สมาชิก

วิมานมะพร้าว

ตอนที่ 17

จุลลาแวะไปที่โรงงานปาล์มโปรดักส์แต่เช้า เห็นแต่ชาวแก๊งกำลังทำงานกันอยู่ ไม่เห็นแสบอยู่แถวนั้น ก็ถามหา ได้ความว่าน่าจะตื่นไม่ไหว เพราะไม่เห็นมารอพวกตนเหมือนอย่างเคย จังหวะนั้นสืบสายเดินเข้ามากับครรชิต  เห็นจุลลายืนคุยอยู่กับชาวแก๊ง ต่างดีใจเห็นหน้ากัน  เดินเข้าหากันเหมือนมีแรงดึงดูด

“ฉันมาหา...เอ่อ...ฉันมีเรื่องจะบอก”

“ฉันก็มี...”

ทั้งคู่ยังไม่ทันจะบอกความในใจตามที่ตั้งใจไว้ เตี่ย กับแม่ของน้ำหวานส่งเสียงโวยวายขัดจังหวะเสียก่อน

“อาสืบ...น้ำหวานหายตัวไปจากบ้าน  เอาเสื้อผ้าไปหมดตู้เลย”

สืบสาย ไม่รอช้า สั่งการให้เจ๊พุ่มกับยามจ่อยบอกคนงานให้ช่วยกันตามหาน้ำหวาน เข่งกับถัดรีบแยกย้ายกันไปช่วยตามหาอีกแรง ขณะที่หยิกอาสาจะไปบอกแสบที่บ้านพักให้เอง ทิ้งสืบสายไว้กับจุลลาตามลำพัง

“เธอรู้ว่าฉันหมายความว่าอะไร”

“รู้ใจหมดแหละ” จุลลามองสืบสายอย่างเอียงอาย

“ยัง ไม่หมด แต่เอาไว้ก่อน ตอนนี้ยังไม่มีอารมณ์ ช่วยกันออกตามหาน้ำหวานก่อนเถอะ แล้วส่งข่าวกัน” สืบสายพูดจบ แยกไปอีกทางหนึ่ง จุลลามองตามหมั่นไส้ที่เขาเป็นห่วงเป็นใยผู้หญิงอื่น...

ในขณะเดียวกัน แสบต้องตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นน้ำหวานยืนยิ้มอยู่ในห้องตัวเอง โวยวายลั่นว่าเข้ามาได้อย่างไร ใครให้เข้ามา เธอเปิดเข้ามาเองตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพราะประตูไม่ได้ล็อก จากนั้นน้ำหวานเข้ามาดึงแสบให้ลุกจากที่นอน ไล่ให้ไปอาบน้ำจะได้ดับกลิ่นเหล้าที่เหม็นคลุ้งไปหมด...

ด้านจุลลาออกตาม หาน้ำหวานไปทั่วบริเวณ  สอบถามชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาไม่มีใครเห็นแม้แต่เงา เธอหมดปัญญาไม่รู้จะไปตามที่ไหน นึกถึงผีเถ้าแก่ขึ้นมาได้ รีบไปหาที่ฮวงซุ้ย ร้องเรียกให้เขาออกมาพบ ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้นในชุดเต็มยศ ถามประชดว่าจะมาส่งเขาไปเกิดหรือ จุลลาขอร้องอย่าเพิ่งไปได้ไหม

“ลื้อเป็นคนบอกเองว่าอั๊วต้องปล่อยวาง แล้วไปเกิดได้แล้ว”

หญิงสาวไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย ได้แต่ส่งยิ้มหวานให้ ผีเถ้าแก่รู้ทัน ยิ้มแบบนี้แสดงว่ามีเรื่องมาขอร้องให้ช่วย แต่ป่วยการยิ้ม เพราะเขาจะไม่เปลี่ยนใจเด็ดขาด จุลลาหน้าเจื่อน ถ้าผีเถ้าแก่ไม่อยากช่วยก็ไม่รบกวน จะไปผุดไปเกิดที่ไหนก็เชิญได้เลย เขายังไปตอนนี้ไม่ได้ ต้องรอให้ประตูสวรรค์เปิดเต็มที่ก่อน

“ถ้าอย่างนั้น จะไปตอนไหน ช่วยบอกด้วยนะ จะไปส่ง แต่ตอนนี้หนูต้องไปตามหาน้ำหวานก่อน น้ำหวานหายตัวไปอีกแล้ว” จุลลาพูดจบเดินคอตกออกมา ผีเถ้าแก่อดใจไม่ไหว ตะโกนไล่หลังว่า

“อีไม่ได้หายไปไหนหรอก อีก็ไปตามที่หัวใจเรียกร้อง”

จุลลางง หัวใจของน้ำหวานเรียกร้องให้ไปไหน

ooooooo

แสบไม่ได้เข้าห้องน้ำอย่างที่น้ำหวานสั่ง กลับวิ่งหนีออกจากบ้านพัก  หยิกมาถึงพอดี รายงานแสบว่าน้ำหวานหายตัวไปไหนไม่รู้  คราวนี้ขนเสื้อผ้าไปหมดตู้

“หายไปไหนล่ะ หายมาอยู่นั่นไง” แสบว่าแล้ว ชี้เข้าไปในบ้าน

น้ำหวานทำเนียนเดินออกมาตามให้แสบกลับเข้าไปอาบน้ำ พอเห็นหน้าหยิกรีบคุยอวดว่าตัวเองเป็นเมียของแสบแล้วตั้งแต่เมื่อคืน เจ้าตัวซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ร้องเอะอะว่าเป็นเมียตอนไหน ทำไมไม่รู้ตัว

“ก็เพราะพี่แสบเมาไม่ได้สติไง”

แสบช็อกรอบสอง หยิกเองก็ช็อกตามไปด้วยจุลลาเข้ามาเห็นน้ำหวานยืนอยู่หน้าบ้านแสบดีใจมากที่ตามตัวเจอ แต่ไม่วายตำหนิว่าหนีออกจากบ้านทำไมอีก เธอปั้นเรื่องว่าหนีมาเป็นเมียของแสบ แล้วเข้าไปเกาะแขนสามีอุปโลกน์ที่ไร้แรงขัดขืนเอาไว้ จุลลายืนตัวแข็งช็อกไปอีกคนหนึ่ง เตี่ยและแม่ของน้ำหวานตามมาสมทบพร้อมกับสืบสาย ไม่พอใจที่เห็นลูกสาวตัวเองยืนเกาะแขนผู้ชาย สั่งให้ปล่อยมือ แล้วมาหาพวกตนเดี๋ยวนี้

“ไม่ไป น้ำหวานเป็นเมียพี่แสบแล้ว น้ำหวานก็ต้องอยู่กับพี่แสบ”

แม่ของน้ำหวานเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น เตี่ยต้องรีบประคองเอาไว้ จุลลาไม่พอใจมาก ลากแสบไปอีกมุมหนึ่งของบ้านเพื่อชำระความ โดยมีสืบสาย น้ำหวานและชาวแก๊งตามมาติดๆ เธอบีบคอเขาไว้ ต่อว่าว่าทำแบบนี้ได้อย่างไร น้ำหวานกำลังจะแต่งงานกับบอส ชาวแก๊งช่วยกัน รุมยำแสบ บ้างก็ดึงขนจมูก บ้างก็ข่วนหน้า

น้ำหวานทนดูต่อไปไม่ไหว สารภาพว่าทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก แสบไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เธอรักเขาและเขาก็รักเธอ ดังนั้นเราสองคนควรจะอยู่ด้วยกันถึงจะถูกต้อง ส่วนเรื่องที่เธอสวีตกับบอสเป็นแผนการที่พวกเรากุขึ้น เพื่อกดดันให้แสบกับจุลลาทนไม่ไหว กล้าที่จะต่อสู้เพื่อความรักของตัวเอง

“มีแต่พี่แสบที่กล้า น้ำหวานก็เลยกล้าที่จะทำให้เตี่ยกับแม่เลิกคิดจับน้ำหวานคลุมถุงชน”

“แต่น้ำหวานก็ไม่ควรทำถึงขนาดนี้ ทำไมไม่ปรึกษากันก่อน” สืบสายต่อว่า น้ำหวานกลัวไม่ทันกาล วันนี้เป็นวันที่เตี่ยกับแม่ของเธอจะไปหาฤกษ์แต่งงาน เธอต้องขอโทษแสบ ขอโทษจุลลา บอส และทุกคน แล้วขอร้องให้ช่วยเออออกับเธอหน่อยได้ไหม จุลลาหันไปถามสืบสายจะเอาอย่างไรดี เขาหันไปถามแสบอีกทอดหนึ่ง

“แสบยอมทำเป็นทุกอย่างเพื่อความสุขและความสบายใจของน้ำหวาน” แสบว่าแล้วดึงน้ำหวานมากอด “แสบจะขอรับโทษทัณฑ์จากเตี่ยและม้าแทนน้ำหวานเอง สักแอะ แสบก็จะไม่ร้อง”

ooooooo

แสบไม่ร้องแค่แอะเดียว แต่ร้องลั่นบ้านแทบแตกเมื่อถูกเตี่ยของน้ำหวานไล่เตะไปรอบๆ พร้อมกับด่าหยาบๆคายๆไปด้วย สืบสายต้องเข้าไปรั้งตัวเตี่ยไว้ ขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน

“ปล่อยเตี่ยเถอะบอส ถ้าเตี่ยอยากจะฆ่าผมก็เอาเลย ลูกสาวของเตี่ยก็จะกลายเป็นหม้าย ลูกในท้องก็จะไม่มีพ่อ” แสบเห็นเตี่ยสะบัดหลุดจากมือสืบสายรีบวิ่งหนี เตี่ยไล่ตามจนหมดแรง นั่งหอบ น้ำหวานเข้ามาขอร้องให้หยุดได้แล้ว เขาไม่พอใจตบเธอเปรี้ยง แม่ของน้ำหวานรีบเข้ามาห้าม ขอร้องอย่าทำร้ายลูกอีกเลยไหนๆเรื่องก็เลยเถิดมาจนถึงขั้นนี้แล้ว เราควรจะหาทางแก้ปัญหากันดีกว่า เตี่ยอยากรู้จะแก้อย่างไร

“ให้แสบกับน้ำหวานแต่งงานกันให้ถูกต้องตามประเพณี คนจะได้ไม่เอาไปนินทา”

เตี่ยรับผู้ชายกระจอกอย่างแสบมาเป็นลูกเขยไม่ได้เด็ดขาด สืบสายขัดขึ้นว่าแสบไม่ได้กระจอกอีกต่อไปแล้ว เพราะตนจะส่งเขาไปเรียนและศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น แล้วจะกลับมาประจำตำแหน่งวิศวกรหัวหน้าแผนกซ่อมบำรุงที่ว่างอยู่ สองปีที่แสบอยู่ที่ญี่ปุ่น จะยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติ

“แสบจะไม่ได้เป็นแค่หัวหน้าช่าง แต่จะโตกว่านั้น หน้าที่การงานของแสบสามารถดูแลและเป็นหน้าเป็นตาให้กับน้ำหวานได้โดยไม่ต้องอายใคร” จุลลาช่วยเสริม ชาวแก๊งช่วยกันพูดให้เตี่ยเห็นว่า ว่าที่ลูกเขยเป็นคนดีเป็นหัวหน้าที่รักและดูแลลูกน้องเป็นอย่างดี คอยช่วยเหลือเมื่อพวกตนเดือดร้อนเสมอ

“และที่สำคัญ พี่แสบเสียสละเพื่อน้ำหวานมาตลอด ยอมเจ็บ  ยอมเสียใจเพื่อให้น้ำหวานมีความสุข  เพียงพอที่จะทำให้เตี่ยยอมให้น้ำหวานรักกับพี่แสบหรือยังคะ” น้ำหวานอ้อนวอนทั้งน้ำตา

เตี่ยยังลังเล แต่แม่ของน้ำหวานใจอ่อนเรียบร้อย ช่วยขอร้องอีกแรงให้เห็นแก่ทั้งคู่ แม้จะไม่ค่อยพอใจนักแต่สุดท้ายแล้วเตี่ยก็ใจอ่อนยอมให้ทั้งคู่แต่งงานกัน ทุกคนส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ แสบกับน้ำหวานกอดกันแน่น จุลลาซึ้งใจหันไปกอดสืบสายอย่างลืมตัว พอได้สติรีบผละออก แต่เขาคว้ามือเธอไว้ กระซิบข้างหูว่า

“คราวนี้ถึงตาเราแล้วนะ” แล้วพาเธอตรงไปที่หน้าฮวงซุ้ย ขอให้อาก๋งเป็นสักขีพยานรักของเขา จุลลาถึงกับหน้าแดงด้วยความเขิน สืบสายเข้าไปยืนประชิดหญิงสาวที่หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ ผีเถ้าแก่ซึ่งนั่งลุ้นตัวโก่งอยู่หน้าจอทีวีกงเต๊กกับเจ้าที่ ถึงยิ้มหน้าบาน ในที่สุดวินาทีที่เขารอคอยก็มาถึง

“ชวนเด็กมาดูหนังติดเรต มันจะดีหรือ” เจ้าที่ทักท้วง

ผีเถ้าแก่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจะต้องมีฉากสวีต บอกให้เจ้าที่หันไปทางอื่น แล้วตัวเองนั่งลุ้นต่อ สืบสายกับจุลลาสบตากันหวานซึ้ง แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากบอกรักกัน มีเสียงมือถือของสืบสายดังขัดจังหวะ

“ครับป๊า โทร.ติดต่อมาแล้วหรือครับ ได้ครับ...ผมจะไปเดี๋ยวนี้...จุลลา ฉันมีเรื่องต้องไปจัดการ แล้วฉันจะไปหาเธอนะ” สืบสายพูดจบ จ้ำพรวดๆออกไป ทิ้งจุลลาให้อารมณ์ค้างอยู่ตรงนั้น ผีเถ้าแก่กระทืบเท้าปังๆอย่างขัดอกขัดใจ คู่นี้จะเข้าด้ายเข้าเข็มกันทีไรเป็นต้องมีมารมาผจญทุกครั้ง...

ครู่ต่อมา สืบสายกลับถึงบ้าน เห็นป๊ารอท่าอยู่ จากนั้น สองพ่อลูกรีบขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว อารามรีบร้อนไม่ทันสังเกตเห็นคุณนายเง็กแอบนั่งแท็กซี่ สะกดรอยตาม...

ไม่นานนัก สืบสายกับเสี่ยตงมาถึงร้านอาหารตามนัด เห็นเดือนพิไลนั่งรอหน้าเครียดอยู่ก่อนแล้ว เสี่ยตงจะเข้าไปหาแต่สืบสายรั้งไว้ อาสาจะเป็นคนไปจัดการเอง ให้ท่านรออยู่แถวนี้ เสี่ยตงอยากได้ยินเสียงสนทนาระหว่างทั้งคู่ เดินลัดเลาะเข้าไปให้ใกล้ที่สุด...

สืบสายนั่งลงตรงหน้าเดือนพิไลที่ยังตกใจไม่หายที่เห็นเขามาแทนเสี่ยตง เขาอยากรู้ว่าเธอมาคนเดียวหรือทรงเดชมาด้วย เธอรีบกลบเกลื่อนว่าทรงเดชมาเกี่ยวอะไรด้วย

“ผมรู้ว่าเขาเกี่ยว...ผมไม่รู้หรอกนะว่าทรงเดชเสนอเงื่อนไขอะไรกับคุณบ้าง ให้คุณทำแบบนี้ แล้วคิดหรือครับว่าทรงเดชจะยอมทำตามสัญญาที่รับปากไว้กับคุณ ที่ผ่านมา ผมรู้เช่นเห็นชาติคนอย่างทรงเดชแล้วว่าเชื่อไม่ได้ มีแต่คำหลอกลวงปลิ้นปล้อน ถ้าคุณยังไม่รู้ก็ควรรู้เอาไว้”

เดือนพิไลรู้แก่ใจดีว่าทรงเดชเป็นคนอย่างไร ไม่เช่นนั้นเธอจะตกอยู่ในสภาพแบบนี้หรือ เพราะคนชั่วนั่นหลอกใช้เธอ สืบสายอยากให้เธอตรองดูว่าคำพูดของใครน่าเชื่อกว่ากันระหว่างเขากับทรงเดช เขาช่วยเธอได้ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เดือนพิไลถึงกับปล่อยโฮด้วยความอัดอั้น สืบสายมองเธออย่างเห็นใจ

ooooooo

หลังได้ไฟเขียวจากเตี่ยกับแม่ของน้ำหวาน แสบไม่รอช้าเดินหน้าเรื่องงานแต่งงานทันที ทั้งคู่จะจัดงานเล็กๆ บอกกล่าวผู้ใหญ่ที่นับถือไม่กี่คน และคนกันเองเท่านั้น จุลลาเห็นว่าแสบจะจ่ายค่างานแต่งเองทั้งหมด ไม่รบกวนเงินเตี่ยของน้ำหวานแม้แต่บาทเดียว จึงมาขอให้พ่อกับแม่ของเธอช่วยเรื่องอาหารเลี้ยงแขกในงาน

“สบายมาก ช่วยได้อยู่แล้ว แกจะเชิญกี่คน มีงบกี่บาท เท่าไหร่เท่านั้น ที่เหลือฉันจัดการเอง”

“ก็อย่างที่บอกว่าแค่คนใกล้ชิดสนิทๆ งานเล็กๆ ลูกทุ่งๆ หักค่าชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว ของชำร่วยและเบ็ดเตล็ดแล้ว เหลือหมื่นเดียว สำหรับแขกแปดร้อยคน” แสบยิ้มหน้าทะเล้น ขณะที่จำรัสจุกพูดอะไรไม่ออก...

เสี่ยตงยังคงแอบฟังสืบสายและเดือนพิไลคุยกัน จังหวะนั้น คุณนายเง็กเข้ามายืนข้างหลัง เขาหันไปเห็นถึงกับสะดุ้งเฮือก เธอรีบจุ๊ปากไม่ให้ส่งเสียง แล้วพากันแอบฟังเดือนพิไลคร่ำครวญต่อไป

“มูนพลาดเองเพราะมูนโลภ อยากได้เงินมาง่ายๆมูนถูกมันหลอก มันวางยาแล้วก็ข่มขืนมูน และถ่ายคลิปเก็บไว้ มันขู่ถ้ามูนไม่จัดฉากเรื่องป๊าคุณ ว่ามีอะไรกันทั้งๆที่ป๊าคุณไม่รู้เรื่องอะไรเลย มันจะเอาคลิปประจานมูนในอินเตอร์เน็ต มูนไม่มีทางเลือก”

จากนั้นทุกอย่างก็พรั่งพรูออกจากปากเดือนพิไล ทั้งเรื่องจัดฉากให้คนมาถ่ายรูปสืบสายกับตัวเองไปสร้างข่าว ทั้งเรื่องร่วมมือกับทรงเดชทำให้นักข่าวไปเห็นเครื่องจักรที่กำลังเสีย เพื่อทำลายชื่อเสียงโรงงานของเขา

“ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเข้าตัวมูน ทั้งเรื่องคลิปเสีย ชื่อเสียง หมดสิ้นทางทำมาหากิน มูนขอโทษ”

คุณนายเง็กออกจากที่ซ่อน ปรี่เข้าไปตบหน้าเดือนพิไลฉาดใหญ่ โดยที่เสี่ยตงห้ามปรามไม่ทัน หญิงสาวทรุดตัวลงร้องไห้โฮ สืบสายขอร้องหม่าม้าอย่าทำอะไรเธออีก เธอสำนึกผิดแล้ว

“อั๊วต้องตบเตือนสติอี โทษฐานมีแค่รูปร่างหน้าตาสวยๆแต่ไม่มีสมอง ไม่มีสติจนต้องตกเป็นเครื่องมือของไอ้คนชั่วมาทำร้ายคนดีครั้งแล้วครั้งเล่า อยากได้คนดีๆ มาเป็นผัว มันอยู่ที่การทำตัวของลื้อ ถ้าลื้อมีคุณธรรม ขยันทำมาหากิน ไม่หยิบโหย่ง มันก็จะมีแต่คนดีๆวิ่งเข้ามาหา เพราะคุณค่าในตัวของลื้อไม่ต้องใช้อุบายอะไรทั้งนั้น”

เดือนพิไลร้องไห้อย่างสิ้นท่า สืบสายและเสี่ยตงได้แต่มองอย่างเวทนา...

ด้านผีเถ้าแก่ได้ยินคำสอนหญิงของลูกสะใภ้ตัวเองแล้วถึงกับหัวเราะสะใจ เจ้าที่สงสัยได้ยินได้อย่างไรในเมื่อใส่ที่อุดหู เขาได้ยินด้วยจิตไม่ใช่ด้วยหูหรือสายตา เจ้าที่บ่นอุบแล้วจะใส่ไปทำไม

“หลอกตัวเองไง จะได้มีของมากระตุ้นเตือนให้รู้ว่าอย่าไปอยากได้ยินเรื่องของคนอื่น”...

เมื่อคดีคลิปฉาวเคลียร์ได้เรียบร้อย เสี่ยตงและคุณนายเง็กกลับมาเข้าใจกันได้อีกครั้ง เธอสัญญาว่าจะเข้มแข็งไม่อ่อนไหวหลงเชื่อคำลวงของผู้หญิงที่ไหนอีก เขาเองก็สัญญาจะไม่ว่อกแว่กกับหญิงอื่นเช่นกัน...

ขณะที่เสี่ยตงกับคุณนายเง็กกลับมาหวานใส่กันเหมือนตอนที่เพิ่งจีบกันใหม่ๆสืบสายวางแผนย้อนเกล็ดโดยให้เดือนพิไลไปบอกทรงเดชว่าทางเขาขอเวลาหนึ่งอาทิตย์เพื่อหาเงินสด และวันไหนที่เธอนัดกับไอ้ชั่วนั่นได้ให้โทร.บอกเขาด้วย จะได้แจ้งตำรวจไปจัดการ เดือนพิไลรับปากจะทำให้ดีที่สุด

“ถึงไม่มีงานในวงการบันเทิง แต่ผมจะแนะนำคุณให้ไปทำงานกับบริษัทของญาติผมในตำแหน่งที่คุณคิดว่าคุณทำได้ แล้วติดต่อหากัน โชคดีครับ” สืบสายยิ้มให้อย่างมีไมตรี เดือนพิไลมองเขาอย่างซาบซึ้งใจ

ooooooo

จำรัสยังบ่นเรื่องแสบไม่เลิกไม่แล้วที่ริอ่านจะเชิญแขกมางานแต่งตั้งแปดร้อยคน แต่มีงบให้ตนเองแค่หนึ่งหมื่นบาท ดาราอธิบายว่าเป็นแค่เรื่องล้อเล่น แขกในงานแต่งของแสบมีไม่เกินแปดสิบคน

“ขอบคุณมากนะคะพ่อ แม่ รู้ไหมว่าแค่มีพ่อกับแม่ พี่ลำยอง ลีลา มะขวิดอยู่กับจูนแบบนี้ตลอดไป จูนก็ไม่ต้องการใครอีกแล้ว”

“แม่พูดอีกครั้งนะคะลูกจูนว่าต่อไป พ่อกับแม่จะไปอยู่วัด ลูกจูนก็ต้องอยู่กับแฟนสิคะ”

“ใช่ค่ะ อีกหน่อยลีลาก็ต้องแต่งงาน มีลูกลาออกไปเป็นคุณนายสวยๆเลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน”

“งั้นแกคงไม่ได้แต่งงานกับฉันแล้วล่ะ” มะขวิดสวนทันที ลีลางอนที่จะไม่ได้เป็นคุณนาย ลุกหนี มะขวิดรีบตามไปง้อ จำรัส ดารา จุลลาและลำยองหัวเราะให้กับความเจ้าแง่แม่งอนของลีลา

จังหวะนั้น ลำยองเหลือบเห็นสืบสายยืนยิ้มอยู่หน้าบ้าน ทุกคนเห็นกันหมดยกเว้นจุลลาที่ยังนั่งหัวเราะไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วย ต่างสะกิดกันลุกหนี สืบสายย่องมาทางด้านหลัง กระซิบข้างหูจุลลาเบาๆว่าขำอะไรหรือ เธอสะดุ้งเฮือกหันขวับไปมอง จมูกชนแก้มเขาอย่างจัง

“ขโมยหอมแก้มฉันอีกแล้วนะ จุลลา”

หญิงสาวเขินจัด เขยิบหนี สืบสายรั้งตัวเอาไว้ ถามว่าจะไปไหน เธอจะไปหาพ่อกับแม่ เขาเพิ่งได้ยินแม่ของเธอพูดประมาณว่าเธอจะไม่ได้อยู่กับท่านไปตลอดเพราะต้องอยู่กับแฟน จุลลาทักท้วงตอนนี้ยังไม่มีแฟนก็ต้องไปอยู่กับพ่อแม่ก่อน สืบสายออดอ้อน แล้วเอาเขาไปไว้ไหน กำลังจะเอ่ยปากบอกรัก ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกจนได้ โย้ดันเข้ามาขัดจังหวะ ทั้งคู่ผละจากกันแทบไม่ทัน โย้จะกลับออกไป แต่จุลลาห้ามไว้ ถามว่ามีอะไร

“พี่เอาข้อมูลหอพักที่โน่นมาให้จูนเลือกดู”

ไม่ได้มีเพียงโย้เท่านั้นที่เป็นมารมาขัดจังหวะ เดือนพิไลโทร.มาหาสืบสายพอดี จุลลาชักสีหน้าไม่พอใจที่เขายังติดต่อกับแม่นั่น รีบควงแขนโย้ประชด แล้วพาเข้าบ้าน ไม่สนใจเสียงเรียกของสืบสายที่ให้อยู่ก่อน เขาถึงกับเซ็ง หันไปคุยโทรศัพท์ต่อไป เดือนพิไลโทร.มาแจ้งว่าคุยกับทรงเดชแล้ว และนัดให้มาพบคืนนี้

“ที่ไหนครับ...ครับ ผมจะรีบประสานกับตำรวจเลย” สืบสายวางสายแล้วโทร.แจ้งตำรวจ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่า เดือนพิไลถูกทรงเดชสะกดรอยตามและจับได้ว่าเธอแอบติดต่อเขา เธอวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตพลางร้องเรียกให้
คนช่วย ทรงเดชไล่ตามติด เดือนพิไลเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนีเข้าไปในฝูงชน ทำให้เขาไม่กล้าตาม...

ด้านจุลลาถูกทั้งพ่อ แม่ โย้และทุกคนในร้านสบายท้องเล่นงานที่ไม่ยอมคุยกับสืบสายให้รู้เรื่อง ทิ้งให้ค้างคาใจอยู่ทำไม ดาราเห็นเขายังยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าร้าน สั่งให้ลูกออกไปเคลียร์เดี๋ยวนี้

“ก็ได้ เป็นไงเป็นกัน” จุลลาสูดหายใจเข้า รวบรวมความกล้า แล้วเดินออกไป ทุกคนมองตามเอาใจช่วย

ooooooo

สืบสายกำลังจะกลับ ตอนที่จุลลาออกมาจากในร้าน เธอยังไม่ทันจะอ้าปากเรียก มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้นอีกครั้ง จึงยืนรอใกล้ๆ โดยที่เขาไม่ทันเห็น เดือนพิไลโทร.มาหาจากในรถแท็กซี่ละล่ำละลักว่า

“มันรู้ตัวแล้ว มันรู้แล้วว่ามูนหักหลังมัน มูนไม่กล้ากลับบ้าน มูนจะทำอย่างไรดีคะ มูนกลัว”

“ผมจะพาคุณมูนไปอยู่ที่คอนโดฯที่ผมซื้อไว้ พักอยู่ที่นั่นก่อน”

จุลลาตกใจ คิดว่าสืบสายจะอุ้มชูเดือนพิไลถึงขนาดพาไปอยู่คอนโดฯ  ที่พักของตัวเอง ตัดสินใจเข้าไปยืนมองหน้า สืบสายมองตอบอย่างงงๆ บอกเดือนพิไลว่าอีกสักครู่จะโทร.กลับ วางสายแล้วถามจุลลาว่ามีอะไรหรือ

“คุณรู้สึกอย่างไรกับฉัน บอกมา คุณมาทำดีกับฉัน ทำให้ฉันอ่อนไหว ทำให้เข้าใจว่าคุณรู้สึกดีกับฉัน อาจจะถึงขั้นรัก แต่คุณก็แอบเก็บผู้หญิงไว้อีกคนหนึ่ง...เลว” จุลลาตบหน้าสืบสายสุดแรง เขาพยายามจะอธิบายแต่เธอไม่ฟัง “กลับไปเลย แล้วไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก” พูดจบ เดินหนีเข้าบ้าน สืบสายตะโกนไล่หลัง

“ถ้าเธอทำตัวงี่เง่าอ่อนไหวไร้สาระไม่มีความหนัก แน่นแบบนี้ ฉันก็คงจะไม่มาหาเธออีกแน่นอนไม่ต้องสั่ง”

หญิงสาวหันกลับมาเห็นสายตาผิดหวังของสืบสาย ยิ่งเสียใจ น้อยใจ สับสนไปหมด...

ท่ามกลางอากาศเย็นจัดในยามค่ำคืน ผีเถ้าแก่นั่งดูดาวอยู่กับเจ้าที่กลางสวนมะพร้าว เจ้าที่อยากรู้ว่าถ้าเขาไปเกิดแล้ว จะยังคิดถึงกันไหม ผีเถ้าแก่อธิบายว่าสัญญาที่ทำในชาตินี้ ไม่ติดตัวไปถึงชาติหน้า

“ท่านเง็กเซียนฮ่องเต้จะรู้ไหมว่าเถ้าแก่ยังไม่หมดห่วง”

“ไม่มีอะไรที่ท่านไม่รู้”

เจ้าที่งง ถ้าเป็นแบบนี้แล้วจะไปเกิดใหม่ได้หรือ ผีเถ้าแก่ต้องไปเกิดอยู่ดีเมื่อถึงเวลา แต่อาจได้ไปอยู่ที่ที่ดีน้อยหน่อยเท่านั้น เจ้าที่แนะให้เขาปล่อยวาง อย่าไปยุ่งเรื่องของมนุษย์ให้วุ่นวายใจจะได้ไปอยู่ที่ชอบๆ

“อั๊วจะพยายาม แต่ตอนนี้สงสารอาตี๋กับอาหนูช่างเหลือเกิน ฉลาดเรื่องอื่น แต่งี่เง่าเรื่องหัวใจตัวเอง”

“คนมีความรักก็เป็นอย่างนี้กันทุกคน” เจ้าที่สรุป แล้วชี้ชวนกันนับดาวสวยบนฟ้า

ooooooo

งานแต่งงานของแสบกับน้ำหวานจัดแบบเล็กๆ น่ารัก ท่ามกลางสวนมะพร้าวตามความต้องการของทั้งคู่ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนต้อนรับแขกอยู่ที่ซุ้มทางเข้า เตี่ยของเจ้าสาวยังดูหน้าหมองๆ จนแม่ของเจ้าสาวต้องเอาศอกถองให้ยิ้ม เขาถึงฉีกยิ้มออกมาได้

สืบสายเดินนำป๊ากับหม่าม้าถึงหน้างานสอดส่าย สายตามองหาจุลลาแต่ไม่เจอ สามคนพ่อแม่ลูกแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวและมอบซองของขวัญให้

แสบนึกสนุกประกาศลั่น

“ซองของบอสและครอบครัวเป็นเงินหนึ่งล้านบาท”

ทุกคนในงานหันมองเป็นตาเดียวกันด้วยความตกใจ แสบหัวเราะแฮะๆก่อนจะบอกว่าล้อเล่น เงินหนึ่งล้านบาท ที่ไหนจะใส่ซองบางเฉียบขนาดนี้ แถมยังเป็นใบเดียวโดดๆ

“ก็มีใบเดียวสิครับ เป็นเช็คเงินสดหนึ่งล้านบาท” ครรชิตชี้แจง แสบถึงกับเข่าอ่อน ลงไปกราบแทบเท้าทั้งสามคน พร้อมกับดึงน้ำหวานลงไปด้วย คุณนายเง็กเอ็ดตะโรเสียงลั่นว่าอย่าโอเว่อร์ แล้วดึงทั้งคู่ให้ลุกขึ้น

“แค่ไหว้ก็พอ พวกอั๊วเอ็นดูลื้อกับหนูน้ำหวาน เอาไปทำทุน เตี่ยกับแม่อาหนูน้ำหวานจะได้เบาใจ”

“ขอบพระคุณมากครับเจ๊ เป็นบุญของไอ้แสบกับน้ำหวานครับ”

“เพราะความดีความชอบของทั้งคู่ต่างหาก  มีอย่างนี้ได้เพราะสิ่งที่ทำเอาไว้ ไม่ใช่บุญกรรมอะไร” เสี่ยตงอธิบาย จากนั้น เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเชิญทั้งสามคนพ่อแม่ลูกถ่ายรูปร่วมกัน...

ครู่ต่อมา สืบสายมาตามหาจุลลาที่มุมทำกับข้าว ดาราต่อว่าเขาว่าหายหน้าไปไหน ลูกจูนเธอร้องไห้คนเดียวทุกวัน ทะเลาะกันใช่ไหม

“ผมไม่ได้อยากทะเลาะ แต่จุลลา...”

“งี่เง่าใช่ไหม” จำรัสโพล่งขึ้นทันที สืบสายได้แต่ยิ้มแทนคำตอบ โย้ขอร้องให้เขาเข้าใจจุลลาด้วย คนไม่เคยมีแฟนมาก่อนก็เลยทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะจัดการอารมณ์ตัวเองอย่างไร...

ทางด้านจุลลาแวะมาหาผีเถ้าแก่ที่ฮวงซุ้ย จะชวนไปร่วมงานแต่งงานแสบกับน้ำหวานด้วยกัน เขายังงอนเธอไม่หาย ไม่ยอมออกมาหาด้วยซ้ำ ได้แต่ส่งเสียงปฏิเสธว่าไม่ไป จุลลาถือโอกาสนี้มาบอกลาเขาด้วย หลังจากเสร็จงานแต่งงานแล้ว เธอจะเดินทางไปเรียนต่อ เขาไม่สนใจ เธอจะไปไหนก็เชิญตามสบาย

“หนูรักเถ้าแก่นะ จะคิดถึงเถ้าแก่ตลอดไปไม่มีวันลืม” จุลลาคำนับ แล้วหันหลังจะกลับ ต้องชะงักเมื่อเห็นสืบสายยืนรออยู่ เขาชิงพูดขึ้นก่อนไม่เปิดโอกาสให้เธอพูดอะไร

“คุณมูนช่วยฉันจับตัวทรงเดช แต่ถูกจับได้ เธอต้องการที่ซ่อนตัว ฉันจึงพาไปอยู่คอนโดฯฉัน ซึ่งจะปลอดภัยสำหรับเธอ จนกว่าจะจับไอ้ทรงเดชได้ จบไหม...ว่าจะไม่มาอธิบายแล้วนะ แต่...เธอนี่มัน....” สืบสายจูงมือจุลลามาที่หน้าฮวงซุ้ย “อาก๋งครับ ถ้าอาก๋งยังอยู่ ช่วยมา เขกหัวผู้หญิงคนนี้ทีได้ไหมครับ เอาให้หายขี้งอน ขี้ใจน้อย ขี้โมโหได้ไหมครับ”

“อาก๋งคุณเขางอนฉัน เขาไม่อยากยุ่งกับฉันแล้ว” ขาดคำ ผีเถ้าแก่ในชุดจัดเต็ม โผล่พรวดมาตรงหน้า เขกหัวจุลลาหนึ่งที ถึงกับร้องโอ๊ยเสียงลั่น สืบสายตกใจ ถามว่าเป็นอะไร

“อาก๋งคุณเขกหัวฉันน่ะสิ”
ทันใดนั้น มีชายฉกรรจ์สองคนสวมหมวกไอ้โม่งอำพรางใบหน้า หนึ่งในนั้นใช้ไม้ตีหัวสืบสายสลบเหมือด จุลลาหันมาจะสู้แต่ถูกโปะยาสลบ หมดสติไปอีกคน ผี เถ้าแก่โกรธมากจะแสดงอิทธิฤทธิ์ แต่ไม่มีพลังใดๆออกมา ได้แต่ยืนดูพวกคนร้ายพาตัวสืบสายและจุลลาไปต่อหน้าต่อตา เขานึกขึ้นได้ รีบคุกเข่าคำนับสวรรค์

“เง็กเซียนฮ่องเต้ อั๊วร้องขอความเมตตา ขอให้อั๊วสามารถติดต่อสื่อสารกับคนอื่นๆเพื่อไปช่วยหลานอั๊วกับคนที่อีรักด้วยเถิด ครั้งนี้เพียงครั้งเดียว ครั้งสุดท้าย” ขาดคำมีแสงสว่างส่องลงมาทาบร่างผีเถ้าแก่ “ขอบคุณเง็กเซียนฮ่องเต้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย จัดการคนชั่วได้แล้ว อั๊วจะลาจากโลกมนุษย์ไปเข้าเฝ้าทันที เพื่อรอเวลาไปเกิดใหม่ตามบัญชาสวรรค์” ผีเถ้าแก่คำนับอีกครั้งหนึ่ง แล้วหายตัววับไป

ooooooo

อึดใจเดียว ผีเถ้าแก่ไปโผล่บนเวทีกลางงานแต่งงานของแสบกับน้ำหวาน ผู้คนในงานไม่มีใครสนใจเพราะมัวแต่ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน เขาชักฉุน คว้าไมโครโฟนประกาศให้ทุกคนฟังทางนี้

แสบ น้ำหวาน เสี่ยตงและคุณนายเง็ก รวมทั้งคนอื่นๆพากันหันไปมองบนเวที เสี่ยตงกับคุณนายเง็กจำได้ร้องเรียก “อาเตี่ย” เสียงหลง ทุกคนตกใจที่โดนผีหลอกกลางวันแสกๆ วงแตกทันที ต่างวิ่งหนีกันอลหม่าน

“ใครตกใจก็ตกใจไป แต่อาแสบ อาหยิก อาเข่ง อาถัด อาครรชิต อาโย้ พวกลื้อต้องไปช่วยอาตี๋กับอาหนูช่างเดี๋ยวนี้ พวกอีถูกพวกไอ้ส่งเดชมันจับตัวไป อั๊วจะนำทางไป ถ้าไม่เลิกกลัว อั๊วจะพังงานแต่งงานลื้อ”

“ทุกคนเลิกกลัว ใครยังกลัว แสบจะโกรธ ตั้งสติ” แสบตะโกนลั่น

“เตี่ยมาบอกพวกเรา เตี่ยยังไม่ไปไหน อาแสบ ลื้อพาพวกตามเตี่ยอั๊วไป เดี๋ยวอั๊วจะโทร.แจ้งตำรวจ อย่า ปิดมือถือ ห้ามแบตหมด เราจะต้องสื่อสารกัน ไปเร็ว” เสี่ยตงสั่งการ แสบมองไปบนเวทีไม่เห็นผีเถ้าแก่อยู่ตรงนั้น แล้วตะโกน ถามไปในอากาศจะให้ไปทางไหน ผีเถ้าแก่ตะโกนกลับมาว่าออกจากงานแล้วเลี้ยวซ้าย

แสบหอมแก้มน้ำหวานหนึ่งทีเพื่อเป็นกำลังใจ แล้ววิ่งนำชาวคณะออกไปทันที เสี่ยตงยังไม่ทันจะโทร.แจ้ง ตำรวจ ทรงเดชโทร.เข้ามาเสียก่อน เรียกค่าไถ่สืบสายและจุลลาเป็นเงินหนึ่งร้อยล้านบาท เขาถึงกับอึ้ง

“ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก ได้ข่าวว่าขายที่ดินได้ เป็นพันล้านนี่ป๊า...ภายในครึ่งชั่วโมง เงินต้องเข้าบัญชีตามที่ผมบอก และแน่นอนตามหลักการ ถ้ามีตำรวจมาเกี่ยวข้อง ก็รับศพสองคนนี่ไปแทน”

เสี่ยตงวางสายด้วยความแค้นใจ หันรีหันขวางไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตะโกนขึ้นสุดเสียง “อาเตี่ย ช่วยหลานลื้อด้วย มีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นนะ ลื้อได้ยินอั๊วไหม”

เสียงตะโกนของเสี่ยตงดังไปถึงหูผีเถ้าแก่ที่กำลังหาสัญญาณของสืบสายกับจุลลาอยู่ที่หน้าฮวงซุ้ย ร้องไอ้หยาลั่น กดดันแบบนี้ตนเองประสาทจะกินเอา เจ้าที่ปรากฏตัวขึ้น เนื่องจากสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่อง

“เรื่องใหญ่ด้วย อั๊วต้องสื่อสารกับพวกอาแสบหา ตำแหน่งที่ไอ้ส่งเดชมันจับตัวอาตี๋กับอาหนูช่างไป”

“แล้วทำไมไม่ตามพวกมันไป”

ผีเถ้าแก่ทำไม่ได้เพราะท่านเง็กเซียนฮ่องเต้ให้อำนาจมาแค่นี้ ออกไปไหนไกลกว่าเขตที่ดินของตัวเองไม่ได้ บอกเจ้าที่ให้เงียบๆ ก่อนจะหลับตาทำสมาธิ เห็นภาพสืบสายกับจุลลาถูกจับมัดหลังชนกันอยู่ในโรงแรมร้างใกล้โรงงาน รีบส่งพลังจิตไปบอกที่หมายให้แสบกับชาวคณะรับรู้...

ในเวลาเดียวกัน จุลลาเริ่มรู้สึกตัว หันไปเห็นสืบสายยังไม่ได้สติ พยายามส่งเสียงเรียก ทรงเดชเห็น เธอฟื้นเข้ามาเชยคางเล่น จุลลาเกลียดขี้หน้าเขาเป็นทุน เดิมอยู่แล้ว ถ่มน้ำลายใส่ เขาตบหน้าเธอฉาดใหญ่

“ฤทธิ์มากเหลือเกินท่าทางชาตินี้เราคงคุยกันดีๆ ไม่ได้”

จุลลาไม่ยอมเจ็บฟรี ขาไม่ได้ถูกมัด ถีบทรงเดชกระเด็น เขาฉุนขาดปราดเข้าไปจะตบซ้ำ แต่หมอผีปีเตอร์ เรียกไว้ แจ้งว่าผีเถ้าแก่กำลังใช้พลังจิตเพ่งมองพวกเราอยู่ ทรงเดชสั่งให้ทำอะไรสักอย่าง เขาหยิบสเปรย์ปิดหูปิดตา ขึ้นมาฉีดไปทั่วบริเวณ ทำให้ผีเถ้าแก่ไม่สามารถใช้พลังจิต มองเห็นพวกตนได้

ooooooo

แสบกับพวกมาถึงโรงแรมร้างตามที่ผีเถ้าแก่บอก แต่ต้องหยุดแค่โถงทางเดิน เนื่องจากสัญญาณภาพของผีเถ้าแก่ติดขัด แสบร้อนใจ ตะโกนถามว่าเห็นหรือยัง

“อั๊วมองไม่เห็นแล้ว ไอ้หมอผีนรกนั่นมันบังตาอั๊ว อาแสบ ลื้อช่วยตัวเองก่อน อั๊วจะหาทางแก้ไขอีกที”

ทุกคนมองหน้ากัน ไม่รู้จะทำอย่างไรดี แสบสั่งให้แยกย้ายกันตามหา เตรียมอาวุธให้ครบมือ แล้วนึกขึ้นได้ว่ารีบร้อนออกมาไม่มีอะไรติดมือมาสักอย่าง

“เฮ้ย...ช่างอย่างเรา กลัวอะไร...อะไรก็เป็นอาวุธได้ถ้าใจมันสู้”

ชาวคณะกวาดตามองไปรอบตัว เห็นไม้กวาด ไม้หน้าสาม ถังพลาสติก ทุกชิ้นล้วนแต่ชำรุด ต่างหยิบติดมือไปคนละชิ้น ก่อนจะแยกย้ายกันไปคนละทาง...

ขณะที่แสบกับชาวคณะตามรอยจนเข้ามาใกล้พวกคนร้าย สืบสายค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น เห็นทรงเดชอยู่ตรงหน้าก็หัวเราะเยาะใส่ แล้วด่าซ้ำว่าทำตัวน่าสมเพช เขาไม่พอใจ ต่อยสืบสายเลือดกบปาก

“อย่ามาหัวเราะใส่หน้าฉัน คนที่น่าสมเพชคือแก อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ถ้าพ่อแกไม่โอนเงินเข้าบัญชีฉัน แกกับนังนี่จะถูกหั่นเป็นท่อนๆส่งกลับบ้าน”

“เอาเลย อย่าดีแต่ขู่” สืบสายท้า จุลลาร้องลั่นว่ายังตายไม่ได้เพราะเธอยังไม่ได้สารภาพรักกับเขาเลย

“ฉันรักคุณ ฉันไม่อยากงี่เง่าอีกแล้ว ก่อนที่ฉันจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก ได้ยินไหมว่าฉันรักๆๆๆๆๆคุณ”

สืบสายไม่ยอมน้อยหน้า สารภาพว่ารักเธอเช่นกัน ทั้งสองคนน้ำตาซึมด้วยความปลาบปลื้ม ทรงเดชหัวเราะสะใจที่เห็นทั้งคู่บอกรักกันท่ามกลางบรรยากาศชวนสยอง ทวงบุญทวงคุณว่าต้องขอบคุณตนเองที่ทำให้ทั้งคู่มีวินาทีแห่งความทรงจำนี้ แล้วหันไปถามหมอผีปีเตอร์ว่าครบกำหนดเส้นตายครึ่งชั่วโมงหรือยัง

“อีกห้านาทีเท่านั้น นับถอยหลังได้เลย ถ้าไม่มีเงิน...ตาย”

สืบสายและจุลลาลุ้นระทึก เอามือที่ยังพอจะมีอิสระจับกันไว้...

ด้านผีเถ้าแก่พยายามทำสมาธิเพ่งดูอีกครั้ง แต่ไม่สามารถมองทะลุสเปรย์นรกได้ ชวนเจ้าที่ช่วยกันภาวนาขอให้ความดีของสืบสายกับจุลลาคุ้มครองให้ทั้งคู่อยู่รอดปลอดภัย...

คำอธิษฐานของผีเถ้าแก่กับเจ้าที่สัมฤทธิ์ผล แสบกับพวกหาห้องที่กักขังจุลลากับสืบสายเจอ ก่อนเส้นตายเฉียดฉิว ทรงเดชเห็นท่าไม่ดี ชักปืนขึ้นมาจะยิง แสบขว้าง ถังพลาสติกไปครอบหัวเขาพอดี หมอผีปีเตอร์แย่งปืนในมือทรงเดชจะเอามายิงเอง เข่งปรี่เข้าไปเอาด้ามไม้กวาดตีมือจนปืนกระเด็น แล้วถีบซ้ำหัวคะมำ

จุลลาตะโกนเรียกแสบให้มาช่วยแก้มัด ขณะที่ครรชิต แยกไปแก้มัดให้สืบสาย โย้ เข่ง ถัดและหยิกรุมยำทรงเดชกับพวกสะบักสะบอม จุลลากับสืบสายหลุดจากพันธนาการได้ รีบเข้าไปดูทรงเดชที่เกือบหมดสภาพ

“ไง ไอ้ผู้ร้ายปากดี ในที่สุดแกก็ทำไม่สำเร็จ เพราะอะไรรู้หรือเปล่า คนดีผีคุ้มว่ะ ขอเอาคืนหน่อยเถอะ” จุลลาพูดจบเงื้อหมัดจะต่อย สืบสายจับมือเธอไว้ แล้วดึงตัวมาจุ๊บปาก ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน

“เวลาเธอของขึ้น สวยจนฉันห้ามใจไม่ไหวเลยรู้ไหม”

“ใช่เวลาไหมเนี่ย” จุลลาเขิน บิดไปบิดมา เผลอเหวี่ยงหมัดกระแทกหน้าทรงเดช ถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น แสบยื่นหน้าทะเล้นเข้ามาถาม

“จุดๆๆ กันแล้วใช่หรือเปล่า”

ทั้งคู่พยักหน้ารับอย่างเขินๆ สืบสายสั่งให้ครรชิตโทร.แจ้งตำรวจ ทรงเดชกับพวกทำความผิดหลายกระทงแบบนี้ติดคุกหัวโตแน่ จอมชั่วตัวแสบยังไม่หมดฤทธิ์จะเข้ามาทำร้ายสืบสาย แต่โดนต่อยหงายหลังตึง

“หล่อที่สุดอ่ะ” จุลลาชมเสร็จ ตบรางวัลด้วยการเข้า ไปหอมแก้มชายคนรักหนึ่งฟอด

ooooooo

หลังจากจัดการกับพวกเหล่าร้ายเสร็จ ทุกคนพากันกลับมาฉลองงานแต่งงานของแสบกับน้ำหวานอีกครั้ง ถึงคิวที่คู่บ่าวสาวต้องขึ้นกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติบนเวที ทุกคนต่างตบมือให้ สืบสายกับจุลลา ซึ่งยืนติดหน้าเวที กุมมือกันไว้แน่นและกระซิบกระซาบบอกรักอีกฝ่ายตลอดเวลา ผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้นใกล้ๆ

“มันคงจะเก็บกดคำนี้มานานแล้วสินะ ลื้อสองคนถึงได้พูดอยู่นั่นไม่หยุดปาก”

ทั้งสองคนตอบอย่างพร้อมเพรียงกันว่าใช่ จุลลาเหลียวมองไปรอบๆ ไม่เห็นผีเถ้าแก่

“แต่ฉันไม่เห็นอาก๋งคุณ ได้ยินแต่เสียง”

ผีเถ้าแก่ยังยืนอยู่ที่เดิมยิ้มปลื้มแต่แอบเศร้า “เพราะว่าอั๊วหมดห่วงได้จริงๆแล้ว เมื่อเห็นลื้อสองคนลบอคติในใจออกได้อย่างหมดจด อั๊วกำลังจะไปอย่างสบาย ใจสุดๆ”

จุลลาน้ำตาคลอเบ้า ขอบคุณผีเถ้าแก่มากที่ช่วยพวกเราเอาไว้ เขาไม่ได้ช่วย แต่พวกเธอช่วยกันเองต่างหาก เขาได้แต่เอาใจช่วยเท่านั้น แล้วขอกลับไปเตรียมตัวก่อน จบงานแต่งงานของแสบเมื่อไหร่ คงถึงเวลาที่เขาต้องไป ผีเถ้าแก่พูดจบก็หายตัวไป จุลลาน้ำตาคลอด้วยความ ตื้นตันใจ

เป็นจังหวะเดียวกับครรชิตซึ่งรับหน้าที่เป็นพิธีกรบนเวที ประกาศให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวหอมแก้มกัน ทุกคนตบมือส่งเสียงเฮลั่น สืบสายกระซิบถามจุลลาว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวของเรา

“ฉันต้องไปเรียนต่อ แต่คิดอีกทีไม่เอาดีกว่าแต่งก่อนค่อยไปเรียน เดี๋ยวคุณเปลี่ยนใจ หาผู้ชายหลุดมาชอบฉันสักคน...ยาก”

สืบสายทักท้วงจะแต่งได้อย่างไรในเมื่อเขายังไม่ได้ขอ แล้วดึงมือจุลลาออกจากงาน ครู่ต่อมา ทั้งสองคนพากันมายืนตรงหน้าฮวงซุ้ย ซึ่งยังคงมีแสงสว่างส่องลงมาจากสวรรค์ สืบสายร้องเรียกผีเถ้าแก่ให้มาช่วยเป็นพยานก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่า แล้วขอจุลลาแต่งงาน หญิงสาวคุกเข่าตาม

“ฉันรักคุณ ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ทั้งสองคนกอดกันกลม ผีเถ้าแก่กับเจ้าที่มองอย่างปลาบปลื้มใจ พลันแสงสว่างจากสวรรค์ส่องแสงแรงกล้าขึ้น ผีเถ้าแก่ร้องเรียก “อาตี๋ อาหนูช่าง”

“ฉันได้ยินอาก๋งเรียกเธอ เรียกฉัน”

“เถ้าแก่ยังไม่ไป?” จุลลาเหลียวหาผีเถ้าแก่แต่มองไม่เห็น

“อั๊วกำลังจะไป ขอบใจที่มาส่ง ขอบใจที่ลื้อทำให้อั๊วหมดห่วง จำไว้นะ ความรักที่ลื้อสองคนมีให้กันจะเป็นสิ่งนำพาให้ลื้อทั้งสองคนฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ ลื้อสองคนคือหยินและหยาง ที่อยู่รวมกันแล้วเกิดความสมดุลจงช่วยกันบริหารโรงงานปาล์มโปรดักส์ของลื้อ เล้งเอี้ยจี้เทียนติ๊งเซี่ยงของอั๊วให้เจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นคง เป็นที่ทำมาหากินของทุกคน ลื้อสองคนคงรู้ดีแล้วว่าต้องทำยังไง ทำให้ที่นี่เป็นวิมานของทุกๆคน อยู่แล้วร่มเย็นเป็นสุข”

สืบสายและจุลลาคำนับ ผีเถ้าแก่หันไปบอกลาเจ้าที่ ขอให้เขาสั่งสมบุญบารมีเอาไว้ รอวันที่จะได้ไปเกิดใหม่เหมือนตนเอง แล้วเดินไปที่ลำแสงจากสวรรค์ จากนั้นร่างของเขาค่อยๆจางหายไป สืบสายดึงจุลลาให้ลุกขึ้น แล้วจูงมือกันกลับ แต่แล้วผีเถ้าแก่ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าฮวงซุ้ยอีกครั้ง บอกเจ้าที่ว่ายังไปเกิดไม่ได้เพราะคิวเต็ม เบื้องบนสั่งให้รอไปก่อน เพื่อนซี้ต่างวัยดีใจที่ไม่ต้องอยู่เหงาคนเดียว โผกอดเขาไว้แน่น

“ฮ่าๆๆๆ คราวนี้ล่ะเว้ย อั๊วจะได้อยู่ลุ้นว่าหลานคนแรกของอั๊วจะเป็นอาตี๋น้อยหรืออาหมวยน้อย ขยันๆ ทำการบ้านนะเว้ย อาตี๋ อาหนูช่าง” ผีเถ้าแก่ตะโกนลั่น จุลลากับสืบสายชะงัก หันมาเห็นเขายืนยิ้มโบกมือให้ก็ยิ้มตอบด้วยความดีใจที่ผีเถ้าแก่กลับมาสิงสถิตในวิมานมะพร้าวอีกครั้ง

ooooooo

–อวสาน–

วิมานมะพร้าว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด