ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันเดือด

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ตะวันเดือด ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

“ภูพระกาฬ” ดินแดนแห่งความรักและความแค้น...

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในยามที่บ้านเมืองต้อง กลียุค เงินคือพระเจ้า กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่จะยึดเหนี่ยวได้อีกต่อไป ชีวิต...มีอยู่สองทางเลือก คือการเข่นฆ่าเพื่อให้ได้มาและการตกเป็นเหยื่อ ผู้คนมีลมหายใจอยู่ได้ด้วยการเอารัด เอาเปรียบ กินเลือดกินเนื้อซึ่งกันและกัน

และนี่คือเรื่องราวของดินแดนที่ได้ชื่อว่า “ภูพระกาฬ”

ณ ดินแดนแห่งนี้ คือที่ตั้งของไร่ฟ้ารุ่ง...

ท่ามกลางขุนเขาลำเนาไพรที่เขียวชอุ่ม ชีวิตหนึ่ง กำลังจะถูกพรากไปจากอีกชีวิตหนึ่งที่เป็นคนรัก

ภูตะวัน...กอดร่างโชกเลือดของเพชรรุ้งไว้ในอ้อมแขนกระชับในร่างที่ชุ่มเลือดของตัวเอง...เลือดกับเลือด โชกชุ่มกันอยู่ จนไม่รู้ว่าเป็นเลือดเขาหรือเลือดเธอ...

ท่ามกลางความเจ็บปวดทั้งกายและใจอย่างสาหัสนี้ภูตะวันรำพันความเจ็บร้าวกับร่างในอ้อมกอด...

“เคยมีคนบอกว่า สิ่งที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกนี้ ก็คือความรัก กับความแค้น เพราะมันสามารถผลักดันให้คนเราทำเรื่องราวได้ทุกอย่าง...ในหัวใจของผม เคยเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกเหล่านั้น จนกระทั่ง...เมื่อใครบางคนจากไป ทุกอย่าง...ก็จบสิ้นลง...”

ภูตะวันร่ำไห้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง โหยหวน เมื่อมือของเพชรรุ้งที่กอดเขาอยู่ร่วงหล่นลงข้างกาย...ภูตะวันกอดร่างที่ไร้ลมหายใจของเพชรรุ้งอย่างเดียวดาย...

ooooooo

เมื่อ 14 ปีก่อน

ที่กระท่อมกลางป่า นกเหยี่ยวตัวหนึ่งโฉบลงมาเกาะที่ขอบระเบียง สาโรจน์ อดีตทหารผู้ผันตัวมาเป็นนักฆ่าฝีมือฉกาจ เพื่อนรักของภูผาพ่อของภูตะวัน ออกจากกระท่อมมาปลดจดหมายออกจากกระบอกทองเหลืองเล็กๆที่ขาของมัน

อ่านจดหมายแล้ว สาโรจน์รำพึงออกมาด้วยแววตา คมกล้า

“ในที่สุด...วันนี้ก็มาถึงจนได้...ศักดา ภูผา”

ooooooo

ที่เนินเขาในเขตไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาและภูผาที่ถูกเอ่ยถึง ขี่ม้ายืนคู่กันอยู่บนเนินเขาแห่งหนึ่ง ทอดสายตามองฝูงวัวที่คนงานกำลังต้อนกลับเข้าคอกอย่างอิ่มเอมใจ...ไร่ฟ้ารุ่งในยามนี้ไม่ต่างอะไรกับสวรรค์บนดินของคนทั้งสอง

“ที่นี่ยังคงงดงามเหมือนเดิม แกว่าไหมศักดา เหมือนเมื่อสิบปีก่อนตอนที่เรามาบุกเบิกด้วยกัน” ภูผาเอ่ย ศักดาพยักหน้ารำพึงถึงอดีตว่า ตอนนั้นมันเป็นแค่ที่ดินรกร้างผืนหนึ่งเท่านั้น

ภูผาหันมองหน้าเพื่อนบอกว่า แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ศักดาหันสบตาเอ่ยทันที “ระหว่างแกกับฉันก็เหมือนกัน”

“แกคิดแบบนั้นเหรอเพื่อน” ภูผาถาม ศักดาไม่ตอบแต่มองภูผาอย่างปวดร้าว ต่างมองหน้ากันเงียบงัน

ครู่หนึ่ง ศักดาล้วงบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อส่งให้ภูผา มันคือพลอยที่ยังไม่ได้เจียระไนและยังมีคราบโคลน

ติดอยู่ ภูผามองอึ้งนิดๆ จนเมื่อศักดาแบ่งพลอยให้ภูผาครึ่งหนึ่ง แต่ภูผากลับหยิบเอาไปทั้งหมด

ศักดาแค่นหัวเราะแค้นออกมา มองเพื่อนรักด้วยสายตาอำมหิต ขณะประเมินเพื่อนรักว่า

“ธาตุแท้ของแก มันก็เหมือนกับพลอยเม็ดนี้ภูผา

สวยงามแต่ดักดาน ต่างกันแค่ว่าพลอยมันเจียระไนได้ แต่เดรัจฉานอย่างแก...ไม่มีวันเป็นแบบนั้น”

คำพูดและแววตาของศักดา เสมือนประกาศปิดฉากมิตรภาพที่เคยมีต่อกันอย่างสิ้นเยื่อไม่เหลือใย!

ooooooo

ไร่ข้าวโพดในไร่ฟ้ารุ่ง ข้าวโพดกำลังออกฝัก ต้นข้าวโพดสูงท่วมหัว เป็นสถานที่ที่พวกเด็กๆชอบมาเล่นซ่อนหากันอย่างสนุกสนาน

ด.ช.ภูตะวัน ลูกชายภูผา ด.ญ.เพชรรุ้ง ลูกสาวศักดา ในวัยไล่เลี่ยที่โตมาด้วยกันกำลังเล่นซ่อนหากันอยู่ เพชรรุ้งไปซ่อนถูกภูตะวันจับได้ก็บ่นกระปอดกระแปดว่า เพิ่งซ่อนแป๊บเดียวเอง ภูตะวันขัดว่าแพ้แล้วอย่าโกง

เล่นกันทีไรก็งอนใส่กันทุกที แต่ภูตะวันก็มีวิธีเอาใจให้เพชรรุ้งหายงอน ด้วยการทำกังหันลมจากใบข้าวโพดให้ แค่นั้น เพชรรุ้งก็ตื่นเต้นจนหายงอนสนิท

ขณะนั้นเอง ด.ช.พรลูกคนงานในวัยเดียวกันมาตะโกนเรียกบอกว่าคุณผู้หญิงให้มาตาม เด็กทั้งสองจึงชวนกันกลับ

คุณผู้หญิงที่พรเอ่ยถึงคือ อุษาแม่ของภูตะวันนั่นเอง เมื่อเด็กๆกลับมาถึงเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง อุษาที่กำลังท้องแก่ก็เอาขนมมาตั้งที่โต๊ะตรงระเบียง เรียกเด็กๆให้มาทานขนมกัน ภูตะวันกับเพชรรุ้งวิ่งขึ้นไป พรเลียปากแผล็บพึมพำ “ลาภปากมาแล้ว”

ขณะเด็กๆกำลังทานขนมกันนั่นเอง ศักดาขี่ม้ามายืนอยู่แถวนั้นร้องเรียกเพชรรุ้งให้กลับบ้าน อุษาเอะใจกับท่าทีแข็งกระด้างของศักดา เธอยิ้มและเชิญชวนมาทานของว่างด้วยกัน ศักดาตอบประชดว่า

“เก็บให้ภูผามันกินคนเดียวเถอะ ตะกละตะกลามอย่างมัน ไม่เคยอิ่มกับเขาหรอก”

ภูตะวันกับอุษามองหน้ากันงงๆ ศักดาไม่สนใจฉุดเพชรรุ้งขึ้นหลังม้าขี่ออกไปโดยไม่ร่ำลาสักคำ อุษาใจหายกับท่าทีนั้น เธอมองไปทางเนินเขาอย่างสังหรณ์ใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างศักดากับภูผาสามีตัวเอง

ooooooo

ภูผายังอยู่ที่เนินเขาในเขตไร่ฟ้ารุ่ง เขานั่งบนหลังม้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด ครู่หนึ่งยศที่ปรึกษาคนสนิทขี่ม้ามาสมทบ ภูผาถามว่าส่งข่าวถึงสาโรจน์หรือยัง ยศพยักหน้าบอกว่าสาโรจน์กำลังจะมาที่นี่ รับปากว่าจะช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องทุกอย่างให้

“ไม่ทันแล้วยศ บอกสาโรจน์ว่าเขาต้องเลือกข้างระหว่างฉันกับศักดา ไม่อย่างนั้นก็ให้กลับไปเสีย”

ยศนิ่งอึ้ง ขณะที่ภูผาทอดสายตาไปข้างหน้าแววตาเหี้ยม

ที่ชายป่า ศักดาขี่ม้าพาเพชรรุ้งกลับบ้าน เจอคนกลุ่มหนึ่งโผล่จากที่ซ่อนในป่าข้างทาง เพชรรุ้งตกใจกลัว ศักดาปลอบลูกว่าไม่มีอะไรเพื่อนพ่อเอง

กลุ่มคนที่โผล่จากป่าข้างทาง คือจรัญ พ่อเลี้ยงผู้มีอิทธิพลในภูพระกาฬกับวันชัยผู้เป็นพี่ชายนั่นเอง ทั้งสองโดดเด่นอยู่ในกลุ่มที่ตามมา เมื่อพบกัน ศักดาพยักหน้าทักทายแล้วบุ้ยหน้าไปข้างหลังถามว่าพร้อมรึยัง

จรัญบอกว่าตนกับพี่ชายพร้อมแน่ทันทีที่ได้รับมัดจำก้อนแรก ศักดาโยนถุงหนังเล็กๆให้ จรัญรับไปเปิดดูในนั้นมีพลอยดิบหลายเม็ด

“ที่เหลือฉันจะจ่ายหลังจากเสร็จงาน” ศักดาบอก จรัญถามว่าจะให้ลงมือเมื่อไร “คืนนี้!” ศักดาตอบสั้นๆแต่เข้ม...เหี้ยม

เวลาเดียวกัน ที่ห้องรับแขกเรือนเล็กของภูผา ยศคนสนิทของเขากำลังจะออกจากบ้าน ถูกผกาผู้เป็นเมียตำหนิต่อว่าถามว่าจะไปไหน วันๆมีแต่งานไม่เคยสนใจลูกเมียเลย

ด.ช.เดชาลูกติดของผกามองผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างหวาดกลัว ยศบ่นว่าข้างนอกกำลังวุ่นวายจะมาชวนทะเลาะอะไรกันตอนนี้ ผกาตวาดสวนไปว่า “แต่ฉันเป็นเมียคุณนะ ไม่ใช่ นางบำเรอ”

“นี่เธอ แม่ม่ายลูกติดอย่างเธอ ได้แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วอย่าเรียกร้องนักเลย” พูดแล้วยศคว้าหมวกมองจิกไปทางเดชาแวบหนึ่งก่อนผละไป

ผกาโวยวายให้ยศกลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน เมื่อไม่สำเร็จก็หันมองเดชาระบายอารมณ์ใส่ว่า

“แกได้ยินแล้วใช่ไหมเดชา เขาไม่เคยเห็นฉันเป็นเมีย ไม่เคยเห็นแกเป็นลูกเสียด้วยซ้ำ ชิ! ใช่สิ ก็แค่แม่ม่าย ลูกติดที่เขาชุบเลี้ยงเอาไว้”

เดชาหน้าจ๋อยก้มหน้าหลบสายตาแม่ จมดิ่งอยู่กับปมด้อยและความไร้ค่าของตัวเอง...

ooooooo

ในเมืองภูพระกาฬ สาโรจน์จูงม้าผ่านประตูเมืองเข้ามา เห็นเด็กๆวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทุกอย่างดูสงบร่มรื่น เขามองภาพเบื้องหน้าอย่างประทับใจ จูงม้าเดินมาจนถึงหน้าโรงแรมสันติภาพ

เฮียเส็งเจ้าของโรงแรมยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าอย่างรอคอยใครบางคน พอเห็นสาโรจน์ก็ทักอย่างประชดประสาคนคุ้นเคยว่า นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก สาโรจน์ย้อนกลับประสาคนคุ้นเคยเช่นกันว่า คงต้องรอให้เฮียเส็งตายไปก่อน เฮียหัวเราะร่วน บอกว่ายาก เพราะหมอดูเคยบอกว่าตนดวงแข็ง

“ไม่มีใครดวงแข็งกว่าลูกปืนหรอกเฮีย เชื่ออั๊วเถอะ” พูดแล้วเดินเลยเข้าไปข้างใน เฮียเส็งหัวเราะเดินตามเข้าไป

เมื่อนั่งดื่มและคุยกันที่โต๊ะ ยศคนสนิทของภูผาเอ่ยขึ้นว่า ท่าทางภูผากับศักดาคงต้องแตกหักกันแน่ เรื่องเจรจาคงไม่มีทางเป็นไปได้ สาโรจน์ถามว่าแล้วจะเอายังไง

“คุณต้องเลือก ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน” ยศทิ้งไพ่ เมื่อ สาโรจน์ลังเล ยศเปรยๆว่า “คุณโรจน์...คุณภูผาเป็นเพื่อนของคุณ เขาช่วยเหลือคุณมาตลอด”

“ศักดาก็เหมือนกัน นายจะให้ฉันช่วยภูผาแล้วฆ่าศักดางั้นเหรอ” สาโรจน์สวนไปทันควัน

“ถ้างั้นคุณก็ควรจะไปจากที่นี่ ไม่งั้นจะเป็นอันตรายเสียเปล่าๆ” ยศเสียงแข็งลุกขึ้นหยิบหมวก ล้วงจดหมาย

ฉบับหนึ่งวางไว้บนโต๊ะบอก “คุณภูผาฝากจดหมายให้คุณช่วยเก็บเอาไว้”

ยศลุกไปแล้ว สาโรจน์ยังนั่งดื่มดับกลุ้มอยู่คนเดียว ครกผู้จัดการร้านที่กำลังนั่งดีดลูกคิดเงยหน้ามองตามยศแล้วหันมองสาโรจน์อย่างเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

เย็นนี้เองที่ชายป่า จรัญ วันชัย และก้อนกับสมุน กำลังวางแผนกันอยู่ จรัญใช้กิ่งไม้ชี้บนแผนที่ไร่ฟ้ารุ่งที่เขียนบนพื้นทรายหยาบๆ พลางอธิบายแผนการ

“พวกเราจะบุกเข้าไปทางนี้ ด่านแรกที่เจอก็คือยามเฝ้าไร่ตรงปากทาง จากนั้นพอเลยเข้าไปก็จะเป็นเรือนพักของพวกคนงาน” อธิบายแล้วเงยหน้าย้ำกับทุกคน “จำไว้ ตอนบุกเข้าไปให้ประกาศตัวว่าเราเป็นพวกโจร อย่าให้พวกมันเห็นหน้าค่าตาเด็ดขาด มีใครสงสัยอะไรไหม”

สมุนทุกคนนิ่งเงียบสีหน้าเหี้ยมเกรียม จรัญหันมาย้ำกับ วันชัยผู้เป็นพี่ชายว่า งานนี้ห้ามบุ่มบ่าม วันชัยตวาดใส่ว่ารู้แล้ว พูดอยู่ได้ จรัญพยักหน้าเอือมๆแล้วสั่งทุกคนให้เตรียมตัวได้

ทุกคนแยกย้ายกันไปเตรียมม้าและอาวุธ จรัญยังนั่งเครียดอยู่ย้ำกับตัวเองว่า งานนี้ต้องไม่พลาดเด็ดขาด

คืนเดียวกันนี้ สาโรจน์ไปที่วิไลบาร์ ที่มีทั้งขายเหล้า เล่นการพนัน และสาวบริการพร้อม

ขณะวิไลเจ้าของบาร์กำลังนั่งดวลไพ่อยู่กับลูกค้ารายหนึ่ง เมื่อเล่นได้ก็กวาดเงินเดิมพันบนโต๊ะใส่หีบ ขณะนั้นเอง นายอำเภอ กับถาวรซึ่งเป็นผู้ช่วยเดินเข้ามา ถาวรกวาดตาไปรอบๆ แล้วเข้าไปนั่งข้างๆวิไล ทักทายอย่างรู้กัน แล้วเอาถุงผ้าสำหรับใส่เงินออกมาแหวะปากถุงรอ

“ขืนสูบเลือดกันแบบนี้ทุกเดือน บาร์ฉันเจ๊งแน่” วิไลพูดอย่างคับแค้นใจ

“มีหน้าที่จ่ายก็จ่ายมาเถอะครับคุณวิไล พวกผมมีหน้าที่ไถลูกเดียว อย่างอื่น...ไม่สน” พูดพลางพลิกไพ่บนโต๊ะเล่น “ยังมีคนอีกมากที่ต้องการลงทุนในภูพระกาฬ ถ้าแค่นี้คุณจ่ายไม่ไหว ก็ควรจะหลีกทางให้คนอื่น”

ทั้งคำพูดและด้ามปืนที่ถาวรจงใจให้โผล่จากเอว ทำให้วิไลกัดฟันเทเงินในหีบใส่ถุงของถาวร เมื่อได้ค่าส่วยสมใจแล้ว ถาวรเดินออกจากร้านไป สวนกับรานีน้องสาวของวิไลที่เดินมาส่งลูกค้าข้างล่าง

รานีชะงักเมื่อเห็นเงาแวบๆของสาโรจน์จูงม้ามายืนอยู่  ไม่นานนักทั้งสาโรจน์และรานีก็กอดก่ายกันอยู่บนเตียง ทั้งสอง เป็นคู่ขากัน เธอรักและหลงใหลสาโรจน์ อยากให้เขาพาหนีไปอยู่ด้วยกัน แต่สาโรจน์บอกว่าตนทำไม่ได้ เธอน่าจะรู้ว่าการอยู่กับมือปืนนั้นลำบากแค่ไหน

เมื่อรานีออดอ้อนมากเข้า สาโรจน์บอกว่าเอาไว้คืนนี้เสร็จเรื่องเมื่อไรจะให้คำตอบ

“ถ้างั้นฉันจะรอคุณ ต่อให้ต้องรออีกนานแค่ไหนฉันก็จะรอ ฉันเชื่อว่าคุณรักฉันคุณต้องกลับมา” รานีมองเขาอย่างมั่นใจ แต่สาโรจน์กลับรู้สึกปวดร้าวกับการรอคอยของเธอ...

ooooooo

ที่ทางเข้าไร่ฟ้ารุ่ง ขณะยศกำลังทักทายหยอกล้อ กับพวกเวรยามที่ปิ้งข้าวโพดกินกันอยู่นั้น ยามคนหนึ่ง ร้องบอกอย่างตกใจพลางชี้ให้ดู

ยศมองไปเห็นขบวนของจรัญกำลังมุ่งหน้าตรงมาที่ไร่ ทุกคนมีผ้าผูกอำพรางใบหน้า จรัญกับสมุนบางคนถือคบเพลิงในมือ ยศรีบสั่งยามให้ตีเกราะเร็วๆ ยามคว้าเกราะไปเคาะรัว ปากก็ตะโกน

“โจรปล้นโว้ย โจรปล้น แห่กันมาเป็นโขยงแล้ว”

เสียงเคาะเกราะและเสียงตะโกนของยามทำให้จรัญชักปืนยิงจนยามร่วมล้มทั้งยืน แล้วเล็งมาทางยศระดมยิงใส่ ยศคว้าตัว ด.ช.พรขึ้นมาควบหนีไปในไร่ มาถึงหน้าเรือนก็ปล่อยพรลงจากม้า สั่งพรให้ไปเตือนพวกคนงานให้รีบหนี บอกว่าพวกโจรมากันเยอะอย่าต่อสู้เด็ดขาด จากนั้นไปทุบประตูบ้านภูผา

“เจ้านายครับเจ้านาย เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับเจ้านาย” ภูผาถือปืนออกมาถามว่าเมื่อกี้ได้ยินเสียงปืน “โจรครับนาย มีพวกโจรบุกเข้ามาในไร่ของเรา แห่มาเป็นโขยงเลยครับ”

“แล้วสาโรจน์ล่ะ มาด้วยกันรึเปล่า” ภูผาถาม

ooooooo

สาโรจน์ยังนอนอยู่กับรานี เฮียเส็งไปเคาะประตูบอกว่าชาวบ้านลือกันว่าไร่ฟ้ารุ่งถูกปล้น บอกสาโรจน์ว่า “ฉันรู้ว่าแกไม่อยากเลือกฝ่าย แต่เมียกับลูกของภูผาไม่ควรตายแบบนี้”

เหมือนคำเตือนที่ทำให้สาโรจน์ต้องตัดสินใจ เขาคว้าปืนออกไปทันที วิไลถามว่าจะไปฆ่าใครอีก สาโรจน์ตอบอย่างไม่สนใจว่าจะไปช่วยคนต่างหาก

“แน่ใจเหรอคุณเพชฌฆาต ระวังตัวให้ดี ผู้ล่าก็อาจกลายเป็นผู้ถูกล่าเข้าสักวัน” วิไลหยัน พอรานีเรียกพี่สาวเชิงตำหนิ วิไลบอกว่า “ฉันจะขายร้านแล้วไปจากที่นี่ ไปจากภูพระกาฬ ที่มีแต่ผู้รักษากฎหมายคอยจ้องแทะเศษเนื้อพวกนอกกฎหมายเลวๆ” วิไลพูดอย่างเจ็บแค้น

ooooooo

จรัญกับวันชัยคุมสมุนตะลุยเข้าไปในบริเวณเรือนพักคนงานไร่ฟ้ารุ่ง มันยิงกราดไม่เลือกเด็กหรือผู้หญิง เผาทุกบ้านที่ผ่าน เมื่อสะใจแล้ว จรัญกับวันชัยชวนกันตามล่าภูผา ส่วนทางนี้ปล่อยให้สมุนทำกันเอง

เมื่อยศมารายงานสภาพ ภูผาพยุงอุษาที่ท้องแก่ขึ้นม้าตัวหนึ่ง ส่วนภูตะวันไปกับยศ ขณะนั้นเองยศเห็นพวกจรัญควบม้ามาแต่ไกล เร่งภูผาให้รีบไปกัน แต่ไม่พ้นสายตาของจรัญกับวันชัย พวกมันพากันไล่ตามไป

ส่วนที่เรือนพักคนงาน พวกสมุนของจรัญพากันเผาบ้าน ปล้นข้าวของยิงเด็กทิ้งและลากผู้หญิงไปข่มขืนกันอย่างบ้าคลั่ง

ภูผาเห็นพวกจรัญขี่ม้าไล่ตามและยิงไม่ยั้ง เขาตัดสินใจให้ยศพาภูตะวันแยกไปอีกทางหนึ่ง ส่วนตัวเองจะล่อพวกจรัญไปอีกทาง แต่พวกจรัญก็รู้ทัน มันแยกกันตาม โดยจรัญตามภูผา ส่วนวันชัยให้ตามยศกับภูตะวันไป ทิ้งพวกสมุนให้บ้าคลั่งกับการปล้นฆ่าข่มขืนอยู่ทางนี้

ตอนที่ 2

ที่หน้าเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาเดินมาหาจรัญมอบถุงหนังเล็กๆให้ใบหนึ่ง บอกจรัญว่า ให้จำไว้ว่าภูผาตายเพราะถูกโจรปล้นบ้าน ถ้าเรื่องระหว่างเราแพร่งพรายออกไป จรัญเดือดร้อนแน่

จรัญบอกว่าตนรู้ เวลานี้ไร่ฟ้ารุ่งก็เป็นของเขาแล้วไม่ต้องการผู้ช่วยบ้างหรือ ศักดาตอบอย่างไม่ยี่หระว่า

“รู้ไหมจรัญ ถ้าไม่จำเป็น ฉันคงไม่คบค้ากับคนชั่วอย่างแกเด็ดขาด กลับไปเสียหมดธุระของแกแล้ว”

“ย่อมได้ เกลียดตัวแต่กินไข่ก็ไม่ว่ากัน แต่จะบอกให้นะ อย่างน้อยผมก็ยังดีกว่าคุณ เพราะผมไม่เคยลอบกัดเพื่อนของตัวเอง” จรัญพูดอย่างไม่ยี่หระเช่นกัน

ขณะที่จรัญกำลังเดินออกไปนั้น ยศพาเดชามาหาศักดาตามที่สมุนของเขาไปบอก เห็นจรัญเดินออกมาก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงหยุดอยู่ตรงนั้น ได้ยินจรัญหันไปเอ่ยกับศักดาว่า

“เออ จริงสิ ลูกชายของไอ้ภูผาถูกคนชื่อสาโรจน์เอาตัวไป มันฝากบอกด้วยว่า เรื่องของคุณกับภูผามันไม่เกี่ยว แต่ห้ามคุณแตะต้องเด็กนั่นเด็ดขาด” เมื่อศักดาบอกว่ารู้แล้ว จรัญถามต่อ “บอกหน่อยได้ไหมว่าไอ้สาโรจน์เป็นใคร”

“ในสมรภูมิเขาเคยเป็นทหาร แต่ตอนนี้เขาเป็นเพชฌฆาต”

“อ้อ...มิน่า” จรัญชักม้าออกไป เขาแปลกใจเมื่อเห็นยศกับเดชายืนอยู่มุมหนึ่ง เดชาจ้องจรัญอย่างแค้นใจ

ระหว่างเดินทางกลับจากไร่ฟ้ารุ่งด้วยกันกับก้อนนั้น จรัญเอะใจเอาถุงหนังที่ศักดาให้มาแกะดูในนั้นเป็นพลอยดิบ ที่ยังไม่ได้เจียระไน แถมยังมีคราบโคลนติดอยู่ด้วย ถามก้อนว่า

“เอ็งสงสัยไหมวะไอ้ก้อน ว่าทำไมไอ้ศักดาถึงสั่งเก็บไอ้ภูผา”

“ก็มันอยากครองไร่ฟ้ารุ่ง อยากเป็นเจ้าของที่ดินทั้งหมดไงพี่” ก้อนตอบตื้นๆตามประสา

“แน่ใจเหรอวะ” ถามแล้ว จรัญดีดพลอยเม็ดหนึ่งให้ ก้อนตะปบไว้ พูดอย่างคาดเดาว่า “ถึงขนาดเพื่อนรักต้องฆ่ากันตาย ข้าว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่...ต้องมีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในไร่ฟ้ารุ่ง ขุมทรัพย์ที่มีแต่ไอ้ศักดากับไอ้ภูผาเท่านั้นที่รู้”

ฟังจรัญแล้วก้อนเห็นด้วย แล้วทั้งคู่ก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงนกเหยี่ยวร้องก้องกังวาน

ooooooo

นกเหยี่ยวบินมาเกาะที่ระเบียงเรือนเล็กของยศ เขารีบไปปลดเอาจดหมายออกจากกระบอกที่คอเหลือบเหลียวมองรอบๆก่อนเปิดจดหมายออกอ่าน

“คุณภูตะวันปลอดภัย” ยศอ่านแล้วพึมพำ “ขอบคุณมากสาโรจน์ ที่ช่วยให้คุณภูผาตายตาหลับ”

เวลาเดียวกันนั้น สาโรจน์พาภูตะวันไปพักที่กระท่อมของเขา ภูตะวันเดินสำรวจไปรอบห้องเห็นบรรยากาศของทหารเก่าจากเครื่องของภายในห้อง เห็นรูปถ่ายของสาโรจน์สมัยที่ยังเป็นทหารถ่ายร่วมกับภูผาและศักดาประดับอยู่หลายรูป

สาโรจน์เข้ามาถามว่าค่อยยังชั่วแล้วหรือ แล้วเรียกภูตะวันให้มาดูอะไร พลางนั่งรอจนภูตะวันเดินเข้ามาเขาจึงล้วงจดหมายส่งให้บอกว่า “พ่อของแกฝากจดหมายนี่เอาไว้” ภูตะวันรีบคว้าจดหมายไปอ่าน

“ภูตะวันลูกรัก ลุงสาโรจน์คือเพื่อนที่พ่อไว้ใจมากที่สุด ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อเมื่อไหร่ ขอให้ลูกไปหาเขาและจงเชื่อฟังคำพูดของเขา เหมือนกับที่ลูกเชื่อฟังคำพูดของพ่อ ที่สำคัญก็คือ...อย่ากลับไปที่ไร่ฟ้ารุ่งอีกเป็นอันขาด บ้านของลูกไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกแล้ว รัก จากพ่อของลูก”

ภูตะวันน้ำตาไหล เงยมองสาโรจน์ เขาย้ำกับภูตะวันว่า

“ภูผาไม่ได้อยากให้แกล้างแค้นไอ้หนู แต่เขาอยากให้แกมีชีวิตอยู่ต่อไป นั่นต่างหากคือสิ่งที่พ่อทุกคนต้องการ ทีนี้แกเข้าใจรึยัง” เห็นภูตะวันร้องไห้จนตัวสั่น สาโรจน์ลูบศีรษะปลอบ “ทุกอย่างคือฝันร้าย ปล่อยมันผ่านไปเสีย ลืมมัน แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่”

ภูตะวันพยักหน้าทั้งน้ำตา สาโรจน์ไม่กอดไม่ปลอบ แต่มองนิ่งๆรอให้ภูตะวันหายเศร้าไปเอง

เมื่อเห็นภูตะวันเข้มแข็งขึ้นแล้ว สาโรจน์สอนวิชาการต่อสู้ให้ ทั้งมีด หมัดมวย รวมถึงสอนการดูแลและตรวจตราอาวุธต่างๆอย่างพิถีพิถัน จริงจัง พร่ำบอกภูตะวันเสมอว่า

“จำไว้ภูตะวัน สิ่งที่ฉันสอนแก ไม่ใช่การฆ่า แต่มันคือการปกป้องตัวเอง เมื่อไม่มีฉัน แกจะต้องยืนหยัดต่อไปและไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ทำให้แกฝันร้ายได้อีก”

ภูตะวันร่ำเรียนวิชาที่สาโรจน์สอนให้อย่างจริงจัง เขาสามารถยิงปืนได้แม่นฉมังราวกับจับวาง เขาเล็งปืนเหนี่ยวไกอย่างที่สาโรจน์สอนอย่างเคร่งครัด สิ่งหนึ่งที่กรุ่นอยู่ในใจ ทำให้ภูตะวันพัฒนาวิทยายุทธ์อย่างรวดเร็ว คือความแค้นที่พ่อแม่ถูกฆ่า!

ooooooo

14 ปีต่อมา

วันนี้ที่ไร่ฟ้ารุ่ง เกิดเรื่องใหญ่เมื่อมีศพชาวบ้านชายหญิงสองคนถูกมัดมือและยิงตายมาทิ้งไว้ที่ไร่ เดชาเข้ามารายงาน เพชรรุ้งจึงขี่ม้านำพลอยขวัญกับยศมายังที่พบศพ

เมื่อมาถึง เดชาบอกว่ามีคนงานเจอศพอยู่ในไร่ คงถูกฆ่าจากที่อื่นแล้วลากมาทิ้งที่นี่ ยศจำได้ว่าเป็นนายขาวกับเมียที่มีบ้านอยู่ใกล้ๆกับไร่ฟ้ารุ่งของเรา

“เมื่ออาทิตย์ก่อน นายขาวเพิ่งมาปรึกษาคุณศักดาเรื่องที่ถูกพ่อเลี้ยงจรัญบังคับให้ขายที่” เดชาเล่า

พลอยขวัญโพล่งออกมาว่าต้องเป็นฝีมือของจรัญแน่ๆ

เมื่อกลับมาที่เรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาฟังรายงานแล้วถามว่าแน่ใจว่าเป็นครอบครัวนายขาวนะ ยศยืนยัน เดชาเชื่อว่าพวกมันเอาศพมาทิ้งในไร่ของเราแสดงว่าต้องการข่มขู่พวกเราแน่ๆ

“มันคงคิดจะบีบให้พวกเราขายที่เหมือนกับพวกชาวบ้าน” เพชรรุ้งพึมพำ

“พลอยว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องเอาคืนค่ะพ่อ ขืนปล่อยไว้พวกมันจะยิ่งได้ใจ” พลอยขวัญเสนอ ซึ่งเพชรรุ้งไม่เห็นด้วย เมื่อศักดาถามว่าคิดยังไง เพชรรุ้งเสนอเป็นขั้นตอนว่า

“อย่างแรก รุ้งว่าเราต้องแจ้งเรื่องนี้กับทางการ อย่างน้อยจะได้มีพยานว่ามันเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นก็ค่อยนัดเจรจากับพ่อเลี้ยงจรัญ”

พลอยขวัญไม่เห็นด้วยถามว่ามันทำกับเราขนาดนี้ยังต้องเจรจากันอีกหรือ ส่วนเดชาพูดอย่างเอาใจเพชรรุ้งว่า ตอนนี้จรัญมีคนมากกว่าเรา ขืนสู้ไปเราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เลยถูกพลอยขวัญตวาดเสียจนหุบปากเงียบกริบ

“ใจเย็นๆก็ได้พลอยขวัญ พ่อว่าลองเจรจาดูก่อนก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา” ศักดาตัดบทแล้วหันไปถามยศ “เห็นด้วยไหมนายยศ”

ยศมองหน้าพลอยขวัญอย่างเกรงใจก่อนพยักหน้าให้ศักดา พลอยขวัญมองเพชรรุ้งอย่างขัดใจ เมื่อไปเจอกันที่ ทางเดินหน้าห้องทำงานในเรือนใหญ่ พลอยขวัญบ่นใส่เพชรรุ้งว่า ให้พ่อไปเจรจากับจรัญเหมือนลดตัวลงไปหาพวกสวะ

“พี่แค่ไม่อยากเห็นการนองเลือด” เพชรรุ้งชี้แจง พลอยขวัญเสียงแข็งว่าพวกมันเป็นฝ่ายผิดก็ต้องชดใช้ เพชรรุ้งเตือนสติน้องว่า “บ้านเมืองมีกฎหมายนะพลอยขวัญ จะทำอะไรอย่าลํ้าเส้น”

แม้พลอยขวัญจะเงียบไป แต่ใจไม่ยอมแพ้ มองตามพี่สาวไปอย่างขัดใจ

ooooooo

ที่โรงแรมสันติภาพของเฮียเส็ง มีพวกต้อนวัวร่อนเร่กลุ่มหนึ่งกำลังชกต่อยกันเอาเป็นเอาตายจนห้องโถงโรงแรมแทบพังพินาศ จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ขวดเหล้าบนโต๊ะระเบิดกระจุย ทำให้ทุกคนหยุดหันมอง เห็นเฮียเส็งกับครกยืนจังก้า เฮียเส็งประกาศกร้าวว่า

“ไอ้พวกจรจัด! ห้ามสู้กันในโรงแรมสันติภาพโว้ย ถ้าจะฆ่ากันให้ไปที่ทางเสือผ่านโน่น”

“ทางเสือผ่าน” ที่เฮียเส็งเอ่ยถึง เป็นซอกตึกที่มีขนาดไม่กว้างนัก กลายเป็นที่ดวลกันของคู่อาฆาต โดยมีเฮียเส็งเป็นกรรมการ เฮียเส็งประกาศกติกาการดวลว่า

“ที่ทางเสือผ่าน พวกมึงจะดวลยังไงก็ได้ จะกี่คนกี่ยกไม่มีเกี่ยง  กติกามีข้อเดียวคือ  ต้องทิ้งทรัพย์สินมีค่าเอาไว้  เพราะมันคือรางวัลสำหรับคนที่ชนะ และเป็นค่าทำศพของคนแพ้”

เฮียเส็งเป็นกรรมการ เมื่อทั้งสองฝ่ายถอดของมีค่าโยนลงพื้นแล้ว เฮียเส็งล้วงเหรียญเงินออกมาประกาศกร้าว “เมื่อเหรียญตกถึงพื้นเมื่อไหร่ ให้เริ่มยิงได้ทันที!”

เฮียเส็งโยนเหรียญขึ้นกลางอากาศ ทันทีที่เหรียญตกถึงพื้น เสียงปืนก็แผดขึ้น ทั้งคู่สาดกระสุนใส่กันไม่ยั้ง สุดท้ายตายทั้งคู่ เฮียเส็งให้ครกไปเก็บทรัพย์สินของทั้งสองคน ครกถามว่าถ้าอย่างนั้นทรัพย์สินนี้ก็จ่ายเป็นค่าทำศพหมดเลยหรือเปล่า

“ค่าทำศพมันไม่มีอัฐหรอกโว้ย พวกนี้มันต้องจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมต่างหาก” เฮียเส็งประกาศแล้วฉกทรัพย์สินไปทั้งหมด พูดอย่างสะใจ “สมน้ำหน้า เสือกพังร้านกูดีนัก”

ว่าแล้วเฮียเส็งก็เดินไปพร้อมทรัพย์สินของคนตายทั้งสอง ครกหันมองสองศพนั้นอย่างสมเพช  หลังจากนั้น  ศพของคนจรทั้งสองก็ถูกลูกจ้างชั่วคราวของทางอำเภอมาขนออกไปจากทางเสือผ่าน

ooooooo

วิไลบาร์อยู่ใกล้ๆกับโรงแรมสันติภาพ รานีปัก หลักคอยการกลับมาของสาโรจน์อยู่ที่นี่และดูแลบาร์

วันนี้ ที่โรงแรมสันติภาพมีชายบึกบึนสามคนเดินฝ่าแดดเปรี้ยงตรงมา ทั้งสามเป็นพ่อลูกกัน โดยคนเป็นพ่อแบกขวานนำหน้าลูกชายสองคน คนหนึ่งแบกปืนของตัวเอง อีกคนแบกทั้งของตัวเองและของพ่อ เขาคือนายไม้กับลูกนั่นเอง ทั้งหมดบ่ายหน้ามาที่วิไลบาร์

ภายในบาร์ จรัญกำลังดวลเหล้าดูบุหลันเต้นโชว์อย่างร้อนแรงอยู่บนโต๊ะ

เมื่อนายไม้มาถึงหน้าบาร์  ลูกชายส่งปืนให้พ่อ  นายไม้ ยิงปืนขึ้นฟ้าตะโกนท้า

“ไอ้จรัญ ไอ้สารเลว เอ็งโผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้!”

ครู่เดียว จรัญกับสมุนอาวุธครบมือก็เดินออกมา ต่างชะงักเมื่อมีเสียงขวับๆๆ แล้วขวานเล่มหนึ่งก็บินมาปักที่ประตูร้านอย่างแม่นยำ นายไม้ถามทันทีว่า “เอ็งใช่ไหมที่ส่งคนไปฆ่าไอ้ขาวกับเมีย”

เห็นจรัญทำไขสือ นายไม้ด่าว่าไม่ต้องมาทำไก๋เพราะชาวบ้านรู้กันหมดแล้วว่าเขาเที่ยวกว้านซื้อที่แถวนี้เพื่อจะยึดไร่ฟ้ารุ่ง จรัญยังทำหน้าตายถามว่า “แล้วไง”

นายไม้ประกาศกร้าวว่าตนไม่ขายและไม่รอให้จรัญลงมือก่อนด้วย วันนี้มาท้าดวลกันให้ตายไปข้างหนึ่งเลย จรัญทำเป็นใจเย็นบอกว่าไม่อยากเห็นใครต้องมาเลือดตกยางออกกันที่นี่ นายไม้ด่าอย่างโกรธจัดว่า

“ไอ้ขี้ขลาด  เอ็งกลัวสิไม่ว่า  เฮ้ย...ไอ้จรัญมันหางจุกก้น มันไม่กล้าดวลกับข้าเว้ย” นายไม้ป่าวร้อง แต่เสียงไม่ทันขาดก็ถูกจรัญยิงรัวใส่ นายไม้กับลูกสองคนช่วยกันยิงตอบโต้

ตัวนายไม้บาดเจ็บพยายามคลานไปหยิบปืน ถูกจรัญถือปืนเดินเข้ามาถีบหน้านายไม้หงายขึ้น นายไม้พยายามด่ากระท่อนกระแท่นว่าจรัญยิงตนทีเผลอ แต่จรัญไม่แยแสตวัดเท้าใช้สเปอร์เฉือนหน้านายไม้จนเลือดพุ่ง เท่านั้นไม่พอจรัญยิงซํ้าจนนายไม้ตายแล้วประกาศแก่ทุกคนที่นั่นว่า

“ทุกคนจำไว้ ที่นี่คือเมืองภูพระกาฬ ที่นี่มีความยุติธรรมและมีกฎหมายแต่มันต้องขึ้นอยู่กับความพอใจของฉัน นายจรัญ  ที่เป็นเจ้าของเมืองนี้และเป็นเจ้าชีวิตของพวกแกทุกคน”

ขณะนั้นเองเฮียเส็งกับครกเดินแหวกคนเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น จรัญกวาดตาไปเจอแต่ยังพูดต่อ

“ถ้าใครข้องใจละก็ ไปร้องเรียนกับทางนายอำเภอได้เลย เชิญ!”

เฮียเส็งฮึดฮัดทำท่าจะโต้เถียงแต่ครกสะกิดเตือนไว้ก่อน ฝ่ายจรัญแสยะยิ้มแล้วเดินกลับเข้าบาร์ท่ามกลางเสียงโห่ฮาและยิงปืนขึ้นฟ้าอย่างคึกคะนองของพวกสมุน ชาวบ้านพากันมองอย่างหวาดกลัว

เมื่อเข้าไปในบาร์แล้ว จรัญสั่งเก็บเงิน มองบุหลัน ถามว่าชื่ออะไร อยากไปอยู่กับตนไหม บุหลันถามว่าอยู่ในฐานะอะไร จรัญตอบกวนๆว่า “นางบำเรอ ถ้าเธอไม่รังเกียจ”

บุหลันซึ่งหลงใหลพลอยที่ห้อยคอจรัญตั้งแต่เสพสำราญด้วยกัน ยักไหล่แบบยังไงก็ได้ สุดท้ายก็ตามจรัญไป จรัญหยิบถุงเทพลอยลงบนเตียง บุหลันมองตาลุกวาว จรัญสั่งเข้มว่า

“จงซื่อสัตย์และให้ความสุขกับฉัน  แล้วเธอจะได้ทุกอย่าง”

ไม่มีอะไรที่บุหลันจะทำไม่ได้เพื่อแลกกับพลอย เหล่านั้น...

ooooooo

หลายวันต่อมา นายอำเภอพร้อมผู้ช่วยสองคนคือถาวรกับสมใจ ก็ไปหาจรัญที่บ้านพักของเขา บอกจรัญว่า ศักดาเจ้าของไร่ฟ้ารุ่งวานให้ตนมานัดเจรจากับพ่อเลี้ยง ถาวรช่วยเสริมว่า เพราะศักดาสงสัยว่าพ่อเลี้ยงกำลังบีบให้เขาขายที่ทางอ้อมเลยไม่ค่อยพอใจ

“เขาว่าพ่อเลี้ยงไปก่อกวนป่วนไร่เขาด้วยครับ แถมยังขู่ว่าถ้าพ่อเลี้ยงไม่ยอมถอยไปละก็ รับรองได้เปิดศึกกันแน่” สมใจเติมรายละเอียด

จรัญแค่นยิ้มย้อนถามนายอำเภอว่าคิดว่าควรทำอย่างไร นายอำเภอบอกว่าตนก็ต้องว่าไปตามกฎหมายไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก แต่พอจรัญถามว่าถ้าตนมีข้อเสนอชวนให้แบ่งล่ะจะสนหรือเปล่า นายอำเภอมองหน้าผู้ช่วยทั้งสองอึ้งไปนิดหนึ่งก่อนถามเสียงแผ่วลงว่า “เยอะไหม...”

ในที่สุด นายอำเภอก็ได้รับซองใส่เงินมาปึกใหญ่ ระหว่างทางเปิดซองดูแล้วถามผู้ช่วยทั้งสองว่าเยอะขนาดนี้เอาไงดี สมใจยืนยันว่าให้ทำตามกฎหมายอย่างที่นายอำเภอว่า แต่ถาวรเสนอให้ยึดผลประโยชน์ของเราเป็นที่ตั้งโดยไม่เกี่ยงสีไม่เกี่ยงฝ่ายถ้าได้ตังค์

ถามความเห็นผู้ช่วยทั้งสองที่มีความเห็นต่างกัน นายอำเภอตัดสินใจว่า อยู่ภูพระกาฬอย่าเพิ่งห่วงกฎหมายเลยห่วงชีวิตตัวเองก่อนดีกว่า สมใจที่มีความเห็นต่างกันจึงได้แต่ยิ้มแหยๆ ไม่กล้าเถียง

ooooooo

ยศผู้มีความรักและซื่อสัตย์ต่อภูผาตลอดมา มีความเห็นต่างกับเดชาลูกเลี้ยงของตัวเอง โดยยศพยายามที่จะปกป้องรักษาไร่ฟ้ารุ่งของภูผาไว้ แต่เดชากลับเห็นว่าอยากให้ศักดาขายให้จรัญเสียบางส่วนเพื่อเรื่องจะได้จบและยังได้ถือหุ้นร่วมกันด้วย เพราะจรัญรวยกว่าศักดา

“มันค้าของเถื่อน กดขี่รีดไถชาวบ้าน แกอย่าไปหลงชื่นชมมันนะไอ้เดชา ไม่งั้นแกกับฉันตัดขาดกันแน่” ยศรับไม่ได้กับท่าทีของเดชา แต่เดชากลับเถียงว่าสมบัติไม่ใช่ของเราจะหวงไปทำไม ศักดามีบุญคุณกับพ่อนักหรือ

“ถึงมีก็ไม่เท่าคุณภูผา แกรู้ไว้นะไอ้เดชา ที่ดินทุก หย่อมหญ้าในไร่ฟ้ารุ่งตอนนี้ ความจริงเป็นของคุณหนูภูตะวัน ลูกของคุณภูผาและฉันจะพิทักษ์มันเอาไว้จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย”

เดชาทำเป็นยกมือยอมแพ้อย่างประชด พูดเย้ยๆว่าป่านนี้ภูตะวันตายไปแล้วมั้ง

หารู้ไม่ ภูตะวันในวันนี้เติบใหญ่แข็งกล้าทั้งร่างกายและศิลปะการต่อสู้อย่างช่ำช่องจากการสอนของสาโรจน์ วันนี้ ก็ช่วยนายช่างที่โรงเลื่อยไม้ต่อสู้กับคนงานนักเลงที่หาเรื่องกับนายช่างจนมันถูกเตะสลบตกน้ำ

สาโรจน์มายืนกอดอกดูอยู่เงียบๆนานแล้ว เมื่อพากันไปห้องทำงานนายช่างเอาน้ำมาเสิร์ฟแล้วนั่งชี้แจงว่า คนงานที่ก่อเรื่องพยายามรีดไถเงินจากตน สาโรจน์บอกว่าตนเคยห้ามภูตะวันแล้วว่าไม่ให้มีเรื่องกับใคร แต่นายช่างชมว่า

“เขาเป็นเด็กดี ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงเขา เดือนหน้าผมจะย้ายไปคุมงานที่เมืองหลวง ผมอยากจะชวนเขาไปด้วย” สาโรจน์ถามว่าเพื่ออะไร “เขาพูดภาษาอังกฤษได้ เขาบอกว่า คุณสอนเขาเอง แถมเขายังเรียนรู้งานช่างไวกว่าคนอื่น เขามีอนาคต” แต่พอสาโรจน์ส่ายหน้าปฏิเสธ นายช่างถามว่า “ผมไม่เข้าใจ คุณจะเหนี่ยวรั้งเขาไว้กลางป่าแบบนี้ทำไม”

ooooooo

ภูตะวันเองเมื่อรู้ว่าถูกสาโรจน์ปฏิเสธ เขารับไม่ได้ ถามว่าทำไมไม่ถามตนสักคำว่าอยากไปเมืองหลวงหรือเปล่า ตนอยากไปเป็นนายช่าง มีเงินเดือนสูงๆหรืออาอยากเห็นตนดักดานอยู่ที่นี่ตลอดชีวิต

เป็นความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะไม่มีวันเข้าใจกัน เมื่อภูตะวันอยากไปเพื่อความก้าวหน้าในชีวิต แต่สาโรจน์ไม่อยากให้ไปเพราะเกรงไม่ปลอดภัย

ภูตะวันแข็งข้อประกาศว่าตนจะตัดสินใจเอง สาโรจน์ตวาดว่า “แกไม่มีสิทธิ์มาเถียงฉัน” แต่ภูตะวันถือว่ามันคือชีวิตของตน สาโรจน์เองต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์ ทั้งคู่เถียงและแยกกันด้วยความไม่พอใจรุนแรง

สาโรจน์ไปนั่งที่ริมลำธาร สถานที่ที่เขาใช้เป็นลานสอนอาวุธและการต่อสู้แก่ภูตะวันจนแข็งกล้าช่ำชอง คิดถึงอดีตแล้ว สาโรจน์ก็กลับมานั่งดื่มในกระท่อม พึมพำอย่างเจ็บปวด

“ไอ้เด็กหัวดื้อ พูดมาได้ว่าไม่มีสิทธิ์ เฮอะ ถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้แกตายไปนานแล้วโว้ย...ถ้าไม่มีฉัน พวกมันต้องฆ่าแกแน่ สักวันนึง สักวันมันต้องตามมาที่นี่...”

สาโรจน์ดื่มจนเมามายเหนื่อยล้ากับการดูแลความปลอดภัยให้ภูตะวันมานับสิบปี

ooooooo

นายอำเภอรับเป็นผู้ติดต่อให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันที่โรงแรมสันติภาพของเฮียเส็ง โดยฝ่ายศักดามีเพชรรุ้ง พลอยขวัญ ยศ เดชา และสมุน ฝ่ายจรัญมีบุหลัน ก้อน และสมุน และที่โรงแรมมีเฮียเส็งกับครกคอยสังเกตการณ์

การเจรจาล้มเหลวเมื่อฝ่ายศักดาไม่ยอมขายที่ดินให้ ซ้ำเพชรรุ้งยังด่าจรัญที่กว้านซื้อที่ดินชาวบ้านแล้วไม่ทำอะไรซ้ำยังพยายามเปลี่ยนทางน้ำไม่ให้ไหลเข้าในพื้นที่ของเรา แต่ที่ดินของตัวเองนอกจากไม่ปลูกอะไรแล้วยังตั้งหน้าตั้งตาขุดเป็นบ้าเป็นหลังด้วย

“นี่ทุกคนคงนึกว่าฉันเป็นบ้าไปแล้วละมั้ง ฉันไม่ได้บ้า จะบอกความจริงให้เอาบุญก็ได้” จรัญท้า ถูกศักดาขัดขึ้นว่าอย่าพูดจาเหลวไหล จรัญโต้ทันทีว่า “จะกลัวทำไมล่ะคุณศักดา บอกทุกคนเขาไปสิว่ามีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่ในไร่ฟ้ารุ่ง”

ศักดาพยายามที่จะปกปิด แต่จรัญพยายามเปิดยืนยันด้วยการควักจี้พลอยที่ห้อยคอออกมาเป็นหลักฐานทั้งยังประกาศว่าสักวันตนจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าตนพูดความจริง ถึงวันนั้นเมื่อไรไร่ฟ้ารุ่งจะต้องตกเป็นของตน

การเจรจากลับกลายเป็นการเผยความลับขุมทรัพย์ใต้ดิน ซ้ำจรัญยังประกาศจะยึดครองไร่ฟ้ารุ่งด้วย บรรยากาศระอุเดือดเมื่อพลอยขวัญชักปืนออกมาเล็งใส่จรัญด่าไอ้ปากเสีย ก้อนก็ชักปืนใส่พลอยขวัญเช่นกัน

ในที่สุดทั้งศักดาและจรัญสั่งให้ทุกคนหยุดเก็บปืนให้หมด ศักดายืนเผชิญหน้าจรัญประกาศว่า

“เราไม่จำเป็นต้องคุยกันอีกแล้วจรัญ แต่จำไว้ถ้าคนของแกยังบุกมาเพ่นพ่านในไร่ฟ้ารุ่งอีกละก็ ฉันเอาตายแน่”

“ย่อมได้คุณศักดา” จรัญตอบอย่างท้าทาย

นายอำเภอพูดกับถาวรและสมใจขณะกลับถึงอำเภอว่า ที่ดินแถวนี้เคยมีคนพบสายแร่พลอยอยู่หลายจุดเมือง

ภูพระกาฬก่อตั้งขึ้นมาได้ก็เพราะแบบนี้ สมใจดูแผนที่แล้วเปรยๆว่าดูเหมือนส่วนใหญ่จะเจออยู่แถวๆไร่ฟ้ารุ่ง นายอำเภอคาดว่าถ้าเรื่องที่จรัญพูดเป็นความจริง มีหวังเมืองนี้ได้โกลาหลกันยกใหญ่แน่...

ไม่นานก็มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไปร่อนหาแร่หาพลอยกันตามแนวลำธาร มีคนเจอพลอยร้องบอกคนอื่นด้วยความดีใจ ปรากฏว่าไม่ทันไร ก็เกิดฆ่ากันตายเพราะแย่งพลอยเม็ดนั้น สายน้ำเริ่มแดงฉานด้วยสีเลือดแล้ว!

สาโรจน์ถูกตามล่ามาเป็นเวลาช้านาน เมื่อได้เบาะแสก็ส่งนักฆ่าบุกไปที่กระท่อมของเขา แต่นักฆ่าเหล่านั้นก็ถูกนักฆ่ามือฉมังกว่าอย่างสาโรจน์กำจัดเสียสิ้นตั้งแต่เริ่มล่องตามแม่นํ้ามายังไม่ทันขึ้นฝั่งด้วยซํ้า

แต่ยังมีอีกสองคนคือ ย้งกับเหลียง มือมีดกับมือกริช ทั้งสองไปสอบถามที่โรงเลื่อยจนรู้ที่อยู่ของสาโรจน์ ลุยไปถึงกระท่อมล้อมกรอบสาโรจน์ เขาถามว่าใครส่งมา ศักดาใช่ไหม

ย้งมือกริชบอกว่าตนไม่รู้ เพราะรับงานมาจากเจ้านายอีกทอดหนึ่ง เขากำชับให้ฆ่าสาโรจน์กับเด็กหนุ่มที่ชื่อภูตะวันให้ได้ สาโรจน์ถามว่า “พวกมันรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่”

“ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาสาโรจน์ แกต้องไม่เชื่อแน่ๆว่าทุกคนตามหาแกมานานแค่ไหน” ย้งบอกขณะเผชิญหน้ากัน

แม้จะตกอยู่ในสภาพที่ถูกกระทำและตัวคนเดียว แต่สาโรจน์ก็สามารถกำจัดทั้งย้งและเหลียงดับดิ้นไปทั้งสองคน

ooooooo

ภูตะวันนั่งปรึกษากับนายช่าง เขาอยากไปทำงานในเมืองกับนายช่าง แต่นายช่างก็ไม่อาจตามใจเขาได้ ยํ้าว่าเขาต้องได้รับอนุญาตจากอาก่อน ภูตะวันฮึดฮัดบอกว่าตนไม่แคร์ เพราะสาโรจน์ไม่ใช่ญาติ ไม่มีสิทธิ์ขังตนไว้ที่นี่

“แต่เขาเป็นคนเลี้ยงเธอมานะ บอกตามตรงฉันไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนทุ่มเทเพื่อลูกของคนอื่นได้มากขนาดนี้ อาของเธออาจจะขี้เมา อาจจะโมโหร้าย แต่เขาเป็นคนที่น่านับถือ”

คำเตือนของนายช่างทำให้ภูตะวันอึ้งไป และเมื่อเขาซื้ออาหารหิ้วกลับไปที่กระท่อม เห็นรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่หน้าบ้าน และสาโรจน์ก็ทำแผลให้ตัวเองเรียบร้อยแล้ว ภูตะวันถามว่ารถใครหรือนิ้งเป็นบ้าเลย

“ของเพื่อนฉันเอง เขาเอามาฝากไว้” สาโรจน์ตอบนิ่งๆ ครั้นภูตะวันถามว่าแล้วเพื่อนอาไปไหนแล้ว สาโรจน์นิ่งคิดก่อนตอบเป็นนัยว่า “ป่านนี้คงไปถึงปากแม่นํ้าแล้วมั้ง”

ความเป็นห่วงภูตะวัน ทำให้คืนนี้สาโรจน์เขียนจดหมาย เมื่อภูตะวันหลับแล้ว วันต่อมายศก็ได้รับจดหมายนี้จากนกเหยี่ยวที่มาเกาะตรงระเบียง ยศดีใจมากรีบเปิดจดหมายอ่าน

“ฉันอยากเจรจากับศักดา ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะทำร้ายเขา ช่วยนัดเวลาให้ด้วย สาโรจน์”

ยศรีบไปหาศักดาเอาจดหมายของสาโรจน์ให้อ่าน ยอมรับผิดกับศักดาว่าตนติดต่อสาโรจน์แค่อยากรู้ข่าวของภูตะวันเท่านั้น ศักดาพูดอย่างนักเลงว่าตนไม่โกรธและเข้าใจเขากับสาโรจน์ดี อีกทั้งถ้ายศคิดจะฆ่าตนก็คงฆ่าไปนานแล้ว บอกยศว่า

“ดีเหมือนกัน ฉันเองก็จะได้ปรับความเข้าใจกับเขาเรื่องภูผาเสียที” ยศดีใจถามว่าจะนัดพบกันที่นี่เลยไหม “ไม่...ที่อื่น ที่ไหนก็ได้ที่เขาจะรู้สึกปลอดภัย”

เดชามาแอบได้ยินตั้งแต่ต้น เก็บรายละเอียดทุกเม็ด หรี่ตาข้างหนึ่งอย่างครุ่นคิด...

เพียงวันรุ่งขึ้น เดชาก็รีบไปรายงานข่าวสาโรจน์จะเข้าเมืองแก่จรัญถึงบ้าน ได้รับรางวัลเป็นเงินมาก้อนหนึ่ง เดชามองอย่างกระหยิ่ม ก่อนออกมาเดชามีข้อแม้กับจรัญว่างานนี้อย่าให้พ่อตนโดนลูกหลง ออกมาเห็นบุหลันทิ้งสายตาให้ก็ผยองว่าสักวันตนจะต้องทาบรัศมีจรัญให้ได้

ooooooo

รุ่งขึ้นสาโรจน์บอกภูตะวันว่าจะเข้าเมืองสักวันสองวัน ช่วงนี้อย่าก่อเรื่องอะไรอีก ภูตะวันถามเรื่อง งานในเมืองของตน สาโรจน์ตอบง่ายดายว่า

“ไม่ต้องพูดแล้ว ชีวิตของแก แกอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะไม่ต้องถามฉัน” ทำเอาภูตะวันงงที่อยู่ๆสาโรจน์ก็เปลี่ยนใจง่ายๆ

จรัญได้ข่าวจากเดชาก็ไปบอกวันชัยที่นอนสูบฝิ่นนํ้าจนผอมโกรกเหมือนผีตายซาก พอรู้ว่าสาโรจน์จะมาภูพระกาฬ วันชัยมองมือตัวเองที่ต้องใช้แขนเทียมอย่างแค้นใจ ย่องแย่งคว้าปืนออกไปทั้งที่ต้องมีสมุนคอยประคอง

ฝ่ายนายอำเภอกับถาวรได้รับของอภินันทนาการจากจรัญกำลังแช่ตัวในอ่างไม้มีนางบำเรอสองคนคอยปรนเปรอ ทำกันบนที่ว่าการอย่างโจ๋งครึ่ม แต่ไม่ทันได้สำราญเต็มอิ่ม ก้อนก็มาบอกว่าพ่อเลี้ยงจรัญมีงานให้ทำเลยจำต้องลุกจากอ่าง

สาโรจน์มาถึงแล้ว เขาอดชำเลืองไปทางวิไลบาร์ไม่ได้แต่ก็ตัดใจเดินเข้าไปในโรงแรมสันติภาพอันเป็นที่นัดพบกับศักดา เฮียเส็งเห็นสาโรจน์ก็ยิ้มให้บอกว่าศักดารออยู่ห้องที่สามทางซ้ายมือ แต่พอเขาจะเดินไป ยศก็มาขวางบอกว่าศักดาอยากพบเขาตามลำพัง พร้อมกับแบมือขอปืนยาวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

“ก็ได้ ฉันเชื่อใจนาย” สาโรจน์ส่งปืนยาวให้ยํ้าว่า “ปืนยาวเพื่อแสดงความบริสุทธ์ิใจ แต่ถ้าให้ปลดปืนสั้นด้วยละก็ นายให้ฉันแก้ผ้ายังดีเสียกว่า” พูดแล้วสาโรจน์เดินเลี่ยงไป แอบเลิกชายเสื้อให้ด้ามปืนโผล่มาเพื่อสะดวกใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ooooooo

ศักดาจำได้กระทั่งเสียงเดินของสาโรจน์ พอเขาเดินเข้าใกล้เท่านั้นศักดาก็ร้องทักทันที เชิญให้เข้ามาต่างวางท่าแบบมากันอย่างลูกผู้ชาย แต่ต่างก็แอบซ่อนปืนของตัวเองไว้

เพชรรุ้งเอะใจเมื่อเห็นพ่อหายไปคาดคั้นถามจากเดชา พอรู้ว่าไปไหนก็คว้าปืนขึ้นรถ พลอยขวัญกระโดดขึ้นรถขอตามไปด้วยโดยให้เดชาเป็นคนขับ

ส่วนจรัญให้ก้องไปตามนายอำเภอมาขอให้ออกหมาย จับสาโรจน์ให้ตน เพราะได้ข่าวว่าสาโรจน์มาพบศักดาที่ภูพระ-กาฬ สมใจถามว่าจรัญไม่ใช่เจ้าหน้าที่จะเอาหมายจับไปทำไม

“ผมเป็นพลเมืองดี คุณผู้ช่วย ผมก็แค่อยากฆ่าไอ้สาโรจน์อย่างถูกกฎหมายเท่านั้นเอง” จรัญยิ้มเหี้ยม นายอำเภอกระซิบถามถาวรว่าเอาไงดี

“เลยตามเลยครับนายอำเภอ  รับเงินเขามาแล้วนี่ครับ” ถาวรกระซิบตอบ

ทันใดนั้นมีเสียงตึงตังโครมครามดังขึ้น ทุกคนหันมอง จึงเห็นวันชัยเดินโซเซเข้ามา ไม่วายชี้หน้าทำกร่างกับพวกนายอำเภอว่าต้องตายเรียงตัว แล้วปลีกตัวไปขึ้นรถโดยมีสมุนคอยประคอง

ooooooo

ขณะนั่งดื่มกันในห้อง ศักดาบอกสาโรจน์ว่าตนดีใจที่ได้เห็นหน้ากันก่อนตายเพราะตนคิดอยู่เสมอว่าต้องปรับความเข้าใจกันเรื่องภูผาให้ได้  สาโรจน์สวนไปทันทีว่าคนที่เขาต้องปรับความเข้าใจคือภูตะวัน ต่างหากไม่ใช่ตน

ศักดาถามว่าถ้าอย่างนั้นเขามาทำไม สาโรจน์พูดอย่างไม่ปิดบังว่า

“ตอนนี้ภูตะวันเป็นหนุ่มแล้ว ในฐานะที่เขาเคยเป็นทายาทของไร่ฟ้ารุ่ง เขาควรจะมีชีวิตที่สุขสบายกว่านี้” ศักดาให้เสนอเงื่อนไขมา “ฉันแค่ต้องการเงินก้อนนึงให้ภูตะวันเก็บไว้ตั้งตัว หรือไม่ก็เผื่อไว้ยามฉุกเฉิน”

ศักดาถามว่าแค่นั้นเองหรือ สาโรจน์ยืนยันว่า “ใช่แค่นั้น แค่สมบัติครึ่งนึงของแก”

ศักดาชะงักมองหน้าสาโรจน์นิ่ง แต่มือเริ่มควานหา ปืนที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ แต่ไม่ทันเกิดอะไรขึ้น ก็มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าโรงแรม มองลงไปเห็นจรัญกับพวกและนายอำเภอแห่กันมาเป็นโขยง

“ศักดา แกหลอกฉัน” สาโรจน์หันขวับใส่ทันที ศักดาปฏิเสธแต่มือชักปืนออกมาแล้วสั่งสาโรจน์อย่าขยับ อย่าบังคับ ให้ตนต้องทำร้ายเขาอีก สาโรจน์มองอย่างเจ็บแค้น คำรามเบาๆ

“ในที่สุด แกก็มาไม้นี้อีกจนได้ ไอ้ทรยศ!”

ooooooo

ตอนที่ 3

ยศออกมารับหน้าจรัญกับนายอำเภอและสมุน จรัญเห็นยศถือปืนทหารม้าของสาโรจน์ก็จำได้ กระชากปืนไปควงแล้วใช้พานท้ายตบยศจนสลบ

เฮียเส็งไม่พอใจที่ถูกจรัญมาเหยียบจมูกถึงถิ่น ทำฮึดฮัดจะเอาเรื่อง ครกสะกิดเตือนตามเคยว่าอย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเลย เฮียเส็งจึงวางปืนลง จรัญพยักหน้าให้ลูกน้องบุกไปหาสาโรจน์ข้างบน

สาโรจน์กำลังเผชิญหน้ากับศักดาอยู่ สาโรจน์ท้าศักดาให้ฆ่าตนเหมือนอย่างที่ฆ่าภูผาเลย ศักดายืนยันว่าตนไม่อยากฆ่าแต่ภูผาบังคับให้ตนลงมือ สาโรจน์ย้อนถามว่าแล้วที่ส่งคนไปฆ่าตนกับภูตะวันใครบังคับ

ศักดาบอกว่าสาโรจน์เข้าใจผิด ทันใดนั้นศักดาเสียสมาธิเพราะเหลือบเห็นคนย่องมาที่หน้าประตู สาโรจน์อาศัยจังหวะนั้นถีบศักดาจนหงายไปทั้งเก้าอี้ แล้วชักปืนตัวเองออกมายิงทะลุประตูออกไป

จรัญสั่งสมุนล้อมเข้าไปทั้งทางประตูและหน้าต่าง แต่ไม่ว่าทางไหนก็ถูกสาโรจน์สอยร่วงหมด วันชัยยังนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็น มันไม่เชื่อว่าจรัญจะล้อมจับสาโรจน์ได้

สาโรจน์ลากศักดาเป็นตัวประกันลงมาข้างล่าง เปิดฉากยิงใส่พวกจรัญหูดับตับไหม้ พวกสมุนของจรัญปอดแหกหลับหูหลับตายิง ศักดาตะโกนว่า “อย่ายิง...อย่า นี่ฉันเอง ศักดา”

ปรากฏว่า ศักดาปลอดภัยส่วนสมุนของจรัญถูกสอยเรียบ

ooooooo

ที่ข้างล่างของโรงแรม ทั้งจรัญ วันชัย ก้อนและสมุน รวมทั้งนายอำเภอกับผู้ช่วยถาวรและสมใจคอยฟังข่าวอยู่ มีเฮียเส็งกับครกมองลุ้นๆ

จรัญสั่งก้อนให้ขึ้นไปดูข้างบน ไม่ทันที่ก้อนจะขึ้นไป สาโรจน์ก็ลงมาโดยมีศักดาเป็นตัวประกัน จรัญอุทานเรียกสาโรจน์ แต่สาโรจน์ไม่รู้จักจรัญถามว่าแกชื่อจรัญใช่ไหม ศักดารีบบอกจรัญว่า

“อย่าทำอะไรบ้าๆนะจรัญ ถ้าฉันตายไปละก็แกเดือดร้อนแน่” แล้วหันบอกนายอำเภอ “นายอำเภอปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง คุณรับผิดชอบไหวหรือ”

นายอำเภอจึงสั่งถาวรให้ไปเจรจากับคนร้ายตามเคย ถาวรหน้าเหลือสองนิ้วเดินหงอเข้าไปหาสาโรจน์แนะนำตัวเอง ว่าเป็นผู้ช่วยนายอำเภอของภูพระกาฬ ถามว่า “พี่มีอะไร

จะให้ผมรับใช้บ้างครับ”

“ทุกคนหลีกทางให้ฉัน ถ้าใครขวางละก็นายศักดาหัวกระจุยแน่” สาโรจน์ประกาศกร้าวแล้วคุมตัวศักดาฝ่าวงล้อมของพวกจรัญและนายอำเภอไป เฮียเส็งฉวยโอกาสนั้นโยนปืนที่สาโรจน์ฝากไว้ให้เขา จรัญมองหน้าเฮียเส็งอย่างไม่พอใจ เฮียหันมองยักคิ้วแผล็บทำนองว่า “มีอะไรไหม?”

วันชัยมองสาโรจน์ที่คุมตัวศักดาออกไปอย่างอาฆาตแค้น ส่วนเพชรรุ้งจะตามไปช่วยพ่อ ศักดาบอกว่าให้เพชรรุ้งกับพลอยขวัญถอยไปเสียเรื่องนี้ลูกไม่เกี่ยว สาโรจน์ได้ยินชื่อพลอยขวัญก็ชะงัก ศักดาบอกว่าเธอคือลูกสาวของภูผา ตนรับปากกับอุษาไว้ว่าจะเลี้ยงเหมือนลูกแท้ๆ

สาโรจน์หันมองพลอยขวัญเต็มตาก่อนบอกศักดาว่า

“ถือว่าดวงแกยังดีศักดา แต่ถ้ามีคราวหน้าอีกละก็ฉันเด็ดหัวแกแน่” พูดแล้วผลักศักดาล้มลง กระหน่ำยิงใส่พวกจรัญในโรงแรม วิ่งออกมาเป่านกหวีดดังลั่น พริบตานั้นม้าคู่ใจของเขาก็วิ่งมาหา เขากระโดดขึ้นหลังทั้งที่มันยังวิ่งอยู่ ควบตะบึงไปอย่างเร็ว พลอยขวัญยกปืนจะยิงสาโรจน์ ศักดาร้องห้าม
“พลอยขวัญ อย่ายิงเขา ห้ามใครทำร้ายเขาเด็ดขาด นี่เป็นคำสั่ง”

สาโรจน์ควบม้าหายไปในความมืด วันชัยสั่งสมุนให้ออกรถขับตามม้าของสาโรจน์ไปกระชั้นชิด แต่ขณะที่จรัญชักปืนจะตามไป ถูกศักดาชักปืนออกมาขวางไว้ จรัญยกปืนเล็งตวาดว่า

“แกมีสิทธิ์อะไรมาขวางฉัน”

เมื่อหัวหน้าประจันหน้ากันเช่นนี้ ลูกน้องและพวกของทั้งสองฝ่ายก็ชักปืนออกมาเล็งใส่กัน จรัญปรามศักดาว่าเขากำลังปกป้องคนร้ายอยู่ ศักดาตอบอย่างไม่ยี่หระว่า

“ฉันไม่สน เขาเป็นเพื่อนฉัน ถ้าใครแตะต้องเขา ฉันยิงแน่”

จรัญมองศักดาอย่างแค้นใจ ข้างๆจรัญ เพชรรุ้งง้างนกปืนเล็งใส่และข้างหลังเฮียเส็งก็เล็งปืนใส่หัวพร้อมจะยิง เฮียเส็งอยากเหนี่ยวไกใจแทบขาด แต่ติดที่ตัวเองก็ถูกก้อนลูกน้องจรัญจ่อปืนใส่อยู่เช่นกัน

รานีรู้ข่าวจากหลงว่าสาโรจน์มาที่โรงแรมสันติภาพ เธอวิ่งออกไปด้วยความดีใจ  แต่ช้าไปแล้วไม่มีแม้แต่เงาของสาโรจน์อยู่ที่นั่น

สถานการณ์ที่โรงแรมตึงเครียด เพราะการเล็งปืนคุมเชิงกันอยู่ของฝ่ายศักดากับจรัญ นายอำเภอหดหัวอยู่หลังโต๊ะ สั่งถาวรให้ไปเจรจากับสองฝ่าย ถาวรหน้าซีดเป็นไก่ต้ม สมใจจึงออกไปพูดกับทุกคนว่า

“ทุกคนในฐานะที่ผมเป็นผู้รักษากฎหมายของเมืองนี้ ผมขอให้ทุกคนเชื่อใจผม ลดปืนลงเถอะครับ ผมจะเป็นพยานให้เอง ถ้ามีใครเหนี่ยวไกละก็ ผมจะถือว่าเขาเป็นคนร้ายทันที”

ทุกคนจึงยอมลดปืนลง จรัญมอง เพชรรุ้งพูดอย่างอาฆาตว่า “แล้วเราจะได้เห็นดีกัน สาวน้อย”

ooooooo

ฝ่ายวันชัยที่ให้สมุนขับรถไล่ตามม้าของสาโรจน์ไป หมายเอาคืนที่ถูกสาโรจน์ทำให้ตนเสียแขนไปข้างหนึ่ง แต่ฝีมือโจรขี้ยาอย่างวันชัยหรือจะสู้ทหารเก่านักฆ่ามือฉกาจอย่างสาโรจน์ วันชัยใช้ทั้งปืนทั้งระเบิดหมายให้สาโรจน์กลายเป็นจุล ระดมยิงใส่หูดับตับไหม้ แต่พอสิ้นเสียงปืนสาโรจน์ก็ชักม้าผงาดขึ้นมาอีก

ครั้นวันชัยใช้ระเบิด พอควันจางร่างสาโรจน์ก็หายไปแล้ว มาโผล่อีกทีที่ข้างหลังของวันชัยนั่งเอง แต่ระเบิดลูกที่สอง ทำให้สาโรจน์บาดเจ็บขาหักกระดูกแทงทะลุเนื้อออกมา วันชัยหัวเราะอย่างผู้ชนะ ย่างสามขุมพร้อมดาบในมือจะชำแหละสาโรจน์เสียให้สาแก่ใจ

แม้จะบาดเจ็บสาหัส จนลุกไม่ขึ้น แต่ม้าแสนรู้ของสาโรจน์ก็ช่วยเขาจนลุกขึ้นนั่งได้ สาโรจน์คว้าปืนใกล้มือยิงสวนดาบของวันชัยทะลุไประเบิดหัวมันกระจุย แต่เขาเองก็แน่นิ่งไป ไม่มีใครรู้ว่าเป็น...หรือตาย...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นจากรัตติกาลอันหฤโหด...เจ้าสายฟ้าม้าแสนรู้ของสาโรจน์ กลับมาหาเจ้าของ พยายามเอาจมูกดุนให้เขารู้สึกตัว แต่ดูเหมือนจะไร้วี่แวว...
ที่กระท่อมของสาโรจน์ นกเหยี่ยวตัวนั้นมาร้องอยู่หน้าบ้านจนภูตะวันตื่น เขานิ่งฟังเสียงนกเหยี่ยวอย่างสังหรณ์ใจ ออกมาดูเห็นนกเหยี่ยวร้องไม่หยุด เขาพึมพำ... “อาสาโรจน์”

รานีขี่ม้ามาถึงบริเวณที่สาโรจน์ปะทะกับวันชัย เธอรีบลงจากหลังม้าหลบหลังหินก้อนใหญ่แอบดูเห็นจรัญ ก้อน และสมุน กำลังรุมดูศพของวันชัยอยู่ จรัญคำรามคลั่งถามหาคนที่ฆ่าพี่ชายตน ก้อนบอกว่าคงหนีไปไกลแล้ว พวกตนกำลังตามอยู่

“ฆ่ามัน...ไอ้สาโรจน์ ทุกคนที่อยู่กับมัน ทุกคนที่สนิทกับมัน ฆ่าให้หมด มึงได้ยินไหม ฆ่าให้หมด!”

รานีเห็นและได้ยินความอาฆาตพยาบาทของจรัญ เธอหวั่นใจ นึกเป็นห่วงสาโรจน์ขึ้นจับใจ กลับไปนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจที่สาโรจน์เข้าภูพระกาฬแต่ไม่ยอมบอกตน จนเวลานี้ตนไม่รู้จะตามหาเขาได้ที่ไหน...

ศักดาถูกเอาตัวไปขังไว้ที่ว่าการอำเภอจนกว่าจะทราบแน่ชัดว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น สมใจถามว่า บอกได้ไหมว่ามือปืนที่ชื่อสาโรจน์มาที่นี่ทำไม และเรื่องอะไรที่เขาต้องปกป้องสาโรจน์

“เขาเป็นเพื่อนของฉัน แค่นั้นพอจะเป็นเหตุผลได้รึเปล่าคุณผู้ช่วย”

ขณะนั้นเอง จรัญกลับเข้ามา ตรงไปหาศักดาบอกว่าเมื่อคืนพี่ชายตนถูกฆ่าตายตอนออกตามล่าสาโรจน์ แต่สาโรจน์หนีไปได้ ศักดาแสดงความเสียใจด้วย ถูกจรัญตวาดว่า

“ฉันต่างหากที่ต้องพูดประโยคนั้น” แล้วจรัญก็พล่ามว่าที่ผ่านมาตนนับถือและเกรงใจศักดามาตลอด แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะเพื่อนเขาฆ่าพี่ชายตนแล้วพูดใส่หน้าว่า “กูจะฆ่ามึง!”

“คนของไร่ฟ้ารุ่งต้องไม่ปล่อยแกไว้แน่ ที่สำคัญฉันเองก็พอจะมีเส้นสายอยู่บ้าง แล้วแกจะฆ่าฉันโดยไม่ติดคุกได้ยังไง” ศักดาถาม

“กูมีวิธี มึงคอยดูก็แล้วกัน” จรัญตะคอก จากนั้นก็ไปที่ว่าการอำเภอสั่งถาวรให้บอกนายอำเภอไปหาตนที่บ้านเดี๋ยวนี้ เมื่อนายอำเภอไปหา จรัญคร่ำครวญถึงวันชัยผู้เป็นพี่ชายว่าเคยอดมื้อกินมื้อมาด้วยกัน เคยปกป้องดูแลตนมาตั้งแต่เล็ก แต่ต้องมาตายอย่างน่าอนาถด้วยฝีมือของศักดากับสาโรจน์

นายอำเภอรับปากจะแจ้งข้อหาฆาตกรรมศักดา ถ้าไม่ได้ก็จะแจ้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดให้ แต่จรัญไม่ได้ต้องการแค่นั้น เขาต้องการให้เอาถึงตาย สั่งให้ฆ่าศักดาเสียด้วยวิธีไหนก็ได้ที่ทรมานและถูกกฎหมายที่สุด ครั้นนายอำเภออึกอัก จรัญตะคอก “หรือจะให้ฉันฆ่านาย!!”

จากนั้นสั่งก้อนกับสมุนให้ตามไปสังเกตการณ์ ถ้านายอำเภอทำไม่สำเร็จให้ลงมือเองทันที

ooooooo

เหมือนศักดาจะรู้ชะตากรรมตัวเอง เขาขอกระดาษปากกาจากสมใจเพื่อมาเขียนพินัยกรรม เมื่อเพชรรุ้งกับพลอยขวัญกับยศมาเยี่ยม เขามอบจดหมายให้เพชรรุ้งกำชับว่าเก็บให้ดี มันคือพินัยกรรม ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับตนให้เปิดอ่านต่อหน้าสมาชิกของพวกเราทุกคน สอนลูกทั้งสองว่า

“ชีวิตของพ่อตอนนี้กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ลูกสองคนจำไว้ ต่อไปต้องสามัคคีกัน ต้องปกป้องไร่ฟ้ารุ่งของเราให้ถึงที่สุด” แล้วบอกยศ “ยศ ฝากดูแลลูกๆ ของฉันด้วยนะ”

ศักดาเตือนยศให้ระวังตัวเอาไว้ด้วย เพราะการนัดพบระหว่างตนกับสาโรจน์เป็นความลับแต่ทำไมพวกจรัญรู้ แสดงว่าต้องมีพวกเราบางคนเป็นหนอนบ่อนไส้ แต่ก็บอกยศว่า “ไม่ใช่นาย ฉันมั่นใจต้องเป็นคนอื่น”

ข้างที่ว่าการอำเภอ เดชากำลังสุมหัวอยู่กับลูกน้อง เห็นพ่อกับเพชรรุ้งและพลอยขวัญลงมาก็รีบเข้าไปรายงานเอาหน้าว่า ตนวางกำลังไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้ามีอะไรไม่ชอบ มาพากลก็จะแหกคุกพาศักดาหนี

เพชรรุ้งถามว่าเมื่อคืนพาพวกตนไปหาพ่อที่โรงแรม รู้ได้ยังไงว่าพ่ออยู่ที่นั่น ยศเห็นเดชาอึกอักจึงแก้ต่างให้ว่า ตนเป็นคนบอกเดชาเอง แต่เดชาไม่รู้หรอกว่าศักดานัดพบกับสาโรจน์

คอยจนเพชรรุ้งกับพลอยขวัญไปแล้ว ยศลากตัวเดชาเข้าไปเหวี่ยงกระแทกฝาด่า

“ไอ้ระยำ ไอ้ลูกไม่รักดี แกใช่ไหมที่คาบข่าวไปบอกจรัญ” เดชาถามว่าพ่อไม่เชื่อใจตนหรือ “นิสัยแกเป็นยังไงทำไมฉันจะไม่รู้ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ ตกลงแกเป็นคนทำใช่ไหม”

เดชามองหน้ายศอย่างเหี้ยมเกรียมก่อนกระแทกเสียงออกมาอย่างสะใจว่า “ใช่!”

ooooooo

สมุนของจรัญตามรอยเลือดที่หยดเป็นทางของสาโรจน์ไปจนถึงหน้าผาแล้วหายไป มองไปฝั่งตรงข้ามก็ไร้วี่แวว มองลงไปด้านล่างก็เงียบสงบ มันตกลงกันว่ากลับไปรายงานพ่อเลี้ยงดีกว่า

หารู้ไม่ว่า เจ้าสายฟ้าม้าแสนรู้ กำลังย่างเหยาะกลับมาที่หน้ากระท่อมโดยมีร่างสลบของสาโรจน์พาดหลังมาด้วย ภูตะวันตกใจกับสภาพสาหัสของสาโรจน์

นายช่างที่โรงไม้ ซึ่งเคยผ่านสงครามมาแล้ว มาช่วยทำแผลให้สาโรจน์เท่าที่อุปกรณ์และยาที่มีอยู่ บอกภูตะวันว่า สาโรจน์คงต้องพิการไปตลอดชีวิต แต่ตนทำได้แค่นี้จริงๆ

ไม่นาน เมื่อสาโรจน์รู้สึกตัว ภูตะวันถามทันทีว่า เป็นพวกมันใช่ไหมที่ฆ่าพ่อแม่ตน สาโรจน์ไม่อยากให้รู้ จนเมื่อ ภูตะวันรำพึงว่า ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกแล้วสำหรับเขาและตน ตราบใดที่เขาไม่ยอมบอกว่าศัตรูของตนคือใคร ทำให้สาโรจน์ตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับภูผาพ่อของภูตะวันให้เขาได้รับรู้ จนถึงสุดท้าย ไร่ฟ้ารุ่งถูกปล้น พ่อกับแม่เขาถูกฆ่าตาย เก็บศพไว้ในถ้ำด้วยการระเบิดปากถ้ำไม่ให้ใครเข้าออกได้อีก

ฟังสาโรจน์แล้วภูตะวันน้ำตาไหลพราก บอกผู้เป็นอาด้วยแววตามุ่งมั่นว่า

“ตอนนี้ผมเหลือทางเลือกอยู่แค่สองทางเท่านั้น ล่าพวกมัน หรือจะปล่อยให้พวกมันตามล่าไปตลอดชีวิต”

“ความแค้นจะทำลายชีวิตของแกไอ้หลานชาย”

“ผมตัดสินใจแล้วอา!”

ooooooo

ยศโกรธมากเมื่อรู้ว่า เดชาทรยศต่อศักดาเป็นคนขายข่าวให้จรัญ เดชาโต้อย่างท้าทายว่า ตนรู้ว่าศักดาเป็นคนจ้างจรัญให้ฆ่าภูผา แม่ก็ต้องตายไปด้วย ถามว่าพ่อเป็นขี้ข้าให้ศักดาได้ยังไงทั้งๆที่เกิดเรื่องแบบนี้ ยศบอกว่าเขาไม่เข้าใจ ไม่ใช่ความผิดของศักดา

ไม่ว่ายศจะอธิบายอย่างไร เดชาประกาศกร้าวว่าตนจะกำจัดศักดา กำจัดจรัญ จะเล่นงานหมดทุกคนที่ทำให้แม่ต้องตาย ทั้งยังบอกยศด้วยว่า ตนเป็นคนส่ง ย้งกับเหลียง ไปเก็บสาโรจน์กับภูตะวันเอง

“ไอ้โง่ แกคิดเหรอว่านักฆ่าปลายแถวจะกำจัดสาโรจน์ได้” ยศด่า

“ผมรู้และก็รู้ด้วยว่า ถ้าสาโรจน์ไม่ตาย มันจะต้องกลับมาที่ภูพระกาฬเพื่อมาคิดบัญชีกับไอ้ศักดา และรู้ด้วยว่าไอ้จรัญกับไอ้วันชัยมันต้องแก้แค้นไอ้สาโรจน์เหมือนกัน ผมล่อให้พวกมันสามฝ่ายมาเปิดศึกกันที่นี่”

ยศถามว่าขนาดจรัญกับศักดายังตามหาสาโรจน์ไม่เจอแล้วเขาจะเจอได้อย่างไร เดชายิ้มหยันบอกว่าตนรู้จากการสื่อสารระหว่างพ่อกับสาโรจน์ทำให้เดาได้ว่าสาโรจน์อยู่ที่ไหน

แล้วเดชาก็เล่าว่าเขาสังเกตจากการบินไปบินมาของเหยี่ยวตัวนั้นในทิศทางเดิมทุกครั้ง ทำให้มั่นใจว่าสาโรจน์ต้องอยู่ในทิศทางนั้น ยศถามว่าเขาจะแก้แค้นให้ได้อะไรขึ้นมา

ไร่ฟ้ารุ่ง คือสิ่งที่เดชาต้องการ ย้ำว่ามันต้องเป็นของเรา ทุกอย่างที่ตนสูญเสียไป ทั้งสาโรจน์ จรัญและศักดาต้องชดใช้! ยศฟังแล้วตะลึงอึ้งกับความมักใหญ่ใฝ่สูงเหิมเกริมของเดชา

ไม่เพียงเดชาที่มีความแค้นระอุกรุ่นอยู่ในใจ ภูตะวันเองก็มีไฟแค้นสุมอยู่ในอกเช่นกัน เขามุ่งมั่นที่จะกลับไปที่ภูพระกาฬ แม้นายช่างจะเตือนว่าเสี่ยงมาก ภูตะวันก็ยังมุ่งมั่นว่า

“ต่อให้เป็นเมืองนรกผมก็จะไป พวกมันทุกคนจะต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำเอาไว้กับครอบครัวผม!”

ooooooo

ฝ่ายนายอำเภอรับงานจากจรัญแล้วก็ไปนั่งดวดที่โรงแรมเฮียเส็งจนเมา ตกดึกกลับไปที่อำเภอไล่ถาวรกับสมใจให้กลับบ้านไปเสียตนจะสอบสวนศักดา ว่าแล้วก็เอากุญแจไปไขเอาศักดาออกจากห้องขัง

ศักดาเฉลียวใจถามว่านายอำเภอมีแผนอะไรกันแน่ นายอำเภอที่กำลังเมาเต็มที่อธิบายแผนของตนอย่างหมดเปลือกว่า

“ผมไขกุญแจเพื่อเอาตัวคุณมาสอบปากคำ แล้วคุณก็แย่งปืนผม หลังจากนั้นคุณก็ทำร้ายผมด้วยการเอาขวดเหล้าฟาดผม” พลางทำให้ดู

“ไอ้จรัญมันสั่งให้แกฆ่าฉันใช่ไหม”

“ถูกต้อง โดยสรุปคือพอผมได้โอกาส ผมก็เลยชักปืนสำรองออกมาแบบนี้” พูดแล้วหยิบปืนจากลิ้นชัก “แล้วก็ยิงคุณ คุณศักดา”

นายอำเภอเอาปืนออกมายิงจริงๆ ดีที่ศักดาระวังตัวจึงหลบได้ทัน หลบไปหลังโต๊ะคว้าข้าวของต่อสู้กระทั่งเข้าคลุกแย่งปืนจากนายอำเภอไปได้ นายอำเภอร้องเสียงหลง “อย่ายิง... อย่ายิง”

ศักดาด่านายอำเภอที่เป็นเจ้าหน้าที่มือถือสากปากถือศีล นายอำเภออ้างว่าตนถูกจรัญบังคับ เมื่อศักดาจะหนี นายอำเภอพุ่งไปคว้าปืนยาวที่แขวนอยู่วิ่งไล่ยิงศักดาไปหน้าที่ว่าการอำเภอตะโกนว่าคนร้ายแหกคุก

ศักดาวิ่งหนีพลางหันมายิงตอบโต้ นายอำเภอถูกยิงเข้ากลางอกล้มลงตายคาที่ ชาวบ้านต่างพากันวิ่งออกมาดู ก้อนตะโกนว่า “เฮ้ย ไอ้ศักดามันยิงนายอำเภอ ฆ่ามัน!” ทำให้ศักดาปาปืนทิ้งแล้ววิ่งหนีไป

ทันใดนั้น ยศกับเดชาและสมุนอีกสองคนขี่ม้ามาปาดหน้าพวกก้อนที่ไล่ยิงศักดา พวกยศมีผ้าผูกอำพรางใบหน้าทุกคน ยศตะโกน เมื่อมีรถโฉบเข้ามา “คุณศักดาขึ้นรถ” มีคนบนรถช่วยกันดึงเขาขึ้นรถแล้วขับหายไปในความมืด

ooooooo

สาโรจน์พ้นขีดอันตรายแล้ว วันนี้ภูตะวันลาเขาเพื่อเข้าเมือง สาโรจน์ส่งซองจดหมายให้บอกว่าให้เอาไปให้คนชื่อรานีที่วิไลบาร์ เธอจะช่วยเขาได้ บอกว่ารานีเป็นเพื่อนตน ย้ำกับภูตะวันอย่างห่วงใยว่า

“จำไว้นะภูตะวัน ไม่ฆ่าก็คือไม่ฆ่า แต่ถ้าถึงคราวต้องลงมือ อย่าปรานีศัตรูเด็ดขาด ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม”

แล้วภูตะวันกับนายช่างก็พากันกลับโดยทิ้งเจ้าสายฟ้าม้าแสนรู้ไว้ เพราะภูตะวันเชื่อว่า สักวันหนึ่งสาโรจน์ต้องกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง...

ภูตะวันขับมอเตอร์ไซค์ไปตามการนำทางของนกเหยี่ยวตัวนั้น...

ooooooo

ยศกับเดชาแอบพาเพชรรุ้งกับพลอยขวัญไปพบศักดาที่กระท่อมลับ ทั้งสองแค้นใจผู้ที่กระทำกับพ่อตน ส่วนศักดามอบพินัยกรรมให้เพชรรุ้งเพราะตนต้องหลบไปกบดานที่อื่นสักพัก กำชับเพชรรุ้งว่า

“เก็บจดหมายพินัยกรรมของพ่อไว้ให้ดีนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อเมื่อไหร่ ไร่ฟ้ารุ่งจะตกเป็นของลูกเมื่อนั้น ลูกต้องเข้มแข็ง เพราะลูกคือความหวังเดียวของพ่อในตอนนี้” แล้วหันไปบอกพลอยขวัญ “ลูกกับลุงยศ และเดชาต้องร่วมมือกันช่วยเพชรรุ้งดูแลไร่ของเรา ลูกเข้าใจใช่ไหม”

หลังจากนั้นยศบอกเดชาเมื่อปลีกตัวมาคุยกันตามลำพังว่าตนต้องพาศักดาไปกบดานที่อื่นสักพักที่นั่นศักดามีคนรู้จักอยู่บ้าง จรัญคงไม่กล้าตามไปราวีแน่ แล้วพูดเหมือนเตือนเดชาว่า ตนจะแกล้งลืมเรื่องที่เขาพูดวันก่อน คิดเสียว่ามันไม่เคย เกิดขึ้น แต่ถ้ามีครั้งที่สอง ตนจะเล่นงานเดชาด้วยตัวเอง

เดชารับคำอย่างเข้าใจ แต่ยศก็ยังไม่วางใจนัก

ฝ่ายจรัญยังตามหาศักดาแต่ไม่เจอ ก้อนคาดว่าคงหลบไปจากภูพระกาฬแล้ว ส่วนพวกไร่ฟ้ารุ่งก็เก็บตัวกันเงียบท่าทางจะกลัวพวกเรา จรัญกัดฟันกรอดบอกก้อนว่าวันชัยต้องไม่ตายฟรีงานนี้ไร่ฟ้ารุ่งต้องชดใช้

เวลาเดียวกัน ที่ไร่ฟ้ารุ่ง พลอยขวัญบอกเพชรรุ้งว่ามีคนงานเห็นพวกของจรัญมาขี่ม้าป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ เสนอพี่สาวว่า ตอนนี้ยามของเรามีไม่พอเราต้องรับเพิ่มอีก เพชรรุ้งเห็นด้วยแต่ต้องหาคนที่ไว้ใจได้

เพชรรุ้งสั่งเดชาให้หาคนเพิ่มเพราะได้ข่าวว่าจรัญกำลังจะเปิดศึกกับไร่ฟ้ารุ่ง เดชามาบอกศรคนสนิทของตน ศรถามว่าจะให้ตนไปสู้กับจรัญหรือ

“เปล่า พ่อเลี้ยงจรัญกับข้าน่ะเจรจากันได้ แต่ที่ข้าอยากจะให้เอ็งทำน่ะก็คือช่วยข้ายึดไร่ฟ้ารุ่งต่างหาก” ศรฟังแล้วมองหน้าเดชาอย่างคาดไม่ถึง

ooooooo

ระหว่างทางที่ภูตะวันเดินทางมายังภูพระกาฬนั้น เจอกับสิงห์ที่ขี่ม้าควบระห่ำ สิงห์หมั่นไส้ภูตะวันที่ขี่มอเตอร์ไซค์แซงขึ้นไป เลยเกิดเขม่นกัน ขี่ม้าและขับรถแกล้งกันไปมากันไม่ให้อีกฝ่ายแซง จนสุดท้ายม้าของสิงห์พาลงโคลนเพราะเจอสะพานขวางหน้าหยุดไม่ทัน ภูตะวันเลยแซงไป หันมองยิ้มเยาะนิดๆ

ภูตะวันเข้าเมืองภูพระกาฬมองหาวิไลบาร์ตามคำบอกเล่าของสาโรจน์ เมื่อรานีรู้ว่าภูตะวันมาจากสาโรจน์ก็ต้อนรับ ขับสู้อย่างดี ยิ่งเมื่อได้อ่านจดหมายของสาโรจน์ รานีถามภูตะวันว่าจะมาแก้แค้นหรือ ภูตะวันบอกว่าเป้าหมายของตนคือศักดากับจรัญ รานีบอกว่าไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาอยู่ไหน แต่คงสืบได้ไม่ยาก บอกภูตะวันว่าตัวเขาเองต้องเตรียมให้พร้อมกว่านี้ แล้วพาไปที่ร้านปืนของเฮียโชติคนรู้จักกัน

เฮียโชติเอาปืนพกออกมาให้ดูหลายกระบอก ภูตะวันพอใจกระบอกหนึ่งแต่พอจะจับ เฮียโชติก็ตะปบปืนไว้ถามว่า

“เคยได้ยินสุภาษิตบทนี้ไหมไอ้หนุ่ม สำหรับบางคนความตายมีค่ายิ่งกว่าขุนเขา แต่กับบางคนกลับไร้ค่าราวกับขนนก มีขนนกมากมายแล้วในสุสานของภูพระกาฬ ฉันแค่ภาวนาว่าแกคงจะมาเพิ่มสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น”

ในที่สุดภูตะวันก็เลือกปืนได้ถูกใจกระบอกหนึ่งเพราะเขามีอยู่แล้วกระบอกหนึ่ง

โดยไม่คาดคิด สิงห์มาเห็นภูตะวันก็จะเข้าไปเอาเรื่องแต่ดันไปชนก้อนกับสมุนเข้าเลยถูกทั้งสองรุมเล่นงาน ภูตะวันเห็นเข้าเลยเข้าไปช่วยสิงห์ จรัญมาเจอพอใจฝีมือของทั้งคู่ถามชื่อเสียงเรียงนาม สิงห์บอกว่าตนชื่อสิงห์ ใจสิงห์ มาจากบ้านภูพยัคฆ์ ภูตะวันไม่อยากเปิดเผยตัวโกหกว่า ตนชื่อเสือ มาจากภูพยัคฆ์เหมือนกัน ทำเอาสิงห์งงเพราะไม่เคยเห็นหน้า

จรัญชวนมาทำงานด้วยกัน สิงห์บอกว่าตนมีคนจองตัวแล้วเป็นญาติกันทำงานที่ไร่ฟ้ารุ่ง จรัญจึงบอกทั้งคู่ว่าเมื่อไรที่อยู่ไร่ฟ้ารุ่งแล้วอึดอัดก็ให้มาหา “พ่อเลี้ยงจรัญคนนี้ ข้าชื่นชอบฝีมืออย่างพวกเอ็ง”

“พ่อเลี้ยงจรัญ” ภูตะวันเจอตัวเข้าอย่างคาดไม่ถึง

คืนนี้ภูตะวันกับสิงห์พักที่โรงแรมสันติภาพของเฮียเส็ง เข้าห้องพักแล้วสิงห์นึกได้ว่าลืมถามทางไปไร่ฟ้ารุ่ง ภูตะวันบอกว่าไม่ต้องถามตนรู้ทางเพราะสมัยเด็กๆเคยอยู่ที่นี่

ooooooo

ดึกแล้วเพชรรุ้งนอนไม่หลับเพราะคิดมากเรื่องภาระที่พ่อมอบหมายให้ดูแลไร่ฟ้ารุ่ง พลอยขวัญมาเจอแซวว่าคิดถึงใครอยู่หรือ แม้ปากเพชรรุ้งจะปฏิเสธ แต่ในใจลึกๆแล้วก็คิดถึงภูตะวันที่เคยวิ่งเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก จนเขาหายไป เธอได้แต่คิดถึงแต่ไม่คาดหวังจะได้เจอกันอีก

ดึกคืนเดียวกัน ภูตะวันนอนไม่หลับ เมื่อกลับมาที่ภูพระกาฬอีกครั้ง เขาก็อดคิดถึงวัยเด็กที่เคยวิ่งเล่นกับเพชรรุ้งในไร่ข้าวโพดไม่ได้ แต่ก็รู้ดีว่าวันนี้ ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว

ภูตะวันเดินออกมาเจอแก้วเด็กรับจ้างขัดรองเท้ากำลังยิงหนังสติ๊กอย่างแม่นยำ เข้าไปซักถามจึงรู้ว่าพ่อของแก้วมาขุดพลอยที่นี่และหายไปจึงมาตาม แต่มีคนบอกว่าพ่อถูกยิงตายแล้ว แก้วยังไม่เชื่อยังมีความมุ่งมั่นที่จะหาพ่อให้เจอและพาพ่อกลับบ้าน

ฟังเรื่องราวของแก้วแล้ว ภูตะวันบอกแก้วว่า

“พ่อแม่ฉันก็หายตัวไปเหมือนกัน บางทีฉันเองก็อยากจะเชื่อแบบนายนะ แต่ว่า...” ตะวันพูดไม่ออกอีก แต่มองแก้วอย่างถูกชะตา

ooooooo

รุ่งขึ้นสิงห์กับภูตะวันมาที่หน้าเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง เจอสาลี่เมียของพรญาติของสิงห์เข้า แต่ทั้งสองไม่รู้จักกัน พอสิงห์บอกว่าจะมาหาพร เธอจึงไปบอกพรที่โรงเลี้ยงม้า พรบอกให้รอสักครู่เดี๋ยวตนจะตามไป

ระหว่างรอพร ภูตะวันขอตัวสักครู่บอกสิงห์ว่าจะไปห้องน้ำ แล้วเดินเข้าไปในบ้านอย่างคุ้นเคย เขาเห็นทุกอย่างยังอยู่ในสภาพเดิม เดินเลยขึ้นไปเพื่อจะดูห้องนอนที่ตัวเอง เคยนอน แต่กลับเจอเพชรรุ้งนอนอยู่

พลอยขวัญเห็นรองเท้าวางอยู่หน้าบ้านเลยตามขึ้นไปดู เจอภูตะวันเข้าห้องเพชรรุ้งพอดีเธอง้างนกปืนนึกว่าเป็นพวกบ้ากามบุกเข้ามา เป็นจังหวะที่เพชรรุ้งตื่นพอดี เธอลุกพรวดขึ้นล้วงปืนใต้หมอนเล็งใส่ภูตะวันทันทีเช่นกัน

พลอยขวัญรีบออกมาหน้าบ้านเจอสิงห์ยังยืนรออยู่ เธอพุ่งเข้าเอาด้ามปืนฟาดขมับสิงห์อย่างเร็ว สิงห์ร่วงลงไป กองทันที

เมื่อสิงห์รู้สึกตัวขึ้นมาจึงรู้ว่า ภูตะวันย่องขึ้นไปที่ห้องเพชรรุ้ง ทุกคนเชื่อว่าเขาหื่นบ้ากาม เว้นแต่เพชรรุ้งไม่เชื่อ ถามว่าขึ้นไปค้นหาอะไร ทรัพย์สินมีค่าหรือ

ภูตะวันมองเพชรรุ้ง ยิ่งมองก็ยิ่งคุ้นตา เพชรรุ้งถามว่าจรัญส่งเขามาเก็บศักดาพ่อตนใช่ไหม ทำให้ภูตะวันรู้ว่าเธอคือลูกสาวของศักดา พึมพำออกมาว่า “คุณเป็นลูกสาวของศักดา?”

“ไอ้โง่ ที่ภูพระกาฬนี่มีใครบ้างไม่รู้จักคุณหนูเพชรรุ้ง” เดชาตะคอก ในขณะที่ภูตะวันยังตะลึงอึ้งที่มาเจอเพื่อนในวัยเด็กที่จากกันนานจนเกือบจำกันไม่ได้

ooooooo

พลอยขวัญบอกให้เพชรรุ้งจัดการสิงห์กับภูตะวันเสีย พรวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขอร้องว่าอย่าทำ สิงห์เป็นญาติของตน ส่วนภูตะวันนั้นพรมองงงๆ แล้วส่ายหน้าว่าไม่รู้จัก

เมื่อตรวจอาวุธที่ยึดได้จากสิงห์กับภูตะวันแล้ว เพชรรุ้งสั่งให้กักตัวทั้งสองไว้ก่อน เพราะเรายังไม่มีหลักฐานว่าสองคนนี้เป็นใครแน่

สาลี่ใจคอไม่ดีกลัวสิงห์ถูกฆ่า แต่พรเชื่อว่า เพชรรุ้งเป็นคนมีเหตุผลคงไม่ทำแบบนั้น ฝ่ายสิงห์โมโหภูตะวันที่ทำให้เกิดเรื่องด่าว่าเป็นตัวซวย ไอ้บ้ากาม ภูตะวันเองก็เสียใจไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้

เมื่อนายอำเภอถูกยิงตายแล้ว จรัญที่ประกาศตัวว่าเป็นใหญ่ในเมืองภูพระกาฬ ประกาศแต่งตั้งถาวรขึ้นเป็นนายอำเภอแทน ถาวรยกมือไหว้บอกว่าซาบซึ้งจนไม่รู้จะตอบแทนจรัญอย่างไร

“ไม่ยากหรอกว่าที่นายอำเภอ เอาแค่ให้เหมือนนายอำเภอคนก่อนก็พอแล้ว” จรัญบอก ทำเอาถาวรผวาถามว่า ถึงขั้นต้องพลีชีพเลยหรือ จรัญเหยียดยิ้มบอกว่าอย่าคิดมากแบบนี้เขาเรียก “ตายในหน้าที่”

ฝ่ายเฮียเส็งสบถ ถ่มถุยอย่างสมเพชว่าเป็นเจ้าหน้าที่ภาษาอะไรให้อันธพาลมาแต่งตั้ง เฮียทำท่าฮึดฮัดขึ้นมา ครกรีบสะกิดเตือนตามเคยว่าอย่าพูดดังไป เดี๋ยวพวกมันได้ยินโรงแรมเราก็ฉิบหายหรอก แต่เฮียก็ยังฮึดฮัดบอกว่าตนไม่กลัว ครกหน้าจ๋อยรับเสียงอ่อยว่า “แต่ฉันกลัวนี่”

ถาวรกลับไปถึงที่ว่าการอำเภอด้วยท่าทางวางเขื่องกร่างสุดๆ สมใจถามว่าไปรับใช้ไอ้พวกสวะแบบนี้ไม่อายบ้างหรือ

“พ่อเลี้ยงมีบุญคุณกับพวกเรา รับใช้เขามันเสียหายตรงไหน นี่เอ็งเลิกโง่ได้แล้วไอ้สมใจ สมัยนี้ทำดีได้ดีมันมีที่ไหนวะ มันต้องมีเงิน มีอำนาจเว้ยถึงจะเรียกว่าดี” ถาวรผยองสุดขีด

“ผมไม่เชื่อหรอกพี่ สักวันผมจะพิสูจน์เองว่า ไอ้พวกคนเลวมันต้องได้รับกรรมที่มันก่อไว้” สมใจโต้

ooooooo

กลางดึกคืนนี้ จรัญสะดุ้งตื่นลุกขึ้นออกจากห้องนอนที่อยู่กับบุหลัน บอกว่านัดก้อนไว้ เดี๋ยวมา

จรัญไปพบก้อนที่ลานหน้าบ้าน ก้อนพานายสนหัวหน้าโจรที่นำสมุนมาร่วมยี่สิบคน ทุกคนมีผ้าผูกคอสีเดียวกัน ก้อนรายงานว่าพวกตนพร้อมแล้ว ใหม่หมดทุกคน ต่อให้จับได้ก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นพวกเรา ที่สำคัญตนให้พวกมันศึกษาเส้นทางของไร่ฟ้ารุ่งเป็นอย่างดีมาแล้ว รับรองว่างานนี้ไม่มีพลาด

“ฟังให้ดีนะ” จรัญประกาศแก่พวกโจร “หน้าที่ของพวกเอ็งในคืนนี้ก็คือบุกเข้าไปปล้นไร่ฟ้ารุ่งและตามหาตัวไอ้ศักดาให้พบ ถ้าใครได้หัวมันมาละก็ ข้าจะจ่ายค่าแรงให้เป็นสิบเท่า แต่ถ้าใครพลาดและถูกจับได้ ก็ห้ามปากโป้งเด็ดขาด ไม่งั้น ครอบครัวของพวกเอ็งต้องตายสถานเดียว!”

ooooooo

ตอนที่ 4

ก้อนกับสนควบม้านำสมุนโจรบ่ายหน้าไปยังไร่ฟ้ารุ่งราวกับเหาะ จรัญมองตามยิ้มหยันพึมพำอย่างสะใจ “ไอ้ศักดา เอ็งต้องคิดไม่ถึงแน่ว่าแผนการที่เอ็งเคยวางไว้ จะย้อนกลับมาเล่นงานเอ็ง นี่ล่ะโว้ย...เขาถึงเรียกกรรมตามสนอง” จรัญระเบิดเสียงหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ว่าบุหลันตามมาแอบได้ยินทั้งหมด

แม้เดชาจะบอกศรว่าตนกับจรัญคุยกันได้ แต่คืนนี้ก็ขี่ม้ามากับศรตรวจเวรยาม กำชับให้ทุกคนระวังคนแปลกหน้าสองคนที่เราจับได้อาจเป็นสายของจรัญก็ได้ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมา พากลให้ส่งสัญญาณทันที

สิงห์ยังโมโหภูตะวันที่ทำให้ต้องเดือดร้อน ภูตะวันขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจและชวนสิงห์หนีบอกว่าในรองเท้าบู๊ทของตนมี มีดอยู่เล่มหนึ่ง ตัดเชือกมัดแล้วรีบหนีไปกัน

พลอยขวัญยังคิดไม่ตกว่าทำไมเพชรรุ้งจึงไม่ฆ่าสองคนนั้น เพชรรุ้งบอกว่าเราไม่มีหลักฐานอะไร ตนจะส่งทั้งสอง คนไปให้ทางการ พลอยขวัญพูดดักคอว่า เห็นตอนเพชรรุ้งสบตากับภูตะวันมองกันราวกับเป็นเนื้อคู่ เพชรรุ้งตัดบทว่าอย่ามาจับผิดกันเลย

ขณะเพชรรุ้งกำลังจะชี้แจงก็ชะงักเมื่อเห็นน้ำในแก้วที่วางอยู่กระเพื่อมเป็นวงเพราะแรงสั่นสะเทือนจากบางอย่าง

ที่แท้ ที่ปากทางเข้าไร่ฟ้ารุ่ง ก้อนกับสนกำลังนำกลุ่มโจรเกือบยี่สิบคนควบม้าตะบึงมา  เสียงม้าห้อกระหึ่มราวกับพายุ ทั้งยังมีแสงจากคบไฟส่องสว่างเข้ามาเหมือนลูกไฟดวงมหึมา

ยามเห็นดังนั้นรีบเคาะเกราะส่งสัญญาณว่าเราถูกโจมตี แต่ไม่กี่อึดใจยามทั้งสองก็ถูกยิงตาย

ภูตะวันได้ยินเสียงปืนรีบถอดรองเท้าบู๊ตก้มลงปลดมีดพับออกมาเพื่อตัดเชือกเตรียมพร้อม

เดชาก็ได้ยินเสียงปืนเปิดประตูออกมาเจอศร เข้ามาบอกว่าโจรบุกไร่เรา มากันเกือบยี่สิบคนตอนนี้กำลังต้อนวัวออกจากคอก แต่ถูกพวกคนงานขวางไว้

“ปล่อยให้พวกคนงานจัดการต่อไป ส่วนพวกเราไปคุ้มกันที่เรือนใหญ่” เห็นศรอึ้ง เดชาสั่งเข้มให้ทำตามคำสั่ง พอศรพาพวกไปที่เรือนใหญ่ เดชาคำรามแค้น “ไอ้จรัญ นึกแล้วว่าต้องมาไม้นี้!”

ส่วนพรทำท่าจะไปช่วยสู้กับโจร ถูกสาลี่ด่าว่าน้ำหน้าอย่างเขาสู้กับตนยังแพ้เลยแล้วจะไปสู้อะไรกับโจร ถูกสาลี่ตะคอกทีเดียวพรก็หันมาพาเมียหนีทั้งที่ใจยังห่วงพรรคพวกอยู่

ooooooo

ที่เรือนใหญ่ เพชรรุ้งกับพลอยขวัญถืออาวุธออกมาถามเดชาว่าเกิดอะไรขึ้น เดชาบอกว่ามีโจรบุกเข้ามาในไร่ แล้วบอกให้เพชรรุ้งกับพลอยขวัญเข้าบ้านเสียอย่าทำให้ตนต้องลำบากใจเลย

“ประสาท ถ้าฉันเชื่อนายก็บ้าแล้ว หลีกไป” พลอยขวัญกระชากยามคนหนึ่งจากหลังม้าแล้วขึ้นขี่ไปดูเหตุการณ์ เพชรรุ้งพยายามเรียกน้อง ถูกเดชาคว้าแขนไว้บอกว่าเดี๋ยวตนให้ศรไปตามพลอยขวัญเอง

เพชรรุ้งสะบัดแขนจากมือเดชาอย่างไม่พอใจที่เดชาทำจาบจ้วงมากขึ้นทุกที

สิงห์กับภูตะวันปลดพันธนาการแล้วก็เตรียมพร้อมออกไปช่วยพวกคนงาน ออกไปเจอโจรเข้าพอดี สิงห์เลยขว้างมีดซัดโจรตายไปหนึ่ง ภูตะวันยิงตายไปอีกหนึ่ง แล้วทั้งคู่ก็กระโดดขึ้นหลังม้าของโจรที่ตายควบตามกันไปอย่างสุดเท่

ในไร่ฟ้ารุ่ง พลอยขวัญตะบึงม้าไปลุยกับพวกโจร ถูกมันยิงบาดเจ็บที่บ่าจนตกจากหลังม้า พวกโจรควบม้าไล่ตาม เธอวิ่งหนีไปตามไร่ข้าวโพด ถูกพวกโจรขี่ม้าล้อมไว้ ไอ้ทิวหัวหน้ากลุ่มเผาไร่ข้าวโพดร้องสั่งสมุนของมันให้หลีกไปตนจะจัดการคนสวยเอง

ขณะที่พลอยขวัญกำลังเข้าตาจนนั่นเอง จู่ๆไอ้ทิวก็ถูกภูตะวันยิงจากอีกฟากหนึ่งของไร่จนร่วงจากหลังม้า มันตะโกนด่า “โอ๊ย...ไอ้พวกหมาลอบกัด แน่จริงโผล่หัวมาสิวะ” เลยถูกภูตะวันยิงซ้ำจนตาย

พลอยขวัญชะงักเมื่อเห็นภูตะวันกับสิงห์ควบม้าเข้ามาตรงหน้า เธออ้าปากจะด่า สิงห์รีบปรามว่าด่าผู้มีพระคุณบาปกรรมนะ พลอยขวัญเลยเงียบ สมุนของทิวเห็นลูกพี่ถูกยิงตายก็กระหน่ำยิงใส่กลุ่มภูตะวัน เขาบอกสิงห์ให้พาคุณหนูหนีไปก่อน

สิงห์ชักม้าโฉบมารวบตัวพลอยขวัญขึ้นซ้อนตักตัวเองบนหลังม้าพาหนีไปโดยมีภูตะวันคอยยิงสกัดพวกโจรให้

แม้ฝ่ายโจรจะมีการเตรียมพร้อมและยกกำลังมาร่วมยี่สิบคน แต่เมื่อมาเจอเพชรรุ้งกับพลอยขวัญหญิงสาวหัวใจแกร่ง ห้าว อีกทั้งมีสิงห์กับภูตะวันที่มาสมัครเป็นการ์ดแต่ฝีมือฉกาจฉกรรจ์อีกทั้งมีหัวใจนักสู้อยู่เต็มตัว สถานการณ์จึงคลี่คลาย ฝ่ายไร่ฟ้ารุ่งสามารถยิงพวกโจรตายเป็นเบือ

เมื่อก้อนที่นำโจรมาปล้นไร่ฟ้ารุ่งถูกภูตะวันที่มาช่วยเพชรรุ้งยิงปืนที่มันเล็งใส่เพชรรุ้งหลุดมือแขนเหวอะ มันถอดใจ ตะโกน “ไอ้เสือถอย!” แล้วควบม้าพาสมุนที่เหลือหนีไป แต่สมุนของมันก็ถูกเพชรรุ้งกับพวกยิงตาย เหลือก้อนคนเดียวที่หนีรอดไปได้

เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เพชรรุ้งตระหนักว่า ฝีมือของเสือหรือภูตะวันนั้นไม่ธรรมดาเลย

ฝ่ายสิงห์พาพลอยขวัญหนี  เขาควบม้าในขณะที่พลอยขวัญหันไปยิงต้านพวกโจรอย่างกล้าหาญ จนเมื่อโจรถอยไปแล้ว พลอยขวัญสั่งให้เขาหยุดม้า ไล่เขาลงจากหลังม้าเพราะตนจะกลับไปเรือนใหญ่

สิงห์โวยวายว่าแล้วตนล่ะ พลอยขวัญพูดหน้าตาเฉยว่าให้วิ่งตามไป หรือจะให้ตนขี่ม้ากลับไร่ท่านี้ พูดแล้วจ้องหน้าดุๆ จนสิงห์ต้องลงจากหลังม้าอย่างเสียไม่ได้

ooooooo

เดชาไล่ตามก้อนไปถึงทุ่งโล่งละแวกไร่ฟ้ารุ่ง เดชายิงถูกไหล่ก้อนจนตกจากหลังม้าแล้วเข้าไปสั่งให้เอาผ้าปิดหน้าออกเพราะตนรู้ว่าเป็นใคร ก้อนดึงผ้าออกขอร้องแกมขู่ว่า

“ไอ้เดชา แกอย่าฆ่าฉันนะ ถ้าฉันตาย พ่อเลี้ยงจรัญต้องล้างแค้นแน่”

“แกแน่ใจหรือ” เดชาถาม ยกปืนเล็งใส่ก้อน ครู่หนึ่งเสียงปืนก้องกัมปนาทขึ้น

แต่ก้อนยังไม่ตาย มันซมซานกลับไปหาจรัญถูกจรัญด่าว่าทำงานภาษาอะไร ให้ไปไร่ฟ้ารุ่งเพื่อหาตัวศักดาแล้วได้เรื่องไหม

ก้อนอ้างว่าตนเข้าไปแล้วบังเอิญมีคนมาขวาง แต่ตนก็ปล้นวัวมาได้หลายตัว จรัญตวาดว่าขนวัวมาทำไมตนไม่สนใจวัวแต่ต้องการศักดา ให้พาคนไปเป็นโขยงแต่รอดกลับมาแค่หยิบมือเดียว ทำไมไม่ตายไปเสียเลยตนจะได้โล่งใจ

ก้อนจึงเล่าให้ฟังว่า ตนเจอเดชาลูกของยศ เดชาปล่อยให้ตนรอดมาแต่มีข้อแม้ให้มาบอกพ่อเลี้ยงจรัญว่า

“ถ้าอยากจะยึดไร่ฟ้ารุ่ง พ่อเลี้ยงต้องพึ่งฉัน ต้องให้ฉันมีเอี่ยวด้วย รับรองว่าพ่อเลี้ยงจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ”

ฟังแล้วจรัญด่าเดชาว่า “ไอ้หอกข้างแคร่” แต่ก็บอกว่าข้อเสนอของเดชาน่าสนใจมาก บางทีหมอนี่อาจจะมีประโยชน์กับตนก็ได้ จรัญยิ้มออกมาอย่างมีแผน แต่ไม่ทันสังเกตบุหลันที่มาทำแผลให้ก้อนที่แอบยิ้มอย่างมีแผนเช่นกัน

ooooooo

แม้เพชรรุ้งจะยอมรับในฝีมือการต่อสู้ของภูตะวัน แต่ก็ยังไม่ไว้ใจ ดังนั้นจึงรับสิงห์มาเป็นการ์ดเพียงคนเดียว ส่วนภูตะวันจะจ่ายเงินเดือนให้เท่ากับสิงห์ ส่วนตำแหน่งนั้นให้ไปช่วยพรเลี้ยงม้าก่อน

เดชารู้เช่นนั้น เข้ามาเตือนเพชรรุ้งว่าให้ระวังนายเสือเชื่อว่าไม่ได้มาดีแน่ เพชรรุ้งบอกว่าตนก็สงสัยอยู่เหมือนกัน เดชาถามอย่างรู้ทันว่า “แปลว่าที่คุณหนูยอมให้งานมัน ก็เพื่อสืบดูความเคลื่อนไหว”

เพชรรุ้งพยักหน้า กำชับเดชาว่า “ระหว่างนี้ถ้ามีอะไรผิดปกติละก็ นายจัดการได้เลยเดชา”

ภูตะวัน ไม่เพียงเป็นที่ระแวงสงสัยของเพชรรุ้งและเดชาเท่านั้น แม้แต่พรก็ไม่ไว้ใจบอกสาลี่ว่าภูตะวันหล่อกว่าคนทำไร่ทั่วไปและที่สำคัญ “ข้าว่าหน้าตามันคุ้นๆยังไงไม่รู้

แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน”

วันนี้ เพชรรุ้งเห็นพลอยขวัญลงจากเรือนไปทางโรงเลี้ยงม้า จึงตามไปดู เจอพลอยขวัญกำลังมาขอบใจภูตะวันที่ช่วยตน อีกทั้งอยากทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้ด้วย ถามเขินๆว่า

ฉันยังไม่รู้เลยว่าแต่ก่อนนายทำอาชีพอะไร แล้ว...มีลูกมีเมียรึยัง”

ไม่ทันที่ภูตะวันจะตอบอะไร เพชรรุ้งก็มาเรียกน้อง

ถามว่ามาทำอะไร ถ้าหมดธุระแล้วก็กลับไปเสีย พลอยขวัญจึงจำต้องกลับไปแต่บอกภูตะวันว่า “แล้วเจอกันนะนายเสือ”

เมื่อพลอยขวัญไปแล้ว เพชรรุ้งหันมาเตือนภูตะวันว่า

“ถ้าอยากให้ฉันไว้ใจ ก็ช่วยอยู่ห่างๆน้องสาวฉันเอาไว้ ตอนนี้ทุกอย่างในไร่ฟ้ารุ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฉัน รวมทั้งชีวิตของนายด้วย นายเสือ”

พูดแล้วเพชรรุ้งเดินกลับไป ภูตะวันชำเลืองมองตามอย่างท้าทาย

ooooooo

เมื่อรู้ข้อเสนอและเงื่อนไขการร่วมมือกันของเดชาจากก้อนแล้ว จรัญเรียกเดชามาพบชมว่าชอบฝีมือเขาชวนมาทำงานด้วยกัน เดชาตอบอย่างยโสว่าคนอย่างตนถ้าจะทรยศทั้งทีคงไม่ยอมเป็นลูกน้องคนอื่น

จรัญถามหยั่งเชิงว่าแล้วเขาต้องอะไร เดชาตอบไม่ลังเลว่า

“หุ้นส่วน...ผมจะช่วยพ่อเลี้ยงยึดไร่ฟ้ารุ่ง ถ้าพ่อเลี้ยงสัญญาว่าจะแบ่งกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่งให้ผม” แล้วพูดแบะท่าว่า เวลานี้ไร่ฟ้ารุ่งแข็งนอกแต่อ่อนใน   ถ้าจะเล่นงานไร่ฟ้ารุ่งก็ต้องมีคนในอย่างตนคอยช่วย และถ้าระหว่างนี้จรัญจะปล้นไร่ฟ้ารุ่งอีกให้แจ้งตนล่วงหน้า ตนจะอำนวยความสะดวกให้เต็มที่

จรัญบอกว่าไม่มีปัญหา เดชาจึงขอวัวที่ปล้นไปคราวที่แล้วคืน ก้อนบอกว่าจรัญจ่ายเป็นค่าแรงพวกเด็กๆไปหมดแล้วคงขอคืนมายาก

“ไม่มีปัญหา แค่บอกมาก็พอว่าตอนนี้ไอ้โจรกระจอกพวกนั้นมันกบดานอยู่ที่ไหน ที่เหลือผมจัดการเอง”

บุหลันแอบฟังอยู่พอจับความได้ก็รีบเดินออกไป ส่วนจรัญกับก้อนต่างด่าเดชาว่า เลวไม่มีที่ติ ท่าทางคงเลี้ยงไม่เชื่อง จรัญพึมพำเหี้ยมว่า “ถ้ายึดไร่ฟ้ารุ่งได้เมื่อไหร่ ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่”

เดชาออกมาแล้วกวาดตาสำรวจอย่างระแวดระวังรอบตัวนิดหนึ่งแล้วเดินมาขึ้นม้า บุหลันตามมาส่งเตือนว่าทำแบบนี้ไม่เสี่ยงตายไปหน่อยหรือ อ่อยเดชาว่าพ่อเลี้ยงจรัญชอบหนุ่มไฟแรงอย่างเขา  ตนก็ชอบเหมือนกัน ยอว่า

“ในภูพระกาฬเนี่ย ถ้าจะมีใครมาเทียบรัศมีของพ่อเลี้ยงจรัญได้ ก็คงมีแต่เธอคนเดียวละมั้งเดชา” พูดแล้วปาดอกไม้ในมือใส่อย่างยั่วยวน พูดก่อนเดชาไปว่า “แล้วฉันจะเอาใจช่วย”

ooooooo

สิงห์ได้เป็นการ์ดของไร่ฟ้ารุ่ง ได้ม้าเป็นพาหนะและเครื่องแบบเท่มาใส่ เลยเอามาอวดภูตะวัน แต่เพราะตัวเองหมายตามอเตอร์ไซค์คันเก่งของภูตะวันอยู่แล้ว เลยท้าว่ามาแข่งกันไหม ถ้าตนแพ้ก็จะยกม้าให้ภูตะวัน

แต่ถ้าภูตะวันแพ้ก็ต้องยกมอเตอร์ไซค์คันนี้ให้ตน

ภูตะวันรับคำท้า แต่พอแข่งกันจริงๆ สิงห์พาขึ้นเนินทำให้มอเตอร์ไซค์แพ้ม้า เลยต้องแลกพาหนะกัน ระหว่างนั่งดื่มน้ำกันนั้น ภูตะวันเห็นถ้ำบนภูเขาถามว่าทำไมปากถ้ำถูกปิดตาย

“อ๋อ...ถ้ำนั่นน่ะเหรอ เห็นพี่พรเคยเล่านะว่าเจ้าของไร่คนเก่ากับเมียถูกโจรฆ่าตายแล้วพวกมันก็เลยฝังศพไว้ที่นั่น”

ภูตะวันใจแว้บแต่พยายามระงับความรู้สึก ฟังสิงห์เล่าจนจบว่า

“พี่พรบอกชื่อถ้ำภูอุษาไงล่ะ ตั้งตามชื่อของคุณภูผากับคุณอุษาที่ตายไป เห็นคุณศักดาพ่อของคุณเพชรรุ้งสั่งให้เป็นเขตหวงห้ามด้วยนะ ถ้าใครไปวุ่นวายละก็ จะต้องโดนลงโทษสถานหนัก”

ดึกคืนนี้เอง ภูตะวันขี่ม้าไปที่ถ้ำนั้น บังเอิญพรเพิ่งกลับจากกินข้าวกับเพื่อนเห็นเข้า เลยขี่ม้าตามไปดูด้วยความสงสัย

ภูตะวันไปที่ปากถ้ำ พูดเข้าไปในถ้ำเหมือนบอกกล่าว กับพ่อแม่ว่าตนกลับมาแล้ว ทั้งบอกพ่อกับแม่ว่าจะฆ่าศักดากับจรัญให้หมด จะเอาบ้าน เอาสิบปีที่หายไปของตนคืนมาตะโกนก้องว่า “เอาชีวิตของกูคืนมา!”

ooooooo

รุ่งขึ้น พรถามสิงห์ว่าไอ้เสือเพื่อนเขาเป็นใคร รู้กำพืดกันหรือเปล่า สิงห์ถามว่าเสือไปก่อเรื่องอีกรึไง พรจึงเล่าว่าเมื่อคืนเห็นขึ้นไปบนภูเขา ไปแหกปากบ้าบออะไรก็ไม่รู้ฟังไม่ถนัด

“สงสัยคงเมามั้ง หรือไม่ก็ของขึ้น”

“นี่เอ็งอย่ามองโลกในแง่ดีเกินไปนะโว้ยไอ้สิงห์ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ถ้ามันก่อเรื่องอีกเมื่อไหร่เอ็งนั่นแหละจะเดือดร้อนกว่าเพื่อน” พรเตือนอย่างไม่ไว้ใจ

เช้าวันเดียวกัน เพชรรุ้งเรียกภูตะวันให้ขับรถพาตนเข้าเมืองเพราะเดชาไม่อยู่ ถามว่าอยากลองเปลี่ยนงานดูบ้างไหม แต่พอเห็นภูตะวันขับรถได้อย่างชำนาญ เพชรรุ้งถามทึ่งว่าแต่ก่อนทำงานอะไร นึกว่าขี่ม้าเป็นอย่างเดียวเสียอีก ภูตะวันบอกว่าแต่ก่อนตนเคยเป็นช่างเครื่อง  ที่มาสมัครเป็นการ์ดก็เพราะอยากเปลี่ยนงานเพื่อหาประสบการณ์ดูบ้าง ย้อนถามว่า เพชรรุ้งสงสัยอะไรตนหรือ

“มันเป็นหน้าที่ของฉัน ที่ต้องสงสัยคนแปลกหน้าทุกคนในไร่ฟ้ารุ่ง ฉันอยู่ที่นี่มานาน ความจริงแค่มองตาฉันก็รู้ว่าใครเป็นยังไง” แต่พอภูตะวันถามว่าแล้วคิดว่าตนเป็นคนยังไง เพชรรุ้งตอบเลี่ยงไปว่า “ตอนนี้ฉันยังดูไม่ออก แต่อีกไม่นานฉันต้องรู้แน่”

ooooooo

เพชรรุ้งให้ภูตะวันขับรถพาตนไปที่ว่าการอำเภอเพื่อสอบถามความคืบหน้าการปล้นไร่ฟ้ารุ่ง ได้รับคำตอบจากว่าที่นายอำเภอถาวรว่ากำลังสืบคดีอยู่

ระหว่างที่ภูตะวันนั่งคอยเพชรรุ้งที่รถนั้น แก้ววิ่งเข้ามาทัก ถามว่าหายไปไหนตั้งนาน จะขัดรองเท้าไหมตนขัดให้ฟรีตอบแทนที่เขาเลี้ยงข้าวคืนนั้น ภูตะวันขอเปลี่ยนเป็นให้ช่วยดูต้นทางว่าเพชรรุ้งลงจากที่ว่าการอำเภอเมื่อไรให้บอกตนที่วิไลบาร์ด้วย

ภูตะวันไปหารานีที่วิไลบาร์ เธอหยอกว่านึกว่าตายไปแล้ว เตือนเขาว่าต้องระวังตัวหน่อยเพราะเพชรรุ้งเป็นคนฉลาดเธออาจสืบเรื่องของเขาอยู่ก็ได้

ขณะแก้ววิ่งเล่นอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอนั่นเอง เหลือบเห็นจรัญเดินนำก้อนกับสมุนมาแต่ไกล ทุกคนมีปืนครบมือ แก้วรีบวิ่งไปบอกภูตะวันที่วิไลบาร์ ภูตะวันสบตารานีกันอย่างแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่แท้จรัญรู้ว่าเพชรรุ้งมาตามเรื่องการปล้นไร่ฟ้ารุ่งกับว่าที่นายอำเภอ จึงตามมาเพื่อข่มขู่ให้ขายไร่เสีย เพชรรุ้งรู้ทัน ตอบอย่างแข็งกร้าวว่า “ไม่มีทาง” แล้วลุกเดินฝ่าวงล้อมของสมุนจรัญออกไป

“เรายังคุยกันไม่จบนะคุณหนู” จรัญพูดตามหลัง แต่เพชรรุ้งไม่หยุด มันจึงส่งสัญญาณให้ก้อน แต่เพียงก้อนขยับนิดเดียว แค่เสียงปืนครูดหัวเข็มขัดมันดังแกร๊กเท่านั้น ภูตะวันก็เอาปืนมาจ่อหัวมันเรียบร้อยแล้ว

ก้อนชะงักกึกปรามภูตะวันว่าอย่าล้อเล่นนี่มันหน้าอำเภอ ภูตะวันพูดอย่างไม่แยแสว่าตนจำได้ว่าคืนที่ไร่ฟ้ารุ่งถูกปล้น ก้อนอยู่ที่นั่น ก้อนถามว่ามีหลักฐานอะไร ภูตะวันจับหมับเข้าที่แขนก้อนที่เขายิงในคืนนั้นบีบจนเลือดออก ย้อนถามว่า แผลนี้ตนเป็นคนยิงเองแล้วจะลืมได้ยังไง แล้วหันมองจรัญพูดกร้าวว่า

“วันนี้พวกคุณอาจจะอยู่เหนือกฎหมาย แต่คงไม่ตลอดไป ภูพระกาฬเป็นแดนเถื่อนก็จริง แต่อย่าลืมว่าแม้แต่ในขุมนรก ก็ยังต้องมีความยุติธรรม!!”

พูดแล้วหันไปจับแขนเพชรรุ้งพาออกไปอย่างสนิทสนม เพชรรุ้งถูกพาไปงงๆ และที่งงกว่านั้นคือ  จรัญนิ่งเฉยไม่ปริปากอะไรเลย ส่วนแก้วแอบดูอยู่ พึมพำอย่างสะใจ “เท่ไปเลยพี่ชาย”

ooooooo

ระหว่างขับรถกลับ เพชรรุ้งยังอดไม่ได้ที่จะพยายามรู้ว่าภูตะวันเป็นใครกันแน่ ถามจนภูตะวันไม่พอใจหาว่าเธอจับผิดและขอลาออกจากงานเพื่อตัดปัญหา ไม่พูดเปล่ายังลงจากรถไปด้วย

เพชรรุ้งตามไปกระชากแขนเขากลับมา สุดท้ายก็ยอม บอกว่าจะลองเชื่อเขาดูสักครั้ง แล้วพากันกลับ

พลอยขวัญไปถามหาภูตะวันกับสิงห์ที่หน้าเรือนพักของการ์ด ระหว่างนั้นมีชายสองคนคือกรณ์กับไกรสองพี่น้องเดินกร่างเข้ามาขอพบเดชาเพราะศรให้มาเป็นการ์ดที่ไร่ฟ้ารุ่ง

พลอยขวัญมองสารรูปแล้วบอกว่าน่าจะเป็นโจรมากกว่าเป็นการ์ด มันไม่รู้ว่าเธอเป็นใครสะอึกใส่ถูกพลอยขวัญชกจนเซ แต่ก็ถูกมันจับแขนบีบแล้วผลักเซไปหาสิงห์  พลอยขวัญจับแขนตัวเองอย่างเจ็บปวด สิงห์ทนไม่ได้เข้าลุย เลยถูกมันทั้งสองรุมกันเล่นงาน

โชคดีเพชรรุ้งกับภูตะวันกลับมาพอดี ภูตะวันเห็นสิงห์กำลังถูกรุมจึงวิ่งลงไปช่วย กรณ์กับไกรสู้ไม่ได้ชักปืนออกมา แต่สิงห์ไวกว่าเอาหินเขวี้ยงปืนจนกระเด็น ขณะกำลังจะตะลุมบอนกันนั้น เดชาก็ตวาดขึ้นว่า

“พอได้แล้ว”

ภูตะวันชะงักหันไปเห็นเดชามากับศร และกำลังเล็งปืนมาที่เขา

เมื่อเข้าไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขก เพชรรุ้งตำหนิเดชาที่รับการ์ดใหม่ทำไมไม่ขอความเห็นตนก่อน เดชาอ้างว่ากรณ์กับไกรเป็นคนมีฝีมือถ้าเราจะสู้กับจรัญต้องใช้คนแบบนี้ อีกทั้งคราวที่ถูกปล้นยามของเราที่รอดตายก็ลาออกไปมากตนจึงต้องรีบหาคนมาเพิ่ม

เพชรรุ้งบอกว่าไม่เป็นไรเพราะตนก็รับการ์ดใหม่เหมือนกันนั่นคือภูตะวัน เดชาไม่พอใจมากเห็นว่าภูตะวันเป็นตัวอันตราย คิดหาทางเขี่ยเขาไปจากไร่ฟ้ารุ่งให้ได้

พรเองก็ไม่พอใจกับข่าวนี้ เห็นภูตะวันนั่งรถไปกับเพชรรุ้งแค่วันเดียวกลับมาก็ได้รับเลื่อนเป็นการ์ดแล้ว ทั้งที่ตนขอมา

ตั้งหลายปีแล้วไม่ได้เป็น พูดอย่างเจ็บใจว่า “ทำไมกูเกิดมาไม่หล่อบ้างวะ”

แล้วคืนนี้เอง เดชาก็มาหาภูตะวันที่โรงเลี้ยงม้าบอกว่าพรุ่งนี้เราจะออกไปตามวัวที่ถูกปล้นด้วยกันอยากให้ภูตะวันกับสิงห์ไปด้วย ภูตะวันถามว่าแล้วที่นี่ล่ะ

“ไม่ต้องห่วง ฉันสั่งพวกคนงานให้จัดการเวรยามไว้แล้ว พวกเราไปแค่วันสองวันคงไม่มีปัญหาหรอก นายคงไม่ปฏิเสธคำสั่งของฉันใช่ไหม นายเสือ”เดชายื่นหน้าเข้ามาถามอย่างลองเชิง

ooooooo

คืนนี้จรัญมาที่วิไลบาร์ นั่งดื่มโดยมีสมุนคอยคุ้มกัน รานีทักว่าวันนี้มาเปลี่ยนบรรยายกาศหรือ จรัญคว้ามือรานีบอกว่า สมุนของตนบอกว่าวันนี้มีผู้ชายชื่อเสือมาที่นี่ รานีทำเป็นนึกออกบอกว่าเขามานั่งดื่มไวน์ ครั้นถูกจรัญดักคอว่าตอนนั้นบาร์ยังปิดอยู่ไม่ใช่หรือ

รานีพูดขำๆว่าชายหนุ่มที่ทำงานอยู่กับวัวในไร่ทั้งวันพอเข้าเมืองก็อดใจไม่ได้ตนเลยต้องตามใจ จรัญติดสินบนรานีว่าถ้ารู้อะไรเกี่ยวกับไอ้หนุ่มนั่นให้บอกด้วยเพราะรู้สึกตนจะเคยเห็นหน้ากันที่ไหนมาก่อน

รานีรับปาก รับรองจะทำให้ แต่พอหลงถามว่าทำไมเธอต้องยอมเสี่ยงถึงขนาดนั้น ถ้าจรัญรู้ว่าเธอมีแผนจะฆ่าเขามีหวังตายแน่

“ฉันรู้ ทุกคนที่เป็นศัตรูกับนายจรัญไม่เคยตายดีอยู่แล้ว แต่ฉันไม่กลัวหรอกนะหลง ถ้าฆ่ามันได้อย่างน้อยแผ่นดินของภูพระกาฬก็คงจะสูงขึ้น”

ooooooo

รุ่งขึ้น ขบวนของเดชาก็เตรียมออกเดินทาง เพรชรุ้งให้สาลี่เตรียมเสบียงอาหารไว้แล้วจึงให้เอามาแจกจ่าย พลอยขวัญจงใจหยิบห่อหนึ่งส่งให้ภูตะวัน สิงห์เห็นเข้าก็อดน้อยใจไม่ได้

“โชคดีนะทุกคน ถ้าตามวัวที่ถูกปล้นกลับมาได้มาละก็ ฉันจะตบรางวัลพิเศษให้ แล้วที่สำคัญฉันอยากให้จับโจรพวกนั้นกลับมาดำเนินคดี”เพชรรุ้งกล่าวแก่ทุกคน เดชาถามว่าเธอยังสนใจเรื่องกฎหมายอีกหรือ เพชรรุ้งตอบอย่างมั่นใจว่า“แม้แต่ในนรก ก็ยังต้องมีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง จริงไหม”พูดพลางเหล่ไปทางภูตะวัน เขาก้มหน้าแอบยิ้มรู้ว่าว่าเธอพูดล้อคำเขาเมื่อวานนี้

เมื่อออกเดินทางไปตามเส้นทางเลียบภูเขา จนโพล้เพล้ก็พัก สิงห์ก่อกองไฟ ส่วนคนอื่นๆพากันเอาห่อเสบียงออกมากิน ตะวันยังนั่งนิ่งอยู่ เดชาถามว่าไม่หิวหรือ เขาบอกว่าตนกำลังสงสัยอะไรบางอย่างว่าเราไม่ได้แกะรอยตามฝูงวัว ถามว่าตกลงเราจะไปไหนกันแน่ เดชาตอบยิ้มๆว่า ผ่านมาเกือบสองวันแล้วคืนก่อนฝนตกหนักร่องรอยต่างๆก็ย่อมหายไป พูดแล้วมองไปทางศรโบ้ยให้พูดต่อ

“สายข่าวของเราแจ้งเบาะแสมาแล้วว่าไอ้พวกโจรมันกบดานอยู่ที่ไหน” ศรทำหน้าที่ทันที

สิงห์เอะใจว่าเรามีสายข่าวด้วยหรือ เดชารีบตัดบทว่านั่นเป็นความลับตนบอกใครไม่ได้ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เช้าเรากับพวกโจรได้ปะทะกันแน่”

สิงห์กับภูตะวันสบตากันอย่างสงสัย จนกระทั่งกลางคืนทุกคนนอนหลับแล้ว ภูตะวันกำลังจะเข้าเวรผลัดแรก สิงห์เรียกเบาๆกระซิบถามว่า

“แกว่ามันแปลกๆไหมวะไอ้เสือ ที่คุณเดชาบอกว่ามีสายข่าว” ภูตะวันถามว่ายังไงหรือ “ก็ถ้าสายข่าวมันรู้เยอะขนาดนั้น ทำไมตอนถูกปล้นถึงไม่รู้ล่วงหน้าวะ”

ภูตะวันเครียดขึ้นมา หันมองไปทางเดชาที่นอนหันหลังให้อยู่ เดชาลืมตาวับทันที!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 07:25 น.