ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันทอแสง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ตะวันทอแสง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ภคพงษ์ เถลิงยศ ชายหนุ่มสมบูรณ์แบบที่นายพรตผู้เป็นพ่อทิ้งธุรกิจจิวเวลรี่ไว้ให้ก่อนเสียชีวิต ภคพงษ์ มีทุกอย่างยกเว้นความรัก เขาไม่คิดว่าโลกใบนี้มีรักจริง เพราะฝังใจที่แม่ทิ้งพ่อไปตั้งแต่เขาเด็กๆ ความเสียใจทำให้พรตโหมงานหนักจนเสียชีวิต เผด็จ...ทนายส่วนตัวประจำตระกูลส่งภคพงษ์ไปเรียนต่อที่อังกฤษ เขาจึงเติบโตอย่างโดดเดี่ยว

ต่างกับรสา หญิงสาวที่กำพร้าพ่อแม่ แต่มีนายพร้อมกับนางวิมลเพื่อนรักของพ่อเธอรับอุปการะ ทั้งคู่เลี้ยงรสาอย่างดีเหมือนพิมพรรณ ลูกสาวแท้ๆ รสากับพิมพรรณรักและผูกพันกันมาก รสาจึงไม่ขาดความรักมาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ป้าอาภรณ์พี่สาวของแม่ก็คอยดูแล

รสาใช้วิชามัณฑนศิลป์ที่เรียนมาดัดแปลงบ้านเก่าของป้าให้เป็นเกสต์เฮาส์บูธีกสุดเก๋ สร้างรายได้ให้ป้าได้ไม่น้อย ความมีน้ำใจทำให้รสาเป็นที่รักของทุกคน รวมถึงชีวินเพื่อนสนิทที่แอบรักเธอตั้งแต่มหาวิทยาลัย แถมพอเรียนจบทั้งคู่ยังได้ทำงานร่วมกัน โดยมีพิทยารุ่นพี่ปากจัดตรงไปตรงมาเป็นเจ้านาย

เมื่อกลับเมืองไทยสู่บ้านเถลิงยศของพ่ออีกครั้ง ภคพงษ์ต้องการบูรณะเรือนเล็กที่เขาเคยอาศัยในวัยเด็กซึ่งถูกทิ้งร้างมานาน และแน่นอนว่าคนที่จะมารับงานนี้ต้องฝีมือดีมีผลงานน่าประทับใจ

ooooooo

เย็นวันหนึ่ง รสากับชีวินไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อน ที่จัดขึ้นบริเวณสวนสวยของร้านอาหาร รสาในชุดราตรีสั้นสีสันสดใสดึงดูดสายตาใครต่อใครภายในงาน รวมทั้งภคพงษ์ชายหนุ่มเคร่งขรึมท่าทางถือตัวที่นั่งอยู่ในห้องอาหารติดแอร์เย็นฉ่ำ

ภคพงษ์รู้สึกสะดุดตากับความสวยเป็นธรรมชาติของรสา ต่างจากพักตร์วิมล ดาราสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาลิบลับ เธอจัดเต็มทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมและเครื่องประดับล้วนแต่แบรนด์เนมทั้งสิ้น

ในงานแต่งอันแสนอบอุ่นของเพื่อน รสากับชีวินสนิทสนมกันมากจนเพื่อนๆต่างกระเซ้าว่า เมื่อไหร่จะถึงคิวของคู่นี้เสียที รสาพูดเล่นก็เขาไม่เห็นมาขอสักที แต่ชีวินคิดเป็นจริงเป็นจังสบตาเธอหวานหยดจนเธอเก้อเขิน พลันเสียงเพื่อนคนหนึ่งด้านในตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“ใครกลัวขึ้นคานรีบรับดอกไม้ได้แล้วจ้า...”

กลุ่มเพื่อนที่ยืนอยู่กับรสาจึงฉุดข้อมือเธอวิ่งเข้าไปรอรับดอกไม้ท่ามกลางเสียงวี้ดว้ายกระตู้วู้ของสาวแท้สาวเทียม...เสียงดังจากสวนทำให้พักตร์วิมลต้องหันมอง และพลอยตื่นเต้นไปด้วยเมื่อเห็นสาวๆอออยู่หน้าเวที

“เจ้าสาวกำลังจะโยนดอกไม้แล้วค่ะภัค”

ภคพงษ์ได้ยินแต่ไม่สนใจ เขายื่นรายการอาหารให้พนักงานหลังจากสั่งอาหารเรียบร้อย

“เห็นพนักงานบอกว่าเป็นงานแต่งงานของพวกสถาปนิกกับอินทีเรีย งานก็เลยเก๋ๆ ถ้าแพตแต่งงาน แพตก็อยากจัดงานในสวนเหมือนกันนะคะ”

ภคพงษ์อมยิ้มนิดๆ เข้าใจจุดมุ่งหมายแต่ไม่ต่อความ พักตร์วิมลเลยได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แอบเซ็งที่เขาไม่รับมุก

รสายืนอยู่ในกลุ่มสาวๆ โดนเพื่อนเบียดไปมาเพื่อช่วงชิงช่อดอกไม้กันสุดฤทธิ์ แต่แล้วคนที่ได้รับกลับเป็นรสาที่ยืนเฉย เพื่อนๆทั้งชายหญิงฮือฮากรูกันเข้ามาสวมกอดแสดงความยินดีกับเธออย่างคึกคัก ส่วนพิทยาเพิ่งมาถึง เขาบ่นเสียดายที่มาไม่ทันรับดอกไม้ แต่พอ เหลือบไปเห็นพักตร์วิมลนั่งริมหน้าต่างในห้องอาหาร หูตาเขาพองก๋าขึ้นมาทันใด

“อ๊าย...นั่นมันนางเอกดังระดับซุป’ตาร์เลยนะ

จะบอกให้ คนที่ควงมาด้วยน่าจะเป็นไฮโซ เพราะเขาชอบคบแต่พวกคนรวยๆ”

“โอ้โฮ...พี่พิทนี่สนใจข่าวเม้าท์ดาราตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” รสาแซว

“เลขาฯฉันรายงานทุกอย่าง แต่ไฮโซคนนี้ท่าทางคุ้นๆ น่าจะเป็นคนดัง แต่นึกไม่ออก”

รสาหันไปมองตามอีกที เห็นแค่ด้านข้างของชายหนุ่ม หญิงสาวถึงกับพึมพำออกมา “ดูท่าทางหยิ่งชะมัด นี่ถ้ารสต้องไปนั่งกินข้าวด้วยคงกลืนไม่ลง”

หลังจากนั้นอีกพัก ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับ...ชีวินอาสาจะไปส่งรสา แต่เธอปฏิเสธด้วยความเกรงใจ

“อย่าเลย...พรุ่งนี้รสต้องไประยองแต่เช้า วินไม่เปลี่ยนใจไปกับรสแน่เหรอ พิมเขาถามถึงนะ”

รสากระแทกไหล่เขาเบาๆ ชีวินมองหน้าอย่างรู้ทัน แกล้งดึงผมหางม้าที่เธอมัดรวบไว้ข้างหลัง

“ไม่ต้องมาทำตัวเป็นแม่สื่อเลย”

อีกมุมหนึ่ง ภคพงษ์เดินมาพอดี เขาปรายตาไปเห็นรสากับชีวินหยอกล้อกันอยู่ รสารู้สึกเหมือนมีคนมองจึงหันมา สองคนสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนที่ฝ่ายชายจะหันกลับ เชิดหน้าอย่างถือตัว เธอเห็นแล้วขัดตาขัดใจ รู้สึกไม่ถูกชะตากับชายไฮโซแปลกหน้าคนนี้เสียจริง

ooooooo

เช้าวันต่อมา รสาเตรียมตัวเดินทางกลับระยอง ส่วนป้าอาภรณ์ก็จัดแจงฝากไส้กรอก หมูแฮมไปให้สามคนพ่อแม่ลูกที่นั่นด้วย

ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง รสาก็บึ่งรถถึงระยองและเข้าสู่รีสอร์ตของอาพร้อมกับอาวิมล พิมพรรณหรือที่

รสาเรียกสั้นๆว่าพิมตื่นเต้นยกใหญ่ ร้องบอกพ่อแม่ให้ลั่นไปหมด แต่คนที่วิ่งไปรับหน้ารสาก่อนใครกลับเป็นนายห้าว เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทสนมกับรสาและพิมมาตั้งแต่เด็ก

สองฝ่ายทักทายและหยอกเย้ากันเล็กน้อย ก่อนที่รสาจะเข้ามายกมือไหว้พร้อมกับวิมล โดยมีห้าวหอบหิ้วถุงของฝากตามหลัง

“อาพร้อม อาวิมล สวัสดีค่ะ ป้าภรณ์ฝากไส้กรอกกับหมูแฮมมาให้ชิมค่ะ”

“พี่ภรณ์โทร.บอกบอกอาแล้วจ้ะ ขอบใจนะที่เป็นธุระขนมาให้ ห้าวเอาไปแช่ไว้ในตู้เย็นไป วางไว้ร้อนๆเดี๋ยวเสีย”

“ได้จ้ะ อ้อ...งั้นมื้อกลางวันนี้ฉันจะทอดไส้กรอกแล้วเอาแฮมมายำดีไหมจ๊ะ”

“เออดี งั้นเอ็งรีบทำเลย ข้าเริ่มหิวแล้ว”

ห้าวรับปาก และยิ่งกุลีกุจอไปจัดการ เมื่อรสา บอกว่าตนก็หิวแล้วเหมือนกัน ในระหว่างรออาหาร พิมชวนรสาไปเม้าท์กันสองต่อสอง

“รสจะอยู่กี่วัน”

“สองวันเอง วันจันทร์มีงานแต่เช้า”

“นึกว่าจะอยู่ได้นานๆ มีเรื่องจะเล่าให้ฟังเยอะแยะเลย”

“ตั้งสองวันหนึ่งคืนจะเล่าไม่จบหรือไงจ๊ะ”

“ก็คิดถึงนี่ อยากให้รสกลับมาบ่อยๆ ตั้งแต่รสเริ่มทำงานจริงๆจังๆไม่ค่อยกลับมาเลย พิมเง้าเหงา”

“พิมก็เข้าไปหารสที่กรุงเทพฯก็ได้นี่ รสพาเที่ยว จะได้ไม่เหงา”

“รสก็รู้ พิมทำงานที่โรงเรียนห้าวัน ยิ่งตอนนี้ ห้องสมุดจะติดตั้งระบบคอมฯใหม่ พิมก็ต้องอยู่เย็น เสาร์อาทิตย์ก็ต้องช่วยพ่อแม่ดูรีสอร์ต ไปไม่ได้แน่เลย”

“งั้นรสจะลองขอพี่พิทหอบงานมาทำที่นี่บ้างจะได้กลับมาอยู่กับพิมได้บ่อยขึ้น ดีมั้ย”

“ขอบใจจ้ะ รสเนี่ยน่ารักที่สุดเลย พิมดีใจที่พ่อแม่รับรสมาอุปการะ พิมเหมือนมีทุกอย่าง มีทั้งเพื่อนมีพี่สาว แล้วก็มีน้องสาวด้วย ถ้าบ้านนี้ไม่มีรส พิมต้องเหงามากๆ แน่เลย”

“รสก็โชคดีที่ได้มาอยู่บ้านนี้ พิมก็เป็นทุกอย่างของรสเหมือนกัน”

สองสาวยิ้มให้กันด้วยความเอื้ออาทร ทันใดนั้นเสียงแตรดังขึ้นหน้าบ้านจนสองสาวสะดุ้ง หันไปก็เห็นเรือเร็วตั้งตระหง่านอยู่บนรถลาก ซึ่งคนขับกับคนงานอีกคนเตรียมลากลงทะเล โดยที่ห้าวรับคำสั่งจากนายพร้อมให้นำทาง

“เรือใหม่เหรอจ๊ะ” รสาส่งเสียงขณะเดินมากับพิม

“อืม...พอดีได้ของเพื่อนมา ราคาถูก มีคนบอกว่าตอนนี้พวกนักท่องเที่ยวกำลังชอบเล่นพวกเวคบงเวคบอร์ดอะไรเนี่ย แล้วเพื่อนอาก็จะซื้อชุดใหม่เลยโละชุดเก่ามาให้ อาเลยเอามาลองดู”

“ห้ามก็ไม่ฟัง งก เห็นว่าถูกก็ซื้อมาก่อน แล้วไงล่ะ ยังไม่มีใครเล่นเป็นเลยเนี่ย ไม่รู้จะทำยังไง” วิมลบ่นอุบ

“รสเล่นเป็นจ้ะ ที่กรุงเทพฯเขาเล่นในบึง รสกับเพื่อนๆที่ทำงานเคยไปลองเล่น รสว่าเล่นกับทะเลก็น่าจะเหมือนกัน เดี๋ยวรสลองเล่นให้ดูจ้ะ”

“แน่ใจนะรส”

รสาไม่ตอบแต่ยิ้มมั่นใจให้พิมก่อนเดินตามหลังห้าวไป...อีกด้านหนึ่งของทะเล ภคพงษ์กำลังขี่เจ็ตสกีด้วยความชำนาญ ริมหาดมีหญิงสาวยืนโบกมืออย่างคุ้นเคย แต่ไม่ใช่พักตร์วิมลที่ควงกินข้าวเมื่อวาน...เธอคือยูโฮะ นักร้องวัยรุ่นคนสวยที่เป็นปลื้มชื่นชมภคพงษ์อย่างมาก และไม่ชอบให้สาวคนไหนเข้าใกล้เขานอกจากตัวเอง

ขณะที่ภคพงษ์กำลังสนุกกับกีฬาโปรด ไม่นึกว่าเรือเร็วที่ห้าวขับพารสาเล่นเวคบอร์ดจะพุ่งมาอย่างเบรกไม่อยู่ บวกกับความเร็วเจ็ตสกีของภคพงษ์ด้วย ทำให้สองฝ่ายเฉียดเฉี่ยวกัน จนรสาเสียการทรงตัวหล่นลงในน้ำ ชายหนุ่มปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะขับเจ็ตสกีกลับออกไปทางเดิม รสายังไม่รู้ว่าใครแต่ก็เจ็บใจ จ้องมองโลโก้ของโรงแรมที่ติดหราอย่างจดจำ

ทุกคนตกอกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะพร้อมที่เสียดายเรือเร็วที่เพิ่งซื้อมา ห้าวดันนำพามันไปเยินกลับมาจนไม่มีเงินซ่อม รสาได้ยินอาพร้อมบ่นอย่างนั้นก็ปิ๊งไอเดีย รีบมุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่เห็นชื่อหราท้ายเจ็ตสกี หมายมาดจะเรียกค่าเสียหายจากชายคนขับให้จงได้

แต่เมื่อไปถึงกลับเกิดเหตุการณ์วุ่นวายโกลาหล เมื่อพักตร์วิมลโผล่มาอีกคน เธอกับยูโฮะต่างยื้อยุดแย่งภคพงษ์จนเป็นเหตุให้เขาต้องหลีกหนีเข้าไปในสปา

แถมยังดึงเอารสาที่มาทวงค่าเสียหายหายเข้าไปด้วย

ภายในห้องอบไอน้ำ รสาจะโวยวายแต่โดนภคพงษ์ปิดปากสั่งให้เงียบ นั่นก็เพราะยูโฮะกับพักตร์วิมลเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้อง สองสาวต่างกล่าวโทษกันไปมา

ว่าเป็นต้นเหตุให้ภคพงษ์หายไป ยิ่งเมื่อตามหาไม่เจอ ก็ยิ่งปรี๊ดแตกว่ากระแทกแดกดันกันอย่างไม่ยอม ในที่สุด รปภ.ของโรงแรมต้องมาเชิญพวกเธอออกไป

กว่าทั้งคู่จะพ้นไปจากตรงนี้ได้ รสาอึดอัดหายใจไม่ทั่วท้องที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับหนุ่มไฮโซสองต่อสอง

แถมร้อนจนเหงื่อซ่กอีกต่างหาก พอพ้นออกมาได้เธอต่อว่าเขาทันที

“คุณปล่อยให้ผู้หญิงสองคนทะเลาะกันโดยไม่ทำอะไรได้ยังไง”

ชายหนุ่มเพิ่งจำเธอได้ว่าเคยเห็นที่ร้านอาหาร เขามองเธอด้วยแววตาดูแคลน อมยิ้มยโสอย่างถือตัว

“ฉันพักอยู่ที่ห้อง 71”

คำพูดของเขาทำเอารสาตกใจและไม่พอใจ ถามเขาว่ามาบอกตนทำไม ใครถาม?

“ต้องการค่าเสียหายเท่าไหร่ ฝากข้อความไว้ที่เคาน์เตอร์ ทนายของฉันจะเป็นคนจัดการ”

รสาชะงักเล็กน้อย รู้สึกเสียหน้าหน่อยๆ ที่คิดว่าเป็นเรื่องอื่น ส่วนนายไฮโซพอพูดจบก็เดินออกไปทันทีเลย...

รสากลับมาที่รีสอร์ตพร้อมกระดาษจดเบอร์ห้องและเบอร์โทรศัพท์ของโรงแรม พิมเห็นแล้วทึ่งจัดชม

รสาว่าสุดยอดมาก หากเป็นตนคงไม่กล้าทำอะไรแบบนี้แน่

“เขาบอกว่าต้องการเท่าไหร่ฝากข้อความไว้ที่เคาน์เตอร์ได้เลยจ้ะ”

“อาขอบใจมากนะรส แต่อาว่าจะไม่เอาเงินเขาจะหักเงินเดือนไอ้ห้าวแทน”

“อ้าว...ทำไมล่ะลุง” ห้าวร้องลั่น

“ก็มันเป็นความผิดของเอ็งที่ไม่ยอมดูทางให้มันดีๆ แล้วก็ไม่ยอมอ่านคู่มือให้มันแม่นๆ ก่อนจะขับ เขาไม่เอาเรื่องเอ็งก็บุญแล้ว”

“ใช่ ดูสิ หนูรสเลยต้องลำบากไปคุยกับใครก็ไม่รู้” วิมลบ่น

“ไม่เป็นไรจ้ะ รสก็ไม่ได้ลำบากอะไร งั้นเบอร์นี้ก็ทิ้งเลยนะ” แล้วรสาก็หยิบกระดาษแผ่นนั้นมาขยำทิ้ง

ในใจได้แต่คิดว่า...อย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลย!

ooooooo

เมื่อรสากลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ก็ได้รับฟังข่าวดีจากพิทยาว่าตนเพิ่งได้งานใหญ่มาก และเจ้าของกำหนดมาเลยว่าอินทีเรียที่เขาต้องการคือรสา

“ทำไมต้องเป็นรสล่ะครับ” ชีวินสงสัย

“คืออย่างนี้...ยัยรสของเราไปปล่อยฝีมือไว้ที่ล็อบบี้โรงแรมใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และลูกค้าคนนี้

เขาเห็นเข้าก็ชอบใจ สั่งลิ่วล้อให้สืบหาว่าใครเป็นคนออกแบบ และเขาก็เลยเรียกฉันไปพบ”

“เรียกไปพบ? ปกติระดับพี่พิทตี้ไม่เคยต้องไปพบลูกค้า มีแต่ลูกค้ามาขอพบที่บริษัท” ชีวินถามซอกแซก

“ถูก! ตอนแรกฉันก็งง แอบเคืองเกือบด่ากลับไปแล้ว แต่พอดีนึกได้ว่าช่วงนี้บริษัทเราไม่ค่อยได้งานใหญ่ๆ แล้วลูกค้าคนนี้ก็เพิ่งมาจากเมืองนอก ก็เลยให้อภัย ไปตามนัดและฉันก็ไม่ผิดหวัง เพราะงานนี้งบประมาณไม่อั้น”

“งานใหญ่ขนาดนั้น...พี่พิททำเองไม่ดีกว่าเหรอคะ” รสาชักไม่มั่นใจ

“แล้วลูกค้าที่ว่าเป็นใคร เล่ามาตั้งนานยังไม่เห็นบอกเลย”

ขาดคำของชีวิน พิทยาเชิดหน้าเอ่ยขึ้นอย่างภูมิใจสุดๆ “คุณลูกค้าคนสำคัญของเราก็คือคุณภคพงษ์ เถลิงยศ”

แทนที่รสากับชีวินจะดี๊ด๊าไปกับพิทยา ทั้งคู่กลับทำหน้าเหลอหลาว่านายคนนี้เป็นใครพวกตนไม่รู้จัก พิทยาเลยต้องวานคัพเค้กเลขาฯจอมแบ๊วช่วยอธิบายให้ที

“คุณภคพงษ์เป็นเจ้าของบริษัทออกแบบและจำหน่ายเครื่องเพชรที่ใหญ่ติดอันดับต้นๆของประเทศชื่อบริษัทเถลิงยศ จบบริหารธุรกิจจากอังกฤษและเรียนออกแบบเครื่องประดับต่อที่ฝรั่งเศส เพิ่งกลับมาประเทศไทยได้ไม่กี่เดือน คุณภคพงษ์เป็นทายาทคนเดียวที่ดูแล

กิจการแทนบิดาที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ถึงจะกลับมาทำงานได้ไม่นาน แต่เป็นที่ยอมรับของทุกคนในบริษัท สรุปคือเก่ง รวย หล่อ โสด และฮอตมาก”

“ข้อมูลดีมาก แต่การแต่งตัวต้องพัฒนาอีกเยอะ” พิทยากัดเลขาฯซึ่งหน้า แต่เธอหาได้หมดความมั่นใจ กลับยิ้มรับพร้อมคำขอบคุณ

“พี่พิทครับ อย่าส่งรสไปทำงานนี้เลยครับ ผมไปแทนแล้วกันครับพี่” ชีวินเสนอตัวเพราะห่วงและหวงรสา

“ไม่ได้! เขาระบุว่าต้องเป็นคนออกแบบล็อบบี้โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา แกไม่ได้เป็นคนทำ นั่งเฉยๆ” พิทยาตวาดแว้ดใส่ชีวิน แล้วหันมาแย้มยิ้มกับรสา

“ผู้ช่วยคุณภคพงษ์นัดให้รสไปพบวันพรุ่งนี้ตอน 5 โมงเย็น”

“ไม่ได้ครับ” ชีวินโพล่งขึ้นมาอย่างนึกได้ “พรุ่งนี้ตอนหกโมงเย็นมีงานเลี้ยงรุ่น งานใหญ่มากและรสต้องไปด้วยครับ”

“ฉันรู้ แต่บังเอิ๊ญบังเอิญที่จัดงานกับที่นัดเจอกับลูกค้าเป็นที่เดียวกัน พอคุยกับลูกค้าเสร็จ ก็เดินลงมาร่วมงานได้เลย ถ้าแกยังมีปัญหา ฉันจะตัดเงินเดือนแก”

เจอไม้นี้ของเจ้านายเข้าไป ชีวินถึงกับเงียบกริบ แล้วพิทยาก็กำชับรสาเตรียมตัวให้พร้อม และห้ามพลาด เพราะโบนัสของทุกคนขึ้นอยู่กับงานนี้

รสารับคำทั้งที่หนักใจ พิทยาเดินกรีดกรายออกจากห้องไป พลางชำเลืองมองคัพเค้กที่เดินตามหลัง

“ฉันล่ะหน่ายไอ้พวกนี้จริงๆ พูดคำเถียงคำ ตกลงใครเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้องกันแน่...นี่ก็อีกคน แต่งตัวเกรงใจประสาทตาฉันหน่อยได้มั้ย หันมามองแต่ละทีตาจะบอด จะแต่งตัวแรงไปเพื่อ???”

พิทยาถามประชดแล้วก็เดินหงุดหงิดลิ่วไป

คัพเค้กแคร์ซะที่ไหน พูดอุบอิบกับตัวเองอย่างภาคภูมิใจ “สวยจะตาย...บอสไม่มีรสนิยม”

ส่วนในห้องประชุม รสายังนั่งหนักใจอยู่ที่เดิม ชีวินมองด้วยความเป็นห่วงและแอบหวงอยู่ลึกๆ

“ไหวไหมเนี่ยรส พรุ่งนี้ให้เราไปเป็นเพื่อนหรือเปล่า”

“ขอบใจจ้ะ แต่ไม่เป็นไร รสแค่เป็นโรคแสลงเศรษฐี คิดๆแล้วขยาดนิดหน่อย”

“แล้วเรื่องงานเลี้ยงรุ่นปีนี้ ไอ้พวกนั้นมันอยากจัดแบบหรูๆ มันให้ทุกคนแต่งตัวออกแนวราตรีสโมสร มันอยากแอ๊บไฮโซ รสไหวหรือเปล่า”

“พวกชุดกระโปรงไฮโซๆ ก็พอมีอยู่บ้าง พิมกับอาวิมลซื้อให้สำหรับใส่ออกงาน ไม่ต้องห่วงนะพอคุยกับลูกค้าเรียบร้อยจะรีบลงมาที่งานเลี้ยงรุ่นทันที”

“แล้วรสจะใส่ชุดอะไรไปหาลูกค้า จะไปทั้งชุดไฮโซยังงั้นเลยเหรอ”

รสานิ่งไปอย่างใช้ความคิด...ว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดี?

ooooooo

ถึงวันนัดหมาย รสาตรงเวลาเป๊ะ เธออยู่ในชุด ราตรีสวยสง่าเดินเข้ามาทักทายทำความรู้จักเผด็จ ก่อนจะได้พบเจ้านายของเขาภายในห้องประชุมชั้น 3 ของโรงแรม

ตอนที่ 2

ในระหว่างการทานอาหารมื้อนั้นสร้างความอึดอัดให้รสาอย่างมากจน แทบกลืนไม่ลง ต่างจากภคพงษ์ที่ดูเจริญอาหารแถมยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชนะเมื่อมีการประ คารมกันไปมาอีกยก

ขณะที่รสาอึดอัดขัดใจอยู่ที่บ้านเถลิงยศ ชีวินทำงานที่ออฟฟิศอย่างไม่เป็นสุข เอาแต่ชะเง้อคอยว่าเมื่อไหร่ รสาจะกลับมาเสียที ผ่านไปพักใหญ่เห็นพิทยากลับมาคนเดียวจึงสอบถามว่ารสาอยู่ไหน ทำไมไม่มาด้วย หรือ ว่ามีปัญหาอะไร?

พิทยาเพิ่งมาถึงและทั้งร้อนทั้งเหนื่อยจากการเดิน ทางที่รถติดมากก็เลยแหวใส่ชีวินว่าตนพารสาไปทำงานไม่ได้ไปรบจะห่วงอะไรกัน นักหนา แล้วที่รสายังไม่กลับมาเพราะต้องอยู่คุยกับคุณภคพงษ์ แต่ตนต้องมาก่อนเพราะมีนัดลูกค้าต่อ พอดีเลิกประชุมไวก็เลยได้กลับมาก่อน

ชีวิน ฟังแล้วยิ่งกระวนกระวายที่รสาต้องอยู่กับภคพงษ์สองต่อสอง พอคัพเค้กเปรยขึ้นว่าเสร็จแน่ๆ หล่อ ขนาดนั้นใครจะห้ามใจได้ ชีวินก็ยิ่งนั่งไม่ติด กลัวรสาจะหวั่นไหวกับนายไฮโซหล่อรวย

หลังอาหาร กลางวัน ภคพงษ์พารสานั่งรถกอล์ฟไปที่เรือนเล็กซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณกว้างขวางของบ้าน เถลิง–ยศ สภาพเรือนเล็กค่อนข้างทรุดโทรมแต่ยังคงความสวยงามไว้ให้เห็น เขาเดินนำเธอเข้าไปภายในพร้อมอธิบายว่าต้องการซ่อมแซมและตกแต่งใหม่ทั้งหมด

“เพื่ออะไรคะ” รสาถามเรียบๆ แต่แล้วต้องชักสีหน้ากับคำตอบห้วนๆของเขา

“เหตุผลส่วนตัว”

“ดิฉัน ก็ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณ แต่จุดประสงค์ในการซ่อมแซมบ้านมีผลต่อการออกแบบ บ้าน สำหรับพักอาศัย บ้านสำหรับรับรองแขก และบ้านสำหรับจัดเลี้ยงมันไม่เหมือนกัน ถ้าคุณไม่บอกดิฉันก็ออกแบบให้ตรงความต้องการไม่ได้”

รสาทำท่าจะเดินกลับไปที่รถ ภคพงษ์โพล่งออกมาอย่างจำยอม

“ผม ต้องการทำให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง บ้านหลังนี้ถูกทิ้งร้างมาสิบกว่าปี ไม่มีคนอยู่ ผมต้องการ ทำให้บ้านหลังนี้กลับมาเป็นเหมือนเดิม...ทำได้หรือเปล่า”

“ดิฉันจะทำให้ดีที่สุดค่ะ แต่จะได้หรือไม่ได้ ถูกใจคุณหรือเปล่า คุณคงต้องตัดสินเอง ดิฉันขอเข้าไปสำรวจในบ้านนะคะ”

“เชิญ”

รสา เดินนำเข้าไปทันที ภคพงษ์มองตามแววตายังไม่อยากเชื่อฝีมือเท่าใดนัก รสาใช้ไอแพดถ่ายรูปมุมต่างๆของบ้านเก็บไว้ โดยมีเจ้าของบ้านเดินตามไม่ห่างสร้างความอึดอัดให้เธอไม่น้อยทีเดียว กระทั่งเดินมาหยุดในห้องนอนเห็นรูปถ่ายเด็กวางหัวเตียง เธอหยิบมาดูพร้อมกับยิ้มนิดๆในความน่ารัก แต่พอได้ยินเขาบอกว่ารูปเขาเอง เธอหุบยิ้มรีบวางรูปไว้ที่เดิม แล้วเฉไฉถ่ายรูปสำรวจมุมโน้นมุมนี้ไปเรื่อย

“ห้องนี้เป็นห้องนอนเก่าของผม ถ้าซ่อมแซมแล้วอาจจะทำเป็นห้องนอนสำหรับแขก”

“ค่ะ” รสาหยิบสมุดโน้ตออกมาจดข้อมูล แล้วสำรวจ ประตูหน้าต่างดูความแข็งแรง จากนั้นเช็กระบบไฟและระบบน้ำซึ่งบางจุดยังใช้ได้ เช็กไปบันทึกไปอย่างตั้งใจ โดยที่ภคพงษ์เดินตามและเฝ้ามองการทำงานของเธอด้วยความพอใจ

เมื่อเดินมา ถึงห้องโถงที่มีเครื่องเรือนบางชิ้นยังดีอยู่ รสาบอกเขาว่าตนอาจจะนำกลับมาใช้วางคละกับเครื่องเรือนใหม่ที่มีการออกแบบ ใกล้เคียงกัน

“ไม่มีปัญหา คุณอยากจะใช้อะไรหรือจะไม่ใช้อะไรก็ตามสบาย มีเพียงอย่างเดียวที่ห้ามเคลื่อนย้ายโดยเด็ดขาด”

“อะไรคะ”

เขาเดินไปเปิดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นเปียโนหลังงาม “แกรนด์เปียโนหลังนี้ต้องอยู่ที่ห้องโถงนี้เท่านั้น ห้ามย้ายเด็ดขาด”

รสาแอบแปลกใจ แต่ก็ต้องรับคำแล้วจดลงสมุดเอาไว้กันลืม

“คุณจะส่งแบบให้ผมดูได้เมื่อไหร่”

“อีกสองอาทิตย์ค่ะ”

“ช้าเกินไป ผมต้องการเห็นแบบภายในสองวัน”

“สองวันดิฉันทำไม่ทันหรอกค่ะ สองอาทิตย์นี่ก็รีบสุดๆแล้ว ปกติต้องใช้เวลาเป็นเดือน”

“แต่งานนี้ไม่ปกติ เพราะเป็นงานพิเศษ ผมให้เวลาคุณสองวันต้องมีแบบมาให้ผมดู คุณจะรับปากตอนนี้ หรือจะให้ผมโทร.ถามคุณพิทยา”

เขาถามอย่างท้าทาย รสาเม้มปากเถียงไม่ออก เพราะรู้ว่าถ้าถามพิทยาก็ต้องสองวันอยู่แล้ว

“ได้ค่ะ ดิฉันจะส่งแบบให้คุณดูภายในสองวัน”

“กรุณาอย่าทำงานชุ่ยๆ เพื่อทำให้ผมต้องปฏิเสธงานคุณ”

“ดิฉันขอย้ำอีกครั้งว่าที่บริษัทมีนักออกแบบที่มีความสามารถอีกมาก ถ้าคุณไม่ไว้ใจดิฉัน สามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลา”

รสา พูดจบก็หันหลังให้ภคพงษ์อย่างไม่เกรงกลัว แล้วก้าวฉับๆออกจากห้องโถงสู่ระเบียงไม้อย่างไม่ทันระวังทำให้เหยียบลงบน แผ่นไม้ผุจนพังทะลุขาติดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ภคพงษ์จะเข้ามาช่วยแล้วอุ้มพา เธอไปส่งให้ป้าสายใจช่วยทำแผล ทั้งที่เธอไม่เต็มใจให้อุ้มเพราะไม่ได้เป็นอะไรมาก

ฝากฝังเธอไว้กับป้า สายใจแล้ว ภคพงษ์รีบกลับเข้าบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะไปส่งรสาตามที่บอกเอาไว้ แต่พอเขากลับออกมาปรากฏว่ารสากลับไปแล้ว โดยฝากป้าสายใจบอกเขาว่าเธอเกรงใจ

“ตั้งใจจะขัดคำสั่งมากกว่า ขาเจ็บแล้วยังจะทำจองหอง” ภคพงษ์พูดด้วยความไม่พอใจแล้วก็เดินกลับไป

ปุย นุ่นกับเปลี่ยนรอจนเจ้านายเดินลับตาก่อนจะหันมาซักป้าสายใจว่า ตกลงคุณภัคโกรธหรือเป็นห่วง คุณรสากันแน่ สายใจไม่ตอบแต่ในใจแอบคิดว่าอาจจะเป็นอย่างหลัง

ooooooo

พิทยาโวยวาย ทันทีที่รสากลับมาบอกว่าภคพงษ์ ต้องการให้ส่งแบบบ้านภายในสองวัน รสากับชีวินนึกดีใจว่าเจ้านายของตนอาจไม่รับงานนี้ แต่ที่ไหนได้ พิทยากลับบังคับรสาต้องทำให้ได้ตามใจลูกค้า

“ก็คุณภัคเป็นลูกค้าคนสำคัญ และคุณเผด็จก็อยากให้เราได้งานนี้ เขาชอบที่รสกล้าพูดตรงๆกับคุณภัค ปกติไม่มีใครกล้า ต่อหน้าก็ทำเออออ แต่พอทำไม่ได้เขาก็ต้องเป็นคนกลางมาไกล่เกลี่ย แต่พอเธอกล้าพูด เขาก็เลยชอบ”

“มีแต่คนยอม...ถึงได้เอาแต่ใจ” รสาบ่น

“เอาแต่ใจนิดๆ หน่อยๆ แต่จ่ายเงินครบก็ยังดีกว่าเอาแต่ใจแถมเงินก็ไม่จ่าย...คัพเค้ก เตรียมตุนเสบียงไว้ ให้ยัยรสด้วย รสอยากกินอะไรก็บอกไป เดี๋ยวให้ไอ้วินไปเอาเสื้อผ้าของใช้จากที่บ้านมาให้ กินนอนที่นี่แหละ สองวัน เดี๋ยวก็เสร็จ สู้เพื่อพี่และบริษัทของเรานะรส”

รสาปฏิเสธไม่ออก เมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่นมากของพิทยา จากนั้นเธอก็โทร.บอกป้าอาภรณ์ให้จัดเสื้อผ้าข้าว ของให้ทีเดี๋ยวจะส่งชีวินไปเอามาให้

เมื่อชีวินออกไปแล้ว รสาเตรียมลงมือทำงาน แต่พิมพรรณโทร.มาขัดจังหวะเสียก่อน เธอถามรสาว่า เสาร์อาทิตย์นี้จะกลับระยองหรือเปล่า

“ไม่ได้กลับไป มีงานเข้า”

“เสียดายจัง พิมว่าจะชวนรสไปเที่ยวสักหน่อย ช่วงนี้เบื๊อเบื่อ เพื่อนคนอื่นๆแต่งงานกันไปหมดแล้ว

คนสุดท้ายในกลุ่มก็กำลังจะแต่ง ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนเที่ยวกับพิมเลย”

“ก็รสไง...รสยังโสด เป็นเพื่อนพิม”

“แต่ รสอยู่ไกล ที่กรุงเทพฯก็มีผู้ชายให้เลือกตั้งเยอะแยะ เดี๋ยวรสก็มีแฟน พิมสิอยู่แต่ในห้องสมุดหันไป ทางไหนก็เจอแต่หนังสือ สักวันก็คงจะต้องแต่งงานกับหนังสือนี่แหละ”

“เอาน่า...ใจเย็นๆ เดี๋ยวพิมก็เจอเองแหละ”

“รส...แค่นี้ก่อนนะ พอดีมีแขกมา เดี๋ยวค่อยโทร.คุยกันใหม่ สวัสดีจ้ะ”

พิม พรรณรีบวางสายแล้วเดินไปเปิดประตูรับชายหนุ่มแปลกหน้าที่ยืนชะเง้ออยู่หน้า ห้อง ถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เขาชะงักไปนิดกับความน่ารักสดใสของหญิงสาว ที่ส่งยิ้มอย่างเป็นมิตร

“ผมมาจากบริษัทติดตั้งคอมพิวเตอร์ที่ทางโรงเรียนติดต่อให้มาวางระบบฐานข้อมูลในห้องสมุดน่ะครับ...คุณพิมพรรณใช่ไหมครับ”

“ค่ะ เรียกพิมเฉยๆก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“ผมชื่อวาริช ไม่มีชื่อเล่นเป็นทางการ มีตามใจคนเรียก คุณพิมอยากจะเรียกว่าวาหรือริชก็ได้ครับ ตาม สะดวก”

“งั้นพิมขอเรียกว่าวาริชแล้วกันนะคะ แค่สองคำไม่ได้ลำบากอะไร”

“ได้ครับ แต่ผมขอเรียกว่าพิมนะครับ...น่ารักดี”

เจอ ลูกหยอดของหนุ่มหล่อหน้าเข้มเข้าไป พิมพรรณถึงกับเขินอาย ท่าทางจะปิ๊งเขาเข้าให้แล้ว ครั้นอีกสักพักห้าวมารับเธอกลับบ้านสังเกตเห็นเธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็แปลกใจ ว่าวันนี้เป็นอะไร ปกติมารับทีไรหน้าหงิกหน้างอ บ่นเหนื่อยบ่นเบื่อเป็นยายแก่ พิมพรรณจึงรีบเก็บอาการกลัวโดนห้าวจับได้ เปลี่ยนไปคุยเรื่องรสาแทนทันที

ooooooo

ค่ำแล้ว ชีวินกลับมาพร้อมกระเป๋าสัมภาระของรสาแล้วทำท่าจะอยู่เป็นเพื่อน แต่พอดีคัพเค้กหอบของกินมากมายเข้ามา ชีวินเลยต้องกินแห้วถอยกลับไปตามระเบียบ

ส่วนที่บ้านเถลิงยศ คืนเดียวกันนี้ภคพงษ์เข้ามาที่เรือนเล็กอีกครั้ง เขามองสภาพบ้านที่ถูกทิ้งร้างแล้ว หวนนึกถึงอดีตในวัยเด็กที่ตัวเองเคยอาศัยเรือนหลังนี้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์แสนเศร้าสะเทือนใจที่เขาไม่อาจลืมได้เลย

วัน นั้น...แม่หอบกระเป๋าออกจากที่นี่ไปโดยไม่ฟังคำขอร้องอ้อนวอนของพ่อ แม้แต่เสียงร่ำร้องร่ำไห้ของ ลูกชายที่ห้ามแม่ไม่ให้ไปก็ไม่มีผลอะไรต่อแม่เลยสักนิด

ความเสียใจและไม่ เข้าใจในการกระทำของแม่ทำให้ภคพงษ์ฝังใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่าง มาก...ฝังใจจนกลายเป็นความชิงชัง แทบไม่อยากจะคิดถึงมันอีกเลย

ooooooo

รสา มุ่งมั่นทำงานทั้งกลางวันกลางคืนแทบไม่ได้ พักผ่อน แต่เมื่อผ่านไปสองวันงานเสร็จเรียบร้อยก็รู้สึกโล่งใจหายห่วง ส่วนพิทยานั้นไม่ต้องพูดถึง กระดี๊- กระด๊าดีใจและเอ่ยชมรสาไม่ขาดปาก

เมื่อ งานพร้อมคนพร้อม รสากับพิทยาก็เตรียมตัวเดินทางไปพบภคพงษ์ที่บ้าน ชีวินเห็นรสาแต่งตัวสวยทะมัด– ทะแมงก็แอบหวงทักท้วงขึ้นว่า แต่งตัวดูดีไปหรือเปล่า?

รสาขมวดคิ้วแปลกใจ...พิทยาหันขวับมาตอกหน้าชีวินด้วยความปากไว

“มัน ใช่เวลาจะมาหึงหวงไหมเนี่ย ไร้สาระจริงๆ ไปทำงานได้แล้ว รสจัดของ พี่จะไปรอที่รถ” พูดเสร็จ พิทยาก็เดินเด้งออกไป รสารีบจัดของว่องไวแล้วหันมาบอกลาชีวิน

“ไปก่อนนะวิน”

“โชคดีนะรส ขอให้ลูกค้าชอบงาน แต่ไม่ชอบรสนะ”

รสาหัวเราะน้อยๆ ก่อนเดินแกมวิ่งตามพิทยาออกไป ชีวินมองตามหน้าเศร้า แอบหวั่นใจลึกๆ

เมื่อพากันไปถึงบ้านเถลิงยศ รสาอดบ่นกับพิทยาไม่ได้ว่า “เขา” จะสายอีกไหมเนี่ย...พูดไม่ทันขาดคำ เผด็จเข้ามาแจ้งว่าคุณภัคมาแล้ว

สองฝ่ายทักทายกันเล็กน้อยก่อนที่พิทยาจะสาธยายอย่างเป็นปลื้มลูกน้องสาวว่า

“งานเรียบร้อยครับ รสเค้าทำแบบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยนะครับ”

ภคพงษ์ปรายตามาทางรสาแต่ไม่พูดอะไร ฝ่ายรสาก็มองกลับด้วยท่าทีนิ่งเฉย ต่างคนต่างไม่พูด จนเผด็จต้องพูดขึ้น

“ผมว่าเราเริ่มดูแบบกันเลยดีไหมครับ”

พิทยา รีบสนับสนุนให้รสาลุยได้เลย...รสาโชว์ภาพบ้านสามมิติบนจอไอแพดแสดงให้เห็น ถึงโครงสร้างและแบบบ้านเก่ากับแบบบ้านใหม่เปรียบเทียบกัน พร้อมให้คำอธิบายอย่างฉาดฉาน

“จากที่ดิฉันได้ถามคุณภคพงษ์ถึงเหตุผลในการ ตกแต่งบ้านหลังนี้ เพราะต้องการจะทำให้บ้านกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ดิฉันจึงคงลักษณะบ้านแบบเดิมไว้ให้มากที่สุด เน้นไปที่การซ่อมแซม ทำนุบำรุง และจัดพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสม เริ่มจากห้องโถงกลางบ้านที่มีแกรนด์เปียโนวางอยู่ ดิฉันจะเปลี่ยนสีห้องให้ดูอบอุ่นและสบายตาขึ้น เพิ่มหน้าต่างและกระจก และติดม่านโปร่งเพื่อให้มองเห็นวิวจากสวนด้านนอก”

เผด็จตั้งใจฟังด้วย ความสนใจ ต่างจากภคพงษ์ที่ฟังด้วยสีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกใดๆ รสา ปรายตามองเขาแล้วก็เซ็ง อธิบายไปอย่างเบื่อๆ

“ส่วนทางเดินที่เป็นไม้เดิมผุเกือบหมด ดิฉันจะเปลี่ยนเป็นวัสดุเลียนแบบไม้ อาจจะไม่สวยเท่าไม้แต่ทนทานและราคาถูกกว่า”

ตอนที่ 3

วันแรกของการเริ่มงานติดตั้งคอมพิวเตอร์ในห้องสมุด วาริชได้รับความร่วมมือจากพิมพรรณเป็นอย่างดี ทั้งคู่พูดคุยกันถูกคอ แถมพอฝ่ายชายรู้ว่าเธอยังไม่มีแฟนและทางครอบครัวทำรีสอร์ตก็พยายามตีสนิทมาก ขึ้น

“ผมมีความฝันอยากทำรีสอร์ต ที่ผมย้ายมาระยองเพราะอยากจะมาหาซื้อที่ทำรีสอร์ตเล็กๆน่ะครับ พอรู้ว่าคุณพิมทำ ผมก็เลยดีใจ จะได้มีที่ปรึกษา”

“ด้วยความยินดีเลยค่ะ มีอะไรที่พิมจะช่วยคุณวาริชได้ บอกเลยนะคะ พิมช่วยเต็มที่”

“งั้นอย่างแรกที่คุณพิมช่วยผมได้ ช่วยเลิกเรียกผมว่าคุณได้ไหมครับ เรียกวาริชเฉยๆ ดูเป็นกันเองกว่าเยอะเลย”

“ถ้าอย่างนั้นคุณวาริชก็ต้องเลิกเรียกพิมว่าคุณพิมเหมือนกันนะคะ เรียกพิมเฉยๆ”

“ได้ครับ...พิม”

ทั้ง คู่แย้มยิ้มให้กันด้วยไมตรี โดยเฉพาะวาริชท่าทีกรุ้มกริ่มพอใจหญิงสาวอย่างเปิดเผย ตกเย็นเลิกงานหนุ่มสาวเดินคุยกะหนุงกะหนิงออกมา ห้าวขับรถเข้ามาเห็นพอดี เขามองชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความสงสัย แล้วซักถามทันทีที่พิมพรรณเข้ามานั่งในรถว่าหมอนั่นเป็นใคร

“เพื่อนใหม่น่ะ”

“แน่ใจ?”

“แน่ใจสิ พี่ห้าวรีบๆไปเถอะน่า พิมหิวข้าวแล้ว”

ห้าว จำใจออกรถแต่ก็อดจะปรายตามองวาริชด้วยความหวงน้องสาวไม่ได้ พอถึงบ้านห้าวแอบโทร.หารสา ถามว่ารู้จักชายหนุ่มเพื่อนใหม่ของพิมพรรณหรือเปล่า ตนเห็นพวกเขาคุยสนิทสนมกันเหลือเกิน

“พิมยังไม่ได้บอกอะไรเลยค่ะ เขาไม่ค่อยชอบเล่าทางโทรศัพท์ ไปคุยกับพิมดีมั้ย...เอางี้ วันศุกร์พอเลิกงานรสจะรีบไประยองเลย”

ห้าว ยิ้มกว้างดีใจตอบกลับเสียงดังฟังชัดว่าดีจ้ะดีมาก แต่พอรู้ตัวกลัวผิดสังเกตว่าโจ่งแจ้งเกินเหตุก็รีบแจงเหตุผลว่าพี่ดีใจอยาก ให้รสามา เราจะได้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร

“ค่ะ รสก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นคนพิเศษจริงๆ พิมต้องเล่าให้รสฟังแน่ๆ รสขอตัวทำงานก่อนนะคะพี่ห้าว”

“จ้ะๆ งั้นวันศุกร์เจอกันจ้ะ อ้อ...รักษาสุขภาพด้วยนะรส อย่าทำงานหนักมาก พี่กับทุกคนที่นี่เป็นห่วง”

รสากล่าวขอบคุณก่อนวางสาย ฝ่ายห้าวยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุข แทบจะนับชั่วโมงรอคนที่ตนแอบหลงรัก

ooooooo

รสา ขะมักเขม้นกับงานที่เรือนเล็กตั้งแต่เช้าจดเย็น โดยไม่รู้ว่าภคพงษ์บอกสายใจทำอาหารไว้ให้เธอกินก่อนกลับบ้าน ส่วนตัวเขามีนัดกินนอกบ้านกับยูโฮะ แต่ขณะที่เขาขับรถออกประตู ปรากฏว่ารถชีวินสวนเข้ามา สองฝ่ายเกือบชนกันถ้าชีวินเบรกไม่ทัน

ภคพงษ์ หยุดมองอีกฝ่ายด้วยสายตาตำหนิครู่หนึ่งก่อนเคลื่อนรถต่อไปอย่างจำเขาได้ และไม่ทันที่ชีวินจะเข้ามาถึงตัวรสา ภคพงษ์ก็ชิงโทร.หาเธอเสียก่อน

“แฟนคุณมาทำไม?”

คำถาม นั้นเล่นเอารสางงเป็นไก่ตาแตก ถามกลับไปว่าเขาหมายถึงใคร? ก็พอดีชีวินเดินเข้ามาพร้อมส่งเสียงทักทาย รสาเลยถึงบางอ้อโดยอัตโนมัติ

“สงสัยว่าจะมีแฟนหลายคนจนไม่รู้ว่าหมายถึงคนไหน”

รสาได้ฟังถึงกับชักสีหน้าไม่พอใจ “ตกลงที่คุณโทร.มามีธุระเรื่องงานหรืออะไรไม่ทราบ”

“ผมแค่อยากเตือนว่าตอนนี้ยังไม่หมดเวลางาน หวังว่าจะไม่แอบกลับบ้านไปก่อน”

“ถ้า คุณโทร.มาเพราะเรื่องนี้ ดิฉันขออนุญาตวางนะคะ เพราะมีงานต้องทำอีกมาก ส่วนเรื่องแฟน... คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ เพราะดิฉันยังไม่มีแฟน”

ภคพงษ์ไม่ พอใจที่โดนวางหูใส่ แต่เมื่อนึกถึงประโยคสุดท้ายที่เธอบอกว่ายังไม่มีแฟนก็อมยิ้มนิดๆโดยไม่รู้ ตัว ต่างจากชีวินที่หน้าเศร้า บ่นรสาไม่เห็นต้องบอกเลยว่าไม่มีแฟน ปล่อยให้เขาเข้าใจแบบนั้นก็ดีแล้ว เขาจะได้ไม่มายุ่งกับเธอ

“ไม่ได้หรอก รสไม่อยากให้วินเดือดร้อนไปด้วย”

“เดือดร้อนยังไง”

“ถ้าเขาคิดว่าวินเป็นแฟนรส ตอนวินมาออกแบบสวน เขาจะพาลไม่พอใจเกลียดวินไปอีกคน วินจะทำงาน ลำบาก”

“ลำบากแต่ได้เป็นแฟนรส...วินยอม”

“ว่าไปนั่น”

“จริงนะ แฟนปลอมก็ยังดี” ชีวินยิ้มแฉ่ง แต่รสาออกแนวขำเสียมากกว่า

“รสา ว่าเราไปดูสวนกันดีกว่า มัวแต่พูดเล่นกันไปมาเดี๋ยวก็มืดพอดี” ว่าแล้วรสาหันมาหยิบกระเป๋าเดินนำออกไปทันที ชีวินมองตามตาละห้อย บ่นอุบอิบว่าพูดจริงก็หาว่าพูดเล่นซะงั้น...

สายใจทำอาหารเย็นเสร็จแล้ว จะให้ปุยนุ่นไปเชิญรสามาทาน พอดีเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ปุยนุ่นเลยต้องรับก่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่พอได้ยินเสียงยูโฮะทักทายมาอย่างจำได้ สาวใช้ก็ดี๊ด๊ายิ้มแก้มปริ ตอบทุกคำถามไม่มีเม้ม

“พี่ภัคออกจากบ้านมาหรือยัง”

“ออกไปได้สักพักแล้วค่ะ”

“โอเคขอบใจจ้ะ อ้อนี่ แล้ววันนี้มีใครมาหาพี่ภัคที่บ้านบ้างหรือเปล่า”

“ก็นอกจากคุณพักตร์วิมลแล้วก็ไม่เห็นมีใครมาเลยนะคะ”

“แล้วมัน...เอ่อ...เขาอยู่นานหรือเปล่า แล้วทำอะไรกันบ้าง”

“ไม่นานค่ะ คุณพักตร์วิมลเธอแวะมาแป๊บเดียว เธอเข้าไปดูเรือนหลังเล็กที่คุณภัคกำลังตกแต่ง เสร็จแล้วก็กลับไปเลยค่ะ”

ยูโฮะสนใจใคร่รู้ว่าภคพงษ์ตกแต่งเรือนหลังเล็กทำไม แต่ปุยนุ่นตอบไม่ได้จริงๆ เธอจึงตัดบทว่าเดี๋ยวจะถามเจ้าตัวเขาเอง

สายใจ เดินเข้ามาเห็นปุยนุ่นวางสายพอดี อดถามไม่ได้ว่าใครโทร.มา พอได้ยินว่ายูโฮะ ก็เริ่มสังหรณ์ใจถามต่อไปว่าหล่อนคุยอะไรกับเขาเป็นวรรคเป็นเวร จะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้คุณหนูอีกหรือเปล่า

“เปล่านะ ฉันก็พูดไปตามความจริง ไม่ได้เม้าท์ ไม่ได้นินทาใครเลยนะ...ปุยนุ่นไปตามคุณรสาก่อนนะป้า”

สาว ใช้รีบชิ่งออกไป สายใจมองตามพลางส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ฟากฝั่งนักร้องสาวยูโฮะที่หน้าร้านอาหารยังไม่วายติดใจเรื่องภคพงษ์ซ่อมแซม เรือนเล็ก ตั้งใจว่าเดี๋ยวเขามาต้องเอาคำตอบให้ได้ ทันใดนั้นมีนักข่าวสะพายกล้องเดินตรงดิ่งมาถามเธอว่าพร้อมหรือยัง ตกลงจะให้แอบถ่ายจากตรงไหน นักร้องสาวถึงกับสะดุ้งตกใจ ต่อว่าเขาทำไมพรวดพราดออกมาแบบนี้ ทั้งที่ตนบอกแล้วว่าให้โทร.มาก่อน

“ก็พี่เห็นยูโฮะยืนอยู่คนเดียว”

“แต่ พี่ภัคกำลังจะมาแล้ว พี่รีบไปแอบเลยนะ พอพี่ภัคมายูโฮะจะพาเดินช็อปปิ้งก่อน พี่ก็แอบถ่ายตอนเดินซื้อของไปชุดนึง แล้วยูโฮะก็จะพามากินข้าวที่ร้านนี้ ที่โต๊ะริมหน้าต่าง พี่ไปแอบตรงมุมโน้นก็ได้ จะได้ถ่ายรูปถนัดๆ”

นายโอม พยักหน้าเข้าใจทุกอย่าง และกำชับว่าอย่าลืมจัดชอตสวีต เดี๋ยวพี่ลงปกให้เลย รับรองขายกระจาย ยูโฮะยิ้มรับแทนคำตอบ พลันต้องเร่งให้เขาหลบไปเพราะภคพงษ์เดินมาโน่นแล้ว

ส่วนที่บ้านเถลิงยศ สายใจทำอาหารเก้อเสียแล้ว เพราะรสามีนัดกับชีวินไว้ก่อนที่ปุยนุ่นจะมาเชิญ แต่รสาก็มีมารยาทพอที่จะไปขอบคุณสายใจ และพาชีวินไปแนะนำทำความรู้จักไว้ด้วยในฐานะสถาปนิกออกแบบสวนที่นี่

สมควร แก่เวลา รสากับชีวินบอกลาสายใจแล้วเดินออกไปด้วยกันอย่างสนิทสนม สายใจรู้สึกถูกชะตากับทั้งคู่ แต่ภาวนาอย่าให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันเลย ปุยนุ่นได้ยินก็สงสัย อยากรู้เหตุผลว่าทำไม?

“เรื่องของฉัน!! ไม่จำเป็นต้องบอกหล่อน” สายใจตวาดตาเขียวอย่างไม่พอใจความสาระแนของปุยนุ่น

ooooooo

ยูโฮะพยายามควงแขนภคพงษ์เดินช็อปปิ้งและแอบส่งซิกให้นักข่าวตามเก็บรูปได้บ้าง ไม่ได้บ้างเพราะกลัวความแตก กระทั่งพากันกลับมานั่งในร้านอาหารค่อยสมใจหน่อย แต่พักเดียวสาวเจ้าก็หน้ายุ่งเมื่อสอบถามเรื่องซ่อมแซมเรือนเล็กแล้วเขาไม่ ตอบ อีกทั้งยังสังเกตเห็นเขาจ้องมองหญิงอื่นต่อหน้า

รสานั่นเอง...เธอมา กับชีวินที่อยากเลี้ยงอาหารหรูร้านนี้เพราะมีบัตรส่วนลดตั้งห้าสิบ เปอร์เซ็นต์ ภคพงษ์ มองไปและแอบคิดถึงอาหารเย็นที่ให้สายใจเตรียมไว้ที่บ้าน พอยูโฮะเอ่ยถามอยากรู้ว่าเธอคนนั้นเป็นใคร เขาปัดทันทีว่าบอกไปก็ไม่รู้จัก

ยูโฮะหน้างอไม่ได้ดั่งใจ แต่พอเหลือบเห็นนักข่าวเตรียมถ่ายรูปก็รีบปั้นยิ้มมีความสุข กุลีกุจอเอาใจตักอาหารเตรียมป้อนภคพงษ์...ชีวินกับรสานั่งโต๊ะกลางร้านห่าง จากกันเล็กน้อย สั่งอาหารเสร็จชีวินหันไปเห็นนายไฮโซจึงเอียงตัวกระซิบบอกรสา

จังหวะที่ รสามองไป ยูโฮะกำลังป้อนอาหารภคพงษ์ พอดี เธอเบือนหน้าหนีพร้อมกับบ่นเบาๆว่า เช้าคนเย็นคน หล่อเลือกได้จริงๆ ชีวินสีหน้าไม่เชื่อ ถามย้ำว่าจริงเหรอ?

“จริง...เมื่อเช้าก็คุณนางเอกมาอาละวาดถึงที่เรือนหลังเล็ก พอตกเย็นมากินข้าวกับนักร้อง คิวทองจริงๆ”

“โห...ไม่หล่อไม่รวยทำแบบนี้ไม่ได้นะเนี่ย”

“ถ้าจิตใจไม่โหดเหี้ยมก็ทำแบบนี้ไม่ได้เหมือนกัน”

“ขนาดนั้นเลย?”

“ก็มันจริงนี่ ทำเหมือนผู้หญิงไม่มีความรู้สึก ควงคนโน้นทีคนนี้ที ตัวเองมีความสุข คนอื่นจะทุกข์แค่ไหนก็ไม่สนใจ”

“มันก็ไม่แน่...ผู้หญิงพวกนั้นเขาอาจจะมีความสุขก็ได้”

“ใครจะสุขก็สุขไปเถอะ รสไม่สุขด้วยหรอก” รสาเชิดใส่ไม่มองและไม่ทัก ชีวินอมยิ้มสบายใจหายห่วง

ภค พงษ์เริ่มหงุดหงิดในใจที่รสาไม่ยอมทัก แล้วก็ยิ่งหงุดหงิดไปกันใหญ่เมื่อจับได้ว่ายูโฮะแอบให้นักข่าวถ่ายรูป เขาถามเธอเสียงแข็งว่าช่างภาพจากหนังสืออะไร ยูโฮะอึกอักว่าไม่รู้จัก และอ้างว่าตอนนี้พวกปาปารัสซี่เยอะแยะเต็มไปหมดตนจำไม่ได้หรอก พอเขาเขม่นตามองไม่เชื่อ เธอรีบแจกแจงต่ออย่างมีพิรุธ

“อ้อ บางทีเขาก็ให้พวกคนธรรมดาถ่ายแล้วส่งไปให้ก็มีนะคะ คนเมื่อกี้อาจจะเป็นคนที่บังเอิญเดินผ่านมาพอดีก็ได้ ยูโฮะว่าไม่มีอะไรหรอก พี่ภัคอย่าคิดมากเลยค่ะ”

“ผมไม่คิดมากแต่ไม่สบายใจ ถ้ามีภาพแอบถ่ายของผมกับคุณหลุดออกไป ผมคงไม่สะดวกใจที่จะไปไหนมาไหนกับคุณอีก ถ้ายังอยากเจอกัน อย่าให้รูปหลุดออกไปเป็นอันขาด ฝากเคลียร์ด้วย”

นักร้องสาวถึงกับสะดุ้งวาบ หน้าเสียทันที ภคพงษ์ขยับวางผ้าเช็ดปากไว้บนโต๊ะและบอกลาอย่างผู้ดี

“ผมอิ่มแล้ว ถ้าคุณอยากทานต่อก็เชิญตามสบาย ผมขอเสียมารยาทกลับก่อน”

เขาวางเงินไว้จำนวนหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นท่ามกลางอาการเหวอของยูโฮะ ชีวินเห็นภคพงษ์เดินลิ่วมารีบกระซิบบอกรสาให้รู้ตัวเผื่อจะทักทาย แต่เปล่าเลย รสานั่งกินเฉยเหมือนไม่รู้ไม่เห็น  ทั้งที่เขาเดินมาหยุดนิดหนึ่งข้างโต๊ะก่อนจะก้าวดุ่มๆออกไปด้วยความโมโห โดยมียูโฮะไล่ตามอย่างร้อนใจ

เมื่อชีวินถามรสาว่าไม่ทักเขาแบบนี้เขาจะโกรธหรือเปล่า รสาตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าคงโกรธ

“อ้าว...แล้วทำไมไม่ทัก”

“ก็ตอนนี้หมดเวลางานแล้ว มันเป็นเวลาส่วนตัว”

“ระวังนะ ทำตัวหยิ่งแบบนี้เขาจะมาชอบ”

“ทฤษฎีตำราไหนไม่ทราบคะ”

“ก็วินเห็นตามละครไง นางเอกหยิ่งๆ พระเอกชอบ”

“แต่รสไม่ใช่นางเอกละคร แล้วคุณภคพงษ์ก็

ไม่ใช่พระเอกในสายตารส อีกอย่างเขาชอบผู้หญิงขาวๆ อวบๆเอ็กซ์ๆ ไอ้เก้งก้างอย่างรสเขาไม่สนใจหรอก”

“ขอให้จริงเหอะ” ชีวินดักคอ...รสายักไหล่เหมือนจะบอกว่าจริงอยู่แล้ว

ภคพงษ์ไม่สนใจยูโฮะ เขาบึ่งรถกลับบ้านและได้รับรายงานจากสายใจว่ารสาไม่ได้ทานอาหารเย็นที่ตนเตรียมไว้

“ผมทราบแล้ว...สำหรับพรุ่งนี้ฝากป้าใจเตรียมอาหารกลางวันไว้ให้คุณรสาด้วย บอกเขาว่าผมเชิญมาทานด้วยกัน”

“ค่ะ” สายใจรับคำทั้งที่ยังงุนงงว่าคุณหนูของตนรู้ได้ยังไงว่ารสาไม่ได้ทานอาหารเย็นที่นี่ เช่นเดียวกับปุยนุ่นที่ยืนอยู่ข้างๆ กังขาอยากรู้เหลือเกิน

กระทั่งเช้าวันต่อมา ทั้งคู่ก็ได้คำตอบจากรสาว่าตนกับภคพงษ์ไปเจอกันโดยบังเอิญที่ร้านอาหาร

“แหม...ช่างบังเอิญจังเลยนะคะ ถึงว่าตอนคุณภัคกลับมาป้ายังไม่ทันจะรายงาน คุณหนูก็ชิงตอบซะก่อน...อ้อ แล้วกลางวันนี้คุณรสามีนัดกับใครหรือเปล่าคะ”

“ไม่มีค่ะ”

“ดีเลยค่ะ เพราะคุณภัคเธอให้ป้าทำอาหารไว้ให้ แล้วก็เชิญคุณมาทานด้วยกัน”

“ทานด้วยกัน?”

“ค่ะ ทานกับคุณหนูน่ะค่ะ”

“แต่รสเกรงใจคุณป้า ไม่อยากทำให้ต้องวุ่นวายเตรียมอาหาร”

“ถ้าเกรงใจก็ต้องทานเยอะๆ ป้าจะได้ดีใจ แต่ถ้าคุณทานนิดๆหน่อยๆ หรือปฏิเสธไม่มาร่วมทานอาหารกับคุณหนู ป้าเสียใจ คิดว่าคุณรสาไม่อยากทานอาหารฝีมือป้า”

“เปล่านะคะ ป้าใจทำอาหารอร่อยมากค่ะ”

“ถ้าอร่อย...กลางวันนี้มาทานกับคุณหนูนะคะ ถ้าอาหารจัดเรียบร้อยแล้วจะให้ปุยนุ่นไปเชิญ ป้าขอตัวไปทำครัวก่อนนะคะ” สายใจรวบรัดเร็วจี๋จนรสาหมดทางปฏิเสธ เธอได้แต่ยืนครุ่นคิดด้วยความอึดอัด

ooooooo

รสาเริ่มงานด้วยการเดินตรวจตราห้องต่างๆในเรือนเล็กอย่างละเอียด จนมาหยุดที่ห้องนอนเก่าของภคพงษ์ ต้องแปลกใจกับกล่องไม้ขนาดย่อมในตู้ เธอหยิบมันออกมาแต่ยังไม่กล้าเปิดกลัวเสียมารยาท

ขณะกำลังลังเลว่าจะเปิดหรือไม่เปิดดี เสียงคนงานร้องเรียกรสาดังขึ้น เธอสะดุ้งเฮือกปล่อยกล่องในมือหล่นลงพื้นด้วยความตกใจ แล้วหันไปทักถามคนงานว่ามีอะไร

“ช่างที่จะมาทุบกำแพงในห้องนั่งเล่นมาแล้ว จะให้เริ่มเลยไหมครับ”

“เริ่มเลยจ้ะ เดี๋ยวรสตามลงไปดู”

คนงานรับคำแล้วกลับออกไป ส่วนรสาหันกลับมามองพื้นตรงหน้า พบว่ามีรูปถ่ายจำนวนมากกระเด็นจากกล่องเกลื่อนกลาด เธอหยิบดูทีละใบด้วยรอยยิ้มบางๆในความน่ารักน่าชังของเด็กชายภคพงษ์ แต่ก็เอะใจกับอีกสี่ห้ารูปที่มีร่องรอยโดนตัด เหมือนเป็นรูปครอบครัวสามคน แต่โดนตัดทิ้งออกไปหนึ่ง

“ใคร? ตัดทิ้งทำไม?” รสาพึมพำด้วยความแปลกใจ

พลันรสาต้องยุติความสงสัย เนื่องจากมีเสียงแหลมสูงของใครคนหนึ่งดังมาจากข้างล่าง

“ใครเป็นคนออกแบบ เรียกมาคุยกับฉันหน่อยสิ”

นักร้องสาวยูโฮะนั่นเอง เธอวางอำนาจราวกับเจ้าของบ้านใส่คนงานจนรสาต้องลงมาปรากฏตัวบอกว่าตนเป็นคนออกแบบและคุมงาน ยูโฮะมองรสาตั้งแต่หัวจดเท้าและย้อนขวับกลับมาที่หน้าอีกที

“เธอคือคนที่อยู่ในร้านอาหารเมื่อคืนนี้นี่”

“ใช่ค่ะ”

“แล้วทำไมเธอถึงไม่ทักทายพี่ภัค ทำเหมือนไม่รู้จัก ไม่มีมารยาท”

“ที่ดิฉันไม่ทักเพราะเห็นว่าคุณสองคนกำลังใช้เวลาส่วนตัวกันอยู่ ฉันไม่อยากรบกวน”

ยูโฮะยิ้มกว้างพอใจคำตอบที่มีเหตุผลดีน่าให้อภัย จากนั้นเธอคาดคั้นรสาให้รายงานมาว่าออกแบบบ้านไว้ยังไงบ้าง รสาได้ฟังถึงกับกลอกตาเบื่อหน่าย วันก่อนเพิ่งจะเคลียร์ไปคน วันนี้ดันโผล่มาอีกคน เธอจึงโบ้ยให้ไปถามภคพงษ์เอาเอง

“ฉันสั่ง เธอต้องทำ รายงานมาเดี๋ยวนี้” ยูโฮะแสดงอำนาจบาตรใหญ่ พอรสาไม่ปฏิบัติตามก็อ้างตัวเป็นแฟนของนายจ้าง รสาถึงกับเซ็งเป็ด พูดลอยๆว่าแฟนมาอีกคนแล้ว “อีกคน? หมายความว่ายังไง”

“เมื่อวานก็มีผู้หญิงมาบอกว่าเป็นแฟนคุณภคพงษ์ วันนี้คุณก็มาบอกว่าเป็นแฟนอีก นี่ถ้าฉันจะต้องรายงานต้องแก้ทุกอย่างตามที่แฟนคุณภคพงษ์ต้องการ ฉันคงจะต้องขอเงินเพิ่ม”

“นังนั่นมันเป็นแฟนตัวปลอม ฉันเป็นแฟนตัวจริง ต้องฟังฉันเท่านั้น”

รสาเอือมระอาใจ แต่แล้วคิดอะไรบางอย่างได้ แอบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทร.หาภคพงษ์ พร้อมกับเจรจากับยูโฮะไปด้วย “ได้ค่ะ ฉันจะฟัง คุณบอกความต้องการของคุณมาได้เลยค่ะ ฉันจะได้ใส่ลงไปในแบบ”

ยูโฮะยิ้มพอใจก่อนร่ายยาวว่าตนต้องการห้องนอนแบบอลังการ เตียงนอนต้องใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ผนังเป็นสีทองหลุยส์ๆ เริดๆ ล้ำๆ นอนแล้วเหมือนตนเป็นเจ้าหญิงอยู่ในพระราชวัง ห้องน้ำก็ต้องแอบเซ็กซี่หน่อย ตนกับภคพงษ์จะได้มีกิจกรรมทำด้วยกัน

ภคพงษ์อยู่ในสายได้ยินหมดทุกอย่าง แต่ยูโฮะยังไม่รู้ตัว เพ้อเจ้อต่อไปอย่างเพลิดเพลิน

“ส่วนห้องจัดเลี้ยงก็ต้องเปิดโล่งๆกว้างๆ มีเวทีสำหรับให้ฉันกับเพื่อนๆจัดคอนเสิร์ตซ้อมเต้น แล้วก็ใช้แถลงข่าวเปิดอัลบั้มด้วย อ้อ...แล้วก็ต้องมีโรงหนังในบ้านด้วยนะ เพราะฉันไม่ชอบไปดูหนังข้างนอก มันไม่มีความเป็นส่วนตัว”

“มีอะไรอีกไหมคะ”

“ตอนนี้คิดได้แค่นี้ เอาไว้ถ้านึกอะไรออก ฉันจะบอกอีกที”

“ได้ค่ะ” รสารับคำแล้ววางโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะพร้อมกับเปิดลำโพงสปีกเกอร์โฟน “คุณได้ยินความต้องการทั้งหมดของแฟนคุณแล้วนะคะ”

ยูโฮะตกใจหน้าเหลอหลา รสายังคงสนทนากับภคพงษ์ต่อไปว่า ถ้าเขาต้องการให้แก้แบบตามที่แฟนของเขาสั่งก็บอกมา ตนจะรีบทำให้แต่คงต้องขอคิดเงินเพิ่มอีกเท่าตัว...ยูโฮะโกรธมากที่รสาแอบโทร.หาภคพงษ์ จึงโวยวายทันที่รสาวางสาย แต่อีกไม่กี่อึดใจก็เป็นฝ่ายหน้าซีดเสียเองเมื่อเจ้าของบ้านตัวจริงโทร.มาสั่งให้เธอออกจากเรือนเล็กเดี๋ยวนี้

“แต่พี่ภัคคะ...ฟังยูโฮะก่อนนะคะ”

“ออกมา และห้ามเข้าไปอีกถ้าผมไม่อนุญาต...กรุณาอย่าให้ผมต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สาม”

“ค่ะๆ ไปแล้วค่ะ” ยูโฮะเดินกระแทกส้นออกไปด้วยความไม่พอใจ ในขณะที่ปากยังคงออดอ้อนเสียงหวานจะอธิบายเหตุผล แต่ชายหนุ่มกดสายทิ้งทันที แล้วก็นั่งอมยิ้มที่รสาแสบไม่ใช่เล่น

ooooooo

ใกล้เวลาอาหารกลางวัน รสาจะออกไปกินข้างนอก แต่สายใจไม่ยอมเพราะภคพงษ์กำชับให้ทำอาหารเผื่อเดี๋ยวเขาจะมากินด้วย ตอนนี้กำลังขับรถกลับจากบริษัท

“แต่รสเกรงใจ อีกอย่างก็เหมือนกับที่เคยบอกป้าใจน่ะค่ะ ทานขาวกับคุณหนูของป้าทีไร รสทานไม่ค่อยสะดวกทุกที”

“ใหม่ๆก็แบบนี้แหละค่ะ พอทานกันบ่อยๆเดี๋ยวก็ชิน”

“ไม่ไหวมั้งคะป้า นานๆทีดีกว่าค่ะ”

“พูดแบบนี้แสดงว่ายอมรับคำเชิญแล้วใช่ไหมคะ” รสาเลิกคิ้วงงๆ สายใจจึงทบทวนให้ฟัง “ก็คุณรสาบอกว่านานๆทานที งั้นครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งที่นานๆทีนะคะ”

“ใช่ค่ะ ป้าใจพูดถูก นะคะคุณรสา อยู่ทานเป็นเพื่อนคุณภัคเถอะค่ะ เธอไม่ค่อยเอ่ยปากชวนใครนะคะ”

ปุยนุ่นช่วยอีกแรง แต่รสาก็ยังลังเลอยู่ดี สายใจเลยย้ำอีกทีอย่างขอร้อง “ทานเถอะค่ะ คิดซะว่าช่วยป้า ป้าจะได้ไม่โดนคุณหนูเอ็ด”

เพื่อเห็นแก่สายใจ ในที่สุดรสาก็ยอมร่วมโต๊ะอาหารกับภคพงษ์ เมื่อเขารู้เหตุผลนี้จึงออกตัวกึ่งประชดเธอว่าไม่ต้องห่วง แค่ทานข้าวกับตนไม่มีใครคิดไปทางชู้สาว รสาถึงสะอึก รีบแก้ว่าตนไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น

“ไม่ห่วงก็ดี จะได้ไม่มีข้ออ้างในการปฏิเสธครั้งต่อไป”

“ครั้งต่อไป?”

“ใช่ ตลอดเวลาที่คุณทำงานที่นี่ ผมจะให้ป้าใจทำอาหารไว้ให้วันละสองมื้อ คือกลางวันและเย็น ถ้าผมอยู่ก็ทานด้วยกัน ถ้าผมไม่อยู่ก็เชิญคุณตามสบาย”

“ดิฉันยังไม่ได้รับปากนะคะ”

“แต่คุณก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ”

รสาชะงักพูดไม่ออก ภคพงษ์หันไปทางสายใจและปุยนุ่นที่ยืนยิ้มอยู่ไม่ห่าง สั่งให้ตักข้าวได้...จากนั้น

รสาก็รีบกินจะได้ออกไปพ้นตรงนี้เสียที แต่ดูเหมือนเขารู้ทันและอยากแกล้ง พอได้ยินเธอรับโทรศัพท์จากชีวินที่มาถึงเรือนเล็กแล้วโดยการนำพาของนายเปลี่ยน เขาจึงไม่รอช้าที่จะรั้งเธอไว้ด้วยการชวนทานของหวานที่สายใจตั้งใจทำและหาทานไม่ได้ง่ายๆ

สายใจเออออไปกับเจ้านายว่าตนทำขนมเสน่ห์-จันทร์กับทองเอก ส่วนปุยนุ่นสาระแนว่าป้าใจอบเทียนไว้ตั้งแต่เมื่อคืน หอมมากเลย รสาฟังแล้วก็เริ่มลำบากใจ

“ปุยนุ่นรีบไปยกมาไป คุณรสาคงจะอยากทานแล้ว” ภคพงษ์รวบรัดหน้าตาเฉย รสาท้วงเบาๆว่าตนยังไม่ได้พูดเลยสักคำ เขาตอบกลับอย่างเจ้าเล่ห์ว่า “ผมเห็นคุณกลืนน้ำลาย ผมก็รู้แล้ว หรือว่าคุณไม่อยากทานขนมที่ป้าใจตั้งใจเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน”

รสาสะอึกเล็กน้อย เห็นสายใจส่งยิ้มให้ก็พูดไม่ออก จำยอมนั่งกินต่ออย่างรีบๆ กินเสร็จขอตัวไปทำงาน แต่ภคพงษ์ยังรั้งอีก คะยั้นคะยอให้เธอดื่มกาแฟก่อน แล้วก็รอสายใจจัดขนมใส่กล่องเอากลับไปบ้านด้วย...

ที่ออฟฟิศของพิทยาวันนี้ค่อนข้างเงียบ พนักงานส่วนใหญ่ออกไปดูงานข้างนอก แต่สำหรับชีวินที่คัพเค้ก

รายงานว่าไปหารสาที่บ้านภคพงษ์เพื่อเตรียมงานออกแบบสวน พิทยาไม่เข้าใจทำไมต้องรีบ เพราะอีกเป็นเดือนกว่าจะเริ่มจัดสวน

“ไปเฝ้าของรักของหวงมั้งคะ” คัพเค้กพูดขึ้นลอยๆ พิทยาค้อนปะหลับปะเหลือก สั่งเลขาฯจอมแบ๊วอธิบายมาอย่างละเอียด “ไม่ได้หรอกค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว คัพเค้กไม่ยุ่ง ขอโทษจริงๆนะคะ แต่มันเป็นจรรยาบรรณในวงการค่ะ”

“มาทำเป็นมีจรรยาบรรณใส่ ตกลงจะรู้เรื่องไหมเนี่ย” พิทยาบ่นไล่หลังคัพเค้กที่เดินนวยนาดจากไป

ทันใดนั้นมีเสียงข้อความเข้ามือถือพิทยา เขาหยิบมาดูก่อนจะอุทานอย่างคาดไม่ถึง “คุณภคพงษ์!!”

ภคพงษ์แอบส่งข้อความบางอย่างถึงพิทยา เป็นจังหวะที่รสาดื่มกาแฟเสร็จ และสายใจก็จัดขนมใส่กล่อง เรียบร้อยพอดี รสาไหว้ขอบคุณก่อนรับมาแล้วทำท่าจะออกเดิน

“เดี๋ยว...” ภคพงษ์ส่งเสียง...เธอชะงักและชักสีหน้าด้วยความรำคาญ

“อะไรอีกคะคุณ ทั้งอาหาร ของหวาน กาแฟ ดิฉันก็ทานจนครบแล้ว คุณยังต้องการให้ดิฉันทานอะไรอีก”

“หมดเวลาอาหารแล้ว แต่คุณต้องออกไปทำธุระข้างนอกกับผม”

“ทำธุระข้างนอก ธุระอะไรไม่ทราบ ดิฉันเป็นมัณฑนากรนะคะ ไม่ใช่เลขาฯ”

“ก็เพราะคุณเป็นมัณฑนากร คุณถึงต้องไปกับผม เพราะผมจะออกไปดูเฟอร์นิเจอร์ที่จะใช้ในการตกแต่งเรือนหลังเล็ก”

ตอนที่ 4

เพราะไม่ได้ตั้งใจมาซื้อสินค้าในร้านนี้ ทำให้ภคพงษ์ตัดสินใจเองไม่ได้เมื่อถูกพนักงานถามต้อนไปต้อนมาหลังจากดูขั้น ตอนการผลิตครบถ้วนและเดินชมผลิตภัณฑ์จนทั่วร้าน

เมื่อนึกไม่ออกบอกไม่ถูก เขาจึงโยนหน้าที่ให้รสาฐานะอินทีเรียตกแต่งบ้าน แต่เอาเข้าจริงเขาก็แอบส่งซิกกับเธอด้วยการส่ายหน้าปฏิเสธทุกอย่างที่ พนักงานนำเสนอ ทำเอารสาเซ็งจัดและเกรงใจพนักงาน

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 08:52 น.