง บอกว่าแม่บ่นคิดถึง เพื่อนได้เห็น

กันลองโผล่เข้ามาหยอกล้อแพง และบอกเพื่อนว่าได้ดูรายการเธอบ่อยๆ อยากได้ชิมอาหารฝีมือเธออีก

แพงตบท้ายด้วยการยุว่าเพื่อนอย่าเพิ่งใจอ่อนกับวรัชช์ ให้รอดูอีกสักปีสองปี แล้วกลับมาแต่งงาน

ที่เมืองไทย ให้ตนได้เป็นเพื่อนเจ้าสาว

เพื่อนยิ้มทั้งน้ำตา อดใจไม่ไหว เอามือถือวรัชช์มากดโทร.หาแพง...แพงดีใจมากเมื่อได้ยินเสียงเพื่อน ทั้งสองบอกรักและคิดถึงกันมาก แพงกำลังจะบอกข่าวดีแต่สายหลุดไปก่อน กันลองเข้ามาลูบท้องแพงแล้วพูดคุยทำนองลูกอยากฟังเพลงใช่ไหม พ่อจะเล่นเปียโนให้ฟัง

เช้าวันใหม่ แพงได้รับพัสดุที่ส่งมาจากเพิร์ธ แพงดีใจรีบแกะดู เห็นเป็นต้นฉบับนิยายเดือนประดับดาว พอเปิดมาถึงบันทึกท้ายเล่ม กระดาษถูกฉีกออกไป แพงแปลกใจแต่มีรูปคู่ของตนกับเพื่อนตอนเจอกันครั้งแรกแปะอยู่แทน และมีลายมือเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษว่า

“เจอกันที่ไทยวันเกิดพวกเรานะ...” แพงดีใจยิ้มอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิตอีกครั้ง

ooooooo

–อวสาน–

เดือนประดับดาว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด