ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เกิดเป็นหงส์

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เกิดเป็นหงส์ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ วังกฤตยาอันกว้างขวางโอ่อ่า บรรยากาศในวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ มีนักข่าวจากหลายสำนักมารอทำข่าว งานหมั้นระหว่าง เสกสรร ลูกชายของ รมต.เสกสิทธิ์และคุณหญิงพันทิพา กับ ม.ร.ว.หญิงมานศรีโสภาคย์ หรือหญิงมาน ธิดาของ ม.จ.อมรเทพ หรือท่านชายอมรเทพและหม่อมสรัสวดี กฤตยา

ฝ่ายหญิงอยากให้เป็นพิธีเงียบๆ แต่ฝ่ายชายกลับต้องการให้เป็นข่าว เพราะคุณหญิงพันทิพาบ้าเห่อว่าที่ลูกสะใภ้เชื้อสายเจ้า ฝ่ายชายเข้ามาอยู่กันพร้อมหน้าภายในห้องรับแขกโดยมีหม่อมสรัสวดีรอต้อนรับ คุณหญิงพันทิพากวาดตามองหา ม.จ.อมรเทพไม่เห็นอยู่แถวนั้นก็ถามหา ได้ความว่าติดคุยงานอยู่ อีกสักครู่จะตามเข้ามา

“ท่านน่าจะแยกแยะได้นะคะว่าธุรกิจกับงานหมั้น งานไหนสำคัญกว่ากัน” คุณหญิงพันทิพาแดกดัน

“ท่านพ่อให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวเสมอครับ แต่การที่คุณหญิงกำหนดงานหมั้นกะทันหัน คงไม่ใช่ความผิดของท่านพ่อ...ใช่ไหมครับ” ม.ร.ว.คำรณฤทธี พี่ชายของหญิงมานต่อว่ากลับ

คุณหญิงพันทิพาถึงกับหน้าเจื่อน รีบเปลี่ยนเรื่องคุย จะขอให้นักข่าวเข้ามาคอยทำข่าวในนี้เลยได้ไหม หม่อมสรัสวดีต่อว่าเคยคุยกันแล้วว่าพิธีหมั้นจะจัดกันเป็นการภายใน คุณหญิงพันทิพายอมไม่ได้ ลูกชายของท่าน รมต.หมั้นกับธิดาของ ม.จ.อมรเทพทั้งที จะจัดงานเงียบๆได้อย่างไร

หม่อมสรัสวดีจำต้องปล่อยเลยตามเลย

จังหวะนั้น หญิงมานปรากฏตัวขึ้นในชุดสวยสง่าที่ไหล่มีเครื่องประดับเพชรรูปหงส์ติดอยู่ ทุกคนต่างตะลึงในความงาม บรรดานักข่าวรีบกดชัตเตอร์กันอุตลุด เสกสรรมัวแต่ตะลึง คุณหญิงพันทิพาต้องสะกิดให้เข้าไปถ่ายรูปคู่กับคู่หมั้น เขาถึงได้สติรีบเดินเข้าไปหา ทั้งคู่ส่งสายตาเปี่ยมด้วยความรักให้แก่กัน
“เจ้าสาวของผมสวยที่สุดในโลกเลยครับ” เสกสรรมองคู่หมั้นอย่างชื่นชม

“หมั้นก็ยังไม่ได้หมั้นเลยนะ ขี้ตู่อย่างนี้ หญิงยกเลิกงานหมั้นดีกว่า” หญิงมานกระเซ้า

“ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย ผมก็ไม่มีวันปล่อยให้คุณไปจากชีวิตผม” คำพูดของเสกสรรเหมือนเป็นสัญญาใจ คุณหญิงผู้งามสง่ายิ้มรับอย่างปลื้มใจ...

หลังจากให้นักข่าวเก็บภาพจนคุณหญิงพันทิพาพอใจแล้ว หญิงมานขอตัวไปตามท่านพ่อที่ห้องทำงาน ทันทีที่ ม.จ.อมรเทพเห็นลูกสาวเดินเข้ามา รีบขอตัววางสายจากวิโรจน์ ไม่ต้องการให้ลูกรู้ถึงปัญหาทางธุรกิจที่กำลังเข้าขั้นวิกฤติ พยายามปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม คุณหญิงมานจับสังเกตได้ ถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ม.จ.อมรเทพ ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร ที่เครียดเพราะจะต้องยกลูกสาวให้ชายอื่นไปดูแลแทน

“ท่านพ่อ...ก็แค่งานหมั้น หญิงยังไม่ไปอยู่ที่อื่นสักหน่อย ถึงแม้ต้องแต่งงาน หญิงก็ขออยู่ที่วังอยู่กับครอบครัวของเราตลอดไป” หญิงมานโผกอดท่านพ่ออย่างเอาใจ หม่อมสรัสวดีมาตามสองพ่อลูกให้ลงไปข้างล่างได้แล้ว ใกล้ถึงฤกษ์หมั้นแล้ว

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่โรงงานน้ำตาลทิวเทพมิตร ทิว บรรณา ขี่ม้าเข้ามาขวางหน้าล้วนคนสนิทของเทพ ซึ่งถือหุ้นใหญ่ในโรงงานน้ำตาลแห่งนี้ไว้ไม่ให้ขึ้นรถบรรทุกน้ำตาล ทิวจะขับรถคันนี้ไปส่งให้ลูกค้าด้วยตัวเอง ล้วนไม่ยอมอ้างว่าทิวไม่มีหน้าที่นำน้ำตาลไปส่ง เขาเป็นหัวหน้าคุมโรงงานน้ำตาลกับไร่อ้อยเท่านั้น
“พี่ล้วน...ลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณทิวก็เป็นเจ้าของที่นี่ด้วยเหมือนกัน” เข้มเข้ามาช่วยเจ้านายอีกแรง

“ก็แค่หุ้นส่วนเบอร์สอง แต่ฉันเป็นลูกน้องคนสนิทของหุ้นใหญ่...ไอ้เข้ม แกลองใช้สมองชานอ้อยของแกคิดดูว่าใครใหญ่และฉันควรจะเชื่อฟังใคร...อย่ามาสั่ง” ล้วนมองเย้ยทิว แล้วควงกุญแจรถเดินผ่านทิวจะไปขึ้นรถ ทิวกระชากล้วนเข้ามาต่อยเปรี้ยงหน้าคะมำ กุญแจรถกระเด็น เข้มคว้ากุญแจขึ้นมายื่นให้ทิว แต่นิค เรือง และแก้ว สมุนของล้วนขวางไว้ นิคกระชากกุญแจไปจากมือเข้มแล้วเหวี่ยงไปที่พื้นเหมือนจะท้าทาย ถ้าทิวกล้าก็ให้ไปหยิบเอาเอง

การต่อสู้ด้วยมือเปล่าเปิดฉากขึ้น ล้วน นิค เรืองและแก้วรุมชกต่อยทิวอุตลุด เข้มจะเข้าไปช่วยแต่คนงานพวกของล้วนเข้ามารุมทำร้าย ทิวต้านพวกหมาหมู่ได้ไม่นานก็เสียท่า ถูกเตะต่อยจนทรุดลงไปกองกับพื้น นิค เรือง และแก้วเข้ามาล็อกตัวทิวไว้ ส่วนล้วนย่างสามขุมเข้ามาหาพร้อมกับมีดสั้นในมือ

ทันใดนั้น เทพโผล่มาจากไหนไม่รู้คว้าข้อมือล้วนหักมีดร่วง แล้วเตะขาพับจนทรุดฮวบ นิค เรือง และแก้วแปลกใจทำไมนายใหญ่มาช่วยทิวไว้ เห็นท่าไม่ดีรีบปล่อยทิวแล้วไปยืนร่วมกับล้วน ทิวค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น

“ฉันขอโทษแทนทุกคนด้วย” คำพูดของเทพฟังเหมือนจริงใจ แต่ทิวรู้ทันว่านี่เป็นแค่ละครตบตา ยิ่งเทพสั่งทำโทษสมุนของตนเองโดยให้ย้ายไปคุมคนงานตัดอ้อยในไร่แทนทำงานให้โรงงานน้ำตาล ทิวยิ่งไม่ไว้ใจ เทพต้องมีแผนชั่วอะไรแน่ๆ แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ รับกุญแจรถบรรทุกน้ำตาลจากมือเทพแล้วเดินไปขึ้นรถ เข้มรีบตามไปสมทบ

“นายใหญ่นี่แมนสุดๆ เลย ยอมก้มหัวออกรับแทนลูกน้อง ผมไม่แปลกใจเลย ทำไมใครๆ ก็รักนายใหญ่”

“ชื่นชมมันนักก็ไปเป็นลูกน้องมันซะเลย” ทิวว่าแล้วโดดขึ้นรถบรรทุก เข้มจ๋อยไม่เข้าใจทำไมนายของตนเองถึงได้โกรธเกลียดนายใหญ่หนักหนา แต่ไม่มีเวลาให้คิดอะไร รีบโดดขึ้นนั่งข้างทิว เทพตามมายืนข้างๆรถ

“แค่คุมการผลิต ตรวจคุณภาพสินค้าก็เหนื่อยพอแล้วทำไมต้องขับรถไปส่งเองด้วย”

ทิวต้องการพิสูจน์ว่าน้ำตาลที่ออกจากโรงงานของเขามีคุณภาพพอ ไม่ใช่เหมือนคราวที่แล้ว

ooooooo

ขณะที่ทิวกำลังสงสัยว่าเทพคิดไม่ซื่อ พิธีหมั้นของหม่อมราชวงศ์หญิงมานศรีโสภาคย์ หรือหญิง

มานศรีกับเสกสรรเป็นอันต้องล้มไม่เป็นท่าเมื่อวิโรจน์เจ้าหนี้เงินกู้รายใหญ่ของ ม.จ.อมรเทพตามมาทวงหนี้กลางงาน ฉีกหน้าท่านชายกระจุย เพราะไม่พอใจที่เมื่อครู่ถูกวางสายใส่ หม่อมสรัสวดีพยายามเชิญวิโรจน์เข้าไปพูดคุยกันในห้องทำงาน วิโรจน์กลับประกาศลั่นว่า

“ท่านอมรเทพกู้เงินไปขยายโรงงานผลิตอะไหล่พันกว่าล้าน แต่โดนพิษค่าเงินบาท หมดปัญญาหาเงินใช้หนี้ ผมจำเป็นต้องยึดโรงงาน...แต่ขอประเมินอีกครั้ง ถ้าไม่พอ ผมอาจต้องยึดวังนี้ด้วย”

หญิงมานศรีไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมายึดวังกฤตยาเด็ดขาด วิโรจน์แดกดันถ้าไม่ให้ยึดวังแห่งนี้ คุณหญิงจะให้คู่หมั้นใช้หนี้ให้เขาแทนหรือ ม.จ.อมรเทพไม่พอใจ เชิญวิโรจน์กลับไปได้แล้ว

“ผมไม่ได้ตั้งใจมาป่วน แค่มาแจ้งข่าวให้บรรดาลูกหนี้ในอนาคตได้ทราบไว้” วิโรจน์ยิ้มสะใจแล้วกลับไป

ม.จ.อมรเทพรีบตัดบท หันมาชักชวนฝ่ายชายให้เริ่มพิธีหมั้นต่อไป แต่คุณหญิงพันทิพากลับขอยกเลิกงานหมั้นครั้งนี้ แล้วยกขบวนสินสอดกลับ เสกสรรพยายามอ้อนวอนแม่แต่ไม่สำเร็จ ม.จ.อมรเทพขอโทษลูกสาวที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น อาสาจะไปกล่อมคุณหญิงพันทิพาให้เอง หม่อมสรัสวดีรีบตามไปช่วยอีกแรง

จังหวะนั้น นักข่าวพากันเข้ามารุมล้อมหญิงมานศรีขอสัมภาษณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอไม่อยากตอบคำถามใดๆทั้งสิ้น เดินหนี นักข่าวจะตามแต่ถูกพิไลพรคนสนิทของหญิงมานศรีเชิญนักข่าวกลับไปได้แล้ว...

ทางฝ่าย ม.จ.อมรเทพตามมาขอให้คุณหญิงพันทิพาทบทวนอีกครั้ง เรื่องหนี้สินเป็นเรื่องส่วนตัวของท่านไม่เกี่ยวกับลูก คุณหญิงพันทิพาไม่อยากได้สะใภ้ที่มีตำหนิ ในเมื่อชื่อเสียงของกฤตยาไม่อาจเกื้อหนุนสถานะทางการเมืองและธุรกิจของเธอกับท่าน รมต.ได้ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะดองกันอีกต่อไป เธอจึงจะขอถอนหมั้น

หญิงมานศรีตามเข้ามาพอดี “คุณหญิงไม่มีสิทธิ์พูดอย่างนั้นค่ะ เพราะหญิงต้องเป็นคนพูดประโยคนั้นเองหญิงขอถอนหมั้นค่ะ” เธอพูดจบถอดแหวนที่เสกสรรสวมให้ตอนที่ขอเธอแต่งงานคืน

เสกสรรไม่ยอม ฮึดฮัดจะขอแต่งงานกับหญิงมานศรีให้ได้ แต่พอคุณหญิงพันทิพายืนกรานความคิดของตัวเอง เสกสรรถึงกับหน้าจ๋อย เดินตามแม่ต้อยๆกลับไป หญิงมานศรี เสียใจมากที่เสกสรรไม่ทำตามสัญญาที่เคยบอกไว้ว่า ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายจะไม่มีวันปล่อยเธอไปจากชีวิตของเขาเด็ดขาด เธอจำต้องเก็บอาการเอาไว้เดินอย่างทะนงกลับเข้าวัง ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วผลุนผลันออกมาโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของพิไลพร...

เมื่องานหมั้นต้องพังไม่เป็นท่า หม่อมสรัสวดีโทษสามีตัวเองว่าเป็นต้นเหตุ รับปากไว้แล้วว่าจะแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้เรียบร้อย ทำไมถึงปล่อยให้เป็นแบบนี้ พรุ่งนี้ นสพ.คงพาดหัวกันทุกฉบับแน่ๆว่าตระกูลกฤตยาสิ้นท่าต้องหาลูกเขยมาใช้หนี้ให้ แล้วเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ชื่อเสียงเกียรติยศที่สั่งสมมาคงป่นปี้หมด

“ผมขอบคุณที่คุณยังตระหนักถึงชื่อเสียงของตระกูลกฤตยา มันจะเป็นการดีมากถ้าคุณระลึกในข้อนี้และทำตัวให้สมกับใช้นามสกุลกฤตยา” ม.จ.อมรเทพรู้ดีว่าภริยาติดการพนัน ชอบสร้างหนี้สินไว้มากมาย จึงตำหนิกลายๆให้รู้ตัว และถ้าจำเป็นจริงๆ ท่านอาจจะต้องตัดใจขายวังแห่งนี้เพื่อปลดหนี้

หม่อมสรัสวดีไม่ยอมเด็ดขาด หน้าที่ของท่านชายคือรักษาโรงงานและกอบกู้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลคืนมาให้ได้ไม่ใช่คิดจะขายวัง ทั้งคู่มัวแต่โต้เถียงกันไม่ทันสังเกตเห็นหญิงมานศรียืนฟังอยู่ตลอด ก่อนจะเดินหลบออกไป ครู่ต่อมา หญิงมานศรีขึ้นนั่งรถสปอร์ตคันหรูของตัวเอง เตรียมจะขับออกไป ม.ร.ว.คำรณ หรือชายคำรณ พี่ชายของ เธอรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งด้านข้างคนขับจะขอไปด้วย

“ขอหญิงอยู่คนเดียวนะคะ” เธอมองหน้าพี่ชายสีหน้าจริงจัง ชายคำรณรู้นิสัยน้องสาวดี ยอมลงจากรถมอง รถสปอร์ตคันหรูแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว หม่อมสรัสวดี ตะโกนเรียกแต่ไม่ทัน หันไปต่อว่าลูกชายทำไมถึงไม่ห้ามน้อง ชายคำรณรู้ดีว่าห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์ ลองน้องหญิงตั้งใจจะทำอะไรแล้วใครก็ขวางไม่ได้

ooooooo

ขณะทิวกำลังขับรถบรรทุกน้ำตาลไปส่งให้ลูกค้า เข้มยังข้องใจไม่หาย ทำไมทิวถึงต้องเอาน้ำตาลไปส่งด้วยตัวเอง ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ ทิวต้องทำอย่างนี้ก็เพราะน้ำตาลที่ส่งให้ลูกค้าคราวก่อนมีปัญหาการปนเปื้อน ทั้งๆที่เขาตรวจสอบน้ำตาลทุกกระสอบด้วยตัวเองแล้วจนถูกลูกค้าตำหนิอย่างแรง

“น้ำตาลลอตนั้นถูกเปลี่ยน แล้วโยนความผิดมาให้ฉัน” ทิวยังแค้นใจไม่หาย

“นายใหญ่จะทำอย่างนั้นทำไม โรงงานเสียชื่อเท่ากับฆ่าตัวตาย” เข้มตั้งข้อสังเกต

ทิวมั่นใจว่าเทพต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของเขา และที่สำคัญต้องการบีบให้เขาขายหุ้นให้ จากนั้นทุกอย่างในอาณาจักรทิวเทพมิตรก็จะตกเป็นของเทพอย่างสมบูรณ์ เข้มหาว่าทิวคิดมากเกินเหตุ ทิวชักฉุน ถ้าเข้มยังไม่เลิกปกป้องเทพจะไล่ลงจากรถ เข้มปิดปากเงียบไม่พูดอะไรอีก...

เป็นจริงอย่างที่ทิวคาดไว้ไม่มีผิด เทพสั่งการให้ล้วนกับเหล่าสมุนทำอย่างไรก็ได้อย่าให้น้ำตาลที่ทิวขนไปถึงมือลูกค้าเด็ดขาด แต่ห้ามทำให้ทิวถึงตาย เขาต้องการให้ทิวขายหุ้นที่เหลือให้เขาก่อน แล้วค่อยกำจัดทีหลัง

“ที่นี่ควรมีเจ้าของคนเดียว” เทพมองตามล้วนกับสมุนออกจากห้องทำงานอย่างพอใจ...

ทางด้านหญิงมานศรีขับรถไปตามถนนอย่างไร้ จุดหมาย พยายามสั่งตัวเองให้เข้มแข็งเข้าไว้ ไม่ให้เสียใจ กับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่น้ำตาเจ้ากรรมกลับไม่ฟังคำสั่ง ไหลอาบแก้ม เธอต้องเบนรถจอดข้างทาง ปาดน้ำตาทิ้งตั้งสติ

“ไม่...ฉันต้องเข้มแข็ง...ฉันจะไม่เสียใจ” หญิงมานศรีสลัดความรักและความผูกพันที่เคยมีต่อเสกสรรทิ้งแล้วเร่งเครื่องรถออกไปอย่างรวดเร็ว...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทิวขับรถบรรทุกน้ำตาลยังไม่ทันจะถึงครึ่งทาง นิคกับเรืองสวมหมวกไอ้โม่งอำพรางใบหน้าที่แท้จริงขับรถสิบล้อไล่จี้ด้านหลัง ทิวชะลอความเร็วเพื่อให้รถสิบล้อแซงไปก่อน แต่จังหวะที่รถตีคู่กันนั้น

รถสิบล้อกลับพยายามเบียดรถของทิวให้ตกถนน ทิวพยายามประคองรถไว้ แต่รถของเขาคันเล็กกว่าถูกรถสิบล้อเบียดตกถนน พุ่งชนต้นไม้ข้างทาง ขณะที่รถสิบล้อแล่นหนีไปได้ ทิวไม่รอช้า ต้องการจับให้มั่นคั้นให้ตายว่าเป็นใคร รีบวิ่งลงไปดู จังหวะนั้น มีรถมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านผ่านมาเห็นอุบัติเหตุ รีบจอดรถลงมาดู ทิววานพลเมืองดีช่วยพาเข้มไปส่ง รพ.ด้วย แล้วคว้ามอเตอร์ไซค์ไล่ตามรถสิบล้อคู่กรณี...

ฝ่ายนิคกับเรืองหัวเราะชอบใจที่งานสำเร็จ ถอดหน้ากากออกอย่างสบายอารมณ์ แต่ต้องตกใจเมื่อมองกระจกส่องข้างเห็นทิวขี่มอเตอร์ไซค์พยายามจะแซงรถสิบล้อ เรืองเร่งเครื่องหนีไม่ยอมให้แซง ทิวชักปืนขึ้นมาจะยิงใส่ยางรถ เรืองขับรถส่ายไปมาทำให้ยากต่อการยิง เมื่อรถคู่กรณีแล่นมาถึงสี่แยก ทิวตัดสินใจหยุดรถเล็งปืนไปที่ล้อรถสิบล้อ แต่รถของหญิงมานศรีขับมาจากไหนไม่รู้พุ่งขวางทางปืนพอดี กระสุนเฉียดหวุดหวิด

เสียงปืนทำให้หญิงมานศรีตกใจรถเสียหลักพุ่งลงข้างทางจอดแน่นิ่ง ทิวจะตามรถสิบล้อ แต่เห็นคนขับรถสปอร์ตหรูฟุบอยู่กับพวงมาลัยรถ เป็นห่วงรีบวิ่งเข้าไปจับตัวให้พิงพนัก เห็นหญิงสาวมีเลือดซิบๆที่หัวคิ้ว อุ้มออกจากรถ หญิงมานศรีรู้สึกตัวเสียก่อนเห็นตัวเองอยู่ในอ้อมกอดชายแปลกหน้าก็ตกใจร้องเอะอะลั่น

“แก...ปล่อยฉันนะ แกเป็นใคร ถือดียังไงเข้ามาแตะต้องตัวฉัน”

ทิวเซ็งค่อยๆวางหญิงสาวลง หญิงมานศรียังโวย

ไม่เลิกหาว่าทิวเป็นโจรจะปล้นทรัพย์ เหลียวหาอาวุธใกล้มือเจอไม้ท่อนเขื่อง คว้าขึ้นมาขู่ ถ้าเข้ามาใกล้เธออีกจะตะโกนเรียกให้คนช่วย ทิวเหลียวมองไปรอบตัว มีแต่ความเวิ้งว้างไร้ผู้คน หญิงมานศรีเหมือนจะเดาสายตาหนุ่มแปลกหน้าออก เปลี่ยนคำขู่ใหม่ ถ้าเขาเข้ามาใกล้จะโทร.เรียกตำรวจ แล้วกวาดตามองหามือถือ แต่ไม่เจอ คิดว่า ทิวขโมยไปด่าไม่เลี้ยง ทิวชักรำคาญ

“ถ้าผมจะปล้นคุณ ไม่ปล่อยให้คุณมายืนด่าอยู่อย่างนี้หรอก...เลิกประสาทสักที” ทิวไม่สนใจเดินกลับ

ไปที่มอเตอร์ไซค์จะสตาร์ตเครื่อง หญิงมานศรีตามมาดึงกุญแจรถออก พูดทวงบุญคุณว่าจะไม่เอาเรื่องทิวที่ยิงเธอ แต่เขาต้องรับผิดชอบรถของเธอ แล้วขอยืมมือถือจะโทร.ตามช่างมาซ่อมรถ ทิวไม่มีมือถือให้ยืม เธอดูแคลนว่าเขาเป็นแค่คนงานไร่อ้อยกระจอกๆ แค่มือถือเครื่องละไม่กี่ร้อยบาทยังไม่มีปัญญาจะซื้อ

ทิวรำคาญกระชากกุญแจรถคืน แล้วขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ หญิงมานศรีจะเอาเงินฟาดหัวเขาแลกกับความช่วยเหลือ ทิวไม่พอใจ เงินของเธออาจจะซื้อได้ทุกอย่าง แต่ไม่ใช่ศักดิ์ศรีความเป็นคนของเขา แล้วขี่มอเตอร์ไซค์จากไปอย่างไม่ไยดี เธอไม่ยอมแพ้วิ่งตามได้ไม่กี่ก้าวก็หมดแรงล้มลงกับพื้น ทิวเห็นทางกระจกส่องหลัง รีบหยุดรถ แต่แล้วกลับตัดสินใจเร่งเครื่องต่อไป ทำให้เธอแค้นใจมากตะโกนด่าไล่หลัง

“นายมันไม่ใช่คน...จะชาตินี้หรือชาติไหน ขออย่าให้ฉันได้พบพานคนอย่างนายอีกเลย”

หญิงมานศรีมองไปรอบตัวอย่างหวาดๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี พลันมีเสียงเสกสรรร้องเรียกดังขึ้น พร้อมกับวิ่งเข้ามากอดเธอด้วยความดีใจ เขาแอบตามมาตั้งแต่เธอออกจากวัง หญิงมานศรียืนนิ่งไม่กอดตอบ เธอมัวแต่เชิดหน้าทระนง ไม่ทันเห็นทิวขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาดูเธอด้วยความเป็นห่วง กลับเห็นเธอยืนกอดกับชายอื่นอยู่

ทิวยิ้มแสยะ ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์จากไป หญิงมานศรีไม่อยากให้เสกสรรมายุ่งเกี่ยวด้วย แต่สถานการณ์บังคับจำต้องกลับไปกับเขา ทั้งๆที่ยังเคืองกับเรื่องการถอนหมั้น และไม่พอใจที่เขายังตกอยู่ใต้อาณัติแม่ตัวเอง

ooooooo

หลังจากตามหารถสิบล้อคู่กรณีอยู่จนถึงค่ำแต่ไม่พบ ทิวขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาที่โรงงานน้ำตาล เจอล้วนกับสมุนดักรออยู่ ล้วนถากถางที่ทิวทำงานไม่สำเร็จ แนะให้ขายหุ้นให้นายใหญ่ อยู่ไปก็เป็นตัวถ่วงความเจริญเปล่าๆ เทพได้ยินพอดี ทำทีตำหนิล้วนที่พูดจาไม่ดี แล้วบอกทิวว่าเขาไม่ถือโทษ เข้าใจดีว่าเป็นอุบัติเหตุ

“มันไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม” ทิวตะคอก

เทพแสร้งตกใจ รับปากจะสืบหาคนบงการมารับผิดชอบให้ได้ ทิวไม่ต้องการให้เทพมาเกี่ยวข้องด้วย เขาดูแลตัวเองได้ และที่สำคัญเขาจะไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ถูกล่าฝ่ายเดียวแน่ แล้วเดินจากไปอย่างทระนง...

ขณะเดียวกัน ที่วังกฤตยาภายในห้องทำงานของ ม.จ.อมรเทพ ประมุขแห่งวังกฤตยาหัวเสียมากเมื่อรู้ว่าที่หม่อมสรัสวดีทักท้วงไม่ให้ท่านขายวัง ก็เพราะเธอเอาวังแห่งนี้ไปจำนองไว้กับนพดลน้องชายของหม่อมรัช–นิกร ภริยาของ พล.อ.หม่อมเจ้าพหลพี่ชายของท่านเองเป็นจำนวนเงินถึง 50 ล้านบาท เพื่อเอาไปใช้หนี้พนัน

ม.จ.อมรเทพหรือท่านชายอมรเทพต่อว่าหม่อมสรัสวดีว่าเป็นภริยาที่แย่มาก เอาวังไปจำนองเท่ากับเอาเกียรติของกฤตยาไปเร่ขาย หม่อมสรัสวดีโต้กลับว่าท่านชายเองก็เป็นผู้นำครอบครัวที่บกพร่องเช่นกัน บริหารกิจการผิดพลาดจนเป็นหนี้เป็นสิบแทบล้มละลาย ต่างฝ่ายต่างโต้เถียงกันไม่มีใครยอมใคร...

อีกมุมหนึ่งของวัง หญิงมานศรีเพิ่งกลับมาถึง เห็นห้องทำงานท่านพ่อยังเปิดไฟอยู่ อดเป็นห่วงไม่ได้ค่ำมืดป่านนี้ทำไมท่านยังทำงานอยู่อีก รีบตรงไปหา ยังไม่ทันจะเปิดประตูห้องทำงานเข้าไป ชายคำรณออกจากห้องนอนมาชวนคุยเสียก่อน บอกว่าจะไม่กลับไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษแล้ว จะอยู่ช่วยท่านพ่อรักษาวังของพวกเราไว้ เธอโผกอดพี่ชายไว้แน่น ปลื้มใจในความเสียสละ และดีใจมากที่ได้เกิดมาเป็นพี่น้องกัน

“ไป...ไปนอนได้แล้ว” ชายคำรณว่าแล้วกลับเข้าห้อง ขณะที่น้องสาวตรงไปยังห้องทำงานของท่านพ่อ...

ด้านท่านชายกับหม่อมสรัสวดี ยังคงมีปากเสียงกันรุนแรงถึงขนาดท่านชายออกปากขอหย่า หม่อมสรัสวดีไม่ยอมหย่าเด็ดขาด จังหวะนั้น หญิงมานศรีเคาะประตูห้องแล้วเปิดเข้ามา แปลกใจที่ท่านทั้งสองโต้เถียงกันถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทั้งคู่ไม่อยากให้ลูกรู้ กลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร เราสองคนกำลังหาวิธีกอบกู้ธุรกิจกันอยู่ หญิงมานศรีขอโทษท่านพ่อที่มัวแต่จมปลักกับความเสียใจของตัวเอง ไม่เคยคิดจะช่วยเหลืออะไร

“ไม่ใช่เรื่องที่ลูกต้องแบกภาระนี้ มันเป็นหน้าที่ของพ่อ”

“เราจะพยายามทำทุกวิถีทางให้ผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ เพื่อกลับมาเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนเดิม” หม่อมสรัสวดีว่าแล้วเดินมายืนข้างสามี ม.จ.อมรเทพทนเสแสร้งต่อไป

ไม่ไหวขอตัวไปพักผ่อน แล้วผลุนผลันออกจากห้อง หม่อมสรัสวดีรีบตาม หญิงมานศรีเดินไปที่หน้าต่างห้องมองไปยังอาณาเขตของวังสีหน้ามุ่งมั่น ในเมื่อทุกคนเสียสละและทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อวังแห่งนี้ เธอเองก็จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาที่นี่ไว้เช่นกัน...

ระหว่างที่หญิงมานศรีเตรียมพร้อมจะช่วยครอบครัวฝ่าวิกฤติ ทิวกลับถึงที่พักด้วยอารมณ์ขุ่นมัว แต่พอเจอขวัญตาสาวคนรักรออยู่ เขาโผกอดเธอไว้แน่นเหมือนต้องการที่พักใจ ขวัญตาต่อว่าทิวว่าหายไปไหนมา นัดกันไว้จะไปคุยกับพ่อของเธอเรื่องแต่งงานทำไมถึงผิดนัด ทิวขอโทษเป็นการใหญ่ อ้างว่าไม่ได้ลืม พอดีมีเรื่องด่วนต้องจัดการ ขวัญตางอนที่ทิวไม่ให้ความสำคัญ จึงเดินหนี ทิวรีบตามไปง้อ ดึงเธอเข้ามากอด

“ตกลงพี่ทิวจริงใจกับขวัญตาแน่หรือเปล่า หรือคิดแค่คบไปวันๆ ซื้อเวลาไปเรื่อยๆแบบนี้”

ทิวนิ่วหน้า สงสัยเธอไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหนหรือว่ามีใครยุยง ขวัญตารีบแก้ตัวว่าไม่มีใครยุ แต่อดคิดไม่ได้เพราะทิวชอบเห็นงานสำคัญกว่าเธอ และเธอไม่รู้ว่าเขาจะให้รออีกนานแค่ไหน ขืนให้รอนานๆ ระวังเธอจะไม่อยู่รอให้เขาไปขอ ทิวกระชับอ้อมแขน ออดอ้อนว่าถ้าเธอไม่อยู่รอเขา แล้วจะไปอยู่ไหน

“ไปอยู่กับคนที่เขารักและให้ความสำคัญกับขวัญตามากกว่าพี่ทิว”

ทิวไม่ได้เอะใจคิดว่าขวัญตาพูดเพราะงอน จึงให้คำมั่นว่าพรุ่งนี้จะไปคุยกับพ่อของเธอเรื่องแต่งงาน

ooooooo

ตอนที่ 2

งานวันเกิดที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุข กลับต้องจบลงด้วยความเศร้า เจ้าของงานยังอยู่ในอาการช็อก งานเลี้ยงต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย อรอนงค์สงสารหญิงมานศรีกับครอบครัวมาก การสูญเสียคนรักโดยไม่ได้เตรียมใจแบบนี้ ช่างโหดร้ายนัก เทพปลอบพี่สาวว่าคนเราเกิดมาก็ต้องตายกันทุกคน อย่าไปคิดอะไรมาก

“พี่ไม่ใช่คนที่เห็นความตายของเพื่อนมนุษย์เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนเราหรอกนะ เทพ”

“ถ้าเราไม่คิดให้เป็นเรื่องธรรมดา เราก็จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยความกลัว แล้วมันจะเรียกว่าใช้ชีวิตได้ยังไง”

ทิวเตือนเทพให้กลัวไว้บ้างก็ดี ถึงไม่กลัวตายก็ควรจะกลัวบาป นพดลฟังอยู่นาน หมดความอดทนโวยลั่นใครจะกลัวอะไรก็กลัวไป แต่เขากลัวที่สุดคือกลัวหนี้สูญ สิ้นท่านชายอมรเทพแล้วหม่อมสรัสวดีจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้เขา ยิ่งคิดนพดลยิ่งกลุ้ม เทพมีแผนชั่วผุดขึ้นมาในสมองทันที...

หลังจากส่งท่านลุงกับหม่อมป้าซึ่งเป็นแขกรายสุดท้ายกลับไปแล้ว หญิงมานศรีพาหม่อมสรัสวดีที่ยังคงเศร้าเสียใจต่อการจากไปไม่มีวันกลับของ สามีขึ้นไปพักผ่อน และคอยปลอบให้ท่านคลายกังวล หม่อมสรัสวดีเห็นหญิงมานศรีเข้มแข็งก็อุ่นใจ แต่หารู้ไม่ว่า ทันทีที่หญิง

มานศรีอยู่เพียงลำพังในห้องนอนตัวเอง ความเข้มแข็งที่สร้างเป็นกำแพงเมื่อครู่พังทลายลงสิ้น เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด หยิบรูปของท่านพ่อที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงมากอดไว้แนบอก

“ท่านพ่อ...หญิงอยากให้มันเป็นแค่ฝันร้าย...ตื่นขึ้นมาแล้วเห็นท่านพ่อกลับ มาหาพวกเรา” เธอร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ก่อนจะฮึดสู้ ปาดน้ำตาทิ้ง วางรูปท่านพ่อไว้อย่างเดิม เดินลงไปดูรอบๆวังกฤตยาที่มืดมิด พิไลพรเป็นห่วงตามมาเรียกให้กลับห้อง น้ำค้างแรงเดี๋ยวจะไม่สบาย

“ท่านพ่อตายเพราะต้องการช่วยพวกเรา...” เธอพยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น พิไลพรสงสารจับใจเข้าไปกอดเธอไว้ ถ้าอยากจะร้องไห้ก็ร้องออกมาได้เลย หญิงมานศรีสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้อีกแล้วหม่อมแม่กับพี่ชายคงไม่ สบายใจถ้าเห็นเธออ่อนแอ และเธอจะไม่ทำตัวให้เป็นภาระต่อคนที่เธอรัก

“ถ้าท่านพ่อของคุณหญิงรับรู้ ท่านต้องภาคภูมิใจในตัวคุณหญิงมากแน่ๆค่ะ” พิไลพรปลอบ

“ท่านพ่อค่ะ หญิงสัญญา หญิงจะดูแลทุกคนและทุกสิ่งที่ท่านพ่อรักไว้ด้วยชีวิตของหญิงเอง...ศักดิ์ศรี ของ กฤตยาจะต้องดำรงอยู่” หญิงมานศรีมองไปที่ตัววังกฤตยาด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน เทพต้องการวังกฤตยามาเป็นของตัวเอง เพื่อปูทางให้ได้ครอบครองหญิงมานศรี จึงเสนอจะซื้อหนี้เงินกู้ที่นพดลให้หม่อมสรัสวดีกู้ไป และจะให้กำไรเขาอย่างงาม แต่มีเงื่อนไขข้อเดียวคือ ห้ามไม่ให้พี่สาวของเขารู้เรื่องนี้เด็ดขาด นพดลกลัวหนี้จะสูญเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงรับข้อเสนอทันที

หลังจากตกลงรายละเอียดกับนพดลทางโทรศัพท์เรียบร้อย เทพเปิดประตูห้องทำงานออกมาเจอพวงทองพอดี ตั้งแต่เขากลับจากงานวันเกิดหญิงมานศรี ยังไม่เห็นหน้าขวัญตาก็ถามหา พวงทองถอนใจเหนื่อยใจ ไม่อยากพูดถึงหรือเกี่ยวข้องเรื่องนี้ด้วย จึงเดินหนี...

คนที่เทพถามถึงดันไปโผล่อยู่ที่บ้านพักของทิว แถมยืนยิ้มหน้าระรื่น ส่งสายตาหวานให้คนรักเก่า ทิวโมโหมากลากเธอถูลู่ถูกังออกจากบ้าน ขวัญตาเจ็บร้องลั่น ทิวได้สติรีบปล่อยมือถามด้วยความเป็นห่วงว่าเจ็บมากหรือเปล่า นังหน้าด้านได้ทีโผกอดเขาไว้แน่น เพราะคิดว่ายังมีใจให้ ชวนเขาเล่นชู้ด้วย ทิวมองเธออย่างรังเกียจ

“เธอมัน...แพศยา...น่ารังเกียจ...โน่น...บ้านผัวเธอ คนที่เธอรักไง...กลับไปซะ” ทิวผลักขวัญตาออก

“จะไม่ให้ขวัญตารักคุณเทพได้ยังไง เขาสัญญาว่าจะให้ขวัญตาเป็นเมียหมายเลขหนึ่ง ที่ผ่านมาคุณเทพไม่เคยทำให้ขวัญตาเสียใจ ผิดหวังหรือรอเก้อ ไม่เหมือนพี่ทิว”

ทิวแค่นหัวเราะให้กับความโง่ของตัวเองที่ตาบอดจนมองไม่เห็นว่าขวัญตาก็แค่ผู้หญิงเห็นแก่ตัวไม่ได้มีค่ามีความหมายอะไรเลย ขวัญตาโต้ไม่ยอมแพ้ ทิวเองก็ไม่ได้มีค่ามีความหมายต่อเธอเช่นกัน เขาก็แค่ผู้ชายน่าเบื่อดักดาน ใครเป็นเมียของเขา ชีวิตมีแต่จมปลักอยู่กับอ้อยไปทั้งชาติ ทิวเจ็บใจมากไล่ตะเพิดขวัญตาจนกลัวลนลาน กลับไปแทบไม่ทัน...

ทางด้านพวงทองยังคงเดินหนีเทพไม่หยุด เทพตะคอกถามว่าขวัญตาไปไหน ทำไมถึงไม่ยอมบอกพวงทองไม่รู้ว่าไปไหน เมียของเขาทำไมไม่ดูแลเอาเอง เทพหาว่าพวงทองพูดเพราะหึง

“ฉันไม่เคยหึง สำหรับคุณ สิ่งเดียวที่ฉันมีให้คือ ความขยะแขยง” พวงทองยิ้มเหยียด เทพโมโห ดันตัวเธอกระแทกข้างฝา จับมือทั้งสองข้างของเธอขึงไว้ ยิ้มเย้ย ถ้าเธอขยะแขยงเขาจริง แล้วทำไมถึงยอมเป็นเมียของเขา พวงทองไม่ได้เต็มใจเป็นเมียเขา ลืมไปแล้วหรือว่าเขาได้ตัวเธอมาอย่างไร

พลันภาพในอดีตผุดเข้ามาในความคิดคำนึงของพวงทอง คืนนั้น เธอยังจำได้ดีเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเทพที่เธอเคารพเหมือนอาเคาะประตูห้องนอนเรียก พอเธอเปิดประตูรับ เขาก็ใช้กำลังจู่โจมผลักเธอไปที่เตียงหญิงสาวดิ้นรนสุดฤทธิ์แต่สู้แรงเขาไม่ได้ ต้องตกเป็นเมียของเขาโดยไม่ยินยอมพร้อมใจ พวงทองยังเจ็บใจไม่หาย

“ไม่มีผู้หญิงคนไหนมอบหัวใจให้กับคนที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นคนของตัวเองได้หรอก”

“ทรมานมากใช่ไหมที่ต้องเป็นเมียฉัน...ดี...ฉันจะพันธนาการเธอเอาไว้กับมันจนตายก็ดิ้นไม่หลุด นี่เป็นชะตากรรมของเธอ” เทพว่าจบบดปากตัวเองกับปากของพวงทองอย่างสาแก่ใจ ผ่องทิพย์เข้ามาเห็นพอดีโวยวายลั่น ที่เทพทำอะไรไม่เกรงใจกันบ้าง พวกทองสบช่อง ผลักเทพออกแล้ววิ่งหนี ผ่องทิพย์ด่าไล่หลังน่าจะไปให้พ้นๆ ได้แล้ว ทนหน้าด้านอยู่เป็นก้างขวางคอน้องสาวตัวเองอยู่ได้ เทพไม่พอใจรีบตัดบท ถามว่ามีธุระอะไร

“จะอะไรซะอีกล่ะคะ รู้สึกว่าผ่องจะเห็นแวบๆ นะว่านังขวัญตาแอบไปหาแฟนเก่า”

สิ้นเสียงผ่องทิพย์ ขวัญตาปรากฏตัวขึ้นในชุดนอนวาบหวิว ต่อว่าผ่องทิพย์ที่ชอบใส่ร้ายคนอื่น สองสาวมีปากเสียงกัน แถมแย่งกันเสนอตัวให้เทพ แต่สุดท้าย เทพเลือกขวัญตาที่สดใสใหม่กว่า ผ่องทิพย์แค้นใจมากหมายหัวไว้ต้องหาทางกำจัดขวัญตา
ไปให้พ้นจากที่นี่ให้ได้

ooooooo

หญิงมานศรีต้องระงับความโกรธเมื่อวิโรจน์เจ้าหนี้รายใหญ่ของบริษัทตามมาทวงหนี้ถึงที่วังกฤตยา แต่เช้า ขอร้องเขาให้รออีกหน่อย ศพของท่านพ่อยังไม่ทันจะเผา ส่วนหนี้พวกนั้น เธอรับปากจะใช้คืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์แน่ ทั้งหม่อมสรัสวดีและชายคำรณต่างงง หญิงมานศรีจะเอาเงินจำนวนมากจากไหนไปใช้หนี้

“คืนยังไง พวกคุณจะเอาเงินที่ไหนมาคืนผม เอ๊ะหรือว่าจะขายวัง...ขายให้ผมก็ได้ ผมให้ราคาดี กำลังหาที่สวยๆทำร้านอาหารอยู่พอดี” วิโรจน์ยิ้มเจ้าเล่ห์ หญิงมานศรีไม่มีวันขายวังแห่งนี้ให้ใครเด็ดขาด และก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของเขาที่จะต้องมาสู่รู้ว่าพวกเธอจะได้เงินมาอย่างไร ขอให้รู้แค่ว่าเธอไม่เคยผิดคำพูด

“ผมให้เวลาอีกหนึ่งอาทิตย์ ไม่อย่างนั้น วังแห่งนี้จะได้กลายเป็นร้านอาหารของผม”

ทันทีที่เจ้าหนี้รายใหญ่ของตระกูลกลับไป ชายคำรณติงน้องสาว ทำไมไปพูดแบบนั้น แล้วเราจะหาเงินจากไหนได้ทันเวลา หญิงมานศรีเองก็ยังไม่รู้ แต่เชื่อว่าวิญญาณของท่านพ่อจะต้องช่วยเราหาทางจนได้...

งานศพท่านชายอมรเทพจัดขึ้นในเย็นวันเดียวกันทั้งที่ยังไม่พบศพ ทิวจำใจต้องมางานนี้เป็นเพื่อนอรอนงค์ เนื่องจากเธออ้างว่านพดลมาด้วยไม่ได้ติดธุระสำคัญ ทิวไม่เชื่อ หาว่าเธอพยายามจับคู่เขากับหญิงมานศรี อรอนงค์ ขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วย ไม่เชื่อก็ตามใจ

ระหว่างนั้น เสกสรรเดินลิ่วแซงหน้าทั้งคู่ไป ทิวจำหน้าได้ว่าเป็นคนรักของยัยหงส์ปีกหัก สงสัยมาทำไม เสกสรรมาถึงศาลาสวดศพ เห็นหญิงคนรักของตนเองกำลังพาเทพกับนพดลเข้าไปนั่งในศาลา ท่าทีที่เทพมองเธอทำให้เสกสรรไม่พอใจ แต่ไม่กล้าทำอะไร เพราะหม่อมสรัสวดีจ้องมองอยู่ ได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ

ครู่ต่อมา อรอนงค์กับทิวมาถึงศาลาสวดศพ ทิวขอนั่งรอข้างนอกปล่อยให้อรอนงค์เข้าไปในศาลาคนเดียว เธอแปลกใจที่เห็นนพดลนั่งอยู่กับเทพ ทั้งๆที่เขาบอกเธอเองว่าไม่ว่าง เข้าไปต่อว่าว่าต้องมีลับลมคมในอะไรแน่ๆ ถึงได้แอบมางานศพกันสองคนโดยไม่บอกกล่าว เทพหาว่าอรอนงค์ชอบมองเขาในแง่ร้าย แล้วทำไก๋เบือนหน้าไปทางอื่น เห็นหม่อมสรัสวดียืนรับแขกอยู่กับชายคำรณ แอบพยักพเยิดกับนพดลอย่างรู้กัน...

ด้านเสกสรรรอจังหวะที่หญิงมานศรียืนอยู่เพียงลำพังปรี่เข้าไปทักทาย หญิงสาวรีบตัดบทถ้ากราบลาท่านพ่อเสร็จแล้วเขาควรกลับไปเสีย แล้วเดินนำออกไป เสกสรรตัดพ้ออย่าทำเหมือนไม่เคยมีเยื่อใยต่อกัน เขามาที่นี่เพราะอยากจะช่วย แล้วจูงมือเธอไปยังมุมสงบๆ ทิวเห็นหลังยัยหงส์ปีกหักไวๆเดินตาม หญิงมานศรีสะบัดมือเสกสรรออก ถามเสียงเขียวพาเธอมาตรงนี้ต้องการอะไรกันแน่ ชายหนุ่มยื่นเช็คใบหนึ่งให้

“นี่เป็นเงินเก็บทั้งหมดที่ผมมี ผมรู้ว่าตอนนี้คุณหญิงกำลังลำบาก”

ทิวตามมาทันพอดี มองหญิงมานศรีอย่างเย้ยหยัน “เงิน...ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นได้จริงๆ...”

ขณะที่เสกสรรกำลังหยิบยื่นความช่วยเหลือให้หญิงมานศรี นพดลเกลี้ยกล่อมจนหม่อมสรัสวดียอมให้เทพเป็นผู้ดูแลหนี้สินทั้งหมดของบริษัทและของวังกฤตยา เป็นไปตามแผนการที่เขากับเทพวางไว้

ooooooo

หญิงมานศรีไม่ต้องการรับความช่วยเหลือจากเสกสรรจึงเดินหนี ชายหนุ่มตามมายัดเช็คใส่มือและขอร้องให้รับไว้ ทิวดูแคลนคิดว่าหญิงมานศรีรับเงินจากเสกสรรทั้งที่เป็นฝ่ายผลักไสเขาออกจากชีวิต ทนดูต่อไปไม่ไหวเดินหนี จึงไม่ทันเห็นเธอคืนเช็คใบนั้น เสกสรรไม่ยอมแพ้เอาเช็คยัดใส่มือหญิงมานศรีอีกครั้ง

คุณหญิงพันทิพามาเห็นพอดี เหน็บหญิงมานศรีว่าทำเป็นหยิ่งผยองสุดท้ายก็ต้องมาขอความช่วยเหลือจากลูกชายของเธอ หญิงมานศรีพยายามจะอธิบาย แต่เธอไม่ฟังด่าว่าฉอดๆ โชคดีที่หม่อมสรัสวดีตามมาทัน ด่าคุณหญิงพันทิพากลับ ทั้งคู่เปิดศึกขุดกำพืดของแต่ละฝ่ายขึ้นมาด่าไฟแลบ หม่อมสรัสวดีเหลืออดตะโกนลั่น

“พิไลพร...อยู่ไหน ไปแจ้งตำรวจว่ามีคนมาก่อความเดือดร้อนรำคาญในงาน ให้มาลากตัวออกไป”

คุณหญิงพันทิพาจำต้องล่าถอยแล้วลากตัวลูกชายกลับ เสกสรรฮึดฮัดจะไม่ไป แต่ถูกแม่เอ็ดเสียงเขียวรีบเดินตามต้อยๆ หญิงมานศรีร้องเรียกไว้ เสกสรรดีใจคิดว่าเธอยังมีเยื่อใย แต่เธอกลับยื่นเช็คคืนให้

“เอาเช็คของเสกกลับไปด้วย แล้วจำไว้นะ ตราบใด ที่เสกยังหนีไปจากเงาของแม่ไม่พ้น เสกจะไม่มีวันมีชีวิตเป็นของตัวเอง” เธอมองเสกสรรค่อยๆเดินจากไปอย่างปวดร้าวใจ กลัวตัวเองจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แอบไปหลบมุมระงับความเสียใจ ไม่ทันเห็นทิวยืนอยู่ตรงนั้นก่อนแล้ว เขาอดแขวะไม่ได้ ที่เสียใจเพราะพ่อตายหรือเพราะตัวเลขในเช็คน้อยเกินไป หญิงมานศรีฉุนขาดปรี่เข้าไปตบหน้าทิวอย่างแรงจนหน้าหัน

“อย่าได้บังอาจพูดถึงท่านพ่อหรือว่าชีวิตส่วนตัวของฉัน...ฉันจะลากตัวนายเข้าคุก”

เธอจะเดินหนี ทิวคว้าตัวไว้ ยังดูถูกต่างๆนานา หญิงสาวแค้นจัดกัดแขนเขาจมเขี้ยวจนต้องปล่อยมือ ขู่ซ้ำ ถ้าเห็นเขาป้วนเปี้ยนใกล้ๆเธออีก จะแจ้งตำรวจลากคอเข้าคุกแล้วโกยแนบ ทิวมองตามยิ้มเยาะ ก่อนจะก้มมองแขนที่โดนกัด ไม่นานนัก หญิงมานศรีวิ่งหน้าตื่นมาบอกพิไลพร ว่า เจอผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว ยังไม่ทันจะบอกว่าผู้ชายคนไหน ชายคำรณเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน หม่อมแม่มีเรื่องสำคัญเรียกให้น้องหญิงกลับไปคุยที่วัง

ครู่ต่อมา หม่อมสรัสวดีเล่าเรื่องที่เทพจะเข้ามาช่วยเรื่องการเงินที่เป็นปัญหาของพวกเรา ชายคำรณไม่อยากเชื่อว่าเทพจะเข้ามาช่วยเหลือพวกเราอย่างบริสุทธิ์ใจ เพราะไม่มีใครให้ยืมเงินตั้งหลายพันล้านบาทมาทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงแล้วคิดดอกเบี้ยต่ำขนาดนั้น

“แสดงว่า เขาเห็นความเป็นไปได้ของธุรกิจของเรา อย่าคิดมากน่า เราไม่มีอะไรต้องเสียนะลูก มีแต่ได้อีกอย่างคุณเทพก็เสนองานให้ลูกหญิงด้วย ถ้าลูกไม่รังเกียจ” หม่อมสรัสวดีไม่กล้าบอกลูกๆว่า เทพไม่ได้ให้ยืมเงินฟรีๆเธอต้องเอาวังกฤตยาไปค้ำประกันเงินก้อนนี้ เพราะถ้าลูกๆรู้ต้องไม่ยอมแน่นอน หญิงมานศรีดูๆแล้วเทพก็เป็นคนดีคนหนึ่งแต่เธอยังไม่คิดจะรับความหวังดีจากเขา หม่อมสรัสวดีไม่ค่อยพอใจนักกับการตัดสินใจของลูก

ooooooo

ที่หญิงมานศรียังรีๆรอๆเพราะจะลองไปขอความช่วยเหลือจากท่านชายพหล ท่านลุงของเธอดูก่อน หม่อมสรัสวดีไม่คิดว่าท่านจะช่วยอะไรพวกเราได้ แต่หญิงมานศรีไม่คิดเช่นนั้นอย่างน้อยท่านลุงก็มีเลือดกฤตยาเหมือนกัน หม่อมสรัสวดีขัดใจนัก ที่แผนการไม่ราบรื่นอย่างที่คิด

สองพี่น้องแห่งวังกฤตยาต้องผิดหวังเมื่อไปถึงวังของท่านลุงแล้วพบว่า ท่านไม่สบาย โรคหัวใจกำเริบ หญิงมานศรีเป็นห่วงสุขภาพของท่าน จึงไม่กล้าเอ่ยปากขอความช่วยเหลือใดๆต้องกลับไปอย่างผิดหวัง...

ในที่สุด หญิงมานศรีตัดสินใจรับความหวังดีจากเทพ รวมทั้งยอมไปทำงานเป็นเลขาฯของเขาที่ต่างจังหวัด ชายคำรณเป็นห่วงไม่อยากให้น้องหญิงอยู่ไกลหูไกลตา ตอนนี้เราเหลือกันแค่สามคนเท่านั้น

“ให้หญิงไปเถอะค่ะ...ถ้าหญิงยังอยู่ที่นี่ เสกก็จะยังไม่เลิกมาพบหญิงและคุณแม่ของเสกก็จะมาตามราวีเราไม่เลิก หญิงเหนื่อยค่ะ” เธอถอนใจเอือมระอา หม่อมสรัสวดีแอบยิ้มพอใจ ชายคำรณมีข้อแม้ ถ้าน้องหญิงจะไปเป็นเลขาฯของเทพต้องให้พิไลพรไปอยู่ด้วย...

ด้านเทพเหมือนจะรู้ว่าแผนการที่ตัวเองวางไว้ต้องสำเร็จ สั่งให้พวงทองจัดห้องรับรองแขกไว้รอท่า ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วอาณาเขตของทิวเทพมิตร พวกคนงานทั้งที่ไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา ผ่องทิพย์อยากรู้จนเนื้อเต้นว่าเทพจัดห้องไว้ให้ใคร พยายามซักถามพวงทอง แต่กลับไม่ได้ความอะไร พวงทองไม่สนใจและไม่เห็นความจำเป็นอะไรจะต้องถามเรื่องนี้จากเทพ

“นี่...ถ้าไม่เต็มใจจะเป็นเมียคุณเทพนักก็ไปซะสิจะมาอยู่เป็นก้างฉันทำไม”

“ไม่ต้องกลัวหรอกผ่อง...ถึงวันนั้นพี่ไปแน่” พวงทองพูดจบเดินหนี อายพวกคนงานที่มาช่วยทำห้อง

“ให้มันจริงก็แล้วกัน บอกไว้ก่อนนะ ถึงจะเป็นพี่ ฉันก็ไม่ไว้หน้า เสียทองเท่าหัวฉันไม่มีวันเสียผัวให้ใคร” ผ่องทิพย์ตะโกนไล่หลัง ก่อนจะเดินออกไปหน้าคฤหาสน์ ร้องเรียกบุญปลูกคนสนิทของตนให้ไปบอกตาสินให้เอารถออกเธอจะเข้าเมือง ขวัญตากำลังจะออกไปข้างนอกเหมือนกันชิงบอกว่าตาสินไม่ว่างเพราะเธอจองตัวไว้ก่อนแล้ว ผ่องทิพย์ไม่พอใจ รถมีตั้งหลายคันทำไมนังเมียเบอร์สามต้องมาแย่งรถคันเดียวกับตนด้วย

สองสาวต่างไม่ยอมลงให้กัน โต้เถียงกันอย่างรุนแรง ก่อนจะตรงเข้าตบตีกันอุตลุด ทิวกับเข้มขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดี เข้มแนะให้เจ้านายลงไปห้าม ทิวส่ายหน้า ถามเข้มว่าที่นี่กำลังจะมีสมาชิกใหม่ใช่ไหม

“เห็นเขาลือกันนะนายว่าจะมาเป็นเลขาฯนายใหญ่”

“ยินดีต้อนรับสู่นรก” ทิวมองสองสาวที่ตบตีกันอย่างสมเพช ก่อนจะบิดมอเตอร์ไซค์จากไป...

ขณะที่ผ่องทิพย์กับขวัญตากำลังลงไม้ลงมือกันอยู่ที่สนามหน้าคฤหาสน์ของเทพ เสกสรรแวะมาหาหญิงมานศรีที่วังกฤตยาแต่ต้องผิดหวังเมื่อรู้จากแม่แล่มว่าเธอไม่อยู่ ไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่ และกำชับไว้ว่าห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าเธอไปไหน เสกสรรกลับไปด้วยความเสียใจและผิดหวัง

ooooooo

ทันทีที่ผ่องทิพย์รู้จากบุญปลูกว่าเลขาฯนายใหญ่ มาถึงแล้ว รีบออกไปแสดงตัวให้ผู้มาใหม่รู้ว่าเธอเป็นหนึ่งในเมียสามคนของเทพ และแนะนำพวงทองกับขวัญตาว่าเป็นเมียของเทพเช่นกัน ชายคำรณโล่งใจที่เทพมีเมียแล้ว หม่อมสรัสวดีกลับไม่พอใจ ขอคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว เทพเดินนำเธอไปยังห้องทำงาน พอปิดประตูห้องเท่านั้น หม่อมสรัสวดีโวยแหลกจะให้ลูกหญิงของเธออยู่ที่นี่ได้อย่างไร เทพแต่งเรื่องเป็นฉากๆว่า

“ผมรับพวงทองและผ่องทิพย์มาเป็นภรรยาด้วยความจำเป็น ถ้าผมไม่รับดูแลเอาไว้พวกเธอจะไม่มีที่พึ่งที่ไหน จะให้ผมทำยังไงเมื่อพ่อแม่ของพวกเธอฝากฝังเอาไว้ก่อนที่พวกเขาจะตาย ส่วนขวัญตา ผมเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น แต่เธอรักผมมากและขู่ว่าจะฆ่าตัวตายถ้าไม่ได้อยู่กับผม...ผมไม่ได้รักพวกเธอเลย”

“ยังไงมันก็เข้าใจยากอยู่ดี พูดตามตรงนะคะ

ฉันรู้ว่าคุณพอใจลูกหญิงของฉัน และฉันก็เห็นว่าคุณดีพอที่จะดูแลลูกหญิงได้ ฉันจึงเปิดทางให้ แต่ถ้ามันเป็นแบบนี้...” หม่อมสรัสวดีลำบากใจ

เทพอ้างว่าทั้งสามสาวไม่มีใครได้จดทะเบียนสมรสกับเขาสักคน ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเฝ้ารอผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างหญิงมานศรีมาร่วมชีวิต ขอเพียงหม่อมสรัสวดียอมสนับสนุนให้เธอได้อยู่ใกล้ชิดเขา รับรองว่าเขาจะทำให้เธอรักและยอมแต่งงานด้วย แล้ววันนั้นจะไม่มีส่วนเกินใดๆในชีวิตเขาอีก

หม่อมสรัสวดีอยากได้เทพมาเป็นเขยอยู่แล้ว จึงเชื่อคำลวงของเขาอย่างง่ายดาย ยอมให้หญิงมานศรีอยู่ที่คฤหาสน์ของเทพโดยทิ้งพิไลพรให้อยู่เป็นเพื่อน สองสาวยืนส่งหม่อมสรัสวดีกับชายคำรณขึ้นรถตู้ไปจนลับสายตา จากนั้น พิไลพรขอตัวเอาข้าวของขึ้นไปเก็บ ส่วนหญิงมานศรีขอเดินชมธรรมชาติแถวนี้สักพักหนึ่งก่อน...

ในเวลาต่อมา ที่มุมหนึ่งของไร่อ้อย ทิวได้ยินบุญปลูกนินทาเลขาฯคนใหม่ของเทพให้พวกคนงาน

ฟังอย่างมันปาก คุยโม้ว่าคุณผ่องเจ้านายของเธอไม่มีทางยอมให้ยัยคุณหญิงอะไรนั่นมาแย่งผัวไปเด็ดขาด ทิวสะดุดหูเมื่อได้ยินคำว่า “คุณหญิง” แต่ไม่ได้สนใจอะไรนัก เดินหลบออกจากวงนินทาไปที่ริมลำธาร ขณะกำลังเดินทอดอารมณ์อยู่นั้น ทิวเหลือบไปเห็นหญิงมานศรี เดินชมนกชมไม้อย่างมีความสุข โดยไม่รู้ว่าถูกเขาจับจ้องมองอยู่

“คุณหญิงมานศรีโสภาคย์...หงส์อย่างคุณ สุดท้ายก็ต้องขายตัวเองแลกกับเงิน”

ความงามของหญิงมานศรีท่ามกลางธรรมชาติแสนสวยทำให้ทิวมองอย่างหลงใหล เผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งหักดังเปาะ หญิงสาวหันมองตามเสียงแต่ไม่พบใคร เพิ่งรู้สึกตัวว่ามาไกลจากที่พักมากแล้วจึงเดินกลับทางเดิม ทิวโผล่ออกจากหลังต้นไม้ใหญ่มองตามเธอไปด้วยสีหน้าชิงชัง...

ที่หน้าคฤหาสน์ เทพกับพิไลพรเริ่มเป็นกังวลที่หญิงมานศรีไปเดินเล่นนานผิดสังเกต เทพสั่งให้ล้วนเอารถออกตาม แล้วบอกให้พิไลพรรออยู่ที่นี่เผื่อหญิงมานศรีกลับมาถึงจะได้โทร.บอกเขาได้...

ฝ่ายหญิงมานศรีหลงทางไม่รู้จะไปทางไหนดี ทิวแอบตามมาตลอดรีบอ้อมไปดักหน้า หญิงสาวเห็นเขาตกใจถึงกับถอยกรูด  เอะอะลั่นนั่นตามเธอมาที่นี่ทำไม  ทิวอยู่ ที่นี่ เธอต่างหากที่ตามเขามา แล้วทำหน้าหื่นเดินเข้าหาแกล้งจับเส้นผมของเธอขึ้นมาดม หญิงมานศรีปัดมือเขาสั่งให้เอามือสกปรกออกไป อย่ามาแตะต้องตัวเธอ

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ทิวคว้าตัวเธอเข้ามาใกล้ หญิงสาวขืนตัวไว้ เขากลับหาว่าดัดจริตทำเหมือนไม่เคยต้องมือชาย รู้ทั้งรู้ว่าเทพมีเมียแล้วตั้งสามคน ยังจะมาเสนอตัวให้ถึงที่อีก หญิงมานศรีโกรธจัดตบทิวเปรี้ยง

“ฉันมาทำงานแลกเงิน ไม่ได้ขายศักดิ์ศรีตัวเอง”

ทิวไม่เชื่อ อยากรู้นักว่าผู้ดีจอมปลอมอย่างเธอจะรสหวานเหมือนอ้อยที่นี่หรือจืดชืดยิ่งกว่าชานอ้อยที่ผ่านการเคี้ยวมานับครั้งไม่ถ้วน แล้วกระชากเธอเข้ามาจูบอย่างดุดัน แต่แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน เคลิ้มไปกับรสจูบนั้น หญิงสาวดิ้นหลุด ตบหน้าเขาฉาดใหญ่แก้วหูลั่นเปรี๊ยะ ทิวได้ยินเสียงรถแล่นมาแต่ไกล ลากเธอเข้าพุ่มไม้ข้างทาง หญิงมานศรีคิดว่าเขาจะทำมิดีมิร้ายทั้งร้องทั้งดิ้นสุดฤทธิ์ ทิวปิดปากแล้วกดร่างเธอไว้ไม่ให้หนี
รอจนรถจี๊ปของเทพแล่นผ่านไปไกลแล้ว ชายหนุ่มรีบลากเธอถูลู่ถูกังลึกเข้าไปในป่า ก่อนจะเหวี่ยงลงกับพื้น หญิงมานศรีคว้าก้อนหินใกล้มือได้ขว้างใส่หัวเขาเต็มแรง แล้ววิ่งหนีสุดชีวิตพร้อมกับส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ทิวหัวแตกเลือดอาบ พยายามวิ่งตาม แต่สุดท้ายหญิงมาน– ศรีหนีรอดไปได้ด้วยความช่วยเหลือของเทพ

ooooooo

พิไลพรตกใจมากเมื่อเห็นสภาพมอมแมมและตื่นกลัวของหญิงมานศรี เข้าไปกอดปลอบไว้ ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงมานศรีน้ำตาคลอมองหน้าพิไลพรสลับกับเทพ ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา

“ผู้ชายคนนั้น มันจะ...ข่มเหงหญิง”

ทั้งสองคนตกใจมาก โดยเฉพาะเทพเป็นเดือดเป็นแค้น ต้องเอาเรื่องไอ้หมอนั่นให้ได้...

ขณะที่เข้มกำลังทำแผลที่หัวให้ทิวอยู่ที่หน้าบ้านพักของเขา คนงานกลุ่มหนึ่งเดินผ่านมาพอดี ตะโกนบอกทั้งคู่ว่านายใหญ่สั่งให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่ท้ายไร่ ไม่นานนัก ทิวกับเข้มมารวมกลุ่มกับพวกคนงานที่

บริเวณท้ายแถว เข้มกระซิบถามคนงานคนหนึ่งว่าตกลงมีเรื่องอะไรกัน นายใหญ่ถึงได้เรียกมารวมพลแบบนี้

“มีคนทำมิดีมิร้ายคุณเลขาฯของนายใหญ่ คิดว่าเป็นคนงานในไร่นี่แหละ ไอ้เลวนั่นมันหัวแตกเพราะคุณเลขาฯปาหินใส่มัน นายใหญ่กำลังหาตัวอยู่...แต่ข้าว่า ป่านนี้ไอ้เลวนั่นคงหนีไปไกลแล้วล่ะ จะอยู่ให้โง่หรือ”

เข้มหันขวับมองหน้าทิวทันที แต่เขาไม่ยอมสบตาด้วย ซ้ำทำตัวมีพิรุธอ้างมีงานต้องทำ แล้วจ้ำพรวดๆ ออกไปก่อนที่เทพกับสมุนจะเดินหาคนร้ายมาถึงบริเวณที่เข้มยืนอยู่แค่อึดใจเดียว นายใหญ่มองหาทิวแต่ไม่เจอ ประกาศกร้าวจะเอาเรื่องคนที่ทำร้ายหญิงมานศรีให้ได้ ทิวซุ่มดูอยู่แถวนั้นไม่พอใจท่าทีของเทพ...

ระหว่างที่ทิวหลบหนีการตรวจตราของเทพไปได้อย่างเฉียดฉิว หญิงมานศรีใจคอไม่ดี สั่งให้พิไลพร เก็บข้าวของเตรียมกลับกรุงเทพฯ จากนั้น สองสาวช่วยกันขนสัมภาระทั้งหมดมากองไว้หน้าคฤหาสน์

เทพเพิ่งกลับจากไร่ เข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงมานศรีอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว กลัวผู้ชายคนนั้นจะกลับมาทำร้ายอีก เขาต้องกล่อมอยู่นานจนเธอเปลี่ยนใจอยู่ต่อ และเพื่อไม่ให้เรื่องลุกลามใหญ่โต เทพขอร้องเธออย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกหม่อมแม่กับพี่ชาย เดี๋ยวจะพากันร้อนใจเปล่าๆ และรับปากจะดูแลเธออย่างดี จะไม่ให้ใครมาทำร้ายเธอได้อีก ทำให้เธอซาบซึ้งใจมาก...

ทางฝ่ายพิไลพรไม่เห็นด้วยที่หญิงมานศรีจะอยู่ที่นี่ต่อ แต่เธอยืนยันจะไม่ยอมให้คนเลวๆแค่คนเดียวมาขัดขวางเส้นทางเดินชีวิตของเธอเด็ดขาด

“เส้นทางเดินอื่นๆมีอีกเยอะแยะไปค่ะ ไม่ใช่มีแต่ที่นี่ ไม่เห็นจะน่าอยู่แถมประหลาด เกิดมาเพิ่งเคยเห็นผัวหนึ่งเมียสามอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน แล้วพรก็ไม่ไว้ใจคุณเทพนั่น...” ยังไม่ทันจะบอกว่าเทพชอบมองเธอด้วยสายตาแปลกๆชอบกล หญิงมานศรีตัดบทเสียก่อนว่าเทพเป็นคนดี มีบุญคุณกับครอบครัวของเธอ ขอร้องพิไลพรอย่าให้เรื่องนี้รู้ถึงหูหม่อมแม่กับพี่ชายของเธอเด็ดขาด เธอไม่อยากให้ทั้งคู่ไม่สบายใจ...

จากรูปพรรณสัณฐานที่หญิงมานศรีให้ไว้ เทพมั่นใจว่าผู้ชายคนนั้นต้องเป็นทิว คิดหาทางฉีกหน้า...

ไม่ใช่เทพเท่านั้นที่สงสัยทิว พวงทองก็เช่นกันตามมาคาดคั้นเขาถึงบ้านพักว่าทำอย่างนั้นทำไม ทิวเกลียดผู้หญิงหิวเงิน ยืนยันจะทำให้ยัยหงส์ปีกหักนั่นอยู่ที่นี่ไม่ได้ และไม่มีทางได้อะไรจากเทพแม้แต่สตางค์แดงเดียว

“แต่ทิวก็ทำไม่สำเร็จ คุณหญิงยังอยู่ที่นี่...จะทำอะไรก็แล้วแต่ ระวังตัวด้วยแล้วกัน คุณเทพคงไม่ปล่อยเรื่องนี้หายเงียบไปเฉยๆแน่” พวงทองเตือนด้วยความเป็นห่วง ทิวไม่กลัว จะมาแบบไหนรับได้ทั้งนั้น แต่เขาไม่มีวันปล่อยให้ยัยผู้ดีนั่นมาลอยหน้าลอยตาอยู่

ที่นี่เหมือนกัน

ooooooo

วันแรกของการทำงานในตำเหน่งเลขาฯคนใหม่ เทพกลับพาหญิงมานศรีไปที่โรงงานน้ำตาล เพื่อแนะนำให้รู้จักกับทิว บรรณาลูกชายของอดีตหุ้นส่วนและเป็นเพื่อนสนิทของเทพที่ตายไป เขามารับช่วงต่อจากพ่อของเขาคอยดูแลการผลิตที่นี่ ทันทีที่หญิงมานศรีเห็นหน้าทิว ตกใจแทบช็อก ยิ่งเห็นเขาเดินเข้ามาหาด้วยท่าทีไม่สะทกสะท้าน หญิงสาวถึงกับถอยกรูด ละล่ำละลักบอกเทพทั้งน้ำตาว่า

“ผู้ชายคนนี้คือคนที่ข่มเหงหญิงเมื่อวาน”

เข้มและคนงานในโรงงานต่างมองทิวอย่างไม่เชื่อสายตา เทพแอบยิ้มพอใจ หญิงมานศรีจะไปแจ้งตำรวจเอาเรื่องทิว เทพแสร้งปกป้องเขา แก้ตัวให้ว่าเธออาจจะเข้าใจผิดไปเอง

“เข้าใจไม่ผิดหรอก ผมนี่แหละที่เป็นคนทำ ผมก็ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งมีเลือดมีเนื้อมีความรู้สึกเจอผู้หญิงยั่วเข้าให้ใครจะไปอดใจไหว ลีลาเธอตอนที่ยั่วสวาทผม ไม่ได้หงิมๆเรียบร้อยอย่างตอนนี้หรอก แต่มันเหมือน...

นางเสือหิว” ทิวยิ้มยั่ว หญิงมานศรีทั้งอายทั้งโกรธตบหน้าเขาอย่างแรง ก่อนจะวิ่งออกไปทั้งน้ำตา

เทพไล่ตามจนทัน ปลอบให้ใจเย็นๆ เขาเชื่อว่า

เธอไม่ได้เป็นอย่างที่ทิวกล่าวหา หญิงมานศรีไม่เข้าใจทำไมทิวถึงต้องทำร้ายเธอทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เทพโกหกเป็นฉากๆที่ทิวเป็นอย่างนี้เพราะแค้นเรื่องขวัญตาอดีตคนรักที่ขอเลิกลาไปเพราะทนความป่าเถื่อนของเขาไม่ไหว เทพจึงรับดูแลเธอ ตั้งนั้นมา ทิวเลยผูกใจเจ็บพยายามทำลายทุกอย่างที่เขารัก หญิงมานศรีนิ่วหน้าสงสัย เทพหมายความว่าอย่างไร

“เอ่อ...ผมหมายถึงงานและผู้ร่วมงานทุกคนของผมครับ”

เธอมั่นใจว่าทิวต้องมีปัญหาทางจิต อดแปลกใจไม่ได้ทำไมถึงยังให้ทำงานที่นี่อยู่อีก เทพพูดเอาแต่ดีใส่ตัว ที่ต้องให้อยู่เพราะรับปากพ่อแม่ของทิวไว้ก่อนตายว่าจะดูแลเขาให้ หญิงมานศรีประทับใจเทพมาก

“ผมขอร้องคุณหญิงได้ไหมครับ คุณหญิงอย่าไปเอาผิดกับเขาเลยครับ ถือว่าเมตตา คุณหญิงเพียงแต่อยู่ให้ห่างๆเขาไว้เท่านั้น ผมจะให้นายล้วนช่วยดูแลอีกคน” คำพูดของเทพทำให้หญิงมานศรีเห็นเขาเป็นเทพบุตรหัวใจทองคำ จึงยอมทำตามที่เขาขอร้อง หลังจากพาเธอ กลับที่พัก เทพมาหาทิวที่โรงงานอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้สวมหน้ากากเทพบุตร เผยให้เห็นซาตานที่อยู่ในตัว ทั้งสองปะทะคารมกันเช่นเคย ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอม
ใคร...

หญิงมานศรีสงสารเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงขอร้องพิไลพรช่วยพาทิวไปตรวจสภาพจิตที่ รพ.ที่เธอทำงานพิไลพรไม่รอช้า หลังเลิกงานแวะไปที่โรงงานน้ำตาล พอเห็นหน้าทิวจำได้ว่าคือผู้ชายสุภาพคนนั้นที่เธอทำพั้นช์ หกใส่ในงานเลี้ยง ไม่น่าจะใช่คนโรคจิตอย่างที่คุณหญิงว่า ทิวเคืองที่ถูกกล่าวหา แถมจะให้พิไลพรพาเขาไปรักษา ตามไปเล่นงานยัยผู้ดีปากจัดถึงคฤหาสน์  ด่าสาดเสียเทเสีย แถมแกล้งอาละวาดใส่ปัดข้าวของใกล้มือกระจุยกระจาย ยิ่งทำให้หญิงมานศรีมั่นใจว่าทิวต้องเป็นโรคจิตขั้นรุนแรงแน่นอน...

ค่ำวันเดียวกัน ระหว่างร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน ผ่องทิพย์ไม่พอใจที่เทพคอยเอาอกเอาใจตักอาหารให้หญิงมานศรีตลอด ถามอย่างเหลืออดว่ามาที่นี่เพราะต้องการจะมาเป็นเมียคนที่สี่ของผัวเธอหรือเปล่า หญิงมานศรีถึงกับหน้าชา พยายามอธิบายว่าเป็นการเข้าใจผิด แต่ผ่องทิพย์ไม่เชื่อ อาละวาดร้องกรี๊ดๆ

เทพทำเป็นใจเย็นขอตัวคุณหญิงสักครู่ แล้วลากผ่องทิพย์ขึ้นไปที่ห้องของเธอ ทันทีที่ประตูห้องปิด เขาตบหน้าเธอฉาดใหญ่ที่แสดงมารยาททรามต่อหน้าคุณหญิง ผ่องทิพย์ไม่ยอมแพ้ตบตีคืนบ้าง เขาไม่ปัดป้อง ยิ่งถูกตบยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ของเขาให้ลุกโชน ก่อนทั้งคู่จะโถมเข้าหากันด้วยแรงปรารถนา...

ขณะเดียวกันที่โต๊ะกินข้าว พวงทองก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เพราะชินกับพฤติกรรมของทั้งคู่ ผิดกับหญิงมานศรีที่หมดอารมณ์จะกินวางช้อนส้อมลง พวงทองเห็นเธอกินแค่แมวดม อาสาจะไปบอกให้เด็กยกของว่างกับเครื่องดื่มไปให้ที่ห้องแล้วลุกออกไปทันที พิไลพรมองหน้าหญิงมานศรี

“คิดจะกลับไปอยู่วังตอนนี้ พรว่ายังทันนะคะ...

มีแต่ความประหลาดและรังสีอำมหิตเต็มไปหมด คฤหาสน์อาถรรพณ์ชัดๆ” เธอพูดจบก็ถอนใจ ขณะที่หญิงมานศรีสีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

ตอนที่ 3

เช้านี้ ทิวเพิ่งมีโอกาสเข้าไปตรวจงานที่ออฟฟิศถึงได้รู้ว่าบริษัทกำลังมีปัญหา พอเจอเทพเข้ามากับหญิงมานศรี เขาโวยลั่น ทำไมบริษัทถึงขาดทุนทั้งๆที่มียอดสั่งการผลิตเพิ่มอย่างต่อเนื่อง สงสัยจะมีการรั่วไหล

“นายว่าฉันโกงหรือ...มันดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่เลย ฉันจะโกงบริษัทตัวเองทำไม” เทพจ้องหน้าทิวเขม็ง

“ไม่ใช่ของคุณ แต่เป็นของพ่อผม” ทิวย้ำทีละคำ

“ทิว...ไม่เอาน่า เราคุยเรื่องนี้กันมาหลายครั้งแล้ว”

“เราไม่เคยคุยกันและตอนนี้ผมมีสิทธิ์ตรวจสอบเรื่องนี้ในฐานะหุ้นส่วน ถ้ามีอะไรตุกติกผมไม่เอาคุณไว้แน่”

ทิวมองเทพอย่างเอาเรื่อง แล้วปรายตามองหญิง–มานศรีเหยียดๆก่อนจะผละจากไป เทพมองตามด้วยความชิงชัง แต่รีบปรับสีหน้าเป็นเศร้าตอนที่หันมาทางหญิงมานศรี ปั้นเรื่องว่าทิวหวาดระแวงเขาจะโกงและแย่งธุรกิจนี้มาจากพ่อของทิว เขาไม่มีวันทำเช่นนั้นเพราะเขารักทิวเหมือนลูกแท้ๆ ตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้เป็นคนสืบทอดบริษัทยามที่เขาวางมือ เสียดายที่ทิวไม่เข้าใจเจตนาดีนี้ หญิงมานศรีหลงเชื่อปลอบว่าอย่าคิดมาก เธอจะคอยเป็นกำลังใจให้ เทพยิ้มรับ พอใจที่เธอไม่ติดใจสงสัยอะไรแม้แต่น้อย...

หญิงมานศรีไม่สบายใจเรื่องเมื่อคืน ครอบครัวของเทพต้องมีปัญหาเพราะเธอ จึงอยากจะตัดไฟแต่ต้นลม  พองานเลิก ตัดสินใจบอกเทพว่าจะขอแยกไปอยู่ต่างหากกับพิไลพร อาจจะเป็นบ้านพักพนักงานหรือบ้านเช่าใกล้ๆออฟฟิศนี้ก็ได้ เทพคิดจะกล่อมเธอให้เปลี่ยนใจ แต่เห็นท่าทางจริงจังของเธอแล้ว จำต้องยอมทำตาม แต่มีข้อแม้ว่าบ้านที่เธอจะแยกไปอยู่ เขาจะสร้างให้เอง

“หญิงรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าคุณถึงกับจะต้องสร้างบ้านหลังใหม่เพื่อหญิง มันมากเกินไป”

“ไม่มากเกินไปหรอกครับ ผมไม่ได้สร้างให้คุณหญิงโดยเฉพาะสักหน่อย ผมตั้งใจจะปลูกเรือนพักรับรองที่เป็นส่วนตัวให้กับแขกของผมอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ ตอนนี้คงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะพอดี”

เธอยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจอยู่ดี แต่ไม่กล้าขัดนอกจากบ้านที่จะปลูกให้เธอใหม่ เทพยังซื้อรถคันใหม่เอี่ยมให้อีก อ้างว่าเลขาฯทุกคนของเขาต้องมีรถประจำตำแหน่งไว้คอยติดต่องาน หญิงมานศรีจำต้องรับกุญแจรถไว้ ไหว้ขอบคุณในความกรุณาของเขา แล้วขับรถคันใหม่กลับที่พัก...

ระหว่างขับมาตามถนนในไร่อ้อย หญิงมานศรีสังเกตเห็นถนนเส้นหนึ่งแยกไปทางเชิงเขา นึกอยากรู้อยากเห็น ตัดสินใจขับรถไปตามถนนเส้นนั้น ถนนมาสุดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง บรรยากาศสงบร่มรื่นเชิญชวนให้เธอลงมาสำรวจ รอบบ้านถูกตกแต่งอย่างสวยงามและน่าอยู่ เธอเดินเรื่อยเปื่อยเข้าไปในตัวบ้าน

พลันทิวโผล่พรวดขึ้นมาตรงหน้า หญิงสาวตกใจ หันหลังวิ่งหนี เขาไม่พอใจวิ่งตามมารวบเอวเธอไว้จนล้มกลิ้งไปด้วยกัน ตะคอกถามว่าเข้าไปในบ้านของเขาทำไม เธอละล่ำละลักไม่รู้มาก่อนว่าเป็นบ้านของเขา

“โกหก...คุณตั้งใจจะเข้ามาทำอะไร...นายเทพมันใช้ให้คุณมาทำอะไร”

เธอไม่รู้เรื่องด้วย ไม่มีใครใช้ให้ทำอะไรทั้งนั้น สั่งให้เขาปล่อย ทิวหน้าตาถมึงทึงน่ากลัว หญิงมานศรีคิดว่าอาการโรคจิตของเขากำเริบ พยายามดิ้นรนจนหลุด วิ่งเตลิดไปถึงริมน้ำตก หนีต่อไปไม่ได้จะหันหลังกลับ แต่ทิวตามมาทัน ย่างสามขุมเข้าหา

“ถ้านายเทพไม่ได้ใช้เธอมา แสดงว่าเธอมาเอง คิดถึงรสจูบฉันหรือไง”

หญิงสาวกลัวจัดถอยกรูด ร่วงลงไปในน้ำตก ทิวกระโดดตามลงไปคว้าตัวเธอมากอด หญิงมานศรีทั้งดิ้นรนทั้งขอร้องให้ปล่อย เธอไม่เคยทำอะไรให้ทำไมถึงต้องทำกับเธอแบบนี้

“คุณไม่ได้ทำ แต่เจ้านายคุณทำ คุณต้องชดใช้แทนมัน อย่าดิ้นสิ ผมรู้ว่าจริงๆแล้วคุณก็ชอบ”

หญิงมานศรีหยุดดิ้นทันที เชิดหน้ามองเขาอย่างท้าทาย อยากจะทำอะไรเธอก็เชิญ ถ้ามันจะทำให้เขาลดอคติและความเกลียดชังที่มีต่อคุณเทพลงได้ ทิวโกรธจนพูดไม่ออกที่เธอปกป้องเทพขนาดยอมให้เขาล่วงเกิน

“คิดว่ามีราคาพอที่จะชดใช้ได้มากขนาดนั้นเลยหรือ ต่อให้มีมานศรีโสภาคย์เป็นร้อยคนใส่พานมาตอนนี้ก็ไม่ทำให้ผมเลิกเกลียดมัน” ทิวผลักเธอล้มลงไปในน้ำ แล้วเดินกลับบ้านพัก หญิงมานศรีพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ ค่อยๆเดินขึ้นจากน้ำอย่างยากลำบาก ในที่สุดก็มาถึงรถจนได้ ทั้งเปียกทั้งหนาวสั่นทิวแอบมองมาจากในบ้าน เห็นสภาพเธอแล้วสงสารอยากจะเข้ามาช่วย แต่ยั้งใจไว้

“เชอะ...สั่นเป็นลูกนกตกน้ำ...ผู้หญิงมารยาร้อยเล่มเกวียน” เขาเดินหนี กลัวจะใจอ่อน

ooooooo

ครู่ต่อมา หญิงมานศรีกัดฟันขับรถกลับถึงคฤหาสน์รีบขึ้นห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ จังหวะนั้น มีเสียงเคาะประตูดังปังๆๆ เธอเดินไปเปิดประตูรับ เจอผ่องทิพย์ซึ่งรู้ข่าวมาว่าเทพซื้อรถใหม่ และจะปลูกบ้านให้หญิงมานศรีอีกด้วย ทนริษยาไม่ไหวชวนบุญปลูกเข้ามาอาละวาดรื้อข้าวของของเธอออกจากตู้เสื้อผ้า วางอำนาจไล่เธอออกจากงาน แล้วสั่งให้กลับกรุงเทพฯไปเลย

“คุณไม่มีสิทธิ์ ฉันทำงานให้กับคุณเทพ ไม่ใช่คุณ” หญิงมานศรียืนกราน

“ต๊าย...หน้าด้าน แต่ฉันเป็นเมียคุณเทพ ฉันมีสิทธิ์ นังบุญปลูก เอาไปกองไว้ข้างหน้า ไล่มันออกไปก่อนคุณเทพจะกลับมาเร็ว” ผ่องทิพย์ว่าแล้วเข้าไปช่วยบุญปลูกรื้อข้าวของกระจุยกระจาย

ขวัญตาได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาดู โดนผ่องทิพย์ด่าสวนไม่ต้องสาระแน ขวัญตาไม่พอใจ ปรี่เข้าไปจิกหัวยัยจอมวีนลากออกจากห้อง หญิงมานศรีชวนพิไลพรที่เพิ่งกลับจากทำงานตามไปดู ด้านขวัญตาลากผ่องทิพย์ถูลู่ถูกังมาเจอเทพพอดี ฟ้องฉอดๆว่าผ่องทิพย์หึงหน้ามืดเลยเข้าไปรังแกคุณหญิงถึงในห้อง

“เออ...ฉันหึงมีอะไรมั้ย ผัวฉันทั้งคนฉันก็ต้องแสดงความเป็นเจ้าของก่อนที่จะมีใครแอบมาฉกเอาไป”

หญิงมานศรีหมดความอดทน ประกาศกร้าว คนอย่างเธอไม่เคยคิดจะแย่งสามีใคร ถ้ายังไม่เชื่อจะได้รู้กันว่าคนอย่างเธอทำอะไรได้บ้างแล้วเดินกลับเข้าห้อง ทุกคนถึงกับอึ้ง คาดไม่ถึงหญิงมานศรีจะสวยเผ็ดขนาดนี้...

พิไลพรเก็บเสื้อผ้าข้าวของที่กระจัดกระจายกลับเข้าที่ ยังไม่ทันจะอ้าปากแนะให้กลับกรุงเทพฯ หญิง

มานศรีเหมือนจะรู้ทันชิงพูดขึ้นก่อนว่าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้ายอมถอดใจก็เหมือนจำนนกับข้อกล่าวหาแย่งสามีคนอื่น พิไลพรไม่อยากให้เธอต้องแบกรับความกดดันแบบนี้อีกต่อไป หญิงมานศรีไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก ขอตัวพักผ่อน แล้วล้มตัวลงนอนหันหลัง พิไลพรสงสารเธอจับใจ ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวให้

“คุณหญิงของพรเข้มแข็งเสมอ แล้วพรุ่งนี้ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นค่ะ” เธอปิดไฟแล้วออกจากห้องโดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้ว หญิงมานศรีกำลังอธิษฐานทั้งน้ำตาขอให้ท่านพ่อช่วยมอบพลังและความเข้มแข็งให้...

หลังจากโดนเทพเมินใส่เพราะจงใจแกล้งหญิงมานศรี ผ่องทิพย์ยังไม่ยอมรามือ โทร.ไปหาเรื่องหม่อมสรัสวดีถึงวังกฤตยา สั่งให้รีบมารับลูกสาวกลับ ถ้าอยากจะหาสามีให้ลูกก็ให้หาที่อื่นไม่ใช่มาหาแถวนี้ แล้ววางสายกระแทกโครม หม่อมสรัสวดีโกรธที่ผ่องทิพย์บังอาจมาก คิดหาทางแก้เผ็ด

พวงทองเตือนผ่องทิพย์ทำแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับตัวเอง รู้อยู่แล้วว่าคุณเทพไม่พอใจที่เธอไปไล่คุณหญิงถ้าเกิดเขารู้เรื่องนี้จากปากหม่อมสรัสวดีอีกคงต้องเดือดร้อนแน่

“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ไม่กลัว คุณเทพจะได้รู้ว่าฉันไม่ยอมจริงๆและต้องไล่นังผู้ดีนั่นออกไป” ผ่องทิพย์หน้าตาเอาเรื่อง ขณะที่พวกทองส่ายหน้าอย่างเอือมระอา...

หญิงมานศรีโดนทิวกลั่นแกล้งจนเก็บเอาไปฝันว่าเขาบุกมาหาถึงในห้องนอนคิดจะทำมิดีมิร้าย เธอดิ้นหนีสุดชีวิต สะดุ้งตื่นด้วยความหวาดกลัวพอรู้ว่าเป็นแค่ฝันร้าย ถอนใจโล่งอก

ooooooo

ทิวเป็นห่วงหญิงมานศรีที่เมื่อวานเปียกปอนไปทั้งตัวอยากจะเข้าไปดูแต่ไม่กล้า ยืนชะเง้อคอยาวอยู่หน้าคฤหาสน์ พวงทองออกมาตักบาตรพอดี จะหลบก็ไม่ทัน เธอเรียกให้มาตักบาตรด้วยกัน เขาลังเลเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจเข้าใส่บาตรกับพี่สาวจนเสร็จ เธออดสงสัยไม่ได้ มีธุระอะไรหรือเปล่าถึงมาแต่เช้าแบบนี้ ทิวไม่กล้าถามถึงหญิงมานศรี โกหกว่าไม่มีอะไร แล้วเดินเลี่ยงออกไป...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน พิไลพรเห็นหญิงมานศรียังไม่ตื่นสักที เข้าไปปลุกถึงได้รู้ว่าไม่สบายตัวร้อนจี๋ เธอรีบออกมามองหาความช่วยเหลือ เจอพวงทองที่ห้องโถง ขอร้องให้ช่วยหาคนขับรถพาคุณหญิงไปส่ง รพ.

“ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย คุณเทพก็ออกไปแต่เช้า” แต่แล้วเธอนึกถึงทิวขึ้นมาได้ รีบโทร.ตามทันที...

หลังจากหมอตรวจอาการหญิงมานศรีเสร็จ พิไลพรเข็นรถเข็นพาเธอมาหาทิวที่ยืนรอด้วยความเป็นห่วงแต่พอเห็นหน้าเธอ เขากลับเปลี่ยนท่าที แดกดันว่าเป็นอย่างไรบ้าง ใกล้ตายหรือยัง จะรอดถึงพรุ่งนี้หรือเปล่า

“คุณทิวคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ เดี๋ยวพรพาไปตรวจที่แผนกจิตเวชหน่อยดีไหมคะ”

“ผมไม่ได้บ้านะคุณพร...แล้วยังไงต่อครับ ต้องนอน รพ.หรือเปล่า”

“เป็นหวัดธรรมดาน่ะค่ะ แต่ไข้สูงเท่านั้นเองรับยาแล้วก็กลับบ้านได้” พิไลพรแจง

ทิวแอบโล่งใจ อาสาจะไปรับยาให้ พอเขาคล้อยหลัง พยาบาลคนหนึ่งมาตามพิไลพรให้ไปหาหมอเดช เธอขอให้หญิงมานศรีรอตรงนี้สักครู่หนึ่งก่อน รับรองจะไม่ปล่อยให้เธออยู่กับทิวสองต่อสองนานๆเด็ดขาด แล้วรีบสาวเท้าออกไป หญิงมานศรีเห็นผู้คนพลุกพล่าน เวียนหัว ค่อยๆลุกจากเก้าอี้เข็นไปหาที่เงียบๆนั่งพัก...

ทางด้านหม่อมสรัสวดีไม่ปล่อยให้คนที่ระรานลูกหญิงของเธอลอยนวล ตามมาเอาเรื่องถึงที่ ครั้นจะไปไล่ตบตีล้างแค้นก็กลัวผู้คนจะรู้กำพืดเดิม นั่งวางมาดหงส์รอผ่องทิพย์อยู่ริมสระว่ายน้ำ พอประจันหน้ากัน ศึกน้ำลายก็เปิดฉากขึ้น ผ่องทิพย์เถียงสู้ไม่ได้ปราดเข้าใส่หมายจะตบให้คว่ำ หม่อมสรัสวดีเบี่ยงตัวหลบ ยัยจอมวีนเลยพลาดท่าตกสระลงไปร้องกรี๊ดๆ เทพได้ยินเสียงร้องเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ผ่องทิพย์ยังไม่ทันจะฟ้อง

หม่อมสรัสวดีชิงพูดขึ้นก่อน “ภรรยาของคุณคงจะหึงคุณจนร้อนไปหมดทั้งตัว นอกจากโทร.ไปด่าลูกหญิงกับฉัน แถมขับไล่ไสส่งสารพัดด้วยคำหยาบคายแล้วยังจะทำร้ายฉันอีกด้วย”

เทพมองผ่องทิพย์อย่างตำหนิก่อนจะเดินตามหม่อมสรัสวดี ทิ้งให้เธอกรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บใจ...

ระหว่างที่หญิงมานศรีกำลังนั่งรอทิวกับพิไลพรอยู่แถวมุมสงบของ รพ. มีชายพิการสูงวัยในชุดผู้ป่วยของ รพ.คนหนึ่ง ท่าทางไม่ค่อยเต็ม เข้ามาคว้ามือเธอไว้ชวนหนี หญิงสาวไม่มีแรงจะขัดขืนได้แต่ขอร้องให้ปล่อย ชายแก่เข้ามากอดเธอไว้สั่งให้หนีซ้ำๆอยู่อย่างนั้น เธอตกใจกรีดร้องลั่น ทิวรีบวิ่งเข้ามาแยกตัวเธอออกจากชายแก่หญิงมานศรีตกใจมากกอดเขาไว้แน่น เขากอดเธอตอบอย่างปกป้อง กันให้อยู่ห่างๆชายแก่

ทิวเพิ่งเห็นหน้าเขาชัดๆรู้สึกคุ้นๆบอกไม่ถูก ยังไม่ทันจะนึกอะไรออก พิไลพรกับเจ้าหน้าที่แผนกจิตเวชเข้ามาช่วยกันจับตัวชายแก่ออกไป หญิงมานศรียังคงกอดทิวไว้แน่น เขาเองก็กอดปลอบเธอไว้ หญิงสาวเพิ่งรู้สึกตัวรีบผละออกจากอ้อมอกเขาเป็นจังหวะเดียวกับพิไลพรกลับมาพอดี

“คุณหญิงตกใจมากมั้ยคะ...คนไข้จิตเวชที่ รพ.รับเป็นผู้ป่วยอนาถาไว้นานแล้วค่ะ พรต้องดูแลเคสนี้เป็นพิเศษ...รับยาแล้วใช่ไหมคะคุณทิว งั้นพรฝากคุณหญิงกลับด้วยนะคะ”

คนถูกฝากหน้าตื่น ตัดพ้อเสียงอ่อย ไหนบอกว่าจะไม่ปล่อยเธอไว้กับนายนี่สองต่อสอง พิไลพรจำเป็นจริงๆขอครั้งนี้ครั้งเดียว แล้วหันไปขู่ทิว ห้ามโรคจิตใส่คุณหญิงของเธอเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเธอจะถือว่าเขาเป็นศัตรูถาวรทันที เขาพยักหน้ารับเซ็งๆ พิไลพรขอบคุณเขาแล้ววิ่งปรู๊ดออกไป ทิวไม่วายแกล้งหญิงมานศรี เร่งให้เดินเร็วๆทั้งที่รู้ว่าเธอไม่ค่อยสบาย แล้วเดินลิ่วๆนำหน้าไปที่รถ เธอต้องกัดฟันเร่งฝีเท้าตาม

ooooooo

ไม่นานนัก ทิวพาหญิงมานศรีมาส่งหน้าคฤหาสน์ เธอเห็นรถของวังกฤตยาดีใจลืมป่วย วิ่งเข้าไปหาหม่อมแม่ซึ่งกำลังนั่งคุยอยู่กับเทพ สองแม่ลูกโผกอดกันด้วยความคิดถึง หม่อมสรัสวดีถามว่าไม่สบายแล้วใครพาไปหาหมอ เทพถึงกับร้องเอะอะเมื่อรู้จากพวงทองว่าทิวเป็นคนพาไป ต่อว่าว่าทำไมถึงไม่โทร.เรียกเขา

“พอดีทิวอยู่ใกล้ๆแล้วก็ไม่มีใครที่พอไว้ใจได้ ฉันเลยให้ทิวเป็นคนดูแลคุณหญิง” พวงทองอธิบาย

เทพกำลังจะพูดเรื่องที่ทิวรังแกหญิงมานศรี แต่เจ้าตัวไม่อยากให้หม่อมแม่เป็นห่วง ตัดบทว่าตอนนี้เธอไม่เป็นอะไรแล้ว เทพอนุญาตให้เธอพักหนึ่งวันไม่ต้องไปทำงาน แต่เธอมีงานค้าง อยากจะไปทำต่อให้เสร็จ

“อย่าดื้อสิครับ” เทพปราม “เชิญหม่อมพักตามสบายนะครับ ผมเสร็จจากประชุมข้างนอกแล้วจะรีบกลับมา...พวงทองดูแลหม่อมกับคุณหญิงด้วยนะ” เขายิ้มให้สองแม่ลูกก่อนจะเดินหน้าเครียดออกไป หม่อมสรัสวดีรอจนพวงทองขอตัวเข้าไปเตรียมอาหารว่าง ถามลูกว่าเกิดอะไรขึ้น ดูเทพไม่ค่อยไว้ใจนายทิวอะไรนั่น

“เขาไม่ค่อยถูกกับคุณเทพค่ะเพราะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน” หญิงมานศรีอุบเรื่องที่โดนทิวรังแกไว้

“สนิทสนมกับเขามากแค่ไหน”

เธอไม่สนิทอะไรด้วย ออกจะไม่ชอบขี้หน้าเขาด้วยซ้ำ หม่อมสรัสวดีสั่งไม่ให้ใว้ใจใครนอกจากเทพที่เธออ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทตัวเอง ทีหน้าทีหลังมีอะไรให้นึกถึงเขาก่อนคนอื่น หญิงมานศรีอยากได้ที่พักพิงทางใจ จึงขอให้หม่อมแม่อยู่ที่นี่หลายๆวันหน่อย เธอรับปากจะอยู่จนกว่าจะมั่นใจว่าลูกหญิงอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ คำพูดของหม่อมสรัสวดีฟังแปร่งหูชอบกล แต่หญิงมาน– ศรีไม่ติดใจสงสัยอะไร...

ด้านเทพแค้นใจทิวมากสั่งให้ล้วนคอยจับตาดูทุกฝีก้าว พอเห็นเขาขี่มอเตอร์ไซค์ไปตรวจงานในไร่อ้อย

ล้วนรีบโทร.รายงานนายใหญ่ทันที เทพสั่งให้ล้วนตามไปเล่นงานทิวเอาให้หยอดน้ำข้าวต้มไปเลย จะได้อยู่ห่างๆคุณหญิงของเขา ล้วนพยักพเยิดให้สมุนรีบไปดักหน้า รอจังหวะที่ทิวขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงทางโค้ง สมุนแกล้งเดินตัดหน้า เขาตกใจหักหลบ รถเสียหลักไถลชนต้นไม้ข้างทาง แน่นิ่งทั้งคนทั้งรถ...

ฝ่ายผ่องทิพย์เจ็บใจที่เทพไม่สนใจไยดี พยายามโทร.หาก็ไม่รับสาย สั่งให้บุญปลูกโทร.จิกมาให้ได้ เขาเลยปิดมือถือ ผ่องทิพย์ถึงกับปล่อยโฮ ทั้งแค้นทั้งเสียใจที่เขาจงใจหลบหน้า บุญปลูกเห็นใจเข้ามาปลอบ

“คุณนายขา ทำใจดีๆไว้นะคะ คิดเสียว่าเป็นเวรเป็นกรรม ไปแย่งคุณพวงทองเขามา ตอนนี้ก็เลยถูกทั้งคุณขวัญตาทั้งคุณหญิงไฮโซมาแย่งต่อ” คำปลอบที่ฟังแล้วเหมือนด่าทำให้ผ่องทิพย์โกรธ ถีบยอดอกบุญปลูกกระเด็น ก่อนจะขู่อาฆาตใครก็ตามที่มาแย่งผัวเธอต้องไม่ตายดี บุญปลูกถึงกับหัวหดด้วยความสยอง...

หญิงมานศรีตื๊อหม่อมแม่ให้ยอมออกมาเอางานที่ออฟฟิศจนได้ ระหว่างทางเจอร่างใครบางคนสลบอยู่รีบจอดรถลงไปช่วย พอเห็นเป็นทิว ฉุกคิดถึงสิ่งที่เขาทำกับตนเองวางเขาลงอย่างเดิม แต่เกิดใจอ่อนขึ้นมา ช่วยพยุงเขาไปที่รถ แล้วขับไปตามเข้มซึ่งกำลังทำงานอยู่ที่โรงงานอ้อยให้มาช่วยกันพาเขากลับที่พัก

ครู่ต่อมา เข้มประคองทิวลงนอนบนเตียง หญิงมานศรีสั่งให้เขาไปเอาชุดปฐมพยาบาลมาให้ พอเข้ม

หายเข้าไปด้านใน หญิงสาวตรวจดูตามเนื้อตัวหัวหูของทิว มีส่วนไหนแตกหักหรือเปล่า ขณะสำรวจมาถึงใบหน้า เขาสะลึมสะลือมองเห็นเธอเป็นขวัญตารวบตัวมากอดไว้แน่นพร่ำเพ้อเรียกหา เธอรับรู้ได้ถึงแรงรักแรงปรารถนาที่เขามีต่อหญิงคนรัก ก็สงสารปล่อยให้กอดโดยไม่ขัดขืน พอสติกลับมาครบเห็นหญิงมานศรีเต็มตา เขาถึงกับผงะ

“ใช่...ฉันเองไม่ใช่ขวัญตา...เสียใจด้วยนะ”

ทิวลุกพรวดด้วยความโมโห แล้วโงนเงนทำท่าจะล้ม เข้มออกมาพอดีรีบวิ่งเข้าไปช่วย หญิงมานศรีประคองเขาอีกแรง ทิวปัดมือเธอออก สั่งไม่ให้มายุ่ง หญิงสาวบ่นอุบ คนอกตัญญูแบบเขาน่าจะปล่อยให้ตายให้รู้แล้วรู้รอดไป ทิวโกรธด่ากลับว่ายัยหญิงมาร หญิงสาวหมั่นไส้ เดินหนีไม่อยากเสวนาด้วย ทิวจะตามแต่ปวดหัวจนต้องทรุดลงนั่ง เข้มขอร้องให้ใจเย็นก่อน เดี๋ยวจะทำแผลให้

“มีคนจงใจวิ่งตัดหน้ารถฉัน...ต่อไปฉันต้องระวังตัวให้มากขึ้น” ทิวมั่นใจว่าเทพต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ooooooo

ระหว่างที่หญิงมานศรีมาเอาเอกสารที่ออฟฟิศเพื่อกลับไปทำงานต่อที่คฤหาสน์ เสกสรรมาขอปรับความเข้าใจ เธอไม่มีอะไรจะคุยด้วยเดินหนี เสกสรรจะตามแต่เทพเข้ามาขวางไว้ เขาไม่สนใจเดินกระแทกไหล่เทพแล้ววิ่งตามหญิงมานศรีจนทันกันตรงที่จอดรถ

“คุณหญิงได้โปรด...อย่าเดินหนีผมเลย ต่อให้คุณหนีผมไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว ผมก็จะตามหาคุณหญิงให้พบจนได้”

“เพื่ออะไรคะ ไหนเสกบอกว่ารักหญิง แท้ที่จริงเสกเกลียดหญิงถึงได้ตามทำร้ายหัวใจกันไม่รู้จักจบสิ้น”

“ผมไม่มีทางทำร้ายหัวใจของคนที่ผมรักมากที่สุดในชีวิต”

เธอไม่เชื่อคำพูดของเขาอีกแล้ว ผลักเขาพ้นทางแล้ววิ่งขึ้นรถสตาร์ตเครื่อง เสกสรรวิ่งไปขวางทางไว้ เทพยืนมองเหตุการณ์ด้วยใจระทึก แอบเชียร์ให้เธอขับรถชนไอ้หมอนั่นให้รู้แล้วรู้รอดไป หญิงมานศรีทั้งบีบแตรทั้งตะโกนไล่ เสกสรรจะไม่ไปไหนจนกว่าจะแน่ใจว่า เธอไม่ได้รักเขาอีกแล้ว เธอตัดสินใจไปคุยกับเขาให้รู้ดำรู้แดง

“หญิงไม่ได้รักคุณอีกต่อไปแล้ว” แล้วเดินกลับไปที่รถ เหยียบคันเร่งพุ่งตรงไปข้างหน้าไม่สนใจว่าเขาจะหลบหรือไม่ เสกสรรยืนนิ่ง ตายเป็นตาย ถ้าจะทำให้เธอกลับมาเห็นใจเขาอีก

จังหวะที่รถกำลังจะพุ่งชน ทิวมาจากไหนไม่รู้โดดรวบตัวเสกสรรรอดมาได้เส้นยาแดงผ่าแปด รถของหญิงสาวยังคงแล่นออกไปไม่แม้จะหยุดดู ทำให้เสกสรรเสียใจมาก ส่วนเทพผิดหวังที่ไม่มีโศกนาฏกรรมเกิดขึ้น

ด้วยความสงสารและสมเพช ทิวพาเสกสรรที่หมดสภาพมายังบ้านพักของเขา นึกแผนขัดขวางเทพขึ้นมาได้ จึงยุให้เสกสรรตามตื้อหญิงคนรักของเขาคืนมา ถ้าเขายอมแพ้ตอนนี้ จะต้องเสียคนรักให้คนอื่นแน่นอน เพราะเทพกำลังหมายตาเธออยู่ เสกสรรเหมือนไม่สนใจ เดินซึมกลับไป...

ในเวลาต่อมา หญิงมานศรีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หม่อมแม่ฟังอย่างรู้สึกผิดที่ตัวเองเกือบจะเป็นฆาตกรฆ่าเสกสรรไปแล้ว หม่อมสรัสวดีปลอบว่าทำถูกแล้ว ผู้ชายอะไรตื้อไม่เลิกและที่สำคัญแม่ของเสกสรรดูถูกพวกเราไว้มาก เรื่องอะไรจะกลับไปให้พวกนั้นดูถูกอีก

“หญิงสัญญาค่ะว่าหญิงจะไม่ทำให้หม่อมแม่เสียใจเพราะหญิงเด็ดขาด”

หม่อมสรัสวดีแอบสะใจที่ลูกเลิกกับเสกสรร เพราะต้องการยัดเยียดเธอให้เทพ จังหวะนั้น ขวัญตาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามสองแม่ลูก ได้ยินข่าวมาว่าคนรักของคุณหญิงตามมาง้อถึงที่นี่จริงหรือ พวงทองมาทันได้ยินพอดีเตือนขวัญตานั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณหญิงไม่ควรจะเข้าไปก้าวก่าย
ขวัญตาหน้าจ๋อย แก้ตัวว่าแค่อยากคุยด้วยเฉยๆ ไม่ได้มีเจตนาอื่น ผ่องทิพย์เดินนำบุญปลูกเข้ามาหาเรื่องทันที

“แต่ฉันไม่เฉย มีแฟนอยู่เป็นตัวเป็นตน เขามาง้อก็กลับไปซะสิ จะอยู่รอแย่งผัวชาวบ้านทำไม”

หม่อมสรัสวดีโกรธจัด ตวาดลั่นให้ผ่องทิพย์หยุดดูถูกลูกหญิงของเธอเดี๋ยวนี้ หญิงมานศรีเหนื่อยใจเกินกว่าจะทะเลาะกับใคร ขยับจะขึ้นห้อง ผ่องทิพย์ปรี่เข้าไปขวาง พูดจาดูแคลนจนทนไม่ไหว ตบหน้าเธอฉาดใหญ่

ผ่องทิพย์ไม่ยอมถูกตบฟรีๆ จะเอาคืน หม่อมสรัสวดีคว้าข้อมือไว้ ก่อนจะผลักพ้นทาง เตือนว่าถ้าคิดจะทำอะไรลูกหญิง เธอจะเอาคืนเป็นร้อยเท่าพันเท่าแล้วรีบพาหญิงมานศรีขึ้นห้อง ผ่องทิพย์ไม่ยอมจะตามไปเอาเรื่องให้ได้ พวงทอง บุญปลูก และกลิ่นต้องช่วยกันจับตัวไว้ ขณะที่ขวัญตาแอบยิ้มสะใจ

ooooooo

ทิวคิดว่าเสกสรรถอดใจกลับไปแล้ว ที่ไหนได้เขามาขอความช่วยเหลือแต่เช้า ทิวดีใจมากรีบพาไปส่งให้ถึงที่ หญิงมานศรีไม่พอใจ ขออนุญาตเทพสักครู่แล้วเดินนำเสกสรรออกไป เทพจะตามแต่ทิวขวางไว้ อ้างมีธุระจะคุยด้วย เทพรู้ว่าเขาตั้งใจขัดขวางเรื่องคุณหญิง แต่จำต้องปั้นหน้ายิ้ม เดินนำเขาเข้าไปในห้องทำงานทิวถ่วงเวลาเดินไปเดินมาจนไปหยุดหน้ารูปภาพของทัดพ่อของเขาเมื่อครั้งเพิ่งบุกเบิกไร่อ้อยกว่ายี่สิบปีที่แล้ว

“ตกลงนายจะเข้ามาเดินเล่นหรือปรึกษาเรื่องงานกับฉัน” เทพถามอย่างเหลืออด

“ให้คนไปแกล้งตัดหน้ารถมอเตอร์ไซค์ผม...มันนิสัยหมาลอบกัดชัดๆ”

เทพทำไม่รู้ไม่ชี้ อ้างทิวชอบก่อเรื่องอยู่แล้วอาจมีใครไม่ชอบขี้หน้าก็ได้ ทำไมต้องมาโทษแต่เขา ทั้งสองคนปะทะคารมกันอีก เทพไม่พอใจที่ทิวชอบขุดเรื่องการตายของพ่อกับแม่ของทิวขึ้นมาพูดแทงใจดำ...

ทางด้านหญิงมานศรีไม่ยอมใจอ่อนให้เสกสรรอีกต่อไป ไม่ว่าจะง้องอนอย่างไร เธอยืนยันหนักแน่นจะไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมอีก เขาหาว่าที่เธอกลับมารักเขาเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะกำลังคบหาดูใจคนใหม่อยู่ เธอโกรธที่ถูกดูหมิ่น ตบหน้าเขาอย่างแรง แล้วเดินหนีไปทันที...

ระหว่างที่หญิงมานศรีสะบั้นรักเสกสรร ทิวยังคงยืนดูรูปภาพของพ่อนิ่ง ก่อนจะเอ่ยปากขอรูปนี้คืน เทพแสร้งทำหน้าเศร้า ขอร้องอย่าเอาไปเลย อย่างน้อยให้เขาได้มีสิ่งนี้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจระหว่างเขากับพี่ทัด

“คิดอีกที ผมเปลี่ยนใจแล้ว ให้พ่อได้อยู่กับคุณ มองหน้าคุณทุกวันแบบนี้แหละดีแล้ว” ทิวยิ้มยียวน ก่อน จะเดินออกไป ไม่มีใครล่วงรู้ว่า หลังภาพนี้มีตู้เซฟลับของทัดซ่อนอยู่ นอกจากลุงมิตรเพื่อนรักของเขาเท่านั้น...

หญิงมานศรีหนีมาสงบอารมณ์ แต่สุดท้ายก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว ปล่อยให้ไหลอาบแก้ม พำพึมกับตัวเอง เมื่อไหร่เรื่องนี้จะจบเสียที ยืนทำใจอยู่สักพัก จะกลับไปทำงานต่อหันมาเจอเทพยืนส่งสายตาอ่อนโยนมาให้ เธอขอโทษที่นำเรื่องไร้สาระมากวนใจเขา

“ใช่ครับ มันกวนใจผมมาก และก็ทำให้ผมไม่สบายใจมากที่มีคนทำให้คุณหญิงต้องเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณหญิงเจ็บ ผมเองก็เจ็บไปด้วยไม่แพ้กัน” น้ำเสียงแสนจะอบอุ่นและเปิดเผยของเขาทำให้หญิงสาวถึงกับอึ้ง เทพขอโทษที่เสียมารยาท ไม่ควรแสดงความรู้สึกที่มีในใจออกมาแบบนี้

“ไม่ค่ะ...หญิงสิต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ สำหรับความรู้สึกห่วงใยที่คุณเทพมีต่อหญิง มันทำให้หญิงยิ่งต้องขยันทำงานให้เจ้านายที่แสนดีและเห็นใจลูกน้องอย่างคุณเทพมากขึ้น...หญิงขอตัวไปทำงานนะคะ”

เทพผิดหวังที่เธอตีความหมายคำปลอบโยนที่แสนจะจริงใจของเขา เพียงแค่เจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น แต่เขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เห็นสีหน้าเธอยังไม่ค่อยดี ชวนออกไปข้างนอกด้วยกัน เธอมองเขาอย่างแปลกใจ...

ขณะที่ผ่องทิพย์กำลังอาละวาดบ้านแทบแตก เนื่องจากเทพไม่ยอมมาหา ไม่แม้แต่จะมองหน้า ทำเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ ขวัญตาโทร.เข้ามือถือของเธอ ฟ้องว่าเทพพาหญิงมานศรีมากินข้าวที่ร้านอาหารหรูในตัวจังหวัด กำลังเอาอกเอาใจกันน่าดู แล้วปรายตามองไปทางโต๊ะที่เทพนั่งอยู่ เห็นเขากำลังตักกับข้าวให้หญิงมานศรี โดยมีหม่อมสรัสวดียิ้มระรื่นร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ทั้งสามมัวแต่คุยกันจึงไม่เห็นทิวกับเสกสรรยืนมองอยู่หน้าร้าน

“นายเทพมีเมียอยู่แล้วตั้งสามคน อยากให้ผู้หญิงที่คุณรักได้ชื่อว่า เป็นคนแย่งสามีคนอื่นหรือไง”

สิ้นเสียงยุของทิว เสกสรรเดินหน้าหงิกตรงไปที่โต๊ะ คว้าข้อมือหญิงมานศรีลากออกไปอย่างบ้าคลั่ง ไม่ฟังเสียงห้ามปราบของหม่อมสรัสวดี เทพทนไม่ได้เข้าไปขวาง ถูกหมัดตรงของเขาจนล้มคว่ำ ทิวยิ้มสะใจ ก่อนจะชิ่งหลบ หม่อมสรัสวดีสั่งเสียงเขียวให้หยุดก้าวร้าวกับเพื่อนของเธอเดี๋ยวนี้

“เพื่อนหม่อม...ที่หม่อมตั้งใจจะเปลี่ยนสถานะให้มาเป็นลูกเขยใช่ไหม”

เทพเหม็นขี้หน้า ต่อยไอ้คนรู้ทันกลับบ้าง หญิงมานศรีรีบเข้าไปห้าม สั่งให้เสกสรรกลับไปได้แล้ว และนับจากนี้ไป แม้แต่คำว่าเพื่อนเธอก็ไม่มีให้ แล้วออกไปจากร้านทันที หม่อมสรัสวดีรีบเดินตาม เสกสรรมองเทพอย่างแค้นเคือง ย้ำชัดถ้อยชัดคำจะไม่ยอมเสียคุณหญิงให้เขาเด็ดขาด เทพเตือนให้กลับไปคิดให้ดีเสียก่อน ถ้าจะมาสู้กับคนอย่างตน แล้วเดินตามสองแม่ลูกออกไป พอถึงมุมปลอดคน เขาโทร.สั่งให้ล้วนจัดการเสกสรร

ooooooo

ครู่ต่อมา กลุ่มของเทพเดินมาที่จอดรถ โดยไม่มีใครคาดคิด ผ่องทิพย์ปราดเข้ามาตบหน้าหญิงมานศรีด้วยความหึงหวง หม่อมสรัสวดีฉุนขาดตบคืนบ้าง ผ่องทิพย์ฮึดฮัดจะเอาเรื่อง เทพสั่งให้หยุดระรานได้แล้ว

“ผ่องไม่หยุด...คุณกำลังจะทิ้งผ่อง ผ่องรู้นะ...ผ่องไม่ยอม ผ่องจะจัดการมันไปให้พ้น”

“ถ้ายังไม่หยุดพล่าม ฉันจะจัดการเธอ...กลับไปเดี๋ยวนี้” เทพมองด้วยสายตาแข็งกร้าว จนเธอต้องยอมล่าถอยกลับไป แล้วขอให้หญิงมานศรียกโทษให้ จะให้แก้ตัวอย่างไรเขายอมทุกอย่าง

“อย่ามาแก้ตัวกับหญิงเลยค่ะ ไปอธิบายให้ภรรยาของคุณเข้าใจดีกว่า ว่าหญิงและคุณบริสุทธิ์ใจต่อกัน ฐานะเจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น” คำพูดของเธอทำให้เทพมองสบตากับหม่อมสรัสวดีเซ็ง อุตส่าห์วางแผนเพื่อจะชนะใจเธอ แต่กลับไม่ได้ผล เธอไม่ได้รู้สึกกับเทพเกินกว่าความเป็นเจ้านาย ทั้งสามมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องยัยจอมวีนผ่องทิพย์ ไม่ทันเห็นขวัญตายืนมองอยู่ ผิดหวังที่ผ่องทิพย์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้...

หญิงมานศรีเดาได้ไม่ยาก ที่เสกสรรเกิดบ้าระห่ำขึ้นมา ต้องได้ลูกยุจากทิวแน่ๆ จึงบุกไปขอคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวถึงโรงงานน้ำตาลทีแรกทิวเล่นแง่ อ้างไม่มีเวลาส่วนตัวให้ แต่สุดท้ายยอมเดินตามเธอไปยังมุมสงบแถวไร่อ้อย หญิงสาวไม่พูดพล่ามตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ฐานยุยงเสกสรรให้ตามตื๊อเธอไม่เลิก

ทิวแก้เผ็ดด้วยการกระชากเธอเข้ามาจูบ เธอโมโหกัดปากเขาเลือดซิบจนผงะ ประกาศลั่นจากนี้ไปจะไม่ยอมให้เขารังแกฝ่ายเดียวอีกแล้ว ในเมื่อเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เธอไปจากที่นี่ เธอจะสู้และจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น เขาแรงมาเธอก็จะแรงไป ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

“ดี...งั้นคุณก็เตรียมรับมือผมได้เลย อยากรู้เหมือนกันว่าจะเก่งได้สักแค่ไหน” ทิวจ้องหน้าอย่างท้าทาย...

ระหว่างที่ทิวกับหญิงมานศรีประกาศสงครามกัน ล้วนสั่งให้สมุนสะกดรอยตามเสกสรรไปถึงปั๊มน้ำมัน รอจังหวะที่เขาอยู่ในห้องน้ำเพียงลำพังเข้าไปรุมซ้อมสะบักสะบอม นอนหมดสติจอมกองเลือด...

หญิงมานศรีกลับถึงที่พักอย่างหมดเรี่ยวแรง รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเข้านอน เกิดกระหายน้ำ จึงลงไปในครัวรินน้ำมาหนึ่งแก้ว แล้วจะกลับห้อง ขณะเดินขึ้นบันได ได้ยินเสียงผ่องทิพย์ตวาดขวัญตาดังลั่น เธอชะงักเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนขยับจะเดินต่อชนเข้ากับทิวโดยบังเอิญ ตกใจถึงกับผงะ ถามว่าเข้ามาทำไม

“นี่บ้านพ่อผม...ผมจะมาทำไมก็เรื่องของผม” ทิวเห็นพวงทองเดินมาหา “ให้ผมมาหาทำไม”

พวงทองยื่นซองเอกสารให้ ข้างในเป็นจดหมายของพ่อที่เขียนถึงลุงมิตรก่อนตาย เธอไปเจอที่ห้องเก็บของ เผื่อเขาอยากจะอ่าน ทิวคว้าซองเอกสารแล้วหันหลังจะกลับ เจอหญิงมานศรีจ้องมองตาแป๋วอยู่ ด่าว่าไม่มีมารยาทเป็นผู้ดีเสียเปล่า เที่ยวสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่น เธอเจ็บใจ สาดน้ำในแก้วที่ถืออยู่ใส่หน้า ทิวปรี่จะเข้าไปเอาเรื่อง เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว ถ้าขืนทำอะไรเธอแม้แต่ปลายเล็บ จะร้องบอกทุกคนว่าเขาคิดจะข่มขืนเธอ ทิวเดินหนีไปด้วยความเจ็บใจ หญิงสาวถึงกับถอนใจโล่งอก เห็นน้ำเปียกพื้น รีบไปหยิบผ้ามาเช็ด

ooooooo

ขณะเดียวกัน เทพไม่พอใจที่ผ่องทิพย์มาขวางไม่ให้เข้าห้องขวัญตา แถมต่อว่าเขาฉอดๆ สั่งให้หุบปาก

“คุณเทพ...เดี๋ยวนี้ไม่คิดจะสนใจปกป้องผ่องอีกแล้วใช่ไหม ยัยหม่อมนั่นมันตบผ่องนะ แล้วรู้ไหมว่ามันพูดกับผ่องว่ายังไง...มันจงใจจะถวายพานลูกสาวมันให้เป็นเมียคุณ แล้วจะเฉดหัวพวกเราออกไป คุณรู้มั้ย”

หญิงมานศรีกำลังเช็ดน้ำตรงเชิงบันได ได้ยินเต็มสองหูถึงกับตะลึง รีบหลบออกไปทันที เทพไม่พอใจ หาว่าผ่องทิพย์เพ้อเจ้อหึงไม่เข้าเรื่อง หมดอารมณ์จะกุ๊กกิ๊กกับขวัญตาเดินหนีไปอย่างหัวเสีย ขวัญตาโกรธที่ยัยจอมวีนมาขัดความสุข ผลักหงายท้องก้นจ้ำเบ้า แล้วปิดประตูใส่หน้า...

เสียงของผ่องทิพย์ยังคงดังก้องอยู่ในหัว หญิงมานศรี ต้องการรู้ให้ได้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ตรงไปที่ห้องพักของหม่อมแม่ แต่พอเห็นหน้าท่านกลับไม่กล้าถาม เฉไฉว่าที่มาหาเพราะอยากกอดท่านก่อนนอน...

เทพคิดจะกำจัดทิวไปให้พ้นจากบริษัท จึงแวะไปหาพวงทองที่ห้องของเธอ ซุกไซ้ซอกคอเล้าโลมให้ช่วยเกลี้ยกล่อมให้ทิวขายหุ้นให้ สัญญาจะให้ราคาอย่างงาม และถ้าเธอทำได้ จะยกตำแหน่งภรรยาหมายเลขหนึ่งให้ พวงทองเมินหน้าหนีอย่างเย็นชา แดกดันว่าตำแหน่งนี้เขาจองไว้ให้คุณหญิงมานศรีโสภาคย์ไม่ใช่หรือ

“เธอเป็นเมียฉัน ต้องทำตามคำสั่งของฉัน ไม่งั้นเธอจะไม่มีวันได้รับอิสระจากฉัน...พวงทอง” เขาพูดจบเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว พวงทองร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้นกับสิ่งที่เขาทำ

ooooooo

ดูเหมือนหญิงมานศรีกับทิวจะหนีกันไม่พ้น ทั้งคู่มีเหตุให้ต้องมา รพ. เธอมาเพราะอาการปวดหัวไมเกรนกำเริบ เนื่องจากเจอเรื่องเครียดๆเมื่อวาน แต่ไม่ยอมบอกให้ใครรู้ โกหกหม่อมแม่ว่าจะพาพิไลพรมาส่งที่ รพ.แล้วจะเลยไปช็อปปิ้งในเมืองต่อ ส่วนทิวต้องพาคนงานที่ถูกมีดตัดอ้อยฟันขามาเย็บแผลแล้วทิ้งให้เข้มดูแลแทน

ขณะกำลังจะกลับขึ้นรถ ทิวเจอชายแก่พิการคนที่ชวนหญิงมานศรีหนี เดินเล่นอยู่ในสวนหย่อมหน้า รพ. รู้สึกคุ้นหน้ามาก ต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นใคร ตัดสินใจไปขอ ข้อมูลจากพิไลพร ซึ่งกำลังเดินออกมาส่งหญิงมานศรีพอดี ทั้งสามตรงไปยังสวนหย่อม ที่ซึ่งชายแก่นั่งเหม่อมอง สายตาเลื่อนลอย พิไลพรเล่าประวัติคร่าวๆของแกให้ฟัง

“ไม่มีใครรู้ว่าแกเป็นใครหรือมาจากไหน ชาวบ้านพบแกบาดเจ็บไม่ได้สติที่ริมแม่น้ำ เลยพามาที่นี่ รักษาตัวอยู่นาน กลายเป็นคนพิการ พอฟื้นก็จำอะไรไม่ค่อยได้ พูดจาสับสนไปหมดเหมือนจะเสียสติ แต่ไม่ใช่เพียงแค่ความจำแกยังไม่กลับมาร้อยเปอร์เซ็นต์เท่านั้น”

ทิวเดินเข้าไปหาชายแก่ช้าๆเพื่อจะสอบถามบางอย่าง แต่แกกลับลุกหนี...

หลังจากแยกกับพิไลพร หญิงมานศรีจะกลับไปที่รถ เห็นทิวเดินตามมาด้านหลังรีบเร่งฝีเท้าหนี แต่กลับปวดหัวอย่างหนักจนต้องหยุดเดิน เขาเป็นห่วงจะพากลับไปให้หมอตรวจซ้ำ เป็นมากขนาดนี้น่าจะนอนที่นี่สักคืน เธอไม่ยอม อ้างว่ามียากินแล้วและที่สำคัญไม่อยากให้หม่อมแม่เป็นห่วง พยายามจะฝืนเดินต่อแต่กลับทรุดฮวบ

ทิวจะช่วยประคอง เธอผลักเขาออก ก่อนจะทรุดลงอีกครั้ง เขาตัดสินใจอุ้มเธอไปนั่งใต้ร่มไม้ในสวนหย่อมหยิบยาให้กิน แล้วลงนั่งข้างๆ ครู่เดียว เธอค่อยๆเอนหัวซบไหล่เขาและหลับไปในที่สุด เขาอยากให้เธอได้หลับสบายๆ จึงพากลับไปนอนพักบนโซฟาที่บ้านของเขา เธอเพ้อเบาๆด้วยฤทธิ์ยาจนเขาต้องก้มไปฟังใกล้ๆ

“ท่านพ่อขา...ช่วยหญิงด้วย อย่าทิ้งหญิงไป...หญิงคิดถึงท่านพ่อ” เธอพูดจบน้ำตาไหลพราก

ทิวสงสารจับใจเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน หญิงสาว กอดแขนเขาไว้แน่นเหมือนต้องการยึดไว้เป็นที่พึ่ง เขาอดหวั่นไหวไปกับความใกล้ชิดไม่ได้

ooooooo

ตอนที่ 4

ทิวยังคงจ้องมองหญิงมานศรีที่นอนกอดแขนเขาไว้ไม่วางตา เธอเพ้ออีกว่าทำไมทุกคนต้องเกลียดเธอด้วย จะทำอย่างไรให้ทุกคนเลิกเกลียดเธอ

“แค่เพียงคุณมีจิตใจที่ใสซื่อและบริสุทธิ์เหมือนกับหน้าตา...ก็จะไม่มีใครเกลียดคุณ แต่เพราะคุณร้อยเล่ห์มารยา” เขาได้สติ จับแขนเธอออกอย่างรังเกียจ แล้วลุกออกไปหลังบ้านซึ่งเป็นที่ที่เขาใช้ทำงานอดิเรก ทั้งวาดรูป งานปั้น และงานด้านศิลป์เล็กๆน้อยๆซึ่งตรงข้ามกับบุคลิกหยาบของเขาอย่างสิ้นเชิง

“เป็นอะไรของแกวะไอ้ทิว...ไปอ่อนไหวกับผู้หญิงแบบนั้นทำไม” เขาไม่พอใจตัวเอง หันไประบายใส่ข้าวของ แถวนั้นกระจุยกระจาย...

พักใหญ่ กว่าหญิงมานศรีจะรู้สึกตัว แต่ยังมึนๆเพราะฤทธิ์ยา กวาดตามองรอบตัว ต้องตกใจ จำได้ว่าเป็นบ้านของทิว รีบก้มดูเสื้อผ้าตัวเองเห็นอยู่ครบก็โล่งใจ พยายามยันตัวลุกขึ้นจะไปจากที่นี่ ทิวอยู่หลังบ้านกำลังถอดเสื้อที่เปื้อนคราบสีคราบดินออกได้ยินเสียงกุกกักในบ้าน รีบเข้าไปดู

หญิงสาวเห็นเขาเปลือยท่อนบนเดินเข้าหา คิดว่าจะทำมิดีมิร้าย แข็งใจจะวิ่งหนี แต่เขารวบตัวไว้เสียก่อน เธอกลัวจัดดิ้นสุดฤทธิ์ แถมกัดเขาจมเขี้ยวจนต้องปล่อยมือ หญิงมานศรีสบช่องรวบรวมแรงเท่าที่มีวิ่งหนี สวนกับเข้มที่กำลังเดินถือกุญแจรถของเธอเข้ามาพอดี เธอแย่งกุญแจไปจากมือ ทิวตะโกนสั่งให้เขาจับเธอไว้

เธอหนีรอดเงื้อมมือเข้มไปได้ โกยอ้าวไปที่รถ เข้มเห็นทิวไม่สวมเสื้อ โวยลั่นว่าทำอะไรคุณหญิง ถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นไปแบบนั้น ทิวไม่สนใจจะตอบรีบวิ่งตามไปรวบตัวเธอไว้ได้อีกครั้ง เธอคิดว่าจะถูกข่มเหงร้องลั่นให้ปล่อย ทิวไม่ได้พิศวาสเธอขนาดนั้น ที่ห้ามไม่ให้กลับเพราะเธอลืมเอาถุงยาไปด้วย แล้วสั่งให้รออยู่ตรงนี้

“ฉันไม่รอ”

“ไม่รอก็ไม่มีใครเอาไปถวายให้ที่โน่นหรอกนะ” เขาพูดจบเดินเข้าบ้าน ทั้งคู่มัวแต่ฮึ่มๆใส่กันไม่ทันเห็นขวัญตาซุ่มดูอยู่ ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์กลับไป เข้มยังคาใจไม่หาย เห็นทิวกลับเข้าบ้านต่อว่าเป็นการใหญ่ ทำไมทำแบบนี้ ไหนบอกว่าจะพาคุณหญิงมานอนพักเฉยๆ

“อะไรของแกไอ้เข้ม ฉันไม่ได้ทำอะไร เสื้อฉันเปื้อนเลยถอดออก ยัยนั่นตื่นตกใจโอเว่อร์เอง...ยัยนั่นลืมถุงยา...รอเอาไปให้ด้วย” ทิวเดินหงุดหงิดหายเข้าไปในบ้าน...

ขวัญตาได้ที เอาเรื่องระหว่างทิวกับหญิงมานศรีไปฟ้องเทพ แถมใส่ไข่จนเว่อร์ว่าสองคนนั่นกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไม่อายเจ้าป่าเจ้าเขา เทพทำเป็นไม่สนใจ สั่งให้หยุดเม้าท์ได้แล้ว เรื่องส่วนตัวของคุณหญิง ไม่เกี่ยวกับเขา ขวัญตาใส่ไฟไม่เลิก จะไม่เกี่ยวได้อย่างไรในเมื่อคุณหญิงทำงานให้เขา ถ้าคนงานมาเห็นเข้า เอาไปนินทาจะเสียมาถึงเขาด้วย เทพทำเป็นเห็นคล้อยด้วย ทั้งที่แค้นอกแทบระเบิด

“ถ้าที่เธอพูดมาเป็นความจริง ทำแบบนั้นคงไม่เหมาะสมนัก เพราะคุณหญิงเป็นเลขาฯฉัน ไว้ฉันจะสอบถามคุณหญิงดูเอง หวังว่าเธอคงไม่ได้สร้างเรื่องขึ้นมาเพราะโกรธและยังมีเยื่อใยกับนายทิวหรอกนะ”

ขวัญตาตัดพ้อ เขาพูดแบบนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเธอบอกหลายครั้งแล้วว่าไม่ได้รักพี่ทิว รักแต่เขาคนเดียว ที่เล่าให้ฟังก็เพราะไม่อยากให้เขาเสียหายในสายตาใครๆ เธอพูดพลางเข้ามากอดแขนอย่างเอาอกเอาใจ ล้วนยิ้มเยาะที่เธอสตรอได้เก่งมาก เทพตัดบทอ้างว่ามีนัดต้องไปคุยงานข้างนอก เธออยากได้ของฝากอะไรหรือเปล่า

“ขอแค่คุณเทพอยู่กับขวัญตาคืนนี้ แก้ตัวแทนเมื่อคืนได้ไหมคะ” เธอออดอ้อน เทพพยักหน้ารับ ขวัญตาดีใจโผกอดเขาแน่น เขาจูบหน้าผากเธอตอบแต่แววตากลับเหี้ยมเกรียมแค้นที่ทิวมาแตะต้องคุณหญิงของเขา

ooooooo

หลังเสร็จธุระ เทพกลับมานั่งรอหญิงมานศรีอยู่ที่ห้องโถงของคฤหาสน์อย่างกระวนกระวายใจ ทันทีที่เธอมาถึง เขาแกล้งกระเซ้าหายไปช็อปปิ้งตั้งนานไม่เห็นซื้ออะไรกลับมาสักอย่าง เธอแก้ตัวว่าแค่ไปเดินดูเล่นๆ ไม่ได้อยากซื้ออะไร แล้วขอตัวขึ้นห้อง เขาไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ ซักโน่นถามนี่ จนเธอชักเคือง

“ทำไมคุณเทพต้องซักเหมือนหญิงเป็นนักโทษคะ หญิงทำงานเป็นเลขาฯ ให้คุณ แต่ไม่ได้หมายความว่า ต้องรายงานความเป็นส่วนตัวให้คุณรู้ทุกอย่างนะคะ”

เทพโกรธ แต่ต้องเก็บเอาไว้ รีบขอโทษที่ละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัว เขาแค่เป็นห่วงเพราะเธอหายไปนานโทร. ไปหาก็ไม่รับสาย คงเป็นเวลาส่วนตัวที่เธอไม่อยากให้ใคร

รบกวนจริงๆ เธอยอมรับว่าใช่ แล้วเดินเลี่ยงขึ้นห้อง พลาง

ถอนใจโล่งอกที่เขาไม่ซักอะไรอีก ส่วนเทพกลับยิ่งเครียด...

ขณะหญิงมานศรีกำลังเดินขึ้นบันได ผ่องทิพย์ยังแค้นใจไม่หาย แกล้งเซไปชน หวังจะให้ตกบันได โชคดีที่หม่อมสรัสวดีคว้าตัวลูกสาวไว้ทัน ยัยจอมวีนทำไม่รู้

ไม่ชี้เดินเชิดลงบันได เธอจะตามไปเอาเรื่องแต่ลูกขอร้องไว้ ยิ่งทะเลาะเรื่องยิ่งไม่จบ เธอยอมทำตามที่ขอ แล้วบอกให้ลูกไปพักผ่อนก่อน เดี๋ยวจะไปเอาของว่างมาให้

แต่พอคล้อยหลังเท่านั้น เธอเร่งฝีเท้าตามผ่องทิพย์ทันตรงแปลงกุหลาบ กำพืดเดิมเปิดเผยออกมา จิกหัวแล้วเอาหน้ายัยจอมวีนทิ่มใส่แปลงกุหลาบที่เต็มไปด้วยหนาม ขยี้ๆๆ อย่างสาแก่ใจ พวงทองเดินผ่านมาเห็นเข้าตกใจรีบเข้าไปห้าม หม่อมสรัสวดีถึงได้ยอมรามือ ใบหน้าของผ่องทิพย์เป็นรอยหนามข่วนไปทั้งแถบมีเลือดไหลซิบๆ พวงทองสงสัยว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

“น้องสาวเธอตั้งใจผลักลูกหญิงให้ตกบันได ฉันจึงต้องมาจัดการให้รู้สำนึก ถ้ายังไม่เข็ดหลาบจะเจอยิ่งกว่านี้” หม่อมสรัสวดีว่าแล้ว เดินเชิดออกไป ผ่องทิพย์ได้แต่มองตามด้วยความแค้น...

ในเวลาต่อมา ที่มุมพักผ่อนหลังโรงงานน้ำตาล เทพไม่ได้คำตอบเป็นที่พอใจจากหญิงมานศรี จึงต้องไปถามความจริงจากทิวว่าทำอะไรเธอหรือเปล่า เข้มเห็นท่าไม่ดี รีบไร่พวกคนงานออกไป แต่พวกนั้นไม่ไปไหนไกลพากันแอบดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทิวแกล้งยั่วไม่ยอมตอบคำถาม แต่พอโดนยั่วกลับ ทนไม่ไหวต่อยเทพล้มคว่ำเลือดกบปาก ทั้งสองคนเปิดศึกกำปั้นกันอุตลุด...

อีกมุมหนึ่งของไร่อ้อย หญิงมานศรีกำลังปรึกษาพิไลพรถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ต้องแปลกใจที่เห็นพวกคนงานพากันวิ่งกรูไปทางด้านหลังโรงงานน้ำตาล รีบตามไปดูด้วยความสนใจ เมื่อสองสาวมาถึงต้องตกใจที่เห็นเทพกับทิวต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย หญิงมานศรีไม่เข้าใจทำไมถึงไม่มีใครเข้าไปห้าม คนงานอ้างว่าเจ้านายสั่งไม่ให้ยุ่ง พิไลพรอยากรู้มีเรื่องอะไรกันถึงกับจะฆ่าจะแกงกันแบบนี้

“นายใหญ่มาเอาเรื่องนายทิวเพื่อปกป้องคุณหญิงเลขาฯ แต่โดนนายใหญ่พูดจี้ใจดำเขาเลยโมโหซัดนายใหญ่ก่อน นายใหญ่เลยต้องป้องกันตัว” คนงานเล่าไปลุ้นไปด้วย

หญิงมานศรีไม่พอใจทิว และไม่สบายใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ทั้งคู่มีเรื่องกัน ตัดสินใจเข้าไปห้าม เป็นจังหวะเดียวกับที่ทิวเพลี่ยงพล้ำ เทพดึงอาวุธที่ปักอยู่กับพื้นเงื้อใส่หมายจะฆ่าให้ตาย แต่พอเห็นเธอวิ่งเข้ามาเขาเปลี่ยนท่าทีเป็นเทพบุตรใจพระ ยอมไว้ชีวิตทิว อ้างว่ารับปากพี่ทัดไว้จะดูแลลูกชายของเขาให้ดีที่สุด

ทิวเพิ่งเห็นหญิงมานศรี รู้ทันทีว่าไอ้เทพบุตรซาตานนั่นเล่นละครตบตา และก็ได้ผลเสียด้วย หญิงสาวเชื่อสนิทใจ รีบเข้าไปถามอาการเขาด้วยความเป็นห่วง เทพตีบทแตกกระจุย

“ผมไม่เจ็บ แต่นายทิวสิ เจ็บกว่าผมเยอะ”

“คนไม่มีเหตุผล อคติชอบใช้กำลังข่มเหงรังแกคนอื่นแบบนี้ มันน่าจะเจ็บกว่านี้อีกร้อยเท่า” หญิงมานศรีจ้องทิวอย่างรังเกียจ เข้มเข้าไปประคองเจ้านายให้ลุกขึ้น ทิวแกล้งถ่มเลือดในปากใส่เทพ ล้วนจะเข้าไปเอาเรื่องแต่เทพห้ามไว้ พิไลพรมองตามทิวที่เดินกะเผลกๆ ไปกับเข้มด้วยความสงสาร ขณะที่หญิงมานศรีมองเทพซาบซึ้งที่ต้องมาเจ็บตัวเพราะปกป้องเธอ

ooooooo

ไม่นานนัก หญิงมานศรีช่วยพยุงเทพกลับคฤหาสน์โดยมีพิไลพรเดินตามอย่างไม่ค่อยชอบใจ ไม่อยากให้คุณหญิงของตนอยู่ใกล้ชิดกับผู้ชายคนนี้ อาสาจะเข้าไปตามเหล่าภรรยาของเขามาให้ เทพไม่พอใจ แสร้งขอบคุณในความกรุณาของเธอ พอพิไลพรพ้นสายตา เขาทำเป็นเข่าอ่อน หญิงมานศรีต้องเข้าไปโอบตัวไว้ไม่ให้ล้ม ทั้งสองใกล้ชิดกันมาก เขาพยายามสื่อสายตาลึกซึ้งมาให้ เธอถึงกับอึ้ง

พิไลพรเดินตามพวกเมียๆของเทพจนทั่วกลับไม่พบใครสักคน เจอแต่หม่อมสรัสวดี แทนที่จะเห็นด้วยกับเธอว่าการให้หญิงมานศรีดูแลเทพเพียงลำพังเป็นการไม่เหมาะสม หม่อมกลับสั่งว่าไม่ต้องไปตามพวกเมียๆ

“ให้ลูกหญิงได้ดูแลเจ้านายเถอะ ถือเป็นความดีความชอบ...ไปทำธุระของตัวเองไป ทางนี้ฉันจะช่วย ลูกหญิงเอง” เธอมองตามพิไลพรที่ดูจะไม่เห็นด้วยนักเดินหายเข้าไปในครัว...

ฝ่ายเทพค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปหาหญิงมานศรีที่ยังคงยืนประคองเขาไว้ แต่ยังไม่ทันจะได้จุมพิต หม่อมสรัสวดีเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง หญิงสาวได้สติรีบขอตัว เทพเจ็บใจ แต่จำเป็นต้องฝืนยิ้มให้

“ก็อย่างที่เห็นล่ะครับหม่อม”

“โถ...ดูสิ...ตายแล้ว ภรรยาคุณก็ไม่อยู่เลยสักคน ทำไงดีล่ะคะเนี่ย” หม่อมสรัสวดีนึกขึ้นได้เรียกพิไลพรมาช่วยทำแผลให้ เทพเก็บความไม่พอใจไว้รอจนกระทั่งพิไลพรทำแผลให้เขาเสร็จแล้วขอตัวออกไป ต่อว่าทันที

“หม่อมตั้งใจขัดจังหวะผม”

“คุยกันตรงนี้คงไม่เหมาะมั้งคะคุณเทพ เดี๋ยวเมียๆคุณมาได้ยิน สิ่งที่คุณลงทุนทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า” หม่อมสรัสวดียิ้มให้อย่างมีไมตรี ขณะเทพเห็นคล้อยตาม...

ในขณะที่หม่อมสรัสวดีมีแผนการบางอย่าง ทิวดูจะสะบักสะบอมมากกว่าศัตรูของเขาหลายเท่า จนเข้มออกตัว บาดเจ็บขนาดนี้ เขาไม่มีปัญญาทำแผลให้ พวงทองอาสาจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง ทิวไม่พอใจรีบนอนหันหลังให้ เธอไม่สน เอาชุดปฐมพยาบาลมาทำแผลให้เขาจนเสร็จ พยายามชวนพูดคุยถึงเรื่องเก่าๆในวัยเด็กที่เราสองคนเคยมีความสุขด้วยกัน เขาไม่อยากฟัง จะพูดถึงทำไม พวงทองคิดถึงสายสัมพันธ์ของเราสองพี่น้อง

“มันขาดหายไปตั้งแต่วันที่พี่ยอมเป็นเมียมัน”

“ทิว...คุณเทพเป็นคนดี ทิวได้อ่านจดหมายของคุณพ่อแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมทิวยังไม่เชื่ออีก”

เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง ฉุกคิดถึงข้อความในจดหมายของพ่อที่พวงทองเอาให้เมื่อคืน

“ถึง...มิตร...ฉันรู้ว่านายไม่พอใจที่ฉันไม่เอาเรื่องเทพ แต่ฉันเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย  ในเมื่อไม่มีหลักฐานอะไรที่จะแสดงได้ว่าเทพกำลังจะคิดโกงฉัน นอกจากคำพูดของนาย ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้ เทพเป็นคนดี แกเชื่อฉันเถอะมิตร เลิกสงสัยในเจตนาของเทพได้แล้ว ฉันรอการกลับมาของแก คนที่ฉันไว้ใจมากที่สุด...จากทัด”

ทิวตื่นจากภวังค์ ตะคอกลั่นว่าจดหมายนั่นอาจจะเป็นของปลอม พวงทองแย้งว่าจำลายมือพ่อตัวเองไม่ได้หรือ เขาพาลไม่เลิก หาว่าเธอหลงเสน่ห์เทพ ส่วนพ่อก็หลงเล่ห์กลของมัน ไม่มีใครเชื่อเขาสักคน

“เพราะทิวมีอคติและไม่มีสติ ความบุ่มบ่ามของทิวมีแต่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อนและไม่มีความสุข ฟังพี่บ้างสิ พี่มีแต่ความหวังดีให้ทิวนะ” สายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจของพี่สาว ทำให้ทิวต้องเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตาด้วยเกรงจะใจอ่อน พวงทองขอตัวกลับก่อน แล้วนึกขึ้นได้หันกลับมาบอกน้องชายว่า

“พี่ไม่ได้หลงเสน่ห์เขา แต่เมื่อเขาไม่ได้ทำอย่างที่ทิวกล่าวหา ในฐานะภรรยา พี่ก็ต้องปกป้องเขา”

ทิวโกรธปัดข้าวของใกล้มือตกแตก เธอมองน้องชายด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนจะกลับออกไป เขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ คว้าจดหมายของพ่อขึ้นมาอ่านอีกครั้งหนึ่ง นี่แสดงว่าลุงมิตรต้องคิดเหมือนเขา แต่เสียดายที่ลุงมิตรตายไปแล้ว แล้วเขาจะทำอะไรได้ ทรุดตัวลงนั่งหน้าเครียด

ooooooo

หญิงมานศรียังคงคิดถึงสายตาลึกซึ้งของเทพเมื่อครู่ พยายามสลัดความคิดที่ว่าเขามีใจให้เธอทิ้ง จังหวะนั้น หม่อมสรัสวดีเดินเข้ามาในห้องของเธอ พอรู้ว่าหม่อมแม่ไปคุยกับเทพมา เธอหน้าแดงรีบหลบสายตา

“ลูกหญิง แม่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็หลายปี มีเหรอที่แม่จะดูสายตาคุณเทพไม่ออกว่าคิดอย่างไรกับลูก...ลูกหญิงเองก็เป็นคนฉลาดคงจะรู้ว่าเขาคิดยังไงเหมือนกันใช่ไหม”

“หญิงไม่กล้าคิดค่ะ”

“ไม่กล้าคิดน่ะดีแล้วลูก ถึงคุณเทพจะเป็นคนดีและเป็นสุภาพบุรุษแค่ไหน แต่เขาก็มีพันธะ ถึงจะไม่ใช่ ตามกฎหมาย  เพราะเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกหญิง  ทำให้เขายับยั้งชั่งใจและให้สัญญาลูกผู้ชายกับแม่ว่าจะหยุดความคิดไว้เพียงเท่านี้ จะมีเพียงความเป็นพี่ชายและน้องสาวเท่านั้น ลูกหญิงเชื่อเขาไหม”

“ค่ะ...หญิงเชื่อคุณเทพ...เขาเป็นคนดี” เธอสบายใจที่หม่อมแม่ไม่ได้เป็นอย่างที่ผ่องทิพย์กล่าวหา โดยไม่รู้เลยว่าความจริงแล้ว หม่อมแม่ตัวแสบของเธอ สนับสนุนสุดตัวให้เทพได้ตัวเธอมาเป็นเมีย แถมแนะให้เขาค่อย

เป็นค่อยไป ห้ามแสดงความปรารถนาในตัวเธอออกนอกหน้าแบบนั้นอีก ไม่เช่นนั้น หงส์งามที่เขาหวังจะครอบครองคงจะหลุดมือ ได้กกแต่อีกาเหมือนเดิม...

ทางด้านเทพ คิดถึงคำพูดของหม่อมสรัสวดีเมื่อครู่แล้วอดเจ็บใจไม่ได้ เมื่อใดที่ได้ครอบครองหงส์งามตัวนี้สมใจจะเอาคืนยัยหม่อมตัวแสบให้สาสม พยายามสลัดความขุ่นใจออก นอนแช่น้ำในอ่างต่อไป ขวัญตา ในชุดนอนวาบหวิวย่องเข้ามาหา อาสาจะนวดคลายเครียดให้ เทพอารมณ์บูดตวาดลั่น ใครใช้ให้เข้ามาในนี้ แล้วไล่ให้ไปรอที่ห้องตัวเอง เดี๋ยวจะตามไปเอง ขวัญตาตกใจรีบออกจากห้องของเทพแทบไม่ทัน

ทันทีที่เปิดประตูห้องออกมา เจอผ่องทิพย์ยืนรออยู่ ทั้งสองสาวตบตีกันวุ่นวายแย่งชิงเทพไปกกกอด ขวัญตาเสียท่าโดนผ่องทิพย์ข่วนหน้าเลือดซิบ เสียงเอะอะทำให้เทพเปิดประตูออกมาตะเพิดทั้งคู่อย่างเหลืออด

“ไปตีกันที่อื่น...รำคาญ คืนนี้ฉันจะนอนคนเดียว... อ้อ...ผ่อง...อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกนะจนกว่าแผลจะหาย” แล้วปิดประตูใส่หน้าสองสาวดังปัง หม่อมสรัสวดีแอบมองอยู่ ยิ้มพอใจ

ooooooo

ทิวมาถึงโรงงานน้ำตาลแต่เช้าต้องแปลกใจเมื่อเห็นขวัญตายืนหน้าเศร้ารออยู่ เขาเดินหนีไม่อยากยุ่งด้วย เธอตามติดมีเรื่องทุกข์ใจอยากจะปรึกษา เขา ไม่อยากฟัง ผลักเธอออกจากโรงงาน ไล่ให้ไปพ้นๆหน้า

“ใช่สิ...เพราะตอนนี้มีแต่หน้าของนังคุณหญิงนั่นอยู่เต็มสองตาล่ะสิ เลยไม่อยากเห็นหน้าขวัญตาอีก”

“ฉันยอมตาบอดซะดีกว่าที่จะต้องเห็นหน้าผู้หญิงมักมากอย่างเธอสองคน”

“คงจะไม่ได้หมายถึงฉันด้วยใช่ไหม” เสียงหญิงมานศรีดังขึ้นด้านหลัง ทั้งคู่ถึงกับชะงัก

เธอเอาเอกสารสำหรับกรรมการผู้ถือหุ้นมาให้ทิวเซ็นรับทราบ ขอให้รีบเซ็นให้ด้วย เธอจะรอรับกลับเลย เขาไม่เซ็น แถมปัดเอกสารกระจายแล้วเดินหนี ขวัญตา แดกดันหญิงมานศรี ลงทุนเอาเอกสารมาให้เซ็นเองถึงที่เพราะเป็นหน้าที่หรือเพราะติดใจรสสวาทของทิวกันแน่ เห็นกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกลางป่ากลางเขาเมื่อวาน

“อ๋อ...ที่แท้ก็เป็นคุณนี่เอง อย่าคิดว่าหญิงจะเป็นเหมือนคุณนะ ที่หิวสวาทอยู่ตลอดเวลาจนไม่เป็นอันทำอะไร คนที่ติดใจนายทิวน่าจะเป็นคุณมากกว่า ถ่านไฟเก่าคุขึ้นมาหรือไงคะ อย่าสนุกจนลืมล่ะว่าตอนนี้ตัวเองเป็นภรรยาของใคร” เธอพูดจบ รีบเก็บเอกสารแล้ววิ่งตามทิวออกไป ขวัญตาได้แต่ยืนอึ้ง ด่าตอบไม่ทัน...

หญิงมานศรีวิ่งตามทิวไปที่ห้องทำงานของเขา พยายามตื๊อให้เซ็นเอกสารให้ได้ เขามีธุระต้องไปทำ สั่งให้เธอหลีกทาง เธอจะหลีกต่อเมื่อเขาเซ็นเอกสารให้ก่อน ทิวชักรำคาญ อุ้มเธอขึ้นบ่าแล้วเดินออกจากห้อง หญิงสาวร้องให้คนช่วยลั่น แต่คนงานไม่กล้าเข้ามายุ่ง ได้แต่มองเจ้านายแบกคุณหญิงเลขาฯออกไปที่ลานจอดรถ เธอดิ้นรนทุบหลังเขามาตลอดทางจนระบมไปหมด ต้องปล่อยเธอลง แล้วเดินไปขึ้นรถ

“นายไปไหนฉันก็จะตามไปด้วย คอยดูสิ จนกว่านายจะยอมเซ็นเอกสารให้ฉัน”

“ตามใจ อยากไปก็ไปไม่ได้ห้าม” ทิวสตาร์ตเครื่องแล้วออกรถ หญิงมานศรีเกือบจะขึ้นรถไม่ทัน...

ในขณะที่หญิงมานศรีตามติดทิวเหมือนเป็นเงา พิไลพรซึ่งเข้าเวรดูแลชายแก่พิการคนนั้น ละสายตาแค่อึดใจเดียว เขาหายตัวไปแล้ว เธอวิ่งวุ่นตามหาไปทั่ว รพ. แต่ไม่พบ ชายแก่ปวดหัวอย่างหนักวิ่งหนีไปซุกตัวอยู่ในตรอกแคบๆเห็นเสื้อเก่าขาดวิ่นเหมือนที่คนงานใส่ตัดอ้อยกองอยู่ที่พื้น หยิบขึ้นมาสวม พิไลพรกับเพื่อนพยาบาลออกตามหาตามที่ต่างๆรอบ รพ.ก็ไม่พบ ถึงกับกุมขมับกลุ้มใจ...

ทางด้านทิวแกล้งขับรถเร็วปาดซ้ายป่ายขวา จนหญิงมานศรีต้องยึดตัวเองไว้กับที่จับประตูรถด้วยความกลัว ทั้งสองคนมัวแต่ต่อปากต่อคำกันไม่ทันเห็นชายแก่วิ่งตัดหน้าเพื่อจะข้ามไปยังทุ่งนาที่อยู่อีกฟากถนน หญิงสาวร้องลั่นด้วยความตกใจ ทิวเท้าไวกระแทกเบรกหยุดรถได้ทัน ทั้งคู่ได้สติรีบลงไปดูเห็นชายแก่ไม่เป็นอะไรต่างถอนใจโล่งอก หญิงมานศรีจำได้ว่าเป็นชายแก่จาก รพ.คนนั้น ขณะที่ทิวหัวเสียเอ็ดตะโรลั่น

“จู่ๆวิ่งตัดหน้ารถทำไมลุง...เกือบตายแล้วเห็นไหมเนี่ย”

“อย่าเสียงดังได้ไหม แค่นี้ลุงก็ตกใจจะแย่แล้ว”

ชายแก่กลัว วิ่งเตลิดหายเข้าไปในทุ่งหญ้ารก เธอพยายามร้องเรียกให้กลับมาก่อนแต่แกไม่หยุดหนี ทิวไม่สนใจจะกลับขึ้นรถ หญิงสาวขอร้องให้ช่วยไปตาม ลุงคง หลงทางจาก รพ.เราต้องพาแกกลับ ทิวไม่ช่วย ถ้าเธออยาก ช่วยก็เชิญตามไปคนเดียว หญิงมานศรีตัดสินใจวิ่งตามชายแก่

“เฮ้ย...ไปจริงหรือเนี่ย เดี๋ยวก่อน...จะไปไหน... กลับมานี่” ทิวตะโกนเรียกแต่เธอไม่สนใจ จำต้องวิ่งตาม...

ที่ออฟฟิศของเทพ เทพถึงกับตบโต๊ะทำงานดังปังด้วยความโมโหเมื่อรู้จากล้วนว่าหญิงมานศรีออกไปกับทิว โดยไม่มีใครรู้ว่าไปไหนกัน สั่งให้ล้วนเอาสมุนออกไปตามหา เขาไม่ไว้ใจทิว เกิดคิดจะทำร้ายคุณหญิงเพื่อแก้แค้น เขา ล้วนรีบไปปฏิบัติตามคำสั่งทันที...

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:49 น.