ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ใจเด็ดไม่อยากให้สรนุชเข้าใจตนเองผิดๆ รีบมาหาที่ห้องพักเพื่อจะเคลียร์ตัวเอง แต่กลับพบว่าสรนุชแจ้งความเอาผิดเขาไว้แล้ว ตำรวจเชิญใจเด็ดไปให้ปากคำที่โรงพัก โดยมีสรนุชกับอรอนงค์ในฐานะเจ้าทุกข์ตามไปด้วย ใจเด็ดปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและไม่ยอมสารภาพในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ทำ สรนุชโกรธที่ใจเด็ดทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด ไม่อยากเสวนาด้วย พูดผ่านร้อยเวรตลอดทั้งๆที่นั่งอยู่ติดกัน ร้อยเวรเหลืออดตวาดลั่น

“เว้ย...ก็นั่งกันอยู่แค่นี้ ทำไมไม่คุยกันเองละครับ”

ทั้งสรนุชและใจเด็ดมองหน้ากันก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปคนละทาง โชคชัยได้ข่าวสรนุชโดนปาขี้ควายใส่ รีบตามมาดูด้วยความเป็นห่วง เห็นหน้าใจเด็ดก็ต่อว่าต่อขานเป็นการใหญ่

“นี่นายกฯก็คิดว่าผมเป็นคนทำหรือ...อ้อ...ลืมไป ตอนนี้นายกฯได้ตำแหน่งองครักษ์พิทักษ์รถไถอีกตำแหน่งหนึ่งแล้วนี่” ใจเด็ดว่าประชด โชคชัยโกรธเข้าไปกระชากคอเสื้อใจเด็ดอย่างเอาเรื่อง ด่าใส่หน้าว่าทำแบบนี้ไม่สมกับเป็นลูกผู้ชาย ร้อยเวรเห็นท่าไม่ดีรีบแยกใจเด็ดออกห่าง ขณะที่สรนุชกับอรอนงค์ช่วยกันดึงตัวโชคชัยไว้

“แล้วเท่าที่นายกฯรู้จักผมมา...ผมเป็นคนอย่างนั้นหรือเปล่า” ใจเด็ดว่าพลางจ้องตาโชคชัยเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง เนื่องจากตำรวจไม่มีหลักฐานเพียงพอ ใจเด็ดจึงไม่ถูกดำเนินคดี...

ทันทีที่เจนจิรารู้ข่าวว่าใจเด็ดถูกตำรวจเชิญตัวมาสอบปากคำ รีบตามมาที่โรงพัก เห็นสรนุชกับอรอนงค์ อยู่ที่นั่นด้วย เดาได้ไม่ยากยัยแม่มดรถไถต้องเป็นคนแจ้งจับใจเด็ด ปรี่จะเข้าหา ใจเด็ดต้องขวางไว้ โชคชัยกันตัวสรนุชแยกไปอีกทางหนึ่งโดยมีอรอนงค์รีบเดินตาม ใจเด็ดเห็นภาพโชคชัยประคองสรนุชยิ่งปวดใจ...

ไม่นานนัก โชคชัยพาสรนุชกับอรอนงค์มาส่งที่หน้าออฟฟิศ สรนุชขอบคุณเขามากที่เป็นธุระจัดการทุกอย่างให้ โชคชัยกลับขอโทษสรนุชที่เขาเป็นถึงนายกอบต. แต่ปล่อยให้เธอถูกคนลอบเอาขี้ควายปาใส่ ถือว่าเขาบกพร่องต่อหน้าที่ สรนุชไม่อยากให้โชคชัยโทษตัวเอง

“คุณนุชครับ...ผมขอสัญญาว่าต่อไปนี้ ผมจะปกป้องดูแลคุณนุชให้ดีกว่านี้ ผมกลับก่อนนะครับ”

สรนุชมองตามโชคชัยไปจนลับสายตาแล้วขยับจะเข้าข้างใน อรอนงค์ดึงมือเธอไว้ ถามว่าแน่ใจแล้วหรือที่แจ้งตำรวจจับใจเด็ด สรนุชจะไม่ยอมปล่อยให้คนชั่วลอยนวลเด็ดขาด และที่สำคัญ ถ้าชาวบ้านได้ยินเรื่องนี้รับรองว่าใจเด็ดต้องถูกกลบมิดดินไม่ได้ผุดได้เกิด เธอจะพลิกวิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาส

“ในเมื่อพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ แล้วทำไมโอกาสจะพลิกเป็นวิกฤติไม่ได้...แกลองคิดดูถ้าตำรวจพิสูจน์ออกมาว่าไม่ใช่ฝีมือของคุณใจเด็ด ชาวบ้านก็ต้องคิดว่าเราใส่ร้ายคุณใจเด็ดแน่ๆ”

“เป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ฝีมือนายนั่นแล้วจะเป็นแมวตัวไหน” สรนุชยิ่งพูดยิ่งแค้นใจ

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน บนถนนสายเปลี่ยวนอกหมู่บ้าน ชิดชัยยื่นเงินค่าจ้างให้กับชายวัยรุ่นคนหนึ่ง แล้วกำชับให้ช่วงนี้ทำตัวเงียบๆเข้าไว้ ชายวัยรุ่นรีบยัดเงินใส่กระเป๋า ถ้าชิดชัยมีงานง่ายๆแบบนี้อีก เรียกใช้เขาได้ทุกเวลา

“เออ...ไปได้แล้ว อย่าลืมล่ะว่าแกไม่รู้จักฉัน”

ชายวัยรุ่นพยักหน้ารับคำ มองซ้ายมองขวาก่อนจะก้าวฉับๆ จากไป ลูกน้องคนสนิทของชิดชัยชมเปาะว่า ลูกพี่สุดยอดมาก งานนี้ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งหลายตัว แล้วหลังจากนี้ลูกพี่จะทำอย่างไรต่อ

“ตีเหล็กมันต้องตีตอนร้อนสิวะ” ชิดชัยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที...

ขณะที่แผนใส่ร้ายใจเด็ดของชิดชัยสำเร็จด้วยดี สุบินซึ่งอยู่ที่เรือนรับรองภายในสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์กำลังคุยโทรศัพท์กับผู้จัดละครว่าได้พล็อตเรื่องเพิ่มเติม โดยเอาเหตุการณ์ปาขี้ควายมาใส่ในละครด้วย ผู้จัดละครชอบใจมาก สั่งให้ส่งบทมาเร็วๆ สุบินได้ยินเสียงเหมือนมีคนมา ชะโงกหน้าออกไปดู เห็นเจนจิราเดินหน้าเครียดขึ้นมาบนเรือนรับรอง รีบบอกผู้จัดละครว่า มีธุระด่วนต้องทำ แล้วจะติดต่อกลับไป ก่อนจะวางสาย

เป็นจังหวะเดียวกับเจนจิราเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี หญิงสาวนิ่วหน้าสงสัยสุบินคุยกับใครอยู่ สุบินอ้างว่าเวลาคิดบทละครชอบพูดคนเดียว

“คิดบท?...แล้วไอ้เรื่องที่ฉันให้เปลี่ยนผ้าปูที่นอนเรือนรับรองทั้งหมดเสร็จหรือยัง”

“ยัง...เพราะฉันไม่เชื่อว่าไอ้การปูที่นอนมันเกี่ยวกับข้อมูลควายที่ฉันอยากรู้”

เจนจิราไม่สนจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว ถ้าสุบินไม่ยอมทำ เธอจะไปบอกใจเด็ดว่าเขาไม่ผ่านการทดสอบ สุบินเห็นเจนจิราท่าทางเอาจริง จำต้องยอมทำตามที่เธอสั่ง

สักพัก สมหญิงเข้ามาถามเจนจิราว่าจะฝากซื้อของอะไรหรือเปล่าใจเด็ดจะไปตลาด แล้วเหลือบไปเห็นสุบินกำลังขะมักเขม้นเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ชมว่าขยันจริงๆ บ้านรับรองพวกนี้ไม่ค่อยมีคนมาพักยังอุตส่าห์ช่วยเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ สุบินโกรธจัดที่ถูกหลอกให้ทำเรื่องไร้สาระ ตำหนิเจนจิราทำอย่างนี้มันมากเกินไปแล้ว

“ไม่หรอก...ถ้าเทียบกับสิ่งที่นายกับพวกเพื่อนนายทำ...ตอนนี้ฉันยังเชื่อว่านายคือสายลับคาบาตี้ ฝากไปบอกเพื่อนนายด้วยว่าแผนใส่ร้ายหัวหน้าน่ะ...มันเลวมาก” เจนจิราด่าจบ เดินกระแทกเท้าออกไป

ooooooo

ระหว่างที่ใจเด็ดกำลังซื้อข้าวสารอาหารแห้งอยู่ที่ร้านขายของชำในตลาด ได้ยินแม่ค้าขายผักซุบซิบนินทากับเจ๊เจ้าของร้านขายของชำว่าเขาต่อสู้ขัดขืนหนีการจับกุมของตำรวจในคดีปาขี้ควายใส่สรนุชถึงได้มาเดินลอยชายอยู่แถวนี้ ใจเด็ดทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว รีบอธิบายให้ทุกคนฟังว่า

“ผมไม่ได้ต่อสู้การจับกุม ผมไม่ได้ทำอะไรผิด...ตำรวจเขาก็เลยปล่อยผมมา”

“เห็นไหม...ฉันบอกแล้วว่าหัวหน้าไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย” แม่ค้าขายผักหันไปบอกเจ๊

“นั่นน่ะสิ...หัวหน้าอย่าโกรธพวกเราเลยนะ พวกเราได้ยินคนอื่นเขาพูดมาอย่างนั้น” เจ๊เสียงอ่อนเสียงหวาน แต่พอใจเด็ดขึ้นรถขับออกไป เจ๊หันไปนินทากับเฮียผัวของเธอทันที

“โอ๊ย...ใครจะไปเชื่อ ฉันว่าต้องเป็นฝีมือของหัวหน้านั่นแหละ ผู้หญิงเขาไม่รับรักก็เลยแค้นไง”

ทุกคนพยักพเยิดเห็นด้วย แล้วจับกลุ่มนินทาใจเด็ดอย่างมันปากกันต่อไป...

ทางด้านใจเด็ดขับรถออกจากตลาดกำลังจะเลี้ยวขึ้นถนนใหญ่ ต้องชะงักเมื่อเห็นคนขี่จักรยานผ่านหน้ารถใส่เสื้อที่เขาซื้อให้สรนุช ใจเด็ดรีบเบนรถจอดข้างทาง ตะโกนเรียกให้หยุดก่อน แต่คนขี่จักรยานเลี้ยวเข้าซอยไปเสียก่อน ใจเด็ดยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งตาม...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สรนุชกับอรอนงค์เพิ่งเสร็จงาน ขณะอรอนงค์กำลังควานหากุญแจจะล็อกประตูทางเข้า

บริษัท สรนุชเห็นคนขี่จักรยานใส่เสื้อที่ใจเด็ดซื้อให้เธอผ่านหน้าไป นึกขึ้นได้ว่าวันนั้นเธอกับใจเด็ดออกจากป่าลืมเสื้อตัวนี้ทิ้งไว้ นึกเสียดายขึ้นมา บอกให้อรอนงค์ไปเจอกันที่ห้องพัก แล้วรีบวิ่งตามคนขี่จักรยาน

ไม่นานนัก สรนุชวิ่งมาถึงริมนํ้า เห็นคนขี่จักรยานนั่งทอดอารมณ์ชมจันทร์อยู่ รีบวิ่งเข้าไปหา คนขี่จักรยานซึ่งเป็นคนหาของป่าหันมาเห็นสรนุชยืนหอบพร้อมกับชี้โบ๊ชี้เบ๊มาที่ตนเอง เข้าใจผิดคิดว่าจะขอซื้อมะไฟที่อยู่ในกระสอบ สรนุชส่ายหน้า ไม่ได้ต้องการมะไฟ แต่อยากได้เสื้อของเธอคืน คนหาของป่าไม่ให้ อ้างว่าเจอเสื้อตัวนี้ทิ้งอยู่ในป่า ใครเจอก็ต้องเป็นของคนนั้น แล้วคว้ากระสอบใส่มะไฟจะเดินหนี

“ฉันให้พันหนึ่ง...ขายเสื้อตัวนี้ให้ฉันแล้วกัน”

สรนุชต่อรอง

คนขายของป่าเห็นสรนุชอยากได้เสื้อมากเลยโก่งราคา สรนุชจำต้องให้เงินตามที่คนหาของป่าต้องการ...

ฝ่ายใจเด็ดคลาดกับคนหาของป่า กำลังจะกลับไปที่รถ แต่เหยียบเข้ากับลูกมะไฟเสียก่อน นึกถึงตอนที่เจอคนหาของป่าขี่จักรยานผ่านหน้ารถของเขา จำได้ว่าคนขายของป่าถือถุงกระสอบขาดๆใบหนึ่งอยู่ในมือ ตัดสินใจวิ่งตามมะไฟที่ร่วงตามพื้นมาจนถึงริมนํ้า ต้องแปลกใจที่เจอสรนุชนั่งมองเสื้อที่เขาให้ สรนุชหันมาเห็นใจเด็ดก็แปลกใจเช่นกัน ทำไมเขามาอยู่ตรงนี้ หรือว่าจะหาอะไรมาลอบทำร้ายเธออีก

“ผมไม่ได้ตามคุณมา...ผมมาตามเสื้อของผม...ขอเสื้อให้ผมด้วย”

“นายเป็นคนประเภทไหนเนี่ย ให้เขาแล้วจะมาทวงคืนได้ไง” สรนุชต่อว่าเสร็จเอาเสื้อไปซ่อนไว้ข้างหลัง

ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าหา สรนุชถอยกรูดจะหงายหลังตกนํ้า ใจเด็ดรีบคว้าตัวเธอไว้ได้ทัน ใบหน้าทั้งคู่เกือบชนกัน ต่างคนต่างตะลึงงัน ใจเด็ดได้สติก่อน ถอยหนีพร้อมกับดึงเสื้อในมือสรนุชไปด้วย หญิงสาวไม่ยอมให้ ยื้อไว้สุดฤทธิ์ ยื้อกันไปยื้อกันมาเสื้อขาดแควก ใจเด็ดตกใจรีบปล่อยมือขณะที่สรนุชมองเสื้อนํ้าตาคลอ

“นายอยากได้มันคืนมากใช่ไหม” สรนุชปาเสื้อใส่หน้าใจเด็ด แล้วผละจากไปด้วยความเสียใจ...

ใจเด็ดเองก็เสียใจไม่ต่างจากสรนุช นำเสื้อตัวนั้นกลับมาแอบซ่อมที่บ้านพักไม่ให้เกริกไกรเห็น เขานั่งเย็บตะเข็บใหม่อย่างตั้งใจ แต่ด้วยความที่เย็บผ้าไม่เป็นถูกเข็มทิ่มจนนิ้วเยินไปหมด แต่ยังแข็งใจเย็บจนเสร็จ

ooooooo

สรนุชกับอรอนงค์ประหลาดใจที่เช้านี้มีลูกค้ามาที่บริษัทรถไถกันหนาตา สรนุชรีบแจกโบรชัวร์ให้ลูกค้า พร้อมกับยื่นข้อเสนอพิเศษให้ พวกนั้นไม่สนใจกลับสอบถามเธอถึงเหตุการณ์ที่โดนขี้ควายปาใส่ ลูกค้าบางรายถามตรงๆเลยว่าใจเด็ดเป็นคนทำหรือเปล่า สรนุชตอบไม่ได้ เกรงจะเสียรูปคดี แล้วชักชวนลูกค้าให้หันมาสนใจรถไถ แต่พวกนั้นอยากรู้เรื่องที่เธอโดนขี้ควายปาใส่มากกว่า สรนุชเหลืออดโวยลั่น

“โทษนะคะ...ถ้าใครอยากรู้เรื่องนี้ให้ถามทางตำรวจดีกว่าค่ะ เพราะตำรวจห้ามไม่ให้เราพูดอะไร”

ในเมื่อไม่ได้คำตอบ พวกลูกค้าพากันทยอยกลับ อรอนงค์กับสรนุชหน้าเครียด ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว พวกเธอยังขายรถไถไม่ได้สักคัน แต่แล้วเหมือนสวรรค์เมตตา ตาแมงมาวางเงินจองรถไถไว้หนึ่งคัน สรนุชกับอรอนงค์ดีใจจนพูดอะไรไม่ออก...

หนองระบือเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ข่าวต่างๆที่เกิดขึ้นที่นี่จึงแพร่สะพัดได้เร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เรื่องตาแมงจองรถไถก็เช่นกัน ผ่านไปไม่นานนัก ก็รู้ถึงหูพวกกระบือ–บาล ใจเด็ด เกริกไกร และเจนจิรารีบตรงไปบ้านตาแมงเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ยกเลิกใบจอง ตาแมงทำไม่ได้ เพราะตกลงกับญาติพี่น้องไว้แล้ว ถ้าไม่ร่วมมือด้วย พวกนั้นจะหาว่าไม่เอาพี่เอาน้อง ใจเด็ดมองตาแมงอย่างเข้าใจ แล้วถามถึงควายสามตัวที่ตาแมงเลี้ยงไว้จะทำอย่างไร

“ไอ้แดงกับไอ้ดำก็คงจะเอาไปขายเพื่อมาเป็นเงินเอาไว้ผ่อนรถไถ ส่วนเจ้าศรี...เอ่อ...ผมกะว่า...”

“จะขายมันให้กับโรงฆ่าสัตว์หรือ” เกริกไกรต่อประโยคให้ตาแมงจนจบ

“ทำได้ยังไงตาแมง ตอนนี้มันกำลังท้องอยู่นะ...พี่เด็ด ลูกเจ้าบุเรงนอง” เจนจิราฮึดฮัดไม่พอใจ ใจเด็ดต้องปรามเจนจิรา แล้วหันไปขอร้องตาแมงจะให้ทำอะไรให้ เขายอมทุกอย่าง ขออย่างเดียวอย่าเอาเจ้าศรีไปขายโรงฆ่าสัตว์ ตาแมงขอโทษใจเด็ดที่ทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะวางเงินจองรถไถไปแล้ว...

ในเวลาต่อมา ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ สุบินเห็นใจเด็ดกับพวกกลับมาถึงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เข้าไปสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใจเด็ดไม่มีอารมณ์จะตอบขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ แล้วเดินเลี่ยงเข้าสำนักงานไปกับเกริกไกร สุบินยิ่งสงสัยหนัก หันไปถามเจนจิราแทนว่ามีเรื่องอะไรกันแน่

“นายไม่ต้องทำหน้าเซ่อหรอก เพื่อนนายคงฝากให้มาดูหน้าพวกเราใช่ไหมว่าการที่ควายถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์แล้วพวกเรารู้สึกยังไง...ชาวบ้านซื้อรถไถคันหนึ่งก็เท่ากับควายถูกฆ่าตัวหนึ่งเหมือนกัน”

คำพูดของเจนจิราทำให้สุบินใบ้กิน ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเรื่องเช่นนี้...

ระหว่างที่สรนุช อรอนงค์ ชิดชัย และพนักงานทุกคนกำลังดีใจที่ความพยายามตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาสัมฤทธิผล ในที่สุดก็มีคนสั่งจองรถไถ สรนุชชูใบจองของตาแมงให้ทุกคนดู พร้อมกับปลุกเร้าให้ทุกคนฮึกเหิม

“ในวันนี้เรามีคันแรก...คันที่สอง คันที่สามแล้วคันที่ร้อยจะตามมาใช่ไหม”

พนักงานตบมือกันดังสนั่นแทนคำตอบ ทันใดนั้นสุบินเปิดประตูห้องประชุมผลัวะเข้ามา ทุกคนชะงักหันมองสุบินเป็นตาเดียวกัน สุบินไม่รอช้า ขอคุยกับสรนุชและอรอนงค์เป็นการส่วนตัว...

ครู่ต่อมา สรนุชกับอรอนงค์พาสุบินไปที่ห้องทำงานของสรนุช สุบินขอร้องสรนุชให้เลิกขายรถไถได้แล้ว นี่ไม่ใช่แค่การแพ้ชนะระหว่างเธอกับใจเด็ดแต่หมายถึงชีวิตของควาย ขายรถไถได้หนึ่งคันเท่ากับควายถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์หนึ่งตัว สรนุชโกรธคิดว่าพวกกระบือบาลสั่งให้สุบินมาพูดแบบนี้เพื่อเธอจะได้ขายรถไถไม่ได้

“นุช...ฉันไม่ใช่คนเอาเรื่องความเป็นความตายมาล้อเล่นแกก็รู้ ถ้าแกไม่เชื่อ แกก็ไปดูด้วยตาตัวเอง” นํ้าเสียงจริงจังของสุบินทำให้สรนุชเริ่มเป็นกังวล

ooooooo

อีกมุมหนึ่งของบริษัทคาบาตี้ ชิดชัยกับลูกน้องคนสนิทมองไปทางห้องทำงานของสรนุชอย่างสอดรู้สอดเห็น ชิดชัยสงสัยสุบินอาจจะเป็นสายลับที่แฝงตัวเข้าไปอยู่กับพวกกระบือบาลคอยส่งข่าวให้สรนุช จะเข้าไปแอบฟังใกล้ๆ แต่มีเสียงเตือนจากมือถือ ของตัวเองดังขึ้นเสียก่อน ชิดชัยเห็นข้อความเตือนบนหน้าจอมือถือว่า

“พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของผู้พันชาญณรงค์”

แผนชั่วร้ายผุดขึ้นมาในสมองของชิดชัยทันที เขาล้มเลิกความตั้งใจจะแอบฟังสรนุชกับพวก รีบตรงไปหาผู้พันชาญณรงค์ที่บ้าน วางแผนจะใช้งานวันเกิดของผู้พันเฒ่าเล่นงานทั้งสรนุชและใจเด็ดไปพร้อมๆกัน ผู้พันชาญณรงค์จะทำอย่างไรก็ได้ ขอเพียงให้ใจเด็ดมางานนี้ให้ได้

ส่วนสรนุชปล่อยให้เป็นหน้าที่ชิดชัยจัดการ เขาจะอ้างว่าผู้พันชาญณรงค์จะเลี้ยงฉลองให้เธอที่ขายรถไถคันแรกได้ ค่าใช้จ่ายในการจัดงานครั้งนี้ ชิดชัยจะรับผิดชอบเองทั้งหมด...

สรนุชไม่เชื่อคำพูดของสุบิน จึงไปที่บ้านตาแมงเพื่อพิสูจน์ให้เห็นด้วยตาตัวเอง เป็นจริงอย่างที่สุบินพูด คนงานจากโรงฆ่าสัตว์กำลังช่วยกันดึงควายของตาแมงขึ้นท้ายรถกระบะหกล้อ สรนุชพยายามขอร้องตาแมงให้เก็บควายไว้อย่าขายให้โรงฆ่าสัตว์ ตาแมงยืนยันคำเดิมเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ แล้วเข้าไปช่วยคนงานดันควายขึ้นรถ สรนุชถึงกับอึ้งเมื่อเห็นสายตาของควายที่จ้องมาทางเธอ เหมือนมันรู้ว่ากำลังจะถูกส่งไปไหน

“ที่จริงคุณน่าจะดีใจนะ...คุณเองก็ไม่อยากเห็นควายพวกนี้อยู่แล้วนี่” ตาแมงพูดกับสรนุชจบ หันไปรับเงินจากคนงาน สรนุชมองควายด้วยความสงสาร...

ขณะที่สรนุชเพิ่งประจักษ์ว่าควายก็มีหัวจิตหัวใจเหมือนกัน ใจเด็ดแวะไปขอโทษสายใจที่โกศของมันที่ไม่สามารถทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะไม่ยอมให้รถไถ มาแทนที่ควายเด็ดขาด

“ควายพวกนั้นต้องตายเพราะฉัน ฉันมันอ่อนแอ...ฉันดูแลพวกมันไม่ได้” ใจเด็ดทรุดลงกับพื้นทุบดินด้วยความเจ็บชํ้าใจ จังหวะนั้น หลวงพ่อทราบเรื่องควายของตาแมง เข้ามาเตือนสติให้ใจเด็ดเลิกโทษตัวเองได้แล้ว

“สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้ ล้วนมีกรรมเป็นของตนเอง อาตมารู้ว่าโยมรักควาย อยากช่วยชีวิตควายพวกนั้น แต่โยมจะช่วยได้สักกี่ตัว ถึงควายพวกนั้นไม่ได้ถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์ สักวันหนึ่งมันก็ต้องตายไปตามอายุขัยของมัน จำไว้นะโยม...คนเราจะฝืนอะไรก็ฝืนได้แม้แต่ใจตัวเอง แต่เราจะฝืนกรรมไม่ได้”

ใจเด็ดสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิดถึงสิ่งที่หลวงพ่อสั่งสอน

ooooooo

สนามหญ้าบ้านผู้พันชาญณรงค์ถูกตกแต่งอย่างสวยงามสำหรับงานเลี้ยงที่จะมีขึ้นในคํ่าคืนนี้ เวทีเล็กๆ ถูกจัดเตรียมไว้ที่มุมหนึ่งของสนาม โดยมีผู้พันชาญณรงค์ คอยสั่งงานอยู่ใกล้ๆ ช่อผกาแต่งตัวสวยเตรียมจะออกไปข้างนอก ผู้พันชาญณรงค์รู้ว่าลูกสาวต้องแวะไปหาใจเด็ด รีบทำตามแผนการที่วางไว้

“ถ้าแกจะไปหาไอ้ใจเด็ด ก็ชวนมางานวันเกิดพ่อคืนนี้ด้วยกันสิ”

“ไม่สบายหรือเปล่าพ่อ...ทำไมปีนี้ถึงให้พี่ใจเด็ดมางานด้วย” ช่อผกาแกล้งเอามืออังหน้าผากพ่อ

“ก็ไม่มีอะไร...พ่อก็แค่อยากเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆในวันเกิด แต่...ไอ้หมอนั่นมันคงไม่มาหรอก มันเกลียดพ่ออย่างกับอะไรดี” ผู้พันชาญณรงค์ทำหน้าทำตาน่าสงสาร ช่อผการับรองว่าจะชวนใจเด็ดมางานวันเกิดของพ่อให้ได้ แล้วเดินฉีกยิ้มออกไปอย่างมีความสุข ขณะที่ผู้พันชาญณรงค์ยิ้มเจ้าเล่ห์...

ช่อผกาเจ้าเล่ห์ไม่แพ้พ่อของตัวเอง รอเวลาจนใกล้คํ่า จึงขี่มอเตอร์ไซค์มาที่หน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เหลียวซ้ายมองขวาเห็นปลอดคน รีบเข็นมอเตอร์ไซค์ลงคูนํ้าข้างทาง แล้วเข้าไปขอให้ใจเด็ดช่วยไปส่งเธอที่บ้านจะได้ให้สมคิดมาลากรถของเธอขึ้นจากคูนํ้า ใจเด็ดหลงเชื่อ ชวนเกริกไกรไปส่งช่อผกาด้วยกัน

ครู่ต่อมา รถของใจเด็ดแล่นมาจอดหน้าบ้าน

ผู้พันชาญณรงค์ เห็นบ้านประดับประดาไฟสว่างไสว เกริกไกรอดแซวไม่ได้ ใครมาจัดงานวัดที่นี่ พอรู้ว่าเป็นงานวันเกิดของผู้พันชาญณรงค์ ใจเด็ดขอตัวกลับ ช่อผการีบดึงแขนเขาไว้ ขอร้องให้เข้าไปสักครู่ก่อน ใจเด็ดเหลือบเห็นสรนุชกับอรอนงค์เดินเข้าไปข้างในงานถึงกับหยุดกึก เกริกไกรมองตามสายตาใจเด็ด เห็นอรอนงค์อยู่ในงาน ดีใจจนออกนอกหน้า

“แต่ฉันว่าเราเข้าไปหน่อยก็ดีนะ ขับรถมาตั้งไกลหิวน้ำจะแย่แล้ว” เกริกไกรพูดจบ จ้ำอ้าวเข้างานไม่สนใจคำทักท้วงของใจเด็ด ช่อผกาคะยั้นคะยอให้เขาเข้าไปกินน้ำกินท่าก่อนเดี๋ยวค่อยกลับ ใจเด็ดสีหน้าหนักใจ...

ที่มุมหนึ่งของงาน สรนุชแอบนัดแนะกับอรอนงค์ สามทุ่มเมื่อไหร่เราสองคนจะขอตัวกลับทันที อรอนงค์ ต่อรองขออยู่แค่สองทุ่มได้ไหม สรนุชส่ายหน้าทำอย่างนั้นน่าเกลียดเกินไป ทันใดนั้น มีเสียงช่อผกาดังขึ้น

“ใครเชิญพวกเธอมาไม่ทราบ”

สรนุชหันขวับ ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นช่อผกาควงแขนใจเด็ดอยู่ บอกเสียงเขียวให้ช่อผกาไปถามผู้พันชาญณรงค์เอาเองถ้าอยากรู้ว่าใครเชิญ ช่อผกามองสรนุชหมั่นไส้   แล้วชวนใจเด็ดเดินต่อ ยังไม่ทันจะขยับ ผู้พันชาญณรงค์เข้ามาทักใจเด็ดเสียก่อน ใจเด็ดเหม็นขี้หน้าผู้พันเฒ่ารีบชวนเกริกไกรกลับ

“ฉันก็นึกว่าพวกนายเป็นลูกผู้ชาย...ฉันรู้ว่าเราไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่ แต่พวกนายไม่แปลกใจเหรอที่วันนี้ฉันชวนนายอยู่ด้วย...คนเราน่ะนะ ถ้าเป็นลูกผู้ชายจริงต้องใจกว้างหน่อย”

“ปล่อยเขาเถอะค่ะผู้พัน”

สรนุชพยายามไล่ใจเด็ดทางอ้อม เพราะรู้ว่าผู้พันตัวแสบกำลังจะทำอะไร แต่ใจเด็ดกลับเข้าใจผิดคิดว่าเธอสบประมาท จึงรับปากผู้พันชาญณรงค์จะอยู่ร่วมอวยพรวันเกิด ช่อผกาดีใจโผกอดใจเด็ด...

จากนั้น สรนุช อรอนงค์ ใจเด็ด เกริกไกร และ

ช่อผกามานั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเจ้าของงานวันเกิด สรนุชเป็นห่วงใจเด็ด บอกให้อรอนงค์ช่วยไปบอกเกริกไกรให้พาใจเด็ดกลับ งานนี้ผู้พันชาญณรงค์ตั้งใจจะจัดเพื่อฉลองให้พวกเรา เธอไม่อยากตกเป็นเครื่องมือให้ผู้พันนั่นเล่นงานใจเด็ด อรอนงค์ยังไม่ทันจะอ้าปากบอกเกริกไกร ผู้พันชาญณรงค์ลุกขึ้นพร้อมกับชูแก้วเครื่องดื่มชวนทุกคนดื่มให้กับความใจกว้างของใจเด็ด ทั้งๆที่รู้ว่าวันนี้เป็นงานวันเกิดของเขา และเป็นงานฉลองชัยชนะให้กับรถไถคันแรกของคาบาตี้

“อย่างนี้มันมากเกินไปแล้ว” เกริกไกรโกรธจัดทุบโต๊ะเปรี้ยงจะเข้าไปเอาเรื่อง ใจเด็ดต้องปราม

“หมอใจเย็นๆ...ต้องขอโทษด้วยนะครับผู้พัน...ถ้าผู้พันจะคิดว่าการทำอย่างนี้แล้วจะทำให้ผมเจ็บใจ...ผู้พันคิดผิด ผมเองไม่ได้รู้สึกอะไรเลยกับงานเลี้ยงปลอบใจตัวเองของผู้พันในวันนี้”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี เพราะฉันไม่อยากให้นายกลับก่อนที่จะได้ดูโชว์พิเศษ เอ่อ...ผมขอตัวไปดูอาหารให้ทุกคนหน่อยนะครับ” ผู้พันชาญณรงค์ยิ้มให้ทุกคนก่อนจะเดินออกไป ใจเด็ดจ้องหน้าสรนุชราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ...

เกริกไกรเจ็บใจมากทนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารต่อไปไม่ไหว ลุกออกไประบายแค้นในสวน อรอนงค์ไม่อยากให้เกริกไกรเข้าใจผิดรีบตามมาอธิบายความจริงให้ฟัง

“ทั้งอรทั้งนุชต่างก็ไม่อยากมา เพราะเราก็ไม่รู้ว่าผู้พันจะเลี้ยงให้พวกเราทำไม จนพวกหมอมา ทำให้อรกับนุชรู้ว่าเรากำลังอยู่ในเกมของผู้พัน”

“ถ้างั้นผมจะเข้าไปคุยกับผู้พันเอง...ทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่...ผมจะเอาไอ้มือที่เพิ่งผสมเทียมยัดปากเขาเอง” เกริกไกรชูกำปั้นขึ้นอย่างมีอารมณ์ อรอนงค์ขอร้องอย่าทำอย่างนั้น แล้วชวนเกริกไกรไปเดินเล่นให้ใจเย็นๆก่อน แต่เดินเล่นกันได้ไม่นาน ท้องของอรอนงค์ก็ประท้วงส่งเสียงร้องจ๊อกๆด้วยความหิว

ooooooo

ผู้พันชาญณรงค์หายไปหลังบ้านสักพัก กลับมาพร้อมกับเนื้อย่างชิ้นใหญ่หอมกรุ่น ชิดชัยหั่นเนื้อแจกจ่ายให้ทุกคน โดยมีเจ้าของงานวันเกิดเชิญชวนให้ลองชิมเนื้อแสนอร่อยชิ้นนี้ ช่อผกาตักเนื้อเข้าปากเคี้ยวด้วยความเอร็ดอร่อย แล้วหันไปชวนใจเด็ดกินด้วยกัน ใจเด็ดทำท่าจะไม่กิน ผู้พันชาญณรงค์เห็นอย่างนั้นรีบพูดดักคอ

“ถ้านายไม่ลองก็ถือว่าไม่ให้เกียรติฉัน...ฉันให้เกียรตินายแล้ว นายจะไม่ให้เกียรติฉันหน่อยหรือ”

ใจเด็ดชะงัก ช่อผกาสบช่องรีบตักเนื้อป้อนใจเด็ดที่กินอย่างเสียไม่ได้

“เนื้อแกะหรือคะผู้พัน...นุ่มมากเลยนะคะ” สรนุชอดถามไม่ได้

“แกะอะไรคุณนุช...เนื้อลูกควายในท้องแม่ควายตาแมงไง” คำพูดของผู้พันชาญณรงค์ทำเอาใจเด็ดแทบช็อก พอตั้งสติได้ตบโต๊ะเปรี้ยงด้วยความโกรธ ช่อผกาต่อว่าพ่อทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วย ผู้พันสั่งให้เธอหุบปากแล้วหันไปบอกให้ใจเด็ดเลิกงมโข่งได้แล้ว ถึงเวลาแล้วที่ควายจะถูกเลี้ยงไว้เพื่อกินเนื้อเหมือนวัวเหมือนหมู

“ใช่ครับผู้พัน...ควายเราก็เอาไว้กิน...ส่วนรถไถ

เราก็เอาไว้ไถนา” ชิดชัยรีบเออออ ทำตัวเป็นขุนพลอยพยัก

ใจเด็ดโมโหจะพุ่งเข้าใส่ชิดชัย ช่อผการีบดึงไว้ ผู้พันชาญณรงค์หยิบปืนขึ้นมาวางบนโต๊ะอาหารเป็นการขู่กลายๆ ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียด ใจเด็ดกำหมัดแน่น เจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ หันมองสรนุช

“ฆาตกร” ใจเด็ดด่าเสร็จ ลุกออกจากโต๊ะอาหาร สรนุชยืนนิ่ง รู้สึกผิดที่ปล่อยให้ผู้พันตัวแสบใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้นใจเด็ด รีบตามเขาจนทันตรงหน้าบ้าน อธิบายว่าไม่เกี่ยวข้องกับแผนชั่วที่เกิดขึ้นในคืนนี้

“ขอบคุณมากคุณสรนุช...คุณทำให้คนที่กำลังจะล้มอย่างผมลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง”

เกริกไกรกับอรอนงค์เดินมาถึงพอดีงงว่าเกิดอะไรขึ้น ใจเด็ดมองหน้าสรนุชราวกับจะเผาให้มอดไหม้ ก่อนจะผลุนผลันออกไป เกริกไกรรีบวิ่งตาม ขณะที่อรอนงค์ไม่เข้าใจทำไมใจเด็ดต้องโกรธขนาดนั้น...

เจนจิราฉุนขาดเมื่อได้ฟังเกริกไกรเล่าถึงเหตุการณ์ในงานวันเกิดของผู้พันชาญณรงค์ ยิ่งเห็นใจเด็ดมีท่าทางกลัดกลุ้ม เจนจิราถึงกับฟิวส์ขาด คว้ามอเตอร์ไซค์ขับตรงไปบ้านผู้พันชาญณรงค์ทันที

ooooooo

สรนุชรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ฟันธงว่าแผนการเลวๆแบบนี้ต้องเป็นฝีมือของชิดชัย จึงเข้าไปเอาเรื่อง ชิดชัยกลับทำไม่รู้ไม่ชี้ จะเอาเนื้อย่างใส่จานให้สรนุชกินอีก แต่เธอปัดทิ้ง อดีต ผจก.ตัวดีรีบวิ่งไปเก็บด้วยความเสียดาย แต่พอเงยหน้าขึ้น เห็นเจนจิราเดินหน้าตาบูดบึ้งเข้ามา ชิดชัยรีบวิ่งไปหลบหลังสรนุช เจนจิราไม่พูดพล่ามปรี่เข้าไปตบหน้าสรนุชอย่างแรงจนหน้าหัน ผู้พันชาญณรงค์รีบเข้ามาขวางไว้

“ไม่เป็นไรค่ะผู้พัน” สรนุชรู้ตัวว่ามีส่วนต้องรับผิดชอบเรื่องใจเด็ดจึงไม่โต้ตอบเจนจิรา

“จิตใจพวกเธอทำด้วยอะไร เธอก็รู้ว่าหัวหน้าเขารักควายแค่ไหน แต่พวกเธอ...หลอกให้หัวหน้ากินเนื้อควาย เธอรู้ไหมหัวหน้าจะเป็นยังไง” เจนจิราต่อว่าฉอดๆ สรนุชนิ่งเงียบไม่เถียงสักคำ ชิดชัยสาระแนทันที

“เดี๋ยวๆๆไหนเอาใหม่สิ เมื่อกี้ที่ฉันได้ยินเนี่ย เธอไม่ได้โกรธที่พวกเรากินเนื้อควาย แต่โกรธที่พวกเราหลอกไอ้ใจเด็ดนั่นใช่ไหม...เอ...ตกลงนี่เธอรักควายหรือรักคนกันแน่”

เจนจิราตบหน้าชิดชัยฉาดใหญ่ฐานแส่ไม่เข้าเรื่อง ชิดชัยโกรธจะเอาคืน สรนุชสั่งเสียงเฉียบให้ชิดชัยกลับบ้านไป ชิดชัยไม่กล้าขัดจำต้องทำตามที่สรนุชสั่ง สรนุชแก้ข้อกล่าวหาของเจนจิราว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องในคืนนี้

“งั้นเหรอ...เธอเองก็รู้ว่าหัวหน้าอุทิศเวลาทั้งชีวิตเพื่อควาย สิ่งที่พวกเธอทำกับหัวหน้า ฉันไม่วันให้อภัยเด็ดขาด” เจนจิราจ้องสรนุชอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะหันหลังจากไป สรนุชถอนใจ หนักใจ...

ชิดชัยกำลังจะขึ้นรถตอนที่เห็นเจนจิราขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านผู้พันชาญณรงค์ ด้วยความแค้นสุมอก ชิดชัยรีบขับรถตาม พอได้ระยะเขาเบียดรถมอเตอร์ไซค์ของเจนจิราจนเสียหลักพุ่งลงข้างทาง ร่างเจนจิรากระเด็นตกมอเตอร์ไซค์ นอนแน่นิ่ง ชิดชัยรีบจอดรถลงไปดูผลงานพร้อมกับลูกน้องคนสนิท
“แย่แล้วลูกพี่...ตายไหม”

ชิดชัยไม่ตอบ ชวนลูกน้องกลับขึ้นรถบึ่งออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งเจนจิราให้นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น...

เจนจิราถูกนำตัวส่ง รพ.ในเวลาต่อมา อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน ใจเด็ดกับพวกและสุบินรู้ข่าวรีบมาที่ห้องฉุกเฉิน พยาบาลหน้าห้องตอบได้เพียงว่าเจนจิราอาการหนัก หมอกำลังช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ เหล่ากระบือบาลได้ยินถึงกับอึ้ง ได้แต่สวดมนต์ภาวนาขอให้เธอปลอดภัย

ooooooo

เจนจิราอยู่ในห้องผ่าตัดตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนถึงจนถึงเช้าของวันรุ่งขึ้น จนเธอพ้นขีดอันตรายแล้วแต่สมองกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงต้องนอนเป็นเจ้าหญิงนิทรา ทั้งใจเด็ด เกริกไกร สุบิน ภิรมย์และสมหญิงต่างอยู่ในอาการโศกเศร้า ไม่เข้าใจทำไมคนขี่มอเตอร์ไซค์แข็งๆอย่างเจนจิราถึงได้เสียหลักลงข้างทางได้

“ใครรู้บ้างไหมว่าเจนไปทำอะไรแถวนั้นตอนกลางคืน” ใจเด็ดซัก

“ก็หลังจากที่คุณเจนได้ยินเรื่องที่ผู้พันหลอกให้คุณใจเด็ดกินเนื้อควาย เธอก็ออกไปเลย” สุบินว่าแล้วมองเจนจิราที่นอนเป็นผักมีสายระโยงระยางอุปกรณ์ช่วยชีวิตอยู่รอบตัวด้วยความสงสาร

“จริงด้วย...ถนนเส้นนั้นมันมาจากบ้านผู้พันนี่...คุณเจนต้องไปต่อว่าผู้พัน แล้วผู้พันโกรธเลยตามมาทำร้ายคุณเจนแหงๆเลยค่ะ” สมหญิงตั้งข้อสังเกต ใจเด็ดนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกไปอย่างรีบร้อน สวนกับโชคชัยที่เปิดประตูเข้ามาพอดี ใจเด็ดไม่พูดไม่จาไม่ทักทายสักคำ โชคชัยมองตามแปลกใจ

“ใจเด็ดเขาเป็นอะไร”

“นายกฯรีบตามคุณใจเด็ดไปเถอะครับ...ผมว่าคุณใจเด็ดต้องไปบ้านผู้พันแน่ๆ คุณเจนไปบ้านผู้พันเป็นที่สุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ” สุบินพูดยังไม่ทันจบประโยคดี โชคชัยรีบตามใจเด็ดออกไปทันที...

เป็นอย่างที่สุบินคาด ใจเด็ดไปถึงบ้านผู้พันชาญณรงค์ไม่พูดพล่าม ตรงเข้ากระชากคอเสื้อเจ้าของบ้าน หาว่าเป็นคนทำร้ายเจนจิรา ผู้พันชาญณรงค์หน้าเหลอไม่รู้เรื่อง ใจเด็ดโกรธเงื้อหมัดจะต่อย ดีที่โชคชัยคว้าข้อมือไว้ได้ทัน ขอร้องใจเด็ดใจเย็นๆก่อน เจนจิราอาจจะประสบอุบัติเหตุจริงๆก็ได้

ผู้พันชาญณรงค์ยังงงไม่หาย ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น โชคชัยซักไซ้ไล่เลียงผู้พันชาญณรงค์

ว่าเมื่อวานเจนจิรามาที่นี่หรือเปล่า ผู้พันเฒ่าพยักหน้า แล้วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้สองหนุ่มฟัง

“ยัยเจนนั่นมาจากไหนไม่รู้ อยู่ดีๆก็เข้ามาแล้วก็ตบหน้าคุณนุชดื้อๆ ดีนะที่คุณนุชแกใจเย็น ถ้าเป็นฉันล่ะก็อย่าหวังจะได้กลับสถานีเลย...เอ...แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน”

“คุณเจนประสบอุบัติเหตุเมื่อคืน ตอนนี้ทางตำรวจกำลังสืบอยู่ว่าจะเป็นการชนแล้วหนีหรือเปล่า”

“หา...เอ่อ...เมื่อกี้ฉันแค่คิดนะนายกฯ...ไม่สิ...

แม้แต่คิดฉันก็ยังไม่คิดเลย” ผู้พันชาญณรงค์ปฏิเสธเป็นพัลวัน กลัวจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัย ใจเด็ดมั่นใจที่เจนจิราเป็นแบบนี้ สรนุชต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย...

ด้านสรนุชตกใจมากเมื่อสุบินเล่าให้ฟังว่าเจนจิราประสบอุบัติเหตุ นอนเป็นผักอยู่ที่ รพ.ทุกคนที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์คิดว่าสรนุชเป็นคนทำ สุบินจึงอยากให้เธอไปเยี่ยมเจนจิราเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ไม่นานนัก สรนุช อรอนงค์และสุบินมาถึง รพ. สุบินขอให้สองสาวรออยู่ที่นี่ก่อนเขาจะล่วงหน้าไปที่ห้องพักฟื้นของเจนจิราเพื่อดูว่ามีใครอยู่หรือเปล่า ระหว่างที่สรนุชกับอรอนงค์ยืนรอสุบินอยู่ โชคชัยกับตำรวจมาเชิญตัวสรนุชไปโรงพักในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีเจนจิรา เมื่อไปถึงห้องร้อยเวรพบใจเด็ดนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

สรนุชปรี่เข้าหาทันที “นี่นายคิดว่าฉันเป็นคนทำคุณเจนหรือ”

“ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใคร...คุณโกรธที่โดนเจนตบหน้าใช่ไหม” ใจเด็ดเสียงเข้ม โชคชัยปรามใจเด็ดอย่าเพิ่งกล่าวหากันง่ายๆ ตำรวจแค่เชิญสรนุชมาให้ปากคำเท่านั้น ร้อยเวรรีบตัดบทขอให้ใจเด็ดกับโชคชัยออกไปรอข้างนอกก่อน เขาจะขอสอบปากคำสรนุช ใจเด็ดมองสรนุชด้วยความเคียดแค้น แล้วเดินออกไป...

ใช้เวลาไม่นาน ร้อยเวรก็สอบปากคำสรนุชเสร็จ เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอ จึงต้องปล่อยตัวเธอไปใจเด็ดโกรธมาก ด่าว่าสรนุชต่างๆนานา สรนุชน้อยใจตัดพ้อ

“ถ้าฉันตายมันจะช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้นใช่ไหม แล้วทำไมวันนั้นนายไม่ปล่อยให้ฉันตกน้ำตายไปเลยล่ะ”

“เพราะผมไม่ได้ใจอำมหิตเหมือนคุณที่คิดถึงแต่ชัยชนะมากกว่ามนุษยธรรม”

“เกินไปแล้วนะ”

“สิ่งที่คุณทำกับควาย ทำกับคนรอบข้างผม...ผมจะไม่ยอมอีกต่อไป ถ้าคุณแรงมาเท่าไหร่ ผมก็จะแรงไปเท่านั้น” ใจเด็ดจ้องหน้าสรนุชอย่างเอาเรื่อง ผิดกับหญิงสาวที่มองตอบด้วยความเสียใจช้ำใจ...

ในเวลาเดียวกัน ที่บริษัทคาบาตี้สำนักงานใหญ่ สมพลยังคงปวดหัวกับลูกชายขี้หลีไม่เว้นแต่ละวัน คราวนี้ณวัตนึกสนุก ประกาศรับสมัครสาวสวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้รถไถคาบาตี้โดยใช้ห้องทำงานของตัวเองเป็นสถานที่คัดเลือกตัวสาวๆ สมพลต้องไล่พวกสาวๆกลับไปก่อน แล้วสั่งให้ณวัตเลิกทำตัวไร้สาระได้แล้ว จากนั้นโยนเอกสารโครงการนิคมอุตสาหกรรมคาบาตี้ให้อ่าน

“อีกสามปีข้างหน้าจะเริ่มการค้าเสรี ทางบอร์ดเห็นว่าเรามีกำลังพอที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาคนี้”

“แล้วผมไปเกี่ยวอะไรด้วยครับพ่อ”

“ฉันอยากให้แกไปกว้านซื้อที่ดินที่หนองระบือมาให้มากที่สุด เราจะได้สิบเปอร์เซ็นต์จากการขายที่ดิน ฉันรู้มาว่างบที่อนุมัติออกมาเรื่องซื้อที่ดินไม่ต่ำกว่าสามพันล้านบาท”

ณวัตคิดตัวเลขคร่าวๆของเงินค่านายหน้าที่จะได้รับแล้วถึงกับตาโต

ooooooo

โฆษณาชวนเชื่อของสรนุชที่ว่าถ้าใครหันมาใช้รถไถแล้วจะรวยขึ้นในพริบตา ทำให้ชาวนาเกือบครึ่งค่อนหมู่บ้านหนองระบือแห่จองรถไถกันเพียบ ใจเด็ดอยู่นิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ ขอร้องสุบินช่วยเขียนบทละครวิทยุเกี่ยวกับการอนุรักษ์ควายไทยเพื่อดึงชาวบ้านให้กลับมารักควายเหมือนเดิม

สุบินทั้งเขียนบทและกำกับการแสดงเอง โดยจะให้เกริกไกรรับบทเป็นขวัญ พระเอกของเรื่อง สมหญิงเล่นเป็นนางเอก ชื่อเรียม ส่วนภิรมย์จะเป็นผู้บรรยาย เขาให้ทั้งสามคนลองซักซ้อมบทกันก่อนที่จะบันทึกเสียงจริง นักแสดงจำเป็นเล่นได้ไร้อารมณ์มาก สุบินที่ฟังอยู่ในห้องควบคุมเสียงทนไม่ไหวต้องสั่งคัต

“มีอารมณ์กันหน่อยสิครับ...หมอ...หมอต้องใส่ความรู้สึกหนักใจลงไปในน้ำเสียงด้วย ในเมื่อเรียมก็คือคนรัก ส่วนควายก็ผูกพันเหมือนพี่น้อง...สมหญิงต้องแสดงความน้อยใจออกมาทางน้ำเสียง น้อยใจที่คนรัก

ของเราทำไมเห็นควายดีกว่าเรา...เอาล่ะ...ลองกันใหม่

นะครับ” สุบินกดปิดเสียงพูดกับดาราจำเป็นที่อยู่ในห้องอัด แล้วหันไปชมใจเด็ดที่ยืนอยู่ข้างๆว่าแผนโฆษณาชวนเชื่อทำเป็นละครออกอากาศทางวิทยุเจ๋งมาก

“ต้องขอบคุณคุณสุบินมากนะครับที่ยอมช่วยพวกเรา” ใจเด็ดว่าพลางค้อมหัวให้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าคุณเจนได้มาเห็นเธอคงต้องชอบมากแน่ๆ...เฮ่อ...แต่ยัยนุชกับพวกรถไถต้องไม่ชอบแน่นอน” สุบินถอนใจ หนักใจเมื่อนึกถึงเพื่อนรักขึ้นมา

ooooooo

ละครของใจเด็ดออกอากาศได้ไม่กี่ตอน ชาวบ้านพาติดกันงอมแงม เวลาที่สรนุชกับอรอนงค์มาอธิบายวิธีใช้รถไถให้กับลูกค้าที่ลงชื่อจองรถไว้ บางรายถึงกับไล่สองสาวกลับไปก่อนเพราะละครกำลังสนุก ตาชุมก็เช่นกัน ไม่ฟังสรนุชกับอรอนงค์อธิบายอะไรทั้งสิ้น...แถมสั่งให้ทั้งคู่เงียบๆ แกกำลังฟังละครวิทยุอยู่ พอถึงตอนที่ขวัญบอกเรียมว่าจะขายควายเพื่อเธอ ตาชุมโวยลั่น

“ปัดโธ่เว้ย...ขายไปได้ยังไง ควายมันเป็นเพื่อนเอ็งมาแต่เกิดนะเว้ย”

“เอ่อ...คุณตาคะ” สรนุชพยายามจะดึงตาชุมกลับมาคุยเรื่องรถไถ แกรีบยกมือเป็นเชิงห้ามพูด

“เอาไว้วันอื่นแล้วกันหนู...วันนี้อารมณ์ไม่ดี ฮึ...

ไอ้ขวัญนะไอ้ขวัญ...ไม่ได้ดังใจเลย” ตาชุมบ่นเสร็จ

เดินขึ้นเรือนไปเลย สรนุชกับอรอนงค์ได้แต่มองหน้ากันงงๆ จากนั้นสองสาวชวนกันไปบ้านลูกค้ารายต่อไป ระหว่างเดินมาตามทางในหมู่บ้าน อรอนงค์แปลกใจ

ไม่หายทำไมละครวิทยุที่ได้ยินที่บ้านตาชุมพูดถึงควายอยู่ตลอด สรนุชกลับเห็นเป็นแค่ละครวิทยุธรรมดาเรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่แล้วมีเสียงวิทยุตามสายดังขึ้น สองสาวหยุดฟังอย่างสนใจ

“หลังจากที่ไอ้ขวัญตัดสินใจขายควายเพื่อไปซื้อรถไถแล้ว...ความรักของไอ้ขวัญกับอีเรียมจะสมหวังหรือไม่...โปรดรับฟังและติดตามกันต่อได้เลยครับ”

“ไงล่ะเรียม...รถไถที่เอ็งให้พี่ซื้อ มันไม่ได้ดีอย่างที่เอ็งคิด” เกริกไกรในคราบขวัญบ่นอุบ

“ทำไมไม่ดีล่ะจ๊ะพี่...ก็ในเมื่อพี่ขวัญทำนาได้มากขึ้น พี่ก็ขายข้าวได้มากขึ้นนะ”

“แต่ทำนามากขึ้นพี่ก็ต้องใช้นํ้ามันเยอะขึ้น รถไถก็เสียเร็วขึ้น เอ็งรู้ไหมที่พี่ไม่มีเงินมาขอเอ็งเพราะอะไร ก็เพราะว่าพี่เอาเงินไปซื้อนํ้ามัน...ไปซ่อมรถไถ...เรียม ถ้าเอ็งอยากให้พี่มีเงินมาขอเอ็ง...เอ็งต้องให้พี่กลับไปใช้ควายเหมือนเดิม” เสียงพระเอกละครคุ้นหูสรนุชกับอรอนงค์มาก สุดท้ายสองสาวก็จำได้ว่าเป็นเสียงของเกริกไกร สรนุชกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง ขณะที่เสียงวิทยุตามสายยังคงดังต่อเนื่อง

“ได้จ้ะพี่...ถ้าอย่างนั้นเรารีบไปช่วยไอ้ทุยกันเถอะจ้ะ พี่ขวัญ” สมหญิงในคราบเรียมเสียงอ่อนเสียงหวาน...

ครู่ต่อมา สรนุชกับอรอนงค์นำเรื่องนี้ไปฟ้องโชคชัย พร้อมกับเปิดวิทยุให้เขาฟังละครไปด้วย โชคชัยสรุปได้ทันทีว่าใจเด็ดใช้วิทยุชุมชนเป็นกระบอกเสียงเพื่อต่อสู้กับสรนุช

“เชื่อเขาเลย...แล้วคุณโชคจะทำยังไงคะ นุชไม่เคยไปก่อกวนพวกเขาแล้วทำไมพวกเขาต้องทำอย่างนี้ด้วย” สรนุชเห็นโชคชัยนิ่งเงียบ ขู่ถ้าเขาไม่จัดการเรื่องนี้ให้ เธอคงต้องทำเอง อรอนงค์ขอให้สรนุชใจเย็นก่อน สรนุชไม่ใจเย็นด้วยจะเอาเรื่องใจเด็ดให้ได้ โชคชัยมองสรนุชสีหน้าลำบากใจ...

ในเวลาไล่เลี่ยกันที่สถานีวิทยุชุมชน เกริกไกร ภิรมย์ และสมหญิงยังคงเล่นละครวิทยุกันอยู่ในห้องอัดเสียง

“ไอ้ขวัญกับอีเรียม ต่างรีบมาที่โรงฆ่าสัตว์เพราะกลัวว่าจะไม่ทันเวลา...แต่แล้วภาพที่ไอ้ขวัญเห็นก็คือภาพที่ไอ้ทุยโดนฆ่า...ถ้าวันนั้น ไอ้ขวัญไม่ขายควาย...ชีวิตเขาก็จะไม่ล้มเหลวอย่างนี้ ไอ้ขวัญเสียทุกอย่าง...แต่สิ่งที่ไอ้ขวัญเสียใจที่สุด ก็คือการเสียเพื่อนแท้อย่างไอ้ทุยไปอย่างไม่มีวันกลับ” ภิรมย์บรรยายเสร็จ คว้ากีตาร์ขึ้นมาบรรเลงเพลงกระบือบาล สุบินถอดหูฟังออก ถอนใจโล่งอก ที่ละครจบลงได้ ใจเด็ดเข้ามาตบไหล่สุบิน แล้วยื่นมือให้จับ

“ขอบคุณมาก”

สองหนุ่มจับมือกันอย่างเข้าอกเข้าใจ จังหวะนั้น โชคชัยเปิดประตูห้องควบคุมเข้ามาขอคุยกับใจเด็ดเป็นการส่วนตัว แล้วเดินตามใจเด็ดมาถึงหน้าสถานีวิทยุฯ ใจเด็ดเดาได้ไม่ยากว่าสรนุชคงไปขอให้โชคชัยมาหยุดเขา

“นายทำแบบนี้ ชาวบ้านเขาจะอึดอัดนะ เหมือนว่านายกำลังจับพวกเขาเป็นตัวประกัน” โชคชัยต่อว่า

“แล้วทำไมนายกฯไม่บอกกับพวกคาบาตี้อย่างนี้ล่ะครับ...ผมอยากเตือนนายกฯด้วยความหวังดี ต่อให้นายกฯทำดีกับคุณสรนุชแค่ไหน นายกฯคิดว่าเธอจะมองนายกฯหรือ” คำพูดของใจเด็ดแทงใจดำโชคชัยเข้าเต็มๆถึงกับนิ่งอึ้ง...

ออกจากที่ทำการ อบต.สรนุชกับอรอนงค์ตรงกลับบริษัท ยังไม่ทันจะเข้าไปข้างใน เห็นพวกชาวบ้านเดินสวนออกมาโดยมีชิดชัยวิ่งตามมาขวางหน้าไว้ สรนุชแปลกใจถามชิดชัยว่ามีอะไรกัน

“ก็พวกนี่...อุ้ย...ก็พวกคุณพี่สิครับ อยู่ๆจะมายกเลิกใบจองรถไถน่ะครับ”

“เอ่อ...ทำไมละคะ ไม่อยากเป็นเศรษฐีใหม่เหมือนตาแมงหรือคะ” สรนุชยกเรื่องเงินมายั่ว ชาวบ้านไม่สน เพราะไม่อยากเป็นเหมือนไอ้ขวัญในละครวิทยุ สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไร พวกตนจึงตัดสินใจกลับไปใช้ควายไถนาเหมือนเดิมดีกว่า แล้วชาวบ้านต่างทยอยกันกลับโดยไม่สนใจเสียงทัดทานของสรนุชกับชิดชัย

“ได้...แล้วจะได้เห็นดีกัน” สรนุชนึกแค้นใจเด็ดขึ้นมา คิดหาทางเอาคืน

ooooooo

ระหว่างที่เหล่ากระบือบาลกำลังมีความสุขสนุกสนานที่ได้เล่นละครวิทยุ ใจเด็ดกลับโดนทางปศุสัตว์จังหวัดเรียกตัวเข้าพบ เนื่องจากมีคนร้องเรียนเข้ามาว่า เขาประพฤติมิชอบเอาเวลาราชการไปทำละครวิทยุ ใจเด็ดแก้ตัวว่าที่ทำไปเพราะต้องการรณรงค์ให้คนรักควาย

“ใจเด็ด หน้าที่ของเราคือวิจัยพันธุ์สัตว์ไม่ใช่ทำงานมวลชน ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีก ถ้าชาวบ้านเขาร้องเรียนไปที่กรมจะเป็นอย่างไร นายก็รู้ใช่ไหมว่าฉันไม่อยากเดือดร้อน...ครั้งนี้ฉันจะตักเตือนนายก่อน ถ้ายังมีอีก...ฉันก็คงต้องปฏิบัติตามกฎ” ปศุสัตว์จังหวัดเสียงเฉียบ ใจเด็ดได้แต่เก็บความโกรธไว้ในใจ...

หลังจากเสร็จธุระกับปศุสัตว์จังหวัด ใจเด็ดแวะเยี่ยมเจนจิรา ซึ่งยังคงนอนเป็นผักอยู่ที่ รพ.เหลือบเห็น กระเช้าดอกไม้วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง มีการ์ดใบเล็กๆเขียนไว้ว่า “รีบตื่นมาสู้กันใหม่นะ...สรนุช”

ใจเด็ดหันไปถามพยาบาลที่กำลังวัดไข้เจนจิราว่าใครเป็นคนเอากระเช้ามาให้ ได้ความว่าผู้หญิงตัวเล็กๆที่อยู่บริษัทรถไถเอามาให้ เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่นี้เอง ใจเด็ดวิ่งตามสรนุชทันที่หน้า รพ.ปราดเข้าไปหาเรื่อง

“คุณมาทำอะไร...มาเยาะเย้ยเจนหรือไง”

“นี่...ฉันแยกแยะออกว่าอะไรงานอะไรเรื่องส่วนตัว...ฮึ...ดีแล้วที่นายใส่ชุดข้าราชการบ้าง จะได้จำได้ว่าตัวเองเป็นใคร นายจะได้ไม่ต้องโดนร้องเรียนอีก”

หัวหน้ากระบือบาลหนุ่มเดาออกทันทีว่าเป็นฝีมือสรนุชที่ร้องเรียนไปที่หัวหน้าของเขา ทั้งคู่เลยมีปากเสียงกัน ครั้งนี้สรนุชเถียงสู้ไม่ได้ถูกใจเด็ดด่าไม่ยั้งจนต้องสั่งให้เขาหยุดด่าได้แล้ว

“ไม่หยุด...คุณจะร้องเรียนก็เชิญ...ผมอาจจะถูกทำโทษเรื่องวินัย แต่คนที่จะทำโทษคุณก็คือกฎแห่งกรรม” ใจเด็ดพูดจบผละจากไป สรนุชได้แต่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ...

ใจเด็ดกลับถึงบ้านพักเลยเวลานอนไปมากแล้ว ค่อยๆย่องเข้าบ้านไม่อยากทำให้เกริกไกรตื่น แต่หมอหนุ่มนอนไม่หลับนั่งรอเพื่อนรักอย่างกระวนกระวายใจ อยากรู้ว่าปศุสัตว์จังหวัดเรียกเขาเข้าไปทำไม

“จะเรื่องอะไร ก็ยัยนั่นร้องเรียนเข้าไปว่าฉันเอาเวลาราชการไปทำละครวิทยุ...เขาก็เลยคาดโทษฉันห้ามทำอีก” ใจเด็ดว่าแล้วถอนใจเซ็ง เกริกไกรคาดไม่ถึงว่าสรนุชจะร้ายเอาเรื่องขนาดนี้

“ไม่เห็นต้องคิดอะไรมากนี่หมอ...เราน่าจะดีใจด้วยซํ้าเพราะนั่นเท่ากับว่าละครวิทยุของเราได้ผล ไม่อย่างนั้นแม่นั่นคงไม่เต้นขนาดนี้” ใจเด็ดสีหน้าหนักใจ ไม่ได้ดีใจอย่างปากว่าสักนิด

ooooooo

ณวัตมาถึงบริษัทคาบาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์ แต่เช้า ไม่พบสรนุชที่นั่น เจอแต่ชิดชัย จึงสั่งให้ชิดชัยพาเขาไปหาสรนุชที่ห้องพักของเธอซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่นี่นัก...

ในเวลาเดียวกัน บริเวณล็อบบี้ในโรงแรมที่พักของสรนุชและอรอนงค์ ระหว่างที่สรนุชกำลังชวนอรอนงค์ไปวัดด้วยกัน โชคชัยแวะมาชวนสรนุชไปไหว้พระเช่นกัน เห็นพักนี้เธอเจอแต่เรื่องหนักๆ เข้าวัดทำบุญเผื่อจะช่วยแบ่งเบาเคราะห์กรรมไปได้บ้าง สรนุชกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ อรอนงค์ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“แหม...ใจตรงกันเลยค่ะ ก็ยัยนุชกำลังจะไปถวายสังฆทานที่วัดอยู่พอดี...นี่ไงนุช แกก็ไปกับนายกฯเลยสิ”

“จริงหรือครับ...ไปด้วยกันนะครับคุณอร”

อรอนงค์ปฏิเสธหน้าตาเฉยว่าไม่ไป อ้างไม่อยากให้พนักงานที่บริษัทเห็นเธอกับสรนุชไปทำงานสายด้วยกันทั้งคู่จะดูไม่ดี แล้วฝากโชคชัยดูแลสรนุชให้ด้วย สรนุชแอบค้อนเพื่อนรัก ก่อนจะเดินตามโชคชัยไปที่รถของเขา โดยไม่ทันสังเกตเห็นรถของณวัตจอดอยู่ไม่ห่างจากรถของโชคชัย ชิดชัยหันมาเห็นสรนุชกับโชคชัยออกจากโรงแรมด้วยกัน สะกิดให้ณวัตดู

“แหม...ถึงว่าทำไมพักนี้คุณสรนุชชอบไปทำงานสาย ที่แท้ก็มีภารกิจนี่เอง...เอ ไม่รู้ภารกิจอะไรนะครับถึงได้ออกจากโรงแรมด้วยกันอย่างนี้” คำเสี้ยมของชิดชัยไม่ได้ทำให้ณวัตหึงหวง แต่รู้สึกเสียหน้ามากกว่า

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 06:14 น.