สมาชิก

สาปพระเพ็ง

ตอนที่ 6

ติสสากัดฟันเอาดาบค้ำร่างลุกขึ้น สีหสาปราดไปฟันซ้ำกลางหลังจนแม่ทัพหนุ่มถึงกับทรุด เลือดกระฉูดจากแผลเป็นทางยาว เมฆากับมารุตอยากช่วยใจแทบขาดแต่ด้วยศักดิ์ศรีนักรบเลยต้องระงับใจไว้  สีหสาจะ แทงซ้ำหวังปลิดชีพแต่นรสิงห์สะบัดกริชไปขวางและเยาะเย้ยเจ้าปรันมา

“นี่แค่การซ้อม...สีหสา อย่าให้กองทัพศรีพิสยาต้องขาดแม่ทัพคนเก่ง”

เจ้าปรันมาเสียหน้ามาก เช่นเดียวกับติสสาที่ยันตัวลุกขึ้น สีหสายืนข้างองค์นรสิงห์แล้วเหยียดยิ้มใส่แม่ทัพหนุ่ม

“รับรองว่าคราวหน้าดาบข้าจะตัดที่คอ เจ้าจะได้ไม่ต้องมีหัวไว้แบกความอับอาย”

สีหสาหัวเราะเสียงดัง ติสสาเจ็บใจขอสู้ต่อแต่เจ้า ปรันมากลับตัดสินใจจบการเจรจา องค์นรสิงห์เดินไปเก็บกริชคู่ใจแล้วทิ้งท้ายกับเจ้าปรันมา “กระทั่งแม่ทัพเก่งกล้าแห่งศรีพิสยายังแพ้ให้แก่นักรบปุระอมร ทบทวนให้ดีปรันมา ถ้าไม่นอบน้อมยอมเป็นแคว้นหนึ่งในอาณาจักรข้า จุดจบครั้งหน้าคือเลือดชาวศรีพิสยาทุกคนที่จะนองแผ่นดิน”

กองทัพองค์นรสิงห์จากไปแล้ว เจ้าปรันมามองตามด้วยความแค้นใจ หัวเสียมากที่ต้องโดนหยามต่อหน้าไพร่พลมากมาย เมื่อกลับถึงวังหลวงก็ระเบิดอารมณ์ใส่ติสสาที่พ่ายแพ้แก่ศัตรูทั้งที่ฝีมือเป็นต่ออยู่หลายขุม แม่ทัพหนุ่มเต็มใจรับโทษแต่เจ้าปรันมากลับเตือนสติเสียงเข้ม

“ในสนามประลองเจ้าแพ้ แต่ในสนามรบ...จำไว้ว่าความพ่ายแพ้คือดาบที่ตัดคอเจ้าและชาวศรีพิสยาอีกนับไม่ถ้วน ตอนนี้เราต้องการแม่ทัพต่อกรกับกองทัพนรสิงห์  ถ้าสำนึกผิดก็จงรีบรักษาตัวแล้วเตรียมการรบกับข้า”

เจ้าปรันมากลับเข้าตำหนักไปแล้ว ติสสาหน้าสลด รู้สึกผิดเหลือเกินที่ทำให้เจ้าปรันมาผิดหวัง

ฟากเจ้านางอินยาก็กระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อทำพิธีเพิ่มเสน่ห์เสร็จ แม่เฒ่าเตือนให้ระวังเพราะติสสาเป็นคนสำคัญที่อาจมีคนทวงคืน  เจ้านางไม่หวั่นเลยเพราะเชื่อว่าความงามอมตะของตนจะมัดใจเขาได้ แม่เฒ่าเก็บเหรียญทองและยื่นห่อผงเสน่ห์กับผงทองคำให้ เจ้านางรับมาถือด้วยสีหน้ามาดมั่น...ติสสาต้องเป็นทาสของข้าตลอดชีวิต!

ฝ่ายติสสาก็สะดุ้งเฮือกไปทั้งตัวเพราะเสียงเรียกจากเจ้านางอินยาที่วิ่งวนในหัวไม่หยุด ความลุ่มหลงในตัวเจ้านางกลับมาอีกครั้งจนแทบทนไม่ไหวและต้องรีบไปหาทั้งที่ยังเจ็บแผล มารุตกับเมฆารั้งสุดกำลังแต่ก็สู้แรงไม่ได้

“ข้าไม่กลับ  เรือนไหนข้าก็ไม่ไป ข้าต้องไปหาเจ้านางอินยาเดี๋ยวนี้ เจ้านางอินยารอข้าอยู่”

มรันมาได้ยินเสียงเอะอะก็เข้ามาดูและถลันไปห้ามติสสาอีกคนแต่กลับถูกเขาพูดกระแทกใส่หน้าอย่างไม่ไยดี หญิงสาวแข็งใจขวางเขาสุดความสามารถ ติสสาจ้องเขม็งและพูดประโยคที่ทำให้เธอแทบกระอัก

“คนเดียวที่ข้าอยากเห็นหน้า อยากใกล้ชิดคือเจ้านางอินยา ถอยไป...เสียเวลา”

ขาดคำก็เหวี่ยงมรันมากองกับพื้นและผลุนผลันไปตำหนักเจ้านางอินยา มารุตกับเมฆาวิ่งมาดูมรันมาและมองตามแม่ทัพหนุ่มด้วยความแปลกใจ...อะไรทำให้ติสสาเปลี่ยนไปขนาดนี้

ด้านเจ้าปรันมากับเจ้านางจันทเทวีก็สงสัยท่าทีของติสสาเช่นกัน โดยเฉพาะเจ้านางที่ข้องใจตั้งแต่ทราบว่าแม่ทัพหนุ่มไปขลุกที่ตำหนักเจ้านางอินยาทั้งที่รู้ว่าคนในตำหนักนั้นไม่มีใครหวังดีกับมรันมา

“เป็นไปได้ไหมว่าติสสากำลังสืบเรื่องสนมอเลยาให้พี่ ถึงต้องไปตำหนักเจ้านางอินยา”

“ถ้าเช่นนั้นเขาก็ควรบอกเจ้าพี่หรือพี่หญิงมรันมา แต่นี่น้องรู้จากข้าหลวงว่าติสสาหายไปในห้องเจ้านางทั้งคืน”

เจ้าปรันมาอึ้งไป ไม่สบายใจแม้แต่น้อยเพราะสังหรณ์ว่าเจ้านางอินยาอาจมีแผนบางอย่าง

ooooooo

ติสสาผลักประตูห้องเจ้านางอินยาอย่างร้อนรนทั้งที่เลือดไหลโซมกาย เจ้านางประคองร่างชุ่มเลือดด้วยท่าทางนุ่มนวล กุมมือเขาไว้และยิ้มหวานใส่จนติสสาแทบคลั่ง มรันมาตามมาดึงเขาไว้พร้อมถ้อยคำอ้อนวอนให้กลับ ติสสาชะงักเมื่อได้ยินเสียงมรันมา เจ้านางอินยาจึงคว้าผงมนต์ดำไปแตะตัวจนเขาก็กลับมาหลงมัวเมาอีกครั้ง

“ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น หัวใจข้าอยู่ที่ไหน ร่างกายข้าก็ต้องอยู่ที่นั่น”

“ได้ยินไหมมรันมา หัวใจติสสาอยู่ที่นี่ ร่างกายน่าหลงใหลก็ต้องอยู่ที่นี่” เจ้านางอินยาเย้ย

“พี่ชายลืมน้องน้อย...ลืมคำสัญญาของเราแล้วหรือจ๊ะ”

“ข้าไม่เคยสัญญากับผู้หญิงอย่างเจ้า”

มรันมาตะลึง ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำร้ายจิตใจเธอขนาดนี้ เจ้านางอินยามองมาด้วยความสะใจพร้อมเย้ยหยัน

“อย่าทำหูทวนลม ยื้อแย่งในสิ่งที่ไม่ใช่ของเจ้าเลยมรันมา หรือต้องให้ติสสาสั่งทหารมาลากเจ้าออกไป”

“ข้าไม่เชื่อว่าพี่ชายจะลืมข้า พี่ชายไม่มีวันละทิ้งทุกอย่างที่ดีงามตลอดชีวิตมาแปดเปื้อนมนต์เสน่ห์โสมม”

ขาดคำ ติสสาก็ตบหน้ามรันมาฉาดใหญ่จนเธอล้มกับพื้น เจ้านางปรายตามองพร้อมถากถาง

“นางไพร่คนนี้มันด่าข้าว่าใช้มารยาหลอกล่อเจ้าให้ หลงผิด มันหาว่าข้าเป็นหญิงชั่ว ไม่สมควรจะอยู่กับเจ้า”

หัวใจของติสสาเหมือนถูกจุดด้วยไฟแค้น ตวาดลั่นให้มรันมาออกจากตำหนัก

“มันคนไหนกล้ารบกวนใจเจ้านางอินยา ข้าจะฟันคอมันให้ขาดตรงนี้”

มรันมาน้ำตาคลอ มองหน้าคนรักด้วยความผิดหวัง เจ้านางอินยาจะตบซ้ำ มรันมาจึงรีบขอให้ติสสาช่วย

“ได้...ข้าจะช่วยตบซ้ำสำหรับความหน้าหนา ทนอยู่ รกหูรกตา อยากจะโดนอีกใช่ไหม ยังไม่ไปอีก”

เจ้านางอินยาโผซบอกเขา มรันมาพูดไม่ออกและผลุนผลันออกไปไม่เหลียวหลัง เจ้าปันแสงแอบมองอยู่แล้วจากอีกมุม สะใจมากที่มรันมาโดนทำร้ายจิตใจ

ระหว่างที่ติสสากับเจ้านางอินยาพลอดรักกันในห้อง มรันมาก็ไปร้องไห้ระบายอารมณ์ที่น้ำตกแสงจันทร์ เสียใจที่คนรักเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เมฆากับมารุตผ่านมาเห็นจึงปลอบใจและยืนยันให้เธอนำตัวติสสาออกมาให้ได้

“ความรักที่ข้ามีไม่เปลี่ยนแปลง พวกเจ้าต่างหากต้อง ไปถามพี่ชายว่าหญิงใดกันแน่ที่พี่ชายต้องการในตอนนี้”

ooooooo

แผลของติสสาน่าเป็นห่วงไม่น้อย เจ้านางอินยาเร่งให้ไปตามหมอหลวงจนวุ่นวายไปทั้งตำหนัก เจ้าปันแสงเฝ้ามองด้วยความกังวล กลัวว่าถ้าแม่ทัพใหญ่เป็นอะไรตัวเองกับแม่จะได้รับอันตรายเมื่อกองทัพขององค์นรสิงห์มาถึง

ส่วนมรันมาไปปรับทุกข์เรื่องติสสาที่เรือน นันทวดีกับเจ้านางจันทเทวีรับฟังด้วยความเห็นใจ โดยเฉพาะนันทวดีที่เชื่อว่าลูกชายไม่ใช่คนเหลวไหลโลเลหรือหลงเสน่ห์เย้ายวนใจของอิสตรีง่ายๆ มรันมานิ่งคิดแต่ไม่ทันพูดอะไร กาหลงก็มาตามให้ไปนำตัวติสสาออกจากตำหนักเจ้านางอินยาเพราะเป็นห่วงว่าจะตายคาตำหนักเสียก่อน

มรันมาตัดความกังวลเรื่องเจ้านางอินยาและตามกาหลงไปช่วยติสสา ระหว่างทางก็ถามเพื่อนข้าหลวงว่าเห็นคนรักของเธอไปตำหนักเจ้านางอินยาบ่อยไหม กาหลงบอกว่าเคยเห็นเป็นครั้งแรกเมื่อไม่กี่คืนก่อน

“คืนที่เจ้านางสั่งให้ทุกคนออกไปนอกตำหนัก ตอนเจ้านอนป่วยอยู่เรือนแม่ทัพนอกวัง” มรันมานิ่งคิด กาหลงจับมือให้กำลังใจ “แม่ทัพติสสารักเจ้าเท่าชีวิตใครๆ ก็รู้ มรันมา...คนของเรา แม้จะเป็นของเรา แต่หากเจ้าไม่ยึดไว้ดีๆ ปล่อยให้หลุดมือบ่อยๆ สักวันมันจะไม่กลับมาหาเรา”

กาหลงมาส่งเพื่อนถึงด้านในของตำหนักและผละไปเพราะเกรงจะถูกจับได้ แต่มรันมาก็ไปไม่รอดเมื่อเจ้าปันแสงมาดักหน้าพร้อมถ้อยคำค่อนแคะถึงความรักของเธอต่อติสสา

“ข้าไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ระหว่างความพยายามกับความดื้อด้านของเจ้า”

“ท่านจะเรียกอะไร มันก็หมายความเหมือนกันคือข้าเป็นห่วงพี่ชาย”

“ห่วงไปแล้วติสสามันสนใจไยดีความรู้สึกเจ้าบ้างหรือเปล่า ดูจากสภาพเจ้า...ข้าว่าไม่เลย”

มรันมาตาเบิกโพลงเมื่อมองลอดช่องแง้มประตู เห็นคนรักกับเจ้านางอินยาพร่ำพรอดกันด้วยท่าทางอ่อนหวานพร้อมวาจาบาดหู เจ้าปันแสงมองทาสสาวและผลักประตูเข้าไปพร้อมมรันมา ติสสาตาวาวและตวาดลั่นที่เจ้าปันแสงปล่อยให้มรันมามากวนใจเจ้านางอีก

“ที่นี่ไม่มีพี่ชายของเจ้า มีแต่ข้า...ติสสา แม่ทัพผู้มอบหัวใจไว้แทบเท้าเจ้านางอินยาแต่เพียงผู้เดียว”

เจ้านางอินยาจับมือติสสาแน่นจนมรันมาต้องเมินหน้าหนี แต่สุดท้ายก็ฝืนไม่ไหวผินกลับมามองเขาด้วยความเจ็บปวด ติสสายังหลงอยู่ในมนต์เสน่ห์จึงมองไม่เห็นความร้าวราน ภาพเขาตระกองกอดกับหญิงอื่นทำให้มรันมาเกือบทรุด เจ้าปันแสงแกล้งทำปลอบให้เธอกลับไปก่อนเพราะติสสาคงต้องอยู่อีกนาน มรันมาจึงโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“พี่ชายเคยสัญญาว่าจะไม่ทำให้น้องน้อยเสียใจ แต่วันนี้พี่ชายกำลังทำร้ายหัวใจน้องน้อย”

“ผู้ชายก็ปากพล่อยอย่างนี้ทุกคน เวลาอยากได้ผู้หญิงไว้บำเรอความใคร่...เชื่ออะไรกับสัญญาลมๆแล้งๆ”

มรันมาน้ำตาร่วง ตรงข้ามกับเจ้านางอินยาที่ยิ้มสะใจ เช่นเดียวกับเจ้าปันแสงที่จงใจทอดเสียงนุ่มแต่บาดลึกลงในใจมรันมา “หัวใจติสสาไม่เคยจำเรื่องของเจ้าเลย สิ่งเดียวที่เขาจดจำคือความสุขมากมายที่เจ้านางอินยามอบให้”

ติสสาออกปากไล่อีกครั้ง “เอามันออกไปเถอะเจ้าปันแสง...ข้าไม่อยากฆ่าผู้หญิง”

มรันมาหน้าซีด เจ้าปันแสงจึงแสร้งปลอบใจ “ได้ยินแล้วใช่ไหมมรันมา หัวใจรักของเจ้ามันถูกเหยียบย่ำทำลายไม่มีค่าเพราะหญิงที่อยู่ในใจติสสาคือเจ้านางอินยา ไม่มีเงาของเจ้าอยู่ตรงไหนในใจติสสา ไม่มี...ไม่มีอีกเลย”

ติสสาดึงเจ้านางอินยามาจูบต่อหน้าอย่างดูดดื่ม มรันมาทรุดตัวลงอย่างหมดแรงแต่ยังไม่ยอมออกไปจนแม่ทัพหนุ่มเหลืออด แทบจะถลันไปฆ่าแล้วถ้าเจ้านางอินยาไม่ห้ามไว้

“พอเถอะติสสา สงสารเขา ข้าเข้าใจหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันนะ ยามรักยามหลง”

“ไร้ยางอาย เจ้านางจะสงสารทำไม เห็นหรือยังมรันมา เจ้านางเมตตาขนาดนี้ ยังจะอยู่ให้เกะกะสายตาอีก”

มรันมาสะอื้นฮัก ไร้เรี่ยวแรงขัดขืนเมื่อเจ้าปันแสงประชิดตัวและโอบปลอบพร้อมถ้อยคำเย้ยหยัน

“มองภาพนี้ให้เต็มตามรันมา ความรักที่วางแทบเท้ามันไร้ค่า เทียบไม่ได้กับความรักที่ติสสามอบให้เจ้านาง”

มรันมาพยายามหันหนี เจ้าปันแสงบีบหน้าให้มอง จัดการลากตัวออกจากห้องและเหวี่ยงลงพื้นอย่างไม่ไยดี

“ไม่ต้องรอเวลาแก้แค้น เพราะชีวิตทาสอย่างเจ้ามันไม่มีค่าอะไร ถึงตายไปทั้งศรีพิสยาก็ไม่มีใครไยดี”

เจ้าปันแสงเดินจากไปแล้ว ทิ้งมรันมาไว้กับความทุกข์ใจแสนสาหัสที่คนรักกลายเป็นอื่น

เวลาเดียวกันที่วิหารปุระอมร...สุเลวินเห็นความแตกสามัคคีเพราะความริษยาในศรีพิสยาก็เห็นเป็นโอกาสดีจะบุก องค์นรสิงห์ยินดีมาก ต่างจากสีหสาที่มองโหรหนุ่มอย่างเย้ยหยัน ดูถูกว่าญาณพิเศษของเขาไม่จำเป็นต้องทำนาย เธอก็รู้ว่าต้องมีชัยเหนือศรีพิสยาเพราะแม้แต่ติสสายังพ่ายแพ้แก่คมดาบของเธอ

“ชัยชนะเหนือศรีพิสยาจะไม่ได้มาจากดาบของท่าน...สีหสา แต่มาจากดาบภายในที่ศรีพิสยาทิ่มแทงกันเอง”

“อย่ามาอวดอ้างญาณพิเศษสุเลวิน เจ้าก็ได้แต่นั่งทำนายตรงนี้ ข้าต่างหากที่ยอมพลีชีวิตเพื่อองค์นรสิงห์”

“ต่อให้รบอีกร้อยครั้ง ท่านก็แค่ม้าศึกที่ถูกบังตา ตาบอดสนิทของข้ายังเห็นได้ลึกซึ้งกว่าตาที่เปิดอยู่ของท่าน”

สีหสาโกรธมากจะชักดาบฆ่าโหรหนุ่มให้หายแค้น องค์นรสิงห์หัวเราะแล้วเอ่ยท้าแม่ทัพหญิงแห่งปุระอมร

“เจ้าจะฆ่าสุเลวินก็ได้ แต่จงหาคนที่มีญาณทิพย์และนิมิตพิเศษเสมอเหมือนสุเลวินมาให้ข้าด้วย”

สุเลวินยั่วว่าพร้อมจะตาย สีหสาโมโหที่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองมาด้วยแววตากราดเกรี้ยว

“ดาบเจ้าคงคมพอจะบั่นคอข้าขาดในทีเดียว อย่าให้ เหมือนที่แทงติสสา แทงแล้วแทงอีก แต่ติสสาก็ยังไม่ตาย”

องค์นรสิงห์ชอบใจมากที่คนสนิททั้งสองมีฝีปากและฝีมือไม่เป็นสองรองใคร สุเลวินเห็นสีหสาลำพองใจจึงพยายามเตือนให้มีสติ แต่สีหสาไม่ฟังและจะควักลูกตาเขาออกให้หายแค้น แต่องค์นรสิงห์ห้ามไว้พร้อมประกาศกร้าว

“ข้าจะไม่ปกป้องใครที่ไร้ประโยชน์กับข้า และข้าก็จะไม่ไว้ชีวิตใครที่ขัดขวางความยิ่งใหญ่ของข้าเหมือนกัน”

สองคู่กัดจึงต้องหยุดความขัดแย้งและหารือเรื่องยกทัพไปศรีพิสยา องค์นรสิงห์แสยะยิ้มพอใจ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ข้ารอคอย...ศรีพิสยาต้องมาอยู่แทบเท้าข้า!

ooooooo

ความเปลี่ยนแปลงของติสสานำพาความทุกข์ใจมาสู่มรันมากับนันทวดี โดยเฉพาะอดีตข้าหลวงเก่าแก่ที่แทบคลั่งเมื่อได้ยินเรื่องจากมรันมา ร่ำๆจะไปตามลูกชายเองแต่มรันมาห้ามไว้ไม่อยากให้มีเรื่องใหญ่โต กาหลงแวะมาหาและอาสาพาไปที่ตำหนักอีก มรันมาปฏิเสธและบอกว่าพี่ชายคงไม่ต้องการน้องน้อยอีกแล้ว

เวลาเดียวกันที่ตำหนักเจ้านางอินยา...ชายหนุ่มที่ทุกคนเป็นห่วงกำลังหลับไหลเพราะฤทธิ์ยา เจ้านางถือโอกาสโปรยผงเสน่ห์ทั่วตัวเขาจนหมดห่อ หวังสุดใจว่าแม่ทัพใหญ่จะเป็นทาสรักตลอดชีวิต

เจ้าปันแสงมาหารือเรื่องศึกกับองค์นรสิงห์ อยากให้ติสสาคุ้มกันตัวเองกับเจ้านางออกจากศรีพิสยาเพราะเชื่อว่าไม่น่ามีทางชนะ เจ้านางไม่เห็นด้วยเพราะอยากให้ลูกชายได้อยู่บนบัลลังก์ศรีพิสยา เจ้าปันแสงมองไม่เห็นทาง แต่เจ้านางก็ปลอบไม่ให้คิดมากเพราะเธอมีแผนในใจแล้ว...มีคนหนึ่งที่ช่วยเราได้แน่

ตัวช่วยของเจ้านางอินยามาถึงในช่วงเช้าไม่กี่วันถัดมา เจ้าแสงมิน...เหนือหัวแห่งเมืองสีมินและญาติห่างๆของเจ้านางอินยา เจ้าปันแสงรู้จักญาติหนุ่มของตัวเองดีและพอจะเข้าใจแผนการของแม่ จึงต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีด้วยสิ่งที่เจ้าแสงมินโปรดปรานที่สุด

เจ้าแสงมินแทบสำลักความสุขเมื่อนางข้าหลวงมากหน้าหลายตาคอยปรนนิบัติ เจ้านางอินยากับเจ้าปันแสงจับตามองตลอดและตัดสินใจยื่นข้อเสนอให้ช่วยยึดบัลลังก์ศรีพิสยาจากเจ้าปรันมาแลกกับว่าที่น้องนางอย่างมรันมา

เจ้าแสงมินตาวาวเมื่อได้ยินเรื่องสาวงามแห่งศรีพิสยา แต่ยังไม่ยอมรับปากจนกว่าจะได้เจอมรันมา

และเมื่อได้เห็นหน้าว่าที่น้องนางแห่งศรีพิสยาในวิหาร เจ้าแสงมินก็ถึงกับตะลึงในความงามและหลงรักมรันมาทันที เข้าเกี้ยวพาราสีจนหญิงสาวทำตัวไม่ถูก เจ้าปันแสงเฝ้ามองด้วยความอิจฉานิดๆเพราะใจจริงก็ยังอยากได้มรันมา เจ้านางอินยาเห็นท่าลูกชายก็ปรามให้ตัดใจเพราะแผนครั้งนี้จะพังไม่ได้

“ข้าไม่เสียดายทาสหญิงคนเดียว แต่ได้ยินมาว่าเจ้าแสงมินมีเจ้านางอยู่แล้ว แผนกำจัดมรันมาอาจไม่ง่าย”

“มรันมาไม่มีวันได้เป็นเจ้านาง ข้ายกมันให้เป็นของเล่นเจ้าแสงมินเท่านั้น”

“แต่เราจะได้เจ้าแสงมินมาช่วยทวงบัลลังก์คืนจากปรันมา ถึงตอนนั้น...ข้าจะมีหญิงงามเป็นร้อยมาแทบเท้า เพราะฉะนั้นถ้ามรันมามันจะมีประโยชน์อยู่บ้าง ข้าก็สมควรต้องช่วยส่งมันไปทำหน้าที่บำเรอความสุขเพื่อบัลลังก์ของข้า”

สองแม่ลูกยิ้มให้กันอย่างมีความสุข เชื่อมั่นว่าอีกไม่นานบัลลังก์แห่งศรีพิสยาต้องมาถึงมือแน่

ฝ่ายเจ้าแสงมินตามตอแยมรันมาจนเธออึดอัด แต่ขัดอะไรไม่ได้มากเพราะเขาเป็นถึงราชนิกุลหนุ่มพระญาติห่างๆของเจ้านางอินยา ได้แต่พยายามเดินหนีและเลี่ยงกลับเรือน ทิ้งให้เจ้าแสงมินมองตามพร้อมแววตาพราวระยับ

“เหมือนที่เจ้านางอินยาบอกไว้ น้องนางที่ซ่อนตัว ปิดบังฐานะ อ่อนหวาน...บริสุทธิ์เหนือหญิงใดในศรีพิสยา”

หลังพาเจ้าแสงมินไปเจอมรันมา สองแม่ลูกก็กลับตำหนัก ติสสาถลันมาหาและต่อว่าที่ปล่อยให้ตื่นมาลำพัง เจ้านางอินยาแสร้งทำเขินและบอกว่าอยากให้เขาพักผ่อนบ้าง เจ้าปันแสงหมั่นไส้มากและสั่งให้ติสสาดูแลและคุ้มกันตัวเองกับเจ้านางดีๆเผื่อว่าจะเกิดสงครามกับองค์นรสิงห์ แม่ทัพหนุ่มที่ยังมัวเมากับเสน่หามนต์ดำรับปากเป็นมั่นเหมาะ

“ไม่ต้องห่วงเจ้าปันแสง เมื่อใดที่นรสิงห์บุกศรีพิสยา ข้าจะเอาชีวิตปกป้องท่านกับเจ้านางอินยา!”

ooooooo

อาการแปลกๆของติสสาทำให้เจ้าปรันมานั่งไม่ติด ประกอบกับข้อสงสัยของเจ้านางจันทเทวีเมื่อวันก่อนก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่าเจ้านางอินยากับเจ้าปัน–แสงต้องมีแผนบางอย่าง มารุตกับเมฆารายงานการมาถึงของเจ้าแสงมิน เจ้าปรันมานิ่งไปอึดใจและสั่งสององครักษ์เสียงเข้ม

“เสน่ห์ที่เคลือบพิษร้ายอาจกำลังทำลายศรีพิสยา เมฆา มารุต...จับตาที่ตำหนักเจ้านางอินยาไว้”

เวลาเดียวกันที่วิหารปุระอมร การศึกขององค์นรสิงห์ถูกเปลี่ยนแปลงเพราะมีสายรายงานเรื่องเมืองมินโลคิดล้างแค้นและกู้เอกราช สีหสาอาสาเป็นทัพหน้าไปปราบให้สิ้นซาก องค์นรสิงห์เห็นดีด้วยเพราะไม่ชอบความท้าทายอยู่แล้ว มีเพียงสุเลวินที่เห็นความแตกแยกในศรีพิสยาจากญาณพิเศษและเห็นเป็นโอกาสดีจะทำศึก แต่องค์นรสิงห์กับสีหสากลับไม่สนใจ เพราะคิดว่าศรีพิสยาเป็นของตายที่จะเหยียบให้ราบเมื่อไหร่ก็ได้

ฝ่ายเจ้าปรันมาร้อนใจจนต้องไปปรึกษาเมืองมาสให้ช่วยดูชะตาของติสสา โหรหญิงประจำเมืองนั่งสวดมนต์และภาวนาในหอขวัญจนพบว่าแม่ทัพหนุ่มถูกครอบงำด้วยมนต์ดำ เลยส่งผีขวัญกับผีเมืองไปกำจัดความชั่วร้ายจนแม่เฒ่าแตกกระเจิงและสามารถลบล้างมนต์ดำจากติสสาได้ในที่สุด

เจ้าปรันมารีบสั่งให้เมฆากับมารุตตามไปจับตัวแม่เฒ่าเพื่อช่วยติสสา แต่ก็ต้องปะทะกับอสุนีซึ่งเจ้าปันแสงส่งมาคุ้มกันแม่เฒ่าและนำตัวกลับไปช่วยเจ้านางอินยา ส่วนติสสาก็คลุ้มคลั่งอย่างหนักเพราะความเจ็บปวดที่แล่นผ่านทั่วร่าง สติค่อยๆเพิ่มทีละน้อยและร้องเรียกชื่อหนึ่งที่อยู่ในใจตลอดมา “น้องน้อย...น้องน้อยของพี่ชาย”

มรันมารู้สึกเหมือนได้ยินติสสาร้องเรียกจากที่ไหนสักแห่ง ใจเริ่มไม่ดีเพราะกลัวเขาจะมีอันตรายแต่ก็ต้องข่มไว้ เพราะคิดว่าเขาคงมีความสุขกับเจ้านางอินยา ไม่รู้แม้แต่น้อยว่า ชายหนุ่มที่คะนึงหากำลังร้อนรนดั่งไฟเผา พิษเสน่หาที่เคยครอบงำสูญสลายและพยายามประคองร่างอันบอบช้ำออกจากตำหนักไปหาเธอ

ฝ่ายมารุตกับเมฆาก็ต่อสู้กับอสุนีเพื่อชิงตัวแม่เฒ่าอย่างดุเดือด แต่สุดท้ายสองทหารเอกของเจ้าปรันมาก็พ่ายให้แก่อสุนีซึ่งนำตัวแม่เฒ่าหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด

ด้านเจ้านางอินยากับเจ้าปันแสง...เริ่มนั่งไม่ติดเพราะยังไม่ได้ข่าวจากอสุนีเรื่องแม่เฒ่า ต่างจากเจ้าแสง- มินที่ไม่สนใจคนรอบข้าง เพ้อหาแต่มรันมาจนเจ้าปันแสงต้องปลอบให้ใจเย็น

“มรันมาต้องเป็นของท่าน ไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าแสงมิน ทุกอย่างที่ข้ากับเจ้านางทำอยู่ก็เพื่อเร่งให้มรันมาโผเข้าสู่อ้อมอกของท่าน รับรองว่าการรอคอยของท่านมันต้องคุ้มค่าที่สุด”

“สำหรับมรันมา...ข้ายอมแลกกับความช่วยเหลือทุกอย่าง ข้าสัญญาจะให้ท่านทุกอย่าง แม้กระทั่งกองทัพของข้าที่จะจัดการกระชากปรันมาให้ร่วงลงมา แล้วส่งท่านขึ้นสู่บัลลังก์ศรีพิสยา”

“แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ข้าตอบแทนกัลยาณมิตรด้วยสิ่งดีที่สุดอย่างมรันมาได้ยังไง”

เวลาเดียวกันที่เรือนติสสา...เจ้านางจันทเทวีกับนันทวดีเฝ้ามองอาการเซื่องซึมของมรันมาด้วยความห่วงใย โดยเฉพาะอดีตนางข้าหลวงที่เชื่อมั่นในตัวลูกชายว่าไม่ใช่คนเปลี่ยนใจง่าย

“สองหัวใจผูกพันกัน ยามคนใดคนหนึ่งทุกข์ ความผูกพันก็จะเรียกหาหัวใจอีกดวง”

“หัวใจข้าผูกพันกับพี่ชาย แต่หัวใจพี่ชายผูกไว้กับลมหายใจเจ้านางอินยาไปแล้ว ข้าไม่ควรไปรบกวนอีก”

ขณะที่ทุกคนวุ่นวายใจ...ติสสาต้องต่อสู้กับความเจ็บปวดของร่างกายอย่างหนัก สติที่ฟื้นคืนมาทำให้อดแปลกใจไม่ได้ว่าตัวเองมาอยู่ในตำหนักเจ้านางอินยาได้อย่างไร แม่ทัพหนุ่มเกือบหนีออกไปสำเร็จ ถ้าเจ้านางอินยาจะไม่เห็นและสั่งให้บ่าวไพร่รั้งตัวไว้ก่อน

“ไม่...เจ้านาง อย่าเข้ามาใกล้ข้า”

“แต่เจ้ามอบชีวิตและวิญญาณให้ข้าแล้ว”

“ไม่จริง...ชีวิตนี้ข้ามีไว้เพื่อกษัตริย์ปรันมา วิญญาณข้าพลีเพื่อแผ่นดิน หัวใจข้าเป็นของมรันมาคนเดียว”

เจ้านางอินยาผงะกับท่าทีขึงขังและจริงจังของติสสา...หรือว่ามนต์ดำของแม่เฒ่าจะเปลี่ยนไป

ooooooo

เมื่อเจ้าปรันมาทราบเรื่องแม่เฒ่าจากมารุตกับเมฆา ก็สั่งให้เตรียมทหารไปตามติสสาถึงตำหนักเจ้านางอินยา แม่ทัพหนุ่มกำลังดิ้นรนจากการจับกุมเมื่อคณะของเจ้าปรันมาไปถึง เจ้านางอินยาหน้าซีดเมื่อเห็นองค์เหนือหัวแห่งศรีพิสยา เห็นลางแพ้รำไรแต่ทำเป็นยืนเชิดหน้าระงับอาการ เจ้าปรันมาจึงแกล้งถามเสียงเยาะ

“เห็นว่ามารักษาที่ตำหนักนี้ เป็นยังไงบ้างติสสา หมอของเจ้านางอินยาเก่งกว่าหมอหลวงของข้าหรือเปล่า”

น้ำเสียงทรงอำนาจของเจ้าปรันมาเหมือนยารักษาทำให้สติของติสสากลับคืนมาอย่างสมบูรณ์และขอกลับไปรับใช้เจ้าปรันมาทำศึกกับองค์นรสิงห์ เจ้านางอินยาหน้าเสียเพราะรู้ว่าแผนร้ายพังไม่เป็นท่า เจ้าปรันมาเองก็ทราบดีจึงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางสุขุมและเยือกเย็น

“เวลานี้พวกนรสิงห์กระหายอยากครอบครองศรีพิสยา ข้าเป็นห่วงไพร่ฟ้าของข้า โดยเฉพาะเชื้อพระวงศ์ ขออนุญาตท่านด้วยเจ้านางอินยา ให้คนของข้าตรวจดูรอบๆตำหนักเพื่อความปลอดภัย” เจ้านางจะค้านแต่ถูกดักคอเสียก่อน “ข้าต้องดูแลทุกชีวิตในศรีพิสยา ถึงไม่อาจวางใจปล่อยให้ความปลอดภัยของทุกตำหนักหละหลวม”

เจ้านางอินยาหมดทางจะขวาง เมฆากับมารุตจึงนำกองทหารสำรวจรอบๆตำหนักแต่กลับพบเจ้าแสงมิน ที่ทำให้เจ้าปรันมาหนักใจไม่น้อยเพราะสังหรณ์รุนแรงว่าเจ้านางอินยากับเจ้าปันแสงอาจคิดทำอะไรบางอย่าง

เวลาเดียวกันที่วิหารร้างนอกเมือง...เจ้าปันแสงกำลังบังคับขู่เข็ญแม่เฒ่าให้ร่ายมนต์ดำขึ้นใหม่ให้ติสสาหลงในบ่วงเสน่หาของเจ้านางอินยาอีกรอบ

“ข้าทำไม่ได้แล้วเจ้าปันแสง อำนาจผีขวัญ ผีเมือง ทำลายมนต์มายาที่ข้าทำกับติสสาไปหมดแล้ว”

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการได้ยินจากปากเน่าๆของแก ไอ้ติสสามันต้องไม่หลุดจากฝ่าเท้าของข้า มันจะไม่ได้เป็นแม่ทัพของปรันมาอีก แต่ต้องปกป้องข้ากับแม่จนกว่าชีวิตจะหาไม่”

แม่เฒ่าพนมมือขอชีวิตและปฏิเสธเพราะกลัวถูกผีขวัญผีเมืองทำร้าย แต่เจ้าปันแสงก็ชักดาบเล่มยาวขึ้นขู่

“มึงอยากตายใช่ไหม ฟังข้าดีๆ ใช้อาคมของมึงทำให้มรันมาหลงรักเจ้าแสงมิน ติสสามันต้องอยากตายที่หญิงคนรักทอดกายยอมเป็นของเล่นให้ชายอื่น”
เจ้าปันแสงแสยะยิ้มน่าเกลียด แม่เฒ่าต้องยอมและเริ่มพิธีสร้างมนต์ดำให้มรันมาตกอยู่ในห้วงเสน่หาตามคำสั่ง

ฝ่ายเจ้าปรันแสงก็คาดคั้นติสสาอย่างหนัก ว่าไปตกหลุมพรางของเจ้านางอินยาอีท่าไหนถึงได้ขลุกอยู่แต่ในตำหนักเจ้านางจนทำให้ใครหลายคนช้ำใจโดยเฉพาะมรันมา ติสสาสับสนไปหมดเพราะจำอะไรไม่ได้ เจ้าปรัน-มา คิดว่าไม่มีประโยชน์จะรื้อฟื้นเพราะยังจับคนสำคัญอย่างแม่เฒ่าไม่ได้ เลยสั่งให้ติสสากลับเรือนไปรักษาตัวให้หายดี

แม่ทัพหนุ่มกลับเรือนด้วยใจลิงโลด คิดถึงมรันมาใจแทบขาดเพราะไม่ได้เห็นหน้ามาหลายเพลา แต่แล้วก็ต้องฝันสลายเพราะนันทวดีบอกว่าคนรักของเขาไปนั่งเล่นผ่อนคลายความทุกข์ตั้งแต่บ่ายเพราะตรอมใจเรื่องเขากับเจ้านางอินยา แม่ทัพใหญ่รู้สึกผิดมากที่ทำให้เธอเสียใจจึงอาสาไปตามหา แต่ไม่ทันพบ เจ้าปรันมาก็มีรับสั่งให้เขาไปสวดมนต์ที่หอขวัญเมืองเพื่อลบล้างอาถรรพ์มนต์ดำให้สิ้นซาก

“เราจะสวดมนต์ให้ผีขวัญ ผีเมืองคุ้มครองจิตของเจ้า ขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้หมด” เจ้าปรันมาเอ่ย

“ท่านจะเจ็บปวดไปทั้งร่างนะแม่ทัพติสสา เพราะมนต์ชั่วในตัวท่านจะต่อต้านอำนาจศักดิ์สิทธิ์” เมืองมาศเตือน

ติสสาไม่กลัวเพราะเชื่อว่าความเจ็บปวดที่จะเผชิญ เทียบไม่ได้กับความเสียใจที่ทุกคนได้รับเมื่อเขาขาดสติ

ฟากมรันมาก็นั่งระบายอารมณ์ที่น้ำตกแสงจันทร์ ภาพคนรักตระกองกอดกับเจ้านางอินยาทำให้น้ำตาพานจะไหลอีกรอบ ทันใดนั้น...เสียงสวดมนต์โบราณลอยตามลมจากอีกด้าน มรันมาตกในมนต์สะกดเดินตามหาต้นเสียงด้วยความอยากรู้ เสียงหวีดร้องเหมือนปีศาจร้ายกำลังทรมานดังขึ้นในหัว มรันมาหนาวเยือกไปทั้งร่างแล้วค่อยๆทรุดตัวนอนกับพื้น สติที่เหลือเพียงน้อยนิด ทำให้เธอเพ้อถึงติสสา...พี่ชาย ช่วยน้องน้อยด้วย!

เวลาเดียวกันที่วิหารร้าง...แม่เฒ่าเป็นลมไปแล้วเพราะใช้พลังมากเกินไป เจ้าปันแสงไม่ยี่หระ เฝ้ามองกลุ่มควันสีดำสนิทที่แผ่ปกคลุมทั่ววิหาร บดบังรัศมีพระเพ็ง ด้วยความยินดี

“วันนี้ไม่มีแสงพระเพ็งมาช่วยปกป้องใครทั้งนั้น แสดงว่าพระเพ็งก็เปิดทางให้ความปรารถนาของข้าสำเร็จ”

มรันมาสลบไสลอยู่พักใหญ่จึงฟื้นขึ้นมา มนต์เสน่หาสีดำเข้าครอบงำจิตใจจนหญิงสาวปั่นป่วนด้วยความรู้สึกบางอย่าง เธอค่อยๆเปลื้องผ้าคลุมไหล่ออกจากตัวเพื่อรับแสงจันทร์นวล คลี่ยิ้มหวานหยดย้อย สะบัดผมสยายแล้วเยื้องย่างผ่านม่านน้ำตกเข้าสู่ถ้ำด้านใน

เมื่อเจ้านางอินยาพาเจ้าแสงมินมาถึงในช่วงดึกของคืนวันเดียวกัน มรันมาก็พร้อมแล้วจะร่ายมนต์เสน่ห์ให้เขาหลงจนโงหัวไม่ขึ้น เจ้าแสงมินอ้าปากค้างเมื่อเห็นความงดงามท่ามกลางแสงจันทร์ของมรันมา โดยมีเจ้านางอินยาเฝ้ามองจากอีกมุมด้วยแววตาสาสมใจ...ถึงคราวแกลุ่มหลงบ้างแล้วนังมรันมา!

ooooooo

ติสสาออกจากหอขวัญเมืองเช้าวันถัดมาด้วยความแจ่มใส ปราศจากอำนาจชั่วร้ายของมนต์มายาทั้งปวง เจ้าปรันมาดีใจมากและอวยพรให้เขารักษาตัวและจิตใจดีๆ

“ใครทำให้ข้าละเว้นความจงรักภักดี ทำให้ข้าลืมคำสัตย์สาบานจะปกป้องท่าน ข้าจะไปตัดคอพวกมันทุกคน”

“ข้าขอล่ะติสสา ไม่ต้องนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาให้รบกวนใจเจ้าอีก ไฟแค้นดับได้ด้วยการให้อภัย”

เจ้านางจันทเทวีมาหาพี่ชายพอดี เจ้าปรันมาจึงบอกให้ติสสากลับเรือนไปหามรันมา เมื่อลับร่างแม่ทัพหนุ่มเจ้านางจันทเทวีก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมพี่ชายถึงไม่เล่าความจริงว่าติสสาถูกมนต์เสน่ห์ของเจ้านางอินยาเล่นงาน

“ควรหรือจันทเทวี ที่จะให้พี่หันคมดาบของติสสาไปหาญาติของเรา”

“เจ้านางอินยาไม่เคยคิดว่าเราเป็นญาติ เจ้าปันแสงก็ไม่เคยมองเห็นเราเป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน”

“เวลานี้ศรีพิสยาต้องการความสามัคคีเพื่อต่อสู้กับองค์นรสิงห์ ถ้าแตกแยกกันเองก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ศัตรู” เจ้านางจันทเทวียังไม่วางใจ เจ้าปรันมาจึงต้องพูดให้คลายกังวล “พี่ไม่ได้วางใจเจ้านางอินยากับเจ้าปันแสง แต่เรายังจับตัวแม่เฒ่าไม่ได้ พี่จะไม่ตัดสินเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ด้วยความสงสัยเพียงอย่างเดียว”

“น้องอยากให้พี่หญิงแต่งงานกับติสสาเร็วๆ ดูซิว่าใครจะกล้ามาแยกคนที่รักกันมากขนาดนี้อีก”

ติสสามุ่งหน้ากลับเรือนด้วยความตื่นเต้นที่จะเจอคนรัก แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อนันทวดีบอกว่ามรันมาออกจากเรือนตั้งแต่เช้า กาหลงมารายงานว่ามรันมาไปที่ตำหนักเจ้านางอินยา แต่ท่าทางแปลกๆทำให้น่าสงสัยจนต้องมาบอกติสสา แม่ทัพใหญ่ตามไปดูด้วยใจร้อนรุ่ม... สังหรณ์ลึกๆว่ามรันมาอาจถูกทำร้ายด้วยอะไรบางอย่าง

อะไรบางอย่างที่ว่ากำลังครอบงำหญิงสาวอย่างหนัก มรันมาไม่สะทกสะท้านเลยเมื่อถูกเจ้านางอินยากระแนะกระแหนว่าหน้าด้านและมาหาผู้ชายถึงตำหนัก เพียงแต่ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ติสสาแต่เป็นเจ้าแสงมิน

“น่าสมเพช...เจ้านี่เหมือนกาฝาก ใกล้ใครก็เกาะไว้สูบเลือดเนื้อประทังชีวิตชั้นต่ำ ไหนล่ะ...พี่ชายที่รักเจ้านักหนา วันก่อนยังกอดแข้งกอดขาอ้อนวอนขอให้รัก พอวันนี้กลับเรียกหาผู้ชายอีกคน”

มรันมาไม่สนใจชื่อติสสา จนกระทั่งเจ้าแสงมิน ออกมาพบเธอและพากันไปเดินเล่นที่น้ำตก เจ้านางอินยากับเจ้าปันแสงมองตามด้วยความสะใจ...อยากรู้นักถ้าติสสามาเห็นจะทำหน้ายังไง!

ooooooo

เจ้าแสงมินกับมรันมาเดินเล่นกันอย่างมีความสุขเหมือนหนุ่มสาวแรกรัก มรันมาชม้ายตามองจนราชนิกุลหนุ่มแทบคลั่งและอ้อนถามถึงความรู้สึก

มรันมาเขินและจะผละไป เจ้าแสงมินยื้อไว้และกุมมือเธอแน่นด้วยความสิเน่หา

“ถ้าข้าไม่ได้มาอย่างแขกล่ะ ถ้าข้ามาอย่างชายที่ปรารถนาคนรักที่อนาคตจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับศรีพิสยา” มรันมายิ้มหวานและบอกว่าศรีพิสยาย่อมเต็มใจดูแล “ข้าหมายถึงเจ้าต่างหากมรันมา เจ้าจะเต็มใจดูแลข้าด้วยจิตวิญญาณ ความรักและเรือนร่างอันอบอุ่นของเจ้าหรือไม่”

มรันมาเขินจัดและแกล้งเดินหนี เจ้าแสงมินมองตามตาวาว  “คนอย่างเจ้าแสงมิน ไม่มีความปรารถนาใดที่ไม่สมหวัง แล้วความปรารถนาของข้าตอนนี้ก็คือมีเจ้าเคียงข้าง”

ฝ่ายติสสาก็ตามหาคนรักด้วยใจกังวล ตาลุกเป็นไฟด้วยแรงหึงเมื่อเห็นเธอกุมมือกับเจ้าแสงมิน

เจ้าปันแสงกับเจ้านางอินยาพยายามห้ามแต่ก็แทบต้านแรงแม่ทัพใหญ่ไม่ไหว มรันมาที่ยังหลงในมนต์เสน่ห์ตวัดสายตามองติสสาด้วยแววตาหมางเมิน “หยุดเรียกข้าว่าน้องน้อย...ข้าไม่มีพี่ชาย”

ติสสาตัวชาเหมือนโดนทุบหัวอย่างจัง เจ้าแสงมินถลาไปกอดมรันมาจนแม่ทัพหนุ่มเลือดขึ้นหน้าและผวาไปทำร้ายเจ้าแสงมิน เจ้าปันแสงกับอสุนีเข้าขวางจนเกิดการประดาบ ติสสาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เพราะใจร้อนจนทำให้พลาดท่าเสียที เจ้านางอินยามองมาด้วยความสะใจ ไปยืนตรงหน้าเขาและถากถางเสียงหวาน

“ระหว่างแม่ทัพอย่างเจ้ากับกษัตริย์อย่างเจ้าแสงมิน เจ้าคิดว่าผู้หญิงจะสนใจใครที่ทำให้สุขสบายมากกว่า”

“มรันมาไม่ใช่ผู้หญิงเห็นแก่เงินทองนอกกาย ข้ารักกับมรันมา ข้ารู้จักคนรักของข้าดี”

เจ้าปันแสงกล่อมให้ตัดใจแต่ติสสาก็ไม่ยอม

เจ้าปันแสงจึงต้องเปลี่ยนเป็นพูดยั่วประสาท

“เจ้าคงดูไม่ไหวสินะ หากมรันมาเต็มใจเข้าสู่อ้อมอก เจ้าแสงมิน หรือจะตามไปดู ถ้าเป็นข้า...ข้าคงอยากไป”

เจ้าปันแสงหัวเราะแล้วเดินนำไป ติสสารีบตามเพราะ อยากเห็นกับตาว่าหญิงคนรักจะปันใจให้ชายอื่นจริง

ฝ่ายมรันมากับเจ้าแสงมินไปพลอดรักที่ถ้ำหลังน้ำตก ราชนิกุลหนุ่มทนรอต่อไปไม่ไหว พร่ำถามด้วยความหลงใหลว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา “บอกข้าได้ไหมมรันมา ข้ามอบความรักทั้งหมดให้แล้ว เจ้าล่ะรู้สึกยังไงกับข้า”

เมื่อคณะเจ้าปันแสงและติสสามาถึงก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นมรันมาเปลื้องผ้าคลุมไหล่และเข้าสู่อ้อมอกเจ้าแสงมิน เจ้าปันแสงเหลือบตาไปทางติสสาแล้วเปรยลอยๆ

“นี่สินะความรัก ความเสน่หาที่มรันมาเต็มใจมอบให้...ชายคนรักที่แท้จริง”

ติสสานิ่งเหมือนถูกสาป สองตาจ้องคนรักที่วางมือบนอกเปลือยเปล่าของเจ้าแสงมินพร้อมสารภาพเสียงหวาน “ข้าได้ยินเสียงหัวใจท่าน ข้ารักท่าน ข้าจะไปอยู่กับท่านที่สีมิน”

เจ้าแสงมินแทบละลายอยู่ตรงนั้นและก้มลงจูบเธออย่างดูดดื่ม ติสสาน้ำตาคลอ ภาพคนรักจูบและบอกรักกับชายอื่นทำให้หัวใจแตกสลาย ตรงกันข้ามกับเจ้าปันแสงและเจ้านางอินยาที่เฝ้ามองด้วยแววตาเปี่ยมสุข... สมน้ำหน้า อยากหยามเกียรติยศและหัวใจพวกข้าดีนัก!

ooooooo

สาปพระเพ็ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด