ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันเดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

“ภูพระกาฬ” ดินแดนแห่งความรักและความแค้น...

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในยามที่บ้านเมืองต้อง กลียุค เงินคือพระเจ้า กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่จะยึดเหนี่ยวได้อีกต่อไป ชีวิต...มีอยู่สองทางเลือก คือการเข่นฆ่าเพื่อให้ได้มาและการตกเป็นเหยื่อ ผู้คนมีลมหายใจอยู่ได้ด้วยการเอารัด เอาเปรียบ กินเลือดกินเนื้อซึ่งกันและกัน

และนี่คือเรื่องราวของดินแดนที่ได้ชื่อว่า “ภูพระกาฬ”

ณ ดินแดนแห่งนี้ คือที่ตั้งของไร่ฟ้ารุ่ง...

ท่ามกลางขุนเขาลำเนาไพรที่เขียวชอุ่ม ชีวิตหนึ่ง กำลังจะถูกพรากไปจากอีกชีวิตหนึ่งที่เป็นคนรัก

ภูตะวัน...กอดร่างโชกเลือดของเพชรรุ้งไว้ในอ้อมแขนกระชับในร่างที่ชุ่มเลือดของตัวเอง...เลือดกับเลือด โชกชุ่มกันอยู่ จนไม่รู้ว่าเป็นเลือดเขาหรือเลือดเธอ...

ท่ามกลางความเจ็บปวดทั้งกายและใจอย่างสาหัสนี้ภูตะวันรำพันความเจ็บร้าวกับร่างในอ้อมกอด...

“เคยมีคนบอกว่า สิ่งที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกนี้ ก็คือความรัก กับความแค้น เพราะมันสามารถผลักดันให้คนเราทำเรื่องราวได้ทุกอย่าง...ในหัวใจของผม เคยเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกเหล่านั้น จนกระทั่ง...เมื่อใครบางคนจากไป ทุกอย่าง...ก็จบสิ้นลง...”

ภูตะวันร่ำไห้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง โหยหวน เมื่อมือของเพชรรุ้งที่กอดเขาอยู่ร่วงหล่นลงข้างกาย...ภูตะวันกอดร่างที่ไร้ลมหายใจของเพชรรุ้งอย่างเดียวดาย...

ooooooo

เมื่อ 14 ปีก่อน

ที่กระท่อมกลางป่า นกเหยี่ยวตัวหนึ่งโฉบลงมาเกาะที่ขอบระเบียง สาโรจน์ อดีตทหารผู้ผันตัวมาเป็นนักฆ่าฝีมือฉกาจ เพื่อนรักของภูผาพ่อของภูตะวัน ออกจากกระท่อมมาปลดจดหมายออกจากกระบอกทองเหลืองเล็กๆที่ขาของมัน

อ่านจดหมายแล้ว สาโรจน์รำพึงออกมาด้วยแววตา คมกล้า

“ในที่สุด...วันนี้ก็มาถึงจนได้...ศักดา ภูผา”

ooooooo

ที่เนินเขาในเขตไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาและภูผาที่ถูกเอ่ยถึง ขี่ม้ายืนคู่กันอยู่บนเนินเขาแห่งหนึ่ง ทอดสายตามองฝูงวัวที่คนงานกำลังต้อนกลับเข้าคอกอย่างอิ่มเอมใจ...ไร่ฟ้ารุ่งในยามนี้ไม่ต่างอะไรกับสวรรค์บนดินของคนทั้งสอง

“ที่นี่ยังคงงดงามเหมือนเดิม แกว่าไหมศักดา เหมือนเมื่อสิบปีก่อนตอนที่เรามาบุกเบิกด้วยกัน” ภูผาเอ่ย ศักดาพยักหน้ารำพึงถึงอดีตว่า ตอนนั้นมันเป็นแค่ที่ดินรกร้างผืนหนึ่งเท่านั้น

ภูผาหันมองหน้าเพื่อนบอกว่า แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ศักดาหันสบตาเอ่ยทันที “ระหว่างแกกับฉันก็เหมือนกัน”

“แกคิดแบบนั้นเหรอเพื่อน” ภูผาถาม ศักดาไม่ตอบแต่มองภูผาอย่างปวดร้าว ต่างมองหน้ากันเงียบงัน

ครู่หนึ่ง ศักดาล้วงบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อส่งให้ภูผา มันคือพลอยที่ยังไม่ได้เจียระไนและยังมีคราบโคลน

ติดอยู่ ภูผามองอึ้งนิดๆ จนเมื่อศักดาแบ่งพลอยให้ภูผาครึ่งหนึ่ง แต่ภูผากลับหยิบเอาไปทั้งหมด

ศักดาแค่นหัวเราะแค้นออกมา มองเพื่อนรักด้วยสายตาอำมหิต ขณะประเมินเพื่อนรักว่า

“ธาตุแท้ของแก มันก็เหมือนกับพลอยเม็ดนี้ภูผา

สวยงามแต่ดักดาน ต่างกันแค่ว่าพลอยมันเจียระไนได้ แต่เดรัจฉานอย่างแก...ไม่มีวันเป็นแบบนั้น”

คำพูดและแววตาของศักดา เสมือนประกาศปิดฉากมิตรภาพที่เคยมีต่อกันอย่างสิ้นเยื่อไม่เหลือใย!

ooooooo

ไร่ข้าวโพดในไร่ฟ้ารุ่ง ข้าวโพดกำลังออกฝัก ต้นข้าวโพดสูงท่วมหัว เป็นสถานที่ที่พวกเด็กๆชอบมาเล่นซ่อนหากันอย่างสนุกสนาน

ด.ช.ภูตะวัน ลูกชายภูผา ด.ญ.เพชรรุ้ง ลูกสาวศักดา ในวัยไล่เลี่ยที่โตมาด้วยกันกำลังเล่นซ่อนหากันอยู่ เพชรรุ้งไปซ่อนถูกภูตะวันจับได้ก็บ่นกระปอดกระแปดว่า เพิ่งซ่อนแป๊บเดียวเอง ภูตะวันขัดว่าแพ้แล้วอย่าโกง

เล่นกันทีไรก็งอนใส่กันทุกที แต่ภูตะวันก็มีวิธีเอาใจให้เพชรรุ้งหายงอน ด้วยการทำกังหันลมจากใบข้าวโพดให้ แค่นั้น เพชรรุ้งก็ตื่นเต้นจนหายงอนสนิท

ขณะนั้นเอง ด.ช.พรลูกคนงานในวัยเดียวกันมาตะโกนเรียกบอกว่าคุณผู้หญิงให้มาตาม เด็กทั้งสองจึงชวนกันกลับ

คุณผู้หญิงที่พรเอ่ยถึงคือ อุษาแม่ของภูตะวันนั่นเอง เมื่อเด็กๆกลับมาถึงเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง อุษาที่กำลังท้องแก่ก็เอาขนมมาตั้งที่โต๊ะตรงระเบียง เรียกเด็กๆให้มาทานขนมกัน ภูตะวันกับเพชรรุ้งวิ่งขึ้นไป พรเลียปากแผล็บพึมพำ “ลาภปากมาแล้ว”

ขณะเด็กๆกำลังทานขนมกันนั่นเอง ศักดาขี่ม้ามายืนอยู่แถวนั้นร้องเรียกเพชรรุ้งให้กลับบ้าน อุษาเอะใจกับท่าทีแข็งกระด้างของศักดา เธอยิ้มและเชิญชวนมาทานของว่างด้วยกัน ศักดาตอบประชดว่า

“เก็บให้ภูผามันกินคนเดียวเถอะ ตะกละตะกลามอย่างมัน ไม่เคยอิ่มกับเขาหรอก”

ภูตะวันกับอุษามองหน้ากันงงๆ ศักดาไม่สนใจฉุดเพชรรุ้งขึ้นหลังม้าขี่ออกไปโดยไม่ร่ำลาสักคำ อุษาใจหายกับท่าทีนั้น เธอมองไปทางเนินเขาอย่างสังหรณ์ใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างศักดากับภูผาสามีตัวเอง

ooooooo

ภูผายังอยู่ที่เนินเขาในเขตไร่ฟ้ารุ่ง เขานั่งบนหลังม้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด ครู่หนึ่งยศที่ปรึกษาคนสนิทขี่ม้ามาสมทบ ภูผาถามว่าส่งข่าวถึงสาโรจน์หรือยัง ยศพยักหน้าบอกว่าสาโรจน์กำลังจะมาที่นี่ รับปากว่าจะช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องทุกอย่างให้

“ไม่ทันแล้วยศ บอกสาโรจน์ว่าเขาต้องเลือกข้างระหว่างฉันกับศักดา ไม่อย่างนั้นก็ให้กลับไปเสีย”

ยศนิ่งอึ้ง ขณะที่ภูผาทอดสายตาไปข้างหน้าแววตาเหี้ยม

ที่ชายป่า ศักดาขี่ม้าพาเพชรรุ้งกลับบ้าน เจอคนกลุ่มหนึ่งโผล่จากที่ซ่อนในป่าข้างทาง เพชรรุ้งตกใจกลัว ศักดาปลอบลูกว่าไม่มีอะไรเพื่อนพ่อเอง

กลุ่มคนที่โผล่จากป่าข้างทาง คือจรัญ พ่อเลี้ยงผู้มีอิทธิพลในภูพระกาฬกับวันชัยผู้เป็นพี่ชายนั่นเอง ทั้งสองโดดเด่นอยู่ในกลุ่มที่ตามมา เมื่อพบกัน ศักดาพยักหน้าทักทายแล้วบุ้ยหน้าไปข้างหลังถามว่าพร้อมรึยัง

จรัญบอกว่าตนกับพี่ชายพร้อมแน่ทันทีที่ได้รับมัดจำก้อนแรก ศักดาโยนถุงหนังเล็กๆให้ จรัญรับไปเปิดดูในนั้นมีพลอยดิบหลายเม็ด

“ที่เหลือฉันจะจ่ายหลังจากเสร็จงาน” ศักดาบอก จรัญถามว่าจะให้ลงมือเมื่อไร “คืนนี้!” ศักดาตอบสั้นๆแต่เข้ม...เหี้ยม

เวลาเดียวกัน ที่ห้องรับแขกเรือนเล็กของภูผา ยศคนสนิทของเขากำลังจะออกจากบ้าน ถูกผกาผู้เป็นเมียตำหนิต่อว่าถามว่าจะไปไหน วันๆมีแต่งานไม่เคยสนใจลูกเมียเลย

ด.ช.เดชาลูกติดของผกามองผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างหวาดกลัว ยศบ่นว่าข้างนอกกำลังวุ่นวายจะมาชวนทะเลาะอะไรกันตอนนี้ ผกาตวาดสวนไปว่า “แต่ฉันเป็นเมียคุณนะ ไม่ใช่ นางบำเรอ”

“นี่เธอ แม่ม่ายลูกติดอย่างเธอ ได้แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วอย่าเรียกร้องนักเลย” พูดแล้วยศคว้าหมวกมองจิกไปทางเดชาแวบหนึ่งก่อนผละไป

ผกาโวยวายให้ยศกลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน เมื่อไม่สำเร็จก็หันมองเดชาระบายอารมณ์ใส่ว่า

“แกได้ยินแล้วใช่ไหมเดชา เขาไม่เคยเห็นฉันเป็นเมีย ไม่เคยเห็นแกเป็นลูกเสียด้วยซ้ำ ชิ! ใช่สิ ก็แค่แม่ม่าย ลูกติดที่เขาชุบเลี้ยงเอาไว้”

เดชาหน้าจ๋อยก้มหน้าหลบสายตาแม่ จมดิ่งอยู่กับปมด้อยและความไร้ค่าของตัวเอง...

ooooooo

ในเมืองภูพระกาฬ สาโรจน์จูงม้าผ่านประตูเมืองเข้ามา เห็นเด็กๆวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทุกอย่างดูสงบร่มรื่น เขามองภาพเบื้องหน้าอย่างประทับใจ จูงม้าเดินมาจนถึงหน้าโรงแรมสันติภาพ

เฮียเส็งเจ้าของโรงแรมยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าอย่างรอคอยใครบางคน พอเห็นสาโรจน์ก็ทักอย่างประชดประสาคนคุ้นเคยว่า นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก สาโรจน์ย้อนกลับประสาคนคุ้นเคยเช่นกันว่า คงต้องรอให้เฮียเส็งตายไปก่อน เฮียหัวเราะร่วน บอกว่ายาก เพราะหมอดูเคยบอกว่าตนดวงแข็ง

“ไม่มีใครดวงแข็งกว่าลูกปืนหรอกเฮีย เชื่ออั๊วเถอะ” พูดแล้วเดินเลยเข้าไปข้างใน เฮียเส็งหัวเราะเดินตามเข้าไป

เมื่อนั่งดื่มและคุยกันที่โต๊ะ ยศคนสนิทของภูผาเอ่ยขึ้นว่า ท่าทางภูผากับศักดาคงต้องแตกหักกันแน่ เรื่องเจรจาคงไม่มีทางเป็นไปได้ สาโรจน์ถามว่าแล้วจะเอายังไง

“คุณต้องเลือก ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน” ยศทิ้งไพ่ เมื่อ สาโรจน์ลังเล ยศเปรยๆว่า “คุณโรจน์...คุณภูผาเป็นเพื่อนของคุณ เขาช่วยเหลือคุณมาตลอด”

“ศักดาก็เหมือนกัน นายจะให้ฉันช่วยภูผาแล้วฆ่าศักดางั้นเหรอ” สาโรจน์สวนไปทันควัน

“ถ้างั้นคุณก็ควรจะไปจากที่นี่ ไม่งั้นจะเป็นอันตรายเสียเปล่าๆ” ยศเสียงแข็งลุกขึ้นหยิบหมวก ล้วงจดหมาย

ฉบับหนึ่งวางไว้บนโต๊ะบอก “คุณภูผาฝากจดหมายให้คุณช่วยเก็บเอาไว้”

ยศลุกไปแล้ว สาโรจน์ยังนั่งดื่มดับกลุ้มอยู่คนเดียว ครกผู้จัดการร้านที่กำลังนั่งดีดลูกคิดเงยหน้ามองตามยศแล้วหันมองสาโรจน์อย่างเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

เย็นนี้เองที่ชายป่า จรัญ วันชัย และก้อนกับสมุน กำลังวางแผนกันอยู่ จรัญใช้กิ่งไม้ชี้บนแผนที่ไร่ฟ้ารุ่งที่เขียนบนพื้นทรายหยาบๆ พลางอธิบายแผนการ

“พวกเราจะบุกเข้าไปทางนี้ ด่านแรกที่เจอก็คือยามเฝ้าไร่ตรงปากทาง จากนั้นพอเลยเข้าไปก็จะเป็นเรือนพักของพวกคนงาน” อธิบายแล้วเงยหน้าย้ำกับทุกคน “จำไว้ ตอนบุกเข้าไปให้ประกาศตัวว่าเราเป็นพวกโจร อย่าให้พวกมันเห็นหน้าค่าตาเด็ดขาด มีใครสงสัยอะไรไหม”

สมุนทุกคนนิ่งเงียบสีหน้าเหี้ยมเกรียม จรัญหันมาย้ำกับ วันชัยผู้เป็นพี่ชายว่า งานนี้ห้ามบุ่มบ่าม วันชัยตวาดใส่ว่ารู้แล้ว พูดอยู่ได้ จรัญพยักหน้าเอือมๆแล้วสั่งทุกคนให้เตรียมตัวได้

ทุกคนแยกย้ายกันไปเตรียมม้าและอาวุธ จรัญยังนั่งเครียดอยู่ย้ำกับตัวเองว่า งานนี้ต้องไม่พลาดเด็ดขาด

คืนเดียวกันนี้ สาโรจน์ไปที่วิไลบาร์ ที่มีทั้งขายเหล้า เล่นการพนัน และสาวบริการพร้อม

ขณะวิไลเจ้าของบาร์กำลังนั่งดวลไพ่อยู่กับลูกค้ารายหนึ่ง เมื่อเล่นได้ก็กวาดเงินเดิมพันบนโต๊ะใส่หีบ ขณะนั้นเอง นายอำเภอ กับถาวรซึ่งเป็นผู้ช่วยเดินเข้ามา ถาวรกวาดตาไปรอบๆ แล้วเข้าไปนั่งข้างๆวิไล ทักทายอย่างรู้กัน แล้วเอาถุงผ้าสำหรับใส่เงินออกมาแหวะปากถุงรอ

“ขืนสูบเลือดกันแบบนี้ทุกเดือน บาร์ฉันเจ๊งแน่” วิไลพูดอย่างคับแค้นใจ

“มีหน้าที่จ่ายก็จ่ายมาเถอะครับคุณวิไล พวกผมมีหน้าที่ไถลูกเดียว อย่างอื่น...ไม่สน” พูดพลางพลิกไพ่บนโต๊ะเล่น “ยังมีคนอีกมากที่ต้องการลงทุนในภูพระกาฬ ถ้าแค่นี้คุณจ่ายไม่ไหว ก็ควรจะหลีกทางให้คนอื่น”

ทั้งคำพูดและด้ามปืนที่ถาวรจงใจให้โผล่จากเอว ทำให้วิไลกัดฟันเทเงินในหีบใส่ถุงของถาวร เมื่อได้ค่าส่วยสมใจแล้ว ถาวรเดินออกจากร้านไป สวนกับรานีน้องสาวของวิไลที่เดินมาส่งลูกค้าข้างล่าง

รานีชะงักเมื่อเห็นเงาแวบๆของสาโรจน์จูงม้ามายืนอยู่  ไม่นานนักทั้งสาโรจน์และรานีก็กอดก่ายกันอยู่บนเตียง ทั้งสอง เป็นคู่ขากัน เธอรักและหลงใหลสาโรจน์ อยากให้เขาพาหนีไปอยู่ด้วยกัน แต่สาโรจน์บอกว่าตนทำไม่ได้ เธอน่าจะรู้ว่าการอยู่กับมือปืนนั้นลำบากแค่ไหน

เมื่อรานีออดอ้อนมากเข้า สาโรจน์บอกว่าเอาไว้คืนนี้เสร็จเรื่องเมื่อไรจะให้คำตอบ

“ถ้างั้นฉันจะรอคุณ ต่อให้ต้องรออีกนานแค่ไหนฉันก็จะรอ ฉันเชื่อว่าคุณรักฉันคุณต้องกลับมา” รานีมองเขาอย่างมั่นใจ แต่สาโรจน์กลับรู้สึกปวดร้าวกับการรอคอยของเธอ...

ooooooo

ที่ทางเข้าไร่ฟ้ารุ่ง ขณะยศกำลังทักทายหยอกล้อ กับพวกเวรยามที่ปิ้งข้าวโพดกินกันอยู่นั้น ยามคนหนึ่ง ร้องบอกอย่างตกใจพลางชี้ให้ดู

ยศมองไปเห็นขบวนของจรัญกำลังมุ่งหน้าตรงมาที่ไร่ ทุกคนมีผ้าผูกอำพรางใบหน้า จรัญกับสมุนบางคนถือคบเพลิงในมือ ยศรีบสั่งยามให้ตีเกราะเร็วๆ ยามคว้าเกราะไปเคาะรัว ปากก็ตะโกน

“โจรปล้นโว้ย โจรปล้น แห่กันมาเป็นโขยงแล้ว”

เสียงเคาะเกราะและเสียงตะโกนของยามทำให้จรัญชักปืนยิงจนยามร่วมล้มทั้งยืน แล้วเล็งมาทางยศระดมยิงใส่ ยศคว้าตัว ด.ช.พรขึ้นมาควบหนีไปในไร่ มาถึงหน้าเรือนก็ปล่อยพรลงจากม้า สั่งพรให้ไปเตือนพวกคนงานให้รีบหนี บอกว่าพวกโจรมากันเยอะอย่าต่อสู้เด็ดขาด จากนั้นไปทุบประตูบ้านภูผา

“เจ้านายครับเจ้านาย เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับเจ้านาย” ภูผาถือปืนออกมาถามว่าเมื่อกี้ได้ยินเสียงปืน “โจรครับนาย มีพวกโจรบุกเข้ามาในไร่ของเรา แห่มาเป็นโขยงเลยครับ”

“แล้วสาโรจน์ล่ะ มาด้วยกันรึเปล่า” ภูผาถาม

ooooooo

สาโรจน์ยังนอนอยู่กับรานี เฮียเส็งไปเคาะประตูบอกว่าชาวบ้านลือกันว่าไร่ฟ้ารุ่งถูกปล้น บอกสาโรจน์ว่า “ฉันรู้ว่าแกไม่อยากเลือกฝ่าย แต่เมียกับลูกของภูผาไม่ควรตายแบบนี้”

เหมือนคำเตือนที่ทำให้สาโรจน์ต้องตัดสินใจ เขาคว้าปืนออกไปทันที วิไลถามว่าจะไปฆ่าใครอีก สาโรจน์ตอบอย่างไม่สนใจว่าจะไปช่วยคนต่างหาก

“แน่ใจเหรอคุณเพชฌฆาต ระวังตัวให้ดี ผู้ล่าก็อาจกลายเป็นผู้ถูกล่าเข้าสักวัน” วิไลหยัน พอรานีเรียกพี่สาวเชิงตำหนิ วิไลบอกว่า “ฉันจะขายร้านแล้วไปจากที่นี่ ไปจากภูพระกาฬ ที่มีแต่ผู้รักษากฎหมายคอยจ้องแทะเศษเนื้อพวกนอกกฎหมายเลวๆ” วิไลพูดอย่างเจ็บแค้น

ooooooo

จรัญกับวันชัยคุมสมุนตะลุยเข้าไปในบริเวณเรือนพักคนงานไร่ฟ้ารุ่ง มันยิงกราดไม่เลือกเด็กหรือผู้หญิง เผาทุกบ้านที่ผ่าน เมื่อสะใจแล้ว จรัญกับวันชัยชวนกันตามล่าภูผา ส่วนทางนี้ปล่อยให้สมุนทำกันเอง

เมื่อยศมารายงานสภาพ ภูผาพยุงอุษาที่ท้องแก่ขึ้นม้าตัวหนึ่ง ส่วนภูตะวันไปกับยศ ขณะนั้นเองยศเห็นพวกจรัญควบม้ามาแต่ไกล เร่งภูผาให้รีบไปกัน แต่ไม่พ้นสายตาของจรัญกับวันชัย พวกมันพากันไล่ตามไป

ส่วนที่เรือนพักคนงาน พวกสมุนของจรัญพากันเผาบ้าน ปล้นข้าวของยิงเด็กทิ้งและลากผู้หญิงไปข่มขืนกันอย่างบ้าคลั่ง

ภูผาเห็นพวกจรัญขี่ม้าไล่ตามและยิงไม่ยั้ง เขาตัดสินใจให้ยศพาภูตะวันแยกไปอีกทางหนึ่ง ส่วนตัวเองจะล่อพวกจรัญไปอีกทาง แต่พวกจรัญก็รู้ทัน มันแยกกันตาม โดยจรัญตามภูผา ส่วนวันชัยให้ตามยศกับภูตะวันไป ทิ้งพวกสมุนให้บ้าคลั่งกับการปล้นฆ่าข่มขืนอยู่ทางนี้

ผกาอยู่กับเดชา ผกาถูกสมุนของจรัญลากไปปล้ำจะข่มขืน เดชาจะเข้าไปช่วยแม่ก็ถูกพวกมันลากไปท่ามกลางเสียงหวีดร้องขอความช่วยเหลือของผกา

ที่บ้านพร สมุนของจรัญรื้อค้นปล้นทุกอย่าง มันยิงพ่อแม่ของพรตาย พรแผดร้องอย่างโกรธแค้น ด่ามันไอ้โจรห้าร้อย พวกมันเข้ามาตบพรจนกระเด็น พอลุกได้พรวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน มันยังจะตามฆ่าให้ได้

พรถูกพวกมันตามทันคว้าตัวไว้ทำท่าจะปาดคอทิ้ง พรดิ้นรนด้วยความกลัว ทันใดนั้นเองกระสุนนัดหนึ่งพุ่งเข้าใส่มันจนเลือดกระฉูด พริบตาเดียวสาโรจน์ก็ควบม้าข้ามพงออกมายิงใส่สมุนของจรัญพวกนั้นอีกสองสามคนล้มตายทันที พรหันมองตาค้างกับผู้เข้ามาช่วยตน

ooooooo

ที่เส้นทางเลียบภูเขา ภูผากำลังพาอุษาหนีโดยมีพวกจรัญตามล่ามาติดๆ มันยิงถูกม้าของภูผาม้าตื่นสะบัดจนภูผากับอุษาตกจากหลังแล้วมันก็วิ่งควบหนีไป

เมื่อไม่มีม้า ภูผาจึงประคองอุษาพาหลบไปตามโขดหิน จรัญสั่งสมุนว่า

“มันไม่มีม้าแล้ว หนีไม่พ้นแน่ ตามไป”

อุษาตกม้าเลือดและน้ำคร่ำทะลักออกมา เธอบอกภูผา ว่าตนไม่ไหวแล้ว ภูผาพาไปหลบในถ้ำ อุษาขอร้องให้ภูผาหนีไปก่อน ถ้ามัวรอตนเราคงต้องตายกันหมดแน่เพราะตนกำลังจะคลอด ภูผาให้เธอทำใจดีๆไว้ตนจะออกไปต้านพวกมันเอง บอกให้เธอรออยู่ในนี้เดี๋ยวตนมา

ยศขี่ม้าพาภูตะวันหนีซอกซอนไปตามป่า แต่ก็ยังถูกพวกวันชัยตามมาอย่างกระชั้นชิด ยศถูกวันชัยยิงจนทั้งเขาและภูตะวันพลัดตกจากหลังม้า ยศร้องบอกให้ภูตะวันรีบหนีไป ให้วิ่งไป...วิ่ง! แล้วยศเองก็หันไปยิงสู้กับวันชัยและสมุน

แม้ภูตะวันจะเป็นห่วงยศ แต่ในภาวะเช่นนี้ จำต้องวิ่งไปท่ามกลางกระสุนที่พวกวันชัยยิงตามมาดีแต่ไม่ถูก

เวลาเดียวกันนั้น ภูผาออกมายิงต่อสู้กับจรัญ เขาถูกมันยิงจนเลือดทะลักหงายหลังล้มจมกองเลือดเป็นเวลาที่อุษาคลอดลูกออกมาพอดี เสียงทารกร้องไห้จ้าราวกับรับรู้การจากไปของผู้เป็นพ่อ...

ooooooo

ภูตะวันวิ่งสุดชีวิต ขณะกำลังจะเข้าตาจนนั่นเอง มีใครบางคนยิงใส่สมุนของวันชัยที่กำลังเล็งปืนใส่ภูตะวันจนมันตกม้าตาย วันชัยหันมาเห็นสาโรจน์ดึงตัวภูตะวันขึ้นม้าไปด้วย ก็ชักม้าไล่ตามทันที

สมุนของวันชัยบอกว่าเราตามไม่ทันเพราะม้าฝ่ายโน้นวิ่งอย่างกับพายุ วันชัยตะคอกว่าต้องทันเพราะตรงไปจะเป็นหน้าผา มันหนีไม่พ้นแน่

แต่สาโรจน์ผู้ช่ำชองในการต่อสู้ ก็สามารถควบม้าทะยานผ่านหน้าผาไปได้ วันชัยตะโกนสั่งสมุนว่า “มันทำได้เราก็ต้องทำได้สิวะ ตามไป” พร้อมกับชักปืนออกมาบังคับให้สมุนควบม้าตามไป

ผลคือ สมุนคนนั้นกับม้าทะยานไม่ผ่าน ตกเหวไปต่อหน้าต่อตา ตัววันชัยเองก็ชักม้าหยุดแทบไม่ทัน คำรามอย่างเคียดแค้น “นี่เอ็งเป็นใครกันแน่วะ มาขวางพวกข้าทำไม”

“ข้าชื่อสาโรจน์ กลับไปบอกเจ้านายของแกเสียว่าเรื่องระหว่างมันกับภูผา ฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวแต่ชีวิตเด็กคนนี้เป็นของฉัน ห้ามใครแตะต้องเด็ดขาด!”

ท่าทางและน้ำเสียงที่ดุดันเฉียบขาดของสาโรจน์ทำให้วันชัยชะงัก แต่พอสาโรจน์จะชักม้าไปมันก็ชักปืนออกมาทันที แต่ช้ากว่ามือฆ่าอย่างสาโรจน์เขาหันกลับยิงใส่มันทันควันกระสุนพุ่งเข้าปากกระบอกปืนวันชัยจนปืนมันระเบิด ตัวมันเองแผดเสียงร้องโหยหวนก่อนตกจากหลังม้า แขนฉีกขาดรุ่งริ่งหน้าเหวอะเพราะสะเก็ด

สาโรจน์ควบม้าพาภูตะวันหนีไปท่ามกลางเสียงคำรามอย่างเจ็บแค้นของวันชัยราวกับคนบ้าคลั่ง

ooooooo

ศักดามาถึงปากถ้ำ พอลูกน้องรายงานจรัญก็รีบคว้าหมวกมาใส่ลุกขึ้นต้อนรับ พอลงจากหลังม้าศักดาก็ซัดหมัดเข้าที่หน้าจรัญจนคว่ำ ลูกน้องจรัญพากันชักปืนจ่อศักดา จรัญชูมือห้ามให้ทุกคนใจเย็นๆ ถามศักดาว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเจ้านาย

“แกฆ่าพวกคนงานทำไม คนที่ไม่เกี่ยวข้อง แกทำร้ายเขาทำไม”

จรัญถ่มเลือดในปากทิ้ง บอกว่าปลอมเป็นโจรทั้งทีก็ต้องเล่นให้สมบทบาท ไม่งั้นชาวบ้านจะสงสัย

“แล้วอุษาล่ะ”ศักดาถาม จรัญบุ้ยให้เข้าไปดูในถ้ำ ศักดาคว้าคบเพลิงจากสมุนของจรัญเข้าไปในถ้ำ ระหว่างทางผ่านศพของภูผา ศักดาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองอย่างสังเวช

เมื่อเข้าไปพบอุษาในสภาพหน้าตาซีดเซียวเอาเสื้อตัวนอกห่อลูกน้อยเอาไว้ เธอถามศักดาว่าเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ใช่ไหม ถามว่าภูผาทำอะไรผิดถึงต้องฆ่าเขา

“ฉันไม่ได้ต้องการแบบนี้อุษา แต่ถ้าฉันไม่ลงมือ ฉันเองก็ต้องถูกฆ่าเหมือนกัน”อุษาถามว่าแล้วลูกของตนต้องตายด้วยหรือเปล่า“เธอวางใจได้ ฉันจะดูแลเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดให้เหมือนกับลูกของฉันเอง”

“แล้วภูตะวันล่ะ”อุษาถามอีก ศักดาพยักหน้าตอบหนักแน่นว่า

“ตราบใดที่เขาไม่กลับมาที่นี่ ฉันสัญญาว่าเขาจะต้องปลอดภัย”เห็นอุษาร้องไห้ ศักดากุมมือเธอไว้เอ่ยเศร้าๆ “อโหสิให้ฉันด้วยอุษา”

“ฝังฉันไว้ในนี้ ฉันจะอยู่กับภูผาที่นี่ตลอดไป”อุษาหลับตาร้องไห้สะอื้นฮักแล้วขาดใจตรงนั้น

“อุษา...อุษา...”ศักดาพยายามกลั้นน้ำตาแต่ก็กลั้นไม่อยู่ เสียงทารกร้องทำให้เขาได้สติหันมอง...

หลังจากนั้น ศักดาสั่งจรัญให้คนมาระเบิดปากถ้ำทิ้ง เพราะไม่ต้องการให้ใครมารบกวนเพื่อนของตน กำชับให้จำไว้ ห้ามใครแพร่งพรายเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ออกไปเด็ดขาดไม่อย่างนั้นทุกคนจะต้องตาย!

หลังจากระเบิดปากถ้ำแล้ว จรัญพยักหน้าบุ้ยใบ้ให้ก้อนไปกับตน

ooooooo

สาโรจน์พาภูตะวันไปนอนพักริมลำน้ำในป่า ขณะเขาเย็บแผลให้ตัวเองอยู่นั้น ภูตะวันละเมอเรียกแม่แล้วสะดุ้งตื่น สาโรจน์หันมองถามว่าฝันร้ายหรือ

ภูตะวันชะงักเมื่อเห็นว่าตัวเองอยู่กับสาโรจน์ก็ลุกพรวดขึ้นบอกว่าจะไปหาพ่อกับแม่  พุ่งเข้าคว้าปืนไปกอดแน่น  สาโรจน์สั่งให้เอาปืนคืนตนเดี๋ยวนี้  ภูตะวันกอดปืนทำดื้อตาใส จนสาโรจน์เดินไปเผชิญหน้าพูดดุๆ

“ฟังฉันให้ดีนะไอ้หนู พ่อแม่ของแกป่านนี้คงตายไปแล้ว ที่ฉันช่วยแกก็เพราะไม่อยากเห็นแกถูกฆ่า ไม่ใช่มาทำอะไรโง่ๆแบบนี้”พูดแล้วกลับถูกภูตะวันส่องปืนใส่ สาโรจน์ ชะงักถาม“จะทำอะไร ยิงคนที่ช่วยชีวิตแกงั้นเหรอ”

ภูตะวันยืนกรานจะไปหาพ่อกับแม่ สาโรจน์บอกว่าพวกเขาตายแล้วให้ส่งปืนมา ภูตะวันไม่เชื่อร่ำร้องจะกลับบ้าน สาโรจน์ย่างสามขุมเข้าหา จับปืนไว้แล้วถีบภูตะวันตกน้ำ

ooooooo

รานีรู้ว่ามีคนมาเยือน เธอเปิดประตูบาร์ก็เห็นเฮียเส็งกับครกยืนอยู่ เฮียเส็งส่งหีบใบเล็กๆให้รานีบอกว่าสาโรจน์ฝากของมาให้ รานีถามถึงสาโรจน์ เฮียเส็งกลับบอกว่าสาโรจน์ฝากมาบอกให้เธอไปจากที่นี่เสีย ไม่ต้องรอเขา

“ฉันจะอยู่ที่นี่ ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะรอสาโรจน์” รานีเด็ดเดี่ยวมาก ยิ่งเห็นนกเหยี่ยวของสาโรจน์บินร่อนอยู่บนท้องฟ้า เธอก็ยิ่งเชื่อว่าสาโรจน์จะต้องกลับมา

ส่วนวิไลตัดสินใจจะไปจากที่นี่ เมื่อรานีจะอยู่ที่นี่ วิไลบอกน้องสาวให้ดูแลตัวเองให้ดีอย่าปล่อยให้ความทุกข์กัดกินหัวใจนานเกินไป แล้วฝากหลงให้ช่วยดูแลรานีด้วยแล้วบังคับรถม้าเดินทางไปจากภูพระกาฬ

ooooooo

ยศในสภาพบาดเจ็บหนัก กุมแผลซมซานกลับมาที่ไร่ฟ้ารุ่ง เห็นสภาพเรือนพักคนงานที่ถูกเผา เห็นศพคนงานตายเกลื่อน เขามองอย่างปวดร้าว เหลือบมองไปที่บ้านตัวเองอย่างสังหรณ์ใจ

เมื่อขึ้นไปบนเรือน เห็นเดชานั่งกอดเข่าเฝ้าศพของผกาที่มองแวบเดียวก็รู้ว่าถูกข่มขืนยับเยินก่อนฆ่าทารุณ เดชาไม่แม้แต่จะหันมองยศ ในขณะที่ยศมองศพผกาอุทานออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนพุ่งเข้ากอดศพผการ้องไห้อย่างหนัก

เมื่อนำร่างของผกาไปฝังที่เนินเขา ยศกับเดชายืนมองหลุมศพเศร้า ต่างไม่พูดอะไร

ขณะนั้นเอง มีเสียงง้างนกปืนดังขึ้น แล้วสมุนของศักดาก็พูดขึ้นในขณะที่อีกคนถือปืนจ่อใส่ยศ

“คุณยศครับ คุณศักดาเชิญไปพบที่เรือนใหญ่”

เมื่อยศไปพบศักดาท่ีเรือนใหญ่อันเป็นเรือนพักของภูผา เห็นศักดากำลังทานมื้อเช้าอยู่ขรึมๆ เมื่อยศเข้ามาศักดาบอกให้นั่ง แล้วแสดงความเสียใจเรื่องผกา พร้อมทั้งสาบานว่านั่นไม่ใช่แผนของตน

ขณะที่ยศกำลังอึ้ง งงๆนั้น ศักดาเอ่ยขึ้นอีกว่า

“สงครามก็เป็นแบบนี้แหละยศ ต้องมีคนบริสุทธิ์พลอยเดือดร้อนไปด้วยเสมอ”

ยศถามอย่างไม่พอใจว่าใครอนุญาตให้เขาย้ายเข้ามาอยู่ในนี้ เพราะที่นี่เป็นบ้านของภูผาเจ้าของไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาตอบนิ่งๆว่า ภูผาตายไปแล้ว ส่วนยศกับลูกเลี้ยงยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นหว่านล้อมว่า

“ฉันรู้นิสัยแกดียศ รู้ว่าแกภักดีต่อภูผาแค่ไหน แต่ว่าตอนนี้เขาจากไปแล้ว ดังนั้นแกต้องคิดให้รอบคอบว่าจะจัดการกับตัวเองยังไง”

ยศบอกว่าตนจะไปจากที่นี่  ศักดาไม่ให้ไป  เพราะ

ไร่ฟ้ารุ่งต้องการคนดูแลและตนก็ไว้ใจเขามากที่สุด บอกยศให้เสนอเงื่อนไขมาตนยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้ยศยอมอยู่ที่นี่ด้วย

ขณะยศกำลังครุ่นคิดนั่นเอง มีเสียงทารกร้องไห้จ้าขึ้น ยศฟังอย่างสงสัย ครู่หนึ่งเพชรรุ้งวิ่งลงมาบอกศักดาว่าน้องร้องไห้ใหญ่แล้ว ศักดาบอกให้ไปตามคนมาดู ยศตัดสินใจถาม “เด็ก...เด็กนั่น...”

“พลอยขวัญ ต่อไปนี้เธอจะเป็นลูกสาวของฉัน”

ยศค่อยๆตระหนักถึงความจริงที่เกิดขึ้น เขาตัดสินใจเสนอเงื่อนไขโดยให้ศักดารับปากว่าทุกอย่างจะจบลงแค่นี้ ศักดาย้ำถามว่าทุกอย่างงั้นหรือ?

“ใช่...ไม่มีการแก้แค้นอีกต่อไป ไม่มีใครต้องตายอีกแล้ว มันมากพอแล้ว”

ศักดามองหน้ายศอย่างครุ่นคิดก่อนพยักหน้าเห็นด้วย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:32 น.