นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ชั่วโมงต้องมนต์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1
    • 2
    • 3

    ณฤทธิ์ไปหากันต์ที่คอนโด ประตูห้องนอนเปิดอยู่เลยเดินเข้าไปเห็นกันต์นอนดูหนังและคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่ ณฤทธิ์หยุดฟัง...

    “บอกแล้วไงว่าไม่อยากไป ผมเล่นละครเป็นแฟนมันมาตั้งนาน ตอนมันตายคุณยังจะบังคับให้ผมเล่นละครปั้นหน้าร้องไห้ให้มันอีกเหรอที่รัก” ณฤทธิ์ได้ยินถึงกับอึ้ง “ก็จริงอย่างคุณว่าไปแสดงตัวหน่อย

    ทุกคนจะได้รู้ว่าคนที่จะดูแลบริษัทของมาร์คต่อไปก็คือผม ตอนจะขายบริษัทจะได้ง่ายๆ”

    ณฤทธิ์ช็อก คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะโดนผู้ชายที่ไว้ใจหักหลัง แข็งใจฟังต่อไป...

    “ความจริงเราก็หลอกเอาเงินมันมาตั้งนาน ไปขออโหสิกรรมหน่อยก็ดี”

    ณฤทธิ์แค้นที่โดนคนที่ตัวเองรักหลอก พยายามจะเข้าไปอาละวาดทำร้ายกันต์แต่ไม่สามารถสัมผัสตัวกันต์ได้ ได้แต่คำรามอาฆาต

    “แกทรยศฉันได้ยังไง ต่อให้เป็นผี ฉันก็จะกลับมาล้างแค้นแก!”

    วิญญาณณฤทธิ์ที่ได้ยินได้ฟังหลายคนพูดถึงความตายของตนกับท่าทีหลังการตายของตน ทำให้ณฤทธิ์ได้รู้ความจริงว่า คนที่พูดแรงพูดตรงเช่นพ่อและดนุดลแม้จะบาดใจแต่กลับเป็นคนที่รักเขามากที่สุด และคนที่ดูเหมือนรักเขามากเช่นกันต์ กลับกลายเป็นคนที่หลอกลวงปลิ้นปล้อนที่สุด!

    ณฤทธิ์ขึ้นไปบนดาดฟ้าหยุดที่ขอบตึกคิดถึงชีวิตตนเองที่ผ่านมา ตะโกนลั่น

    “ฉันยังไม่อยากตาย ให้ฉันย้อนเวลากลับไปเดี๋ยวนี้นะ...”

    ทันใดนั้น ท้องฟ้าเกิดปั่นป่วนลมพัดอื้ออึง ท้องฟ้าที่โล่งปรากฏภาพนาฬิกาขนาดใหญ่มาก เข็มนาฬิกาหมุนอย่างเร็วจนเกิดพายุหมุนดูดร่างณฤทธิ์หายไปในนาฬิกา

    ณฤทธิ์ถูกดูดเข้าไปในนาฬิกา เขาโวยวายถามว่าที่นี่ที่ไหนนรกหรือสวรรค์จะมารับตนไปนรกใช่ไหมตนไม่ไป เสียงของเวลาบอกว่า “นี่คือห้วงเวลาของเธอ ฉันคือเวลาของเธอ” ณฤทธิ์บอกว่าตนยังไม่อยากตาย ยังอยากทำอะไรหลายๆอย่าง

    “ฉันไม่สามารถให้ชีวิตเธอได้ แต่ฉันสามารถให้เวลาเธอได้อีกร้อยวันหรือจนกว่าร่างของเธอจะถูกเผา เธอจะสามารถใช้เวลาครั้งสุดท้ายไปจัดการสิ่งที่เธอค้างคาได้อีกครั้ง”

    ทันใดนั้นนาฬิกาขนาดใหญ่พลิกกลับด้าน เห็นร่างณฤทธิ์อยู่ในนาฬิกาทราย ในขณะที่ทรายด้านบนไหลลงมาทีละนิด เสียงเวลาบอกว่า

    “นี่เป็นเวลาที่เหลืออยู่ของเธอ ขอให้ใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่า แต่อย่าลืมนะว่าจะต้องไม่มีใครเผาศพของเธอ”

    ณฤทธิ์คิดถึงคำพูดของครอบครัวตัวเองตอนอยู่ในงานศพ...ที่วรรณนาถามพุฒิเมธว่าจะเก็บศพไว้สามวันแล้วเผาดีไหม เขาบอกว่าแล้วแต่คุณน้า คิดแล้วณฤทธิ์ตกใจถามตัวเองว่าจะทำยังไงไม่ให้ศพถูกเผา คืนนี้

    ณฤทธิ์จึงมาเข้าฝันพุฒิเมธ สั่งห้ามเผาร่างตนเด็ดขาดเพราะกันต์ต้องการจะโกงบริษัท

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้นกันต์มาปรึกษาวรรณนาที่บ้าน

    ณฤทธิ์ขอเป็นเจ้าภาพงานศพมะรืนนี้ ตีหน้าเศร้าบอกว่าอยากทำอะไรให้มาร์คเป็นครั้งสุดท้าย

    พุฒิเมธเข้ามาบอกว่าตนยังไม่เผาเฮีย อยากเก็บศพไว้ร้อยวัน กันต์ขอเหตุผล พุฒิเมธอึกอักเพราะไม่อยากเล่าความฝันให้กันต์ฟัง ตอบแขวะกวนๆไปว่า

    “ก็คงเป็นเหตุผลที่ตรงข้ามกับพี่กันต์ ผมรู้สึกว่าเฮียมาร์คมีอะไรที่อยากจะทำค้างไว้ตั้งหลายอย่าง ผมอยากจะช่วยเฮียมาร์คจัดการทุกอย่างให้เสร็จก่อน วิญญาณเฮียมาร์คจะได้ไปสู่สุคติ โดยไม่มีห่วงอะไร”

    พุฒิเมธถามว่าน้าวรรณนามีความเห็นอย่างไร วรรณนาบอกว่า เมธว่ายังไงน้าก็ว่าตามนั้น

    กันต์ไม่พอใจขอตัวกลับ แต่พอออกมาพ้นหน้าพุฒิเมธกับวรรณนาหน้ากันต์ก็เปลี่ยนเป็นไม่พอใจมาก

    หมอโอบที่มาตรวจอาการของสมบัติบอกวรรณนากับพุฒิเมธว่าร่างกายท่านอ่อนเพลียและเครียดมากแต่ตนฉีดยาบำรุงให้แล้ว วรรณนาให้พุฒิเมธพาหมอโอบไปคุยกันอีกห้องตนจะไปเอาน้ำมาให้พ่อเขากินยา

    พอทุกคนออกไป วิญญาณณฤทธิ์ก็เข้าไปหาพ่อปลอบน้ำตาคลอว่า “พ่อต้องเข้มแข็งไว้นะครับ”

    หมอโอบบอกพุฒิเมธว่าช่วงนี้คนในครอบครัวต้องอยู่ใกล้และคุยกับคุณพ่อบ่อยๆ อย่าปล่อยให้อยู่คนเดียว เตือนว่าถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ อาการหนักเข้ากลัวเขาจะคิดสั้น

    ทันใดนั้นวรรณนาเข้ามาบอกพุฒิเมธว่าตนไปเอาน้ำกลับมาคุณพ่อก็หายไปแล้ว ทุกคนตกใจพยายามตามหาสมบัติตามห้องต่างๆ เกรงจะคิดสั้นอย่างที่หมอโอบเตือน

    พุฒิเมธตามเจอสมบัตินั่งกอดเสื้อผ้าของณฤทธิ์ร้องไห้คร่ำครวญ

    “มาร์ค พ่อขอโทษ...มาร์คกลับมาหาพ่อนะ มาร์คได้ยินพ่อใช่ไหม”

    พุฒิเมธเห็นภาพนั้นแล้วน้ำตาไหล วิญญาณณฤทธิ์นั่งปลอบพ่ออยู่ข้างๆ ไม่มีใครเห็นแต่ในกระจกสะท้อนภาพน่าเศร้านี้อย่างชัดเจน

    ooooooo

    สายวันนี้ พุฒิเมธเข้าไปที่บริษัทของณฤทธิ์บอกเอ ศรันย์ โหน่งที่กำลังพูดกันถึงงานของบริษัทว่า

    “ช่วงนี้พวกเราก็คงต้องช่วยกันดูแลไปก่อน ที่ผมมาวันนี้ก็จะมาคุยเรื่องนี้แหละ ไม่นานออฟฟิศเราต้องมีปัญหาตามมาเพียบแน่”

    พุฒิเมธพูดขาดคำโทรศัพท์ของศรันย์ก็มีสายเข้า ฟังปลายสายแล้วถามว่า จัสตินมีปัญหาอะไร

    ศรันย์รีบไปที่สตูดิโอ ทีมงานรายงานว่าลูกค้าโมโหที่จัสตินหน้าบวมตาบวมดูไม่ได้เลย ให้ช่วยไปดูหน่อย ศรันย์เข้าไปหาจัสตินที่ยังร้องไห้ทำใจไม่ได้กับการจากไปของณฤทธิ์อยู่ พุฒิเมธขอให้ทำใจเข้มแข็ง ใครๆก็เสียใจแต่เราต้องผ่านมันไปได้ ถ้ามัวเสียใจจนงานเสียหายแบบนี้เฮียมาร์คจะยิ่งเสียใจ

    แก้ปัญหาจัสตินไม่ทันเสร็จดี ศรันย์ก็ได้รับโทรศัพท์บอกว่ามีปัญหาที่ออฟฟิศอีก

    วิญญาณณฤทธิ์ที่ติดตามมาบ่นว่า “ปัญหาอะไรอีก ทำไมมีแต่ปัญหานะ”

    ปัญหาเกิดขึ้นเพราะกันต์ไปคุยกับลูกค้าว่าให้ถอดดนุดลออกจากงานและให้ซาร่ากับเจนนี่เป็นตัวนำแทน ดนุดลโวยกันต์ว่าทำแบบนี้ไม่ได้เพราะพี่มาร์คตัดสินใจแล้ว กันต์อ้างว่าตอนนี้มาร์คตายแล้วคนที่มีหุ้นในบริษัทรองจากมาร์คก็คือตน

    พอดีโหน่งเดินเข้ามาถามว่าได้ข่าวว่ากันต์จะขายบริษัทหรือ ดนุดลยิ่งตกใจถามกันต์ว่าทำอย่างนี้ได้ไงนี่เป็นบริษัทของพี่มาร์ค พี่เขารักบริษัทมาก กันต์ตะแบงว่าเวลานี้มาร์คไม่อยู่แล้ว ในฐานะที่ตนสร้างบริษัทมากับมาร์คและมีหุ้นด้วยเห็นสมควรขายบริษัทให้มืออาชีพดีกว่า

    “แต่คนที่มีสิทธิ์ในบริษัทนี้ต่อจากเฮียมาร์คจริงๆ คือพ่อของเฮีย” พุฒิเมธมาถึงพูดขัดจังหวะขึ้น “แค่หุ้นส่วนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่เฮียยกให้เพราะสนิทและไว้ใจ ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจเรื่องนี้แทน”

    กันต์ตะแบงว่าพ่อของมาร์คตอนนี้ก็กำลังตรอมใจ ไม่มีประสบการณ์ในวงการบันเทิง จะมาดูแลได้ยังไง

    “เรื่องขายไม่ขาย รอคุณพ่อท่านหายแล้วมาตัดสินใจเองดีกว่าว่าท่านจะทำยังไง ส่วนเรื่องบริหารได้ไม่ได้ ผมเชื่อว่ายังไงทุกคนในบริษัทที่รักพี่มาร์คจะช่วยกันดูแลบริษัทนี้ต่อ”

    “ตอนนี้โอกาสกำลังมา น้ำกำลังขึ้นไม่รีบตัก อยากจะรอตายกันหมดก็ตามใจ” กันต์ไม่พอใจเดินออกไปเซ็งๆ วิญญาณณฤทธิ์ที่รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดมองกันต์แค้นๆ

    โหน่งถามว่าจะเอายังไงต่อดี พุฒิเมธบอกค่อยๆ คิดกันไปก็แล้วกัน

    “ฉันจะไม่ยอมให้มันเอาบริษัทฉันไปขายเด็ดขาด” วิญญาณณฤทธิ์ประกาศเครียด “ฉันจะไม่ยอมให้ทุกอย่างต้องพังไปพร้อมกับชีวิตฉัน ฉันต้องกลับไปจัดการทุกอย่าง”

    ooooooo

    อดีต...ในห้องกาลเวลา ณฤทธิ์บอกกับเวลาว่าตนต้องกลับไปล้างแค้นกันต์และจัดการบริษัทของตนให้เหมือนเดิม แม้เวลานี้ไม่มีตัวตนแต่ก็เคยสิงร่างผู้หญิงคนหนึ่งได้ ทำยังไงจะเข้าสิงร่างเธอได้อีก

    เวลาบอกว่าเขาต้องไปคิดหาทางเอาเอง ตนมีหน้าที่แค่ให้เวลาครั้งสุดท้ายในชีวิตแก่เขาเท่านั้น

    “ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ฉันหาวิธีของฉันเองก็ได้” ณฤทธิ์มุ่งมั่นที่จะหาวิธีเข้าสิงร่างบุญสิตาให้ได้

    ณฤทธิ์คิดถึงที่เวลาให้โอกาสแล้วประเมินว่า “เวลานี้ศพฉันก็ไม่ถูกเผาแล้ว ที่เหลือก็แค่ยืมร่างผู้หญิงคนนั้น ทุกคนรอฉันก่อนนะฉันจะกลับมาจัดการทุกอย่างเอง”

    วันนี้บุญสิตาไปทำงานที่บริษัทสายด่วนบำบัดทุกข์ แนนซี่แกล้งโทร.เข้าไปปรับทุกข์ บุญสิตาจำเสียงได้

    คุยกันแล้วบอกว่าคืนนี้จะไปงานศพคุณมาร์ค บอกแนนซี่ว่า

    “ฉันว่าฉันเห็นวิญญาณเขา ฉันไม่สบายใจ ฉันอยากไปขออโหสิกรรมน่ะ”

    ค่ำนี้พอบุญสิตาไปที่ศาลาวัด วรรณนาเห็นชี้ให้พุฒิเมธดูว่านั่นเด็กผู้หญิงที่ช่วยพ่อเขาไว้วันนั้น สงสัยจะมาลามาร์ค พุฒิเมธบอกว่ามาก็ดีแล้ว ตนมีอะไรอยากจะถามเขาอยู่เหมือนกัน

    วิญญาณณฤทธิ์เห็นบุญสิตาก็ดีใจมาก คิดหาทางที่จะสิงร่างเธอยังไงดี แล้วพยายามเอาตัวแนบตัวบุญสิตา เธอรู้สึกแปลกๆ กลัวจนขนลุกหันไปดูก็ไม่เห็นอะไร นึกถึงคำทำนายของแนนซี่ที่ว่าปีชงนี้เธอจะถูกวิญญาณอาฆาตติดตามตัวไปทุกที่และจะเอาร่างของเธอ ต้องระวังตัวให้ดี คิดแล้วก็ยิ่งกลัว

    ขณะเดียวกัน วิญญาณณฤทธิ์ก็หาวิธีที่จะเข้าร่างเธอ บุญสิตารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง พลันก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อมีมือมาจับไหล่จากด้านหลัง ขอร้องอย่ามาหลอกตนเลย ที่แท้คือพุฒิเมธ เห็นเธอตกใจมากก็หัวเราะร่าอย่าบอกนะว่าเธอกลัวผี บุญสิตาบอกว่าไม่ได้กลัวแต่ไม่อยากเจอ

    พักใหญ่ต่อมาพระสวดเสร็จ สมบัติกับวรรณนามายืนส่งแขก บุญสิตาเดินออกมา วรรณนาขอบใจที่วันนั้นช่วยสมบัติรอดจากถูกรถชน สมบัติสบายใจที่บุญสิตาไปโรงพยาบาลแล้วไม่เป็นอะไร บอกว่าจะขอโอกาสเลี้ยงขอบคุณสักมื้อ ให้วรรณนาขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ วรรณนาบอกว่าเมธน่าจะมี และขอบคุณที่เธอมางาน

    พุฒิเมธแจกของไปถ่ายรูปไปและแอบมองบุญสิตาไป บุญสิตารับกล่องของว่างแล้วเดินออกไป พุฒิเมธมองเธออย่างรู้สึกอยากค้นหาเรื่องราวของผู้หญิงคนนี้ จึงเดินตามไปเพื่อจับผิด

    ooooooo

    บุญสิตาไปรอรถที่ป้ายรถเมล์ รู้สึกหิวจึงแกะกล่องของว่างจะกิน มีหมาจรจัดตัวหนึ่งมานั่งแหงนมองรอเศษอาหารอย่างหิวเช่นกัน เธอจึงแบ่งส่วนหนึ่งให้ พุฒิเมธมองขำๆ และประทับใจในความมีเมตตาของเธอ

    พุฒิเมธตัดสินใจเลื่อนรถเข้าไปจอดตรงหน้าเธอพูดอย่างไว้ฟอร์มว่าขึ้นรถมาสิเดี๋ยวไปส่ง

    บุญสิตาบอกว่าตนไปเองได้ บอกให้เขารีบไปเสียเป็นดาราเดี๋ยวนักข่าวมาเห็นไม่ดี พุฒิเมธบอกว่าแถวนี้ไม่มีนักข่าว คงมีแต่โจร ขู่ว่าเลือกเอาว่าอยากขึ้นหน้าหนึ่งเพราะโดนโจรฉุดหรือจะขึ้นรถกับตน พูดไว้ฟอร์มว่า

    “ผมก็ไม่ได้อยากไปส่งคุณหรอก แต่คุณพ่อกับคุณน้าสั่งให้ส่งคุณให้ถึงบ้าน ถ้าทิ้งคุณไว้ที่นี่คงโดนพ่อว่าแย่” บุญสิตาทั้งกลัวโจรและเห็นว่าผู้ใหญ่สั่งจึงยอมขึ้นรถไป

    ooooooo

    พุฒิเมธไปส่งถึงหน้าบ้าน อยากรู้อะไรมากกว่านั้นก็ลูกไม้ว่าหิวน้ำ บุญสิตารู้ทันบอกว่าใกล้ๆนี้มีร้านกาแฟ เขาก็อ้างว่าอยากเข้าห้องน้ำ เธอบอกว่าร้านกาแฟมีห้องน้ำ

    พุฒิเมธตัดพ้อว่าจะเลี่ยงอะไรตนนักหนา ทีกับหมาจรจัดเธอยังใจดีกับมัน แต่กับตนไม่เห็นใจดีเลย

    วิญญาณณฤทธิ์บ่นว่า “แล้วแกจะไปยุ่งอะไรกับเขา” พอเห็นบุญสิตาเข้าบ้านก็ตามไปทันที

    ทรายแอบดูอยู่ในบ้านเห็นพุฒิเมธก็จำได้ว่าเป็นนายแบบ พอบุญสิตาเข้าบ้านก็ถามว่าใครมาส่ง นายแบบชื่อพุฒิเมธหรือเปล่า ดูถูกว่าน้ำหน้าอย่างเธอไม่น่าจะรู้จักคนดังอย่างนั้น

    สมศรีกลับมาพอดี ทรายถามว่าทำไมกลับมาเร็วจัง สมศรีบ่นว่าวันนี้มือไม่ขึ้น ชักสีหน้าถามบุญสิตาว่าหายไปไหนแต่เช้า ทรายถล่มทันทีว่าเห็นออกไปกับผู้ชาย งานบ้านก็ยังไม่ได้ทำเลย

    “พี่ซินเขาจะออกไปกับใครก็เรื่องของเขา พี่จะไปยุ่งเรื่องคนอื่นทำไม แย่งแฟนเขาไปยังไม่พออีกเหรอ หรืออิจฉาอยากจะแย่งไปอีก” ซันเข้ามาพูดแทรกขึ้น

    วิญญาณณฤทธิ์ดูเหตุการณ์ตลอด เขาเดาว่าสมศรีคงเป็นแม่เลี้ยง ส่วนซันเข้าข้างบุญสิตาคงเป็นพ่อเดียวกันแน่ คิดสนุกๆว่า บุญสิตาเป็นนางซินสมชื่อจริงๆ

    ทั้งสมศรีและทรายต่างใช้งานบุญสิตาทั้งทำความสะอาดห้องน้ำ เย็บผ้าที่สั่งไว้ ถามว่าเย็บหรือยัง พอรู้ว่ายังก็สั่งให้ไปแก้เดี๋ยวนี้เลย บุญสิตาขอเป็นพรุ่งนี้ได้ไหมเพราะตนต้องออกไปทำงานแล้ว

    “ไม่ได้ ฉันจะใส่คืนนี้เหมือนกัน”

    “ค่ะ ได้ค่ะ”

    วิญญาณณฤทธิ์เห็นแล้วอึ้ง “ยอมง่ายๆงี้เหรอ เป็นฉันหน่อยไม่ได้ ฉันไม่ยอมหรอก” บ่นสมเพชว่า “ฉันตายไปแล้วยังมีชีวิตชีวากว่าเธออีก ทำไมเธอถึงใช้ชีวิตซังกะตายยิ่งกว่าคนตายแบบนี้”

    วิญญาณณฤทธิ์ส่ายหน้า อยากให้บุญสิตามีชีวิตที่ดีกว่านี้ คิดถึงอดีตที่เห็นบุญสิตาทำงานเสิร์ฟในผับ ถูกเพื่อนร่วมงานจิกหัวใช้เอาเปรียบสารพัด เธอก็ยอมทุกอย่าง ซ้ำยังถูกหนุ่มกลัดมันลวนลามอีก แต่วิญญาณณฤทธิ์ตามไปสิงร่างบุญสิตาสั่งสอนหนุ่มกลัดมันจับแก้ผ้าใช้ลิปสติกเขียนประจานว่า

    “ขยะสังคม”

    คืนนั้นบุญสิตาถูกวิญญาณณฤทธิ์เข้าสิง บุคลิกเธอกลายเป็นสาวเปรี้ยว มั่นใจตัวเองจนเพื่อนพนักงานแปลกใจ และเธอก็ประกาศลาออกจากงาน

    รุ่งขึ้นเมื่อเธอกลับมาเป็นตัวเอง เธอตกใจหากระเป๋าไม่เจอ เสื้อผ้าที่ใส่ก็กลายเป็นถูกฉีกจนเซ็กซี่ พยายามหาแว่นตาก็ไม่เจอ แปลกใจว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น โทรศัพท์ไปที่ร้าน พอมีคนรับสายก็ถาม

    “สวัสดีค่ะ นี่ซินเองนะคะพี่ ซินลืมกระเป๋าไว้ที่ร้านเมื่อคืนรึเปล่าคะ...อะไรนะคะ ซินอาละวาดทำลายของที่ร้านเหรอคะ...ซินเนี่ยนะมีเรื่องกับลูกค้า แล้วทำร้ายร่างกายลูกค้า...ซินลาออกจากงานเหรอคะ...”

    บุญสิตาเครียด ไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น? ลงมาเห็นสภาพบ้านเละเทะไปหมดก็ถามซันว่าเกิดอะไรขึ้นพี่ทรายโมโหอะไรทำไมบ้านถึงเป็นแบบนี้

    “ใช่ฝีมือพี่ทรายที่ไหน ฝีมือพี่ซินนั่นแหละ”

    “ฝีมือพี่เหรอ...พี่ทำอะไร??”

    ซันจึงเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟังว่า พอเธอกลับมาถูกทรายจิกหัวใช้แทนที่จะตอบ ค่ะ...ค่ะ เหมือนเคย เธอกลับต่อต้านเอาผ้าในมือไปคลุมหัวทราย เลยดิ้นสู้กัน ทรายบอกว่าจะฟ้องแม่

    “ฟ้องเลย...แล้วบ้านนี้อยากให้สะอาดนักใช่ไหม” พูดแล้วไปล้มข้าวของกระจัดกระจายไปทั้งบ้าน ทรายสั่งให้เก็บ “ไม่เก็บ! แล้วก็จำไว้ว่าต่อไปนี้ ร่างนี้เป็นของฉัน แกห้ามยุ่งห้ามแตะต้องเด็ดขาด ชัดนะ!”

    บุญสิตาพูดแล้วเดินเชิดออกไปเลย ทั้งทรายและซันต่างมองอึ้ง

    ฟังซันเล่าแล้ว บุญสิตาถามว่าตนทำอย่างนั้นจริงหรือ ซันถามว่าเมื่อคืนเมายากลับมาหรือไง

    “ผมว่าพี่ท่าทางแปลกๆ คงเก็บกดที่โดนพี่ทรายกดขี่มาตลอดใช่ไหม มันคงเป็นจิตใต้สำนึกของพี่สินะ” บุญสิตาบอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน ซันชมว่า “แต่พี่เป็นแบบเมื่อคืนก็ดีนะ ผมชอบ”

    “แล้วพี่ทรายอยู่ไหนเหรอ”

    “ไม่ออกจากห้องตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” ซันพูดขำๆ บุญสิตาเครียดนึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 21:10 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์