ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กามเทพปราบมาร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขณะวราลีไปเติมหน้าในห้องน้ำ เตรียมไปดินเนอร์กับก้องภพ เธอพูดกับตัวเองในกระจกว่า

“อย่าหาว่าฉันใจร้ายเลยค่ะในเมื่อเขาประกาศมาแล้วว่าจะเอาชนะใจกันให้ได้ ฉันก็อยากจะรู้ว่าเขาจะสู้ไปถึงไหน”

เมื่อไปถึงห้องอาหารหรู ก้องภพนั่งคอยอยู่แล้วเขายิ้มกว้างยกมือทัก พอวราลีเดินเข้าไปเขาก็สั่งพนักงานให้เอามาได้เลย พนักงานถือช่อดอกไม้สีขาวช่อใหญ่มากเดินมาส่งให้ก้องภพที่โต๊ะ เขารับส่งให้วราลี เธอติงว่า

“ลีบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าลีให้ก้องเป็นได้แค่คนรู้จัก และคนรู้จักกันเขาก็ไม่ทำกันแบบนี้”

ก้องภพอ้างว่าให้ในฐานะตัวแทนของคิวปิดฮัท ตนดีใจมากที่คิวปิดฮัทให้ความร่วมมือกับงานของตนเป็นอย่างดี เธอรับดอกไม้วางไว้บนโต๊ะ ก้องภพให้ฝากน้องเขาไว้ก่อนจะได้ไม่เกะกะ เธอบอกไม่เป็นไร ตนอยากอวดและให้สั่งอาหารเลย

ที่แท้เธอต้องการวางช่อดอกไม้ไว้เพื่อยั่วภีมที่เธอคิดว่าเขาต้องตามมาแน่ๆ แต่กินอาหารจนอิ่มแล้วภีมก็ยังไม่มา เธอหาทางถ่วงเวลาสั่งขนมมากิน เพราะพวกน้องๆที่ออฟฟิศก็แชตมาบอกว่ายุให้บอสมาลุยแล้ว อาจจะกำลังเดินทางมาก็ได้ กินขนมแล้วภีมก็ยังไม่มา เธอสั่งพานาคอตต้าอีก

วราลีกินถ่วงเวลาแต่ภีมก็ยังไม่มา ก้องภพสงสัย จนเมื่อออกจากร้าน เขาบอกว่าจะไม่ไปส่งเธอที่บ้านแต่จะเดินไปส่งที่รถ แล้วถามตรงๆว่าเธอรอใครอยู่ เธออึกอัก เขาพูดอย่างรู้ทันว่า

“ห้ามบอกว่าไม่ได้รอ ผมแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร เขาคนนั้นอาจจะเป็นคนที่ทำให้ลียอมตอบมาทานข้าวกับผม”

วราลีตั้งสติไม่ทัน อึกอักแล้วตัดบทว่าไหนบอกว่าจะไม่ทำให้ตนลำบากใจ เอ่ยลาและจะบอกทุกคนที่คิวปิดฮัทว่าเขาให้ดอกไม้ช่อนี้แทนคำขอบคุณ รับช่อดอกไม้ที่พนักงานหยิบส่งให้แล้วเดินไปเลย ก้องภพได้แต่มองตามเศร้าๆ

แต่พอวราลีขึ้นรถ กำลังคาดเข็มขัดนิรภัยก็ถูกภีมเปิดประตูขึ้นมานั่งคาดเข็มขัดหน้าตาเฉย ซ้ำบ่นว่ารอตั้งสองชั่วโมงกินอะไรกันนักหนา เธอถามว่าแล้วทำไมไม่เข้าไปนั่งด้วยกัน

“เพราะผมมีมารยาทและอีกอย่างผมไม่หวงตอนคุณทานข้าว แต่ผมหวงและห่วงตอนคุณกลับ ผมไม่อยากให้คุณกลับกับใคร”

“แหม...ทีเมื่อก่อนไปหาลูกค้าเลิกดึกยังปล่อยให้ฉันขับรถกลับคนเดียว”

“ก็ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วไง ผมจะนั่งรถไปส่งคุณที่บ้าน แล้วจะให้ทรงพลขับรถไปรับที่นั่น ออกรถได้แล้ว”

แต่ขึ้นรถไปได้ครู่เดียว เขาก็ทำจมูกฟุดฟิด บอกให้เธอจอดรถแล้วเอาช่อดอกไม้ไปไว้ที่กระโปรงท้ายรถ

ก้องภพนั่งในรถของตัวเองที่จอดไม่ไกลกันนัก เห็นภีมทุกอิริยาบถ เขาพึมพำอย่างแปลกใจ... “คุณภีม...”

ooooooo

พอรถมาจอดหน้าบ้านวราลีจะบีบแตรเรียกอาพอ ภีมบอกว่าอาพอไม่อยู่ ที่แท้ภีมวางแผนไว้แล้ว ให้เงินอาพอไปกินหมูกระทะกับเพื่อนและสั่งให้ปอกผลไม้ใส่ตู้เย็นไว้แล้วด้วย

พอขับรถเข้าบ้าน วราลีจะไปเอาช่อดอกไม้ที่กระโปรงท้ายรถ ภีมบอกไม่ต้องเอาปล่อยไว้แบบนั้นแหละ แล้วจูงมือ

วราลีเข้าบ้าน วราลีตามไปเขินๆ ก้องภพที่ตามมาจอดรถซุ่มดู เขารู้สึกว่าเวลาที่วราลีอยู่กับภีมอารมณ์ต่างกับอยู่กับเขาอย่างสิ้นเชิง เขาหึงแต่ไม่โกรธเพราะตัวเองเคยทำผิดกับเธอไว้ก่อน ได้แต่มองแล้วตัดใจขับรถออกไปอย่างเจ็บปวด

เข้าบ้านแล้วภีมปล่อยมือวราลี เดินไปหยิบแผ่นซีดีหนังบนโต๊ะมาให้เธอเลือกบอกว่ามีหนังรักกับแอ็กชั่น วราลีเลือกหนังรักเขาติงว่าแอ็กชั่นดีกว่า วราวีมองหน้าถามว่า “แล้วบอสจะถามฉันทำไม”

“ผมเพิ่งนึกได้ว่าอ่านรีวิวมาแล้ว หนังเรื่องนี้จูบกันตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ผมกลัวว่าผมดูแล้วจะอยาก...” วราลีเรียกปราม ภีมบอกว่าอยากหลับ แล้วถามยิ้มๆว่า

“ตกใจทำไม? กลัวผมจูบคุณเหรอ ต่อให้ผมดูหนังผีผมก็อยากจูบคุณได้ และไม่ใช่ว่าไม่อยากนะ ผมแค่ไม่จูบผู้หญิงที่ไม่ใช่แฟน ถ้าอยากให้ผมจูบก็ตอบตกลงเป็นแฟนผมเดี๋ยวนี้”

วราลีค้อนพึมพำว่าหลงตัวเอง ภีมบอกว่า หลงคุณต่างหาก ทำเอาวราลีเขินรีบเปลี่ยนเรื่องถามว่าตกลงจะดูหนังไหม

“งั้นเชิญนั่งเลยครับคุณผู้หญิง คืนนี้ผมบริการคุณ ผมสั่งให้อาพอปอกผลไม้แช่ตู้เย็นไว้ให้คุณ ผมจะไปเอามาให้”

ภีมเดินไปในครัว เห็นรูปวาดดอกลีลาวดีวางพิงกำแพงอยู่บนโต๊ะ วราลีตามเข้ามาเห็น สงสัยว่าตนทิ้งถังขยะไปแล้วใครเก็บขึ้นมาอีก ภีมถามว่ารูปของใคร พอเธอบอกว่าก้องภพวาดให้ เขาติงว่า

“ถ้าคุณไม่มีใจให้เขาแล้ว เขาให้ของอะไรมาก็ไม่เห็นจะต้องทิ้งไปเลย เก็บไว้ประดับบ้านก็ยังดี” เธอบอกว่าแผลของตนไม่ได้หายง่ายเหมือนเขา “แผลของผมหายสนิทแล้ว ต่อให้เขามาทำอะไรให้ผม ผมก็จะไม่รู้สึกอะไร”

วราลีแย้งว่าแผลของเขายังหายไม่สนิทหรอก พลางหยิบรูปเดินออกไป ภีมบอกว่าเธอข้องใจอะไรถามตนตรงๆดีกว่า วราลีนึกถึงเมื่อคืนที่เขาพาเหมือนดาวขึ้นคอนโด ย้อนถามว่า “บอสนั่นแหละ มีอะไรจะบอกฉันหรือเปล่าล่ะ”

ภีมนึกถึงที่เหมือนดาวขอร้องเขาว่าอย่าบอกใครเรื่องตนถูกเจตต์ทำร้าย ตนอาย เลยบอกวราลีว่าเธอไม่ต้องรู้หรอก มันไม่ใช่เรื่องของเธอ วราลีฉุนถามว่า หาว่าตนยุ่งเหรอ! ภีมขอโทษที่ใช้คำพูดไม่ดี ตนไม่ได้หมายความอย่างนั้น ตัดบทว่า

“เรื่องที่ผมปิดบังคุณ ถ้าคุณไม่รู้ มันไม่ทำให้ชีวิตคุณเดือดร้อนแน่นอน” พูดแล้วถามว่าฟังแล้วแย่กว่าเดิมใช่ไหม

“ถ้าลำบากมากนักไม่ต้องพูดก็ได้ค่ะ” ตัดบทว่าตนง่วงขอขึ้นไปนอนก่อน เชิญดูหนังตามสบาย ดูหนังเสร็จออกไปอย่าลืมล็อกประตูให้ด้วย หันย้ำก่อนขึ้นบันไดว่า “อย่าลืมกฎเหล็กของเรา ว่าบอสจะเข้าบ้านฉันเมื่อไหร่ก็ได้ แต่บอสไม่เหยียบขึ้นมาบนบ้านฉันเพื่อเป็นการให้เกียรติ”

ภีมได้แต่มองเธอเดินขึ้นบันไดไปตาปริบๆ

รุ่งขึ้นเมื่อภีมไปเล่าให้เบนฟัง เบนบอกว่าไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง ร้อยทั้งร้อยไม่มีใครไม่หึงแฟนเก่าของตัวเอง ภีมอ้างว่าตนพูดเรื่องเหมือนดาวให้วราลีฟังเป็นเรื่องไม่สมควร เบนแย้งว่านั่นเป็นมุมมองของผู้ชาย แต่สำหรับผู้หญิงต้องรู้ให้ได้ทุกเรื่อง การมีความลับกับคนรัก เป็นเรื่องไม่สมควรที่สุด เพราะนั่นเป็นการแสดงออกถึงความไม่ไว้ใจกัน ภีมถามว่าแล้วตนต้องทำยังไง?

“ไม่ยากครับ คุณไม่จำเป็นต้องพูดความลับของคุณเหมือนดาวให้คุณน้องลีฟัง แต่คุณต้องทำให้คุณน้องลีเชื่อใจ มั่นใจและไว้ใจว่าบอสกับคุณเหมือนดาวไม่มีอะไรในกอไผ่กันล้านเปอร์เซ็นต์”

ooooooo

ภีมทำตามกูรูเบน พักเที่ยงวันนี้ภีมพาวราลีไปกินข้าวและนัดเหมือนดาวไปพบกันที่นั่น

เมื่อเจอกันที่ร้านอาหาร วราลีถามว่าทำไมไม่บอกตนว่าชวนเหมือนดาวมาด้วย ฝ่ายเหมือนดาวพูดร่าเริงว่าดี กินข้าวด้วยกันหลายคนสนุกดี

ระหว่างกินอาหาร ภีมตักอาหารให้วราลีเพื่อให้เธอเชื่อว่าตนไม่มีอะไรกับเหมือนดาวแล้วจริงๆ แต่ถูกเหมือนดาวย้อนเกล็ดเชือดนิ่มๆ เล่าเรื่องในอดีตว่า เจ็ดปีก่อนแม่เขาไม่สบายเขาจึงพาตนมาเยี่ยมแม่และแนะนำตนกับครอบครัว ก่อนกลับเขาชวนมากินร้านนี้แต่ตนอยากให้ไปกินร้านเพื่อนตน ภีมจำได้บอกว่าใช่ อาหารร้านเพื่อนเธอรสชาติแย่มาก

เหมือนดาวบอกว่าตอนนั้นเขาหน้าหงิกไปจนถึงนิวยอร์ก ตนง้ออยู่หลายวันเขาจึงหายงอน เล่าแล้วสองคนก็หัวเราะขำกัน วราลีที่นั่งอยู่ด้วยกลายเป็นส่วนเกินไป เหมือนดาวยังบอกวราลีว่า ถ้าภีมงอนตนจะสอนวิธีง้อให้รับรองได้ผล

กว่าภีมจะรู้ตัวก็หลงกลเสียรู้เหมือนดาวไปแล้วเขาแย้งทันทีว่า

“ไม่ได้หรอก เพราะผมตอนนั้นกับตอนนี้ไม่เหมือนเดิม ผมตอนนี้...ลีเขารู้จักดี” พลางมองวราลีตาหวานซึ้ง วราลีถามว่าใครบอก “ผมนี่แหละบอก ยอมรับเถอะว่าคุณรู้จักผมดีที่สุด” ภีมหยอกจนเธอยิ้ม เหมือนดาวเลยกลายเป็นส่วนเกินไป

เหมือนดาวเจ็บใจ พอดีมือถือเธอมีเสียงข้อความเข้า เธอเปิดอ่านเห็นเป็นโฆษณา แต่เธอทำหน้าเศร้าบอกภีมว่ามีเรื่องต้องคุยกันส่วนตัว ภีมหลงกลอีกจนได้

บอกให้วราลีรอเดี๋ยว แล้วเดินตามเหมือนดาวออกไป

พอออกไปนอกห้อง เหมือนดาวก็มารยาบีบน้ำตาบอกว่าเจตต์โทร.มาขู่ตนอีกแล้ว ภีมสงสารเลยกอดปลอบ วราลีหันไปทางอื่นไม่อยากมอง ตัดสินใจหยิบกระเป๋าเดินออกไป ภีมกลับมาไม่เห็นวราลีถามพนักงาน พนักงานบอกว่าเห็นเดินออกไปทางหน้าร้าน เหมือนดาวบอกว่าคงน้อยใจเราเลยหนีกลับไปแล้ววิ่งตามภีมไปหน้าร้าน

เหมือนดาวตามมายุอีกว่าวราลีคงหึงตน ทำเป็นขอโทษ ถ้ารู้ว่าเธอขี้หึงขี้น้อยใจแบบนี้ตนจะไม่อยู่ใกล้เขาเลย และเพื่อความสุขของเขาตนจะเป็นฝ่ายไป “เอาอย่างนี้นะคะภีม หลังไปฉันจะไปอธิบายให้คุณลีฟังเองว่าให้เชื่อใจคุณ”

“อธิบายตอนนี้เลยสิคะ” เสียงวราลีแทรกขึ้น ภีมผละจากเหมือนดาวไปหาเธอถามว่าหายไปไหนมาคิดว่าหึงตนกับเหมือนดาวจนหนีกลับไปแล้ว เธอบอกว่าออกมาคุยโทรศัพท์เรื่องงาน ตนอายุ 35 แล้วไม่ใช่ 15 แล้วถามเหมือนดาวว่ามีอะไรจะอธิบายให้ตนฟัง ตนรอฟังอยู่

“ฉันจะบอกว่า...คุณลีไม่ต้องหึงฉันกับภีมเลยนะคะ เรื่องของเรามันจบไปแล้ว ภีมคอยช่วยเหลือฉันแก้ปัญหาชีวิตในฐานะเพื่อนเท่านั้น ความสัมพันธ์ของเรามันจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไปได้ เพราะเขาพูดให้ฉันฟังอยู่เสมอว่าเขารักคุณ...ยอมรับรักภีมเถอะนะคะ ฉันอยากเห็นเขามีความสุข”

เหมือนดาวทำเป็นร่าเริงแจ่มใสแล้วขอตัวกลับบอกว่าไม่อยู่เป็น กขค.ทั้งสอง วราลีหลงเชื่อชวนกลับไปกินของหวานด้วยกันก่อน

“ไม่ไหวหรอกค่ะ คุณสองคนก็หวาน ขนมก็หวาน น้ำตาลในเลือดขึ้นสูงกันพอดี กลับไปเจอกันที่บริษัท อย่าลืมนะคะว่าบ่ายสองมีประชุมกับคุณก้องภพ” เหมือนดาวปากหวานเก็บอาการเจ็บแค้นจนแทบกรี๊ด เดินเริงร่าออกไป

ดราม่าของเหมือนดาวได้ผล...พอเธอออกไปวราลีกับภีมก็หวานให้กันอย่างเปิดเผย เมื่อภีมโทร.เล่าให้เบนฟัง เบนชมเปาะว่า “ทำดีมากครับบอส ทั้งบอสและน้องลีจะได้สบายใจสักที แล้วเจอกันครับ”

เบนเดินเข้าออฟฟิศเจอเหมือนดาวเดินหน้าบอกบุญไม่รับกลับมาก็หลอกด่า ทำเป็นยื่นมะม่วงดิบในถุงให้ชวนกินมะม่วงแรดไหม พอเหมือนดาวสะบัดหน้าไปก็พูดเบาๆ “สมน้ำหน้านังอสรพิษ!”

ภีมพาวราลีกลับถึงออฟฟิศ พอลงจากรถเขาก็จู่โจมเข้าไปหอมแก้มเธอ วราลีปรามเขินๆว่าระวังแดนเห็น และตนก็ยังไม่อยากลงจากคานตอนนี้ ภีมล็อกรถแล้วจูงมือวราลีข้ามถนนมาด้วยกัน

บนตึกออฟฟิศ ก้องภพยืนโทรศัพท์อยู่ มองภาพข้างล่างอย่างปวดใจ

พอขึ้นถึงชั้นออฟฟิศ ภีมจูงมือวราลีออกจากลิฟต์ เบนมายืนรออยู่หน้าลิฟต์ตรงเข้าดักหน้าแซว

“โอ๊ะโอ...ตอนออกไปเป็นคู่กัด กลับมาเป็นคู่รัก รวดเร็วถูกใจผมจริงๆ...แต่ตอนนี้เข้าประชุมก่อน คุณก้องภพและทีมงานมากันแล้ว” วราลีวิ่งออกไปบอกว่าไปเตรียมเอกสารให้บอสก่อน เบนบอกภีมว่า “เตรียมเคลียร์เรื่องนั้นกับคุณก้องภพด้วยนะครับ” ภีมพยักหน้าอย่างมุ่งมั่นแล้วเดินไป

ooooooo

ที่ห้องประชุม ทุกคนเตรียมขายพรีเซ็นเตอร์ของโฆษณากาแฟ twin ให้ก้องภพและลูกน้องเลือก

หรรษากับนันทิสา พรีเซนต์คู่รักทั้งสี่คู่ หรรษาพรีเซนต์ว่า คู่แรกคือคุณเล็กน้อยกับคุณต่าย คู่ที่สองคือพี่มดแดงกับสามี คู่ที่สามคือคุณทิมกับหนู...นันทิสาพูดต่อทันทีว่า คู่สุดท้ายคือคุณซินดี้กับคุณจระเข้ครูสอนดนตรีไทยที่จังหวัดพิจิตร คู่นี้เพิ่งคบกันจากงานเดตครั้งสุดท้ายของบริษัท พอนันทิสาประกาศจบภีมก็พูดกับก้องภพว่า

“ทางบริษัทคุณให้สิทธิ์คิวปิดฮัทเป็นผู้เลือกคนมาเล่นโฆษณา...ผมเลือกสี่คู่นี้และได้คอนเฟิร์มพวกเขาแล้วว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่ากรณีใดๆ” ก้องภพแย้งว่าภีมไม่ได้ทำในสิ่งที่ตนขอไว้ “ครับ ผมเป็นเจ้าของบริษัท ผมจะเห็น ‘เรื่องอื่น’ สำคัญกว่าจิตใจของลูกค้าตัวเองไม่ได้”

ก้องภพจิกตามองภีมอย่างเอาเรื่อง เหมือนดาวมองหน้าภีมกับก้องภพไปมาอย่างอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน

ออกจากที่ประชุมแล้ว ก้องภพถามภีมว่าทำไมไม่ทำตามที่ตนต้องการ ภีมบอกว่า ผมรักวราลี ก้องภพถามอย่างเป็นต่อว่า รู้ใช่ไหมว่าถ้าคิวปิดฮัทไม่ให้ความร่วมมือกับตน ตนคงต้องขอความร่วมมือจากบริษัทจับคู่อื่น

“ถ้าคุณจะไม่เลือกเราเพราะเรื่องส่วนตัว...ก็ตามใจคุณ” ภีมตอบอย่างไม่แยแส

“ผมดีใจกับลีที่คุณจริงใจกับเธอมากขนาดนี้”

ภีมเปรยว่านึกว่าเขาจะหึง “หึงสิ...หึงมาก ถ้าเป็นเมื่อก่อน คุณเละคามือผมไปแล้ว แต่ผมเคยทำให้ลีเสียใจ ผมไม่มีสิทธิ์ไปหึงลีกับใครโดยเฉพาะกับคนดีๆอย่างคุณ”

ภีมขอบคุณก้องภพอย่างรู้สึกว่าเขาเป็นคนดี แต่แล้วก้องภพก็ถามว่าเขาสองคนตกลงเป็นแฟนกันหรือยัง พอภีมบอกว่ายัง ก้องภพพูดทันทีว่างั้นผมก็ยังมีหวัง ทำเอาภีมเหวอร้องอ้าว...

“ผมไม่หึงคุณ ไม่ใช่ว่าผมจะยอมแพ้คุณนะคุณภีม ยิ่งลียังไม่ตอบตกลงเป็นแฟนกับคุณ ผมจะสู้กับคุณเอาชนะใจลีและผมก็มั่นใจเต็มร้อยว่าผมทำได้ คุณคอยดูกันได้เลยครับ” ภีมถามว่ามั่นใจเกินไปหรือเปล่า? “คนเคยรักกัน คลิกกันไม่ยากหรอกครับคุณภีม” ก้องภพตอบอย่างมั่นใจ

“คนเคยทำให้ลีเจ็บ...ลีก็ลืมไม่ง่ายเหมือนกันครับคุณก้อง”

ทั้งสองโต้ตอบและมองกันอย่างท้าทาย โดยไม่รู้ว่า เหมือนดาวแอบฟังอยู่ตั้งแต่ต้น เธอพึมพำอย่างมีแผนร้าย...

“มีตัวเลือกเยอะนักใช่ไหมนังวราลี ฉันจะช่วยตัดตัวเลือกออกให้แกเอง”

วันต่อมาเมื่อวราลีจะขับรถกลับบ้าน ปรากฏว่าสตาร์ตไม่ติด ก้องภพทำทีมาเจอบอกว่าแวะเอาผลไม้มาให้ ถามว่ารถเป็นอะไร ช่วยดูแล้วบอกว่าขั้วแบตหลวม ดูแล้วบอกให้เธอลองสตาร์ตใหม่ ปรากฏว่าสตาร์ตติด

ก้องภพบอกให้เธอขับไปบ้านเลย พอวราลีขับถึงซอยเข้าบ้าน ก้องภพบอกว่าตนจะโทรศัพท์บอกช่างประจำไปเช็กให้ที่บ้านอีกที เอาผลไม้ให้และขอตัว วราลี บอกให้เข้าบ้านไปล้างมือดื่มน้ำก่อน ก้องภพยิ้มสมใจ

อาพอโผล่มาเห็นก้องภพก็ตกใจวิ่งกลับเข้าบ้านไปโทรศัพท์ฟ้องแม่วัน แม่ของวราลีทันที

“ฮะ! ไอ้ก้องภพ! มันจะกลับมาทำไม!!!” แม่วันกำลังอยู่ที่ร้านเสริมสวย ทั้งตกใจและเจ็บใจ

ก้องภพเข้าไปล้างมือเห็นภาพวาดดอกลีลาวดีตั้งพิงกำแพงอยู่ เขาพึมพำว่านึกว่าเธอทิ้งไปแล้ว วราลีบอกว่าตนทิ้งไปแล้วไม่รู้ใครไปเก็บมาอีก เขาถามว่ายังอยากทิ้งอีกไหม วราลีลุกไปหยิบรูป เขารีบจับแขนเธอไว้ ทำให้วราลีเห็นที่นิ้วนางซ้ายของเขามีรอยใส่แหวน ก้องภพปล่อยมือจากแขนเธอหยิบสร้อยที่ห้อยแหวนสลักอักษรออกมาให้ดู วราลีมองอึ้ง

“ห้าปีที่ผ่านมา ลีไม่เคยห่างจากผมเลย แต่ผมต้องถอดออก เพราะกลัวว่าลีอึดอัด” ก้องภพเขย่าความรู้สึกของเธอ เห็นเธออึ้งเขาจึงขอตัวกลับ บอกวราลีที่เดินมาส่งที่หน้าบ้านว่า “อีกประมาณครึ่งชั่วโมง ช่างจะมาถึง ถ้าเรียบร้อยยังไงโทร.บอกผมด้วยนะ”

วราลีพยักหน้าอย่างรู้สึกดี พอก้องภพออกไปมือถือของเธอก็ดังขึ้นหยิบดูเป็นสายจาก “แม่” เธอรู้ว่าแม่โทร.มาเรื่องอะไร ตั้งสติก่อนรับสาย นึกรู้ว่าอาพอโทร.ไปฟ้องแล้ว

ooooooo

วราลีถูกแม่วันซักถามเรื่องก้องภพ กลัวลูกสาวจะเป็นเหยื่อเขาอีกรอบ เธอบอกแม่ว่าตนไม่ได้กลับไปคืนดี ตอนนี้แม้แต่เพื่อนยังไม่ให้เขาเป็นเลย ที่ให้เข้าบ้านก็แค่แสดงน้ำใจเท่านั้น

แม่วันขอเบอร์โทร.ของแดนชนจะฟ้องเขา วราลีบอกให้แม่สงบสติอารมณ์ก่อนแล้วค่อยคุยกันใหม่ แล้ววางสายเลย แม่วันโวยว่าแม่ยังพูดไม่จบเลย พูดกับตัวเองว่า

“ได้! แม่จะคุย แต่แม่ไม่คุยกับแกหรอกนะนังลี”

รุ่งขึ้น ภีมเอาพวงมาลัยมาให้วราลีบอกว่าเด็กพิการเอามาขายตามสี่แยกเลยซื้อมาฝาก บอกว่าเย็นนี้ตนจะไปพบลูกค้าเธอไม่ต้องไปก็ได้ สงสารเพราะเห็นทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

เหมือนดาวเห็นทั้งสองหวานกันก็มองนิ่ง ในใจคิดแผนบางอย่าง แล้วเธอโทร.หาเจตต์ที่ยังนอนอุตุอยู่ บอกเขาว่าอยากพูดสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ ตนไม่อยากให้เขามั่นใจอะไรผิดๆอีกต่อไปแล้ว เจตต์งง ถามว่าเธอจะพูดอะไร

เหมือนดาวเท้าความว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาคิดว่าเอาชนะภีมได้ด้วยการแย่งตนมาจากภีม และชนะตนเรื่องฟ้องหย่า เขาคิดว่าเขาชนะทุกคน แต่ขอบอกว่าคนที่แพ้และโง่ที่สุดคือเขาเอง แล้วเล่านิ่งๆว่า...

ตนอยู่กับเขาแต่ไม่เคยลืมภีมเลย เขาอยากมีลูกกับตนเพื่อผูกมัดแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะตนกินยาคุมตลอดเพื่อให้เขาตายใจแล้วตนจะหาโอกาสท้องกับภีมผู้ชายที่ตนรักแล้วอุ้มท้องกลับไปใช้ชีวิตใช้เงินกับผู้ชายโง่ๆ อย่างเขา เล่าแล้วเย้ยว่า

“รู้สึกดีจัง ขอบคุณมากที่ทนฟังฉันอยู่ ฉันนอนตายตาหลับแล้ว” เจตต์แค้นตะโกนว่าเดี๋ยวมึงจะได้ตายสมใจ “ถ้าฉันไม่ตาย ระวังคนที่จะตายคือคุณ”

เจตต์ถูกยั่วจนโกรธจัดปามือถือทิ้ง แต่เหมือนดาวยั่วจนเจตต์เดือดแล้วก็วางสายยิ้มอย่างสมใจ

ooooooo

วันนี้เลิกงานแล้ว วราลีเก็บโต๊ะทำงานเดินไปที่รถ ระหว่างนั้นรู้สึกมีคนตาม เธอใจไม่ดีเร่งฝีเท้าไปขึ้นรถก็เจอเหมือนดาวบีบน้ำตามาเคาะกระจกขอความช่วยเหลือ บอกว่าถูกผู้ชายตาม น่ากลัวมากขอติดรถไปด้วยเพราะตนไม่ได้เอารถมา

วราลีไปส่งเหมือนดาวที่บ้าน เธอขอบคุณและชวนเข้าบ้านไปกินน้ำก่อนเพราะกลับไปตอนนี้รถก็ติดมาก พูดจนวราลียอมเข้าบ้านไปกับเธอ

ทันทีที่เหมือนดาวก้าวเข้าบ้านก็ถูกเจตต์ที่มาซุ่มอยู่พุ่งเข้าบีบคอตะคอก “มึงท้าทายกูใช่ไหมอีเหมือนดาว!”

เหมือนดาวตะโกนให้วราลีช่วย วราลีตกใจวิ่งเข้าไปบอกให้เจตต์ปล่อยไม่อย่างนั้นตนจะแจ้งตำรวจ ถูกเจตต์ตวาดว่าไม่อยากเดือดร้อนอย่ายุ่ง เหมือนดาวถีบเจตต์แล้ววิ่งออกไป ถูกเขาคว้าตัวไว้ดึงปืนที่เหน็บเอวออกมา แต่ถูกเหมือนดาวใช้ที่ช็อตไฟฟ้าจี้ทำให้ปืนร่วงจากมือ เหมือนดาวพุ่งไปหยิบปืนสั่งเจตต์ให้ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้

“มึงอย่าคิดว่าจะชนะกูนะอีเหมือนดาว” เจตต์ อาฆาตก่อนออกไป เหมือนดาวทิ้งตัวนั่งลงร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร วราลีมองอย่างสงสาร...

วราลีถามว่าเขาเป็นใคร เหมือนดาวเล่าว่าเป็นสามีเก่า หย่ากันแล้วแต่เขายังตามมาง้อขอคืนดี เมื่อตนไม่เล่นด้วยก็โกรธ ยิ่งเมื่อรู้ว่าตนเล่าให้ภีมฟังเขาก็ขู่จะฆ่า วราลีถามว่าบอสรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ

เหมือนดาวเล่าว่าเพราะภีมรู้จึงให้ตนไปค้างที่ คอนโดของเขา แต่ไม่ต้องกังวลเพราะภีมกลับไปนอนบ้านคุณแม่

วราลีฟังแล้วแอบโล่งใจ เหมือนดาวถามว่าภีมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังหรือ แปลกจัง เพราะปกติเขาไม่เคยมีเรื่องปกปิดคนที่เขารัก สะกิดให้มีปัญหาแล้วทำเป็นปลอบใจว่า อย่าคิดมากเลยที่เขาไม่บอกเธอคงเป็นเพราะเขาเห็นใจว่าเรื่องจะส่งผลไม่ดีต่อหน้าที่การงานของตน

พอวราลีบอกว่าเข้าใจ เหมือนดาวก็รุกอีกขั้น ขอให้เธอคืนภีมให้ตน วราลีช็อก เหมือนดาวดราม่าชุดใหญ่ว่า ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งตนจะต้องเสียศักดิ์ศรีขอผู้ชายจากผู้หญิงคนอื่น แต่ถ้าเธอไม่ได้เป็นตนก็จะไม่มีวันเข้าใจ แล้วรำพันถึงชีวิตกำพร้าที่ไร้ญาติขาดมิตร มีแค่ภีมคนเดียวที่ปกป้องตนจากเจตต์ได้ แต่วราลียังมีทั้งแดนชนและก้องภพมาให้เลือก สุดท้ายอ้อนวอนว่า ได้โปรดเห็นใจหัวอกผู้หญิงด้วยกันเถอะ เหมือนดาวเล่นใหญ่ร้องไห้หนัก บอกว่ารู้ว่าภีมไม่ได้รักตนแล้วแต่ตนมั่นใจว่ายังเริ่มต้นใหม่ได้ไม่ยาก อ้อนวอนว่า

“ขอภีมคืนให้ฉันนะคะ ฉันกราบล่ะ”

วราลีรีบห้ามบอกว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก เหมือนดาวดีใจมาก ถามว่าเธอยอมคืนภีมให้แล้วใช่ไหม

“ค่ะ ฉันให้...แต่ฉันจะให้เบอร์โทรศัพท์แฟนของพราวกับคุณแดเนียลแฟนของเกดนะคะ สองคนนี้เป็นทนายกับตำรวจ ฉันว่าพวกเขาน่าจะช่วยปกป้องคุณได้ดีกว่าบอส”

“คุณไม่ยอมยกภีมให้ฉันเหรอคะ” เหมือนดาวหน้าเสีย วราลีบอกว่าบอสไม่ใช่สิ่งของที่ตนจะยกให้ใครก็ได้ เหมือนดาวตัดพ้ออย่างผิดหวังว่า “ฉันคิดว่าคุณจะมีความเห็นใจคนอื่นมากกว่านี้”

“เห็นใจสิคะ ฉันเห็นใจคุณมาก ฉันฟังเรื่องคุณแล้วอยากจะร้องไห้ตาม แต่การที่คุณจะให้บอสมาช่วยป้องกันคุณจากสามีเก่า มันไม่ค่อยเมกเซ้นส์ เพราะบอสก็จะเป็นอันตรายด้วย” เหมือนดาวเชื่อว่าเจตต์ไม่กล้าทำร้ายภีม “ผู้หญิงเพศแม่เขายังทำร้ายได้ แล้วนับประสาอะไรกับบอสคะ ฉันว่าสิ่งที่คุณควรทำคือแจ้งความ จัดการกับเขาขั้นเด็ดขาด หรือขอให้ตำรวจมาคุ้มกันน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด”

เหมือนดาวฟังแล้วเจ็บใจที่ดราม่าฉากใหญ่เสียน้ำตาไปเยอะแต่หลอกวราลีไม่สำเร็จ กลับเข้าบ้านปาข้าวของร้องกรี๊ด

“ทำไม! ทำไม!! ทำไมฉันไม่เคยทำอะไรแกได้เลย!”

ooooooo

ฝ่ายวราลีกลับถึงบ้านแล้วก็ยังคิดคำยุแหย่ของเหมือนดาวที่ว่าปกติภีมไม่เคยมีเรื่องปกปิดคนที่เขารัก? คิดแล้วไม่สบายใจ พูดกับกล้องว่า

“ฉันไม่ได้หึงคุณเหมือนดาว แต่ฉันอยากรู้เหตุผลว่าทำไมบอสต้องปิดบังฉัน บอสคงมีเหตุผลของเขา แต่เหตุผลอะไรจะบอกกันไม่ได้ ในเมื่อเขาบอกว่ารักเรา คนรักกันก็ต้องไม่มีอะไรปิดบังกันสิ...เมื่อก่อนยังไม่เห็นต้องอยากรู้เลย...เอายังไงดี?”

ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน เลยโทร.หาภีม เขาบอกว่าเพิ่งกลับมาถึงห้องพร้อมเบนที่เอาเอกสารมาให้ ถามว่าเธอมีอะไรไหม วราลีบอกว่าตนรู้เรื่องเหมือนดาวกับสามีเก่าแล้ว ภีมจึงขอน้ำดื่มจากเบนเพื่อจะได้คุยกับวราลีได้ถนัด ถามเธอว่ารู้เรื่องเหมือนดาวได้ยังไง วราลีบอกว่าเรื่องมันยาวเอาไว้ค่อยเล่าแต่ตอนนี้อยากรู้ว่า “ทำไมบอสต้องปิดบังฉันเรื่องคุณเหมือนดาวด้วยคะ”

ภีมบอกว่าตนไม่ควรพูด เธอติงว่าเขาไม่เคยมีเรื่องอะไรปิดบังตน ภีมอ้างว่าเพราะยังไม่เคยมีเรื่องส่วนตัวของคนอื่นแบบนี้ วราลีตัดบทว่าตนเข้าใจแล้วทั้งที่ยังคาใจ บอกให้เขาไปคุยงานกับเบนต่อเถอะ ตนไม่กวนแล้ว

พอวางสายก็พึมพำงอนๆ “เรื่องส่วนตัวของคนอื่น... สำคัญกว่าคนที่บอสบอกว่ารักงั้นสิ...เชอะ!”

เบนมาได้ยินตอนท้ายที่ภีมคุยกับวราลีพอดี กูรูเบนบอกภีมว่า เวลาผู้หญิงบอกว่าไม่เป็นอะไรแปลว่าเป็น ภีม ติงว่าลีเป็นคนตรงกับตนมาก ถ้าเธอไม่พอใจป่านนี้ด่าตนหูชาไปแล้ว

“นั่นมันน้องลีเวอร์ชั่นสถานภาพเลขาฯ แต่ตอนนี้สถานภาพของคุณกับน้องลีกำลังเปลี่ยนไป ความคาดหวังก็จะเปลี่ยนตามครับ”

ภีมฟังแล้วยังไม่เชื่อ แต่ก็โทร.หาวราลีขณะเธอเข้าห้องนอนพอดี พอเห็นว่าบอสโทร.มาก็คิดว่าคงรู้ตัว แล้วว่าพูดจาไม่น่าฟังกับตน คิดว่าจะงอนเสียให้เข็ด แต่พอรับสายภีมบอกว่าเพื่อนชวนออกไปกินข้าวตอนนี้จะออกไปด้วยกันไหม ผิดคาด! เพราะภีมไม่ได้โทร.มาง้อ

เธอบอกว่าไม่ไปเพราะมีงานต้องทำ เขาบอกว่ากลับมาแล้วจะโทร.หาแล้ววางสาย

วราลีงงว่าทำไมเขาไม่ง้อ หรือไม่รู้ว่าตนงอน จิกตา ยิ้มพึมพำ “ได้! เดี๋ยวจะงอนให้หนักเลย”

ooooooo

ภีมกินข้าวกับเพื่อนเสร็จก็โทร.หาวราลีตามนัด แต่เธองอน ไม่รับสาย หนักเข้าก็ปิดเสียงเรียกเข้าเลย ภีมร้อนใจนึกว่าเธอหลับไปแล้ว เลยโทร.ถามอาพอ อาพอบอกว่ายังไม่หลับ เมื่อกี๊ยังเพิ่งลงมาชงกาแฟอยู่เลย ภีมจึงให้อาพอขึ้นไปดูหน่อย

อาพอขึ้นไปเคาะประตูเรียกก็ไม่มีเสียงตอบรับ จู่ๆก็ได้ยินเสียงแก้วแตกเพล้ง! อาพอตกใจร้องบอกภีม เขารีบขับรถมาที่บ้าน ระหว่างทางถูกมอเตอร์ไซค์ตัดหน้าเบรกไม่ทันเลยชนชายวัยกลางคนจนได้รับบาดเจ็บ ภีมรีบนำส่งโรงพยาบาลแล้วให้เบนมาดูแล ส่วนตัวเองรีบไปหาวราลีที่บ้าน

อาพอเคาะประตูรัวเรียกวราลี ครู่เดียวเธอเดินกะเผลกมาเปิดประตูเพราะถูกเศษแก้วบาด บอกอาพอว่าตนเผลอหลับไปตกใจตื่นเสียงอาพอเรียกมือปัดแก้วกาแฟตกแตกและถูกบาด

ภีมมาถึงพอดี พอรู้ว่าวราลีถูกเศษแก้วบาดก็จะพาไปหาหมอ เธอบอกว่าบอสสบายใจได้ตนไม่เป็นอะไรมาก พอรู้เรื่องที่ภีมรีบมาหาตนจนเกิดอุบัติเหตุก็รู้สึกผิดที่งอนจนทำให้เกิดเรื่อง ภีมบอกว่าเธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วพักผ่อนเสีย ไม่ต้องทำงานอีก ถามว่าพรุ่งนี้ขับรถไปทำงานไหวไหม ให้โทร.บอกแล้วตนจะมารับ แล้วกลับไป

“แค่คำพูดยัยเหมือนดาว ทำให้เราเป็นคนนิสัยไม่ดีขนาดนี้เลยเหรอวราลี!!” เธอพึมพำอย่างรู้สึกผิดมาก

อาพอเห็นความห่วงใยของภีมที่มีต่อวราลี พอภีมจะกลับอาพอชมว่าภีมน่ารักกับคุณลีมาก แสดงว่าจีบคุณลีอยู่ ลุ้นว่าให้เร่งทำคะแนนก่อนที่ก้องภพจะทำคะแนนแซงไปเพราะเมื่อวานก็เรียกช่างมาซ่อมรถให้คุณลีและคุยมุ้งมิ้งกันอยู่สองคน

“ไม่เห็นลีจะเล่าให้ฉันฟังเลย” ภีมพึมพำสีหน้าไม่สบายใจ รุ่งขึ้นเมื่อเล่าให้เบนฟัง กูรูเบนชี้ให้เห็นว่า

“คุณน้องลีอาจจะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรก็เลยไม่ได้เล่าให้คุณภีมฟัง” ภีมถามเสียงขุ่นว่าเรื่องคู่แข่งหัวใจของตนเนี่ยนะไม่สำคัญ! “แหม คุณอย่าลืมสิครับว่าที่คุณก้องภพมาประกาศแข่งกับคุณจีบน้องลี น้องลีเธอไม่รู้เรื่อง ถ้าน้องลีรู้ ยังไง้...ยังไง น้องลีก็จะไม่มีวันทำให้คุณก้องภพทำคะแนนนำคุณภีมแน่ๆ”

“จริงด้วย งั้นผมจะไปบอกลี” ภีมจะไปทันที ถูกเบนโดดขวางส่ายหน้าบอกว่า

“โนๆๆ จะไปบอกทำไมให้เกมยืดเยื้อครับ ตอนนี้ก็เห็นๆกันอยู่ว่าคุณแต้มนำคุณก้องภพ ผมว่าคุณไปขอน้องลีเป็นแฟน...ให้เกมโอเว่อร์ไปเลยดีกว่า”

ภีมพยักหน้าเชื่อกูรูเบน แต่ขณะเดินไปห้องทำงานเหมือนดาวก็มาเรียกไว้บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับเขา เธอ เข้าไปไม่นานวราลีก็มาถึง เหมือนดาวจึงขอตัว บอกภีมว่าแล้วตนจะเขียนใบสมัครมาให้ พอเหมือนดาวออกไป ภีมบอกว่าเหมือนดาวจะมาสมัครทำงานประจำที่คิวปิดฮัทเธอว่ายังไง วราลีอึ้งแต่เก็บอาการจำใจบอกว่า “แล้วแต่บอสเถอะค่ะ”

ภีมทำตามแผนถามว่าบ่ายนี้ไปหาลูกค้าเสร็จแล้วพอมีเวลาไหม วราลีถามว่า “บอสจะพาฉันไปไหนคะ”

ooooooo

ภีมพาวราลีไปที่ลานน้ำพุที่ทั้งสองเริ่มต้นงานและได้ลูกค้าคนแรก พูดด้วยอารมณ์ลึกซึ้งว่า

“ที่ตรงนี้คือความประทับใจระหว่างเราสองคน ในวันที่เราจะพัฒนากันไปมากกว่าคำว่าเจ้านายลูกน้อง” วราลีถามงงๆว่าบอสกำลังจะบอกอะไร “ไม่ได้บอกแต่กำลังจะขอ...เป็นแฟนกับผมนะวราลี” ภีมกุมมือเธอมองตาซึ้งทำเอาวราลีตั้งหลักไม่ทัน พอเขาขอคำตอบวราลีก็อึกอักบอกว่า

“ฉัน...ฉันขอตัวสักครู่นะคะ” วราลีเดินไปอีกมุมหนึ่งของลานน้ำพุ ภีมตามไปถามว่าเธอเป็นอะไร แค่ตอบรับรักเป็นแฟนกับตนทำให้เธอลำบากใจมากเลยหรือ “ใช่ค่ะ ฉันลำบากใจ ฉันอยากขอเวลาให้เราเรียนรู้กันมากกว่านี้ ฉันยังต้องการความแน่ใจ ฉันไม่อยากเป็นแฟนที่ขี้หึง ขี้งอน ขี้น้อยใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง”

“คุณไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น”

“ฉันเป็นค่ะ ฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนนึงที่เวลามีความรัก ฉันจะมีความคาดหวังกับแฟนของฉันสูง ฉันอยากให้เขารักฉัน สนใจฉัน ห่วงใยฉันคนเดียว และฉันก็ไม่ต้องการให้มีใครมาคอยแทรกกลางความรักของเรา” ภีมถามว่าเธอหึงตนใช่ไหม “ฉันไว้ใจบอสค่ะ แต่ฉันไม่ไว้ใจคุณเหมือนดาว เพราะวันก่อนคุณเหมือนดาวเคยพูดขอคุณจากฉัน แต่ฉันไม่ให้”

“ผมก็ไม่มีวันไป เห็นไหม ในเมื่อเราสองคนคิดตรงกัน แล้วคุณจะยังกลัวอะไรอีก”

วราลีบอกว่ากลัวใจตัวเอง ตนไม่อยากเห็นเขาใกล้ชิดกับเหมือนดาวแต่ก็ไม่ใจร้ายพอที่จะไล่เธอออกไป ขอเวลาให้ตนทำให้ได้มากกว่านี้ ภีมถามว่าเธอไม่ได้หาข้ออ้างเพื่อถ่วงเวลาให้กับตัวเองใช่ไหม แต่ก็บอกว่าตนเข้าใจเธอดีและไม่ว่าอะไรถ้าเธอจะเลือกก้องภพ

วราลีบอกว่าไม่ใช่เพราะก้องภพ

“ถ้าไม่ใช่ แล้วทำไมคุณต้องยอมให้เขาเข้าบ้านคุณ โดยที่คุณไม่เล่าให้ผมรู้” วราลีย้อนว่าเขาก็ไม่เล่าเรื่องเหมือนดาวให้ตนฟังเหมือนกัน ยืนยันว่าตนไม่คิดอะไรกับก้องภพ “คุณคิดแต่คุณอาจยังไม่รู้ใจตัวเอง ยอมรับเสียเถอะว่าคุณยังมีใจให้เขา”

ภีมเดินไปอย่างหงุดหงิด วราลีถามว่าจะไปไหนเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง ภีมบอกว่าเราไม่มีอะไรจะคุยกันอีกแล้ว ทุกอย่างเคลียร์แล้ว ตนขอเป็นแฟนแต่เธอปฏิเสธและขอเวลาเลือก พูดประชดงอนๆว่า

“ต่อไปนี้เลือกให้เต็มที่เลยนะ ผมเป็นแค่บอสร็อตไวเลอร์ของคุณเหมือนเดิมก็ได้”

“ถ้าพูดไม่รู้เรื่อง อยากเป็นแค่นั้นก็ตามใจ!” วราลีตะโกนบอกแล้วยืนร้องไห้อย่างสับสนอยู่ตรงนั้น

ooooooo

แม่วันร้อนใจนั่งรถทัวร์มาบ้านวราลี ให้อาพอหาเบอร์โทรศัพท์ของก้องภพให้ อาพอเอานามบัตรของก้องภพให้แม่วันโทร.ไปทันที แต่ก้องภพรับสายอยู่ที่หน้าบ้านแล้ว

พอแม่วันเห็นก้องภพก็สั่งอาพอให้เอาถังน้ำมา แล้วสาดน้ำไล่ทันที เอาไข่ปาใส่หน้าตะโกนไล่จนก้องภพต้องออกไปจากรั้วบ้าน อาพอขอให้ก้องภพกลับไปก่อนเมื่อเขายังไม่ยอมกลับ แม่วันสั่งให้เอาน้ำผสมขี้ควายมาสาดไล่

วราลีที่ร้องไห้จากภีมที่ลานน้ำพุกลับมาเจอพอดี ถามแม่วันว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ อาพอขอให้วราลีช่วยก้องภพที่ถูกน้ำขี้ควายสาดจนเหม็นหึ่งไปทั้งตัว แต่ก้องภพบอกว่า ปล่อยให้แม่ทำเถอะ ได้เป็นการชดใช้ความผิดของตน ตนยอมได้ทุกอย่าง

“แม่พอได้แล้ว ลีขอร้องนะแม่ วันนี้ลีเจอเรื่องแย่ๆ มามากพออยู่แล้ว อย่าให้มันมากไปกว่านี้เลย ลีรับไม่ไหวแล้ว”

วราลีร้องไห้จนแม่วันใจอ่อน วราลีบอกให้อาพอพาแม่เข้าบ้านแล้วตัวเองไปขอโทษก้องภพแทนแม่ ก้องภพบอกว่าไม่เป็นไรตนเข้าใจแม่ ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อที่รถก่อนแล้วจะเข้าไปคุยกับแม่ในบ้าน วราลีบอกว่าให้ตนพูดกับแม่ก่อนดีกว่า

“แต่ยังไงผมก็ต้องไปกราบขอขมาแม่นะลี แม่จะไม่หายโกรธก็ไม่เป็นไร แต่ผมต้องทำในสิ่งที่ผมควรทำ...แล้วลีล่ะ ที่ว่าเจอเรื่องแย่ๆ เจอเรื่องอะไรมา” วราลีจะร้องไห้ขึ้นมาอีก “อยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ ลีไม่ร้องตอนนี้เดี๋ยวก็ขึ้นไปนอนร้องไห้คนเดียวอยู่ดี และถ้าไม่อยากพูดเรื่องที่ทำให้ลีร้องไห้ก็ไม่ต้องพูด เอาไว้สบายใจตอนไหนแล้วอยากเล่าให้ใครสักคนฟัง ค่อยนึกถึงผมก็ได้”

ท่าทีที่เข้าใจ อบอุ่นของก้องภพได้ใจวราลีจนยอมให้เขากอดปลอบ

เมื่อวราลีเข้าไปหาแม่วัน แม่วันถามว่ามันไปแล้ว หรือ วราลีขอให้แม่ยกโทษให้ก้องภพเถิด แม่บอกว่าเขาทำให้ลีเสียใจ

“ไม่ใช่เขาคนเดียวสักหน่อยที่ทำให้ลีเสียใจ”

วราลีบอกแม่ ใจคิดถึงภีมที่เพิ่งมีเรื่องกัน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ปูเป้” รุกหนัก ดึง “แบงค์” มาจุ๊บ เสิร์ฟฟินแฟนละคร “คทาสิงห์”

“ปูเป้” รุกหนัก ดึง “แบงค์” มาจุ๊บ เสิร์ฟฟินแฟนละคร “คทาสิงห์”
20 มิ.ย 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2564 เวลา 10:28 น.