ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สาปพระเพ็ง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

สาปพระเพ็ง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ท่ามกลางแสงแฟลชวูบวาบในห้องแถลงข่าวปิดคดีดังอย่าง ส.ส.อภิมุขยิงตัวตาย คณะนายตำรวจใหญ่กำลังเผยรายละเอียดการสอบพยานและผลพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยมีภาพศพผู้ตายบนหน้าจอกลางห้อง

“เราขอสรุปผลว่า ส.ส.อภิมุขฆ่าตัวตาย โดยกระสุนปืนจุดสามแปดซึ่งทะลุกะโหลกและทำลายสมอง”

อีกด้านของห้องแถลงข่าว เพชรดาหญิงสาวหน้าตาสะสวยแต่แววตาหม่นหมอง นั่งอยู่ในฐานะญาติของผู้ตาย เธอไม่สนใจเสียงอื้ออึงของนักข่าว เอาแต่ก้มมองนิ้วตัวเองบนตักที่จิกเข้าหากันและพึมพำเบาๆ

“ไม่จริง...พี่ชายฉันไม่ได้ฆ่าตัวตาย”

ประโยคเดิมของเธอดังขึ้นจนเป็นที่แตกตื่นของกระจอกข่าว ต่างจากคณะนายตำรวจซึ่งนั่งไม่ติดเพราะผลการสืบสวนออกมาตรงข้าม เวลาเดียวกันหน้าห้องแถลงข่าว...คฑารัตน์หรือวิกกี้เจ้าหน้าที่สาวไฟแรงจากสำนักงานสืบคดีพิเศษผลักประตูเข้ามาพร้อมกับภูมิธรรมหัวหน้าหน่วย เธอเหยียดยิ้มน้อยๆเมื่อได้ยินคำพูดของเพชรดา

“พี่ชายฉันกำลังจะแต่งงาน คนอย่างพี่ดำไม่มีวันฆ่าตัวตาย”

“จริงอย่างที่คุณเพชรดาบอก” เจ้าหน้าที่สาวโปรยยิ้มใส่กล้องและชี้ไปยังจอภาพ “ดูตามหลักฐานทั้งหมดและพยานบุคคลชี้ตรงกันว่าผู้ตายเครียดเรื่องมรดกจนยิงตัวตาย แต่คุณเพชรดา...พี่ชายคุณถนัดขวาใช่ไหมคะ”

เพชรดาไม่ทันตอบ คฑารัตน์ก็ชิงอธิบาย “ของในห้องจัดวางสำหรับคนถนัดขวาแต่กลับใช้มือซ้ายยิงตัวเอง”

นักข่าวกรูหาคฑารัตน์กับเพชรดาเพื่อขอรายละเอียดแต่ทั้งสองไม่ทันได้ตอบอะไร คณะนายตำรวจใหญ่ซึ่งเริ่มร้อนรนเพราะประเด็นใหม่  ก็ประกาศปิดงานแถลงข่าวเสียก่อนเพราะไม่พร้อมตอบคำถาม

ผลก็คืองานแถลงข่าวพังไม่เป็นท่า  แต่คฑารัตน์กลับไม่ยี่หระสายตาเอาเรื่องจากคณะตำรวจ เธอจัดแจงแนะนำตัวเองพร้อมร่ายยาวถึงหลักฐานที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ คณะตำรวจใหญ่โต้กลับอย่างดุเดือดที่ถูกจับผิด  แต่คฑารัตน์ก็ไม่สะทกสะท้าน สวนกลับอย่างคนที่มั่นใจตัวเองมาก

“ส.ส.อภิมุขไม่มีแนวโน้มจะฆ่าตัวตายเพราะจะแต่งงานกับนางแบบสาวคราวลูก คดีฟ้องร้องในศาลก็ทำท่าจะชนะ ที่สำคัญคำถามของดิฉันยังไม่ได้รับคำตอบ...ว่าทำไมคนถนัดขวาถึงใช้มือซ้ายยิงตัวเอง ใครตอบได้บ้างคะ”

เหล่าตำรวจพูดไม่ออกเพราะไม่เคยคิดมาก่อน เพชรดาทนไม่ไหว แหวออกไปจนทุกคนเงียบกริบ

“พวกคุณทำงานหนักทั้งสองฝ่าย แต่ทำไมถึงเอาความเก่งมาเอาชนะและหักล้างกันเองแทนที่จะช่วยกันจับฆาตกรฆ่าพี่ชายฉันมาลงโทษ ฉันยืนยันว่าพี่ชายฉันไม่ได้ฆ่าตัวตาย แล้วก็ขอให้มีการสอบสวนคดีนี้ใหม่ทั้งหมด!”

ooooooo

คฑารัตน์ประจบเจ้านายหนุ่มด้วยการขอบคุณที่ช่วยปกป้องและไม่หักหน้าเธอในห้องแถลงข่าว ภูมิธรรมย้อนว่าอยากทำเหมือนกันเพราะลำบากใจไม่น้อยที่ลูกน้องสาวคนโปรดงัดข้อกับบรรดานายตำรวจใหญ่

“ไม่เคยกลัวเลยค่ะ ถ้าไม่มั่นใจวิกกี้ไม่จัดหนักแน่นอน นายก็รู้...คำว่าพลาดไม่เคยมีในประวัติของวิกกี้”

คฑารัตน์อยู่คุยอีกครู่จึงขอตัวไปทำงาน เจอกับวิวรรธน์หรือวิวเจ้าหน้าที่หนุ่มคู่กัดเลยไล่ตะเพิด ต่างจากเขาที่ทักทายยิ้มๆแล้วเสนอความเห็นเกี่ยวกับคดีส.ส.อภิมุขว่าอาจฆ่าตัวตายอย่างที่ทางตำรวจแถลงแต่คฑารัตน์ก็ไม่ฟังและเดินหนี วิวรรธน์ก็ไม่ยอมแพ้ตามไปดักหน้าและอธิบายเหตุผล

“ผมค้นมาแล้ว แฟ้มคดีต่างประเทศพันคดี มีคนถนัดขวาใช้มือซ้ายยิงตัวตายสิบคดี คิดค่าความเป็นไปได้ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์” คฑารัตน์อ้าปากค้าง วิวรรธน์ไม่ปล่อยให้พูดแทรกโดยรีบเสริมข้อมูลทันที “ผมว่าเจ๊อย่าเล่นประเด็นนี้เลย เราต้องหาประเด็นอื่นมางัดกับทีมสอบสวนเก่า ต้องเอาให้อยู่หมัด จะได้ไม่หน้าแตกแหลกละเอียดเหมือนเขา”

คฑารัตน์อึ้งไปเล็กน้อย แต่ครั้นนึกได้ก็ปรับสีหน้าเป็นเคร่งขรึม โต้กลับว่าไม่ต้องการความเห็นจากเขา

“โอเคครับ...ผมเถียงเจ๊ไม่ได้  แต่เดี๋ยวก็ต้องมีคนค้านเจ๊ได้แน่ๆ อย่างน้อยก็ทีมตำรวจที่ถูกส่งมาสอบคดีนี้ใหม่”

คฑารัตน์หน้าตึง อยากรู้ขึ้นติดหมัดว่าใครจะถูกส่งมา...ไม่เห็นแคร์ จะไปได้สักกี่น้ำกันเชียว!

วันเดียวกันที่ชุมชนแออัด...ทีมตำรวจที่วิวรรธน์พูดถึงกำลังดักจับแก๊งค้ายาโดยการนำของพัทธยาหรือพัทธ์ นายตำรวจหนุ่มหล่อเงียบขรึมมาดสุขุมกับสถบดีหรือไผ่ ตำรวจหนุ่มหล่อแต่เลือดร้อนจนเป็นที่เลื่องลือ ทั้งสองเป็นเพื่อนซี้และคู่หูประจำกรม แต่เพราะบุคลิกและนิสัยที่ต่างกันสุดขั้วเลยทำให้เป็นที่จับตามองของบรรดานายตำรวจชั้นผู้ใหญ่

พัทธยาซุ่มรอหน้าบ้านต้องสงสัย แต่ไม่ทันใจสถบดีซึ่งถีบประตูเข้าไปกราดกระสุนใส่เหล่าแก๊งค้ายา หัวหน้าใหญ่คว้าปืนอาก้ามายิงโต้และกระโดดหนีลงคลองข้างบ้าน สถบดีโผตามติดและโรมรันพันตูอยู่นาน สุดท้ายหัวหน้าแก๊งก็ถูกซ้อมจนสลบท่ามกลางสายตาไทยมุงและกลุ่มนักข่าวที่มาติดตามการจับกุม

สภาพไร้สติและหน้าตาบวมเป่งของหัวหน้าแก๊งกลายเป็นที่วิจารณ์ของสื่อมวลชนว่า เจ้าหน้าที่กระทำเกินกว่าเหตุ พัทธยายืนนิ่งและปล่อยให้เจ้านายต่อว่า ต่างจากสถบดีที่ไม่ยี่หระคำครหาใดๆ ผู้บังคับบัญชาโมโหมากและคร้านจะต่อล้อต่อเถียงด้วย ได้แต่เดินหนีพร้อมกับคิดแผนดัดหลังนายตำรวจหนุ่มทั้งสองให้หลาบจำเสียบ้าง!

ooooooo

สองตำรวจหนุ่มยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง โดย เฉพาะสถบดีซึ่งไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อยเพราะเชื่อว่าทำเรื่องถูกต้องเพื่อประเทศชาติ พัทธยารู้จักเพื่อนดีแต่ไม่อยากให้หุนหันพลันแล่นเหมือนวันนี้

“คิดว่าคุ้มหรือไผ่ เอาหน้าที่การงานมาแลกกับชีวิตเศษสวะสังคมอย่างไอ้พวกค้ายาบ้าตัวเล็กๆ”

“คุ้ม...ถ้าปล่อยไอ้เดรัจฉานไปขายยาต่อ เด็กกี่คนจะต้องทำชั่วเพื่อเอาเงินไปซื้อยา กี่คนต้องจบชีวิตในคุกแทนเรียนในมหาวิทยาลัย สังคมมันผุพังเพราะคนมัวคำนวณว่าตัวเองจะได้ไม่คุ้มเสีย คนเสียสละกำลังจะหายไปจากโลกนี้”

สองหนุ่มคุยกันจนท้องร้องแต่ไม่มีเสบียง สถบดีจึงอาสาไปซื้อกับแกล้มและให้พัทธยาเฝ้าบ้าน

คืนเดียวกันที่สำนักงานสืบคดีพิเศษ...คฑารัตน์จะกลับบ้าน วิวรรธน์เดินถือกาแฟมาให้ คฑารัตน์ไม่รับและดักคอว่าไม่อยากฟังข้อสันนิษฐานเหลวไหล
วิวรรธน์แกล้งพูดยอกย้อนจนเธอเต้นผาง ฟาดผัวะที่กลางหลังเขาอย่างแรง

“คนอย่างแกนะไอ้วิว ฉันรังเกียจที่สุด รู้น้อยแต่อยากเด่น แล้วก็หัดมีสัมมาคารวะซะบ้าง ฉันเป็นรุ่นพี่ แกเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกงาน จะแสดงความนับถือก็เรียกฉันว่าพี่หรือเจ๊ ได้ยินอีกฉันจะตบให้ปากฉีกจนถึงท้ายทอยเลยคอยดู”

วิวรรธน์ไม่ถือสาแถมยื่นถ้วยกาแฟหอมกรุ่นให้แต่โดนเธอตอกกลับจนหน้าเจื่อน คฑารัตน์เดินเชิดออกไปแล้ว ทิ้งวิวรรธน์ให้ยกกาแฟขึ้นซดเองด้วยความเซ็ง!

ฝ่ายสถบดีคล้องถุงอาหารกับมอเตอร์ไซค์แล้วขับรถชมจันทร์เรื่อยๆ ไม่ทันมองว่ามีจักรยานเสือหมอบพุ่งจากอีกทางด้วยความเร็วสูง และแล้วยานพาหนะสองล้อแต่สมรรถนะต่างกันสุดขั้วก็ชนกันอย่างจังกลางสี่แยก!

สถบดีประคองหญิงสาวคู่กรณีซึ่งหมดสติไปแล้วด้วยความเป็นห่วง ใบหน้างดงามกระจ่างเมื่ออาบไล้ด้วยแสง– จันทร์ทำให้เขาตะลึงไปชั่วครู่ แต่เมื่อได้สติก็รีบพาเธอส่งโรงพยาบาลและโทร.หาพัทธยาให้ตามไป

ไม่กี่ชั่วโมงจากนั้น...หญิงสาวถูกย้ายไปห้องพักพิเศษ สถบดีเฝ้าไม่ห่างด้วยความรู้สึกห่วงใยและโหยหาแปลกๆ พัทธยาจัดการเอกสารและบอกตำรวจให้แล้วว่าเพื่อนรักยินดีรับผิดชอบทุกอย่างรวมถึงการให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่เวร สถบดีพยักหน้ารับและยืนยันขอเฝ้าหญิงสาว พัทธยาจึงออกไปซื้ออาหารมาให้

สถบดีรอจนเพื่อนออกจากห้องแล้วจ้องหน้าเธอนิ่ง ใบหน้านวลกระจ่างทำให้อดใจไม่ไหวเอื้อมไปแตะที่แขนเธอแผ่วเบา เขาสะดุ้งสุดตัวเมื่อรับรู้ถึงอารมณ์วูบวาบบางอย่าง จังหวะเดียวกันก็มีแสงสว่างจ้าจนต้องหลับตาแน่น เขาพยายามดึงมือออกแต่กลับรู้สึกอ่อนแรงโดยไร้สาเหตุและหมดสติลงข้างเตียงนั่นเอง!

ooooooo

รัดเกล้าจำได้ว่าตนกำลังปั่นจักรยานไปซื้อข้าวให้คฑารัตน์ผู้เป็นพี่สาว หลังจากนั้นก็มีเสียงเบรกรถและทุกอย่างก็ดับวูบ ตามด้วยแสงสว่างแสบตาที่พาร่างเธอมาถึงดินแดนแห่งหนึ่งคล้ายอุโมงค์แห่งกาลเวลา หญิงสาวตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้า เปลวไฟแดงฉานและสภาพศพทหารที่โดนปาดคออย่างเหี้ยมโหดทำให้เธอขนหัวลุก

รัดเกล้าเห็นกลุ่มคนแต่งตัวดีเหมือนเป็นผู้นำยืนหันซ้ายหันขวา พร้อมนายทหารจำนวนหนึ่งอารักขาไม่ห่าง เธอไปแอบที่มุมหนึ่ง ได้ยินเสียงชายชราประกาศกร้าว

“พาลูกกับเมียเราหนีไป ข้าจะไม่ยอมให้ไอ้นรสิงห์ยกทัพปุระอมรมาย่ำยีแผ่นดินมินโลของข้า”

รัดเกล้านิ่งไปอึดใจแต่ไม่ทันสะระตะความคิด เสียงกรีดร้องโหยหวนพร้อมการปรากฏตัวของสีหสาแม่ทัพหญิงแห่งปุระอมรกับวาเรทหารคู่ใจก็ทำให้ต้องยกมือปิดปากเมื่อได้เห็นทหารหลายนายถูกปลิดชีพในพริบตาเดียว!

ส่วนชายชราที่เธอเห็นแท้จริงก็คือเจ้าเมืองมินโล เขาถูกมัดรวมกับเหล่าชายาท่ามกลางกองซากศพทหารและชาวเมืองเป็นที่สลดใจยิ่งนัก ทันใดนั้นก็มีเงาใหญ่ทาบทับ...องค์นรสิงห์สีหบดีราชาแห่งปุระอมรประทับบนหลังช้างพร้อมกับคชา ราชองครักษ์เหลือบมองไปทางเจ้าเมืองมินโลซึ่งทรุดตัวกับพื้นด้วยความเกรงกลัวบารมี

“จากเพลานี้ ธุลีใต้ฝ่าเท้ากูจงสดับ แสงที่จะสาดส่องทุกอาณาจักรคือแสงอาทิตย์แห่งกู...องค์นรสิงห์สีหบดี”

เจ้าเมืองมินโลตาเหลือก องค์นรสิงห์ยิ้มเหี้ยมแล้วบังคับช้างให้ย่ำลงตรงร่างเจ้าเมืองและบรรดาชายาให้แหลกคาที่ เลือดมากมายสาดกระเซ็นไปทั่วจนรัดเกล้าต้องหลับตาแน่น...อะไรมันจะอำมหิตและเลือดเย็นถึงเพียงนี้!

เหตุการณ์นองเลือดค่อยๆเลือนหาย ภาพตรงหน้าแปรเปลี่ยนไปเป็นงานแห่เครื่องบรรณาการสุดตระการตา รัดเกล้ามองพานใส่สมบัติและเหล่าสาวงามด้วยความตื่นตาตื่นใจ แต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นองค์นรสิงห์มาถึงตรงปะรำพิธีพร้อมกับสีหสา วาเรและคชา เสียงกลองดังสนั่นเงียบลง เช่นเดียวกับเงามืดที่แผ่ปกคลุมทั่วบริเวณ

ทุกคนหมอบกราน เว้นแต่สุเลวินโหรหนุ่มประจำ เมืองซึ่งแม้นัยน์ตาจะมืดบอดแต่หยั่งรู้เหนือทุกสิ่ง

“ถึงดวงตาข้าจะมืดบอดแต่ญาณของข้าเห็นความระยิบระยับของบรรณาการทั้งมวล แต่นั่นก็ไม่เท่าบารมีแห่งกษัตริย์ที่จะขยายในภายหน้า จากเหนือจรดใต้จะสรรเสริญราชาองค์เดียวคือลูกพระอาทิตย์...องค์นรสิงห์สีหบดี”

องค์นรสิงห์ลำพองใจมากแต่แล้วก็ต้องตาลุกเมื่อสีหสาแจ้งว่าศรีพิสยาเมืองเล็กหน้าด่านแข็งขืนไม่ยอมศิโรราบ องค์นรสิงห์คำรามในลำคอด้วยความโกรธจัด...

ศรีพิสยา...ทำไมมันถึงไม่คลานมาอยู่แทบเท้ากู!

ภาพตรงหน้าของรัดเกล้าถูกเปลี่ยนอีกครั้ง คราวนี้เป็นดินแดนริมน้ำเงียบสงบ ชาวเมืองศรีพิสยาเดินไปมาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เธออดมองด้วยความชื่นใจไม่ได้ หญิงสาวเดินสำรวจจนถึงตำหนักแห่งหนึ่ง ภาพสาวสวยจัดยืนอาบน้ำมันจันทน์กะพ้อทำให้เธอถึงกับตาค้าง

สาวสวยจัดคนนั้นคือเจ้านางอินยาชายาฝ่ายซ้ายของเจ้าศรีพิสยาองค์ก่อน ครู่ใหญ่จึงมีนางสนมมาหาเพื่อถวายเสื้อคลุม รัดเกล้าอึ้งเมื่อเห็นว่าสนมนางนั้นหน้าตาเหมือนเธอมาก เจ้านางอินยารับเสื้อมาใส่แล้วแขวะเสียงเขียว

“มรันมา...สายตาเจ้าอิจฉาข้าที่สวยกว่าแม่เจ้า นังลูกสนมไร้บัลลังก์ เจ้าอิจฉาข้า!” จบคำก็ถลันไปบีบคอ “อเลยา...แม่เจ้ามันก็แค่ทาสที่ข้าส่งไปให้เจ้าศรีพิสยา ลิ้มรสแปลกใหม่ อย่าได้คิดว่าตัวเองเป็นลูกเจ้าศรีพิสยา ลูกหญิงรับใช้อย่างเจ้าก็ต้องเป็นขี้ข้ารองมือรองตีนข้าไปจนตาย...ไสหัวออกไป”

มรันมาข่มความไม่พอใจและก้าวออกไป รัดเกล้าอยากเรียกไว้แต่ไม่กล้าพอ เหลือบไปทางเจ้านางอินยาก็เห็นเพียงสายตาอาฆาตปนริษยา เธอจึงหมุนตัวออกไปทันเห็นหญิงสาวหน้าเหมือนปะทะคารมกับอุตลานางกำนัลคนสนิทของเจ้านางอินยา มรันมาโต้เถียงอย่างไม่กลัวตายจนเกือบถูกทำร้าย อุตลาแค้นจัดและขู่จะฟ้องเจ้านายสาว

“ไปเลย...ในคืนบูชาเพ็งศักดิ์สิทธิ์เยี่ยงนี้ ใครเข้าไปทำให้เจ้านางอารมณ์เสียหลังอาบแสงจันทร์ เจ้านางเคยสั่งว่ายังไง...ใครทำให้เจ้านางอารมณ์ไม่ดีในคืนบูชาเพ็งจะถูกเฆี่ยนจนตาย”

อุตลาชะงักเพราะจำได้ดี...มรันมาเน้นทุกคำแล้วหมุนตัวจากไป ทิ้งให้อุตลามองตามด้วยแววตาเกรี้ยว กราด...ฝากไว้ก่อนเถอะนังมรันมา!

ooooooo

มรันมาเดินเล่นในสวนระบายอารมณ์หงุดหงิด แต่ไปไม่ถึงไหนก็ต้องตกใจเมื่อเจอเจ้าปันแสงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแต่นิสัยแย่มากของเจ้านางอินยาดักรอลวนลาม นางสนมหน้าหวานขืนตัวไว้ด้วยความรังเกียจจนเขาเหลืออด

“ทำไมต้องดีดดิ้นให้ข้าออกแรง เป็นทาสของแม่ ข้าจะให้รับใช้อะไรก็อย่าขัดขืน”

“มาเกลือกกลั้วทาสอย่างข้า ใครรู้จะหาว่าเจ้าปันแสงเป็นชายไร้ปัญญาที่หาหญิงศักดิ์ศรีเท่ากันมาเชยชมไม่ได้”

“เพราะข้ารู้น่ะสิว่าเจ้าก็มีศักดิ์เป็นลูกเมียทาสกับเจ้าศรีพิสยาพ่อข้า...แต่ไม่มีใครยกย่องให้เป็นเจ้าหญิง”

เจ้าปันแสงรวบร่างมรันมามาซุกไซ้อย่างหื่นกระหาย หญิงสาวเกือบเสียท่า แต่ทันใดนั้นก็มีลูกธนูยิงเฉียดมือเจ้าปันแสงจนตกใจกลัวหนีไม่คิดชีวิต ทิ้งให้มรันมาถอนใจโล่งอก เห็นลูกธนูแล้วชักเอะใจว่าอาจเป็นฝีมือติสสาแม่ทัพหนุ่มแห่งศรีพิสยาซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย

ตอนที่ 2

ภาพแม่ทัพหนุ่มแห่งศรีพิสยาตระกองกอดมรันมากลับมา ในหัวอีกครั้ง คำพูดปลอบขวัญไม่ให้ปฏิเสธสายเลือดแห่งศรีพิสยาแว่วตามมาด้วย รัดเกล้ารู้สึกหวิวในอก เจ็บแปลบลึกที่หัวใจเหมือนเมื่อคราวก่อน หญิงสาวขดตัวอย่างทรมานและทรุดตัวกับพื้นจนสถบดีตกใจ ถลาไปประคองด้วยความเป็นห่วง

สองสายตาประสานในระยะแค่คืบ รัดเกล้าเห็นสถบดีซ้อนกับภาพติสสา จึงสะบัดตัวและแหวลั่นไม่ให้เข้าใกล้

“พูดอย่างกับผมเจอคุณแล้วผมถูกหวย คราวก่อนก็รถชน คราวนี้ก็เจ็บตัว ประหลาด...เจ็บแปลบเข้าไปในนี้”

เขา ชี้ที่หัวใจ รัดเกล้าเมินหน้าหนี รอจนมีแรงมากขึ้นจึงผละไปที่ตึกสำนักงาน สถบดีตามตอแยไม่เลิก รัดเกล้าเจ็บวาบในอกอีกครั้ง สถบดีจะพยุงแต่เธอกลับหมุนตัวออกจากตึก ผู้กองหนุ่มได้แต่มองตามยิ้มๆ

“หนีได้หนีไป หนีตามกันมาแต่ชาติปางไหนวะ ดูซิว่าชาตินี้จะหนีพ้นไหม”

ฝ่าย คฑารัตน์รอน้องสาวเอาของมาให้จนหงุดหงิด และหัวเสียกว่าเดิมเมื่อรัดเกล้าโทร.บอกว่าไปไม่ได้แล้วจังหวะเดียวกัน...วิ วรรธน์มาบอกว่ามีตำรวจอีกคนมาร่วมสืบคดีด้วย เจ้าหน้าที่สาวสบประมาทตั้งแต่ยังไม่ได้เห็นหน้า

“ตำรวจสั่วๆประเภท แป้กมาจากที่อื่นหรือเปล่า เขาถึงเด้งมาแช่แข็งที่นี่ สงสัยประวัติงามหน้ายาวเหยียด พวกตั้งด่านรับส่วย ช่วยบ่อน ขนของเถื่อน หรือค้าผู้หญิง แหม...ฉันล่ะอยากเห็นหน้า”

สถบดีมาทันได้ยินทุกคำแต่ ไม่ตอบโต้อะไร จนกระทั่งพัทธยาออกมาเจอเพื่อนรักจึงเหลือบมองเจ้าหน้าที่สาวด้วยแววตากวน ประสาท สถบดีแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง และเมื่อพัทธยาแนะนำคฑารัตน์ จึงถือโอกาสเอาคืน

“ถึงผมจะไม่เคยตั้งด่านรับส่วย ช่วยบ่อน ขนของเถื่อน และค้าผู้หญิง ผมก็มั่นใจในฝีมือตัวเอง ประวัติอาจจะไม่เด่นดังแต่รับประกันได้ พวกค้ายาพอได้ยินชื่อ รายไหนรายนั้นอยากฆ่าตัวตายก่อนเจอหน้าผมทุกคน”

เจ้าหน้าที่สาวๆ กรี๊ดกร๊าดชอบใจ พัทธยาเห็นท่าไม่ค่อยดีเลยชวนประชุม วิวรรธน์ประทับใจฝีปากสถบดีมากจึงเดินไปพูดคุยด้วย โดยเฉพาะเรื่องเจ้าหน้าที่สาวมั่นประจำสำนักงาน...เจอคู่ปรับสมน้ำสมเนื้อซะ แล้วเจ๊วิกกี้

ภายในห้องประชุม...พัทธยาอธิบายแผนงานเกี่ยวกับคดี อภิมุข คฑารัตน์ยิ้มแก้มแทบปริเมื่อได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมหาหลักฐานพิเศษ มีเพียงสถบดีที่นั่งสัปหงกหลังห้องจนเธอนึกปรามาสว่าคงเป็นพวกขี้เก๊กดีแต่ ปาก!

ด้านรัดเกล้า...กลับไปที่มหาวิทยาลัยด้วยความงุนงง เมื่อเจอยอดชายก็ปรี่ไปปรับทุกข์ด้วยความร้อนใจ

“ฉันเจอนักรบคนนั้นอีกแล้วไอ้ยอด คราวนี้พอมือแตะกัน ฉันเจ็บหน้าอกจี๊ดเหมือนโดนแทงด้วยดาบเล่มโตๆ”

ยอด ชายหลิ่วตาแล้วเปรยเสียงเนือยๆ “มันเป็นปฏิกิริยาทางร่างกายของผู้ชายผู้หญิงขี้เหร่อย่างแก” พูดไปแล้วเห็นเพื่อนตั้งใจฟังเลยตีหน้าขรึม อธิบายเรื่องแรงดึงดูดตามธรรมชาติของชายหญิง รัดเกล้านั่งฟังสีหน้าจริงจังมากจนเขาหลุดขำ แต่เธอไม่ตลกด้วย ตีหลังเพื่อนอย่างแรงแล้วบ่นกับตัวเองเซ็งๆ

“ฉันสงสัยจริงๆนะ ทำไมฉันถึงฝันซ้ำๆซากๆเห็นแต่อดีต โดยเฉพาะอดีตที่มีแต่ผู้ชายคนนั้น”

ใน เวลานั้นสถบดีก็ประหลาดใจไม่แพ้รัดเกล้า พัทธยากล่อมให้เลิกฟุ้งซ่านเรื่องผู้หญิงและทุ่มเทให้คดีอภิมุขแทน สถบดีจึงบ่นไม่อยากร่วมงานกับคฑารัตน์ พัทธยาส่ายหน้ายิ้มๆ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักแกล้งตีโพยตีพายไปอย่างนั้นเอง

การคาดการณ์ของพัทธยาไม่เกินจริงแม้แต่น้อย สถบดีเป็นตำรวจเลือดร้อน แต่ภายใต้ท่าทางดุดัน เขากลับเป็นคนช่างสังเกตอย่างหาตัวจับยาก และทุกคนในสำนักงานก็ได้เห็นศักยภาพด้านนี้เมื่อเขาโต้คารมกับคฑารัตน์อย่างเผ็ดร้อนเรื่องข้อสันนิษฐานของวิวรรธน์ว่าอภิมุขอาจยิงตัวตายเอง

วิวรรธน์อยากช่วยแตกประเด็นแต่คฑารัตน์ไม่เปิดใจฟัง สถบดีทนฟังอยู่นานจึงพูดขึ้นลอยๆ

“เป็นผมจะใจกว้างรับฟัง ไม่เชื่อสิ่งที่คนรุ่นเก่าคิด เหมือนเราที่ต้องรื้อคดีที่คนเก่าทำไว้เพราะเห็นข้อผิดพลาด”

วิวรรธน์ส่งสายตาขอบคุณไปยังสถบดี คฑารัตน์จะเหวี่ยงกลับแต่พัทธยามาห้ามทัพไว้ก่อนและกล่อมให้ทำงานร่วมกันเป็นทีม เจ้าหน้าที่สาวยอมให้อย่างเสียไม่ได้ เป็นที่ชอบใจของสถบดีกับวิวรรธน์ โดยมีพัทธยาจับสังเกตห่างๆ...แสยะยิ้มคนเดียวที่เห็นความไม่ลงรอยกันระหว่างคฑารัตน์กับสถบดี

คฑารัตน์เก็บอารมณ์ขุ่นมัวไประบายกับน้องสาวที่บ้าน รัดเกล้าต้องปลอบเพราะไม่อยากให้พี่สาวเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น แต่ดูเหมือนไม่ได้ผลเท่าไหร่เพราะคฑารัตน์หัวเสียกว่าเดิมเมื่อนึกถึงใบหน้ากวนประสาทของสถบดี

“ฉันจำแน่...โดยเฉพาะคนที่มันเป็นศัตรูของฉัน ฉันจะจำยิ่งกว่าวันตาย จำแล้วก็จะตามไปถึงปรโลก”

“พี่วิกกี้...อย่าพูดแบบนั้นค่ะ คำว่าปรโลกมันรุนแรง มันเหมือนเราอาฆาต”

“ฉันเปรียบเทียบย่ะ ใครจะตามแค้นถึงปรโลก อย่างฉันมันต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน ชาติเดียวรู้เรื่อง...จบ”

ด้านสถบดีก็หงุดหงิดเรื่องคฑารัตน์ไม่น้อย ไม่ชอบใจความเผด็จการและเจ้ากี้เจ้าการกับทุกคนจนไม่มีใครกล้าหือ พัทธยากลุ้มใจไม่อยากเห็นเพื่อนรักมีปัญหาจึงพยายามเผยให้เห็นถึงด้านดีของคฑารัตน์

“ฉันว่าเสือสองตัวอย่างแกกับเขาควรจะสงบศึกชั่วคราวแล้วเอาความเก่งมาช่วยกันหาฆาตกร”

“ฆาตกรตัวจริงต้องอยู่ในบ้านนั่นแหละ ใครจะฝ่าด่าน รปภ.เป็นสิบเข้าไปได้...ถ้าคนในบ้านไม่รู้เห็นเป็นใจ”

สถบดีฟันธง พัทธยาได้แต่นิ่งเงียบและครุ่นคิดคนเดียวตามประสาคนช่างคิดและช่างวางแผน

ooooooo

ทีมสอบสวนชุดใหม่ทำงานร่วมกันวันแรกในเช้าถัดมาและมุ่งหน้าไปบ้านอภิมุขเพื่อสอบปากคำเพิ่ม เพชรดามาต้อนรับด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหลือบมองพัทธยากับสถบดีด้วยความแปลกใจนิดๆเพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

อภิวัฒน์น้องชายแท้ๆของอภิมุขมาสมทบหลังจากนั้น เขากวาดตามองคณะทำงานด้วยสายตาเหยียดๆและพาลโกรธไปถึงเพชรดา ตัวตั้งตัวตีให้ตั้งคณะทำงานชุดใหม่และเริ่มต้นสอบสวนอีกครั้ง พัทธยากับสถบดีขอสัมภาษณ์ทุกคนในบ้าน อภิวัฒน์ให้ความร่วมมืออย่างขอไปที โดยมีมาริษาภรรยาสาวสวยไฮโซร่วมด้วย

“คุณอภิวัฒน์เคยให้การว่าเข้าไปปลุกคุณในห้อง แสดงว่าคุณตื่นแล้ว...ทันทีที่ได้ยินเสียงปืนด้วย”

มาริษาอึ้งไปเมื่อเจอคำถามของพัทธยา คฑารัตน์จึงจงใจถามถึงกิจกรรมและนิสัยของอภิมุขในฐานะสมาชิกร่วมบ้าน มาริษาเหลือบไปทางสามีขอให้ช่วย อภิวัฒน์ จึงแกล้งฮึดฮัดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

“นี่คุณหาว่าผมยิงพี่ชาย วิ่งกลับไปปลุกเมียแล้วก็กลับมายืนมองศพพี่ชายงั้นหรือ”

“ยังไม่มีใครสรุปอย่างนั้นนี่คะ แต่มันอาจจะเป็นไปได้...ตรงที่ว่าไม่มีใครวิ่งกลับไปกลับมา”

พัทธยากลัวเรื่องไปกันใหญ่เลยเข้ามาขวาง “คุณวิกกี้เธอกำลังบอกว่าเราต้องการพยานยืนยันว่าคุณสองคนอยู่ในบ้านนี้จริงๆตอนที่คุณอภิมุขถูกยิง พอจะมีใครยืนยันได้ไหมครับ คนที่ไม่ใช่คุณสองคน...ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน”

มาริษาหน้าซีด ต่างจากอภิวัฒน์ที่เก็บอาการ แม้ในใจจะพลุ่งพล่าน...ท่าทางคราวนี้จะยุ่งยากกว่าที่คิด

สถบดีเดินสำรวจรอบๆบ้าน เจอกับสิริรัตน์หรือแก้ว สาวสวยสุดเซ็กซี่น้องสาวภรรยาเก่าของอภิมุข หญิงสาวมองเขาด้วยแววตากรุ้มกริ่ม โปรยยิ้มหวานและชวนคุยอย่างเป็นกันเอง สถบดีจึงหลอกถามเรื่องต่างๆในบ้าน สิริรัตน์ไม่รู้ตัวเผลอหลุดปากระบายความอึดอัดใจที่ต้องทนอยู่บ้านนี้

“น้องเมียที่ต้องทนอยู่ในบ้านบ้าๆนี่ บ้านที่มีแต่คนตาย...ตายตั้งแต่รุ่นพ่อยันลูก แถมยังมีคนบ้าๆ...นังบ้านั่น”

นังบ้าที่สิริรัตน์หมายถึงก็คือเพชรดาซึ่งแอบมองทั้งสองคุยกันอยู่นาน สถบดีหันมาเจอแต่เธอหมุนตัวกลับเข้าบ้านเสียก่อน เขามองตามด้วยความสงสัย สังหรณ์ว่าน้องสาวคนละแม่ของผู้ตายคนนี้ต้องรู้เรื่องบางอย่างแน่

ด้านพัทธยากับคฑารัตน์มาลาเพชรดาและขออนุญาตกลับมาสอบปากคำเพิ่มวันหลัง เพชรดาไม่ทันตอบก็มีเสียงดังตึงตังจากข้างบน สองเจ้าหน้าที่จะไปตรวจสอบแต่เพชรดายืนยันหนักแน่นว่าไม่มีอะไร พัทธ-ยามองเธออย่างค้นหา  แต่สุดท้ายก็ชวนคฑารัตน์กลับ เพชรดาโล่งอก...ดีใจที่ไม่ต้องตอบคำถามที่ไม่อยากตอบ

เจ้าหน้าที่ทั้งสามหารือทันทีที่กลับถึงสำนักงาน ทั้งหมดเห็นตรงกันว่าสมาชิกบ้านอภิมุขทำตัวมีพิรุธเหมือนต้องการปกปิดบางอย่าง พัทธยาตั้งใจจะกลับไปอีกครั้งเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยมีสถบดีคอยให้ข้อมูลเสริมเกี่ยวกับสิริรัตน์ แต่ทั้งหมดต้องหยุดไว้ก่อนเมื่อวิวรรธน์มาบอกว่ากลุ่มนักศึกษาฝึกงานใหม่กำลังมารายงานตัว

ฟากสมาชิกบ้านอภิมุขก็ร้อนเป็นไฟเพราะเริ่มวิตกว่าจะเป็นผู้ต้องสงสัย สิริรัตน์อาการหนักกว่าเพื่อนตามประสาคนขี้โวยวายและใจร้อนจึงอาละวาดฟาดหัวฟาดหางกับเพชรดาเป็นพิเศษ ฐานเป็นต้นคิดให้ตั้งทีมสอบสวนใหม่  อภิวัฒน์หมดความอดทน เข้าไปกระชากแขนเพชรดาและตวาดลั่น ตรงข้ามกับอาการนิ่งสงบเมื่ออยู่ต่อหน้าตำรวจ

“แกยังคิดว่าฉันยิงพี่ดำใช่ไหมเพชร แกถึงไม่ยอมจบเรื่องนี้ จงรักภักดีอะไรนักหนา หรือแกอยากตายตามพี่ดำ”

เพชรดาหน้าเสีย มองพี่ชายต่างมารดาด้วยความน้อยใจ ต่างจากสิริรัตน์ที่สะใจมาก

“ตายไปเร็วก็ดีนะเพชร พ่อก็ตายหาศพไม่เจอมาแล้วคนหนึ่ง แล้วก็มาลูกชาย ทีนี้ก็ถึงคราวลูกสาว...นอกไส้”

มาริษาคร้านจะฟังเรื่องไร้สาระจึงขอตัวไปข้างนอก อภิวัฒน์เอาเรื่องเมียว่าทำอะไรไม่รู้จักเวล่ำเวลา

“ฉันเลิกนับว่าคุณเป็นสามีมาตั้งนานแล้วอภิวัฒน์ ที่ต้องทนอยู่เพราะสินสมรสที่ฉันควรได้หลังเปิดพินัยกรรมรู้แล้วก็ควรตอบแทนฉันที่อยู่เป็นเกียรติ ยกระดับให้ตระกูลพ่อค้าของคุณมาตั้งหลายปี เซ็นเช็คไว้ให้ฉันด้วย...ห้าล้าน”

มาริษาสะบัดหน้าออกไปแล้ว สิริรัตน์มองตามด้วยแววตาเกลียดชัง กรีดร้องระบายอารมณ์เก็บกด

“เพราะแกนังเพชร อยากได้หน้าว่ารักพี่ ทำไม...พี่ดำเขาเป็นผัวแกหรือไงถึงรักจนวันตายอย่างนี้ อีนังบ้า”

สิริรัตน์จะบีบคอเพชรดา  แต่อภิวัฒน์เข้ามาขวางและสั่งให้รู้จักควบคุมตัวเองเพราะอยู่บ้านผู้ดี

“แล้วไอ้พวกผู้ดีน่ะ อย่าตะกละมากินของต่ำๆแล้วกัน บ้านนี้ต้องมีคนตายอีกเพราะผู้หญิงบ้าอย่างนังเพชร”

สิริรัตน์ฮึดฮัดออกไปแล้ว ทิ้งอภิวัฒน์ให้มองไปที่เพชรดาเครียดๆและตัดสินใจพูดอย่างไม่รักษาน้ำใจ

“หยุดความคิดเรื่องพี่ดำถูกฆ่าได้แล้ว ครอบครัวเรารับเลี้ยงลูกเมียคนงานอย่างแกก็บุญกะลาหัวแค่ไหน ยังมาทำให้บ้านนี้ลุกเป็นไฟอีก ฉันเตือนแล้วนะเพชร ถ้าแกไม่หยุด ระวังตัวไว้...แกจะได้ตามไปรับใช้พี่ดำ”

เพชรดาบีบมือแน่น น้ำตาร่วงด้วยความคับแค้นใจอย่างแสนสาหัสที่ถูกประณามหยามเหยียดจากคนทั้งบ้าน

ooooooo

คณะสืบสวนออกจากห้องประชุมมาต้อนรับกลุ่มนักศึกษาฝึกงาน คฑารัตน์ดักคอสถบดีให้วางตัวเพราะนักศึกษาฝึกงานไม่ใช่ของเล่นจะจีบฆ่าเวลา นายตำรวจเลือดร้อนไม่ถือสาแถมโต้กลับกวนๆ

“ขอประทานโทษครับเจ้าแม่เก๋โก๊ะ ผมไม่ได้มีเจตนาดูถูกผู้หญิงอย่างที่คุณยัดเยียดให้ นี่ถ้าไม่บอกผมคงนึกว่าลูกสาวเจ้าแม่มาฝึกงาน ถึงได้ทำตัวเป็นจงอางหวงไข่”

ฝั่งรัดเกล้ามาถึงสำนักงานพร้อมยอดชาย เจอกับมุรธานักศึกษาสาวฝึกงานอีกคนในชุดรัดติ้วหน้าลิฟต์ สองเพื่อนซี้มองหน้ากันอึ้งๆ...ท่าทางการฝึกงานคราวนี้จะน่าสนใจไม่น้อย

แต่แล้วรัดเกล้าก็พูดไม่ออกเมื่อเห็นคณะสืบสวนพิเศษ เพราะหนึ่งในนั้นคือสถบดีนายตำรวจหนุ่มมาดกวนที่ไม่อยากเจอหน้า ตรงข้ามกับเขาที่ตื่นเต้นมากเมื่อเจอเธออีกครั้ง ถึงขั้นตามติดทุกฝีก้าว คฑารัตน์เห็นมีคนก้อร่อก้อติกน้องสาวก็ไม่ชอบใจ พยายามกันท่าทุกวิถีทางจนสถบดีอารมณ์เสีย

รัดเกล้ากลายเป็นที่สนใจเพราะเป็นน้องสาวคฑา-รัตน์ แต่ก็ไม่วายสงสัยเพราะไม่เคยมีใครรู้มาก่อน

“ก็ฉันเป็นลูกคนเดียวของแม่ แต่พ่อฉันมีเมียสองคน ใครมีปัญหาอะไร อยากสอดรู้สอดเห็นอีกหรือเปล่าคะ”

“พี่น้องคนละแบบกันเลย น้องรัดเกล้าดูเรียบร้อย” สถบดีแขวะยิ้มๆ

“สนิทเร็วไปไหมคะผู้กองไผ่ รัดเกล้าไม่มีพี่ชาย เรียกรัดเกล้าเฉยๆพอ”

สถบดีไม่ยอมแพ้และขอรัดเกล้ามาช่วยคดีอภิมุข แต่คฑารัตน์จะให้น้องช่วยประสานงาน มุรธาจึงเสนอตัวแทนแต่คฑารัตน์ก็ขวางอีก สุดท้ายมุรธาก็ได้ทำงานธุรการ คอยดูแลรับใช้งานจิปาถะของเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน คฑารัตน์สะใจมากแต่มุรธาก็หาทางเข้าใกล้พัทธยาจนได้และโปรยเสน่ห์เพื่อยั่วประสาท

“คุณวิกกี้ให้มุทำตำแหน่งแม่บ้านสำนักงานน่ะค่ะ งานจุกจิกคอยดูแลทุกคน มุชอบนะคะ...ชอบมากเลย”

วิวรรธน์ผิวปากเบาๆ แต่คฑารัตน์กลับไม่ยี่หระ เหยียดยิ้มน้อยๆแล้วเปรยเสียงไม่เบานัก

“หนู...ลาเต้คาราเมลของคุณวิกกี้ อ้อ...แล้วก็อย่าเรียกพี่เป็นอันขาด เรายังไม่สนิทกันมากขนาดนั้น มาใหม่ก็หัดมีสัมมาคารวะ รู้จักผู้ใหญ่ผู้น้อย หนูต้องเรียกคุณวิกกี้ทุกครั้งนะคะ”

มุรธายืนนิ่งเหมือนถูกสาป ต่างจากคฑารัตน์ที่หัวเราะเบาๆแล้วเดินตัวปลิวเข้าห้องประชุม

เวลาเดียวกันในห้องเก็บแฟ้มคดี...รัดเกล้ามาค้นหาข้อมูลตามที่ได้รับมอบหมาย สถบดีแอบมาคุยด้วยแต่เธอพยายามเดินหนี รัดเกล้าเห็นภาพเขาซ้อนกับติสสาอีกครั้ง พร้อมน้ำเสียงอ่อนโยนที่กลับมาวนเวียนในหัว ความรู้สึกหวิวๆก่อตัวในอกจนเริ่มทรงตัวไม่อยู่ สถบดีจะประคองแต่รัดเกล้าก็หมดสติลงเสียก่อน

ooooooo

รัดเกล้ารู้สึกตัวอีกครั้งที่ตลาดศรีพิสยา บรรยากาศ ในเมืองเต็มไปด้วยรอยยิ้มของชาวเมืองซึ่งเตรียมงานฉลองบูชาเพ็ง หญิงสาวพลอยเพลินไปด้วยจนเกือบชนกับมรันมาที่มาจากอีกทาง รัดเกล้าพยายามยื่นมือไปสัมผัสแต่เหมือนมีพลังบางอย่างยื้อไว้ เช่นเดียวกับมรันมา...ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองไกลๆแต่ก็มองไม่เห็นใคร

อุตลามาสมทบกับมรันมาพร้อมนางข้าหลวงอีกสองสามคนเพื่อทำตามคำสั่งของเจ้านางอินยาให้มาสำรวจชาวเมืองว่าเตรียมงานบูชาเพ็งถึงไหน รัดเกล้าแอบตามมรันมาห่างๆจึงเห็นสีหสาแฝงตัวมาในคราบพ่อค้าขายหม้อดิน เธออยากร้องเตือนแต่กลับไม่มีเสียง ส่วนมรันมาก็รู้สึกเหมือนมีคนแอบตาม แต่เมื่อหันไปมองก็ไม่เห็นใคร

สีหสาปลีกตัวกลับปุระอมรไม่นานจากนั้นและเสนอองค์นรสิงห์ให้โจมตีศรีพิสยาในวันบูชาเพ็ง เพราะชาวเมืองคงร่าเริงกับการเฉลิมฉลองจนลืมระวังภัย แต่สุเลวินไม่เห็นด้วย ญาณพิเศษทำให้หยั่งรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระเพ็ง

“หลั่งเลือดในคืนศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เด็ดขาด พระเพ็งเป็นเทพีผู้ประทานความร่มเย็น ไม่ใช่เทพีสงคราม ถ้าแสงแห่งคืนเพ็ญถูกบดบังในวันฟ้าเปิด พระเพ็งจะพิโรธ เมื่อนั้น...บาปเคราะห์จะรุนแรงทวีคูณ”

“นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ ศรีพิสยาจะต้องย่อยยับ” สีหสาประกาศกร้าว

“หาใช่ศรีพิสยา...ความพินาศจะเป็นของผู้กระทำการลบหลู่”

สีหสาจ้องโหรหนุ่มอย่างโกรธจัดที่ดูหมิ่นบารมีแห่งองค์นรสิงห์ สุเลวินไม่สะทกสะท้านสวนกลับอย่างไม่เกรงกลัว องค์นรสิงห์ทนฟังอยู่นานก็หมดความอดทน โพล่งออกไปจนทั้งสองถอยกรูด

“แล้วพวกเจ้าก็มีปัญญาแค่ยืนอวดเก่ง เถียงกันให้ข้าเสียเวลา ออกไปให้พ้นหน้าข้าทั้งคู่เลย”

สีหสาออกมาระบายอารมณ์ที่ลานฝึกซ้อม สุเลวินตามมากล่อมอีกครั้งเพราะญาณพิเศษทำให้สังหรณ์ไม่ดี

“ทำไมข้าต้องเชื่อเจ้า ในเมื่อทุกครั้งที่ออกรบ ข้าคือแม่ทัพที่นำชัยชนะมาวางแทบเท้าองค์นรสิงห์”

“ความทะนงในตัวเจ้าจะทำให้องค์นรสิงห์ทนทุกข์ทรมานชั่วกัปชั่วกัลป์”

ตอนที่ 3

สถบดีรับร่างรัดเกล้าได้ก่อนเธอจะล้มกับพื้น คฑารัตน์หน้าตื่นและหัวเสียเมื่อเห็นน้องสาวอ่อนระทวยในอ้อมแขนผู้กองหนุ่มคู่ปรับ วิวรรธน์ต้องเตือนให้ละทิฐิเพราะความปลอดภัยของรัดเกล้าสำคัญกว่า

นรสิงห์หายตัวไปเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ แต่ระหว่างที่ทุกคนละล้าละลัง ประตูบานหนาหนักก็เปิดออกช้าๆเหมือนจะต้อนรับคณะสอบสวนเข้าบ้าน สถบดีไม่ไว้ใจชายชราท่าทางน่าเกรงขาม ยืนยันจะพารัดเกล้าไปรอที่รถแต่คฑารัตน์ไม่ยอม เขาจึงต้องอุ้มเธอไปพักบนเตียงไม้กลางบ้านอย่างเสียไม่ได้

สภาพบ้านโล่งปราศจากเครื่องเรือนและบรรยากาศทะมึนทำให้คณะสอบสวนอึ้ง สิ่งสะดุดตาที่สุดได้แก่รูปปั้นสุริยเทพซึ่งตั้งตระหง่านกลางบ้าน คฑารัตน์กับวิวรรธน์ตื่นตา ตื่นใจมาก ต่างจากสถบดีที่กวาดตารอบๆด้วยความรู้สึกแปลกๆ และขอตัวไปเอารถมารับรัดเกล้า แต่ชายชราก็ปรากฏตัวขึ้นเสียก่อนพร้อมกับแนะนำตัวเองว่าชื่อนรสิงห์ สีหบดี

สิ้นเสียงชายชรารัดเกล้าก็สะดุ้งตื่น นรสิงห์จ้องเธอเขม็งราวกับจะเร้นเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ รัดเกล้ารีบไปหลบหลังพี่สาวและขอออกจากที่นี่ คฑารัตน์เสียหน้าจึงเอ็ดน้องสาวเบาๆแต่ก็พอให้ชายชราเจ้าของบ้านได้ยิน

“จะรีบไปไหน...ตั้งใจมาหาเราไม่ใช่หรือ”

ขณะเดียวกันที่บ้านอภิมุข...เพชรดาโอบกอดอภิชาติหรือหนึ่ง ลูกชายคนเดียวของอภิมุข พัทธยาพูดไม่ออกเมื่อตั้งสติได้จึงขอโทษที่ทำให้ตกใจ เพชรดาไล่ให้ออกจากห้องหลาน ผู้กองหนุ่มจึงจำต้องถอยกลับอย่างไม่มีทางเลือก

อภิวัฒน์รอที่ด้านล่าง แสยะยิ้มสะใจที่ทำให้เพชรดาร้อนรนได้ แถมถากถางผู้กองหนุ่มว่าต้องลำบากเป็น พิเศษที่ต้องสัมภาษณ์เด็กดาวน์อย่างอภิชาติ เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังถึงชั้นบน เพชรดาได้ยินแต่ไม่แสดงอาการใดๆจ้องไปยังกลุ่มคนข้างล่างด้วยแววตาแข็งกร้าว ไม่พอใจมากเมื่อได้ยินว่าอภิชาติต้องถูกสอบปากคำด้วย

ส่วนที่บ้านชายชราน่าเกรงขาม คฑารัตน์กำลังเริ่มต้นสอบสวนเจ้าของบ้าน แต่ชายชรากลับให้ความสนใจรัดเกล้า สถบดีไม่ใว้ใจเลยขอพาเธอส่งโรงพยาบาล นรสิงห์จึงต้องรั้งไว้ด้วยการให้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับคดีอภิมุขว่าเป็นการฆาตกรรม คณะสืบสวนถามว่าเขารู้จักใครในบ้านบ้างแต่นรสิงห์บอกว่าไม่รู้จักเลยเพราะไม่เคยก่อกรรม

ร่วมกัน คฑารัตน์สวนกลับว่าไม่น่าเกี่ยวกับเรื่องกรรมแต่นรสิงห์กลับยืนยันเสียงแข็ง

“เกี่ยวสิ...ต้องเกี่ยว...เพราะเลือดต้องล้างด้วยเลือด ต้องตามชำระให้ถึงที่สุด”

ขาดคำ รัดเกล้ากับสถบดีก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจแปลกๆ สองหนุ่มสาวขอไปรอข้างนอกโดยไม่รอใครอนุญาต คฑารัตน์มองนรสิงห์อย่างเกรงใจแต่เขาบอกให้กลับไปก่อนเพราะต้องได้เจอกันอีก วิวรรธน์ขอบคุณเบาๆ ส่วนคฑารัตน์ดีใจมากที่จะได้มาที่นี่อีกเพราะถูกชะตากับนรสิงห์อย่างบอกไม่ถูก...เหมือนเคยสนิทชิดเชื้อกันมาเป็นพันปี!

คณะสอบสวนกลับออกไปแล้ว นรสิงห์มองตามพร้อมแสยะยิ้มน่ากลัว “ในที่สุด...เราทั้งหมดก็ได้พบกันอีกครั้ง ใกล้ถึงจุดจบเสียที แค้นและบาปที่ต้องชดใช้จะได้หมดเวรหมดกรรมกันในชาตินี้”

ฝ่ายรัดเกล้ากับสถบดีมารอที่รถ เธอเปรยว่าไม่อยากเข้าไปในบ้านเพราะทำให้รู้สึกไม่ดี สถบดีจึงบอกความรู้สึกตัวเองบ้าง “ผมไม่ชอบหน้านรสิงห์ อย่าถามนะว่าทำไม คุณเป็นเหมือนผมหรือเปล่า” รัดเกล้าอึ้งไปอึดใจ “เมื่อกี้ผมยังไม่ถูกตัว คุณก็เป็นลมแล้ว ผมรู้ว่าคุณเกลียดผม แต่ผมเป็นห่วงและอยากรับผิดชอบ”

สองหนุ่มสาวประสานสายตากัน คฑารัตน์โผล่มากันท่าผู้กองหนุ่มไม่ให้เข้าใกล้น้องสาว วิวรรธน์ตามมาปลอบผู้กองอย่าคิดมากเพราะเข้าใจหัวอกพี่สาวขี้หวง สถบดีรู้ดีและเปลี่ยนมาพูดถึงนรสิงห์ว่าน่าจะเป็นพวกแอบอ้างและอยากเรียกร้องความสนใจมากกว่า...ถ้ารู้เรื่องดีนักทำไมเพิ่งโผล่มา!

ooooooo

คณะสอบสวนทั้งสองกลับมาประชุมที่สำนักงาน คฑารัตน์กับวิวรรธน์คิดว่านรสิงห์อาจมีข้อมูลเป็นประโยชน์ ส่วนพัทธยากับสถบดีพุ่งความสนใจไปที่ท่าทางหวงหลานเกินเหตุของเพชรดาว่าต้องมีอะไรเป็นพิเศษแน่ จึงสั่งให้รัดเกล้าไปหาข้อมูลภรรยาเก่าของอภิมุขและให้คนอื่นๆรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเพชรดา

เวลาเดียวกันที่บ้านอภิมุข...เพชรดากำลังป้อนข้าวอภิชาติ สิริรัตน์ซึ่งหัวเสียเพราะพลาดโอกาสเจอกับพัทธ–ยาและสถบดีจึงมาต่อว่าอย่างเสียๆหายๆจนอภิชาติตกใจ เพชรดาไม่อยากเถียงด้วยแต่สิริรัตน์ก็หาเรื่องปาจานข้าวกระแทกหัวเธออย่างแรง อภิชาติเห็นอาสาวโดนทำร้ายจึงจะช่วยแต่กลับถูกสิริรัตน์เหวี่ยงไปกองกับพื้น

“แกมันคนโปรด แม่พระ พี่ดำไม่อยู่แล้ว ทำไมไม่ไปบวชชี หรือจะรอตายตามพี่ดำ”

“ต้องรู้ก่อนว่าใครฆ่าพี่ดำ ฉันถึงจะไปจากที่นี่”

“นังบ้า...แกไม่มีวันรู้หรอก หรือถ้าอยากรู้มาก ฉันแนะนำให้รีบตามไปถามพี่ดำในนรก”

สิริรัตน์สะบัดหน้าออกไป ทิ้งเพชรดาให้กอดหลานและปลอบว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้าย...อาสัญญา!

อภิวัฒน์ไม่ต่อว่าสิริรัตน์สักคำที่ไปหาเรื่องเพชรดา ได้แต่เตือนไม่ให้แสดงอาการมากต่อหน้าตำรวจเพราะจะทำให้น่าสงสัย สิริรัตน์กระเง้ากระงอดและเริ่มทวงส่วนแบ่งจากมรดกประจำตระกูล อภิวัฒน์เข้าซุกไซ้ร่างอวบอิ่มอย่างหื่นกระหายและกล่อมให้อดทนเพราะตำรวจกำลังไฟแรง ถ้าพลาดท่าจะเดือดร้อนกันไปหมด...

คืนเดียวกันที่บ้านคฑารัตน์...เจ้าหน้าที่สาวมั่นประจำสำนักงานสอบสวนน้องสาวอย่างหนักถึงอาการเป็นลม รัดเกล้าอึกๆอักๆบอกว่าเริ่มมาตั้งแต่เธอฝันถึงอดีต คฑา–รัตน์ยื่นคำขาดให้รักษาถ้าไม่อยากขายหน้าคนทั้งสำนักงาน

“ความเป็นผู้หญิงไม่มีสิทธิ์ทำให้เราอ่อนแอต่อหน้าทุกคน แกต้องเข้มแข็งให้สมกับเป็นน้องสาวคุณวิกกี้...จำไว้!”

รัดเกล้าเข้านอนด้วยความอ่อนเพลีย คำพูดพี่สาวยังวิ่งวนในหัวจนเครียดไปหมดเพราะไม่รู้จะหยุดความฝันบ้าๆยังไง ดึกสงัดคืนนั้น...เธอฝันเห็นภาพติสสากอดกับมรันมาอีกครั้ง องค์นรสิงห์โผล่มาแทงดาบทะลุหัวใจทั้งสองจนเลือดทะลัก รัดเกล้านอนกระสับกระส่ายด้วยความเจ็บปวดรุนแรงที่หน้าอก เช่นเดียวกับสถบดีซึ่งสะดุ้งตื่นในบ้านตัวเองและกุมหน้าอกโดยไม่รู้ตัว ภาพผู้หญิงในความฝันหน้าตาเหมือนรัดเกล้าจนเขานึกแปลกใจ

สองหนุ่มสาวทรมานกับความฝันที่วนเวียนซ้ำซากจนนอนไม่หลับ ไม่รู้เลยว่าภาพความฝันทั้งหมดมีที่มาจากนรสิงห์ซึ่งสวดมนต์ที่บ้านด้วยภาษาโบราณตลอดทั้งคืน!

ooooooo

รัดเกล้าไปทำงานด้วยสภาพสะโหลสะเหล สถบดีเองก็ไม่ต่างกัน แต่ก็ไม่วายตามไปคุยกับเธอและสอบถามถึงอาการป่วยเมื่อวันก่อน รัดเกล้าหลบสายตาและเดินหนีแต่เขากลับเข้าประชิดตัวและประคองหน้าเธอ

“มองผม...อย่าหนีหน้าผม รัดเกล้า...ผมไม่มีวันทำร้ายคุณ” รัดเกล้าส่ายหน้าไปมา แสงสีขาวเริ่มเปล่งประกายระหว่างมือเขากับใบหน้าเธอ อาการเจ็บปวดกลับมาหาเธออีก “ปล่อย...เกล้าไม่ไป ไม่อยากฝัน ไม่อยากไปที่นั่นอีก”

สถบดีตกใจท่าทางตื่นๆ รัดเกล้าผละตัวออกและตบหน้าเขาสุดแรง แสงสีขาวจึงค่อยๆหายไป

“อย่าเข้ามา คุณอย่ามายุ่งกับเกล้าเลยนะ ใกล้คุณแล้วเกล้าเจ็บ เกล้าทรมาน”

รัดเกล้าวิ่งไปอีกทาง สถบดีได้แต่มองตามด้วยความกังวล สงสัยเหลือเกินว่าเธอเป็นอะไรกันแน่

ฝ่ายพัทธยากลับไปบ้านอภิมุขในเช้าวันเดียวกันพร้อมหมายศาล อภิวัฒน์จำยอมให้ค้นบ้าน ส่วนเพชรดามองตามคณะสอบสวนด้วยแววตาอึดอัดเพราะแน่ใจว่าผู้กองหนุ่มต้องการสัมภาษณ์อภิชาติด้วย

อภิวัฒน์กับมาริษาฉวยโอกาสตอนเพชรดาวุ่นวายดูแลคณะทำงาน ตรงไปหาพัทธยาและบอกถึงสาเหตุที่เพชรดาห่วงใยอภิชาติเป็นพิเศษ “คุณมองไม่ออกหรือว่าเพชรมันเอาเด็กเป็นตัวประกัน มันเกาะหลานไม่ปล่อยเพราะถ้าได้เป็นผู้จัดการมรดกเมื่อไหร่ มันก็จะได้สมบัติหลานไปตั้งตัว”

พัทธยาอึ้งและเผลอมองเพชรดาด้วยสายตาแปลกๆ หญิงสาวพอเดาได้ว่ากำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยจึงผละไปห้องอภิชาติ ผู้กองหนุ่มตามไปคุยด้วย โดยเฉพาะเรื่องเธอยึดติดกับหลานจนดูเหมือนการกักขังและหน่วงเหนี่ยว

“คุณจะปิดได้นานแค่ไหน เขาพ่อลูกกัน หรือว่าที่ไม่อยากให้เด็กรู้เพราะเหตุผลอื่น” พัทธยาแกล้งถาม

และเมื่อเขาเจรจาขอคุยกับอภิชาติ เพชรดาก็ไม่ยอมท่าเดียว อภิวัฒน์กับมาริษาทั้งกล่อมและขู่ก็ไม่ได้ผล

“ผู้กองมีหน้าที่สอบสวน ไม่ใช่สั่งสอน ทำหน้าที่ของคุณให้ดีก่อนเถอะ บ้านนี้มีฉันคนเดียวหรือคะที่น่าสงสัย” เพชรดาจ้องไปทางอภิวัฒน์กับมาริษาแล้วเหลือบมองเขานิ่ง “แต่ฉันคงพิเศษกว่าคนอื่นเพราะเห็นคุณตามแต่ฉัน”

พัทธยาหน้าชาเมื่อโดนว่าตรงๆ อภิวัฒน์กับมาริษาจึงถอยไปตั้งหลัก เพชรดายืนกรานไม่ยอมให้ใครพบอภิชาติ พัทธยาจึงออกไปรอข้างนอก ทิ้งเพชรดาให้โอบกอดหลานเครียดๆ...อาสัญญาจะปกป้องหนูอย่างถึงที่สุด

ด้านคฑารัตน์กับวิวรรธน์...ไปบ้านนรสิงห์แต่เช้าเพื่อสอบปากคำ แต่ไม่ทันเริ่มก็ต้องกลับสำนักงานเพราะนรสิงห์จะไม่ให้ข้อมูลเพิ่มจนกว่าจะเจอรัดเกล้า คฑารัตน์อดแปลกใจไม่ได้แต่ความอยากรู้เรื่องฆาตกรซึ่งนรสิงห์ยืนยันว่าเป็นผู้หญิงมีมากกว่าเลยยอมไปลากน้องสาวมาเจอ

เมื่อสถบดีทราบเรื่องก็มีปากเสียงกับคฑารัตน์อย่างรุนแรงเพราะไม่อยากเสี่ยงให้รัดเกล้าเจ็บตัว วิวรรธน์เสนอให้ตามไปด้วยเผื่อช่วยกันซักถามและดูแลรัดเกล้า ผู้กองหนุ่มส่ายหน้าเซ็งๆแล้วตามไปอย่างเสียไม่ได้

ฝ่ายพัทธยาตัดสินใจโทร.ตามเจ้าหน้าที่จากกรมประชาสงเคราะห์มารับตัวอภิชาติ ยอดชายกับมุรธาสีหน้าไม่ดีเพราะกลัวเพชรดาอาละวาด และก็เป็นดังคาด... เพชรดายื้อยุดหลานชายคนเดียวจนเป็นที่ชุลมุน อภิวัฒน์ มาริษาและสิริรัตน์จึงเข้าช่วยเจ้าหน้าที่เพราะอยากเห็นเพชรดาร้อนรน

ในที่สุดอภิชาติก็ถูกนำตัวขึ้นรถจากไป เพชรดาทรุดตัวกับพื้นหน้าบ้านอย่างอ่อนแรงและเงียบขรึมจนทุกคนเริ่มหวั่น สิริรัตน์ถอยฉากเพราะไม่โดนเหวี่ยง  ต่างจากอภิวัฒน์กับมาริษาที่สะใจเพราะทำให้เพชรดาคลั่งได้ พัทธยาสัญญาจะพาอภิชาติกลับมาทันทีที่ได้สอบปากคำ เพชรดาไม่พูดสักคำแต่มองหน้าเขาน้ำตาคลอ ผู้กองหนุ่มถึงกับผงะ ภาพหญิงสาวหัวใจสลายทำให้รู้สึกผิดจนทำตัวไม่ถูก...หรือว่าเขาทำร้ายจิตใจเธอมากไป

ฝั่งคณะสอบสวนที่นำโดยคฑารัตน์กับสถบดีก็มาถึง บ้านนรสิงห์ในช่วงสายวันเดียวกัน ชายชราไม่สนใจตอบคำถามแต่กลับมองรัดเกล้าจนเธออึดอัด สถบดีจะเข้ามาใกล้ก็ถูกนรสิงห์สะกดจิตให้หยุดนิ่ง เช่นเดียวกับคฑารัตน์และวิวรรธน์ซึ่งไม่ขยับแต่รัดเกล้าก็ยังไม่รู้ตัว เสียงกระซิบแผ่วๆที่ข้างหูทำให้รัดเกล้าขนลุก

“เงยหน้ามองฉันสิรัดเกล้า...มองฉันสิ รู้ไหมว่าฉันรอมานานแค่ไหน...กว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้ง”

รัดเกล้ามองเห็นแสงไฟสว่างวาบในดวงตาเขา เธอพยายามเบือนหน้าหนีแต่ก็เป็นลมหมดสติไปเสียก่อน

ooooooo

รัดเกล้ารู้สึกตัวอีกครั้งในวิหารปุระอมร ได้ยินเสียง องค์นรสิงห์โต้เถียงกับสีหสาถึงแผนบุกทำลายศรีพิสยาจึงรีบหาที่แอบฟัง กลืนน้ำลายดังเอื๊อกเมื่อได้ยินองค์นรสิงห์เกรี้ยวกราด

“เจ้ากับคนของเจ้าต้องหาให้เจอว่าหญิงใดจะห่ำหั่นกันด้วยแรงริษยาและช่วยเราทำลายศรีพิสยา”

“ทำไมไม่ใช้่วิธีของข้า ยกทัพไปบดขยี้มัน แทนที่จะใช้วิธีเยี่ยงคนขลาดอย่างสุเลวิน”

องค์นรสิงห์ของขึ้นที่แม่ทัพคู่ใจกล้าเถียง สีหสาจึงแก้ตัวว่าร้อนใจอยากออกรบเต็มแก่

“จงไปกับคนของเจ้าแล้วหาคำตอบมา แล้วข้าจะสั่งเองว่าเมื่อไหร่กองทัพของข้าจะเหยียบศรีพิสยา”

สีหสาจำใจรับคำสั่งและไปฝึกดาบระบายอารมณ์ที่ลานซ้อมแต่ไม่มีใครต้านเธอได้สักคน แม้แต่ไพลินน้องสาวแท้ๆก็ยังต้องยอมให้พี่สาว สีหสายื่นมือไปดึงน้องให้ลุกยืนและสั่งให้เตรียมตัวไปสืบราชการลับที่ศรีพิสยา

ภาพตรงหน้ารัดเกล้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง...คราวนี้มาที่ตำหนักหลวงของศรีพิสยา ติสสาคุกเข่าต่อหน้าเจ้าปรันมาและประทานขออนุญาตแต่งงานกับมรันมา เจ้าเหนือหัวแห่งศรีพิสยายิ้มน้อยๆด้วยความยินดี

“ข้าเห็นความรักที่เจ้าซุกซ่อนในใจตั้งแต่เด็ก ยิ่ง เป็นการพาตัวมรันมาออกจากตำหนักเจ้านางอินยา ข้าก็ยิ่งยินดีมาก ในงานฉลองบูชาเพ็ง ข้าจะสถาปนามรันมา เป็นน้องนางแห่งศรีพิสยา จากนั้นจะจัดงานแต่งงานให้ เจ้าเอง” เจ้าปรันมาแตะแขนแม่ทัพใหญ่เบาๆ “สิ่งใดที่ทำให้คนสำคัญของศรีพิสยามีความสุข ข้าสมควรต้องทำ”

ติสสารีบแจ้งข่าวดีกับมรันมา  เธอยิ้มให้อย่างเอียงอายเพราะจะได้เข้าพิธีแต่งงานกับเขาในอีกไม่กี่เพลา

“น้องน้อย...ขอให้พี่ชายเป็นคนปกป้องน้องน้อยตลอดชีวิต”

“พี่ชายดีกับน้องน้อยมาตลอด ไม่มีวันไหนที่พี่ชาย ทำให้ร้องไห้ อยู่กับพี่ชาย...หัวใจน้องน้อยมีแต่รอยยิ้ม”

“เป็นยิ้มที่พี่ชายยอมตายเพื่อให้ได้เห็นทุกวันคืน ขอให้รู้ว่าอกของพี่ชายจะอบอุ่นสำหรับน้องน้อยตลอดไป”

“ไม่ว่าเกิดกี่ร้อยกี่พันชาติ  หัวใจน้องน้อยจะเป็นของพี่ชายคนเดียว”

ติสสาจูบแก้มเธอแผ่วเบา “พี่ชายสัญญา จะไม่ยอมให้ความเศร้า ความทุกข์ใดๆมาใกล้น้องน้อยได้อีก”

สองหนุ่มสาวใช้เวลาด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าอสุนีคนสนิทของเจ้าปันแสงลอบมองห่างๆ จากมุมหนึ่ง หมายมั่นปั้นมือว่าต้องรายงานเรื่องนี้กับเจ้านายหนุ่มให้ได้ แต่เรื่องติสสาจะได้แต่งงานก็ไม่ได้ถึงหูเจ้าปันแสงคนเดียว แต่กลับสร้างความเดือดดาลให้เจ้านาง อินยาด้วย ถึงขั้นให้ตามตัวมาเฆี่ยนแต่ก็ต้องยั้งมือไว้

“เจ้าอยากให้ข้าเป็นเจ้านางที่โหดร้ายในสายตาทุกคน แล้วเจ้าจะเอาแผลที่หลังไปออดอ้อนติสสา เหมือนแม่เจ้าที่เคยออดอ้อนจนเจ้าศรีพิสยาหลงใหลแล้วทอดทิ้งตำหนักนี้...ทอดทิ้งข้าไป” เจ้านางอินยาเหวี่ยงร่างมรันมากระแทกผนัง “เจ้าจะไม่ได้ออกไปจากที่นี่...มรันมา เจ้าจะไม่ได้ออกไปจากตำหนักของข้าจนวันตาย!”

เมื่อทำร้ายมรันมาไม่ได้ สองแม่ลูกจึงวางแผนกำจัดติสสา เจ้าปันแสงแกล้งลวนลามมรันมาเพื่อล่อให้ติสสามาติดกับ แม่ทัพใหญ่มัวห่วงคนรักจนไม่ทันคิด โผเข้า โรมรัน จนเกือบพลั้งมือฆ่าเจ้าปันแสง ทันใดนั้น...อสุนีโผล่มาพร้อมทหารกลุ่มใหญ่  เจ้าปันแสงหัวเราะเสียงดังในขณะที่ติสสาเริ่มตั้งตัวติด เจ็บใจที่เสียทีเจ้าปันแสงจนได้!

ooooooo

เจ้าปรันมาเป็นคนตัดสินเรื่องศึกชิงนางของ ติสสากับเจ้าปันแสง แม้โทษคือประหารชีวิต  แต่เพราะเจ้าปันแสงเริ่มก่อน ติสสาจึงรับโทษแค่จำคุกและสวดมนต์จนถึงคืนบูชาเพ็ง เจ้าปันแสงโกรธมากและด่าไปถึงมรันมาซึ่งเป็นลูกทาส

“มรันมาไม่ใช่ทาส งานฉลองบูชาเพ็งคราวนี้ข้าจะสถาปนาให้เป็นน้องนางคนใหม่แห่งศรีพิสยา”

“ไม่อายหรือพี่ปรันมา คิดสถาปนาลูกชายชู้หญิงชั่วขึ้นเป็นน้องนาง”

“เรื่องสนมอเลยากับชายชู้ เป็นแค่ข้อกล่าวหาของเจ้านางอินยา ไม่เคยมีการสอบสวนอย่างจริงจัง”

“แม่ข้าไม่เคยโกหก อยากเอาใจแม่ทัพใหญ่ด้วยการอุ้มชูลูกหญิงชั่วให้คนกราบไหว้ ทำลายเกียรติศรีพิสยา แต่ก็ช่วยให้ความยุติธรรมกับข้าด้วย จะได้ไม่มีคนกล่าวหาว่าเจ้าปรันมาเห็นแก่คนสนิทจนลืมพี่น้อง” เจ้าปรันมาไม่สะทกสะท้าน “ข้าจะไม่ยอมเสียแม่ทัพที่สละชีวิตปกป้องดินแดนเพราะเหตุที่เขาไม่ได้ก่อ ปันแสง...ห้ามเจ้าเข้าใกล้มรันมาอีก และห้ามคนของตำหนักเจ้านางอินยาทำร้ายมรันมาด้วย!”

เจ้าปรันมาเสด็จไปย้ำคำสั่งถึงตำหนักเจ้านางอินยา เจ้านางทำอะไรไม่ได้แต่ถากถางตามประสาซึ่งเจ้าปรันมาก็ไม่ยี่หระ ประกาศกร้าวจะสถาปนามรันมาเป็นน้องนางแห่งศรีพิสยาและจะจัดงานแต่งให้กับติสสาหลังจากนั้น เจ้านางอินยาถึงกับหน้าซีดแล้วเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโมโห...อย่าหวังเลยมรันมาว่าแกจะสมหวังทุกอย่าง!

อุตลาริษยามรันมาที่จะได้เป็นถึงน้องนางคนใหม่ จึงใช้ความแค้นของเจ้านางอินยาให้เป็นประโยชน์ด้วยการบอกว่ามีพ่อค้าต่างเมืองขายน้ำหอมลึกลับที่ทำให้คนตาย เจ้านางแสยะยิ้มเหี้ยมๆแล้วสั่งให้ไปซื้อ อุตลาจึงมุ่งหน้าไปแผงขายน้ำหอมที่ตลาด ไพลินซึ่งปลอมตัวเป็นพ่อค้าจัดแจงยื่นขวดน้ำหอมสีแดงสดให้แลกกับเหรียญทอง สีหสาเฝ้ามองห่างๆในซุ้มเดียวกัน  เหยียดยิ้มสมใจที่มีคนสนใจยาพิษร้ายแรง

เจ้านางอินยาตัดสินใจทดลองด้วยการประทานน้ำหอมให้นางข้าหลวงในตำหนัก พิษจากน้ำหอมทำให้หายใจติดขัดและแสบคอ เมื่อผสมกับน้ำทำให้ปฏิกิริยาเร็วขึ้นและตายอย่างทรมานที่สุด

“รีบไปเอาน้ำหอมมาอีกอุตลา ข้าจะให้ของขวัญแต่งงานแก่มรันมา...ทาสที่ข้ารักที่สุด!”

ooooooo

การได้รับโทษจองจำและสวดมนต์ในหอขวัญจนกว่าจะถึงพิธีบูชาเพ็งไม่ทำให้ติสสาสบายใจเพราะไม่ได้อยู่ปกป้องคนรักจากเจ้านางอินยากับเจ้าปันแสง เมืองมาสโหรหญิงประจำเมืองก็ทราบดีจึงเพียรบอกให้เขาทำใจให้สงบเพราะมองเห็นจากญาณพิเศษว่ามรันมาจะปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวงจนกว่าจะถึงวันบูชาเพ็ง

ตอนที่ 4

เพชรดาบีบมือแน่น เนื้อตัวสั่นเมื่อนึกถึงภาพ อภิมุขตายอย่างสยดสยอง เธอให้การว่าจำอะไรไม่ได้เพราะทุกอย่างสับสนอลหม่าน ใครต่อใครก็เข้ามาในบ้านเพื่อสืบหาความจริงเรื่องอภิมุขจนเธอทำตัวไม่ถูก พัทธยากับรัดเกล้าเห็นใจแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ได้แต่นั่งฟังเธอเล่าถึงปฏิกิริยาของสมาชิกครอบครัวคนอื่นในคืนเกิดเหตุ

สิริรัตน์บ้าคลั่งอย่างเห็นได้ชัด ส่วนอภิวัฒน์กับมาริษาก็ตกตะลึงที่ต้องเห็นประมุขของบ้านตายไปต่อหน้าต่อตา เพชรดาดึงตัวเองกลับจากอดีตและทวงสัญญาจะส่งอภิชาติกลับบ้าน พัทธยาจึงต้องจัดการให้อย่างไม่มีทางเลือก

ฝ่ายคฑารัตน์กับวิวรรธน์สำรวจบ้านนรสิงห์ท่าม กลางความมืด เจ้าหน้าที่หนุ่มรู้สึกถึงเงาดำพัดวูบจากด้านหลัง แต่เมื่อหันไปก็เสียหลักชนคฑารัตน์จนล้ม จังหวะเดียว กัน...นรสิงห์ปรากฏตัวและจ้องมองทั้งสองด้วยสายตาคุกคาม

“นานแค่ไหน...ความอยากรู้อยากเห็น อยากเอาชนะก็ไม่เคยเปลี่ยน”

คฑารัตน์จะอธิบายแต่เขาไม่ฟัง ส่วนวิวรรธน์พยายามชวนกลับแต่เธอขืนตัวไว้เพราะเชื่อว่าชายชราไม่ใช่คนใจร้าย แต่ความเชื่อของสาวมั่นก็พังไม่เป็นท่าเมื่อนรสิงห์ไล่ทั้งสองออกจากบ้านอย่างไม่อินังขังขอบ วิวรรธน์อดเหน็บแนมท่าทางมั่นใจเกินเหตุไม่ได้จนคฑารัตน์ต้องแหวกลับเพื่อกลบเกลื่อนอาการเสียหน้า

วิวรรธน์หน้าเจื่อน คฑารัตน์รู้สึกผิดแต่ไม่อยากปลอบให้ได้ใจเลยด่าซ้ำ แต่เขาก็ไม่โกรธ ทันใดนั้นก็มีเสียงนรสิงห์กระซิบที่ข้างหู “ถึงไม่ผิดก็ต้องยอม เบื้องบนบัญชามาให้ยอมก็ต้องยอมจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ”

วิวรรธน์ตาเหลือก หันซ้ายขวามองหาชายชราแต่ก็ไม่เห็นใคร...

ฝ่ายเพชรดาโผกอดอภิชาติด้วยความรักและคิดถึง พัทธยา รัดเกล้าและยอดชายเฝ้ามองความสัมพันธ์ของอาหลานด้วยความซาบซึ้งใจ ผู้กองหนุ่มพยายามส่งยิ้มให้แต่เพชรดากลับไม่สนใจและพาหลานเข้าบ้าน เมื่อสถบดีทราบเรื่องในเย็นวันเดียวกันจึงแซวขำๆว่าเพชรดาอาจมีความรู้สึกดีกับพัทธยาก็ได้

“ไอ้นี่...ฉันไม่ได้เจ้าชู้สิ้นคิดอย่างแกนี่ ยังไงคุณเพชรเขาก็เป็นผู้ต้องสงสัย”

“งั้นปิดคดีนี้เมื่อไหร่ แกก็จีบเขาได้ล่ะสิ เพราะยังไงเธอก็ไม่น่าสงสัยเท่าคุณอภิวัฒน์ ทั้งเรื่องถูกไล่ไปอยู่บ้านหลังเล็ก เรื่องเอาเงินกงสีไปละลายในธุรกิจ เรื่องต้องยอมขายหุ้น เหตุผลรอบๆตัวผู้ชายคนนี้พุ่งไปที่เรื่องเดียวคือเงิน!”

สองหนุ่มไม่ทันถกต่อ รัดเกล้าก็เข้ามาส่งรายงานการสอบปากคำ พัทธยาชมเปาะว่าทำงานเรียบร้อยรัดเกล้าก้มหน้ารับยิ้มๆ แต่ต้องหุบแทบไม่ทันเมื่อเห็นผู้กองอีกคนมองมาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม สถบดีเห็นเธอเมินหน้าอีกทางเลยแหย่ว่าเธอคงห้ามยิ้มตามคำสั่งพี่สาว

“พี่วิกกี้ห้ามไม่ได้หรอกค่ะ แต่ครอบครัวเราสอนมาดี...ว่าใครที่สมควรเชิดใส่ ใครสมควรยิ้มด้วย”

รัดเกล้าขอตัวเพราะจะกลับบ้านพร้อมยอดชาย สถบดีตามไปขวางและชวนสองเพื่อนซี้ไปทานข้าวเย็น

ยอดชายรับคำอย่างยินดีเพราะอยากให้เพื่อนเปิดโอกาสให้ตัวเอง แต่รัดเกล้าปฏิเสธ

“กลัวอะไรผมนักหนารัดเกล้า กลับบ้านช้านิดหน่อย พี่สาวคุณจะเอาแส้หวดก้นหรือไง” รัดเกล้าไม่ยอมตอบ สถบดีจึงแหย่ “กล้าๆหน่อยสิลูกแหง่ ยังไงวันนี้พี่สาวก็ไม่ได้คอยเช็กชื่ออยู่แล้ว”

สถบดียิ้มยียวน รัดเกล้ามองหน้าเขาเซ็งๆ ตัดสินใจตามไปขึ้นรถอย่างเสียไม่ได้

ooooooo

อภิวัฒน์อารมณ์เสียตลอดบ่ายเพราะสถบดีสงสัยคำให้การของเขาจนต้องมาระบายความอึดอัดกับเพชรดา กลัวถูกเปิดโปงเรื่องส่วนตัวที่ไม่เป็นผลดีกับรูปคดี เพชรดาย้อนถามว่าเรื่องอะไรบ้างที่เขาไม่อยากให้บอกตำรวจ

“อย่าท้าทายฉันยายเพชร อีกหน่อยบ้านหลังนี้ก็จะเป็นของฉัน พอถึงวันนั้น...แกจะไม่มีที่ซุกหัวนอน”

“น้องสาวอย่างเพชรไม่มีสิทธิ์อยู่ แต่คนนอกอย่างสิริรัตน์มีสิทธิ์เต็มที่ใช่ไหมคะ”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:04 น.