ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

วิมานมะพร้าว

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

วิมานมะพร้าว ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

จุลลาหรือจูน ใจเรือง ต้องพบกับวันที่โชคร้ายซ้ำซ้อน  ไหนจะต้องถูกโรงงานเลิกจ้างจากเป็นวิศวกร

เครื่องกลอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หนำซ้ำรถมอเตอร์ไซค์ที่เธอขี่ยังมาถูกรถของสืบสาย นักธุรกิจหนุ่มรูปงามซึ่งครรชิตคนสนิทของเขาขับรถมาอย่างเร่งรีบเพื่อจะพาเจ้านายไปตามนัดกับลูกค้าให้ทันเวลา เฉี่ยวจนเสียหลัก

ทีแรกจุลลาจะไม่เอาเรื่องเพราะเห็นว่าไม่ได้รับบาดเจ็บ มอเตอร์ไซค์ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ส่วนครรชิตเองก็มีน้ำใจลงมาช่วยเหลือดูแล แต่พอถูกสืบสายพูดจาดูหมิ่นว่าเธอเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ แกล้งขี่รถให้มาเฉี่ยวหวังจะอ่อยเหยื่อผู้ชายรวยๆ อย่างตน จุลลาต่อว่าว่าคิดแบบนี้ได้อย่างไร

“ยิ่งกว่านี้ก็คิดได้ครับ บอสเป็นโรคไม่ไว้ใจคน โดยเฉพาะกับผู้หญิงสวยๆที่บอสคิดว่าทำอะไรไม่เป็นนอกจากใช้ความสวยไล่จับผู้ชายรวยๆมาแต่งงาน” ครรชิตอธิบาย จุลลาเจ็บใจมากด่าสืบสายว่า “ไอ้คุณเผือก” แล้วสั่งให้ขอโทษฐานปากเสีย เขายืนกรานไม่ยอมขอโทษพอเห็นเธอกำหมัดแน่นก็ยียวนใส่ว่าคิดจะทำอะไรตน

“ข้อหนึ่ง ฉันคิดว่าฉันไม่ได้สวย ข้อสอง ฉันไม่ได้เป็นสิบแปดมงกุฎที่คิดจะจับผู้ชายรวยๆด้วยวิธีแบบนี้ ข้อสาม ฉันมีสมองและมีงานทำ และข้อสุดท้าย ฉันเกลียดนาย” จุลลาพูดจบปล่อยหมัดตรงเข้าเต็มหน้าสืบสายถึงกับหงายหลังตึง ขณะที่ครรชิตได้แต่ตะลึงอ้าปากค้างช่วย เหลืออะไรเจ้านายไม่ทัน...

นอกจากสืบสายจะบอบช้ำจากฤทธิ์หมัดของจุลลาแล้ว หน้าตาบวมปูดของเขายังส่งผลให้ลูกค้าขอเลื่อนนัดเจรจาการค้าออกไปจนกว่าเขาจะรักษาหน้าตาให้หายเสียก่อน ยิ่งทำให้สืบสายแค้นใจจุลลามากขึ้น...

ในเวลาเดียวกัน ที่ร้านสบายท้อง ร้านอาหารของครอบครัวจุลลา ดาราแม่ของจุลลาอดแปลกใจไม่ได้ทำไมวันนี้ลูกสาวถึงกลับจากทำงานมาช่วยเสิร์ฟอาหารแต่หัววัน ถามไปถามมาได้ความว่าเธอถูกเลิกจ้าง แทนที่ดาราจะเป็นกังวลที่ลูกตกงาน กลับดีใจเพราะลูกจะได้มีเวลาไปเรียนต่อปริญญาโท

“โอ๊ย...จูนยังไม่มีเงินเก็บเลยค่ะแม่”

“แม่ออกให้เอง ลูกจูนจะเรียนอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่วิศวกรเครื่องจักรกลที่หนูจบมา...เรียนวิศวกรคอมพิวเตอร์แล้วกัน จบมาก็ทำงานในห้องแอร์ แต่งตัวสวยๆ ไม่ใช่อยู่แต่ในโรงงาน มอมแมมกลับบ้านทุกวัน ลูกแม่จะได้มีแฟนแต่งงานเสียที” ดาราฝันอยากจะมีหลานเร็วๆ จุลลาโวยลั่นว่าไม่ได้อยากแต่งงาน จำรัสพ่อของเธอสวนขึ้นทันที

“นั่นไง เห็นไหมแม่ มันเป็นทอม”

จุลลาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็น ที่ยังอยู่เป็นโสดเพราะไม่มีใครกล้ามาจีบต่างหาก ดารากลัวลูกจะขึ้นคานยุส่ง

ถ้าไม่มีใครกล้าจีบก็ให้ลูกเป็นฝ่ายไปจีบผู้ชายก่อนก็ได้ จุลลาขี้เกียจฟังแม่กับพ่อบ่นซ้ำๆซากๆเรื่องแต่งงาน เดินหนีไปนั่งกับพนักงานในร้านซึ่งกำลังดูละครทีวีและวิพากษ์วิจารณ์เดือนพิไลดาราที่เข้าฉากละครว่าเล่นไม่สมบทบาท จุลลางงไม่รู้ว่าเดือนพิไลเป็นใคร

“ก็คุณจูนไม่เคยอยู่บ้านตอนมีละครฉาย คนนั้นไงคะเล่นละครตั้งนานแล้วล่ะ แต่ไม่ดัง” ลำยองอธิบายแล้วชี้ไปที่ดาราซึ่งเป็นหัวข้อสนทนา จุลลาเห็นด้วยว่าเล่นไม่เอาไหนจริงๆ อดบ่นไม่ได้ว่าทนดูกันได้อย่างไร มะขวิดว่าไม่ต้องทน อีกไม่นานตัวละครที่เดือนพิไลรับบทก็จะถูกรถชนตายแล้ว

ooooooo

ไม่ได้มีแต่พนักงานในร้านสบายท้องเท่านั้นที่วิจารณ์ว่าเดือนพิไล พวกที่กองถ่ายละครเรื่องนี้ โดยเฉพาะแอนช่างแต่งหน้ายังเห็นว่านอกจากเธอจะเล่นละครได้ห่วยแตกแล้วยังเรื่องเยอะอีกต่างหาก จึงเตือนให้ระวังจะไม่มีใครจ้าง แทนที่จะสำนึก เดือนพิไลด่ากลับว่าเป็นแค่ช่างแต่งหน้าทำผมไม่ต้องสะเออะมาสอน

พี่บีซึ่งเป็นผู้จัดการของเดือนพิไลเห็นไม่เข้าทีรีบดึงเธอออกมาข้างนอก  ตำหนิว่าสอนไม่รู้จักจำให้อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่แกว่งปากไปหาเสี้ยนให้คนอื่นหมั่นไส้แบบนี้ และที่สำคัญอย่าทำตัวให้เรื่องมาก เธอไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์ เดือนพิไลหาว่าเป็นเพราะพี่บีไม่สนับสนุน เธอถึงเป็นได้แค่ดาราหางแถว

“คนมันจะดัง ดังที่ความสามารถไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตาดี ถ้าหล่อนยังเล่นไม่ถึงก็อย่าหวังจะได้บทดีกว่านี้” พี่บีเห็นเดือนพิไลนิ่งอึ้งก็ใจอ่อนปลอบให้ใจเย็นๆ “ค่อยๆสะสมชั่วโมงบินอย่าเพิ่งท้อ เดี๋ยวโอกาสก็จะเข้ามาเอง”

เดือนพิไลไม่ได้ท้อ แต่เซ็งมากกว่า โทษว่าเล่นละครได้ไม่ดีเท่าที่ควรก็เพราะบทไม่ส่ง พี่บีอาสาจะพาไปฝากเรียนการแสดงกับหม่อมเนียนให้

“นัดมาแล้วกัน วันนี้หนูกลับล่ะ หนูมีนัด” เดือนพิไลพูดจบ เดินออกไปหน้าตาเฉยไม่สนใจว่าตัวเองยังมีคิวต้องถ่ายละครอีก พี่บีถึงกับถอนใจเซ็ง...

ค่ำวันเดียวกัน ระหว่างนั่งรถมาตามถนน สืบสายเห็นป้ายร้านอาหารสบายท้องอยู่เบื้องหน้า จึงสะกิดให้ครรชิตแวะกินข้าวก่อนกลับบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับเดือนพิไลโทร.เข้ามือถือของเขาพอดี อ้างว่าอยากคุยเรื่องที่บริษัทของเขาจ้างเธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ สืบสายไม่มีอารมณ์จะคุยด้วยพยายามบอกปัด แต่เธอยืนยันจะมาพบให้ได้ เขาจึงนัดให้มาเจอกันที่ร้านสบายท้อง...

เหมือนโชคชะตาเล่นตลก ขณะสืบสายกับครรชิตกำลังจะก้าวเข้าไปในร้านสบายท้อง จุลลาถีบลูกค้าที่เมาเหล้าแล้วลวนลามลีลาพนักงานของร้านกระเด็นมาฟุบอยู่แทบเท้า เจ้านายหนุ่มเห็นท่าไม่ดี รีบชวนลูกน้องคนสนิทกลับ จุลลาหันมาเห็นหลังทั้งคู่ไวๆไม่ทันเห็นหน้าว่าเป็นคู่กัดของตัวเอง ตะโกนเรียกให้กลับมาก่อน

สืบสายไม่สนใจเร่งฝีเท้าหนี ดาราโทษว่าเป็นความผิดของจุลลาที่ชอบใช้กำลังจนทำให้ลูกค้าหนี สั่งให้ไปตามพวกนั้นกลับมาให้ได้ เธอจำต้องรีบวิ่งตามจนทันกันที่ลานจอดรถ พอเห็นคู่กัดเต็มตาถึงกับโวยลั่น

“ไอ้คุณเผือก”

ก่อนที่จะเกิดเรื่องกันอีกรอบหนึ่ง เดือนพิไลเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน จุลลาจำหน้าได้ ปากไวร้องทักว่าเป็นดาราที่เล่นละครเหมือนท่องบทอาขยาน ทำให้เธอไม่พอใจต่อว่ากลับไปบ้าง  สืบสายรู้ฤทธิ์เดชของจุลลาดี ไม่อยากมีเรื่องด้วย รีบพาเดือนพิไลแยกออกไปทันที...

ฝ่ายดาราสาวกระหยิ่มใจคิดว่าสืบสายจะพาไปกินมื้อค่ำที่อาหารร้านหรู เขากลับส่งเธอขึ้นรถแท็กซี่อ้างว่าติดธุระต้องรีบไปก่อน และถ้าเธอสงสัยเรื่องสัญญาว่าจ้างให้ติดต่อกับครรชิต ซึ่งเป็นเลขาฯส่วนตัวของเขาได้เลย เดือนพิไลจำต้องกลั้นอารมณ์ไว้ ฝืนยิ้มให้ก่อนจะก้าวขึ้นรถแท็กซี่ ทันทีที่รถเคลื่อนออกไป เธอกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ ประกาศลั่นว่า

“คนสวยไม่มีวันแพ้ ให้มันรู้ไปว่าคุณจะไม่หลงเสน่ห์ฉัน...คุณสืบสาย”

ooooooo

หลังจากถูกปฏิเสธงานมาหลายที่เพราะไม่มีบริษัทไหนต้องการวิศวกรเครื่องกลที่เป็นผู้หญิง แต่เหมือนมีบางอย่างมาดลใจให้จุลลาเห็นโฆษณาชิ้นหนึ่งในหนังสือพิมพ์ว่าบริษัท ปาล์มโปรดักส์ รับสมัคร ผู้จัดการฝ่ายผลิต 1 ตำแหน่งและวิศวกรหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงเครื่องจักร อีก 1 ตำแหน่ง ไม่จำกัดเพศเธออ่านอย่างสนใจ...

ขณะที่จุลลาหางานทำอย่างขะมักเขม้น คุณนายเง็กและเสี่ยตงพ่อกับแม่ของสืบสายพากันมาที่ตำหนักของอาจารย์เพี้ยนเพื่อจะได้ติดต่อวิญญาณเจ้าสัวซึ่งเป็นอาเตี่ยของเสี่ยตง หลังจากจุดธูปเทียน และนำของมาเซ่นไหว้เทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อาจารย์เพี้ยนเริ่มตัวสั่นเทา คุณนายเง็กร้องทักว่าประทับร่างทรงแล้วใช่ไหมเขาส่ายหน้าแทนคำตอบ เธอโวยใส่ว่าถ้าร่างทรงยังไม่ประทับแล้วจะสั่นทำไม

“สั่นสู้กับวิญญาณของเตี่ยพวกเอ็ง จะได้รู้ว่าอาจารย์เพี้ยนไม่กลัว อย่ามาทำหยิ่ง พูดด้วยก็ไม่พูดด้วย”

คุณนายเง็กกับเสี่ยตงรู้ทันทีว่าผีอาเตี่ยปรากฏตัวแล้ว มองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าหวาดหวั่น ก่อนจะโผกอดกันกลม เสี่ยตงขอร้องอาเตี่ยอยากได้อะไร อยากบอกอะไรก็ให้พูดมาได้เลยอย่าทำแบบนี้

“ใช่ พวกอั๊วกลัวกันจนขี้หดตดหายหมดแล้วนะ อาเตี่ยทั้งไปโผล่ที่บ้าน ที่โรงงาน ทั้งมาเข้าฝันพวกอั๊วจนคนงานจะลาออกกันหมดแล้ว เพราะกลัวอาเตี่ย” คุณนายเง็กละล่ำละลัก ทันใดนั้น เทียนที่จุดไว้หน้าโต๊ะหมู่บูชาเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดับ หน้าต่างที่ปิดเอาไว้เปิดผลัวะทั้งคุณนายเง็ก เสี่ยตง และอาจารย์เพี้ยนพากันตกใจ คุณนายเง็กตะโกนอย่างเหลืออดว่าถ้าอาเตี่ยอยากจะสื่อสารอะไรกับพวกตนก็ให้บอกมา อย่าเล่นตัวได้ไหม

พลันหน้าต่างถูกลมพัดกระแทกปิดดังปัง ปฏิทินแบบแขวนบนผนังที่มีอักษรจีนเขียนกำกับไว้  ปลิวว่อนก่อนจะร่วงลงพื้น เปิดหน้าเดือนกุมภาพันธ์เอาไว้น้ำจากเพดานห้องทำพิธีหยดลงบนวันอังคารและบนตัวอักษรจีนที่เขียนว่าปีขาล ทุกคนรีบคลานเข้าไปดู ต่างมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ

ooooooo

ในที่สุด จุลลาตัดสินใจลองไปสมัครงานที่บริษัท ปาล์มโปรดักส์ แต่เนื่องจากไปถึงก่อนเวลาเปิดทำการ ยามหน้าประตูทางเข้าบริษัทและเป็นที่ตั้งของโรงงานด้วย ซึ่งเป็นคนเคร่งระเบียบไม่ยอมให้เธอเข้าไปรอข้างใน ทั้งที่เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แนะให้เธอไปรอที่ร้านเจ๊อ้อยซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ

ครู่ต่อมาจุลลาก็ไปถึงที่ร้าน เจ๊อ้อยเข้ามาทักทายถามไถ่ด้วยไมตรีจิตอันดี ที่นั่นเธอได้พบกับแสบหัวหน้าคนงานจอมซ่า รวมทั้ง หยิบ ถัดและเข่งซึ่งเป็นลูกน้องของแสบ จุลลาสั่งกาแฟมาดื่มฆ่าเวลา สักพัก ก็เดินออกไป แสบอดถามเจ๊อ้อยไม่ได้ว่าผู้หญิงหน้าตาสะสวยเมื่อครู่เป็นใคร ได้ความว่าเธอมาสมัครงานเป็นนายช่างโรงงานที่บริษัทเดียวกับเขานั่นเอง แสบแสดงท่าทีชัดเจนไม่ชอบใจนักที่จะมีหัวหน้าเป็นผู้หญิง

“ก็หัวหน้าพวกแกลาออกไปพร้อมๆ กับไอ้ผู้จัดการฝ่ายผลิตไม่ใช่หรือ”

“พูดแล้วยังขนลุกไม่หาย ที่นายช่างแกออกเพราะเจ๊พุ่มบอกว่าแกเจอผีเจ้าสัว” แสบสีหน้าหวั่นๆ...

ด้านจุลลาเดินเรื่อยเปื่อยมาในสวนมะพร้าวร่มรื่นจนสะดุดตากับฮวงซุ้ยสีขาว ซึ่งตั้งอยู่กลางสวน มีลมเย็นยะเยือกพัดมาปะทะร่างของเธอวูบหนึ่งจนรู้สึกหนาวสั่น แต่เธอไม่ได้สนใจ ยังคงสาวเท้าเข้าไปใกล้ แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบยกกำปั้นข้างหนึ่งมาชนกับอุ้งมืออีกข้างก่อนจะคำนับ เหมือนจอมยุทธในหนังจีนกำลังภายใน

“ขออนุญาตนะท่านผู้อาวุโส...เออ แล้วเรารู้ได้ไงว่าคนที่นอนอยู่ในนั้นเป็นผู้อาวุโส”

พลันมีลมกระโชกพร้อมกับเสียงหัวเราะแว่วเข้ามา จุลลาหยุดกึกเหลียวมองไปรอบๆ พบแต่ความว่างเปล่า คิดว่าตัวเองหูฝาด ไม่ได้สนใจอะไรอีก ยังคงเดินเข้าไปใกล้ฮวงซุ้ยอย่างอยากรู้อยากเห็น เจอของเซ่นไหว้ตั้งอยู่หน้าฮวงซุ้ยล้วนเป็นของดีราคาแพง บ่งบอกฐานะเจ้าของ ลมหอบเอาเสียงหัวเราะแว่วมาอีกครั้ง จุลลาถึงกับขนลุกซู่ทั้งๆที่ไม่เคยเชื่อเรื่องผีสางมาก่อน อยู่ๆลูกมะพร้าวบนต้นก็หล่นตุ๊บมาตรงหน้า หญิงสาวสะดุ้งโหยงแล้วนึกขึ้นได้ มองนาฬิกาข้อมือตัวเอง

“เฮ้ย!แปดโมงแล้ว...ขอบคุณค่ะที่ให้เข้าเยี่ยมชม” จุลลารีบคำนับฮวงซุ้ย ก่อนจะผละจากไป....

ฝ่ายเจ๊อ้อยยังคาใจไม่หาย เจ้าสัวตายไปตั้ง 3 ปี แล้วทำไมผีเพิ่งจะมาโผล่เอาตอนนี้ แสบเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ไว้เธอเจอผีเจ้าสัวเมื่อไรให้ถามเอาเองก็แล้วกัน เจ๊อ้อยหน้าเสียที่อยู่ๆมาแช่งให้เจอผี ไล่ตะเพิดเขากับพวกไปให้พ้นหน้า แสบเห็นว่าได้เวลาทำงานแล้วจึงเรียกพรรคพวกให้รีบไปตอกบัตรเข้าทำงาน...

ทางด้านจุลลาเองนึกว่าตัวเองคงหมดหวังจะได้ทำงานที่บริษัท ปาล์มโปรดักส์ เพราะเพิ่งรู้ว่าบริษัทนี้เป็นของครอบครัวสืบสาย และตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการผลิต เขาเตรียมไว้ให้ทรงเดชเพื่อนจอมจีบดะไม่เลือกหน้าของเขา แม้แต่จุลลาซึ่งเพิ่งเจอกันระหว่างรอสัมภาษณ์ยังโดนจีบ แต่โชคยังเข้าข้าง คุณนายเง็กเกิดถูกใจจุลลาขึ้นมา ยิ่งได้เห็นในประวัติส่วนตัวว่าวันเดือนปีเกิดของเธอตรงกับวันเดือนปีที่ผีอาเตี่ยแสดงฤทธิ์เดชให้เห็นบนตำหนักของอาจารย์เพี้ยน ตัดสินใจรับเข้าทำงานในตำแหน่งหัวหน้าแผนกซ่อมบำรุง สืบสายค้านทันที

“ผมเป็นเอ็มดี ผมต่างหากที่ต้องเป็นคนฟันธงเรื่องรับคนเข้าทำงาน”

คุณนายเง็กยืนกรานจะให้จุลลาทำงานที่นี่ให้ได้ เสี่ยตงไม่อยากให้มีปัญหา ขยิบตากับลูกชายเป็นทำนองให้ยอมๆไปก่อน สืบสายจำต้องตามใจแม่ แต่มีข้อแม้ ถ้าจุลลาทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง เขาจะไม่รอให้หมดเวลาทดลองงานสามเดือนจะไล่ออกทันที จุลลาตกลงรับข้อเสนอ ทั้งคู่จ้องหน้ากันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ทันใดนั้น ไฟในห้องทำงานเสี่ยตงติดๆดับๆ ทั้งเสี่ยตง คุณนายเง็กและครรชิตเหลียวมองเลิ่กลั่ก เพราะรู้ดีว่าเกิดจากอิทธิฤทธิ์ของผีอาเตี่ย จุลลากับสืบสายมัวแต่ฮึ่มๆใส่กันจึงไม่ทันสังเกตเห็น...

สืบสายยังไม่วางใจในตัวจุลลา จึงฝากให้ทรงเดชซึ่งจะมารับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายผลิตให้ช่วยสอดส่องแทนเขาด้วย เนื่องจากเขาเพิ่งรับช่วงบริหารจากพ่อมาเต็มตัว มีการปรับเปลี่ยนมากมาย เขาจึงต้องใส่ใจเรื่องการตลาดและหาลูกค้าเป็นหลัก ทรงเดชยิ้มพอใจ สบช่องเมื่อไหร่จะแก้เผ็ดจุลลาฐานเล่นตัวไม่ยอมให้จีบ...

จำรัสถึงกับขำกลิ้งเมื่อรู้เหตุผลที่บริษัท ปาล์มโปรดักส์รับจุลลาเข้าทำงาน ดาราไม่เห็นจะตลกตรงไหน เจ้าของธุรกิจใหญ่ๆมักจะเชื่อเรื่องพวกนี้กันทั้งนั้น คงมีที่ปรึกษาดูเอาไว้ว่าวันเกิดของลูกมีผลกับดวงของบริษัท

“ไม่ใช่ที่ปรึกษาทางไหนหรอกค่ะแม่ ก็ท่านเจ้าสัว เตี่ยของท่านประธานนั่นแหละ”

“เตี่ยเจ้านายแกตายไปแล้วหรือยังอยู่วะ” จำรัสพูดไปขำไป

“ตายแล้ว อยากเจอแกจริงๆให้ตายเถอะ จะได้ถามว่าวันที่สามเดือนสามปีขาลมันหมายถึงอะไรกันแน่” จุลลาขอร้องพ่อกับแม่อย่าเอาไปบอกใครว่าเธอได้งานเพราะสาเหตุนี้เด็ดขาด มันทำให้เธอขาดความมั่นใจในตัวเอง ทั้งดาราและจำรัสช่วยพูดให้กำลังใจจนเธอรู้สึกดีขึ้น แต่เจ้าตัวยังอดหวั่นใจเรื่องที่มีผีเจ้าสัวมาเกี่ยวข้องไม่ได้...

ขณะที่จุลลารู้สึกแปลกๆกับเรื่องที่เกิดขึ้น ที่ฮวงซุ้ยของเจ้าสัวมีเสียงหัวเราะชอบใจแว่วมากับสายลม

ooooooo

ระหว่างกำลังกินมื้อเช้าตามประสาพ่อแม่ลูก อยู่ๆเสี่ยตงก็โพล่งขึ้นว่าจะเอาบริษัท ปาล์มโปรดักส์เข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมเงินทุนจะได้ขยายกิจการให้ใหญ่โตเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก สืบสายทักท้วงว่าแค่นี้บริษัทของเราก็ครองตลาดเป็นอันดับต้นๆอยู่แล้ว เสี่ยตงหาว่าลูกไม่มีวิสัยทัศน์

“วิสัยทัศน์ของผมคือการบริหารโรงงานที่สร้างขึ้นมาจากหยาดเหงื่อและจิตวิญญาณของก๋งโดยลูกหลานของก๋งไม่ใช่คนนอกที่จะไม่สนใจอะไร ทำตัวเหมือนอีแร้งคอยจ้องเอาแต่ผลประโยชน์และกำไร ผมไม่อยากให้ป๊าลืมว่าเราเคยให้สัญญากับก๋งไว้อย่างไร ป๊าจำได้หรือเปล่าครับ”

“อั๊วไม่ได้ลืม แต่อั๊วเป็นห่วงความมั่นคง ก๋งลื้อเป็นคนโบราณคิดแบบโบราณมันไม่มีทางโต”

สืบสายขอโอกาสป๊าพิสูจน์ให้เห็นว่าความคิดของก๋งถูกต้อง การเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ไม่ใช่การสร้างความมั่นคงที่แท้จริง เพราะเมื่อไหร่ที่หุ้นถูกถอนออกไป เราจะยืนด้วยตัวเองได้อย่างไร เสี่ยตงให้เวลาลูกชายแค่สามเดือนเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้...

ข่าวเรื่องผีเจ้าสัวมาปรากฏตัวที่บริษัทและโรงงานอยู่บ่อยครั้ง สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วไม่เว้นแม้แต่น้ำหวานที่เพิ่งมาทำงานได้แค่วันที่สอง ขณะกำลังเข้าแถวตอกบัตรลงเวลา มีคนโวยวายเรื่องผีขึ้นมา น้ำหวานซึ่งกลัวผีขึ้นสมองคิดว่าผีเจ้าสัวมา ตกใจร้องลั่นโดดกอดแสบที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วยความหวาดกลัว

แสบแอบชอบน้ำหวานตั้งแต่วันแรกที่เจอจึงปล่อยเลยตามเลย พอเธอรู้ว่าไม่มีผีก็โกรธ หาว่าเขาแต๊ะอั๋งกัดหูแสบจมเขี้ยวก่อนจะผลักกระเด็น แล้วหันไปฟ้องจุลลาที่เพิ่งมาถึง เธอได้แต่ปลอบน้ำหวานให้ใจเย็นๆ

“พี่รีบตอกบัตรกันเถอะ ก่อนที่หนูจะกระโดดกัดหู มันอีกรอบ” น้ำหวานหันไปฮึ่มๆใส่แสบ เข่งเข้ามากระซิบ กระซาบกับลูกพี่ว่า จุลลาตอกบัตรแบบนี้ก็แสดงว่าได้งานเป็นหัวหน้าของพวกเราแน่นอน แสบพยักหน้ารับรู้ มองตามจุลลาที่เดินเข้าไปในบริษัทอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก...

ครู่ต่อมา ขณะเจ๊พุ่มซึ่งเป็นขาใหญ่ประจำโรงงานพาจุลลาชมสถานที่เพื่อสร้างความคุ้นเคยและแนะนำให้เหล่าคนงานได้รู้จักกับหัวหน้าช่างคนใหม่ ครรชิตเดินนำเดือนพิไลกับพี่บีเข้าเยี่ยมชมโรงงาน พร้อมกับอธิบายว่าบริษัทผลิตสินค้าตัวไหนบ้างเพื่อให้พรีเซ็นเตอร์ได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทบ้าง แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่เขาพูด เพราะมัวแต่ทอดสะพานให้สืบสายที่เดินหน้าบอกบุญไม่รับตามมาด้านหลัง

เดือนพิไลมองออกว่าเขาไม่เล่นด้วยแต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ จุลลาอดสงสัยไม่ได้หันไปถามเจ๊พุ่มว่านั่นแฟนสืบสายหรือเปล่า เห็นนัดเจอกันที่ร้านอาหารของตน ขาใหญ่ของโรงงานถึงกับร้องเอะอะ จุลลาแปลกใจทำไมต้องตกใจขนาดนั้น น่าจะดีใจที่เจ้านายมีแฟนเป็นดารา เธอเสียงเครียดทันที ถ้าสืบสายจะมีแฟน คุณนายเง็กหรือท่านรองต้องเป็นคนเลือกเท่านั้น จุลลาถึงกับอึ้งที่รู้ว่าคนกุมอำนาจเบ็ดเสร็จของที่นี่ คือคุณนายเง็กนั่นเอง

จากนั้น เจ๊พุ่มพาจุลลาไปยังแผนกซ่อมบำรุง และแนะนำให้ แสบ เข่ง หยิบและถัดได้รู้จักกับหัวหน้าแผนกคนใหม่ จุลลารู้เท่าทันว่าแสบกับพวกยังไม่ยอมรับตนเองเป็นหัวหน้าเพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิง เจ๊พุ่มเองก็รู้สึกได้ จึงบอกกับเธอว่าถ้าพวกนี้ทำตัวไม่ดีให้มาแจ้ง ตนจะตบกะโหลกให้เอง แสบสวนขึ้นทันที

“ไม่ใช่หมูใช่หมานะเจ๊ จะให้พวกผมยอมรับ ไม่ใช่ด้วยกำลังแต่ต้องด้วยความสามารถและบารมี”

เจ๊พุ่มค้อนแสบหนึ่งวงก่อนจะจากไป จุลลาเดินไปนั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่งโดยไม่สนใจพวกลูกน้องที่มองมาอย่างท้าทาย พลันประตูห้องซ่อมบำรุงปิดดังปัง ทุกคนพากันสะดุ้ง แต่จุลลายังคงนั่งเฉย แสบสั่งให้ถัดไปดูว่าใครบังอาจมาปิดประตูกระแทก เขารีบโผล่หน้าไปดู พบแต่ความว่างเปล่า ทุกคนพากันขนหัวลุก มั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือของผีเจ้าสัว

ooooooo

ทันทีที่คุณนายเง็กรู้จากเจ๊พุ่มว่าพรีเซ็นเตอร์คนใหม่พยายามทอดสะพานให้สืบสาย รีบโทร.สั่งครรชิตให้คอยจับตาดูเธออย่างใกล้ชิด และคอยเป็นก้างขวางคออย่าให้สืบสายเพลี่ยงพล้ำให้แม่นั่นเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นหัวของครรชิตอาจขาดจากคอเสียเอง แล้ววางสายอย่างไม่ค่อยจะชอบใจนัก

สืบสายปรี่เข้ามาถามครรชิตว่าแม่ของเขาโทร.มาทำไม ครรชิตโกหกว่าท่านรองสั่งให้ซื้อเกาลัดที่เยาวราชมาฝาก สืบสายไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก สั่งให้เขาไปตามทรงเดชมาพบ...

มาทำงานวันแรกก็มีเรื่องท้าทายความสามารถของจุลลา เครื่องจักรหมายเลข 5 เกิดรวนขึ้นมา ก่อนจะหยุดเอาดื้อๆ นายช่างคนใหม่ก้มๆเงยๆเช็กเครื่องอยู่ครู่หนึ่ง จึงสั่งการให้แสบกับพวกไปเบิกเพลามาเปลี่ยนเพราะเพลาคด เนื่องจากใช้งานหนักเกินไป สืบสายอยากรู้ว่าต้องใช้เวลาซ่อมนานแค่ไหน

“พอสมควร วันนี้อาจจะไม่เสร็จ”

“ถ้าไม่เสร็จก่อนเที่ยงคืนวันนี้ เธอถูกไล่ออกเพราะฝีมือไม่ถึง และสร้างความเสียหายให้โรงงาน”

จุลลารู้ดีว่ากำลังถูกท้าทายความสามารถ สูดลมหายใจรวบรวมพลังและสมาธิ พร้อมกับข่มใจให้เย็นไปด้วย แล้วลงมือซ่อมเครื่องจักร...

ตอนที่ 2

หลังจากกินอาหารฝีมือป้าเมี่ยงซึ่งไม่ค่อยจะถูกปากเสร็จ จุลลาขอตัวไปยังห้องพักรับรองแขก ขึ้นบันไดไปยังไม่ทันจะถึงโถงชั้นบน มีเสียงร้องเอะอะของสืบสายดังขึ้น หญิงสาวตกใจ ก้าวพลาดทำท่าจะหงายหลัง

สืบสายพุ่งเข้าไปคว้าตัวไว้ทัน กว่าจะรู้ว่าแขนตัวเองรัดอยู่ที่หน้าอกหญิงสาวก็เป็นตอนที่เจ้าตัวร้องเตือนเขาถึงกับหน้าแดงด้วยความอาย รีบชักมือกลับแทบไม่ทัน ก่อนเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โต ป้าเมี่ยงเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เจ้านายหนุ่มหันไปถามเธออย่างเอาเรื่องว่าทำไมจุลลาถึงมาอยู่ในบ้านของตน บ้านพักนายช่างก็มี ป้าเมี่ยงยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรเสียงคุณนายเง็กดังมาก่อนตัว

“บ้านพักนายช่างแอร์เสีย พรุ่งนี้ถึงจะซ่อมเรียบร้อย อั๊วเลยให้มานอนค้างที่บ้าน มีปัญหาอะไรไหมอาตี๋ แล้วจะบอกอะไรให้นะ อาหนูจุลลาอีซ่อมเครื่องจักรจนใช้งานได้เป็นปกติ ทันเวลา เก่งไหม”

“ยังบอกไม่ได้หรอกครับ คนเรามันต้องดูกันยาวๆ...ป้าเมี่ยง อย่าลืมกำชับยาม คอยสอดส่องให้ดี คืนนี้อาจจะมีตีนแมวเข้ามายกเค้าในบ้านเรา” สืบสายว่ากระทบเสร็จ ผละจากไป จุลลามองตามอย่างไม่สบอารมณ์

“โอ๊ย...ตีนมงตีนแมวที่ไหนมันจะกล้า ผีเจ้าของบ้านเฮี้ยนขนาดนี้”

คุณนายเง็กต้องปรามให้ป้าเมี่ยงหยุดพูด แล้วสั่งให้พาจุลลาไปพักผ่อนได้แล้ว...

ด้านสืบสายอดคิดถึงตอนที่รวบตัวจุลลาไว้ในอ้อมกอดเมื่อครู่ไม่ได้ ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นทิ้ง...

เสร็จจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จุลลาเปิดประตูระเบียงห้องออกไปสูดอากาศ เห็นฮวงซุ้ยสีขาวโดดเด่นท่ามกลางแสงจันทร์ อดถามป้าเมี่ยงที่กำลังพับผ้าคลุมเตียงไม่ได้ว่าฮวงซุ้ยนั่นของใคร ได้ความว่าเป็นของเถ้าแก่ที่เป็นอาเตี่ยของท่านประธาน จุลลาซักอีกว่าทำไมคนงานเรียกเจ้าสัว ไม่เรียกเถ้าแก่

“คนในบ้านหรือคนคุ้นเคยจะเรียกเจ้าสัวว่าเถ้าแก่ค่ะ เมื่อก่อนเถ้าแก่แกเป็นเจ้าของโรงงานเอง แกอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีแล้วนะคะ ตั้งแต่แถวนี้ยังมีสวนมะพร้าว... เตียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณนอนพักเถอะค่ะ ป้าไม่กวนแล้ว หลับฝันดีนะคะ ฝันอะไรอย่าลืมเล่าให้ป้าฟังบ้างนะคะ”

จุลลายิ้มให้ป้าเมี่ยง ไม่ติดใจสงสัยอะไร แต่อยู่ๆรู้สึกว่าหนังตาหนักขึ้นมา รีบปิดประตูระเบียง แล้วเดินไปที่เตียง มีเสียงกระแอมดังขึ้นด้านหลัง หญิงสาวหันขวับไปมอง ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นชายชราหน้าตาเหมือนคนจีนยืนยิ้มอยู่บนระเบียง เธอขยี้ตาก่อนจะมองดูอีกครั้งเพราะคิดว่าตัวเองตาฝาด แต่ชายชรายังคงยืนส่งยิ้มมาให้ จุลลาตัวแข็งทื่อ หนาวยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจรู้ทันทีว่านั่นต้องไม่ใช่คน

เป็นอย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด ผีเถ้าแก่ลอยทะลุประตูกระจกเข้ามาในห้อง จุลลาร้องลั่นด้วยความตกใจ ชายชราพยายามปลอบว่าไม่ต้องกลัว ตนมาดี หญิงสาวไม่รอดูว่ามาดีหรือร้าย วิ่งหนีไปซุกตัวอยู่มุมห้อง ร้องลั่นด้วยความกลัวสุดๆ เสียงร้องของจุลลาปลุกทั้งเสี่ยตง คุณนายเง็กและสืบสายให้วิ่งออกมาดู สืบสายจะเคาะประตูห้องพักรับรองแขก แต่คุณนายเง็กห้ามไว้ เชื่อว่าจุลลาต้องเจอผีอาเตี่ยเข้าให้แล้ว

“เพราะฉะนั้น อย่างเพิ่งขัดจังหวะ อั๊วอยากรู้ว่าอาเตี่ยจะคุยอะไรกับอี” คำพูดของคุณนายเง็กเหมือนคำประกาศิต ทั้งเสี่ยตงและสืบสายไม่กล้าหือ ได้แต่มองเธอเอาหูแนบประตูห้องแอบฟังเหตุการณ์ด้านใน

ooooooo

ผีเถ้าแก่ถึงกับเซ็งที่เห็นจุลลานั่งหลับตาปี๋ยกมือไหว้ปลกๆ อ้อนวอนไม่ให้มาหลอกหลอน เขาอุตส่าห์หลงคิดว่าคนเกิดวันอังคารเดือนกุมภาพันธ์ ปีขาลจะเป็นคนดวงแข็ง จิตแข็ง และกล้าพอจะคุยกับผีอย่างตนเองได้ จุลลายืนยันว่าตัวเองไม่ได้มีคุณสมบัติอย่างที่เขาว่าสักนิด ขอร้องให้ปล่อยเธอไป

“เฮ้อ...อั๊วคงไม่มีวาสนาได้คุยกับใครถึงสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ วิญญาณอั๊วคงต้องติดอยู่ในฮวงซุ้ย ไม่ได้ไปผุดไปเกิดอีกนานแสนนาน” ผีเถ้าแก่ตีหน้าน่าสงสาร จุลลาไม่สนใจ โดดข้ามเตียงหนีไปอีกมุมหนึ่งของห้อง เขาตามติดอย่างไม่ลดละ หญิงสาวกลัวจัดไม่รู้จะทำอย่างไรทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ ต่อรองถ้าเลิกวอแวกับเธอ พรุ่งนี้จะทำบุญกรวดน้ำไปให้ ผีเถ้าแก่ไม่ต้องการบุญ อยากได้คนคุยด้วย

“ลูกหลานก็มี ทำไมไม่ไปคุย ทำไมต้องเป็นหนู”

“แค่โผล่ให้พวกนั้นเห็น ก็กลัวขี้หดตดหาย อย่าไปคิดถึงขนาดคุยด้วยเลย อีกอย่างหนึ่งไม่มีใครจูนกับอั๊วติด อย่างตอนนี้ ลื้อคุยกับอั๊วดังลั่นบ้าน ก็ไม่มีใครได้ยิน”

เป็นอย่างที่ผีเถ้าแก่พูดไม่มีผิด คุณนายเง็ก สืบสายและเสี่ยตงที่แอบฟังอยู่หน้าประตู ไม่ได้ยินเสียงอะไรแม้แต่น้อย สร้างความผิดหวังให้คุณนายเง็กมาก จำต้องล้มเลิกความตั้งใจ พากันแยกย้ายกลับห้อง โดยไม่ล่วงรู้เลยว่า จุลลาสื่อสารกับผีเถ้าแก่ได้จริงๆ เพียงแต่เธอไม่ยอมฟังสิ่งที่เขาพูดเพราะกลัวมาก รีบปีนขึ้นเตียงดึงผ้าห่มมาคลุมโปง พร้อมกับสวดมนต์ไปด้วย หวังจะไล่ผี แต่ไม่สำเร็จ ผีเถ้าแก่แกล้งโกรธ แสดงฤทธิ์เดชหลอก...

จุลลาถูกผีเถ้าแก่แหกอกแหกตาหลอกตั้งแต่ดึกยันฟ้าสาง จนเริ่มหมดความหวาดกลัวเพราะทั้งง่วงทั้งเหนื่อย อยากจะนอนเต็มที่ แต่เขาไม่ยอมให้หลับแย่งผ้าห่มไปหน้าตาเฉย จุลลาไม่สนใจ ล้มตัวจะนอน เขาแกล้งแผลงฤทธิ์ใส่ ทำให้เธอตกเตียงถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เป็นจังหวะเดียวกับสืบสายเพิ่งกลับจากไปวิ่งออกกำลัง ได้ยินเสียงร้องของเธอถึงกับชะงัก ตัดสินใจเคาะประตูเรียก จุลลาเด้งจากพื้น พุ่งไปเปิดประตูห้องแทบไม่ทันสืบสายเห็นสภาพหัวฟู เสื้อผ้าหน้าตายุ่งเหยิงก็ร้องทัก

“นอนหรือว่าไปฟัดกับหมาที่ไหนมา”

“ไม่ได้ฟัดกับหมาที่ไหน คิดว่าอาจจะยังไม่ได้นอนและคิดว่าอาจจะเถียงกับผีอยู่”

สืบสายหาว่าจุลลาไร้สาระ ทั้งคู่มีปากเสียงกัน หญิงสาวทนไม่ไหว ด่าเขาว่าใจแคบ มีแต่อคติ ชอบแสดงอำนาจกดขี่ผู้อื่นเพื่อให้ตัวเองดูดีมีตัวตน แต่แท้ที่จริงแล้ว เขาไร้ความสามารถไม่มีใครยอมรับ ส่วนตำแหน่งกรรมการผู้จัดการที่ได้มาก็เพราะว่า เป็นลูกชายของเจ้าของบริษัท สืบสายถูกจี้ใจดำโกรธจัดถึงกับพูดอะไรไม่ออกเดินหนีกลับห้องตัวเอง จุลลาเพิ่งรู้สึกตัว บ่นพึมพำว่าพูดแรงไปหรือเปล่า

ผีเถ้าแก่ตอบเสียงดังฟังชัดว่าแรง จุลลาตกใจร้องเฮ้ยลั่น รีบกลับเข้าห้องปิดประตูโครม คราวนี้เขาไม่ตามเพราะรู้ว่าเธอจะอาบน้ำแต่งตัว หายตัววับไปปรากฏที่ห้องของสืบสายแทนที่ เห็นหลานชายกำลังหงุดหงิดเดาได้ไม่ยากว่าสาเหตุมาจากสิ่งที่จุลลาพูดเมื่อครู่ พยายามพูดปลอบใจ แต่เขาไม่ได้ยิน

ooooooo

ไม่นานนัก จุลลาแต่งตัวเสร็จ รีบลงมาข้างล่าง ขณะกำลังเดินผ่านห้องๆ หนึ่ง ต้องชะงักเมื่อมองเข้าไปข้างใน เห็นรูปภาพของผีที่มาหาตนเมื่อคืนแขวนอยู่บนผนังห้อง เธอหันไปถามป้าเมี่ยงว่านี่รูปใคร

“รูปเตี่ยของท่านประธานค่ะ”

จุลลามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผีที่เห็นเมื่อคืนต้องเป็นคนเดียวกันแน่นอน แต่เลือกที่จะไม่พูดถึง ป้าเมี่ยงเลียบๆเคียงๆถามว่า เมื่อคืนหลับสบายไหม ไม่เห็นไม่ได้ยินหรือได้เจออะไรบ้างหรือ จุลลายังไม่ทันจะตอบอะไรสืบสายเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ป้าเมี่ยงเห็นเขาเตรียมจะไปทำงาน อาสาไปหยิบรองเท้ามาให้ จุลลาหมั่นไส้แอบนินทาสืบสายที่ชอบทำตัวเป็นคุณหนู ทันใดนั้น รูปเถ้าแก่บนผนังหันมาพูดด้วย

“เออ...ด่ามันเลย ด่าแทนอั๊ว...อั๊วตายแล้วก็ไม่มีใครคอยด่ามัน นิสัยคุณหนูแก้ไม่หายสักทีนะอาตี๋”

นายช่างสาวหัวใจแทบร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความกลัวแล่นขึ้นมาอีกครั้ง ยิ่งเห็นเถ้าแก่ในรูปโบกมือทักทายอยากจะกลั้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอด สืบสายมองตามสายตาจุลลาไปยังรูปก๋งบนผนัง กลับไม่เห็นสิ่งผิดปกติ เธอพยายามชี้ให้เขาดูว่ารูปภาพนั่นพูดคุยกับเธอ แต่เขาทำหน้าเหมือนเธอเสียสติ จุลลาตัดสินใจเดินหนี

ครู่ต่อมา นายช่างสาวเข้ามาสั่งอาหารที่ร้านเจ๊อ้อย ทั้งแสบ เจ๊อ้อย เจ๊พุ่ม เข่ง หยิกและพวกคนงานต่างอยากรู้ว่าเมื่อคืนเธอนอนค้างบ้านท่านประธาน เจอผีเถ้าแก่หรือเปล่า จุลลาไม่ตอบคำถามใดๆทั้งสิ้น กินข้าวเสร็จจัดแจงจ่ายเงินค่าข้าวของตัวเองกับของแสบแล้วขยับจะไป เจ๊อ้อยและเจ๊พุ่มซึ่งร้อยวันพันปีไม่กินเส้นกันแต่คราวนี้กลับพร้อมใจกันดึงมือจุลลาไว้คนละข้าง ห้ามไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟัง...

ด้านคุณนายเง็กผิดหวังอย่างแรงเมื่อป้าเมี่ยงเข้ามารายงานว่าจุลลาดูปกติดีทุกอย่าง เสี่ยตงบอกให้เลิกคิดเรื่องนายช่างจะมาเป็นสื่อระหว่างอาเตี่ยกับพวกเราได้แล้ว คุณนายเง็กยังไม่ยอมแพ้ สั่งการทันที

“อาเมี่ยง เอาโทรศัพท์มา อั๊วจะโทร.หาสายข่าวที่โรงงาน”...

ขณะที่คุณนายเง็กยังหมายมั่นปั้นมือว่าจุลลาคือคนที่ใช่ เจ๊อ้อยกับเจ๊พุ่มยังคงรวมหัวกันคาดคั้นให้จุลลาเล่ามาว่าเมื่อคืนโดนหรือไม่โดนผีเถ้าแก่หลอก เธอโกหกว่า ทุกอย่างปกติดีไม่มีผี พูดยังไม่ทันขาดคำ ผีเถ้าแก่แผลงฤทธิ์สองครั้งซ้อน จุลลาไม่รอช้า วิ่งนำทุกคนออกจากร้านทันที

ooooooo

ทรงเดชติดอกติดใจในความน่ารักของน้ำหวาน คิดจะดึงตัวจากแผนกประชาสัมพันธ์มาเป็นเลขาฯตัวเอง จึงโกหกสืบสายว่าเจ้าตัวบ่นให้เขาฟังว่าไม่ชอบงานที่ทำอยู่ สืบสายรับปากจะคุยกับป๊าให้

“แกเป็นเอ็มดีตัดสินใจเองก็ได้เรื่องเล็กน้อยไม่น่าจะไปกวนใจป๊า แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่ป๊าจะวางใจแกวะ”

เจอไม้นี้เข้าไป สืบสายตัดสินใจทำตามที่ทรงเดชต้องการ แล้วถามว่ารู้เรื่องเครื่องจักรที่จุลลาซ่อมเสร็จจนใช้งานได้แล้วหรือยัง ทรงเดชแสร้งว่ารู้แล้ว กำลังจะไปตรวจพอดี สืบสายจึงชวนเขาไปด้วยกันตอนนี้เลย

ระหว่างเดินไปที่โรงงานกับทรงเดช สืบสายต้องแปลกใจเมื่อเจอจุลลากำลังจ้ำพรวดๆนำแสบกับพวกรวมทั้งเจ๊อ้อย เจ๊พุ่มและคนงานกลุ่มใหญ่บ่ายหน้าไปทางโรงงาน หันไปถามยามจ่อยว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าพวกนั้นกำลังหนีผีเถ้าแก่ ทรงเดชเห็นสืบสายชักสีหน้าไม่พอใจ สวมวิญญาณบ่างช่างยุทันที

“ไร้สาระสิ้นดี ผีอะไรกัน นี่มันปีไหนแล้วยังงมงายเรื่องผีอะไรกันอยู่ ถ้าคนงานยังมีทัศนคติอย่างนี้ ฉันคงพัฒนาระบบคุณภาพเพื่อผลผลิตให้แกลำบากนะเพื่อน โดยเฉพาะหัวหน้าแผนกซ่อมบำรุงกลับเป็นหัวขบวนเสียเองไม่ไหว” คำยุแยงของทรงเดชได้ผล สืบสายสั่งการให้ครรชิตเรียกจุลลากับลูกน้องมาพบที่ห้องประชุม แล้วถามว่าตนมีนัดไปดูการถ่ายโฆษณาของบริษัทกี่โมง

“ตอนนี้แหละครับ เอาอย่างไรดีครับ” ครรชิตมองเจ้านายอย่างรอคำตอบ...

ไม่นานนัก จุลลาเดินนำแสบกับพวกรวมทั้งเจ๊พุ่มมาถึงห้องประชุม ผีเถ้าแก่ตามมาปรากฏตัวให้เธอเห็นจนเกิดปั่นป่วนไปทั้งห้อง ทรงเดชต้องตะโกนสั่งให้หยุด ทุกคนถึงสงบลงได้ สืบสายเหลืออด สั่งเสียงเฉียบ

“ต่อไปนี้ไม่ว่าใครก็ห้ามพูดเรื่องเหนือธรรมชาติหรือทำให้เห็นว่าเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้อีก ถ้าผมรู้ ผมจะไล่ออกให้หมด ครรชิต...จดลงไป”

จุลลาสบตาผีเถ้าแก่ที่ยืนยิ้มไม่รู้ไม่ชี้ด้วยความอึดอัดก่อนจะโพล่งขึ้นอย่างเหลืออดเช่นกันว่า การที่สืบสายไม่เห็นผี ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีผีสักหน่อย เขาไม่สนว่าเธอจะตั้งมาตรฐานเรื่องนี้ไว้อย่างไร แต่สำหรับเขาแล้ว ถ้าไม่เห็นก็แปลว่าไม่มี แล้วไล่ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง จุลลาพยายามข่มอารมณ์ไว้ รู้ดีว่าพูดไปก็เข้าตัวเปล่าๆ แสบกับพวกและเจ๊พุ่มทยอยออกจากห้อง โดยมีจุลลาเดินปิดท้าย ผีเถ้าแก่โผล่พรวดมาตรงหน้าเตือนเธอว่าทีหน้าทีหลังอย่าทำตัวมีพิรุธเวลาที่คุยกับเขา ทำตัวปกติบ้างได้ไหม

“ก็มาให้ปกติหน่อยสิ...เราต้องเคลียร์กัน” จุลลากระซิบ ผีเถ้าแก่จึงนัดให้ไปเจอกันที่ฮวงซุ้ย เธอพยักหน้ารับรู้ โดยไม่ทันสังเกตเห็นสืบสายจ้องมองอยู่ตลอด เพราะสงสัยกับท่าทีแปลกๆของเธอ

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน เดือนพิไลหรือมูนต้องผิดหวังที่อุตส่าห์ทำดีเอาหน้ามากองถ่ายโฆษณาตรงเวลาเป๊ะทั้งๆ ที่ร้อยวันพันปีไม่เคยทำมาก่อน แต่สืบสายกลับส่งพ่อของเขามาดูการถ่ายทำโฆษณาแทน แต่ด้วยความ เจ้าเล่ห์เธอพลิกวิกฤติเป็นโอกาส วางแผนใช้เสี่ยตงเป็นสะพานทอดไปหาสืบสาย

เสี่ยใหญ่ไม่ทันมารยาของเดือนพิไลติดเบ็ดอย่าง ง่ายดาย จังหวะนั้น คุณนายเง็กโทร.เข้ามือถือเขาพอดีเสี่ยตงเห็นเบอร์โชว์หน้าจอรีบปิดเครื่องหน้าตาเฉย คุณนายจอมบงการหงุดหงิดมากที่เขาบังอาจปิดมือถือเลขาฯหน้าห้องเสี่ยตง แก้ตัวแทนเจ้านายว่าแบตเตอรี่มือถืออาจจะหมดก็ได้ เธอซักเป็นการใหญ่ว่าสามีของเธอไปไหน ไปกับใคร เลขาฯเองก็ไม่ทราบเพราะท่านไม่แจ้งไว้ รู้เพียงว่าขับรถออกไปคนเดียว

“คนเดียว?...อาเลขาฯ โทร.จิกจนกว่าอีจะเปิด มือถือ” คุณนายเง็กขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ...

ทางด้านเดือนพิไลถือโอกาสนี้ชวนเสี่ยตงไปกิน อาหารหลังถ่ายโฆษณาเสร็จ เพื่อเป็นการขอบคุณที่เลือกเธอมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้บริษัทของเขา เสี่ยตงตอบตกลงทันที แต่ขอเป็นมื้อเย็นจะได้ชวนสืบสายมากินด้วย

“หนูเป็นคนน่ารัก เสี่ยอยากให้อาสืบกับหนูได้คุยกัน”

“จะดีหรือคะ เกรงใจจังค่ะ แต่ก็ได้ค่ะ” เดือนพิไลยิ้มหวาน...

ขณะที่เดือนพิไลกระหยิ่มยิ้มย่องที่แผนการใช้เสี่ยตงเป็นสะพานสำเร็จไปขั้นหนึ่ง จุลลาหลบออกจากโรงงานไปหาผีเถ้าแก่ที่ฮวงซุ้ยตามนัด ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตกลงจะเอาอย่างไรกับตนกันแน่ เขาแค่อยากได้เธอเป็นเพื่อนคุย ถ้าเธอยอมทำตาม เขาสัญญาว่าจะไม่ดื้อไม่ซนไม่ป่วนใครอีก ถ้าผิดสัญญาจะยอมให้ยกเลิกความเป็นเพื่อน แล้วขอร้องจุลลาให้ช่วยดัดนิสัยสืบสาย เธอตอบโดยไม่ต้องคิดว่าไม่ช่วย

ผีเถ้าแก่ร้องบอกจุลลาให้หาที่ซ่อนตัว เมื่อเห็นสืบสายกำลังเดินตรงมาทางนี้ หญิงสาวตกใจพุ่งตัวผ่านร่างเขาไปหลบข้างๆโดยมาผีเถ้าแก่ตามไปติดๆ จุลลาโวยใส่ว่าจะหลบทำไมในเมื่อสืบสายไม่เห็นเขา

ฝ่ายสืบสายมาระบายเรื่องอึดอัดใจที่หน้าฮวงซุ้ยของก๋งโดยไม่รู้ว่าจุลลาหลบอยู่แถวนั้น เขาบ่นเสียงเศร้าว่าไม่อยากให้ก๋งตาย อยากให้อยู่ช่วยแนะนำสั่งสอนเขา แต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ รับปากจะทำให้ป๊าเห็นว่าเขาสามารถบริหารบริษัทนี้ตามแนวทางของก๋งได้

“และใครก็ตามที่บังอาจพูดถึงก๋งว่าเป็นผีเฮี้ยนๆ ชอบหลอกชาวบ้านอีก ผมจะไม่เอาไว้ ฐานลบหลู่ให้ก๋งต้องเสียหาย ผมเข้มแข็งขึ้นเยอะเลยครับก๋ง ขอบคุณนะครับ” สืบสายไหว้ลาก๋งแล้วผละจากไป จุลลาอดยิ้มให้กับความคิดของเขาไม่ได้ แต่พอเห็นผีเถ้าแก่จ้องมองอยู่รีบกลบเกลื่อนว่าไม่ได้ยิ้ม แค่กล้ามเนื้อที่หน้ากระตุก เขามองออกว่าเธอเริ่มมีใจให้หลานชายของตน ขอร้องให้เธอช่วยสืบสายพิสูจน์ตัวเอง

จุลลาส่ายหน้า ตั้งแง่ว่าสืบสายมีอคติในใจทำให้ช่วยเหลือไม่ลง และถ้าผีเถ้าแก่ยังเซ้าซี้เรื่องนี้อยู่อีก เธอจะเลิกคบเขาและจะลาออกให้รู้แล้วรู้รอด

ooooooo

ในเวลาต่อมา สืบสายและครรชิตตามไปสมทบกับเสี่ยตงที่สตูดิโอ ระหว่างรอเดือนพิไลถ่ายโฆษณาเสี่ยตงสั่งให้ลูกชายไปกินข้าวเย็นด้วยกัน  เพราะเชิญเดือนพิไลเอาไว้แล้ว และห้ามเขาปฏิเสธเด็ดขาด

ครรชิตที่ยืนฟังอยู่ด้วยถึงกับหูผึ่ง หาทางเลี่ยงออกมาโทรศัพท์รายงานเรื่องนี้ต่อคุณนายเง็กซึ่งไม่ค่อยจะพอใจนักที่สามีพยายามยัดเยียดลูกชายให้เดือนพิไล

สั่งให้ครรชิตคอยโทร.รายงานเธอเป็นระยะๆ...

ระหว่างที่คุณนายเง็กวางแผนกีดกันเดือนพิไลให้อยู่ห่างๆลูกชายตัวเอง แสบร้อนใจมากเมื่อรู้ว่าน้ำหวานถูกย้ายให้มาเป็นเลขาฯ คนใหม่ของทรงเดช จุลลาเองก็เป็นห่วงเธอเช่นกันแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร...

ด้านเจ๊พุ่มรีบเข้าไปรายงานคุณนายเง็กเรื่องโดนผีหลอกตอนกลางวันแสกๆที่ร้านเจ๊อ้อย และเตือนว่าห้ามพูดถึงผีเถ้าแก่เด็ดขาด เพราะสืบสายกำชับว่าถ้าใครพูดเรื่อง ถึงเรื่องนี้จะไล่ออกจากงาน

“โดยเฉพาะนายช่าง โดนหนักว่าใครเลยนะคะ ออฟฟิศนอกเวลาของพุ่มเลยพลอยเดือดร้อนไปด้วย”

คุณนายเง็กสั่งให้เจ๊พุ่มคอยจับตาดูจุลลาให้ดี

เพราะเธอคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เรารู้ว่าผีอาเตี่ยต้องการ อะไร เจ๊พุ่มสงสัยทำไมคุณนายเง็กไม่ถามตรงๆไปเลย เธอทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะยังไม่แน่ใจว่าจุลลาติดต่อกับผี

อาเตี่ยได้จริงหรือเปล่า และที่สำคัญไม่อยากให้จุลลาคิดว่าเธองมงาย...

ในขณะเดียวกัน จุลลาประกาศกลางร้านเจ๊อ้อยว่าจากนี้ไปผีเถ้าแก่จะไม่มาหลอกหลอนใครต่อใครอีกเพราะเธอทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้แล้ว ถ้าไม่เชื่อก็ลองสูดอากาศดู จะรู้สึกปลอดโปร่ง ทุกคนลองทำตามแล้วอุปาทานไปเองว่าเป็นจริงอย่างที่จุลลาว่า ยกเว้นแสบที่ยังเป็นห่วงน้ำหวานไม่หาย

จังหวะนั้น น้ำหวานซึ่งร้อนใจไม่แพ้แสบ ปรี่เข้ามาขอคุยกับจุลลาตามลำพัง ก่อนจะบ่นให้ฟังว่าไม่ชอบขี้หน้าทรงเดช  ซึ่งชอบมองเธอเหมือนอยากจะกลืนลงท้อง เธอกลัวเขามาก จะปฏิเสธตำแหน่งเลขาฯ ก็ไม่กล้า เพราะเป็นคำสั่งของสืบสาย เลยจะมาขอคำแนะนำจากจุลลาว่าจะทำอย่างไรดี นายช่างสาวแนะให้เธอเข้มแข็งเข้าไว้ หากทรงเดชทำอะไรขึ้นมาจริงๆก็ให้มาบอก เธอจะจัดการให้...

ฝ่ายเดือนพิไลทำทีออกมาส่งสืบสายกับเสี่ยตงที่หน้าสตูดิโอ พอเห็นผู้เป็นพ่อแยกตัวไปรับโทรศัพท์ เธอ แกล้งเป็นลมให้สืบสายประคองไปนั่งพักที่อีกมุมหนึ่งซึ่งนัดแนะกับปาปาราซซี่ให้คอยเก็บภาพเหล่านี้เอาไว้

ทันทีที่เสี่ยตงรู้จากสืบสายว่าเดือนพิไลไม่ค่อยสบาย กระวีกระวาดจะไปช่วยดูแล แต่ครรชิตเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน แจ้งว่าท่านรองโทร.มาตามให้เขากลับไปประชุมด่วนที่บริษัท...

เรื่องด่วนที่คุณนายเง็กว่า คือสั่งห้ามสองพ่อลูกไปดินเนอร์กับเดือนพิไลเด็ดขาด เพราะเธอมีเซ้นส์ว่าแม่นั่นไม่ใช่คนดีไม่ควรจะไปสุงสิงด้วย เสี่ยตงแดกดันว่าเซ้นส์ของเธอมั่วตั้งแต่รับจุลลาเข้าทำงานแล้ว สืบสายเห็นท่าไม่ดี พยักพเยิดให้ครรชิตหลบออกจากห้อง ปล่อยให้ป๊ากับหม่าม้าเถียงกันตามสบาย

ooooooo

ขณะที่จุลลากำลังตรวจเช็กประสิทธิภาพเครื่อง จักรอยู่กับแสบอย่างขะมักเขม้น ทรงเดชไม่วายตามมาหาเรื่อง แต่ถูกเธอตอกหน้าหงายกลับไปเช่นเคย ทั้งแสบและน้ำหวานพากันหัวเราะสะใจ จุลลาสั่งให้แสบหยุดเล่น แล้วกลับไปทำงานต่อโดยไม่รู้ว่าสืบสายแอบมองอยู่ตลอด ทึ่งในความขยันทำงานของเธอ

ผีเถ้าแก่ซึ่งตามดูหลานชายอีกทอดหนึ่ง สงสัยว่าเขาจะมีใจให้จุลลา คิดหาทางทำอะไรสักอย่าง...

ทางด้านคุณนายเง็กเถียงกับสามีเรื่องเดือนพิไลจนหมดแรงด้วยทั้งคู่ จึงทำข้อตกลงกับเขาว่า เธอจะยอมเปิดโอกาสให้สืบสายลองคบหากับแม่นั่น แต่ทั้งเธอและเขาจะต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ถ้าเสี่ยตงไม่ตกลงตามข้อเสนอนี้ เธอจะกีดกันแม่นั่นสุดฤทธิ์

“ก็ได้ เราสองคนจะให้อาตี๋เป็นคนตัดสินใจเลือกเอง”...

ในที่สุดโอกาสก็อำนวย ผีเถ้าแก่เห็นสืบสายเดินสวนกับจุลลาที่กำลังถือแก้วกระดาษใส่น้ำ รีบหายตัวไปโผล่ด้านหลังปัดแก้วในมือเธอ ทำให้น้ำกระเด็นใส่สืบสายเต็มๆ จุลลาตกใจ รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองมาเช็ดน้ำให้เขา พร้อมกับขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ สืบสายใจเต้นไม่เป็นส่ำ เนื่องจากจุลลาอยู่ใกล้แค่คืบ ครรชิตมองเจ้านายที่ยืนตัวแข็งแล้วอดยิ้มไม่ได้ จุลลาซับน้ำบนตัวเขาไปเรื่อยจนลงไปที่กางเกง สืบสายรีบคว้ามือเธอไว้

ต่างฝ่ายต่างชะงักราวกับต้องมนต์สะกด จุลลาได้สติก่อน ขอร้องให้สืบสายปล่อยมือ เขารู้สึกตัวรีบสะบัดมือเธอออก แล้วแสร้งโวยวายกลบเกลื่อน จุลลาเดินหนีด้วยความเขิน ลืมสนิทว่าทิ้งผ้าเช็ดหน้าไว้กับเขา

“อิๆๆ ยิ่งเจอยิ่งพบก็จะยิ่งคุ้นเคย พบหน้ากันบ่อยๆ มิตรภาพก็จะยิ่งสนิทแน่นแฟ้น แล้วกำแพงระหว่างลื้อสองคนก็จะบึ้ม” ผีเถ้าแก่หัวเราะชอบใจที่แผนการของตัวเองสำเร็จด้วยดี...

ฝ่ายสืบสายกลับมาที่ห้องทำงานตัวเอง เพิ่งรู้ว่าผ้าเช็ดหน้าของจุลลาติดมือมาด้วย เขาเผลอตัวยกขึ้นดม

กลิ่นหอมของมันทำให้เขายิ้มอย่างพอใจ แต่อดวิจารณ์ไม่ได้ว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เหมือนของผู้ชาย หรือเธอจะเป็นทอมจริงๆ  ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้นข้างๆอย่างหงุดหงิดที่หลานชายตั้งข้อสังเกตมั่วๆ จังหวะนั้นมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น สืบสายรีบเก็บผ้าเช็ดหน้าใส่ลิ้นชัก ครรชิตเข้ามาเตือนว่าถึงเวลานัดแล้ว...

ในระหว่างที่จุลลาบ่นให้แสบฟังว่าไม่เห็นด้วยกับการที่เจ๊พุ่มตั้งตัวเป็นเจ้าแม่ใบ้หวยให้กับพวกคนงาน คุณนายเง็กเข้ามาขอร้องให้เธอช่วยขี่มอเตอร์ไซค์พาไปส่งร้านอาหารหรูกลางกรุง อ้างว่ามีนัดเลี้ยงรุ่นเกรงจะไปไม่ทัน แต่ความจริงแล้วเธอจะตามไปป่วนดินเนอร์ระหว่าง

ลูกชายกับเดือนพิไล ซึ่งผิดข้อตกลงที่ทำไว้กับเสี่ยตง

ooooooo

ตอนที่ 3

ผ่านไปพักใหญ่ จุลลาพาคุณนายเง็กมาถึงร้านอาหารเป้าหมาย โดยมีผีเถ้าแก่ติดรถมาด้วย คุณนายเง็กชวนเธอเข้าไปข้างในด้วยกัน นายช่างสาวขอรอข้างนอกดีกว่า

“ไม่ดีหรอก ไหนๆลื้อก็อุตส่าห์มาส่งอั๊วแล้ว ก็เข้าไปกินข้าวเลย อั๊วรู้ว่าลื้อหิว”

จุลลาลังเล ผีเถ้าแก่คะยั้นคะยอให้เธอเข้าไปกับคุณนายเง็กจนได้...

อึดใจ ต่อมา ขณะที่เดือนพิไลกำลังรุกไล่จับไม้จับมือสืบสายอย่างหน้าไม่มียางอาย คุณนายเง็กกับจุลลาและผีเถ้าแก่เข้ามาเห็นพอดี คุณนายจอมบงการแกล้งเป็นลมล้มพับตรงหน้าลูกชาย ซึ่งลุกพรวดเข้ามาประคองไว้ทัน เดือนพิไลไวทายาดตามมาติดๆ

“มูนช่วยนะคะคุณแม่”

คุณ นายเง็กลืมตัว แหวลั่นว่าตนมีลูกชายคนเดียวไม่มีลูกสาว พอรู้สึกตัว แกล้งคออ่อนคอพับ ซบหน้ากับอกลูกชาย ก่อนจะผลักเดือนพิไลออกไปเนียนๆ แล้วเรียกจุลลาให้มาช่วยสืบสายประคองตนเองอีกแรงหนึ่ง เดือนพิไลมีเคืองแต่ไม่กล้าโวยวาย ผีเถ้าแก่มองออกว่าลูกสะใภ้ของตนมารยาเพื่อกันท่าดาราสาว สืบสายกับจุลลาช่วยกันประคองคุณนายเง็กไปนั่งพักที่โซฟา โดยทิ้งเดือนพิไลให้ยืนคว้างอยู่เพียงลำพัง

จากนั้น จุลลาบอกให้สืบสายไปขอยาหอมกับผู้จัดการร้านอาหาร เขาหายไปสักพักก็รีบกลับมาดูแลแม่ จุลลาร้องทักว่าขอยาดมมาด้วยหรือเปล่า สืบสายยังไม่ทันจะว่าอะไร ครรชิตปรี่เข้ามาพร้อมกับยื่นยาดมให้

“ผม มีครับ เตรียมไว้แล้ว... เอ่อ หมายถึงมีติดตัวไว้ตลอดเวลา เตรียมพร้อมอยู่เสมอกับทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดครับ” ครรชิตพูดจบ เดินมายืนข้างเดือนพิไล ผีเถ้าแก่ตามมายืนประกบอีกข้าง ดูสืบสายและจุลลาช่วยกันพยาบาลลูกสะใภ้ตัวเองอย่างพึงพอใจ

เดือนพิไล หน้าหงิกเพราะรู้แล้วว่ากำลังถูกแม่ของสืบสายกันท่า แต่คนอย่างเธอมีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ ตัดสินใจเข้าไปดันจุลลากระเด็น แล้วนวดแขนให้คุณนายเง็กเอาอกเอาใจสุดฤทธิ์ คุณนายจอมบงการเห็นไม่เข้าที ส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากครรชิตซึ่งรู้งานอย่างดี ปราดเข้าไปดึงตัวเดือนพิไลออกมา

ทั้งสืบสายและจุลลาผลัดกันนวดให้คุณ นายเง็กอย่างเข้าขากัน พอเขานวดเธอก็จะเป็นฝ่ายอังยาดมที่จมูกให้ จังหวะหนึ่ง ทั้งสองคนเกิดใจตรงกัน จับมือคุณนายเง็กข้างเดียวกันเพื่อจะนวด ต่างฝ่ายต่างชะงัก

“แน้...จับมือกันแล้ว” ครรชิตบรรยายภาพตรงหน้าอย่างสนุกปาก จุลลารู้สึกตัวรีบสะบัดมือออก กระแทกมือคุณนายเง็กอย่างจัง เธอยังไม่ทันจะอ้าปากร้อง เดือนพิไลชิงร้องโอ๊ยอย่างขัดอกขัดใจเสียก่อน ทุกคนเหลียวมองเธอเป็นตาเดียวกัน ดาราสาวรีบกลบเกลื่อน

“โอ๊ย...พอดีนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้มีงานนัดฟิตติ้งงานเดินแบบแฟชั่นวีก ลาล่ะค่ะ ฝากไว้ก่อนนะคะ เอ๊ย สวัสดีค่ะ” เดือนพิไลไหว้คุณนายเง็ก ก่อนจะเดินจากไปอย่างอารมณ์บูด สืบสายขยับจะตาม แต่ต้องหยุดกึกเมื่อถูกจุลลาด่าว่าเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ เห็นแฟนดีกว่าแม่ตัวเองที่นอนเป็นลมอยู่ เขาพยายามอธิบายว่าไม่ได้เป็นอะไรกับเดือนพิไล แต่เธอไม่ฟัง ต่อว่าเขาต่างๆนานา คุณนายเง็กรีบแย่งยาดมมาดมเสียเอง เพราะคราวนี้จะเป็นลมจริงๆ ทั้งคู่ตกใจ เลิกต่อปากต่อคำแล้วหันช่วยกันพยาบาลเธอ

ooooooo

ขณะที่แผนการล้มดินเนอร์หรูของคุณนายเง็กเป็นไปตามเป้าหมาย ที่ร้านสบายท้อง จำรัสหงุดหงิดๆ เห็นอะไรขัดหูขัดตาไปหมด เอะอะเอ็ดตะโรใส่ลูกน้องจนลูกค้าพากันเช็กบิลหนี ดาราต้องเข้ามาปราม

“เดี๋ยวนี้เป็นอะไรหนักหนาคุณจำรัส นิดหน่อยก็ อารมณ์เสีย วัยทองหรือไง ที่นี่เป็นร้านสบายท้องกระทะร้อน ตั้งแต่เมื่อไหร่ มีแต่เสียงฉ่า ฉี่ เดือดปุดๆตลอดเวลา”

มะขวิดตั้งข้อสังเกตว่าจำรัสเป็นแบบนี้ตั้งแต่จุลลาไม่อยู่ ดาราถึงบางอ้อทันที ที่แท้ก็คิดถึงลูกนี่เอง...

ด้านเดือนพิไลเจ็บใจมากที่โดนคุณนายเง็กกันท่า ตั้งใจจะเอาชนะว่าที่แม่สามีในอนาคตให้ได้ คว้ามือถือขึ้นมาโทร.นัดปาปาราซซี่ให้เอารูปที่แอบถ่ายตอนสืบสายประคองเธอแบบใกล้ชิดมาให้ดู...

ครู่ต่อมา สืบสายประคองคุณนายเง็กออกจากร้านอาหาร อดสงสัยไม่ได้ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่นี่ แล้วทำไมจุลลาถึงมากับท่านด้วย เธออ้างว่าเข้าใจผิดคิดว่าวันนี้มีงานเลี้ยงรุ่น เกรงจะมาร่วมงานไม่ทัน  เลยวานให้จุลลามาส่ง สืบสายตกใจและไม่พอใจที่รู้ว่าแม่ซ้อนมอเตอร์ไซค์มาถึงนี่ เตรียมจะเอาเรื่องจุลลา...

อีกมุมหนึ่งบริเวณที่จอดรถ จุลลากำลังจะสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์ แต่นึกขึ้นได้ว่าผีเถ้าแก่หายไป เหลียวหาก็ไม่เห็น ทันใดนั้น เขาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าในชุดแจ็กเกตหนังสุดเท่ มีผ้าโพกหัวเหมือนพวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ เธอร้องทักว่าไปเอาชุดนี้มาจากไหน ผีเถ้าแก่คุยอวดว่าสืบสายเผากงเต๊กมาให้ แต่ยังไม่ครบชุดขาดหมวกกันน็อก สงสัยหลานรักงานยุ่งเลยลืมเผามาให้ วานเธอช่วยไปเตือนให้ด้วย

“นั่น...รู้ทันนะว่าคิดจะเชื่อมสัมพันธไมตรีให้หนูกับนายหยวกนั่น หนูเตือนแล้วนะว่าถ้ายังไม่เลิกเชื่อม หนูจะลาออก” ท่าทางเอาจริงของจุลลาทำให้ผีเถ้าแก่จ๋อย รีบแก้ตัวว่าล้อเล่น แค่จะพูดให้ขำๆเท่านั้น...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน สืบสายฝากป้าเมี่ยงให้ช่วยดูแลแม่ของเขาด้วย แล้วขอตัวไปทำธุระก่อน คุณนายเง็กรู้ดีว่าลูกชายจะตามไปเล่นงานจุลลา จัดแจงหยิบมือถือ ขึ้นมาจะโทร.เตือน แต่เสี่ยตงเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ต่อว่าต่อขานเธอยกใหญ่ที่โกหกว่าไปเลี้ยงรุ่น แต่ความจริงแล้วแอบตามไปป่วนดินเนอร์ของลูกกับเดือนพิไล แบบนี้เท่ากับผิดข้อตกลงที่ทำกันเอาไว้  คุณนายเง็กลอยหน้าถามว่าผิดแล้วจะทำไม

“อั๊วก็จะผิดบ้าง ลื้อไม่สนับสนุนหนูมูน อั๊วจะอยู่ฝ่ายตรงข้ามลื้อ” เสี่ยตงประกาศท้าทายอำนาจคุณนายเง็กอย่างไม่เกรงกลัว...

ฝ่ายจุลลากลับถึงบ้านพักอย่างหมดเรี่ยวแรง รีบตัดบทขอตัวไปพักผ่อน ผีเถ้าแก่อยากให้อยู่คุยเป็นเพื่อนกันก่อน เพราะผีอย่างตนไม่เคยหลับเคยนอน จุลลาอดสงสัยไม่ได้ทำไมเขาถึงไม่ยอมไปผุดไปเกิด ผีเถ้าแก่ยังมีห่วงก็เลยไปไหนไม่ได้ ทั้งห่วงว่าเสี่ยตงจะขายโรงงาน ขายที่และทุกอย่างที่ตนเองสร้างมากับมือ ที่สำคัญเขาเป็นห่วงหลานชายสุดเลิฟ จังหวะนั้น สืบสายเข้ามาหยุดตรงหน้าจุลลา ส่วนผีเถ้าแก่ยังคงพร่ำพรรณนาไม่หยุดหย่อน นายช่างสาวมองเขาอย่างเห็นใจ ทำให้สืบสายคิดว่าเธอเมินหน้าหนีไม่ยอมสบตาด้วย

“จุลลามองฉัน...ฉันขอสั่งห้ามพาแม่ฉันซิ่งมอเตอร์ไซค์เธอออกไปข้างนอกอีก ฉันรู้ว่าเธอลำบากใจ เป็นคำสั่งของท่านรอง แต่ฉันอยากให้เธอหาทางปฏิเสธ ฉันไม่อยากให้เธอเอาชีวิตแม่ฉันไปเสี่ยง เกิดอะไรขึ้นก็เนื้อหุ้มเหล็ก อันตราย”

“อีกำลังเตือนลื้อแบบอ้อมๆ เพราะเป็นห่วงลื้อด้วยนะเว้ยเฮ้ย อาหนูช่าง”

หญิงสาวรู้สึกดีๆกับสืบสายขึ้นมาทันที แต่ได้แค่อึดใจก็เสียความรู้สึกเมื่อเขาพูดขึ้นว่า ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ขอให้เธอเท่านั้นที่ต้องเจ็บตัวไม่ใช่แม่ของเขา ผีเถ้าแก่ถึงกับกุมขมับ กำลังจะดีอยู่แล้วไม่น่าปากเสีย สืบสายคุยธุระเสร็จจัดแจงจะไป แต่นึกอะไรขึ้นมาได้หันกลับมาบอกเธอว่าเดือนพิไลไม่ใช่แฟนของเขา

“มาบอกฉันทำไม”

สืบสายบอกทุกคนไม่ใช่บอกแค่เธออย่าสำคัญตัวผิด จุลลาเจ็บจี๊ด อยากจะโดดบีบคอให้รู้แล้วรู้รอด

ooooooo

จุลลาเซ็งจัดเมื่อรื้อเสื้อผ้าออกจากเป้สัมภาระจะหยิบชุดนอนมาใส่ กลับเจอชุดนอนลูกไม้หวานแหววอยู่ในนั้น รีบคว้ามือถือขึ้นมาโทร.ถามแม่ว่า เอาชุดนอนของเธอไปไว้ไหน ดาราแกล้งร้องเอะอะ

“เอ้าตายจริง นี่แม่ไม่ได้เอาชุดนอนจัดลงกระเป๋าให้ลูกจูนหรือ”

“จูนไม่ใส่ผ้าม่านนอนนะแม่ ยังไงก็ไม่ใส่” จุลลาเสียงแข็ง แต่สุดท้ายจำใจต้องใส่ชุดนอนลูกไม้ตัวนั้น...

ผีเถ้าแก่นอนเอกเขนกสบายอารมณ์เสกทีวี แอลอีดี ที่หลานชายเผากงเต๊กมาให้ ให้เป็นทีวีวงจรปิด เห็นจุลลาในชุดนอนผ้าลูกไม้แล้วอดชมไม่ได้ว่าสวย เสียดายที่หลานชายตัวเองไม่ได้มาเห็นตอนที่เธอเป็นผู้หญิง เห็นแต่ตอนเป็นช่างเครื่องอย่างเดียว คิดหาทางทำให้เขาเห็นจุลลาในสภาพสาวหวานให้ได้...

ทางด้านเดือนพิไลนัดปาปาราซซี่มาเจอที่ผับแห่งหนึ่ง เพื่อดูภาพที่เขาแอบถ่ายสืบสายกับเธอเอาไว้ ยิ้มพอใจที่ภาพบ่งบอกถึงความสนิทสนม สั่งให้เอาภาพพวกนี้ลงในสื่อออนไลน์ทุกช่องทาง ปาปาราซซี่ขอเก็บเงินก่อน กันเบี้ยว แต่เธออิดออด เขาขู่ถ้าไม่วางเงินก่อนจะไม่ลงให้แถมจะแฉอีกต่างหาก เดือนพิไลไม่มีทางเลือกจำต้องทำตามที่เขาต้องการ ปาปาราซซี่รับเงินจากมือเธอแล้วถือโอกาสแต๊ะอั๋ง เธอรีบชักมือกลับ

ทรงเดชผ่านมาเห็นพอดี นึกแปลกใจที่เดือนพิไลกล้าจับไม้จับมือกับผู้ชายในที่สาธารณะ ปรี่เข้าไปหา ขณะที่ปาปาราซซี่ซิ่งหลบไปอีกทางหนึ่ง ทรงเดชแนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนของสืบสายเจ้าของบริษัทที่เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ เดือนพิไลยิ้มพอใจ หวังตีสนิทเพื่อใช้เขาเป็นประโยชน์ในการเข้าหาสืบสาย

ทั้งคู่คุยกันถูกคอ ยิ่งเดือนพิไลได้รู้ว่าเขามีจุลลาเป็นศัตรูเหมือนกัน พยายามปั่นหัวให้ยิ่งเกลียดชังเธอมากขึ้น กระทั่งเห็นสมควรแก่เวลาจึงขอตัวกลับ เขาคว้ามือเธอไว้ ชวนอยู่ด้วยกันต่อ

“มูนมีถ่ายละครแต่เช้า คงอยู่ไม่ได้หรอกค่ะ ไว้เจอกันใหม่นะคะ” เดือนพิไลแกะมือทรงเดชออกยิ้มหวานให้แล้วผละจากไป เขาถึงกับเคลิ้มมองตามตาละห้อย ทันใดนั้นมีเสียงเรียกจิกทรงเดชดังขึ้นทางด้านหลัง เขาหันขวับไปมอง ต้องตกใจที่เห็นคิตตี้ยืนจ้องหน้าตาเอาเรื่อง ก่อนเขาจะทันตั้งตัวเธอสาดเครื่องดื่มในมือใส่หน้า แล้วส่งเสียงทวงเงินลั่นไปหมด ทรงเดชอายมาก รีบลากเธอออกจากผับ พร้อมกับขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน

“ไม่เย็น มีกิ๊กใหม่เป็นดาราแล้วใช่ไหม ฉันเห็นนะว่าจับมือถือแขนกัน”

ทรงเดชปฏิเสธว่านั่นไม่ใช่กิ๊กของเขา แต่เป็นพรีเซ็นเตอร์ของบริษัท คิตตี้ไม่สนจะเป็นใครก็ช่าง เขาต้องเอาเงินมาใช้หนี้เธอให้ครบห้าแสนบาทภายในเดือนนี้ ไม่อย่างนั้นเธอจะตามไปแฉถึงที่ทำงานให้ได้รู้กันทั่วว่าเขาติดหนี้ใครต่อใครมั่วไปหมด ทรงเดชโกรธจัดจะทำร้ายคิตตี้ แต่บอดี้การ์ดของเธอเข้ามากันไว้เสียก่อน คิตตี้เตือนว่าถ้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บรับรองศพไม่สวยแน่ เขาก็รู้ว่าพ่อของเธอเป็นมาเฟียใหญ่ อย่าคิดหือเป็นอันขาด ทรงเดชกลุ้มใจมากไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

หลังจากคิดไปคิดมาอยู่หลายตลบ ในที่สุดผีเถ้าแก่ก็คิดแผนการออกว่าจะให้สืบสายเจอจุลลาในสภาพสาวหวานได้อย่างไร แล้วหัวเราะชอบใจเสียงลั่น เสียงหัวเราะของเขาได้ยินไปถึงหูจุลลาที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียง เธอขยับตัวอย่างหงุดหงิด เพราะคิดว่าผีเถ้าแก่มากวนใจ ดึงหมอนมาปิดหู แล้วไล่เขาไปให้พ้นๆ

เสียงหัวเราะหายไป แต่จุลลากลับรู้สึกเหมือนมีใครบางคนมายืนอยู่ข้างเตียง เอาหมอนออกแล้วพลิกตัวมาดู ต้องแปลกใจเห็นสืบสายยืนจ้องอยู่ อ้าปากจะไล่ก็ทำไม่ได้ จะขยับตัวก็เหมือนมีอะไรมาตรึงแขนขาเอาไว้ สืบสายค่อยๆ นั่งลงบนเตียง มองจุลลาที่อยู่ในชุดนอนลูกไม้อย่างพึงพอใจ ก่อนจะเอื้อมมือมาปัดผมที่ปรกหน้าเธออย่างอ่อนโยน แล้วค่อยๆ โน้มตัวลงมาหา หญิงสาวตกใจ หลับตาปี๋รวบรวมพลังตะโกนลั่น

“อย่านะคุณสืบสาย”

ตอนที่ 4

ข่าวการลาออกของจุลลารู้ถึงหูทรงเดช ซึ่งดูท่าจะพอใจที่ศัตรูพ้นทางไปได้ พอเห็นสืบสายออกมาจากห้องทำงาน เขาปรี่เข้าหาจะขอยืมเงินไปใช้หนี้ ยังไม่ทันจะเอ่ยปาก สืบสายชิงพูดตัดหน้าเสียก่อน

“ฉันรีบ นัดลูกค้าไว้ ป๊ารออยู่ สายแล้ว ไว้คุยกันวันหลังนะ”

ทรงเดชมองตามสืบสายที่ผละจากไปพร้อมกับครรชิตเลขาฯคนสนิทอย่างเจ็บใจ...

จำรัสและดาราอดแปลกใจไม่ได้ที่อยู่ๆลูกกลับมาบ้านทั้งๆที่เป็นเวลาทำงาน ซักไปซักมาได้ความว่า เธอลาออกจากงานแล้วและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำถูกหรือเปล่า

“เกิดอะไรขึ้นล่ะคะลูกจูน เล่าให้พ่อกับแม่ฟังสิ”

“เอาเป็นว่าจูนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แม้กับเรื่องหยุมหยิม จูนเลยพิจารณาตัวเองด้วยการลาออก”...

เย็นวันเดียวกัน สืบสายเห็นป๊ากับหม่าม้ายังงอนใส่กันไม่เลิก ตัดสินใจคุยเปิดอกกับทั้งคู่ ขอร้องให้เลิกทะเลาะกันเรื่องหาผู้หญิงมาเป็นแฟนเขาได้แล้ว ต่อไปจะทำอะไรก็ขอให้คิดถึงเขาซึ่งเป็นคนกลางบ้าง แม้เขาอยากจะทำให้ท่านทั้งสองสบายใจ แต่ก็ต้องการความเป็นตัวของตัวเอง

“ผมจะไม่ทอดทิ้งหม่าม้าให้เหงา ผมจะขยันทำงานให้ป๊าภูมิใจ แต่สำหรับเรื่องของหัวใจ ขอให้เป็นเรื่องของผมที่ผมต้องเป็นคนเลือกและตัดสินใจเองเถอะครับ เพราะผมคือคนที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับใครคนนั้นไปตลอดชีวิต ไม่ใช่ป๊าหรือหม่าม้า...เงียบแบบนี้ผมถือว่าตกลง...อีกอย่างหนึ่ง ผมมีเรื่องจะบอกป๊ากับหม่าม้า จุลลาลาออกแล้วนะครับ”

คุณนายเง็กชักสีหน้าไม่พอใจที่สืบสายปล่อยให้จุลลาลาออก ซักเป็นการใหญ่ว่าออกด้วยสาเหตุอะไร สืบสายเองก็ไม่แน่ใจเพราะเธอไม่ได้บอกรายละเอียด คงเบื่อเรื่องวุ่นวายที่ไม่ใช่เรื่องงาน ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้นข้างๆเสี่ยตง โดยที่ไม่มีใครสามารถมองเห็น คุณนายเง็กโทษว่าเป็นเพราะเดือนพิไลที่ทำให้เครียดกันทั้งบริษัท

“ถ้าเครียดแค่เพราะเรื่องนี้ก็สมควรให้ออก” เสี่ยตงไล่ส่ง

“คนดีๆอย่างอาหนูช่างสมควรต้องรักษา แต่ผู้หญิงที่ลื้ออยากได้เป็นลูกสะใภ้ควรจะเอาไปเก็บไว้ไกลๆ”

ทั้งๆที่ไม่ได้ยินผีเถ้าแก่พูด คุณนายเง็กมีความเห็นตรงกันกับเขา สั่งให้สืบสายไปตามเธอกลับ เสี่ยตงไม่เห็นด้วย บริษัทของเราใหญ่โตเรื่องอะไรจะต้องไปง้อ มีนายช่างมากมายอยากจะร่วมงานกับเรา สืบสายว่าไม่มีใครที่ไหนอยากมาทำงานกับเราอีกแล้ว วิศวกรคนเก่าที่ลาออกไปเนื่องจากถูกผีหลอกเล่าต่อๆกันจนเป็นที่เลืองชื่อลือชาไปทั่ว ครรชิตโทร.ตามกี่คนต่อกี่คน ไม่มีใครยอมมาทำงานกับเราสักคน

“ตอนเป็นๆก็งกจนขึ้นชื่อ พอตายไปก็ยังจะหวงสมบัติไม่ยอมไปผุดไปเกิด”

ผีเถ้าแก่ไม่พอใจที่ถูกลูกชายตัวเองด่าว่า หายวับไปอาละวาดกวาดของเซ่นไหว้ที่ตั้งไว้ในห้องทำงานเก่าของตัวเองตกแตก ป้าเมี่ยงซึ่งกำลังดูแลให้คนงานทำความสะอาดอยู่ในห้องนั้น ร้องเอะอะด้วยความตกใจ สามคนพ่อแม่ลูกรีบวิ่งไปดู เสี่ยตงถึงกับหน้าตาตื่น มั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือของผีอาเตี่ย ยกมือไหว้สิบทิศ ขอร้องอย่าทำแบบนี้อีก อยากได้อะไรก็ออกมาคุยกันดีๆ สืบสายไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ หาว่าป๊าคิดมาก คงเป็นแมววิ่งมาชน แล้วบอกท่านทั้งสองให้ไปพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยแม้จะไม่มีจุลลา

ooooooo

ดึกแล้ว แต่จำรัสยังข่มตาหลับไม่ลงมายืนสอดแนมอยู่หน้าห้องลูกสาว ดาราต้องออกมาตามให้เข้านอน  เขา จะหลับตาลงได้อย่างไรในเมื่อลูกเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ข้าวปลาไม่ยอมกิน ไม่พูดไม่คุยกับใครทั้งสิ้น

“ก็จริง  ตกงานคราวนี้ดูลูกจูนเครียดมากกว่าทุกครั้งเลยนะพ่อ”

“แสดงว่ามันต้องมีอะไรในใจที่พูดไม่ออกบอกใครไม่ได้ แต่ผมต้องรู้จะได้หาทางช่วยมันถูก”

จุลลาเปิดประตูห้องออกมาขอร้องให้แม่ช่วยพาพ่อไปนอนได้แล้ว  ยืนนานๆเดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้ง  จำรัสฮึดฮัดจะไม่ยอมไป  แต่ดาราก็ลากกลับห้องจนได้  จุลลาถอนใจเหนื่อยใจ  กลับมานั่งที่เตียง  อดคิดถึงผีเถ้าแก่ไม่ได้ พึมพำขอโทษที่ตัดสินใจจากมา  พลันมีเสียงเพลงจีนดังขึ้น เธอคิดว่ามาจากห้องพ่อกับแม่  เดินไปเคาะประตูถาม ปรากฏว่าไม่มีใครเปิดวิทยุ หรือแม้แต่ได้ยินเสียงเพลงด้วยซ้ำ จุลลาฟันธงว่าต้องเป็นฝีมือผีเถ้าแก่...

เป็นอย่างที่จุลลาคิดไม่มีผิดเพี้ยน  ผีเถ้าแก่ทำท่าบรรเลงซอจีน  พร้อมกับลิปซิงก์ตามแผ่นซีดีกงเต๊กอยู่หน้าฮวงซุ้ย  จุลลาซึ่งนอนอยู่ในบ้านตัวเองเริ่มหงุดหงิดเอาหมอนมาปิดหูก็แล้ว  แต่เสียงเพลงยังดังรบกวนอยู่ในหัว สักพักเสียงเพลงขาดเป็นช่วงๆ  ผีเถ้าแก่เอี้ยวตัวไปกดปุ่มเปิดเครื่องเล่นซีดีกงเต๊กข้างตัว  หยิบแผ่นออกมาดูพึมพำอย่างน่าสงสาร

“ไอ้หยา...แผ่นเป็นรอยหมดแล้ว...แล้วอั๊วจะไปบอกลูกหลานยังไงว่าให้เผาแผ่นซีดีมาให้ใหม่”

เสียงบ่นดังมาถึงหูจุลลาที่อยู่ห่างกันหลายสิบกิโลเมตร “ไม่คิดจะพูดอะไรมากกว่านี้หรือไงเถ้าแก่”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:51 น.