ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กามเทพปราบมาร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อกามเทพสาวสวยของคิวปิดฮัทถูกภีม บอสร็อตไวเลอร์สั่งให้ไปเรียนรู้ความรักเพื่อมาจับคู่ให้กับลูกค้า กู้สถานการณ์ของบริษัทโดยตั้งโบนัสไว้ 1 ล้านบาทสำหรับผู้ที่หาคู่ได้ภายใน 1 ปี ถ้าไม่ได้ต้องถูกออกจากงาน!

ผ่านไปไม่ถึงปี กามเทพสาวของคิวปิดฮัทก็ถูกชายหนุ่มสอยไป 7 คนแล้ว! และวราลีสาวโสดคนสุดท้ายเลขาคู่ใจของภีมยังมาลาออกอีก แต่ก่อนจะเสียเธอไปภีมก็รู้หัวใจตัวเอง ไปขอซื้อตัวเธอคืนจากธรณ์เพื่อนรักที่วราลีจะไปทำงานด้วย วราลีเองก็ไม่อาจทิ้งคิวปิดฮัทไปได้เพราะความผูกพันทางใจ

เมื่อวราลีกลับมาทำหน้าที่เดิม ภีมพยายามที่จะสื่อให้เธอรู้หัวใจของตน เอ่ยถึงสถานะโสดของเธอบ่อยจนวราลีถามว่า

“บอสมีปัญหาอะไรกับสถานภาพโสดของฉันนักหนา”

“ผมอยากเห็นคุณมีความสุข...กับ...” ภีมพูดแค่นั้นแต่สื่อด้วยสายตา วราลีถามโพล่งว่า

“กับเงินหนึ่งล้านของบอสเหรอคะ” ภีมทำเสียงอืมม์อย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี “ฉันมีความสุขได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้ชายและเงินของบอสค่ะ”

“อย่าเพิ่งพูดถ้าคุณยังไม่เคยลอง”

“งั้นฉันจะทำให้บอสเห็นเอง...ว่าผู้หญิงที่เป็นสุขแบบโสด...หน้าตาเป็นยังไง”

จึงเป็นการเปิดฉาก “กามเทพปราบมาร” มวยถูกคู่ที่สมน้ำสมเนื้อกันอย่างที่สุด!

ooooooo

เพื่อแก้ความเหงาให้กับความโสด วราลีทุ่มเวลาหากิจกรรมทำไม่ให้มีเวลาว่าง ทั้งเข้าฟิตเนสออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง เรียนโยคะ เรียนภาษา เรียนการทำอาหาร เรียนทำการฝีมือ และอื่นๆอีกมากมายจนตัวเองก็หัวหมุน

ฝ่ายภีมใช้ความสงบสยบความพลุ่งพล่านของวราลี ด้วยลีลาและชั้นเชิงแบบของตัวเอง วันนี้เขาสั่งเบนพี่เลี้ยงที่ดูแลเขามาตั้งแต่เด็ก ที่รู้ใจและรู้ทางเขาอย่างดีว่า

“พี่เบน จองร้านให้ผมตอนสองทุ่มนะ เอาโต๊ะไพรเวทโซนเอาต์ดอร์ ลีไม่ชอบอากาศหนาว ดอกไม้บนโต๊ะ เป็นดอกลีลาวดีขาวพวงเท่านั้น...ลีชอบ อาหารเป็นสเต๊กปลาแซลมอนสุกๆ ลีไม่ชอบกินของดิบ กับซีซาร์สลัดไม่เอาเบคอนทอด...ลีชอบ แต่หลังหกโมงลีจะไม่ชอบ”

“พี่เบนว่าคุณภีมเดินเข้าไปพูดตรงๆกับคุณลีว่า...เลิฟนะยู...ง่ายกว่าเยอะ”

“ผู้ชายทั้งโลกพูดคำว่ารักกับลีได้ แต่ผู้ชายทั้งโลกไม่ได้รู้ว่าลีชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร”

“แต่ผู้หญิงทั้งโลกต้องการความชัดเจน รักก็บอกว่ารัก ไม่ใช่ ‘บ๊อกๆ’ ใส่กันแล้วให้ตีความเอาเอง”

“ผมกับลีเป็นแบบนี้กันมาห้าปี ถ้าอยู่ๆ ผมไปบอกลีว่ารัก พี่เบนคิดว่าลีจะเชื่อผมเหรอ” เบนบอกว่าไม่ลองไม่รู้

“แต่ถ้าลองแล้วผมต้องเสียลีไปล่ะ ผมทนไม่ได้อีกแล้วนะ พี่เชื่อผมเถอะ...คนเราจะเหงาอยู่สองเวลา คือว่างกับจิตตก ความรักของเจ็ดคู่นั้นทำให้ลีจิตตกแน่นอน”

ภีมพูดอย่างมั่นใจแบบ ‘รู้เขา’ และ ‘รู้เรา’ ที่จะเอาชนะวราลี สาวเก่ง สาวมั่น กามเทพโสดคนสุดท้ายของคิวปิดฮัท

แต่พอไปถึงหน้าห้องสตูดิโอ ภีม เบน อัครหยุดยืนมอง เห็นวราลีกำลังง่วนกับการสอนสาวๆ เต้นแอโรบิก

“มโนว่าคุณเควิน คุณอัทธ์ คุณทิม คุณศรันย์ ทรงพลกับอัครอยู่ข้างหน้าพวกเธอ เราจะอ่อยเขาด้วยลีลาเท้าไฟสุดเซ็กซี่ เอ้า...เริ่มอ่อยได้ค่ะสาวๆ!”

พวกสาวๆกรี๊ดแล้วเต้นสะบัดเร่าร้อนตามวราลี ภีมมองเครียดอย่างคาดไม่ถึง เบนแอบมองภีมอยู่ พูดแซวลอยๆ

“พี่ว่าคนที่จิตตก ไม่น่าจะใช่คุณลีล่ะมั้ง...”

ooooooo

ภีมเรียกวราลีออกมา ส่งนามบัตรให้ เธอรับไปดูแล้วปรี๊ดแตก!

“นายแพทย์สมประสงค์ นักบำบัดจิต! บอส!!”

“คุณกำลังเป็น anuptaphobia โรคกลัวการอยู่คนเดียว เพราะตั้งแต่น้องๆคุณมีแฟนกันไปหมด คุณก็เอาแต่บ้าหากิจกรรมทำ”

“ก็เพราะฉันไม่ต้องไปไหนมาไหนกับน้องๆ ฉันถึงมีเวลาว่างทำในสิ่งที่ฉันอยากทำ” ภีมแย้งว่าไม่จริง เพราะเธอไม่อยากให้ตัวเองว่างแล้วเหงา เหงาแล้วคิดฟุ้งซ่านว่าทำไมตัวเองถึงยังไม่มีแฟน “โอเค้...ฉันยอมรับว่าความรักของน้องๆมีผลต่อจิตใจของฉัน แต่ตราบใดที่ฉันยังทำงานให้บอสได้ดี ฉันจะทำอะไร จะคิดอะไร มันก็เรื่องของฉัน”

ภีมพูดอย่างมีความหมายว่าเรื่องของเธอคือเรื่องของตน ตนเป็นห่วงเธอ วราลีเลยบอกว่าห่วงก็ช่วยสิ ภีมถามทันทีว่าอยากให้ตนช่วยคลายเหงายังไงบอกได้เลย ตนยินดีช่วยฟรีไม่คิดตังค์

วราลีย้ำชัดว่าต้องการให้บอสช่วยเลิกยุ่งกับชีวิตส่วนตัวของตน เลิกคิดแทนตน เลิกหาว่าตนเป็นบ้า เพราะถ้าตนจะเป็นไม่ใช่เพราะความโสดแต่เป็นเพราะ...พูดทิ้งไว้แค่นั้นแล้วตัดบทว่า “เข้าใจตรงกันนะคะ” แล้วจะผละไป นึกได้หันบอกว่า

“คืนนี้บอสสั่งให้ฉันไปทานข้าวกับบอส ฉันขอยกเลิกนะคะ ฉันมีเรียนภาษาฮินดี เตรียมไปแสวงบุญที่อินเดีย”

“ลี...ผมไม่ให้คุณยกเลิก! ได้ยินที่ผมสั่งไหมลี!” ภีมร้อนใจเพราะสั่งเบนจัดฉากโรแมนติกไว้แล้ว พอดีเบนเข้ามาถามเบาๆว่าที่ร้านโทร.มาถามว่าจะเอานักดนตรี บรรเลงเพลงเพิ่มความโรแมนติกไหม ภีมเสียงขุ่นว่า “ไม่ต้อง! ยกเลิก!!”

เมื่อกลับเข้าไปในสตูดิโอ น้องๆถามว่าบอสเรียกเจ๊ไปทำไม วราลีบอกว่าไม่มีอะไร ถ้าวันไหนบอสไม่เรียกเจ๊สิถึงจะแปลก ทุกคนโล่งใจ มิลินนึกได้ชวนพรุ่งนี้ปาร์ตี้กับพวกตนนะ วราลีถามว่าธีมอะไร เดี๋ยวเจ๊จัดเต็มเลย

มิลินบอกว่าต้อนรับพริมเข้าแก๊งภาคีสีชมพู แฟนเราทุกคนก็ไปด้วย แล้วทุกคนก็คุยถึงคู่ของตนอย่างสนุกสนานหวานแหวว ต่างบอกให้เล่าเรื่องแฟนของตัวเองให้เพื่อนๆฟังกัน วราลีฟังแล้วเฉา แต่แกล้งทำร่าเริงบอกว่า

“ตายจริง! เจ๊เพิ่งนึกได้ว่าพรุ่งนี้เจ๊เรียนปักครอสติช โทษทีนะ...เจ๊ไม่ไปแล้วนะ”

บรรดากามเทพทั้ง 7 ที่กำลังมีความรักและเตรียมปาร์ตี้อวดแฟนกันเต็มที่ ได้ยินเจ๊ลียกเลิก ต่างมองหน้ากันงงๆ

ooooooo

วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุด วราลีอยู่ที่บ้าน ขณะเดินเข้าห้องครัวหงอยๆ ก็ได้ยินเสียงไลน์ดังรัวจากกรุ๊ปแชตคิวปิดฮัทที่แย่งกันเล่าบรรยากาศงานปาร์ตี้อย่างร่าเริง มีความสุข วราลียิ้มมีความสุขไปด้วย แต่พอนึกถึงตัวเองแล้วก็เศร้า...

ทันใดนั้นเองมือถือก็มีสายเข้าจาก “บอส” เธอบ่นว่าวันนี้วันหยุดนะบอส พอกดรับภีมพูดทันทีว่า

“ผมหาเพื่อนทานข้าว ผมซื้อกับข้าวที่คุณชอบมาตั้งหลายอย่าง”

วราลีปดว่าตนไม่อยู่บ้านออกไปเรียนภาษา ถูกภีมจับได้ถามว่าประตูบ้านเปิด อาพาก็ไม่อยู่ ถ้าเธอไม่อยู่แล้วใครอยู่? วราลีตกใจโผล่ดูเห็นภีมยืนถือถุงอาหารยืนโบกมือทักทายอยู่หน้าบ้านแล้ว! พอออกไปรับเธอแก้ตัวว่าไม่อยากโกหกแต่ตนไม่สบายปวดหัวอยากนอนพัก

“ไม่เป็นไร ผมไม่ถือคนบ้าไม่ว่าคนโสด” ภีมพูดประชดแล้วยื่นถุงอาหารให้ “อ่ะ...อุ่นซะ เร็วๆด้วยหิว” แล้วเดินนำเข้าบ้านไปเลย วราลีมองตามบ่นอุบอิบ...

“นี่ขนาดบอกว่าไม่สบายนะเนี่ย ยังจะใช้อีก!”

อุ่นอาหารแล้วยกมาตั้งโต๊ะ ภีมนั่งรออยู่ชี้ที่ต้นลีลาวดีพันธุ์ขาวพวง ลำต้นสีดำๆ เหี่ยวๆ ไม่มีใบถามว่าเป็นต้นที่แม่ส่งมาให้ใช่ไหม พอเธอบอกว่าใช่ก็บ่นว่า สภาพอย่างนั้น เอาเงินค่าส่งไปซื้อต้นใหม่คุ้มกว่าเยอะ

“ต้นไหนก็ไม่เหมือนต้นนี้ ต้นนี้ฉันปลูกเอง ปลูกตอนที่รักกับแฟนเก่า” ภีมตื่นเต้นว่าเธอมีเรื่องอย่างนี้ด้วยหรือ ถามว่าเขาเป็นใคร เธอทำหน้าตึงถามว่าถามทำไม ภีมบอกว่าอยากรู้ว่าเธอชอบผู้ชายแบบไหน

วราลีกระชากเสียงว่าแบบไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่แบบบอส ภีมแซวว่าระวัง เกลียดอย่างไหนจะได้อย่างนั้น ถามหยั่งเชิงว่า แสดงว่าเธอยังไม่ลืมแฟนเก่าสิ เธอบอกว่าลืมแล้ว ภีมดักคอว่า “งั้นจะยังเก็บต้นรักไว้ดูต่างหน้าทำไม”

“ฉันรักคนผิด แต่ต้นไม้ไม่ได้ผิดอะไร ทำไมฉันจะต้องทิ้ง” แล้วตัดบทเร่งให้ทานข้าวเสียบ่นว่าหิวไม่ใช่หรือ ภีมถามว่าไม่กินด้วยกันหรือ เธอบอกว่า เพิ่งกินยังอิ่มอยู่ นึกได้ถามว่า “บอสคะ ปีนี้ผลประกอบการ ของเราดี ฉันว่าถึงเวลาแล้วที่บอสจะส่งบริษัทเราเข้าชิงรางวัลบริษัทในเครือดีเด่นได้แล้วนะ ยิ่งตอนนี้คุณเควินเป็นเพื่อนเขย เราก็ยิ่งมีความหวัง”

“ถ้าได้รางวัลเพราะเส้นสาย ผมไม่เอา” เธอติงว่า แต่บอสอยากได้รางวัลนี้ “ผมได้ตอนอายุหกสิบก็ยังไม่สาย”

วราลีเห็นภีมตักแกงหอยขมขึ้นมากินอย่างทุลักทุเล ถามว่าทำไมไม่ซื้อแบบที่เขาแกะแล้ว ภีมบอกว่า ไม่มี

“ก็แทนที่จะเอาอย่างอื่น” วราลีบ่น แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อภีมบอกว่าก็เธอชอบ คิดว่าเธอจะกินด้วย วราลีมองอย่างรู้สึกดี “มานี่...ฉันสอนให้ หอยขม เขาเรียกอีกชื่อว่าหอยจุ๊บ เวลากินก็ดูดจ๊วบๆที่ปากมัน” แล้วก็จุ๊บหอยให้ดู ดูดสองจุ๊บเนื้อหอยก็หลุดเข้าปาก ภีมมองทึ่ง แล้วทำตาม สำเร็จ! เขาจุ๊บหอยได้แล้ว เอ่ยอย่างตื่นเต้น

“ขอบคุณมากที่สอนผมดูดหอย” พูดแล้วต่างก็ชะงักมองหน้ากันแล้วหัวเราะงอหาย

“อย่าไปพูดให้ใครได้ยินนะบอส ฉันจะเสียหายหนัก”

วราลีพูดไปขำไป เธอร่าเริงจนภีมมองอึ้งในความน่ารัก แต่เมื่อคิดถึงคำพูดของเบนที่ว่า ผู้หญิงทั้งโลกต้องการความชัดเจน รักก็บอกว่ารัก ภีมจึงเลียบเคียงถามว่าผู้หญิงชอบให้ผู้ชายจีบยังไง วราลีบอกไม่รู้ เพราะตนห่างหายจากการถูกจีบมานานมากแล้ว ภีมตื๊อให้พยายามคิดหน่อย แล้วสมมติว่า

“สมมตินะ ว่าผมจีบคุณ คุณอยากให้ผมบอกคุณ ตรงๆว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ หรือคุณอยากให้ผมทำสิ่งดีๆให้คุณ”

วราลีบอกว่าทั้งสองอย่าง แต่เน้นที่การกระทำดีที่สุด ถามว่าบอสจะจีบใครหรือ ภีมกั๊กว่าสักวันเธอก็จะรู้เอง แต่วราลีอยากรู้วันนี้ ปะเหลาะว่าถือว่าเป็นค่าวิชาสอนจุ๊บหอยขมก็แล้วกัน ภีมเลยจะบอก แต่ถูกเบน โทร.เข้ามาขัดจังหวะถามว่าผลเป็นยังไงบ้าง ภีมเซ็ง บอกว่าถ้าเขาไม่โทร.เข้ามา ป่านนี้รู้ผลไปแล้ว

แพรวพราวเดินไปเข้าห้องน้ำเห็นเบนแอบคุยโทรศัพท์อยู่กับภีม ถามว่าเจ๊เป็นอะไรหรือ

“บอสกำลังช่วยให้คุณลีไม่ให้เป็น anuptaphobia อยู่น่ะจ้ะ” แล้วขอตัวไปสีผู้ชายอีกโต๊ะ แพรวพราวเป็นห่วงวราลีหยิบมือถือเสิร์ชหาข้อมูลแล้วพบว่า anuptaphobia คือโรคกลัวการอยู่คนเดียว พึมพำ โถ...เจ๊

ฝ่ายวราลีก็พูดกับกล้องอย่างแปลกใจขณะเช็ดโต๊ะอาหารว่า...

“คุณว่าบอสแปลกๆไหมคะ ทำไมฉันรู้สึกเหมือนบอสพยายามจะบอกอะไรกับฉัน หรือว่าฉันจะเป็นผู้หญิงที่บอสคิดจะจีบ” พูดแล้วสะบัดหน้าไล่ความคิดตัวเอง “คิดบ้าอะไรเนี่ยวราลี! ถ้าบอสเขาชอบเราเขาต้องไม่ทำตัวเป็นร็อตไวเลอร์กับเราแบบนี้”

ภีมเดินมาข้างหลังทำทีถามมีอะไรจะให้ช่วยไหม แล้วถามว่าเมื่อกี๊เราคุยกันถึงไหนนะ วราลีบอกว่า บอสกำลังจะบอกว่าคิดจะจีบใคร...เขาถามว่าเธอยังอยากรู้ อยู่หรือเปล่า

“ถ้าบอสอยากบอกฉันก็อยากรู้ค่ะ ว่าใครจะเป็นผู้หญิงโชกเลือด...เฮ้ย!! โชคดีคนนั้น”

ภีมก้าวเข้าหา แต่เจ้ากั๊มเจ้ากรรม! มือถือของวราลี ดังขึ้น เธอเดินไปรับสาย ภีมแทบคลั่ง กำลังจะบอกเชียว!!

ooooooo

วราลีรับโทรศัพท์จากแพรวพราวที่อยู่กับนันทิสา และพริมา พราวทำเสียงอำๆ ถามว่าเจ๊ไม่ยุ่งอยู่ใช่ไหม เล่าว่าวันนี้ไม่สนุกเลย แล้วหันถามพรรคพวก “เนอะ...พวกเราเนอะ” นันทิสากับพริมาประสานเสียงรับว่า “ใช่...ๆ”

เจ๊ลีติงว่าแต่ภาพที่แชร์มาสนุกมากกันทุกคนเลย นันทิสาบอกว่าอยู่กับเจ๊สนุกกว่า พริมาชวนว่าพรุ่งนี้วันอาทิตย์ไปวัดกันไหม เสร็จแล้วไปเที่ยวบ้านออย พวกตนจะไม่เอาแฟนไปสักคน ตบท้ายว่า

“พวกเราจะอยู่กับเจ๊ของเรา เนอะ...พวกเราเนอะ”

“ใช่ๆ”

วราลีรู้สึกผิดปกติที่พวกน้องๆถามตอบเหมือนนัดกันมา ถามว่า

“พวกแกเป็นอะไรกัน มีอะไรปิดบังเจ๊ บอกมาเดี๋ยวนี้!” สามสาวจ๋อย สารภาพหมดเปลือก

วราลีฟังน้องๆแล้วเดินออกมาบอกภีม “บอสกลับ ไปได้แล้ว ฉันอยู่คนเดียวได้ แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณบอสมากนะคะที่สละเวลามาดูแลฉัน ไม่ให้ฉันโสดจนเป็นบ้า”

“ลี...คุณไปเอามาจากไหนว่าผมคิดแบบนั้น”

“ยัยพราวได้ยินพี่เบนคุยกับบอส ว่าบอสมาที่นี่เพราะอยากช่วยให้ฉันไม่เป็นโรคกลัวการอยู่คนเดียว” ภีมบอกว่าเบนไม่ได้หมายความอย่างที่เธอคิด “ฉันคือวราลี...เจ๊ใหญ่ของทุกคน ฉันเคยเป็นที่พึ่งของน้องๆ แต่ตอนนี้ทุกคนกลับต้องมาสงสารฉัน เพราะฉันโสด ฉันแค่ยังไม่เจอผู้ชายที่ดี ที่ถูกใจ ฉันผิดด้วยเหรอ!”

ภีมขอให้เธอใจเย็นๆ วราลีสวนไปเสียงแข็งว่า ไม่เย็น! ให้เขาออกไปจากบ้านตนเดี๋ยวนี้ ภีมพยายามดึงตัววราลีไว้ เธอสะบัดบอกว่าอย่ามายุ่งกับตน ภีมถูกสะบัดกระเด็นไปเท้าเหยียบพื้นพลาดหงายหลังล้มลง เลยกระชากวราลีลงไปด้วย

ผิดฟอร์ม! วราลีล้มในท่าหงายหลัง แทนที่จะได้จุ๊บกัน ภีมกลับถูกศอกเธอแทงท้องจนจุก!

ภีมลุกขึ้นอาเจียนอย่างหนัก วราลีตกใจรีบพาส่งโรงพยาบาล อิสริยาแม่เขารีบมาโรงพยาบาล พอรู้จากวราลีว่าเขาแพ้หอยเฉียบพลันก็เบาใจ

ต่อมาหมอบอกว่าอาการแพ้อาหารไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแต่เรื่องอื่นน่าห่วงกว่า หมอแจ้งว่า

“หมอเอกซเรย์ร่างกายคุณภีม เพื่อให้แน่ใจว่าอาการอาเจียนของคุณภีมไม่ได้เกิดจากการล้มและถูกกระแทกท้องตามที่คุณวราลีบอก หมอถึงพบว่าที่ปอดของคุณภีมมีจุดดำปรากฏอยู่” อิสริยาตกใจถามว่าจุดอะไร “หมอยังให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ หมอต้องตรวจคุณภีมให้ละเอียดกว่านี้”

“ทางเลวร้ายที่สุดคืออะไรคะหมอ” อิสริยาถาม

“วัณโรค หรือมะเร็ง”

ทุกคนช็อก! วราลีตกใจมากแต่พยายามปกปิดความเศร้าเสียใจเมื่อเข้าไปลาภีมในห้องพักคนป่วย ภีมบอกเธอว่า

“อย่าเข้าใจผิดนะวราลี ผมไม่เคยอยากทำให้คุณเป็นตัวตลกในสายตาใคร” แล้วภีมก็แปลกใจเมื่อวราลีบอกว่า

“ถึงบอสจะทำ ฉันก็ไม่โกรธบอสอีกแล้ว” วราลีร้องไห้อย่างสุดจะอดกลั้น พยายามพูดต่อ “บอสจะว่าฉัน ด่าฉัน ฉันก็ไม่โกรธ ฉันจะทำทุกอย่างที่จะทำให้บอสมีความสุข แต่บอสต้องสัญญาว่าบอสต้องอยู่กับฉันนานๆ”

“ลี...คุณเป็นอะไร” ภีมงง เพราะไม่รู้ว่าหมอบอก อะไรเธอไว้

จากนั้นวราลีก็เสิร์ชหาข้อมูลในกูเกิลเกี่ยวกับ “วิธีรักษาสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคร้าย” อย่างเอาจริงเอาจัง ทั้งค้นหาทั้งปริ๊นต์ จนกระทั่งเจอบทความ “ปั่นจักรยานรักษาโลกของเรา และโรคของคุณ แดนชน”

วราลีปริ๊นต์บทความนี้ แล้วส่งอีเมลเข้าไปทักทาย

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อวราลี”

แดนชน...กำลังขี่จักรยานอยู่บนท้องถนนอย่างคล่องแคล่ว เขาหยุดรถ หยิบโทรศัพท์ขึ้นดูอีเมลอย่างสนใจ

ooooooo

วันต่อมา หมอมีข่าวดีมาบอกภีมว่าเขาไม่ได้เป็นมะเร็งและวัณโรค แต่อาจเป็นอาการคั่งค้างของเสมหะเท่านั้น อีกสามเดือนให้มาเอกซเรย์อีกทีว่าจุดดำ นั้นเป็นอะไร

เบนที่ฟังอยู่ด้วยโล่งใจ บอกภีมว่าตนบนศาลไว้หลายที่ว่าขอให้เขาปลอดภัยเดี๋ยวต้องเดินสายแก้บนแล้ว ถามว่าจะให้โทร.บอกวราลีไหมว่าเขาปลอดภัยแล้ว ภีมหน้าหงุดหงิดบอกว่าอย่าไปรบกวนเวลาส่วนตัวของเขาเลย

“เขาว่ากันว่า เวลาผู้ชายงอนนี่ น่ากลัวกว่าผู้หญิงงอน พี่เบนชักจะเชื่อแล้ว พี่เบนบอกแล้วไงคะว่าที่คุณลีไม่ได้มาเยี่ยมคุณภีม คงเป็นเพราะเธอมีธุระ อีกอย่างเธอ ก็เห็นอยู่ว่าคุณภีมยังไม่ได้เป็นอะไรในตอนนี้”

ภีมบอกว่าถ้ามีความห่วงใยกันบ้างยังไงก็ต้องมา ดีที่ตนยังไม่ได้บอกไปว่า...ภีมไม่อยาก พูดตัดบทว่าช่างเถอะ เบนถามว่าไม่คิดจะบอกคุณลีอีกหรือ ภีมตอบหน้านิ่ง เศร้าว่า “บอกไปผมก็เจ็บเปล่าๆ”

“ไม่อยากเจ็บก็อ้อนวอนเธอสิครับ ผู้หญิงดีๆ อย่างคุณลีมีค่าพอที่จะให้คุณภีมอ้อนวอนขอร้องให้เธอให้โอกาสคุณ ทำให้เธอรู้ว่า...ความรักจากผู้ชายปากไม่ดีแต่รักจริงมันเป็นยังไง”

เมื่อกลับคอนโด...พอเปิดประตู ภีมก็ได้กลิ่นหอมแปลกๆ เดินเข้าไปก็เห็นรูปการ์ตูนหน้าคล้ายวราลีอยู่กับกระดาษโน้ตเขียนด้วยลายมือคุ้นตาของเธอว่า

“ต้อนรับกลับห้องนะคะ ฉันรู้ว่าบอสไม่ชอบกลิ่นอโรมา แต่ทนหน่อยเถอะค่ะ เพราะมันจะช่วยทำให้ผ่อนคลาย ปรับสมดุลในจิตใจ” ยังมีข้อความต่ออีกว่า “ฉันต้องขอโทษที่ไม่ได้ไปเยี่ยมบอส เพราะฉันมีงานสำคัญกว่าต้องทำ งานทำความสะอาดห้องให้บอสค่ะ ฉันทำมาหลายวันแล้ว”

ภีมอึ้ง เงยมองในห้องยิ่งอึ้งเมื่อวราลีเขียนบอกไว้ว่า...

“พี่เบนบอกว่าบอสจะกลับวันนี้ ฉันก็เตรียมของทานไว้ให้บอสด้วย อยู่บนโต๊ะอาหารค่ะ”

เมื่อไปเปิดฝาชีที่โต๊ะอาหาร วราลีเตรียมอาหารรักษาสุขภาพไว้ พร้อมทั้งเขียนบรรยายสรรพคุณทั้งข้าวไม่ขัดสี แกงจืดผักห้าสี ไข่เจียวน้ำมันน้อยๆ บอกว่าหัดทำครั้งแรกถ้าไม่อร่อยก็ต้องทานให้หมด

ในตู้เย็นก็มีน้ำสมุนไพรสีเขียวเข้มวางเรียงเต็มตู้พร้อมคำอธิบายสรรพคุณและการดื่ม เมื่อเดินไปที่คอมพิวเตอร์ก็มีกระดาษเขียนแปะไว้ว่า “หยุดคิดเรื่องงานได้แล้วค่ะ พักผ่อนเสียบ้าง” นอกจากนั้นยังมีรีวิวตลกให้ดูอีก

ภีมมองไปรอบๆ พึมพำอย่างรู้สึกสนุกกับสิ่งที่วราลีเตรียมไว้ให้ “จะมีอะไรอีกนะแม่สาวโสด”

พลันก็เห็นนาฬิกาที่เหนือหัวนอนบอกเวลาประมาณ 16.00 น. เขาเดินไปดึงกระดาษโน้ตที่แปะอยู่ใกล้ๆอ่าน

“ถ้าบอสกลับมาทันเวลาดัง แสดงว่าตอนนี้สี่โมงเย็นบอสควรอาบน้ำ ทานอาหารได้แล้ว และนาฬิกาจะดังอีกครั้งตอนสี่ทุ่ม ฉันตั้งไว้เตือนว่าบอสควรจะเข้านอนได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าฉันจะมารับบอสไปปั่นจักรยานออกกำลังกาย”

ภีมอึ้งๆตื้อๆกับความเอาใจใส่ดูแลของวราลี

นับแต่เปิดประตูห้องเข้ามา เขายังเห็นหนังสือธรรมะวางอยู่ มีกระดาษโน้ตลายมือเธอเขียนไว้ว่า

“หนังสือธรรมะพวกนี้ ฉันวางไว้เผื่อบอสอยากสวดมนต์ก่อนนอนหรืออยากอ่านเพื่อสร้างกำลังใจ แต่ถ้ากำลังใจยังไม่มาขอให้ดึงผ้าคลุมออกค่ะ” พอภีมดึง

ผ้าคลุมออกก็เห็นรูปกามเทพสาวทุกคนในออฟฟิศยิ้มร่าเริง มีข้อความว่า “ฉันและน้องๆทุกคนจะเป็นกำลังใจให้บอส เราจะสู้ไปด้วยกัน เหมือนที่เราเคยสู้ให้คิวปิดฮัทผ่านวิกฤติมาหลายครั้ง”

ภีมยิ้มออกมาอย่างรู้สึกดีมากๆกับสิ่งที่ได้รับจากวราลีเมื่อกลับมาที่คอนโด...

ooooooo

อิสริยาแม่ของภีมให้เบนเอาอาหารเย็นไปให้ภีมที่โรงพยาบาล จัดอาหารให้แล้ว เบนบอกว่า

“คุณภีมครับ คุณเควินโทร.มาบอกว่าที่คุณลีนัดไว้ขอเลื่อนไปอีกสองวันนะครับ พอดีทางโน้นมีงานด่วน” ภีมถามว่าวราลีขอพบเควินเรื่องอะไร “คุณลีจะพรีเซนต์ว่าตอนนี้ทั้งผลงานและผลประกอบการของคิวปิดฮัทเป็นไปด้วยดี เพื่อให้คุณเควินพิจารณามอบรางวัลบริษัทในเครือดีเด่นให้กับคุณ”

“วราลีทำเพื่อผมมากขนาดนี้เลยเหรอ” ภีมอึ้ง

“เธอทำมากกว่านี้อีกครับ คุณพริมก็เล่าให้ผมฟังว่า คุณลีสั่งทุกคนในบริษัทเอาไว้ว่า ห้ามใครทำให้คุณไม่สบายใจเด็ดขาดและขอให้ทุกคนขยันทำงานมากขึ้นเป็นหลายเท่า เพื่อคุณ”

ฟังเบนแล้ว ภีมอึ้งปลื้มนึกถึงคำพูดของเบนที่บอกว่า ผู้หญิงดีๆอย่างวราลีมีค่าพอที่จะให้เขาง้อเธอ ทำให้ภีมตัดสินใจบอกเบนว่า

“ขอบคุณมากเบน...ผมจะอ้อนวอนลี”

“มันต้องแบบนี้สิ รักนะยู สามคำนี้ พูดให้เธอฟังให้ได้...” เบนกรี๊ดจริตแตกดีใจที่จะได้นายหญิง

ภีมไปร้านขายดอกไม้ เขาเหมาหมดทั้งร้านเพื่อจะเอาไปง้อวราลี แต่หารู้ไม่ว่า เวลาเดียวกันนั้นแดนชนไปที่บ้านวราลีแล้วทั้งที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ จนเธอเกือบเอาไม้ฟาดหัวนึกว่าเป็นขโมย แต่พอเห็นหนุ่มหล่อหน้าขาวใสกิ๊งเธอก็ตาโตอึ้ง

พอรู้ว่าเขาคือแดนชน วราลีมองอึ้งบอกว่า “เรา เด็กกว่าที่พี่คิดไว้เยอะเลย” แดนชนก็ชมว่า “พี่ก็สวยกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ” เขาขอโทษที่ถือวิสาสะเข้ามา เพราะเห็นประตูรั้วเปิดทิ้งไว้ และเห็นต้นลีลาวดีจะตาย ทนดูไม่ได้เลยไปซื้อดินกับกระถางมาเปลี่ยนให้ใหม่

“โถ...ไม่น่าลำบากเลย”

“ไม่ลำบากเลยครับ เพราะต้นไม้ต้นหนึ่งให้ประโยชน์กับเรามาก ต้นนี้ที่จะตายก็เพราะว่ารากมันเน่า น่าจะเกิดจากรดน้ำมากไป แล้วผมก็เห็นปุ๋ยหน้าตาแปลกๆ เหมือนเม็ดข้าวผสมเศษอาหาร”

วราลีหัวเราะขำเมื่อนึกได้ว่าเป็นอ้วกของภีม พอบอกแดนชนเขาพลอยหัวเราะขำไปด้วย

ซื้อดอกไม้แล้วภีมขับรถมาที่บ้านวราลีด้วยหัวใจเบิกบานตื่นเต้น พยายามนึกเรียบเรียงคำพูดตลอดทาง...

“ลีครับ...ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบคุณ ผมก็รู้ว่าคุณคือโลกทั้งใบของผม นับจากวินาทีนี้ไป ผมขอ...” แต่คิดแล้วไม่ถูกใจรู้สึกว่าน้ำเน่าเกินไป ลองคิดใหม่ แล้วเลียนเสียงเบน “ลี...รักนะยู” แล้วก็คิดแทนว่า เธอคงคิดว่าตนอำแน่ๆ วนเวียนอยู่อย่างนี้ สุดท้ายก็ถามตัวเองว่า “ต้องพูดยังไงวะเนี่ย?”

เมื่อเจอตัวกันเช่นนี้ แดนชนยืนอธิบายการขี่จักรยานเสือหมอบ ส่วนวราลีก็อยู่ในชุดกางเกงเสื้อยืดเตรียมลองขี่จักรยาน เขาบอกให้วราลีลองขี่ดู โดยเขาช่วยจับประคองให้

ขณะกำลังหัดขี่จักรยานกันอยู่นั้น มีรถเก๋งคันหนึ่งแล่นตัดหน้า วราลีเบรกอย่างแรงจักรยานหยุดกะทันหัน ร่างเธอพุ่งกระเด็นตกจากรถ แดนชนวิ่งเข้าไปประคองเธอที่นั่งโอดโอยอยู่กับพื้น

“พี่ลี...พี่ลีเป็นยังไงบ้างครับ พี่เจ็บตรงไหนหรือเปล่า มา...ผมช่วย ไขข้อยังดีอยู่หรือเปล่า” วราลีตีแขนเขาบอกว่าตนไม่ได้แก่ถึงขนาดนั้นแล้วหัวเราะกันขำๆ

ขณะที่แดนชนประคองวราลีลุกขึ้นนั้น...ภีมยืนมองทั้งสองอย่างไม่พอใจ เขาจ้องเขม็งจนมโนเห็นเป็นตัวอักษรที่หน้าแดนชนว่า

“มาร!”

ooooooo

วราลีหันเห็นภีม เธอแปลกใจเดินไปถามว่าบอสมาทำอะไร ถูกภีมประชดว่าเพิ่งรู้ว่าเธอเป็นโรคแพ้กระดูกอ่อน หาว่าเธอชอบกินเด็ก แต่ทีอยู่กับตนทำเป็นสตรองนัก วราลีงงถามว่าบอสเป็นอะไร

ภีมประชดไม่เลิก บอกว่าตนจะเป็นอะไรได้ นอกจากเป็นเจ้านายน่ารำคาญของเธอ แดนชนไปเข็นจักรยานมาถึงถามว่านั่นแฟนพี่หรือ เธอรีบบอกว่าไม่ใช่ ตนยังไม่มีแฟน ก็ถูกภีมเหน็บว่ารีบบอกเชียว

“บอสคะ นี่น้องแดนชน เจ้าของบล็อกดังในเน็ต ฉันปรึกษาน้องเขาเรื่องขี่จักรยานออกกำลังกาย พรุ่งนี้ฉันจะได้แนะนำบอสถูก”

“ผมไม่ต้องการขี่จักรยาน ผมต้องการตรวจเอกสารประชุมงานของวันมะรืน ต้องการดูตารางเดินสายโปรโมตหนังสืออาทิตย์หน้าและผมเพิ่งคิดโปรเจกต์ใหม่ได้สดๆร้อนๆ ผมต้องการให้คุณช่วยจดบันทึกเดี๋ยวนี้”

“แต่วันนี้วันหยุด บอสควรจะพักผ่อน”

“การทำงานคือการพักผ่อนของผม!” พูดเสียงแข็งแล้วขึ้นรถจะขับออกไป

แดนชนมองแล้วเดินตามภีมกับวราลีไป ถามวราลีว่า ที่บอกว่ามีเพื่อนป่วยคือบอสของพี่ใช่ไหม พอวราลีบอกว่าใช่ แดนชนก็เดินอ้อมไปพูดกับภีม...

“คุณเคยรู้จักวิถีทางสายกลางของเซนไหมฮะ

‘ทำงานหนักต้องรู้จักพักผ่อน เครียดต้องรู้จักคลายกังวล’ เครื่องจักรในโรงงานทำงานมากๆ ยังต้องมีเวลาพักหยอดน้ำมันให้มัน แล้วร่างกายคนบอบบางกว่าเครื่องจักรหลายเท่า ถ้าไม่ให้ร่างกายได้หยุดพักบ้าง เงินทองที่หามาได้ สุดท้ายก็ต้องเอาไว้ใช้รักษาตัว”

ภีมถามอย่างหมั่นไส้ว่าอายุเท่าไหร่และเรียนจบอะไรมา แดนชนบอกว่าอายุยี่สิบสามเรียนจบสถาปัตย์ ภีมประชดว่านึกว่าจบหมอจบด้านสุขภาพ แดนชนโต้ว่า “อาชีพไหนก็ใส่ใจสุขภาพตัวเองได้”

“พี่รู้ พี่แค่แปลกใจที่น้องทำตัวเป็นกูรูด้านนี้เสียเหลือเกิน แต่ตอนนี้ก็เริ่มรู้แล้วว่าน้องคงไม่แฮปปี้กับงานสถาปัตย์ที่จบมาใช่ไหม เพราะไม่อย่างงั้นน้องคงเขียนบล็อก ‘คบเด็กสร้างบ้าน’ อะไรพวกนี้มากกว่า ดีไม่ดีก็ลาออกจากงานมาแล้วด้วย ถึงได้มีเวลาทำอะไรชิลๆ”

“ใช่...ผมลาออกจากงานประจำแล้ว เพราะผมอยากเลือกใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่ใช่เอาชีวิตไว้แบกความกดดันจากเจ้านายที่คิดแต่เรื่องผลประโยชน์ของบริษัท” แดนชนเหน็บภีมจนวราลีเรียกปราม

“ไม่เป็นไรคุณลี ผมไม่ถือสา ผมเกิดมาสามสิบห้าปี ผมเห็นแบบน้องเขามาเยอะแล้ว เด็กจบใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโลกชีวิตจริง มีความฝัน ความทะเยอทะยาน แต่ไร้ความอดทน พอทนความกดดันไม่ได้ก็โทษว่าเจ้านายโหดร้าย หาข้ออ้างให้ตัวเองลาออกมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ แต่ไม่เคยใช้สมองพิจารณาให้ดีว่าตัวเองต่างหากที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ”

ภีมอบรมและปรามาสแดนชนแล้วจับมือวราลีเดินเข้าบ้าน แดนชนมองตามภีมไปอย่างไม่พอใจ แล้วไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองมาเปิด หยิบยาหลายถุงออกมาให้ภีมดู มีทั้งยาแก้นิ่วถุงน้ำดีกับกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการอั้นฉี่นาน ยาคลายกล้ามเนื้อหลังอักเสบจากการนั่งทำงานนาน ยาแก้ไมเกรนจากความเครียดเรื้อรัง แล้วถามภีมว่า

“ในฐานะที่คุณเกิดมาสามสิบห้าปี ช่วยแนะนำผมทีเถอะ ถ้าผมจะต้องอดทนพิสูจน์ตัวเองว่าผมเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่ผมต้องตายคากองงาน มันจะมีประโยชน์อะไร”

ภีมกับแดนชนมองหน้ากันอย่างเอาเรื่อง ภีมตัดบทว่า

“งั้นน้องก็เลือกทางที่ดีให้ตัวเองแล้ว แต่จำเอาไว้ ...ชีวิตของใครเขาต้องเลือกเอง อย่าพยายามทำให้คนอื่นเขาเลือกแบบตัวเอง เพราะสิ่งที่น้องจะได้รับคืนกลับมาคือความน่ารังเกียจ”

ooooooo

แดนชนนั่งเก็บอุปกรณ์ขี่จักรยานใส่กระเป๋าด้วยสีหน้านิ่งเฉย วราลีเอาน้ำมาให้ดื่ม และขอโทษแทนบอสด้วย

แดนชนบอกว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนที่ตนใจร้อนกว่านี้ บอสเธอกับตนคงได้ปากแตกกันไปข้างแล้ว

พอแดนชนว่าภีม วราลีก็ไม่พอใจปรามว่า บอสพี่ใครอย่าแตะ แดนชนโต้ว่าภีมว่าตนก่อน

“แดนเองก็พูดไม่ดีกับเขาเหมือนกัน เราเป็นเด็ก จะพูดอะไรกับผู้ใหญ่ต้องหัดใช้คำพูดให้ดีกว่านี้” แดนชนจำต้องขอโทษ วราลีกลับบอกว่า “แต่พี่ชอบแดนนะที่แดน รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรและกล้าตัดสินใจเลือกทางเดินให้กับชีวิตของตัวเอง”

“พี่ลีเป็นคนแรกที่มองว่าผมไม่ได้ทำตัวไร้สาระ”

“ไร้สาระหรือไม่ ไม่ได้อยู่กับทางที่เลือก แต่ขึ้นอยู่กับความตั้งใจในสิ่งที่ทำต่างหาก ต่อให้ทำงานประจำแต่ไม่ตั้งใจทำงาน สุกเอาเผากิน มันก็ไร้สาระได้เหมือนกัน แดนต้องทำให้คนที่เคยว่าแดน เห็นว่าชีวิตที่มีความสุขไม่ได้แค่อยู่บนกองเงิน อยู่บนกองขี้ไก่ก็มีความสุขและมีสาระได้เหมือนกัน และพี่ก็เชื่อว่าแดนทำได้”

แดนชนถามว่าพี่เชื่อคนง่ายไปหรือเปล่า วราลีพูดทีเล่นทีจริงว่า “ไม่รู้เหรอน้อง ว่าเซ้นส์พี่แรง”

ทั้งสองหัวเราะอย่างถูกเส้นกัน แดนชนแอบมองวราลีอย่างรู้สึกดีแล้วปั่นจักรยานออกไป วราลีเดินไปส่งที่ประตูรั้ว ยืนโบกมือส่งอย่างสบายใจ

แต่พอปิดประตูรั้วเดินเข้าบ้าน เจอภีมนั่งหน้าตึงถามว่าบอสเป็นอะไร

“หวงคุณ” ภีมเผลอโพล่งออกไป พอวราลีทำหน้าแปลกใจ เขาก็แก้เป็นว่าห่วงเธอ แล้วบ่นแกมตำหนิว่า อาพาไม่อยู่บ้านคนเดียว เธอก็ยอมให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน พูดเลยเถิดอย่างอารมณ์พาไปว่า “ถ้าเขารู้ว่าคุณใกล้วัยทอง ชอบลืมล็อกประตูบ้าน นอนหลับทีก็เหมือนตาย เอาน้ำร้อนมาสาดยังไม่รู้ตัว แล้วถ้าเขาพาพรรคพวกเข้ามาหาคุณกลางดึก คุณจะทำยังไง”

“นี่บอสเป็นห่วง หรือว่าบอสด่าฉันอยู่คะ” ภีมโมเมถามว่าอยู่กันมาห้าปียังไม่รู้หรือว่าตนคิดยังไงกับเธอ “บางครั้งก็มองออก แต่ไม่กล้าคิด วันหลังบอสก็หัดพูดจากับฉันดีๆสิคะ ฉันจะได้ไม่ต้องตีความ”

ภีมตัดสินใจเดินเข้าใกล้วราลี มองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ พูดช้าๆ ชัดๆ ว่า

“งั้นฟังผมไว้ให้ดี ผมมาที่นี่ ผมไม่ได้ต้องการเอกสาร แต่ผมจะมาบอกคุณว่า...” ภีมพูดไม่ออกอีก พอวราลีถามว่าว่าอะไร ภีมพูดได้แค่ว่า “ว่าผม...ระ...” ก็ถูกเสียงแดนชนที่นึกถึงความน่ารักของวราลีขี่รถย้อนกลับมาเรียก

“พี่ลี...”

วราลีถามว่าลืมอะไรหรือ แดนชนบอกว่า

“ลืมหัวใจฮะ ผมจะกลับมาบอกว่าผมชอบพี่ ผมว่าหน้าพี่สวยแล้ว แต่ใจพี่โคตรสวยกว่า ผมแม่งโคตรชอบพี่ ไม่ต้องห่วงเรื่องอายุนะพี่ แม่ผมก็แก่กว่าพ่อตั้งสิบห้าปี ผมขออนุญาตจีบพี่ลีได้ไหมฮะ”

แดนชนกลับมาขอความรักอย่างขวานผ่าซาก ภีมมองหน้าวราลีลุ้นวัดใจ ในขณะที่แดนชนรบเร้าขอคำตอบ วราลีอึกอักแล้วบอกว่า ก็แล้วแต่

“เยส!!” แดนชนร้องอย่างลิงโลด “ขอบคุณครับพี่ ขอบคุณคุณภีมด้วยนะครับ ผมไปนะ” แดนชนขี่จักรยานออกไปปากก็ร้องตะโกนไปตลอดทาง “ผมชอบพี่ลี...ผมชอบพี่ลี...”

“เด็กบ้า” วราลีด่าเขินๆ แล้วถามภีมว่า “ตกลงบอสจะบอกอะไรฉันคะ”

“ผมจะบอกว่า ผมเกลียดแกงเลียง เกลียดน้ำผลไม้ เกลียดทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำ ยัยโคแก่” ตะโกนแล้วเดินไปเลย

“เอ๊า! บอส มาด่าฉันทำไมเนี่ย! ใครกันแน่ที่วัยทอง” วราลีงงแล้วงงอีก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มี มายด์ วาย” เตรียมปล่อยซีรีส์วาย “จา-เฟริสท์” ชวนจิ้นใน “เมื่อหัวใจใกล้กัน”

“มี มายด์ วาย” เตรียมปล่อยซีรีส์วาย “จา-เฟริสท์” ชวนจิ้นใน “เมื่อหัวใจใกล้กัน”
11 พ.ค. 2564

00:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 00:05 น.