ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สุรัมภาไม่ยอมบอกเหตุผลว่าทำไมถึงออกมาพบชยางกูรค่ำๆมืดๆขอร้องชนกชนม์อย่าพูดถึงชื่อนี้ให้เธอได้ยินอีก อ้อนวอนเขาอย่าทิ้งเธอไปไหน เธอรักเขามาก

“เราคุยกันเรื่องนี้จบไปแล้วนะ”

“แต่ภาตัดใจจากพี่ไม่ได้ พี่เป็นผู้ชายคนเดียวที่ภารัก พี่รู้ไหมว่าภาเสียใจมากแค่ไหน ภาอยากให้พี่ปกป้องภาตลอดไป” สุรัมภาว่าแล้วโผกอดเขาร้องไห้

ทันใดนั้น ชนิกานต์เข้ามากระชากเธอออก สั่งห้ามมายุ่งกับแฟนของตนอีก สุรัมภากอดชนกชนม์ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ชนิกานต์ไม่พอใจออกแรงดึงอีก ชนกชนม์ ขอร้องให้เธอหยุดทึ้งน้องได้แล้ว เธอกำลังเข้าใจผิด

“นายใจดีเกินไป ไม่ทันแผนร้ายยัยนี่หรอก...วันก่อนเอาเพื่อนมาดักตบฉัน วันนี้หน้าด้านมาแย่งแฟนฉันอีก เธอมันไร้ยางอายจริงๆ ขาดผู้ชายไม่ได้หรือไง ฉันแนะนำให้ดักรอหน้าผับหรือไปยืนรอแถวถนนใหญ่ หน้าตาอย่างเธอหาเหยื่อได้ไม่ยาก แต่ระวังโดนลากไปข่มขืน” ชนิกานต์พูดเรื่อยเปื่อยไม่ได้คิดอะไร

สุรัมภาถูกแทงใจดำเรื่องข่มขืนถึงกับปล่อยโฮ ผลักชนิกานต์พ้นทางแล้ววิ่งหนี สุตาภัญเป็นห่วงน้องรีบวิ่งตาม ชนกชนม์เป็นห่วงสุตาภัญไล่ตามไปติดๆชนิกานต์น้อยใจที่เขาทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง...

สุตาภัญตามไม่ทัน เพราะน้องหนีขึ้นรถแท็กซี่ไปเสียก่อน ชนกชนม์ไม่เข้าใจทำไมสุรัมภายังโกรธเธออยู่ ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่ สุตาภัญไม่อยากยุ่งด้วย ไล่ให้เขากลับไปดูแลแฟนของเขาจะดีกว่า

“ผมเป็นห่วงคุณมากนะ มีอะไรให้ช่วยบอกผมได้”

สุตาภัญอยากให้ชนกชนม์ช่วยไปบอกน้องชายให้เลิกรังควานสุรัมภา แล้วให้เขาเก็บความห่วงใยไว้ เธอไม่ต้องการ โดยเฉพาะจากคนเห็นแก่ตัวอย่างเขา ชนกชนม์จับมือสุตาภัญมาตบหน้าตนเอง จะให้ทำอะไรเขายอมทุกอย่างขอเพียงเธอกลับมาเป็นนางฟ้าของเขาเหมือนเดิม เขาจะต่อสู้ชีวิตต่อไปได้อย่างไรถ้าไม่มีกำลังใจจากเธอ สุตาภัญไม่ซึ้งด้วยพยายามสะบัดมือออก ชนกชนม์ไม่ยอมปล่อย แถมดึงเธอมากอดไว้แน่น

ชนิกานต์เห็นภาพบาดตาถึงกับอึ้ง ธีรดนย์ที่กำลังจะเข้าไปเล่นดนตรีก็ตะลึงเช่นเดียวกัน ชนกชนม์ยังไม่ทันได้บอกว่ารักสุตาภัญมากแค่ไหน เธอตั้งสติได้เสียก่อนผลักเขาออกแล้วตบหน้าหัน จากนั้นวิ่งหนีขึ้นรถแท็กซี่ ธีรดนย์ปรี่เข้าไปต่อยชนกชนม์ไม่ยั้งด้วยความหึงหวง ต่อว่า ว่าเป็นเพื่อนประสาอะไรคิดจะแย่งแฟนเพื่อน ชนิกานต์ กระชากเขาออก ขู่ถ้าไม่หยุดทำร้ายแฟนของเธอ จะไล่แม่ของเขาออกจากงาน ธีรดนย์หยุดกึก

“เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆไอ้ชนม์...เราต้องเคลียร์กัน” พูดจบ ธีรดนย์เดินจากไปอย่างหัวเสีย

ชนกชนม์ขอร้องชนิกานต์อย่าไปโกรธธีรดนย์ แค่เรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น แล้วขอตัวกลับก่อน เธอตัดสินใจถามเขาตรงๆว่าที่ยอมเป็นแฟนเธอเพราะรักหรือสงสาร ชนกชนม์ถึงกับพูดไม่ออก ชนิกานต์ร้องไห้โผกอดเขาไว้

“ไม่มีใครรักฉันเลย คุณพ่อไม่สนใจฉันอีกแล้ว ฉันมีเพียงนายคนเดียว ฉันรักนาย...นายรักฉันใช่ไหม”

ชนกชนม์ไม่อยากทำให้ชนิกานต์เสียใจ และไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของธีรดนย์จำต้องรับบทแฟนของชนิกานต์ต่อไปอย่างขมขืนใจ

ooooooo

ในเวลาต่อมา ชยางกูรขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้าน โดยมีรถของธนกรแล่นตามมาติดๆเขาเห็นพ่อมองมาด้วยสายตาแปลกๆรีบเดินหนี ธนกรวิ่งมาขวางไว้ ต่อว่าลูกว่าทำไมถึงได้ทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้น

ชยางกูรตีหน้าซื่อตาใสไม่รู้ว่าพ่อพูดเรื่องอะไร ธนกรสะกดรอยตามลูกชายตั้งแต่เช้าแล้ว เห็นเหตุการณ์ที่ลานจอดรถทุกอย่าง เขาจะเข้าไปช่วยสุรัมภาแต่ชนกชนม์ช่วยไว้ได้ก่อน ชยางกูรไม่พอใจที่พ่อไม่ไว้ใจ

“พ่อเชื่อใจลูกมานานพอแล้ว นานพอที่พ่อจะรู้ว่าเชื่อคนผิด”

“คุณพ่อคิดมากไป มันก็แค่สนุกๆคุณพ่ออย่าซีเรียสนักเลย”

“ลูกยังคิดว่าเป็นเรื่องสนุก ทั้งๆที่มันผิดกฎหมาย เป็นเพราะแม่ตามใจลูกจนเสียคน ไปสารภาพกับแม่”

ชยางกูรยังปากแข็งไม่ยอมรับผิด ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกัน ชยางกูรถือดีว่าแม่เข้าข้าง พูดจาไม่ให้ความเคารพ ธนกรจึงตบหน้าลูกเพื่อเตือนสติ ชลนิภารู้เรื่องนี้เข้าบ้านแทบแตก ตำหนิเขาอย่างแรงที่บังอาจมาตีลูกของเธอ ธนกรถามเสียงเครียด ตกลงชยางกูรเป็นลูกของเธอหรือลูกของเราสองคน ชลนิภาถึงกับอึ้ง

“คุณควรตอบผมได้แล้ว ผมอยู่บ้านนี้ในฐานะอะไร สามี...พ่อของลูกหรือพนักงานถือกระเป๋าให้ประธานบริษัท นังแป๋วคนใช้ในบ้านยังมีตัวตนมากกว่าผมเสียอีก...ถามจริงๆเถอะ คุณแต่งงานกับผมเพราะรักผมหรือประชดคุณวีรภัทร” ธนกรมองหน้าชลนิภาอย่างรอคำตอบ

“อย่ากดดัน แล้วก็อย่ามาขัดใจฉัน...และที่สำคัญอย่าทำให้ลูกกูรเสียใจอีก” ชลนิภาพูดจบเดินสะบัดออกไป ไม่สนใจธนกรที่ช้ำใจกับการต้องตกเป็นเบี้ยล่างของเธอและลูก...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทันทีที่สุทินเห็นสุตาภัญก้าวเข้ามาในบ้าน คว้าไม้เรียวหวดไม่ยั้ง ปากก็ต่อว่าเสียงลั่น

“ลูกภาเล่าให้ฟังหมดแล้วว่าเธอหนีออกจากบ้านไปหาผู้ชายที่ผับ ลูกภาเป็นห่วงกลัวเธอเสียคน นี่ถ้าลูกภาไม่เข้าไปห้าม เธอคงมั่วสุมไม่ยอมกลับบ้าน”

สุตาภัญเหลือบเห็นน้องสาวยืนมองมาด้วยความสะใจ ก่อนจะเดินหนีขึ้นบ้าน รู้สึกเสียใจที่น้องใส่ความแต่ไม่ได้แก้ข้อกล่าวหาใดๆรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ พูดไปพ่อก็ไม่เชื่อจึงปล่อยให้ท่านตีจนไม้เรียวหักคามือถึงได้หยุดตีแล้วไล่เธอกลับห้อง สุตาภัญแปลกใจที่พ่อไม่ทำโทษเพิ่มเติม

เสาวนิตย์จะประคองลูกขึ้นห้อง แต่สุทินเรียกไว้ สุตาภัญจึงเดินขึ้นไปคนเดียว สุทินมองเสาวนิตย์คิดจะ ลงโทษเธอด้วยฐานเป็นแม่แต่ไม่รู้จักสั่งสอนลูก ด้านสุตาภัญขึ้น มาถึงโถงบันไดชั้นบน เจอสุรัมภาดักรอเยาะเย้ยอยู่ เธอต่อว่าน้องว่าทำไมต้องทำแบบนี้ เกลียดเธอมากนักหรือ

“ใช่...ฉันเกลียดเธอ ฉันต้องโชคร้ายที่เกิดมาเป็นน้องเธอ” สุรัมภาโทษพี่สาวว่าเป็นต้นเหตุให้ตัวเองถูกชยางกูรข่มขืน เพราะเขาต้องการแก้แค้นที่สุตาภัญเล่นตัว สุตาภัญอยากรู้สาเหตุว่าทำไมน้องถึงเกลียดเธอ  สุรัมภาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้เดินหนีเข้าห้องปิดประตูใส่หน้า

“ไม่ว่าภาจะเกลียดพี่ ทำร้ายพี่...พี่ก็ยังรักภาเสมอ” สุตาภัญตะโกนไล่หลัง...

ที่ผับของเฮียปรัชญา ธีรดนย์อินไปกับเพลงที่ ตัวเองร้อง เนื้อหาของเพลงเต็มไปด้วยความเศร้าและเจ็บปวดจากความรัก ไม่ใช่เขาคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้ ชนกชนม์กับสุตาภัญรวมทั้งชนิกานต์ก็รู้สึกเช่นกัน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ชนกชนม์กำลังนั่งคุยกับโจอยู่ที่มุมหนึ่งของมหาวิทยาลัย ธีรดนย์โยนนวมคู่หนึ่งลงตรงหน้า บอกให้ไปเจอกันที่โรงยิม ชนกชนม์รู้ว่าเขาไม่พอใจเรื่องเมื่อคืนหยิบนวมขึ้นมาดู

“มันไปบ้าพลังมาจากไหน ไอ้ชนม์แกไม่ต้องไปบ้าจี้ตามมันเลย” โจบ่นไปมองตามธีรดนย์ที่เดินจากไปด้วย พอหันกลับมาอีกที ชนกชนม์บ่ายหน้าไปทางโรงยิมแล้ว โจสีหน้าครุ่่นคิดกังวลใจ...

ครู่ต่อมา โจนำเรื่องนี้ไปบอกสุตาภัญกับชนิกานต์ซึ่งนั่งรอเข้าเรียนอยู่หน้าห้องเลกเชอร์ ชนิกานต์ถึงกับบ่นอุบไม่รู้ว่าธีรดนย์เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก โจตั้งข้อสังเกตว่าผู้ชายจะต่อยกันมีแค่สองเรื่องเท่านั้น ไม่โชว์พลังก็แย่งผู้หญิง สุตาภัญทำเป็นไม่สนใจ ขอตัวไปเรียน ชนิกานต์ไม่ยอมให้ไป จะลากเธอไปโรงยิมด้วยกันให้ได้

“เธอไปคนเดียวก็ได้ ธีฟังเธออยู่แล้ว” สุตาภัญว่าแล้วขยับจะเข้าห้องเลกเชอร์ ชนิกานต์คว้ามือไว้ ในเมื่อสุตาภัญเป็นตัวต้นเหตุจะให้เธอไปคนเดียวได้อย่างไร เจ้าตัวถึงกับหน้าเสีย ชนิกานต์มองแปลกใจ

“เธอจะตีหน้าเศร้าทำไม ฉันไม่ได้ว่าเธอแย่ง

ชนม์สักหน่อย ปัญหามันมาจากยัยภาเป็นต้นเหตุ ชนม์ปลอบใจเธอแล้วธีก็เข้าใจผิด...ถึงเธอไม่ใช่คนก่อเรื่อง แต่เธอต้องร่วมรับผิดชอบ”

สุตาภัญสบายใจขึ้น แต่ยังตัดสินใจไม่ถูกจะไปห้ามสองหนุ่มดีหรือไม่...

ที่โรงยิมของมหาวิทยาลัย ชนกชนม์พยายามอธิบายให้ธีรดนย์ฟังว่าเรื่องเม่ือคืนไม่มีอะไรในกอไผ่ พอดีสุตาภัญมีปัญหากับน้องสาว เขาแค่เข้าไปปลอบใจเท่านั้น ธีรดนย์โดดขึ้นเวทีมวย แล้วหันมาทางชนกชนม์

“เป็นลูกผู้ชายก็ขึ้นมา แต่ถ้าเป็นหน้าตัวเมีย

แทงข้างหลังเพื่อนก็กลับไปซะ”

คำพูดท้าทายของธีรดนย์ทำให้ชนกชนม์ไม่มีทางเลือก จำต้องขึ้นเวที แต่ยังพยายามขอร้องเขาให้คุยกันดีๆ เพื่อนกันไม่จำเป็นต้องใช้กำลังตัดสินปัญหา ธีรดนย์

ไม่ฟังอะไรทั้งนั้นชกชนกชนม์หงายหลังตึง

“อย่าคิดว่าแกเคยมีบุญคุณกับฉันแล้วจะแย่งคนรักของฉันไปได้...ลุกขึ้นมา”

“เพื่อนทำให้เพื่อนไม่หวังผลตอบแทน ฉันไม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำให้นายเป็นหนี้บุญคุณ แล้วฉันก็ไม่เคยคิดแย่งตา” ชนกชนม์ยันตัวลุกขึ้น ยังไม่ทันตั้งตัว ธีรดนย์ปล่อยหมัดเข้าเต็มหน้าถึงกับเซไปติดเชือก

“ไม่คิดหรือไม่กล้ารับความจริง ฉันไม่ได้โง่ ฉันรู้ว่าแกชอบตา...แกรักตาใช่ไหม” ธีรดนย์รุกเข้าหา

ชนกชนม์ตัดสินใจสารภาพ “ใช่ ฉันรักตา...ถึงฉันจะชอบตารักตาแค่ไหน แต่ฉันทำได้แค่รู้สึกดีและเป็นห่วงเป็นใยเธอ...เธอเป็นคนบอกรักแก เธอเป็นแฟนแก” ชนกชนม์ยืนยันหนักแน่น ธีรดนย์ท้าพนันถ้าใครชกชนะได้สุตาภัญไป ชนกชนม์ไม่เอาด้วยเพื่อนกันย่อมไม่แย่งผู้หญิงคนเดียวกัน หันหลังจะเดินลงจากเวที

ธีรดนย์เข้ามาขวางไว้ “เพราะแกเป็นเพื่อนฉัน แกถึงต้องสู้กับฉัน...ฉันไม่อยากได้ความรักเพราะสงสารหรือสมเพช ฉันต้องได้ความรักเพราะเป็นที่หนึ่งไม่ใช่ที่สอง...คิดเป็นเพื่อนฉัน...สู้กับฉัน”

ชนกชนม์หันกลับมาเผชิญหน้า แล้วตั้งการ์ดเตรียมต่อสู้ เป็นจังหวะเดียวกับสุตาภัญและชนิกานต์มาถึงโรงยิม ชนิกานต์จะเข้าไปห้ามแต่สุตาภัญบอกให้ปล่อยสองคนนั่น ไม่ต้องไปยุ่ง

“เธอจะให้ธีมันฆ่าแฟนฉันหรือไง”

“เชื่อฉันเถอะ เพื่อนก็คือเพื่อน ความรุนแรงอาจจะไม่ช่วยแก้ปัญหา แต่สำหรับคนที่มีมิตรภาพต่อกัน มันอาจทำให้ทุกอย่างดีขึ้น” สุตาภัญเชื่อว่าทั้งสองหนุ่มจะยุติปัญหาได้ด้วยตัวเอง...

การต่อยมวยเป็นไปอย่างสูสี ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ จังหวะหนึ่ง ธีรดนย์เสียท่าถูกชนกชนม์รุกไล่จนต้องถอยร่น แต่นึกขึ้นได้ว่าไม่อยากแย่งสุตาภัญไปจากเพื่อนจึงออมมือ ปล่อยให้อีกฝ่ายบุกบ้าง ชนกชนม์เผลอตัว เหลือบมองสุตาภัญที่ยืนดูอยู่ข้างเวที ธีรดนย์สบช่องต่อยปลายคางเขาล้มคว่ำ ชนิกานต์ร้องลั่น

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ นายธี” แล้ววิ่งมาดูอาการชนกชนม์ พอเห็นไม่เป็นอะไรก็เบาใจ...

ในที่สุดธีรดนย์และชนกชนม์ก็ปรับความเข้าใจกันได้อย่างที่สุตาภัญคาดไว้ไม่มีผิด หนำซ้ำมิตรภาพระหว่างทั้งคู่ยังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

ooooooo

ตั้งแต่ธนกรตบหน้าสั่งสอนชยางกูรครั้งนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับชลนิภาดูห่างเหินไม่เหมือนเดิม เช้านี้ก็เช่นกัน ธนกรแต่งตัวเสร็จ คว้ากระเป๋าจะไปทำงานไม่กินมื้อเช้าด้วย ชลนิภาต้องเรียกเขาไว้

“กินอาหารก่อน แล้วไปบริษัทพร้อมกัน”

ธนกรมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินต่อไป ชลนิภาไม่พอใจที่เขาไม่ฟังคำสั่ง จำต้องนั่งกินข้าวคนเดียว เพราะชยางกูรออกไปเรียนแต่เช้า เธอตักข้าวเข้าปากได้คำเดียวก็กินไม่ลง มองไปยังเก้าอี้ที่ว่างเปล่าแล้วฉุกคิดถึงเมื่อครั้งที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าทั้งชยางกูร ธนกรและชนกชนม์ แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครอยู่เคียงข้างสักคน แป๋วเห็นเจ้านายนั่งหน้าเศร้า ถามว่าเหงาไหม ชลนิภาเอ็ดลั่นว่าถามคำถามงี่เง่าทำไม

“อย่าหาว่าแป๋วจุ้นจ้านเลยค่ะ แป๋วสงสารคุณนายค่ะ แม่แป๋วเคยสอนว่าถ้ามีผัวอย่าข่มผัวไม่งั้นผัวจะทิ้ง”

“แกหุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ อย่าไปพูดถึงเขาอีก”

แป๋วอธิบายว่าไม่ได้หมายถึงคุณวีรภัทรแต่หมายถึงคุณธนกรต่างหาก กลัวเขาจะทิ้งเจ้านายไปอีกคน ชลนิภาโกรธ ไล่เธอไปพ้นหน้า เตือนว่าทีหน้าทีหลังอย่าปากเสียอีก แป๋วกลัวหัวหด รีบเผ่นออกมาแทบไม่ทัน

“ฉันไม่เคยคิดข่มใคร ฉันแค่อยากให้ทุกอย่างดีที่สุด” ชลนิภาพึมพำน้ำตาคลอ...

ขณะที่ชลนิภากำลังเศร้าใจกับชีวิต กัณฐิกาพากฤติยามาเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

ทั้งคู่มีความเห็นไม่ตรงกัน ชอบชุดคนละสไตล์ กฤติยาชอบแบบที่มีสีสันสดใสแต่กัณฐิกาชอบแบบหรูดูดี คะยั้น–

คะยอให้ลูกเอาชุดที่ตนเองเลือกให้ กฤติยายืนยันจะเอาชุด

ที่เธอเลือกเอง กัณฐิกาไม่พอใจ

“อย่าดื้อนักสิ ฉันเลือกสิ่งที่ดีให้เสมอ...ลูกไม่ใช่สก๊อยในสลัมที่จะใส่สีสันแสบตา ชุดนี้มีรสนิยมกว่า”

กฤติยาชักสีหน้าขึ้นมาทันที กัณฐิการู้ตัวว่ายุ่งมากไป เอาชุดที่ตัวเองเลือกแขวนราวไว้ แล้วเชิญลูกเลือกชุดเอาเองตามสบาย ณวัตรเข้ามาเห็นชุดที่กัณฐิกาเลือกสวยดี แนะให้กฤติยาลองสวมดู

“หลานชอบชุดนั้นมากกว่า” กัณฐิกาว่าแล้วชี้ชุดที่กฤติยาเลือก

“หนูชอบชุดที่คุณอาเลือกค่ะ” กฤติยาเปลี่ยนใจหน้าตาเฉย “หนูไปลองชุดให้คุณอาดูนะคะว่าใส่แล้วจะสวยเหมือนอย่างที่คุณอาพูดหรือเปล่า”

“ฉันจะรอดู” ณวัตรมองตามด้วยแววตาเป็นประกาย หันมาอีกทีเจอกัณฐิกาจ้องอยู่ เขารีบกลบเกลื่อนขอตัวไปดูของด้านโน้นก่อน กฤติยาเปลี่ยนชุดเสร็จเมื่อไหร่ ให้โทร.ตามแล้วกัน...

ครู่ต่อมา กฤติยาในชุดใหม่เดินออกจากห้องลองเสื้อจะไปอวดณวัตร กัณฐิกาเข้าไปขวางไว้ เตือนว่าอย่าให้มันมากนัก หัดสงบเสงี่ยมเจียมตัวไว้บ้าง กฤติยาทำไก๋ไม่รู้ว่าแม่พูดอะไร

“แล้วแกคิดจะทำอะไรกับผัวฉัน”

“แม่คิดมากไปหรือเปล่า หนูแค่อยากเอาใจให้คุณอาเอ็นดูตามที่แม่ต้องการ หนูทำอะไรผิดหรือคะ”

“คิดแค่นั้นก็ดีแล้ว...ไป...ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว” กัณฐิกาดันตัวลูกกลับไปที่ห้องลองเสื้อ หันมาอีกทีต้องตกใจที่เห็นสุรเดชกำลังเดินดูของอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของร้าน รีบปราดเข้าไปหา สุรเดชเห็นกัณฐิกาก็ดีใจ ถามว่ากฤติยาแฟนของเขามาด้วยหรือเปล่า เธอโกหกว่าไม่ได้มา

“แล้วนั่นวิญญาณใครล่ะครับ” สุรเดชชี้ไปที่ห้องลองเสื้อ เห็นกฤติยาเดินออกมา รีบพุ่งไปทางนั้นทันทีกัณฐิกาหน้าเสีย เกรงณวัตรจะรู้ความลับจากปากเสียๆของสุรเดช รีบวิ่งตาม...

ขณะที่สุรเดชบ่ายหน้ามาทางห้องลองเสื้อ

ณวัตรคว้ามือกฤติยาพาออกไปอีกทางหนึ่ง อ้างว่ามีของจะให้ดู สุรเดชมาถึงบริเวณห้องลองเสื้อ แต่หญิงคนรักหายไปแล้ว กัณฐิกาแอบยิ้มดีใจ

“ฉันบอกแล้วไง ลูกฉันไม่ได้มา”

“ถึงหน้าผมจะโง่ แต่ตาผมไม่ได้บอด” สุรเดชพูดจบออกตามหากฤติยาโดยมีกัณฐิกาตามประกบไม่ห่าง

ooooooo

ที่ห้างเดียวกัน ชนกชนม์อดถามธีรดนย์ไม่ได้ว่าพามาที่นี่ทำไม ธีรดนย์เห็นเพื่อนอยากได้งานทำ พอดีวันก่อนเจอเจ๊โมเดลลิ่งคนหนึ่งที่ผับ ชวนให้มาถ่ายแบบลงหนังสือ บอกว่าอยากได้นายแบบสองคนก็เลยชวนเขามาด้วย ชนกชนม์ตื่นเต้นเกิดมาไม่เคยถ่ายแบบมาก่อน เก๊กหน้าหล่อวางมาดเท่ ธีรดนย์ขำกลิ้ง

“ไปได้แล้วไอ้ชนม์...อย่าให้เจ๊รอนาน” เขาว่าแล้วลากคอชนกชนม์ออกไป...

ด้านชนิกานต์รู้ว่าธีรดนย์พาชนกชนม์มาถ่ายแบบที่ห้างแห่งนี้ ชวนสุตาภัญมาเป็นเพื่อน เพื่อมอบดอกไม้เป็นกำลังใจให้ชนกชนม์ โดยจะวานให้สุตาภัญช่วยเป็นบุรุษไปรษณีย์ส่งดอกไม้ให้เขาแทนเธอ

“แฟนใครคนนั้นก็ดูแลเองสิ” สุตาภัญเกี่ยง

“ให้เองมันไม่ตื่นเต้น ต้องมีแผนนิดนึง...เดี๋ยวเธอใส่ชุดหมี” ชนิกานต์พูดพลางชี้ไปยังชุดหมีที่กองอยู่กับพื้น “เอาช่อดอกไม้ไปให้เขา แล้วชี้มาที่ฉัน...ฉันจะโพสท่าเป็นนางแบบ เข้าไปหอมแก้มแสดงความยินดีกับงานใหม่ของเขา...โอเค”

สุตาภัญปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด แล้วเดินหนี ชนิกานต์ผิดหวังที่เพื่อนไม่ยอมช่วย อึดใจถัดมา สุตาภัญเดินกลับมาบอกว่าใส่ชุดหมีแล้วฉี่ไม่ได้ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน ชนิกานต์เฮลั่นด้วยความดีใจ...

ขณะที่แผนให้กำลังใจแฟนของชนิกานต์สำเร็จไปหนึ่งขั้น ธีรดนย์กับชนกชนม์มาถึงที่หมายตามนัด ชนก–ชนม์แปลกใจเมื่อเห็นเจ๊โมเดลลิ่งที่เพื่อนว่าคือคุณชาติ เกย์หื่นที่ตนเคยเจอที่ผับของเฮียปรัชญาตอนทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ ชนกชนม์เห็นสายตาที่เขามองมาแล้วถึงกับเสียววาบ จะขอถอนตัว ธีรดนย์ไม่ยอมให้ไปดึงตัวไว้

“โอเค...ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พร้อมลุยเลยค่ะ” คุณชาติสั่งการด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง...

ทางฝ่ายณวัตรพากฤติยามาหลบมุมหลังร้าน แล้วมอบกล่องใส่สร้อยห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กๆให้ อ้างว่าเป็นการรับขวัญหลานคนใหม่ เธอส่งคืนทันที

“หนูรับไม่ได้หรอกค่ะ มันมีค่ามากเกินไป แค่คุณอาเมตตาหนูก็ถือเป็นบุญคุณแล้วค่ะ”

ณวัตรจับมือเธอไว้ ก่อนจะยัดกล่องสร้อยเพชรให้ คะยั้นคะยอให้รับไว้ อย่าให้เขาเสียนํ้าใจ แล้วกำชับว่าอย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ กฤติยาถามหยั่งเชิงว่ากลัวคุณน้าจะรู้หรือ

“อาไม่อยากให้ลูกนิกกี้อิจฉาหนู ไม่งั้นคงอาละวาดอีก อารักและเป็นห่วงหนูมากนะ”

“ขอบคุณค่ะ หนูจะถือว่าเป็นของขวัญจากคุณอาที่เคารพ” กฤติยาพยายามรักษาระยะห่างไว้ รู้แล้วว่าณวัตรเจ้าชู้ไม่เลือก...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก สุรเดชเห็นหลังกฤติยาไวๆ รีบเดินเข้าไปหา กัณฐิกาใจเสีย ขอร้องเขาให้เลิกยุ่งกับลูกของเธอ อย่าทำลายชีวิตกฤติยาเลย สุรเดชไม่ฟังเสียงอ้อนวอนปรี่เข้าไปหยุดตรงหน้าณวัตรกับกฤติยาที่มองเขาอย่างตกใจ กัณฐิการีบเข้ามาบอกณวัตรว่าได้ของครบแล้ว พวกเรากลับกันได้แล้ว พร้อมกับดึงกฤติยาออกมาเพื่อเบนความสนใจสุรเดช แต่ไม่ได้ผล เขายังคงยืนอยู่ตรงหน้าณวัตร

“คุณครับ...ห้องนํ้าไปทางไหนครับ”

ณวัตรชี้ไปที่ป้ายบอกทาง สุรเดชขอบคุณเขาแล้ววิ่งปรู๊ดออกไป กัณฐิกาถึงกับถอนใจโล่งอก กฤติยารู้สึกดีที่สุรเดชไม่เปิดเผยความลับของเราสองคนแม่ลูกให้ณวัตรล่วงรู้ พยายามกวาดตามองหาเขาแต่ไม่เห็น พอเธอกับพวกคล้อยหลัง สุรเดชโผล่ออกจากที่ซ่อน พึมพำกับตัวเอง

“รักแท้คือการเสียสละ ก็แค่วันนี้วันเดียว”

ooooooo

การถ่ายแบบของชนกชนม์และธีรดนย์ผ่านไปอย่างราบรื่น คุณชาติชมไม่หยุดว่ารูปออกมาหล่อมาก สองหนุ่มคิดว่าเสร็จงานแล้ว ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

“ยังเหลืออีกเซ็ตหนึ่งจ้ะ...ไปเปลี่ยนชุด ย้ายโลเกชั่นค่ะ” คุณชาติว่าแล้วเดินนำกองถ่ายออกไป...

เมื่อชนิกานต์พาสุตาภัญในชุดหมีมาถึงสถานที่ถ่ายแบบจึงไม่พบใคร แปลกใจว่าหายไปไหนกันหมดธีรดนย์บอกเธอเองว่าถ่ายแบบกันแถวนี้ สุตาภัญคิดว่าพวกนั้นคงกลับกันหมดแล้ว ชวนเพื่อนกลับบ้าง

“แกรอตรงนี้ ฉันจะไปดูว่าถ่ายแบบตรงไหน เดี๋ยวฉันมาตาม ใส่หัวไว้ อย่าให้แฟนฉันเห็น”

สุตาภัญมองตามเพื่อนรักเดินลับมุมตึกด้วยความเซ็ง ก่อนจะหยิบหัวหมีขึ้นมาสวม...

ระหว่างที่ชนิกานต์ออกตามหากองถ่าย ธีรดนย์เร่งชนกชนม์ที่มัวแต่เก๊กหล่อหน้ากระจกเงาในห้องนํ้าชายให้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วๆ ถ่ายเซ็ตนี้เสร็จจะได้รับเงินเลย ชนกชนม์ขอบใจเขามากที่ช่วยหางานให้ ขณะที่ธีรดนย์เข้าไปปลดทุกข์ คุณชาติแอบมายืนด้านหลัง

ชนกชนม์ พอเขาเงยหน้ามองกระจกเงาตกใจร้องลั่น

“เฮ้ย...นี่ห้องนํ้าชายนะครับพี่...ผมว่าพี่ไปรอข้างนอกดีกว่า ผมขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

“เซ็ตนี้ไม่ต้องใช้เสื้อผ้า...เน้นความใสวิ้งๆๆๆ” คุณชาติไม่พูดเปล่าเข้ามาปลดกระดุมเสื้อชนกชนม์ที่ร้องเอะอะด้วยความตกใจ ก่อนจะเผ่นหนีออกไปแทบไม่ทัน โดยมีคุณชาติไล่ตาม...

ชนกชนม์ไม่รู้จะไปหลบที่ไหน เจอหมีมาสคอตตัวโตโดยไม่รู้ว่าเป็นสุตาภัญ รีบวิ่งไปหลบด้านหลัง คุณชาติหาชนกชนม์ไม่พบ เจอแต่หมีตัวโตกำลังเต้นรำ ถอดใจเลิกตามหา นึกขึ้นได้ว่าธีรดนย์ยังอยู่ในห้องนํ้ารีบวิ่งกลับไปหา ชนกชนม์ค่อยๆโผล่หน้าออกมาดู ไม่เห็นเกย์หื่นถึงกับถอนใจโล่งใจ

“ขอบใจมากนะหมีน้อย เธอช่วยชีวิตฉันไว้ รักหมีที่สุดเลย”

สุตาภัญจำเสียงชนกชนม์ได้ถึงกับตะลึง โดยไม่คาดคิดชนกชนม์โผกอดหมีไว้แน่น หญิงสาวไม่ทันตั้งตัว เซหงายหลังตึงโดยมีเขานอนอยู่บนตัว หัวหมีกระเด็นไปอีกทาง ชนกชนม์ตะลึงที่เห็นสุตาภัญ พอตั้งสติได้รีบลุกพรวด เธอพยายามจะลุกขึ้น แต่ทำไม่ได้ต้องให้เขาช่วยดึง ชนกชนม์เห็นเธอในชุดหมีแล้วอดขำไม่ได้

“คุณมาเล่นละครให้เด็กดูหรือ”

สุตาภัญไม่ตอบ วานเขาช่วยเก็บช่อดอกไม้ที่พื้นให้ รอชนิกานต์กลับมาจะได้ทำตามแผนให้เสร็จๆไป...

ฝ่ายธีรดนย์เปิดประตูห้องนํ้าออกมาต้องตกใจแทบหงายหลังเมื่อจ๊ะเอ๋กับคุณชาติที่ยืนรอท่าอยู่ เขาทำเฉไฉถามหาชนกชนม์ คุณชาติขอร้องไม่ให้พูดถึงคนไม่รักดีคนนั้นอีก ให้พูดแต่เรื่องของเราสองคนจะดีกว่า แล้วเข้ามาลูบไล้เนื้อตัวธีรดนย์ที่แอบทำหน้าสยอง ก่อนจะค่อยๆเขยิบออกมาแบบเนียนๆ แล้วแบมือขอค่าตัว

คุณชาติหยิบซองใส่เงินขึ้นมาโบกยั่ว “เงินมาผ้าหลุด”

“หลุดให้หมดทุกชิ้นเลยนะครับเจ๊” ธีรดนย์แสร้งเล่นด้วยเพื่อให้เขาตายใจ ไม่นานนัก ก็มีเสียงกรีดร้องดังสนั่นไปทั้งห้างชนิกานต์เดินผ่านมาพอดี สะดุ้งโหยง พยายามชะเง้อมองเข้าไปในห้องนํ้าชาย เป็นจังหวะเดียวกับธีรดนย์เปิดประตูผลัวะ วิ่งสวนออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าของคุณชาติ เจอชนิกานต์ยืนหน้าเหลออยู่ นึกสนุกยัดเสื้อผ้าใส่มือเธอแล้ววิ่งหนี อึดใจ คุณชาติในสภาพใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวพรวดพราดตามออกมา

“เอาเสื้อผ้าเจ๊คืนมา”

ชนิกานต์ตกใจรีบคืนเสื้อผ้าให้ แล้ววิ่งออกมาทันที คุณชาติถึงกับอารมณ์เสียที่วันนี้ไม่มีผู้ชายตกถึงท้อง

ooooooo

สุตาภัญขี้เกียจรอชนิกานต์จัดแจงยื่นช่อดอกไม้ให้ชนกชนม์ซึ่งรับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เธอรีบออกตัวว่าไม่ใช่ดอกไม้ของเธอ ชนกชนม์หุบยิ้ม

“นิกกี้ฝากฉันให้นาย แต่ผิดแผนไม่รู้ว่าเจ้าตัวหายไปไหน จบหน้าที่ฉันแล้ว...บาย” สุตาภัญคว้าหัวหมีเดินจากไป ชนกชนม์รีบตามจนทัน ถามว่าหายโกรธเขาหรือยัง เธอไม่ตอบ เขาพยายามง้อสุดฤทธิ์ ขอให้เธอยกโทษให้ สุตาภัญไม่สนใจยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ชนกชนม์ตัดสินใจโผกอดเธอไว้

“ปล่อย...อย่ามากอดฉัน” สุตาภัญตกใจร้องลั่น

“ฉันไม่ได้กอดเธอสักหน่อย ฉันกอดหมี...ฉันจะปล่อยก็ต่อเมื่อเธอให้อภัยฉัน”

หญิงสาวพยายามดิ้นหนีแต่ไม่หลุด จำต้องยอมยกโทษให้ ชนกชนม์ดีใจส่งเสียงเฮลั่น สักพัก ชนิกานต์ กับธีรดนย์ตามมาสมทบ ธีรดนย์อดขำไม่ได้ที่เห็น

สุตาภัญในชุดหมี เธออายมาก หันไปต่อว่าชนิกานต์

“เพราะเธอคนเดียว...ฉันทำหน้าที่เสร็จแล้วนะ”

ชนิกานต์หันไปเห็นชนกชนม์ถือช่อดอกไม้ที่ตนเองซื้อให้ยิ้มพอใจ เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นสุตาภัญขอตัวไปถอดชุดนี้ออกก่อน ธีรดนย์กับชนิกานต์นึกสนุกไม่ยอมให้ถอด ขอถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก ขณะที่ทั้งสี่คนถ่ายรูปร่วมกัน ชนกชนม์ลอบมองสุตาภัญด้วยสายตาลึกซึ้ง เธอเองก็มองตอบเขาด้วยสายตาแบบนั้นเช่นกัน...

ขณะที่ชนกชนม์กับพวกกำลังสนุกสนานกัน

อยู่ที่ห้างสรรพสินค้า เพทายทำให้ชยางกูรกลายเป็น

ผีพนันสมใจ เล่นจนหมดหน้าตักไม่พอ ยังขอกู้เงินจากเฮียปรัชญาเจ้าของบ่อนอีกหนึ่งล้านบาทมาเล่นพนันต่อ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่านี่เป็นแผนหลอกสูบเงินของทั้งคู่

ooooooo

ชนิกานต์หรือนิกกี้จับได้ว่ากัณฐิกาแอบให้นาฬิการาคาแพงกับธีรดนย์ แถมใส่ให้เขาด้วยมือตัวเอง เธอมองออกว่าแม่เลี้ยงคิดจะเคลมเขา ลากทั้งคนพร้อมด้วยนาฬิกาไปฟ้องพ่อ เพื่อให้รู้ธาตุแท้ของเธอ ณวัตรกลับบอกว่าตนเป็นคนซื้อนาฬิกาเรือนนั้นเอง แล้วฝากกัณฐิกาเอาไปให้ธีรดนย์

“ไม่จริง คุณพ่อแก้ตัวแทนมัน ไม่งั้นมันไม่ทำลับๆล่อๆโกหกนิกกี้”

“พ่อเป็นคนสั่งให้ปิดเป็นความลับ เพราะถ้าลูกรู้ก็อาละวาดอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ แล้วเป็นไง มันก็เป็นจริงอย่างที่พ่อคิดไว้...ไหนๆลูกเอะอะไม่พอใจแล้ว ก็รู้ไว้ซะเลยว่าพ่อซื้อสร้อยให้หนูกฤติยาด้วย”

กัณฐิกามองหน้ากฤติยาไม่พอใจที่ไม่บอกเรื่องนี้กับตน ณวัตรหยิบกล่องใส่แหวนเพชรยื่นให้ชนิกานต์

“ส่วนของลูก พ่อซื้อแหวนเพชรที่ลูกบ่นอยากได้...

พ่อถือว่าทุกคนในบ้านเป็นลูกหลาน ต้องได้รับความรักเท่าเทียมกัน จบเรื่องก็ออกไปได้แล้ว พ่อมีงานต้องทำ”

กัณฐิการอจนทุกคนออกไปหมดแล้ว จึงหันไปขอโทษณวัตรที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้นอีก เขาขอร้องเธออย่าโทษ ตัวเอง เธอทำดีที่สุดแล้ว กัณฐิกายิ้มพอใจที่ณวัตรไว้วางใจ...

ด้านชนิกานต์ไม่ยอมรามือ ตามไปหาเรื่องธีรดนย์ว่าใฝ่สูงคิดจะหนีชีวิตคนใช้โดยใช้กัณฐิกาเป็นบันได

ไต่ออกจากรั้วบ้านหลังนี้

“รู้ด้วยว่าฉันอยากไปจากที่นี่...บอกด้วยความจริงใจนะ ฉันไม่เคยคิดใช้คุณกัณเป็นเครื่องมือ แต่

เอาล่ะเมื่อเธอเสนอ ฉันก็จะสนอง” ธีรดนย์ยิ้มกวนแล้วผละจากไป ชนิกานต์เจ็บใจ รีบตามเขาจนทันตรงแถวสระว่ายน้ำ ถามว่าคิดจะเอานังหนังเหี่ยวนั่นจริงๆหรือว่าคิดจะใช้เธอเป็นทางผ่านไปหาหลานสาว กฤติยาผ่านมาพอดีหลบมุมแอบฟัง

“ขอบใจอีกครั้งที่ชี้โพรงให้กระรอกน้อย ก็น่าสนนะ กฤติยาดีกว่าเธอด้วย”

ชนิกานต์ถามเสียงเขียวว่านังนั่นดีกว่าเธอตรงไหน ธีรดนย์มองสำรวจทั่วตัวเธอ ก่อนจะบอกว่ากฤติยา

สวยกว่า แถมนิสัยก็ดีกว่า สรุปแล้วดีกว่าชนิกานต์ทุกอย่าง เธอตรงเข้าทุบตีเขาไม่ยั้ง ธีรดนย์คว้ามือไว้

“แล้วที่สำคัญอ่อนหวานกว่า ผู้ชายน่ะ ต้องการให้ผู้หญิงเอาอกเอาใจไม่ใช่เอาแต่วีน ใครเลือกเธอก็เพี้ยนแล้ว” เขาหัวเราะชอบใจ แล้วเดินออกไป ชนิกานต์โกรธ ผลักเขาลงสระว่ายน้ำ ธีรดนย์คว้าตัวเธอไว้ ทำให้ตกน้ำไปด้วยกัน เธอตั้งหลักได้ไล่ตีเขาอุตลุด ธีรดนย์จับมือเธอไว้ ชนิกานต์ไม่ยอมแพ้จะกัดมือเขาให้ปล่อย ธีรดนย์ดึงมือหลบ ทำให้เธอเสียหลักเซเข้าหา ใบหน้าของทั้งคู่ชนกัน ต่างนิ่งงันราวกับตกอยู่ในภวังค์ เขาก้มจะจูบเธอ

กฤติยาทนดูไม่ได้ทำทีเพิ่งมาเห็นเหตุการณ์ แกล้งส่งเสียงร้องเอะอะ ชนิกานต์ได้สติผลักธีรดนย์ออก แล้วรีบขึ้นจากสระว่ายน้ำเดินเข้าบ้าน ธีรดนย์ขึ้นตาม ยิ้มแก้เขินให้กฤติยา ก่อนจะกลับห้องพัก

ooooooo

ระหว่างที่ธีรดนย์เดินมาตามทางจะไปห้องพัก กฤติยาวิ่งตามเข้ามาพร้อมกับส่งผ้าขนหนูให้

“ธีรดนย์ นายเช็ดตัวสิ เดี๋ยวเป็นหวัดหรอก”

“เรียกธีก็ได้” ธีรดนย์ว่าแล้ว รับผ้ามาเช็ดหัวแบบลวกๆ กฤติยาแย่งมาเช็ดให้แล้วถามหยั่งเชิงว่าชนิกานต์เป็นแฟนกับเขามานานหรือยัง ธีรดนย์แก้ตัวเป็นพัลวันว่าเธอเข้าใจผิด เราสองคนไม่ได้เป็นแฟนกัน เป็นคู่แค้นกันมากกว่า เธอก็เห็นไม่ใช่หรือว่าชนิกานต์เกลียดเขายิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน

“ก็ไม่แน่นะ เกลียดมากก็รักมาก โตมาด้วยกันอาจจะรักกันโดยไม่รู้ใจตัวเองก็ได้”

“ฉันกับนิกกี้เป็นแฟนกัน บ้านระเบิดแน่ แล้วเธอล่ะมีแฟนหรือยัง”

“ใครจะมาสนใจเด็กกำพร้าอย่างฉัน”

“อ้าว...พูดอย่างนี้ฉันก็หมดสิทธิ์สิ...คือ...ฉัน

หมายถึง ฉันก็กำพร้าพ่อเหมือนกัน”

จังหวะนั้น กัณฐิกาเข้ามาตามตัวกฤติยาให้ไปช่วยหาสร้อยคอให้ อ้างว่าทำหล่นหายในห้อง พอไล่ลูกไปพ้นทางแล้ว กัณฐิกาก็หันไปหาชายหนุ่ม จะช่วยเช็ดตัวให้ แล้วคว้าผ้าขนหนูไปจากมือ เขารีบแย่งคืน

“ไม่เป็นไรครับ...ขอบคุณครับ” ธีรดนย์พูดจบ รีบกลับห้องพัก กัณฐิกามองตาม ผิดหวังที่โดนปฏิเสธ...

ความจริงแล้วกัณฐิกาไม่ได้ต้องการหาสร้อย แค่จะเรียกกฤติยามาต่อว่าเรื่องที่ณวัตรซื้อสร้อยให้แล้วไม่บอก กฤติยาเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญก็เลยไม่บอก กัณฐิกาปรามว่าอย่าวาดฝันให้ไกลก็แล้วกันเพราะคุณณวัตรซื้อสร้อยให้เพราะเห็นเธอเป็นลูกเป็นหลาน เธอรู้ตัวดีว่าควรวางตัวอย่างไร แม่ควรจะดูแลคนของแม่จะดีกว่า

“นอกจากห่างๆคุณณวัตรแล้ว แกก็ไม่ควรใกล้ชิดธีรดนย์”

“แม่ห่วงหนูหรือว่าหึงธี” กฤติยาพูดแทงใจดำ กัณฐิกาชักสีหน้าทันที พอรู้สึกตัวรีบกลบเกลื่อน

“ฉันผิดหวังที่แกคิดเหมือนยัยนิกกี้ หาว่าฉันเคลมเด็กในบ้าน ลูกเป็นสาวแล้วจะทำอะไรก็ต้องรู้จักวางเนื้อวางตัว แม่ผ่านชีวิตมาก่อน ลูกต้องเชื่อฟังแม่”

“ค่ะหนูจะเชื่อแม่...แม่ปูเดินยังไงลูกปูก็เดิน

อย่างนั้น” กฤติยาพูดจบก็ออกไป กัณฐิกามองตามไม่พอใจ...

ชนกชนม์หมดหนทาง จำต้องกลับไปของานที่เก่าทำ แต่ถูกกัปตันปฏิเสธ เขานึกถึงเฮียปรัชญาขึ้นมาได้รีบขึ้นไปหา นักเลงคุมทางเข้าจำได้ว่าเขาเคยมากับสุรเดช หลังจากค้นตัวไม่พบอาวุธและกล้องวีดิโอ จึงเดินนำเขาเข้าไปข้างใน ชนกชนม์ตะลึงเมื่อเห็นนักพนันมากมายกำลังเล่นพนันกันหน้าดำคร่ำเคร่ง

ระหว่างเดินไปห้องเฮียปรัชญา มีเสียงโต๊ะล้ม พร้อมกับเสียงโวยวายว่าถูกโกงดังขึ้น ชนกชนม์หันไปมองต้องตกใจที่เห็นชยางกูรกำลังชี้หน้าเจ้ามืออย่างเอาเรื่อง นักเลงที่พาเขามา พุ่งตรงไปกระชากตัวชยางกูรพร้อมกับชักปืนขู่ เพทายรีบเข้ามากันไว้ บอกว่าเป็นเพื่อนของเขาเอง นักเลงจึงยอมเก็บปืน แล้วผลักชยางกูรเซไปชนชนกชนม์พอดี เขารีบลากน้องชายออกจากบ่อน แล้วไล่ให้กลับบ้าน ชยางกูรไม่พอใจสะบัดมือชนกชนม์ออก

“ฉันรู้แล้วว่าทำไมฉันหมดตัว ไม่ใช่บ่อนโกง แต่เป็นเพราะแกมา แกมันเป็นตัวซวย”

“เลิกโทษคนอื่นสักที...ไป กลับบ้าน แล้วอย่ามาที่นี่อีก”

ชยางกูรโวยลั่นว่าชนกชนม์ไม่มีสิทธิ์มาสั่งเขา ในเมื่อน้องไม่เชื่อฟัง ชนกชนม์จำเป็นต้องรายงานเรื่องนี้ให้พ่อกับแม่ทราบ แล้วตรงไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่สนามหญ้าหน้าบ้านสุทิน สุรัมภารีบเก็บรูปถ่ายของครอบครัวไว้ในหนังสือเรียนเมื่อเห็นสุตาภัญในชุดกีฬาเข้ามาชวนไปตีแบตฯด้วยกัน เธอไม่ไปอ้างว่าจะอ่านหนังสือ

สุตาภัญพยายามหว่านล้อมให้เธอไปออกกำลังกายแต่ไม่สำเร็จ แต่ถ้าเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาให้ตามไปที่สโมสร สุรัมภามองตามสุตาภัญที่เดินออกไป รู้สึกผิดที่โกรธพี่สาวซึ่งดีกับเธอมาตลอด...

ทางฝ่ายชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงบริเวณสวนสาธารณะของหมู่บ้าน กำลังจะไปบ้านแม่ ชยางกูรเร่งเครื่องรถแซง ก่อนจะปาดหน้า ชนกชนม์หักหลบ มอเตอร์ไซค์เสียหลักไถลไปกับพื้น สุตาภัญวิ่งผ่านมาพอดี ตกใจรีบเข้าไปดู เห็นชยางกูรลงจากรถ ข่มขู่ไม่ให้ชนกชนม์ยุ่งเรื่องของตน

“ฉันไม่อยากให้นายถลำลึกไปมากกว่านี้ ต่อไปนายอาจไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่รถคันนี้ก็ต้องเสียให้บ่อน”

น้องตัวแสบไม่สน เสียรถไปก็ยังมีบ้านมีบริษัทของแม่ ชนกชนม์เตือนว่าไม่ควรเอาสมบัติมาผลาญ ชยางกูรไม่พอใจผลักเขาล้ม สุตาภัญเข้ามาห้ามไว้ ขู่ถ้าไม่หยุดทำร้ายชนกชนม์จะโทร.แจ้งตำรวจ ชยางกูรจำต้องถอย ชนกชนม์พยายามจะลุกขึ้นเอง แต่เข่าเจ็บลุกไม่ไหว ทรุดลงไปกองกับพื้นอีก สุตาภัญรีบเข้าไปประคอง

“เจ็บแล้วยังอวดดีอีก เดี๋ยวฉันไปเอากล่องยาที่สโมสรมาทำแผลให้”

ชยางกูรเห็นสุตาภัญกุลีกุจอช่วยเหลือชนกชนม์ คิดแผนชั่วขึ้นมาได้ รีบขับรถไปจอดหน้าบ้านสุทิน คว้ามือถือขึ้นมาโทร.เรียกสุรัมภาให้ออกมาพบ ข่มขู่ถ้าไม่ทำตามสั่งจะเข้าไปหาเอง สุรัมภากลัวพ่อกับแม่จะเห็นรีบออกไปหาชยางกูร เสาวนิตย์ถือถาดใส่น้ำผลไม้จะเอามาให้สุรัมภาแต่ไม่เจอใคร มองไปทางหน้าบ้านเห็นลูกขึ้นรถไปกับผู้ชายก็ตกใจ และยิ่งตกใจแทบช็อกเมื่อสุทินเข้ามาถามว่าสุรัมภาไปไหน...

หลังจากทำแผลให้ชนกชนม์เสร็จ สุตาภัญไล่เขากลับไปพักผ่อน เขายังไปไม่ได้ต้องไปคุยกับแม่ของเขาก่อน เธอไม่เข้าใจ ชยางกูรร้ายกาจขนาดนี้แล้วทำไมเขายังทำดีด้วย

“เพราะผมอยากให้เขาเป็นคนดี แล้วไม่อยากทำให้คุณแม่เสียใจ คุณแม่เสียใจเพราะฉันมามากพอแล้ว ขอให้คุณแม่ได้ภูมิใจกับลูกที่คุณแม่รัก”

สุตาภัญถึงบางอ้อทันที ทำไมเขาถึงออกหน้ารับแทนน้องทุกครั้ง ขอโทษที่เข้าใจเขาผิด แล้วขอร้องว่าอย่าเพิ่งไปคุยกับแม่ของเขา พูดอะไรตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ รังแต่จะถูกชยางกูรใส่ร้าย ทำให้แม่ยิ่งเกลียดชังเขามากขึ้น ชนกชนม์ไม่อยากเห็นน้องต้องเสียคนเพราะการพนัน

“ฉันเห็นด้วยที่นายจะห้ามปราม แต่ต้องหาจังหวะที่เหมาะสม คนอย่างชยางกูร หากไม่มีหลักฐานก็เปล่าประโยชน์ วิธีที่ดีที่สุดคือ ให้คุณแม่นายได้เห็นกับตา ผู้ใหญ่มักเชื่อในสิ่งที่เห็น มากกว่าเชื่อคำพูดของลูก”

“โดยเฉพาะลูกไม่รักดีอย่างผม”

“เชื่อฉันสิ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ความดีของนายจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ถ้านายยังไม่ท้อ”

ชนกชนม์ยิ้มรับ สุขใจที่มีสุตาภัญคอยให้กำลังใจ จากนั้นชวนเธอกลับ แล้วเดินกะเผลกๆไปที่รถ สุตาภัญเข้าไปช่วยประคอง ทั้งสองคนมองสบตากันลึกซึ้ง สุรัมภาเห็นภาพบาดตาถึงกับน้ำตาคลอ ชยางกูรใส่ไฟทันที

“ฉันอยากให้เธอได้เห็นกับตา จะได้เลิกหวังในตัวมันสักที”

ooooooo

สุตาภัญมองตามชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์ ออกไปจนลับสายตา พอหันกลับมาอีกทีเจอสุรัมภายืนร้องไห้อยู่ เธอกำลังจะอธิบายความจริงให้ฟัง น้องวิ่งหนีไปเสียก่อน สุตาภัญรีบวิ่งตาม

“ภา...ฟังพี่ก่อน ภากำลังเข้าใจผิด พี่...”

สุรัมภาไม่อยากฟังคำแก้ตัว จะเดินหนีเข้าบ้าน สุทินเข้ามาขวางไว้ถามว่าไปไหนกันมา สุรัมภาโกหกว่าไปออกกำลังกายมา สุตาภัญยังไม่ทันจะตอบคำถามของพ่อ สุรัมภาชิงฟ้องเสียก่อน

“พี่ตานัดพบผู้ชาย...คนที่เคยมารับมาส่งพี่ตาค่ะ เขาอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับเรา แต่ตอนนี้โดนไล่ออกจากบ้านไปเข้ากลุ่มเด็กแว้นข้างถนน วันนี้พี่ตาเป็นคนโทร.นัดให้เขามาหาที่สวนสาธารณะ...พี่ตาไม่น่าทำแบบนี้เลย ภารักพี่ตานะคะ ภาถึงไม่อยากให้พี่ตาหลงผิดไปมากกว่านี้”

สุทินเชื่อคำโกหกของสุรัมภาสนิทใจ “ภาไม่ผิดหรอกลูก...ลูกทำดีที่สุดแล้ว ลูกขึ้นห้องไปได้แล้ว”

สุรัมภาแอบยิ้มสะใจที่ได้ทำร้ายพี่สาวตัวเอง สุทินจะให้โอกาสสุตาภัญแก้ข้อกล่าวหา เธอกลับบอกว่าท่านอยากจะลงโทษอย่างไรก็เชิญตามสบาย สุตาภัญต้องแปลกใจที่พ่อไม่ลงโทษ ไล่เธอขึ้นห้อง กำชับว่าไม่ต้องลงมาอีกจนกว่าเขาจะอนุญาต...

สุตาภัญเข้าไปหาน้องหวังจะปรับความเข้าใจ สุรัมภากลับต่อว่าฉอดๆว่าที่เธอคอยกันท่าไม่ให้ยุ่งกับชนกชนม์ ทีแรกคิดว่าเธอทำเพื่อเพื่อน แต่ความจริงแล้วเธอทำเพื่อตัวเองจะได้อยู่ใกล้ชิดเขา มีธีรดนย์อยู่ทั้งคนยังคิดจะแย่งแฟนเพื่อน แย่งผู้ชายของน้อง สุตาภัญถึงกับอึ้ง สุรัมภายังไม่หนำใจต่อว่าอีกว่า

“วันนี้ฉันตั้งใจจะให้อภัยเธอ ยังไงเราก็ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องกัน แต่สิ่งที่เธอทำวันนี้ มันทำให้ฉันหมดศรัทธา เราก็อย่าเป็นพี่น้องกันอีกเลย...ออกไปจากห้องฉัน” สุรัมภาตวาดลั่น สุตาภัญเดินน้ำตาคลอออกไป สุรัมภาหยิบภาพถ่ายตอนเด็กๆที่ถ่ายคู่กับพี่สาว ก่อนจะทิ้งลงพื้นแตกกระจาย...

ฝ่ายสุตาภัญกำลังจะเข้าห้องตัวเอง ได้ยินเสียงตุ้บตั้บดังมาจากข้างล่าง ค่อยๆย่องลงไปดู เห็นพ่อกำลังตบตีแม่อุตลุด ปากก็ด่าว่าต่างๆนานา เธอรีบลงไปห้าม เสาวนิตย์เกรงลูกจะถูกลงโทษไปด้วย ผลักเธอออก บอกให้กลับไปห้องตัวเอง สุทินโกรธจะเล่นงานสุตาภัญที่ขัดคำสั่งห้ามออกจากห้อง เสาวนิตย์ขอร้องเขาอย่าทำร้ายลูก เธอผิดเองลงโทษเธอดีกว่า สุตาภัญอ้อนวอนพ่ออย่าทำร้ายแม่อีกเลย

“จำไว้ ถ้าเธอยังทำเรื่องเลวทราม ฉันจะลงโทษแม่เธอ...แม่เธอต้องรับผิดชอบที่สั่งสอนลูกไม่ดี” สุทินพูดจบเดินออกไป สุตาภัญเข้าไปกอดแม่ไว้แน่น ถามว่าโดนพ่อทำร้ายมานานแค่ไหนแล้ว พอรู้ความจริงว่าแม่รับโทษแทนเธอตั้งแต่ตอนที่สุรัมภาฟ้องพ่อว่าเธอไปเที่ยวผับ ถึงกับร้องไห้โฮ

“แม่ยอมให้พ่อทำร้ายได้ไง ตาจะไปคุยกับพ่อให้รู้เรื่อง” สุตาภัญจะไปพูดกับพ่อให้รู้เรื่อง แต่แม่ห้ามไว้

“พอเถอะ...อย่าให้แม่หนักใจไปกว่านี้ พ่อเขาทำถูกแล้ว แม่ผิดเองที่ไม่มีเวลาดูแลลูก”

“แต่พ่อไม่มีสิทธิ์ทำร้ายแม่แบบนี้ พ่อเผด็จการ เราไม่ใช่ทาสของพ่อ”

“ลูกตา พอได้แล้ว อย่าว่าพ่อเขาอีกเลย มันจะเป็นบาปติดตัวลูก”

สุตาภัญโผกอดแม่ด้วยความสงสาร

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 10:50 น.