ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กามเทพปราบมาร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภีมเดินอ้าวมาถึงโถงชั้นล็อบบี้ แดนชนที่เดินตามมาต่อว่าว่าตนอุตส่าห์ถอยออกเพื่อให้เขากับพี่ลีรักกัน แต่เขากลับปล่อยพี่ลีไปให้คนอื่นง่ายๆอย่างนี้ ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ ตนจะไม่ยอมถอยให้เลย

ภีมหันมาถามว่าแล้วจะให้ทำยังไง แดนชนบอกให้สู้ เดินเข้าไปบอกพี่ลีเลยว่ารัก ภีมบอกว่าตนทำแล้ว แดนชนให้บอกว่าเขาจะดูแลพี่ลี ทำให้พี่ลีเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก หาทางทำให้พี่ลีเชื่อใจเรื่องคุณเหมือนดาว

ภีมบอกว่าทำหมดแล้วทุกอย่าง แดนชนจะพูดอีก เขาตัดบทว่า

“เชื่อฉันเถอะแดน...อะไรที่จะทำให้ผู้หญิงใจอ่อนกับผู้ชายอย่างผม ผมลองทำมาหมดแล้ว” แดนชนถามว่าแล้วทำไมพี่ลีถึงไม่เลือกเขา “เพราะผมยังไม่ดีพอสำหรับลี เลิกเชียร์ผมกับลีได้แล้ว ตอนนี้สิ่งที่เราสองคนทำได้ดีก็คือ แสดงความยินดีกับผู้หญิงที่เรารัก”

พูดจบภีมเดินออกไปเลย แดนชนมองอย่างหมดหวังที่ลุ้นไม่ขึ้น

วันเดียวกันนี้ เหมือนดาวรู้จากสะคราญว่าวราลีจะแต่งงานกับก้องภพ เธอดีใจมาก เมื่อเอาเอกสารไปให้ภีมที่ห้อง เห็นเขาเศร้าๆ เธอหยั่งเชิงว่า ได้ยินว่า

วราลีกับก้องภพจะแต่งงานกัน อิจฉาคุณลีจังเลย ดูมีความสุขมาก

ภีมก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารทำเหมือนลมผ่านหูไปเฉยๆ เหมือนดาวยิ้มสะใจ

การะเกด แพรวพราวกับนันทิสารู้ข่าวนี้ต่างแปลกใจ พราวถามว่าทำไมเจ๊ยอมลงจากคานง่ายๆ วราลีทำหน้าชื่นทั้งที่อกตรมบอกว่ามันถึงเวลาของเจ๊แล้ว นันทิสาถามว่าเจ๊เพิ่งกลับไปคบกับก้องภพใหม่ น่าจะดูกันไปอีกหน่อย

ขณะนั้นภีมเดินผ่านมาพอดีได้ยินวราลีตอบน้องๆว่า

“ถ้าพวกเธอได้อยู่ใกล้ก้อง พวกเธอจะเข้าใจว่าทำไมเจ๊ถึงตัดสินใจแบบนี้ ผู้ชายแสนดีอย่างก้องหายาก และผู้ชายที่รักเราก็ยิ่งหายากกว่า ถ้าเจ๊ปล่อยให้หลุดมือไปเจ๊ก็โง่เต็มทนแล้ว”

พราวยื่นหน้าเข้าไปถามว่า ถ้าเจ๊แฮปปี้ ทำไมเจ๊จะต้องอยากร้องไห้ล่ะ วราลีทำเสียงร่าเริงถามไม่สบตาว่าเอาอะไรมาพูด แต่พอพราวบอกว่า

“แววตาเจ๊มันฟ้องว่าเจ๊ไม่ได้แฮปปี้” วราลีก็ต่อมน้ำตาแตกร้องไห้โฮออกมา

จนสามสาวตกใจ

“ถ้าใจยังบอกว่าไม่ใช่ กลับตัวตอนนี้ก็ยังไม่สายนะเจ๊” พราวบอก การะเกดก็อาสาจะไปคุยกับก้องภพให้ว่าเจ๊ยังไม่พร้อม วราลีกลับทำเสียงร่าเริงมีความสุขบอกว่า...

“ไปกันใหญ่แล้ว ที่เจ๊ร้องไห้ เจ๊แค่รู้สึกใจหวิวๆ ที่กำลังจะได้ลงจากคาน เจ๊แฮปปี้จะตาย จะไม่ต้องเดียวดายไปตลอดชีวิต เพราะเจ๊มีผู้ชายดีๆอย่างก้องภพอยู่เคียงข้าง เราจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นไปด้วยกัน แค่คิดก็แฮปปี้แล้ว เจ๊ไปทำงานต่อก่อนนะ”

ว่าแล้วก็เดินโยกตัวเป็นจังหวะเบาๆ แต่ดูเว่อร์ สามสาวมองตามไปอย่างเป็นห่วง การะเกดพูดอย่างหนักใจว่า

“ถ้าอีเจ๊ยังหลอกตัวเองอยู่แบบนี้ ขืนแต่งงานไป ได้หย่าอย่างสยองแน่”

ooooooo

ฝ่ายลูกปลาเห็นแดนชนซึมเศร้าตั้งแต่วราลีประกาศจะแต่งงานกับก้องภพก็สงสาร จึงจะช่วยให้แดนชนที่ตนหลงรักลืมวราลีให้เร็ว วันนี้จึงเรียกช่างมาวัดขนาดป้ายร้าน แดนชนไปซื้อของกลับมาถามว่าจะทำอะไร

“พี่แดนบอกปลาว่าถ้าปลาช่วยพี่แดนเรื่องคุณก้อง ปลาจะขออะไรจากพี่แดนเป็นการตอบแทนก็ได้ ปลาก็เลยจะขอเปลี่ยนชื่อร้านพี่แดน เป็นร้าน “the tree” แดนชนตกใจร้องเฮ้ย! ลูกปลาถามว่า “หรือพี่แดนอยากได้ชื่ออื่นบอกปลาได้เลย เดี๋ยวปลาให้ช่างเขาจัดให้”

“มานี่!” แดนชนคว้าแขนลูกปลาลากไปในร้านดุว่า “ทำไมถึงทำแบบนี้ อยู่ๆจะมาเปลี่ยนชื่อร้านพี่ได้ยังไง”

ลูกปลาบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำที่สุด เพราะถ้าร้านยังชื่อ “วราลี” มองไปทางไหนก็ต้องนึกถึงแต่

วราลี แล้วเมื่อไหร่เขาจะลืมเธอได้ แดนชนบอกว่าตนลืมแล้ว ลูกปลาไม่เชื่อ เพราะนับแต่วราลีบอกว่าจะแต่งงานกับก้องภพก็เห็นเขาซึมเป็นหมาหงอย แดนชนบอกว่า ตนแค่รู้สึกผิดที่ทำให้ภีมเสียวราลีไป

“แล้วพี่จะไปรู้สึกผิดทำไม ความรักของพวกเขาจะเป็นยังไงก็ให้เขาจัดการกันเอง พี่ไม่ใช่ผู้วิเศษ ไม่ใช่กามเทพ ถึงจะมาบงการให้ใครรักกับใครได้ ถ้าพี่มัวแต่ให้ตัวเองจมอยู่กับเรื่องของพวกเขา เมื่อไหร่ชีวิตพี่จะเดินไปข้างหน้า ปลาไม่อยากเห็นพี่ไม่มีความสุข และทางนึงที่จะทำให้พี่แดนของปลากลับมาเป็นคนเดิมก็คือ ลืมพี่ลีซะ เปลี่ยนชื่อร้านเถอะนะ ปลาขอร้อง”

“พี่ ไม่ เปลี่ยน!” แดนชนย้ำเสียงหนัก ลูกปลาจะแย้ง เขาตัดบทว่า “อย่าเซ้าซี้พี่ เพราะพี่จะไม่เปลี่ยนชื่อร้านของพี่แน่นอน แต่ถ้าเปลี่ยนพนักงานใหม่...ก็ไม่แน่”

แดนชนพูดแล้วเดินออกไปเลย ลูกปลาโกรธจี๊ด ถอดผ้ากันเปื้อนปาทิ้ง ท้าก่อนเดินออกไปว่า

“ก็เอาสิ เปลี่ยนเลย ปลาก็เบื่อที่จะต้องอยู่กับคนโลกสวยแต่โคตรงี่เง่าอย่างพี่แล้วเหมือนกัน!”

แดนชนอึ้ง ไม่คิดจะง้อ แต่พอมีลูกค้าเข้าร้านเขาก็คิดถึงลูกปลาขึ้นมา มองไปเห็นแต่ผ้ากันเปื้อนแขวนอยู่ก็เศร้า

ปิดร้านแล้วเห็นเก้าอี้ที่เคยนั่งเล่นกีตาร์ร้องเพลงกับลูกปลาก็ยิ่งเศร้า ทนไม่ได้โทร.ไปหา แต่ลูกปลาไม่รับสาย...

แดนชนนั่งเศร้า...นาทีนี้เขาคิดถึงลูกปลาจับใจ...

ooooooo

ก้องภพเตรียมรายชื่อแขกที่จะเชิญมาในงานแต่งงานหลายหน้ากระดาษ วราลีบอกว่าตนอยากจัดแบบง่ายๆ มีแต่คนกันเอง แต่เธอก็ตามใจเขาเพราะเขารู้จักคนเยอะ ลูกค้าของเขาก็สำคัญ

“ไม่มีใครสำคัญมากไปกว่าว่าที่ภรรยาของผมหรอก ผมอยากให้ลีมีความสุขที่สุด ให้สมกับที่ลีเลือกผม”

“ลีก็จะพยายามทำให้ก้องมีความสุขให้สมกับที่ก้องรักและแสนดีกับลี” ก้องภพจึงขอให้เธอลาออกจากงานเพื่อมาเป็นแม่บ้าน วางแผนจะมีลูกกันสักหกคน “หกคน! เออ...ลีจะไม่ไหวเอานะก้อง”

ก้องภพบอกว่าเพราะอย่างนี้ตนจึงอยากให้เธอลาออกจากงาน ถ้ากลัวเหนื่อยก็ให้หมอทำลูกแฝดให้ก็จะท้องแค่สามครั้งก็ได้ลูกหกคน ย้ำว่า “อีกอย่างนะผมอยากให้ลีได้ใช้เวลาอยู่กับลูกกับผมร้อยเปอร์เซ็นต์เราจะได้เป็นครอบครัวที่อบอุ่น”

วราลียิ้มแห้งๆกับแผนการของเขา นึกในใจว่า...จะไหวหรือเนี่ย?

ฝ่ายภีมพยายามทำใจเตรียมตัวพึ่งตัวเองเมื่อวราลีแต่งงาน ขอร้องเธอว่าเวลาอยู่ใกล้ตนอย่าแสดงว่าเธอดีใจเหลือเกินที่จะได้ลงจากคาน เพราะตนเจ็บ วราลีฟังแล้วอึ้ง...เศร้า

แม่วันขอให้หลวงพ่อหาฤกษ์แต่งงานให้วราลี เธอดูแล้วติงว่าตนเตรียมตัวไม่ทัน แม่วันถามว่าจะเตรียมอะไรนักหนา เอาแค่ให้ถูกต้องตามประเพณีก็พอ

“ฤกษ์นี้ก็ฤกษ์นี้จ้ะ จะช้าจะเร็ว ยังไงลีก็ต้องแต่งกับก้องอยู่ดี” วราลีตัดใจ

วันต่อมา ขณะเดินคุยกับพราวตามทางเดินในบริษัทนั้น พราวเปรยว่าผู้หญิงทำงานอย่างเจ๊กำลังจะไปเป็นแม่บ้านต้องรู้สึกหลอนเป็นธรรมดา แต่เชื่อว่าเจ๊ทำได้

“เฮ้อ...เจ๊ต้องหัดอีกเยอะเลยพราว เจ๊ปรนนิบัติใครเป็นซะที่ไหน”

พอดีพราวได้รับโทรศัพท์บอกว่าบอสมาแล้ว วราลีรีบไปจัดกาแฟกับแซนด์วิชให้บอส กลัวเดี๋ยวจะโมโหหิว พราวเห็นแล้วพึมพำ “ปรนนิบัติใครไม่เป็น...หรือปรนนิบัติเป็นเฉพาะกับบางคน”

เมื่อเอากาแฟกับแซนด์วิชไปให้ภีม บอกงานวันนี้แล้ว เธอเอาซองสีขาวยื่นให้ ภีมนึกว่าการ์ดแต่งงาน พอเธอบอกว่าเป็นใบลาออก ภีมชะงักถามว่าจะออกเมื่อไหร่

“ฉันจะทำงานถึงสิ้นเดือนนี้ค่ะ บอสจะให้ฉันไปบอกออยให้ประกาศรับสมัครผู้ช่วยใหม่เลยไหมคะ บอสจะได้มีเวลาเลือกคนที่ถูกใจ”

“ยังไม่ต้อง ผมจะให้เหมือนดาวช่วยงานผมไปก่อน ผมยังไม่พร้อมจะทำความคุ้นเคยกับใครใหม่”

ภีมตอบไม่มองหน้า วราลีเดินออกไปเศร้าๆ

ooooooo

อยู่ๆเจตต์ก็มาสมัครเป็นลูกค้าคิวปิดฮัท ภีมสงสัยในเจตนาแต่ก็ให้รับไว้เพราะเขามีคุณสมบัติครบ แต่เหมือนดาวระแวง เมื่อเจตต์จะกลับเธอไปดักขอคุยด้วย ถามว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ เจตต์อ้างว่าตนเหงา อยากมีแฟน

“ฉันไม่เชื่อ ฉันรู้ว่าคุณตั้งใจจะมาก่อกวนฉันกับภีมเพราะคุณกลัวว่าฉันกับภีมจะกลับมารักกัน” เหมือนดาว พยายามยั่วให้เจตต์โมโหอาละวาดใส่ตน พูดยั่วว่า “หรือไม่ ...คุณก็พยายามเข้ามาสืบความลับของคิวปิดฮัท เพราะคุณอยากทำลายที่นี่มาตลอด แต่คุณไม่เคยทำสำเร็จ เพราะคุณโง่กว่าภีม”

“ผมอาจจะโง่กว่าภีมแต่ผมว่าผมเริ่มฉลาดกว่าคุณ” เจตต์ก้าวเข้าหาเหมือนดาวตะปบมือถือในมือเธออย่างรู้ทันกดเปิดดูเห็นโปรแกรมอัดคลิปเสียง เขาตะคอก “คิดจะอัดเสียงไปให้ภีมฟัง ภีมจะได้ไม่รับผมเป็นลูกค้าใช่ไหม เสียใจด้วยนะ”

เจตต์ปามือถือของเหมือนดาวแตกกระจายแล้วเหยียบขยี้ซ้ำ เหมือนดาวช็อกจะหนี ถูกเจตต์จิกผมพูดใส่หน้าว่า

“ผมเคยโง่กว่าคุณ แต่ตั้งแต่วันนั้นที่คุณพาเลขาฯ ไอ้ภีมไปที่บ้านคุณ ผมก็เริ่มรู้แล้วว่าคุณร้ายกาจกว่าที่ผมคิด ผมต้องระวังตัวให้มาก”

เหมือนดาวถามว่าเขาต้องการอะไร “คุณเดาใจผมถูกหมด ผมไม่ต้องการให้คุณกับภีมมีความสุข และผมก็ยังต้องการทำลายคิวปิดฮัท เหมือนเดิม แต่อย่าคิดว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกภีมได้เลยนะ เพราะถ้าคุณไม่มีหลักฐานไปยืนยันว่าผมพูด ระวังคนที่ภีมจะเกลียดไม่ใช่ผมแต่เป็นคุณ!”

เจตต์ปล่อยมือจากผมของเหมือนดาว จัดทรงให้เข้าที่ แล้วเดินผยองไป เหมือนดาวทำได้แค่มองตามไปอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ก้องภพง่วนอยู่กับการคิดงานแต่งงานอยู่ที่บ้านวราลี แต่เธอกลับคุยโทรศัพท์กับหรรษาให้จับตาดูเจตต์ให้ดี ไม่รู้ว่าเขาคิดไม่ดีกับบริษัทเราหรือเปล่า ก้องภพได้ยินถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เมื่อวราลีเล่าให้ฟัง เขาถามว่า

“ลีเครียดมากไปหรือเปล่า ถ้าเขาคิดไม่ดี เขาคงไม่กล้าเข้ามาขนาดนี้”

“ลีก็คิดแบบนั้น แต่ก่อนที่ลีจะลาออก ลีก็อยากแน่ใจว่าคิวปิดฮัทจะปลอดภัย” แล้วคุยเรื่องงานแต่งกับก้องภพ

ไม่ทันไรแพรวพราวก็โทร.เข้ามา เธอขอตัวไปคุยโทรศัพท์

“พราวรู้เรื่องเจตต์แล้วใช่ไหม คนนี้แหละสามีเก่า ของคุณดาว เขาเคยทำร้ายร่างกายคุณดาวด้วย เราต้อง คิดหาทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำร้ายร่างกายผู้หญิงของเขานะ อย่าให้ลูกค้ามาว่าคิวปิดฮัททีหลังได้ว่าเอาคนนิสัยไม่ดีมาเป็นลูกค้า”

ก้องภพมองวราลีอย่างน้อยใจที่เธอสนใจเป็นห่วง แต่เรื่องของคิวปิดฮัทมากกว่างานแต่งงาน

วันนี้ภีมกลับบ้านนั่งจิบเครื่องดื่มแก้เฮิร์ต เบนโทร.หาเขาขอบคุณที่โทร.มา แต่ถ้าไม่มีอะไรด่วนก็ไม่ต้อง โทร.เพราะตนอยากอยู่เงียบๆ แต่พอวางสาย เจริญคุณพ่อของเขาก็เดินเข้ามา ภีมไหว้สวัสดี ถามว่าไหนแม่บอกว่า พ่อมีเคสผ่าตัด

“เสร็จแล้ว แม่โทร.มาจากอุบลฯบอกพ่อว่าให้รีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแก”

ภีมถูกพ่อถามเรื่องธุรกิจจัดหาคู่ของเขาว่าเป็นยังไงบ้าง เขาพยายามทำเป็นมีความสุขกับงานเพราะกลัวพ่อจะคาดคั้นให้เลิกทำคิวปิดฮัทมาทำธุรกิจของโรงพยาบาลแทน พยายามคุยผลงานและอวดว่าปีนี้บริษัทมีสิทธิ์ได้รับรางวัลบริษัทจัดหาคู่ยอดเยี่ยมของเอเชีย ขอให้พ่อแสดงความยินดีกับตนด้วย

“พ่อไม่ดีใจกับแกหรอก เพราะแกเองก็ไม่ได้ดีใจกับสิ่งที่แกได้รับ” ภีมถามว่าทำไมคุณพ่อคิดว่าตนจะไม่ดีใจ “เพราะแววตาแกมันฟ้อง วันที่แกทำบริษัทใหม่ๆ แกเกือบจะเจ๊ง แกยังดูไม่เป็นทุกข์เท่านี้เลย แกมีเรื่องทุกข์ใจอะไรอยู่คุยกับพ่อได้นะภีม ถึงพ่อจะไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจของแก แต่พ่อก็เป็นผู้ฟังที่ดีให้แกได้”

เหมือนดาวพยายามติดต่อภีมแต่ติดต่อไม่ได้จึงไปหาเขาที่บ้าน ได้ยินพ่อลูกคุยกันพอดีจึงแอบฟัง

เจริญถามภีมว่ามีเรื่องอะไรทุกข์ใจนักหนาหรือ ภีมบอกว่าเรื่องไม่เป็นเรื่อง คุณพ่อไม่ต้องห่วงอีกไม่นานก็หาย

“อย่าให้มันเป็นนานมากก็แล้วกันนะ มันจะบั่นทอนสุขภาพจิต สุขภาพกายของแก ในเมื่อแกทำธุรกิจไปได้ด้วยดีขนาดนี้ แต่แกยังทุกข์ แสดงว่าแกอาจจะไม่ได้รักธุรกิจนี้จริงๆ หรือไม่แกก็เต็มอิ่มกับมันแล้ว ขายธุรกิจแล้วกลับมาบริหารโรงพยาบาลของเราไหม” ภีมว่า เข้าเรื่องเดิมจนได้นะครับคุณพ่อ “พ่อก็จะพูดจนกว่าแกจะยอมใจอ่อน ถ้าแกไม่ดูแล...สักวันพ่อก็ต้องขายให้คนอื่น พ่อเสียดาย เพราะพ่อสร้างมันมาจากศูนย์จนตอนนี้มีมูลค่าราคาหุ้นรวมๆแล้วก็ไม่ต่ำกว่าพันล้าน”

เหมือนดาวแอบฟังอยู่หูผึ่งตาโตอุทานเบาๆ “พันล้าน!!!!” กลับบ้านแล้วเหมือนดาวคิดทบทวน พึมพำกับตัวเองว่า “โรงพยาบาลพ่อของภีมกำไรเยอะขนาดนี้เลยเหรอ น่าเป็นเจ้าของกว่าคิวปิดฮัทตั้งเยอะ” คิดแล้ว จิกตายิ้มร้าย...

ooooooo

วันต่อมา หลังเลิกงานแล้วเหมือนดาวไปด้อมๆ มองๆ เห็นแพรวพราวยังทำงานอยู่หน้าคอมฯ ครู่เดียว ก็มีโทรศัพท์โทร.เข้ามาบอกพราวว่าสัญญาณกันขโมยรถของเธอดัง พราวจึงรีบลงไปดู

เหมือนดาวซุ่มอยู่ พอพราวออกจากห้องก็รีบไปที่โต๊ะทำงานของพราว คลิกหาข้อมูลลูกค้าในคอมฯ เมื่อเจอที่ต้องการก็เอาแฟลชไดรฟ์ออกมาก๊อบปี้ข้อมูลทันที คืนนี้เอง เจตต์ก็เห็นอีเมลใหม่มาจากชื่อ “ลีลาวดี” เจตต์ รีบคลิกเข้าไปดูที่ชื่อไฟล์ “รายชื่อลูกค้าคิวปิดฮัทปี 2560” เจตต์กดเข้าไปดูพึมพำ “ชื่อเซเลบทั้งนั้นนี่หว่า” เขายิ้มร้าย อย่างมีแผน...

เพียงวันรุ่งขึ้น เบนก็หน้าตาตื่นมาถามภีมที่ห้องทำงานว่าเห็นข่าวหรือยัง

บรรยากาศร้อนระอุทันที ภีมเรียกประชุมด่วน พวกสาวคิวปิดนั่งหน้าซีดกันทุกคน หรรษากับหอมต่างบอกว่าไม่รู้ว่าข้อมูลหลุดไปได้ยังไง

“ไม่รู้! โอเค ผมจะจดไว้ เวลาลูกค้าส่งทนายมาฟ้อง ผมจะได้ชี้แจงเขาว่า...ไม่รู้! พวกเขาต้องเห็นใจถอนฟ้องเราแน่ๆ” ภีมประชด หรรษากับหอมยิ่งซีด วราลี สงสารน้องๆ พูดกับภีมช่วยแก้ปัญหาให้น้องๆว่าตนกำลังสืบว่าใครเผยแพร่ข้อมูลของเราเป็นคนแรก อีกไม่นาน คงรู้ ถูกเหมือนดาวขัดคอว่านั่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ พยายามพูดให้เอาผิดกับผู้ที่มีหน้าที่ดูแลข้อมูล บอกว่าแบบนี้ถ้าเป็นเมืองนอกไล่ออกไปแล้ว

วราลีโต้ว่าการหาคนทำผิดที่แท้จริงคือคำตอบที่ดีที่สุด เหมือนดาวชี้ทันทีว่าสองคนนั้นแหละเป็นคนทำผิด เพราะเคยเห็นเอาโน้ตบุ๊กไปทำงานที่ร้านกาแฟ วราลีบอก ภีมว่าตนอยากขอโอกาสให้น้องๆพิสูจน์ตัวเอง เพราะน้องๆ ไม่เคยทำผิด เหมือนดาวกับวราลีโต้เถียงกันจนภีมสั่งให้วราลีหยุด บอกว่าตนตัดสินใจแล้ว

ทุกคนตึงเครียด หรรษาทำท่าจะร้องไห้ วราลีขอร้องภีมด้วยสายตา แต่แล้วทุกคนก็โล่งอกเมื่อภีมบอกว่า

“ผมจะให้โอกาสพวกคุณ ผมจะให้เวลาพวกคุณหาคนทำผิดภายในสามวัน ถ้าพวกคุณหาไม่เจอ ผมจำเป็นต้องไล่พวกคุณออก” พูดจบก็ลุกเดินออกจากห้องประชุมไปเลย วราลีรีบตามออกไป เหมือนดาวจะตามไปอีกคน ถูกเบนเบรกว่าจะรีบไปไหน อยู่ช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะพูดตอบนักข่าวยังไงดี เหมือนดาวหันมองเบนอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ปัญหาที่รุมเร้าเข้ามาทั้งด้านส่วนตัวและการงานทำให้ภีมซึมเศร้า จนวราลีสงสาร หาวิธีคลายเครียดให้เขาก็ไม่สนใจจึงพูดถึงอดีตนับแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท ตอนนั้นมีปัญหามากมายแต่เราก็ฟันฝ่ามาได้จนถึงทุกวันนี้ ให้กำลังใจว่า...

“ปัญหานี้ก็เหมือนกัน เดี๋ยวเราก็จะช่วยพามันผ่านไปได้เหมือนเดิม” ภีมติงว่าแต่เธอกำลังจะไป “ฉันจะยังไม่ไปไหน จนกว่าคิวปิดฮัทจะกลับมาเหมือนเดิม”

ภีมที่พูดไม่มองหน้าเธอมาหลายวัน เงยหน้าสบตาวราลีที่มองและยิ้มให้ ภีมเห็นเธอยิ่งดีเขาก็ยิ่งเจ็บปวด

หอมหมื่นลี้หวั่นไหวกลัวตกงานไปดื่มที่บ้านวราลีจนเมา วราลีสัญญาว่าเจ๊จะช่วยไม่ให้พวกเธอตกงาน หอมระบายความรู้สึกว่าเราอยู่กันหลายปีไม่มีปัญหาแต่พอมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาก็มีเรื่องตามมาทันที บอกวราลีกับพราวว่า

“ฉันมั่นใจว่ายัยต่างดาวเป็นตัวร้าย มันนี่แหละทำให้บริษัทเราเกิดปัญหา” พราวบอกว่าตนก็แอบคิดเหมือนกัน

“เจ๊ก็คิด แต่เราไม่มีหลักฐาน”

ปีมงคลมารับหอมกลับบ้าน หอมบอกว่าไม่กลับจะนอนค้างที่นี่ พอปีมงคลรบเร้าให้กลับก็เอาเหล้าสาดหน้าเขาจนทุกคนตกใจ แต่หอมกลับสมน้ำหน้าและไล่ให้กลับไปเลย

“ถ้าวันนึงผมไม่ห่วงใยคุณขึ้นมาอย่ามาว่ากันแล้วกัน” ปีมงคลเดินออกไปเลย แทนที่จะรู้สึกตัวหอมกลับคว้าแขนเขาถามว่าพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง “อย่าเพิ่งพูดตอนนี้เลย พูดไปคุณก็คงไม่รู้เรื่อง”

“หาว่าฉันงี่เง่านักใช่ไหม อยากจะไปไหนก็ไป ไปอยู่กับหนังบ้าหนังบอ หนังที่เอาได้แต่รางวัล แต่ไม่มีใครอยากดู ทำแล้วก็เจ๊งๆๆ!!”

ปีมงคลถูกจี้จุดอ่อนโมโหจนกำมือแน่น หอมเห็นเขาโกรธก็รู้ตัวว่าพูดแรงไปรีบขอโทษ แต่ปีมงคลไม่สนใจเดินออกไปเลย วราลีรีบตามไป ส่วนหอมถึงกับซีด

วราลีตามมาขอร้องปีมงคลอย่าโกรธหอมเลยเพราะเธอกำลังเครียดเรื่องบริษัทเลยอาจทำตัวไม่น่ารักไปบ้าง

“ผมพยายามทำตัวให้ชินกับคำพูดของหอมอยู่ แต่ครั้งนี้แรงเกินไปจริงๆ ผมฝากบอกหอมด้วยแล้วกันนะครับ วันพรุ่งนี้ผมจะบินไปช่วยเพื่อนถ่ายหนังที่อังกฤษ อีกหลายวันกว่าจะกลับ” พูดแล้วเดินออกจากบ้านไปเลย

พราวกับหอมเดินตามมาได้ยินทั้งหมด หอมยืนเศร้าพูดไม่ออก พราวถามเพื่อนรักว่า

“เป็นไงล่ะแก ชอบพูดจาไม่ดีกับคุณปี ด่ากันเองสองคนก็ว่าไปอย่าง นี่มาด่าต่อหน้าคนอื่น ใครเขาจะไปทนไหว”

“ทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทน” หอมยังปากดี สะบัดเดินเข้าบ้านไป พราวกับวราลีมองหน้ากันแล้วถอนใจพอเข้าบ้านแล้ว หอมไปเข้าห้องน้ำร้องไห้รำพึงรำพัน...

“รู้อยู่ว่าหอมพูด หอมไม่ได้คิดอะไร ทำไมต้องถือสากันด้วย”

ooooooo

วันต่อมา วราลีนั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่เหนือประตูทางเข้าออฟฟิศ มีต้นกระบองเพชรใส่กระถางเล็กๆบนโต๊ะ ครู่หนึ่งแดนชนโทร.เข้ามาถามว่าทำอะไรอยู่

วราลีบอกว่าดูกล้องวงจรปิดตามหาคนที่เอาความลับของบริษัทไปปล่อยอยู่ แต่ยังจับไม่ได้สงสัยออฟฟิศติดกล้องน้อยไป ถามว่าแดนมีอะไรไหม แดนชนถามว่าต้นไม้ที่ตนให้ยังอยู่ไหม วราลีบอกว่าเหลือกระบองเพชรต้นเดียวนอกนั้นตายหมดแล้ว

“ไม่เป็นไรฮะ เหลือต้นเดียวก็ยังดี ผมรู้ว่าตอนนี้พี่ลีกำลังเครียด ผมอยากให้พี่ลีมองกระบองเพชรบ่อยๆ สีเขียวจากต้นไม้จะช่วยทำให้พี่ลีรู้สึกดีขึ้นได้”

“ขอบใจมากนะแดน” พอดีหรรษาเข้ามาบอกว่าก้องภพมาขอพบบอส วราลีจึงวางสายจากแดนชน เลื่อนกระถางต้นกระบองเพชรมาไว้ใกล้เม้าส์แล้วลุกไป

ooooooo

เวลาเดียวกันนี้ เบนเข้ามารายงานภีมในห้อง ทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่าทนายของลูกค้าโทร. มาบอกว่าจะฟ้องเรา ภีมให้ติดต่อโรมให้มาช่วยเป็นทนายให้เรา

“ครับ...มีอีกเรื่องครับ คุณเควินส่งข่าวมาบอกว่าเราอาจจะถูกตัดชื่อจากผู้เข้าชิงบริษัทจัดหาคู่ยอดเยี่ยม” เบนทำท่าลั้ลลาปลอบใจภีมว่าไม่เป็นไร เพชรก็คือเพชร จะปีไหนก็ต้องส่องประกายอยู่ดี แล้วขอตัวออกไปโทร.หาโรม

พอเบนออกไป วราลีก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมก้องภพ เธอบอกว่าก้องภพอยากคุยกับบอส

เหมือนดาวจับตาดูอยู่ เห็นไม่มีใครอยู่แถวนั้นก็ตรงไปนั่งหน้าคอมพ์ของวราลี มือกดเม้าส์คลิกทันที

ก้องภพมาบอกภีมว่าโฆษณากาแฟของตนคงต้องชะลอไปก่อน วราลีถามว่าไม่ได้ยกเลิกสัญญาแค่รอให้อะไรๆเคลียร์ก่อนแล้วจะกลับมาร่วมงานกันอีกใช่ไหม ก้องภพรู้ว่าเธอพยายามช่วยภีม เขาตอบรับเบาๆ เห็นวราลียิ้มให้ภีมก็ยิ่งเจ็บปวด

เหมือนดาวนั่งทำอะไรบางอย่างอยู่หน้าคอมพ์ที่โต๊ะวราลี เหลือบมองไปที่ห้องภีมอย่างระแวดระวัง พอเห็นทุกคนลุกขึ้นเดินออกมาก็ตกใจ มือปัดกระถางกระบองเพชรตกและรีบออกไป

ก้องภพเดินมาถึงประตูเตือนวราลีว่าเย็นนี้อย่าลืมไปวัดตัวตัดชุด เพราะร้านโทร.มาบอกว่าเธอผัดไปสองครั้งแล้ว วราลีขอโทษเพราะช่วงนี้ยุ่งจริงๆ เขาจับมือเธอบอกว่ายุ่งยังไงก็อย่าลืมเรื่องวันสำคัญที่สุดในชีวิตของเราสองคนด้วย

วราลีเห็นพราวกับหนูษากำลังจะออกไปข้างนอก ถามว่าจะไปไหน หนูษาบอกว่าไปคุยกับทางโรงแรมเรื่องจัดงานนัดเดตครั้งต่อไป ก้องภพทักว่าดูสีหน้าพวกเธอไม่ค่อยดี พราวพูดซึมๆว่าคนกำลังจะตกงานจะให้ดีได้ยังไง

“ถ้าตกงานจากที่นี่ บริษัทของผมยินดีต้อนรับนะครับ” ก้องภพชวน แล้วขอตัวกลับ นัดวราลีตอนเย็นเจอกัน

เหมือนดาวที่หนีออกมายืนแอบอยู่ได้ยินทั้งสี่พูดคุยกันทั้งหมด เธอยิ้มร้ายอย่างมีแผน

วราลีเข้าไปที่โต๊ะทำงานเห็นกระถางกระบองเพชรตกที่พื้นก็สงสัยว่าตกได้ยังไง ภีมเดินมาบอกว่าตนจะ ออกไปคุยกับโรมเรื่องให้มาเป็นทนายให้ วราลีขอเวลาห้านาทีเก็บกระถางกระบองเพชร ภีมบอกไม่ต้อง เพราะเขาจะไปกับเบนและเหมือนดาว เสร็จแล้วจะได้คุยเรื่องกู้ภาพลักษณ์บริษัทด้วย

จู่ๆเจตต์ก็มาที่บริษัทคิวปิดฮัท สะคราญเห็นวราลีเดินออกมาจึงบอกว่าเจตต์จะมาคุยเรื่องแพ็กเกจ

วราลีจึงเชิญเจตต์ไปที่มุมกาแฟ เจตต์คุยยกตนข่มท่านว่าภีมไม่ได้เก่งจริง บริษัทจัดหาคู่ก็ขโมยไอเดียตนมาทำ วราลีโต้ว่าได้ยินว่าเขาแค่พูดว่าจะทำแต่ไม่ได้ทำ รวมทั้งโครงการอื่นๆมีแต่การสร้างวิมานในอากาศแต่ไม่เคยทำ

เจตต์คุยโวว่าคนอย่างตนทำอะไรก็ต้องเป็น “ที่หนึ่ง” จะทำอะไรมั่วๆไม่ได้ วราลีแนะนำให้เขาไปพบแพทย์เพราะเขาเข้าข่ายเป็นผู้ป่วยไบโพล่า ควบคุมตัวเองไม่ได้ พูดจาไร้สาระทำร้ายคนอื่นแม้กระทั่งผู้หญิง บอกเขาว่า

“ฉันว่าคุณกลับไปเถอะค่ะ แล้วอย่ามาที่นี่อีกคิวปิดฮัทไม่รับคุณเป็นลูกค้า”

เจตต์ไม่พอใจถามว่าเธออยากให้คิวปิดฮัทเดือดร้อนอีกใช่ไหม ถ้าเธอปฏิเสธ ตนจะโพสต์รายชื่อเซเลบคนดังที่เป็นลูกค้าของเธอที่เขาขอให้ปิดเป็นความลับลงโซเชียล รับรองว่าพวกเขาต้องพากันมาถล่มคิวปิดฮัทแน่ วราลีบอกว่าเราแจ้งลบข้อมูลโลกโซเชียลไปหมดแล้วเขาจะรู้ได้ยังไง เจตต์บอกว่าตนอ่านทันน่ะสิ วราลีถามว่าจริงหรือ

“ผมมักจะเร็วกว่าทุกคนไปก้าวนึงเสมอ เพราะฉะนั้นอย่าลองดีกับผม” พูดแล้วเดินออกไปเลย

เป็นคำขู่ที่ทำให้วราลีฉุกคิด มองเจตต์อย่างสงสัย

ooooooo

คืนนี้วราลีเล่าให้พราวฟัง พราวฟันธงว่าต้องเป็นเจตต์ชัวร์ เพราะเขาเพิ่งเข้ามาที่บริษัทเรา บางทีเขาอาจจะเข้ามาขโมยข้อมูลเราไป วราลีบอกว่าตนดูกล้องวงจรปิดแล้วทุกอย่างปกติดี

พราวเสนอให้โทร.บอกเกดให้บอกแดเนียลช่วยสืบเจตต์หรือเรียกตัวมาคาดคั้นเลย วราลีกลัวว่าถ้าไม่ใช่ เจตต์ก็จะยิ่งหาเรื่องเล่นงาน พราวเสนอให้ปีมงคลจัดฉากนักเลงไปขู่ พราวเสนอมั่วจนวราลีถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า พราวจึงยอมรับว่าตนกลัวตกงาน เพราะโรมบอกว่า ถ้าตนไม่ได้ทำงานที่คิวปิดฮัทแล้วก็ให้แต่งงานไปเป็นแม่บ้านอย่างเดียว ตนยังไม่พร้อมแต่ไม่กล้าบอกกลัวหาว่าไม่รักเขา

“งั้นก็ยังไม่ต้องพูด พราวยังมีเวลาตัดสินใจ เพราะเราจะจับคนร้ายได้แน่”

“เจ๊จะทำยังไง”

วราลีไม่ตอบ แต่อีเมลนาม “ลีลาวดี” ถึงเจตต์ในหัวข้อ “โปรแกรมคำนวณเนื้อคู่แบบใหม่ของคิวปิดฮัท” ส่งไปให้เจตต์ เจตต์ยังได้รับโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่ได้เซฟไว้อีก เขารับสายอย่างแปลกใจ

“ฮัลโหล...คุณลี...มีธุระอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ”

รุ่งขึ้นเจตต์ไปที่บริษัทคิวปิดฮัท วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะที่นั่งคุยกับวราลี สะคราญเอากาแฟมาเสิร์ฟแล้วออกไป เจตต์ถามว่าทำไมบริษัทเงียบๆคนหายไปไหนหมด วราลีบอกว่าบอสกับเหมือนดาวออกไปหาลูกค้า ตนอยู่บริษัทคนเดียวเลยต้องรบกวนให้เขามาพบที่นี่ เจตต์ถามว่าเธอมีธุระอะไร

วราลีขอโทษที่วันก่อนตนพูดไม่ดีกับเขา คิวปิดฮัทกำลังเดือดร้อน ตนควรปฏิบัติกับลูกค้าทุกคนให้ดี เพราะลูกค้าเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้บริษัทอยู่รอดได้ เธอไหว้ขอโทษบอกว่าถ้ามีอะไรให้ตนช่วยเพื่อชดใช้ความผิด บอกได้เลย ตนยินดี เจตต์กุมมือเธอเข้าไปจูบทันที จูบแล้วเก๊กหล่อบอกว่า “โอเค...ผมหายโกรธแล้ว”

วราลีแอบเอามือที่เจตต์จูบเช็ดกับกระโปรง ถามเสียงปกติว่าเขาตัดสินใจเลือกแพ็กเกจหรือยัง พลางเอาเอกสารให้ดู จังหวะหนึ่งวราลีแกล้งทำแก้วกาแฟหกใส่เจตต์ เธอทำเป็นตกใจ ขอโทษ และเรียกสะคราญให้พาเขาไปล้างในห้องน้ำ

พอเจตต์ออกไป วราลีรีบเอามือถือของเขามาเปิดหน้าจอ แต่ปรากฏว่ามือถือเขาต้องมีรหัสผ่าน วราลีโทร.ถามภีมว่าเคยเป็นเพื่อนกับเจตต์รู้รหัสมือถือเขาไหม ภีมบอกว่าไม่รู้ ถามว่าเธอถามทำไม วราลีถามว่าวันเกิดของเขาล่ะ พอภีมบอกเธอกดปรากฏว่าไม่ผ่าน ภีมถามว่าเธอกำลังทำอะไร

“ฉันกำลังสงสัยว่าข้อมูลของคิวปิดฮัทที่หลุดออกไป น่าจะเป็นฝีมือของคุณเจตต์ และตอนนี้ฉันกำลังจะหาหลักฐานอยู่” ภีมสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ “ห้ามฉันไม่ทันแล้วค่ะทางที่ดีบอสช่วยฉันคิดดีกว่าว่าเขาน่าจะใช้รหัสผ่านมือถืออะไร”

“ลี ผมอยากให้หยุด! ถ้าเขาจับได้คุณจะเดือดร้อน”

เหมือนดาวนั่งฟังอยู่ถามว่ามีอะไรหรือ วราลีได้ยินบอกให้ภีมถามเหมือนดาวดู เร่งให้เร็วเพราะเดี๋ยวเจตต์ก็กลับมาแล้ว ภีมจึงถามเหมือนดาวว่ารู้รหัสผ่านมือถือของเจตต์หรือเปล่า เธอบอกไม่รู้ ภีมถามว่าแล้วเลขที่เขาชอบล่ะ

“เลขหนึ่งค่ะ คุณถามทำไมคะ”

วราลีกด 1 1 1 1 1 ทันที พอกดตัวสุดท้ายมือถือก็ปลดล็อกสำเร็จ เธอดีใจมากบอกภีมว่าได้แล้ว ภีมเตือนให้ระวังตัวแต่เธอวางสายไปแล้ว ภีมสังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่องแน่ๆสั่งทรงพลให้กลับไปบริษัทเดี๋ยวนี้ เหมือนดาวถามว่าตกลงมีเรื่องอะไร

“ลีสงสัยว่าคนที่ปล่อยข้อมูลของคิวปิดฮัทเป็นเจตต์ เธอแอบดูมือถือของเขาอยู่”

เหมือนดาวฟังแล้วช็อก!!

ooooooo

สะคราญพยายามถ่วงเวลาเจตต์ช่วยวราลี แต่เมื่อเขาล้างคราบกาแฟเสร็จออกมาเจอวราลีดูอ่านข้อความในโทรศัพท์มือถือของตนอยู่ก็พุ่งไปกระชากมือถือตะคอกถาม

“ทำอะไร มายุ่งอะไรกับมือถือผม” แต่พอเห็นมือถือเปิดค้างอยู่ก็โกรธจนตัวสั่น วราลีเห็นข้อมูลแล้วถามว่าใครเป็นคนส่งข้อมูลของคิวปิดฮัทให้เขา เจตต์ไม่ตอบตะคอก “มึง!!!!” แล้วพุ่งเข้าใส่วราลีจนเธอล้มแล้วคร่อมบีบคอทันที

วราลีดิ้นสุดแรง สะคราญเข้ามาตะโกนให้ปล่อย แต่เจตต์กำลังบ้าเลือดบีบคอจนวราลีเกือบจะขาดใจ ภีมกลับมาพอดี เขากระชากเจตต์เหวี่ยงกระเด็นไปกองกับพื้นแล้วรีบเข้าไปดูวราลีที่ลุกขึ้นไอค่อกแค่ก

เจตต์ลุกขึ้นหยิบเชิงเทียนใกล้มือจะฟาดภีม เหมือนดาววิ่งเข้ามาร้องเตือนภีมให้ระวังและพุ่งเข้าแย่งเชิงเทียนจากเจตต์ เจตต์ลุกขึ้นจะเล่นงานภีม ถูกเหมือนดาวฟาดหัวเลือดสาดหมดสติไปทันที

วราลีเห็นมือถือของเจตต์หล่นที่พื้น เธอไปหยิบบอกภีมว่านี่คือหลักฐานว่าเจตต์เป็นคนทำลายคิวปิดฮัท

เมื่อภีมเอามือถือของเจตต์ไปนั่งดูในห้องทำงาน เขาตกใจเมื่อเห็นอีเมล เหมือนดาวเดินเข้ามาถามว่ามีอะไรหรือ?

ภีมไม่ตอบ แต่สีหน้าเครียดมาก

เบน หรรษา แพรวพราวกับหอมหมื่นลี้ที่เพิ่งกลับจากไปทำงานข้างนอกรู้เรื่องนี้จากสะคราญก็วิ่งเข้าไปถามวราลีว่าเจ๊เป็นยังไง วราลีบอกว่าตนโอเค ไม่เป็นอะไร เบนถามอย่างโกรธแค้นว่าเจตต์อยู่ไหน

“รถพยาบาลรับไปแล้วค่ะ” พราวถามว่าสรุปว่าเขาแน่นอนใช่ไหม “ใช่...เจ๊เห็นในโทรศัพท์มีอีเมลข้อมูลของบริษัทเราส่งไปให้เขา แต่ยังไม่ทันได้ดูไม่รู้ว่าเป็นอีเมลของใคร เห็นแค่หัวข้ออีเมลว่าเป็นรายชื่อลูกค้าคิวปิดฮัท ตอนนี้มือถืออยู่ที่บอส เจ๊กำลังจะไปดู”

พอวราลีเดินไป ทุกคนก็ตามกันไปเป็นพรวนอย่างตื่นเต้น พอเข้าห้องภีม วราลีถามว่ารู้หรือยังว่าอีเมลที่ส่งข้อมูลให้เจตต์เป็นใคร ภีมบอกว่ารู้แล้ว

“ใครคะ”

“อีเมลของคุณ”

ทุกคนตกใจ รีบเข้าไปดู พราวบอกว่าของเจ๊จริงด้วย เบนบอกว่าข้อความหลังสุดเพิ่งส่งเมื่อวานนี้เอง พราวเอามือถือไปดูบอกว่า “ในกล่องข้อความที่ส่งออกถูกลบทิ้ง เจ๊ถึงไม่เคยเห็นว่ามีคนแอบเอาอีเมลของเจ๊ไปส่งหาเจตต์”

เบนบอกให้พราวกู้คืนมาจะได้สืบหา

“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น!” ภีมขัดขึ้นเสียงเครียด “พวกคุณกินเงินเดือนจากคิวปิดฮัท ไม่ใช่จากวราลี กรุณาเอาเวลาคิดแก้ปัญหาให้คนอื่นไปคิดหาทางกอบกู้ชื่อเสียงของบริษัท”

เบนถามว่าเขาเชื่อหรือว่าน้องลีเป็นคนทำ

“ทั้งข้อมูลลูกค้า ข้อมูลโปรแกรมใหม่ของบริษัท ถ้าไม่เชื่อก็แย่แล้ว” เหมือนดาวถล่มซ้ำทันที

หอมโต้ว่าเจ๊ถูกใส่ร้าย พราวบอกว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่เจ๊ลีจะทำ เหมือนดาวถามเย้ยว่าไม่มีเหตุผลหรือพวกเธอไม่รู้เหตุผล พราวยืนยันว่าเราอยู่กันมาหลายปี เรารู้จักเจ๊ดี เจ๊ไม่มีทางทำลายคิวปิดฮัทเหมือนใครบางคนพยายามทำแน่

เลยเกิดปะทะคารมกันจนกระทั่งหอมผลักเหมือนดาว เหมือนดาวแกล้งเซล้ม ภีมสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ถ้าใครสร้างความวุ่นวายอีกจะไล่ออกให้หมด แล้วเข้าประคองเหมือนดาวถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ไม่ค่ะ...ภีมคะ ฉันรู้ว่าคุณลำบากใจ แต่ฉันจะโทร.รายงานเรื่องนี้ให้คุณเควินทราบ เขาจะได้ช่วยคุณคิดจัดการปัญหา”

“ไม่ต้อง ผมจัดการเอง” ภีมหันสั่งทันที “วราลี...ผมไล่คุณออก!” เบนขอให้สืบหาความจริงก่อน “ผมเสียเวลามามากพอแล้ว” ภีมตัดบทหุนหันเดินออกไป พวกพราวรีบตามไป เหมือนดาวยืนมองตามยิ้มอย่างสมใจ

ooooooo

วราลีเข้าไปเก็บของที่โต๊ะ เห็นกระถาง กระบองเพชรก็นึกได้ว่าเห็นมันตกที่พื้น คิดถึงที่เบนบอกว่าข้อความหลังสุดเพิ่งส่งเมื่อวานนี้เอง คิดแล้วแน่ใจว่าต้องมีคนแกล้งใส่ร้ายตนแน่ๆ

เบนเข้ามาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอบอกว่ามีคนมาแอบใช้คอมพ์ของตนส่งข้อความไปให้เจตต์ พราวถามว่าเจ๊ไม่ได้ล็อกเอาต์อีเมลทุกครั้งหรือ หนูษา หอมและเบนต่างบอกว่าตนก็ไม่เคยล็อก เราอยู่กันเองไม่เคยมีเรื่อง พอมีคนนอกเข้ามาก็มีเรื่องทันที หอมเสนอให้บอกภีม

“อย่าเลย ถ้าบอสเลือกจะเชื่อไปแล้วว่าเจ๊ทำก็ช่างเขาเถอะ อย่าไปทำให้เขาเสียเวลาเลย”

เหมือนดาวสมใจที่ภีมไล่วราลีออก บอกว่าเขาทำถูกแล้ว ภีมเปรยว่าไม่รู้ว่าทำไมลีต้องทำแบบนี้

“ฉันเคยได้ยินคุณก้องภพพูดชวนคุณพราวกับคนอื่นๆในบริษัทไปทำงานที่บริษัทของเขา คุณลีอาจจะอยากให้ที่นี่ปิดตัวลง แก๊งของพวกเธอจะได้กลับมาทำงานด้วยกัน”

“ดาว...ทำไมคุณถึงรู้ว่าลีส่งข้อมูลเรื่องโปรแกรมจับคู่รูปแบบใหม่ให้เจตต์ เพราะผมจำได้ว่าคุณยังไม่ได้ดูอีเมลในมือถือของเจตต์เลย”
พอถูกภีมซัก เหมือนดาวคุยกลบเกลื่อนว่าเดาได้ไม่ยาก ตอนทำงานที่โน่นตนก็เคยเจอแบบนี้บ่อยๆ ส่วนใหญ่คนที่ไม่หวังดีกับบริษัทก็ต้องเอาข้อมูลที่ดีที่สุดของบริษัทออกไปขาย พอเห็นภีมนิ่งฟังก็ยุว่า

“ตอนนี้ไม่มีใครที่คุณจะไว้ใจได้เท่ากับฉันอีกแล้วค่ะภีม ต่อไปนี้ฉันจะเป็นคนที่อยู่เคียงข้างคุณเอง”

“ขอบคุณมาก”

เหมือนดาวยิ้มอย่างมีความสุข คิดว่าแผนกำจัดวราลีของตนสำเร็จแล้ว แต่ที่แท้ภีมมาเหนือชั้นกว่า เมื่อเบนทำเย็นชากับภีมหาว่าเขาถูกเหมือนดาวทำของใส่จนหน้ามืดตามัวเชื่อคนง่ายจนไล่น้องลีออกจากงาน ภีมถามว่า

“ใครว่าผมเชื่อ” เบนตาโตถามว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ “อย่าเพิ่งรู้เลย แต่เอาเป็นว่าปิดปากให้สนิทแล้วกัน อย่าพูดอะไรกับใครทั้งนั้น แล้วคืนนี้เราเจอกัน”

วราลีเก็บของเสร็จก็กลับบ้าน อาพอที่ก้องภพให้จัดบ้านเตรียมเซอร์ไพรส์วราลีคืนนี้เพิ่งลงมือทำก็ต้องรีบเก็บเพราะวราลีกลับมาเร็วกว่าทุกวัน รีบโทร.บอกก้องภพ เขาบอกไม่เป็นไรตนจะได้ทำอะไรง่ายขึ้นกว่านี้

วราลีกลับมาก็ขึ้นข้างบนเก็บตัวอยู่ในห้อง จู่ๆ ก็มีเสียงดนตรีจากวงโยธวาทิตดังแว่วมา แล้วมาหยุดที่หน้าบ้าน วราลีเอะใจลุกไปดู

เป็นขบวนที่มีก้องภพแต่งมาสคอตชุดหมีมาคุกเข่าขอวราลีแต่งงาน เขาสวมแหวนเพชรเม็ดโตให้แล้วดึงเข้าไปกอด

ภีมขับรถเข้ามาเห็นพอดีก็จะกลับ อาพอวิ่งตามเรียกให้มาแสดงความยินดีกับวราลีและช่วยตนถ่ายรูปงานด้วย ภีมจึงย้อนกลับมา วราลีถามว่าบอสมีเรื่องอะไรจะคุยกับตนหรือ ภีมชำเลืองไปทางก้องภพ วราลีจึงบอกก้องภพขอคุยกับบอส แล้วพากันเดินออกไปคุยข้างนอก

ภีมเล่าเรื่องอีเมลให้ฟังแล้วบอกว่าตนจำเป็นต้องแกล้งลงโทษเธอเพื่อให้เหมือนดาวที่อาจจะเป็นคนใส่ร้ายเธอตายใจ วราลียิ้มออกมาอย่างสบายใจ ภีมถามว่ายิ้มอะไร เธอบอกว่า

“ฉันชอบเวลาที่บอสเป็นแบบนี้ ที่ไม่ปล่อยให้คุณเหมือนดาวเข้ามาสร้างปัญหาให้ชีวิตของบอส”

“ผมก็เป็นของผมแบบนี้มาตลอด ผมมาบอกคุณแค่นี้ อย่าคิดว่าผมไม่ไว้ใจคุณ เวลาห้าปีที่ผ่านมา มันมากพอที่จะทำให้ผมเชื่อใจคุณ ส่วนเรื่องนั้นคุณไม่ต้องห่วง ผมจะหาคนผิดตัวจริงให้ได้เร็วที่สุด คุณจะได้พ้นข้อกล่าวหา แต่ผมอยากขอร้องคุณว่าอย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้เด็ดขาด เราจะรู้กันแค่สามคน คือผม คุณ และคุณเบน ผมจะได้ทำอะไรง่ายขึ้น”

วราลีรับปาก ภีมจึงขอตัวกลับจะได้ไม่รบกวนเวลาของเธอกับก้องภพ

วราลีเดินไปส่งภีมที่หน้าบ้านด้วยความรู้สึกดีๆ ที่กลับคืนมา...

ก้องภพเห็นวราลีกับภีมปฏิบัติต่อกันดีก็หน้าเศร้า อาพอบอกว่าไม่ต้องหึงเพราะสองคนนี้สนิทกันมาก ถึงภีมจะหลงรักคุณลีแต่คุณลีก็ไม่ได้คิดอะไร คุณแดนเคยมาจีบแม่วันก็เชียร์ เขาถามว่าแล้วทำไมแดนชนถึงเลิกจีบแถมยังเชียร์ภีมด้วย

“เออะ...เรื่องนี้อาพอก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.3 เตชในร่างวัท จำใจใช้ชีวิตอยู่กับจินนี่ หาทางสลับร่างคืน

แค้นรักสลับชะตา EP.3 เตชในร่างวัท จำใจใช้ชีวิตอยู่กับจินนี่ หาทางสลับร่างคืน
18 มิ.ย 2564

10:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2564 เวลา 20:28 น.