ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คิวบิก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

คิวบิก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ยุทธพงษ์ พ่อหม้ายนักธุรกิจ มีลูกสาวสองคน คนโต คือนันทกา หน้าตาสวย สง่า และน้องสาววัย 17 คือ ฤทัยนาค ที่ใครๆเรียกเธอว่า ลูกเป็ดขี้เหร่

ฤทัยนาคและนันทกา เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ฤทัยนาคเป็นเด็กสาวที่ปากคอจัดจ้านไม่กลัวใคร ฉลาดเป็นกรด เธอเป็นคนอึด อดทน มักถูกเพื่อนร่วมโรงเรียนแกล้ง บ่อยๆแต่นาคก็ไม่เคยแม้แต่จะโกรธ

วันนี้ก็ถูกเพื่อนเกเรเอาน้ำถูพื้นในถังสาดลงใส่ขณะนาคกำลังเดินจะเข้าห้องเรียน นาคหลบทัน แต่พอแหงนมองก็โดนผ้าเช็ดพื้นปาใส่หน้าจนได้ นาคแค่แหงนมองแล้วบ่น “เฮ้อ...นึกว่าจะรอดซะแล้ววันนี้” แล้วเดินเข้าห้องน้ำทำความสะอาดเสร็จก็เดินออกมา นันถามว่าโดนแกล้งอีกแล้วหรือ ไปชี้ตัวเลยว่าคนไหน เดี๋ยวจะไปจัดการให้

“พี่นันน่ะหรือจะจัดการได้ ฉันว่าพี่จัดการกับขบวน รถไฟหนุ่มๆของพี่ไม่ให้ชนกันก่อนดีกว่ามั้ง”

“อย่าพูดนอกเรื่อง แกไม่โกรธไอ้พวกที่มันแกล้ง แกรึไง”

“โกรธทำไม มันมีปัญญาแกล้ง ฉันก็มีปัญญาอดทน ให้มันแกล้งเหมือนกัน วันนึงพวกมันเบื่อก็หยุดแกล้งไปเอง”

“แต่ถ้าแกยอมพวกมันแบบนี้ พวกมันจะได้ใจนะ”

“พี่นัน คนมีสมองน่ะ เขาไม่ใช้กำลังต่อสู้กันหรอก” นันขัดใจ เลยประชดว่างั้นก็ให้พวกนั้นแกล้งต่อไปแล้วกัน คนอุตส่าห์เป็นห่วง “นาครู้น่าว่าพี่นันเป็นห่วงนาคเรื่องแค่นี้จิ๊บๆ พี่นันอย่าไปโกรธแทนนาคเลย เดี๋ยวไม่สวยนะไปเรียนเหอะ” ว่าแล้วกอดเอวพี่สาวเดินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อได้เวลาเข้าห้องเรียน นาคชะงักมองไปที่รถสีดำ คันหนึ่ง บอกนันว่าเห็นมันจอดอยู่ตั้งแต่เช้าแล้ว ตนไม่เคย เห็นรถคันนี้ หรือจะมารอรับคุณหนู ต้องรอกันทั้งวันเลยหรือ

“แกนี่มันช่างสงสัย ช่างสังเกตเหมือนพ่อเลยนะ”นันเอ่ย นาคสงสัยอีกว่าหรือมันจะมาลักพาตัวนักเรียนไปเรียกค่าไถ่ “พี่ว่าแกคิดมากไปแล้วนะ ไม่มีอะไรหรอก ไปเรียนเถอะ เข้าเรียนสายเดี๋ยวก็โดนทำโทษอีก”

นันลากนาคขึ้นตึกไป แต่นาคก็ยังอดหันมองไม่ได้ เห็นรถลีมูซีนติดสติกเกอร์โลโก้ของฉายหงกรุ๊ป

ที่รถลีมูซีน กระจกถูกเลื่อนลง เฟ่ยจงซินนั่งอยู่ที่เบาะหลังรถ เขามองตามนาคกับนันไป แล้วหยิบมือถือ ขึ้นกด ครู่เดียวก็พูดกับปลายสาย

“ผมคิดว่าเธอเริ่มสังเกตเห็นเราแล้วครับ”

“ยังไงก็ต้องเอาตัวมาให้ได้” หลินหลานเซ่อ มาเฟียหนุ่มหล่อมาดขรึมพูดอยู่ในห้องทำงานที่ฮ่องกง

“ครับ...พรุ่งนี้ผมจะนำตัวเธอไปให้คุณหลิน”

“จำไว้นะ ฉันต้องการตัวนันทกาเท่านั้น เอาตัว เธอมาให้ฉันให้ได้”

“ครับ” เฟ่ยจงซิน ที่ปรึกษามือขวาคนสนิทรับคำ กดปิดโทรศัพท์มองไกลออกไปข้างหน้าอย่างครุ่นคิด

ooooooo

ที่บ้านจัดสรรกลางทุ่ง...คืนนี้ ที่โต๊ะอาหารบ้าน ยุทธพงษ์ สามพ่อลูกนั่งทานอาหารด้วยกัน ยุทธพงษ์ สีหน้านิ่งอย่างมีเรื่องหนักใจ

“พ่อ นันขอถามอะไรอย่างนะ ทำไมเราต้องย้ายบ้านจากสุขุมวิทมาอยู่ชานเมืองอย่างนี้ล่ะคะ ไกลก็ไกล รอบบ้านก็มีแต่ทุ่งนา”

“ก็พ่อบอกแล้วไงว่าอยากให้ลูกๆได้รับอากาศบริสุทธิ์ อยู่ในเมืองมันมีแต่มลพิษ”

“แต่ฉันว่าดีนะพี่นัน ได้ใกล้ชิดท้องนาท้องไร่เงียบสงบดีออก”

นันบอกว่าตนไม่ชอบ เหมือนอยู่บ้านนอก ไปโรงเรียนก็ต้องตื่นตีสี่ตีห้า คนใช้ก็ไม่มี ถามพ่อว่าประกาศรับสมัครคนใช้ไปแล้วไม่เห็นมีใครมาสักคน

“ก็นาคไง ลูกอยากได้อะไรก็บอกน้อง น้องทำได้ทุกอย่างใช่ไหมนาค” ยุทธพงษ์ถามนาค นาครับปากทันทีบอกพี่สาวว่าอยากได้อะไรก็บอกมาเลย นันติงว่านาคไม่ใช่คนใช้ ทั้งบ่นพ่อว่าใช้งานน้องมากเกินไปด้วย นาครีบบอกว่าไม่ต้องห่วงตนเต็มใจ นันนึกได้ถามพ่อว่า เมื่อเช้าพ่อบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับตน มีอะไรหรือ?

“ไม่มีอะไรมากหรอก พ่อแค่อยากจะถามลูกว่า สมมติถ้าธุรกิจของพ่อล้มละลายขึ้นมาลูกจะว่าไง”

นันตกใจถามว่าที่เราย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะพ่อล้มละลายใช่ไหม ยุทธพงษ์กำลังจะเล่า นาคก็กระแทกช้อนกึง!ถามดักคอเตือนพ่อว่า ทำไมชอบเอาเรื่องไม่จริงมาพูด เดี๋ยวนันก็ตกใจหรอก นันสนใจจี๋ถามว่าเราล้มละลายจริงหรือ

“เปล่าหรอกลูก ก็พ่อบอกแล้วไงว่าเป็นเรื่องสมมติ”

นาคพูดช่วยพ่อว่า พ่อก็แค่อยากลองใจนันเท่านั้นว่าในยามคับขันนันจะเป็นอย่างไร นันส่ายหน้าบอกว่าตนรับไม่ได้หรอก อายเพื่อนแย่ คงต้องลาออกจากโรงเรียนเลยล่ะ พูดแล้วขอตัวไปอ่านหนังสือ

พออยู่กันลำพัง นาคถามพ่อว่าไหนบอกว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กับนันไง ยุทธพงษ์ยอมรับว่าแค่อยากดูปฏิกิริยาของนันว่าจะรับได้หรือเปล่า ยอมรับกับนาคว่า

“นันมันบอบบางเกินไป ไม่เหมือนแก แกนี่น่าจะเป็นพี่มากกว่าน้องนะ”

“พอเถอะพ่อ อย่าพูดเลย หนูเซ็งประโยคนี้ของพ่อจริงๆ ว่าแต่ว่าค่าน้ำค่าไฟเดือนนี้เรายังไม่มีเลยนะพ่อ”

“เออ...แกเป็นคนเก่ง แถมฉลาดมีไหวพริบ แกช่วยพ่อหาเงินมาจ่ายหน่อยสิ” นาคอุทานถามว่า หนูอีกแล้วเหรอ ยุทธพงษ์พูดหน้าตาเฉยว่า “เออ...แกน่ะแหละพ่อรู้ว่าแกทำได้ อ้อ เก็บโต๊ะล้างจานด้วยนะ” พูดแล้วลุกเดินออกไป นาคมองตามบ่นกระปอดกระแปด

“อะไรวะ...อะไรๆก็เรา...”

ooooooo

คืนนี้ ขณะยุทธพงษ์อยู่ในห้องนอน เขาได้รับโทรศัพท์จากจงซินโทร.มาเตือนว่าพรุ่งนี้ถึงกำหนดที่เขาต้องส่งตัวลูกสาวให้คุณหลินแล้ว ยุทธพงษ์ตกใจถามว่าพรุ่งนี้หรือ!

“ใช่ ในเมื่อคุณไม่มีเงินมาใช้หนี้คุณหลิน คุณต้องส่งลูกสาวให้คุณหลินตามสัญญา และผมขอเตือนไว้ก่อนนะ ถ้าคุณบิดพลิ้วละก็...คุณไม่มีชีวิตรอดแน่!”

รุ่งขึ้นจงซินโทร.รายงานหลินว่า “ผมโทร.คุยกับนายยุทธพงษ์เรื่องนันทกาแล้วนะครับ” หลินถามว่ามันว่าไง “ไม่มีปัญหาครับ มันจะส่งตัวลูกสาวให้ผมวันนี้”

“ดี ถ้าได้ตัวแล้วก็พามาที่นี่ได้เลย” หลินหลานเซ่อตาเป็นประกายในหน้าที่นิ่ง

ooooooo

เช้านี้ ยุทธพงษ์ขับรถไปส่งลูกทั้งสองที่โรงเรียนตามปกติ ลงจากรถนันทกาก็เดินไปหาเพื่อนที่จับกลุ่มกันอยู่หน้าโรงเรียน

ยุทธพงษ์เรียกนาคที่กำลังจะลงจากรถไว้ บอกเรื่องธุรกิจที่ล้มละลาย และมาเฟียกำลังตามทวงหนี้ นาคที่รู้เรื่องพ่อมาก่อนแล้วถามว่า พวกมันกำลังตามฆ่าพ่อและฆ่าพวกเราทั้งหมดใช่ไหม

“คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก พ่อแค่อยากจะบอกลูกว่าจากนี้ไปถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ขอให้ลูกใช้พรสวรรค์พิเศษของลูก”

นาคถามว่าพ่อพูดอะไรตนไม่เข้าใจ “ลูกเป็นคนฉลาด ลูกสามารถแก้ไขสถานการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ด้วยสมองอันพิเศษของลูก”

นาคติงพ่อว่าตนเพิ่งอายุ 17 เอง ยุทธพงษ์บอกว่าถึงเวลาลูกก็ทำได้เองแหละ นาคถามอีกว่า แล้วทำไมไม่บอกนัน

“พี่สาวแกเขาอ่อนแอเกินไป จำไว้นะนาค จงเป็นเหยื่อที่เหนือกว่าผู้ล่า”

พอดีนันตะโกนเรียกนาค ยุทธพงษ์บอกนาคให้ไปเถอะ พอนาคเปิดประตูลงไป เขาบอกนาคว่า “พ่อรัก ลูกนะ” ทำเอานาคงงที่อยู่ๆวันนี้พ่อก็มาทำซึ้งบอกรักตน

ooooooo

ขณะเดินเข้าโรงเรียน นันบอกนาคว่าเที่ยงจะมารับไปกินข้าวกัน แต่พอเที่ยงนาคมารอแต่นันไม่มา ถามเพื่อนจึงรู้ว่านันลากลับบ้านตั้งแต่คาบที่สองแล้ว เห็นว่าพ่อมารับ

นาคเอะโทร.หาพ่อพ่อไม่รับสาย โทร.หานันนันก็ปิดเครื่อง นาคเอะใจว่าอาจมีเรื่องอะไร จนเย็นกลับถึงบ้านพบบ้านเงียบผิดสังเกต แต่พอเปิดประตูเข้าไป นาคก็ถูกชายชุดดำจับตัว นาคจะวิ่งหนีก็ถูกจับลากเข้าไปในบ้านกดลงที่โซฟา

“ฉันเจ็บนะ...ปล่อยฉัน ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย” นาคโวยวาย ถูกชายชุดดำเอาปืนจ่อ ทำเอานาคหยุดกึก

“นันทกาอยู่ไหน” จงซินตะคอก นาคบอกว่าไม่รู้ จงซินถามว่า “แล้วเธอเป็นใคร”

นาคไม่บอกย้อนถามว่า “แล้วพวกแกล่ะเป็นใครถึงมาจับฉันแบบนี้” จงซินขยับปืนขู่ว่าถ้าไม่ตอบจะยิงหัว “ฉันไม่รู้จริงๆว่าพี่นันไปไหน ฉันเป็นน้องสาวเขา”

นาคเห็นเข็มกลัดที่ติดเสื้อสูทของจงซินเป็นโลโก้เดียวกับรถลีมูซีนที่เห็นจอดอยู่ในโรงเรียน นาคเริ่มเรียบเรียงและวิเคราะห์เรื่องราว พอเข้าเค้า ถามจงซินว่า

“นี่พ่อฉันเอาพี่สาวไปขัดดอกกับพวกแกงั้นเหรอ”

“หัวไวดีนี่ พ่อเธอติดหนี้เจ้านายฉัน เขาเซ็นสัญญา ใช้หนี้เป็นลูกสาวชื่อนันทกา ซึ่งฉันจะมารับตัวพี่สาวเธอวันนี้”

“อ๋อ...ฉันรู้แล้ว พ่อฉันไหวตัวทัน เลยพาพี่นันหนีไป แล้วทิ้งฉันไว้ขัดดอกแทน” จงซินชะงักถามว่าเธอพูดเรื่องอะไร นาคตอบประชดว่า “จะเรื่องอะไร ก็ พ่อเขาทิ้งฉันไว้ให้พวกนายไง หึ...นี่ไงพ่อที่แสนดีของฉัน พ่อที่หักหลังลูก พ่อที่รักลูกไม่เท่ากัน” แต่เมื่อตกอยู่ในอันตราย นาคถามว่า “แล้วพวกนายจะเอาไง พี่นันไม่อยู่ที่นี่แล้ว จะฆ่าฉันตรงนี้เพื่อให้จบเรื่องใช่ไหม”

จงซินเจอเหตุการณ์พลิกผัน จึงโทร.ไปรายงานหลินหลานเซ่อ หลังจากนั้นสั่งลูกน้องให้เอาตัวนาคไป นาคดิ้นรนไม่ยอมไปเลยถูกลูกน้องจงซินทุบท้ายทอยจนหมดสติแล้วอุ้มออกไป

ooooooo

นาครู้สึกตัวอีกทีก็ถูกจับมัดอยู่ในห้องทำงานของหลินหลานเซ่อที่ตึกฉายหงกรุ๊ปแล้ว นาคถูกจับมัดอยู่อย่างนั้นถึง 6 ชั่วโมง ระหว่างนั้นนาคนั่งหมุน เก้าอี้ไปมาอย่างเบื่อหน่าย สายตาเหลือบไปเห็นรูป นันทกาในกรอบวางบนโต๊ะทำงานก็พอดีหลินหลานเซ่อ เข้ามา เขาเดินมาดนิ่งขรึมเข้ามานั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับ นาค มองหน้าพูด

“ฤทัยนาค ฉันไม่อ้อมค้อมหรอกนะ พ่อเธอพานันทกาไปซ่อนไว้ที่ไหน” นาคบอกไม่รู้ หลินเรียกจงซิน จงซินกระชากปืนมาขึ้นลำ หลินจ้องหน้านาคบอก “ฉันจะให้โอกาสเธออีกครั้ง บอกมาซะดีๆว่าพี่สาวเธออยู่ไหน”

“ฉันจะรู้ได้ยังไง ในเมื่อฉันเป็นคนที่ถูกพ่อตัวเองทิ้ง เข้าใจรึเปล่าว่าพ่อเขาทิ้งฉัน เขาพาพี่นันหนีไป แล้วทิ้งฉันไว้ให้กับพวกนาย”

หลินไม่เชื่อหาว่าเธอกับพ่อจงใจให้เธอมาอยู่ที่นี่ แทนพี่สาว จงซินเข้ามาถามนาคขู่ๆว่ารู้ไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร เขาไม่ใช่เพื่อนเล่นของเธอ นาคถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร ตนบอกว่าไม่รู้ก็ไม่เชื่อ ต่อให้ฆ่าตนก็ไม่รู้ว่านันอยู่ไหน แนะหลินว่า

“ฉันว่านายควรจะให้ตนไปสืบหาพ่อฉันตอนนี้จะดีกว่า อย่ามานั่งเก๊กหน้าหล่ออยู่เลย” พูดแล้วเห็นทุกคนเล็งปืนมาที่ตนก็ใจเสีย ทรุดนั่งหน้าเจื่อน “ฉันขอโทษ...ฉันเข้าใจนะว่านายคงผิดหวังมากที่เห็นหน้าฉัน แทนที่จะเป็นหน้าสวยๆ ของพี่นัน” แต่ก็ยังยืนยันว่าตนไม่รู้จริงๆ ว่าพ่อพานันไปไหน

“จงซิน...ฆ่าเธอซะ!” หลินสั่ง จงซินเล็งปืนใส่ นาคแผดเสียงลั่น

“ไม่นะ...อย่า!!!”

ooooooo

นาครู้สึกตัวขึ้นในตอนเช้า พร้อมกับรู้สึกว่าปลอดภัย เมื่อหลินหลานเซ่อเอาแฟกซ์แผ่นหนึ่งให้ดู บอกว่า แสดงว่าเธอไม่ได้ร่วมมือกับพ่อเธอจริงๆ นาครีบรับไปอ่าน...

“คุณหลินหลานเซ่อ... ผมขอเปลี่ยนแปลงสัญญาเรื่องการชดใช้หนี้จากนันทกา ลูกสาวคนโต ผมขอเปลี่ยนเป็นฤทัยนาคลูกสาวคนเล็ก ผมคิดว่าฤทัยนาคจะทำประโยชน์ให้คุณมากกว่านันทกา และถ้าเป็นไปได้ ช่วยฝากฤทัยนาคเข้าเรียนหนังสือต่อด้วย เธอยังไม่จบไฮสคูล”

นาคกำกระดาษแน่น ถามว่านี่มันบ้าอะไรกัน หลินเอ่ยว่าเธอคงไม่คิดว่าตนจะทำตามข้อตกลงในจดหมายใช่ไหม

“ใครทำตามก็บ้าแล้ว นี่มันจดหมายของคนบ้า พ่อต้องบ้าไปแล้วที่เอาตัวฉันมาแลกเพื่อขัดดอกแทนพี่นัน”

หลินบอกว่าพ่อเธอบ้าไปแล้วจริงๆ เพราะตนต้องการนันทกาไม่ใช่เด็กบ๊องหน้าตาเหมือนเฟอบี้อย่างเธอ นาคถามว่าถ้าเขาได้พี่สาวตนไปแล้วจะทำอะไรเขา หลินสวนทันควันว่าจะทำอะไรเรื่องของตน เธอไม่เกี่ยว นาคถามว่าจะเอาไปเป็นนางบำเรอใช่ไหม!

“มันเป็นสิทธิ์ของฉันที่จะทำอะไรกับพี่สาวเธอก็ได้” หลินตอบหน้านิ่งแฝงแววเหี้ยม

ooooooo

ในวันที่ยุทธพงษ์พานันทกาหนีไปนั้น เธอถามพ่อว่าจะไปไหน ยุทธพงษ์บอกว่าไม่รู้ แต่ต้องหนีไปให้ไกลที่สุด นันทกาถามว่าพ่อทิ้งน้องไว้คนเดียวหรือ ยุทธพงษ์ตอบอย่างเลือดเย็นว่า

“มันจำเป็นลูก ลูกไม่ต้องห่วง นาคต้องเอาตัวรอดได้” นันถามว่าทำไมต้องทำแบบนี้ “เรื่องมันยาวลูก แล้วพ่อจะเล่าให้ฟัง...” และเมื่อพากันเข้าพักที่เรือนไทยในรีสอร์ตแล้ว ยุทธพงษ์จึงเล่าให้นันทกาฟัง เธออุทานตกใจว่าพ่อเป็นหนี้ยี่สิบล้านเหรียญหรือ!

“ใช่ พ่อยืมเงินจากคุณหลินหลานเซ่อมาลงทุนทำธุรกิจ แต่ว่ามันเจ๊ง คุณหลินเขาบอกว่า ถ้าพ่อหาเงินใช้หนี้เขาไม่ได้ เขาก็จะเอาตัวลูกไปขัดดอก”

“ไอ้บ้า...ตัณหากลับ หนูไม่มีวันยอมเป็นนางบำเรอมันหรอก”

ยุทธพงษ์บอกว่าพ่อรู้ ถึงได้ส่งนาคไปแทน นันรับไม่ได้ถามว่าพ่อส่งน้องไปเป็นนางบำเรอมันแทนตนหรือ นาคก็เป็นลูกพ่อเหมือนกัน พ่อทำอย่างนี้ได้ไง!

“มันจำเป็นลูก พ่อทำอย่างนั้นเพราะคิดว่านาคไม่สวยพอที่คุณหลินจะเอาไปทำเมียหรอก” นันติงว่ายังไงพ่อก็ไม่ควรทำอย่างนี้ แต่พอยุทธพงษ์บอกว่าถ้าไม่ส่งนาคไปก็ต้องส่งเธอไป นันทกาก็ปฏิเสธลั่นว่า ต่อให้ตายตนก็ไม่ยอมไป!

ooooooo

ที่ห้องทำงานของหลินหลานเซ่อ นาคตบโต๊ะปังบอกหลินว่าตนจะใช้หนี้ทั้งหมดให้พ่อเอง

หลินเยาะเย้ยว่าเธอจะเอาเงินที่ไหนขนาดพ่อเธอยังไม่มีปัญญาเลย นาคยืนยันอย่างไรหลินก็ไม่เชื่อ นาคเลยท้าพนันกัน หลินไม่รับพนันยืนยันคำเดียวว่า

“ในเมื่อพ่อเธอเป็นหนี้ฉันแล้วไม่สามารถใช้ได้ พี่สาวเธอก็ต้องเป็นของฉันตามสัญญา” พูดแล้วจะลุกไป

นาคเปลี่ยนวิธีใหม่ เยาะเย้ยปรามาสว่าเป็นถึงเจ้าพ่อแต่ไม่กล้ารับคำท้าพนันจากเด็ก กลัวตนจะชนะใช่ไหมล่ะ

“เธอจะพนันอะไรกับฉัน”

“ก็ถ้าฉันหาเงินมาใช้หนี้นายได้ ก่อนที่นายจะเจอตัวพี่สาวฉัน นายก็ต้องปล่อยพี่สาวฉันไป ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับเขา”

“ก็ได้ ตกลง ฉันรับคำท้าเธอ แต่ถ้าฉันเจอตัวพี่สาวเธอก่อน ฉันก็จะฆ่าเธอทิ้ง”

เป็นเงื่อนไขที่นาคถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ แต่ยังทำใจกล้าพอหลินจะเดินไปก็เรียกไว้ บอกว่ายังไม่รู้เลยว่าตนสัญญากับใคร หลินบอกว่าเธอไม่มีสิทธิ์ถาม แต่พอนาคบอกว่างั้นตนก็จะจำหน้าไว้ก็แล้วกัน หลินเลยหันบอกก่อนออกไปว่า

“ฉัน...หลินหลานเซ่อ”

“หลินหลานเซ่อ หึ! ดูท่าทางไม่น่าเซ่อเลย” นาคเหล่ตามพึมพำ

จงซินพานาคไปที่พัก นาคมองตาค้างเพราะมันคือตู้คอนเทนเนอร์ บอกจงซินว่าตนไม่ใช่หมาแมวนะจะได้นอนตู้คอนเทนเนอร์ จงซินมองตาขวางถามว่าเธอมีสิทธิ์เรียกร้องด้วยหรือ นาคเลยหัวเราะแหะๆ บอกว่าลืมตัวไปหน่อยที่จริงก็เท่ดีเหมือนกันนะ

“เอาล่ะ เลิกพล่ามได้แล้ว ตามฉันมา ฉันจะพาเธอไปดูงานที่เธอต้องทำ” จงซินตัดบท

“ไอ้นี่มันเก๊กขรึมเหมือนนายเลยฮิ...” นาคบ่นเบาๆ

นาคต้องนอนในตู้คอนเทนเนอร์และทำงานเป็นคนงานก่อสร้าง จงซินบอกว่าเธอต้องทำทุกอย่างตามที่หัวหน้าคนงานสั่ง นาคโวยวายว่างานกรรมกรแบบนี้แล้วเมื่อไหร่ตนถึงจะใช้หนี้ให้พ่อได้หมด

“นั่นมันเป็นเรื่องของเธอ ฉันมีหน้าที่พาเธอมาดูที่พักและที่ทำงาน เราจะเริ่มต้นหักหนี้เธอวันอาทิตย์หน้า จำไว้ให้ดีทุกวันอาทิตย์ เธอต้องเอาเงินไปให้ฉันที่ออฟฟิศ เพื่อใช้หนี้คุณหลินเข้าใจไหม และเธอต้องเตรียมตัวไปโรงเรียนในวันจันทร์หน้า”

นาคโวยอีกว่าต้องเรียนแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปทำงาน จงซินบอกว่าใช้เวลาหลังเลิกเรียน นาคบอกว่างั้นตนไม่เรียน

“ไม่ได้ นี่เป็นคำสั่งของคุณหลิน อ้อ...เดี๋ยวเย็นนี้จะมีคนเอาเสื้อผ้ามาให้เธอ และเธอไปกินอาหารได้สามมื้อในโรงอาหารของพนักงาน” สั่งแล้วเดินออกไปเลย

“มันแกล้งกันชัดๆนี่หว่า หึ! นึกหรือว่าคนอย่างไอ้นาคจะหาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้ อย่าหวังเลย!!”

จงซินกลับมาพบหลินที่ห้องทำงาน เขาติงหลินว่าไม่น่าไปรับคำท้าของนาคเลยทำให้วุ่นวายเปล่าๆ

หลินชี้แจงว่าถ้าไม่รับเด็กนั่นก็จะหาว่าตนกลัว บอกจงซินว่า ตนว่าเด็กนั่นไม่ธรรมดา ให้ไปหาประวัติมาให้ด้วย อยากรู้ว่าทำไมพ่อของเธอจึงส่งเธอมาแทนพี่สาว ย้ำก่อนจงซินออกไปว่า

“ตามหาตัวนันทกาให้เจอ เพราะตอนนี้เธอเป็นสมบัติของฉัน”

ooooooo

หลินหลานเซ่อ...ยังนั่งอยู่ในห้องทำงาน หยิบรูปของนันทกาขึ้นดู ความคิดคำนึงย้อนไปในคืนหนึ่ง...

คืนที่อยู่ในโถงเต้นรำห้องอาหาร เป็นคืนแรกที่เขาได้เห็นนันทกาเต้นรำกับยุทธพงษ์ เขามองนันทกาเหมือนตกในภวังค์ ยิ่งเมื่อเธอเหลือบมองมาประสบตากันแล้วหลบตาสะเทิ้นเขิน ช่างงามซึ้ง จนคืนนั้น...เขาเหมือนตกอยู่ในความฝัน...

คืนนั้นเอง จงซินได้พายุทธพงษ์มาพบ บอกว่า

เป็นนักธุรกิจไทยที่บอกว่ามีเรื่องจะปรึกษาเขา  หลินทักทายและเชิญนั่ง

“มีอะไรก็พูดได้เลยครับ  จงซินเขารู้ทุกเรื่องที่ผมรู้” หลินเอ่ยกับยุทธพงษ์

ยุทธพงษ์เล่าถึงธุรกิจที่มีปัญหาและขอกู้เงินจากหลินยี่สิบล้านเหรียญฮ่องกง เท่ากับ  60  ล้านบาทไทย  หลินถามว่าจะใช้คืนได้เมื่อไร  ยุทธพงษ์บอกว่าขอเวลาสามเดือน

“พร้อมดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบ”  หลินบอก  ยุทธพงษ์โอเค  หลินจึงให้จงซินจัดเงินให้  แต่พอยุทธพงษ์ขอบคุณและจะลากลับ หลินพูดนิ่มๆนิ่งๆว่า “อย่าเพิ่งขอบคุณผม คุณยังไม่ได้บอกผมเลยว่าคุณจะเอาอะไรมาค้ำประกันให้ผม”

“ลูกสาวผม” ยุทธพงษ์ตอบเหมือนเตรียมไว้แล้ว

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่มีปัญหาตามมาถึงวันนี้...วันที่ยุทธพงษ์เบี้ยวสัญญาส่งฤทัยนาคมาแทนนันทกา  หลินวางรูปของนันทกาในกรอบไว้บนโต๊ะตามเดิม  นั่งหน้านิ่ง...

ooooooo

ที่คาเฟ่ ในฮังการี...

ผู้กองแพทริคนายตำรวจสากลนั่งจิบกาแฟอยู่ เขาได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องแจ้งว่าคารอสพ่อค้าอาวุธข้ามชาตินอนกกผู้หญิงอยู่ที่โรงแรม  แพทริคสั่งเฝ้าไว้ให้ดี ตนจะไปเดี๋ยวนี้  ลูกน้องถามว่าจะให้เรียกกำลังเสริมไหม

“ไม่ต้อง  ฉันจะจับมันด้วยมือของฉันเอง” แพทริควิ่งออกจากคาเฟ่ไปอย่างเร็ว

แพทริคบุกเข้าไปถึงห้องนอน  เจอแต่ผู้หญิง  เธอบอกว่าคารอสหนีออกไปทางหน้าต่างแล้ว   แพทริควิ่งออกไปยิงปะทะกับคารอสจนกระสุนหมด  ถูกคารอสปาระเบิดขึ้นมา แพทริคกระโดดลงจากระเบียง สิ้นเสียงระเบิดแพทริคโผล่หน้ามอมแมมขึ้นมาท่ามกลางควันระเบิด เขาคำรามอย่างอาฆาตแค้น

“ไอ้คารอส ถ้ากูไม่ตาย กูต้องจับมึงด้วยมือของกูเอง!”

ooooooo

ที่ห้องประชุมฉายหงกรุ๊ป...

ผู้ถือหุ้นร่วมประชุมกันอย่างพร้อมหน้า  หลินหลานเซ่อนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานที่ประชุม  ข้างขวาเขามีซานกุ้ย มาเฟียรุ่นพี่นั่งอยู่  ส่วนหลางหย่งเหวิน  และหลินเพ่ยอิง มาเฟียรุ่นน้องนั่งขนาบซ้าย  นอกจากนั้นมีผู้ถือหุ้นวัยชราในบริษัทอีก 5 คน

ที่ประชุมอภิปรายเรื่องที่จะดึงคารอสมาร่วมหุ้นกับฉายหงกรุ๊ปเพื่อเราจะได้ขยายสินค้าออกสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น

หลินหลานเซ่อนั่งฟังเงียบๆ จนเพ่ยอิงถามว่าทำไมเงียบไป หรือว่าเรื่องแค่นี้ทำไม่ได้  ถ้าทำไม่ได้ตนอาสาทำเอง ทั้งหย่งเหวินและซานกุ้ยต่างติงว่าเวลานี้หลินหลานเซ่อเป็นประธานของฉายหงกรุ๊ปจึงควรให้เขาแสดงฝีมือ ผู้ร่วมหุ้นอาวุโสอีกสองสามคนเห็นด้วย คนหนึ่งเสนอว่า

“หลินหลานเซ่อ  เธอจะต้องพิสูจน์ให้พวกเราเห็นว่าเธอพร้อมที่จะเป็นผู้นำฉายหงกรุ๊ปของพวกเรา”

“ว่าไงหลินหลานเซ่อ บอกพวกเราสิว่านายจะทำมันได้ไหม” ซานกุ้ยขอคำยืนยัน หลินมองซานกุ้ยและทุกคนอย่างไม่หวั่นไหว พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้านิ่งขรึมว่า

“ไม่ต้องห่วง ผมจะทำให้คารอส ทาเปีย เซ็นสัญญากับเราให้ได้”

ทุกคนลุกยืนปรบมือให้ด้วยความรู้สึกต่างกัน  บ้างยินดี ให้กำลังใจ บ้างหนักใจกังวล และบ้างท้าทาย ส่วนหลินหลานเซ่อเอง เขายืนขึ้นรับเสียงปรบมือด้วยใบหน้าที่นิ่งขรึม ไร้ความรู้สึกใดๆ

ooooooo

ตอนที่ 2

หลังการประชุม หลินถามจงซินว่าติดต่อคารอสได้หรือยัง

จงซินบ อกว่าตนโทร.เป็นสิบๆครั้งแล้วแต่คารอสไม่รับสาย จงซินบอกหลินว่าเขากำลังถูกซานกุ้ยบีบให้เข้ามุมอับ หลินตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉยว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนอยากเป็นประธานฉายหงกรุ๊ปทั้งนั้น โดยเฉพาะซานกุ้ยกับเพ่ยอิง

“ผมว่าคุณหลินต้องระวังตัวให้มากนะครับ ผมไม่ค่อยไว้ใจสองคนนี้...ผมว่าเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อจะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้า”

“ขอบใจที่นายเป็นห่วง แต่ฉันว่าตอนนี้นายทำยังไงก็ได้ ติดต่อให้คารอสมากินข้าวกับฉันสักมื้อ”

จงซินรับคำสั่ง แต่พอออกจากห้องก็เจอฟางเหม่ ยจิงนางแบบสาวสวยคู่ควงของหลิน เธอถามว่าหลินอยู่ไหม จงซินบอกว่าอยู่ แต่เธอไม่ควรเข้าไปตอนนี้เพราะเขากำลังเครียดและมีงานสำคัญต้องคิด

“เขา บอกหรือว่าไม่ต้องการพบฉัน” เหม่ยจิงถามอย่างอวดดี พอจงซินบอกว่าเปล่า เธอเชิดใส่ “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะเป็นคนทำให้เขาหายเครียดเอง” พูดแล้วเดินเข้าไปเลย จงซินได้แต่มองตามอย่างพยายามเก็บความรู้สึก

เหม่ย จิงเข้าไปฉอเลาะถามว่าเครียดเรื่องอะไรตนช่วยได้ไหม พอหลินบอกว่าเรื่องงาน เธอช่วยอะไรไม่ได้หรอก เหม่ยจิงก้มหอมเขา ลูบแก้มเขาฉอเลาะว่าไม่ชอบให้เขาใส่คอนแทคเลนส์สีนี้เลย ตาสีเขียวมรกตของเขาดูเซ็กซี่กว่าตั้งเยอะ

“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าพูด เรื่องส่วนตัว” หลินปราม เหม่ยจิงบอกว่าตนแค่พูดไปเรื่อยเปื่อยถ้าไม่ชอบก็ขอโทษ แต่พอเหลือบเห็นรูปนันทกาบนโต๊ะก็ชักสีหน้าถามว่า “คุณยังสนใจผู้หญิงคนนี้อีกหรือคะ เธอดูบอบบางจะตาย จะให้มาทำหน้าที่นางบำเรอจะไหวเหรอคะ”

“เธออาจจะไม่ได้มาทำหน้าที่นาง บำเรอ” หลินบอก แล้วตัดบทชวนไปกินข้าวกันดีกว่าตนหิวแล้ว เหม่ยจิงเดินตามเขาไป ไม่วายหันจิกตาดูรูปนันทกาบนโต๊ะอีกครั้งอย่างเกลียดชัง

ooooooo

นาคไปเป็นกรรมกรในโครงการก่อสร้าง ได้รับน้ำใจจากต้าห่ายคนงานรุ่นเดียวกันที่คอยแนะนำและดูแล

ต้าห่ายเห็นเธอขุดหลุมหน้าดำหน้าแดงก็เอา

น้ำดื่มมาให้ขวดหนึ่ง ทักว่าเห็นเธอมากับคนสนิทของ

หลินหลานเซ่อ?

นาคบอกว่าตนเป็นหนี้ต้องมาทำงานใช้หนี้

ต้า ห่ายทำหน้าสยองบอกว่าเคยได้ยินว่าใครเป็นหนี้คุณหลินจะไม่รอดสักราย โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ มักจะกลายเป็นคู่นอนอะไรแบบนี้ทุกคนเลย แต่ทำไมเขาจึงส่งเธอมาขุดดิน นาคบอกว่าเพราะตนไม่สวยไง ต้าห่ายติงว่าใครว่าเธอไม่สวย แต่สวยไม่เข้าขั้นต่างหาก

ต้าห่ายบอกว่าตน ต้องไปทำงานอีกที่แล้ว นาคหูผึ่งถามว่าเขามีงานจ๊อบอื่นด้วยหรือ ต้าห่ายบอกว่าตนทำงานรับจ้างส่งของทุกอย่าง นาคถามทันทีว่า “แล้วอย่างฉันทำได้ไหม”

“ถ้าเธอมีขาแล้วขี่จักรยานเป็นก็ทำได้” ต้าห่ายบอก นาคขอให้ช่วยหางานให้ตนบ้าง พอต้าห่ายรับปาก นาคดีใจยกมือตบกัน หลังจากนั้นต้าห่ายผู้มีน้ำใจก็พานาคขี่จักรยานไปตามเส้นทางต่างๆที่ไปส่งของ นาคยังใหม่ต่อเส้นทางจึงหาซื้อแผนที่ไปศึกษาเพื่อจะได้ชำนาญทางเหมือนต้าห่าย ที่บอกว่าถนนพวกนี้เขาหลับตาเดินได้เลย

ส่งงานเสร็จ ทั้งสองพากันมาหยุดซื้อน้ำดื่มที่หน้าร้านอาหารโปรตุเกส ต้าห่ายบอกนาคว่าเธอโชคดีที่เป็นหนี้แล้วมาทำงานใช้หนี้ ดีกว่าคนอื่นที่ต้องเอาตัวเข้าแลกเป็นนางบำเรอเพราะการเป็นนางบำเรอของหลินนั้น เหมือนตกนรกทั้งเป็น

“เธอรู้ไหมว่าเป็นผู้หญิงของมาเฟียเนี่ย มันเจ็บปวดแค่ไหน วันไหนที่มันอยากได้เธอมันก็มาหาเธอ วันไหนที่มันอยากทิ้งเธอ มันก็ทิ้งเหมือนผ้าขี้ริ้ว แล้วถ้าเธอคิดจะหนีละก็ ตายลูกเดียว! โดยเฉพาะหลินหลานเซ่อ เธอรู้ไหมมันนี่แหละเจ้าพ่อตัวจริง!”

ขณะต้าห่ายกำลังเล่านั่นเอง นาคเห็นหลินเดินออกจากร้านอาหารมากับเหม่ยจิง เธอทำตาเหลือกส่งสัญญาณจนต้าห่ายหันมองตาม พอเห็นหลินหลานเซ่อ ต้าห่ายก็หุบปากสนิท

อาเหลียงที่ติดตามหลินมาเปิดประตูรถให้เหม่ยจิงเข้าไปนั่ง หลินตามมา เขาเหลือบเห็นนาคแต่ขณะจะก้าวขึ้นรถ นาคก็ร้องเรียกแล้ววิ่งไปกระชากประตูรถไว้ ถูกอาเหลียงผลักออก กระชากปืนจ่อ หลินห้ามอาเหลียงแล้วถามนาคว่ามีอะไร

“ฉันมีเรื่องจะถามนายหน่อย ฉันไม่ไปโรงเรียนได้ไหม เพราะถ้าฉันไปฉันจะไม่มีเวลาหาเงินมาให้นายนะ แล้วตอนนี้ฉันก็ได้งานพิเศษเพิ่มแล้วด้วย ฉันจะได้หาเงินใช้หนี้ได้เร็วขึ้น ตกลงนะ”

“ไม่! เธอจะต้องเรียนหนังสือ” พูดแล้วดึงประตูปิดเลย นาคจะดึงเปิด ถูกอาเหลียงผลักไล่ให้ถอยไปถ้าไม่อยากเจ็บตัว

พอนาคกลับมา ต้าห่ายถามว่าบ้าไปแล้วหรือ อยู่ๆไปกระชากประตูคุณหลิน รู้ไหมว่าถ้าเมื่อกี๊คุณหลินห้ามไว้ไม่ทัน มีหวังถูกลูกน้องเขายิงตายไปแล้ว นาคอ้างว่าตนมีธุระจะมายิงกันได้ไง

“ฉันว่าเธอนี่ไม่เต็มจริงๆ เมื่อกี๊ถ้าไม่โดนยิง ฉันว่าเธอต้องโดนกระทืบแน่ๆ”

“ฉันว่านายปอดเกินไป มาเฟียก็เหมือนเรา ไป กลับเถอะ ฉันหิวแล้ว” ว่าแล้วเดินนำลิ่วไป ต้าห่ายมองตามอย่างทึ่งในความบ้าบิ่นของนาค

เหม่ยจิงถามหลินว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร หลินบอกว่าเป็นลูกหนี้ เธอทำเสียงตกใจ เปรยๆว่า ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะมาเสียเวลากับเด็กข้างถนน และเมื่อกลับถึงเพนท์เฮ้าส์ เหม่ยจิงพยายามเอาอกเอาใจจะเปิดน้ำอุ่นเพื่อนอนแช่น้ำด้วยกันในอ่าง แต่กลับถูกปฏิเสธ หลินบอกให้เธอกลับไปก่อน วันนี้ตนเพลียอยากจะนอน

“แต่เหม่ยจิงยังไม่อยากกลับนะคะ”

“แต่เธอต้องกลับ เพราะฉันจะนอน” เหม่ยจิงจึงจำต้องกลับ หลินบอกว่า “จงซินเขารอเธออยู่ข้างนอก”

เมื่อจงซินจะพาเธอไปส่งที่อพาร์ตเมนต์ เธอกลับบอกให้ไปส่งที่โรงแรมเพราะอยากไปนั่งดื่มสักแก้วสองแก้ว จงซินยืนยันว่าหลินให้ไปส่งเธอที่อพาร์ตเมนต์ ตนต้องไปส่งตามคำสั่ง หลังจากนั้นเธอจะทำอะไรก็เรื่องของเธอ พูดเตือนสติเธอให้รู้ตัวว่า หลินจ้างเธอในฐานะคู่ควงก็ควรวางตัวอย่าให้คนอื่นดูถูกหลินได้

เหม่ยจิงบอกว่าตนไม่ได้ทำเพื่อเงินแต่ทำเพราะรักหลิน จงซินย้ำว่าถ้าเธอรักคุณหลินจิงก็ไม่ควรไปดื่มต่อเพราะคนจะมองว่าผู้หญิงของคุณหลินไปนั่งคอยจับแขกตามบาร์

“ที่ผมพูดเพราะเป็นหน้าที่ของผม” จงซินตบท้ายแล้วพาไปส่งถึงอพาร์ตเมนต์ของเธอ เหม่ยจิงลงจากรถจิกตาแค้น

จงซินส่งอาเหว่ยไปตามหานันทกาที่เมืองไทย ยุทธพงษ์รู้ตัวพานันทกาหนีรอดไปได้ พอหลินรู้สั่งจงซินว่า

“บอกคนของเราว่าฉันต้องการผู้หญิงคนนี้ ตามหาเธอให้เจอ”

ooooooo

เพราะพรุ่งนี้นาคจะต้องไปโรงเรียนแล้ว วันนี้ จงซินเอาชุดนักเรียนมาให้ นัดพรุ่งนี้เจอกัน

“อย่าบอกนะว่าพวกนายจะตามฉันไปโรงเรียนด้วย” นาคเอะใจ จงซินบอกว่าคุณหลินต้องไปดูงานที่โรงเรียนทุกวัน เพราะท่านเป็นเจ้าของโรงเรียน “หา! ไอ้มาเฟียนั่นเป็นครูใหญ่อย่างงั้นหรือ เฮ้อออ...งง...” นาคเซ็งจนบอกไม่ถูก

เวลาเดียวกัน หลินหลานเซ่อ ก็ให้จงซินติดต่อคารอสเชิญทานข้าวเป็นการส่วนตัวกันหน่อย แดนนี่ลูกชายคารอสเป็นคนรับสาย พอคารอสรู้ให้แดนนี่ตอบไปเลยว่า “ไม่ว่าง”

“แต่ผมอยากให้คุณบอกคุณคารอสว่าคุณหลินมีธุระสำคัญมากอยากคุยด้วย” จงซินพยายามโน้มน้าว “มันเป็นเรื่องผลประโยชน์และเป็นเงินจำนวนมากด้วย”

พอแดนนี่ถ่ายทอดให้พ่อฟัง คารอสก็ชะงัก คิด

เมื่อหลินรู้ว่าคารอสปฏิเสธ เขาสบถ

“ระยำ! พรุ่งนี้โทร.หามันอีก โทร.จนกว่ามันจะยอมรับนัดฉัน”

เวลาเดียวกัน หย่งเหวินกับซานกุ้ยก็ติดตามการทำงานของหลิน แช่งให้หลินติดต่อคารอสไม่สำเร็จ เพื่อพวกตนจะได้ขึ้นเป็นประธานฉายหงกรุ๊ปแทน

ซานกุ้ยบอกหย่งเหวินว่าถ้าตนได้เป็นประธานฉายหงกรุ๊ปก็จะยกให้เขาเป็นแทน เขาหลงความปากหวานเจ้าเล่ห์ของหย่งเหวินจนนอกจากจะยกตำแหน่งประธานฉายหงกรุ๊ปให้ แล้วยังสนับสนุนถ้าหย่งเหวินชอบไป่หลิงหญิงสาวที่พ่อเธอฝากให้ช่วยดูแลก่อนตายด้วย

วันนี้ต้องไปโรงเรียนแล้ว นาคมีปัญหากับการผูกเนกไทมาก ผูกอย่างไรก็ไม่ได้ เห็นทีจะไปสายแน่ฉุกคิดที่จงซินบอกว่าพรุ่งนี้เจอกันได้ ก็ยิ้มดีใจดีดนิ้วเปาะ

“ได้การละ” นาควิ่งปรื๋อออกไปเลย ไปดักรถของหลินที่กำลังจะออกที่หน้าตึก อ้างว่าตนต้องรีบไปโรงเรียนแต่มีปัญหาเรื่องการผูกเนกไททำให้ต้องไปสายแน่ หลินตัดบทว่าให้เธอหาทางไปให้ถึงเร็วๆก็แล้วกัน นาคขอติดรถไปด้วย หลินไม่ให้ นาคต่อรองขอเกาะท้ายรถไปก็ได้

หลินสั่งจงซินให้เปิดกระโปรงท้ายรถให้ นาคกัดฟันเข้าไปนอนคุดคู้ที่กระโปรงท้ายรถ ไปถึงโรงเรียนแล้วนาคทุบกระโปรงรถตะโกนให้เปิดจนหลินต้องสั่งลูกน้องให้เปิดกระโปรงรถให้ สั่งให้เข้าห้องเรียนเลยและผูกเนกไทซะด้วย

นาคเข้าห้องเรียนสาย ปดครูว่าเป็นนักเรียนใหม่เข้าห้องผิดเลยสาย แล้วแนะนำตัวเองกับเพื่อนร่วมชั้น จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาผูกเนกไท จนแดนนี่ที่นั่งอยู่ข้างหลังทนดูไม่ได้อาสาผูกให้ ระหว่างนั้นคุยกันถูกคอ เพราะแดนนี่ก็เป็นคนปากคอเราะร้ายขวานผ่าซากเหมือนนาค ไม่มีใครอยากคบ จนถูกครูจับไปคาบไม้บรรทัดโทษฐานคุยกันในห้องเรียน

พอพักเรียน แดนนี่ขอเลี้ยงข้าวนาคปลอบใจที่ตนทำให้เธอถูกทำโทษ ระหว่างทั้งสองเดินคุยกันอย่างถูกคอนั่นเอง หลินเห็นเข้าถามจงซินว่าสองคนนี้รู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ จงซินบอกว่าเขาเรียนห้องเดียวกัน

จงซินรายงานหลินว่าตนโทร.ไปหาคารอสแต่เขาไม่ยอมรับสาย คาดว่าคงแค่เล่นตัวอยู่เท่านั้น เพราะคนคนนี้อะไรที่เป็นเงินไม่เคยเขิน ทั้งสองคิดตรงกันว่าถือโอกาสที่ฉายหงกรุ๊ปจะฉลองครบรอบวันเกิดบริษัทเชิญคารอสมางานจะได้ไม่เขิน

ดังนั้น ขณะแดนนี่นั่งกินข้าวกับนาคนั่นเอง หลินเดินเข้าไปหาแดนนี่ฝากบัตรเชิญให้เอาไปให้พ่อเขาด้วย พอหลินออกไป นาคถามแดนนี่ว่าพ่อเขาเป็นใคร ทำไม

หลินหลานเซ่อถึงต้องเชิญไปงานด้วย แดนนี่ถามว่าเธอรู้จักคารอส ทาเปีย ไหม นาคส่ายหน้าถามว่าเป็นพ่อเขาหรือ แดนนี่บอกว่าใช่ นาคมองแดนนี่อย่างแปลกใจ

เมื่อแดนนี่เอาบัตรเชิญไปให้คารอส ถามพ่อว่าจะไปงานนี้ไหม คารอสบอกว่า “ตื๊อขนาดนี้ก็คงต้องไป”

“ไหนพ่อบอกว่าจะไม่ทำธุรกิจกับไอ้พวกมาเฟียไง” แดนนี่ติง

“การที่ฉันไป ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องทำธุรกิจกับมันนี่ แกโทร.กลับไปบอกมันว่าฉันจะไปแล้วแกเองก็ไปหาซื้อเสื้อผ้าสวยๆใส่ไปงานกับพ่อด้วย” แดนนี่บอกว่าตนไม่อยากไป “ไปซะหน่อย อย่างน้อยก็ไปเปิดหูเปิดตา”

พอดีมือถือคารอสดังขึ้น เป็นสายจากลูกค้าโทร.มาตามของ คารอสขอเวลาอาจช้าหน่อยแต่รับรองอาวุธถึงมือแน่ ฝ่ายนั้นถามว่าแน่ใจหรือว่าจะผ่านด่านตำรวจได้ ถูกคารอสปรามว่าอย่าสามหาวกับตน งานใหญ่กว่านี้ตนยังทำสำเร็จมาแล้ว บอกว่าวันไหนที่ส่งของจะโทร.บอกล่วงหน้าสองชั่วโมง

แดนนี่ฟังอยู่ เสนอพ่อว่าเราควรยกเลิกงานนี้ก่อนดีไหมเพราะแพทริคไม่ยอมให้เราขนอาวุธผ่านด่านแน่ คารอสไม่ยอม บอกแดนนี่ว่า “ถ้าปืนแค่สามสี่สิบกระบอกฉันยังทำไม่ได้ ฉันจะไปส่งรถถังได้ยังไง”

“แต่ถ้าพ่อถูกจับ มันไม่คุ้มเสี่ยงเลยนะ”

“ฉันจะไม่ยอมเสียเครดิตกับงานชิ้นนี้ ไม่ว่าจะยังไง ก็ต้องหาทางส่งอาวุธผ่านด่านไปให้ได้” คารอสจริงจังจนแดนนี่ได้แต่มองพ่ออย่างหนักใจ เครียด...

ooooooo

ที่ด่านตำรวจฮ่องกง แพทริคเฝ้าด่านตรวจรถทุกคันอย่างเข้มงวด แม้คนขับจะอ้างว่าเป็นรถขนของของศุลกากรก็ไม่ละเว้น

เมื่อเจ้าหน้าที่อ้างว่าต้องรีบเอาของไปขึ้นเรือให้ทันก่อนเที่ยงคืน ไม่อย่างนั้นตนถูกเล่นงานและตัวแพทริคเองก็ต้องเดือดร้อนด้วย แพทริคไม่สนใจสั่งให้คนขับรถลงมาจับหน้าโขกกับกระโปรงรถ สั่งลูกน้อง...

“ทุกคนฟังให้ดีนะ รถที่ผ่านเส้นทางนี้ต้องตรวจทุกคันไม่ว่าจะเป็นรถอะไร ใหญ่แค่ไหนก็ต้องตรวจ แล้วจำหน้าไอ้คารอสไว้ให้ดี ถ้ามีใครหน้าคล้ายหรือเหมือนหรือใกล้เคียงให้สงสัยว่ามันคือไอ้คารอส ทาเปีย จับมันทันทีเข้าใจไหม” แล้วขยำกระดาษหมายจับในมือคำราม “มึงไม่มีวันขนอาวุธผ่านกูไปได้หรอก ไอ้คารอส!”

ooooooo

วันนี้เพ่ยอิงไปหาหลินที่ห้องทำงานถามความคืบหน้าการติดต่อคารอส เมื่อหลินบอกว่ากำลังพยายาม เพ่ยอิงปรามาสว่าทำไม่ได้ก็หลีกทางให้ตนเสีย เพราะตนเหนือกว่าเขาเยอะ

หลินบอกว่าเมื่อไหร่ที่ตนทำไม่สำเร็จค่อยเป็นคิวของเขา เพ่ยอิงอาฆาตว่าวันใดตนได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าจะเหยียบเขาให้จมดินไปเลย แล้วหุนหันออกไป
จงซินสวนเข้ามาบอกข่าวดีแก่หลินว่าคารอสตอบรับที่จะมางานเราแล้ว หลินบอกให้จัดคารอสมานั่งข้างตนเลย จงซินติงว่าหลินควรหาคนอื่นคุยเปิดทางก่อนดีกว่า หลินถามว่าจะเอาใคร จงซินบอกว่า “ฤทัยนาคครับ”

“นายบ้าไปแล้วหรือจงซิน อยู่ๆจะเอาเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ขึ้นมาคุยธุรกิจของเรา”

“ผมไม่ได้บ้านะครับและก็ไม่ได้เมาด้วย บางทีคุณหลินอาจจะคาดไม่ถึงว่าฤทัยนาคเป็นเด็กที่มีความสามารถพิเศษ”

แล้วจงซินก็เล่าว่าตนอ่านประวัติฤทัยนาคมาแล้ว พบว่าพ่อของเธอเคยส่งเธอไปคุยธุรกิจกับนักธุรกิจต่างชาติ ครั้งแรกไม่สำเร็จ ครั้งที่สองไม่สำเร็จอีก แต่พอครั้งที่สามพ่อเธอส่งไปคุยกับประธานบริษัทต่างชาติ ประธานบริษัทตกลงรับเงื่อนไขของพ่อเธอ งานนี้พ่อเธอได้รับผลประโยชน์ร้อยล้านไปเต็มๆ

จงซินเล่าแล้วเห็นหลินไม่เชื่อถือ เขาขอร้องให้เชื่อตนสักครั้งเพราะถ้านาคทำไม่สำเร็จ หลินเองก็ยังมีโอกาสอีก

หว่านล้อมจนหลินยอมแล้ว จงซินให้อาเหลียงไปลากตัวนาคจากห้องเรียนไปพบหลินที่ห้องทำงาน หลินมอบหมายงานให้นาคทำ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนว่าถ้าเธอทำงานนี้สำเร็จจะยกหนี้ให้หนึ่งล้านเหรียญฮ่องกง

หลังจากนาคตกลงจะลองดูแล้ว จงซินขนเอกสารมาให้เธอมากมายให้เวลา 5 ชั่วโมง เธอต้องอ่านให้หมดและต้องจำให้ได้ว่าเราต้องการอะไรจากคารอสและคารอสจะได้ผลประโยชน์อะไรจากเรา นาคหนักใจถามว่าถ้าตนทำไม่สำเร็จล่ะ

“เธอก็ต้องตาย!” หลินบอก นาคฮึดต้องทำงานนี้ให้สำเร็จแต่มีข้อแม้ว่า ถ้าทำสำเร็จนอกจากหนี้หนึ่งล้านเหรียญที่เขาจะยกให้แล้ว เขาจะต้องทำบัตรประชาชนเป็นคนที่นี่ให้ตน และแถมท้ายว่าเขาจะต้องยกแม่โป้งให้ตนสองโป้งด้วย เพราะเขาดูถูกตนตลอดมา สุดท้ายหลินยอมรับปาก ถ้าเธอทำได้สำเร็จ

นาคอ่านหนังสือเป็นตั้งจนหงุดหงิดหยิบเอกสารมาโปรยเต็มห้องแล้วหลับไป ถูกจงซินดุ เธอบอกว่ามันมากมายจนอ่านไม่ไหว เสนอว่า

“เอาอย่างนี้ ฉันขอข้อมูลส่วนตัวของมัน เรื่องครอบครัวมัน เรื่องคู่ค้าและศัตรูของมันว่ามีใคร และปัญหาของมันมีอะไรบ้าง อ้อ...ที่สำคัญฉันอยากรู้รูปแบบการค้าอาวุธเถื่อนของมันด้วย”

จงซินบอกว่ามันไม่เกี่ยวกับการต่อรองให้คารอสเซ็นสัญญา นาคบอกว่าตนจะใช้ข้อมูลนี้คุยกับคารอส ยื่นคำขาดว่า

“ถ้านายอยากให้ฉันคุยก็ต้องคุยวิธีของฉัน” พูดแล้วยักคิ้วแผล็บอย่างเป็นต่อ ทำเอาจงซินปวดหัวกับเด็กเหลือขอคนนี้

ooooooo

เมื่อได้เวลา จงซินพานาคไปโรงแรมที่จัดงาน

นาคขอเวลาทำใจห้านาที จงซินหงุดหงิดแต่จำต้องยอม เพราะนาคกำลังจะลงสนามแล้ว

มาถึงชั้น 10 นาคเห็นหลินยืนรออยู่พอเจอกันเธอชมเขาว่า “วันนี้นายดูหล่อมาก แค่นี้แหละที่ฉันจะบอก ไปกันเถอะ” ทำเอาหลินไม่รู้จะพูดอะไรกับเธอ

ระหว่างขึ้นลิฟต์ไปห้องจัดงานนั่นเอง นาคพยายามผูกเนกไท แต่ผูกไม่ได้สักที หลินรำคาญเลยผูกให้ ความใกล้ชิดทำให้นาคใจคอวูบวาบจนต้องหลบตาเขา พอเขาผูกให้เสร็จ นาคเอ่ยเสียงประหม่า “หลินหลานเซ่อขอบคุณมาก”

ไปถึงห้องจัดเลี้ยง จงซินกระซิบบอกว่า

“คนนั้นคือคารอส ทาเปีย ในนี้คือเอกสารสัญญาร่วมหุ้น ทำให้คารอสเซ็นสัญญานี้ให้ได้”

“ฉันจะพยายามแล้วกัน” นาครับซองเอกสารสูดลมหายใจลึกๆ เดินผ่านหลินไปทักคารอส “สวัสดีค่ะคุณคารอส”

“สวัสดีสาวน้อย มางานกับคุณพ่อคุณแม่หรือ” คารอสแซว

“ขอโทษด้วยนะคะ ฉันอาจจะเด็กไปสำหรับงานนี้ แต่ฉันเป็นตัวแทนของหลินหลานเซ่อมาเจรจาเรื่องการร่วมหุ้นระหว่างคุณกับฉายหงกรุ๊ป” นาคพูดเรื่องธุรกิจพันล้านอย่างผ่าเผย ทั้งที่หน้าตาบอกว่ายังเป็นแค่“สาวน้อย” อย่างที่คารอสเรียก

คารอสมองเธอเหมือนเด็กมาชวนเล่นขายของ แต่นาคก็ยังพูดเป็นการเป็นงานพูดถึงการค้าอาวุธของเขาพูดถึงความยิ่งใหญ่ของเขาที่มาเฟียทั่วโลกต่างต้องการทำสัญญากับเขา คารอสดักคอว่าหลินหลานเซ่อเลยส่งเธอที่ยังเรียนไม่จบไฮสคูลมาเจรจาติดต่อธุรกิจที่มีผลประโยชน์เป็นพันล้าน แถมยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายด้วยหรือ

“เล่าอย่างย่อแล้วกันนะคะ ฉันติดหนี้หลินหลานเซ่อยี่สิบล้านเหรียญฮ่องกง แล้วเขาก็บอกว่าถ้าฉันทำให้คุณยอมเซ็นสัญญาร่วมหุ้นกับฉายหงกรุ๊ปได้ เขาจะยกหนี้ให้ฉันล้านนึง”
คารอสฟังแล้วหัวเราะชอบใจ จนหลินกับจงซินที่จับตาดูอยู่พูดกันว่านาคผ่านด่านแรกแล้ว

นาคพยายามหว่านล้อมให้คารอสเห็นถึงผลประโยชน์ที่เขาจะได้ บอกเล่าถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้เขายอมเซ็นสัญญาเพราะต้องการเงินล้านเหรียญกับใบ เบิกทางเพื่ออยู่ที่นี่ คารอสถามว่าเธอไม่เด็กเกินไปหรือ

“ฉันว่าเรื่องนี้คุณน่าจะเข้าใจดีที่สุดนะคะ เพราะตอนที่คุณก้าวเข้ามาสู่ถนนสายนี้ มีคนมากมายที่ดูถูกคุณ

แต่คุณก็พิสูจน์ให้คนเหล่านั้นได้เห็นว่าพวกเขาคิดผิด”

“บอกตรงๆนะ ฉันชอบเธอ” คารอสยิ้มกว้าง

นาคพูดถึงเรื่องที่เขากำลังถูกแพทริคตำรวจสากลตามล่าและเขาจะต้องส่งสินค้าให้ลูกค้าถ้าเขาทำงานไม่สำเร็จหมายถึงเขาจะเสียเครดิตกับลูกค้ารายใหญ่ แล้วเสนอตัวจะทำงานนี้ให้ ขอแต่ให้เขาเซ็นสัญญานี้ให้เป็นการแลกเปลี่ยน ทิ้งไพ่ตายใบสุดท้ายว่า

“ตอนนี้ฉันกับคุณ เราต่างก็เหมือนหมาจนตรอกด้วยกัน”

สิ่งมหัศจรรย์เกิดทันที คารอสบอกหลินและจงซินที่เดินมาหาว่าจะเซ็นสัญญาให้ในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้านี้!

เมื่อทำงานสำเร็จ นาคทวงหลินให้ยกแม่โป้งสองมือพร้อมคำชมว่า “เธอมันเจ๋งโคตรๆจริงๆ” หลินยอมทำให้ นาคถึงกับกระโดดตัวลอยร้องสุดเสียง “เยส! ในที่สุดฉันก็ทำสำเร็จ!!”

ooooooo

แดนนี่ที่จับตาดูนาคกับคารอสอยู่สงสัยว่าสองคนนี้คุยอะไรกัน เมื่อถามนาค นาคบอกว่าคุยธุรกิจพันล้าน และพ่อเขาก็เซย์เยสแล้วด้วย

“ฉันไม่เชื่อเธอหรอก” แดนนี่บอก นาคท้าว่าไม่เชื่อก็ไปถามพ่อเขาดู ดังนั้นเช้าวันรุ่งขึ้นเขาจึงถามคารอส ว่าคุยอะไรกับฤทัยนาค คารอสบอกว่าคุยธุรกิจ แดนนี่ถามว่าพ่อจะเซ็นสัญญากับหลินหลานเซ่อจริงหรือ

“ก็จริงสิ ถ้าเด็กนั่นทำได้อย่างที่พูด เธอเสนอว่าถ้าเธอขนอาวุธผ่านแพทริคได้  ฉันต้องเซ็นสัญญาให้

หลินหลานเซ่อ ถ้าทำไม่ได้ฉันก็ไม่เซ็น แต่ถ้าเธอทำได้ เราก็ไม่เสียเครดิตกับไอ้เฉิน”

“แต่เธอไม่มีวันทำได้หรอกพ่อ”

“นี่ แดนนี่ ฉันว่าแกอย่าเพิ่งดูถูกเพื่อนแกเลย ฉันว่าเด็กผู้หญิงคนนี้มีอะไรมากกว่าที่เราเห็น”

แดนนี่ไม่เชื่อ เมื่อเจอนาคเขาบอกให้เธอเปลี่ยนใจเสียเพราะขนาดพ่อตนยังหาวิธีผ่านด่านไม่ได้เลย นาคบอกว่าตนก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร แต่ตอนนี้แค่อยากได้เงินใช้หนี้หลินจึงรับปากพ่อเขาไปก่อนและจะต้องทำให้สำเร็จ บอกแดนนี่ว่าเขาต้องช่วยตนด้วย แดนนี่ไม่ยอมช่วย นาคพูดเรียบๆ แต่เป็นจุดตายที่ทำให้แดนนี่ต้องยอมช่วยว่า

“ถ้านายไม่ช่วยฉัน แล้วฉันทำไม่สำเร็จ พ่อนายก็จบเหมือนกัน...ว่าไง”

เวลาเดียวกัน ซานกุ้ย ก็มาเร่งรัดถามหลินเรื่องคารอส เมื่อหลินบอกว่าไม่เกินสองอาทิตย์คารอสจะเซ็นสัญญาให้ซานกุ้ย พยายามบีบให้หลินลงจากตำแหน่ง

ลำเลิกว่าถ้าไม่มีตนเขาก็ไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้

“ผมก็อยากจะบอกให้ท่านซานรู้ว่า พ่อผมเป็นคนตั้งฉายหงกรุ๊ปขึ้นมากับมือ ท่านซานเป็นเพียงเพื่อนที่เข้ามาร่วมงาน”

ซานกุ้ยลำเลิกว่าถ้าไม่มีตน ฉายหงกรุ๊ปก็ไม่มีวันนี้เหมือนกัน ปรามหลินก่อนออกไปว่า

“อย่ายโสให้มากนัก อีกสองอาทิตย์ถ้านายทำไม่ได้ละก็ ฉันจะเขี่ยนายทิ้ง”

จงซินบอกหลินว่าอย่าไปถือซานกุ้ยมาเป็นอารมณ์เลย คนเราพอแก่ตัวก็กลัวหมดบารมี ให้ถือเสียว่าครั้งหนึ่งซานกุ้ยเคยเป็นเพื่อนกับพ่อเขาก็แล้วกัน

ooooooo

แดนนี่จำต้องพานาคไปสำรวจเส้นทางขนอาวุธให้ ว่าต้องผ่านด่านตรวจ 3 ด่าน ด่านแรกที่ถนนเมจิง ด่านที่สองบนถนนไฮเวย์เกาลูน และด่านที่สามมิดเดิลแก๊ปก่อนเข้าเขตเบอร์ดีน

เพียงแค่ด่านแรกนาคก็ตกใจแล้วเมื่อเห็นตำรวจที่ด่านเรียกตรวจบัตรประชาชนเพราะตนไม่มี แดนนี่

ย้ำว่าถึงเธอจะผ่านด่านแรกไปได้ก็ไม่มีทางผ่านด่านสุดท้ายที่แพทริคดักจับเราอยู่ บอกให้เธอเลิกความคิดนี้เสีย นาคบอกให้แดนนี่เล่ารายละเอียดของด่านที่สองและสามให้ฟัง แดนนี่ยังย้ำกับเธอว่า “นาค เธอทำไม่ได้หรอก ยอมแพ้ซะ”

“ฉันติดหนี้หลินหลานเซ่อยี่สิบล้านเหรียญ ถ้าฉันไม่สามารถใช้หนี้ล้านแรกได้ทั้งๆ ที่มีโอกาส นั่นหมายความว่าฉันก็ไม่มีปัญญาใช้หนี้ที่เหลืออีกสิบเก้าล้านเหมือนกัน บอกฉันมาแดนนี่ ว่าด่านตรวจอีกสองจุดเป็นยังไง”

“ด่านตรวจที่สองตรงเกาลูนไม่ต่างจากด่านแรก แค่ตรวจบัตรประชาชนแล้วสอบถามเส้นทางที่จะไป แต่ปัญหาใหญ่มันอยู่ด่านที่สาม นอกจากตรวจบัตรและสอบถามเส้นทางแล้ว ด่านที่สามยังมีเครื่องตรวจจับโลหะเพื่อค้นอาวุธปืน การตรวจหาอาวุธแม้แต่รถตำรวจด้วยกันยังถูกตรวจ”

แดนนี่ย้ำให้นาคต้องคิดหนักว่า “เธอต้องส่งสินค้าจำนวนเท่ากับหนึ่งโลงศพข้ามไปฝั่งเป่ยเปียน” นาคพึมพำว่าเราจะไปได้ยังไงถ้าตำรวจมีที่ตรวจจับอาวุธ เราไม่มีทางเอาปืนใส่รถแล้วขับผ่านไปได้หรอก แดนนี่ตอกย้ำให้นาคต้องคิดหนักว่า “นั่นล่ะคือสิ่งที่เธอต้องทำให้ได้”

ooooooo

ตอนที่ 3

ฤทัยนาคคิดหนัก จนวันนี้ขณะนั่งเรียนอย่างไม่มีสมาธิ มีเสียงรถหวอดังขึ้น นักเรียนเดากันว่าเกิดอะไรขึ้นเสียงหวออะไร แต่เสียงหวอนี้ได้จุดประกายความหวังให้กับนาค

พอพักเรียนนาคให้แดนนี่หาข้อมูลโรงพยาบาลในเขตเป่ยเปียนให้ บอกแดนนี่ว่า

“ฉัน จะเอารถพยาบาลพร้อมกับคนไข้ใกล้ตายวิ่งฝ่าด่านไป” แดนนี่ติงว่าพวกแพทริคมันบ้ากว่าที่เธอคิด “แต่มันก็ต้องมีสักวิธีสิที่จะทำให้แพทริคเชื่อและยอมปล่อยเราไป” แดนนี่บอกให้เธอหาวิธีใหม่ดีกว่า “ไม่! นายต้องไปเอาข้อมูลมาให้ฉัน”

จากนั้น นาคใช้ช่วงเวลาที่เอาเงินไปใช้หนี้หลินตามสัญญา บอกจงซินว่า

“ฉัน อยากให้นายออกใบรับรองแพทย์ให้หน่อย” จงซินมองตาขวางถามว่า จะเอาไปทำอะไรถ้าไม่บอกก็ไม่ทำให้ “โธ่...จงซินนี่มันเรื่องสำคัญนะ มันเกี่ยวกับความเป็นความตายของบริษัทนายนะ” จงซินถามว่าเกี่ยวกับคารอสใช่ไหม นาคจึงยอมบอกว่า “ฉันตกลงกับคารอสว่าฉันจะส่งอาวุธให้เขาเป็นการแลกเปลี่ยนที่เขาจะเซ็นสัญญา ให้พวกคุณ”

“นี่เธอพูดเรื่องบ้าอะไรน่ะ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่เธอจะพูดจาพล่อยๆออกไป ธุรกิจของคุณหลินหลานเซ่อเป็นพันล้านนะ” นาคบอกว่า ตนรู้ถึงได้ใช้เงื่อนไขนี้ต่อรองกับคารอส จงซินยกมือตบหน้าผากตัวเองพึมพำ “ฉันบ้าไปแล้วจริงๆ ที่เลือกเธอมาทำงานนี้ เธออย่าอยู่เลยเด็กบ้า” จงซินเอาปืนจ่อนาคทันที

นาคเอานิ้วอุดกระบอกปืน ไว้บอกจงซิน “คุณฟังฉันให้ดีนะ ฉันทำได้ ฉันทำงานนี้ได้ ถ้านายหาใบรับรองแพทย์ให้ฉัน ทุกอย่างก็จะสำเร็จ” พูดแล้วพยักหน้ายืนยันกับจงซิน ทั้งที่ใจไม่ดีกับกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้า

จงซินถามว่าแน่ใจหรือที่จะทำได้สำเร็จ นาคบอกว่าก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จะพยายามเต็มที่ จงซิน ถามอีกว่าเธอต้องการข้อมูลอะไรในใบรับรองแพทย์

“หนึ่ง ขอชื่อปลอมให้ฉัน สอง ระบุว่าฉันเป็นโรคหัวใจ สาม ให้ประวัติของฉันไปอยู่ในทะเบียนของโรงพยาบาลในเป่ยเปียน” จงซินถามว่าอะไรอีก นาคนึกๆ

แล้วบอก “อ้อ ระบุลงไปด้วยว่าฉันเพิ่งขาหัก อย่าลืมนะ อันนี้สำคัญ”

จงซินจดข้อมูลที่นาคต้องการ แล้วถอนใจหนัก งงตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเชื่อ และทำตามเด็กเหลือขอคนนี้ด้วย

ooooooo

วันนี้ขณะหลินกับเหม่ยจิงไปทานอาหารกัน เหม่ยจิงคีบโน่นคีบนี่ให้อย่างเอาใจ หลินบอกว่าเดี๋ยวตนจัดการเองได้

เหม่ยจิงบอกว่า ตนอยากดูแลเขาอยากทำให้เขารู้ว่าตนรักเขาแค่ไหน แต่คำตอบของหลินทำให้เธอถึงกับน้ำตาคลอว่า

“ฉันเคยบอกเธอแล้วไงว่าฉันไม่เคยรักใคร”

ระหว่างนั้นเอง หย่งเหวินพาไป่หลิงเข้ามา ทั้งสองไปทักหลินกับเหม่ยจิง ไป่หลิงชื่นชมเหม่ยจิงที่เป็นนางแบบว่าสวยมากและขอถ่ายรูปด้วย หลินชวนหย่งเหวินนั่งด้วยกัน

“ไม่ดีกว่าครับ วันนี้เป็นวันเกิดน้องไป่หลิง ผมตั้งใจจะมาเลี้ยงวันเกิดให้เธอ” แล้วทั้งคู่ก็ขอตัวไป

หลินเรียกพนักงานมาสั่งดอกไม้ช่อใหญ่ให้ไป่หลิงอวยพรวันเกิดเธอ

เหม่ยจิงเห็นหย่งเหวินหวานกับไป่หลิงจนเธอเขิน ก็ชมกับหลินว่า คู่นั้นน่ารักจัง หลินถามว่าเธอกำลังต่อว่าตนหรือ

“ใครจะกล้าต่อว่าคุณคะ เหม่ยจิงรู้ค่ะว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร”

“ถ้ารู้ก็ดี ฉันจะได้ไม่รำคาญใจ” หลินพูดหน้านิ่งเย็นชา จนเหม่ยจิงน้อยใจขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เธอไปร้องไห้ในห้องน้ำ ยิ่งคิดถึงคำพูดที่หลินบอกว่า คนอย่างเขาไม่เคยรักใคร ก็ยิ่งปวดใจ เพราะเธอรักเขาจนหมดหัวใจแล้ว...

ระหว่างเหม่ยจิงเข้าห้องน้ำนั่นเอง เพ่ยอิงก็เข้ามาลากเก้าอี้นั่งกับหลินที่ยกชาดื่มอย่างไม่สนใจ เพ่ยอิงถามว่าเดี๋ยวนี้เขาให้เด็กนักเรียนผู้หญิงไปเจรจาธุรกิจแทนหรือ หลินบอกว่าเขาไม่เกี่ยว เพ่ยอิงสวนทันควันว่าเกี่ยว ตนก็เป็นเจ้าของฉายหงกรุ๊ปเหมือนกัน แต่เมื่อคาดคั้นแล้วหลินไม่ยอมบอกอะไร เพ่ยอิงก็ถามว่าหรือเด็กนั่นเป็นเมียลับของเขา

หลินตบหน้าเพ่ยอิงทันที เพ่ยอิงชักปืนออกมาจ่อหลิน อาเหลียงไวเท่ากันชักปืนมาจ่อเพ่ยอิงทันที ลูกน้องเพ่ยอิงก็เอาปืนจ่อเหลียงอีกต่อหนึ่ง เพ่ยอิงสั่งหลินให้ขอโทษเดี๋ยวนี้ หลินท้าว่า

“แกยิงฉันได้เลย เพราะฉันไม่มีวันขอโทษแกแน่”

แต่พอเพ่ยอิงจะยิง หย่งเหวินก็พรวดเข้ามาข้างหลังเพ่ยอิงบอกให้พอได้แล้ว ถูกเพ่ยอิงตวาดว่าอย่าสอด!

“แต่ถ้าคุณยิงคุณหลินหลานเซ่อ ผมก็จำเป็นต้องยิงคุณเหมือนกัน” หย่งเหวินตอบเรียบๆ แต่เฉียบขาด

เพ่ยอิงขู่อาฆาตว่าวันนี้หลินโชคดีที่มีหมาเข้ามาสอด พูดอาฆาตหย่งเหวินว่า “แกกับฉันต้องได้เห็นดีกันแน่” เมื่อเพ่ยอิงผละไป หลินขอบใจหย่งเหวิน เขาบอกว่าไม่เป็นไร

เหม่ยจิงออกจากห้องน้ำมาเห็นสองสามคนเอาปืนจ่อกันเป็นทอดๆ เธอตกใจ ถามหลินว่ามีเรื่องอะไรหรือ

“ไม่มีอะไร ผมขอตัว” หลินพูดแล้วเดินออกไปเลย เหม่ยจิงรีบคว้ากระเป๋าวิ่งตามไป

หย่งเหวินกลับมานั่งที่โต๊ะกับไป่หลิง เธอติงว่าเขาทำแบบนี้เพ่ยอิงต้องโกรธมากแน่ หย่งเหวินถามว่า

แล้วจะให้ตนทำอย่างไร ปล่อยให้เขายิงหลินหรือ ทำให้ไป่หลิงชื่นชมเขาอย่างปลื้มปีติว่าช่างเป็นคนดีจริงๆ

ooooooo

วันนี้ นาคนัดพบกับแดนนี่ที่ริมเบย์ เธอมาสาย 5 นาทีถูกแดนนี่เตือนว่าเวลาเอาของไปส่งลูกค้าห้ามผิดเวลาเด็ดขาดเพราะถ้าเธอผิดเวลา คนซื้อจะไม่รอเรา

แดนนี่ดึงเอกสารจากซองให้นาคดูรายละเอียดของรถพยาบาล คนขับรถ บุรุษพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล ตลอดจนแผนที่จุดนัดหมายที่เธอต้องเอาของไปส่ง เมื่อไปถึง คนซื้อจะมารออยู่ เขาจะส่งเงินที่เป็นเงินดอลลาร์ให้ห้าแสนเหรียญ นาคถามว่าต้องนับไหม

“ไม่ต้อง เธอรับเงินส่งของให้เขา รีบออกจากที่นั่นให้เร็วที่สุด แล้วเราจะมาเจอกันที่นี่ เข้าใจไหม”เมื่อนาคเข้าใจดีแล้ว แดนนี่ถามว่า “จะบอกได้หรือยังว่าเธอจะหาวิธีผ่านด่านที่สามออกไปได้ยังไงโดยไม่ถูกตรวจ”

นาคหยิบคัตเตอร์ออกมา บอกว่าตนต้องอยู่ในสภาพขาหัก แต่ตนจะขาหักจริงๆไม่ได้ ให้แดนนี่ช่วยกรีดที่ขาให้มีแผลเหมือนกับรอยผ่าตัดและดามกระดูกไว้ บอกแดนนี่ “กรีดให้ที”

“บ้า ฉันว่าเธอบ้าไปแล้ว ฉันไม่ทำหรอก ฉันทำไม่ได้ ฉันเป็นคนกลัวเลือด”

เมื่อแดนนี่ไม่ยอมกรีดให้ นาคใช้คัตเตอร์ปักลงที่ขาตัวเองแล้วกรีด! นาคเจ็บจนแผดเสียงลั่นไปทั้งเบย์ แล้วทำทีประสบอุบัติเหตุเข้าไปทำแผลที่ห้องพยาบาลโรงเรียน หมอบอกว่าแผลลึกมากคงต้องเย็บหลายเข็ม แดนนี่ทนดูไม่ได้ขอออกไปรอข้างนอก ก็ยังได้ยินเสียงนาคร้องอย่างเจ็บปวดขณะหมอทำแผลให้ แดนนี่บ่นอย่างสยองว่า

“ไอ้นี่มันบ้าหรือไงวะเนี่ย มันถึงกล้าทำแบบนี้”

ถึงเวลาเลิกงานแล้ว จงซินถามหลินก่อนจะกลับว่ามีอะไรอีกไหม หลินถามว่าเมื่อวานนาคมาคุยอะไรกับเขา

“คือ...เด็กนั่นมาขอใบรับรองแพทย์ครับ คือเธอไปตกลงกับคารอสว่าถ้าเธอส่งอาวุธให้คารอสสำเร็จ คารอสต้องเซ็นสัญญากับเรา” หลินตกใจถามว่าเด็กนั่นจะไปส่งอาวุธให้คารอสหรือ! พอจงซินรับว่าใช่ เขาให้ไปลากตัวมาทันที

“คงไม่ทันแล้วครับ ป่านนี้เธอคงกำลังขนอาวุธอยู่ครับ” หลินถามว่าขนไปไหน! “เป่ยเปียนครับ”

ooooooo

คืนนี้เอง ที่เคาน์เตอร์โรงพยาบาลเป่ยเปียน เจ้าหน้าที่ได้รับโทรศัพท์จากแดนนี่ให้ไปรับคนไข้เป็นลมหมดสติที่หนานชางด่วน คนไข้มีประวัติอยู่ที่นั่นแล้วชื่อ จางหลี่ปิง รถพยาบาลเปิดหวอออกไปทันที

รถไปถึงโกดังร้าง นาคสั่งให้ยกเตียงออกแล้วเอาปืนเอ็ม 16 จำนวนสิบกระบอกกับปืนสั้นสิบกระบอกวางไว้ใต้เตียงแล้วสั่งให้คลุมผ้าและเอาเตียงเข้าที่ จากนั้นให้บุรุษพยาบาลอุ้มตนขึ้นเตียงสั่งเข้มว่า

“พวกคุณจำไว้ให้ดีนะ ห้ามตำรวจเคลื่อนย้ายตัวฉันออกจากเตียงเด็ดขาด เข้าใจไหม” แล้วบอกแดนนี่ว่าเรียบร้อยแล้ว แดนนี่อวยพรให้โชคดี หวังว่าจะได้เจอเธอที่จุดนัดพบ “ฉันก็หวังอย่างนั้น” นาคตอบแล้วรถก็เคลื่อนออกไป

“หวังว่าเธอจะทำงานสำเร็จนะ ฤทัยนาค” แดนนี่ภาวนาเอาใจช่วย นาคเองก็นอนลุ้นให้งานสำเร็จ

รถมาถึงด่านที่ 1 คนขับบอกว่าพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลเป่ยเปียน ตำรวจให้เปิดท้ายดูคนขับอ้างว่าคนไข้อาการสาหัส แต่เมื่อตำรวจยืนยันจะตรวจ คนขับพยักหน้าให้บุรุษพยาบาล พอเปิดท้ายรถให้ดู  ตำรวจเห็นนาคนอนหลับใส่หน้ากากออกซิเจน ถามว่าคนเจ็บเป็นอะไร พยาบาลบอกว่าเป็นโรคหัวใจรุนแรง ตำรวจเลยปล่อยให้ไป

ด่านที่ 2 ได้รับ วอจากด่านที่ 1 ว่า “ช่วยเปิดทางให้รถพยาบาลไปเป่ยเปียนด้วย มีคนไข้เจ็บหนัก”

รถพยาบาลจึงผ่านด่านที่ 2 ไปฉลุย ต่อมา ด่านที่ 2 เรียกด่านที่ 3 แจ้งว่า “มีคนไข้เจ็บหนักช่วยเปิดทางให้รถพยาบาลด้วย”

“รถพยาบาลมาจากไหน” แพทริคถาม พอตำรวจบอกว่ามาจากหนานชางทางด่าน 2 แจ้งว่าเป็นคนไข้ฉุกเฉินแพทริคชะงัก เอะใจ ถามว่า “มีรถพยาบาลจากเป่ยเปียนไปรับคนไข้ที่หนานชางงั้นเหรอ” เขาสั่งกักรถพยาบาลไว้ก่อน  ตำรวจติงว่า คนไข้โรคหัวใจต้องไปรักษาด่วน

“จะเป็นอะไรก็ช่าง ต้องให้ฉันตรวจก่อน...ถ้าแกเป็นโรคหัวใจกำลังจะตายแกจะเรี­ยกรถพยาบาลจากเป่ยเปียนมารับแกที่หนานชางรึเปล่า มีโรงพยาบาลเป็นสิบในหนานชางทำไมไม่เรียก กักรถพยาบาลเดี๋ยวนี้!”

ooooooo

ทุกคนในรถพยาบาลเครียด พยายามหาข้ออ้าง มาชี้แจง ถูกแพทริคสั่งให้หยุดพูด ถ้าเกิดอะไรขึ้นตนจะรับผิดชอบเองแล้วสั่งให้เปิดประตูท้ายรถเพื่อตรวจค้น

แพทริคสั่งตำรวจให้แจ้งไปทางโรงพยาบาลเป่ยเปียนแฟกซ์ประวัติคนไข้มาให้ตน แล้วสั่งพยาบาลให้ลงจากรถพยาบาลบอกว่าห้ามเอาเครื่องมือที่มีแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าใกล้ผู้ป่วยเพราะคนไข้มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติและในตัวเธอก็ฝังเครื่องกระตุ้นการเต้นของหัวใจด้วย อาจส่งผลให้หัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้

“ไอ้บ้าเอ๊ย!” แพทริคสบถอย่างหัวเสีย แล้วจำต้องสั่ง “เอาล่ะ ไปได้” เขาเอาเครื่องตรวจเคาะที่ปลายเตียงใกล้ขานาคเกิดเสียง ปี๊ดดดด...แพทริคชะงักกึก กระชากพยาบาลลงจากรถ ทั้งคนขับ บุรุษพยาบาลและผู้ช่วยรวมทั้งตำรวจต่างเตือนแพทริคว่าถ้าคนไข้ตายเรามีหวัง ติดคุก “แต่แกไม่ได้ยินเสียงเครื่องตรวจรึไง มันมีอาวุธซ่อนอยู่ในรถ!” แพทริคตวาด

“คงเป็นเพราะเธอผ่าตัดดามขาน่ะครับ เธอเพิ่งผ่าตัดดามขามา นี่ไงครับ” บุรุษพยาบาลเปิดผ้าคลุมให้ดู แพทริคไม่เชื่อสั่งให้แกะผ้าพันแผลออก พอเห็นรอยแผลถูกเย็บยาว ก็ถามอีกว่า ขาหักทำไมไม่ใส่เผือก “เธอเพิ่งเย็บแผลตอนที่หกล้มเมื่อกี๊ เราเลยจำเป็นต้องตัดเฝือกออก”

“แต่เครื่องมือนี่มันเอาไว้สำหรับตรวจโลหะที่ทำอาวุธ ขาเธอดามด้วยอะไร”

“อ๋อ...ไททาเนียมค่ะ...คุณตำรวจคะ ฉันขอร้องล่ะ กรุณานำเครื่องออกห่างจากตัวคนไข้ด้วยค่ะ เดี๋ยวหัวใจเธอหยุดเต้นมันจะยุ่งนะคะ” ผู้ช่วยพยาบาลขอร้อง

พอดีตำรวจเอาแฟกซ์ที่ทางโรงพยาบาลส่งมาให้รับรองว่า “เธอเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลจริงๆ แล้วเธอก็เพิ่งผ่าตัดดามกระดูกเมื่อสามวันที่แล้ว” กระนั้น แพทริคก็ยังไม่เชื่อสั่งให้ขอประวัติคนขับ และพยาบาลทั้งสองจากโรงพยาบาลด้วยตำรวจต่อสายให้คุยทันที

ทางโรงพยาบาลให้รอสักครู่แล้วมาแจ้งชื่อพยาบาลแก่แพทริค ทันใดนั้นตำรวจนายหนึ่งหน้าตาตื่นมารายงานว่า

“ผู้กองครับ มีวอแจ้งเข้ามาว่าคารอส ทาเปียขับรถฝ่าด่านที่สองมาทางเราครับ ด่านที่สองให้เราสกัดจับครับ”

แพทริคโยนโทรศัพท์ทิ้ง สั่งตำรวจที่ด่านเตรียมจับทันที พยาบาลรีบถามว่าพวกตนไปได้หรือยัง

“เชิญ!” แพทริคตะคอกหันหลังให้รถพยาบาล ทุกคนที่มากับรถกระโดดขึ้นไปทันที แพทริคบ่นหัวเสีย “นึกว่ามันจะแอบขนอาวุธมาในรถพยาบาลเสียอีก”

ooooooo

แพทริคหมายมั่นปั้นมือว่าคราวนี้ต้องรวบตัวคารอสได้แน่ แต่ไปเดินวนรออยู่นาน ก็ได้รับแจ้งมาว่า คารอสไหวตัวทันและวกรถแหกด่านหนีไปแล้ว

“ไอ้คารอส กูสาบานกูต้องจับมึงให้ได้สักวัน!!” แพทริคแทบจะคลั่ง

ส่วนนาค ไปส่งของและรับเงินมาเรียบร้อย เฉินที่มารับของถามว่าเธออายุเท่าไหร่ พอนาคบอกว่า 17 เฉินชมเปาะ

“เธอนี่มันสุดยอดจริงๆ”

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งเฉินและนาคต่างขึ้นรถขับออกไปคนละทางอย่างรวดเร็ว

นาคมาถึงโรงพยาบาล พอลงจากรถก็เจอฝนตกหนักแต่ก็พยายามหาทางกลับ มองหาแท็กซี่ก็ไม่มีสักคันตัดสินใจจะเดินฝ่าฝนออกไป พลันก็มีรถคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาจอด หลินหลานเซ่อนั่นเอง!

เขาลงจากรถมากางร่มพานาคไปขึ้นรถ ถามว่า “เธอต้องเอาเงินนั่นไปให้แดนนี่ไม่ใช่หรือ”

“ค่ะ...” นาคมองหน้าหลินด้วยความรู้สึกทั้งปลื้มและซึ้งใจ เอ่ยได้แค่ว่า “ขอบคุณค่ะ...”

ระหว่างนั่งมาในรถ อากาศเย็น หลินเอาผ้าพันคอให้เธอคลุม นาคถามว่า “ทำไมนายไม่ด่าฉัน”

“ฉันด่าเธอแล้วจะได้ประโยชน์อะไร ในเมื่อเธอทำมันไปแล้ว” เขาพูดหน้านิ่งตามเคย

ooooooo

หลินหลานเซ่อ ขับรถพานาคมาถึงท่าน้ำริมเบย์ เขาดึงกระเป๋าเงินจากนาคบอกว่าจะเอาไปให้แดนนี่เอง เมื่อเจอแดนนี่และให้เงินแล้ว เขาสั่งหน้านิ่ง

“เลิกยุ่งกับฤทัยนาค เธอเป็นแค่ลูกหนี้ฉันไม่ได้เป็นอาชญากรเหมือนนายกับพ่อ”

แดนนี่บอกว่าตนไม่ได้เป็นคนเสนองานนี้แต่นาคเป็นคนเสนอตัวขอทำงานนี้กับพ่อตนเอง และถ้าจำไม่ผิดคนที่เริ่มต้นเรื่องนี้ก็คือเขา หลินบอกว่าตนไม่ได้หวังว่านาคจะเจรจากับพ่อเขาได้สำเร็จ

“แต่เธอก็ทำได้ไม่ใช่เหรอ แล้วนายเองก็แอบภูมิใจกับความสามารถของเธอ ใช่รึเปล่า”

“ฤทัยนาคอาจจะทำเรื่องเหนือความคาดหมายได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า เธอต้องเข้ามาอยู่ในวงการนี้เพียงแค่ความสามารถที่บังเอิญทำได้แค่ครั้งหรือสองครั้ง วงการนี้เข้าแล้วออกไม่ได้ ทางเดียวที่จะเป็นอิสระคือความตาย และเด็กนั่นไม่สมควรตาย อย่ายุ่งกับเธออีก!” พูดแล้วเดินกลับไปที่รถเลย แดนนี่ตะโกนตามหลังไปว่า

“ไม่ว่านายจะรู้สึกยังไง แต่ผมยอมรับนะว่านายเก็บไข่ทองคำไว้ได้จริงๆ” แล้วพึมพำกับตัวเอง “หลินหลาน–เซ่อฉันรู้นะว่านายคิดอะไร”

หลินพานาคไปส่งที่หน้าไซต์งาน นาคขอโทษเขาที่ทำเรื่องใหญ่โตแบบนี้และขอบคุณที่เขาไม่ฆ่าตนเสียก่อน “เพราะเธอทำสำเร็จ” หลินพูดสั้นๆแล้วจะ
ออกรถ นาคเรียกไว้ ขอบคุณที่เขาเชื่อว่าตนจะทำสำเร็จและไปรอที่โรงพยาบาล

ooooooo

หลังจากนาคทำงานสำเร็จ  คารอสมาหาหลินหลานเซ่อที่ห้องทำงานของเขา หลินแสดงความยินดีที่จะได้ร่วมงานกัน คารอสเอ่ยอย่างชื่นชมว่า

“เช่นกัน เด็กของคุณนี่มหัศจรรย์จริงๆ ผมยังไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะทำงานนี้ได้สำเร็จ นับถือจริงๆแต่คุณต้องระวังความเก่งและความมหัศจรรย์ของเธอด้วยนะ เพราะถ้าเธอเข้าสู่วงการอาชญากรรมเต็มตัวละก็...ผมว่า เราสองคนอาจจะต้องหลบทางให้เธอนะ ฮ่ะๆๆ”

เมื่อคารอสออกไปแล้ว หลินหันบอกจงซินว่า “แต่สำหรับฉัน...ฉันว่าเธอฟลุกมากกว่า”

รุ่งขึ้นเมื่อเจอนาคกำลังเดินไปโรงเรียน หลินจอดรถรับเธอไปด้วยแถมยังให้นั่งสบายๆไม่ต้องไปคุดคู้อยู่ที่กระโปรงท้ายรถด้วย

ระหว่างทางนาคคุยโน่นคุยนี่  หลินถามว่าพี่สาวเธอพูดมากเหมือนเธอหรือเปล่า นาคบอกว่าพี่สาวตนไม่ค่อยพูดโดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า ย้อนถามว่า เขาอยากได้พี่สาวตนจริงๆหรือ

“พี่สาวเธอเป็นสมบัติของฉัน ฉันก็ควรจะได้ครอบครอง” นาคบอกว่าตนกำลังจะหาเงินใช้หนี้เขาอยู่ ขอร้องเขาเลิกยุ่งกับพี่สาวตนเถอะ “ก็บอกแล้วไง ถ้าเธอหาเงินได้ครบยี่สิบล้านเมื่อไหร่ฉันจะเลิกตามหาตัวพี่สาวเธอ”

การนั่งรถมาโรงเรียนกับหลินวันนี้ ทำให้นาคถูกมองแปลกๆกระทั่งซุบซิบกันว่าเธออาจจะเป็นผู้หญิงของหลินไปแล้ว และเมื่อมาเจอแดนนี่ นาคก็ยิ่งแปลกใจเมื่อเห็นแดนนี่หมางเมินเย็นชาหลบหน้า คาดคั้นซักถามจึงรู้ว่าถูกหลินสั่งห้ามใกล้ชิดและคบกับเธอ นาคโมโหมาก ลิ่วไปหาหลินทันที

“เรื่องอะไรนายไปห้ามแดนนี่มาคบกับฉัน” นาคเปิดฉากอย่างไม่อ้อมค้อม หลินบอกว่าแดนนี่ไว้ใจไม่ได้ “แต่เขาเป็นเพื่อนฉันแล้วก็เป็นเพื่อนสนิทของฉันด้วย ฉันจะไม่เลิกคบกับเขา”

“เธอลืมไปแล้วหรือว่าฉันเป็นผู้ปกครองเธอ ฉันย่อมมีสิทธิ์ในตัวเธอทุกอย่าง” หลินจ้องหน้านาคนิ่ง

“นายเป็นผู้ปกครองฉันเฉพาะในสมุดพกโรงเรียนนะ แต่ในชีวิตฉัน ฉันเป็นเจ้าของตัวฉันเอง รู้ไว้ซะด้วย” หลังจากว่าฉอดๆ แล้วจะออกไป นึกอะไรได้หันถามว่าจะให้ตนสั่งอาหารกลางวันให้ไหม หลินนิ่ง เธอตัดบทว่าตามใจรอให้จงซินสั่งแล้วกัน แล้วออกไปเลย  หลินส่ายหน้ากับความซ่าเซี้ยวของ “เด็กบ้า” คนนี้

กลับไปพบแดนนี่ นาคบอกว่าตอนนี้เราคบกันได้เหมือนเดิมแล้ว เพราะตนบอกหลินหลานเซ่อไปแล้วว่าอย่ามายุ่งกับชีวิตส่วนตัวของตน แดนนี่ถามว่าจริงหรือ

“จริงสิ ไม่เชื่อขึ้นไปถามเขาเลย เป็นไงขอมือหน่อย...” นาคยกมือขึ้นไฟว์ฟิงเกอร์ให้แดนนี่ยกตอบ แล้วชวน “ไป...ไปกินข้าวกัน วันนี้ฉันเลี้ยงนายเอง” แล้วจูงมือกันเดินไปอย่างร่าเริง

หลินถามจงซินว่าเมื่อไหร่จะได้ตัวนันทกามา จงซินบอกว่าเมื่อเช้าอาเหวยเพิ่งโทร.มาบอกว่าให้รอบ่ายนี้เพราะเจอที่กบดานของยุทธพงษ์แล้ว  จงซินพูดจบอาเหวยก็โทร.เข้ามาพอดีบอกว่ายุทธพงษ์กับนันทกาอยู่ที่หัวหิน

“ดี เอาตัวนันทกามาให้ได้ ถ้ามันขัดขวางก็เก็บมันเสียเลย” จงซินสั่ง แล้วหันมาบอกหลิน เขายิ้มอย่างพอใจ

ooooooo

อาเหวยดักจับนันทกาขณะเธอไปทานข้าวกับยุทธพงษ์แล้วขอไปเข้าห้องน้ำ นันทกาดิ้นรนก็ถูกขู่ว่าถ้าคิดหนีจะยิงพ่อเธอทิ้ง  ทำให้นันทกาจำต้องปล่อยให้มันลากตัวไป

ยุทธพงษ์เห็นนันทกาหายไปนาน ไปตามในห้องน้ำไม่เห็น เขาวิ่งถามหาผู้คนให้วุ่นว่าเห็นลูกสาวตนไหม...เห็นไหม

จงซินได้รับรายงานว่าจับนันทกาได้แล้ว ก็สั่งให้อาเหวยพาตัวเธอไปไว้ที่เซฟเฮาส์เลย

นันทกาคิดหาทางหนี ทำอุบายว่าตนอยากเข้าห้องน้ำ พออาเหวยแวะปั๊มให้เธอเข้าห้องน้ำ เธอวิ่งหนีพลางตะโกนขอความช่วยเหลือว่า ตนถูกตามฆ่า อาเหวยไล่ตามสั่งลูกน้องจับเธอให้ได้!

นันทกาวิ่งขึ้นสะพานลอย ถูกอาเหวยกับพวกปิดบันไดทั้งสองข้างไว้ กระหยิ่มใจว่าต้องจับเธอได้แน่ แต่วัดใจเธอผิด นันทกากระโดดลงจากสะพานลอยลงบนรถสิบล้อที่ผ่านมาหนีรอดไปได้ พวกอาเหวยสบถอย่างหัวเสีย “ไอ้บ้าเอ๊ย!”

“บอกพวกมันนะ ฉันจะให้โอกาสมันอีกครั้ง ถ้าพวกมันพลาดอีกละก็ ไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่” หลินโมโหมาก

พอดีเหม่ยจิงเข้ามา หลินถามเสียงขุ่นว่ามีอะไร เธอถามเสียงอ่อนหวานว่าวันนี้วันอะไร หลินยิ่งหงุดหงิดบอกว่าตนจะไปรู้ได้ยังไงมีอะไรให้พูดมา เธอจึงบอกว่าเป็นวันเกิดตน เขาจำไม่ได้จริงๆหรือ

“งานฉันเยอะแยะ ฉันไม่มีเวลามาจำเรื่องพวกนี้หรอก” ทำเอาเหม่ยจิงสะอึก แต่พยายามฝืนความรู้สึกรักษาบรรยากาศ บอกว่าไม่เป็นไรเย็นนี้ตนจองโต๊ะไว้ ที่เพนนินแล้ว เธอเชิญเขาและทุกคน เชิญไปถึงหย่งเหวินและไป่หลิงด้วย

“เธอจะเชิญใครก็ตามใจ แต่วันนี้ฉันยังไม่รู้ว่าจะไปได้รึเปล่า” เหม่ยจิงอ้อนว่าแต่วันนี้เป็นวันเกิดตนนะ “เหม่ยจิงฉันจะบอกให้เธอรู้นะ ธุรกิจของฉันมันสำคัญมากกว่างานวันเกิดของเธอ”

แต่เมื่อเหม่ยจิงร้องไห้ออกไปแล้ว หลินสั่งจงซินให้ซื้อของขวัญไปให้เธอด้วย คิดว่าเธอชอบอะไรก็ซื้อไปแล้วกัน นาคสวนเข้าไปในห้องเพื่อเอาเงินหนึ่งพันเหรียญมาใช้หนี้ หลินถามว่า

“เธอนึกว่าเธอจะใช้หนี้ยี่สิบล้านของพ่อได้หมดจริงๆงั้นเหรอ”

“ยังไงฉันก็ต้องทำให้ได้ เพราะฉันจะไม่ยอมให้พี่สาวมาเป็นนางบำเรอนายหรอก แล้วตอนนี้ฉันก็เหลือหนี้อีกสิบแปดล้านเก้าแสนเก้าหมื่นเจ็ดพัน”

หลินปรามาสว่าเธอไม่มีวันทำสำเร็จ นาคหัวเราะร่าย้ำว่าอย่าสบประมาท ยังไม่เสร็จศึกอย่าเพิ่งนับศพทหาร เรายังไม่รู้ว่าใครจะชนะระหว่างเขากับตน! เตือนว่าอย่าลืมจดว่าวันนี้ตนเอามาใช้หนี้อีกหนึ่งพัน แล้วออกไป หลินหยิบเงินดูแล้วโยนลงบนโต๊ะ มองไปที่ภาพของนันทกานิ่ง

ooooooo

เหม่ยจิงเสียใจไปนั่งดื่มในบาร์ เพ่ยอิงมาเกาะแกะ เสนอเงื่อนไขว่าถ้าเธอย้ายมาอยู่กับตน ตนจะให้มากกว่าหลินให้อีกเท่าตัว และจะให้ความรักเธอมากกว่าด้วย

“พอทีเถอะเพ่ยอิง ต่อให้หลินหลานเซ่อไม่รักฉัน ฉันก็ไม่มีวันอยู่กับคนอย่างคุณหรอก เพราะคนอย่างคุณมันน่าสะอิดสะเอียนยิ่งกว่าหมาขี้เรื้อน”

เพ่ยอิงกระชากแขนเธออย่างแรงดึงไปจะจูบ ดีที่จงซินมาถึงพอดี เตือนสติว่า

“อย่าทำอย่างงั้นเลยครับคุณเพ่ยอิง ถ้าคุณทำอย่างนั้น คุณหลินคงโกรธคุณมาก แล้วคุณคงรู้ว่าถ้าคุณหลินโกรธใครผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง” เพ่ยอิงจึงกลับไปอย่างแค้นใจ เหม่ยจิงขอร้องจงซินอย่าบอกเรื่องนี้แก่หลิน ตนไม่อยากให้มีเรื่อง จงซินจึงมอบของขวัญที่หลินให้เอามาให้ เหม่ยจิงมองของขวัญแล้วยิ่งร้องไห้หนักเมื่อแน่ชัดว่า หลินไม่มาแล้วจริงๆ

เหม่ยจิงวิ่งร้องไห้ไป จงซินถือของขวัญตามไปพูดปลอบใจ เหม่ยจิงคร่ำครวญอย่างปวดร้าวว่า

“ตลอดเวลาที่ฉันอยู่กับเขา เขามองฉันเหมือนตุ๊กตาตัวนึงหรือไม่ก็หุ่นยนต์ที่เป็นคู่ควงสำหรับไปงาน ไปนู่นไปนี่” จงซินติงว่าเธอก็รู้แต่แรกแล้วว่าหลินจ้างเธอมาทำหน้าที่อะไร “แต่ฉันก็มีหัวใจ มีความรู้สึกนะจงซิน ฉันเป็นคนนะ เป็นคนเหมือนกับคุณ ฉันอยากให้เขารักฉันบ้าง สักนิดก็ยังดี...คุณเป็นผู้ชายคุณไม่รู้หรอกว่าความรักเป็นยังไง” เหม่ยจิงโผกอดจงซินร้องไห้สะอึกสะอื้น

ooooooo

ตอนที่ 4

คืนนี้ หลินหลานเซ่อนอนไม่หลับ เขาครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่ทำให้เขากลายเป็นคนเย็นชาต่อ ความรัก...

เวลา นั้น เขาอายุ 11-12 ปี คืนหนึ่ง มากาเร็ตแม่เขา ขอคุยกับหย่งสือพ่อเขา บอกว่าพรุ่งนี้ตนจะไปจากเขาและไม่กลับมาอีก เพราะเบื่อที่ต้องนอนรอด้วยความหวาดกลัวว่าเขาจะมีชีวิตกลับบ้านไหม จะโดนยิงรึเปล่า

หย่งสือบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนเป็นเจ้าพ่อที่นี่ไม่มี ใครทำอะไรตนหรอก

“นี่ หย่งสือ ฉันจะบอกให้คุณรู้นะ วงการนี้ไม่มีใคร ใหญ่หรอก มันมีแต่การฆ่ากัน วันนึงก็ต้องมีคนอยากขึ้นมาใหญ่กว่าคุณ ฉันจะไม่รอให้ถึงวันนั้นหรอก ฉันจะเอาลูกไป

รุ่งขึ้น มากาเร็ตมาบอกหลินหลานเซ่อว่าจะพาเขา ไปอังกฤษคืนนี้ เขาขอร้องแม่ว่าอย่าทิ้งพ่อไปเลย แต่ในที่สุดมากาเร็ตก็ไปจากเขาและพ่อ

จนวันนี้ หลินยังจำได้...คำที่ตนพร่ำขอแม่น้ำตาอาบหน้าขณะที่แม่เดินจากไปว่า...“แม่ครับ...อย่าทิ้งพ่อไป...แม่...”

หลินยืนเหม่อมองไปนอกหน้าต่างอย่างไร้เป้าหมาย... ด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวที่กัดกินใจมาจนวันนี้...

ooooooo

เช้า วันนี้ จงซินเข้ามาคุยงานกับหลินที่ห้องพัก หลังจากคุยงานกันแล้ว หลินถามเรื่องของขวัญที่ให้เอาไปมอบให้เหม่ยจิงว่าเธอชอบไหม เห็นจงซินชะงัก เขาถาม “ทำไม?”

“เธอเสียใจมากที่คุณไม่ไปหาเธอ อย่าหาว่าผม ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเลย ผมว่าเหม่ยจิงคงรักคุณจริงๆ แล้วก็คงอยากให้คุณมีใจกับเธอบ้าง”

“นาย ก็รู้อยู่เต็มอกว่าฉันรักใครไม่ได้ ฉันไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนไหนเอาชีวิตมาแขวนไว้กับฉัน เหมือน ที่ฉันต้องมีชีวิตอยู่กับพ่อด้วยความหวาดกลัว”

จงซินติงว่าแต่คนเราต้อง มีคู่มีครอบครัว หลินย้อนถามว่าแล้วทำไมเขาถึงไม่มีเมีย อยู่ด้วยกันมาเป็นสิบปีแล้วไม่เคยเห็นเขาชอบผู้หญิงที่ไหนสักคน เห็นจงซินอึกอัก หลินดักคอว่า

“เห็นไหม นายก็กลัว กลัวว่าคนที่นายรักอาจจะมาตายเพราะนายใช่ไหม” เมื่อจงซินยอมรับว่าใช่ หลินสรุป ว่า “วิถีชีวิตมาเฟีย สุดท้ายเราคงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว”

เมื่อ นั่งรถออกไปทำงาน รถของหลินไล่ตามหลังนาคที่ปั่นจักรยานหัวสั่นหัวคลอนอยู่ข้างหน้า หลินให้อาเหลียงแซงขึ้นไปแล้วลดกระจกร้องบอกให้ชิดซ้ายหน่อย ระวังรถจะชนเอา นาคขอบคุณที่เป็นห่วง

“ฉันไม่ได้ห่วงแต่กลัวเธอตายก่อนที่จะใช้หนี้หมด” หลินบอกแล้วอาเหลียงก็ขับรถแซงไป นาคมอง ตามบ่นเซ็งๆ

“โธ่เอ๊ย...นึกว่าห่วงเรา ที่แท้ห่วงเงิน

ส่วน หลินพออาเหลียงแซงขึ้นไปแล้วก็บ่น “ไอ้เด็ก คนนี้มันไม่กลัวอะไรเลยรึไงนะ ขี่รถกลางถนน เดี๋ยวรถเมล์ ก็ชนจนได้” อาเหลียงชมลอยๆ แต่แอบมองหน้าหลินว่า “แต่เธอก็น่ารักดีเหมือนกันนะครับคุณหลิน...”

ooooooo

ที่โรงอาหารโรงเรียน แดนนี่นั่งกินข้าวกับนาค เขาบอกว่าตอนนี้แพทริคยกเลิกด่านแล้ว เพราะพ่อตนไม่อยู่ที่นี่มันเลยต้องตามหาพ่อต่อไป

นาค เดาว่าแพทริคคงโกรธมากถ้ารู้ว่าพ่อเขาส่งอาวุธไปได้สำเร็จ แดนนี่บอกว่าใช่ เตือนนาคให้ระวังตัว เพราะถ้าแพทริครู้ว่าเธอเป็นคนขนอาวุธไปละก็...เธอไม่เหลือแน่ นาคพูดขำๆ ว่า กว่ามันจะรู้ตนก็เดินทางกลับ เมืองไทยแล้ว

ระหว่างนั้นนาคเห็นหลิน ที่หน้าโรงอาหารกำลังมองมา แดนนี่มองตามไปพอเห็นหลินเดินเข้ามาแดนนี่เอ่ยสวัสดีและชวนทานข้าวด้วยกัน หลินกลับถามว่าแดนนี่ยังอยู่ที่นี่หรือนึกว่าไปกับพ่อเขาแล้วเสียอีก แดนนี่บอกว่าตนยังต้องเรียนหนังสือ หลินพูดเหมือนคนหาเรื่องว่าเท่าที่ได้รับรายงาน แดนนี่ไม่สนใจการเรียนนักถ้าเทอมนี้สอบไม่ได้ถึงเกณฑ์จะให้ออก

นาคบ่นว่า ไม่น่าเชื่อว่าครูใหญ่จะดุอย่างนี้ แดนนี่บอกว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องการเรียนของตนหรอก เขาไม่ชอบขี้หน้าตนต่างหาก นาคถามว่าไม่ชอบเรื่องอะไร

“เขาคงคิดว่าฉันชอบเธอมั้ง...เขาอาจจะชอบเธอก็ได้”

“บ้า! ฟ้าผ่าหมาตายพอดี” นาคร้องลั่นบอกว่าผู้หญิงของเขาแต่ละคนล้วนเป็นพวกซุปเปอร์สตาร์ อย่างตนเป็นได้อย่างมากก็แค่ “เสี่ยวเอ้อเสิร์ฟน้ำชา” เท่านั้น นาคบอกว่าหลินก็แค่ขู่เพราะห่วงเขาเท่านั้น แล้วเร่งให้รีบกินข้าวเดี๋ยวจะติวให้

ooooooo

ที่บ้านซานกุ้ย...หย่ง เหวินที่เป็นลูกบุญธรรมถือกระเป๋าเงินมาให้บอกว่าเป็นค่าคุ้มครองของเดือน นี้ ซานกุ้ยส่งกุญแจเซฟให้ บอกให้เอาไปเก็บเลย

หย่งเหวินทำทีเกรงใจ ซานกุ้ยบอกว่าตนเชื่อใจเขา เพราะอีกไม่นานตนก็จะวางมือแล้ว และเขาก็จะต้องเป็นคนรับมันต่อจากตน พอดีไป่หลิงมาบอกให้ทั้งสองไปทานอาหารเย็น เธออวดหย่งเหวินว่าวันนี้ทำไก่ขอทานของโปรดของเขาให้ด้วย หย่งเหวินพูดหยอกเอาใจว่าเดี๋ยวจะกินข้าวให้หมดหม้อเลย แล้วบอกซานกุ้ยว่า ตนเอาเงินไปเก็บแล้วจะตามไป

พอซานกุ้ยกับไป่หลิงออกไป หย่งเหวินก็หยิบเงินจากกระเป๋าใส่กระเป๋าเสื้อด้านในปึกหนึ่ง ใส่กระเป๋าเสื้อนอกอีกปึกหนึ่ง ก่อนเอาเงินที่เหลือใส่ตู้เซฟ
ระหว่างทานข้าวกันนั้น ซานกุ้ยเอ่ยขึ้นว่า

“ปีนี้ไป่หลิงก็อายุยี่สิบแล้ว พ่อเองก็รักไป่หลิงเหมือนลูก พ่ออยากให้เธอสองคนแต่งงานกัน ไป่หลิงถามเขินๆว่า ทำไมจู่ๆคุณลุงถึงพูดเรื่องนี้ “ลุงคิดเรื่องนี้มานานแล้ว แล้วก็เห็นว่าหย่งเหวินเป็นคนดีมีความกตัญญู รู้คุณ และที่สำคัญเขารักหลาน แล้วหลานเองก็รักหย่งเหวินเหมือนกันใช่ไหม”

ไป่หลิงตอบเขินๆว่ารัก ซานกุ้ยรวบรัดว่าเมื่อทั้งสองต่างก็รักกันแล้วจะรออะไรอีก ตนเองก็อยากอุ้มหลานไวๆ แล้วถามว่าหย่งเหวินว่ายังไง?

“อย่างที่ผมเรียนให้คุณพ่อทราบ อะไรที่เป็นความประสงค์ของคุณพ่อผมก็น้อมรับทุกอย่างครับ” ซานกุ้ยหัวเราะอารมณ์ดีบอกไป่หลิงว่าเธอโชคดีที่จะได้ผู้ชายอย่างหย่งเหวินเป็นสามี “ผมขอบคุณคุณพ่อสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณพ่อเมตตาผม ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวัง”

ซานกุ้ยหัวเราะร่า ดึงหย่งเหวินเข้าไปกอด ไป่หลิงมองอย่างปลื้มปีติ

ooooooo

เพ่ยอิง มาเฟียรุ่นน้องของหลินหลานเซ่อ เขาพอใจมีนาลูกสาวของวิษณุตั้งแต่ครั้งที่วิษณุมาขอผัดผ่อนหนี้ในบ่อน

วันนี้ วิษณุก็ถูกลูกน้องเพ่ยอิงหิ้วตัวมาที่บ้านพักอีกอ้างว่า เขาติดหนี้ห้าแสนแล้วไม่ยอมเลิกเล่น

เพ่ยอิงยื่นคำขาดว่า วิษณุจะต้องหาเงินมาคืนตนสิบล้าน และถ้าภายในเจ็ดวันหาเงินมาให้ตนไม่ได้ลูกสาวเขาไม่ได้กลับเมืองไทยแน่!

มีนาถูกลูกน้องเพ่ยอิงจับอยู่ที่ระเบียงร้องขอความช่วยเหลือ วิษณุจะวิ่งขึ้นไปถูกลูกน้องเพ่ยอิงล็อกตัวไว้ เพ่ยอิงขู่สำทับว่า

“อีกเจ็ดวันถ้าผมไม่ได้เงิน คุณไม่ได้ลูกสาวคืน แล้วถ้าคุณแจ้งตำรวจ คุณจะไม่เจอลูกสาวอีกตลอดทั้งชีวิต”

ลูกน้องเพ่ยอิงลากมีนาหายไปในห้อง  พร้อมเสียงร้องขอความช่วยเหลือ วิษณุตะโกน “ปล่อยผม...” ได้แต่มองตามมีนาที่ถูกลากเข้าห้องไป

มีนาร้องไห้จะไปหาพ่อ เพ่ยอิงเข้ามา มีนากระถดถอยถามว่าจะทำอะไรตน เพ่ยอิงบอกว่าตอนนี้ยังแต่ถ้าอีกเจ็ดวันพ่อเธอหาเงินมาไม่ได้ตนทำแน่!  แล้วมองมีนาอย่างโลมเลียชมว่าเธอสวยจริงๆ  ทำให้มีนายิ่งตกใจพร่ำร้องอย่างน่าเวทนาว่า

“พ่อ...ช่วยหนูด้วย...ช่วยหนูด้วย...”

ooooooo

นาคบากบั่นทำงานเพื่อหาเงินมาใช้หนี้เมื่อ รวบรวมเงินได้ก็เอาไปให้หลินสองพัน  พร้อมกับซื้อทาร์ตไข่มาฝากเขาด้วย

นาคบอกว่าตนจะพยายามใช้หนี้ให้หมดก่อนที่เขาจะเจอตัวนันทกา  หลินบอกว่าเจอแล้วแต่เธอก็หนีไปแล้วด้วย  นาคขอร้องว่านันทกาไม่รู้เรื่องหนี้ของพ่อ  ทำไมเขาไม่จับพ่อตน หลินบอกว่าพ่อเธอแก่แล้วสู้พี่สาวเธอไม่ได้ทั้งสาวทั้งสวย เลยถูกนาคด่าว่าบ้ากามจริงๆ พอถูกหลินปรามให้ระวังปาก  นาคถามว่า “นายคิดจะลดหย่อนหนี้ให้ฉันบ้างไหม”

“ไม่  นี่ฉันยังไม่ได้บวกดอกเบี้ยที่ฉันเสียเวลานะ”

“นายนี่มันเป็นมาเฟียหน้าเลือดจริงๆ” นาคด่าแล้วออกไป หลินมองตาม อมยิ้มแล้วหยิบทาร์ตไข่กิน

เวลาเดียวกัน  จงซินไปหาเหม่ยจิงที่สตูดิโอถ่ายรูปถามว่าทำไมเธอจึงไม่ไปหาหลิน  เหม่ยจิงบอกว่าตนไม่หน้าด้านพอที่จะไปหาทั้งที่รู้ว่าเขาไม่อยากเจอตน  จงซินแนะว่าเธอควรไปหาเขาในฐานะที่เขาจ่ายค่าจ้างเธอ

“นี่ จงซิน ฉันไม่ใช่ผู้หญิงหากินนะ”

“ก็เพราะคุณไม่ใช่ผู้หญิงหากินไง  คุณถึงควรจะกลับไปทำงานตามที่เราทำสัญญากันไว้” เหม่ยจิงถามว่าถ้าตนจะขอเลิกสัญญาตอนนี้ได้ไหม “ได้ แต่คุณแน่ใจนะว่าคุณจะรับได้ถ้าคุณหลินเขาไม่ส่งเสริมคุณเล่นหนังเรื่องต่อไป รวมทั้งงานเดินแบบอีเว้นต์ทั้งหมดของคุณจะถูกระงับหมด”

เมื่อเหม่ยจิงอึ้ง จงซินจึงพูดต่ออย่างพยายามหว่านล้อมว่า

“ผมว่าคุณกลับไปทำหน้าที่ของคุณตามเดิมเถอะ มันอาจจะเจ็บปวดบ้าง  แต่มันก็ยังดีกว่าที่คุณจะตกงานและไม่มีใครรู้จักคุณอีกต่อไป...ผมรู้ว่าคุณเสียใจที่คุณหลินไม่รักคุณ แต่การได้อยู่ใกล้เขา อย่างน้อยคุณก็มีความสุขไม่ใช่หรือ”

เหม่ยจิงน้ำตาคลอเมื่อจงซินพูดแทงใจดำ

“การที่เรารักใครสักคน  มันอาจจะไม่จำเป็นต้องได้รับความรักตอบหรอกเหม่ยจิง” จงซินเอาของขวัญให้บอกว่า “คุณหลินตั้งใจซื้อให้คุณ รับไว้เถอะ” แต่พอจงซินหันหลังจะเดินออกไป  เหม่ยจิงเรียกไว้  พอเขาหันมา เธอเอ่ยขอบใจ จงซินถามว่าเรื่องอะไร เธอบอกว่า ที่เขาพูดเมื่อกี๊นี้ พลางเปิดกล่องของขวัญดู

เหม่ยจิงมองตะลึง  เมื่อเห็นแหวนมรกตส่องประกายในกล่อง จงซินพูดก่อนเดินออกไปว่า

“หวังว่าเธอคงชอบนะเหม่ยจิง”

วันต่อมา เหม่ยจิงไปหาหลินที่ห้องทำงาน เธอหวานกับเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และขอบคุณเขาสำหรับของขวัญ หลินถามว่าชอบไหม  เธอบอกว่าชอบมาก หลินบอกเธอต้องขอบใจจงซินเพราะเขาเป็นคนเลือกแหวนวงนี้ให้  เหม่ยจิงสะอึกไปนิดหนึ่ง  พอดีจงซินเดินเข้ามา หลินบอกให้เธอขอบคุณจงซินแทนเพราะเขาเป็นคนเลือกให้

“ขอบใจนะจงซิน  ถึงจงซินจะเป็นคนซื้อ  แต่คุณเป็นคนให้ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” เหม่ยจิงปรับอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยมจนไม่มีอะไรสะดุดให้เสียบรรยากาศ

ooooooo

ในขณะที่นาคพยายามโทรศัพท์ติดต่อพ่อกับนันทกา  ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้เลย  เพราะทั้งยุทธพงษ์และนันทกากำลังปลอมตัวเป็นชาวบ้านเพื่อไปหลบที่บ้านสงวนลูกน้องเก่า

สงวนพาสองพ่อลูกไปที่บ้านพัก ยุทธพงษ์บอกสงวนว่าต่อไปนี้ห้ามเรียกตนว่าเจ้านาย ให้บอกใครๆ ว่าเป็นญาติเขาที่มาจากปักษ์ใต้ และหากมีคนมาถามหาก็ให้บอกว่าไม่รู้จัก

เมื่อสงวนกลับไปแล้ว นันทกาถามว่าทำไมเราต้องหนีมาไกลขนาดนี้และต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน ยุทธพงษ์บอกว่าถ้าเราไม่หนีมาไกลๆ พวกมันต้องตามเราเจอแน่ และเราต้องอยู่ที่นี่อีกระยะหนึ่ง

“พ่อนะพ่อ พ่อไม่น่าสร้างเรื่องเลย หนูกับน้องต้องมารับกรรมไปกับพ่อด้วย” นันทกาบ่น ยุทธพงษ์บอกว่าตนทำทุกอย่างเพื่อลูก “เพื่อหนูงั้นเหรอ ถ้าเพื่อหนู หนูก็คงไม่ต้องลำบากอย่างนี้หรอก”

“เอาน่า อย่าบ่นเลย เก็บข้าวของเข้าห้องไป” ยุทธพงษ์ตัดบท

ooooooo

ในงานแต่งงานของหย่งเหวินกับไป่หลิงนั้น บรรดาผู้เกี่ยวข้องกับฉายหงกรุ๊ปมากันถ้วนหน้า หลินควงเหม่ยจิงมา

ผ่านพิธีต่างๆแล้ว หย่งเหวินขอบคุณบรรดาแขกที่มาร่วมงาน ทุกคนแสดงความยินดีกับเขาและไป่หลิง แต่คนปากเสียอย่างเพ่ยอิงกลับพูดทำให้หย่งเหวินไม่พอใจว่า

“ขอให้มีลูกเร็วๆแล้วกัน หวังว่านายคงทำเป็นนะ

หย่งเหวิน แต่ถ้าอยากให้ฉันช่วยละก็ โทร.บอกได้ตลอดเวลาฮ่าๆๆ”

เหม่ยจิงไม่พอใจ หลินบอกว่าก็อย่าไปฟัง ถือเสียว่าหมาเห่าก็แล้วกัน แต่แล้วเหม่ยจิงก็เจอกับตัวเอง เมื่อเพ่ยอิงเดินมาทัก “ว่าไงเหม่ยจิง ไม่อยากแต่งงานกับเขาบ้างเหรอ หรือว่าหาเจ้าบ่าวไม่ได้” เหม่ยจิงตอบอย่างไม่พอใจว่าไม่ใช่ธุระของคุณ “แค่จะบอกเธอว่า ถ้าหาไม่ได้ ฉันยังว่างอยู่นะ”

หลินปรามว่าเขาควรให้เกียรติเหม่ยจิงบ้าง เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาจะมาพูดล้อเล่น เพ่ยอิงไม่เพียงไม่หยุด หากยังพูดให้มีปัญหายิ่งขึ้นว่า “ไม่ยักรู้ว่านายแคร์ผู้หญิงหากิน” สิ้นเสียงเพ่ยอิง หลินก็ซัดหมัดใส่หน้าเขาไปเต็มๆ ลูกน้องของทั้งสองฝ่ายต่างก็คุมเชิงดูเชิงกันอย่างพร้อมจะเข้าไปช่วยลูกพี่ตน

“ถ้าฉันไม่เห็นว่าวันนี้เป็นงานมงคลละก็ ฉันจะยิงปากแกให้ทะลุเลย” หลินจ้องหน้าแล้วพาเหม่ยจิงไปขึ้นรถ

“ไอ้หลินหลานเซ่อ มึงชกกูสองครั้งแล้วนะ ถ้าครั้งที่สามกูจะไม่ไว้ชีวิตมึง!” เพ่ยอิงจิกตาตาม

ซานกุ้ยมาถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น หย่งเหวินบอกว่าเพ่ยอิงถูกหลินต่อย

“ดี มันปากดีนักให้เลือดปากมันออกบ้าง” ซาน– กุ้ยสมน้ำหน้า หย่งเหวินมองตามแล้วแสยะยิ้ม

ooooooo

เหม่ยจิงเตือนหลินว่าต่อไปนี้เขาต้องระวังตัว เพราะเพ่ยอิงต้องหาโอกาสทำร้ายเขาแน่ หลินตอบอย่างไม่ยี่หระ ว่าช่างมันถ้ามันไม่กลัวตาย เหม่ยจิงติงว่าเพ่ยอิงอาจจะลอบกัดก็ได้

อาเหลียงขับรถมาถึงฉายหงกรุ๊ปแล้ว หลินบอกให้เอารถกลับไปได้เลยคืนนี้เหม่ยจิงจะค้างที่นี่ แต่พรุ่งนี้ให้มาแต่เช้า เพราะตนมีนัดประชุมตอนเช้า

พออาเหลียงขึ้นรถก็ได้รับโทรศัพท์จากฉินฝูรุ่นพี่ซุ้มมือปืนรับจ้างนักฆ่ามืออาชีพ โทร.มาบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วยให้แวะไปหาที่โกดังสิบเอ็ดท่าเรือ
วิคตอเรียด้วย

เมื่ออาเหลียงไปถึง ฉินฝูบอกว่าอีกสองวันหลิน-หลานเซ่อจะมีประชุมที่ภัตตาคารเมืองใหม่ เมื่ออาเหลียงขับรถไปถึงด่านเก็บเงินเฉินตูให้เปิดประตูรถแล้ววิ่งหนีไปเลย อาเหลียงบอกตนทำอย่างนั้นไม่ได้ ฉินฝูถามว่าไม่อยากได้เงินหนึ่งล้านเหรียญหรือ เมื่ออาเหลียงบอกว่าตนไม่มีวันหักหลังคุณหลิน ทั้งยังเตือนฉินฝูก่อนออกไปว่า

“ฉันอยากเตือนพี่นะ ถ้าหลินหลานเซ่อรู้ว่าพี่คิดจะทำเรื่องนี้ละก็ ฉันว่าพี่ไม่มีแผ่นดินอยู่แน่”

ฉินฝูตามมาโบกมือส่งที่ประตู พออาเหลียงปิดประตูเท่านั้นเสียงปืนก็แผดขึ้น ร่างอาเหลียงกระเด็นตามแรงปืน อาเส็งซึ่งเป็นหนึ่งในองครักษ์ของหลินเดินมายิงซํ้าจนอาเหลียงตายสนิท ฉินฝูออกมาดูศพอาเหลียง บอกอาเส็งว่า

“เมื่ออาเหลียงมันไม่ทำ ก็ต้องเป็นเอ็งแล้วล่ะอาเส็ง!”

“ไม่มีปัญหาพี่ฉิน แต่ผมคงต้องขอสองล้านนะ เพราะงานนี้มันเสี่ยงมาก”

“ได้ ข้าจะบอกนายเขาให้ อ้อ...เอ็งอย่าลืมจัดการเคลียร์ที่นี่ล่ะ” ฉินฝูสั่งแล้วเดินหายไปในความมืด อาเส็งจึงลากศพอาเหลียงออกไป

ooooooo

รุ่งขึ้นขณะหลินหลานเซ่อรออาเหลียงมารับนั้น ก็ได้รับข่าวจากจงซินว่าอาเหลียงตายแล้ว มีคนพบศพที่ปากแม่นํ้า ตำรวจบอกว่าอาเหลียงถูกฆ่าหลังจากส่งเขาแล้วไม่ถึงชั่วโมง

จงซินคาดว่าอาจมีคนซื้อตัวแต่อาเหลียงไม่เล่นด้วยเลยถูกฆ่าปิดปาก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นใคร เตือนหลินว่าช่วงนี้ให้ระวังตัวให้มาก ตนจะขับรถให้เขาเอง อาเส็งอาสาจะขับให้จงซินบอกให้คอยคุ้มกันหลินให้ดีก็แล้วกัน

รถหลินไปติดไฟแดง นาคมาติดไฟแดงแยกเดียวกันเลยเคาะกระจกทัก “มอร์นิ่ง” เมื่อไฟเขียวนาคปั่นจักรยานเลี้ยวไปอีกทางทันที ระหว่างนั้นหลินได้รับโทรศัพท์จากผู้ว่า นัดพรุ่งนี้ประชุมสิบโมง ซึ่งตรงกับที่หลินต้องประชุมผู้ถือหุ้น หลินจึงมอบหมายให้

จงซินนั่งเป็นประธานประชุมแทนตนไปก่อน เพราะตนไปคุยกับผู้ว่าคงไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

จงซินถามว่าแล้วจะให้ใครขับรถให้ หลินบอกว่าอาเส็งหรืออาเปาก็ได้มันต้องมีใครสักคนที่ไว้ใจได้สิน่า

เมื่อไปถึงโรงเรียน ปรากฏว่านาคไปถึงก่อนนานแล้ว พอถามจึงรู้ว่านาคมาทางลัด หลินฉุกคิดได้ถามนาคว่าขับรถเป็นไหม นาคโอ่ว่าถึงพ่อจะเป็นหนี้เขาแต่ที่บ้านก็มีรถหลายคัน หลินตัดสินใจให้นาคขับรถให้ สั่งจงซินให้เรียกนาคไปพบที่ห้องทำงาน แต่พอบอกให้นาคขับรถให้ ก็ถูกซักไซ้ไล่เลียงว่าจะทดสอบอะไรตนอีก หรือเขากำลังตกอยู่ในอันตรายไว้ใจใครไม่ได้เลยเลือกตนใช่ไหม

นาคเล่นตัวอ้างว่าถ้าต้องเสี่ยงตายตนไม่เอา หลินเลยจ้างวันละห้าพัน ทีแรกนาคก็ชะงักแต่แล้วก็ปฏิเสธ หลินขึ้นให้เป็นหนึ่งหมื่น นาคเสนอทันทีสองหมื่น และยืนกรานสองหมื่นจนหลินต้องยอม

รุ่งขึ้น นาคมองตัวเองในชุดคนขับรถอย่างภูมิใจ รู้สึกตัวเองเท่มาก จงซินสั่งให้พาหลินไปส่งที่จวนผู้ว่า กำชับว่าให้ดูแลหลินให้ดี ห้ามห่างจากรถ ถ้ามีอะไรให้โทร.บอกตนทันที

ooooooo

ที่ห้องประชุมฉายหงกรุ๊ป เพ่ยอิงเล่นแง่ที่หลินไม่ได้มาประชุมเอง ซานกุ้ยบอกว่า หลินเคยให้จง-ซินเป็นประธานแทนเขาหลายครั้งแล้ว เร่งให้ประชุมเลยเพราะตนมีธุระ

ระหว่างประชุมจงซินดูนาฬิกาบ่อยเสียจนซานกุ้ย

ถามว่า กังวลใจอะไรหรือ เพ่ยอิงโพล่งว่า จงซินกังวลว่า หลินหลานเซ่อจะถูกลอบสังหาร

“ทำไมคุณเพ่ยอิงถึงคิดว่าจะมีคนลอบสังหารคุณหลินล่ะครับ” จงซินถามอย่างระแวง

“อ้าว...ก็ตามกฎของเราบอกว่าถ้าประธานฉายหงกรุ๊ปเป็นอะไรไป หรือตกอยู่ในอันตรายระหว่างการประชุมวันนี้ เราจะต้องมอบอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดให้กับหนึ่งในสองของหุ้นส่วนที่อยู่ห้องประชุม ซึ่งหมายถึงฉันหรือท่านซาน นายก็เลยกลัวว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหลินหลานเซ่อ ฉันหรือท่านซานก็จะยึดตำแหน่งประธานไง”

ซานกุ้ยเสนอให้จงซินเช็กดูถ้าเกิดอะไรกับหลิน–หลานเซ่อเราจะได้ถอนเขาออกจากตำแหน่งประธานก่อน

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับคุณหลินแน่ เพราะผมได้จัดบอดี้การ์ด และคนขับรถฝีมือดีไปกับคุณหลินแล้ว” จงซินบอก มองหน้าทั้งสองอย่างระแวง

ooooooo

นาคส่งหลินถึงจวนผู้ว่าแล้วก็รออยู่แถวรถ

อาเส็งเดินมาถามนาคว่า ทำไมหลินถึงให้เธอมาขับรถ นาคบอกว่าไม่รู้ถ้าเขาอยากรู้ก็ไปถามหลินเอาเอง

เส็งมีอาการเครียดหลุกหลิกจนนาคสงสัย รอจนหลินออกจากจวนผู้ว่า เส็งเดินมาเปิดประตูรถให้ แต่ข้างหลังเขาคือมือปืนที่ชักปืนยิงทันที แต่เฉี่ยวหลินไป

“ระวังค่ะ! ขึ้นรถเร็วค่ะ!!” นาคตะโกน แต่หลินก็ถูกอาเส็งยิงที่ท้อง แม้เขาจะยิงสวน แต่อาเส็งหลบทัน

“ออกรถเร็ว!” หลินสั่ง นาคกระชากรถออกไปอย่างเร็ว เส็งสั่งพวกมันให้รีบเอารถมาแล้วกระโดดขึ้นรถตามไป

นาคเพิ่งเห็นเลือดทะลักโชกที่ท้องหลิน จึงรู้ว่าเขาถูกยิง หลินบอกให้ขับรถไปไม่ต้องห่วงตน ขับรถหนีไปให้ได้ แต่รถของหลินก็ถูกอาเส็งเอารถตู้ไล่กระหน่ำยิง จนถูกพวกมันเอารถมาปิดหัวท้าย หลินสั่งนาคให้ลงจากรถแล้วพากันวิ่งเข้าตรอก แต่ก็ถูกฉินฝูสั่งพวกมันแยกกันอ้อมไปดัก ตัวมันไล่ตามทั้งสองไปเอง

หลินเลือดออกมากจนนาคตกใจ จึงเอาผ้าเช็ดหน้าให้เขาอุดแผลไว้ก่อน ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงฉินฝูร้องบอกพรรคพวกว่า “มันอยู่แถวนี้ อย่าให้มันหนีรอดไปได้”

หลินเสียเลือดมากบอกนาคว่าตนไม่ไหวแล้ว ให้นาคหนีไปเสียทิ้งตนไว้ตรงนี้ เพราะพวกมันต้องการชีวิตตนคนเดียว

“ไม่ได้นะ นายต้องไหว ฉันทิ้งนายไม่ได้หรอก...ฉันจะต้องพานายหนีไปให้ได้” แล้วนาคก็พาเขาไปถึงหน้าโกดัง เอาไม้งัดกุญแจโกดังจนหลุดแล้วประคองหลินเข้าไปหลบในโกดัง ฉินฝูก็ยังตามเข้าไปจนได้ แต่ภายในโกดังมืดมาก ฉินฝูสั่งให้กระจายกำลังกันค้นหา ปรากฏว่า พวกมันแยกเป็นสองฝ่ายเดินเข้าหากันไม่รู้ตัว

หลินบอกนาคว่า ตนไม่ไหวแล้ว ไม่มีทางรอดแน่ ให้ทิ้งตนไว้ที่นี่

“ไม่นะ! ฉันยอมให้นายตายไม่ได้หรอก ขอเวลาฉันคิดหน่อย ทำไงดี...เราต้องรอดไปด้วยกัน...ฉันต้องคิดให้ได้ว่า เราจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง...ฉันต้องคิดให้ได้...”

ครู่หนึ่ง นาคถามหลินว่า เหลือกระสุนกี่นัด หลินบอกว่าสี่นัด นาคบอกว่าตนต้องการแค่สองนัด ถามว่าเขายิงปืนไหวไหม หลินพยักหน้าบอกว่าพอไหว นาคขอยืมโทรศัพท์ หลินไม่ให้นึกว่าเธอจะโทร.บอกจงซิน นาคบอกว่าไม่โทร.แต่จะทำอะไรเดี๋ยวก็รู้

ระหว่างนั้น ฉินฝูพาพวกเดินมาทางซ้าย และอาเส็งพาพวกเดินมาทางขวา สองกลุ่มกำลังเดินเข้าหากัน

หลินพยุงตัวเองออกไปเปิดโทรศัพท์เกิดแสงเรืองๆ ฉินฝูเห็นแสงไฟในความมืด พริบตานั้นหลินยิงใส่ฉินฝูนัดหนึ่ง แล้วหันไปหาอาเส็งอย่างเร็ว อาเส็งเห็นแสงไฟ หลินยิงมันทันทีแล้วดับไฟโทรศัพท์ ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด พร้อมกับเสียงปืนสองฝ่ายยิงกระหน่ำกันสนั่นหวั่นไหว พวกมันยิงกันตายเป็นใบไม้ร่วง จนกระทั่งเสียงปืนเงียบลง

หลินกอดนาคเอาตัวบังเธอไว้ นาคมุดหน้าเอามืออุดหูหลับตาปี๋ เมื่อเสียงปืนเงียบลง หลินขยับตัวเรียก

“ไป ฤทัยนาค พวกมันตายหมดแล้ว”

หลินลุกขึ้นอย่างยากลำบาก นาคประคองเขาเดินผ่านศพมือปืน ก้าวข้ามฉินฝูที่นอนจมกองเลือดอยู่ ฉินฝูลืมตาพยายามหยิบปืนจะยิงข้างหลังหลิน แต่กระสุนหมด ฉินฝูสบถทั้งเสียดายทั้งแค้นแทบจะคลั่ง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:30 น.