สมาชิก

เกิดเป็นหงส์

ตอนที่ 5

ทิวเอามือถือมาคืนให้ตามที่พูด เพียงแต่ไม่ได้บุกไปถึงห้องนอนของเธอเท่านั้น แค่เอามาให้ที่หน้าคฤหาสน์ หญิงมานศรีไม่กล้าเข้าใกล้ยืนเกาะแขนพิไลพร อยู่ห่างๆ สั่งให้วางมือถือไว้แล้วรีบๆไปเสีย เขาจะทำตามแต่เกิดเปลี่ยนใจ ปล่อยมันทิ้งลงพื้นเครื่องตกแตกกระจาย หม่อมสรัสวดีมาเห็นเข้า ด่าว่าเขาต่างๆนานา ทิวไม่ยอมแพ้ด่ากลับ และยืนยันจะไม่ยอมปล่อยให้ลูกสาวของเธอมาเป็นเมียพี่เขยของเขาง่ายๆแน่นอน

“ไปทำตัวต่ำๆข้างนอก ไม่ใช่ต่อหน้าฉันและลูก” หม่อมสรัสวดีแหวลั่น

“มีเกียรติมีศักดิ์ศรีอะไรนักหนาที่ผมต้องแคร์ สนับสนุนลูกสาวให้ขายตัวแลกเงินไม่ต่ำกว่าหรือไง”

หม่อมสรัสวดีฉุนตบหน้าทิวอย่างแรง สองสาวถึงกับตะลึง ทันใดนั้น ผ่องทิพย์ร้องกรี๊ดๆออกมา โดยมีบุญปลูกตามมาอธิบาย ไม่รู้เรื่องว่าใครเปลี่ยนยาสมานแผลเป็นยาหม่อง ยัยจอมวีนหันขวับมองหน้าหม่อมสรัสวดี มั่นใจว่าต้องเป็นคนที่แกล้งตน ปรี่เข้าไปจะตบล้างแค้น หญิงมานศรีเอาตัวขวางรับฝ่ามือแทน...

อีกมุมหนึ่งของคฤหาสน์ พวงทองยังคงคาดคั้นเทพเสียงแข็งคิดจะทำอะไรน้องชายของเธอกันแน่ เขาคิดหาทางออกได้ทันท่วงที หันไปชกหน้าล้วน แล้วทำเป็นเกรี้ยวกราด

“ถึงแกจะไม่ชอบทิว แต่เขาก็เป็นนายและเป็นน้องชายของเมียฉัน หัดรู้จักที่ต่ำที่สูงซะบ้าง อย่าให้ฉันได้ยินอีก ไม่อย่างนั้นแกจะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป...ขอโทษคุณพวงทองซะ เห็นไหมว่าแกกำลังทำให้เธอตกใจ”

ล้วนรับมุกแทบไม่ทัน รีบขอโทษเป็นการใหญ่ พวงทองมองเทพอย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก เขาขอโทษเธอเช่นกันที่ดูแลลูกน้องไม่ดี ขอให้เธอสบายใจได้ เขาคิดเสมอว่าทิวคือน้องชายจะไม่มีวันทำร้ายเขาเด็ดขาด จังหวะนั้น กลิ่นวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว

ooooooo

ที่หน้าคฤหาสน์ของเทพ หม่อมสรัสวดีไม่พอใจที่ลูกต้องมาเจ็บแทนตัวเอง จะเข้าไปเอาเรื่องผ่องทิพย์ หญิงมานศรีต้องดึงตัวเอาไว้ ขอร้องอย่ามีเรื่องกันอีกเลย ผ่องทิพย์เล่นทีเผลอเข้าไปตบหม่อมตัวแสบจนได้ ทิวทนดูต่อไปไม่ไหว รีบคว้าตัวพี่สาวไว้ ขอร้องให้หยุดอาละวาดได้แล้ว

“ฉันไม่หยุด มันทำให้ฉันเสียโฉมจนเข้าหน้าคุณเทพไม่ติด แล้วยังจะมาแกล้งสลับยาหม่องให้ฉันทาหน้าอีก ฉันจะเอามันให้ตาย” ผ่องทิพย์กร้าว หญิงมานศรีมองหน้าหม่อมแม่ ถามว่าจริงหรือเปล่า หม่อมสรัสวดียังไม่ทันจะตอบอะไร เทพเดินนำพวงทอง กลิ่น และล้วนเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทิวรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ผัวๆ เมียๆยั้วเยี้ยเต็มบ้าน รีบผละจากไป พวงทองมองตามน้องชายอย่างเป็นห่วงก่อนจะเดินตาม

บุญปลูกสาระแนทันทีเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เทพฟังอย่างมันปาก หม่อมสรัสวดีไม่พอใจ ต่อว่าเทพที่ไม่ดูแลเมียให้ดีปล่อยให้มาระรานเธอกับลูก ขอให้เขาจัดการให้ด้วยแล้วชิ่งหนีเข้าบ้านเพื่อจะเลี่ยงไม่ตอบคำถามลูก หญิงมานศรีรู้ทันบอกพิไลพรไม่ต้องตาม เธอขอคุยกับหม่อมแม่เพียงลำพังแล้วก้าวฉับๆตามจนทัน

ขอทราบความจริงที่เกิดขึ้น ได้ความว่าท่านทำอย่างที่ผ่องทิพย์พูดจริงๆ แต่ที่ต้องทำเพราะแม่นั่นมาทำร้ายลูกหญิงก่อน หญิงมานศรีไม่เห็นด้วยที่ท่านไปทำร้ายร่างกายเธอกลับ

“แม่ทำด้วยความรักและปรารถนาดีลูกหญิงก็มาต่อว่า แม่น้อยใจจริงๆ” เธอทำเป็นงอน เดินหนีเข้าห้อง...

ด้านพวงทองตามทิวมาถึงบ้านพัก เตือนให้ระวังตัวอย่าไปมีเรื่องกับล้วน ทิวไม่กลัว ไอ้ลูกสมุนกระจอกนั่นไม่กล้าทำอะไรถ้าเจ้านายไม่ได้สั่ง และที่สำคัญเขาไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่งให้พวกนั้นง่ายๆ เธออยากจะเล่าเรื่องที่ต้องตกเป็นเมียเทพเพราะถูกข่มขืน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่กล้าเล่า กลัวน้องชายจะโกรธจนขาดสติ เธอไม่อยากเห็นเขากลายเป็นฆาตกร...

ในขณะเดียวกัน เทพตามไปเล่นงานผ่องทิพย์ถึงในห้องนอน เคยเตือนแล้วว่าไม่ให้ไปยุ่งกับคุณหญิงทำไมถึงไม่ฟัง เธอสวนกลับทันที ว่าเคยเตือนเขาเช่นกันว่าอย่าได้คิดเอายัยคุณหญิงนั่นมาเป็นเมียอีกคน เพราะเธอไม่ยอม เทพโกรธ ในเมื่อเธอเป็นแบบนี้ เขาจะเอาคุณหญิงมาทำเมียให้ดู แล้วเปิดประตูห้องออกไป

ผ่องทิพย์ดึงแขนดึงขาเขาไว้สุดฤทธิ์ หญิงมานศรีจะมาขอโทษผ่องทิพย์ที่หม่อมแม่ทำเกินกว่าเหตุถึงกับตะลึงที่เห็นเทพกำลังปัดมือเมียเบอร์สองอุตลุด เขาหันมาเห็นเธอ รีบแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเข้าไปกอดผ่องทิพย์ที่กำลังบ้าคลั่งไว้ ทำเป็นปลอบให้ใจเย็นๆเขารับรองจะอยู่กับเธอไม่ไปไหน

“คุณเทพ...ผ่องรักคุณนะ ผ่องเสียคุณไปให้ใครไม่ได้ ถ้าผ่องไม่มีคุณ ผ่องก็อยู่ไม่ได้ ต้องขาดใจตาย”

“จ้ะ...ฉันรู้...ไม่ต้องร้องนะ” เทพเซ็งมาก แต่ต้องเสแสร้ง ผ่องทิพย์แปลกใจที่เขามีท่าทีเปลี่ยนไป แต่ไม่ติดใจสงสัยอะไร กอดเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ว่าหญิงมานศรีกับพิไลพรยืนดูอยู่ พิไลพรแนะให้กลับห้องกันดีกว่า ดูท่าแล้ว ผ่องทิพย์มีคนปลอบใจดีกว่าคำขอโทษของเรา ทันทีที่สองสาวลับสายตา เทพผลักผ่องทิพย์ออกอย่างไม่ไยดี แล้วเดินกลับห้องตัวเอง ปล่อยให้เมียเบอร์สองของเขายืนงงเป็นไก่ตาแตก

ooooooo

เช้าวันใหม่ เทพไม่พอใจมากเมื่อรู้จากล้วนว่าทิวมายุยงไม่ให้ลุงกับป้าเจ้าของไร่อ้อยที่อยู่ติดกันกับไร่ของบริษัทขายที่ดินให้เขา สั่งให้ล้วนขับรถพาเขากับหญิงมานศรีไปยังที่ดินผืนนั้น เจอทิวกำลังพูดคุยอยู่กับเจ้าของที่ดิน เทพถามเป็นเชิงตำหนิว่าเขามาคุยอะไรกับลุงเจ้าของที่ดิน

“ไม่ได้มาคุยเฉยๆนะ แต่มาอธิบายให้ลุงฟังอย่างละเอียดเลยล่ะว่าทำไมจึงไม่ควรขายไร่อ้อยให้คุณ” ทิวยิ้มเย้ย ก่อนจะเดินออกไปกับเข้ม หญิงมานศรีไม่เข้าใจ ทำไมเขาต้องทำอย่างนั้นด้วย เทพหาว่าทิวเกลียดเขาจึงทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางและทำลายสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ

“ทั้งๆที่นายใหญ่ทำแต่สิ่งดีๆให้กับทุกคน คุณหญิงคงหายสงสัยแล้วว่าทำไมผมถึงไม่ค่อยให้ความเคารพคุณทิวนัก” ล้วนเสริม เทพมองสบตาสมุนคู่ใจเป็นทำนองขอบใจ หญิงมานศรียิ่งเกลียดขี้หน้าทิว แล้วขอตัวไปรอที่รถ พอเธอพ้นสายตา เทพหันไปสั่งให้ล้วนไปเตือนทิว จะได้ไม่กล้ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของเขาอีก...

ล้วนโทร.สั่งสมุนให้เตือนทิวด้วยลูกปืน ขณะเขากำลังเดินสำรวจไร่อ้อยอยู่กับเข้ม กระสุนเจาะต้นไม้ใกล้จุดที่เขาอยู่แค่คืบ ทิวรู้ดีว่าเป็นฝีมือใคร ขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน เทพทนพฤติกรรมก้าวร้าวของผ่องทิพย์ไม่ไหว สั่งให้บุญปลูกใส่กุญแจขังเธอไว้ในห้อง เธอไม่ยอมให้ถูกขังง่ายๆ ถีบประตูโครมๆ สั่งให้บุญปลูกไปเอากุญแจมาไขให้เธอออกไปเดี๋ยวนี้

“กุญแจอยู่กับนายล้วนค่ะ บุญปลูกไม่กล้าหรอก หน้ามันยังกะยักษ์กะมาร นายใหญ่สั่งเอาไว้ว่าให้คุณนายสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องพัก สักพักก่อนนะคะว่าง่ายๆ นะ...อย่าดื้อ”

ยัยจอมวีนทนไม่ไหวกรีดร้องด้วยความโกรธ พวงทองกับขวัญตาได้ยินเสียงเอะอะตามมาดู ต้องแปลกใจที่เห็นห้องของผ่องทิพย์ถูกคล้องกุญแจล็อกแน่นหนา พวงทองสงสัยนี่มันเรื่องอะไรกัน บุญปลูกรู้แต่ว่านายใหญ่สั่งให้ขังคุณผ่องทิพย์ไว้ในห้อง จะปล่อยออกมาก็ต่อเมื่อหายบ้าเสียก่อน

“นังบุญปลูก นังแหล...คุณเทพไม่มีทางว่าฉันบ้า แกนั่นแหละที่ว่าฉัน พี่พวงช่วยผ่องด้วย”

พวงทองสั่งให้บุญปลูกไปบอกล้วนว่าเธอขอกุญแจ ขวัญตายิ้มแสยะ สมน้ำหน้าผ่องทิพย์ ตกกระป๋องไม่พอ ยังถูกด่าว่าบ้าอีกด้วย เธอด่าสวนออกมาจากในห้องทันที

“แกก็เหมือนกันนังขวัญตา กำลังถูกเฉดหัวทิ้งเป็นของเก่า ยังจะมาลอยหน้าลอยตาอยู่ได้”

ขวัญตาฉุนขาด เดินไปบ่นไปว่าคนอย่างเธอไม่สินไร้ไม้ตอก ถึงไม่มีคุณเทพก็ยังมีทิวให้แก้ขัด...

ทางด้านทิวโกรธมากที่โดนลอบกัด บุกเข้าไปหาเทพถึงห้องทำงานโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของคุณหญิงเลขาฯโยนหัวกระสุนที่ลูกสมุนของเทพตั้งใจจะยิงเขาลงบนโต๊ะทำงาน เทพทำไก๋ไม่รู้เรื่อง

“ก็ได้ จะไม่ยอมรับก็ได้...แต่นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป สงครามระหว่างคุณกับผมมันได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว” ทิวว่าพลางมองหน้าเทพอย่างท้าทาย

“ฉันก็ลูกผู้ชายคนหนึ่ง เมื่อกำลังถูกท้าทายศักดิ์ศรีแบบนี้ ทั้งๆที่พยายามอดทนมาโดยตลอด ต่อไปนี้ ฉันจะไม่ออมมือให้กับคนพาลอย่างนายอีกเหมือนกัน แม้ว่าฉันจะรักนายมากแค่ไหนก็ตาม”

ทิวระเบิดหัวเราะที่เทพเล่นละครตบตาได้เนียนต่อหน้าหญิงมานศรี ก่อนจะผละจากไป หญิงสาวรีบตามไปเล่นงานเขาที่ไม่รู้จักเปิดใจเปิดตากับความดีของเทพบ้าง เขาหันมาตะคอกใส่

“ถ้าคิดจะสั่งสอนผม เก็บปากคุณไว้ให้ผมจูบดูจะมีประโยชน์มากกว่านะ...ว่ามั้ยทุกคน...หรือทนไม่ไหวอยากโดนตรงนี้...มา” เขาพูดจบ ขยับเข้าหา หญิงสาวถอยกรูด ทั้งเจ็บใจทั้งอายพนักงานคนอื่นๆ ทิวหัวเราะสะใจ ไม่รู้เลยว่าเทพโทร.สั่งให้ล้วนจัดการเขาอีกครั้ง คราวนี้เอาให้ปางตายเพื่อจะได้เข็ดหลาบ ครู่ต่อมา ทิวออกมาขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่เข้มติดเครื่องรออยู่หน้าออฟฟิศ โดยมีรถกระบะของล้วนกับสมุนสะกดรอยตาม...

ขณะที่ทิวกำลังตกอยู่ในอันตราย บุญปลูกกลับมามือเปล่าเพราะตามหาตัวล้วนไม่เจอ พวงทองจึงสั่งให้ไปเอาขวาน จะพังประตูพาน้องสาวออกมา ผ่องทิพย์บ่นน้อยใจเทพที่ใจร้ายกับตนเอง ตั้งแต่นังผู้ดีตกยากนั่นมาที่นี่ พวกเราก็ไร้ค่าในสายตาของเขา พวงทองสงสารน้องจับใจ ได้แต่ปลอบว่าอย่าคิดมาก ทำใจเย็นๆก่อน

ooooooo

ล้วนสั่งให้สมุนเร่งเครื่องรถปาดหน้ามอเตอร์ไซค์ของทิวทำให้เขาไม่พอใจ ลงมาต่อว่า แต่กลับถูกล้วนกับสมุนรุมทำร้าย ทิวและเข้มต่อสู้กับพวกนั้นอุตลุด แต่คนน้อยกว่าจึงเสียเปรียบถูกอัดสะบักสะบอม ขณะที่ทิวถูกปืนจ่อหัวหมายจะฆ่าให้ตาย วิวัฒน์เข้ามาเตะปืนในมือสมุนกระเด็น แล้วคว้ามันขึ้นมาเล็งใส่พวกของล้วน

“จะฆ่าคนกลางวันแสกๆเลยหรือไงพี่”

“มึงอย่าแส่ไม่เข้าเรื่อง” ล้วนว่าแล้วจะเข้าไปเล่นงานวิวัฒน์

ทิวเห็นท่าไม่ดีแย่งปืนไปจากมือชายหนุ่ม แล้วยิงไปที่พื้นใกล้ๆเท้าของล้วน ถ้าไม่กลับไปจะฆ่าหมกไร่อ้อยให้หมด ล้วนกับสมุนเห็นท่าทางเขาเอาจริงจำต้องล่าถอย ทิวโล่งอกหันมองมาทางชายหนุ่ม

“ขอบใจนะ...เอ๊ะ...ฉันไม่เคยเห็นหน้านายมาก่อน”

“ผมเพิ่งมาจาก ตจว.กำลังหางานเห็นป้ายรับสมัครคนงานในโรงงานติดอยู่ข้างหน้าเลยเข้ามาครับ”

ทิวมองหน่วยก้านของเขาแล้วพอใจ แถมยังรู้สึกถูกชะตาด้วยจึงรับเข้าทำงานทันที...

หลังจากแผนกำจัดทิวล้มไม่เป็นท่า ล้วนรีบกลับมารายงานให้เจ้านายทราบ เทพไม่ติดใจที่เขาทำงานพลาด สั่งให้ไปจัดการเตรียมทุกอย่างให้พร้อม คืนนี้เขาอยากอยู่กับคุณหญิงสองต่อสอง ห้ามใครมารบกวน...

ที่โรงงานน้ำตาล ทิวพาวิวัฒน์มาดูสถานที่ทำงาน แล้วจะออกไปดูงานที่ไร่ต่อ แต่ต้องชะงักเมื่อเจอขวัญตายืนส่งยิ้มมาให้ วิวัฒน์เห็นเธอก็รู้สึกชอบขึ้นมาทันทีจ้องมองตาไม่กะพริบ ขณะที่ทิวเห็นแล้วรีบเดินหนี เธอหันมาเจอวิวัฒน์จ้องมองตาค้าง ด่าว่าไม่มีมารยาท คงเป็นคนงานใหม่ถึงได้ไม่รู้ว่ากำลังทำรุ่มร่ามอยู่กับใคร แล้วรีบเดินตามทิวไป วิวัฒน์มองตามสีหน้าผิดหวัง คิดว่าเธอเป็นแฟนของนาย...

ไม่นานนัก ผ่องทิพย์ออกจากห้องได้ ปรี่เข้าไปถามล้วนว่าผัวของเธออยู่ไหน มีเรื่องจะคุยด้วย ล้วนยังไม่ทันจะตอบ หม่อมสรัสวดีเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน สั่งให้ล้วนไปกันได้แล้ว เดี๋ยวเทพจะรอนาน

“แกจะไปไหนกัน” ผ่องทิพย์นิ่วหน้าสงสัย

“ไปรักษาหนังหน้าตัวเองให้หายดีก่อนเถอะ...ก่อนจะสะเออะหน้าไปให้คุณเทพเห็น” หม่อมสรัสวดีว่าแล้วเดินเชิดหน้าคอตั้งออกไปกับล้วน ผ่องทิพย์แค้นใจมาก ตะโกนเรียกบุญปลูกไปตามคนรถให้เอารถออก เธอจะตามนังผู้ดีนั่นไป บุญปลูกแอบมองอยู่กลัวจะโดนหางเลขไม่กล้าเข้าไปหา ตัดสินใจวิ่งหนี ทิ้งให้คุณนายเบอร์สองโวยวายอยู่คนเดียว...

ทิวตั้งตัวเป็นอริกับเทพอย่างชัดแจ้ง ขณะเขากับหญิงมานศรีกำลังคุยกับนักธุรกิจที่มาเยี่ยมชมโรงงาน เพื่อจะเซ็นสัญญาส่งสินค้า ทิวเข้ามาขัดคอ แถมไล่ตะเพิดนักธุรกิจมาทางไหนให้กลับไปทางนั้น ตอนนี้แค่ผลิตสินค้าส่งลูกค้าเก่ายังทำไม่ทันจะรับออเดอร์ใหม่อย่างไร แล้วผละจากไปอย่างสะใจ

หญิงมานศรีสงสารเทพมาก ตามไปเอาเรื่องทิว ด่าสาดเสียเทเสีย ว่าไปถึงพ่อแม่ของเขาที่ตายไป คงเสียใจที่เห็นการกระทำของเขาตอนนี้ ถ้าพวกท่านรู้ว่าจะได้ลูกชายอย่างเขา คงเอาขี้เถ้ายัดปากตั้งแต่เด็กๆ
ไปแล้ว ไม่ต้องโตขึ้นมาสร้างความเสื่อมเสียให้กับวงศ์ตระกูล

โดนไม้นี้เข้าไป ทิวเหลืออดจับตัวเธอมาเขย่าๆๆ แล้วผลักกระแทกกำแพงโรงงาน หัวโขกดังโป๊ก เขาตกใจรีบเข้าไปประคองใบหน้าเธอมาดูว่าเจ็บตรงไหน ทั้งคู่สบตากันนิ่งงัน ขวัญตาตามมาเห็นเข้า เจ็บใจที่ยัยคุณหญิงจงใจจะแย่งผู้ชายทุกคนของเธอ เดินกระฟัดกระเฟียดกลับไป ทิวรู้สึกตัว ผลักเธอออก

“ผู้หญิงใจง่าย ถูกตัวนิดหน่อยก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ อย่างเธอมันแค่ของเหลือเดนที่ฉันไม่มีวันมองเห็นเป็นเพชรเหมือนไอ้เทพตาถั่วเห็นหรอก” เขาทิ้งเธอไว้อย่างนั้น หญิงมานศรีทั้งอายทั้งเจ็บใจ ถึงกับน้ำตาซึม

เทพแอบมองอยู่แค้นใจไม่แพ้กัน ตามไปชกต่อยทิวอุตลุดโดยที่ไม่ทันตั้งตัวจนเลือดกบปาก ในเมื่อเกลียดเขาทำไมต้องไปลงกับคุณหญิง เธอไม่ได้ทำผิดอะไรสักหน่อย

“ผิดที่นายอยากได้ไง...ฉันไม่ปล่อยให้ได้กันง่ายๆ หรอก” ทิวมองเขาอย่างท้าทาย

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน...ว่านายมันจะแน่จริงอย่างที่โม้หรือเปล่า” เทพพูดจบผละจากไป

ooooooo

ระหว่างเดินกลับออฟฟิศ เทพคิดแผนชั่วขึ้นมาได้เอาหัวโขกกับต้นไม้จนแตกเลือดซิบ แล้วโยนบาปว่าทิวเป็นคนทำ หญิงมานศรีช่วยทำแผลให้ โทษตัวเองเป็นต้นเหตุให้เขาต้องได้รับบาดเจ็บ

“จะให้ผมเห็นคุณหญิงถูกนายทิวรังแกโดยไม่คิดจะทำอะไรได้ยังไง...ถึงผมจะต้องเจ็บกว่านี้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของคุณหญิง ผมก็จะทำ ในเมื่อคุณหญิงยังทำเพื่อผมได้ ทำไมผมจะทำเพื่อคุณหญิงไม่ได้”

“คุณเทพ...คุณเป็นคนดีเหลือเกิน” เธอชมจากใจจริง ขณะที่เทพแอบยิ้มพอใจที่เธอหลงเชื่อ...

ค่ำวันเดียวกัน โต๊ะดินเนอร์ภายใต้แสงเทียนสองที่ ถูกจัดไว้ที่สนามหญ้าหน้าคฤหาสน์ของเทพ ในบรรยากาศแสนจะโรแมนติก เทพจ้องมองหญิงมานศรีนางหงส์ผู้งามสง่าอย่างหลงใหลจนเธอเองรู้สึกได้ เริ่มอึดอัดวางตัวไม่ถูก เขาได้สติ รีบออกตัว

“ไม่ต้องห่วงครับ...ผมยังจำสัญญาที่ผมให้ไว้กับหม่อมแม่ของคุณหญิงได้ดี ผมจะดูแลคุณหญิงเหมือนกับพี่ชายดูแลน้องสาว...ไม่ผิดใช่ไหมครับ ที่พี่ชายและน้องสาวจะดินเนอร์ด้วยกัน”

“ค่ะ” เธอยิ้มอย่างโล่งใจ รู้ไม่เท่าทันความเจ้าเล่ห์เพทุบายของเขา...

ขณะที่เทพกำลังสุขที่ได้ดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับหญิงในฝัน พิไลพรแวะมาหาทิวที่บ้านพักเพื่อขอความช่วยเหลือ อ้างว่าคุณหญิงของเธอใสซื่อไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเทพ ชายหนุ่มนิ่งเฉยทำเหมือนไม่สนใจ

“เนี่ย...ดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับคุณหญิงสองต่อสองด้วยนะคะ แปล๊กแปลก คุณผ่อง คุณขวัญตาที่เคยขวางๆก็หายไปไหนไม่รู้ หม่อมสรัสวดีอีกคน”

“แล้วมาเล่าให้ผมฟังทำไมครับคุณพร”

พิไลพรเห็นว่าเขาไม่อยากให้พี่เขยตัวเองมายุ่งกับหญิงมานศรีไม่ใช่หรือ ทิวสีหน้าครุ่นคิด...

ครู่ต่อมา ทิวสวมชุดสกปรกที่สุดเท่าที่จะหาได้เข้าไปป่วนดินเนอร์แสนโรแมนติกของเทพ แกล้งขอร่วมวงด้วย หญิงมานศรีค้านหัวชนฝาไม่ยอม เทพกลับทำตัวเป็นเทพบุตร ถ้าเขาอยากร่วมวงด้วยก็เชิญตามสบาย

“ไม่ได้นะคะคุณเทพ ลืมไปแล้วหรือคะว่าเขาเป็นคนที่ทำร้ายคุณจนเลือดตกยางออก”

ทิวเพิ่งสังเกตเห็นหน้าผากของคู่อริตลอดกาลของตนมีรอยฟกช้ำถึงบางอ้อทันที ยังไม่ทันจะอ้าปากแขวะเทพชิงพูดขึ้นก่อนว่าไม่ติดใจเอาความอะไร เพราะเขารักทิวเหมือนน้องชาย จะทำอย่างไรเขาก็โกรธไม่ลง

“เห็นไหม นี่คือสิ่งที่คนดีและมีจิตใจสูงส่งควรจะทำ ทั้งๆที่นายชกต่อยเขาจนบาดเจ็บเขาก็ให้อภัยได้ ไม่เหมือนนาย ดีแต่ใช้กำลังต่อยตีเป็นอันธพาล ไม่มีสำนึกผิดชอบชั่วดี ออกไปเลยนะ” หญิงมานศรีด่าฉอดๆ แต่คนถูกด่าไม่สนใจ ยิ่งด่ายิ่งแกล้ง ขอนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกับเธอแล้วนั่งลงหน้าตาเฉย แล้วจับเธอให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวสุดจะทนกับความถ่อยเถื่อน ตบหน้าทิวฉาดใหญ่

“ฉันไม่ใช่เศษเดนที่นายคิดจะปู้ยี่ปู้ยำยังไงก็ได้ตามใจนะ...คุณเทพคะ มื้อนี้หญิงขอตัว” เธอเดินหนีเข้าบ้านไปเลย พอเธอไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากเทพบุตร เทพจ้องหน้าทิวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“นายนี่มัน...นรกส่งมาเกิดหรือเปล่า”

“เปล่า พ่อแม่ผมทำให้ผมเกิด แต่ผมจะเป็นคนลากคุณลงนรกต่างหาก” ทิวยิ้มเหี้ยมจ้องหน้าเทพท้าทาย

ooooooo

ทิวกับเทพยังคงจ้องหน้ากันเขม็งอย่างไม่มีใครยอมใคร ทิวหยิบดอกไม้ในแจกันบนโต๊ะอาหารขึ้นมาดม

“ดินเนอร์แสนโรแมนติก...ฮึ...บรรยากาศเสียซะได้...ขอโทษนะ” เขาว่าแล้วทิ้งดอกไม้ลงพื้น ยิ้มยียวนใส่ เทพทนไม่ไหวเข้าไปเล่นงาน แต่ถูกผ่องทิพย์กระชากแขนไว้อย่างโกรธเกรี้ยว ที่เขาร่วมมือกับหม่อมสรัสวดีหลอกล่อเธอออกจากบ้านเพื่อจะได้อี๋อ๋อกับนังคุณหญิงนั่น ทิวเชิญทั้งคู่เคลียร์กันเอง ก่อนจะผละจากไปอย่างสะใจ

“เป็นบ้าอะไรของเธออีก ผ่องทิพย์” เทพตะคอกใส่

“เออ...บ้า...บ้าได้มากกว่านี้อีก” เธอปรี่เข้าไปกวาดข้าวของบนโต๊ะอาหารตกแตกกระจาย...

ทางด้านหญิงมานศรีทนให้ทิวเหยียบย่ำศักดิ์ศรีต่อไปไม่ได้อีกแล้ว บอกพิไลพรให้เก็บข้าวของเตรียมกลับกรุงเทพฯ แล้วตามหาหม่อมแม่เพื่อจะแจ้งการตัดสินใจครั้งนี้ของเธอ แต่กลับเจอทิว ไม่อยากแม้แต่จะเดินเฉียดหันหลังจะกลับทางเก่า แต่เขาคว้าตัวไว้ หญิงสาวดิ้นรน สั่งให้ปล่อย จะเอาอะไรกันอีก เธอจะไปให้ไกลๆจากที่นี่อย่างที่เขาต้องการแล้ว ทิวใจหาย แต่รีบกลบเกลื่อนไม่ต้องการให้เธอรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของเขา

“เหรอ...แล้วทำไมไม่รีบไปหรืออยากสั่งลา เพราะเมื่อกี้มีคนนั่งเป็นก้างขวางคอเลยทำอะไรไม่ถนัด ตอนนี้...

ได้เลยนะ...” เขากระชากเธอเข้ามาใกล้ หญิงมานศรีระงับโทสะไม่อยู่ทุบตีเขาไม่ยั้ง

“ไอ้คนเลว...ฉันทำอะไรให้นาย จะทำร้ายฉันไปถึงไหน ฉันก็คนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกับนาย นายไม่มีสิทธิ์มาเหยียบย่ำฉันแบบนี้...ปล่อย”

“ไม่ต้องมาแสดงละคร...หยุด”

เธอไม่หยุด ระเบิดอารมณ์ใส่แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชายหนุ่มถึงกับอึ้ง ปล่อยให้เธอระบายแค้นจนหมดแรง ทรุดลงกับพื้นน้ำตาอาบแก้ม สงสารเธอมาก ค่อยๆนั่งลงข้างๆ เอื้อมมือจะประคอง แต่แล้วเปลี่ยนใจ

“อยากตายก็ซมซานกลับไปตายที่วังของเธอ แผ่นดินที่นี่สูงเกินกว่าจะรับร่างที่ไร้ค่าของเธอ”

“นายมันเป็นซาตาน ไม่มีหัวใจ ไม่มีความปรานี...ไม่ใช่คน”

ทิวจับใบหน้าเธอไว้บังคับให้มองหน้าเขา “ใช่... ผมเป็นซาตาน มองหน้าผมแล้วจำไว้ให้ติดตา ถ้ายังอยากอยู่ในขุมนรกนี้ต่อไป เธอไม่มีทางหนีพ้นจากความทรมานเพราะถูกซาตานอย่างฉันลงทัณฑ์” เขาพูดจบผลักเธอออกอย่างไม่ไยดี แล้วเดินจากไป ทิ้งให้เธอนั่งร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจเพียงลำพัง ทั้งๆที่ใจจริงแล้วเขาอยากจะกอดปลอบเธอให้คลายเศร้า...

ฝ่ายผ่องทิพย์ทำลายข้าวของบนโต๊ะอาหารจนไม่เหลือซาก แล้วตรงเข้าทุบตีเทพไม่ยั้ง เขาจับมือเธอไว้จ้องเข้าไปในดวงตา เธอยิ้มกริ่มคิดว่าเขาเกิดพิศวาสขึ้นมาอย่างเคย แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เขาไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรกับเธออีกแล้ว ซ้ำยังผลักไสไล่ส่ง ผ่องทิพย์ถึงกับตะลึง ไม่คิดว่าเขาจะปฏิเสธเธออย่างไร้เยื่อใยขนาดนี้

ooooooo

ขณะพิไลพรกำลังช่วยหญิงมานศรีเก็บเสื้อผ้าข้าวของใส่กระเป๋าเดินทาง หม่อมสรัสวดีเข้ามาทักทายสีหน้ายิ้มแย้มว่าดินเนอร์กับคุณเทพเป็นอย่างไรบ้าง แต่พอเห็นหน้าลูกที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักและกำลังเก็บข้าวของถึงกับชะงัก ถามว่าเกิดอะไรขึ้น มีใครทำอะไรลูก หญิงมานศรีเบือนหน้าหนีไม่อยากให้เห็นน้ำตา

“พิไลพร...ใครรังแกลูกสาวฉัน”

พิไลพรอึกๆอักๆพูดไม่ออก หม่อมสรัสวดีดึงลูกเข้ามากอดปลอบใจ เธอถึงกับปล่อยโฮอย่างอัดอั้น...

หลังจากฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด หม่อมสรัสวดีเข้ามาต่อว่าเทพ แล้วแจ้งว่าจะพาลูกหญิงของเธอกลับวังคืนนี้เลย เขาพยายามปั้นสีหน้าเป็นปกติ ขอร้องอย่าเพิ่งกลับ ให้โอกาสเขาจัดการเรื่องนี้ก่อน

“คุณจัดการอะไรได้บ้าง ทั้งเมียๆของคุณและนายทิวที่คอยแต่จะสร้างความเดือดร้อนจนลูกหญิงทนไม่ไหว โดยเฉพาะนายทิว คุณจะจัดการยังไง...ฉันอาจจะถ่วงเวลาให้คุณได้ถึงแค่พรุ่งนี้เช้า ถ้าไม่มีคำตอบ คุณจะไม่ได้เจอลูกหญิงอีก” หม่อมสรัสวดีออกไปอย่างอารมณ์บูด เทพก็เช่นกัน ปัดข้าวของใกล้มือกระจาย...

ในขณะเดียวกัน ทิวกลับถึงบ้านพักด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและยิ่งเครียดหนักเมื่อเข้มรายงานว่าขวัญตาเข้าไปเที่ยวผับในเมืองคนเดียว แถมดื่มจนเมาปลิ้น เขาน่าจะไปดูเธอสักหน่อย วิวัฒน์ซึ่งทิวให้พักที่บ้านของเขาชั่วคราวจนกว่าจะหาที่อยู่ได้ ถึงกับหูผึ่ง กระซิบถามเข้มว่าคุณขวัญตาเป็นแฟนนายไม่ใช่หรือ ทำไมนายไม่สนใจ

“เคยเป็นแฟนนาย แต่ตอนนี้เป็นเมียนายใหญ่...อึ้งล่ะสิ นายก็อึ้ง...อึ้งกันทั้งเมือง” เข้มเม้าท์สนุกปาก

“พูดมากไอ้เข้ม...ไปบอกผัวเธอ ไม่ใช่ฉัน...ฉันไม่เกี่ยว” ทิวเดินหนีทำเหมือนไม่สน แต่ในใจกลับเป็นห่วงแทบแย่ วิวัฒน์รู้สึกเป็นห่วงขวัญตาเช่นกัน แนะให้เข้มไปบอกนายใหญ่

“บอกให้นายใหญ่เคืองหรือไง เมียหนีไปเที่ยว เมาปลิ้นแบบนั้น แต่...ใครๆก็รู้ว่าคุณขวัญตาเป็นเมียนายใหญ่ ไม่มีใครยุ่งหรอกมั้ง” เข้มสรุป โดยไม่รู้ว่ามีหนุ่มๆมาสนใจขวัญตาหลายคน ยิ่งเธอประกาศกลางผับว่า คืนนี้ชายคนไหนเต้นรำกับเธอได้ถึงเช้าเธอจะไปกับเขา ซ้ำยังเชื้อเชิญให้หนุ่มๆมาจีบเธอได้เพราะผัวไม่รักเธอแล้ว...

ระหว่างที่ขวัญตากำลังสนุกสุดเหวี่ยงอยู่ในผับ เทพเข้ามาในห้องนอนของพวงทอง ตรงเข้ามาคลอเคลียเจ้าของห้องที่กำลังหวีผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เธอนิ่งมาก ถามเสียงเย็นชาว่าดินเนอร์กับคุณหญิงเป็นอย่างไรบ้าง เธอรู้มาว่ามีเรื่อง เทพโทษว่าเป็นเพราะทิวชอบเข้ามาขวางทุกอย่างที่เขาทำ โดยเฉพาะเรื่องในบริษัท ทำให้เราเสียผลประโยชน์มหาศาล เขาเกรงบริษัทที่พ่อของเธอและเขาร่วมกันสร้างมาจะพังด้วยน้ำมือของทิว

“พวงทอง คิดให้ดีนะ เธอรักน้องเป็นห่วงผลประโยชน์ของน้องฉันเข้าใจ แต่ก็ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าธุรกิจของเราจะอยู่ไม่ได้ ถ้าเขายังทำงานใช้แต่อารมณ์” เทพเห็นพวงทองเริ่มคล้อยตาม รีบรุกให้เธอกล่อมทิวให้ยอมขายหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์ให้ พวงทองไม่คิดว่าน้องจะยอมขายหุ้น เทพพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอช่วย

“ไม่ต้องทำเพื่อฉันแต่ทำเพื่อที่วิญญาณของที่ทัดกับพี่บุษบาและความสุขของน้องชาย”

ooooooo

ทิวนอนไม่หลับเป็นห่วงขวัญตา สั่งให้วิวัฒน์เอารถออก แวะรับเข้มระหว่างทางแล้วตรงไปยังผับที่เธอไปเที่ยว เมื่อไปถึงที่นั่นเห็นขวัญตาเมาแอ่น กำลังถูกชายหนุ่มคนหนึ่งหิ้วปีกออกมา ทิวเข้าไปขวาง ชายหนุ่มเห็นท่าไม่ดี คิดว่าผัวของเธอมาตามรีบเผ่นแทบไม่ทัน เขาสั่งให้เข้มกับวิวัฒน์เอาตัวเธอขึ้นรถ พาไปส่งบ้าน เธอไม่ยอมอาละวาดใส่

“ไม่ต้องมายุ่ง ถ้าอยากให้ฉันกลับ ต้องให้พี่ทิวพาไปเท่านั้น พวกแกอย่าสะเออะมาถูกตัวฉัน” เธอยืนแทบไม่อยู่ แต่ปากยังมีฤทธิ์ ทิวได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอา...

ในเวลาต่อมา ที่คฤหาสน์ของเทพ หญิงมานศรีนอนไม่หลับออกมาเดินทอดอารมณ์ที่สนามหน้าบ้าน  เจอทิวกำลังประคองขวัญตาที่เมาปลิ้นเข้ามา เธอยังมีแรงแขวะหญิงมานศรี ทำไมป่านนี้ยังไม่นอนอีก มาเดินอ่อยเหยื่อใครอยู่หรือ เธอไม่ตอบ เดินเลี่ยงไม่อยากปะทะด้วย ขวัญตาหมั่นไส้ ประชดประชันต่างๆนานา

ทิวต้องขอให้หยุดพูด ไปนอนได้แล้ว ขวัญตาแกล้งยั่วหญิงมานศรี เขย่งตัวจูบปากเขาแทนคำขอบคุณ เขาตกใจผลักเธอออก โวยลั่นว่าทำบ้าอะไร เธอแค่แสดงความขอบคุณกับคนที่เคยรักกันก็แค่นั้น

“คิดว่าหญิงจะรู้สึกอะไรเหรอคะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ อีกไม่กี่ชั่วโมงเมื่อสว่างแล้วหญิงจะไปจากที่นี่ พวกคุณจะได้อยู่กันเป็นปกติอย่างที่เคยอยู่” เธอว่าแล้วกลับขึ้นตึก ทิวอึ้งที่เธอตัดสินใจกลับกรุงเทพฯ ขวัญตามองตามเธอไปอย่างแค้นใจ พอหันมาอีกทีไม่เห็นทิวอยู่ตรงนั้นแล้ว...

ทางฝ่ายหญิงมานศรีเดินเรื่อยเปื่อยมาใกล้ห้องทำงานของเทพ ต้องแปลกใจที่เห็นหม่อมแม่เข้าไปในห้องนั้นท่าทางมีพิรุธชอบกล เธอตัดสินใจตรงไปที่นั่น เอาหูแนบกับประตู ได้ยินเสียงท่านถามเทพว่าจะเอาอย่างไร เธอจะพาลูกสาวกลับเช้านี้แล้ว ทำไมเขาถึงไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง

“คุณหญิงจะไป ผมจะไปห้ามอะไรได้ คงต้องมาดูสัญญาเงินกู้ของเราอีกที เมื่อเหตุการณ์พลิกผันไม่เป็นไปตามสัญญา ผมทำดีที่สุดแล้วนะครับหม่อม”

“ยัง...ยังไม่ดีที่สุด ต้องดีได้มากกว่านี้อีก ฉันลงทุนไปมาก จะให้กลับมือเปล่าได้อย่างไร”

“หม่อมครับ...ผมต่างหากที่เป็นคนลงทุน ผมยอมเสี่ยงด้วยการให้เงินไปไถ่ถอนวังกฤตยาที่หม่อมต้องเอาไปจำนองเพราะเป็นหนี้พนัน แถมด้วยเงินก้อนใหญ่ไปกอบกู้ธุรกิจ โดยที่ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันเลยว่าผมจะได้เงินคืนไหม...มีเพียงวังกฤตยาที่ผมรับจำนองต่อ ซึ่งมีมูลค่าไม่ถึงครึ่งหนึ่งของหนี้ทั้งหมดด้วยซ้ำ ผมต่างหากที่ลงทุนไปมาก ไม่ใช่หม่อม” เทพพยายามระงับความโกรธ

หญิงมานศรีแอบฟังอยู่ถึงกับอึ้ง พอตั้งสติได้ถอยหลังจะกลับห้อง แต่ชนแจกันที่วางอยู่แถวนั้นตกแตก เทพกับหม่อมสรัสวดีชะงัก พุ่งมาที่ประตูห้องเปิดผลัวะออกไปเจอเธอยืนหน้าตื่นอยู่ ทั้งคู่ตกใจมาก เธอไม่พูด อะไร เดินกลับห้อง หม่อมสรัสวดีตามไปอธิบาย แต่เธอไม่อยากฟังเรื่องโกหกของท่านอีกต่อไป ท่านเอาวังไปจำนอง ทำให้ท่านพ่อต้องเดินทางไปเมืองนอกเพื่อหาเงินมาใช้หนี้จำนวนมหาศาลกว่าที่ควรจะเป็น

“ลูกหญิงกำลังโทษแม่ใช่ไหม ว่าแม่มีส่วนทำให้ท่านพ่อไปตาย” เธอพูดจบร้องไห้โฮ ขอโทษ และเสียใจกับทุกสิ่งที่ทำไป หญิงมานศรีเข้าไปกอดหม่อมแม่ไว้สะเทือนใจที่เห็นท่านต้องร้องไห้ ตัดสินใจจะทำบางอย่าง

ooooooo

เช้าวันถัดมา พิไลพรกับกลิ่นช่วยกันยกกระเป๋าเดินทางของหม่อมสรัสวดีขึ้นรถตู้ ผ่องทิพย์กับบุญปลูกดีใจแทบจะกระโดดตัวลอยที่พวกผู้ดีตกยากกำลังจะกลับกรุงเทพฯ แต่กลับดีใจเก้อเมื่อรู้ว่ามีเพียงหม่อมสรัสวดีเท่านั้นที่กลับ หญิงมานศรียังคงอยู่ที่นี่ต่อไป จะขอทำงานตอบแทนความดีของเทพที่ช่วยกู้สถานการณ์ ของครอบครัวเธอ

“แต่ถ้ามันทำให้คุณหญิงต้องอัดอั้นตันใจ ผมก็ไม่ต้องการ ผมอยากเห็นคุณหญิงมีความสุขมากกว่า”

“นี่ล่ะค่ะ ความสุขของหญิง การได้ทำเพื่อตอบแทนบุญคุณของคุณเทพ เชื่อหญิงเถอะค่ะว่าหญิงเต็มใจอย่างที่สุด และจะไม่มีวันอ่อนแอเพราะผู้ชายคนนั้นอีกเด็ดขาด”

“ผมเชื่อคุณหญิงเสมอ” เขามองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง จังหวะนั้น พวงทองเข้ามาเรียนว่าหม่อมสรัสวดีจะกลับแล้ว ให้มาตามคุณหญิงไปพบ หญิงมานศรีขอบคุณเธอแล้วรีบออกไป เทพเข้ามายืนข้างๆพวงทอง เตือนให้รีบจัดการเรื่องทิว เขาไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อนเพราะน้องชายของเธออีก หญิงสาวรับคำ สีหน้าหนักใจ...

ครู่ต่อมา หญิงมานศรีเข้ามาไหว้ลาหม่อมแม่ หม่อมสรัสวดีซึ้งใจมากที่ลูกยอมอยู่ที่นี่ต่อไป คุณหญิงไม่รู้ว่าท่านทำสัญญาอะไรไว้กับคุณเทพ รู้แต่ว่าคงไม่เป็นผลดี ถ้าเธอจะกลับไปตอนนี้

“ก็...ไม่ได้มีอะไรหรอกจ้ะ เพียงแต่แม่เคยสัญญากับเขาไว้ว่า บางทีอาจจะเป็นการตอบแทนน้ำใจของเขาที่มีให้เราได้ ถ้าให้ลูกหญิงแสนเก่งและแสนฉลาดมาช่วยงาน” หม่อมสรัสวดีโกหกไม่เลิก

“หญิงเชื่อหม่อมแม่ค่ะ และหญิงจะไม่ทำให้หม่อมแม่ต้องเสียคำพูด หญิงจะอยู่ทำงานช่วยเหลือคุณเทพอย่างดีที่สุด ไม่ต้องห่วงนะคะ”

หม่อมสรัสวดีตื้นตันใจมากที่มีลูกแสนดี โผกอดลูก ไว้น้ำตาซึมด้วยความสงสาร...

ทิวไม่กล้ามาที่คฤหาสน์ของเทพ ทั้งๆที่อยากจะเห็นหน้าหญิงมานศรีเป็นครั้งสุดท้าย ได้แต่ยืนซุ่มดูรถตู้จาก วังกฤตยาแล่นออกไปอย่างช้าๆ ด้วยสีหน้าหม่นหมอง คิดว่าเธอไปพร้อมกับรถตู้

“จากนี้ไป เราคงไม่ต้องเจอกันอีก...หม่อมราชวงศ์หญิงมานศรีโสภาคย์ กฤตยา”

ooooooo

ผ่องทิพย์วีนแตก ร้องกรี๊ดๆลั่นบ้านที่หญิงมานศรียังไม่ไปจากที่นี่ ขวัญตาหนวกหู เปิดประตูห้องออกมาไล่ให้ไปเห่าที่อื่น เธอจะนอน ผ่องทิพย์แว้ดใส่ทันทีว่าใครเป็นหมา

“ใครกำลังเห่าก็คนนั้นแหละ...นี่ไง อ้าปากพะงาบๆ น้ำลายยืด...หมาบ้าชัดๆ” ขวัญตาชี้หน้าผ่องทิพย์

ยัยจอมวีนโกรธ จะเข้าไปลุย ขวัญตาเอามีดที่เตรียมไว้ขึ้นมาขู่ ถ้าไม่กลัวตายเข้ามาได้เลย เธอถึงกลับชะงัก บุญปลูกสะกิดนายสาวให้ถอยก่อน ท่าทางนังนี่จะเอาจริง

“ฉันไม่มีวันอยู่เฉยๆดูแกเสนอหน้าแสดงความเป็นเจ้าของคุณเทพอยู่คนเดียวอีกแล้ว...ต่อไปนี้ฉันก็จะทวงสิทธิ์ของฉันเหมือนกัน ใครขวางตาย” ขวัญตาปิดประตูห้องใส่หน้าดังปัง

ใครขวางฉัน...ฉันก็เอาถึงตายเหมือนกัน” ผ่องทิพย์กำหมัดแน่นด้วยความแค้น...

ในเวลาต่อมา ที่โรงงานน้ำตาล ทิวต้องประหลาดใจเมื่อเห็นหญิงมานศรีเดินเข้ามาหาพร้อมกับเทพ ยื่นตารางการประชุมกรรมการให้เขาโดยไม่มองหน้า เขายังตะลึงไม่หายจ้องมองเหมือนไม่เคยเห็นเธอมาก่อน

“มีอะไรกับฉันหรือเปล่านายทิว...อ๋อ...คงแปลกใจทำไมฉันยังอยู่ใช่ไหม ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะฉันจะไม่มีวันทำให้นายได้ในสิ่งที่ต้องการ”

“ผมนึกอยู่แล้วว่าผู้หญิงอย่างคุณไม่เคยคิดถึงคำว่าศักดิ์ศรี” ทิวมองเธออย่างชิงชัง

“แล้วผู้ชายที่ชอบทำร้ายผู้หญิงอย่างนาย รู้จักคำนี้ดีกว่าฉันตรงไหน”

ทิวยังไม่ทันจะอ้าปากด่าตอบ เทพขอให้พอได้แล้ว เขารู้ว่าทิวไม่พอใจที่คุณหญิงทำงานที่นี่ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าไม่มีอะไรได้อย่างใจไปทุกอย่าง มันต้องมีผิดหวังกันบ้าง แล้วหันไปชวนหญิงมานศรีกลับออฟฟิศ ทิวทั้งโกรธทั้งเกลียดสองคนนั่น ขยำเอกสารแหลกคามือ...

ยังไม่ทันจะหายโกรธจากเหตุการณ์เมื่อครู่ พวงทองไม่ดูทิศดูทางลมมาเกลี้ยกล่อมให้ขายหุ้นให้เทพ ยิ่งทำให้เขาฉุนขาดทำไมไอ้หมอนั่นไม่มาคุยกับเขาเอง หลบใต้กระโปรงผู้หญิงแบบนี้ หน้าตัวเมียชัดๆ พวงทองตบหน้าน้องชายอย่างแรงจนหน้าหัน พอรู้ตัวรีบขอโทษ ทิวมองพี่สาวด้วยสายตาเจ็บปวด

“ไม่เฉลียวใจเลยหรือไงว่ามันยืมมือพี่ทำลายผม มันทำทุกอย่างเพื่อสนองตัณหาความอยากได้อยากมีของมัน มันไม่ได้คิดถึงใครนอกจากตัวมันเอง...ไม่ต้องมาขอโทษผม ไปขอโทษพ่อกับแม่โน่น ที่พี่เห็นขี้ดีกว่าไส้”

เธอโกรธมากตบหน้าเขาแล้วสั่งให้หยุดพูด ทิวไม่หยุด ด่าเธอว่าอกตัญญูแถมโง่ให้เทพหลอกใช้ รับใช้คนเลวก็คือการทำเลวเช่นกัน เลิกใส่บาตร เลิกทำบุญได้แล้ว ทำไปก็ไม่มีประโยชน์ ถึงอย่างไรก็ตกนรกอยู่ดี เธอตบหน้าเขาซ้ำๆอยู่อย่างนั้นจนหมดเรี่ยวแรงไปเอง ก่อนจะทรุดลงร้องไห้ตัวโยนด้วยความเสียใจ

“กลับไปบอกมัน...ผมไม่ขาย ต่อให้ตายผมก็จะไม่ยอมปล่อยให้มันได้ครอบครองที่นี่ ไม่มีวัน”

เขาแค้นใจมากวิ่งเตลิดเข้าป่าจนถึงน้ำตก กระโจนลงน้ำหวังจะให้ความเย็นของสายน้ำทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มบรรเทา แต่ดูเหมือนไร้ผล เขาวิ่งกลับบ้านพัก ตรงไปที่มุมดินปั้นจับดินเหนียวขึ้นมาฟาดๆๆเพื่อดับความพลุ่งพล่าน เหลือบเห็นกระถางต้นไม้ที่ตัวเองวาดรูปชายหญิงจับมือกัน คิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้...

หลังจากทิวนำต้นกุหลาบที่มีดอกบานสะพรั่งปลูกในกระถางใบนั้นแล้ว เอาไปให้หญิงมานศรีที่ออฟฟิศ พวกพนักงานมองเป็นตาเดียวกัน สงสัยว่าเขาคิดจะทำอะไร ทิวบอกคู่อริตลอดกาลซึ่งยืนสั่งงานอยู่ใกล้ๆว่าจะ มาจีบเลขาฯของเขา หญิงมานศรีอายมากสั่งให้เขาหยุดพูดเรื่องไร้สาระ แล้วเดินหนี ทิวมองตามทำตาหวานซึ้งก่อนจะหันกลับมาทางเทพที่จ้องมองเขาอยู่

“ทำไม...ไม่เคยเห็นวิถีลูกผู้ชายตัวจริงใช่ไหม ...เพราะมัวแต่หลบอยู่ใต้กระโปรงผู้หญิง...หรือไม่ก็ยืมมือลูกน้องคอยลอบกัดคนอื่น ดูไว้ซะ...จีบก็บอกว่าจีบและจะต้องสำเร็จ คุณหญิงเลขาฯของคุณต้องเป็นของผม” เขาวางกระถางต้นกุหลาบไว้บนโต๊ะทำงานของเธอ ยิ้มสะใจก่อนจะออกไป เทพมองตามด้วยความแค้นใจ...

ทันทีที่รู้ว่าพวงทองกล่อมน้องชายไม่สำเร็จ เทพคงต้องใช้ไม้แข็งกับทิว เรื่องนี้จะได้จบๆเสียที ล้วนแนะให้ปลอมลายเซ็นเหมือนครั้งที่แล้ว เขาทักท้วงว่าทำไม่ได้ถ้าเจ้าของลายเซ็นยังมีชีวิตอยู่ คราวนี้เขาอยากให้ดูเหมือนทิวฆ่าตัวตาย ล้วนรับคำ รีบออกไปทำตามคำสั่ง

“เพราะแกทะเลาะกับพี่สาว น้อยใจและคับแค้นใจจนต้องฆ่าตัวตาย” เทพพอใจกับแผนการของตัวเอง...

เย็นวันเดียวกัน ทิวอยากรู้เหตุผลทำไมหญิงมานศรีถึงเปลี่ยนใจไม่กลับกรุงเทพฯ ปล่อยให้หม่อมสรัสวดีกลับไปเพียงลำพัง จึงมานั่งรอพิไลพรอยู่หน้าคฤหาสน์ พอเธอกลับจากทำงาน เขารีบเข้าไปซักถาม เธอกำลังจะเล่าให้ฟัง แต่หญิงมานศรีเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“ถ้าไม่จำเป็น หญิงไม่อยากให้พรคุยกับผู้ชายคนนี้”

“ทำไมล่ะคะ”

หญิงมานศรีไม่ต้องการให้ถาม แค่ให้ทำตามที่สั่งก็พอ แล้วเรียกพิไลพรเข้าบ้าน ทิวแกล้งทำท่ากรุ้มกริ่มใส่ เธอยิ่งเกลียดขี้หน้าเขาเพิ่มเป็นทวีคูณ เดินสะบัดออกไป พิไลพรรีบเดินตาม

ooooooo

เกิดเป็นหงส์

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด