ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กามเทพปราบมาร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แดนชนเดินลิ่วมาคว้าจักรยานขี่ออกไปอย่างเร็ว ลูกปลาถามว่าจะไปไหนก็ไม่ตอบ สมองอื้ออึง หัวใจเจ็บปวดเมื่อคิดว่าผู้หญิงที่ตนรักปันใจให้ชายอื่น ลูกปลาตามออกมองหาด้วยความเป็นห่วง...แต่ไม่เห็นเขาแล้ว

หลังจากที่ภีมบอกกับเบนว่าจะตัดใจจากวราลีแล้ว เขาก็เครียด กลับจากออกกำลังกายเปิดประตูห้องเข้าไป เขาตะลึงอึ้งเมื่อเห็นวราลีนั่งไขว่ห้าง กอดอกหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ที่โซฟา เขาตกใจบอกว่านึกว่าเธอกลับไปแล้ว วราลีไม่สนใจถามว่า

“ทำไมบอสบอกแดนว่าบอสชอบฉัน” ภีมอึ้งค้าง วราลีเดินเข้าไปเผชิญหน้า “บอสจะพิสูจน์ให้ฉันเห็นใช่ไหมว่าแดนเป็นเด็กที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล”

ภีมถามอย่างไม่สบายใจว่าเธอทะเลาะกับแดนมาหรือ วราลีบอกว่าใช่ เขาหึงตนกับบอส ภีมขอโทษบอกว่าตนไม่อยากให้เธอกับแดนมีปัญหากัน แต่พอเธอถามว่างั้นบอสต้องการอะไร เขาบอกว่าไม่ต้องการอะไร

วราลีคาดคั้นถามต้องการคำตอบ เพราะลึกๆแล้วเธออยากรู้ว่าเขาคิดยังไงกับเธอแน่ เมื่อภีมไม่ยอมบอกเธอสรุปว่า

“ถ้าบอสไม่พูด ฉันจะคิดว่าบอสชอบฉันจริงๆ” ภีมจ้องหน้าอย่างคาดไม่ถึงว่าเธอจะสรุปอย่างนี้ วราลีรุกต่อ “พูดออกมาสิคะ ฉันรอฟังอยู่”

ภีมพูดไม่ออก แต่ยอมรับผ่านสายตาว่าใช่ ทำให้วราลีสับสนไม่แน่ใจว่าเขาคิดยังไงกับตนแน่ แต่แล้วเมื่อเขานึกถึงความเจ็บปวดที่ตัวเองโดนแย่งคนรัก เขากลับใช้นิ้วจิ้มหน้าผากวราลีผลักออกไป ถามทีเล่นทีจริงว่า

“ไง เจอผมรับมุกเข้าไป ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเลยหรือ” เธอถามเสียงแผ่วว่าบอสแกล้งตนหรือ “อืมม สนุกดี แล้วคุณก็ฟังผมให้ดีๆนะ ที่ผมบอกน้องแดนชนว่าผมชอบคุณ เพราะว่าผู้ชายทุกคน เวลารู้ว่ามีใครอีกคนหมายปองคนคนเดียวกับเขา เขาจะยิ่งรักยิ่งหวง ยิ่งอยากได้เป็นเจ้าของ ผมอยากช่วยคุณให้ลงมาจากคานทองเสียที คุณจะได้ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นหลุมดำของออฟฟิศ”

วราลีมองเขาอย่างผิดหวัง ภีมยังคงพูดต่อไปเหมือนผู้ใหญ่หยอกเด็กว่า

“ฝากบอกกิ๊กเด็กของคุณด้วยนะว่าไม่ต้องเสียเวลามาหึงผมกับคุณ เพราะคนอย่างผมไม่ได้อับจนหนทางถึงขนาดจะต้องทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด โดยเฉพาะไก่แก่หนังเหนียวเหี่ยวนิดๆอย่างคุณ สเปกผมต้องเป็นผู้หญิงอ่อนหวานอ่อนโยนและอ่อนเยาว์ไม่ใช่ผู้หญิงสตรอง ชอบสั่ง ชอบขัด ชอบเถียง ชอบช็อปปิ้งแบบคุณ!”

วราลีช็อกเสียใจ แล้วยิ่งช็อกเมื่อภีมเดินเข้ามาพูดเน้นๆ เหมือนจะให้ทุกคำพูดทะลวงเข้าไปถึงหัวใจเธอว่า

“เชื่อไหม ต่อให้ผู้หญิงทั้งโลกเหลือคุณคนเดียว ผมยังต้องคิดดูก่อนเลย สำหรับผม คุณไม่ใช่จริงๆ”

“ฉันเข้าใจแล้ว งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”

เธอเจ็บปวดเกินกว่าจะพูดอะไรได้มากกว่านี้ หันเดินออกไปเลย

เมื่อวราลีออกไปแล้ว ทั้งเธอและภีมต่างเศร้ากับรู้สึกลึกๆของตัวเอง

ooooooo

ลูกปลาเป็นห่วงแดนชนมาก รอเขาอยู่ที่ร้านกาแฟถูกยุงกัดก็อดทนจนหลับไป แดนชนกลับมาพร้อมกระถางต้นไม้เล็กๆหนึ่งกระถาง เขาจอดรถแล้วเข้ามาเรียกหลายครั้งลูกปลาจึงตื่น

“พี่แดน!! ไอ้บ้าพี่แดน!! หายหัวไปไหนมา”

แล้วพรั่งพรูความเป็นห่วงเป็นใยออกมายาวเหยียด

“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง พี่ไปช่วยลุงที่ขายต้นไม้ประจำของพี่เพาะต้นกล้าเพลินไปหน่อย ลุงแกให้ต้นกล้ามาด้วย” ลูกปลาถามว่าเรื่องพี่ลีเขาโอเคหรือเปล่า “ไม่ค่อยโอเค แต่ก็พยายามอยู่”

“ความรักของพี่กับพี่ลียังเป็นแค่ต้นกล้าเล็กๆถ้าพี่ยอมรับความจริงว่าต้นกล้าต้นนี้จะไม่สามารถเจริญเติบโตขึ้นเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ดีได้ พี่แค่หยุดรดน้ำ...ไม่กี่วันมันก็จะตาย แต่ถ้าพี่ยังดื้อดึงที่จะปลูกต้นกล้าตนนี้ต่อไปจนมันเติบโตมีรากมั่นคง พี่จะทำลายมันยาก” ลูกปลาพยายามกล่อมใจเขา แดนชนฟังอย่างตั้งใจ แล้วยิ้มบอกลูกปลาว่า

“พี่จะพยายามทำใจให้ได้เร็วที่สุดแล้วกันนะ ขอบใจมากน้องรัก”

คืนนี้แดนชนนอนหลับที่เก้าอี้ยาว ลูกปลาเอาผ้าห่มมาคลุมให้อย่างเบามือ มองหน้าเขาด้วยความรัก พึมพำ...

“ลืมเขาให้ได้นะพี่แดน”

ooooooo

ที่คอนโดหรู...ภายในห้อง มือหนึ่งกำลังระบายสีรูปดอกลีลาวดีเสร็จสมบูรณ์พอดี มือที่จับพู่กันนั้น ที่นิ้วนางข้างซ้ายสวมแหวนที่มีตัวอักษร “KL” สวยงามเด่นชัด

วันต่อมาก็มีเมสเซนเจอร์เอาห่อของขวัญที่เป็นทรงกรอบรูปขนาดกลางมาส่งที่บ้านวราลี อาพอเอาเข้าไปให้ วราลีถามว่าใครส่งมา อาพอบอกว่าเขาไม่ได้บอก แล้วกุลีกุจอจะช่วยแกะ วราลีบอกไม่ต้องตนแกะเอง พูดอยู่หลายครั้งอาพอจึงไป

“เป็นอะไร อารมณ์ไม่ดีมาหลายวันแล้ว สงสัยจะเป็นปัญหาหัวใจ” อาพองึมงำปากยื่นปากยาวขณะเดินออกไป

วราลีแกะออกมาเป็นภาพวาดดอกลีลาวดีสวยมาก เธอสงสัยว่าใครส่งมาให้ที่หน้าบ้านเธอมีรถมาจอดอยู่ห่างประตูเล็กน้อย ชายหนุ่มหล่อมาดดีนั่งในที่คนขับ มือที่จับพวงมาลัยใส่แหวน “KL” ที่นิ้วนางข้างซ้าย...เขาคือ “ก้องภพ” อดีตคนรัก...รักครั้งแรกของวราลีนั่นเอง...

ทีแรกวราลียังนึกไม่ออกแต่พอดูที่มือถือเห็นเป็นวันที่ 23 มกราคม 2560 เธอก็นึกได้...

เมื่อ ๙ ปีก่อน เธอวงวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๑ และเขียนว่า “๑ year anniversary” อย่างมีความสุขประสาคนกำลังอินเลิฟ วันนั้นเธอให้แหวนที่สลักอักษร “KL” หมายถึง ก้องภพกับลี ให้เขาเป็นของขวัญ วันนั้นเขาบอกเธอว่า

“ขอบคุณครับ ผมสัญญาว่าจะใส่ติดตัวไว้ไม่ถอดเลย งั้นถึงตาของขวัญของผมบ้าง”

เขาปิดตาวราลีพาไปยังหน้าเฟรมวาดรูป พอเปิดตาเปิดผ้าคลุมออก เป็นรูปวาดดอกลีลาวดี เธอหน้าเจื่อนเพราะรูปไม่สวยเลย ก้องภพถามว่าไม่สวยใช่ไหม เธอบอกว่าเขาวาดให้จากใจ ยังไงก็สวย

“ผมสัญญา คนตกศิลปะอย่างผมจะฝึกวาดรูปดอกลีลาวดีที่ลีชอบให้สวยให้ได้”

“ลีจะรอค่ะ”

คิดถึงอดีตแล้ว วราลีเชื่อว่าคนที่ส่งรูปมาให้เป็นใครไม่ได้นอกจาก “ก้องภพ”

เธอวางรูปวิ่งออกไปดูที่นอกรั้ว เห็นก้องภพยืนอยู่ข้างรถหรูที่จอดอยู่ ทั้งสองสบตากัน ก้องภพยิ้มนิดๆ ดีใจที่ได้เจอกัน แต่วราลีไม่ยิ้ม เธอยังเจ็บปวดกับเหตุการณ์ในอดีต เมื่อก้องภพก้าวเข้าหา วราลีถอยกลับเข้าไปในรั้วบ้านปิดประตูลงกลอน ตะโกนเรียกอาพอเสียงสั่น

อาพอวิ่งออกมา เธอรีบสั่งก่อนวิ่งกลับเข้าไปในบ้านว่า

“วันนี้ฉันไม่ต้อนรับแขก และไม่อนุญาตให้ใครเข้าบ้านเด็ดขาด!”

ก้องภพเห็นเต็มตา ได้ยินกับหู เขาเดินคอตกกลับไปที่รถ ขับออกไปอย่างผิดหวัง

เมื่อกลับเข้าบ้านแล้ว วราลีเอากรอบรูปดอกลีลาวดีที่วาดอย่างสวยงามพร้อมกระดาษห่อโยนลงถังขยะทันที!

ooooooo

วราลีโทร.ไปหาแดนชน ลูกปลาเป็นคนรับสายปดว่าเขาไม่อยู่ เขาสบายดีถ้าไม่มีใครมาสร้างเรื่องรบกวนจิตใจอีก วราลีรู้ว่าถูกลูกปลากระแนะกระแหนถามว่าหมายถึงตนหรือเปล่า ลูกปลาไม่ทันตอบ เสียงแดนชนก็ถามแทรกเข้ามา

“ปลา ใครโทร.มา”

ลูกปลาตกใจที่ถูกจับเท็จได้ ฝ่ายวราลีก็รู้ว่าลูกปลาปดเพราะหึงตนกับแดน ลูกปลายื่นโทรศัพท์ให้แดนคุยกับวราลี

ลูกปลาไปรดน้ำต้นไม้อย่างหงุดหงิด แดนชนคุยกับวราลีเสร็จเดินมาถามว่าทำไมต้องโกหกพี่ลีว่าตนไม่อยู่ ลูกปลาบอกว่าตนไม่อยากเห็นเขาเสียใจ เพราะเขากำลังจะดีขึ้นเดี๋ยวพี่ลีมาทำให้ใจอ่อนกลับไปรักเขาข้างเดียวอีก

“ไม่ต้องห่วง เรื่องของพี่กับพี่ลีจบแล้ว พี่ขอคะแนนทั้งหมดคืนมาจากพี่ลี ต่อไปนี้เราสองคนเป็นแค่พี่น้องกัน” ลูกปลาถามว่าพี่ลียอมง่ายๆหรือ “ใจพี่ลีไม่ได้รักพี่อยู่แล้ว”

ลูกปลาถามว่าแล้วใจเขาล่ะ? จะลืมพี่ลีได้หรือ แดนชนยกคำพูดของลูกปลาที่เปรียบความรักเหมือนต้นกล้ามาพูดอย่างตัดใจได้แล้ว ลูกปลาดีใจมากให้กำลังใจพี่แดนของเธอให้สู้ๆ ตนจะเป็นกำลังใจให้

แดนชนถามว่าทำไมถึงอารมณ์ดีขนาดนี้ ลูกปลาถามเขินๆว่าไม่รู้จริงๆหรือ แดนชนถามว่าแล้วตนจะรู้ได้ยังไง ลูกปลาพูดเป็นนัยว่าให้เลี้ยงปลาไว้กินเองบ้างจะได้ฉลาดเข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้น

“อะไรของมัน” แดนชนบ่นงงๆ

ooooooo

วราลีไปที่ออฟฟิศ เจอนันทิสาที่หน้าลิฟต์

ถามว่าเป็นอะไร ช่วงนี้ดูอารมณ์ไม่ดี อาพอก็โทร.มาบอกให้ตนช่วยดูแลเจ๊ด้วย ถามว่าตกลงเป็นอะไร ทะเลาะกับแดนหรือเปล่า

“ไม่รู้สิมันเบื่อๆบอกไม่ถูก...ไม่เกี่ยวกับแดนหรอก แต่เกี่ยวกับ...”

“บอสเหรอ” นันทิสาดักคอ วราลีถามว่ารู้ได้ไง “อย่างเจ๊จะมีใครทำให้อารมณ์แปรปรวนได้ นอกจากบอส”

ทันใดนั้น เบนก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกวราลีให้ไปเคลียร์ปัญหาให้ทีเพราะตนกับพราวไม่ไหวจะรับมือแล้ว วราลีถามว่าใคร เบนไม่ทันบอก ก็มีเสียงโวยวายออกมาว่า

“ผมจาอาวววววว!”

เขาคือ ทองปาน ชายวัย 50 เศษที่รูปร่างหน้าตาไม่ดีแล้วนิสัยยังเหมือนเด็กปัญญาอ่อน นั่งร้องไห้คร่ำครวญที่พื้นใกล้โต๊ะทำงานของแพรวพราว ว่าอยากมีเมีย มาใช้บริการของคิวปิดฮัทแล้วก็ยังหาเมียไม่ได้ โวยวายว่าคิวปิดฮัทไม่ได้บอกพวกผู้หญิงใช่ไหมว่าตนรวย มีเชื้อสายผู้ดีเก่า ทวดเป็นถึงคหบดี มีมรดกเป็นร้อยล้าน ที่ดินอีกร้อยกว่าไร่

“เคยเห็นหน้าที่ไหน” เหมือนดาวดูอยู่คลับคล้าย คลับคลาว่าเคยเห็นแต่นึกไม่ออก

วราลีเข้ามาบอกว่าเราแจ้งคุณสมบัติของเขาที่อีกฝ่ายควรรู้ไปหมดแล้ว ทองปานถามว่าแล้วทำไมพวกเธอ เหล่านั้นถึงไม่ยอมเป็นเมียตน หาว่าคิวปิดฮัทดึงเกมเพื่อดูดเงินจากตน

แล้วจู่ๆทองปานก็รวบวราลีไปเป็นตัวประกัน

เอาคัตเตอร์จี้ยื่นคำขาดให้เอาลูกค้ามาให้ตนเลือกอายุไม่เกิน 30 สูงไม่ต่ำกว่า 165 พราวบอกว่าเราทำไม่ได้เพราะเป็นกฎของบริษัท ทองปานลากวราลีไปที่ลิฟต์ เบนบอกให้รีบโทร.เรียกตำรวจ ถูกเหมือนดาวท้วงติงว่า ไม่ได้เพราะนั่นจะทำให้ภาพลักษณ์บริษัทเสียหาย

“โอ๊ย...เพราะคิดแบบนี้ถึงไม่ค่อยมีใครรัก ตอนนี้ความปลอดภัยของน้องลีสำคัญที่สุด ภาพลักษณ์อะไรเอาไว้ก่อนเถอะ” เบนโวย แล้วทั้งเบน พราว นันทิสาและเหมือนดาวก็ตามทองปานที่ลากวราลีไป

วราลีหว่านล้อมทองปานว่าเขาทำอย่างนี้ยิ่งจะหาแฟนไม่ได้ อ่อยว่าตนมีเพื่อนหลายคนตรงตามสเปกของเขาเดี๋ยวจะแนะนำให้ ทองปานบอกว่าสายไปแล้ว

ภีมรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะทรงพลกำลังขับรถมาออฟฟิศ เขาเป็นห่วงวราลีมาก บอกให้พยายามกล่อมเขาไว้อย่าให้ทำร้ายลีเด็ดขาด แต่รถติดมาก ภีมตัดสินใจลงจากรถวิ่งไป มาถึงออฟฟิศ ทองปานกำลังคลั่งด่า คิวปิดฮัทว่าเป็นบริษัทต้มตุ๋น

ภีมแหวกเข้าไปสบตากับวราลีพอดีต่างโล่งใจที่เห็นกัน เขาพยายามเข้าไปแก้ปัญหาแต่เหมือนดาวร้องห้ามบอกว่าอันตรายรอตำรวจดีกว่า ภีมสะบัดบอกว่า “ใครจะรอก็รอ ผมไม่รอ”

ภีมสบตากับวราลีพยักหน้าส่งสัญญาณให้เธอนิ่งๆ และอย่าร้องไห้ วราลีทำตามทันที คนที่มุงดูอยู่ถามกันว่าคุยกันรู้เรื่องด้วยหรือ อัครมงคลบอกว่า “สองคนนี้แค่มองตาก็คุยกันรู้เรื่องแล้ว”

ภีมกล่อมทองปานให้เข้าใจความรักและเชื่อมั่นในความรัก บอกว่าเขายังไม่พบคนที่ใช่เพราะหัวใจเขายังไม่เชื่อในความรัก ที่เขาอยากมีเมียเพราะต้องการมีเมียไว้รับใช้ กับอยากมีใครไว้รัก เป็นคนละความหมาย แบบแรกเรียกว่าความเห็นแก่ตัวไม่ใช่ความรัก ทองปานด่าว่าอย่ามาน้ำเน่า ฟังแล้วจะอ้วก ภีมจึงยกตัวอย่างให้ฟังว่า

“ผมก็เหมือนคุณเคยเลี่ยนกับคำนิยามของความรักที่ใครๆพูดกันว่าความรักคือการเสียสละครับ ไม่ใช่การครอบครอง ผมไม่เคยเชื่อ จนกระทั่งมันเคยเกิดขึ้นกับตัวเอง” ภีมมองวราลีอย่างมีความหมาย “เมื่อคุณรัก...แค่ได้เห็นเธอยิ้ม หัวเราะ คุณก็จะมีความสุข หรือไม่ว่าเธอกำลังมีรัก คุณก็จะสุขใจไปด้วยแม้ว่าคนที่เธอรักจะไม่ใช่คุณก็ตาม”

ทุกคำพูดของภีม กระทบใจวราลีจนเธอใจเต้นแรง ทองปานรู้สึกจากมือที่พาดอยู่แถวเนินอกของเธอ เขาถามงงๆ “ทำไมหัวใจเต้นแรงนักวะ” พลางก้มดู ภีมอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าชาร์จทันที

ทองปานกวัดแกว่งมีดคัตเตอร์ในมือป้องกันตัว ภีมชิงตัววราลีไปได้แต่เธอก็ได้รับบาดเจ็บที่มือ ส่วนทองปานถูกนันทิสาพุ่งเข้าไปเตะตัดขาล้มลงจับเขา

คว่ำหน้ากับพื้นกระแทกเข่าใส่หลังจนทองปานร้องลั่น ในที่สุดก็สิ้นฤทธิ์

ooooooo

ที่ร้านกาแฟของแดนชน ลูกปลากับแดนชนกำลังจัดร้านพลางดูข่าวจากทีวี เห็นรายงานสดจากเหตุการณ์ที่คิวปิดฮัทในจังหวะที่ภีมพุ่งเข้าชิงตัว
วราลีมาได้พอดี แดนชนตกใจออกจากร้านไปคิวปิดฮัททันที

ภีมร้องทักแปลกใจว่ามาได้ยังไง แดนชนบอกว่าตนเห็นข่าวจากทีวีเลยรีบมา พลางย่อตัวจับมือวราลีถามอย่างเป็นห่วง “พี่ลีเจ็บมากไหม” วราลีมองอย่างขอบใจบอกว่าแผลไกลหัวใจตั้งเยอะ

ภีมทนดูสองคนหวานให้กันไม่ได้บอกเบนให้จัดการเรื่องค่ารักษาคุณลีและพาไปส่งบ้านด้วย ตนต้องรีบกลับก่อน

วราลีมองตามภีมที่เดินออกไป พึมพำน้อยใจ “ไม่คิดจะถามไถ่กันบ้างรึไง” แดนชนได้ยินหันมองภีมที่เดินดุ่มออกไป พลันก็คิดอะไรบางอย่าง เขาลุกตามไปบอกภีมว่าตนมีเรื่องจะคุยกับเขา

“มีอะไรก็รีบพูดมา ฉันมีธุระต้องรีบไปจัดการ” ภีมเสียงห้วน แดนชนติงว่าธุระสำคัญที่สุดของเขาคือไปดูแลพี่ลี “ฉันไม่แย่งหน้าที่ของนายหรอก ลีเองก็คงอยากได้การดูแลจากแฟนตัวเองมากกว่าเจ้านายอย่างฉัน”

แดนชนบอกว่าตนยังไม่ได้เป็นแฟนกับพี่ลีและไม่มีวันจะได้เป็นด้วย เพราะหัวใจของพี่ลีไม่ว่างแล้ว

“หมายความว่าไง” ภีมชะงัก

“ผมไม่อยากให้ปฏิเสธหัวใจตัวเอง เพราะคิดว่าคุณกำลังแย่งผู้หญิงของผม ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายแย่งคุณมา คุณเคยสอนผมว่า...ชีวิตจะดี ต้องรู้จักสโลว์ไลฟ์และสโลว์ฮาร์ต แต่เรื่องความรัก...สโลว์มากๆระวังจะสายเกินไป”

“ลีไม่ได้เป็นแฟนใคร ลียังโสด...ลียังโสด!” ภีมพูดเหมือนพบคำตอบ แล้ววิ่งกลับไปทางที่เพิ่งเดินมา

แดนชนมองตามภีมแล้วยิ้มส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ...กว่าจะรู้เรื่องนะคุณภีม...

ooooooo

ภีมวิ่งไปหาวราลี เจอเบนรอรับยาอยู่ถามว่า

วราลีไปไหน พอเบนบอกว่าไปห้องน้ำเขาก็วิ่งไปที่ห้องน้ำหญิง แต่ก้องภพไปดักรออยู่ก่อนแล้ว พอ

วราลีออกจากห้องน้ำก็ชนเข้ากับก้องภพอย่างแรง เขาจับเธอไว้ถามว่าเจ็บมากหรือเปล่า

วราลีสะบัดออกมาเห็นแหวนที่นิ้วก้องภพ เธอมองอึ้งไม่คิดว่าเขายังใส่อยู่ บอกให้ปล่อย ตนไม่เป็นอะไร

“ผมขอโทษ...ผมขอโทษ” ก้องภพกระซิบข้างหูเธอเป็นนัยถึงอดีต พอดีภีมวิ่งนำเบนมาถึงเห็นก้องภพกอดวราลีพอดี เบนกระซิบบอกภีมว่า

“นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ช้าไปแม้เพียงเสี้ยววินาทีก็อดได้นะครับ”

ภีมเดินเข้าหาทั้งสอง ก้องภพปล่อยวราลี เธอรีบผละออกมา ภีมดึงเธอออกห่างจากก้องภพถามว่ารู้จักเขาหรือเปล่า วราลีบอกว่าเคยรู้จัก ก้องภพบอกว่าตนมีเรื่องอยากคุยกับเธอ

“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณอีกแล้ว ชีวิตของฉันมีความสุขดีอยู่แล้ว อย่ามายุ่งกับฉันอีกเลย” พูดแล้วเดินไปเลย ภีมเดินตามไป ก้องภพได้แต่มองอย่างอาลัยอาวรณ์

เมื่อไปนั่งคุยกันในสวนของโรงพยาบาล ภีม

ฟังวราลีเล่าแล้วถามอย่างไม่อยากเชื่อว่าเป็นแฟนเก่าเธอแต่เธอไม่เคยบอกใครเลยว่าเคยมีแฟน วราลีบอกว่าเขาทำให้ตนทั้งเจ็บทั้งอาย ภีมขอให้เล่าให้ฟังได้ไหม เห็นเธอนิ่งเขาบอกว่าถ้าไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไร ถามเผื่อเธอได้พูดอะไรออกมาแล้วสบายใจขึ้น

วราลีจึงเล่าอดีตเมื่อ 5 ปีก่อนให้ฟังว่า ตนเคยจะแต่งงานกับเขา แต่ในวันลองชุดแต่งงานที่บ้านที่เขาต้องมาลองด้วยแต่ไม่เห็นมา ไม่นานก็มีเสียงกริ่งประตูบ้านดัง อาพอไปเปิดประตูไม่นานก็เข้ามาบอกว่า

“คุณลีคะ คุณก้องไม่ยอมเข้ามาในบ้าน แล้วเขาก็ฝากนี่มาให้คุณลีค่ะ” พลางส่งกระดาษให้ พอเธอคลี่ออกเป็นลายมือก้องภพเขียนสั้นๆว่า

“ผมขอโทษนะลี ผมแต่งงานกับคุณไม่ได้แล้ว”

วราลีช็อก อาพอบอกว่าก้องภพมาด้วยรถของสนามบินเห็นมีกระเป๋าเดินทางด้วย วราลีวิ่งออกไปดูก็ไม่เห็นเขาแล้ว เธอวิ่งกลับมาร้องไห้โฮถามแม่ว่าทำไมก้องภพถึงทิ้งตนไป ทำไม...

เล่าแล้ว วราลีบอกภีมว่า หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ตนก็ไม่เคยได้รับคำตอบว่าทำไมเขาถึงทิ้งตนไป ภีมถามว่ายังอยากรู้หรือเปล่า เธอบอกว่าไม่เพราะชีวิตตนเดินหน้ามาแล้ว

ภีมขอให้เธอสัญญาว่าจะไม่ถอยหลังกลับไป เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ ภีมรบเร้าว่า

“สัญญากับผมนะลี ต่อให้เขามีเหตุผลอะไรที่ทิ้งคุณไป คุณจะไม่ฟัง คุณจะไม่มีวันกลับไปรักเขาเหมือนเดิม” เธอถามว่าบอสเป็นอะไรหรือเปล่า

“ผมรักคุณ...ผมรู้ตัวว่าผมรักคุณมานานแล้วแต่ผมไม่กล้าพูด เพราะผมกลัวว่าผมจะต้องเสียคุณไป แต่ตอนนี้ผมไม่กลัว เพราะผม...”

ภีมพูดไม่ทันจบก็ถูกวราลีชกหน้าเปรี้ยงแล้วลุกขึ้นทันที ภีมถามว่าชกตนทำไม เธอพูดอย่างไม่หายเจ็บว่าเห็นอยู่ว่าตนกำลังไม่สบายใจยังจะมีใจแกล้งตน

อีกหรือ ภีมยืนยันว่า “ผมไม่ได้แกล้ง ผมรักคุณจริงๆ”

วราลีเท้าความที่เขาบอกว่าจะไม่ทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด ทั้งยังพูดให้เสียใจอีกมากมาย ถามว่าใครพูด! ภีมจะชี้แจงแต่เธอทนฟังไม่ได้ สั่งให้หยุด ปรามว่า

“ถ้าบอสพูดออกมาว่าชอบฉัน รักฉันอีกแม้แต่คำเดียว บอสได้เห็นฤทธิ์ฉันแน่” พูดแล้วเดินไปเลย ภีมคอตกเจ็บใจตัวเองที่เคยพูดไปอย่างนั้น เบนเข้ามาพูดลอยๆว่า

“นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คิดก่อนพูด ศัตรูกลายเป็นมิตร พูดก่อนคิด ชีวิตจะได้กินแต่แห้ว”

ooooooo

วันนี้...เหมือนดาวขับรถกลับถึงบ้านแปลกใจที่มีรถหรูจอดอยู่ในบ้าน คิดว่ามีคนร้าย เธอเตรียมรับมือ พอเข้าไปเจอเจตต์สามีที่หย่ากันแล้วตรงเข้ากอดจูบอย่างหื่นพอเธอขัดขืนก็ลำเลิกว่าได้ค่าหย่าไปตั้งเยอะกอดจูบแค่นี้จะเป็นไรไป

เหมือนดาวถามว่าเขามาทำอะไรที่นี่ เจตต์บอกว่ามาคุยธุระกับเพื่อน ทันใดก็เห็นทองปานเดินเช็ดหน้าออกมาจากด้านใน เหมือนดาวจำได้ ทองปานทักว่า

เจอกันอีกแล้วนะครับ เหมือนดาวถามเจตต์ว่าเรื่องวันนี้ฝีมือเขาเหรอ

“ผมเคยบอกคุณแล้วนี่ ความฝันสูงสุดของผมคือ ทำลายบริษัทของไอ้ภีม”

เจตต์บอกเหมือนดาวว่าเธอต้องช่วยตนกำจัดภีม เธอไล่เขาไปให้พ้น ถูกเจตต์จับแขนบีบอย่างแรงเหวี่ยงไปปะทะกำแพง เธอเจ็บจนร้อง เจตต์ให้เธอบอกความลับของคิวปิดฮัทแล้วตนจะจ่ายให้ยี่สิบล้าน เหมือนดาว

พูดใส่หน้าว่าตนไม่มีวันโง่เชื่อเขาและทำร้ายภีมอีก

เจตต์บอกว่าตนรู้จักภีมดี ภีมไม่มีวันกลับมาหาเธออีก ตราหน้าว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่เคยต้องการอะไรนอกจากความสุขสบาย ถ้าไม่อยากโง่ก็ต้องช่วยตนเหวี่ยงเธอไปบนเตียงแล้วออกไป เหมือนดาวเปิดแขนเสื้อดูเห็นรอยที่ถูกเจตต์บีบแดงช้ำ...

คืนนี้ ขณะนั่งดื่มกันที่เคาน์เตอร์บาร์ ภีมถามเบนว่าจับคู่ให้คนอื่นได้แต่กับตัวเองทำไมถึงยากเย็นอย่างนี้

“เพราะคุณไม่ยอมทำตามใจตัวเองไงครับ พอจะทำก็ช้าเกินไป” ภีมถามว่าตนควรทำยังไง “มีแค่สองทาง สู้กับถอย ถ้าสู้คุณก็ต้องเตรียมใจไว้เลยว่าคุณกำลัง จะเจองานมหาซุปเปอร์หิน แต่ถ้าจะถอย...คุณก็ต้องคิดให้ดีว่าชีวิตนี้คุณจะได้พบคนที่ใช่หัวใจจะรักอย่างน้องลีอีกหรือเปล่า”

ภีมนิ่งไปอึดใจ ตบบ่าเบนพูดอย่างตัดสินใจแล้วว่า “ผมรู้แล้วว่าต้องทำยังไง ขอบใจมาก” แล้วออกจากร้านไปเลย

ภีมไปหาวราลีที่บ้านคืนนี้เลย จังหวะเหมาะเพราะอาพอไปเที่ยวงานวัด เขาบอกวราลีว่าในเมื่อเธอห้ามเขาพูดคำว่ารักเขาก็จะไม่พูดอีกแต่จะทำเลยประกาศว่า “ผม จะ จีบ คุณ”

วราลีบอกว่าตนมีแดนอยู่แล้ว เขาบอกว่าแต่เธอยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกับแดน ตนยินดีเป็นตัวเลือกให้

“ก็ได้ค่ะ ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าฝีมือการจีบผู้หญิงของบอสแห่งคิวปิดฮัทจะเป็นยังไง” วราลีตอบอย่างท้าทาย

ภีมโทร.ถามบรรดากามเทพของคิวปิดฮัทว่าตนจะจีบผู้หญิงควรทำอย่างไรดี แพรวพราวกับการะเกดบอกว่าเขาชอบหาของอร่อยให้กินหรือทำอาหารให้กิน ออยบอกว่าเขาตามรับตามส่งเพราะเป็นห่วง

มิลินถามว่าบอสถามเหมือนจะจีบใคร ภีมเขินแต่โพล่งบอกว่า “ผมจะจีบวราลี” ทำให้สาวๆตื่นเต้นกันมากแล้วทุกคนก็แชตบอกวราลี เสียงเรียกดังถี่ยิบ

วราลีเปิดอ่านทุกข้อความบอกว่า “บอสจะจีบเจ๊” เธอก็ยิ้มพึมพำว่า “ถือว่าเริ่มต้นดี”

ooooooo

ได้บทเรียนจากพวกสาวๆแล้ว รุ่งขึ้นภีมก็ทำแซนด์วิชอะโวคาโดใส่กล่องเตรียมไปฝากวราลี แต่ก่อนที่เขาจะไปถึง ที่ออฟฟิศก็ลือกันให้แซ่ดแล้วว่า คุณภีมประกาศว่าจะจีบคุณลี ทำเอาวราลีทำหน้าไม่ถูกขณะเดินเข้าออฟฟิศ

“บ้าจริง จะประกาศอะไรนักหนา” เธอเดินบ่นเขินๆ แต่แอบหยิบตลับแป้งออกมาเติมหน้า

เพราะกลัวตัวเองจะเสียวราลีไป ภีมเดินหน้าจีบเธออย่างโฉ่งฉ่าง ทั้งประกาศให้ทุกคนรู้และรุกอย่างเปิดเผย

แต่ขณะที่ความรักกำลังจะผลิบานนั่นเอง ก็มีมารมาขวาง เมื่อเหมือนดาวมาร้องไห้กับภีมว่าถูกเจตต์ทำร้ายจนแขนช้ำ ภีมโกรธเจตต์ที่ทำร้ายผู้หญิง เขากอดปลอบจะพาเธอไปโรงพยาบาล วราลีเปิดประตูเข้ามาเห็นพอดี เขาบอกวราลีว่าตนจะไปธุระเดี๋ยวกลับ บอกว่าทำแซนด์วิชมาให้กินเสีย

“เมื่อเช้าเพิ่งประกาศกับทุกคนว่าจะจีบฉันแต่มายืนกอดกับแฟนเก่า! มันอะไรกัน!!”วราลีเข้าใจไม่ได้

เหมือนดาวรุกภีมหนัก หลังจากให้หมอตรวจและได้ยามาแล้ว เธอทำทีสารภาพผิดที่แต่งงานกับเจตต์ทั้งที่ไม่รู้จักเขาดีและบอกภีมเรื่องที่เจตต์พยายามจะทำลายคิวปิดฮัทโดยใช้ทองปานเป็นเครื่องมือ

ภีมนัดทองปานไปพบขณะเดียวกันก็นัดบรรดาว่าที่เขยของคิวปิดฮัทไปพบด้วย แนะนำให้ทองปานรู้จักโรมที่เป็นทนายความ อินทัชที่เป็นตำรวจสากล

และอัทธ์ที่เป็นสถาปนิกที่กำลังคิดสร้างสุสานบอกว่าถ้าสนใจโทร.ติดต่อได้โดยตรง

ทองปานเจอทั้งทนายมือดี ตำรวจสากลที่จับตายคนร้ายมานักต่อนัก และสถาปนิกที่กำลังคิดสร้างสุสานก็หนาว พอดีเจตต์โทร.มาทองปานบอกว่าภีมรู้แผนการของเราแล้ว และขอถอนตัวไม่เอาด้วยยังไม่อยากเข้าคุก

เมื่อทองปานหนีไปแล้วภีมขอบคุณว่าที่เขย

ทั้งสามและบอกว่าตนกำลังจีบวราลี ขณะเดียวกันก็ขอร้อง ให้ทุกคนปิดเรื่องทองปานกับเจตต์ไว้เพราะเหมือนดาวเป็นคนบอกไม่อยากให้เธอเดือดร้อน โรมเตือนภีมให้ระวังเพราะผู้หญิงทุกคนเป็นโรคแพ้แฟนเก่า ภีมบอกว่าตนบอกวราลีแล้วว่าคิดยังไงกับเธอ เธอคงไม่คิดว่าตนจะมีใจให้ผู้หญิงอื่นโดยเฉพาะเหมือนดาว

วราลีใจจดจ่อคอยว่าเมื่อไหร่ภีมจะกลับมา เบนเข้ามาบอกว่าเมื่อกี๊ภีมเพิ่งโทร.มาฝากบอกเธอว่าเย็นนี้ให้อยู่รอเพราะจะมารับไปดินเนอร์กันและตนก็จองโต๊ะไว้แล้วด้วย

แต่แล้วก็มีเหตุให้ภีมมาไม่ได้ตามนัดเพราะเมื่อเขาไปส่งเหมือนดาวที่บ้านเจอเจตต์ไปคอยอยู่ก่อนแล้ว เจตต์ตรงเข้ากระชากเหมือนดาวถามว่าเธอเป็นคนบอกแผนของตนกับภีมใช่ไหม ภีมถามว่าตนทำอะไรให้เขาไม่พอใจถึงได้ทำตัวเป็นหมาลอบกัดตนแบบนี้

เจตต์หาว่าภีมแทงข้างหลังตน ขโมยไอเดียเปิดบริษัทจัดคู่ที่เมืองไทย ภีมโต้ว่าเรื่องนั้นผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ปัจจุบันสังคมไทยเปิดกว้าง ตนคิดทำธุรกิจนี้ด้วยตัวเอง ไม่ได้ขโมยไอเดียของเขาเลย ลืมไปแล้วด้วยว่าเขาเคยพูดเรื่องนี้ไว้

ถูกภีมโต้และเหมือนดาวก็ไปอยู่ข้างภีม เจตต์จึงกลับไปอย่างหัวเสีย อาฆาตว่า “อย่าคิดว่ากูจะยอมแพ้พวกมึง!”

ภีมคิดว่าเหมือนดาวอยู่ที่บ้านคงไม่ปลอดภัย จึงพาเธอไปพักที่คอนโดของเขา ส่วนตัวเขาจะไปนอนกับแม่ที่บ้าน

ooooooo

วราลีคอยอยู่จนหิว แล้วเบนก็มาบอกว่าภีมให้มาบอกว่าดินเนอร์คืนนี้ต้องแคนเซิลเพราะภีมติดธุระ วราลีหิว อาพอก็ไม่อยู่จึงไปต้มน้ำร้อนเองเพื่อชงบะหมี่สำเร็จรูปกิน

เหมือนดาวสำรวจห้องของภีมอย่างมีความสุขที่ได้อยู่ห้องหรู เหลือบเห็นหนังสือที่วราลีให้ภีม เปิดดูเห็นข้อความที่เขียนให้ก็จิกตาเจ้าเล่ห์ โทร.ไปหาวราลีทันที

วราลีได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่อยู่ข้างบนจึงขึ้นไปรับ เหมือนดาวทำเป็นถามว่าปุ่มกดน้ำจากุซซีในห้องน้ำภีมเสียหรือเปล่าตนเปิดไม่ได้ เพื่อให้วราลีรู้ว่าตนอยู่ที่คอนโดของภีม ได้ผล...เพราะวราลีอึ้งนานแต่เมื่อบอกแล้ว เหมือนดาวก็ทำทีว่าเจอและเปิดได้แล้ว เอ่ยกู๊ดไนต์แล้ววางสายเลย

วราลีอึ้งอยู่นานเพราะภีมเพิ่งบอกว่าจะจีบตนเมื่อเช้านี้เองแต่คืนนี้ก็พาแฟนเก่ามาขึ้นคอนโด ถามอย่างรับไม่ได้ว่าทำไมต้องหลอกตน พอดีเสียงกาน้ำเดือดร้องวี้ดๆ เธอรีบวิ่งลงไปดู ตกใจที่กาน้ำไหม้รีบจับยกลงไม่ได้เอาผ้ารอง เลยร้อนจนปล่อยกาทิ้งสะบัดมือเร่าๆ

“ลีเป็นอะไร” เสียงก้องภพถามอย่างเป็นห่วง เธอถามว่าเข้ามาได้ยังไง เขาบอกว่าประตูไม่ได้ล็อก! ก้องภพเห็นมือเธอถูกลวกหยิบมีดจะไปตัดว่านหางจระเข้มาทาให้ วราลีกลัวเขาเห็นต้นลีลาวดีที่เขาให้ยังปลูกอยู่จึงตามไปห้าม แต่เขาเห็นต้นลีลาวดีแล้ว วราลีจึงบอกว่าแค่คิดว่ามันเป็นต้นไม้ไม่มีความผิดอะไร ก้องภพบอกว่ายังไงตนก็ดีใจ แล้วจะไปตัดว่านหางจระเข้ วราลีบอกว่าตนไม่เป็นอะไรบอกให้เขากลับไปเสีย ยื้อยุดกันจนก้องภพถูกมีดบาดเป็นทางยาว

วราลีขอโทษ เขาบอกไม่เป็นไรเจ็บแค่นี้เทียบไม่ได้กับที่ตนทำให้เธอเจ็บ เธอถามว่าทำไมเขาจึงทิ้งตนไป ก้องภพบอกว่าทิ้งไปเพราะรักเธอ วราลีเข้าใจไม่ได้ เขาจึงเล่าเหตุการณ์เวลานั้นให้ฟังว่า...

เมื่อห้าปีก่อนครอบครัวตนโดนฟ้องล้มละลาย คุณพ่อเครียดเส้นโลหิตในสมองแตกเป็นอัมพาต ตนต้องพาไปรักษาตัวที่เมืองนอกแต่ต้องปิดข่าวเพื่อไม่ให้กระทบถึงบริษัทที่พ่อขายให้เพื่อน ต่อมาพ่อก็จากไป ไม่นานแม่ก็ตามพ่อไปอีก เขาเองก็ต้องทำงานเพื่อเอาเงินมารักษาพ่อและสร้างฐานะขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ตอนนั้นตนทำอย่างนั้นเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาของเธอ

วราลีเล่าถึงความฝันในการสร้างครอบครัวของตน ถามว่าตนทำอะไรผิด ไม่ดีตรงไหน คนที่บอกว่ารักถึงได้ทิ้งตนไป เขายืนยันว่าทำไปเพราะรักเธอ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ตนก็จะทำอย่างนั้น ห้าปีที่ผ่านมาตนรู้ว่า

ตัวเองขาดเธอไม่ได้ ถ้าเธอยังไม่มีใครอยากให้เรากลับมาเหมือนเดิม

วราลีบอกว่าเรากลับมาเป็นได้แค่คนรู้จักกันเท่านั้น ก้องภพบอกว่าก็ยังดี ยิ้มอย่างมีความหวัง

ooooooo

รุ่งขึ้น ก้องภพทำแซนด์วิชอะโวคาโดที่วราลีชอบใส่กล่องมาให้เธอ วราลีรับไว้คิดอะไรบางอย่าง ภีมทำแซนด์วิชมาให้แก้ตัวเมื่อวาน เธอบอกว่าก้องภพทำมาให้แล้วรวมทั้งดอกไม้ด้วย ภีมถามว่าไหนบอกว่าเกลียดเขาแล้วรับของเขาทำไม หรือกลับไปคืนดีกันแล้ว วราลีย้อนว่าเหมือนดาวก็เคยทิ้งเขาไปยังกลับมาทำงานกันได้เลย

“ผมขอสั่งคุณ ผมไม่ให้เขาเข้ามายุ่งกับคุณ ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม” ภีมประกาศิต วราลีบอกว่าเขาไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของตน “ผมสั่งคุณในฐานะว่าที่แฟน ว่าที่เจ้าบ่าว ว่าที่สามี และว่าที่พ่อของลูกคุณ”

“แต่ตอนนี้บอสเป็นแค่ตัวเลือกของฉัน และบอสก็บอกเองว่า ตราบใดที่ฉันยังไม่ตกลงเป็นแฟนกับใครฉันก็มีสิทธิ์เลือก คงจะไม่แปลกถ้าฉันจะให้อดีตคนรักของฉันเป็นตัวเลือก”

ขณะภีมกำลังทั้งหึงทั้งโมโหนั้น การะเกดก็เข้ามาบอกว่าก้องภพมาหา

เมื่อวราลีออกไปพบ ก้องภพบอกว่าตนมาเสนอโปรเจกต์ทำโฆษณากับคิวปิดฮัท

ก้องภพเสนอโปรเจกต์โฆษณากาแฟ twin ในคอนเซปต์ที่ว่า “ความหวานของเราไม่เท่ากัน” โดยให้ลูกค้าเป็นผู้กำหนดความหวานเอง งานนี้อยากได้คู่รักจริงๆ เกิดจากคิวปิดฮัทอีก 3-4 คู่มาร่วมแสดงโฆษณา

ภีมฟังแล้วตกลง ยังความแปลกใจแก่ทุกคน โดยเฉพาะเบนเห็นว่านั่นยิ่งจะเปิดโอกาสให้ก้องภพกับวราลีใกล้ชิดกันมากขึ้น ภีมบอกว่าดีจะได้อยู่ในสายตาของตนจะได้ขัดขวางได้ถูกทาง

ก้องภพกลับมาอีกครั้งบอกภีมว่าเรื่องนี้อย่าให้วราลีรู้เด็ดขาด เพราะคู่รักที่จะมาร่วมแสดงตนขอแค่ 3 คู่ อีกคู่ตนจะแสดงกับวราลีเอง ภีมติงว่าเขาต้องการคู่รักจริงๆไม่ใช่หรือ เขาแกล้งทำอย่างนี้จะไม่เป็นการโกหกหรือ

“ผมไม่ได้แกล้งครับ ผมจะทำให้ลียอมกลับมาเป็นคู่รักกับผมให้เร็วที่สุด” ภีมถามว่าแล้วถ้าเขาทำไม่ได้ล่ะ “ผมทำได้แน่นอนครับเพราะผมมั่นใจว่าลียังรักผมอยู่”

ภีมเครียด เบนมองหน้าแล้วถอนใจยาว...บอสเอ๊ย...

เมื่อเจอคู่แข่งมีแรงขนาดนี้ ภีมเรียกประชุมบริษัท ประกาศจะสมัครเป็นลูกค้าของทุกคน จะให้รางวัลทุกอย่างยกเว้นหัวใจกับตัวถ้าจับคู่ให้ตนกับวราลีได้สำเร็จ ทุกคนกรี๊ดกร๊าดสนั่น

นอกจากอาศัยทุกคนช่วยกันแล้วตัวภีมเองก็เช็กเวลาในกิจกรรมต่างๆของวราลีแล้วบอกเธอว่า วันนี้เธอว่างฉะนั้นจะทำให้เวลาของเธอมีความหมายมากขึ้นด้วยการพาเธอไปดินเนอร์ วราลีถามอึ้งๆว่านี่คือการชวนไปนัดเดตหรือ?

ทันใดนั้น ก้องภพก็โทร.เข้ามาถือเธอชวนไปดินเนอร์เย็นนี้ วราลีแกล้งภีมตกลงไปกับก้องภพต่อหน้าภีม เขาไม่พอใจท้วงติงว่าตนชวนก่อน วราลีแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าตนเซย์เยสกับก้องภพก่อน วันหลังให้เขามาเร็วกว่านี้ เขาหาว่าเธอแกล้ง

“บอสก็ ทำไมฉันต้องแกล้งบอสด้วยคะ ฉันแค่กำลังใช้ความสาวโค้งสุดท้ายเลือกคนที่เหมาะสมกับฉันอยู่เท่านั้นเอง”

วราลีปั่นหัวภีมอย่างสนุก ภีมมองเธออย่างเอาเรื่อง ไม่ยอมแพ้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 17:07 น.