ตอนที่ 9
บนทางเดินในสวนสนุก อริน จัสมิน นาธาน เอ็มม่าและชัยชนะเดินเรื่อยเปื่อย จัสมินเห็นสีหน้านาธานบึ้งก็เข้าไปคุยเบาๆ ถ้าตนไม่มีเขากับเอ็มม่ามาที่นี่ด้วย ตนคงไม่รู้จะเป็นอย่างไร ขอบใจสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง พลันเธอเดินสะดุดพื้นเซจะล้ม นาธานจะเข้าประคอง
แต่อรินชิงรวบตัวเธอไว้ได้ก่อน ทั้งสองสบตากันนิ่งอึ้ง ทันใดเสียงมือถือเขาดังขึ้น อรินหยิบขึ้นมาดูเห็นภาพศลิษา แววตาจัสมินขมขื่นลงทันทีเตือนให้เขารับสายแฟน แต่เขากลับตัดสายทิ้ง สบตาเธออย่างเปิดเผยความในใจว่าคนที่เขารักคือเธอเท่านั้น
ศลิษาโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาด้วยความโกรธที่โดนอรินตัดสาย แม่เห็นลูกหงุดหงิดก็แย็บถามถึงเศรษฐีคนใหม่ที่ว่ามาสนใจ เธอยิ่งถอนใจนั่นก็อีกคน เดี๋ยวก็มาทำดีเดี๋ยวก็นิ่งเฉยเดาใจไม่ถูก แต่ด้วยความที่มั่นใจในความสวยของตัวเองว่าเลือกได้ ถ้าให้เลือกขอเลือกอรินเพราะรู้นิสัยใจคอกันดีไม่ยอมให้ใครมาแย่งไปได้ แต่ไอ้ที่รวยก็เร้าใจ ถ้าจับได้ก็ดีไป
ระหว่างเดินอยู่ในสวนสนุก ชัยชนะชวนเอ็มม่าคุยว่าตนใจหายที่เธอจะกลับซามาร์ ตนขอตามไปเที่ยวด้วยได้ไหม หญิงสาวปัดคงไม่สะดวก เขาน้อยใจถามไม่อยากเจอตนอีกหรือ เธอมองเขาอย่างอึดอัดใจ เขาชักแน่ใจว่าเธอคงไม่มีวันชอบตน จึงบอกเธอว่าจะไม่ทำให้อึดอัดอีก
เสียงโทรศัพท์อรินดังขึ้นอีกครั้ง จัสมินเหลือบตามองว่าเป็นศลิษาอีกหรือไม่ นาธานแตะแขนเธอให้เดินต่อ อรินคว้าแขนเธอไว้แล้วส่งมือถือให้บอกว่ามีคนอยากคุยด้วย เธอรับมาอย่างงงๆพอฟังก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของมัดหมี่ ขอร้องอย่าทิ้งตนไป จัสมินใจอ่อนยวบพยายามอธิบาย
“อย่าร้องนะคะคนเก่ง ครูจะกลับบ้านที่ซามาร์ ขอโทษที่ไม่ได้บอก”
“ไม่เอานะ หนูไม่ให้ไป ฮือๆๆ แล้วตอนกลางคืนใครจะนอนกับหนู ใครจะปลุกตอนเช้า”
จัสมินปลอบว่ายังมีคุณอา แล้วสั่งเสียตนไม่อยู่หนูต้องดูแลตัวเอง ตั้งใจเรียน ไม่ดื้อ มัดหมี่สะอื้นถามครูจะกลับมาอีกไหม เธอเสียงเครือไม่ตอบแต่บอกว่าเธอรักหนูแล้ววางสาย...จัสมินกลั้นสะอื้นจนตัวสั่น อรินแตะบ่าปลอบ เธอสะบัดหนี เขาน้อยใจประชด
“ไม่เป็นไรหรอก เธอกลับไปเถอะ มัดหมี่กับฉันคงคิดถึงเธอ แต่เราก็อยู่กันได้ โตแล้วนี่เนอะ ปล่อยไปตามมีตามเกิดแล้วกัน”
“พูดอะไรของคุณ เราฟังไม่เห็นรู้เรื่อง” จัสมินมองค้อนๆ
“ไม่มีอะไร ถ้าทิ้งมัดหมี่แล้วเธอกลับบ้านมีความสุขก็ดี แค่เด็กคนเดียวยังไงๆฉันก็ดูแลได้ ถึงไม่ดีเท่าเธอก็เหอะ แต่ให้ยัยมัดหมี่ร้องไห้สักสองสามเดือนเดี๋ยวก็หาย”
จัสมินสะบัดหน้าเดินหนี อรินถามไม่เล่นเครื่องเล่นต่อหรือ เอ็มม่าชิงตอบแทนว่าคงไม่ เพราะเหนื่อย แล้วขอถามเขาว่าทำไมต้องมาตามพวกเรากลับ อรินอ้างว่าห่วงความปลอดภัย เอ็มม่าอดอิจฉาไม่ได้ถามประชดว่าเหตุผลแค่นี้หรือ แล้วแฟนเขาไม่ว่าอะไรที่มาตามผู้หญิงอื่นหรืออย่างไร หน้าอรินเคร่งขรึมลง “นี่เป็นเรื่องที่ผมจะจัดการเอง แต่ยังไงผมก็ต้องมาตามมะลิ”
เอ็มม่าแอบกำมือแน่นซ่อนความอิจฉา อรินมองไปยังจัสมิน พลันเห็นเหมือนมีคนจ้องมองเธออยู่ก็พุ่งพรวดไปดูแต่แล้วไม่เห็นใคร เอ็มม่ายิ่งน้อยใจที่ดูเขาเป็นห่วงองค์หญิงมาก
ooooooo
พอฤดีพยายามปลอบมัดหมี่ที่ซบหน้าร้องไห้ แล้วชวนให้ปั่นจักรยานเล่น ตนจะไปหาขนมมาให้กิน ซีนอนยังแฝงตัวเฝ้ามองอยู่หน้าบ้าน สักพักพอฤดีเรียกให้มัดหมี่เข้าบ้าน เผอิญลูกบอลในตะกร้าหล่นกลิ้งไปกลางถนน หนูน้อยจึงลงจากจักรยานวิ่งไปเก็บไม่ทันมองรถที่วิ่งมา
“กรี๊ด...” เสียงมัดหมี่ร้องพร้อมกับเสียงรถเบรกดังสนั่น ท่ามกลางความตกใจของพอฤดี
อรินยังพยายามขอให้จัสมินอยู่ที่บ้านตนต่อไป ขอโทษที่พูดจาประชด เธอกลับย้อนให้ไปขอโทษศลิษา อธิบายให้เธอเข้าใจว่าตนเป็นแค่ครูสอนเปียโน
“ฉันเคยบอกแล้วไงว่าคนผิดคือฉันเอง กับษา...ฉันก็ต้องขอโทษ” อรินรู้สึกผิด
จัสมินขอให้เขากลับไปอยู่ที่เดิมแต่เขาสวนว่ามันไม่เหมือนเดิมแล้ว ไม่มีวันเหมือนเดิม เธอเองก็รู้ หญิงสาวหลับตากล้ำกลืนความปวดร้าว ยืนยันว่าจะกลับซามาร์แน่ จะช้าหรือเร็วตนก็ต้องกลับ สู้ตนกลับตอนนี้ดีกว่าจะได้ไม่สายเกินไปสำหรับทุกอย่าง
“บางอย่างมันก็เข้ามาโดยที่ไม่ทันคิด ไม่รู้ตัว ห้ามไม่ได้ และกว่าจะรู้สึกตัวมันก็เกินเลย มะลิ...แค่ตอนนี้ ให้ฉันบอกอะไรเธอสักอย่างได้ไหม” สีหน้าอรินขมขื่น
แต่จัสมินเบือนหน้า “คุณไม่จำเป็นต้องบอกเพราะ เรา...” เสียงเธอขาดหายไม่อาจพูดต่อได้ น้ำตารินไหลจนต้องเดินหนี อรินมองตามหลังด้วยความปวดร้าวพึมพำ
“มะลิ...ฉันรักเธอ”
จัสมินเดินมาเล่นม้าหมุน อรินโดดตามขึ้นมายืนเกาะอีกข้าง ถามย้ำอีกครั้งว่าไม่อยู่ต่อจริงหรือ เธอรับว่าใช่ ตนจะกลับไปมีชีวิตของตน เขาก็ควรมีชีวิตของเขา อรินขอไปส่ง แต่เธอปฏิเสธ เขาถามอย่างมีความหวังว่าเราจะได้พบกันอีกไหม เธอส่ายหน้าเพราะคงไม่กลับมาอีก
“ถ้างั้นเราคงต้องลากันตรงนี้” อรินสบตาเศร้าๆ จัสมินบอกลาก่อน เขาถามถ้าไปซามาร์จะมีโอกาสเจอกันไหม เธอส่ายหน้า เขากล้ำกลืนความเสียใจกล่าวออกไป “งั้นลาก่อน ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เธอทำให้ฉันกับมัดหมี่”
“ขอบคุณที่ทำให้ช่วงเวลาในประเทศไทยของเราเป็นความทรงจำที่มีค่า...มีค่ามาก”
อรินกุมมือเธอแน่นแทบไม่อยากปล่อย “กลับไปซามาร์แล้วเธอจะลืมฉันหรือเปล่า”
จัสมินส่ายหน้าน้ำตาคลอเบ้า ทั้งสองสบตากันนิ่งนานราวถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อกันให้แก่กัน...จนฟ้ามืด ทั้งสองลงจากเครื่องเล่น นาธานชวนกลับเกรงจะถึงสถานกงสุลดึกเกินไป อรินใจหายอาสาไปส่งแต่เขาปฏิเสธ เอ็มม่ากระซิบพี่ชายให้ยอมเผื่อมีอะไรจะได้มีคนช่วย จัสมินเห็นด้วย นาธานจึงไม่อาจขัดใจ
แต่ไม่ทันจะขึ้นรถ พอฤดีโทร.มาบอกว่ามัดหมี่อยู่โรงพยาบาล ทุกคนตกใจมองอรินเป็นตาเดียว
ทุกคนพากันมาโรงพยาบาล มัดหมี่นอนเข้าเฝือกแขนอยู่บนเตียงคนไข้ พอเห็นอรินกับจัสมินก็อ้าแขนร้องไห้ว่าเจ็บแขน จัสมินปลอบโยน พอฤดีหน้าเศร้ารู้สึกผิดเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โชคดีที่รถหยุดทันไม่ได้ชน มัดหมี่ล้มแรงแขนเลยเดาะไม่ถึงหัก อรินรีบเป็นฝ่ายขอบคุณเธอที่เป็นธุระพาหลานสาวส่งโรงพยาบาล ชัยชนะปลอบพอฤดีว่ามันเป็นอุบัติเหตุ
หมอเข้ามาบอกว่าอยากให้มัดหมี่อยู่ดูอาการสักสองสามวันเพื่อเช็กสมอง มัดหมี่ขอให้จัสมินอยู่เฝ้า เธออึกอักๆ อรินจึงบอกว่าจะโทร.ไปถามแม่หลานดูว่าจะกลับมาได้เมื่อไหร่
หน้าห้องผู้ป่วย นาธานบอกจัสมินว่าเราไม่มีเวลาแล้ว แต่เธออยากรอดูว่าใครจะดูแลมัดหมี่ก่อน นาธานว่าไม่ใช่เรื่องของเรา เอ็มม่าติงพี่ชายกลับช้าอีกนิดจะเป็นอะไรไป เขาย้อนถามถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหญิง ใครจะรับผิดชอบ เอ็มม่าจนมุมเถียงไม่ออก
จัสมินกลับเข้ามาในห้อง ได้ยินมัดหมี่คุยโทรศัพท์กับแม่ว่าอีกสามวันถึงจะกลับมาได้เพราะตั๋วไม่มี จึงถามอรินว่าแล้วใครจะอยู่ดูแลมัดหมี่ เขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร งานตนยุ่งมากช่วงนี้ พอฤดีเสียงเศร้าอยากอยู่ดูแลให้แต่กลัวจะทำน้องเจ็บหนักกว่าเดิม ไม่ทันไร พยาบาลเข้ามารายงานว่าช่วงนี้ไม่มีพยาบาลพิเศษเลย อรินหันมามองหน้าจัสมินเชิงขอร้อง
“ครูอยู่กับหนูนะคะ อย่าทิ้งหนูนะ” มัดหมี่เบะจะร้องไห้อีก
จัสมินใจอ่อนยอมอยู่จนกว่าแม่มัดหมี่จะกลับ เอ็มม่าแอบยิ้มดีใจที่ได้อยู่ต่อ ต่างจากนาธานผิดหวังที่องค์หญิงห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง...พอมีโอกาสอยู่กันเอง นาธานก็ท้วง จัสมินขออยู่แค่สามสี่วันใช่ว่าอยู่นาน ที่อยู่เพราะเป็นห่วงมัดหมี่ เด็กตัวแค่นี้นอนเจ็บจะไม่ช่วยดูแลก็จะแล้งน้ำใจไป เอ็มม่าเสริมว่าอยู่โรงพยาบาลมีเจ้าหน้าที่และ รปภ.มากมาย โจรที่ไหนจะกล้ามา
“หม่อมว่าทรงอยู่ต่อเพราะเหตุผลอื่นมากกว่า” จัสมินจ้องถามเหตุผลอะไร นาธานสวนว่า “เพราะผู้กองอริน” เอ็มม่าแตะแขนพี่ชายให้หยุดพูด
จัสมินชะงักนึกไม่ถึงว่านาธานจะกล้าพูดออกมา “หยุดเดี๋ยวนี้นะ มีสิทธิ์อะไรกล้าพูดกับเราแบบนี้ ราชองครักษ์นาธาน”
เขาสบตาเธอเกรงต่อบารมี กล่าวขอประทานอภัยด้วยน้ำเสียงขมขื่น จัสมินย้ำอย่าพูดกับตนแบบนี้อีก เอ็มม่ามองพี่ชายอย่างสงสารและรับรู้ความรู้สึก
ooooooo
ท่านกงสุลรายงานองค์อัมราภาชินีว่าเจ้าหญิงเลื่อนการกลับซามาร์เพราะหลานผู้กองอรินเกิดอุบัติเหตุ ศรีวิจันทร์แปลกใจทำไมต้องช่วย องค์ราชินีรู้ดีว่าถ้าแฟนของอรินช่วยได้ก็คงไม่ต้องลำบากลูกสาวตน แต่อีกใจก็คิดว่ามีเหตุผลอื่นด้วย ศรีวิจันทร์อยากรู้ว่าเหตุผลอะไร
องค์ราชินียิ้มบางๆไม่ตอบ สั่งกงสุลให้คนอารักขาเจ้าหญิงที่โรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด...
ภายในห้องพักผู้ป่วย เอ็มม่าพยายามกางเตียงพับเพื่อนอนเฝ้าเป็นเพื่อนจัสมิน อรินเห็นท่าทางเก้กังก็เข้ามาช่วย ทำให้หญิงสาวปลาบปลื้มมากขึ้น อรินขอบใจจัสมินอีกครั้งที่ช่วยเหลือมัดหมี่ นาธานไม่ค่อยพอใจบอกให้ออกกันไปได้แล้ว พวกผู้หญิงจะได้พักผ่อน เอ็มม่ายังเคลิ้มวาดหวังว่าเขาจะสนใจตน เปรยกับเจ้าหญิงว่า
“คุณผู้กองอริน เจอกันตอนแรกพูดจาห้วนๆ ดูแข็งกระด้างนะเพคะ นึกไม่ถึงตอนหลานเป็นอะไรขึ้นมาจะห่วงใยมากขนาดนี้ ดูเป็นคนอ่อนโยน อบอุ่นเหมือนกับเป็นคนละคน”
“ตอนแรกร้ายเหลือเกิน แทบจะบีบคอเราให้ตาย” จัสมินนึกถึงอดีตเผลอยิ้มออกมา เอ็มม่ามองแล้วถามว่าตอนนี้เป็นอย่างไร “เราว่าเขาเป็นคนใช้ได้คนหนึ่ง เป็นคนตรงๆจิตใจดีไม่เสแสร้ง คนแบบนี้ไม่ง่ายที่จะเจอ จริงไหมเอ็มม่า”
เอ็มม่าน้ำตาคลอลงนอนหันหลังให้อย่างรู้ซึ้งแล้วว่าเจ้าหญิงมีใจให้อรินอย่างแน่นอน
สองหนุ่มออกมานอนที่เก้าอี้หน้าห้อง นาธานพลิกตัวไปมาจนอรินต้องถามว่านอนไม่หลับหรือตื่นเต้นที่อีกสองวันจะกลับบ้าน นาธานมองตาขวางบอกคิดว่าจะได้กลับพรุ่งนี้ อรินเย้าเอาน่าแล้วเลียบเคียงถามว่าจัสมินทำอะไรอยู่ที่ซามาร์ นาธานขมวดคิ้วจะอยากรู้ไปทำไม อรินอ้างว่าเป็นห่วง เขาจึงบอกว่าไม่ต้องห่วง กลับไปเธอมีอะไรทำตั้งเยอะ
“วันหลังจะไปหานะ พาเที่ยวด้วย”
“อย่าเลย ไปก็คงไม่เจอพวกเราหรอก เขาจะให้เข้าพบรึเปล่าก็ไม่รู้”
“เขาไหน ทำไมจะไม่ให้เข้า มะลินี่พบยากนักเหรอ พูดเหมือนอยู่ที่โน่นใหญ่โตมากเลย”
นาธานหัวเราะฮึๆ ถึงเวลาก็จะรู้เอง ว่าแล้วก็ลงนอนหลับตา อรินยังสงสัยเรียกให้ลุกมาคุยกันก่อน แต่เขานอนนิ่ง ทันใดสายตาอรินเหลือบไปเห็นคนแอบมองก็วิ่งพรวดไปดูตรงมุมตึก ไม่พบใครก็กลับมานอนคิดว่าตัวเองตาฝาด
องครักษ์โผล่ออกมาโทร.รายงานหัวหน้าว่าภูผาอยู่ในที่ตั้ง สถานการณ์ปกติ ได้รับคำสั่งกลับมาว่าเฝ้าให้ดี ตรวจตราทุกจุดให้ละเอียด เขารับทราบ
ooooooo
รุ่งเช้า จัสมินถักผมเปียให้แก่มัดหมี่อย่างน่าเอ็นดู หนูน้อยบ่นว่าถ้าเธอไม่อยู่แล้วใครจะทำให้ เธอจึงบอกว่าช่วงนี้จะถักให้ทุกวันเลย...อรินกับนาธานกลับเข้ามาพร้อมถุงโจ๊กสองถุง นาธานถือปาท่องโก๋เข้ามา มัดหมี่แซวว่าอาจำได้ว่าครูของตนชอบทานโจ๊ก นาธานหมั่นไส้
จัสมินรับถุงโจ๊กมาจะใส่ชาม เอ็มม่าอาสาทำให้เอง อรินรีบบอกว่าของมะลิถุงที่ไม่ใส่เครื่องใน อีกถุงของเธอ เอ็มม่าอึ้งปวดใจที่เขารู้ใจเจ้าหญิงแม้แต่เรื่องเล็กๆ เอ็มม่า
ยกชามโจ๊กมาวางให้จัสมินชามเดียว เธอถามไม่ทานพร้อมกันหรือ เอ็มม่าบอกว่ายังไม่หิวขอออกไปเดินเล่นข้างนอก นาธานตามน้องสาวออกไปไม่อยากเห็นภาพสองคนใกล้ชิดกัน
เอ็มม่าน้ำตาคลอไม่อยากให้พี่ชายเห็น แต่เขาก็ตามมาถามว่าเป็นอะไร เธอสบตาเขานิ่งสักพักก่อนจะพูดออกมาว่า เจ้าหญิงรักผู้กอง นาธานรู้แก่ใจแต่ไม่ยอมรับ เอ็ดน้องพูดอะไร
“น้องก็รู้เหมือนที่พี่รู้ทุกอย่าง เราคงต้องยอมรับความจริงกันซะทีว่าทั้งสองคนรักกัน”
“ไม่จริง หลงมากกว่า องค์หญิงไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายที่ไหนมาก่อน พออยู่ด้วยกับนายอรินถึงได้รู้สึกผิดๆ ปลื้มเขาไปแบบนั้น”
“พี่เลิกคิดเข้าข้างตัวเองเถอะ น้องมองออก สองคนนั้นรักกัน รักกันจริงๆ”
“เพราะแบบนี้ พี่ถึงอยากให้องค์หญิงเสด็จกลับโดยเร็วที่สุด อยู่ที่นี่ต่อไป ทั้งไม่มีความปลอดภัย ทั้งยังทรงคิดอะไรผิดๆที่มันเป็นไปไม่ได้” นาธานขึ้นเสียงหัวเสีย
เอ็มม่าพยายามสงบจิตใจให้เย็นลง นาธานตามมาย้ำให้เชื่อว่าเจ้าหญิงแค่ชื่นชมอริน กลับซามาร์ไปแล้วทุกอย่างก็จบไม่เกี่ยวข้องกันอีก แต่เอ็มม่าไม่คิดอย่างนั้น ความรักไม่หมดลงง่ายๆ แล้วตำหนิที่เขารักเจ้าหญิงแต่ไม่ยอมเปิดเผย แอบรักข้างเดียวอยู่ได้ ทำไมไม่ทำอะไรสักอย่างให้พระองค์รับรู้ ถ้าเป็นตนไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ นาธานอึ้งที่น้องสาวรู้ตอกกลับให้บ้างว่า
“เรื่องนั้นพี่จัดการได้ เราควรจะห่วงตัวเองมากกว่าที่ไปแอบชอบผู้กองอรินแบบนั้น”
เอ็มม่าหน้าเสียที่ความลับแตก...นาธานมุ่งหน้าไปสถานกงสุลเพื่อจะรายงานต่อท่านกงสุล แต่เอ็มม่ามาห้ามเตือนสติไว้ก่อนว่า ถ้าพี่ทำแบบนี้ เจ้าหญิงจะโกรธและไม่มีวันให้อภัยเขา
ข้างในห้อง มัดหมี่นอนดูการ์ตูนอยู่ อรินเอ่ยถามจัสมินว่ากลับซามาร์เธอทำอะไร เธอตอบว่าทำหลายอย่าง อรินแย้งคุยกับนาธานก็พูดแบบนี้ แถมบอกว่าจะเจอเธอยากด้วย เขาจึงถามทำไมถึงยาก หญิงสาวย้อนถามเขาจะตามตนไปทำไม
“ก็คนคิดถึงกัน ไปหากันมันผิดตรงไหน”
จัสมินประชดจะมาคิดถึงอะไรตน แฟนเขายังอยู่ทั้งคน เธอรักเขามาก อรินถอนใจ กล่าวอย่างไตร่ตรอง “บางเรื่องมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นหรอก เราคบกันมานานตั้งแต่อายุยังน้อย ผมรู้ว่าทำให้เขาผิดหวังหลายอย่าง อาจเป็นเพราะยิ่งคบ นิสัยเรายิ่งต่างกัน เขาอาจไม่ได้รักผมมากอย่างที่คุณนึกหรอก...ปัญหาระหว่างผมกับศลิษาไม่ใช่เพิ่งเกิด มันมีมานานแล้ว นับวันยิ่งมีมากขึ้น เพราะงั้นถ้าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่เป็นเพราะคุณ แต่เป็นเพราะผมกับษาเอง”
ในขณะเดียวกัน ราชิดหันไปแสดงท่าทีสนใจศลิษาอีกครั้ง ถึงขนาดมีของกำนัลเป็นสร้อยข้อมือเพชรซามาร์ หญิงสาวปลื้มปริ่มทำทีจะพาเขาไปซื้อของเมืองไทยฝากสาวซามาร์บ้าง เขาบอกว่ายังไม่มีใครเพราะเอาแต่ทำงาน อยู่กับลูกน้องที่ซามาร์ ศลิษามีความหวังกระหยิ่มใจว่าเขาตกหลุมรักตนแน่ๆ จึงคิดมาเย้ยอรินให้เห็นว่ามีเศรษฐีมาติดพันตน ซื้อของราคาแพงให้
บ่ายวันนั้น ศลิษามาบ้านอรินพบว่าประตูรั้วล็อก ก็ไม่พอใจเขย่าประตูโครมๆอย่างหงุดหงิด สิงห์ชัยออกมาจากบ้านตรงข้ามบอกอรินไปเฝ้าไข้มัดหมี่ที่โรงพยาบาล เธอยิ่งโมโหที่อรินไม่บอกสักคำ สิงห์ชัยขอติดรถออกไปด้วยแต่สาวเจ้าขับรถพรืดออกไปไม่สนใจ...
เผอิญมัดหมี่กำลังจะลงจากเตียง สะดุดล้มคว้าจัสมินเอาไว้ได้ อรินถลาเข้ามาประคองทั้งสองคนไว้ ทำให้ดูเหมือนกอดกันอยู่ ศลิษาเปิดประตูเข้ามาตวาดลั่นว่าทำอะไรกัน อรินผละออก จัสมินยังประคองมัดหมี่อยู่ ศลิษาปราดเข้าจะกระชากจัสมินแต่ไปโดนแขนที่เจ็บของมัดหมี่ร้องโอ๊ย...จึงชะงัก จัสมินถามจะทำอะไร ศลิษาแหวใส่
“เธอกับรินน่ะแหละจะทำอะไรกัน วันก่อนทำพูดดีว่าไม่คิดแย่ง ลับหลังฉันก็กอดกันแน่น หน้าด้าน”
อรินอธิบายว่าไม่ใช่อย่างนั้นแค่มัดหมี่จะล้ม แต่ศลิษาไม่เชื่อหาว่าถ้าตนไม่เข้ามาคงประคองกันขึ้นเตียง จัสมินไม่พอใจกล่าวเสียงห้วนว่าจะพามัดหมี่เข้าห้องน้ำให้ออกไปคุยกันข้างนอก ห้องคนไข้ต้องการความสงบ ศลิษายังด่าว่าลอบกินกันไม่อาย ทีตอนนี้ไม่กล้าสู้หน้า อรินดึงแฟนสาวให้หยุดพูดหยาบคาย เธอกลับหาว่าเขาปกป้องกันอีก เขาจึงหมดความอดทน
“ผมว่าถึงเวลาที่เราต้องคุยกันจริงจังแล้ว”
“ก็เอาสิ ฉันก็ว่าถึงเวลาแล้วเหมือนกัน” ศลิษาไม่แคร์อีกต่อไปเพราะมีความหวังใหม่
ทั้งสองออกมาคุยกันในสวนของโรงพยาบาล ศลิษายืนกอดอกท่าทางกระฟัดกระเฟียด เปิดฉากก่อนว่าเขาจะแก้ตัวอะไรก็ว่ามา อรินมองอย่างตัดสินใจปฏิเสธไม่ได้แก้ตัวแต่อยากคุยเรื่องของเรา หญิงสาวแค่นหัวเราะ “เรื่องของเรา เรื่องของคุณกับยัยครูนั่นมากกว่ามั้ง ษาไม่ได้โง่จนมองไม่ออกนะ รินรักมันใช่ไหม...ใช่รึเปล่า”
อรินนิ่งเถียงไม่ออก ศลิษาโกรธตวัดมือตบหน้าเขาฉาด แล้วจ้องหน้าถมึงทึง ชายหนุ่มไม่ตอบโต้ หันกลับมาสบตากล่าวขอโทษ ตนยอมรับผิดคนเดียวไม่ใช่เพราะมะลิ หรือเพราะเธอ
“รู้ตัวก็ดี ษาทนจมปลักอยู่กับคุณมานานเกินไปแล้ว สิบปีที่ผ่านมาคุณให้อะไรษาไม่ได้สักอย่าง รถเก่า บ้านเก่า ทำแต่งานไม่มีเวลาให้ แถมตอนนี้ยังมาเปลี่ยนไปเพราะยัยครูหน้าซื่อนั่นอีก เชิญเลย จะไปมีความสุขลงนรกสวรรค์ที่ไหนก็ไป”
“ขอโทษที่ให้ทุกอย่างที่คุณต้องการไม่ได้ ผมมีแต่ศักดิ์ศรีในหน้าที่ตำรวจ...”
อรินไม่คิดว่าศลิษาจะมีท่าทีขนาดนี้ ศลิษาแทรกว่าศักดิ์ศรีงี่เง่าของเขามันกินได้ไหม อรินเหลือบมองสร้อยข้อมือเพชรของเธอ เธอรีบซ่อนมือหลบสายตา อรินยอมรับว่าตนไม่ร่ำรวย แต่ก็มีความสุขที่เงินทุกบาททุกสตางค์ได้มาจากการทำงานสุจริต มันอาจไม่พอซื้อของฟุ่มเฟือยให้เธอได้ แต่ก็พออยู่พอกิน
“เต่าล้านปีคนดีของแผ่นดิน รู้ไว้ด้วยนี่เป็นสาเหตุที่ษาโคตรจะเบื่อเลย คุณไม่เคยรู้จักพลิกแพลงหาประโยชน์ใส่ตัว ดูคนอื่นบ้างสิริน”
อรินส่ายหน้าทำไม่ได้ ย้อนว่าเธอก็เปลี่ยนไป เธอเคยบอกว่าชอบที่ตนเป็นคนดี ซื่อตรง ไม่คดโกง หญิงสาวเชิดหน้าไม่ยอมแพ้ อ้างว่าตอนนี้รู้แล้วว่าคนดีไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น ตนเอียนที่จะรักตำรวจจนๆเต็มที จบแบบนี้ก็ดีตนจะได้ไปมีชีวิตใหม่ ไม่ต้องติดอยู่กับคนไร้อนาคตอย่างเขา
อรินยังหวังว่าคงเป็นเพื่อนกันได้ แต่เธอไม่ต้องการและประกาศไว้ว่าผู้ชายคนใหม่ของตนต้องดีกว่าเขา ไม่ต้องมาอวยพรใดๆ ชีวิตตนมีความสุขแน่คอยดู
ศลิษาสะบัดหน้าเดินแยกมาอย่างโมโห เผอิญจัสมินเดินออกจากลิฟต์มาเจอ จึงระเบิดอารมณ์ใส่ “สมใจแล้วสิที่ได้รินไปครอง...ไม่ต้องพูด อยากได้ก็เอาไป ผู้ชายคนนั้นถือว่าฉันยกให้ แต่จะบอกไว้ก่อนว่าคนอย่างรินน่ะให้เธอได้ทุกอย่าง ยกเว้นอนาคต”
จัสมินย้อนถามว่าที่พูดเหมือนไม่เคยรู้จักอริน ศลิษาหยันคบกันมาตั้งสิบปีทำไมจะไม่รู้ เขาดีแต่ไม่ฉลาดถึงเป็นได้แค่ผู้กองเงินเดือนไม่กี่บาท แต่จัสมินกลับคิดว่าความซื่อสัตย์ในหน้าที่ตีค่าเป็นเงินไม่ได้ ศลิษายักไหล่
“ก็แล้วไง ท้องไม่ได้อิ่มได้ด้วยความซื่อสัตย์ ทุกอย่างมันต้องใช้เงิน แต่ก็ช่างเถอะ ฉันเลิกกับเขาแล้ว ใครจะรับของเหลือต่อก็ไม่ว่ากัน”
จัสมินตำหนิขอให้ให้เกียรติอรินบ้าง ศลิษายืดอก คนอย่างตนไม่เคยสนใจเกียรติ สนใจแต่เงิน ว่าแล้วก็สะบัดหน้าเดินไป จัสมินมองอึ้งๆนึกสงสารอรินจับใจ
อรินนั่งข้างเตียงคนไข้ ลูบผมมัดหมี่ด้วยท่าทาง เหม่อๆ จัสมินเข้ามาเห็นคิดว่าเขาคงกำลังเสียใจ จึงส่งน้ำที่ซื้อมาฝากให้ เขารับไว้และบอกว่าตนกับศลิษาจบกันแล้ว หญิงสาวบอกว่ารู้จากเจ้าตัวแล้วเผอิญเจอกัน ถามเป็นเพราะตนหรือเปล่า
“บอกแล้วไงว่าไม่เกี่ยว ถึงไม่มีคุณก็ต้องเลิกกันอยู่ดี หมดรักกันนานแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่รู้หรอกนะ แต่เหมือนต่างคนต่างยังไม่มีเหตุผลจะไปมากกว่า”
จัสมินกล่าวเสียใจด้วยเบาๆ อรินกลับคิดว่าชีวิตก็เป็นอย่างนี้ ได้รักได้เลิกถือเป็นประสบการณ์ชีวิต เธอเชื่อว่าต้องมีคนรักเขาอย่างที่เขาเป็นแน่นอน เขาชะงักสบตาอย่างมีความหวังขึ้น
ooooooo
เมื่อตำรวจกระจายข่าวออกมาว่าแท่นพิมพ์อยู่ในมือตำรวจแล้ว ทำให้เหวยกังถูกแก๊งห้ามังกรหมดความไว้ใจ ตั้งค่าหัวให้ลูกน้องตามล่า เฮียเปียวหนึ่งให้หัวหน้าแก๊งก็ไม่อาจช่วยได้
วันต่อมาที่หน้าห้อง นาธานถามจัสมินว่าจะเลื่อนการเดินทางกลับซามาร์ออกไปอีกหรือไม่ เธอส่ายหน้าบอกวันนี้แม่ของมัดหมี่จะมาถึง เราก็จะไปสถานกงสุลกันเลย เอ็มม่าใจหายขอกลับไปเก็บเสื้อผ้าที่บ้านเช่า
นาธานแย้งจะเอาไปทำไม กลับไปก็ไม่มีโอกาสได้ใส่ เธออ้างว่าชอบอยากเก็บเป็นที่ระลึก จัสมินจึงให้นาธานไปเป็นเพื่อน ตนอยู่กับมัดหมี่ได้ โรงพยาบาลมีคนเยอะไม่น่ากลัว
อรินแอบฟังหน้าเครียด ไม่ทันไรเหลือบเห็นมีคนแอบมองจากในห้องถัดไป ก็รีบมาบอกชัยชนะกับพอฤดี ทั้งสองก็รู้สึกเหมือนมีคนคอยมองแต่หาตัวไม่เจอ อรินเกรงจะเป็นเหวยกัง...ชัยชนะคิดว่าไม่น่าใช่ เพราะเราปล่อยข่าวเรื่องแท่นพิมพ์ออกไป ก็น่าจะเลิกยุ่งกับมะลิ
พลันอรินเห็นคนลับๆล่อๆ ก็พุ่งเข้าไปจับล็อกแขนไพล่หลัง ชายคนนั้นร้องลั่นว่าตนเป็นบุรุษพยาบาลกำลังจะไปรับคนไข้ไปห้องผ่าตัด เขายิ้มแหยๆก้มหัวขอโทษ...
มัดหมี่โยเยไม่อยากให้ครูมะลิกลับบ้าน จัสมินปลอบว่าตนออกจากบ้านมานาน พ่อแม่คงคิดถึง พอฤดีมองมัดหมี่อย่างรู้สึกผิดที่ทำให้ต้องเข้าเฝือกแขนแบบนี้ ชัยชนะปลอบอย่าคิดมากเธอไม่ได้ตั้งใจ กระเซ้าเห็นเป็นสายโหดที่แท้ใจอ่อนเหมือนกัน น่ารักดี หญิงสาววูบวาบในใจเพราะแอบสนใจเขามานานแล้ว ต้องกลบเกลื่อนบอกเพิ่งมีเขาคนแรกที่ชมว่าตนน่ารัก
“คนอื่นมีแต่กลัวล่ะสิ” ชัยชนะสัพยอก พอฤดียิ้มรับเขินๆ
อรินกลับเข้ามาในห้องบอกทุกคนว่ามีคนตามเรามาที่นี่ แล้วเรียกชัยชนะมาปรึกษา เพราะรู้แก่ใจว่าพวกมันตามครูมะลิ
ด้านเอ็มม่าเข้าบ้านไปเก็บเสื้อผ้าใส่ถุงจนตุง นาธาน บ่นจะเอาไปทำไมมากมาย เธอบอกเสียดายเลยเอาไปหมด... ที่หน้าบ้านซีนอนเฝ้ามองโทร.รายงานราชิดว่า นางข้าหลวงกับองครักษ์กลับมาแต่ไม่เห็นเจ้าหญิง ราชิดสั่งให้ตามประกบอย่าให้พลาด
ทางอรินกับจัสมินสวมหมวกกับแว่นกันแดดเดินมาขึ้นรถที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล องครักษ์แอบมองแตะหูที่ไมค์รายงาน “ภูผาเคลื่อนย้ายแล้ว ติดตามอย่างใกล้ชิด”
พอรถอรินแล่นลงมาถึงชั้นสอง รถองครักษ์ก็แล่นออกจากที่จอดตาม ไม่ทันไรมีรถแทรกเข้ามาแล้วจอดเสีย คนขับลงมาเปิดฝากระโปรงรถก้มหัวขอโทษ แล้วแอบ ยิ้มกริ่มทำทีตรวจเช็กแบตเตอรี่ องครักษ์แจ้งพรรคพวกให้ตามต่อทันที
อรินใช้จังหวะที่สิงห์ชัยขับรถไปขวางนั้น สลับรถกับชัยชนะ โดยถอดหมวกและแว่นดำให้แก่ชัยชนะและพอฤดี สวมรอยแทนหัวหน้าองครักษ์ เห็นรถอรินลงมาถึงชั้นหนึ่งก็แตะไมค์แจ้ง พบภูผาแล้วกำลังติดตาม
อรินซึ่งขับรถชัยชนะเลี้ยวไปอีกทาง เขาปิดมือถือเพื่อไม่ให้ติดตามสัญญาณได้ จัสมินถามเราจะไปไหนกัน อรินชูพวงกุญแจให้ดูแล้วยิ้มอย่างพอใจ...
ส่วนชัยชนะขับรถอรินกลับมาจอดหน้าบ้าน เอ็มม่ากับนาธานหอบถุงเดินออกมาพอดี แปลกใจว่าทำไมชัยชนะกับพอฤดีถึงกลับมารถอริน ทั้งสองถามหามะลิ พอฤดีให้เข้าไปคุยกันในบ้าน...หัวหน้าองครักษ์เห็นทั้งสองคนก็ร้อนรนแจ้งหัวหน้า
“ตามหารถผู้กองชัยชนะ มีการสับเปลี่ยน ภูผาอยู่ที่คันนั้น”
อัมราภาชินีรู้เรื่องก็หวั่นวิตกกังวลใจ เป็นห่วงจัสมินอย่างมาก ตำหนิเหล่าองครักษ์ทำไมถึงทำให้ผู้กองอรินรู้ตัวได้ ท่านกงสุลบอกว่าอรินเป็นตำรวจฝีมือดี อาจจับสังเกตได้เพราะพื้นที่โรงพยาบาลจำกัดให้ทำงานยาก ศรีวิจันทร์ตบอกผางจะเป็นลมเป็นห่วงเจ้าหญิง
“องค์หญิงนะองค์หญิง คราวนี้เด็จองค์เดียวไม่มีนาธานกับเอ็มม่าตามเสด็จด้วย จะเป็นไงมั่งก็ไม่รู้”
องค์ราชินีกำชับท่านกงสุลให้ตามหาเจ้าหญิงให้พบโดยเร็ว กงสุลรับคำ
ooooooo
อรินขับรถชัยชนะมาที่บ้าน ตื่นตาที่ใหญ่โตราวคฤหาสน์ จัสมินนิ่งเฉยไม่ได้สนใจความร่ำรวยเป็นพิเศษ พ่อบ้านออกมาต้อนรับ
“สวัสดีครับ รถอยู่ทางนี้ คุณหนูสั่งไว้ มีเสื้อผ้าและของกินอยู่ข้างในเรียบร้อยแล้วครับ มีคอมพิวเตอร์ด้วย ส่วนทางบ้านพักผมสั่งให้คนเฝ้าทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว”
“เดี๋ยวนะลุง คุณหนูไหนครับ เพื่อนผมชื่อชัยชนะ”
“นั่นแหละครับ คุณหนูชัยชนะ” พ่อบ้านยิ้มตอบ
อรินกับจัสมินกลั้นหัวเราะที่ชัยชนะยังถูกเรียกว่าคุณหนู แต่ก็ชื่นชมที่รอบคอบจัดหาทุกอย่างไว้ให้พร้อม แถมพ่อบ้านยังรายงานอีกว่า ไม่ต้องเป็นห่วงมัดหมี่มี พยาบาลพิเศษคอยดูแลพร้อมกับผู้กองสิงห์ชัย จนกว่าแม่ของมัดหมี่จะมาถึง อรินฝากขอบคุณ แล้วหันมากระซิบกับจัสมิน
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชัยชนะถึงได้เนี้ยบขนาดนั้น เจ้าคุณพ่อเจ้าคุณแม่คงสอนมาดีจริง”
จัสมินตีแขนที่ไปว่าเพื่อน อรินยังย้ำถ้าบอกว่าสืบเชื้อสายมาจากสมัยกรุงศรีฯก็เชื่อเลย...ด้านนาธาน
พอรู้เรื่องก็พยายามโทร.เข้ามือถืออรินแต่เขาปิดเครื่อง พอฤดีบอกว่าคงปิดเครื่องเพื่อไม่ให้คนร้ายจับสัญญาณได้ นาธานหงุดหงิดงุ่นง่านที่ไม่มีใครบอกได้ว่าจัสมินจะกลับเมื่อไหร่
“เรื่องกลับซามาร์คงต้องเลื่อนไป แต่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ อรินดูแลมะลิดีแน่ๆ อย่ากังวลรับรองว่าปลอดภัย” ชัยชนะนึกย้อนไปตอนที่วางแผนกับอริน หาวิธีที่จะรู้ให้ได้ว่าใครตามและมันตามใคร อรินขอยืมบ้านพักและรถชัยชนะ...อรินขอร้องจัสมินไม่ให้บอกเรื่องนี้กับนาธานและเอ็มม่า เราต้องหนีก่อนที่จะไม่มีโอกาส
เมื่อไม่มีใครให้รายละเอียดอะไรได้ นาธานท่าทางหัวเสียขู่ออกมาว่า “พวกคุณไม่รู้หรอกว่าทำเรื่องร้ายแรงอะไรลงไป ถ้ามะลิเป็นอะไรไป พวกคุณไม่มีทางชดใช้ได้แน่ ไม่มีวัน”
ชัยชนะงงทำไมนาธานต้องโกรธขนาดนี้ ทั้งที่พวกตนทำไปเพื่อความปลอดภัยของมะลิ นาธานเข่นเขี้ยวเกือบหลุดปากออกไปว่ามะลิเป็นใคร เอ็มม่าร้องห้ามไว้ทัน ทั้งชัยชนะและพอฤดีงุนงง ชัยชนะบอกนาธานว่าเรื่องคลี่คลายเมื่อไหร่ก็จะรู้ว่าคนที่ตามคือใคร มีจุดประสงค์อะไร แล้วค่อยติดต่อทางอริน เอ็มม่าคาดว่าเขารู้อริน
อยู่ที่ไหน นาธานรีบบอกว่าจะตามไป
“ไม่ได้ คุณต้องอยู่ที่นี่รอจนกว่าจะกลับมา เพราะถ้าคุณไปหา ไม่แน่ว่าคนพวกนั้นอาจจะตามไปก็ได้” ชัยชนะย้ำนี่เป็นวิธีดีที่สุด เราต้องรออยู่ที่นี่จนกว่าจะรู้ว่าคนที่ตามต้องการอะไร
ในขณะเดียวกัน รถใหม่ที่อรินขับมุ่งหน้าออกนอกเมือง จัสมินถามเขาจะพาตนไปไหน เขาตอบยิ้มๆว่าไปในที่ปลอดภัย ขอให้เชื่อใจตน เธอชำเลืองมองบอกถ้าไม่เชื่อใจคงไม่มาด้วย อรินยิ้มปลื้มโอบจัสมินมาซบไหล่และกุมมือเธอ ขอบใจที่เธอไว้ใจ
“เรารู้...ว่าถ้าอยู่กับคุณจะปลอดภัย”
อรินรับรองจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเธอได้ เขากุมมือเธอไม่ปล่อยแม้จะต้องเปลี่ยนเกียร์รถจนมาถึงอัมพวา บ้านพักของชัยชนะเป็นบ้านไม้สไตล์ย้อนยุคเล็กๆน่ารักอยู่ติดแม่น้ำ
จัสมินชื่นชอบอย่างมาก อรินรู้สึกขำความเป็นคุณหนูมีทุกอย่างเพียบพร้อมของชัยชนะ แต่ก็ชื่นชมที่เขารวยมหาศาลแต่ไม่เคยอวด นิสัยน่าคบถึงแม้บางทีจะสำอางชอบนวดหน้า พกสเปรย์น้ำแร่ จัสมินติงที่ไปว่าชัยชนะ อรินแก้ตัวว่าตำรวจอย่างพวกตนวิ่งจับโจรหน้าดำมัน หมอนี่ควักกระดาษมาซับหน้าเฉยเลย ดูแลตัวเองยิ่งกว่าผู้หญิงบางคน หญิงสาวฟังแล้วนึกขำตาม
ทั้งสองเดินดูบ้านและเลือกห้องนอน อรินอธิบายว่าบ้านไทยๆแบบนี้ลมพัดจากคลองเย็นสบาย จัสมินชอบบ้านไทย ร่มรื่นอยู่แล้วใจสงบ อรินถามแล้วที่ซามาร์มีบ้านแบบนี้ไหมเธอส่ายหน้าเพราะที่ซามาร์มีแต่ภูเขาและป่าไม้ แต่ก็สงบเยือกเย็นไม่แพ้กัน
จัสมินเดินไปยืนริมหน้าต่างมองสายน้ำที่ไหลเอื่อย อรินเข้าไปยืนซ้อนด้านหลัง เธอหันกลับมาหน้าแทบชนจึงก้มหน้าเขินเสเปลี่ยนเรื่อง ถามเขาพอจะเดาได้ไหมว่าพวกไหนที่ตามเราที่โรงพยาบาล เขาไม่อาจบอกได้เพราะถ้าเป็นเหวยกังก็น่าจะหาจังหวะทำร้ายไปแล้ว แต่นี่แค่เฝ้าดูหรืออาจมีแผนอะไรอื่น จัสมินถอนใจ เพราะแท่นพิมพ์ก็ไม่ได้อยู่ที่ตนแล้ว
“ใช่ ทางกรมก็ปล่อยข่าวให้พวกมันรู้ว่าอยู่ในมือตำรวจแล้วด้วย ถึงได้บอกว่าไอ้เหวยกังมันอาจจะทำร้ายเธอเพราะเห็นหน้ามัน”
จัสมินสรุปยังไม่รู้ว่าพวกไหน แต่ก็ขอบคุณที่เขาหวังดีกับตน อรินยิ้มหวานซึ้งลูบผมเธอแผ่วเบาจ้องตาบอกกับเธอว่าไม่ใช่แค่หวังดี แต่จะปกป้องเธอให้ได้ด้วย จัสมินรู้สึกอบอุ่นใจ
ooooooo
เรื่องการหายตัวไปของเจ้าหญิงเป็นเรื่องใหญ่ อัมราภาชินีจึงตัดสินใจวีดิโอคอลรายงานองค์อิสราธิบดี และว่าไม่ต้องกังวลพระทัยเพราะลูกไปกับนายตำรวจไทยคนที่ลูกไปอยู่ด้วย อีกไม่นานคงมีการติดต่อกลับมา ทางบ้านผู้กอง ตนให้องครักษ์เฝ้าดูไว้แล้ว
“ผู้กองอรินคงมีเหตุผลที่พาลูกไป และหม่อมฉันก็เชื่อว่าเขาจะดูแลจัสมินได้เพคะ”
“ทำไมถึงทรงเชื่อใจผู้ชายคนนั้นนัก”
“หม่อมฉันเฝ้าดูอยู่ตลอด คนๆนี้เป็นคนดี มีความสามารถและซื่อสัตย์มาก หากลูกไปกับเขาอย่างน้อยก็โล่งพระทัยได้ว่าจะไม่มีใครมาทำร้ายได้...ทรงวางพระทัยเถอะเพคะ” แววตาอัมราภาชินีมั่นใจจนองค์อิสราธิบดีต้องยอมจำนนต่อเหตุผลของราชินี...
บ่ายวันนั้น แม่ของมัดหมี่มาถึงเมืองไทย มัดหมี่กลับมาอยู่บ้านแล้วแต่ยังเข้าเฝือกแขนอยู่ แม่ลูกกอดกันด้วยความคิดถึง เอ็มม่ากับนาธานนั่งมองอยู่ห่างๆ ชัยชนะกับพอฤดีช่วยกันยกถาดขนมเจ้าอร่อยที่เตรียมไว้ออกมาจากครัว พอฤดีลื่นเกือบล้ม ชัยชนะรวบเอวไว้ได้ เธอยิ้มเขินอาย
แม่ของมัดหมี่บ่นว่าอรินไม่อยู่ให้เจอหน้ากันบ้าง ชัยชนะแก้ตัวแทนว่าเผอิญมีงานด่วนเข้ามา ไม่ต้องเกรงใจถือเสียว่าพวกตนเป็นน้องด้วยและยังบอกอีกว่าพอฤดีก็ดูแลเด็กเก่ง หญิงสาวหน้าเหวอบ่นพึมพำ ทำลูกเขาแขนเดี้ยงแบบนี้หรือเก่ง สิงห์ชัยยื่นหน้ามาบอกว่าเขาประชด เธอร้องอ้าว...ชัยชนะหัวเราะมองพอฤดีอย่างเอ็นดู เอ็มม่าและนาธานมองอย่างไม่ค่อยพอใจ
สองพี่น้องออกมาคุยกันในสวนหน้าบ้าน เอ็มม่าบ่นว่าทุกคนสนุกสนานมีความสุขไม่ได้สนใจเลยว่าพวกตนกลุ้มใจแค่ไหน แล้วพาลบ่นว่าอรินทำไมไม่เอาพวกตนไปด้วย นาธานเข่นเขี้ยวแทรก “จะมีอะไร ผู้กองอรินตั้งใจหาโอกาสอยู่กับเจ้าหญิงตามลำพังไง”
“ไม่แน่ องค์หญิงอาจจะเป็นคนคิดแผนนี้ก็ได้ อยากอยู่กับผู้กองอรินโดยไม่มีเรา”
นาธานเอ็ดอย่าพูดแบบนี้ เอ็มม่าคับแค้นใจอย่างมาก ทั้งหึงทั้งอิจฉาแต่ไม่กล้าพูดออกมา
“เอ็มม่า น้องอาจจะอยู่ที่ไทยนานไป จนลืมตัวว่าน้องเป็นนางข้าหลวงของเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งซามาร์ ไม่มีสิทธิ์และหน้าที่ใดจะกล่าวหาเจ้านายได้”
“องค์หญิงไม่ได้ทรงได้ยินสักหน่อย”
“ถึงไม่ได้ยินก็ไม่อยากฟังคำพูดลบหลู่พระเกียรติจากปากน้องสาวที่เคยน่ารักของพี่...ความรักที่มีให้ผู้ชายคนนั้นเปลี่ยนน้องได้ขนาดนี้เลยเหรอ”
เอ็มม่าชะงักที่โดนพูดแทงใจ กำมือหน้าเสีย สบตาพี่ชายที่จ้องมองด้วยสายตาโกรธเคืองแล้วเขาก็เน้นย้ำ...อย่าพูดอย่างนี้ให้ได้ยินอีก เอ็มม่าทั้งโกรธทั้งอายที่โดนตำหนิรุนแรง
ในคืนนั้น เอ็มม่านั่งเครียดอยู่ที่โต๊ะในครัวมืดๆ ชัยชนะเปิดไฟเห็นเธอเข้าจึงชวนดื่มชา เธอสะบัดเสียงไม่อยากกิน เขาถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไร เธอตอบแก้เก้อว่าเป็นห่วงมะลิ
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ อยู่กับอรินปลอดภัยขั้นสูงสุด ไม่มีใครทำอะไรได้”
“ไม่ให้ห่วงได้ไง อ๋อ...ลืมไป ผู้กองอรินไม่ใช่คนสำอางชอบนวดหน้า ทาครีมกันแดด ห่วงหล่อแบบคุณ คงดูแลกันได้สินะ”
ชัยชนะแปลกใจทำไมต้องแขวะกัน ผู้ชายสมัยนี้ดูแลตัวเองไม่เห็นแปลก ผู้หญิงก็ชอบให้ผู้ชายดูดีไม่ใช่หรือ เอ็มม่าสวนไม่ใช่ตน ตนไม่ชอบผู้ชายแบบเขารู้ไว้ด้วย ชัยชนะผงะ เธอเน้นย้ำว่า คุณหนูห่วงหล่อเจ้าสำอาง หน่อมแน้มอย่างเขา ดูไม่แมนจะปกป้องใครได้ ชัยชนะหน้าเสีย
“อันที่จริง อะไรที่เป็นผม คุณก็ไม่ชอบทั้งนั้นแหละ แต่ก็ดีครับไม่เป็นไร ผมจะได้รู้ไว้ว่ายังไงก็ไม่มี ทาง...ขอโทษที่ทำให้รำคาญ”
เอ็มม่ามองชัยชนะด้วยแววตารู้สึกผิด แต่ยังโมโหจึงไม่อยากพูดอะไรอีกเดินหนีไป ชัยชนะนั่งเศร้า สิงห์ชัยเข้ามาตบไหล่ปลอบ อกหักครั้งแรกก็เศร้าหลังๆก็ชิน เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ “นักรบย่อมมาพร้อมบาดแผล วิธีที่หายเร็วที่สุดคือหาหญิงคนใหม่มาดามใจ เชื่อพี่สิงห์แฮปปี้ทุกราย”
ชัยชนะรู้สึกดีขึ้น ขอนั่งพักทำใจสักครู่ก็จะขึ้นนอน สิงห์ชัยเดินไปไม่ทันไรพอฤดีถือถ้วยนมอุ่นๆมาวางให้ บอกเขาว่าผู้กองสิงห์ให้มานั่งเป็นเพื่อน ชัยชนะยิ้มอย่างรู้ทันทีว่าสิงห์ชัยทำอะไร...หลังจากดื่มนมอุ่นๆแล้วเขาก็พูดคุยกับพอฤดีอย่างถูกคอและลืมเรื่องทุกข์ใจไปได้...
ooooooo
ในคืนเดียวกัน อรินเป็นห่วงจัสมินว่าอยู่คนเดียวได้หรือไม่ จึงมาด้อมๆมองๆ เสียงกุกกักๆทำให้เธอผวาหวาดกลัว พอเปิดประตูห้องออกมาเจออรินก็โล่งอก เขารู้ทันว่ากลัวอย่างอื่นที่ไม่ใช่คน เธอค้อนใส่ตำหนิเขาทำไมยังไม่นอน อรินบอกนอนไม่หลับอยากหาเพื่อนคุย
ทั้งสองออกมานั่งนอกชานริมน้ำ จัสมินเอ่ยถามเราจะอยู่ที่นี่กันนานแค่ไหน เป็นห่วงนาธานกับเอ็มม่า ทั้งสองคงกังวล อรินข้องใจ “ไหนว่าเป็นเพื่อนแต่ห่วงอย่างกับพี่เลี้ยง เอ...หรือว่าเธอเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ของซามาร์ พ่อแม่ใหญ่โตมากเหรอ”
หญิงสาวเออออว่าพอตัว อรินทำเสียงสงสารที่คุณหนูต้องมาตกยาก จัสมินหน้าตึงไม่รู้สึกขำอยากรู้ว่าจะกลับเมื่อไหร่ เขาจึงบอกว่าสักพักจนกว่าจะแน่ใจว่าเธอปลอดภัยไม่มีใครตามอีก ชัยชนะกำลังหาเบาะแสว่าพวกมันเป็นใคร...อรินเห็นจัสมินนั่งกอดอก อากาศก็เย็นลงจึงถอดแจ็กเกตคลุมให้ เธอขอบคุณ พอคุยกันไปได้พักใหญ่ทั้งสองก็จะกลับเข้าห้องนอน จัสมินคืนเสื้อให้แต่อรินให้เธอใส่ไว้ให้อุ่นใจ เธอยิ่งเขิน เขาบอกให้รีบนอน พรุ่งนี้จะพาเที่ยว เธอตื่นเต้น
“เที่ยวได้เหรอ”
“เรายังไม่ถึงขั้นที่ต้องอยู่แต่ในห้องหรอก พวกมันยังไม่น่ารู้ว่าเราอยู่ที่นี่ด้วย อีกอย่างเธอมีฉันอยู่ด้วย อย่าลืมสิ หน้าไหนจะกล้า” อรินส่งสายตาซึ้ง
จัสมินประชดว่าคนร้ายคงกลัวตายเพราะเขาเก่งขนาดนั้น เขาเย้ากลับไม่ต้องชมและให้เธอนอนหลับฝันดี ตนอยู่ห้องข้างๆ มีอะไรเรียกกันได้...แต่แล้วอรินก็นอนไม่หลับ เดินกลับมาเคาะเรียกจัสมินสามสี่ครั้ง จนเธอพลอยไม่ได้นอนไปด้วย แต่ก็อมยิ้มขำๆอบอุ่นใจไม่น้อย
รุ่งเช้า อรินมาเคาะประตูปลุก จัสมินหัวกระเซิงท่าทางเพิ่งตื่นนอนมาเปิดประตู ไม่อยากไปไหน อยากนอน แต่พอเขาขู่ว่าจะไปอาบน้ำเองหรือจะให้เขาอาบให้ เธอตาสว่างทันทีรีบคว้าผ้าเช็ดตัววิ่งเข้าห้องน้ำโดยเร็ว
ที่ท่าน้ำมีพระพายเรือมารับบาตร อรินประคองมือจัสมินถือของใส่บาตรแล้ววางดอกไม้ ยกมือไหว้ พระสงฆ์ให้พร ทั้งสองแอบสบตาหวานให้กัน...พอพระพายเรือออกไป อรินเอ่ยถามว่าเคยใส่บาตรไหม จัสมินรีบตอบว่าเคยอย่าลืมว่าแม่ตนเป็นคนไทย
“เขาว่ากันว่าทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน ชาติหน้าจะได้เกิดมาเจอกันใหม่”
“คุณเลยหลอกเรามาทำบุญแต่เช้า”
“เปล่า แค่นึกอยากใส่บาตรเฉยๆไม่มีอะไรเล้ย แล้วเมื่อกี้อธิษฐานอะไรตอนพระให้พร”
จัสมินเกือบหลุดปากว่าขอให้เสด็จพ่อเสด็จแม่รีบเปลี่ยนเป็นคุณพ่อคุณแม่มีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง อรินสบตาหวานบอกตนอธิษฐานขอให้เธอมีความสุข เธอเขินอาย
จากนั้นอรินพาเดินซื้อของร้านค้าริมคลองและขนมมากมาย แล้วมานั่งเรือชมรอบๆเกาะ จัสมินตื่นตาตื่นใจเป็นครั้งแรกที่ได้มาเที่ยวแบบนี้ อรินมองอย่างเอ็นดู ขึ้นจากเรือพาเดินมาชมโบสถ์แม่พระบังเกิด และให้เธอปิดตา เธออิดออดกลัวเขาแกล้ง แต่พอเปิดตาเห็นเขาชูสร้อยคอที่ซื้อให้ อรินต่อว่า
“ใครบางคนไม่เห็นค่า ถอดทิ้งเอาไว้”
จัสมินพูดเสียงแผ่วไม่อยากทำให้เขาเดือดร้อน อรินกล่าวอย่างหนักแน่นว่าตนพร้อมจะเดือดร้อนเพื่อเธอ แล้วย้ำว่า “ใส่คราวนี้ห้ามถอดนะ ไว้เป็นตัวแทนฉัน ถ้าเธอต้องกลับซามาร์จริงๆ ก็มองสร้อยเส้นนี้แล้วคิดถึงกันบ้าง”
“เราจะคิดถึงคุณ คิดถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ สร้อยเส้นนี้จะเป็นตัวแทนความรักและหวังดีจากเพื่อนชาวไทยคนแรกของเรา”
“ใช่...รักและหวังดี” อรินเน้นย้ำ จัสมินจะรับแต่เขาดึงมือเธอมากอดและสวมสร้อยให้
ในขณะเดียวกัน ซีนอนมาพบราชิดที่โรงแรมที่พัก สีหน้าเขาอิดโรยจนราชิดต้องถามว่าเป็นอะไร ซีนอนเล่าว่าเมื่อคืนฝันถึงวันที่พ่อแม่ต้องตายเพราะน้ำมือเหล่าองครักษ์ของซามาร์
“อดใจไว้ซีนอน เลือดของชาวจีโบจะไม่มีวันสูญเปล่า ข้าไม่ยอมให้พ่อแม่ของเจ้าตายตาไม่หลับหรอก” แล้วราชิดก็ถามถึงความคืบหน้าของจัสมิน ซีนอนคิดว่ามีการซ้อนแผนถึงไม่รู้ว่าเจ้าหญิงหายไปอยู่ที่ไหน ราชิดให้จับตาดูนาธานและเอ็มม่าไว้ให้ดี จะต้องได้ข่าวอีกไม่นาน
ooooooo










