ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ,เทอดโชค เกียรติสุขเกษม
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • อินทนนท์ รัตนากาญจน์
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท กันตนา เอฟโวลูกชั่น จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
  • นักแสดงนำ
  • :
  • เด่นคุณ งามเนตร,ปณาลี วรุณวงศ์

ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ดินแดนเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ หุบเขาโอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย เป็นที่ตั้งของประเทศซามาร์ ประเทศเล็กที่สุดในทวีปเอเชียตอนเหนือ

พระราชวังซามาร์ใหญ่โตโอ่อ่าตั้งตระหง่าน ประดับด้วยแสงไฟโคมระย้างดงามด้วยมีงานพระราชพิธีใหญ่ในคืนนี้

ตอนที่ 2

จัสมินไม่อยากให้นาธานและเอ็มม่ากังวลจนเที่ยวเมืองไทยไม่สนุก จึงบอกว่าจะส่งไลน์กลับไปทูลท่านพ่อว่าไม่ต้องห่วง นาธานท้วงว่าทำอย่างนั้นทางซามาร์รู้แน่ว่าอยู่ที่ไหน เอ็มม่าเห็นว่าไม่ได้เปิดแสดงสถานที่ไว้ ตามอย่างไรก็ไม่เจอ จัสมินกล่าว

“ส่งแล้วเราจะรีบปิดเครื่อง ทุกท่านก็ห้ามเปิดมือถือตลอดการมาเที่ยวครั้งนี้นะ ขอย้ำ”

ตอนที่ 3

บ้านที่ชัยชนะเช่ามีสามห้องนอน เขาจึงให้เอ็มม่านอนคนเดียวหนึ่งห้อง สิงห์ชัยเลือกห้องที่มองมาทางบ้านอรินได้ เพราะตั้งใจจะคอยมองจัสมิน และอ้างว่าตนนอนกรนให้อีกสามคนไปนอนด้วยกัน

จ้อยท้วงว่าผู้ชายมีสี่คนต้องห้องละสองคน เอ็มม่าได้ทีประชดสิงห์ชัยว่าเด็กยังมีความคิดกว่า

สิงห์ชัยจะโวย จ้อยรีบบอกว่าตนก็นอนกรนงั้นจะนอนด้วย แต่ด้วยความเป็นห่วงจัสมิน นาธานค้านว่าตนจะนอนกับสิงห์ชัยเอง พอลงตัวสิงห์ชัยก็บ่นว่าไม่มีที่นอนหรือเสื่อสักผืนเหรอ ชัยชนะยิ้มๆ บอกเดี๋ยวจัดให้

บ่ายวันนั้น ชัยชนะพานาธานและสิงห์ชัยมาช่วยกันขนที่นอนหมอนเสื่อจากบ้านตัวเองลงจากชั้นบน มีสาวใช้ช่วยขนอีกสี่คน แต่ต้องหลบๆซ่อนๆ สิงห์ชัยบ่นว่านี่เป็นตำรวจหรือขโมยกันแน่ ไม่ทันไรเสียงคุณหญิงแม่ของชัยชนะดังขึ้น

“จะขนของไปไหนกันจ๊ะ...ลูกหนู”

ทุกคนชะงัก สิงห์ชัยไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าแม่เรียกลูกหนู ชัยชนะยิ้มอย่างอายๆ แล้วเขาก็ถูกคุณหญิงแม่ซักฟอก สิงห์ชัยมองบ้านใหญ่โตของชัยชนะแล้ว ข่มนาธาน

“บ้านใหญ่โตหรู รวยจริง...นี่...เคยได้เข้ามาในบ้านใหญ่ๆแบบนี้ไหม สงสัยเป็นครั้งแรกล่ะสิ”

นาธานยิ้มหยันไม่อยากคุยอวด คุณหญิงแม่ขอให้ชัยชนะลาออกจากตำรวจ บ่นว่าทำไปทำไมทั้งเหนื่อยและเสี่ยงอันตรายไม่คุ้ม กลับมาช่วยธุรกิจบ้านเราดีกว่า ได้เงินมากกว่ารับราชการหมื่นเท่า

“ถ้าทุกคนคิดเอาตัวรอดอย่างนั้น ต่อไปก็ไม่มีคนดีคนเก่งมารับราชการ จะมีแต่คนโง่เข้ามาบริหารประเทศ แล้วชาติไทยจะอยู่รอดได้ยังไงครับแม่ ผมโชคดีกว่าคนอื่นที่เกิดมาสบาย ผมก็ควรเสียสละตอบแทนให้ชาติบ้าง แม่ให้ผมได้เป็นตำรวจที่ดีเถอะนะครับ”

คุณหญิงแม่เห็นสายตามุ่งมั่นของลูกก็ได้แต่ถอนใจ รู้ว่าเปลี่ยนใจลูกไม่ได้...

ขณะเดียวกัน อรินพาจัสมิน เอ็มม่า และมัดหมี่มาเดินตลาด จัสมินเห็นไก่ย่างก็บอกว่าที่ซามาร์มีแบบนี้เรียกว่าเทนดูหริ อรินบอกของไทยเรียกว่าไก่ย่างวิเชียรบุรี ว่าแล้วก็จ่ายเงินซื้อมาหนึ่งตัว แล้วถามจัสมินว่าทำกับข้าวเป็นไหม ตนจะซื้อของสดไปทำ เธอส่ายหน้าบอกว่า
ไม่เคยทำแต่จะลองดู

“เวร...คงอร่อยตายล่ะ” อรินบ่นอุบ

จัสมินบอกให้เตรียมกินยาไว้ล่วงหน้าได้เลย

อรินแปลกใจว่ายาอะไร

“ก็ยาแก้โรคขี้โมโหไง...ไปเอ็มม่า ไปช็อปปิ้งกัน ของเยอะดีจัง หน้าตาดีน่ากินทั้งนั้นเลย”

อรินแปลกใจกับท่าทีร่าเริงของจัสมินที่ทำราวกับไม่เคยเดินตลาดมาก่อน...

ค่ำวันนั้น ทุกคนอิ่มอร่อยกับอาหารฝีมือจัสมิน โดยเฉพาะสิงห์ชัยชมไม่ขาดปากว่าอร่อยมากแถมคนทำชื่อก็น่ารัก จัสมินฟังแล้วชะงัก เพราะคำพูดนั้น ตรงกันข้ามกับที่อรินเคยบอกว่าเชย

เมื่อจัสมินอยากรู้ว่าชื่อของเธอเชยหรือไม่ สิงห์ชัยสงสัยใครว่าแบบนั้นให้พูดมาเดี๋ยวจะจัดการให้ จัสมินปรายตามองอรินและว่ามีแล้วกัน

“โธ่...ไอ้บ้าที่ไหนมันพูดไปได้”

สิงห์ชัยพูดซะอรินสำลัก แต่คนพูดไม่ทันสังเกตมัวแต่จะจีบสาว ยืนยันชื่อนี้ไม่เชยเลย เป็นการอนุรักษ์ความเป็นไทยด้วยซ้ำ อย่าไปฟังพวกปากเน่า คนพวกนี้โรคจิต ดีไม่ดีอาจเป็นอีแอบถึงได้ชอบนินทาค่อนขอดผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ

อรินสำลักอีกครั้ง สิงห์ชัยหันมาถามว่าเป็นอะไร จัสมินแอบยิ้มเยาะทำให้อรินยิ่งโมโห ชัยชนะแก้ตัวให้ว่าอาหารมะลิคงอร่อยมาก อรินเยาะหยันว่าแค่พอกินได้เท่านั้น แต่จ้อยไม่เห็นด้วยชื่นชมว่าอร่อยที่สุดในโลก จัสมินเลยยิ้มหน้าบาน

“ขอบใจจ้ะ คงมีแต่พวกรสนิยมดีถึงกินแล้วรู้สึก ถ้าเป็นพวกลิ้นจระเข้กินเท่าไหร่ก็ไม่มีรู้”

“จริงครับ เขาเรียกพวกลิ้นกระดาษทราย ให้กินข้าวคลุกน้ำปลาแหละดีแล้ว...แม่มะลิชื่นตาเย็นใจจริงๆ”

สิงห์ชัยเออออไปกับจัสมินด้วยท่าทีปลาบปลื้มมาก นาธานไม่พอใจทิ้งช้อนลงกระแทกจานอย่างหงุดหงิดบอกเอ็มม่าที่อยากรู้เขาเป็นอะไรว่าตนอยากเตะคน สิงห์ชัยไม่รู้ตัว อยากรู้ว่าหมายถึงใคร แต่ไม่ได้คำตอบ หนำซ้ำอรินก็จะขอร่วมด้วยช่วยเตะ ก็เลยบ่นอุบว่าพูดอะไรกันไม่รู้เรื่อง

เอ็มม่าเปลี่ยนเรื่องคุยด้วยท่าทีเกรงใจเจ้าของบ้านว่าเราไม่อยากมาอยู่เฉยๆ ไม่ชอบรบกวนใคร นาธาน เห็นด้วยและถามว่ามีอะไรให้ทำบ้าง ตอบแทนที่ให้ที่อยู่ที่กิน ชัยชนะจึงมอบหมายให้นาธานสอนหนังสือจ้อย ส่วนเอ็มม่าช่วยดูแลทำความสะอาดบ้าน และตนจะให้เงินเดือน นาธานยืดอกอย่างมีศักดิ์ศรี ปฏิเสธว่าไม่ต้องการเงินเดือน แค่ที่อยู่ที่กินก็พอ ชัยชนะตกลงและขอบคุณที่ช่วย

อรินเดินออกมานั่งครุ่นคิดที่สนามหน้าบ้าน ชัยชนะตามออกมาหยั่งเชิงว่าแปลกใจที่มะลิไม่เป็นอย่างที่คิดใช่ไหม อรินย้อนถามเขารู้สึกเหมือนกันหรือ ชัยชนะตั้งข้อสงสัย

“ถ้าเหวยกังไม่ไปตามหาเธอที่โรงแรม ผมจะไม่เชื่อเลยว่าคุณมะลิเป็นพวกมัน นาธานกับเอ็มม่าก็เหมือนกัน พวกเขาดูมีศักดิ์ศรีมากเกินกว่าจะทำเรื่องผิดแบบนั้น เป็นไปได้ไหมที่...บางทีคุณมะลิอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหวยกัง”

อรินอึ้งข่มความรู้สึกไม่อยากใจอ่อน แต่ก็ยอมรับว่าเป็นไปได้ แต่สัญชาตญาณของการเป็นตำรวจ ทั้งสามคนดูมีพิรุธหลายอย่าง โดยเฉพาะมะลิ เธอต้องไม่ธรรมดาแน่ดูมีเรื่องปิดบัง ชัยชนะเชื่อว่าอรินดูคนเก่ง แต่หวังว่างานนี้คงไม่เข้าใจผิด อรินเองก็หวั่นใจ

เวลานั้น จัสมิน เอ็มม่าและนาธานช่วยกันล้างจานอยู่ในครัว เอ็มม่าบ่นใครจะเชื่อว่าเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งซามาร์จะมาตกระกำลำบากแบบนี้

จัสมินกลับหัวเราะบอกแปลกดีถ้าอยู่ที่ซามาร์คงไม่ได้ทำงานพวกนี้ แต่นาธานเห็นว่าเป็นงานหนักเกินไปจึงเสนอว่าจะติดต่อให้เพื่อนส่งเงินมาให้ เอ็มม่านึกได้ตนมีนาฬิกาฝังเพชรติดตัวมา ถ้าขายก็ได้เงินมากโข จัสมินไม่เห็นด้วยอยากอยู่แบบนี้ เพราะต้องการรู้ให้ได้ว่าอรินมีเหตุผลอะไรที่ให้พวกเรามาอยู่ที่นี่

ตอนที่ 4

เมื่อจัสมิน เอ็มม่า และมัดหมี่เดินออกมาจากห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน จัสมินรู้สึกมีคนตามจึงหันมอง เห็นซีนอนเดินปรี่เข้ามา เธอข่มความกลัวถามเสียงแข็งว่าตามพวกตนทำไม ส่วนเอ็มม่าเข้าขวางพร้อมปกป้องเจ้าหญิง ซีนอนข่มขู่อย่าขัดขืนถ้าไม่อยากเจ็บตัว มัดหมี่หวาดกลัวร้องลั่น

“อ๊าย...ช่วยด้วย...ช่วยด้วยค่า...”

ซีนอนตวาดให้เงียบและจะคว้าตัว มัดหมี่วิ่งไปหลบหลังจัสมิน เอ็มม่าตะโกนร้องให้คนช่วย นาธานได้ยินวิ่งมาสั่งซีนอนถอยไป พร้อมๆกับจ้อยเข็นรถใส่ของที่ซื้อมาพุ่งเข้าใส่

“อ๊าก...ยอดมนุษย์มาช่วยแล้ว”

ซีนอนจับรถไว้ได้ ยื้อไปมากับจ้อย ด้วยความโมโหจึงถีบรถแต่รถกลับล้มทับขาตัวเอง จ้อยวิ่งมารวมกลุ่มจัสมิน นาธานตั้งการ์ดปกป้องเจ้าหญิง ซีนอนย่างสามขุมเข้าหา ทั้งสองต่อสู้กัน ซีนอนบีบคอนาธาน จัสมินกระโดดถีบหลังซีนอน ระหว่างนั้นอรินโทร.เข้ามา มัดหมี่กดรับร้องบอกให้มาช่วยโดยเร็ว ไม่ทันไรอรินก็วิ่งเข้ามา ซีนอนชักมีดพุ่งไปล็อกตัวจัสมินเอาไว้

“ปล่อย...ปล่อยเดี๋ยวนี้” อรินชักปืนขู่ แต่ซีนอนตะคอกให้ทิ้งปืน

อรินจดๆจ้องๆ แต่ด้วยความเป็นห่วงจัสมินจึงยอมวางปืนพูดหว่านล้อมอยากรู้ว่าซีนอนต้องการอะไรหรือเมายา ซีนอนไม่สนใจดึงตัวจัสมินถอยออกมา จ้อยหาจังหวะขว้างก้อนหินใส่ขาซีนอน จัสมินฉวยโอกาสเบี่ยงตัวออก ซีนอนตามจะตะครุบตัวแต่อรินพุ่งเข้าล็อกตัวเกิดการต่อสู้กัน

ซีนอนจะแทงอริน จัสมินหยิบปืนมาเล็งตะโกนกร้าวให้ทิ้งมีด ซีนอนไม่กลัวคิดว่าเธอไม่กล้ายิง แสยะยิ้มจะจ้วงแทงอริน พลันเสียงปืนดังเปรี้ยงโดนมือซีนอนอย่างแม่นยำ

มัดหมี่กรีดร้อง เอ็มม่ากับจ้อยเอามือปิดหูตกใจ ซีนอนกุมมือวิ่งหนี อรินทึ่งกับความแม่นยำของจัสมิน จะตามไปจับตัวซีนอน แต่มัดหมี่ร้องไห้กางแขนร้องเรียกอรินให้กลับมา

“อา...อย่าไป มาหามัดหมี่”

จัสมินหันมากอดปลอบมัดหมี่ อรินลังเล สุดท้ายยอมกลับมาหาหลาน ปลอบว่าไม่ต้องกลัว จัสมินยื่นปืนคืนให้อริน เขามองหน้าเธอที่ดูไม่มีท่าทีเกรงกลัวเหมือนเป็นเรื่องธรรมดามาก...

กลับมาถึงบ้าน ทุกคนยังตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อรินนั่งเช็ดปืนและลอบมองจัสมิน เอ็มม่าขอบคุณอรินที่มาช่วยพวกตน นาธานหมั่นไส้บอกพวกเราช่วยกันทุกคน มัดหมี่กับจ้อยชื่นชมครูมะลิเก่งที่สุด อรินฉวยโอกาสจับผิด

“ครูมะลิ มะระอะไรเนี่ย ยิงปืนแม่นแหงอยู่แล้ว เป็นพวกแก๊งนี่”

“เราชื่อมะลิไม่ใช่มะระ มะระเป็นผักชนิดหนึ่งมีรสขม เรารู้...แล้วอีกอย่าง เคยบอกคุณแล้ว เราไม่ใช่พวกแก๊ง เลิกอคตากับเราสักที”

“อคติไม่ใช่อคตา...ภาษาไทยไม่แข็งแรงแล้วยังอยากจะพูด”

“นั่นแหละ อคติ อย่ามองเราในแง่ไม่ดีนักเลย”

อรินไม่เชื่อหาว่าเคยก่อเรื่องกับใครเอาไว้ ถึงโดนตามเอาคืน จัสมินบอกไม่เคยก่อเรื่องกับใครและก็อยากรู้ว่าพวกไหนที่มาทำร้าย อรินถามว่าใครสอนยิงปืน ไหนว่าเล่นเป็นแต่เปียโน

จัสมินอมยิ้มนึกถึงคราวที่ซ้อมยิงปืนและองค์อิสราธิบดียืนส่องกล้องดูเป้า พอเห็นว่าไม่ค่อยเข้าจุด

สำคัญ ก็ทรงสอนว่ามืออย่าเกร็ง ปล่อยสบายๆ ตั้งสติ ให้มั่น จัสมินปฏิบัติตาม กระสุนเข้าเป้าทุกนัด อิสราธิบดีชมและย้ำว่า ที่สอนให้ยิงปืนไม่ใช่เพื่อไปทำร้ายใครแต่เอาไว้ป้องกันตัว

เสียงอรินถามย้ำว่าใครสอนทำให้จัสมินต้องตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้

“คนที่สอนเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุด เท่ที่สุดในโลก”

“มาแนวเคลิ้มแบบนี้เนี่ย แฟนชัวร์ แฟนใช่ไหมที่สอนยิงปืนให้”

“ไม่ใช่นะ ครูมะลิไม่เคยมีแฟน” นาธานชิงตอบ

อรินเชื่อว่าเป็นกิ๊กที่สอน จัสมินไม่เข้าใจความหมาย อรินหาว่าทำไก๋ไม่รู้จักกิ๊ก เธอหงุดหงิดตัดบทว่าจะแฟนหรือกิ๊กอะไร ตนก็ไม่จำเป็นต้องตอบเขา เอ็มม่าตอบแทน

“คนที่สอนยิงปืนเป็นชาวซามาร์ที่ยิงปืนเก่งมากค่ะ บอกชื่อไปคุณก็ไม่รู้จัก เขาเก่งทุกอย่างและน่านับถือ เป็นที่สุด”

จัสมินพยักหน้าปลาบปลื้ม อรินยิ่งหมั่นไส้ จ้อยชื่นชมครูมะลิเก่งจริงๆ โจรวิ่งหนีหางจุกก้นเลย

“แน่สิ โจรกระจอกก็ต้องกลัวหัวหน้าแก๊งตัวแม่อยู่แล้ว”

จัสมินมองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ อรินสบตาไม่ลดละ

“หรือว่าไม่ใช่ ถามจริงๆเถอะ พวกเธอเป็นใครมาจากไหนกันแน่”

“เคยบอกแล้วไง เราเป็นนักท่องเที่ยวมาจากประเทศซามาร์ ถ้าจะคิดเป็นอย่างอื่นก็เชิญ เบื่อที่จะห้ามคุณคิด”

มัดหมี่เข้ามาจูงมือจัสมินชวนไปสอนเปียโน อรินล้อครูมะระจะไปไหนยังพูดกันไม่รู้เรื่องเลย พอดีมือถือเขาดังขึ้น เห็นหน้าจอเป็นศลิษาทำหน้าดุจึงกดรับ จัสมินได้ยินเขาเอ่ยชื่อรู้สึกหมั่นไส้แกล้งเล่นเปียโนเสียงดังกระหึ่ม

ศลิษาได้ยินถามอรินว่าใครเล่น เขาบอกว่าครูมะลิที่เคยเล่าให้ฟัง เธอชื่นชมเล่นเก่งไม่เบา อรินว่าคงเล่นเป็นแค่สองสามเพลง เสียงเปียโนดังกลบการสนทนา เขาจึงเดินมาส่งสัญญาณให้เบาลงแต่จัสมินกลับบอกว่า

“อยากคุยกับแฟน เชิญที่อื่นค่ะ เรากำลังเล่นเปียโนให้มัดหมี่ฟัง”

มัดหมี่หัวเราะคิกคักชอบใจรู้ว่าครูแกล้ง อรินเดินห่างออกมาบอกศลิษาว่าตนยุ่งอยู่ ศลิษาขอให้เปิดเฟสไทม์อยากเห็นหน้าครูมะลิ อรินตัดบทขอวางสายอ้างสัญญาณไม่ค่อยดี ทำให้เธอยิ่งสงสัย จัสมินกับมัดหมี่ร้องเพลงประกอบการเล่นเปียโนเสียงดังอย่างสนุกสนาน

ศลิษารู้สึกว่าอรินมีพิรุธ ก็พอดีนักเปียโนที่เล่นในโรงแรมที่เธอทำงานเกิดป่วยกะทันหันขอลากลับบ้าน เธอหงุดหงิดเพราะวันนี้มีงานสำคัญ ต้องโทร.หานักเปียโนที่อื่นมาแทน

มัดหมี่กับจ้อยปรบมือชมจัสมินว่าเล่นเปียโนเก่งที่สุดในโลก เอ็มม่ากับนาธานบอกมัดหมี่โชคดีที่ได้ครูมะลิสอน จัสมินบอกหนูน้อยให้ตั้งใจเรียนแล้วจะเก่งเอง

“อาก็เล่นเปียโนเก่งค่ะ แต่ไม่ค่อยมีเวลาสอนมัดหมี่เล้ย มัวแต่ไปวิ่งจับโจร”

อรินกระแอมก่อนท้วงว่าคนเก่งจริงเขาไม่โชว์ จ้อยขอให้อรินเล่นให้ฟัง ชัยชนะเสริมว่าอรินทั้งเล่นและร้องเก่งมาก สิงห์ชัยยืนยันว่าจริง แล้วคะยั้นคะยอให้เล่นโชว์ อรินกลับเล่นตัว

“ไม่ดีกว่า ไม่อยากจะอวดเหมือนคนบางคน”

“ราคาคุยรึเปล่า แน่จริงก็ต้องกล้าร้องกล้าเล่น” จัสมินได้ทีท้า

สิงห์ชัยนึกสนุกให้เล่นประชันกันเลยว่าใครเจ๋งกว่าใคร มัดหมี่เชียร์จัสมิน ส่วนจ้อยเชียร์อริน แต่อรินยังอิดออด จัสมินสบประมาทเล็กๆว่าเขาคงกลัวแพ้ สิงห์ชัยฮึดแทน

“โอ้โห...เป็นผมๆไม่ยอมนะเนี่ย ถ้าพูดแบบนี้เอาปืนยิงที่หัวใจกันเลยดีกว่าน้องมะลิคนสวย จริงไหมอริน”

“เดี๋ยวจะหาว่าไม่แน่จริง งั้นก็ต้องจัดให้หน่อย” อรินเดินกวนๆเข้ามา จัสมินลุกให้นั่ง แต่อรินนั่งครึ่งเดียวท้าให้เธอนั่งเล่นดวลกันไปเลย

ทุกคนปรบมือเฮ จัสมินลงนั่งเชิญให้อรินเป็นคนเลือกเพลง เขาจึงเลือกเพลงไทยสนุกๆเพลงหนึ่ง ทั้งสองทั้งเล่นและร้องรับส่งกันอย่างคล่องแคล่ว คนอื่นเต้นตามจังหวะอย่างสนุกแม้แต่นาธาน ชัยชนะแอบมองเอ็มม่าอย่างเอ็นดู แต่เธอกลับมองอรินแล้วยิ้มเขิน

หลังจากสนุกสนานกันเต็มอิ่ม สิงห์ชัย ชัยชนะ เอ็มม่า นาธานและจ้อยก็เดินกลับบ้านเช่า จ้อยบ่นเสียดายยังสนุกอยู่เลย น่าจะอยู่ต่อ นาธานท้วงว่าไม่เห็นสนุกตรงไหน เอ็มม่าตำหนิพี่ชายเบื่ออะไรนักหนา เมื่อครู่สนุกออกจะตาย นาธานว่ากลับบ้านนอนดีกว่า เล่นเอาสิงห์ชัยงุนงง

“พี่ชายคุณเป็นไบโพล่าหรือเปล่า อารมณ์ขึ้นลงผิดปกติ เมื่อกี้ยังเฮกันอยู่ดีๆ”

เอ็มม่าเองก็งง ชัยชนะถามทำไมครูมะลิถึงร้องเพลงไทยเก่ง ทั้งที่มาจากซามาร์ เธอบอกว่าคุณแม่ของมะลิเป็นคนไทย พวกเราชอบร้องเพลงไทยกันบ่อยๆ ชัยชนะล้อมิน่าเธอถึงเต้นพลิ้ว เอ็มม่าเขินที่โดนแอบมอง ชัยชนะถามเขินหรือ เธอกลับนึกไปถึงอริน

“ไม่เขินใครทั้งนั้น แค่แปลกใจว่าคุณอรินท่าทางบู๊ๆห้าวๆแบบนั้น ทำไมร้องเพลงเพราะจัง แถมเล่นเปียโนก็เก่ง”

“อิจฉานายอรินจริงจริ๊ง สาวไหนได้ยินเสียงเป็นหลงเสน่ห์กันทุกราย นี่อย่าบอกนะว่าคุณก็...” เอ็มม่าบอกแค่ไม่คิดว่าอรินจะโรแมนติกเป็น สิงห์ชัยล้อ “ยังไม่ทันพูดอะไร ทำไมต้องหน้าแดงด้วย”

เอ็มม่าเอามือปิดแก้มปฏิเสธไม่ได้หน้าแดง แล้วเดินลิ่วเข้าบ้าน สิงห์ชัยกับจ้อยหัวเราะ ชัยชนะมองตามอย่างห่วงๆ

จัสมินจัดเก็บหนังสือเพลงเข้าที่ อรินตัดสินใจเอ่ยปากขอโทษที่พูดแรงกับเธอวันก่อน จัสมินบอกเป็นใครก็ต้องโกรธถ้ามาว่าแฟนตัวเอง อรินชะงักถามเธอมีแฟนแล้วหรือ เธอบอกจะมีหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับเขา อรินกล่าวขอบใจอีกเรื่องที่ช่วยเขาจากโจร เธอยิ้มรับ อรินพยายามซ่อนความรู้สึกที่มีต่อเธอ

ooooooo

ในค่ายจีโบที่อยู่กลางป่าซามาร์ ราชิดฝึกซ้อมต่อสู้กับลูกน้อง ซีนอนโทร.เข้ามารายงานเรื่องจัสมินว่าเกือบจะเอาตัวมาได้ แต่มีคนมาช่วยเป็นคนมีฝีมือมาก ไม่รู้ว่าใคร ราชิดให้ฆ่าทุกคนที่ขวางทาง

ที่โรงแรมในไทย กงสุลเข้ามารายงานอัมราภาชินีว่ายังไม่ได้รับรายงานว่าเจ้าหญิงจัสมินอยู่ที่ไหน เธอเป็นกังวลมาก สั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่ตามหาให้มากขึ้น ศรีวิจันทร์พยายามปลอบว่าเจ้าหญิงต้องปลอดภัย อัมราภาชินีก็หวังเช่นนั้น ถ้าลูกเป็นอะไรไปตนคงไม่ให้อภัยตัวเอง

ส่วนทางซามาร์ องคมนตรีกับมาลาตีกำลังวุ่นวายที่องค์อิสราธิบดีหายตัวไปทั้งที่ไม่มีหมายกำหนดการว่าไปไหน ระหว่างนี้อิสราธิบดีก็โทร.เข้ามาบอกองคมนตรีว่าไม่ต้องเป็นห่วง และไม่ต้องส่งใครออกตามหา... พระองค์สวมหมวกกันน็อกขี่บิ๊กไบค์เข้าป่าอย่างมีความสุข

และแล้วศลิษาก็หาคนมาเล่นเปียโนไม่ได้ จำต้องโทร.มาขอร้องอรินให้ครูมะลิไปเล่นให้ที่โรงแรม อรินมาบอกจัสมินแต่เธอไม่ยอมไปบอกให้เขาไปเล่นเอง อรินอ้างว่าตนเป็นตำรวจไปทำงานแบบนั้นมันไม่เหมาะ และงานนี้เธอก็ไม่ได้เล่นฟรีมีค่าจ้างค่ารถ

“เราไม่รู้จักกับแฟนคุณ เคยพูดกันครั้งเดียวทางโทรศัพท์ แถมน้ำเสียงเธอดูไม่พอใจเท่าไหร่ด้วย ต้อง ขอโทษเราไม่สะดวก”

“เดี๋ยวสิ ษาเขาเป็นคนพูดเยอะแบบนี้อยู่แล้ว แต่จริงๆก็ไม่มีอะไร แล้วที่จะไปเนี่ยก็ไม่ได้ไปช่วยฟรีๆนะ เขามีค่าเล่นค่ารถให้”

จัสมินอยากรู้ว่าเท่าไหร่ อรินไม่ได้ถามแต่รวบรัดว่าเธอต้องไปถึงที่โรงแรมหกโมงเย็นจะให้ชัยชนะเป็นคนพาไป เธอรีบขัดว่ายังไม่ได้รับปาก แต่อรินตัดบทขอบใจเธอแล้วออกไปทำงานเลย

ooooooo

ในป่าซามาร์เขียวชอุ่มเห็นภูผาสีเงินตระหง่าน อิสราธิบดีขี่บิ๊กไบค์เข้ามาเจอพวกโรยันเดินหาของป่าสามคน

ชาวโรยันเป็นชนกลุ่มน้อยที่อาศัยตามขอบชายแดน อิสราธิบดีกล่าวกับพวกเขาว่า

“ที่นี่เป็นเขตประเทศซามาร์ อย่าลักลอบเข้ามาแบบนี้ กลับออกไปฝั่งโน้น”

พวกโรยันไม่พอใจขู่อย่าแส่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว อิสราธิบดีบอกไม่ได้อยากมีเรื่อง พวกโรยันตรงเข้าใส่ ทันใดมีมีดเล่มเล็กพุ่งมาปักแขนพวกโรยันคนหนึ่ง ตามด้วยราชิดกระโดดออกมาเตะพวกมันล้มลง อิสราธิบดีร่วมกับราชิดต่อสู้พวกโรยัน

พลันเห็นโรยันคนหนึ่งเป่าลูกดอกใส่ราชิด พระองค์ร้องเตือนให้ระวังพร้อมพุ่งไปรวบตัวราชิดหลบพ้นจากลูกดอกที่พุ่งไปปักต้นไม้ ราชิดแค้นใจซัดมีดเล็กใส่พวกโรยัน พวกมันบาดเจ็บพากันวิ่งหนีเข้าป่าไป

อิสราธิบดีถามราชิดบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เขาตอบว่าไม่แล้วมองหน้าอย่างรู้สึกคุ้นตา...ราชิดตั้งเต็นท์อยู่ไม่ห่าง ต้มกาแฟเสิร์ฟอย่างมีไมตรีโดยไม่รู้ว่าพระองค์เป็นใครแล้วเล่าว่า

“พวกมันอยู่ฝั่งโน้น ลักลอบเข้ามายิงสัตว์หาของป่าฝั่งนี้ ยิ่งไล่ก็ยิ่งเข้ามาเพิ่ม”

“ขอบใจที่ดูแลป่าบริเวณนี้ ถ้าช่วยกัน พวกไหนก็ไม่กล้าเข้าในดินแดนของซามาร์แน่”

“ดินแดนของซามาร์...พูดผิดแล้ว ที่นี่เป็นแผ่นดินของจีโบต่างหาก” ราชิดหัวเราะในคอ

อิสราธิบดีมองราชิดนิ่งรู้สึกบางอย่าง ราชิดเอ่ยถามทำไมเข้ามาที่นี่ ปกติไม่มีใครเข้ามาถึง ท่านทรงตอบว่า ตนชอบเดินป่าหาความสงบ แปลกใจเหมือนกันไม่คิดว่าจะเจอใครในป่าลึกเช่นนี้ ชอบเดินป่าเช่นกันหรือ ราชิดยืดอกบอกตนอยู่ที่นี่มานานแล้ว อิสราธิบดีขมวดคิ้ว ราชิดขอบคุณที่ช่วยชีวิต ถ้ามีโอกาสจะชดใช้ชีวิตคืน

“ไว้วันหน้าคงได้เจอกันอีก...”

ราชิดถามว่าเราเคยเจอกันมาก่อนไหม อิสราธิบดีไม่ตอบแต่หัวเราะเบาๆแล้วเดินจากไป ราชิดครุ่นคิดสักพักก่อนจะโยนถ้วยกาแฟทิ้งวิ่งตาม พระองค์ได้หายไปแล้ว ราชิดรีบเอามือถือออกมากดถึงลูกน้องให้หารูปองค์อิสราธิบดีส่งมาให้เดี๋ยวนี้

ooooooo

คืนนั้น ศลิษาเกาะแขนอรินออดอ้อน ขอบคุณที่หาคนมาเล่นเปียโนที่โรงแรมให้ได้ ถ้างานนี้พลาดตนโดนหัวหน้าเล่นงานแน่ แล้วถามว่าป้ามะลิของเขาฝีมือดีจริงหรือ และไม่ใช่พวกมนุษย์ป้าที่เรื่องเยอะใช่ไหม

“ไม่หรอก ครูมะลิง่ายมาก...” อรินลากเสียงแกมประชดเล็กๆ

ศลิษาหวั่นใจเพราะจากที่ประฝีปากกันทางโทรศัพท์วันก่อน ดูเอาเรื่องพอตัว...

รถสิงห์ชัยและรถชัยชนะแล่นมาจอดหน้าโรงแรม นาธาน เอ็มม่า มัดหมี่ และจ้อยลงจากรถในชุดสวยหล่อ สิงห์ชัยลงจากรถมาเปิดประตูให้จัสมิน นาธานชิงเอื้อมมือมารับ เธอลงมาในชุดสวยสง่า ก้าวย่างเข้ามาในโรงแรมเป็นที่สะดุดตาของทุกคน

ศลิษากำลังกระวนกระวายที่มะลิยังไม่มา อรินบอกยังไม่ถึงเวลานัด เธอบ่นว่าน่าจะมาก่อนเวลาเพื่อซักซ้อม ไม่ทันไรประตูเปิดออกพร้อมเสียงฮือฮาของแขกในงาน ศลิษาเองยังตะลึง พอชัยชนะเข้ามาทักทายแล้วแนะนำว่านี่คือมะลิ เธอถึงกับอึ้งผิดคาด
จัสมินเข้าประจำที่ ศลิษาก็ต่อว่าอริน ไหนบอก

ครูมะลิเป็นป้าแก่เชยๆ เขาแย้งไม่ได้บอก เธอเข้าใจไปเอง ศลิษาโวยแล้วเขาอยู่บ้านกับมะลิมานานเท่าไหร่ ปกปิดตนมาตลอด

“ผมไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ เลยไม่ได้บอก อย่าคิดมากน่า ฟังเพลงดีกว่า” อรินตัดบท

พอจัสมินเล่นเปียโน สะกดทุกคนในงาน สิงห์ชัยตาเยิ้มพึมพำว่าที่สุดของหัวใจ เอ็มม่าได้ยินบอกน้ำเน่าเรียกพี่ ค้อนขวับหันมาเจอสายตาชัยชนะที่จ้องมองตนอยู่ ก็บ่นมองอะไรอยู่ได้ เผอิญเหวยกังอยู่ในโรงแรมนี้ได้ยินเสียงเปียโนจึงเดินมาฟังอย่างสนใจ แต่พอเห็นหน้าจัสมินก็ตาวาวไม่คาดคิด อรินเห็นเงาเหวยกังในกระจกรีบหันมองแต่ไม่เห็นตัว ก็คิดว่าตัวเองตาฝาด

เหวยกังเดินมาหยุดยืนหน้าโรงแรม ยิ้มอย่างเหี้ยมโหดมีแผนการร้าย...จัสมินบรรเลงเปียโนจบลง

อรินกระทุ้งศอกใส่สิงห์ชัยให้รู้สึกตัว ช่างภาพเข้ามาถ่ายรูปจัสมินกันใหญ่จนศลิษารู้สึกขัดหูขัดตา

อรินเห็นจัสมินทักทายพูดคุยกับแขกต่างประเทศไร้ความประหม่าก็แปลกใจ พอเธอเดินมาใกล้ มัดหมี่รีบชมว่าครูพูดอังกฤษเก่งมากให้สอนตนบ้าง จ้อยและสิงห์ชัยขอเรียนด้วย เธอรับคำจะสอนให้ ศลิษามองอย่างหมั่นไส้แกล้งเข้ามายื่นซองค่าจ้างให้อย่างเหยียดๆ จัสมินตอบกลับด้วยท่าทีเหย่อหยิ่ง

“เรามาช่วยเฉยๆ ไม่หวังจะเอาเงิน”

ศลิษาบอกทางโรงแรมมีค่าจ้างให้ไม่ใช้ใครฟรีๆ เอาไปจ่ายค่าเช่าชุดก็ยังดี เอ็มม่าบอกว่าชุดพวกตน ชัยชนะเป็นคนซื้อให้ไม่ได้เช่า อรินจับมือจัสมินแล้วดึงซองจากศลิษามายัดใส่ เธอจะดึงออกแต่เขาจับแน่นย้ำทำงานก็ต้องได้เงิน ไม่รับไม่ได้ จัสมินมองมือที่ถูกจับอย่างเคืองๆ

ทุกคนมาจะขึ้นรถ อรินให้จัสมินมานั่งรถตน

สิงห์ชัยโวยขามามาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกัน อรินอ้างจะไปนั่งเบียดทำไม ให้มานั่งกับมัดหมี่ เอ็มม่าจึงตามมาด้วย นาธานฮึดฮัดที่ต้องนั่งไปกับสิงห์ชัย...เหวยกังแอบมองอย่างหมายมาด สั่งลูกน้องขับรถตามรถอรินทันที

ooooooo

รถอรินและรถสิงห์ชัยแยกจอดหน้าบ้านคนละฝั่ง อาเฉียวถามเหวยกังจะให้ตนตามคันไหน เหวยกังนึกได้ว่าตอนที่สลับกระเป๋าเห็นนาธานเป็นคนถือกระเป๋านั้น จึงให้ตามนาธาน

คืนนั้น จัสมินอยู่ในชุดนอนจะลงมาหาน้ำดื่ม เธอออกมาเจออรินที่กำลังจะเคาะประตู ก็ตกใจสงสัยว่าเขามีอะไร อรินกลับถามทำไมยังไม่นอน พอรู้ว่าเธอจะลงไปดื่มน้ำก็จะลงไปเป็นเพื่อน เธอมองเขางงๆแปลกใจในท่าทีของเขา ลงมาถึงเขาก็เดินไปนั่งเล่นเปียโน
เบาๆ พอเห็นเธอจะกลับขึ้นข้างบนก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ขอบใจนะที่ไปเล่นเปียโนให้ที่โรงแรม”

เรื่องย่อละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน

ณ เกาะฮ่องกง ตำรวจท้องที่ร่วมกับตำรวจสากลร่วมกันทลายแก๊งผลิตธนบัตรดอลล่าร์ปลอม โดยหนึ่งในตำรวจสากล มี ร.ต.อ. อริน (เด่นคุณ งามเนตร) ร่วมด้วย ฝ่ายตำรวจต่อสู้กับ เหวยกัง (เต๋า-สมชาย เข็มกลัด) และลูกน้องอย่างดุเดือด เหวยกังวิ่งหนีออกมาพร้อมแม่พิมพ์ธนบัตรปลอม จวนตัวเกือบจะถูกอรินจับได้ จึงหันไปคว้าผู้หญิงที่ผ่านมาเป็นตัวประกัน อรินพยายามเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่เหวยกังไม่ยอม ท้าให้อรินยิง แต่อรินไม่กล้าเพราะกลัวตัวประกันจะโดนลูกหลง เหวยกังอาศัยจังหวะที่ได้เปรียบยิงตัวประกันตายแล้วหนีไป อรินพบเงินสกุลของประเทศ “ซามาร์“ ในที่พักเหวยกัง เขาสังหรณ์ใจว่าเหวยกังต้องหนีไปที่ประเทศนี้แน่นอน

ซามาร์ ประเทศเล็กๆ ที่มั่งคั่ง ตั้งอยู่ทางเอเชียตอนเหนือ พระเจ้าอิสราธิบดี (จอนนี่ แอนโฟเน่) ปกครองประชาชน โดยยึดหลักเมตตาธรรม ราชวงศ์จึงเป็นที่รักของประชาชน

ณ บริเวณในราชวังชั้นใน ปรากฏร่างของนักฟันดาบทั้งสองต่อสู้กันอย่างเก่งกาจ จนท้ายสุด ผู้อ่อนวัยกว่าต้องเพลี่ยงพล้ำเพราะมุ่งหวังชัยชนะเกินไป และเมื่อผู้ชนะถอดหน้ากากออก ผู้อ่อนวัยกว่าได้ถวายคำนับ อัมราภาชินี (ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี) พร้อมกันนั้นองค์ราชินีได้สวมกอดผู้อ่อนวัย ซึ่งก็คือ เจ้าหญิงจัสมิน (นาตาลี-ปณาลี วรุณวงศ์) พระธิดาองค์เดียว เจ้าหญิงรัชทายาทแห่งซามาร์

พระมารดาของเจ้าหญิงทรงมีเชื้อสายไทย ทั้งยังมี มาลาตี (ตุ๊ก-วิยะดา โกมารกุล ณ นคร) นางกำนัลคนสนิท ภรรยาของ ท่านองคมนตรี (โอ๋-ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์) ซึ่งเป็นสตรีไทยที่เชี่ยวชาญด้านภาษาและประวัติศาสตร์ของเอเซีย มาลาตีจึงได้รับมอบหมายให้เป็นพระอาจารย์ของเจ้าหญิง และสอนภาษาไทยให้กับเจ้าหญิง พร้อมด้วย นาธาน (เพ็ชร-ฐกฤต ตวันพงค์) บุตรชายและ เอ็มม่า (ริด้า-ญัฐพิมล นาฏยลักษณ์) บุตรสาวเจ้าหญิงจึงทรงมีความผูกพันกับเมืองไทยมาก

มีการคัดเลือกองครักษ์ประจำพระองค์เจ้าหญิง นาธานบุตรชายคนเดียวของท่านองคมนตรีได้เข้าร่วมการคัดเลือกด้วย โดยทุกคนจะต้องถูกทดสอบความสามารถในการต่อสู้ด้วยวิธีต่างๆ ในการสอบขั้นสุดท้ายที่ต้องแข่งขันกันด้วยการยิงปืน นาธานเกิดสะดุดขาตัวเองขณะจะยิงปืนออกไป แต่ลูกปืนกลับเข้าตรงเป้าด้วยความบังเอิญที่สุด เขาจึงได้รับเลือกให้เป็นองครักษ์ประจำพระองค์ของเจ้าหญิง ท่ามกลางความปลื้มใจของท่านองคมนตรี และความดีใจของเจ้าหญิง

อรินพยายามสืบหาร่องรอยของเหวยกังและพวก แต่กลับได้พบเจ้าหญิงจัสมิน ที่แอบหนีออกจากวังมาเที่ยวกับนาธานและเอ็มม่า อรินสะดุดตาในความงามของเจ้าหญิง แต่เมื่อเห็นเธอกับพวกดูมีพิรุธ เพราะต้องคอยหลบจากพวกในวัง อรินกลับเข้าใจผิด

ราชิด (เดี่ยว-สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล) หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายจีโบ ยื่นข้อเสนอให้พระเจ้าอิสราธิบดีทรงปล่อยพี่น้องกลุ่มก่อการร้ายที่ถูกจับไว้ โดยเฉพาะน้องชาย โมซัน (ปีเตอร์ ไนท์) โดยอ้างว่าเป็นนักโทษการเมือง แต่ถูกปฏิเสธ หากปล่อยไปชาวโลกต้องเดือดร้อนแน่ ราชิดโกรธมาก คิดจับตัวเจ้าหญิงจัสมินมาแลกเปลี่ยน และคิดแผนจะให้พระเจ้าอิสราธิบดีเซ็นยินยอมแบ่งแยกดินแดน ให้จีโบเป็นอิสระจากซามาร์

เจ้าหญิงเรียนจบมหาวิทยาลัยได้เกียรตินิยมดีเด่น ก่อนหน้านี้พระบิดาและพระมารดาให้สัญญาว่าจะพาไปเที่ยวเมืองไทยเป็นรางวัล แต่ภัยของพวกก่อการร้าย ทำให้พระเจ้าอิสราธิบดี จะส่งเจ้าหญิงไปเข้าคอร์ส อบรมในโรงเรียนคอนแวนต์ที่แสนจะเข้มงวด เพื่อให้พระธิดาได้ห่างจากภัยอันตราย แต่เจ้าหญิงทรงคิดว่าพระบิดาไม่สนใจสัญญา จึงตัดสินพระทัยจะหนีไปเที่ยวที่เมืองไทย นาธานคัดค้านเต็มที่ แต่เจ้าหญิงทรงดื้อรั้นและยื่นคำขาดว่าถ้าเขาไม่ตามเสด็จ พระองค์จะไปเพียงลำพัง นาธานต้องใจอ่อนยอมตามพระทัยอีกตามเคย

ในเครื่องบินนั้น นอกจากจะมีอรินกับพวกเจ้าหญิงแล้ว ยังมี ซีนอน (เอ-อรุชา โตสวัสดิ์) ที่ราชิดส่งมาสะกดรอยตามเพื่อหาโอกาสจับตัวเจ้าหญิง และยังมีเหวยกัง เดินทางมาด้วย เหวยกังคิดใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งพิมพ์ธนบัตรสหรัฐปลอม

เหวยกังกับเจ้าหญิงเกือบหยิบกระเป๋าแฮนแบ็คสลับกัน เพราะต่างใช้กระเป๋าที่มีสีและแบบเดียวกันทุกอย่าง เมื่อมาถึงสนามบินดอนเมือง เหวยกังเห็นตำรวจนอกเครื่องแบบมาป้วนเปี้ยน เหวยกังจึงแอบเปลี่ยนกระเป๋ากับเจ้าหญิง หวังให้พระองค์ช่วยหิ้วผ่านด่านตรวจ แต่เมื่อเหวยกังจะไปเปลี่ยนกระเป๋าคืนกลับถูกอริน อรินสึกคุ้นกับแววตาของเหวยกังเหลือเกิน แต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน อรินทำให้เหวยกังคลาดกับเจ้าหญิง แต่อรินกลับไปสงสัยซีนอน เหวยกังและซีนอนถูกกักตัวไว้สอบถาม ทั้งคู่ได้แต่มองเจ้าหญิงที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกต่างกัน อรินทันสังเกตเห็นความผิดปรกติของทั้งคู่ ที่ประเทศไทย อรินได้คู่หูใหม่สองคนคือ ร.ต.ท.ชัยชนะ (สวิส เตชภูวนนท์) ด้วยนิสัยที่ต่างกันสุดขั้ว ทำให้อรินเบื่อหน่ายและขัดแย้งกันบ่อยครั้ง แต่ด้วยความที่มีอุดมการณ์เดียวกันคืออยากเป็นตำรวจที่ซื่อสัตย์ ทำให้ทั้งคู่กลับมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ ส่วนคู่หูอีกคนคือ ร.ต.อ.สิงห์ชัย (มิค-บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ) เพื่อนรุ่นพี่ที่มีมาดเข้มแต่แสนขี้ขลาด และขี้โม้

พระเจ้าอิศราธิบดีพยายามปิดบังองค์ราชินีเรื่องที่เจ้าหญิงหายตัวไป แต่องค์ราชินีก็ทรงทราบโดยบังเอิญ ทรงโวยจนวังแทบแตก องคมนตรีสืบจนได้เบาะแสว่าเจ้าหญิงกับพวกนาธานเดินทางมาประเทศไทย องค์ราชินีรีบเดินทางมาไทยพร้อมมาลาตี และทหารฝีมือเยี่ยมอีกหนึ่งกองพัน เพื่อตามหาตัวเจ้าหญิง และเพื่อไม่ให้ใครจำได้ องค์ราชินีจึงต้องปลอมตัวเป็นสามัญชน

เจ้าหญิงกับนาธาน และเอ็มม่า มาย่านที่พักราคาถูก โดยนาธานเหลือเงินติดกระเป๋าแค่นิดหน่อย แต่ก็มาโดน จ้อย (กันตพงศ์ เจริญสุข) วิ่งราวเอาอีก นาธานวิ่งตามสุดชีวิตเพราะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่มี เจอ ครูน้อย (สุดารัตน์ เดชากุล) เจ้าหน้าที่มูลนิธิเด็ก ที่คอยช่วยเหลือและคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา จับตัวจ้อยไว้ให้ จ้อยรีบคืนเงินให้ ครูน้อยขอให้ทั้งคู่อย่าเอาเรื่อง

เหวยกังค้นกระเป๋าเจ้าหญิงเพื่อหาเบาะแส และได้พบเงินสกุลของประเทศซามาร์จึงสงสัยว่าเจ้าหญิงอาจเป็นคนซามาร์ เหวยกังไปสถานกงสุลซามาร์ เพื่อหวังหาข่าวเจ้าหญิง แต่กลับได้เห็นรูปถ่ายของพระองค์ และได้รู้ว่าที่แท้ทรงเป็นเจ้าหญิงจัสมิน เหวยกังได้ความคิดชั่วๆ ว่านอกจากจะตามแม่พิมพ์ธนบัตรปลอมคืนมาแล้ว ยังต้องหาประโยชน์จากเจ้าหญิงให้คุ้มค่า

มัดหมี่ (เฟรย่า พิชชา) หลานสาววัย 9 ขวบของอริน ถูกส่งมาอยู่กับอรินชั่วคราวจนกว่าจะปิดภาคเรียน จ้อยเห็นชัยชนะจับผู้ร้ายก็เข้าช่วยจนได้รับบาดเจ็บ ชัยชนะรู้ว่าจ้อยต้องอยู่คนเดียว ก็ชวนไปอยู่ด้วยที่บ้านชัยชนะซึ่งอยู่ติดกับบ้านอริน อรินดีใจที่มัดหมี่จะได้เพื่อน อรินไปตรวจท้องที่ ได้พบครูน้อย ครูน้อยแนะนำว่ามีครูสอนดนตรีและสอนการต่อสู้ที่เก่ง อรินได้เห็นเจ้าหญิงก็จำได้ นึกแปลกใจที่มาตกยากทั้งที่เป็นพวกเดียวกับเหวยกัง อรินจึงจ้างเจ้าหญิงไปเป็นครูสอนเปียโนให้มัดหมี่ เพื่อหวังหาเบาะแสของเหวยกัง เจ้าหญิงบอกทุกคนว่าชื่อมะลิ ซึ่งเป็นชื่อภาษาไทยของพระองค์ มัดหมี่ถูกคอกับเจ้าหญิงหรือมะลิมาก อรินคิดใช้เจ้าหญิงเป็นตัวเชื่อมไปหาเหวยกัง จึงเสนอให้มาพักที่บ้าน ครูหยุ่นสนับสนุนเพราะที่พักในมูลนิธิคับแคบและไม่สะดวก นาธาน และเอ็มม่าขอตามมาอยู่ด้วย แต่อรินไม่ยอม นาธานก็ไม่ยอม นาธานต้องจำใจยอมมาอยู่บ้านเช่า ทั้งที่นึกห่วงและหวงเจ้าหญิง ผู้ชายสองคนเริ่มเขม่นและไม่ชอบหน้ากัน ในขณะที่เอ็มม่ากลับนึกปลื้มอรินเงียบๆ เธอพยายามเรียกร้องความสนใจ แต่นอกจากอรินจะไม่รู้แล้ว เอมม่ายังสังเกตเห็นว่าอรินคอยตามดูเจ้าหญิงตลอด เอมม่าเริ่มหึงเจ้าหญิงไม่รู้ตัว

ศลิษา (ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์) คนรักของอริน ไม่พอใจจนออกนอกหน้าที่อรินให้ผู้หญิงมาอยู่ด้วยที่บ้าน แต่เมื่อรู้ว่าชื่อมะลิเลยนึกว่าเป็นคนแก่ หายหึง ไม่ติดใจอะไร เจ้าหญิงใช้วิชาการบ้านการเรือนที่ทรงเรียนมาจากมาลาตี มาจัดบ้านตกแต่งจนสวยงาม อรินรู้สึกว่าบ้านได้เป็นบ้านจริงๆ คราวนี้เอง ด้วยความเป็นตัวของตัวเองและจิตใจที่ดี ทำให้อรินเริ่มอ่อนโยนกับมะลิมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

พอฤดี (ทราย-จิตติมา วิสุทธิปราณี) ตำรวจหญิงนักบู๊ของกองปราบ สังเกตเห็นอรินเปลี่ยนไป ดูมีความสุข แต่อรินก็ยังไม่กล้ายอมรับกับตัวเองว่าชอบมะลิเข้าไปแล้ว อรินพาทุกคนไปเที่ยวนอกเมือง เหวยกังโผล่มาจะจับตัวเจ้าหญิง แต่ราชิดโผล่มาขวางไว้ ทั้งสองเกิดการแย่งกันเองจนต่อสู้กัน โดยที่ทางอรินก็ไม่รู้ ไม่คิดว่ากำลังมีสองพวกที่จะแย่งตัวเจ้าหญิงกัน เจ้าหญิงเกือบจะถูกทั้งสองฝ่ายแย่งชิงตัวกลับไป แต่องค์ราชินีปรากฏองค์นำขบวนรถถังมาช่วยเจ้าหญิง ทรงบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง พวกราชิดกับเหวยกังถูกทหารไล่ต้อนจนหนีกระเจิงไป ในช่วงชุลมุนนั้นเจ้าหญิงก็ทรงหนีไปไม่ให้พระมารดาได้พบ องค์ราชินีเสียพระทัยมาก เจ้าหญิงได้แต่ขอโทษพระมารดาในใจ เพราะพระองค์ต้องการพิสูจน์เรื่องทุกอย่างให้ได้ เพราะไม่ต้องการให้อรินเข้าใจพระองค์ผิดไปตลอดชีวิต

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:11 น.