ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันเดือด

SHARE
ตอนที่ 15

บนเส้นทางที่มุ่งไปสู่ภูพยัคฆ์ กำลังมีการไล่ล่ากันอย่างบ้าดีเดือด บนรถบรรทุกของเฮียเส็งที่มีทั้งรานี ถาวร สมใจ และครกอยู่บนรถ ทุกคนช่วยกันยิงต้านรถจี๊ปของทางการที่ตามไปอย่างกระชั้นชิด

เมื่อทำอย่างไรก็หยุดรถของเฮียเส็งไม่ได้ ผบ.หมวดสั่งทหารให้เตรียมปืนกลแล้วยิงถล่ม รานีถูกยิงที่บ่าจนล้มลง กระสุนทะลุไปถูกครกเข้าอีกคน ถาวรเห็นเพื่อนบาดเจ็บ ลุกขึ้นประกาศให้ทุกคนหมอบแล้วตัวเองก็ยิงใส่รถทหาร ถูกพลขับตายพร้อม ผบ.หมู่ ตัวถาวรเองก็ถูกกระสุนไปหลายนัด

ถาวรแสดงความเสียสละ บอกให้สมใจกับรานีรีบหนีไป ส่วนเฮียเส็งก็ประคองครกขึ้นมาปลอบใจว่า ไม่เป็นไร อย่างมากก็กอดคอกันตายเท่านั้น

ไม่เพียงแต่รถจี๊ปทหารที่ไล่ตามมาเท่านั้น ยังมีทหารม้าอีกจำนวนหนึ่งควบม้ามาดักอีกทางด้วย เฮียเส็งบอกว่าสงสัยเราหนีไม่พ้นแน่ รานีพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่าอย่างมากพวกเราก็สู้ตาย

“ไม่...อย่าทำแบบนั้น ทุกคนหนีไปก่อนทางนี้ฉันจัดการเอง” ถาวรเด็ดเดี่ยวมาก สมใจจะอยู่ร่วมสู้ด้วย ถาวรไม่ยอมไล่ให้รีบหนีไปกับรานี ยังมีแก่ใจบอกสมใจว่า “แล้วอย่าลืมเรื่องแหวนของข้านะสมใจ เอ็งเป็นคนดี เอ็งต้องมีความสุข สมใจ...สักวัน...”

ถาวรยืนหยัดต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยว เมื่อรานีมองบาดแผลฉกรรจ์ของถาวรแล้วเดาได้ว่าเขาคิดอย่างไร จึงตัดสินใจลากสมใจหลบไป

ในที่สุด ถาวรก็ยิงต่อสู้กับพวกทหารปกป้องเพื่อนพ้องจนตัวตาย เฮียเส็งพูดอย่างสะเทือนใจว่า

“ลื้อไปดีเถอะวะไอ้ถาวร บุญคุณของลื้อ ชาตินี้อั๊วจะไม่ลืมเด็ดขาด”

ooooooo

เดชานำทหารถือปืนลุยเข้าไปในป่าอ้อย เห็นรอยใหม่ๆ สั่งทหารให้ค้นดูให้ทั่ว ส่วนตัวมันเองก็ถือปืนค้นไปจนเจอณรงค์ที่นอนบาดเจ็บอยู่ มีดของสิงห์ที่ปามาปักไหล่ยังคาอยู่

“ไอ้ตะวันกับนังเพชรรุ้ง มันกำลังหนีไปเมืองภูพยัคฆ์ แกรีบให้คนตามไปเร็วเข้า” ณรงค์สั่ง

เดชาเห็นมีดของสิงห์ยังปักคาอยู่ที่ไหล่ณรงค์ มันกระชากมีดออกมา ณรงค์ร้องอ๊าก ถามว่าจะทำอะไร เดชาจับณรงค์อุดปากเอามีดจ่อถาม

“แล้วมึงคิดว่ากูจะทำอะไร กับคนที่เป็นชู้กับเมียกู”

สิ้นเสียง เดชาจ้วงแทงณรงค์ไม่ยั้ง จนครั้งสุดท้ายมันปล่อยมีดคาไว้ ณรงค์ที่ยังไม่ตายสนิท เห็นเดชาลุกขึ้นจัดเสื้อผ้า ก่อนจะตะโกนอย่างสะใจ

“ทางนี้! ฉันเจอศพคุณณรงค์แล้ว คุณณรงค์ถูกไอ้สิงห์ฆ่าตาย!!”

ณรงค์ได้รับรู้ถึงความโฉดชั่วของเดชาก่อนที่จะสิ้นใจ...

เมื่อนำศพของณรงค์กลับไปที่เต็นท์กองบัญชาการทหาร เรืองฤทธิ์มองศพลูกชายด้วยแววตาที่เจ็บแค้น ถามทหารที่เอาศพณรงค์มาส่งว่า แน่ใจหรือเปล่าว่าเป็นฝีมือของสิงห์

“คุณเดชายืนยันว่ามีดที่พบบนศพเป็นของมันครับ” ทหารรายงาน ธนาถามว่าแล้วตอนนี้เดชาอยู่ไหน “กำลังตามคนร้ายอยู่ครับ สงสัยว่าจะหนีไปภูพยัคฆ์”

“ภูพยัคฆ์มีทหารฝ่ายตรงข้ามกับเรายึดครองอยู่ ถ้าพวกมันข้ามเขตไปได้เราคงเจอปัญหาใหญ่” ธนาเอ่ย  เรืองฤทธิ์นิ่งไปอึดใจ ก่อนสั่งการว่า

“เรื่องนั้นคงต้องฝากความหวังไว้ที่เดชา ส่วนทางนี้เราเองก็มีเรื่องต้องสะสางเหมือนกัน พวกไร่ฟ้ารุ่งจะต้องรับผิดชอบต่อการตายของณรงค์!” เรืองฤทธิ์ประกาศกร้าว

หลังจากนั้น ธนาก็ไปบอกศักดากับยศให้ไปพบนายพลเรืองฤทธิ์ ทั้งสองมองหน้ากันอย่างตกใจ ส่วนพวกคนงานไร่ฟ้ารุ่งก็ถูกกวาดต้อนกันโกลาหลใครที่ขัดขืนก็ถูกทหารยิงทิ้งอย่างเหี้ยมโหด

พลอยขวัญมาเจอสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ ทหารที่มากวาดต้อนโต้ว่าท่านนายพลมีคำสั่งให้กักตัวชาวไร่ฟ้ารุ่งทุกคน ใครขัดขืนให้ฆ่าได้ทันที พลอยขวัญแค้นจนพูดไม่ออก

แก้วอยู่กับสาลี่ ทั้งสองวิ่งหนี ถูกทหารตามเจอ สาลี่บอกให้แก้วรีบหนีไป ตนทิ้งศักดากับพลอยขวัญไปไม่ได้ สั่งแก้วว่าถ้าเจอพรให้บอกด้วยว่าอย่ากลับมาที่นี่อีก แล้วไล่แก้วให้รีบหนีไป

ทหารมาถึงสั่งให้ยืนขึ้น สาลี่รีบยืนแสดงตัว ทหารเห็นแก้ววิ่งอยู่ไวๆ ยกปืนจะยิง สาลี่คว้าปืนไว้ขอร้องให้ปล่อยแก้วไปเถอะ เลยถูกทหารสะบัดปืนตบสาลี่จนล้มลง ปล่อยให้แก้วหนีไปเพราะเสียดายกระสุน

ส่วนบุหลันก็ถูกต้อนเช่นกัน ธนาสั่งบุหลันห้ามออกไปไหนเด็ดขาด บอกว่าตอนนี้ณรงค์ก็ตายแล้วเพราะถูกสิงห์ฆ่า ทำให้บุหลันนึกถึงคืนที่เห็นเดชาเดินออกจากบ้านพักไป พูดเป็นนัยว่าจะไปจัดการกับคนที่เป็นชู้กับเมียตน คิดแล้วบุหลันก็รู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา

ooooooo

สิงห์ประคองภูตะวันที่บาดเจ็บหนักหนีไปท่ามกลางแสงแดดที่แผดกล้าขึ้นทุกที เขาบอกภูตะวันว่าพ้นป่าแล้วเราพักแถวนี้ก่อนดีกว่า ฝากเพชรรุ้งให้ดูแลภูตะวันส่วนตัวเขาจะไปหาน้ำมาให้กินกัน

ไม่มีใครรู้ว่าป่าละแวกนั้นเป็นที่ที่จรัญซ่อนตัวอยู่ สิงห์ไปพบร่องรอยพึมพำอย่างสงสัยว่าป่าแถวนี้มีคนพักแรมด้วยหรือ ลองตะโกนถามก็ไม่มีเสียงตอบ แต่ข้างหลังสิงห์นั้น จรัญจ้องอยู่อย่างหมายมาด เมื่อได้จังหวะก็เหวี่ยงด้ามปืนพกใส่หัวสุดแรง!

เดชาตามมาทันเพชรรุ้งกับภูตะวัน ทั้งสองพากันหนีอย่างยากลำบาก เดชาสั่งสมุนให้ตามไปจับตัวมาให้ได้ ภูตะวัน ฮึดสู้ถูกเดชาเตะตกเหว แล้วจับเพชรรุ้งมัดเอาตัวไป

โชคดีที่สมใจ รานี เฮียเส็ง และครกหนีไปถึงเมืองภูพยัคฆ์ได้สำเร็จ แม้ตัวเองจะปลอดภัยแล้วแต่รานีก็เป็นห่วงพวกภูตะวัน เธอชะเง้อมองจนสมใจอาสาจะย้อนกลับไปตามพวกเขา

“คุณจะต้องปลอดภัย รีบกลับมาเร็วๆด้วยล่ะ” รานีจับมือส่งอย่างให้กำลังใจ

“ครับ ผมสัญญาผมจะรีบกลับมาครับ” ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมั่นใจกันและกัน

ฝ่ายเดชาตามหาภูตะวันไม่เจอมองไปก้นเหวก็เงียบกริบ จึงสั่งทหารพวกนั้นให้กลับเพราะใกล้ค่ำแล้ว

ภูตะวันนอนหมดสติอยู่ก้นเหว ไม่นานนักจรัญก็มาเอาตัวไป ภูตะวันฟื้นขึ้นมาก็เห็นสิงห์ในสภาพถูกมัดมือมัดปากอยู่โคนต้นไม้

ตอนที่ 14

เย็นวันต่อมา ที่หน้าผาบนเส้นทางออกจากภูพระกาฬ เรียว เดชา และทหาร พากันมุงดูศพที่ถูกสัตว์แทะกินจนเหลือแต่กระดูกและเสื้อผ้าผู้ตาย วิเคราะห์กันแล้ว เรียวถามเดชาว่าแน่ใจหรือว่าเป็นศพของจรัญ

เดชาบอกว่าดูจากเสื้อผ้าแล้วน่าจะใช่ เสนอว่าเรากลับไปรายงานณรงค์ตามนี้ก่อนดีกว่า เพราะถ้าจรัญยังมีชีวิตอยู่เราต้องได้ข่าวมันแน่

คืนนี้ ที่กบดานของสาโรจน์ เฮียเส็ง รานี และสาโรจน์นั่งปรึกษากันอยู่ เฮียเส็งบอกว่า ตอนนี้เขาลือกันว่าจรัญตายไปแล้ว ณรงค์ก็เลยเชิญพ่อของเขามาที่ภูพระกาฬ เห็นว่ามาธุระเรื่องหมั้นเพชรรุ้ง

“พวกมันคงคิดจะรวบหัวรวบหางเพชรรุ้งเพื่อยึดไร่ฟ้ารุ่ง” รานีฟันธง สาโรจน์บอกว่าตนไม่มีวันยอมเด็ดขาด

ระหว่างนั้น ภูตะวันเดินเข้ามาเขาชะงักหยุดฟัง การสนทนากำลังตึงเครียด เพราะเฮียเส็งเตือนสติสาโรจน์ว่าเขาคนเดียวจะไปสู้กับณรงค์ที่มีทหารคุ้มกันเป็นกองทัพได้ยังไง

“หรือว่าต้องฆ่าเพชรรุ้งอีกคน” สาโรจน์พึมพำ เลยถูกทั้งรานีและเฮียเส็งห้ามเสียงหลงว่าจะฆ่าเด็กกับผู้หญิงได้ยังไง ตนไม่เอาด้วยเด็ดขาด

ขณะนั้นเอง สาโรจน์เหลือบเห็นภูตะวัน เฮียเส็งมองตามถึงกับตกใจบอกสาโรจน์ให้หนีเร็วๆ รานีพูดอย่างใจเย็นว่าไม่ต้องกลัวเพราะนายเสือเป็นพวกเดียวกับเรา

“เขาคือภูตะวันลูกชายของภูผา” สาโรจน์บอก เฮียเส็ง มองภูตะวันตะลึง ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ในขณะที่ เฮียเส็งยังมองตาค้าง พูดไม่ออก

ooooooo

ณรงค์ยังใช้เครื่องเพชรที่เดชามอบให้แลกกับการปรนเปรอของบุหลัน แต่วันนี้ถูกยศเดินผ่านมาจับได้ ยศแค้นแทนเดชาที่ถูกสวมเขา ดังนั้น เมื่อไปเจอเดชาที่ห้องรับแขกเรือนเล็กไร่ฟ้ารุ่ง เห็นเดชากำลังดูแผนที่ค้นคว้าสายแร่พลอยอยู่ ยศเตือนสติว่า

“ถ้าสายแร่พลอยนั่นมีจริง มันก็ควรเป็นสมบัติของไร่ฟ้ารุ่ง ไม่ใช่ของแก” ทำให้เดชามองขวับถามว่าพ่อรู้ใช่ไหมว่าพลอยนั่นอยู่ที่ไหน ยศบอกว่าไม่รู้ เดชาหาว่าพ่อรู้แต่ไม่ยอมบอกตน ลุกขึ้นมาคุกคามว่าพ่อเข้าข้างศักดาทั้งที่มันทำให้แม่ต้องตาย ยศสุดทน เลยเตือนสติว่า

“แกเป็นบ้าอะไรของแกเดชา นี่พ่อนะ แทนที่แกจะระแวงพ่อ แกหัดไปดูเมียแกบ้างเถอะ มันกำลังสวมเขาให้แก”

คืนนี้ เดชาคอยจนบุหลันกลับมา เขาถามว่า ไปไหนมา บุหลันปดว่าไปเดินเล่นมา แม้เดชาจะรู้จากการบอกเล่าของยศ แต่เขาก็ไม่อาจตัดใจจากบุหลันได้ ส่วนบุหลันแม้จะรู้ว่าตนเลวและเดชาก็ร้าย แต่ต่างก็ผูกพันและอาลัยกันอยู่

ooooooo

หลังจากปรึกษาวางแผนกันแล้ว เฮียเส็งเดินทางกลับ พอเฮียเส็งไปภูตะวันก็เข้ามาบอกสาโรจน์ว่า ได้ยินที่สาโรจน์พูดกับเฮียเส็งเรื่องจะฆ่าเพชรรุ้ง ย้ำถามว่า “อาคงไม่ทำแบบนั้นใช่ไหม”

สาโรจน์ย้อนถามว่าถ้าใช่ล่ะ ภูตะวันแย้งว่าเพชรรุ้งไม่ใช่คนผิด

“แต่ถ้าเพชรรุ้งตายไปสักคน ไร่ฟ้ารุ่งก็จะตกเป็นของพลอยขวัญน้องสาวของแก นั่นก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือ หรือว่าแกมีวิธีอื่นที่จะทวงไร่ฟ้ารุ่งกลับคืนมา”

“แต่ผมมาที่นี่ก็เพื่อความถูกต้อง เพื่อจัดการกับคนที่ทำลายครอบครัวผมไม่ใช่เพื่อฆ่าคนบริสุทธิ์”

สาโรจน์ยอมอ่อนข้อบอกว่า เรื่องนี้ไว้ว่ากันทีหลังแต่เป้าหมายตอนนี้คือฆ่าศักดาเห็นด้วยไหม ภูตะวันขอจัดการเอง สาโรจน์ยืนยันว่างานนี้ตนต้องจัดการเอง เพราะภูตะวันทำอะไรศักดาไม่ได้หรอก

รานีตกใจเพราะไม่อยากให้สาโรจน์ไปเสี่ยง แต่สาโรจน์มั่นใจชี้แจงว่าพรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงต้อนรับนายพลเรืองฤทธิ์ตนจะฉวยโอกาสลงมือ ส่วนรายละเอียดตนกับเฮียเส็งวางแผนกันไว้แล้ว

คืนเดียวกันนี้ ถาวรที่ถูกยิงบาดเจ็บจนต้องใช้ไม้ค้ำยันช่วยเดิน แอบไปขุดสมบัติที่ฝังไว้เตรียมหนีไปจากภูพระกาฬ บังเอิญเจอนักร่อนพลอยขี้เมาสามคนเห็นถาวรจำได้ว่าเป็นผู้ช่วยนายอำเภอที่ชอบรีดไถพวกตน จึงเข้าไปรุมถามว่าหอบอะไรมาขอดูหน่อย

ถาวรที่ขุดเงินใส่กระเป๋าแล้วไม่ยอมให้ดู สุดท้ายเลยถูกพวกนักร่อนพลอยขี้เมารุมกันล่อเสียหมอบกระแตแล้วเอาเงินไป ท่ามกลางเสียงร้องอย่างเจ็บปวดและเสียดายของถาวรที่โลภเสียจนไม่เหลืออะไรเลยนอกจากแผลและความพิการ

ooooooo

ยศเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการจัดงานต้อนรับนายพลเรืองฤทธิ์ เขาเรียกพวกการ์ดมาฟังแผนการว่านอกจากต้อนรับนายพลแล้วยังฉลองชัยชนะที่โค่นจรัญได้ด้วย งานนี้เลยจะให้ทหารพักผ่อนกันเต็มที่ ให้พวกการ์ดทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยแทน

เพื่อไม่ให้พลาด ภูตะวันเข้าไปในครัวลากพรออกมาบอกว่า คืนนี้สาโรจน์จะมาที่นี่ พรตกใจถามว่าศักดาจะถูกฆ่าคืนนี้หรือ ภูตะวันรีบจุ๊ปากให้เงียบ แล้วชี้แจงแผนการกับพรว่า

“ฉันจะคอยดูแลความเรียบร้อยในงาน ส่วนนายคอยเฝ้าอยู่ที่ปากทาง ถ้าเห็นรถขนเสบียงของเถ้าแก่เส็งมาถึงเมื่อไหร่ ก็ปล่อยให้ผ่านไปได้เลยไม่ต้องตรวจค้น”

“เถ้าแก่เส็งก็มีเอี่ยวด้วยเหรอครับ” พรยิ่งแปลกใจ

ทั้งสองคุยกันโดยไม่รู้ว่าสาลี่แอบได้ยิน สาลี่ตกใจมากรีบไปหาเพชรรุ้ง เล่าอย่างตระหนกว่าตนได้ยินนายเสือกับพรคุยกันเกี่ยวกับพ่อเธอ แล้วเล่ารายละเอียดที่ได้ยินมาให้เพชรรุ้งฟัง

ooooooo

สาโรจน์เตรียมตัวออกเดินทางแล้ว รานีถามด้วยความเป็นห่วงว่านอกจากศักดาแล้วจะฆ่าคนอื่นด้วยหรือเปล่า สาโรจน์บอกว่า ถ้าจำเป็น เพราะตนทำเพื่อภูตะวันเพื่อภูผาเพื่อนรักที่ตายไป ตนแค่อยากทวงความ ชอบธรรมให้พวกเขาเท่านั้น

รานีติงว่าเพชรรุ้งเป็นคนดีและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เตือนว่าเขาไม่เคยทำร้ายผู้หญิง เขาลืมไปแล้วหรือ ทำให้สาโรจน์ลังเลใจ แต่พอดีมีเสียงแตรรถดังขึ้นเป็นรถขนเสบียงที่เฮียเส็งนั่งมาด้วย

เฮียเส็งถามสาโรจน์ว่าพร้อมหรือยัง สาโรจน์พยักหน้าหันบอกรานีว่า

“ถ้าพรุ่งนี้ฉันไม่กลับมา เธอต้องรีบหนีไปจากที่นี่ทันที เข้าใจนะ”

“ฉันจะรอ คุณจะต้องกลับมา” รานีพูดอย่างนั้น ทั้งที่ใจไม่ดี มองจนสาโรจน์ขึ้นไปซ่อนตัวบนรถขนเสบียงและรถเคลื่อนออกไปด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

นายพลเรืองฤทธิ์มาถึงไร่ฟ้ารุ่งแล้ว ศักดาต้อนรับอย่างนอบน้อม ยินดี เรืองฤทธิ์ทักทั้งศักดาและยศ ครู่หนึ่งเรืองฤทธิ์หันมอง เพชรรุ้งกับพลอยขวัญที่เดินเข้ามา ศักดาจึงแนะนำลูกสาวทั้งสอง นายพลชมว่าว่าที่เจ้าสาวของณรงค์สวยขนาดนี้นี่เอง ลูกชายตนถึงได้เร่งให้จัดงานแต่งงาน

เวลาเดียวกันนั้น ที่ปากทางเข้าไร่ฟ้ารุ่ง รถขนเสบียงมาถึงแล้ว คนงานจะตรวจ ครกบอกว่าคนกันเองแท้ๆจำเถ้าแก่เส็งไม่ได้หรือ คนงานก็ยังยืนกรานจะตรวจให้ได้เพราะเจ้านายสั่งไว้

พรอยู่แถวนั้นจึงแก้สถานการณ์ด้วยการเข้าไปตรวจเองเปิดๆดูแล้วบอกว่าไม่มีอะไรผ่านได้ แต่พอรถแล่นเข้าไป พรก็อดมองตามด้วยความกังวลใจไม่ได้

เมื่อสาโรจน์เข้าไปที่โรงครัว เจอภูตะวัน ถามว่าทางสะดวกหรือเปล่า

“ศักดากับท่านนายพลกำลังดื่มน้ำชาอยู่ที่หน้าเรือนใหญ่ เราจะเข้าไปทางด้านหลัง” ภูตะวันบอกศักดาพยักหน้า ภูตะวันจึงคอยดูต้นทางให้สาโรจน์แฝงตัวไปยังเรือนใหญ่

ooooooo

ที่มุมรับรองหน้าเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง นายพลเรือง-ฤทธิ์พูดเกริ่นแล้วเอ่ยปากทาบทามสู่ขอเพชรรุ้งให้ลูกชาย พูดกับศักดาแล้วหันไปถามเพชรรุ้งว่าจะว่ายังไง

“ด้วยความยินดีค่ะท่านนายพล รุ้งจะแต่งงานกับคุณณรงค์” เพชรรุ้งตอบทั้งที่ใจร้อนรุ่ม

เรืองฤทธิ์ดีใจที่ลูกชายจะได้มีครอบครัวเสียที ณรงค์เร่งว่าต้องแต่งให้เร็วที่สุด ถูกพลอยขวัญพูดแทรกขึ้นหน้าตาเฉยว่า คงต้องใช้เวลาเตรียมนานมากโดยเฉพาะเรื่องทำใจ คงต้องอีกนานกว่าจะพร้อม

ศักดาปรามพลอยขวัญ เธอเลยทำหน้าเซ็งๆ ณรงค์ยิ้มเยาะที่พลอยขวัญถูกปราม ส่วนเพชรรุ้งใจไม่สงบที่อีกไม่นานต้องแต่งงานกับณรงค์แล้ว

เวลาเดียวกันนั้น ภูตะวันพาสาโรจน์ลอบเข้าไปในห้องทำงานของศักดา สาโรจน์บอกว่าตนจะหลบอยู่ในนี้คอยจัดการศักดาตามแผน ส่วนหลังจากนั้นจะหนีอย่างไรนั้น สาโรจน์ยิ้มขื่นๆบอกภูตะวันว่า

“ฉันมีวิธี แกทำตามที่สั่งก็แล้วกัน”

“ผมไม่อยากให้ลุงฆ่าคนอื่นนอกจากศักดา ลุงรับปากผมได้ไหม” ภูตะวันขอ เมื่อสาโรจน์พยักหน้าเขาจึงเดินออกไปด้วยความโล่งใจไปขั้นหนึ่งว่า เพชรรุ้งจะปลอดภัย

แต่พอเดินออกมาก็เจอเพชรรุ้งเข้า เธอถามว่าขึ้นมาทำอะไรในนี้ ภูตะวันบอกว่าแค่มาตรวจตามหน้าที่เท่านั้น

เพชรรุ้งรู้แผนการของภูตะวันจากสาลี่แล้ว เธอพูดประชดว่าพ่อโชคดีที่มีเขาคอยดูแลความปลอดภัย และตอนนี้ตนก็รู้แล้วว่าเขามาอยู่ที่นี่เพื่ออะไร ภูตะวันเอะใจถามว่าใครบอกหรือ เธอตัดบทว่าตนรู้ก็แล้วกัน

พอดีสาลี่ถือถาดเครื่องดื่มขึ้นมาเห็นทั้งสองคุยกันอยู่ สาลี่รีบก้มหน้าไม่กล้าสบตาภูตะวัน เมื่อภูตะวันเดินออกจากเรือนใหญ่แล้ว ก็หันมองไปอีกครั้งด้วยความกังวลว่าเดี๋ยวจะเกิดอะไรขึ้น

ฝ่ายสาโรจน์ซุ่มอยู่ในห้องทำงานของศักดา เขาเอาปืนออกมาตรวจความพร้อม พึมพำ

“ศักดา...คืนนี้ฉันต้องฆ่าแกให้ได้!”

ooooooo

ความสับสนและความขัดแย้งเขม็งเกลียวขึ้นทุกที เมื่อสาลี่แอบได้ยินแผนการของภูตะวันกับสาโรจน์แล้วไปบอกเพชรรุ้ง เพชรรุ้งรับปากกับสาลี่ว่าจะไม่เอาผิดกับพรแต่ตอนนี้ตนต้องพึ่งคนคนหนึ่ง

ตอนที่ 13

บนเส้นทางออกนอกภูพระกาฬ ศร กรณ์ และไกร พาจรัญขี่ม้ามาอย่างเร็ว แต่แล้วจู่ๆศรก็ตัดสินใจหยุดม้าขวางทางของจรัญไว้ บอกว่า

“เราไม่ไปแล้วพ่อเลี้ยง เราแยกกันตรงนี้”

จรัญซึ่งระแวงอยู่แล้ว บอกให้ศรหลีกทางให้ตน กรณ์แทรกเข้ามาพูดกวนๆว่า เชิญพ่อเลี้ยงตามสบายแต่ต้องทิ้งทรัพย์สินที่ขนมาไว้กับพวกตน

“ไอ้สารเลว นี่พวกเอ็งหักหลังข้างั้นเหรอ” จรัญด่า ชักปืนออกมา แต่ศรยกปืนขู่ไว้ก่อน บอกว่าตอนนี้เรามากันสุดทางแล้ว ขอให้เราแยกกันอย่างสันติเถอะ

ศรพูดเสร็จ กรณ์ก็ยกเท้ายันจรัญตกจากหลังม้า แล้วเข้าค้นเอาทรัพย์สินทั้งที่ตัวและที่กระเป๋าข้างอานม้าซึ่งมีกล่องเครื่องเพชรอยู่มากมาย จรัญยกให้โดยดีแต่เมื่อได้ของแล้วก็ไสหัวไปเสีย

“พวกเราไปแน่   แต่ต้องส่งพ่อเลี้ยงลงนรกเสียก่อน” ศรยกปืนเล็งจรัญ แต่ไม่ทันเหนี่ยวไกเสียงปืนปริศนาก็ดังขึ้น พวกมันทั้งสามหันมองตามเสียงปืน เห็นเดชายืนย้อนแสงอยู่ที่เนินเขา

กรณ์กับไกรชักม้าจะต่อสู้ เดชาสั่งอย่าขยับระยะแค่นี้ตนยิงหัวมันไม่พลาดแน่ กรณ์ไม่ฟังสั่งลุยสามต่อหนึ่ง แต่มันไม่ทันขยับก็ถูกเดชายิงบ่าจนผงะ พร้อมกับร้องท้า

“เอาเลย...ถ้าพวกเอ็งอยากวัดดวงกับข้า ถ้าคิดว่าไวกว่าเดชาคนนี้ละก็ ลงมือได้เลย”

ศรใช้ไม้อ่อน หว่านล้อมว่าพวกเราต่างก็ทำเพื่อผลประโยชน์เขาก็น่าจะเข้าใจ เดชาย้อนเยาะว่า

“แน่นอนไอ้ศร คนอย่างเอ็งข้ารู้จักดี พวกเอ็งเอาถุงเงินไป ส่วนเครื่องเพชรกับไอ้จรัญทิ้งไว้ที่นี่” ศรบอกไกรให้เอาถุงเงินแล้วรีบขึ้นม้า เดชาพูดส่งท้ายว่า “คราวนี้ข้าจะไว้ชีวิตเอ็งเพื่อเห็นแก่มิตรภาพเมื่อครั้งอดีต แต่ถ้ามีคราวหน้าอีกละก็ เอ็งตายแน่ไอ้ศร”

พวกศรพากันขี่ม้าพร้อมถุงเงินไปแล้ว เดชาหันมองจรัญถามว่าไม่แปลกใจใช่ไหม จรัญพูดอย่างเจ็บใจว่า “เอ็งเป็นคนฉลาดเดชา เสียอย่างเดียว เลี้ยงไม่เชื่อง”

“ไม่ต้องห่วงพ่อเลี้ยง ผมจะยังไม่ฆ่าพ่อเลี้ยงตอนนี้ แต่ผมจะใช้ชีวิตของพ่อเลี้ยงเป็นเครื่องเบิกทางกลับสู่ภูพระกาฬ” เดชาพูดอย่างผยอง

ooooooo

ขณะรานีทำแผลให้สาโรจน์อยู่ในป่าภูพระกาฬนั้น หลงขี่ม้ามาส่งเสบียง สาโรจน์ถามถึงสภาพในเมือง หลงบอกว่า เละไม่มีชิ้นดีทั้งคนเจ็บคนตายศพกองรวมกันสูงกว่ารถบรรทุกเสียอีก รานีถามว่าแล้วภูตะวันฆ่าศักดาหรือเปล่า หลงส่ายหน้า สาโรจน์ถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า

“นี่ตะวันก็ลงมือพลาดเหมือนกันเหรอ” พูดอย่างสงสัยว่า “เขาจะพลาดได้ยังไงในเมื่ออยู่ใกล้ศักดาขนาดนั้น ยกเว้นแต่...เขาจะยั้งมือเสียเอง” สาโรจน์หน้าเครียดขึ้นเมื่อพูดประโยคสุดท้าย

เวลาเดียวกัน ที่ห้องนอนศักดา เขาบอกยศว่า พลอยขวัญบอกว่าคนที่จับตัวเธอไปคือสาโรจน์ ยศไม่อยากเชื่อ เพราะสาโรจน์ไม่ใช่คนที่จะเอาคนอ่อนแอกว่าเป็นเครื่องมือ

ศักดาเชื่อว่าคงเป็นเรื่องบังเอิญที่พลอยขวัญไปรู้แผนการของสาโรจน์เข้า บ่นว่างานนี้เมืองภูพระกาฬเกือบต้องพินาศเพราะความแค้นของสาโรจน์ที่ต้องการแก้แค้นให้ภูผา

ศักดาเชื่อว่างานนี้สาโรจน์ไม่ได้ลงมือคนเดียวแน่ ยศถามว่าพลอยขวัญหรือ ศักดาส่ายหน้าพูดแค่ว่า “ฉันสังหรณ์ใจว่า บางที คนคนนั้นอาจจะเป็นคนที่เราคาดไม่ถึงก็ได้”

ขณะนั้นเอง สาลี่มาเคาะประตูบอกว่านายเสือมาแล้ว พลางหลีกทางให้ภูตะวันเข้าไป ศักดายิ้มรับอย่างเป็นมิตร บอกว่า ดูเหมือนเรามีเรื่องต้องพูดกันเป็นการส่วนตัว

ยศออกไปอย่างรู้หน้าที่ เมื่ออยู่กันตามลำพัง ศักดาพูดถึงตอนที่เขาฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นภูตะวันยกปืนเล็งเขาอยู่ ภูตะวันแก้ตัวว่าตนตกใจเสียงระเบิดเท่านั้น ศักดาผสมโรงว่าตนเองยังผวาเลย แล้วขอบใจที่เขาช่วยตนไว้

“คุณก็ช่วยผมไว้เหมือนกัน”ภูตะวันฝืนยิ้ม

“ฉันยอมรับว่า ก่อนหน้านั้นฉันเคยระแวงนาย แต่ตอนนี้ไม่แล้ว”พูดแล้วกุมมือภูตะวันไว้ “นายคือเพื่อนแท้ของฉันนายเสือ ฉันอยากให้นายอยู่เคียงข้างฉันและไร่ฟ้ารุ่งตลอดไป”

ภูตะวันสบตาศักดา ศัตรูคู่แค้นที่เขาตามหาเพื่อหมายฆ่าอย่างสับสน...

ตกเย็นภูตะวันไปยืนมองพระอาทิตย์ตกดินที่หน้าถ้ำภูอุษา สิงห์ตามไปเจอพร้อมเหล้าขวดเล็กๆชวนดื่มตามประสาคนอกหักเหมือนกัน ภูตะวันรับไปดื่มดับกลุ้มทันที สิงห์เห็นหมดขวดก็ส่งให้อีกขวด

“นี่พกมากี่ขวดกันแน่วะ”ภูตะวันมองหน้าถาม

“ก็บอกแล้วไงว่าฉลอง...แด่ชัยชนะและหัวใจอันร้าวราน” ทั้งคู่ยกขวดเหล้าชูแล้วดื่มอั้กๆๆกะเมากันให้เต็มคราบ

ooooooo

เดชาจับจรัญมัดมือแล้วให้ขี่ม้าอีกตัว พากลับมาหาบุหลันที่จุดนัดพบที่ลานผาแถวประตูเมืองภูพระกาฬ พอจรัญเห็นบุหลันก็พูดอย่างแค้นใจว่า นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ก็มากชู้อยู่แถวนี้นี่เอง

บุหลันตรงเข้าเหวี่ยงหมัดใส่จนจรัญหน้าหงาย บอกเดชาว่าตนจะฆ่าจรัญพลางขอปืน

“อย่านะบุหลัน เราจะฆ่ามันไม่ได้ ถ้ายังอยากกลับไปที่ภูพระกาฬเราต้องส่งตัวมันให้ศักดา”บุหลันถามว่าจะกลับไปทำไมอีกเราไม่เหลืออะไรที่นั่นแล้ว จรัญแทรกขึ้นว่าสู้ไปตั้งตัวที่อื่นดีกว่า

“ฟังฉันนะบุหลัน เราต้องกลับไปที่ภูพระกาฬ”บุหลันถามว่าทำไม“เพราะมันเป็นของเรา จริงอยู่ เราไปตั้งต้นที่อื่นได้ ไปทำไร่ไปทำมาค้าขาย แต่เพื่ออะไรล่ะบุหลัน ในเมื่อทุกอย่างที่เป็นของเรามันอยู่ในภูพระกาฬ ทรัพย์สินของไอ้จรัญที่มันปล้นมาจากครอบครัวของเธอ เธอไม่อยากได้มันแล้วหรือ ไร่ฟ้ารุ่งกับข่าวลือเรื่องสายแร่พลอยนั่น เธอไม่อยากรู้คำตอบเหรอว่ามันมีจริงรึเปล่า”

บุหลันถามว่าเขามีวิธีหรือ ติงว่าเราต้องไปนับหนึ่งกันใหม่เลยนะ เดชาขอโอกาสตนอีกครั้ง รับรองว่า คราวนี้ตนไม่พลาดแน่

ooooooo

คืนนี้ พลอยขวัญนั่งซึมอยู่ที่ห้องรับแขกเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง คิดถึงคำพูดของสาโรจน์ที่ว่า “ศักดาเป็นฆาตกร มันเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของเธอ” คิดแล้วก็สับสน จนเพชรรุ้งเข้ามาเธอตัดสินใจคุย

“ฉันมีเรื่องหนึ่งอยากจะถามพี่ แต่พี่ต้องสัญญาก่อนว่าจะต้องพูดความจริง” เมื่อเพชรรุ้งพยักหน้าพลอยขวัญถามว่า “พ่อแม่ของฉันเป็นใคร”

เพชรรุ้งติงว่าแต่ก่อนไม่เคยเห็นถามเรื่องนี้ พลอยขวัญบอกว่าตนเคยถามพ่อแต่พ่อก็โกหกตนมาตลอด “ฉันรู้ ทุกคนก็รู้ว่าฉันไม่ใช่ลูกพ่อ แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงต้องปกปิดเรื่องนี้”

ในที่สุดเพชรรุ้งจึงเล่าให้ฟังว่า “ลุงภูผากับป้าอุษาเป็นเพื่อนรักของพ่อ และเป็นเจ้าของไร่ฟ้ารุ่ง ทั้งสองคนถูกพวกโจรฆ่าตายตอนที่ขวัญลืมตาดูโลก”

“แค่นั้นเองเหรอ พี่รู้แค่นั้นจริงๆ เหรอ”

“ยังมีอีกอย่างหนึ่ง...พลอยขวัญมีพี่ชายแท้ๆ ชื่อว่าตะวัน สมัยที่พี่ยังเด็ก เขาเป็นเพื่อนรักของพี่ เป็นคนที่พี่ไว้ใจมากที่สุด แต่หลังจากเกิดเรื่องเขาก็หายสาบสูญไป”

“ตะวัน...พี่ตะวัน...” พลอยขวัญพึมพำอย่างสังหรณ์ใจ แล้วเธอก็ตัดสินใจไปที่หน้าเรือนพักการ์ดเจอสิงห์กับภูตะวัน เดินเมากลับมาพอดี เธอเข้าไปหาภูตะวันบอกว่ามีเรื่องจะพูดด้วย สิงห์จึงแยกตัวไปอย่างเซ็งๆ

พลอยขวัญเริ่มด้วยการบอกภูตะวันว่า มีเรื่องหนึ่งที่ตนไม่ได้บอกให้พ่อรู้ คือตนเห็นเขากับรานีอยู่กับมือปืนที่ชื่อสาโรจน์ ย้ำขู่ภูตะวันว่า ถ้าตนรายงานเรื่องนี้พ่อต้องสงสัยเขาแน่ๆ แล้วถามว่า

“บอกฉันหน่อยได้ไหมนายเสือ ตกลงนายรู้เห็นเป็นใจกับสาโรจน์หรือเปล่า”

ภูตะวันบอกว่าตนไม่รู้จักคนชื่อสาโรจน์ พลอยขวัญย้ำว่าตนต้องการความจริง ภูตะวันยืนยันว่าตนพูดความจริง เธอจ้องอย่างจับผิดก่อนบอกว่า

“นอกจากนายสิงห์ก็มีแต่นายเท่านั้นที่ดีกับฉันมากที่สุด แต่นายสิงห์ทำไปก็เพราะรักฉัน ส่วนนาย...นายทำเพื่ออะไร”

เมื่อภูตะวันบอกว่าเพราะเธอเป็นเจ้านาย พลอยขวัญไม่เชื่อ ดักคอว่าเขาดีเกินกว่านั้น เพราะเวลาที่เขาช่วยตนนั้นไม่เคยแตะน้องต้องตัวตนเลย ถามว่า ทำไม ภูตะวันบอกว่าตนชอบเธอเหมือนกัน แต่ตนคงไม่กล้าทำแบบสิงห์

พลอยขวัญลองใจเขาด้วยการอนุญาตให้เขาจูบ ให้เขากอด หรือทำอะไรก็ได้เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้โกหก พลางเดินเข้าหา เบียดตัวเข้าไป แต่ถูกภูตะวันดันตัวออกไปบอกว่าเขาไม่ต้องการแบบนั้น

“นายมีเรื่องปกปิดฉันนายเสือ ความลับของนาย สักวัน ฉันต้องรู้ให้ได้” พูดแล้วผละออกไป

สิงห์มองอยู่เขานึกว่าพลอยขวัญผละไปอย่างคนรักที่งอนกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจที่พลอยขวัญยังหลงภูตะวันไม่เลิก แล้วดื่มต่ออย่างยอมเมาตายเพื่อดับกลุ้ม

ooooooo

วันต่อมา บุหลัน เดชา และจรัญ พี่พักอยู่แถวลานผาประตูเมือง บุหลันปลุกจรัญให้ตื่นเพราะได้เวลาเดินทางแล้ว จรัญถามว่าจะพาตนไปไหน เดชาเดินเข้ามาตอบแทนบุหลันว่า

“ไร่ฟ้ารุ่ง คุณศักดากำลังรอแกอยู่” จรัญติงว่านั่นมันแดนประหารชัดๆ “สำหรับแกคงใช่ แต่สำหรับฉัน มันคือขุมทรัพย์”

ขณะที่เฮียเส็งกำลังดูแก้วที่นอนหลับพักฟื้นอยู่บนเตียงด้วยความเวทนาว่าไม่รู้เวรกรรมอะไรถึงต้องมาโดนลูกหลงกับเขาด้วย สมใจเห็นด้วยเป็นห่วงว่าขืนให้แก้วอยู่อย่างนี้ต่อไป คงต้องตายเข้าสักวัน

ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงชาวบ้านตะโกน “ฆ่ามัน...ฆ่ามัน...” อื้ออึงอยู่ข้างนอก เฮียเส็งลุกไปดูจึงเห็นว่า ชาวบ้านกำลังฮือกันเข้ามาขับไล่ สาปแช่งจรัญที่ถูกมัดมือให้เดินตามเดชากับบุหลันที่ขี่ม้าเข้ามาในเมือง เดชาเห็นสมใจก็ตะโกนสั่งความว่า

“ฝากไปบอกคุณศักดาด้วยว่า เดชาทำงานสำเร็จแล้ว ขอให้รักษาคำพูดด้วย”

เวลาเดียวกันนั้น ณรงค์กับเรียวนั่งรถจากไร่ฟ้ารุ่งมุ่งสู่เมืองภูพระกาฬ เรียวสบถอย่างแค้นใจว่า

“ไอ้เดชามันร้ายจริงๆ ปล่อยให้เรากับจรัญสู้กันแทบตาย เสร็จแล้วก็ชุบมือเปิบ”

“คุณศักดารับปากว่าจะให้มันกลับมาอยู่ที่ไร่ฟ้ารุ่ง เราคงต้องปล่อยมันไปก่อน ไว้เรื่องเงียบเมื่อไหร่แล้วค่อยจัดการฆ่ามันเสีย” ณรงค์แววตาเหี้ยม เจ้าเล่ห์

เมื่อเดินทางมาถึงที่ว่าการอำเภอภูพระกาฬ ณรงค์มองจรัญที่ถูกขังอยู่นิดหนึ่งแล้วจึงเดินไปหาเดชา พูดทันทีว่า “ถึงคุณศักดาจะยกโทษให้แก แต่ฉันไม่ สักวันฉันต้องเล่นงานแกแน่”

เดชาหว่านล้อมว่าเรื่องมันแล้วไปแล้ว เรามาเริ่มต้นกันใหม่ดีกว่า แต่ณรงค์ไม่แยแส เดชายิ้มเหมือนจะรู้ทันแล้วเดินไปคว้ากล่องเครื่องเพชรที่บุหลันกำลังหยิบดูอย่างชื่นชม เอามาให้เดชาทั้งกล่องบอกว่า

“แทนคำขอโทษและเพื่อยืนยันถึงความภักดีที่ผมจะให้คุณนับจากนี้”

ณรงค์ลังเลอึดใจแล้วถามว่าต้องการอะไร เดชาพูดเบาลงว่า “ภูพระกาฬต้องการผู้รักษากฎหมายคนใหม่” ณรงค์ดักคอว่าอย่าบอกนะว่าอยากกลับตัว “เปล่า...แต่ผมจะช่วยคุณตามหาขุมทรัพย์ต่างหาก สายแร่พลอยในไร่ฟ้ารุ่ง คุณไม่อยากรู้เหรอว่ามันอยู่ที่ไหน”

แค่นั้นเอง ณรงค์ก็เงียบไป จรัญมองทั้งสองแล้วหัวเราะออกมากับพฤติกรรมเจ้าเล่ห์แสนกลของเดชา

ooooooo

ส่วนที่ไร้ฟ้ารุ่ง สิงห์ สมใจ พร และภูตะวัน พากัน มาพบศักดาเมื่อรู้ข่าวจากเดชา สิงห์บอกศักดาว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะให้เดชากลับมาอยู่ที่นี่ พรเห็นด้วยเพราะเดชาเป็นตัวปัญหา ส่วนสมใจเชื่อว่าเดชามาอยู่ที่นี่ต้องก่อปัญหาแน่ๆ

ตอนที่ 12

ศักดากลับไปนั่งเครียดในห้องทำงานที่เรือนใหญ่ ครู่หนึ่งณรงค์กับเรียวมาหา ณรงค์เสนอว่า เราควรฆ่าเดชาเสียเพราะเป็นตัวอันตราย

ศักดาบอกว่า เดชาเป็นลูกชายของยศคนสนิทของตน ตนทำแบบนั้นไม่ได้ ณรงค์ตัดบทว่างั้นไว้ให้เสร็จการเมื่อไรตนจะมาถามเรื่องนี้อีกที ศักดาเห็นด้วย แต่เรียวยืนขึ้นโพล่งออกมาว่า

“งูพิษยังไงก็คืองูพิษคุณศักดา ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไม่ใจอ่อน”

เดชาถูกเอาตัวไปขังในกรงที่โรงเลี้ยงม้า โดยมีพรกับสมใจคุมอยู่อย่างเข้มงวด

ครู่หนึ่งยศมาบอกพรกับสมใจให้ออกไปก่อน ตนมีเรื่องอยากคุยกับเดชาตามลำพัง เมื่อทั้งสองออกไปแล้ว ยศนั่งลงตรงหน้าเดชา เอาอาหารออกมาบอกให้กินเสีย คงหิวมากแล้ว

“ไม่ต้องมาเล่นละครหรอกน่า พ่อคงสะใจใช่ไหมล่ะที่เห็นผมเป็นแบบนี้” เดชาตวาด

ยศพูดอย่างสะเทือนใจว่าพูดอะไรออกมา ตนเป็นพ่อ เป็นห่วงเขามาก เดชาท้าว่างั้นก็ปล่อยตนไปเสีย ขืนอยู่ต่อไปมีหวังโดนประหารแน่

“ฉันทำไม่ได้” ยศเสียงอ่อย ถูกเดชาด่าว่าไม่รักตนจริง เพราะตนเป็นแค่ลูกติดแม่มาเท่านั้น ทำให้ยศโกรธขึ้นมาเสียงเข้มใส่ว่า “แกเลิกบ้าได้รึยังเดชา นี่แกดูไม่ออกรึไงว่าฉันเสียใจแค่ไหนที่เห็นแกมีสภาพแบบนี้...แกเป็นคนเก่ง แกมีฝีมือ ทำไมแกต้องทำร้ายตัวเองด้วย”

“ผมไม่อยากเป็นเหมือนพ่อ ที่ต้องก้มหัวให้คนอื่นไปชั่วชีวิต”

“แกมันไม่เคยรู้สำนึกจริงๆ แกมันกู่ไม่กลับแล้วลูกพ่อ...” ยศพูดอย่างปวดร้าวสะเทือนใจ

ooooooo

คืนนี้ เฮียเส็งกับครกพากันแปลกใจระคนตกใจ เมื่อเห็นสาโรจน์เดินขากะเผลกเข้ามาแล้วเดินขึ้นชั้นบนไปเงียบๆ  เมื่อเฮียเส็งรีบตามขึ้นไปถามว่าบ้ารึเปล่า เข้ามาในนี้ได้ยังไง ทหารกำลังตามล่าอยู่ไม่รู้หรือว่าตัวเองเป็นตัวอันตราย

สาโรจน์พูดนิ่งๆว่าเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือ ตนได้ข่าวมาว่าพรุ่งนี้จรัญกับศักดาจะเจรจากันที่นี่  เฮียเส็งถามว่า

“เอ็งต้องการอะไรวะ”

“ตามสไตล์เถ้าแก่ ฆ่าให้หมด” เฮียเส็งถามว่าเพื่ออะไร “ความยุติธรรม เพื่อให้แผ่นดินภูพระกาฬมันสูงขึ้น”

“เป๋แบบนี้ เอ็งยังคิดจะสู้อีกเหรอวะ” เฮียเส็งถามเห็นสาโรจน์ยิ้มเหี้ยม

เฮียเส็งจัดการให้สาโรจน์ไปพักที่ร้านเฮียจุ้ยที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับโรงแรม เมื่อพาไปพักที่นั่นแล้ว เฮียเส็งถามตรงๆว่าที่ทำครั้งนี้เพื่อภูผาใช่ไหม เตือนสาโรจน์อย่างเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนว่า

“ข้ารู้ว่าสิ่งที่ไอ้จรัญกับไอ้ศักดามันทำไว้ มันคือความผิดที่ต้องชดใช้ แต่ว่ามันจะได้อะไรขึ้นมาวะ สนองตัณหา สนองความแค้นของเอ็งงั้นเหรอ”

“ถามซอกแซกน่ะเถ้าแก่” สาโรจน์ทำเสียงรำคาญ

“ก็เอ็งไม่คิดจะอยู่อย่างสงบบ้างรึไงวะสาโรจน์ แต่งงานมีลูกมีเมียเหมือนชาวบ้าน เอ็งเคยคิดบ้างไหม...ถามจริงๆ เหอะ เอ็งเคยมีความรักกับเขาบ้างรึเปล่าวะ”

คำถามนี้ทำเอาสาโรจน์อึ้งไป จ้องหน้าเฮียเส็งตอบด้วยสายตาว่า...มีสิวะ...

ooooooo

เมื่อกลับไปที่วิไลบาร์เจอรานีที่กลางบันได รานีถามอย่างไม่สบายใจว่าหายไปไหนมา สาโรจน์บอกว่าไปดูลาดเลานิดหน่อย ครั้นเธอถามว่าจะลงมือพรุ่งนี้เลยหรือ เขาพยักหน้า เธอถามอีกว่าแล้วหลังจากนั้นจะหนีไปไหนจะพาตนไปด้วยหรือเปล่า หรือจะทิ้งไว้เหมือนเมื่อก่อน

สาโรจน์มองหน้ารานีนิ่ง พูดอย่างตรึกตรองว่า เธอควรมีชีวิตที่ดีกว่านี้ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงตายกับตน รานีอ้อนวอนอย่างเจ็บปวดให้พาตนไปด้วยอย่าทิ้งตนไปอีก คำตอบที่ทำให้เธอเจ็บปวดยิ่งกว่าคือ

“ฉันทำไม่ได้รานี ฉันเป็นมัจจุราช ฉันเกิดมาเพื่อฆ่า ไม่ใช่เพื่อความรัก”

ความเสียใจทำให้รานีผลักเขาอย่างแรง ทำให้สาโรจน์เสียหลักและเพราะขาข้างหนึ่งเขาเสียจึงไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ เขาหงายหลังตกบันไดไปอย่างแรง รานีตกใจรีบลงไปประคองเขา ระล่ำละลักขอโทษ แต่แล้วเธอก็ชะงัก เมื่อขากางเกงข้างหนึ่งของสาโรจน์ถลกขึ้นมา ทำให้เธอเห็นว่า ที่แท้ขาข้างนั้นของเขาเป็นขาปลอม ทำด้วยไม้!

“ขา...ขาของคุณ...”

“ฉันเป็นคนพิการรานี ฉันไม่มีอะไรที่คู่ควรกับเธอ” สาโรจน์สลดจนน่าสงสาร

รานีนิ่งไปอย่างนึกเดาเรื่องราวของเขาได้ แต่เธอก็พูดอย่างมั่นใจว่าตนไม่ได้ต้องการแบบนั้น  ตนรักเขาขอร้องให้อยู่ด้วยกัน ร้องไห้สะอึกสะอื้น ขอร้องเขาว่า

“คุณสู้กับศัตรูมามาก คุณเอาชนะได้เสมอ ทำไมคุณสู้เพื่อความรักสักครั้งไม่ได้ คุณสู้กับมันเพื่อฉันได้ไหมสาโรจน์ ฉันขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว...ทำเพื่อฉัน...ได้โปรด ได้โปรดเถอะสาโรจน์”

“รานี...ฉันรักเธอ ได้ยินไหม ฉันรักเธอรานี...ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยมีใครนอกจากเธอ” รานีพยักหน้าทั้งน้ำตา สาโรจน์กอดเธอไว้แนบแน่น ด้วยความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ของความรัก...

ooooooo

ใน​ที่สุด ยศ​ก็​ทน​ไม่ได้ เขา​แอบ​ไป​ช่วย​พาเดชา​หนี แต่​ถูก​ศักดา​ตาม​มา​จับ​ได้ ยศ​อ้อนวอน​ขอ​ให้​ไว้​ชีวิต​เดชา หรือ​ไม่​ก็​ฆ่า​ตนทิ้ง​เสีย ตน​ไม่​ยอม​ให้​ใคร​ทำร้าย​เดชา​เด็ดขาด

ตอนที่ 11

แม้จะกลัวว่างานที่ทำครั้งนี้ถ้าพลาดอาจถูกแขวนคอ แต่เมื่อเข้าตาจนและมีผลประโยชน์ร่วมกัน เดชาตัดสินใจเข้าไปหาจรัญในห้องทำงาน เจอจรัญกำลังเก็บทรัพย์สินอยู่พอดี มีปืนวางอยู่บนโต๊ะทำงาน

แม้จะไม่ไว้ใจเดชา แต่ในยามนี้จรัญก็ยังหวังจะพึ่งได้ เขาถามเดชาว่าข้างนอกตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เดชาบอกว่ายังอึมครึม พวกทหารมาลาดตระเวนอยู่บ่อยๆ ท่าทางคงกลัวว่าเราจะเล่นไม่ซื่อ

“งานนี้ ฉันคงต้องถอยไปตั้งหลักแล้วจริงๆ ทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดก็คงต้องขนไปเท่าที่จะขนได้ ส่วนกิจการกับที่ดิน ก็คงต้องยกให้พวกมัน” พูดแล้วหยุดมองหน้าเดชาถาม “ฉันไว้ใจแกได้ใช่ไหมเดชา”

เดชาย้อนถามว่าทำไมถามแบบนี้ มีคนใส่ร้ายตนหรือ

“ฉันอยากให้แกคุ้มกันฉันกับบุหลันจนกว่าจะหนีออกนอกเมือง แต่ว่า ไอ้ก้อนมันย้อนมาเตือนฉันเมื่อไม่กี่คืนก่อน มันหาว่าแกกับบุหลันแอบสวมเขาให้ฉัน”

ขณะพูดจรัญมองเดชาอย่างจับผิด เดชาระแวงขยับจะจับปืนตัวเอง แต่เห็นจรัญเหลือบมองปืนของเขาบนโต๊ะเช่นกัน มันเลยทำใจเย็นสู้เสือ บอกจรัญว่า ก้อนอิจฉาตน คงอยากได้ตำแหน่งคืนเลยยุให้เราแตกกัน

“ฉันก็ว่าอย่างนั้น” จรัญยิ้มนิดๆ พลางหยิบปืนเก็บใส่ซองพก เดชาเห็นแล้วแอบโล่งใจ

พอออกจากห้องทำงานของจรัญ เดชาตรงไปหาบุหลันที่ห้องนอนของเธอผลักประตูเข้าไป บุหลันตกใจมากถามว่าจะบ้าหรือ ทำไมทำอย่างนี้

“เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วบุหลัน ไอ้จรัญมันไหวตัวแล้ว” เดชาเล่าอย่างตระหนก บุหลันถามว่ามีหลักฐานอะไร “เชื่อฉันสิ ฉันอ่านแววตาของมันออก มันกำลังระแวงฉัน”

บุหลันยังใจเย็นบอกว่าคนจนตรอกอย่างจรัญก็ระแวงทุกคนนั่นแหละ แต่เดชาถอดใจแล้ว ย้ำว่า เราต้องเปลี่ยนแผน ตนไม่เสี่ยงตายไปฆ่าจรัญตอนนี้เด็ดขาด

“แล้วเธอจะเอายังไง” บุหลันถาม เดชากลอกตาลอกแลก พอนึกอะไรได้ก็กระซิบบอกบุหลันทันที

ooooooo

สาลี่เป็นห่วงพลอยขวัญ วันนี้ก็ขึ้นไปเรียกเพราะเธอไม่ทานอาหารทั้งเมื่อคืนและเช้านี้ เรียกอยู่นานก็เงียบ เอะใจผลักประตูเข้าไป ไม่มีพลอยขวัญอยู่ในห้องแล้ว

สาลี่ตกใจรีบไปหาภูตะวันที่บ้านพักของการ์ด เมื่อรู้ว่าไม่มีใครเห็นพลอยขวัญตั้งแต่เมื่อคืน ภูตะวันสั่งการ์ดให้แยกย้ายกันออกตามหา ถ้าภายในครึ่งชั่วโมงยังไม่ได้ข่าวค่อยรายงานศักดา

สมใจถามว่าแล้วพวกทหารล่ะ สิงห์ห้ามบอกเด็ดขาดระแวงว่าเผลอๆ พวกนั้นอาจเป็นตัวการก็ได้

“อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย รีบไปกันเถอะ” ภูตะวันเร่ง

พลอยขวัญยังอยู่กลางป่าละแวกไร่ฟ้ารุ่ง สาโรจน์ไปหาผลไม้มาให้เธอรองท้อง แต่พอเขากลับมาถูกพลอยขวัญคว้าไม้ฟาดเต็มแรง โชคดีที่เป็นไม้ผุเลยไม่เป็นไร พอตั้งสติได้ เธอถามงงๆ

“เมื่อคืนนายเป็นคนช่วยฉันเอาไว้เหรอ”

สาโรจน์พยักหน้าบอกว่าเดี๋ยวจะพาไปส่ง ถามว่าบ้านเธออยู่ไหน พอรู้ว่าอยู่ไร่ฟ้ารุ่ง สาโรจน์เปลี่ยนใจเป็นขอไปส่งแค่ครึ่งทางก็แล้วกัน

ooooooo

เพราะสาโรจน์เอาผ้าคาดหน้าไว้ทำให้พลอยขวัญคะเนอายุไม่ถูก ที่เห็นชัดๆก็แค่เขาเดินกะเผลก ครั้นถามว่าทำไมต้องคาดหน้าไว้อย่างนั้น สาโรจน์บอกว่าตนมีเจ้าหนี้เยอะเลยต้องหลบๆไว้ก่อน

พลอยขวัญอยากให้เขาไปส่งถึงบ้าน ล่อใจว่าพ่อตนรวยถ้าไปส่งถึงบ้านรับรองพ่อต้องตอบแทนเขาไม่อั้น ถามไปถามมาจึงรู้ว่าเธอคือลูกของศักดา สาโรจน์ถามชัดลงไปว่าเธอคือเพชรรุ้งหรือ

“เปล่า ฉันคือพลอยขวัญ ลูกสาวคนเล็กของนายใหญ่ศักดาต่างหาก”

นี่เอง ทำให้สาโรจน์นึกได้ว่าเคยเห็นเธอตอนไป เจรจากับศักดาที่โรงแรมสันติภาพ แต่พอพลอยขวัญถามว่ามีอะไรไหม เขาบอกว่าไม่มี แค่รู้สึกคุ้นหน้าเธอเท่านั้นเอง

ooooooo

ณรงค์หนีกลับมาถึงห้องพัก เรียวเข้ามารายงานว่าพลอยขวัญยังไม่กลับ พวกการ์ดกำลังตามหากันอยู่ ณรงค์แช่งให้ตายๆไปเสีย เพราะขืนเธอปากโป้งเรื่องเมื่อคืนมีหวังตนซวยแน่

เรียวถามว่าคนที่มาช่วยพลอยขวัญเป็นใคร ณรงค์เองก็ไม่รู้แต่เห็นใช้ปืนติดตราทหารสังกัดเดียวกับเรา พูดแล้ว เอะใจว่า น้ำเสียงของคนนั้นคงมีอายุพอสมควรแถมยังรู้จักชื่อตนด้วย เรียวสงสัยเป็นทหารเก่า

“บางที พ่อฉันอาจจะรู้จักกับมันก็ได้” ณรงค์ฉุกคิดขึ้นมาได้

ที่ชายป่าละเมาะ สิงห์ควบม้าตามหาพลอยขวัญป้องปากตะโกนเรียก จนเห็นเธอยืนมองอะไรอยู่ สิงห์กระโดดลงจากหลังม้า ถามว่าเกิดอะไรขึ้น หายไปไหนมาทั้งคืน

“ไม่มีอะไรหรอก เรากลับกันเถอะ” พลอยขวัญตอบเรียบๆแล้วเดินกลับไปที่ม้า

สิงห์อดไม่ได้มองตามสายตาเธอเมื่อครู่นี้ เห็นชายคนหนึ่งกำลังขี่ม้ากลับเข้าไปในป่า สิงห์มองอย่างแปลกใจ จังหวะนั้นเอง สิงห์ก็ต้องแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเมื่อได้ยินเสียงนกเหยี่ยวร้อง

ที่อีกมุมหนึ่ง ภูตะวันขี่ม้าตามหาพลอยขวัญเช่นกัน เขาเห็นนกเหยี่ยวบินผ่านไปมาแถวนั้น นึกเอะใจ จึงลองเป่าปากดู ปรากฏว่านกเหยี่ยวตัวนั้นได้ยินเสียงก็บินโฉบต่ำลงมาทักทายทันที

“อาสาโรจน์” ภูตะวันพึมพำอย่างตื่นเต้น

ooooooo

สาโรจน์มาถึงหน้าวิไลบาร์ตอนสายของอีกวัน รานียังนอนไม่ตื่น ได้ยินเสียงกุกกักเธอคว้าปืนลุกมา เห็นประตูถูกปิดอ้าอยู่ เธอเชื่อว่าต้องเป็นพวกหัวขโมย ร้องท้าให้มันออกมาเดี๋ยวนี้

พลันเธอก็รู้สึกว่ามีคนมายืนอยู่ข้างหลัง พอหันไปก็ตื่นเต้น จนซ่านไปทั้งตัวเมื่อเห็นเป็นสาโรจน์ เธอปลดผ้าคาดหน้าเขาออก ความดีใจ เสียใจ ประดังประเดเข้ามา เธอตบหน้า เขาฉาดใหญ่

“สาโรจน์ ทำไมเพิ่งโผล่มาป่านนี้ ไหนคุณสัญญาว่าจะพาฉันไปจากที่นี่ แล้วคุณ...คุณทิ้งฉันไว้ทำไม คุณทิ้งฉันไว้ได้ยังไงสาโรจน์”

รานีสะอื้นอย่างอัดอั้น พูดเสียงเครือสะท้านอย่างสะเทือนใจว่า

“คุณรู้ไหมว่าฉันรอคุณมานานแค่ไหน ฉันรอคุณเหมือนคนบ้า แต่คุณไม่เคยส่งข่าวมาหาฉันเลย คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร...”

“ฉันอยากให้เธอลืมฉัน”

“ไม่มีทาง...ชาตินี้ทั้งชาติ ชีวิตนี้ทั้งชีวิต ฉันไม่มีวันลืมคุณเด็ดขาด” รานีร้องไห้จนพูดไม่ออก

สาโรจน์ได้แต่กอดเธอไว้ในวงแขนที่แข็งแรง...

ooooooo

วันนี้ จรัญเรียกศร กรณ์ และไกรมาหาที่ห้องทำงาน เขาดื่มจนเริ่มมึนๆ ถามความสัมพันธ์ของทั้งสามคนกับเดชาแล้ว พอรู้ว่าศรทำงานกับเดชา

มานานที่สุดคือสองสามปี ส่วนกรณ์กับไกรเพิ่งเจอกันไม่นาน จรัญถามทั้งสามว่า เป็นคนชอบหักหลังคนอื่นหรือเปล่า

ทั้งสามพากันตกใจ งง จนเมื่อจรัญบอกว่าถ้าจ้างพวกเขาเล่นงานเดชา จะตกลงไหม พูดพลางเอาเงินออกมาวางบนโต๊ะสามปึก ทั้งสามมองเงินแล้วสบตากันอย่างหนักใจ

ที่เรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง พลอยขวัญกลับมาแล้ว ศักดาถามว่าเมื่อคืนหายไปไหน เธอบอกว่าแค่รู้สึกเบื่อๆ ออกไปเผชิญภัยนิดหน่อยเลยหลงป่า

“เอาเถอะ ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกละกัน ไม่งั้นจะต้องถูกพ่อทำโทษ” ศักดาเตือน เมื่อพลอยขวัญทำท่าจะ

เดินไป ยศรีบลุกถามว่าเมื่อคืนมีคนร้ายบุกไปลอบยิงณรงค์ที่เรือนเล็กพอทราบเรื่องไหม เธอตอบทันทีว่า “ไม่!”

ยศอ่านแววตาเธอออกจึงไม่ซักถามอะไรอีก แต่ศักดาได้ฟังได้เห็นท่าทีของพลอยขวัญแล้วเขาปะติดปะต่อเรื่องเมื่อคืนได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

เมื่อพลอยขวัญลงบันไดบ้านมา ก็เจอณรงค์ยืนควงกุญแจมือท่าทางกวนๆ ถามว่าตกลงฟ้องพ่อแล้วหรือยัง เธอย้อนถามว่าคิดว่าฟ้องแล้วหรือยังล่ะ ณรงค์พูดขู่ว่า

“ไม่รู้สิ ฉันเองก็ลังเลอยู่ว่าจะจับเธอข้อหาพยายามฆ่าอยู่เหมือนกัน...จับซะดีไหม”

พลอยขวัญจ้องหน้าถามว่าคิดหรือว่าตนจะกลัวคนอย่างเขา ณรงค์ย้อนถามว่าเมื่อคืนยังไม่เข็ดหรือ รึว่าต้องให้ตนทำหน้าที่ผัวเธอจริงๆเสียก่อนถึงจะยอมเชื่อ

“แกไม่มีโอกาสนั้นหรอกไอ้ณรงค์ เพราะฉันต้องหาทางฆ่าแกอีกแน่...ฉันถึงไม่บอกใครเรื่องเมื่อคืนไงล่ะ”

พลอยขวัญทำหน้ากวนยื่นเข้าไปเย้ย

ณรงค์กระชากพลอยขวัญอย่างแรง เธอตบหน้าเขาเพียะ ทำให้เขาบันดาลโทสะจับเหวี่ยงไปกระแทกโซฟา จังหวะนั้นเอง สิงห์โผล่เข้ามาพอดี สิงห์รีบเข้าประคอง

พลอยขวัญถามว่าเป็นยังไงบ้าง เธอไม่ตอบ แต่มองหน้าณรงค์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

สิงห์มองณรงค์ถามว่าทำแบบนี้ทำไม ณรงค์โบ้ยให้ถามพลอยขวัญเอาเองว่าอยากแส่หาเรื่องก่อนทำไม พูดแล้วเดินกร่างไปอย่างไม่ไยดี สิงห์ไม่ยอมเดินตามไป เรียกให้กลับมาขอโทษคุณหนูของตนเดี๋ยวนี้

พลอยขวัญร้องห้ามสิงห์ แต่เขาเดินตามณรงค์ไปจนถึงหน้าเรือนเล็กไร่ฟ้ารุ่ง บอกให้ไปขอโทษคุณหนู ณรงค์ถามกวนๆว่า แล้วถ้าตนปฏิเสธล่ะ

“ผมจะลากคอคุณไปเอง!” สิงห์ปราดเข้าหาทันที ถูกณรงค์ยิงหมัดใส่ แต่ก็ถูกสิงห์ตอบโต้แล้วล็อกตัวไว้เพื่อลากกลับไปเรือนใหญ่ พลอยขวัญตามมาทันร้องบอกสิงห์ให้พอแล้ว ปล่อยเขาไป

แต่สิงห์เลือดขึ้นหน้าแล้ว เขาลากณรงค์ไปแม้จะถูกต่อยไปหลายหมัดก็ไม่ยอมปล่อย แต่ก่อนที่จะถึงเรือนใหญ่ สิงห์ก็ถูกเรียวโผล่มาซัดหมัดเข้าเต็มๆเข้าชิงตัวณรงค์ไป ซ้ำยังถูกณรงค์ใช้ด้ามปืนตบหน้าจนคว่ำแล้วเอาปืนเล็งพลอยขวัญขู่ไม่ให้ตาม

ขณะที่สิงห์พยายามลุกขึ้นนั้น ถูกณรงค์เล็งปืนใส่ตะคอก “ไอ้ลูกหมา มึงไม่กลัวตายใช่ไหม จะให้กูขอโทษผู้หญิงของมึงงั้นเหรอ ไม่มีทาง มึงต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษกู คุกเข่า กูบอกให้มึงคุกเข่า!”

สิงห์ยังคงยืนจ้องหน้ามันนิ่ง ณรงค์บอกว่าจะนับถึงสามถ้าไม่ยอมคุกเข่าก็ตายลูกเดียว แล้วเริ่มนับหนึ่ง...สิงห์ยังยืนไม่สะทกสะท้าน ณรงค์นับสอง...สิงห์ก็ยังคงยืนนิ่ง

“สาม!!” ณรงค์นับสามแล้วง้างนกปืนขึ้น สิงห์หลับตารอความตาย พลอยขวัญร้องห้ามอย่างตระหนก

ตอนที่ 10

ในถ้ำ พวกเดชายังระดมยิงกันหูดับตับไหม้ จนกระทั่งเดชาเอะใจสั่งให้หยุด ชี้ไปที่หมวกของสิงห์ที่วางอยู่บนโขดหิน จึงรู้ว่าเสียท่าหลงกลสิงห์แล้ว

ทันใดนั้นเอง พวกเดชาได้ยินเสียงก้อนหินถมที่ปากถ้ำ มองไปจึงรู้ว่าพวกภูตะวันกำลังปิดปากถ้ำ กรณ์ตกใจถามว่าเราจะออกไปยังไง

“เข้าทางไหนก็ออกทางนั้นสิวะ แค่นี้ทำเป็นปอดแหกไปได้” เดชาตวาด กรณ์โล่งอกที่มีทางออกไปจากถ้ำได้

ที่ปากถ้ำ พอยกหินปิดปากถ้ำสำเร็จ สิงห์ก็เห็นพวกจรัญขี่ม้ายกโขยงกันมาแต่ไกล เพชรรุ้งสั่งให้กลับไปตั้งหลักที่ไร่ฟ้ารุ่งก่อน

พอดีศรเห็นพวกเพชรรุ้ง มันชี้ให้จรัญดู จรัญสั่งให้ตามไปทันที

ระหว่างทางพลอยขวัญถามว่าถ้าพวกจรัญตามไปในไร่จะทำยังไง พรพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่าอย่างมากก็แค่สู้ตาย พวกตนจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องคุณหนูเด็ดขาด

ปรากฏว่า ที่อีกทางหนึ่งขบวนรถของณรงค์กำลังขับฝุ่นตลบมา พวกจรัญชะงักกึก มองเห็นตราข้างรถจรัญอุทาน “วงศ์เสมา!”

พริบตานั้นพวกทหารกระโดดลงจากรถตั้งแถวพร้อมยิงอย่างมีแบบแผน ทั้งกำลังคนและอาวุธเหนือกว่าพวกจรัญมาก ณรงค์ลงจากรถถามจรัญว่า

“สนุกพอรึยังครับพ่อเลี้ยง”

จรัญพูดไม่ออก ยิ่งเมื่อเห็นยศกับศักดาก้าวลงจากรถโดยรานีเกาะแขนศักดามาอย่างตีสนิทจรัญก็ยิ่งอึ้ง ส่วนเพชรรุ้งกับพลอยขวัญโผเข้ากอดพ่อด้วยความดีใจ

“ไอ้ศักดา” จรัญพึมพำ

“ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะไอ้จรัญ” ศักดาทัก

ภูตะวันหูผึ่งทันทีที่ได้ยินชื่อศักดา เขาหันมองขวับ

ศักดาเองก็เหลือบมองภูตะวันอย่างรู้สึกสังหรณ์ใจ

กลายเป็นว่า ณ ที่นี้ ทั้งภูตะวัน จรัญ และศักดา ต่างมองกันไปมาด้วยความแค้น

รานีผู้รู้เบื้องหลังเบื้องลึกของความขัดแย้ง มองภูตะวันอย่างนึกหวั่นกลัวเขาจะฆ่าศักดากับจรัญเสียตอนนี้

ooooooo

เผชิญหน้ากันอยู่ครู่เดียว ณรงค์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนว่าตอนนี้ทางเลือกของจรัญมีแค่สองทาง คือ ถอยกลับไปหรือจะยอมตายอยู่ที่นี่

“นายอำเภอ คุณคิดเหรอว่าทหารพวกนี้จะขู่ผมได้ ในเมื่อที่นี่คือเมืองภูพระกาฬ ที่นี่ผมเป็นเจ้าถิ่น”

“หมดเวลาหาความสำราญแล้วครับพ่อเลี้ยง อีกไม่นานเราคงต้องคุยกันเรื่องกฎหมาย ซึ่งผมรับรองว่า คุณโดนหลายคดีแน่” ณรงค์ยิ้มหยัน

จรัญขบกรามแน่นมองณรงค์และทหารที่ถือปืนจ้องมาทางตน แต่ละคนหน้าตาเถื่อนถ่อยสิ้นดี จรัญนิ่งชั่งใจนึดหนึ่งแล้วสบตากับศักดา อีกครั้งก่อนชักบังเหียนม้านำขบวนจากไปท่ามกลางเสียงเฮของพวกณรงค์

ศักดากลับมาอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีของคนที่ไร่ฟ้ารุ่ง คนงานพากันเฮโลมาห้อมล้อมด้วยความดีใจ ร้องบอกต่อๆกันว่า นายใหญ่มาแล้ว...นายใหญ่กลับมาแล้ว...

“ขอบใจทุกคน ขอบใจมาก ต่อไปนี้ฉันสัญญาว่าฉันจะอยู่ปกป้องไร่ฟ้ารุ่งของพวกเราตลอดไป จะไม่ยอมให้ใครมารุกรานอีกแล้ว!” ศักดาบอกแก่ทุกคนที่มาต้อนรับ พรดีใจจนยิงปืนขึ้นฟ้าอย่างฮึกเหิม

เพชรรุ้งยิ้มอย่างมีความสุข หันมองภูตะวันก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเขาจ้องศักดาไม่วางตา พอดีสิงห์เข้ามาสะกิดภูตะวันว่าต้องไปหาหมอเสียแล้วเพราะเลือดที่แผลไหลออกมาอีก

ฝ่ายณรงค์ เรียว และทหารที่ยกมา พากันไปที่หน้าวิไลบาร์ หลงหลบมองขบวนกำลังพลตื่นๆ

ณรงค์ลงจากรถสั่ง ผบ.หมวดอย่างมีอำนาจล้นฟ้าว่า

“ผู้หมวด ผมอยากให้คุณพาทหารไปนั่งรถเล่นรอบๆ ภูพระกาฬ ชาวบ้านจะได้รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นที่นี่ แล้วหลังจากนั้นค่อยกลับไปตั้งแคมป์ที่ไร่ฟ้ารุ่ง”

รานีลงจากรถขอบคุณนายอำเภอที่มาส่ง ณรงค์ปากหวานว่าตนต่างหากที่ต้องขอบคุณเธอ ถ้าไม่ได้เธอช่วยป่านนี้พวกตนคงตายไปแล้ว

“ในฐานะพลเมืองของภูพระกาฬ ยินดีรับใช้เป็นอย่างยิ่งค่ะ” รานีปากหวาน แต่เรียวฟังแล้วมองอย่างเคลือบแคลงว่า หญิงโสเภณี อย่างเธอจะเสียสละเพื่อบ้านเมืองจริงๆหรือ

ooooooo

ที่หน้าโรงแรมสันติภาพ...เฮียเส็ง ครก รวมทั้งลูกค้าที่มาซื้อเหล้าและเฮียโชติ พากันออกมาที่หน้าร้านด้วยความงุนงงกับเสียงกระหึ่มของรถทหารที่กำลังแล่นมา โดยมีแก้ววิ่งโร่นำหน้ามาแต่ไกล ปากก็ป่าวประกาศว่า “ทหารมาแล้ว...ทหารมากันเยอะแยะเลยครับเถ้าแก่”

“เออ...เห็นแล้ว” เฮียเส็งตอบอย่างรำคาญแต่นึกสงสัยว่า “นี่มันแห่มาทำไมกันวะหรือว่าจะมีสงคราม”

ครกบอกว่าถ้ามีสงครามคงไม่มาแค่นี้หรอก ส่วนเฮียโชติเชื่อว่าพวกนี้มาจับคนมากกว่า ทำให้เฮียเส็งคิดถึงจรัญขึ้นมาทันที เฮียโชติเชื่อว่าใช่

“คราวนี้สนุกแน่ไอ้จรัญเอ๊ย เบ่งไม่ได้ผายลมไม่ออกแน่มึง ฮ่าๆๆ” เฮียเส็งหัวเราะอย่างสะใจ ส่วนพวกชาวบ้าน

ที่กำลังร่อนพลอยก็พากันมามุงดูรถทหารอย่างตื่นเต้น ในกลุ่มนักร่อนพลอยนั้นมีก้อนปลอมตัวปะปนอยู่ด้วย มันมองกลุ่มทหารเหล่านั้นอย่างอ่านสถานการณ์ออกว่าเวลาของจรัญใกล้หมดแล้ว...

ฝ่ายศักดาเมื่อเข้าไปนั่งพักที่ห้องรับแขกเรือนใหญ่แล้ว สาลี่เอาน้ำมาเสิร์ฟทักอย่างปลื้มปีติว่าสบายดีหรือตนคิดทึ้ง...คิดถึง...ศักดาขอบใจที่สาลี่ช่วยดูแลทางนี้ให้ แล้วหันไปพูดกับเพชรรุ้งและพลอยขวัญว่า

“พวกลูกทำได้ดีมาก เพชรรุ้งพลอยขวัญ พ่อภูมิใจในตัวลูกทั้งสองคนจริงๆ”

พลอยขวัญบอกว่าถ้าไม่ได้นายอำเภอกับพ่อมาช่วยป่านนี้พวกตนคงเสร็จจรัญไปแล้ว ศักดาเลยนึกขึ้นได้ถามว่าผู้ชายที่อยู่กับลูกเป็นใคร คนงานใหม่หรือ เพชรรุ้งบอกว่า เขาชื่อนายเสือ เป็นหัวหน้าการ์ด

“นายเสือ จากภูพยัคฆ์ คนที่ผมเคยเล่าให้ฟังไงครับ” ยศชี้แจง ศักดาพยักหน้าอย่างเข้าใจ

ooooooo

สิงห์พาภูตะวันกลับไปทำแผลที่ห้องพัก ครู่หนึ่งเพชรรุ้งตามมา สิงห์เห็นแววตาที่ทั้งสองมองกันก็ดูออกจึงปลีกตัวไปอย่างรู้หน้าที่แต่สมเพชตัวเองที่ช่างไม่โชคดีเหมือนภูตะวันเสียเลย

เพชรรุ้งเข้าไปนั่งที่ข้างเตียง บอกภูตะวันว่า เรื่องที่เราเจอในถ้ำอย่าไปบอกให้ใครรู้เพราะถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป ไร่ฟ้ารุ่งต้องโกลาหลแน่ แล้วอวยพรให้เขาหายเร็วๆ พูดกระทุ้งตบท้ายว่า

“พลอยขวัญเป็นห่วงนายมากเลยนะ” แต่ภูตะวันกลับมองหน้าเธอนิ่ง...นาน จนเธอเขิน จึงขอตัวเพื่อเขาจะได้พักผ่อน ปรากฏว่าภูตะวันคว้ามือเธอไว้ เพชรรุ้งอุทานอย่างตกใจ “นายเสือ”

“เราอยู่ด้วยกันมาตั้งหลายคืน คืนนี้ถ้าไม่มีคุณหนู ผมคงนอนไม่หลับ” ภูตะวันเอ่ยอ้อน

“นี่...นายอย่าพูดเล่นสิ เรื่องของเรามันก็แค่...แค่... สถานการณ์มันพาไปต่างหาก ฉันไม่ได้คิดอะไรกับนายซะหน่อย” เพชรรุ้งพยายามแกะมือเขาออกแต่ไม่สำเร็จ ซ้ำภูตะวันยังจ้องตาเธออย่างค้นหา เมื่อเพชรรุ้งไม่กล้าสู้ตา เขาจึงปล่อยมือ พูดเสียงอ่อยอย่างยอมรับว่า

“ครับ...ก็คงงั้น สถานการณ์พาไป”

เพชรรุ้งทำท่าจะเดินออกไป แต่นึกอะไรขึ้นมาได้เธอย้อนกลับมาที่เตียงเรียก “นายเสือ” แล้วก้มลงจูบที่หน้าผากเขาอย่างนุ่มนวล ก่อนเดินออกไปยังบอกว่า “ฉันไม่ชอบติดหนี้ใคร เราหายกันแล้วนะ”

ภูตะวันมองอึ้งรู้สึกอิ่มเอมใจกับรสจูบนั้น แต่พอนึกได้ว่าตัวเองมาที่นี่เพื่ออะไรก็อดวิตกไม่ได้
ฝ่ายเพชรรุ้งกลับมาถึงเรือนใหญ่แล้วก็ยังว้าวุ่นใจผะผ่าวในอารมณ์ถามตัวเองอย่างกระดากใจว่า

“ทำอะไรลงไปเนี่ยเพชรรุ้ง หน้าไม่อายจริงๆ”

ขณะเพชรรุ้งวิ่งขึ้นบันไดไปอย่างสับสนนั้น ศักดายืนมองอยู่ด้วยความสงสัย

เช่นเดียวกัน สาลี่ก็เล่าให้พรกับสมใจที่นั่งดวลเหล้ากันอยู่ฟังถึงเรื่องที่คนงานพากันซุบซิบเรื่องที่เพชรรุ้งกับภูตะวันหายไปด้วยกันข้ามคืน พรด่าพวกคนงานว่าคิดอกุศล หันไปถามสมใจว่าคิดยังไง

ปรากฏว่าสมใจนั่งเหม่อใจลอย พรแซวว่าตั้งแต่เกิดเรื่องมาเห็นเหม่อถึงใครอยู่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน สมใจปฏิเสธเสียงสูงว่า เปล่า แต่มีพิรุธจนพรกับสาลี่มองอย่างจับได้ว่าสมใจต้องแอบปิ๊งใครอยู่แน่ๆ

ooooooo

จรัญพกความแค้นเต็มอกกลับไปนั่งดื่มที่บ้านโดยมีบุหลันคอยปรนนิบัติบริการอย่างใกล้ชิด

เดชามาถึงบ้านจรัญในสภาพบอบช้ำยับเยิน ศรกับไกรออกมารับบอกว่าพ่อเลี้ยงกำลังรออยู่ เมื่อเดชาเข้าไปพบจรัญบอกว่างานนี้เขาคว้าน้ำเหลว ถามว่ามีแผนสำรองอีกรึเปล่า เพราะตอนนี้ณรงค์พาทหารเข้ามาในภูพระกาฬ พูดเสียงเครียดว่า

“งานนี้ต่อให้พวกเรากำจัดมันได้ก็ต้องเจอศึกใหญ่กว่าเดิมแน่” เดชาตอบสั้นๆ ว่าก็คงงั้น จรัญเลยถาม “แล้วเอ็งคิดว่าข้าควรยอมแพ้หรือว่าสู้ต่อไปวะ”

ท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดอึมครึมนั้น บุหลันรินเหล้าให้เดชาเธอแอบสบตากับเขา แต่ไม่พ้นจากสายตาที่จับพิรุธของจรัญไปได้

คืนนี้เอง เดชาย่องไปหาบุหลันที่ห้องนอนกอดรัดฟัดเหวี่ยงบุหลันอย่างระบายความเครียดจนบุหลันดันตัวเขาออกบอกว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาหาความสำราญกัน

เดชาระบายความอัดอั้นว่าจรัญกำลังจะหมดอำนาจ บุหลันยุทันทีว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะฮุบสมบัติทั้งหมดของเขา เดชากังวลว่าพวกไร่ฟ้ารุ่งคงไม่ปล่อยเราไว้ บุหลันยังเชื่อว่ายศพ่อของเขาเป็นเพื่อนสนิทของศักดาคงไม่กระไรนัก จึงรู้จากเดชาว่ายศไม่ได้เป็นพ่อแท้ๆ เขาเองก็ไม่ไว้ใจยศนัก
“มันเป็นทางรอดทางเดียวของเรานะเดชา งานนี้ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องพึ่งเขา ที่สำคัญคือ เราต้องหาโอกาสสร้างความดีความชอบให้ได้”

“เธอจะให้ฉันทำอะไร”

“หาทางฆ่าไอ้จรัญซะ...แก้แค้นให้ฉัน ส่วนเธอก็จะได้เป็นวีรบุรุษแห่งภูพระกาฬ”

เดชามองบุหลันอย่างหวั่นใจในความเหี้ยมของเธอ

เมื่อบุหลันกลับไปที่ห้องนอนของจรัญ เขาถามว่าหายไปไหนมา เธอบอกว่านอนไม่ค่อยหลับเลยออกไปเดินเล่น

จรัญเตือนว่าช่วงนี้สถานการณ์ไม่ค่อยปลอดภัยต้องระวังด้วย เธอทำเป็นอ้อนถามว่าเป็นห่วงตนด้วยหรือ จรัญดึงเธอเข้าไปกอดแนบอก บอกเบาๆที่ข้างหูว่า “นอกจากเธอแล้ว ฉันก็ไม่เหลือใครอีกแล้วบุหลัน”

ขณะบุหลันกำลังเคลิ้มนั่นเอง เธอถูกจิกผมกระชากเงยหน้าขึ้น จรัญจ้องหน้าพูดเหี้ยมทันทีว่า

“ดังนั้น...ถ้าเธอทรยศฉันละก็ เธอไม่ตายดีแน่!”

เป็นเรื่องที่บุหลันรู้แก่ใจดีอยู่แล้ว เธอยั่วยวนเขาแต่ในใจนึกถึงความแค้นในอดีตที่ต้องชำระ!

ooooooo

ถาวรเพิ่งฟื้นจากถูกแรงกระแทกของระเบิดที่ตัวเองจุด เดินโซซัดโซเซกลับไปเมืองภูพระกาฬด้วยความแค้นคุกรุ่นในอก ที่เห็นรานีนั่งรถไปกับณรงค์ก่อนที่ตัวเองจะหมดสติ กะจะกลับไปรายงานจรัญเพื่อแก้แค้น

ฝ่ายสมใจที่ได้กอดรานีขณะเธอฉุดขึ้นหลังม้าพาหนี ทั้งยังได้รับความช่วยเหลือพาไปหาหมอตอนที่เขาชกกับเรียวจนหมดสติ แต่พอลืมตาขึ้นก็เห็นรานีนั่งเฝ้าอยู่ ทำให้แอบชอบ จนวันนี้หักข้าวโพดในไร่ใส่ถุงจะเอาไปฝากรานีที่วิไลบาร์

ไปเจอถาวรที่เข้ามาฟาดหัวจนสลบ แล้วขึ้นข้างบนลากรานีจะไปข่มขืนเข้าพอดี มันด่ารานีว่าสำส่อนนอนกับผู้ชายทั้งภูพระกาฬเพื่อแลกกับเงิน

ขณะรานีกำลังจะเสียท่านั่นเอง สมใจมาถึงพอดีเขากระชากถาวรออกมาต่อยจนมันสะบักสะบอม มันร้องขอให้พอได้แล้ว พอสมใจหยุด ถาวรก็ด่ารานีให้ฟังว่าเป็นผู้หญิงสำส่อน เป็นโสเภณี จนสมใจทนไม่ได้ถามว่าจะออกไปดีๆหรือจะให้ตนจับโยนออกไป

“ก็ได้...มึงกับกูได้เห็นดีกันแน่ไอ้สมใจ กูนี่แหละจะฆ่ามึงกับมือ มึงคอยดู!” ถาวรอาฆาต

รานีทำแผลให้สมใจด้วยความซาบซึ้งที่เขาช่วยตนไว้ แต่ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก ตนคงเสียใจมากถ้าผู้ชายดีๆอย่างเขาต้องมาเดือดร้อนเพราะผู้หญิงต่ำๆอย่างตน

“ไม่จริงครับคุณรานี คุณไม่ได้เป็นคนแบบนั้น”

“เธอก็ได้ยินนี่นายถาวร เขาพูดแล้วว่าฉันเป็นแค่โสเภณี ฉันนอนกับผู้ชายทุกคนในภูพระกาฬ...ฉันขายตัวนะสมใจไม่ใช่แม่พระ เธออย่าหลอกฉันเลย”

ฟังรานีแล้วสมใจยิ่งสงสาร แต่คนซื่ออย่างเขาพูดปลอบใจไม่เป็นได้แต่มองอย่างเห็นใจ

ooooooo

ที่บริเวณแคมป์ทหารในไร่ฟ้ารุ่ง พวกทหารกำลังพักผ่อนกันอยู่โดยไม่รู้ว่า ศร กรณ์ และไกรนำกำลังเล็ดลอดเข้ามาซุ่มดูอยู่

แม้ศรจะกลัวกำลังที่เหนือกว่าของทหารแต่มันก็จำเป็นต้องทำเพราะเป็นคำสั่งของจรัญ มันสั่งไกรกับทุกคนว่า “ฟังให้ดีนะ เดี๋ยวพวกเราจะเปิดฉากด้วยระเบิด พอพวกมันแตกตื่นเมื่อไหร่ก็ยิงถล่มได้เลย”

แต่หารู้ไม่ว่ามีพลแม่นปืนของทหารอยู่บนต้นไม้ พอสมุนของศรจุดระเบิดไม่ทันขว้างก็ถูกยิงแสกหน้าล้มกลิ้ง พวกกรณ์กับไกรพากันวิ่งหนีระเบิด พอระเบิดทำงาน ทหารในแคมป์ก็รู้ตัวพากันจับอาวุธฮือ

ศรสั่งให้สู้ แต่พวกมันก็ถูกทหารทั้งในแคมป์และพลแม่นปืนที่ซุ่มอยู่ ยิงร่วงทีละคน...ทีละคน พวกศรต้องวิ่งหนีตายกันสุดชีวิต

ปรากฏว่าลูกน้องของศรถูกยิงตายเกือบหมด ซ้ำพวกทหารยังขนศพมากองที่หน้าบ้านจรัญอย่างเย้ยหยันด้วย ศรรายงานว่าพวกนั้นเป็นมืออาชีพ มีเวรยามเป็นหน่วยแม่นปืน ทั้งยังมีอาวุธหนักด้วยเราสู้ไม่ได้แน่

“งานนี้ข้ามอบหมายให้เอ็งไปจัดการแล้วทำไมเอ็งถึงไม่ไป” จรัญหันมาไล่บี้เดชา มันชี้ให้ดูหัวตัวเองที่ถูกตีแตกแทนคำตอบ จรัญสะดุดตากับแววตาพยศของเดชา เริ่มรู้สึกแล้วว่าหมอนี่เลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ

ไม่เพียงเท่านั้น ไกรยังเอาจดหมายของณรงค์ที่ทิ้งไว้มาให้ จรัญให้เดชาอ่านแทน

“ไอ้ณรงค์มันบอกว่า ถ้าเราลอบกัดมันอีกละก็ มันจะส่งคนมาถล่มที่นี่”เดชาบอก

จรัญฟังแล้วหน้าเครียดทันที ต่อมายังได้เจอก้อนที่แอบเข้ามาหาเพื่อบอกจรัญว่า ตนไม่เคยทรยศต่อเขา แต่ที่มาเพราะเป็นห่วง

“เอ็งไม่ต้องมายุ่ง เรื่องของข้า ข้าจัดการเองได้ คนอย่างพ่อเลี้ยงจรัญไม่เคยกลัวใครทั้งนั้น”

ก้อนอึ้งไปนานก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆว่า “เมื่อก่อนตอนที่เราร่อนเร่ด้วยกัน พี่วันชัย พี่ชายของเจ้านายก็ชอบพูดแบบนี้ พอเจ้านายห้ามทีไรก็ต้องทะเลาะกันทุกที แต่วันนี้ เจ้านายกลับมาเป็นเสียเอง แล้วใครจะห้าม”

น้ำเสียงสะเทือนใจของก้อนทำให้จรัญนิ่งไป ก้อนขอร้องอย่างคนเก่าแก่ที่ต่อสู้มาด้วยกันว่า

“พี่จรัญ เชื่อฉันสักครั้งเหอะพี่ คนเราในเมื่อกล้าเดินหน้า ก็ต้องกล้าถอยหลัง รอให้มีโอกาสเมื่อไหร่ พี่จะกลับมายิ่งใหญ่แค่ไหนก็ได้”

“นี่เอ็งยุให้ข้ายอมแพ้พวกมันงั้นเหรอไอ้ก้อน” จรัญชี้หน้าถาม

“ฉันก็แค่อยากเตือนพี่ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปที่สำคัญตอนนี้พี่กำลังจนตรอก ดังนั้นอย่าไว้ใจไอ้เดชาเด็ดขาด หมาลอบกัดอย่างมัน ทำได้ทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด”

คำเตือนและเหตุผลของก้อนทำให้จรัญนิ่งอึ้ง เมื่อก้อนขยับหมวกให้ก่อนถอยไป จรัญมองตามอย่างคิดหนัก...ลังเล...

ooooooo

หลังจากนั้น ณรงค์ก็ได้รับจดหมายจากเรืองฤทธิ์ผู้เป็นพ่อ อ่านแล้วเล่าให้เรียวฟังว่า

“พ่อฉันเปลี่ยนแผน ในเมื่อไอ้จรัญมันยอมอ่อนข้อให้พวกเรา มันยื่นข้อเสนอว่าไม่ให้เอาผิดกับมัน มันจะยอมทำตามแผนของเราทุกอย่าง”

เรียวท้วงติงว่าถ้าปล่อยจรัญไปศักดาคงไม่พอใจแน่ แต่ณรงค์ยืนยันว่าตนเชื่อแผนการของพ่อ เขาเริ่มมองเห็นลู่ทางหาประโยชน์ชัดขึ้นแล้ว

หลังจากนั้น ณรงค์นัดเจรจากับจรัญที่โรงแรมสันติภาพของเฮียเส็ง ทีแรกจรัญก็ยังวางก้ามไม่ยอมอ่อนข้อให้ถือว่าตัวเองเป็นคนสร้างภูพระกาฬขึ้นมา ณรงค์เย้ยว่าภูพระกาฬมีอยู่แล้วเพียงแต่จรัญจะมาทำให้โดดเด่นขึ้นมาเท่านั้น

แต่ในที่สุด ณรงค์ก็ทั้งขู่ทั้งหว่านล้อมจนจรัญยอมรับข้อเสนอที่ณรงค์เสนอว่าเรื่องคดีของจรัญเขาจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแต่จรัญต้องไปจากที่นี่ต้องสาบานต่อหน้าชาวเมือง

ภูพระกาฬว่าจะไม่ย้อนกลับมาอีก ส่วนสมบัติของจรัญนั้นให้ขนไปตามสบายยกเว้นกิจการทุกอย่างรวมทั้งที่ดินต้องเป็นของตระกูลวงศ์เสมา

จรัญเริ่มไม่พอใจถามเสียงเครียดว่า “หมดรึยังวะ”

“ยังมีอีกข้อหนึ่ง ข้อสุดท้าย ไอ้ตัวแสบเดชา ผมต้องการตัวมัน”

ข้อนี้จรัญตอบโดยไม่ต้องคิด ซ้ำยังแถมให้ฟรีอย่างไร้ค่าด้วย

เฮียเส็งกับครกเงี่ยหูฟังการเจรจากันอยู่ พอเห็นจรัญเดินออกมาบอกเดชาว่าทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีปัญหา เฮียเส็งก็ พูดกับครกจงใจให้จรัญได้ยินว่า

คนเรานั้นวาสนาเอาแน่นอนไม่ได้  ครกเสริมว่า “คนเขาว่า ยามมั่งมีมิตรหมายมองยามมัวหมองมิตรมองเหมือนหมูหมา” พูดแล้วหัวเราะกับเฮียเส็งเป็นปี่เป็นขลุ่ย ถูกจรัญหันมาด่า ท้าว่า

“ก็ดีกว่าไอ้หมาเห่าใบตองแห้งละกัน เก่งจริงไปเจอกันที่ทางเสือผ่านไหมวะไอ้เส็ง”

“ยังไม่ใช่วันนี้โว้ย แต่สักวัน มึงกับกูได้เจอกันแน่ไอ้จรัญ” เฮียเส็งตอบอย่างไว้เชิง

ooooooo

ทหารของณรงค์ตั้งแคมป์พักกันอยู่ในบริเวณไร่ฟ้ารุ่ง โดยมีคนงานสาวชาวไร่ไปคอยบริการอาหารและน้ำ ถูกพวกทหารหื่นลวนลามแต๊ะอั๋งหัวเราะกันครื้นเครง เพชรรุ้งมาเจอเข้าเธอตรงไปตำหนิทันที

“ช่วยรักษามารยาทด้วยค่ะคุณทหาร ที่นี่เป็นบ้านป่าก็จริงแต่เราก็ไม่ใช่พวกคนเถื่อน”

“อย่างน้อยก็น่าจะให้เกียรติเครื่องแบบของตัวเองบ้างนะพี่ชาย” สิงห์เสริม

ทหารคนนั้นไม่เพียงไม่ฟังยังทำท่าไม่พอใจ พอดีณรงค์กับเรียวกลับมาเจอถามว่ามีอะไรกันหรือ เมื่อเพชรรุ้งเล่าให้ฟัง ณรงค์มองขวับไปที่ ผบ.หมวด พริบตานั้นเองทหารคนนั้นก็ถูก ผบ.หมวดตบหน้าแล้วไล่ให้ไปเฝ้ายามที่ท้ายไร่ ไม่ต้องกลับมาจนกว่าจะมีคำสั่ง

ลงโทษทหารแล้ว ณรงค์หันมาถามเพชรรุ้งอย่างเอาใจว่า อารมณ์ดีขึ้นหรือยัง และเมื่อเข้าไปที่หน้าเรือนใหญ่ ณรงค์บอกเพชรรุ้งว่าจรัญรับปากว่าจะไปจากที่นี่ พูดแล้วทวงถามถึงเรื่องแต่งงาน

เห็นเพชรรุ้งอึกอัก ณรงค์เสียงแข็งขึ้นว่ามาถึงขั้นนี้แล้วคงไม่เบี้ยวตนใช่ไหม พลางกุมมือเธอไว้ ทำท่าจะก้มลงจูบ เพชรรุ้งเบือนหน้าหนี ณรงค์ทำเป็นเย้าว่าไม่เป็นไรคงอีกไม่นานอยู่แล้วที่จะได้แต่งงานกัน

เพชรรุ้งได้แต่ฝืนยิ้มให้ตามมารยาท โดยไม่รู้ว่าทั้งหมดนั้นพลอยขวัญยืนมองอยู่ที่บันไดบ้าน และเมื่อเพชรรุ้งขึ้นบ้าน พลอยขวัญก็พูดกับพี่สาวเชิงยินดีเชิงกันท่าว่า น่าอิจฉาที่อีกไม่นานพี่ก็จะได้เป็นผัวเมียกับนายอำเภอ และถ้าเป็นตน ตนก็จะพยายามห่างผู้ชายคนอื่นไว้ เพราะเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะไม่งาม

เพชรรุ้งถามว่าเธอรักพี่หรือเปล่า พลอยขวัญอ้างว่าตนพูดด้วยความหวังดีและเป็นห่วงเพราะตอนที่พี่หายไปกับนายเสือก็มีคนเขาลือกันเสียๆหายๆ

“เป็นห่วง หรือว่ากลัวกันแน่พลอยขวัญ ไม่แน่นะ ไอ้เรื่องที่เขาลือกันมันอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้” พูดแล้วเพชรรุ้งเดินหนีขึ้นข้างบน ปล่อยให้พลอยขวัญมองตามอย่างหวั่นใจ กลัวข่าวลือจะเป็นจริง

ooooooo

ภูตะวันพักรักษาตัวจนอาการดีขึ้น วันนี้เขาเดินออกมาสูดอากาศข้างนอก เจอศักดาพอดี ศักดาถามว่าค่อยยังชั่วแล้วหรือ ภูตะวันหันมองเห็นศักดาถือแส้ม้าอยู่ท่าทางกำลังจะออกข้างนอก

ทักทายกันแล้ว ศักดาบอกว่าตนจะไปสำรวจแถวนี้อยู่พอดี ชวนไปยืดเส้นยืดสายกันหน่อยไหม ภูตะวันนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนพยักหน้ารับ

ระหว่างทางที่เนินเขาในเขตไร่ฟ้ารุ่งนั้น ศักดาเล่าว่า สมัยก่อนตนกับเพื่อนเคยมานั่งเล่นแถวนี้บ่อยๆ บางทีก็มาดื่มเหล้ากันด้วย ลำดับให้ฟังว่า มีตน มีสาโรจน์ และมีภูผา

ภูตะวันไม่ได้สนใจฟังนัก ใจพะวงอยู่กับการคลำที่ขอบกางเกงเพื่อหาปืนที่เขาไม่ได้หยิบมาด้วย ใจเขานั้นคิดอยากจะเก็บศักดาเสียในวันนี้เลย แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อศักดาเล่าว่า ยศบอกว่าเขามาจากภูพยัคฆ์ ถามว่าครอบครัวเขาล่ะ

“ตายหมดแล้วครับ ตั้งแต่สมัยสงคราม”

“ฉันเสียใจด้วยนะ พ่อแม่ของนายที่อยู่บนสวรรค์คงจะภูมิใจมากที่มีลูกเก่งๆอย่างนาย...ฉันรู้นะว่านายมีแผนอะไร”

ภูตะวันชะงักกึก ศักดาหัวเราะตบบ่าเขาเบาๆแล้วพูดเดาว่าคนหนุ่มส่วนใหญ่คิดเหมือนๆกันคือคิดสร้างชื่อเสียง ฐานะและครอบครัว แล้วชมว่า

“แต่นายนี่ ถือว่าโอกาสดีกว่าคนอื่นเยอะเลยนะ ฝีมือดีแบบนายอนาคตต้องสดใสแน่” พลางเอาปืนของตัวเองที่เห็นภูตะวันชำเลืองมองหลายครั้งแล้ว ส่งให้ ถามว่าชอบไหมเห็นมองอยู่ตั้งนานแล้ว

ภูตะวันอึกอักเมื่อถูกจับพิรุธได้ เขาปฏิเสธ แต่ศักดาคะยั้นคะยอให้รับไว้ ทั้งยังยกให้ตอบแทนที่เขาช่วยลูกสาวตนไว้ ส่งปืนให้แล้วบอกให้ภูตะวันลองซ้อมดู ชี้ไปที่นกตัวหนึ่งที่กลางทุ่งโล่ง เร่งให้รีบลงมือขืนช้ามันจะบินหนีเสียก่อน

ศักดาชี้ชวนเร่งให้ยิงนก แต่รู้สึกสังหรณ์ใจว่าปากกระบอกปืนจ่ออยู่ที่ท้ายทอยตัวเอง เขาไม่กล้าหันดู เพียงแต่พูดหยอกว่าทำไมไม่ยิง ไม่ชอบฆ่าสัตว์หรือ

ทันใดนั้นเอง เสียงยศร้องเรียกศักดาแว่วเข้ามา ทำให้ภูตะวันรีบลดปืนลง ศักดาจึงหันมองเขาอย่างจับผิดนิดๆ แต่ไม่พูดอะไร กลับทักทายยศถามว่า ตามมาถึงนี่มีเรื่องอะไรหรือ

ยศบอกว่าเพชรรุ้งมีเรื่องด่วนอยากปรึกษาตอนนี้รออยู่ที่เรือนใหญ่ ศักดาพยักหน้าแล้วหันมองภูตะวัน เมื่อภูตะวันส่งปืนคืนให้บอกว่าปืนนี้ไม่เหมาะกับตน ขณะศักดารับปืนไปนั้นเขาทักว่า

“มือนาย...เย็นมากเลยนะ”

ภูตะวันมองหน้าศักดาอย่างพยายามข่มใจ จนยศสังเกตได้ และเมื่อกลับเรือนพัก ภูตะวันบอกกับตัวเองอย่างแค้นใจว่า “ฉันจะฆ่าแกไอ้ศักดา ฉันต้องฆ่าแกให้ได้!”

ooooooo

เรื่องที่เพชรรุ้งต้องการปรึกษาพ่อเป็นการด่วนคือเรื่องการแต่งงานระหว่างตนกับณรงค์ เธอบอกพ่อว่าไม่อยากแต่งงานกับณรงค์  ครั้นศักดาขอเหตุผล เธอบอกว่า

“เขาไม่ได้รักรุ้ง เขาแค่ต้องการสมบัติในไร่ฟ้ารุ่ง” ศักดาทักท้วงว่าไร่ฟ้ารุ่งมีสมบัติที่ไหน  ขณะนั้นเอง  พลอยขวัญผ่านมาเธอหยุดแอบฟังอย่างสนใจ

เพชรรุ้งบอกพ่อถึงเรื่องสายแร่พลอย ศักดาหัวเราะขำๆว่าทุกอย่างเป็นแค่ข่าวลือลวงโลกทั้งเพ

“แล้วถ้ำภูอุษาล่ะคะพ่อ สิ่งที่อยู่ในนั้นมันลวงโลกด้วยรึเปล่า”

ศักดาชะงักถามว่าเธอรู้ด้วยหรือ แล้วยังมีคนอื่นรู้อีกหรือเปล่า ครั้นเพชรรุ้งบอกว่ามีตนกับนายเสือรู้เพราะอยู่ด้วยกันที่นั่น ทำให้ศักดาเริ่มระแวงภูตะวันขึ้นมา  ส่วนพลอยขวัญแอบฟังแล้วรำพึงอย่างครุ่นคิดถึงถ้ำภูอุษา

ooooooo

วันนี้ มีเรื่องทำให้เฮียเส็งสังหรณ์ใจ เมื่อเห็นเหยี่ยวตัวหนึ่งมาบินร่อนอยู่เหนือฟ้าภูพระกาฬ แล้วบินย้อนกลับไปทางเดิม...

ที่นอกเมืองภูพระกาฬทิศทางที่เหยี่ยวบินไปนั้น มีชายฉกรรจ์อยู่บนหลังม้า สวมแว่นดำ มีผ้าพันคอคาดหน้าไว้กันฝุ่น กำลังควบม้าห้อตะบึงบ่ายหน้ามายังภูพระกาฬ

เขาคือใคร มาภูพระกาฬอย่างเร่งรีบเพื่อการใด...

ไม่มีใครรู้...

ooooooo

ที่บริเวณแคมป์ทหารในไร่ฟ้ารุ่ง เรียวเอารายการที่ดิน และกิจการทั้งหมดของจรัญมาให้ณรงค์ดู ขณะณรงค์กำลังดื่มกาแฟดูรายการอย่างพอใจนั่นเอง พลอยขวัญโผล่พรวดเข้ามาปัดถ้วยในมือของเขาจนกระเด็น

“ไอ้ชาติชั่ว แกอย่านึกนะว่าฮุบสมบัติของพ่อฉันได้ง่ายๆ”

เรียวโกรธจะเล่นงานพลอยขวัญ ดีที่สิงห์กระโดดเข้ามาขวาง ถามพลอยขวัญว่ามีอะไรกัน พลอยขวัญโบ้ยให้ถามพวกณรงค์เอาเองว่ามีแผนอะไร ด่าว่าเป็นพวกหน้าเนื้อใจเสือคนแบบนี้ไม่ตายดีแน่

ณรงค์สั่งสิงห์ให้พาพลอยขวัญไปให้พ้นหน้าตนก่อนที่จะหมดความอดทน สิงห์จึงสะกิดให้พลอยขวัญกลับกัน เธอผลักสิงห์พ้นทางแล้วเดินอาดๆไป สิงห์รีบตาม  ณรงค์มองตามพึมพำลอดไรฟัน

“อวดเก่งได้อีกไม่นานหรอก สักวันต้องเจอดีแน่!”

ฝ่ายสิงห์พอพากันออกมาแล้วถามเธอว่าทำไมจู่ๆ ถึงไปหาเรื่องณรงค์แบบนั้น

“ฉันน่ะเหรอหาเรื่อง มันต่างหากที่เป็นฝ่ายทำตัวทุเรศก่อน นายรู้ไหมว่าที่มันจะแต่งงานกับพี่เพชรรุ้งก็เพราะต้องการครอบครองไร่ฟ้ารุ่ง”

สิงห์บอกว่าเรื่องนี้เป็นไปตามข้อตกลงของศักดา พลอย-ขวัญไม่ยอมประกาศจะขัดขวางจนถึงที่สุด ถามสิงห์ว่า “นายจะช่วยฉันรึเปล่า” สิงห์ถามว่าจะให้ทำอะไร

“ฆ่ามันให้ฉัน ฆ่ามันเพื่อปกป้องไร่ฟ้ารุ่ง” พลอยขวัญโพล่งออกไป สิงห์ทำคอย่นบอกว่าขืนตนลงมือมีหวังโดนแขวนคอแน่ๆ พลอยขวัญพูดอย่างผิดหวังว่า “ไม่ได้เรื่อง ขี้ขลาดตาขาว อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกนะ ไปไหนก็ไป”

โดนด่าโดนไล่แล้วเดินหนีไปแบบนี้ สิงห์ทำได้แค่ยืน คอตกทำตาปริบๆอยู่ตรงนั้น

ooooooo

เพชรรุ้งกลุ้มใจเรื่องต้องแต่งงานกับณรงค์ ไปบอกภูตะวันว่าเย็นนี้พ่อจะเลี้ยงอาหารคํ่าพวกการ์ดกับณรงค์เพื่อประกาศเรื่องการแต่งงานของตน พูดแล้ว ถามอย่างคาดหวังว่า

“นายคิดว่าฉันควรทำยังไง”

ภูตะวันได้แต่อึ้ง เขาไม่รู้จะตอบเธอย่างไรดีทั้งที่ในหัวใจนั้นเจ็บแปลบ...แปลบ...

จนเย็น ทุกคนมาพร้อมกันที่โต๊ะอาหารแล้ว ขาดแต่พลอยขวัญไม่ยอมลงมาบอกว่าทานไม่ลง ยศสงสัยว่าจะไม่ สบาย แต่ศักดาตัดบทว่าช่างเถอะ พลอยขวัญก็เป็นแบบนี้แหละ แล้วชวนทุกคนดื่มกันดีกว่า

ศักดาหยิบแก้วไวน์ลุกยืน ทำให้ทุกคนยืนตาม เขาพูด แก่ทุกคนที่มาร่วมโต๊ะว่า

“ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบคุณคุณณรงค์และการ์ดของไร่ฟ้ารุ่งทุกคนที่ได้ช่วยปกป้องไร่ฟ้ารุ่งเอาไว้ และขอถือโอกาสนี้ประกาศว่า ในอีกไม่ช้าไร่ฟ้ารุ่งแห่งนี้จะมีงานมงคลครั้งใหญ่ ระหว่างเพชรรุ้งลูกสาวของผมกับคุณณรงค์”

ณรงค์หันไปยิ้มกับเพชรรุ้ง แต่เธอทำหน้านิ่ง สิงห์มอง ภูตะวันเห็นทำหน้านิ่งเช่นกัน ศักดาจึงเอ่ยเชิญชวนทุกคนให้อวยพรให้กับว่าที่บ่าวสาว

แม้ว่าภูตะวันจะพยายามเก็บความรู้สึกเต็มที่ แต่ก็ยังเผลอมือปัดถูกส้อมตกจากโต๊ะจนทุกคนหันมองอย่างสงสัย เพชรรุ้งมองลุ้นว่าเขาจะทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยตน แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อเขาหยิบแก้วไวน์ขึ้นชูเอ่ยด้วยนํ้าเสียงปกติ

“คุณหนูเพชรรุ้ง คุณณรงค์ ในนามของการ์ดไร่ฟ้ารุ่ง พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยครับ”

เพชรรุ้งตะลึงอึ้ง ผิดหวังอย่างยิ่ง เธอเอ่ยนํ้าตาคลอว่า “ขอบใจมากนายเสือ ทุกคนด้วยนะ” พูดแล้วกระดกไวน์จนหมดแก้วด้วยสีหน้ากลํ้ากลืน

ศักดาอ่านความรู้สึกของลูกสาวออกและรับรู้ถึงความรู้สึกจากแววตาที่ภูตะวันมองเพชรรุ้งอย่างแจ้งใจ...

ooooooo

เมื่อทานอาหารเสร็จออกมาหน้าเรือนใหญ่ เพชรรุ้งเห็นภูตะวันเดินออกมากับพวกสิงห์ เธอเรียกเขาไว้บอกว่ามีเรื่องต้องพูดกับเขา สิงห์รู้หน้าที่ชวนเพื่อนๆกลับไปกันก่อน

เมื่ออยู่กันตามลำพัง เพชรรุ้งถามเขาว่าไม่คิดจะทำอะไร บ้างเลยหรือ ทำเพื่อตน ช่วยตนเหมือนทุกครั้งที่เคยช่วยมาก่อน

ภูตะวันทำไขสืออ้างว่าเธอไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายใดๆ เพชรรุ้งพูดอย่างเจ็บปวดว่า

“แต่ฉันกำลังจะตายทั้งเป็น นายก็เห็น ฉันกำลังจะตกนรกทั้งเป็น” ภูตะวันติงว่าเธอเป็นคนพูดเองว่ายอมทำทุกอย่างเพื่อไร่ฟ้ารุ่ง เพื่อพ่อของเธอ “ใช่...แต่ว่าตอนนั้นฉันกับนาย เรา...เราไม่ได้รู้สึกต่อกันแบบนี้...บอกมาสิ บอกฉันมา ทำไม!” เพชรรุ้งรุกเร้าด้วยอารมณ์สับสน กดดัน

“ก็อย่างคุณหนูเคยพูดไว้ เรื่องระหว่างเรา...มันก็แค่สถานการณ์พาไป...ไม่ได้มีอะไรผูกพันมากไปกว่านั้น”

เพชรรุ้งตบหน้าเขาฉาดใหญ่ แล้วต่างก็มองกันนิ่งก่อนที่เพชรรุ้งจะร้องไห้เข้าบ้านไป สวนกับณรงค์และเรียวที่เดินออกมาพอดี ณรงค์มองตามเพชรรุ้งไปนิดหนึ่ง หันมามองภูตะวัน  เขาเดาเรื่องออก ตรงมาเย้ยภูตะวันก่อนเดินผ่านไปว่า

“ไม่ต้องห่วงนายเสือ นายหญิงของนาย ฉันจะดูแลให้ดีที่สุด รับรองว่าเธอจะได้รับความสุขจากฉัน...ทุกคืน”

ภูตะวันได้แต่มองตามณรงค์ไปด้วยความแค้นที่พุ่งโพลงอยู่ในใจ

ooooooo

ยศนั่งคุยกับศักดาที่ห้องทำงานของเขาที่เรือนใหญ่ ทั้งสองตั้งข้อสังเกตว่าภูตะวันหรือเสือต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติแน่ๆ ยศคาดว่าอาจเป็นเพราะเขาแอบรักเพชรรุ้งก็ได้ แต่ศักดามองลึกกว่านั้นว่า

“ฉันว่าคงไม่ใช่แค่นั้น หมอนี่ต้องมีเป้าหมายอื่น

แววตาของมันไม่ใช่คนที่มีความรัก แต่เป็นคนที่มีความแค้น”

พลอยขวัญขลุกอยู่ในห้องจัดแจงแต่งตัวด้วยชุดดำแบบผู้ชาย หยิบปืนมาตรวจ พึมพำอย่างมั่นใจว่า

“ไอ้ณรงค์คืนนี้แกเสร็จฉันแน่ ไอ้เลว!”

หลังจากที่ยศคุยกับศักดาแล้วเขาเดินออกมา  เจอณรงค์กับเรียวยังหารือกันอยู่หน้าบ้าน เมื่อยศทักว่า ยังไม่นอนหรือ ณรงค์ปรารภว่า รู้สึกเพชรรุ้งไม่ค่อยยินดีกับการแต่งงานสักเท่าไหร่

ยศปลอบใจว่าเรื่องนี้ศักดาจัดการได้เพราะเพชรรุ้งเชื่อฟังพ่อมาก

“ถ้าได้อย่างนั้นก็ดีคุณยศ เพราะถ้าไร่ฟ้ารุ่งผิดสัญญาละก็คงต้องเกิดเรื่องร้ายแน่ๆ” เรียวแทรกขึ้น ยศมองหน้าเรียวอย่างไม่พอใจ

ทันใดนั้นเอง เสียงปืนกัมปนาทขึ้นกระสุนเฉี่ยวหัวณรงค์

ไปไม่กี่คืบ ณรงค์แค้นใจมากชักปืนวิ่งตามคนร้ายไป เรียวเห็นดังนั้นต้องวิ่งตามไปด้วย ส่วนยศยังยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น

เรียวกับณรงค์วิ่งตามไปเจอหมวกที่มือปืนทำหล่น หยิบดูบอกว่าใบเล็กขนาดนี้ต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ แค่นั้นณรงค์ก็คาดได้ว่าคนร้ายเป็นใคร เขาบอกให้เรียวกลับไปเสียตนจะจัดการกับคนร้ายเอง

ณรงค์ตามไปจนเจอตัวพลอยขวัญ เขาจับมือเธอบิดจนปืนหล่นแล้วตบหน้าเพียะ! ด่าว่าแส่หาเรื่องดีนัก พลอยขวัญขู่ว่าจะให้พ่อจัดการเขา ณรงค์พูดเหี้ยมว่า “เอาสิ ถ้าเธอคิดว่าจะได้กลับไปที่ไร่ฟ้ารุ่ง!”

พลอยขวัญตะโกนขอความช่วยเหลือ  ถูกณรงค์ตบหน้าจนหมดสติ ขณะมันเตรียมจะข่มขืนนั่นเอง ชายฉกรรจ์ที่ขี่ม้ามาได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือ เขาชักม้าไปตามเสียง ขี่ม้าเหยาะไปรอบๆอย่างใจเย็น ณรงค์เห็นท่าไม่ดีจะคว้าปืน แต่ถูกชายคนนั้นชักปืนยิงใส่บริเวณที่ณรงค์ยืนอยู่อย่างรวดเร็ว ณรงค์ถอยกรูดอย่างหวาดกลัว  ชายคนนั้นควงปืนอย่างคล่องแคล่ว ว่องไว ร้องบอก

“ไปซะคุณณรงค์ ผมยังไม่อยากฆ่าคุณตอนนี้”

ณรงค์แปลกใจที่รู้จักชื่อตน แล้วยิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่ด้ามปืนของชายคนนั้นมีตราของทหารค่ายวงศ์เสมา แต่เวลานั้นเขาไม่กล้าทำอะไร ได้แต่ตัดสินใจวิ่งหนีไปสุดชีวิต

ชายคนนั้นหันมองร่างพลอยขวัญที่นอนไม่ได้สติอยู่

ที่พื้น ที่แท้ เขาคือสาโรจน์นั่นเอง!

ooooooo

ตอนที่ 9

รานีพาสมใจหนีไปครู่หนึ่ง เห็นพวกกรณ์กับไกรและสมุนหนีไปก็ชักม้าหยุดรอ จนได้สมทบกับสิงห์ พลอยขวัญและพร เธอจึงเผยตัว เมื่อพลอยขวัญรู้จากสมใจว่าพวกมันจับเพชรรุ้งไป เธอจะรีบไปช่วย รานีติงว่า

“อย่ารนหาที่ตายดีกว่าคุณหนู ขืนทะเล่อทะล่าไปแบบนี้รับรองต้องเสร็จมันแน่”

หลังการหารือ ทุกคนรู้จากสมใจว่างานนี้ไม่ใช่ฝีมือจรัญแต่เป็นพวกเดชา สิงห์เสนอว่าเราต้องรีบหาทางช่วยเพชรรุ้งกับภูตะวันด้วยตัวเราเองเพราะนาย อำเภอก็หายตัวไปแต่เช้าแล้ว ปรึกษากันแล้วพลอยขวัญเชื่อว่าพวกมันต้องมีแหล่งกบดานแน่ๆ

“ฉันรู้จักอยู่ที่นึง” รานีนึกขึ้นได้ แต่พอจะออกเดินทาง พลอยขวัญไม่อยากให้รานีไปด้วยเพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ ย้ำว่า “คุณไม่จำเป็นต้องมาเสี่ยงตายเพื่อไร่ฟ้ารุ่ง”

“ฉันไม่ได้ทำเพื่อไร่ฟ้ารุ่ง แต่ฉันทำเพื่อนายเสือต่างหาก” รานีตัดบทแล้วขึ้นหลังม้าเลย

พลอยขวัญอดหึงไม่ได้ สิงห์สังเกตอยู่ด้วยความน้อยใจแต่ทำเฉไฉมองนกมองไม้ไปอย่างปลงๆ

ooooooo

เพชรรุ้งกับภูตะวันถูกนำตัวไปทางโรงนา ทั้งสองถูกลากไปมัดไว้มุมหนึ่ง ภูตะวันชำเลืองมองที่รองเท้า เดชาเห็นเข้ามันรู้ทันทีว่าต้องมีอะไรในนั้น ค้นตัวภูตะวันเจอมีดที่ซ่อนอยู่ มันดึงออกมาปาไปปักที่เสาไม้ต้นหนึ่ง พูดอย่างสะใจเย้ยหยันว่า

“โชคไม่ได้เข้าข้างแกทุกครั้งหรอกไอ้เสือ”

ศรกำลังจะขี่ม้าไปเอาเอกสารสัญญาใหม่ที่บ้านจรัญ

เดชาตามออกมามันหันไปสั่งกรณ์กับไกรว่า

“สั่งเวรยามว่าห้ามประมาท พวกไร่ฟ้ารุ่งอาจบุกมาเมื่อไหร่ก็ได้”

หารู้ไม่! พลอยขวัญ หลง รานี สิงห์ พร และสมใจมาซุ่มอยู่แล้ว พวกเขาได้ยินคำสั่งนั้นชัดเจน พอเดชาห่างออกไป สิงห์หันมากระซิบแผนการกับพรรคพวกที่ซุ่มอยู่

เพชรรุ้งกับภูตะวันถูกมัดอยู่ใกล้ๆกัน เธอบอกเขาว่าท่าทางเราคงไม่รอดแน่ ภูตะวันเชื่อว่าต้องมีคนมาช่วยแต่ไม่ว่าอย่างไร ตนจะไม่ยอมตายแบบนี้เด็ดขาด เขามองมีดพกที่ปักเสาอยู่อย่างคิดหาทาง

ทันใดนั้น เสียงปืนดังขึ้น เป็นการโจมตีของรานี หลง พร และสมใจ พวกเดชาหาที่หลบกันจ้าละหวั่น มันสั่งสมุน “ฆ่ามันให้หมด” แต่ขณะเดชานำสมุนโผล่ออกมายิงตอบโต้นั่นเอง มันเห็นพวกรานีควบม้าหนี

“ตามไปลากคอมันมา!” เดชาตะโกนลั่น

สิงห์ซุ่มอยู่กับพลอยขวัญ สิงห์มองตามรอยแตกของฝาเข้าไปเห็นภูตะวันกับเพชรรุ้งถูกมัดอยู่แต่ก็ยังมีเวรยามคุมเชิงอยู่อีกสองคน สิงห์แอบคลานเข้าไปตอนมันเผลอรวบตัวอุดปากและแทงมันกลางหลัง อีกคนหันมาก็ถูกปามีดปักกลางอก

สิงห์รีบเข้าไปแก้มัดให้ภูตะวัน โดยไม่รู้ว่าสมุนเดชาคนแรกที่ถูกแทงข้างหลังยังไม่ตาย มันเล็งปืนใส่สิงห์แต่พลอย– ขวัญเห็นก่อนพุ่งเข้าผลักสิงห์ ทำให้กระสุนยิงเฉียดหัวสิงห์ไปและคนร้ายก็ถูกพลอยขวัญยิงสวนจนตายคาที่

ทันใดนั้นเดชาผลักประตูนำสมุนเข้ามา สิงห์จึงหันไปยิงต่อสู้กับพวกเดชาเสียงปืนสนั่นหวั่นไหว

กรณ์กับไกรได้ยินเสียงปืนที่โรงนามันรู้ว่าถูกหลอกแล้ว ชวนกันรีบกลับไป

ooooooo

ในโรงนาภูตะวันวิ่งไปคว้ามีดพกของตัวเองมาถือไว้ เพชรรุ้งกับพลอยขวัญช่วยกันลากศพยามไปปลดอาวุธส่งให้ภูตะวัน ในขณะที่สิงห์ร้องท้าเดชาให้ออกมาสู้กันอย่ามัวมุดหัวอยู่

ภูตะวันบอกพลอยขวัญกับเพชรรุ้งให้รีบหนีไปก่อนทางนี้ตนกับสิงห์จะจัดการเอง สองพี่น้องพากันวิ่งหลบไป เดชาสั่งสมุนว่า “พวกมันต้องเผ่นทางด้านหลังแน่ รีบอ้อมไปดักเร็วเข้า” สมุนมันจึงแบ่งกำลังกันออกไป

ที่หลังโรงนา สิงห์พาพลอยขวัญขี่ม้าไปกับตน ภูตะวันพาเพชรรุ้งขี่ม้ากับตน แล้วพากันควบม้าไป พริบตาเดียวเดชากับสมุนก็โผล่มาถึงช้าไปแค่เสี้ยวนาทีเดียว!

พอดีกรณ์กับไกรกลับมา เดชากระชากสมุนคนหนึ่งตกจากหลังม้าแล้วขึ้นควบไล่ตามพวกภูตะวันไป สิงห์หันมา เห็นร้องบอก ภูตะวันจึง ให้แยกกันหนีแล้วไปเจอกันที่จุดนัด จากนั้นชักม้าหนีไปคนละทาง

เดชาเห็นดังนั้นสั่งสมุน “ไม่ต้องสนนังพลอยขวัญ ไปลากตัวนังเพชรรุ้งมาให้ได้”

เช้าวันต่อมา สิงห์พาพลอยขวัญกลับมาถึงจุดนัดพบ เจอรานีกับหลงคอยอยู่ รานีถามว่าแล้วนายเสือล่ะ สิงห์บอกว่าพวกเราพลาดแล้ว พลอยขวัญบอกว่านายเสือกับพี่รุ้งถูกพวกมันต้อนไปอีกทาง

เดชานำสมุนไล่ตามภูตะวันกับเพชรรุ้งไปจนถึงริมแม่น้ำ ภูตะวันกระโดดลงจากหลังม้าลงไปสำรวจทาง เพชรรุ้งถามว่าเรามาผิดทางหรือเปล่า ภูตะวันจำได้ว่าตรงนี้เคยมีสะพาน

“สะพาน? นายรู้ได้ยังไง สะพานนั่นเขารื้อไปตั้งหลายปีแล้วนะ” เพชรรุ้งมองอย่างสงสัย

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ภูตะวันตัดสินใจชวนเพชรรุ้งกระโดดน้ำว่ายข้ามแม่น้ำไป แม้เพชรรุ้งจะไม่แน่ใจแต่ไม่มีทางเลือก เมื่อเวลากระชั้นเข้ามาทั้งสองจึงถอดหมวกกระโดดลงไปด้วยกัน

ขณะว่ายไปเกือบถึงฝั่งแล้วนั่นเอง เพชรรุ้งหมดแรงภูตะวันจึงหันมาประคองพาว่ายขึ้นฝั่ง เป็นเวลาที่เดชากับสมุนตามมาทันพอดี มันยกปืนเล็งที่หัวภูตะวัน แต่ภูตะวันยิงใส่สมุนของมันคนหนึ่งกระเด็นไป ส่วนกระสุนของเดชาเจาะเข้าที่เอวภูตะวันจนเขากลิ้งตกลงไปในน้ำอีกครั้ง เพชรรุ้งตัดสินใจกระโดดตามไปทันที ร่างทั้งสองถูกกระแสน้ำเชี่ยวพัดหายไปด้วยกัน

“โธ่เว้ย!” เดชาสบถอย่างหัวเสีย

ooooooo

ที่ลานบ้านจรัญ ก้อนกำลังรายงานจรัญว่า เพชรรุ้งหนีไปได้ซ้ำเธอยังรู้ว่าเดชาอยู่เบื้องหลังงานนี้ถ้าซัดทอดมาถึงเรามีหวังได้โกลาหลกันแน่

“คอยสังเกตการณ์ให้ดี ถ้าไอ้เดชาทำพลาดเมื่อไหร่ ก็เก็บมันเสีย” จรัญสั่ง

บุหลันแอบฟังอยู่ รอจนก้อนออกมาจึงเข้าไปถามว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร เพราะเดชาไม่ใช่คนที่จะเล่นงานได้ง่ายๆ ถามยั่วว่าหรือลงทุนทำเพื่อตน ถูกก้อนย้อนเย้ยว่า อย่าประเมินตัวเองสูงเกินไป เพราะถึงตนจะต้องการเธอแต่ก็ไม่โง่เหมือนผู้ชายคนอื่น ย้ำว่า

“แล้วที่สำคัญ ผมมันชอบของฟรีซะด้วย...คุณยัง

ติดหนี้ผมอยู่นะ เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันเสียที”

“คืนนี้ ฉันจะรอในสวนดอกไม้” บุหลันนัดทันที

ooooooo

สมใจกับพรมาสมทบที่จุดนัดพบ รานีถามว่าเจอเบาะแสบ้างหรือยัง สมใจกับพรช่วยกันเล่าว่าไม่มีวี่แววเลยเห็นแต่รอยเท้าม้าของพวกเดชาเลาะไปตามฝั่งแม่น้ำ

พลอยขวัญเสนอให้ตามไป สิงห์ติงว่าพวกมันมากกว่าเราตามไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ รานีนึกได้บอกว่า

“ยังมีอีกคนที่ช่วยเราได้”

นั่นคือณรงค์ ดังนั้น พลอยขวัญกับสิงห์จึงไปที่โรงนาเพราะเชื่อว่าณรงค์ต้องไปที่นั่น แล้วก็เจอจริงๆ ณรงค์กำลังแค้นถาวรว่าเพชรรุ้งอยู่ที่ไหน ถาวรหูตาเหลือกบอกว่าตนไม่รู้จริงๆ เรียวเอาปืนจ่อจะยิง เสียงพลอยขวัญร้องห้ามบอกให้ปล่อยไปเสียแล้วปรากฏตัวออกมาพร้อมกับสิงห์

“คนอย่างหมอนี่ ยิงไปก็เสียดายลูกปืนเปล่าๆ” พลอยขวัญบอกเรียว สิงห์ช่วยพูดว่าถาวรคงไม่ได้โกหกเพราะ

เมื่อคืนเพชรรุ้งถูกขังอยู่ที่นี่จริงๆ ณรงค์ถามอย่างหัวเสียว่าแล้วตอนนี้เพชรรุ้งอยู่ไหน

หลังจากคุยกันแล้ว ณรงค์เดินนำเรียวกับถาวรออกมาขึ้นม้า บอกสิงห์ว่า ถ้าจะสู้กับจรัญเราต้องมีคน

มากกว่านี้ ตนกับเรียวจะไปหาคนมาเพิ่ม จากตรงนี้ไปกลับไม่เกินสี่ชั่วโมง

“ถ้างั้นฉันกับพวกคนงานจะออกตามหาพี่เพชรรุ้งไปพลางๆ” พลอยขวัญเสนอ ณรงค์พยักหน้าเห็นด้วย แต่ย้ำว่า เรื่องระหว่างเราเอาไว้ค่อยเคลียร์กันทีหลัง แล้วหันไปสั่งเรียวให้ออกเดินทาง

“พวกเรารีบกลับไปที่ไร่เถอะครับ” สิงห์กับพลอยขวัญรีบควบม้ากลับไป ทิ้งถาวรที่ถูกมัดมืออุดปากอยู่ตรงนั้นเป็นการลงโทษและกันไม่ให้ไปส่งข่าวจรัญอีก

ooooooo

ตอนที่ 8

ที่โต๊ะอาหารนี้เอง ยศได้แจ้งเรื่องสำคัญที่ศักดาให้มาบอกเพชรรุ้ง ด้วยความเชื่อใจว่า ทุกคนที่โต๊ะ อาหารนี้เป็นคนในทั้งสิ้นว่า

“ตอนนี้ คุณศักดากำลังพักอยู่ที่เมืองหลวงเก่ากับท่านนายพลเรืองฤทธิ์เพื่อนของคุณพ่อคุณหนูเอง ส่วนลูกชายท่านนายพลเป็นนายอำเภออยู่ที่นี่ นายอำเภอรับปากว่าจะช่วยเคลียร์เรื่องคดีความต่างๆให้พ่อของคุณหนู ถ้าหากคุณหนู...เอ่อ...ยอมแต่งงานกับลูกชายเขา”

“อะไรนะ” เพชรรุ้งอุทานอึ้ง ยศชี้แจงว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอเพราะศักดาสั่งไว้ว่าถ้าเธอไม่ เต็มใจก็ไม่ต้องรับปาก

ภูตะวันมองหน้าเพชรรุ้ง  เห็นเธอนั่งนิ่งงันเหมือนถูกสะกด ดังนั้น หลังลุกจากโต๊ะอาหาร ภูตะวันเดินมาคุยกับเพชรรุ้งที่ลุกเดินออกมาอย่างใจลอยว่า เธอไม่ควรแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น

“แต่เขารับปากว่าจะช่วยพ่อของฉัน เขามีอำนาจ ถ้าเขาออกโรงเมื่อไหร่นายจรัญต้องหลีกทางแน่” เพชรรุ้งตอบอย่างใช้ความคิด ครั้นภูตะวันติงว่าชีวิตเธอจะเป็นอย่างไรถ้าต้องแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก “อยู่ๆไปก็รักกันไปเองแหละ นายไม่เคยได้ยินเหรอ”

ภูตะวันติงว่าเธอไม่ใช่คนแบบนั้น อ้างว่า พรเคยเล่าให้ฟังว่า ตอนเธอเด็กๆ เป็นคนขี้แยแต่ก็หัวดื้อกว่าเด็กผู้หญิงทุกคน อะไรที่เป็นของเธอใครก็แย่งไปไม่ได้ เรื่องไหนที่เธอไม่ชอบใครก็มาฝืนใจไม่ได้เช่นกัน ทำให้เพชรรุ้งมองอย่างหวั่นไหวที่เขารู้จักตนเป็นอย่างดี

เพชรรุ้งยืนกรานว่า ตอนนี้ตนโตแล้วและต้องช่วยพ่อปกป้องไร่ฟ้ารุ่ง ทำให้ภูตะวันคว้ามือเธอไว้ ถูกเธอเรียกปราม เขาก็ยังพยายามบอกเธอว่า

“คุณหนูจะตีจะด่าผมยังไงก็ได้แต่ผมอยากจะบอกว่า...ผมไม่อยากเห็นคุณเป็นของใครทั้งนั้น นอกเสียจาก...คนที่คุณรัก”

“คนที่ฉันรัก เขาจากฉันไปนานแล้วนายเสือ หัวใจของฉันมีแต่ความว่างเปล่า ฉันไม่ได้รักใคร นายอย่าเป็นห่วงเลย”  พูดแล้วสะบัดมือจากการเกาะกุมของภูตะวันเดินหนี เข้าบ้านไป ระหว่างนั้นยศเดินสวนออกมาพอดี เขามองภูตะวันอย่างนึกสงสัย

ooooooo

แม้จรัญจะมองเดชาว่าเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้ แต่เพื่อให้มาต่อสู้กับภูตะวันจึงจำต้องรับเดชาและสมุนคือศร กรณ์และไกรมาไว้ในบ้าน ท่ามกลางความระแวงของก้อน

บุหลันแอบมาหาเดชาที่ห้องพักของเขา เตือนว่ามีคนจับตาดูเขาอยู่ให้ระวังตัวไว้ด้วย เดชาเดาได้ว่าเป็นก้อน บุหลันรับว่าใช่ เพราะเมื่อวานก้อนซอกแซกถามว่าเจอตัวเขาได้อย่างไร ตนเลยโกหกไปว่าสมุนของเขารู้จักกับคนรับใช้ตน

เดชาพูดอย่างอาฆาตว่าไม่เป็นไร ไม่มีปัญหาตนจะกำจัดมันทันทีที่มีโอกาส บุหลันพยักหน้าอย่างพอใจ

ฝ่ายก้อนก็ถามจรัญว่า เคยบอกว่าเดชาไว้ใจไม่ได้ทำไมถึงยอมร่วมงานกับมัน  จรัญยอมรับว่า บุหลันพูดถูกว่ามีแต่เดชาเท่านั้นที่จะรับมือนายเสือได้ จึงจำต้องอาศัยมันจนกว่าจะยึดไร่ฟ้ารุ่งสำเร็จ

ก้อนถามว่าแล้วหลังจากนั้นจะทำอย่างไร จรัญพูดเหี้ยมว่า “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” ก้อนเข้าใจดีแต่ก็ยังเตือนว่า เลี้ยงงูเห่าไว้ในบ้านก็ต้องไม่ประมาท
“ข้ารู้แล้ว เอ็งก็คอยเป็นหูเป็นตาแทนข้าด้วยละกัน”

ooooooo

มาบอกข่าวเพชรรุ้งแล้ว รุ่งขึ้นยศเดินทางกลับ บอกเพชรรุ้งว่าได้คำตอบเมื่อไรอย่าลืมส่งจดหมายไปบอกพ่อเธอด้วย เพราะเขารออยู่

พร สิงห์ และสมใจ ขี่ม้าไปส่งยศเป็นการคุ้มกันไปในตัว จนถึงปากทางเข้าไร่ ยศให้พวกนั้นกลับไปเสียตนจะไปต่อเอง เมื่อยศควบม้าไปแล้ว สิงห์จึงเพิ่งนึกได้ว่า ภูตะวันหายไปไหนทำไมไม่มาส่งยศพร้อมกัน

ที่แท้ ภูตะวันไปซุ่มดูอยู่ไกลๆ เห็นพวกพรมาส่งยศและเห็นกระทั่งว่ามีรถจี๊ปทหารคันหนึ่งมารับยศ เขาเห็นเครื่องหมายตราบอกสังกัดที่ข้างรถทหารชัดเจนว่า มันเป็นค่ายทหารม้า สัญลักษณ์เดียวกับของสาโรจน์!

เมื่อไปเล่าให้รานีฟัง รานีถามว่าพอแยกออกไหมว่าเป็นสังกัดของใคร หลงเชื่อว่าตามตัวอักษรแล้วน่าจะเป็นของนายพลเรืองฤทธิ์เพราะเคยเห็นแขกที่มาเที่ยวแต่งตัวมีเครื่องหมายแบบนี้ รานีจึงเล่าว่า

“นายพลเรืองฤทธิ์เป็นพวกทหารนอกแถว คนอย่างมันทำได้ทุกอย่างเพื่ออำนาจ”

หลงเชื่อว่าเรืองฤทธิ์ต้องคุ้มหัวศักดาอยู่แน่ๆ ภูตะวันเสนอจะไปฆ่าศักดาเลยดีไหม รานีติงว่า เขาจะตายก่อนถึงตัวมันด้วยซ้ำ ภูตะวันจึงเสนออีกแผนคือคอยดักฆ่าตอนศักดามางานแต่งงานของเพชรรุ้ง

รานีจึงรู้ว่า ที่แท้แล้วณรงค์เป็นลูกของเรืองฤทธิ์ มองทะลุไปถึงว่า พวกมันต้องการยึดไร่ฟ้ารุ่งเหมือนกับจรัญ ทำให้ภูตะวันยิ่งหนักใจที่มรดกของตนกลายเป็นที่จับจ้องของกลุ่มอำนาจหลายกลุ่ม

ooooooo

เพชรรุ้งคิดหนัก วันนี้ถึงกับเอากังหันลมอันเล็กที่ได้มาในวัยเด็กขึ้นมาดูอย่างคิดถึงคนให้ ถามตัวเองว่าจะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักกันจริงๆเหรอ ก็พอดีสาลี่เข้ามาบอกว่า มีแขกมาขอพบเพชรรุ้งถามว่าบอกรึเปล่าว่าเป็นใคร สาลี่บอกว่าเป็นนายอำเภอกับผู้ช่วย เธอหน้าเครียดขึ้นทันทีและเมื่อออกไปพบณรงค์ เขาถอดหมวกอย่างสุภาพ บอกว่า มาทวงคำสัญญา...อาหารมื้อค่ำ

เพชรรุ้งพยักหน้าอย่างจำได้ ระหว่างนั้น ภูตะวันขี่ม้ากลับมาพอดี...เขาเลยไปเข้าโรงครัวกินอาหารกับพวกสิงห์ พรและสมใจ สิงห์ไม่พอใจณรงค์ที่มาไร่ฟ้ารุ่ง พรบ่นว่า ต่อไปก็คงจะเป็นแขกประจำของที่นี่

สิงห์ไม่เชื่อ พรจึงให้ภูตะวันเล่า ภูตะวันบอกว่าณรงค์กำลังจะแต่งงานกับเพชรรุ้ง เพราะเป็นความต้องการของผู้ใหญ่ คุยกันถึงเรื่องนี้แล้วบรรยากาศก็กร่อยไปสนิท สุดท้ายภูตะวันอิ่มเอาดื้อๆ อ้างว่าจะรีบไปเข้าเวร ทั้งๆ ที่คืนนี้เป็นเวรของสมใจ ทุกคนเลยยิ่งงงว่า เขาเป็นอะไรไป

ฝ่ายณรงค์หลังทานอาหารแล้วก็ทำเฉไฉขอค้างคืนที่นี่เลย เพชรรุ้งจึงให้สาลี่ไปเตรียมห้องที่เรือนเล็กของยศเป็นที่พัก สาลี่พาไปแล้วขอตัวกลับ แต่ที่แท้ยังอยู่แถวนั้น ได้ยินเรียวกับณรงค์คุยกัน เรียวถามว่า ทำไมถึงค้างที่นี่ ณรงค์บอกว่าเมื่อมีโอกาสเข้ามาแล้วก็อยากสำรวจรอบๆ จะได้รู้ว่าที่นี่มีสายแร่พลอยจริงไหม

“สายแร่พลอย...นี่ขนาดนายอำเภอก็เอากับเขาด้วยเหรอเนี่ย” สาลี่พึมพำ

เมื่อณรงค์จะไปสำรวจไร่ เพชรรุ้งจึงให้ภูตะวันช่วยพาไป เขาปฏิเสธอ้างว่าณรงค์อาจอยากคุยเรื่องแต่งงานกับเธอก็ได้ เมื่อเพชรรุ้งยืนยันว่าต้องไปเขาก็เกี่ยงให้พรไปแทน

เพชรรุ้งคาดคั้นถามว่าทำไมถึงทำตามคำสั่งตนไม่ได้ ภูตะวันเลยจำต้องบอกว่าตนไม่อยากเห็นณรงค์อยู่กับเธอ เพชรรุ้งพูดใส่หน้าว่าเขาไม่มีสิทธิ์คิดแบบนั้น

“ผมรู้ แต่ความรู้สึกของคนเรามันห้ามกันไม่ได้” เพชรรุ้งโต้ว่าต้องได้ เพราะนี่เป็นคำสั่ง “ถ้างั้นทำไมคุณไม่สั่งหัวใจตัวเองดูบ้าง บอกผมสิว่าคุณรักหมอนั่น รักผู้ชายที่คุณไม่เคยรู้จักเขามาก่อน คุณหนูทำได้ไหม”

“ทำไมจะไม่ได้ ฉันจะรักเขา ฉันจะเป็นเมียเขา ใครก็ตามที่ช่วยชีวิตพ่อฉันเอาไว้ ฉันยอมได้ทั้งนั้น นายพอใจรึยัง” ภูตะวันพยักหน้าอย่างปวดร้าว เชื่อว่าเธอคิดอย่างนั้นจริงๆ “นายเป็นแค่ยามนายเสือเป็นแค่บ่าวไพร่คนนึงของฉัน และชั่วชีวิตนายจะเป็นได้แค่นั้น ต่อไปอย่าพูดพล่อยๆ ให้ฉันได้ยินอีก”

เพชรรุ้งควบม้าไปแล้ว ภูตะวันยังยืนสับสนกับความคิดตัวเอง แต่เพชรรุ้งสับสนยิ่งกว่า เธอทบทวนคำโต้เถียงกันแล้วถามตัวเองว่า “นายเสือ...หรือว่านาย...”

ฝ่ายศักดาหงุดหงิดมากเมื่อยศกลับไปรายงานว่าเพชรรุ้งยังไม่ให้คำตอบ แต่เมื่อยศชี้แจงว่าเธออาจต้องการศึกษานิสัยใจคอของณรงค์ก่อน คาดว่าเธอคงไม่ปฏิเสธ ฟังแล้วศักดาพูดอย่างผ่อนคลายลงว่า

“ก็ดี...ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนละก็ ไอ้จรัญมันต้องก้มหัวให้เราแน่...”

เช่นเดียวกัน จรัญก็ถึงกับอึ้ง เมื่อได้ข่าวจากเดชาว่าณรงค์จะแต่งงานกับเพชรรุ้ง ซ้ำยังยุว่า

“ถ้าพวกมันผูกญาติกันได้เมื่อไหร่ เราคงต้องเจอศึกใหญ่แล้วล่ะครับพ่อเลี้ยง”

“ต้องหาทางหยุดพวกมัน ต้องล้มงานแต่งครั้งนี้ให้ได้” จรัญประกาศกร้าว

ooooooo

บุหลันลักลอบพบกับเดชาที่โรงงานเก็บม้า ทิ้งแมวคู่ใจไว้ข้างนอกแล้วเข้าไปเริงรักกันข้างใน โชคร้ายที่ก้อนกับสมุนผ่านมาเห็นแมวของบุหลันวนเวียนอยู่แถวนั้นก็เอะใจ มองไปทางโรงเก็บม้า เหมือนจะรู้อะไร

เดชากับบุหลันยังนอนคุยกันอย่างมีความสุข เดชาถามว่าทำไมเธอถึงได้อยากให้ตนจัดการจรัญ จึงรู้ว่าบุหลันถือจรัญเป็นศัตรู การที่ตนยอมเป็นนางบำเรอของจรัญ เป็นเพียงแผนแก้แค้นเท่านั้น เมื่อเดชาถามถึงสาเหตุ เธอเล่าว่า

“เมื่อหลายปีก่อน พ่อเลี้ยงจรัญกว้านซื้อที่ดินแถวไร่ฟ้ารุ่ง ทั้งหมดก็เพื่อค้นหาแหล่งพลอย ครอบครัวไหนที่ไม่ยอมขายที่ให้ในราคาถูกก็ต้องพบจุดจบทุกราย”

พ่อแม่เธอก็เช่นกัน เมื่อพ่อแม่ถูกยิงตายแล้วเธอทิ้งศพไว้กลางไร่เพื่อหลอกให้จรัญคิดว่าเธอหนีไปแล้ว แต่หลังจากแปลงโฉมแล้วเธอจึงย้อนกลับมาเพื่อแก้แค้น เมื่อเธอมีโอกาสเข้าถึงตัวจรัญจึงวางแผนจะทวงสมบัติของพ่อแม่คืน  และต้องให้มันตายอย่างน่าสมเพชที่สุด  ถ้ามันรู้ว่ามรดกทั้งหมดของมันตกเป็นของศัตรู

เล่าให้เดชาฟังแล้ว ก้อนถามว่าแล้วทำไมเธอจึงเลือกตน ทั้งๆที่ก้อนมาก่อน แถมจรัญยังไว้ใจด้วย

“บอกตามตรงนะ ฉันกระเดือกนายก้อนไม่ลง แล้วที่สำคัญถ้าไอ้โง่นั่นทำงานสำเร็จเมื่อไหร่ รับรองมันต้องผลาญสมบัติไม่เหลือแน่”

ทั้งคู่สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงจรัญร้องเรียกบุหลัน ในมือจรัญอุ้มแมวที่เธอทิ้งไว้ข้างนอกด้วย เดชารีบแต่งตัวเดินออกไปล่อจรัญไปทางหนึ่ง อ้างว่าตนมาดูม้าเลยเดินเล่นแถวนี้ จรัญถามว่าเห็นบุหลันไหม เดชาส่ายหน้า จรัญบ่นอุบอิบว่า “เอ...แล้วทำไมไอ้ก้อนมันบอกว่าอยู่แถวนี้วะ”

อีกทางหนึ่ง บุหลันแอบย่องออกไปบ่ายหน้าไปทางบ้าน เจอก้อนเข้าถูกมันถามดักคอว่า สนุกจนลืมตัวลืมตายแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือ แม้บุหลันจะตกใจ แต่ก็ทำปากแข็งสวนไปว่ามันเรื่องของตน

แต่ก้อนไม่ยอม คว้ามือบุหลันไว้ ซํ้ายังขู่ว่ารู้ว่าเธอมีความสัมพันธ์กับเดชาขนาดไหน สุดท้ายมันก็ขอต่อรองแลกกับการปิดปากว่า “ผมมาก่อนไอ้เดชาตั้งนาน คุณก็น่าจะเห็นใจผมบ้างสิ”

“แค่นั้นเองเหรอที่นายต้องการ” บุหลันยิ้มอ่อย ก้อนแสยะยิ้มอย่างหื่นกระหายตาวาว

ooooooo

ณรงค์ไม่พอใจที่เพชรรุ้งให้ภูตะวันไปด้วย เหลือบมองภูตะวันอย่างไม่ถูกชะตา  แต่ก็ไม่อาจกีดกันได้ เพราะเพชรรุ้งอ้างว่านายเสือเป็นหัวหน้าการ์ดของที่นี่ คงอยากได้คำแนะนำจากนายอำเภอเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัย

สาลี่แอบได้ยินณรงค์พูดกับเรียวแล้วรีบตามหาเพชรรุ้ง เจอแต่พลอยขวัญ จึงเล่าอย่างตระหนกว่า

“อีตานายอำเภอที่มันจะแต่งงานกับคุณเพชรรุ้ง ก็เพราะมีแผนจะฮุบสมบัติค่ะ”

พลอยขวัญจํ้าอ้าวไปหาสิงห์บอกว่ามีงานให้ทำรีบแต่งตัวแล้วตามมา จากนั้นพลอยขวัญ สิงห์ พร และสมใจ ก็ย่องไปที่พุ่มไม้หน้าเรือนเล็ก เห็นถาวรกำลังหลับกรนคร่อกๆ ที่เก้าอี้โยก เธอบอกสิงห์กับพวกว่า ทำยังไงก็ได้ให้พวกนี้เผ่นไปจากไร่เราให้เร็วที่สุด

ด้วยการบงการของพลอยขวัญ พวกสิงห์แกล้งจุดประทัดโยนใส่ถาวร จนมันตกใจลุกขึ้นวิ่งอ้าวไป เธอบอกว่ายังมีอีกคนหนึ่งคือเรียว พอดีเรียวเดินออกมา สิงห์จุดประทัดโยนเข้าไปในบ้าน แต่เรียวไม่สะดุ้งสะเทือนเลย ซํ้ายังโกรธที่รู้ว่าโดนแกล้งด้วย สุดท้ายพวกสิงห์เลยต้องเป็นฝ่ายเผ่นเสียเอง

แต่ถูกเรียวตามหาจนเจอในไร่ข้าวโพด เรียวชักซามูไรออกมา สิงห์ชักมีดสั้นออกมา สิงห์ตะโกนให้ทุกคนหลบไป ตัวเองถือมีดสั้นสู้กับซามูไรอย่างดุเดือด

ooooooo

ณรงค์ไม่พอใจภูตะวันที่ตามติดไปด้วย พูดขู่ๆว่าถ้าตนเป็นการ์ดจะตามห่างๆเพื่อให้คู่บ่าวสาวในอนาคตได้จู๋จี๋กัน ภูตะวันจึงทิ้งระยะห่าง แม้จะเป็นห่วงเพชรรุ้งไม่น้อย

ณรงค์ฉวยโอกาสนั้นหว่านล้อมเพชรรุ้งว่าอีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันแล้ว พยายามลวนลามกระทั่งปลุกปลํ้า เพชรรุ้งปัดป้องแต่สู้แรงณรงค์ไม่ได้ ขณะกำลังจะเสียท่านั่นเอง ภูตะวันพรวดเข้ามากระชากณรงค์ออกมา ทั้งคู่เลยหันมาต่อสู้กันตัวต่อตัวด้วยหมัดลุ่นๆ

จังหวะหนึ่งณรงค์จับภูตะวันกดนํ้า แต่ภูตะวันก็ปลดล็อกออกมาได้เป็นฝ่ายชกณรงค์หลายหมัดจนมันหมดแรง ภูตะวันปรามเสียงเข้มว่า

“ฟังผมให้ดีนะนายอำเภอ การที่พ่อคุณมีอำนาจล้นหล้า ไม่ได้แปลว่าคุณจะมีชีวิตยืนยาวกว่าชาวบ้านคนอื่น อย่างเก่งงานศพคุณก็หรูกว่าเท่านั้นเอง”

ณรงค์พูดอาฆาตว่า เจอกันคราวหน้าจะเอาคืนแน่ ภูตะวันผละไป ณรงค์ชักปืนออกมาทันที แต่พริบตานั้น เพชรรุ้งก็ชักปืนออกมายิงขู่ บอกณรงค์อย่างเด็ดขาดว่า
“ถ้าคุณแตะต้องคนของฉันเมื่อไหร่ พันธะระหว่างเรา ฉันจะถือว่าเป็นโมฆะ ทีนี้อย่าว่าแต่พ่อคุณมีกองทัพเลย ต่อให้พ่อคุณเป็นเทวดา ฉันก็ไม่แคร์!”

ณรงค์มองเพชรรุ้งอย่างไม่พอใจ จากนั้นทุกคนพากันกลับ ณรงค์ขี่ม้ารั้งท้ายอย่างแค้นใจ ภูตะวันกับเพชรรุ้งลอบมองกันหลายครั้งจนจังหวะหนึ่งสบตากันจังๆ เลยต่างยิ้มให้กัน
ระหว่างนั้นเองได้ยินเสียงปังๆๆจากในไร่ ทำให้ทุกคนแปลกใจ ภูตะวันเห็นท่าไม่ดีรีบควบม้านำทุกคนไปยังไร่ทันที
ooooooo
เรียวกับสิงห์ต่อสู้กันเอาเป็นเอาตาย ขณะสิงห์เสียท่าล้มลงนั้น เรียวเงื้อซามูไรสุดแขน แต่ไม่ทันทำอะไร เขาก็ถูกพลอยขวัญใช้ก้อนหินทุบจนสลบ

เป็นเวลาที่เพชรรุ้ง ภูตะวัน และณรงค์กลับมาถึงพอดี ถาวรที่อยู่ในเหตุการณ์ฟ้องว่าอยู่ดีๆพวกของเพชรรุ้งก็หาเรื่องแกล้งพวกตนจนเรียวต้องเป็นแบบนี้

พลอยขวัญบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ทำไปก็แค่ต้องการให้พวกนี้ออกไปจากไร่เราเท่านั้น เพชรรุ้งตำหนิน้องว่าทำไมทำอย่างนี้ พวกเขามาช่วยพ่อเราแท้ๆ

“ไม่จริง พวกมันต้องการยึดไร่ฟ้ารุ่งต่างหาก พวกมันต้องการค้นหาสายแร่พลอย มันก็เลวเหมือนกับไอ้จรัญนั่นแหละ” พลอยขวัญโต้ เพชรรุ้งสั่งให้ถอนคำพูด เมื่อพลอย-ขวัญไม่ยอมถอน เพชรรุ้งเงื้อแส้ม้าในมือจะฟาดใส่ ภูตะวัน เห็นดังนั้นพุ่งเข้าขวาง สุดท้ายเขาถูกเพชรรุ้งฟาดแส้ถูกหน้าจนเป็นแผลฉีก!

เพชรรุ้งทิ้งแส้ร้องไห้ พูดอย่างอัดอั้นว่า

“ทำไม...ทำไมไม่มีใครเชื่อฉันบ้าง ทำไมทุกคนต้องก่อเรื่องวุ่นวาย ฉันพยายามดูแลที่นี่ ดูแลทุกคน แล้วทำไม...ทำไม...ถึงทำกับฉันแบบนี้!” เธอร้องไห้วิ่งเข้าบ้านไป

ณรงค์เห็นสถานการณ์ตึงเครียด จึงสั่งถาวรให้พาเรียวไปหาหมอ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง หันไปพูดกับพลอยขวัญเชิงขู่เชิงอาฆาตว่า

“ผมจะบอกอะไรให้ ถ้าผมจะยึดไร่ฟ้ารุ่งจริงๆ ใครก็ขวางผมไม่ได้ทั้งนั้น!”

ooooooo
พลอยขวัญกับสาลี่ตามไปเคาะประตูห้อง

เพชรรุ้ง แต่ข้างในไม่ยอมตอบ ไม่ยอมเปิดประตู เธอจึงบอกสาลี่ว่า ปล่อยให้พี่เขาอยู่คนเดียวอีกสักพักหนึ่งก่อน แล้วพากันผละไป ลงมาเจอภูตะวัน เธอบอกว่าเพชรรุ้งไม่ยอมพูดกับตน และก็คงไม่อยากพบเขาเหมือนกัน ให้กลับไปก่อน

เมื่อภูตะวันหันหลังจะเดินกลับ พลอยขวัญเรียกไว้ ขอบใจที่ปกป้องตน ชมว่าเขาทำตัวเหมือนพี่ชายเลย

“ก็เราเคยสัญญากันไว้นี่ครับ” ภูตะวันตอบนิ่งๆพลอยขวัญยิ้มให้เขา

แม้แต่สิงห์เองก็ยังชมภูตะวันที่ยอมเอาตัวเข้าปกป้องพลอยขวัญขนาดนั้น ตนเองยังไม่กล้าเลย

มิน่าเล่าพลอยขวัญถึงได้ชอบเขา ภูตะวันยืนยันว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับพลอยขวัญเพราะมันเป็นไปไม่ได้ สิงห์คาดคั้นถามว่ารู้ได้ยังไง ภูตะวันย้ำแต่คำเดิมว่า “เอาเป็นว่าฉันรู้ก็แล้วกัน” ทำให้สิงห์รู้สึกว่าภูตะวันมีความลับอะไรอยู่ในใจ

คืนนี้ภูตะวันนอนไม่หลับ เขาลุกเดินไปทางเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง มองขึ้นไปที่หน้าต่างห้องนอนของเพชรรุ้งอย่างเป็นห่วง เห็นไฟมืดสนิทราวกับไม่มีคนอยู่ แต่ในสายตาแวบหนึ่งเขาเห็นเงาคนแอบดูอยู่ที่หลังม่านหน้าต่าง เขาตัดสินใจเข้าไปในบ้าน ตรงไปที่ห้องเพชรรุ้งโดยมิพักต้องยั้งคิด

เพชรรุ้งเห็นภูตะวันเข้ามาในบ้านเชื่อว่าเขาต้องขึ้นมาที่ห้อง เธอมองที่ประตูเห็นลงกลอนอยู่แต่อึดใจเดียวก็เห็นลูกบิดถูกบิดจากข้างนอก ใจเธอเต้นรัว เมื่อเสียงภูตะวันขอให้เปิดประตู เธอบอกว่าเขาไม่มีสิทธิ์เข้ามาในนี้

“คุณจะเปิดดีๆหรือให้ผมพังเข้าไป” ภูตะวันถาม ทำให้เพชรรุ้งกระชากประตูเปิดออก เมื่อเผชิญหน้ากัน ภูตะวันบอกทันทีว่า “ผมเป็นห่วงคุณ”

เพชรรุ้งเจ็บปวดจนบอกไม่ถูกเมื่อเห็นรอยแผลจากแส้ที่เธอฟาดที่หน้าเขา เธอขอโทษ...น้ำตาไหลพรากขณะเอามือลูบแผล ภูตะวันส่ายหน้าบอกเธอว่าถ้าเห็นตนเป็นแค่บ่าวก็ไม่จำเป็นต้องพูดแบบนั้น

ตาต่อตาประสานกันอย่างลึกซึ้งจนไม่อาจเก็บความรู้สึกต่อกันได้อีกต่อไป ภูตะวันเช็ดน้ำตาให้แล้วบรรจงจูบอย่างนุ่มนวล เพชรรุ้งแค่ร้องเสียงประหม่าว่า “นายเสือ...อย่า...” ขู่ว่า “ฉันจะร้องให้คนช่วย”

แต่เมื่อหัวใจปรารถนา ก็ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นได้ ภูตะวันกอดจูบเพชรรุ้งอย่างเสน่หา เธอปล่อยกายปล่อยใจไปตามปรารถนา แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเกินเลยกว่านั้น เธอตั้งสติ ผลักภูตะวันออกจากตัวบอกเขาด้วยเสียงปร่าสะท้านว่า

“มันสายไปแล้วนายเสือ...เรื่องระหว่างเรามันไม่ควรเกิดขึ้นเวลานี้...ฉันไม่รู้ว่านายมาที่นี่เพื่ออะไร แต่ว่าฉันไม่ใช่ สิ่งที่นายควรคาดหวัง...ไปเสีย ก่อนที่เราทั้งคู่จะเสียใจ”

ทั้งคู่สบตากันอย่างเจ็บปวดก่อนที่ภูตะวันจะค่อยๆผละห่างออกไป เพชรรุ้งเบือนหน้าหนีอย่างไม่อาจเก็บความรู้สึกได้ จนกระทั่งภูตะวันตัดใจหันหลังเดินจากไป

ภูตะวันลงมาเจอพลอยขวัญถือตะเกียงออกจากห้องเพราะได้ยินเสียงผิดปกติพอดี ต่างสบตากันนิ่ง พลอยขวัญถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นกับตาว่าภูตะวันออกจากห้องเพชรรุ้ง...ทุกอย่างที่เธอสงสัยกลายเป็นเรื่องจริงเสียแล้ว...

ooooooo

เดชามุ่งมั่นที่จะทำลายงานแต่งงานของเพชร-รุ้งให้ได้ ศรเสนอว่าเราต้องกันนายอำเภอออกไปก่อนจากนั้นค่อยลงมือ แผนการจึงเริ่มขึ้น ด้วยการส่งศรไปแจ้งข่าวที่ไร่ฟ้ารุ่งว่าเดชามีเรื่องกับนายอำเภอถูกจับขอให้เพชรรุ้งไปช่วยก่อนที่นายอำเภอจะแขวนคอเดชาวันนี้

เวลาเดียวกันก็ส่งกรณ์กับไกรไปด่าทอณรงค์ที่ห้องพักของเรียวที่โรงแรมสันติภาพที่ณรงค์ไปเยี่ยม ช่วยกันตะโกนด่าว่านายอำเภอตาขาว ไม่มีน้ำยา แล้วขี่ม้าหนี ล่อให้ณรงค์ไล่ตามไปเข้ากับดักถูกร่างแหคลุมและจับมัดทิ้งไว้กลางป่า

พลอยขวัญมุ่งมั่นจะทำให้ภูตะวันหันมาสนใจให้ได้ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเขายังยืนยันมั่นคงว่ารักเธอแบบน้องสาวเท่านั้น ภูตะวันขอโทษที่ทำให้เธอเข้าใจผิด พลอยขวัญเสียใจมากวิ่งหนีไป เจอสิงห์ที่เห็นเธอวิ่งเตลิดมาก็วิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง

พลอยขวัญวิ่งไปถูกหินบาดเท้า สิงห์ปฐมพยาบาลอย่างดีเอาผ้าเช็ดหน้ามาพันบาดแผลให้ ทำให้เธอรู้สึกดี จนเมื่อกลับถึงบ้านพักรู้จากสาลี่ว่า เพชรรุ้งไปช่วยเดชาซึ่งถูกจับอยู่ในเมือง เธอถามว่าใครมาแจ้งข่าว พอรู้ว่านายศร เธอหน้าเสีย รู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมา

ฝ่ายรานีเมื่อได้ฟังหลงเล่าว่าเมื่อกี้ชาวบ้านบอกว่านายอำเภอควบม้าตามคนร้ายออกไปนอกเมืองคลาดกับเพชรรุ้งแค่ไม่กี่นาที ก็เอะใจว่าน่าจะมีกับดัก

หน้าที่ว่าการอำเภอ เมื่อภูตะวันพาเพชรรุ้งกับสมใจมาถึง เขาบอกสมใจอย่าลงจากหลังม้า ถ้าได้ยินเสียงปืนให้รีบกลับไปแจ้งข่าวที่ไร่ฟ้ารุ่งไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น แล้วเขากับเพชรรุ้งก็ขึ้นไปที่ว่าการอำเภอ

ศรพาไปชี้ให้ดูเดชาที่นั่งเอาผ้าคลุมตัวสั่นอยู่ในห้องขังจึงรีบเข้าไปดู เดชาสลัดผ้าคลุมชักปืนออกมาจ่อจับเพชรรุ้งเป็นตัวประกันทันที ภูตะวันก็ไวทายาดเอาปืนจ่อหัวศรไว้เช่นกัน ต่างเอาปืนจ่อคุมเชิงกันอยู่

ภูตะวันพลิกสถานการณ์เมื่อเดชาเผลอเขาเอาพานท้ายปืนฟาดขมับศรแล้วยิงปืนขึ้นฟ้า

พอได้ยินเสียงปืน สมใจชักม้าออกไปทันที กรณ์กับไกรและสมุนขี่ม้าไล่ตามไปเป็นโขยง สมใจถูกพวกกรณ์ไล่ล่าก็หนีสุดชีวิต แต่แล้วพวกมันก็ถูกหลงที่มาซุ่มอยู่ยิงร่วงไปหลายคน สมใจรู้ว่ามีคนมาช่วยจึงหันยิงต่อสู้ ถูกกรณ์ยิงเฉี่ยวหัวไหล่จนตกจากม้า

รานีปลอมตัวเป็นชายควบม้าเข้ามาตะโกนบอกสมใจ “ขึ้นม้า!” พลางช่วยกระชากสมใจขึ้นหลังม้าพาหนีไปด้วยกัน พวกกรณ์ไม่เพียงถูกรานีกับหลงมาสกัดเท่านั้น มันยังถูกสิงห์ พลอยขวัญและพรตามมาเล่นงานด้วย สุดท้ายกรณ์เห็นท่าไม่ดีสั่งถอย

ooooooo

ณรงค์ถูกล่อไปติดกับดัก ม้าของเขาวิ่งกลับไปหาเรียวที่โรงแรมสันติภาพ เรียวเห็นอาการของม้าเดาได้ว่าต้องมีเรื่อง เขากระโดดขึ้นหลังม้าสั่งให้พาไปหาเจ้านายมัน ม้าพาไปเจอณรงค์ถูกมัดมืออุดปากอยู่กลางป่า  เขาเข้าไปช่วยปลดพันธนาการ ถามว่า “ฝีมือพวกไหน”

ณรงค์ไม่รู้ เรียวนึกขึ้นได้คาดว่าต้องเป็นพ่อเลี้ยงจรัญ เพราะตอนนี้ได้ยินชาวบ้านลือกันว่าเพชรรุ้งถูกจับตัวไป ทั้งสองจึงรีบย้อนกลับไปที่บ้านจรัญ แต่จรัญปฏิเสธว่าตนไม่ทำเรื่องชั่วๆแบบนั้นแน่ แต่ถ้านายอำเภอไม่เชื่อก็ท้าให้ค้นบ้านดู

ณรงค์กับเรียวมองหน้ากันเชิงปรึกษา เรียวส่ายหน้าทำนองว่าไม่มีประโยชน์ ทั้งสองจึงกลับไป จรัญยิ้มสะใจที่นายอำเภอทำอะไรตนไม่ได้ ส่วนบุหลันแอบนึกห่วงแผนการที่คบคิดกับเดชาไม่รู้ว่าจะสำเร็จไหม

เดชาคุมตัวเพชรรุ้งและภูตะวันไปที่โรงนาเปลี่ยว เอาเอกสารสัญญาให้เพชรรุ้งเซ็น เป็นสัญญาที่เธอชดใช้หนี้พนันด้วยการยกกรรมสิทธิ์ไร่ฟ้ารุ่งให้พ่อเลี้ยงจรัญ ให้เวลาตัดสินใจ 10นาที จะตัดนิ้วภูตะวันทีละนิ้วจนกว่าเธอจะยอมเซ็น

เพชรรุ้งตัดสินใจเซ็นแต่เป็นลายเซ็นที่ไม่เหมือน เดชารู้ทันสั่งให้ศรเอาฉบับใหม่มา ศรหน้าซีดบอกว่าตนเอามาฉบับเดียว แต่จะรีบไปเอาที่บ้านจรัญมาใหม่ แล้วรีบลนลานออกไป

“แผนถ่วงเวลาของคุณหนูได้ผล แต่ถ้ามีอีกหนละก็คุณหนูเจ็บตัวแน่” แล้วสั่งสมุน “เฮ้ย มัดพวกมันไว้”

เพชรรุ้งไม่ตอบโต้อะไร แต่มองไปทางภูตะวันอย่างมีความหวังว่าเขาจะมีทางออกให้

ooooooo

ตอนที่ 7

เดชาให้ศรพาไปพักที่โรงแรมสันติภาพเพราะเชื่อว่าที่ไหนอันตรายที่สุด ที่นั่นก็คือที่ที่ปลอดภัย พวกศัตรูต้องคิดไม่ถึงและที่สำคัญเขามีธุระต้องจัดการด้วย ศรจึงเช่าห้องแล้วพาเดชาเข้าทางด้านหลัง

เดชาถามถึงกรณ์กับไกร ศรบอกว่าปลอดภัยแต่ทั้งสองคนสงสัยว่าทำไมเดชาจึงไม่ยอมให้พวกมันหนีไปที่อื่น

“ฉันยังมีภารกิจที่ต้องทำ ถึงไร่ฟ้ารุ่งจะไม่ต้องการพวกเรา แต่คนอื่นต้องการเราแน่”

“คุณหมายถึงพ่อเลี้ยงจรัญ” ศรถาม เดชามองไปทางอื่นแต่พยักหน้ารับ

ฝ่ายแก้วหลังจากไปบอกบุหลันว่าเดชาต้องการความช่วยเหลือรออยู่ที่โรงแรมสันติภาพแล้วรุ่งขึ้น ขณะเดินคุยกับสมใจพลางมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาว่า ทำไมที่ภูพระกาฬจึงมีแต่คนเลวๆเห็นแก่ตัวเต็มไปหมด

“ไม่หรอกไอ้แก้ว คนดีๆก็มีเยอะแยะ เราต้องแยกให้ออก แก้ว...เอ็งโตขึ้นต้องหมั่นทำความดีนะ เพราะความดีมันจะติดตัวเอ็งไปจนตาย ใครที่มันเลวก็อย่าไปเอาอย่างมัน เอ็งรู้ไหม คนพวกนั้น คำว่านรก เกาะติดตัวมันอยู่ตลอดเวลา ชีวิตมันไม่มีความสุขหรอก”

“ผมควรจะเป็นคนดีใช่ไหมครับ น้าสมใจ” แก้วถาม สมใจยิ้มรับอย่างมีความสุขที่แก้วเป็นเด็กดี

ooooooo

วันนี้เพชรรุ้งเข้าครัวทำขนมเอง สาลี่ถามว่าอยากทานทำไมไม่บอกตน เพชรรุ้งบอกว่าตนอยากทำเอง จะเอาไปให้นายเสือ สาลี่มองยิ้มๆถามว่า ตอบแทนที่นายเสือช่วยเธอไว้ใช่ไหม แบบนี้นายเสือต้องปลื้มแน่ๆ

ที่ไร่ฟ้ารุ่ง พรคุยกับสิงห์อย่างแค้นใจที่ถูกเดชาฟาดหัวเสียเต็มเหนี่ยว สิงห์บอกว่าเพราะพรประมาทมันเอง

“ข้าเห็นเป็นคนรู้จักหรอกโว้ย ถึงได้ไว้ใจ ดูซิมันฟาดหัวข้าซะเต็มเหนี่ยวเลย” พรคลำหัวป้อยๆ

ระหว่างนั้นสิงห์เห็นภูตะวันขี่ม้ามากับพลอยขวัญ เขารีบถอดหมวกโบกทักทายอย่างร่าเริง พลอยขวัญบ่นกับภูตะวันว่าเพื่อนของเขาชักเอาใหญ่แล้ว ทำเป็นตีสนิทตน ไม่รู้ต้องพูดยังไงถึงจะเลิกตื๊อ

พลันพลอยขวัญก็ทำเป็นนึกได้ ขอให้ภูตะวันมาเป็นแฟนตนสิงห์จะได้เลิกตื๊อ ภูตะวันอึกอัก พลอยขวัญบอกว่าไม่ยากเลย แล้วจู่โจมหอมแก้มเขาฟอดใหญ่

สิงห์เห็นเต็มตาร้องเฮ้ยอย่างตกใจ ภูตะวันก็ตกใจ แต่พลอยขวัญกลับหัวเราะร่าแล้วขี่ม้าหนีไป

หารู้ไม่ว่าเพชรรุ้งกับสาลี่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งเห็นเต็มตาเช่นกัน เพชรรุ้งสั่งสาลี่ให้บอกนายเสือไปพบตนที่เรือนใหญ่ ส่วนขนมที่ทำและให้สาลี่เอามาด้วยนั้น บอกให้ “เอาไปทิ้ง!”

ภูตะวันไปพบเพชรรุ้งตามคำสั่งพอถูกด่า เขาชี้แจงว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดตนไม่ได้มีอะไรกับพลอยขวัญ แต่ไม่ว่าเขาจะชี้แจงอย่างไรเพชรรุ้งก็ไม่ยอมเข้าใจ จนสุดท้ายตบหน้าและไล่เขาออกจากงาน

ภูตะวันหันหลังกลับห้องไปเก็บของทันที สิงห์ถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่า ถูกไล่ออกแล้วสิงห์ตกใจถามว่าข้อหาอะไร หรือว่าเพราะเขาหอมแก้มพลอยขวัญ

“เปล่า แต่เป็นเพราะแกต่างหาก ถ้าแกไม่ยุ่งกับคุณพลอยขวัญฉันก็ไม่ต้องมาเดือดร้อน” พูดจบภูตะวันก็แบกสัมภาระออกไป สิงห์ยืนอึ้งไปพักหนึ่งจึงร้องอย่างตกใจ

“หอมแก้มเจ้านายต้องโดนไล่ออกเลยเหรอวะ แล้วเราหอมก่อนมันอีก เฮ้ย! ซวยแล้ว!”

ภูตะวันแบกของออกมา พลอยขวัญเห็นเข้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ตอบแต่เดินหนีไปเฉยๆ พลอยขวัญเรียกให้กลับมาคุยกันก่อน พอดีสิงห์ตามออกมา พลอยขวัญเรียก “ไอ้สิงห์” ทำเอาสิงห์สะดุ้ง หันไปยิ้มแหยๆบ่นเบาๆ “แหม...เรียกไอ้เลยเหรอครับ”

“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น” พลอยขวัญถลึงตาถาม

ooooooo

บุหลันมาหาเดชาที่ห้องพักในโรงแรมสันติภาพตามที่เดชาให้แก้วไปบอก เดชาถามอย่างระแวงว่ามาคนเดียวหรือเปล่า พอแน่ใจว่ามาคนเดียวก็เปิดประตูให้เข้าห้อง

สิ่งที่เดชาจะขอให้บุหลันช่วยคือ ให้เธอช่วยให้เขาได้ครองภูพระกาฬ สัญญาว่าถ้าสำเร็จเมื่อไรของทุกอย่างที่ตนได้ก็จะแบ่งให้เธอครึ่งหนึ่ง บุหลันถามว่าจะเชื่อได้ยังไงว่าเขาพูดจริง

“คุณอยากให้ผมพิสูจน์รึเปล่าล่ะ ผมรับรองว่าไอ้จรัญเทียบผมไม่ได้แน่” เดชาพูดเป็นนัยแล้วตามไปโอบกอดบุหลันไว้ แม้บุหลันจะบอกว่าตนไม่ง่ายแบบนั้นหรอก แต่อึดใจเดียว ทุกอย่างก็ลงเอยอย่างที่ทั้งคู่ต่างต้องใจกันมานาน...

หลังจากปรนเปรอกันและกันสมปรารถนาแล้ว เดชาบอกว่าตอนนี้ตนกำลังขาดที่พึ่ง เธอพอจะมีทางช่วยหรือเปล่า บุหลันถามว่าจะให้ตนฝากเขากับจรัญหรือ เดชาพยักหน้า เธอติงว่า

“เขาต้องสงสัยแน่ ในเมื่อฉันกับเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน อยู่ดีๆฉันจะไปบอกเขาได้ยังไง”

“ไม่เห็นยากตรงไหน คุณก็แค่ออกความเห็นว่าไอ้ก้อนคนสนิทของเขามันไร้น้ำยา เท่านี้ก็พอแล้ว”

เมื่อบุหลันจะกลับ เดชามาส่งที่บันได บุหลันบอกว่าถ้ามีข่าวดีเมื่อไรจะรีบติดต่อมา เดชาตกลงตามนั้น แต่พอบุหลันเดินลงบันไดไป เดชาก็ชะงักเมื่อเห็นภูตะวันกำลังมาจองห้องพักกับเฮียเส็ง เขารีบหลบแอบดู

“เชิญทางนี้เลยครับ ผมเลือกห้องให้แล้ว รับรองได้ว่าสะอาดที่สุดในโรงแรมเลยครับ” ครกบอก เดชาแอบมองตามไปจนเห็นว่าภูตะวันนอนห้องไหน มันมองแขนตัวเองที่บาดเจ็บอย่างอาฆาตแค้น

ที่แท้ ภูตะวันเก็บข้าวของจะออกจากภูพระกาฬแล้ว แต่ฉุกคิดว่าแบบนี้แล้วจะแก้แค้นได้อย่างไร จึงไปหารานีที่วิไลบาร์บอกว่าตอนนี้ตนถูกไล่ออกจากงานแล้วจะให้ตนทำยังไง รานีบอกให้กลับไปทำงานใหม่

ภูตะวันบอกว่าตนอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้วยังไม่เคยได้ข่าวศักดาเลย เสนอว่าฆ่าจรัญก่อนดีไหม รานีติงว่าถ้าฆ่าจรัญศักดาก็ต้องไหวตัว เตือนว่า “เธอต้องใช้สติ วางแผนให้รอบคอบกว่านี้” แล้วพาภูตะวันไปหาที่พักก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันแต่เพราะที่วิไลบาร์อึกทึกครึกโครมมาก รานีจึงพาไปพักที่โรงแรมสันติภาพ

กลายเป็นภูตะวันกับเดชาแอบมาพักที่โรงแรมเดียวกัน แต่ภูตะวันไม่รู้ตัว

ooooooo

พลอยขวัญรู้ว่าภูตะวันถูกไล่ออกเพราะตน เธอไปคุยกับเพชรรุ้งยอมรับว่าตนทำไปนั้นเพื่อแกล้งสิงห์เท่านั้น ไม่ได้เป็นแฟนกับภูตะวันจริงๆ

เล่าจนเพชรรุ้งรู้ความจริงแล้ว พลอยขวัญจะไปตามภูตะวันกลับมา เพราะการ์ดที่นี่ไม่พอยื่นคำขาดว่าถ้าพี่ไม่ไปง้อตนจะไปเอง เห็นพี่สาวเตรียมไปพลอยขวัญอ้อนขอตามไปด้วยคน

“นี่ ถ้าเธอไปด้วย พี่คงไม่กล้าขอโทษนายเสือเขาหรอก เธอรออยู่ทางนี้เถอะ เดี๋ยวพี่จะรีบกลับ”

เพชรรุ้งไปที่โรงแรมสันติภาพ ถามครกว่าเห็นนายเสือมาที่นี่รึเปล่า

ขณะที่ภูตะวันกำลังจะเคลิ้มหลับนั่นเอง ข้างนอก ทางหนึ่งเดชาพร้อมปืนกำลังย่องมาทางห้องเขา อีกทางหนึ่งครกกำลังนำเพชรรุ้งมาเช่นกัน

ทั้งสองมาเจอกันโดยไม่ได้ตั้งใจ เพชรรุ้งชักปืนออกมาแต่ช้ากว่า ถูกเดชายิงเพื่อป้องกันตัวถูกที่ขาทำให้เธอล้มลง ภูตะวันได้ยินเสียงปืน คว้าปืนเปิดประตูออกมา  เจอเพชรรุ้งนั่งทรุดอยู่ ครกร้องบอกภูตะวันให้ช่วยเพชรรุ้งด้วย เธอถูกยิง

“คุณหนู!” ภูตะวันอุทานถลาไปประคองเพชรรุ้งที่เลือดกำลังทะลักออกจากแผล เขาพยายามใช้มืออุดปากแผลไว้ปากก็พร่ำบอก “คุณหนู ทำใจดีๆเอาไว้ คุณหนู...คุณหนู...” แต่เพชรรุ้งหมดสติเสียแล้ว

ooooooo

ณ ที่ว่าการอำเภอ ณรงค์มาประจำการแล้ว รู้จากถาวรว่างานบริหารส่วนใหญ่ไม่มีอะไร จะหนักไปทางดูแลเรื่องเกิดเรื่องตายของชาวบ้านมากกว่าเพราะที่นี่มีคนตายบ่อยมากแทบทุกเดือน คนใหม่ก็ย้ายเข้ามาอยู่กันมาก

“คงเป็นเพราะข่าวลือเรื่องเหมืองพลอยละมั้ง” ณรงค์เดากึ่งดักคอ ถาวรชะงักถามว่านายอำเภอก็สนใจด้วยหรือ ถาวรบอกแต่เพียงว่า “ถ้านายรู้เบาะแสอะไรก็บอกฉันด้วยนะ ขุมทรัพย์ของแผ่นดิน ฉันไม่อยากให้ตกไปอยู่ในมือคนชั่ว”

ถาวรรับรองแข็งขันว่าถ้าได้ข่าวจะรายงานนายอำเภอเป็นคนแรกเลย ณรงค์ชมว่าเขาทำงานได้ดีมาก แต่งตั้งให้ถาวรเป็นผู้ช่วยหมายเลขหนึ่ง เรียวให้เป็นผู้ช่วยหมายเลขสอง ส่วนสมใจ...

นายอำเภอไม่ทันพูดอะไร ถาวรรีบบอกก่อนว่าหมอนี่เลี้ยงไม่เชื่อง ณรงค์บอกว่าตนอ่านประวัติแล้วสมใจทำงานดีมาก

“ดีเกินไป ก็อยู่ไม่ได้ครับ เดี๋ยวปากโป้ง และที่สำคัญคนยิ่งน้อยส่วนแบ่งก็ยิ่งมากขึ้นนะครับ”

ณรงค์มองหน้าเรียวอย่างขอความเห็น เรียวพยักหน้าเห็นด้วย ดังนั้น ครู่ใหญ่ต่อมา ถาวรกับเรียวก็พากันไปขนข้าวของ ของสมใจโยนออกมานอกที่ทำการ บอกว่านายอำเภอไล่ออกแล้ว ถาวรเย้ยว่าตนเตือนหลายครั้งแล้วไม่เชื่อ สมใจถามว่าตนทำอะไรผิด ตนจะไปหานายอำเภอเอง

“แต่นายอำเภอเขาไม่อยากพบเอ็ง” ถาวรพูดใส่หน้า สมใจไม่ฟังสั่งให้หลีก ผลักถาวรพ้นทางแล้วเดินไป กลับถูกเรียวมาขวางไว้

สมใจชะงักกึกเพราะเคยเห็นฝีมือเรียวมาก่อนแล้ว ได้แต่นึกในใจว่าเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้ว...

ooooooo

สมใจพยายามจะเข้าไปคุยกับนายอำเภอ ถูกเรียวขวางไว้ เมื่อสมใจรั้นจะเข้าไปให้ได้ ทั้งคู่เลยใช้กำลังกัน สมใจถูกเรียวจับโยนไปนอนแอ้งแม้งกลางถนน ชาวบ้านแห่กันมาดู รวมทั้งแก้ว เฮียเส็ง รานีและหลง ต่างโผล่มาดูจากที่ของตัวเอง

สมใจกัดฟันลุกขึ้นจะเดินไปที่ทำการ เรียวปรามว่าอย่าหาเรื่องตายดีกว่า

“สถานที่ราชการเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ของมือกฎหมายไม่ใช่พวกมือถือสากปากถือศีลอย่างแก ฉันจะเข้าไปพบนายอำเภอ” สมใจเดินดุ่มจะเข้าไป ถูกเรียวจับทุ่มออกมาอีก

เฮียเส็งทำหน้าขัดใจแบบว่าไปสู้มันทำไมวะ ส่วนแก้วปิดตาสบถ “ฮึ่ย...ทนดูไม่ได้แล้ว”

เมื่อสมใจฮึดขึ้นมาบุกเข้าไปอีกครั้งก็ถูกเรียวจับอัดแล้วเหวี่ยงลอยละลิ่วออกมา รานีบ่นกับหลงว่ารนหาที่ตายแท้ๆ หลงจะเข้าไปช่วย รานีส่ายหน้าห้าม บอกว่า คราวนี้เขาลุกไม่ไหวแล้ว ส่วนเรียวตะโกนเย้ยสมใจที่ลุกขึ้นมาแต่ยืนแทบไม่ติดว่า

“ไง หมดแรงแล้วเหรอไอ้ลูกหมา ก็ได้ ถ้าแกอยากเข้าไปทำงานละก็ ลุกขึ้นมาอีกสิ ถ้าแกผ่านฉันไปได้เมื่อไหร่ ฉันจะลาออกแล้วยกตำแหน่งให้แก”

ทันใดนั้นเสียงแก้วตะโกนลั่น “พี่สมใจสู้เขา” เฮียเส็งก็ปลุกใจว่าอย่าให้เสียชื่อนักมวยเก่า ส่วนชาวบ้านที่มามุงดูก็เชียร์สมใจกันอึงคะนึง ทำให้เรียวกับถาวรเริ่มใจไม่ดี

ขณะนั้นเอง ณรงค์เดินออกมาดูเหตุการณ์ ก้อนที่เพิ่งมาเห็นก็สั่งลูกน้องให้ไปตามจรัญมาดูเร็วๆบอกว่าสมใจอาละวาดอีกแล้ว

เมื่อมีเสียงเชียร์อึงคะนึงเช่นนั้น สมใจกัดฟังฮึดขึ้นมาอีกครั้ง ตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน ยันตัวลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเรียว ถูกเรียวชกท้องจนจุกแล้วคว้าคอเสื้อจะทุ่ม พริบตานั้นสมใจปาดศอกฟันวืดทีหนึ่ง เสียงดังโพะเลือดทะลักจากหางคิ้วเรียวทันที

จังหวะที่เรียวเซไปนั้นสมใจเหวี่ยงจระเข้ฟาดหางซ้ำจนเรียวล้มท่ามกลางเสียงเฮของชาวบ้าน

“เรียว พอได้แล้ว” ณรงค์ร้องห้าม แต่เรียวเลือดขึ้นหน้าเสียแล้ว ไม่ฟังเสียงยังคงลุยสมใจต่อจนณรงค์ยิงปืนขึ้นฟ้าตะโกนสั่ง “เลิกบ้าได้แล้วเรียว ทุกคนด้วย กลับบ้านของตัวเองซะ แล้วจำไว้ว่าต่อไปนี้ฉันจะจัดระเบียบของ

ภูพระกาฬเสียใหม่ ใครที่ไม่เชื่อฟังฉัน ฉันจะถือว่ามันคือพวกท้าทายกฎหมาย”

ทุกคนเงียบกริบ ณรงค์หันมาพูดกับเฮียเส็งว่า

“เถ้าแก่ ถ้าไม่อยากให้เพื่อนคุณตายข้างถนน รีบพาเขากลับไปเสีย ต่อไปนี้เขาไม่ใช่คนของทางการอีกแล้ว!!”

เฮียเส็งพยักหน้าเข้าไปประคองสมใจ รานีบุ้ยให้หลงเข้าไปช่วย แต่ก็ยังทุลักทุเล สุดท้ายแก้วกับรานีเข้าไปช่วยอีกสองแรง ชาวบ้านที่มาเชียร์ยังกรูกันเข้ามา ช่วยพาสมใจออกไป

“พาเขากลับไปที่โรงแรมสันติภาพ แล้วใครก็ได้ช่วยไปตามหมอมาที” เฮียเส็งร้องบอก แก้วรับอาสาไป เฮียเส็งหันมองสมใจบอกทั้งๆที่สมใจแย่เต็มทีว่า “อย่าเพิ่งตายนะเว้ยสมใจ อดทนไว้”

สมใจปรือตาขึ้น เห็นรานี เธอยิ้มให้อย่างปลอบโยน สมใจยิ้มรับก่อนจะหมดสติไปอีกรอบ

ooooooo

เพชรรุ้งที่ถูกเดชายิงขาเสียเลือดมากหมดสติไป วันต่อมาจึงรู้สึกตัว ถามพลอยขวัญว่าตนหลับไปนานแค่ไหน พลอยขวัญบอกว่าค่อนวัน สาลี่เสริมว่า

“แผลน่ะไม่เท่าไหร่หรอกค่ะคุณเพชรรุ้ง แต่คุณน่ะเสียเลือดไปมาก นี่ถ้านายเสือไม่รีบห้ามเลือดเอาไว้ตอนแรก ป่านนี้คงยุ่งแน่ๆเลยค่ะ”

“แล้วตอนนี้นายเสืออยู่ที่ไหน” เพชรรุ้งถาม

ไม่นานนักภูตะวันได้ข่าวว่าเพชรรุ้งฟื้นแล้วก็รีบมาเยี่ยม เธอถามว่าตกลงเขาจะกลับมาทำงานที่นี่ใช่ไหม ภูตะวันบอกว่าอย่างน้อยก็จนกว่าเธอจะหาย

ทั้งสิงห์และพลอยขวัญต่างช่วยกันลุ้นให้ภูตะวันอยู่ที่นี่ต่อไป พลอยขวัญถึงกับเอ่ยปากว่า

“นายเสือ เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกันแล้วนะ นายคงไม่ทิ้งฉันกับพี่สาวไปใช่ไหม”

ภูตะวันเปรยๆว่าตนคนเดียวจะทำอะไรได้ในเมื่อการ์ดพากันตามเดชาออกไปหมดแล้ว เพชรรุ้งบอกว่าเราจะหาการ์ดเพิ่มแต่ต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ พลอยขวัญเห็นด้วยเพราะต้องกันไม่ให้จรัญส่งสายเข้ามาอีก

“คุณจะว่าอะไรไหม ถ้าผมอยากจัดการเรื่องนี้”ภูตะวันถาม

“ตามใจสิ นายเป็นหัวหน้าการ์ดคนใหม่แล้วนี่” เพชรรุ้งตอบแบบตัดสินใจแล้ว

ดังนั้น การคัดเลือกการ์ดใหม่ของไร่ฟ้ารุ่งจึงเริ่มขึ้น โดยสิงห์กับภูตะวันเกณฑ์พวกคนงานในไร่มาคัดเลือก พรก็เอากับเขาด้วย แต่พอให้ทดลองยิงปืนชุดแรกก็พลาดทุกนัด พรพูดแบบไว้เชิงว่าวันนี้ตื่นเต้นไปหน่อยตอนเย็นจะมาสอบอีกรอบ คราวนี้ไม่พลาดแน่

สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อรานีให้หลงขับรถมาที่ไร่ฟ้ารุ่ง พาสมใจมาสมัครเป็นการ์ดที่นี่ด้วย ภูตะวันบอกให้สมใจกรอกใบสมัครได้เลยพร้อมกับส่งปืนให้ สมใจเดินหงอยๆเข้าสนามสอบ ปรากฏว่าทุกคนที่นั่นเงียบกริบ สมใจใจคอไม่ดี แต่นาทีนั้นเอง สิงห์ก็ตะโกนขึ้นว่า

“เอ้าพวกเรา ปรบมือให้กำลังใจฮีโร่ของภูพระกาฬหน่อยโว้ย...วู้...”

พวกคนงานพากันปรบมือลั่น เพชรรุ้งบอกสมใจว่าไม่ต้องสอบก็ได้ตนรับเข้าทำงานเลย แต่สมใจขอสอบเหมือนๆคนอื่นจะได้ยุติธรรม

ooooooo

ไม่กี่วันต่อมาที่ไร่ฟ้ารุ่งก็มีข่าวตื่นเต้นยินดีเมื่อมีคนแปลกหน้าขี่ม้าเอาจดหมายมาฝากยามไว้บอกว่าเป็นจดหมายจากยศ

เมื่อเพชรรุ้งได้รับจดหมาย พลอยขวัญถามอย่างตื่นเต้นว่าลุงยศพูดถึงพ่อเราหรือเปล่า

“อาการบาดเจ็บของพ่อหายดีแล้ว พ่อกำลังจะกลับมา พลอยขวัญ พ่อจะกลับบ้านแล้ว”  เพชรรุ้งบอกน้องอย่างตื่นเต้น สองพี่น้องกอดกันน้ำตาคลอด้วยความดีใจ

เวลาเดียวกัน ศักดายืนมองตัวเองในกระจกที่ห้องพักในบ้านเรืองฤทธิ์ พูดกับตัวเองอย่างอหังการว่า

“ภูพระกาฬ ไอ้จรัญ มึงกับกูได้เจอกันอีกแน่!”

ฝ่ายจรัญเมื่อรู้ว่าเสือหรือภูตะวันเป็นหัวหน้าการ์ดคนใหม่ ของไร่ฟ้ารุ่งก็พึมพำกับก้อนว่า คนเก่งๆแบบนี้ถ้าฆ่าทิ้งก็เสียดาย ก้อนอาสาจะไปเจรจาเอาเงินฟาดหัวซื้อตัวมา จรัญไม่เห็นด้วยเพราะก้อนเคยมีเรื่องกันอยู่จึงใช้บุหลันไปแทน

ดังนั้น เมื่อภูตะวันขับรถพาเพชรรุ้งไปโรงพยาบาลโดยมีพลอยขวัญเป็นเพื่อนพี่สาวไปด้วย ส่งสองพี่น้องที่โรงพยาบาลแล้ว ภูตะวันไปที่วิไลบาร์เพื่อรอรับกลับ

บุหลันตามไปที่วิไลบาร์ บอกภูตะวันว่าพ่อเลี้ยงจรัญถูกชะตากับเขาอยากได้เพื่อนเก่งๆอย่างเขาไปช่วยงาน

ภูตะวันตอบอย่างไม่แยแสว่าตนไม่ชอบมีศัตรู บุหลันหว่านล้อมว่าน่าจะไปหาจรัญจะได้ผูกมิตรกันไว้

“ขอโทษนะบุหลัน ที่ผมบอกว่าไม่ชอบมีศัตรูก็ไม่ได้แปลว่าผมอยากจะมีเพื่อน โดยเฉพาะเพื่อนเลวๆอย่างสามีคุณ ผมว่าไม่มียังจะดีเสียกว่า”

บุหลันเปลี่ยนท่าทีเป็นโหดทันทีปรามว่าหวังว่าคงรู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา แล้วเดินออกไป อึดใจเดียวก้อนก็เข้ามายืนค้ำหัวภูตะวัน บอกว่าตนเกลียดเขาตั้งแต่แรกเห็น วันนี้เราน่าจะยุติปัญหากันเสียที

ภูตะวันสบตาก้อนแล้วเหลือบไปทางรานีอย่างขอความเห็น อึดใจต่อมาภูตะวันก็เดินนำก้อนออกไปตะบันกันข้างนอกวิไลบาร์ ทีแรกก็ตัวต่อตัว แต่พอก้อนสู้ไม่ได้ก็สั่งสมุนรุม หลงทนไม่ได้ด่าว่าพวกหมาหมู่ถูกก้อนชักปืนมาขู่ให้อยู่เฉยๆ

อึดใจต่อมามีใครบางคนโผล่มาทางข้างหลังภูตะวัน เขากำลังตะลุมบอนกับสมุนของก้อนอยู่หันขวับซัดหมัดเข้าไปเต็มๆปรากฏว่าเป็นณรงค์ ดีที่เขาโยกตัวหลบทันจึงโดนไม่จังทั้งถาวรและก้อนพากันเข้าไปประจบสอพลอถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ขู่ภูตะวันว่าต่อยเจ้าหน้าที่ระวังถูกขังลืม

ooooooo

ณรงค์ปรามทุกคนว่าเคยเตือนแล้วว่าไม่อยากเห็นความรุนแรงเกิดขึ้นที่นี่ บุหลันแก้ตัวว่านี่เป็นเพียงการหยอกล้อกันของพวกหนุ่มๆเท่านั้นนายอำเภออย่าถือสาเลย ถาวรช่วยพูดอีกคนนายอำเภอเลยปรามว่าขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

บุหลันรีบพาพรรคพวกกลับไป ส่วนภูตะวันนั้นณรงค์ให้ไปกับตนเพราะต่อยเสียตนเลือดกบปาก รานีพยายามชี้แจงว่าพวกนั้นมาหาเรื่องภูตะวันก่อน

“ไม่ต้องห่วงคุณรานี ผมแค่อยากจะคุยกับเขานิดหน่อย ได้ข่าวว่านายเป็นการ์ดของไร่ฟ้ารุ่งไม่ใช่เหรอ”

ภูตะวันได้แต่มองณรงค์อย่างระแวงว่าจะมาไม้ไหนกับตน

ไม่นานนักเพชรรุ้งกับพลอยขวัญก็มาถึงออฟฟิศนายอำเภอ เพชรรุ้งตำหนิภูตะวันว่าไม่ก่อเรื่องสักวันจะขาดใจตายหรือไง ภูตะวันชี้แจงว่าคนของจรัญมาหาเรื่องตนก่อน พลอยขวัญถามถาวรว่าแล้วทำไมไม่จับคนของจรัญมาด้วย

ณรงค์สวนไปเสียงแข็งว่าเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ขัดขืนการจับกุม เพชรรุ้งหันไปถามว่าเขาคงเป็นนายอำเภอคนใหม่ ณรงค์ก็เดาออกว่าเธอ คือเพชรรุ้งกับพลอยขวัญแห่งไร่ฟ้ารุ่ง

เพชรรุ้งจะขอประกันตัวภูตะวัน ณรงค์ขอเปลี่ยนเป็นเลี้ยงข้าวสักมื้อแล้วเพื่อนเธอก็จะเป็นอิสระ  เพชรรุ้งมองหน้าพลอยขวัญอย่างแปลกใจกับท่าทีแปลกๆของนายอำเภอคนนี้

ooooooo

จรัญรู้ชั้นเชิงและฝีมือของภูตะวัน เมื่อรู้ว่าไปเป็นหัวหน้าการ์ดที่ไร่ฟ้ารุ่งและซื้อตัวไม่ได้ จึงคิดหาคนมีฝีมือทัดเทียมกันมาต่อกร บุหลันเสนอว่าที่นี่ก็มีแต่เดชาเท่านั้นที่พอฟัดพอเหวี่ยงกัน จรัญจึงให้บุหลันไปตามเดชามาทำงาน

บุหลันรู้ที่ซ่อนตัวของเดชา เมื่อไปบอกข่าวดีแล้ว บุหลันถามเดชาว่ารักตนหรือเปล่า เมื่อเดชาบอกว่ารัก บุหลันปรามว่า

“ถ้างั้นจำไว้ ฉันปั้นเธอขึ้นมาได้ก็ทำลายเธอได้เช่นกัน ถ้าเธอทรยศฉันเมื่อไหร่ เธอไม่ตายดีแน่”

ฝ่ายนายพลเรืองฤทธิ์ ส่งณรงค์ไปทำงานพักหนึ่งก็โทรเลขเรียกตัวกลับด่วน ระหว่างนั้นตัวเองก็คุยกับศักดาถึงคดีความที่เขาฆ่านายอำเภอคนเก่าว่าคงช่วยยาก แต่ถ้าเราได้ดองกันตนก็อ้างได้เต็มที่ว่าเป็นญาติกัน โถมตัวเข้าช่วยก็มีเหตุผลชี้แจงกับสังคมได้

สุดท้าย นายพลเสนอให้ศักดายกเพชรรุ้งให้แต่งงานกับณรงค์เสีย ศักดาสองจิตสองใจ แต่ก็คาดหวังว่าตระกูลวงศ์เสมามีอำนาจล้นฟ้าอาจจะเป็นประโยชน์กับตนได้

แต่ยศมองปัญหาทะลุเตือนศักดาว่า นายพลไม่ได้แค่อยากฮุบไร่ฟ้ารุ่งเท่านั้น แต่ที่สำคัญอยากได้สายแร่พลอยที่ซ่อนอยู่ในไร่ด้วย จึงคิดจะใช้เพชรรุ้งเป็นเครื่องมือเพื่อยึดครองทุกอย่าง ศักดาพูดอย่างตรึกตรองว่า

“มีได้มันก็ต้องมีเสียนายยศ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเพชรรุ้ง ว่าเธอจะยอมเสี่ยงเพื่อพ่อคนนี้รึเปล่า”

เมื่อณรงค์กลับมาพบนายพลเรืองฤทธิ์ เขาถามทันทีว่าแน่ใจหรือว่ามีสายแร่พลอยอยู่ในไร่ฟ้ารุ่ง

“แน่นอน ตอนที่ไอ้ภูผายังมีชีวิตอยู่ มันเป็นคนบอกกับพ่อเอง ตอนนั้นมันเคยขอทุนพ่อไปทำเหมืองด้วยซ้ำ เพียงแต่มันไม่ได้บอกว่าเจอพลอยที่ไหน”

“แล้วถ้าไอ้ภูผามันโกหกขึ้นมา ผมก็เสียตัวฟรีนะพ่อ”

“ได้ทั้งผู้หญิง ได้ทั้งที่ดินมรดก แกคิดว่าไม่คุ้มรึไง” เรืองฤทธิ์หัวเราะกับการลงทุนที่เกินคุ้ม
ooooooo

ไม่นานนักเพชรรุ้งก็ได้รับจดหมายจากศักดาบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษา จะส่งตัวยศมาพบเร็วๆนี้ ยศออกเดินทางโดยรถยนต์ ธนาคนของเรืองฤทธิ์ขับรถพามาส่งจนใกล้ถึงไร่จึงเปลี่ยนเป็นขี่ม้าเข้าไปเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต

ฝ่ายภูตะวันเมื่อรู้ว่ายศจะมาก็นำความไปเล่าให้รานีฟัง รู้จากรานีว่ายศคือคนที่พ่อเขาไว้ใจมากที่สุด ภูตะวันติงว่าตอนนี้ยศแปรพักตร์ไปอยู่กับศักดาแล้ว เป็นการทรยศต่อพ่อตน

“อย่าโง่น่าตะวัน พ่อของเธอตายไปแล้ว แต่คนอื่นยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป” แล้วแนะ “จับตาดูยศเอาไว้ เราจะได้รู้ว่าศักดากบดานอยู่ที่ไหน”

ที่ปากทางเข้าไร่พร สิงห์และสมใจไปรอรับยศอยู่ สิงห์เองก็เพิ่งรู้ว่ายศเป็นพ่อของเดชา แต่ยศเป็นคนไม่โลภต่างกับเดชาราวฟ้ากับเหว คอยอยู่จนกระทั่งเห็นยศขี่ม้ามา จึงพาไปที่เรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง ที่เพชรรุ้งกับพลอยขวัญจัดอาหารเตรียมเลี้ยงรับเต็มที่

เมื่อยศรู้พฤติกรรมของเดชา ก็ด่าอย่างรับไม่ได้ว่าลูกไม่รักดี กำเริบเสิบสาน ส่วนเรื่องสำคัญที่ศักดาบอกว่าจะให้ยศมาพูดนั้น เมื่อเพชรรุ้งถามยศบอกว่ารอค่ำๆค่อยคุย เพราะคงต้องคุยกันยาว

ภูตะวันไปคุยกับรานีพอกลับมา พรก็บอกว่ายศมาถึง แล้ว ทุกคนรอเขาทานข้าวอยู่ ภูตะวันแปลกใจ เพราะไม่รู้มาก่อน บ่นกับพรว่าไม่รู้ยศจะจำตนได้หรือเปล่า พรเองก็ไม่แน่ใจ แต่ดักคอว่าเขาคงไม่ฆ่ายศใช่ไหม เพราะสมัยก่อนยศเคยช่วยชีวิตเขาไว้ ภูตะวันฟังแล้วอึ้ง แต่ไม่พูดอะไร
จนเมื่อเข้าไปในห้องทานข้าว ภูตะวันขอโทษทุกคนที่มาช้า เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าจะได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะด้วย ยศมองหน้าภูตะวันถามว่านี่หรือหัวหน้าการ์ดคนใหม่ ชมว่าไม่เลวหน่วยก้านไม่เลว แล้วถามว่าเป็นคนที่ไหน ภูตะวันบอกว่าตนมาจากภูพยัคฆ์

ยศมองภูตะวันติงว่า ที่ภูพยัคฆ์แล้งกว่าภูพระกาฬหลายเท่า แต่หน้าตาผิวพรรณของเขาไม่เหมือนคนภูพยัคฆ์ ดูสำอาง นึกว่าเป็นคนเมืองหลวงเสียด้วยซ้ำ

ภูตะวันสบตายศ เขารู้สึกได้ว่า กำลังถูกยศมองอย่างจับผิดอยู่

ooooooo

ตอนที่ 6

เดชากลับมารายงานเพชรรุ้งที่เรือนใหญ่ เพชรรุ้งถามอย่างเกรี้ยวกราดว่าพวกโจรรู้ได้ยังไงว่าน้องสาวตนจะเข้าเมือง เดชาโยนกลองให้ภูตะวันทันทีว่าเขาน่าจะรู้เพราะไปถึงที่เกิดเหตุเร็วกว่าคนอื่น

ภูตะวันมองขวับถามว่าจะใส่ความตนหรือยังไง เดชายักไหล่หยันๆ เพชรรุ้งถามภูตะวันว่ารู้ล่วงหน้าหรือเปล่าว่าจะเกิดเรื่องกับพลอยขวัญ

“เปล่า แต่เผอิญผมเป็นห่วงก็เลยตามไป” ภูตะวันตอบตามจริง แต่เพชรรุ้งก็ยังมองอย่างระแวง

ทันใดนั้นเอง พรส่งเสียงร้องเรียกเพชรรุ้งมาแต่ไกล พอเข้ามาที่หน้าเรือนใหญ่ พรเอาจดหมายฉบับหนึ่งให้เพชรรุ้ง บอกว่ามีคนเอาจดหมายมาทิ้งไว้ที่ปากทาง

เพชรรุ้งเปิดจดหมายอ่านทันที อ่านแล้วขยำอย่างแค้นใจ บอกทุกคนว่า

“พวกโจรมันบอกว่าพรุ่งนี้ตอนเที่ยง ให้เราเอาเงินไปไถ่ตัวพลอยขวัญ หรือไม่ก็เอาพลอยที่ซ่อนไว้ไปแลก” เพชรรุ้งกำจดหมายแน่น สบถ “บ้าจริง นี่เรื่องสายแร่พลอยยังลือกันไม่จบอีกเหรอเนี่ย”

เดชาเสนอให้เราทำตามคำสั่งของโจรไม่อย่างนั้นพลอยขวัญเดือดร้อนแน่ แต่ภูตะวันท้วงติงว่าพวกมันต้องหักหลังเราแน่ เพชรรุ้งมองหน้าทั้งสองคน ตัดสินใจสั่งการ

“มันสั่งให้ฉันพาคนไปแค่สามคน” พูดแล้วมองเดชา “เดชา กรณ์ ไกร พวกนายไปกับฉัน ส่วนนายศร นายคุมตัว นายเสือไว้ที่นี่”

ภูตะวันทำท่าจะแย้ง ถูกศรยกปืนขู่ทันที พรตกใจหน้าถอดสีท้วงติงเพชรรุ้งว่าไอ้เสือเป็นพวกเดียวกับเรา แต่เพชรรุ้งตัดบทว่าเอาไว้ตนกลับมาค่อยพิสูจน์เรื่องนี้กัน แล้วหันบอกภูตะวันว่า “นายคงเข้าใจฉันนะ”

จากนั้นเพชรรุ้งเข้าไปในห้องทำงานที่เรือนใหญ่ เปิดตู้เซฟเอาเงินสดใส่กระเป๋าสะพาย เหลือบเห็นกล่องใบหนึ่งในตู้จึงหยิบมาเปิดดูมีพลอยอยู่ไม่กี่เม็ด ดูแล้วพึมพำอย่างสังหรณ์ใจว่า

“ทำไมทุกคนถึงได้เชื่อเรื่องสายแร่พลอยกันนักหรือว่าในไร่ฟ้ารุ่งจะมีพลอยซ่อนอยู่จริงๆ”

ooooooo

ภูตะวันถูกมัดเอาตัวไปที่โรงม้า กรณ์กับไกรถือปืนคุมเชิงอยู่ ส่วนเดชาตามมายืนมองอย่างสะใจบอกว่าคืนนี้จะคุมตัวเขาไว้ที่นี่ พอถึงพรุ่งนี้เมื่อไรให้เตรียมตัวสวดมนต์ได้เลย

ส่วนที่บ้านจรัญ ก้อนเข้าไปรายงานว่าจดหมายเรียกค่าไถ่ที่ตนเขียนไปนั้นระบุว่าให้เพชรรุ้งเอาเงินหรือพลอยมาแลกตัวน้องสาว จรัญชมว่าดีมาก ก้อนถามว่าพ่อเลี้ยงคิดว่าเพชรรุ้งจะรู้เรื่องสายแร่พลอยหรือ

“ก็แค่หยั่งเชิงดู ไหนๆก็ไหนๆแล้วนี่หว่า ถ้าไม่มีก็แล้วไป แต่ถ้ามีข้าไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่!”

พลอยขวัญถูกสนหัวหน้าโจรเอาตัวไปโยนไว้ในแคมป์ที่กลางป่าในสภาพถูกมัดมือแน่นหนา มันขังไว้รอรับเงินค่าไถ่แล้วจะลงแขกกัน

สิงห์ในสภาพที่บาดเจ็บหนักพักอยู่ในห้องโดยมีพรคอยดูแล แต่พอเริ่มรู้สึกตัว สิงห์ก็พยายามลุกขึ้นถามพรว่าตอนนี้คุณหนูพลอยขวัญอยู่ไหน พรบอกว่าเพชรรุ้งกำลังไปช่วย สิงห์ถามถึงไอ้เสือ หมายถึงภูตะวันว่าเป็นอย่างไรบ้าง พรตอบอย่างไม่สบายใจว่า “ไอ้เสือ...เอ่อ...สงสัยจะแย่แล้วว่ะ”

ooooooo

เพชรรุ้งสะพายกระเป๋าเงินกระโดดขึ้นหลังม้าอย่างทะมัดทะแมง ศรเอาระเบิดไดนาไมต์มายื่นให้เตือนให้ระวังด้วยเกิดตูมตามขึ้นระหว่างทางเดี๋ยวจะยุ่ง

สาลี่เดินมาถามว่าตกลงเราจะไม่แจ้งนายอำเภอหรือ เพชรรุ้งตอบอย่างสมเพชว่า ผีเน่ากับโลงผุ แจ้งไปก็เท่านั้น เผลอๆมันอาจจะเป็นสายโจรก็ได้ ฝากสาลี่ให้บอกพรดูแลทางนี้ด้วย

เพชรรุ้งหันไปพยักหน้ากับเดชาให้ออกเดินทางได้ เดชาก้มกระซิบกับศรว่า

“จัดการไอ้เสือให้เรียบร้อย พอข้ากลับมาเมื่อไหร่ไร่ฟ้ารุ่งก็จะเป็นของพวกเรา”

ฝ่ายทางที่ว่าการอำเภอ ว่าที่นายอำเภอนั่งอ่านหนังสือ– พิมพ์อย่างสบายอารมณ์ จนสมใจเข้ามาถามอย่างร้อนใจว่าได้ข่าวไร่ฟ้ารุ่งหรือยัง พลอยขวัญโดนจับไปเรียกค่าไถ่

“แล้วไงวะ ไม่เห็นมีใครมาแจ้งความเลยนี่หว่า” ถาวรยังคงอ่านหนังสือพิมพ์สบายใจอยู่ สมใจบ่นว่าก็เป็นเสียอย่างนี้ถึงไม่มีใครอยากมาแจ้งความ ใจคอจะไม่ไปถามชาวบ้านหน่อยหรือว่าจะให้ช่วยอะไรบ้าง

“นี่ไอ้สมใจ ข้าเป็นว่าที่นายอำเภอนะเว้ย ประชาชนต้องเป็นฝ่ายง้อข้า ไม่ใช่ให้ข้าไปง้อ อยากไหว้พระก็ต้องไปที่วัด อยากขอร้องนายอำเภอก็ต้องมาที่อำเภอซิวะ”

สมใจทำท่าจะทักท้วง ถูกถาวรตัดบทว่า “เอาล่ะข้าขี้เกียจเถียงด้วยแล้ว เอาเป็นว่าเอ็งอยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบายละกัน เรื่องของเอ็ง แต่จำไว้นะถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าไม่รับผิดชอบ”

ถาวรยังคงอ่านหนังสือพิมพ์อย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร สมใจทนไม่ได้ผลุนผลันออกไป เอาปืนเหน็บที่ข้างอานม้ากระโดดขึ้นหลังม้าบอกตัวเองอย่างมุ่งมั่นว่า เป็นไงเป็นกัน ฉายเดี่ยวก็ได้วะ ว่าแล้วควบม้าไปที่ไร่ฟ้ารุ่ง

ณรงค์กับเรียวกำลังเดินเล่นอยู่ เห็นสมใจขี่ม้าผ่านไปก็ปรารภกันว่าท่าทางคงมีเรื่องใหญ่ เรียวถามว่าได้เวลาออกโรงกันรึยัง

“อย่าเพิ่งใจร้อน รอให้ชาวบ้านทนไม่ไหวเสียก่อนแล้วค่อยเปิดตัว รับรองว่าคะแนนเสียงต้องท่วมท้นแน่” ณรงค์พูดอย่างใจเย็น ในขณะที่เรียวมองตามสมใจไปอย่างอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไร

ooooooo

ภูตะวันถูกมัดมือไพล่หลังอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง โดยมีสาลี่เอานํ้าและผลไม้มาให้ ทันใดนั้นศรผลักประตูผลัวะเข้ามา ไล่สาลี่ให้ออกไปก่อนตนมีเรื่องต้องคุยกับเสือ

ภูตะวันถามทันทีว่าเดชาใช้ให้ศรมาเก็บตนใช่ไหม ศรถามหยันๆว่า นี่คงรู้ทุกอย่างหมดแล้วใช่ไหม

“ใช่ แม้แต่เรื่องที่พวกแกติดต่อกับพ่อเลี้ยงจรัญ” ภู– ตะวันตอบอย่างไม่ยี่หระ

ศรพาภูตะวันไปที่โรงม้า ชักปืนออกมา บอกเขาว่า “แกรู้เรื่องมากเกินไป ทำให้ฉันต้องเร่งเครื่องทั้งที่ไม่คิดจะรีบฆ่าแกหรอก”

เวลาเดียวกันนั้น สิงห์พยายามลุกขึ้นบอกพรให้ช่วยหยิบปืนให้ที บอกพี่ชายว่าตนจะไปช่วยไอ้เสือเป็นเวลาที่ภูตะวันต่อสู้กับศร ทำแจกันตกแตก เขาหยิบเศษแจกันตัดเชือกที่มัดพุ่งเข้าตะลุมบอนกับศร

สิงห์ไปถึง เห็นศรกำลังยกปืนเล็งใส่ภูตะวันบอกว่าเตรียมไปลงนรกได้แล้ว

“นรกของมึงต่างหากไอ้ศร!” สิงห์ประกาศกร้าวพร้อมกับเสียงปืนที่แผดขึ้น แต่ศรระวังตัวอยู่แล้ว มันไวทายาดหลบกระสุนได้เฉียดฉิวแล้วหนีไปทันที ภูตะวันฝากพรให้ช่วยดูสิงห์แล้ววิ่งตามศรไป

ooooooo

ขณะที่ภูตะวันกำลังจัดปืนเข้าที่เตรียมขึ้นม้านั่นเอง สมใจก็ควบม้ามาแต่ไกลขอตามไปด้วย อึดใจเดียวพรก็ประคองสิงห์ออกจากบ้าน ในที่สุด ทั้งสี่คนรวมกันไปช่วยเพชรรุ้งและพลอยขวัญ

โชคดีที่สิงห์รู้ที่ตั้งแคมป์ของโจรและสมใจรู้ทางลัดไปแคมป์ ทำให้ทุกคนยิ่งฮึกเหิมควบม้าตามกันไป

แม้พลอยขวัญจะตกอยู่ในเงื้อมมือโจรแต่เธอก็ไม่ยอมจำนน หาจังหวะเหมาะหนีออกจากเต็นท์ที่พัก สนสั่งสมุนให้หาตัวให้พบเพราะเพชรรุ้งกำลังจะมาไถ่ตัวอยู่แล้ว

เดชานำเพชรรุ้งมากับกรณ์และไกร มันบอกว่าใกล้ถึงจุดนัดแล้วมันจะแยกตัวไปซุ่มอีกทาง โกหกว่าเผื่อพวกโจรเล่นไม่ซื่อขึ้นมาตนจะได้ตลบหลังได้


พลอยขวัญถูกโจรเจอตัวและจับกลับไป เดชาเห็นเหตุการณ์แต่มันทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

โจรพาพลอยขวัญไปยังจุดนัดพบ เพชรรุ้งมาตะโกนเรียก พลอยขวัญเห็นพี่สาวก็ร้องให้ช่วยด้วย เพชรรุ้งบอกโจร ให้มาเอาเงินพร้อมกับชูระเบิดไดนาไมต์มัดหนึ่งให้ดู ขู่ว่าให้มาเอาเงินไปและส่งน้องคืนมา เธอโยนเงินลงที่พื้นและหยิบไฟแช็กขึ้นมา เตรียมจุดระเบิด ถูกไกรเอาพานท้ายปืนฟาดจนระเบิดกับไฟแช็กหล่น

เพชรรุ้งกับพลอยขวัญถูกโจรจับตัวไว้ เพชรรุ้งร้องเรียกเดชาให้มาช่วย กรณ์กับไกรหัวเราะเยาะว่าไม่มีใครช่วยได้หรอก แต่มันพูดไม่ทันขาดคำ เสียงปืนก็กัมปนาทขึ้น โจรคนหนึ่งถูกลูกปืนซัดใส่แสกหน้าตกม้าไป

พระเอกขี่ม้าขาวมาแล้ว...ภูตะวัน สิงห์ พร และสมใจ ควบม้าเข้ามาอย่างเท่ ภูตะวันตะโกนให้เพชรรุ้งมาทางตน เพชรรุ้งลากพลอยขวัญวิ่งไปขึ้นม้า ระหว่างทางเห็นไดนาไมต์ก็คว้าติดมือไปด้วย

สมใจตะโกนให้ภูตะวันกับสิงห์พาผู้หญิงหนีไปก่อน ตัวเองกับพรช่วยกันยิงสกัดพวกโจรพลางตามภูตะวันกับสิงห์ไป แต่ถูกพวกโจรไล่ยิงกระหน่ำ สมใจบอกภูตะวันให้ย้อนกลับไปทางลัดเพราะที่แคบแบบนั้นมันคงตามเราไม่ทันแน่

กรณ์กับไกรหนีไปหาเดชา บอกว่าสิงห์กับเสือมาช่วยพลอยขวัญกับเพชรรุ้ง เดชาถึงกับอึ้งเห็นความฉิบหายอยู่ตรงหน้า แต่คนเจ้าเล่ห์อย่างมันย่อมมีเพทุบายมาแก้...

ooooooo

พวกโจรยังคงตามไล่ล่าภูตะวันกับพวกมาอย่างกระชั้นชิด พลอยขวัญเสนอให้เพชรรุ้งใช้ระเบิดแต่พอจะใช้จริงๆ จึงรู้ว่าไม่ได้เอาไฟมา สิงห์บอกว่าไม่เป็นไรให้โยนระเบิดลงไปเดี๋ยวตนจัดการเอง

สิงห์กับเสือ หรือภูตะวัน ท้าประลองฝีมือกันว่าใครจะยิงระเบิดได้แม่นกว่ากัน ทั้งคู่รอจนพวกโจรวิ่งเข้ามาใกล้แล้วยิง นัดแรกของทั้งคู่เฉียดระเบิด แต่พอนัดที่สองยิงถูกเป้าทั้งคู่ ระเบิดกัมปนาทขึ้น ควันฝุ่นตลบฟุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อฝุ่นจางและควันหาย ที่เหลือให้เห็นคือพวกโจรตายเกลี้ยง

สิงห์กับเสือ เพชรรุ้งกับพลอยขวัญ ต่างหันมายิ้มให้กัน ส่วนสมใจยิ้มกับตัวเองอย่างสมใจที่ได้ทำหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรีแล้ว กลับถึงไร่ฟ้ารุ่ง เพชรรุ้งเอ่ยอย่างชื่นชมว่า

“ขอบใจมากนะคุณผู้ช่วย ถ้าภูพระกาฬมีแต่มือกฎหมายที่ซื่อสัตย์อย่างคุณ บ้านเมืองคงไม่อับจนแน่”

เมื่อสมใจกลับไปแล้ว เพชรรุ้ง พลอยขวัญ ภูตะวัน สิงห์ และพรก็นั่งดื่มกันอย่างผ่อนคลายในห้องรับแขก พลอย–ขวัญเชื่อว่างานนี้จรัญคงเข็ดไปอีกนานไม่กล้ามารังควานเราอีก แต่เพชรรุ้งกลับเห็นว่าคนบ้าอำนาจอย่างจรัญคงไม่ยอมรามือง่ายๆ ภูตะวันเสนอให้จัดระเบียบไร่ฟ้ารุ่งกันใหม่ เพชรรุ้งบอกว่า

ตนจะไล่นายศร นายกรณ์กับนายไกรออก ส่วนเดชานั้นต้องรอยศกลับมาก่อนเพราะเขาเป็นลูกของยศ ก็พอดีสาลี่มาบอกว่าเดชากลับมาแล้ว

เพทุบายของเดชาคือทำตัวสะบักสะบอมกลับมาบอกว่าถูกกรณ์กับไกรทรยศดักทำร้ายตนตอนที่จะเข้าไปช่วยเพชร–รุ้ง เพชรรุ้งพูดอย่างเยือกเย็นว่าไม่เป็นไรตนเข้าใจ แล้วให้พรพาเดชาไปพักก่อน พลอยขวัญไม่พอใจ เพชรรุ้งบอกน้องว่า “เรื่องนี้เราต้องรอให้ลุงยศเป็นคนตัดสิน”

ภูตะวันดักพบเพชรรุ้งขณะเธอจะเข้าห้องถามอย่างรับไม่ได้ว่าทำไมไม่เชื่อตน ลูกน้องของเดชาทรยศกันหมดแล้วเดชาบอกว่าตัวเองไม่รู้เรื่องได้ยังไง

“นายเสือ ไร่ฟ้ารุ่งเป็นของฉัน ฉันตัดสินใจเองได้” เพชรรุ้งตอบอย่างถือดี ทำให้ภูตะวันทนไม่ได้กำลังจะพูดเรื่องเจ้าของที่แท้จริงของไร่ฟ้ารุ่ง ก็พอดีพรรีบเข้ามาขัดกลัวเขาจะเผยตัว บอกให้ภูตะวันไปพักผ่อนก่อน พอภูตะวันเดินลงมา พรตามมาคุยกันตามลำพัง เตือนสติว่าขืนเขาพูดมากกว่านั้น เพชรรุ้งได้สงสัยแน่

“ก็ฉันพูดความจริงนี่ เอะอะก็ไร่ฟ้ารุ่งของฉัน นี่ไอ้ศักดาไม่เคยบอกลูกสาวบ้างรึไงว่ามันปล้นทุกอย่างมาจากคนอื่น” ภูตะวันฮึดฮัดอัดอั้น

“ถึงแค้นคุณศักดายังไง คุณก็ไม่น่าพาลกับคุณหนูเพชรรุ้งเลยนี่ครับ ที่ผ่านมา เธอพยายามดูแลไร่ฟ้ารุ่งเป็นอย่างดี แถมยัง...รอคุณมาตลอดนะครับคุณตะวัน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปี เธอก็คิดถึงเสมอ...”

ส่วนเพชรรุ้งก็ฮึดฮัดที่ภูตะวันบังอาจมาพูดกับตนเช่นนั้นบอกสาลี่ว่าจะไล่ออกให้ดู สาลี่ติงว่า

“คุณหนู คุณเสือแกเพิ่งช่วยคุณหนูพลอยขวัญเอาไว้นะคะ รางวัลก็ยังไม่ได้ แล้วนี่จะไล่ออกเลยเหรอคะ” เพชรรุ้งถามว่าแล้วจะให้ทำยังไงเพราะเขากำเริบเสิบสานขึ้นทุกวัน “แหม...คุณหนูขา ไอ้พวกคนงานที่ก้าวร้าวกว่านี้คุณก็เคยเจอมาแล้วนี่คะ แต่สาลี่ไม่เห็นคุณหนูจะโกรธขนาดนี้เลย...ไม่ผิดปกติไปหน่อยเหรอคะ”

สาลี่ทำเสียงเล็กเสียงน้อยท้วงติง แล้วรีบปลีกตัวไป เพชรรุ้งเริ่มสงสัยกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อภูตะวันขึ้นมา...

ooooooo

การทำความดีครั้งนี้ของสมใจ ถูกถาวรตำหนิติเตียนหาว่าไปขวางงานของจรัญ ขู่ว่าตนเป็นคนแนะนำสมใจมาทำงานตนย่อมมีสิทธิ์จะไล่ออกได้ สมใจโต้ถาวรอย่างไม่ยี่หระว่า

“ฉันอยากได้งานนี้ก็เพราะอยากเป็นผู้รักษากฎหมาย ไม่ใช่เป็นเบ๊ให้พวกอันธพาล...ฉันไม่อยากเป็นหมากินขี้อย่างพี่หรอก ถ้าอยู่แบบนี้ต่อไป ฉันขอกลับไปเลี้ยงควายที่บ้านดีกว่า”

“ไอ้...ไอ้วัวลืมตีน มึงกล้าสู้กับอิทธิพลเถื่อนงั้นเหรอ คนอย่างมึงไม่ตายดีแน่” ถาวรคำรามตามหลังสมใจที่ผลุนผลันออกไป

ooooooo

ออกจากที่ว่าการอำเภอ สมใจเดินกลุ้มเข้าไปที่ห้องโถงโรงแรมสันติภาพ เฮียเส็งรีบเข้าไปดูแลด้วยตัวเองบอกว่าวันนี้ขอเลี้ยงเอง เพราะผู้ช่วยไปช่วยคนดีเอาไว้เป็นวีรกรรมที่ลือกันทั้งภูพระกาฬทีเดียวไม่เพียงเฮียเส็งเท่านั้น แม้แต่แก้วก็ตั้งใจมาช่วยขัดรองเท้าให้ฟรีด้วย

สมใจบอกทั้งสองคนว่านี่คงเป็นการกินดื่มครั้งสุดท้ายและขัดรองเท้าครั้งสุดท้าย เอาเงินให้แก้วโดยไม่ต้องขัดรองเท้า สอนแก้วว่า “แล้วจำไว้นะ โตขึ้นต้องเป็นคนดี อย่าไปยุ่งกับไอ้พวกนอกกฎหมาย”

แก้วออกไปสวนกับพวกก้อนที่เดินกร่างเข้ามาด่าสมใจว่าเมื่อวานไปซ่ามาหรือ สมใจถามอย่างรู้ทันว่าพ่อเลี้ยงจรัญส่งมาใช่ไหม ก้อนสั่งสมุนให้ลงมือทันที พอพวกสมุนกรูกันเข้าไป เจอสมใจที่เป็นนักมวยเก่าใช้หมัดลุ่นๆ ตะบันหน้า เสียหงายไปทุกคน แต่เพราะพวกมันมากกว่า เก่งแค่ไหนก็อานเหมือนกัน

โชคดีที่ณรงค์กับเรียวออกจากห้องพักมาเจอเข้า จำได้ว่าสมใจเป็นผู้ช่วยนายอำเภอ ทั้งสองจึงเข้าร่วมวงช่วยสมใจ โดยเรียวเป็นคนลุยเพราะเก่งทั้งคาราเต้ยูโด พวกมวยวัดมาเจอของจริงเข้าก็แตกกระเจิง ก้อนตะโกนถามพวกณรงค์ว่าเป็นใคร

“กลับไปบอกพ่อเลี้ยงจรัญ ถ้าอยากรู้คำตอบก็ให้มาเจอกันที่...”

“เฮ้ยเดี๋ยว” เฮียเส็งขัดขึ้นทันทีรีบบอกว่า “ไปที่อื่น ร้านข้าฉิบหายมาพอแล้ว”

ณรงค์จึงเสนอให้ไปที่วิไลบาร์เวลาสี่โมงเย็น ก้อนรับท้าว่าไปแน่ให้พวกณรงค์เตรียมโลงไว้ก็แล้วกัน จากนั้นสั่งสมุนให้กลับ คนหนึ่งร้องถามว่าไม่สู้หรือ ก้อนกุมมือพูด เอาหน้ารอดว่าขอกลับไปทำแผลก่อน แล้วรีบไปเลย เรียวมองตามขยับคอเสื้อทำนองว่า แค่นี้ขี้ปะติ๋ว

เมื่อก้อนกลับไปรายงานจรัญ จรัญถามว่าพวกนั้นเป็นใคร ก้อนไม่รู้ บอกแต่ว่าพวกนั้นท้าให้พ่อเลี้ยงไปถามเองที่วิไลบาร์ จรัญแค้นนักที่ถูกเหยียบจมูก สั่งสมุนทุกคนให้เตรียมพร้อม สี่โมงวิไลบาร์ได้กลายเป็นสุสานแน่

ก่อนสี่โมง ณรงค์กับเรียวไปถึงวิไลบาร์ก่อนแล้ว รานีไม่ยอมให้เข้าอ้างว่ายังไม่เปิด แนะให้นัดพบกันที่อื่นดีกว่า เรียวบอกว่านัดกับพ่อเลี้ยงจรัญไว้ที่นี่แล้ว ทำให้รานีชะงักเดินตามทั้งสองที่ไปหาโต๊ะนั่ง

“เอาเป็นว่าผมขอเหมาร้านของคุณก็แล้วกัน จ่ายเป็นรายชั่วโมง ค่าเสียหายคิดต่างหาก” ณรงค์เสนอ

รานีขอค่ามัดจำ ณรงค์มองไปทางเรียว เรียวหยิบเงินจากกระเป๋าเป็นฟ่อนออกมาวางทำให้รานีเชื่อว่ามีเงินจริงจึงยอม

ooooooo

เพราะได้ฟังจากภูตะวันว่าสิงห์เป็นห่วงตนมากแม้กำลังเจ็บก็ยังขอตามไปช่วย ทำให้พลอยขวัญมาหาสิงห์ที่ห้องพักเตรียมจะเช็ดตัวให้เป็นการตอบแทน ชมว่าสิงห์เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตน สิงห์ปลื้มสุดๆ

ขอเปลี่ยนจากขอบใจ เป็นอย่างอื่นได้ไหม พลอยขวัญถามว่าอยากได้อะไรล่ะ

สิงห์อึกอักบอกว่าตนไม่กล้า พอพลอยขวัญขู่ว่าถ้าไม่กล้าก็อดเท่านั้น  สิงห์ขโมยจูบเธอทันที ทำเอาพลอยขวัญตกใจ โกรธมาก แทนที่จะช่วยเช็ดตัวให้เลยกลายเป็นสาดน้ำใส่แล้วทุบตีีพัลวัน ทั้งด่าทั้งดูถูกแล้วเดินหนีไป ทำเอาสิงห์จ๋อย ด่าตัวเองว่า ริอ่านเด็ดดอกฟ้า สมน้ำหน้าจริงๆ พลางลูบทั้งแผลเก่าแผลใหม่ที่เพิ่งโดนอย่างชํ้าใจ

ฝ่ายเดชาถูกพรพาไปห้องนอนที่เรือนเล็กแล้วล็อกกุญแจจากข้างนอกไว้ เดชาทุบประตูตะโกนให้เปิด พรที่เฝ้าอยู่บอกว่านี่เป็นคำสั่งของเพชรรุ้ง ให้กักตัวเขาไว้จนกว่ายศจะกลับมา

เดชาอ้างว่าตนต้องไปทำงานเพราะงานในไร่ไม่มีใครดูแล พรบอกว่าเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเพราะเพชรรุ้งแต่งตั้งคนอื่นดูแลแทนแล้ว ทำให้เดชายิ่งแค้นใจ ถามว่าเป็นใคร

หลังจากสั่งขังเดชาไว้แล้ว เพชรรุ้งเดินตามหายามจะให้พาไปสำรวจพื้นที่แถวไร่ฟ้ารุ่ง ภูตะวันบอกว่าวันนี้เหลือตนคนเดียว เธอจึงให้เขาพาไป เป็นบริเวณไร่ที่เขาและเธอเคยวิ่งเล่นกันตั้งแต่สมัยเด็ก ทำให้ความหลังในเวลานั้นผุดขึ้นในความทรงจำไม่น้อย

เพชรรุ้งบอกภูตะวันว่าตนกำลังสงสัยว่าไร่ฟ้ารุ่งมีแหล่งพลอยจริงๆหรือ เพราะถ้ายังไม่มีการพิสูจน์ที่นี่ก็ไม่มี วันสงบสุขจะต้องมีคนอีกมากที่เดินทางมาเพราะเรื่องนี้

ถามภูตะวันว่าเขาเองก็มาเพราะเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า

ภูตะวันตอบอย่างไม่แยแสว่าพวกนั้นไม่มีค่าสำหรับตน สิ่งที่ตนต้องการที่สุดเวลานี้คือให้ได้ครอบครัวกลับมา เพชรรุ้งจึงถามถึงครอบครัวเขา

“พ่อแม่ผมถูกพวกโจรฆ่าตายทั้งคู่ ส่วนน้องสาวผมก็ถูกพวกมันจับตัวไป จนถึงวันนี้พวกมันก็ยังตามล่าผม”

“นายทำให้ฉันคิดถึงเพื่อนคนนึง ชีวิตเขาก็เหมือนกับนาย ต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเพราะพวกโจรป่าเถื่อน” เพชรรุ้งรำพึง ภูตะวันถามว่าเธอรู้จักเขาหรือ “เขาเป็นเหมือนพี่ชายแท้ ๆของฉัน ตอนเด็กเราชอบมาวิ่งเล่นกันแถวนี้” เล่าแล้วนึกได้ถามว่าเขาทำกังหันลมเป็นไหม”

ดังนั้น  เมื่อกลับเข้าห้องนอนวันนี้ เพชรรุ้งจึงมีกังหันลมอันใหญ่กว่าของเดิม  เธอหยิบกังหันลมทั้งสองอันมาเทียบกัน พึมพำอย่างมีความสุขถึงใครบางคนว่า

“พี่ตะวัน...พี่ต้องชอบเพื่อนใหม่ของฉันแน่ๆเลย พี่กับเขาเหมือนกันมากเลยนะ”

ooooooo

สี่โมงตรง เฮียเส็งเห็นพวกจรัญยกโขยงมากันถึงแปดคน บอกครกให้ดูแลร้านตนจะไปสังเกตการณ์หน่อย แก้วขอตามไปด้วย เฮียเส็งไม่ให้ไปแต่แก้วก็แอบตามไปจนได้

หลงเห็นจรัญยกพวกมาก็รีบเข้าไปบอกรานีที่ยัง

ต่อรองค่าเสียหายกับณรงค์อยู่ ณรงค์บอกให้เธอหลบไปก่อนทางนี้ตนจัดการเอง เรียวที่แอบดูอยู่บอกณรงค์ว่ามันมากันแปดคน อาวุธครบมือ

พอจรัญเข้ามาในร้านก็ตะคอกถามว่า “พวกเอ็งใช่ไหมที่เล่นงานลูกน้องข้า” ณรงค์เชิญอย่างสุภาพให้นั่งก่อน จรัญตอบอย่างผยองว่า “ไม่นั่ง ที่นี่เมืองของข้า คนที่ออกคำสั่งมีได้คนเดียวเท่านั้นคือไอ้จรัญคนนี้”

จรัญเดินกร่างเข้ามาถามว่ากล้าดียังไงถึงได้อยากมีเรื่อง ณรงค์ตอบอย่างเยือกเย็นว่าตนมีของดีอยู่อย่างหนึ่งคิดว่าพ่อเลี้ยงคงสนใจ แล้วหยิบเอาตรานายอำเภอออกมาวาง จรัญเห็นเข้าถึงกับอึ้ง แต่ยังรักษาฟอร์มพูดหยันๆว่า “ก็แค่นายอำเภอ แล้วยังไง”

“ผมชื่อณรงค์ ณรงค์ วงศ์เสมา เป็นลูกชายของท่านนายพลเรืองฤทธิ์ ไม่ทราบว่าชื่อนี้พอจะคุ้นหูบ้างรึเปล่า”

จรัญจำได้ว่า นายพลเรืองฤทธิ์ ค่ายทหารม้า 73 ณรงค์จึงแนะนำต่อว่า พ่อทราบดีว่าตนทำเรื่องขอย้ายมาที่นี่ ดังนั้น ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับตน ภูพระกาฬเป็นจุณแน่

“นายอำเภอคนใหม่เหรอวะเนี่ย” แก้วพึมพำมองตะลึง เฮียเส็งเองก็อึ้งจนพูดไม่ออก

สมใจพยายามบอกให้ถาวรไประงับเหตุที่วิไลบาร์ ถาวรเกี่ยงว่าจรัญจะฆ่าใครก็เรื่องของเขา ขณะทั้งสองกำลังยื้อยุดกันนั่นเอง เฮียเส็งกับแก้วก็เดินอ้าวมาบอกว่า สองคนนั้นเป็นเจ้านายของถาวรกับสมใจ

“ตะกี้ผมกับเถ้าแก่ได้ยินมากับหูเลยครับ ว่าผู้ชายคนที่ชื่อณรงค์เขาประกาศตัวว่าเป็นนายอำเภอคนใหม่ของที่นี่” แก้วสอดขึ้นอย่างอดไม่ได้ ทำเอาทั้งสมใจและถาวรอึ้งสนิท

ooooooo

เดชาเจ้าเล่ห์เพทุบายตามเคย ทุบประตูเรียกจนพรมาเปิดแล้วมันก็ใช้สันมือฟันคอจนพรสลบ จากนั้นมันวิ่งพรวดออกจากห้อง

ครู่เดียวไฟดับทั้งหมด ภูตะวันคุยอยู่กับสิงห์ เขาสงสัยว่าเครื่องปั่นไฟคงมีปัญหา รีบลงไปดู เจอพลอยขวัญกำลังสั่งการให้คนงานมาดูเครื่องปั่นไฟอยู่ ภูตะวันถอดเสื้อตรงเข้าซ่อมอย่างมืออาชีพทันที

เพชรรุ้งถือเชิงเทียนจะขึ้นข้างบน ถามสาลี่ที่ไปดูเครื่องปั่นไฟมาว่าซ่อมได้ไหม สาลี่บอกว่าอีกสิบนาทีก็ใช้การได้ เพชรรุ้งจึงถือเทียนขึ้นห้องนอนก่อน อดนึกหมั่นไส้ภูตะวันไม่ได้ว่าพอสาวๆเดือดร้อนก็ทำตัวเป็นพระเอกมาช่วยทุกที

พอเธอเข้าห้องก็ถูกเดชาที่มาแอบอยู่หลังม่านผลักเธอล้มลงบนเตียง บอกว่าตนไม่ฆ่าแต่จะปราบพยศเธอเท่านั้น เอาปืนขู่ให้เธออยู่เฉยๆ เพชรรุ้งจำต้องทำสงบนิ่งเพื่อรอจังหวะ

ภูตะวันซ่อมเครื่องปั่นไฟเสร็จเดินกลับ มองขึ้นไปบนตึกเห็นทุกห้องสว่างหมดเหลือแต่ห้องของเพชรรุ้งที่ยังจุดเทียนอยู่ เขาเอะใจจึงขึ้นไปดู  เจอเดชากำลังไล่ปล้ำเพชรรุ้ง

อย่างเมามัน

พอเดชาเห็นภูตะวันเข้ามามันยิงใส่ทันที แต่ไม่ถูก ภูตะวันกระโดดเข้าแย่งปืนเลยต่อสู้ตะลุมบอนกัน เพชรรุ้งโผไปเอาปืนจากลิ้นชักร้องบอกให้ภูตะวันหลบไป ทำให้ภูตะวันหันมองถูกเดชาถีบกระเด็นแล้วมันก็พุ่งเข้าคว้าปืนยิงใส่เพชรรุ้ง พอเพชรรุ้งหลบ มันจะกระโดดหน้าต่างหนีแต่ถูกภูตะวันยิงเข้าที่แขนจนร่วงลงไป

ภูตะวันวิ่งลงมาเจอพลอยขวัญ เขาบอกเธอว่า “ระวังตัวด้วยนะพลอยขวัญ ตะกี้ไอ้เดชามันบุกเข้ามาในนี้” แล้ววิ่งเลยไป ตามรอยเลือดไปในไร่ข้าวโพด เจอเดชาซุ่มอยู่มันพุ่งเข้าเล่นงานภูตะวัน แต่ได้ยินเสียงศรเรียกมันจึงวิ่งไปหาศร

ภูตะวันจะตามแต่ถูกยิงสกัดจนออกจากที่ซุ่มไม่ได้ พอเสียงปืนเงียบศรก็พาเดชาหายไปแล้ว

ooooooo

หลังจากรู้ว่าณรงค์เป็นใครแล้ว จรัญเชิญไปทานข้าวที่บ้านพูดอย่างนอบน้อมว่าอย่าถือสาตนเลย ก้อนที่อยู่ข้างๆก็รับว่าตนผิดเองที่มีตาแต่หามีแววไม่ ทั้งจรัญและก้อนต่างนอบน้อมถ่อมตัวจนน่าหมั่นไส้

บุหลันถามณรงค์ว่าเป็นคนมีชื่อเสียงแต่กลับขอย้ายมาอยู่ภูพระกาฬ พอจะบอกเหตุผลได้ไหม

“มีคนร้องเรียนไปครับ ว่าที่ภูพระกาฬมีเรื่องไม่ชอบธรรมอยู่มาก ผมก็เลยตั้งใจว่าจะมาตรวจสอบดูซะหน่อย”

จรัญขัดขึ้นว่ามันก็เป็นแค่ข่าวลือ ที่นี่มันเงียบเหงาเกินไปชาวบ้านก็เลยชอบพูดโกหกกัน เรียวถามว่ารวมถึงเรื่องสายแร่พลอยด้วยหรือเปล่า จรัญตอบทันทีว่าที่นี่ไม่มีสายแร่พลอยอะไรจะมีก็แค่เล็กๆน้อยๆ ที่ชาวบ้านร่อนหาตามริมน้ำเท่านั้น

“แน่ใจนะพ่อเลี้ยง” ณรงค์ถามนิ่งๆ จรัญบอกว่าตนกล้าเอาหัวเป็นประกันเลย ก็พอดีคนรับใช้เข้ามากระซิบกับบุหลันว่า มีคนมาขอพบ บุหลันแปลกใจแล้วขอตัวกับจรัญและนายอำเภอลุกจากโต๊ะอาหารไป

ออกไปเจอแก้วมาส่งข่าวว่า คนชื่อเดชาให้มาบอกว่าเขากำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่ที่โรงแรมสันติภาพ บุหลันฟังแล้วแค่นยิ้ม...

ooooooo

ตอนที่ 5

สิงห์ทั้งเศร้าสะเทือนใจและแค้นใจมากที่เดชาฆ่าได้แม้กระทั่งผู้หญิงท้องแก่ เขาขี่ม้ากลับมากับพวกเดชาอย่างซึมเศร้า ภูตะวันมองสิงห์ด้วยความเป็นห่วง จึงชักม้าขึ้นมาเคียงข้าง

เมื่อกลับมาถึงไร่ฟ้ารุ่ง พรกับสาลี่และพวกคนงานพากันปรบมือต้อนรับพวกเดชาราวกับวีรบุรุษที่ไปตามวัว ที่ถูกปล้นกลับคืนมาได้ เพชรรุ้งกับพลอยขวัญออกมาดูอย่างชื่นชม

เพชรรุ้งถามว่าจับพวกโจรได้รึเปล่า เดชาคุยโวว่าพวกมันขัดขืนเลยถูกฆ่าตายหมด พูดแล้วหันไปถามสิงห์ว่าใช่ไหม สิงห์ไม่ตอบแต่ขยับจะเดินหนี เพชรรุ้งมองอย่างผิดสังเกตเธอมองไปทางภูตะวันเชิงถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ภูตะวันก็เก็บความรู้สึกได้ดีจนไม่มีอะไรผิดสังเกต เขาเดินตามสิงห์ไปเงียบๆ

เมื่อถึงโรงม้า ภูตะวันบอกสิงห์ว่า “มันเป็นอดีตไปแล้ว แกต้องลืมมันไปเสีย”

“เหมือนที่แกทำอยู่ใช่ไหม” สิงห์ถาม ภูตะวันเงียบ สิงห์พูดต่อไปว่า “มีคนเคยถามฉัน เขาสงสัยว่าแกเป็นใครกันแน่ ฉันเองก็เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมแกต้องโกหกเรื่องชื่อแซ่ด้วย แต่ว่าตอนนี้ฉันไม่สงสัยแล้ว คนเราบางครั้งก็อยากลืมว่าตนเองเคยเป็นใคร”

พูดแล้วสิงห์เดินไป ทิ้งให้ภูตะวันมองตามอย่างสงสัยว่าใครกันหรือที่กำลังจับผิดตนอยู่

ฝ่ายสนหัวหน้าโจรที่นำกำลังกลับมาถึงกระโจมที่พัก เมื่อรู้ว่าถูกพวกไร่ฟ้ารุ่งมาเอาวัวกลับไปหมดแล้ว มันถามว่ามีพวกเจ้าหน้าที่มาด้วยหรือเปล่า เมื่อรู้ว่าไม่มี มันคำราม

“ข้าไม่ยอมกลับไปมือเปล่าแน่ งานนี้มันต้องมีคนชดใช้”

ooooooo

เพราะภูตะวันได้เป็นการ์ดแล้ว คืนนี้พรจึงหอบที่นอนของเขามาให้บอกว่าตั้งแต่คืนนี้ไม่ต้องนอนที่โรงม้า แล้ว ให้ไปนอนที่ห้องสิงห์ เรือนพักของพวกการ์ด แล้วบอกภูตะวันว่า

“คุณหนูเพชรรุ้งให้แกไปพบที่เรือนใหญ่ แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะ คุณศักดามีบุญคุณกับพวกเรา คุณหนูทั้งสองคนก็เหมือนกัน ดังนั้น ถ้าแกทำอะไรคุณหนูละก็ เจอดีแน่!”

เมื่อภูตะวันขึ้นไปหาเพชรรุ้งที่ห้องทานข้าวบนเรือนใหญ่แล้ว เธอแสดงความยินดีด้วยที่เขาได้เป็นการ์ดเต็มตัวแล้ว เล่าว่า “เดชาบอกว่านายทำงานได้ดีมาก”

ภูตะวันพูดเรียบๆ ว่าตนก็แค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น เพชรรุ้งจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่นทำไมสิงห์ถึงได้กลายเป็นแบบนั้น ภูตะวันทำไขสือตอบว่า “สิงห์ปลอดภัย เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ”

เพชรรุ้งย้ำว่าร่างกายสิงห์ไม่บาดเจ็บแต่จิตใจเขาเหมือนโดนมาอย่างหนัก ภูตะวันก็ยังตอบเลี่ยงๆ ว่าผู้ชายทุกคนต้องมีสักครั้งในชีวิตที่เป็นแบบนี้ เพชรรุ้งชะงักถามว่าผู้หญิงอย่างตนไม่ควรรู้ใช่ไหม

“คุณมีหน้าที่ดูแลไร่ฟ้ารุ่งชั่วคราว ดังนั้น คนที่ต้องรับผิดชอบจริงๆ ก็คือพ่อของคุณต่างหาก”

“ฉันไม่รู้ว่าพ่อของฉันอยู่ไหน” เพชรรุ้งแกล้งบอก ภูตะวันมองหน้าถามอย่างจับพิรุธว่าแน่ใจหรือ “นายเสือ ฉันว่าทางที่ดี นายอย่าถามซอกแซกเรื่องพ่อฉันเลยดีกว่า ฉันไม่อยากระแวงนายอีกรอบ” เพชรรุ้งตัดบทแล้วยกไวน์ขึ้นจิบ ไม่พูดไม่ถามอะไรอีกเลย

ooooooo

พลอยขวัญเห็นอาการซึมเศร้าของสิงห์  คืนนี้เธอยกถาดอาหารไปเคาะประตูห้องเรียกเขาบอกว่า เห็นพรบอกว่าเขาไม่ยอมทานข้าวไม่สบายหรือเปล่า สิงห์ส่ายหน้า เธอถามว่ามีอะไรไม่สบายใจก็เล่าออกมา ในฐานะที่เขาเคยช่วยตนเอาไว้ ตนสัญญาว่าจะไม่บอกใคร สิงห์จึงยอมเล่าประวัติตัวเองว่า

“บ้านเกิดของผมอยู่ที่ภูพยัคฆ์ ที่นั่นมันป่าเถื่อนพอๆกับภูพระกาฬ แต่ต่างกันตรงที่ภูพระกาฬไม่เคยมีสงครามและก็ไม่ได้อยู่ติดชายแดนเหมือนภู พยัคฆ์”

สิงห์นิ่งไปเหมือนทำใจก่อนที่จะเล่าต่อไปว่า

“แม่กับพี่ชายแล้วก็น้องสาวผมเสียชีวิตไปตอนผมอายุได้เจ็ดขวบ ต่อหน้าต่อตาผม แต่ผม...ผมไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากยืนดูพวกเขาฆ่าทุกอย่าง เหมือนกับวันนี้ไม่มีผิด ผม...ผมทำอะไรไม่ได้ ผมทำไม่ได้เลย ผมปกป้องใครไม่ได้”

สิงห์สะอื้นฮักออกมาจนตัวสะเทือน พลอยขวัญสงสารจนยกมือลูบบ่าเขาอย่างปลอบใจ

ooooooo

คุยกับเพชรรุ้งแล้วภูตะวันเดินกลับที่พัก เขาเหลือบมองไปที่ห้องอาหาร เห็นแสงไฟยังสว่างอยู่จึงตัดสินใจเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องทำงานของเพชรรุ้ง ตรงเข้าไปค้นหาเอกสารบางอย่าง

พรที่จับตาดูภูตะวันอยู่แล้ว เข้ามาเอาปืนจี้เขาบังคับจะพาไปหาเพชรรุ้งเพื่อให้ไล่ออก แต่ภูตะวันอาศัยทีเผลอ

ของพรพลิกสถานการณ์เป็นฝ่ายกระทำแย่งปืน และจับพรเหวี่ยงกระแทกผนัง อุดปากไว้ไม่ให้เอะอะ

ภูตะวันตัดสินใจเปิดคอเนื้อตัวเองให้พรดูแผลเป็นที่บ่าถามว่า “ทีนี้จำฉันได้รึยัง”

พรตะลึงงัน จำได้ทันทีว่าเขาคือภูตะวัน แผลนั้นเกิดจากการปีนเก็บผลไม้แล้วพลาดตกลงมาของเขาในวัยเด็ก พรดีใจเมื่อรู้ว่าภูตะวันยังไม่ตาย ทั้งสองจึงชวนกันไปนั่งคุยที่ข้างโรงนา

มาถึงโรงนาทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ พลอย–ขวัญมองจากหน้าต่างเห็นเข้านึกว่าทั้งคู่วิปริต เก็บความสงสัยไว้จนวันต่อมา จึงเรียกภูตะวันไปถามว่าเมื่อคืนคุยอะไรกับนายพร สองคนชอบกันหรือ

ภูตะวันแกล้งโง่บอกว่าตนชอบพร เพราะเป็นพี่ชายของสิงห์ พลอยขวัญย้ำถามว่าไม่มีอย่างอื่นนะ เมื่อภูตะวันพยักหน้าเธอปรารภว่า

“ฉันเข้าใจ คนที่ไร้ญาติขาดมิตรอย่างนาย ก็คงอยากมีครอบครัวใช่ไหม ไอ้ฉันเองก็ไม่เคยมีพี่ชายเหมือนกันนะ”

ภูตะวันฟังไปอย่างนั้นเอง จนพลอยขวัญถามว่าไม่สนใจบ้างหรือ เมื่อเขาบอกว่าไม่กล้าตีสนิทกับเธอ เพราะเธอเป็นเจ้านาย ส่วนตนเป็นลูกน้อง พลอยขวัญเลยตัดบทงอนๆว่าตามใจ ตนก็ไม่อยากสนิทด้วยหรอก แล้วเดินหนีไปขึ้นม้า แต่อารามรีบร้อนเลยเฆี่ยนม้าแรงไปหน่อย ม้าตกใจสะบัดจนเธอตกจากหลัง

ภูตะวันรีบเข้าไปดูแล ประคองเธอขึ้นมา พลอยขวัญเขินถามว่าทำแบบนี้จะดีหรือ เดี๋ยวใครเขามาเห็นเข้า ภูตะวันเลยเสนอให้เธอกลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่า เดี๋ยวตนจะพาไปเอง

ขณะภูตะวันพาพลอยขวัญไปส่งที่เรือนใหญ่นั่นเอง สิงห์เห็นเข้ามองตาค้าง พึมพำอย่างแค้นใจว่า

“เพื่อนเรา...มันเผาเรือนจนได้ โธ่ไอ้เสือ!”

สิงห์เตะฝุ่นปาหมวกอย่างฉุนเฉียว โดยไม่รู้เลยว่าเดชากับศรผ่านมาเห็น เดชายิ้มกริ่มอย่างสะใจที่จับจุดเปราะบางระหว่างสิงห์กับภูตะวันได้

ooooooo

เพื่อขอบใจพวกการ์ดในไร่ที่ไปเอาวัวที่ถูกปล้นกลับคืนมาได้ เพชรรุ้งให้สาลี่เตรียมอาหารเลี้ยงขอบใจ ระหว่างนั้น ภูตะวันประคองพลอยขวัญกลับมาพอดี เพชรรุ้งถามว่าเป็นอะไร พอรู้ว่าน้องสะดุดล้มเพชรรุ้งถามว่าเจ็บมากไหม จะไปหาหมอไหม พลางบอกภูตะวันให้กลับไปเสียเดี๋ยวตนจะดูแลน้องเอง

แต่พอภูตะวันหันหลังไปเท่านั้น พลอยขวัญก็ลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องไปหน้าตายเฉย สาลี่อมยิ้มพูดอย่างรู้ทันว่า พออยู่กับนายเสือทีไรพลอยขวัญก็ดูบอบบางมากทุกที ทำให้เพชรรุ้งสะดุดใจขึ้นมา

ฝ่ายพร จากที่คุยกับภูตะวันเมื่อคืน เขาบอกว่าต้องแก้แค้นพวกที่ฆ่าพ่อกับแม่ตนให้ได้ ซึ่งพรรู้ดีว่าภูตะวันหมายถึงศักดา ทำให้ไม่สบายใจ แต่ขณะกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นก็ต้องปวดหัวหนักขึ้นไปอีก เมื่อสิงห์ฮึดฮัดเข้ามาด่าภูตะวันว่าหักหลังตน มาจีบผู้หญิงตัดหน้าตน

“เอ็งก็ไปบอกไอ้เสือมันดีๆสิวะ ว่าเอ็งชอบผู้หญิงคนไหน ถ้ามันเกรงใจเอ็งเดี๋ยวมันก็หลีกทางให้เองแหละ ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นใครวะ”

“คุณพลอยขวัญ”

“อ๊ายยยย นรกแล้วไงไอ้พร ฉิบหายแล้ว!”พรวิ่งออกจากครัวไปทันที สิงห์เลยงงว่าพี่ชายเป็นอะไร

ooooooo

ไม่นานนัก ที่ภูพระกาฬก็มีข่าวว่าจะมีนายอำเภอคนใหม่มาที่นี่ เพราะทางการได้รับการร้องเรียนว่าเมืองภูพระกาฬตกอยู่ภายใต้อิทธิพลเถื่อน ทางการค้า

จรัญถามสมใจว่าพอรู้บ้างไหมว่าชาวบ้านคนไหนไปร้องเรียน สมใจตอบไม่กล้าสบตาว่าไม่รู้ ทำให้จรัญกับถาวรสงสัยว่าเป็นฝีมือของสมใจ

เมื่อสมใจกลับมาที่โต๊ะทำงานก็รีบเอาจดหมายรับคำร้องของทางการมาจุดไฟเผาทิ้งทันทียกมือท่วมหัวภาวนา

“เจ้าประคุ้ณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในภูพระกาฬ ช่วยดลบันดาลให้นายอำเภอคนใหม่มากวาดล้างคนชั่วในเมืองนี้เร็วๆด้วยเถิด สาธุ ถ้าถูกจับได้ว่าเป็นคนร้องเรียนไปล่ะก็...กูตายแน่”

พรวิ่งจากสิงห์กลับมาที่เรือนพักคนงานตามหาจนเจอภูตะวัน รีบเข้าไปบอกว่ามีเรื่องหนึ่งที่ตนยังไม่ได้บอกเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าไม่ได้บอกคงนอนตายตาไม่หลับแน่ แล้วเข้าไปกระซิบ...

“คือว่าคุณพลอยขวัญ เธอ...เป็น...”

สิงห์เข้ามาตามภูตะวันไปประชุมพอดี พรเลยไม่ได้พูดเรื่องสำคัญให้ภูตะวันฟัง

ooooooo

ระหว่างเลี้ยงขอบคุณพวกการ์ดที่ห้องทานข้าวเรือนใหญ่ไร้ฟ้ารุ่งนั้น ทั้งเพชรรุ้งและเดชาต่างแสดงความโล่งใจเชื่อว่าหลังจากนี้พวกโจรคงเข็ดไปอีก นาน เพชรรุ้งชวนดื่มเพื่อเดชาและการ์ดทุกคน

สิงห์โพล่งออกมาว่าเรื่องคงไม่จบแค่นี้ เพราะตอนที่เราบุกไปที่รังโจรนั้น เราฆ่าพวกมันไปมากมายแถมยังทำร้ายคนในครอบครัวของมันด้วย เชื่อว่ามันต้องเอาคืนแน่

การพูดของสิงห์ทำให้เดชาและสมุนไม่พอใจหาว่าสิงห์ต้องการเรียกร้องความสนใจ รุมกันว่าสิงห์ต่างๆนานา จนภูตะวันขัดขึ้นว่า

“แต่ผมว่าไอ้สิงห์พูดถูก งานนี้พวกมันต้องล้างแค้นแน่”

เดชาจ้องหน้าภูตะวันบอกว่าพวกมันตายหมดแล้ว และที่ฆ่าผู้หญิงท้องแก่ก็เป็นอุบัติเหตุ กระนั้นภูตะวันก็เชื่อว่าพวกมันต้องกลับมาที่นี่ เดชาเป็นคนบังคับให้พวกมันต้องทำเพราะความแค้น เมื่อถูกศรปรามยํ้าว่าพวกมันตายหมดแล้ว ภูตะวันจึงชี้แจงเหตุผลของตนว่า

“วัวที่ตามกลับมายังหายไปอีกตั้งหลายตัว ไม่มีใครสงสัยบ้างหรือไง” กรณ์ขัดขึ้นว่ามันพลัดหลงไประหว่างทาง ภูตะวันโต้ว่า “เปล่า แต่ถูกต้อนไปขายต่างหาก ต้องมีพวกมันบางคนที่ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุซึ่งป่านนี้มันคงรู้แล้วว่า เกิดอะไรขึ้นที่แคมป์”

จริงอย่างที่ภูตะวันพูด เพราะคืนนี้เอง สนก็มาหาจรัญที่บ้านพูดอย่างแค้นใจว่า พวกไร่ฟ้ารุ่งตามมาเอาวัวคืนไปไม่พอยังฆ่าพี่น้องของตนจนหมด ถามว่า ทำไมพวกนั้นจึงแกะรอยไวนัก ท่าทางจะรู้ด้วยซํ้าว่าพวกตนตั้งแคมป์อยู่ที่นั่น

จรัญยืนยันว่าไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น แต่เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตน ถ้าพวกสนจะล้างแค้น ตนก็พอมีทางช่วย ทำให้สนชะงักมองจรัญอย่างสนใจ

ooooooo

หลังงานเลี้ยงขอบคุณของเพชรรุ้ง เดชามาเจอสิงห์ที่หน้าเรือนใหญ่ ด่าสิงห์ว่าคืนนี้พวกสิงห์เหยียบจมูกตนเต็มๆ เตือนให้ระมัดระวังตัวไว้ด้วยเพราะนี่ไม่ใช่ถิ่นของตัวเอง ภูตะวันสวนไปว่าเขาเองก็ไม่ใช่เจ้าของไร่ฟ้ารุ่งเหมือนกัน

“วันนี้ยัง แต่ต่อไปไม่แน่ ระวังเงาหัวของแกกับเพื่อนเอาไว้ให้ดีเถอะ” พูดแล้วเดชาเดินนำศร กรณ์ และไกรออกไป

เมื่อกลับมาถึงห้องพัก สิงห์ขอบใจที่เขาช่วยพูดที่โต๊ะอาหาร บอกว่างานนี้เดชาคงเกลียดขี้หน้าพวกเราไปอีกนาน แล้วสิงห์ก็อดไม่ได้กำลังจะถามเรื่องภูตะวันชอบพลอยขวัญหรือเปล่า ก็พอดีพรมาเคาะประตูเรียกแล้วลากภูตะวันออกไปคุยกัน

ครั้งนี้พรบอกภูตะวันได้สำเร็จว่า พลอยขวัญเป็น น้องสาวแท้ๆของเขา แต่กำชับว่าเรื่องนี้ห้ามพูดออกไปเพราะยศสั่งไว้ว่าห้ามใครพูดเด็ดขาด เห็นภูตะวันยืนอึ้ง พรยืนยันว่า

“เชื่อผมเหอะคุณตะวัน ตอนที่คุณศักดาอุ้มคุณหนูมาที่ไร่ ผมเห็นกับตา ได้ยินแกพูดกับหูเลยว่าเด็กคนนี้คือน้องสาวคุณ เพราะแบบนี้ไงผมถึงไม่อยากให้คุณแก้แค้น เชื่อผมเถอะคุณตะวัน คุณศักดาไม่ใช่คนร้ายหรอก”

“ฉันจะสืบเรื่องนี้เอง ส่วนนายอยู่เฉยๆก็แล้วกัน” ภูตะวันบอก พรได้แต่มองเขาอย่างลำบากใจ

เพียงวันต่อมา ภูตะวันก็ได้รับรู้จากปากของพลอยขวัญเองเมื่อเธอเล่าชีวิตของตัวเองให้ฟัง ว่าตนไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของศักดา เป็นลูกที่เขาเก็บมาเลี้ยง พูดไปแล้วตนก็เหมือนตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร

ภูตะวันฟังอย่างเห็นใจ ในที่สุดทั้งคู่ยื่นก้อยเกี่ยวกันสัญญากันว่าจะเป็นพี่น้องกัน แต่ลึกๆในใจของพลอยขวัญแล้วไม่ได้คิดกับภูตะวันแบบพี่น้อง เพียงแต่เก็บงำไว้เท่านั้น

ooooooo

วันนี้ มีชายแปลกหน้าสองคนคือณรงค์ กับเรียวลูกครึ่งญี่ปุ่นที่เป็นคนสนิทเข้ามาที่ภูพระกาฬ ทั้งคู่เห็นสภาพแล้วรู้ถึงความเถื่อนของถิ่นนี้ วันแรกที่มาถึงก็ถูกพวกคนเถื่อนรีดไถ เมื่อไม่ยอมจ่ายก็ไปดวลกันที่ทางเสือผ่านโดยมีทรัพย์สินที่ติดตัวมาเป็นเดิม พัน

ณรงค์ถอดของมีค่าและถุงผ้าที่มีลวดลายสะดุดตาวางไว้ในหมวก ปรากฏว่าเขาดวลชนะ ได้ทั้งของตัวเองคืนและทรัพย์สินของคนเถื่อน

จากนั้นทั้งคู่เข้าไปนั่งดื่มกันที่โรงแรมสันติภาพของเฮียเส็ง จึงรู้จากเฮียเส็งว่านายอำเภอคนเก่าตายไปนานแล้วคนใหม่ก็ไม่รู้ว่าหายหัวไป ไหน   เรียวเหล่ไปทางณรงค์ พูดเปรยๆว่า

“อีกเดี๋ยวคงมามั้งเถ้าแก่เร็วๆนี้ล่ะ”

ที่แท้ณรงค์คือนายอำเภอคนใหม่มีตราแต่งตั้งที่อยู่ในถุงผ้ามาด้วย เขาหยิบถุงผ้านั้นขึ้นดูอย่างหนักใจกับตำแหน่งหน้าที่และความเถื่อนของที่ นี่

ooooooo

เพราะรู้ว่าระหว่างสิงห์กับภูตะวันนั้นมีจุดเปราะบางเรื่องพลอยขวัญที่สิงห์ ระแวงเพื่อนอยู่ ดังนั้นเดชาวางแผนยุยงเป่าหูให้ทั้งคู่มีเรื่องกัน บอกสิงห์ที่กำลังคิดไม่ตกเรื่องภูตะวันกับพลอยขวัญว่า

“ไอ้เสือ เพื่อนของนายมันไว้ใจไม่ได้ แต่ก่อนหายไปกับคุณเพชรรุ้งแค่ครึ่งวันพอกลับมาก็ได้เป็นยาม แล้วนี่หายไปกับคุณพลอยขวัญ พอกลับมาสงสัยคงได้เป็น...”

ได้เรื่องจริงๆ! สิงห์คอยจนภูตะวันกลับมาก็เข้าไปเจรจาอย่างลูกผู้ชายว่าขอให้ภูตะวันหลีกทาง ให้ตนเพราะตนชอบพลอยขวัญ ภูตะวันพยายามชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างพลอยขวัญกับสิงห์ ยํ้าว่าถ้าเพชรรุ้งรู้เรื่องนี้มีหวังสิงห์ถูกไล่ออกแน่

สิงห์ไม่เชื่อหาว่าภูตะวันขู่ เลยท้าดวลกันด้วยหมัดลุ่นๆ เดิมพันคือ ถ้าภูตะวันแพ้ต้องหลีกทางให้สิงห์ แต่ถ้าภูตะวันชนะก็แล้วแต่เขาต้องการ

ทั้งคู่ดวลหมัดกันเอาเป็นเอาตาย ทีแรกภูตะวันก็ออมๆ ฝีมือไว้แต่ถูกสิงห์เล่นงานเอาเป็นเอาตายเลยสั่งสอนเสียบ้าง

เรื่องรู้ถึงเพชรรุ้ง เรียกทั้งสองไปพบที่เรือนใหญ่ถามว่าทำไมต้องทะเลาะกัน ภูตะวันบอกว่าไม่ได้ทะเลาะกันเพียงแต่อยากประลองกำลังกันเฉยๆ เลยถูกเพชรรุ้งลงโทษด้วยการให้ไปทำงานในไร่สองอาทิตย์จนกว่าจะสำนึกว่าตัว เองมีหน้าที่อะไรกันแน่ เป็นยามหรือมาต่อสู้กันเอง

ระหว่างอยู่ไร่สิงห์รู้สึกผิดพยายามง้อภูตะวันแต่ฝ่ายนั้นก็ทำเฉย จนสิงห์ถูกกรณ์กับไกรมาหาเรื่องแล้วรุมกันซัดสิงห์ ภูตะวันจึงเข้าไปช่วยสิงห์ทั้งยังประกาศกร้าวว่า

“ใครก็ตามที่หาเรื่องไอ้สิงห์ ก็คือศัตรูของฉัน”

ในที่สุดฝีมือชั้นปลายแถวกระดูกอ่อนอย่างกรณ์กับไกรก็ต้องถอยไป สิงห์ดีใจถามภูตะวันว่าหายโกรธแล้วหรือ พูดได้แล้วหรือ

“ไม่ได้เป็นใบ้นี่หว่า แค่ไม่อยากพูด” ภูตะวันตอบนิ่งๆ แล้วทำเฉยเหมือนเดิม จนสิงห์ไปเอาเหล้าทำอาหารจากในครัวมาชวนดื่ม แล้วพูดเรื่องพลอยขวัญอีก

ภูตะวันเตือนอีกครั้งเรื่องฐานะที่แตกต่างกันระหว่างสิงห์กับพลอยขวัญ ทำให้สิงห์ฮึดขึ้นมาประกาศว่าคอยดูเถอะ ถ้าตนรวยขึ้นมาเมื่อไหร่ รับรองว่าไม่มีใครกล้ามาว่าอะไรตนแน่

“ให้มันแน่จริงเหอะวะเพื่อน” ภูตะวันพูดขำๆ

“แน่นอน ไอ้สิงห์นี่แหละจะรวยให้มันระเบิดระเบ้อให้ใหญ่คับภูพระกาฬไปเลย คอยดูซิ!”

พูดแล้วพากันกระดกเหล้าเข้าปาก ปรากฏว่าสำลักกันแทบตายถึงได้เชื่อว่าเหล้าทำอาหารนั้นเอามาดื่มเล่นไม่ได้จริงๆ

ooooooo

ณรงค์กับเรียวขี่ม้าตระเวนไปตามลำธารที่มีชาวบ้านมาร่อนแร่หาพลอยกัน เจอลุงฝิ่นกำลังหาพลอยถามว่าได้มากไหม ลุงฝิ่นบอกว่าหามาเกือบเดือนแล้วได้เม็ดเท่าขี้ตาแมวเท่านั้นซ้ำยังหาคนซื้อ ไม่ได้ด้วย

ลุงฝิ่นบอกว่าสายแร่จริงๆคงไม่มีหรือถ้าจะมีคงอยู่ในไร่ฟ้ารุ่งกระมัง ทำให้ณรงค์กับเรียวหันมองไปทางไร่ฟ้ารุ่งอย่างสนใจ

จากนั้นทั้งสองเข้าไปกินดื่มในโรงแรมสันติภาพคุยกันถึงสายแร่พลอยวิเคราะห์ กันว่าที่ฟังมาอาจจะเป็นแค่ข่าวลือก็ได้ ณรงค์บอกเรียวว่าแบบนี้ต้องพิสูจน์ให้แน่ใจก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อนสรุป

แก้วแอบเข้ามาขอขัดรองเท้าให้  ณรงค์ให้ขัดรองเท้าที่มีโคลนติดหนาเตอะ แก้วก็ทำอย่างเต็มที่ ระหว่างนั้นณรงค์ถามว่าที่นี่ไม่มีที่เที่ยวสนุกๆบ้างรึไง

“อ๋อ มีครับ เป็นบาร์ของป้าวิไลอยู่ตรงหัวมุมถนนนี่เองครับ มีคนบอกผมว่า ถ้าภูพระกาฬคือนรกวิไลบาร์ก็คือทางเข้า”

ณรงค์สนใจบอกว่าเห็นทีว่างๆต้องแวะไปเยี่ยมประตูนรกเสียหน่อยแล้ว

ooooooo

คืนนี้จรัญนัดเดชามาพบกับหัวหน้าโจรที่มีแผนจะเอาคืนจากไร่ฟ้ารุ่ง พอเจอหน้ากันหัวหน้าโจรถามเดชาว่าเป็นคนไปเก็บพวกตนที่แคมป์และฆ่าผู้หญิง ท้องแก่ใช่ไหม

เดชาโยนกลองว่าเป็นคำสั่งของเพชรรุ้งเธอสั่งให้ฆ่าทุกคนเป็นการล้างแค้น หัวหน้าโจรชักปืนออกมาขู่เดชา มันรีบบอกว่า

“ถ้าฆ่าฉันแล้วมันได้อะไรขึ้นมา ถ้านายจะทวงหนี้แค้นกับพวกไร่ฟ้ารุ่งนายต้องอาศัยฉัน”

หัวหน้าโจรมองหน้าจรัญเชิงถาม จรัญพยักหน้าเห็นด้วย มันจึงหันมาวางแผนร่วมกับเดชา

ที่ห้องติดๆกันนั้น  รานีพาถาวรที่เมาแอ๋ขึ้นมาพัก เธอเอาหูแนบแอบฟังการสนทนาอย่างใจจดจ่อได้ยินมันปรึกษากันเรื่องการแก้แค้น ไร่ฟ้ารุ่ง หัวหน้าโจรจะฉุดเพชรรุ้ง

กับพลอยขวัญ เดชาถามว่าแล้วจะได้อะไรนอกจากความสะใจ เดชาเสนอแผนให้จับพลอยขวัญเรียกค่าไถ่เชื่อว่าเพชรรุ้งต้องเดือดร้อนแน่ เพราะเป็นคนดูแลไร่แทนศักดาซึ่งไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหน

จรัญบอกหัวหน้าโจรว่า เมื่อได้ค่าไถ่แล้วจะจัดการอย่างไรกับสองสาวนั่นก็ตามใจ

เจรจากันเสร็จก้อนมาส่งจรัญที่รถ จรัญบอกก้อนว่าเขาคิดถูก เดชาไว้ใจไม่ได้งานนี้มันยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะถ้าเพชรรุ้งกับพลอยขวัญตายเมื่อไร ไร่ฟ้ารุ่งก็ตกเป็นของมันแน่

รานีแอบฟังมาแต่ต้น เมื่อรู้แผนอุบาทว์ของพวกจรัญเธอตัดสินใจต้องรีบไปบอกภูตะวันให้รู้

ooooooo

รานีทำทีเอาของกินไปฝากภูตะวันรีบบอกเขาว่าจรัญจะส่งคนมาฉุดพลอยขวัญเร็วๆนี้ให้ระวังตัวด้วยเพราะเดชาเป็นพวกเกลือเป็นหนอนเป็นพวกเดียวกับจรัญ

เพชรรุ้งมาเจอเข้าไม่พอใจไล่รานีกลับไปปรามภูตะวันว่าถ้าขืนทำอย่างนี้อีกจะไล่ออกจากงาน รานีกลับไปแต่นัดภูตะวันคืนนี้ค่อยพบกัน

เพชรรุ้งยิ่งระแวงภูตะวัน ซ้ำสาลี่ยังบอกว่าพักนี้พรนอบน้อมกับภูตะวันจนออกนอกหน้า ทำให้เธอยิ่งสงสัยว่าเขาเป็นใครกันแน่

เมื่อภูตะวันไปหารานี เธอส่งข่าวเรื่องพลอยขวัญจะถูกดักฉุดเตือนว่าอย่าให้พลอยขวัญไปไหนมาไหนคนเดียว ภูตะวันจึงบอกความลับว่าพลอยขวัญเป็นน้องสาวตน รานีเชื่อว่าถ้า

สาโรจน์รู้ต้องดีใจแน่ๆ

ระหว่างที่ภูตะวันไม่อยู่นั่นเอง เพชรรุ้งแอบไปค้นที่ห้องเขาเพื่อหาข้อมูลว่าเขาเป็นใคร จู่ๆภูตะวันก็กลับมา เธอเลยมุดเข้าไปอยู่ใต้เตียง

ภูตะวันล้างมือเช็ดหน้าแล้วนอนลงที่เตียง เพชรรุ้งคิดว่าเขาหลับแล้วจึงค่อยๆคลานออกจากใต้เตียง เธอสะดุ้งเฮือกเมื่อเขาถามว่า “จะกลับแล้วเหรอครับคุณหนู”

ที่แท้ภูตะวันรู้ว่าเธออยู่ในห้องจากกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเธอนั่นเอง ภูตะวันคาดคั้นถามว่าเธอเข้ามาในห้องตนทำไม เพชรรุ้งอ้างความเป็นเจ้าของไร่ย่อมมีสิทธิ์ที่จะทำ

ขณะทั้งคู่กำลังถกเถียงกันนั่นเอง พลอยขวัญก็มาเคาะประตูแล้วเข้ามา ทั้งสองรีบมุดลงใต้เตียงเบียดกันเงียบกริบ จนเมื่อพลอยขวัญไม่เห็นใครจึงออกไป หยุดยืนมองมอเตอร์ไซค์ที่สิงห์แลกกับภูตะวันอยู่อย่างสนใจ สิงห์ออกมาถามว่าสนใจหรือ พลอยขวัญจึงถามถึงภูตะวันว่าไม่อยู่หรือ

“ไม่ทราบครับ แต่ถ้าคุณหนูมีอะไรจะให้รับใช้ เรียกหาผมแทนก็ได้” สิงห์อาสาอย่างเร่าร้อน

“พอดีฉันซื้อผ้ามาผิดแบบน่ะ ก็เลยว่าจะไปเปลี่ยนในเมือง” สิงห์จะบอกให้พรเตรียมรถให้ เธออยากไปรถมอเตอร์ไซค์ทั้งยังบอกให้สิงห์สอนตนขับด้วย

พลอยขวัญลองขับมอเตอร์ไซค์ดู พอขับได้ก็บิดตะบึงไป คนพากันมองจนสิงห์ขอร้องให้เพลาๆลงหน่อยกลัวคว่ำ

พวกโจรมาดักอยู่กลางทาง หัวหน้ามันสั่งสมุนว่าจับตัวพลอยขวัญให้ได้ใครขวางฆ่าให้หมด สิงห์เห็นพวกโจรโผล่จากชายป่าจึงขอขับรถเอง ส่วนพลอยขวัญชักปืนออกมายิงต่อสู้กับพวกโจรที่ขี่ม้าไล่ตามมา

สิงห์จำได้ว่ามันเป็นโจรแก๊งเก่า ทันใดนั้นมอเตอร์ไซค์พุ่งมาเจอก้อนหินสิงห์ก็หักหลบไม่ทัน ชนก้อนหินโครม ทั้งสิงห์และพลอยขวัญกระเด็นจากรถ พลอยขวัญสลบ ส่วนสิงห์เลือดทะลักจากไรผมลงมาอาบหน้า!

หัวหน้าโจรสั่งสมุนให้เอาตัวพลอยขวัญขึ้นมาเร็วๆ

ภูตะวันได้ข่าวจากคนงานว่าพลอยขวัญกับสิงห์ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าเมือง เขารีบตามมา เจอแต่สิงห์จมกองเลือดอยู่ ส่วนพลอยขวัญหายไปแล้ว!

ภูตะวันเข้าไปเรียกสิงห์ สิงห์สะลึมสะลือขึ้นมาบอกกระท่อนกระแท่น

“คุณหนู...รีบ...ไปช่วยคุณหนู”

ภูตะวันมองไปรอบตัวมีแต่ความเวิ้งว้างจนไม่รู้จะไปตามพลอยขวัญในทิศทางใด...

ooooooo

ตอนที่ 4

ก้อนกับสนควบม้านำสมุนโจรบ่ายหน้าไปยังไร่ฟ้ารุ่งราวกับเหาะ จรัญมองตามยิ้มหยันพึมพำอย่างสะใจ “ไอ้ศักดา เอ็งต้องคิดไม่ถึงแน่ว่าแผนการที่เอ็งเคยวางไว้ จะย้อนกลับมาเล่นงานเอ็ง นี่ล่ะโว้ย...เขาถึงเรียกกรรมตามสนอง” จรัญระเบิดเสียงหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ว่าบุหลันตามมาแอบได้ยินทั้งหมด

แม้เดชาจะบอกศรว่าตนกับจรัญคุยกันได้ แต่คืนนี้ก็ขี่ม้ามากับศรตรวจเวรยาม กำชับให้ทุกคนระวังคนแปลกหน้าสองคนที่เราจับได้อาจเป็นสายของจรัญก็ได้ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมา พากลให้ส่งสัญญาณทันที

สิงห์ยังโมโหภูตะวันที่ทำให้ต้องเดือดร้อน ภูตะวันขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจและชวนสิงห์หนีบอกว่าในรองเท้าบู๊ทของตนมี มีดอยู่เล่มหนึ่ง ตัดเชือกมัดแล้วรีบหนีไปกัน

พลอยขวัญยังคิดไม่ตกว่าทำไมเพชรรุ้งจึงไม่ฆ่าสองคนนั้น เพชรรุ้งบอกว่าเราไม่มีหลักฐานอะไร ตนจะส่งทั้งสอง คนไปให้ทางการ พลอยขวัญพูดดักคอว่า เห็นตอนเพชรรุ้งสบตากับภูตะวันมองกันราวกับเป็นเนื้อคู่ เพชรรุ้งตัดบทว่าอย่ามาจับผิดกันเลย

ขณะเพชรรุ้งกำลังจะชี้แจงก็ชะงักเมื่อเห็นน้ำในแก้วที่วางอยู่กระเพื่อมเป็นวงเพราะแรงสั่นสะเทือนจากบางอย่าง

ที่แท้ ที่ปากทางเข้าไร่ฟ้ารุ่ง ก้อนกับสนกำลังนำกลุ่มโจรเกือบยี่สิบคนควบม้าตะบึงมา  เสียงม้าห้อกระหึ่มราวกับพายุ ทั้งยังมีแสงจากคบไฟส่องสว่างเข้ามาเหมือนลูกไฟดวงมหึมา

ยามเห็นดังนั้นรีบเคาะเกราะส่งสัญญาณว่าเราถูกโจมตี แต่ไม่กี่อึดใจยามทั้งสองก็ถูกยิงตาย

ภูตะวันได้ยินเสียงปืนรีบถอดรองเท้าบู๊ตก้มลงปลดมีดพับออกมาเพื่อตัดเชือกเตรียมพร้อม

เดชาก็ได้ยินเสียงปืนเปิดประตูออกมาเจอศร เข้ามาบอกว่าโจรบุกไร่เรา มากันเกือบยี่สิบคนตอนนี้กำลังต้อนวัวออกจากคอก แต่ถูกพวกคนงานขวางไว้

“ปล่อยให้พวกคนงานจัดการต่อไป ส่วนพวกเราไปคุ้มกันที่เรือนใหญ่” เห็นศรอึ้ง เดชาสั่งเข้มให้ทำตามคำสั่ง พอศรพาพวกไปที่เรือนใหญ่ เดชาคำรามแค้น “ไอ้จรัญ นึกแล้วว่าต้องมาไม้นี้!”

ส่วนพรทำท่าจะไปช่วยสู้กับโจร ถูกสาลี่ด่าว่าน้ำหน้าอย่างเขาสู้กับตนยังแพ้เลยแล้วจะไปสู้อะไรกับโจร ถูกสาลี่ตะคอกทีเดียวพรก็หันมาพาเมียหนีทั้งที่ใจยังห่วงพรรคพวกอยู่

ooooooo

ที่เรือนใหญ่ เพชรรุ้งกับพลอยขวัญถืออาวุธออกมาถามเดชาว่าเกิดอะไรขึ้น เดชาบอกว่ามีโจรบุกเข้ามาในไร่ แล้วบอกให้เพชรรุ้งกับพลอยขวัญเข้าบ้านเสียอย่าทำให้ตนต้องลำบากใจเลย

“ประสาท ถ้าฉันเชื่อนายก็บ้าแล้ว หลีกไป” พลอยขวัญกระชากยามคนหนึ่งจากหลังม้าแล้วขึ้นขี่ไปดูเหตุการณ์ เพชรรุ้งพยายามเรียกน้อง ถูกเดชาคว้าแขนไว้บอกว่าเดี๋ยวตนให้ศรไปตามพลอยขวัญเอง

เพชรรุ้งสะบัดแขนจากมือเดชาอย่างไม่พอใจที่เดชาทำจาบจ้วงมากขึ้นทุกที

สิงห์กับภูตะวันปลดพันธนาการแล้วก็เตรียมพร้อมออกไปช่วยพวกคนงาน ออกไปเจอโจรเข้าพอดี สิงห์เลยขว้างมีดซัดโจรตายไปหนึ่ง ภูตะวันยิงตายไปอีกหนึ่ง แล้วทั้งคู่ก็กระโดดขึ้นหลังม้าของโจรที่ตายควบตามกันไปอย่างสุดเท่

ในไร่ฟ้ารุ่ง พลอยขวัญตะบึงม้าไปลุยกับพวกโจร ถูกมันยิงบาดเจ็บที่บ่าจนตกจากหลังม้า พวกโจรควบม้าไล่ตาม เธอวิ่งหนีไปตามไร่ข้าวโพด ถูกพวกโจรขี่ม้าล้อมไว้ ไอ้ทิวหัวหน้ากลุ่มเผาไร่ข้าวโพดร้องสั่งสมุนของมันให้หลีกไปตนจะจัดการคนสวยเอง

ขณะที่พลอยขวัญกำลังเข้าตาจนนั่นเอง จู่ๆไอ้ทิวก็ถูกภูตะวันยิงจากอีกฟากหนึ่งของไร่จนร่วงจากหลังม้า มันตะโกนด่า “โอ๊ย...ไอ้พวกหมาลอบกัด แน่จริงโผล่หัวมาสิวะ” เลยถูกภูตะวันยิงซ้ำจนตาย

พลอยขวัญชะงักเมื่อเห็นภูตะวันกับสิงห์ควบม้าเข้ามาตรงหน้า เธออ้าปากจะด่า สิงห์รีบปรามว่าด่าผู้มีพระคุณบาปกรรมนะ พลอยขวัญเลยเงียบ สมุนของทิวเห็นลูกพี่ถูกยิงตายก็กระหน่ำยิงใส่กลุ่มภูตะวัน เขาบอกสิงห์ให้พาคุณหนูหนีไปก่อน

สิงห์ชักม้าโฉบมารวบตัวพลอยขวัญขึ้นซ้อนตักตัวเองบนหลังม้าพาหนีไปโดยมีภูตะวันคอยยิงสกัดพวกโจรให้

แม้ฝ่ายโจรจะมีการเตรียมพร้อมและยกกำลังมาร่วมยี่สิบคน แต่เมื่อมาเจอเพชรรุ้งกับพลอยขวัญหญิงสาวหัวใจแกร่ง ห้าว อีกทั้งมีสิงห์กับภูตะวันที่มาสมัครเป็นการ์ดแต่ฝีมือฉกาจฉกรรจ์อีกทั้งมีหัวใจนักสู้อยู่เต็มตัว สถานการณ์จึงคลี่คลาย ฝ่ายไร่ฟ้ารุ่งสามารถยิงพวกโจรตายเป็นเบือ

เมื่อก้อนที่นำโจรมาปล้นไร่ฟ้ารุ่งถูกภูตะวันที่มาช่วยเพชรรุ้งยิงปืนที่มันเล็งใส่เพชรรุ้งหลุดมือแขนเหวอะ มันถอดใจ ตะโกน “ไอ้เสือถอย!” แล้วควบม้าพาสมุนที่เหลือหนีไป แต่สมุนของมันก็ถูกเพชรรุ้งกับพวกยิงตาย เหลือก้อนคนเดียวที่หนีรอดไปได้

เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เพชรรุ้งตระหนักว่า ฝีมือของเสือหรือภูตะวันนั้นไม่ธรรมดาเลย

ฝ่ายสิงห์พาพลอยขวัญหนี  เขาควบม้าในขณะที่พลอยขวัญหันไปยิงต้านพวกโจรอย่างกล้าหาญ จนเมื่อโจรถอยไปแล้ว พลอยขวัญสั่งให้เขาหยุดม้า ไล่เขาลงจากหลังม้าเพราะตนจะกลับไปเรือนใหญ่

สิงห์โวยวายว่าแล้วตนล่ะ พลอยขวัญพูดหน้าตาเฉยว่าให้วิ่งตามไป หรือจะให้ตนขี่ม้ากลับไร่ท่านี้ พูดแล้วจ้องหน้าดุๆ จนสิงห์ต้องลงจากหลังม้าอย่างเสียไม่ได้

ooooooo

เดชาไล่ตามก้อนไปถึงทุ่งโล่งละแวกไร่ฟ้ารุ่ง เดชายิงถูกไหล่ก้อนจนตกจากหลังม้าแล้วเข้าไปสั่งให้เอาผ้าปิดหน้าออกเพราะตนรู้ว่าเป็นใคร ก้อนดึงผ้าออกขอร้องแกมขู่ว่า

“ไอ้เดชา แกอย่าฆ่าฉันนะ ถ้าฉันตาย พ่อเลี้ยงจรัญต้องล้างแค้นแน่”

“แกแน่ใจหรือ” เดชาถาม ยกปืนเล็งใส่ก้อน ครู่หนึ่งเสียงปืนก้องกัมปนาทขึ้น

แต่ก้อนยังไม่ตาย มันซมซานกลับไปหาจรัญถูกจรัญด่าว่าทำงานภาษาอะไร ให้ไปไร่ฟ้ารุ่งเพื่อหาตัวศักดาแล้วได้เรื่องไหม

ก้อนอ้างว่าตนเข้าไปแล้วบังเอิญมีคนมาขวาง แต่ตนก็ปล้นวัวมาได้หลายตัว จรัญตวาดว่าขนวัวมาทำไมตนไม่สนใจวัวแต่ต้องการศักดา ให้พาคนไปเป็นโขยงแต่รอดกลับมาแค่หยิบมือเดียว ทำไมไม่ตายไปเสียเลยตนจะได้โล่งใจ

ก้อนจึงเล่าให้ฟังว่า ตนเจอเดชาลูกของยศ เดชาปล่อยให้ตนรอดมาแต่มีข้อแม้ให้มาบอกพ่อเลี้ยงจรัญว่า

“ถ้าอยากจะยึดไร่ฟ้ารุ่ง พ่อเลี้ยงต้องพึ่งฉัน ต้องให้ฉันมีเอี่ยวด้วย รับรองว่าพ่อเลี้ยงจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ”

ฟังแล้วจรัญด่าเดชาว่า “ไอ้หอกข้างแคร่” แต่ก็บอกว่าข้อเสนอของเดชาน่าสนใจมาก บางทีหมอนี่อาจจะมีประโยชน์กับตนก็ได้ จรัญยิ้มออกมาอย่างมีแผน แต่ไม่ทันสังเกตบุหลันที่มาทำแผลให้ก้อนที่แอบยิ้มอย่างมีแผนเช่นกัน

ooooooo

แม้เพชรรุ้งจะยอมรับในฝีมือการต่อสู้ของภูตะวัน แต่ก็ยังไม่ไว้ใจ ดังนั้นจึงรับสิงห์มาเป็นการ์ดเพียงคนเดียว ส่วนภูตะวันจะจ่ายเงินเดือนให้เท่ากับสิงห์ ส่วนตำแหน่งนั้นให้ไปช่วยพรเลี้ยงม้าก่อน

เดชารู้เช่นนั้น เข้ามาเตือนเพชรรุ้งว่าให้ระวังนายเสือเชื่อว่าไม่ได้มาดีแน่ เพชรรุ้งบอกว่าตนก็สงสัยอยู่เหมือนกัน เดชาถามอย่างรู้ทันว่า “แปลว่าที่คุณหนูยอมให้งานมัน ก็เพื่อสืบดูความเคลื่อนไหว”

เพชรรุ้งพยักหน้า กำชับเดชาว่า “ระหว่างนี้ถ้ามีอะไรผิดปกติละก็ นายจัดการได้เลยเดชา”

ภูตะวัน ไม่เพียงเป็นที่ระแวงสงสัยของเพชรรุ้งและเดชาเท่านั้น แม้แต่พรก็ไม่ไว้ใจบอกสาลี่ว่าภูตะวันหล่อกว่าคนทำไร่ทั่วไปและที่สำคัญ “ข้าว่าหน้าตามันคุ้นๆยังไงไม่รู้

แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน”

วันนี้ เพชรรุ้งเห็นพลอยขวัญลงจากเรือนไปทางโรงเลี้ยงม้า จึงตามไปดู เจอพลอยขวัญกำลังมาขอบใจภูตะวันที่ช่วยตน อีกทั้งอยากทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้ด้วย ถามเขินๆว่า

ฉันยังไม่รู้เลยว่าแต่ก่อนนายทำอาชีพอะไร แล้ว...มีลูกมีเมียรึยัง”

ไม่ทันที่ภูตะวันจะตอบอะไร เพชรรุ้งก็มาเรียกน้อง

ถามว่ามาทำอะไร ถ้าหมดธุระแล้วก็กลับไปเสีย พลอยขวัญจึงจำต้องกลับไปแต่บอกภูตะวันว่า “แล้วเจอกันนะนายเสือ”

เมื่อพลอยขวัญไปแล้ว เพชรรุ้งหันมาเตือนภูตะวันว่า

“ถ้าอยากให้ฉันไว้ใจ ก็ช่วยอยู่ห่างๆน้องสาวฉันเอาไว้ ตอนนี้ทุกอย่างในไร่ฟ้ารุ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฉัน รวมทั้งชีวิตของนายด้วย นายเสือ”

พูดแล้วเพชรรุ้งเดินกลับไป ภูตะวันชำเลืองมองตามอย่างท้าทาย

ooooooo

เมื่อรู้ข้อเสนอและเงื่อนไขการร่วมมือกันของเดชาจากก้อนแล้ว จรัญเรียกเดชามาพบชมว่าชอบฝีมือเขาชวนมาทำงานด้วยกัน เดชาตอบอย่างยโสว่าคนอย่างตนถ้าจะทรยศทั้งทีคงไม่ยอมเป็นลูกน้องคนอื่น

จรัญถามหยั่งเชิงว่าแล้วเขาต้องอะไร เดชาตอบไม่ลังเลว่า

“หุ้นส่วน...ผมจะช่วยพ่อเลี้ยงยึดไร่ฟ้ารุ่ง ถ้าพ่อเลี้ยงสัญญาว่าจะแบ่งกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่งให้ผม” แล้วพูดแบะท่าว่า เวลานี้ไร่ฟ้ารุ่งแข็งนอกแต่อ่อนใน   ถ้าจะเล่นงานไร่ฟ้ารุ่งก็ต้องมีคนในอย่างตนคอยช่วย และถ้าระหว่างนี้จรัญจะปล้นไร่ฟ้ารุ่งอีกให้แจ้งตนล่วงหน้า ตนจะอำนวยความสะดวกให้เต็มที่

จรัญบอกว่าไม่มีปัญหา เดชาจึงขอวัวที่ปล้นไปคราวที่แล้วคืน ก้อนบอกว่าจรัญจ่ายเป็นค่าแรงพวกเด็กๆไปหมดแล้วคงขอคืนมายาก

“ไม่มีปัญหา แค่บอกมาก็พอว่าตอนนี้ไอ้โจรกระจอกพวกนั้นมันกบดานอยู่ที่ไหน ที่เหลือผมจัดการเอง”

บุหลันแอบฟังอยู่พอจับความได้ก็รีบเดินออกไป ส่วนจรัญกับก้อนต่างด่าเดชาว่า เลวไม่มีที่ติ ท่าทางคงเลี้ยงไม่เชื่อง จรัญพึมพำเหี้ยมว่า “ถ้ายึดไร่ฟ้ารุ่งได้เมื่อไหร่ ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่”

เดชาออกมาแล้วกวาดตาสำรวจอย่างระแวดระวังรอบตัวนิดหนึ่งแล้วเดินมาขึ้นม้า บุหลันตามมาส่งเตือนว่าทำแบบนี้ไม่เสี่ยงตายไปหน่อยหรือ อ่อยเดชาว่าพ่อเลี้ยงจรัญชอบหนุ่มไฟแรงอย่างเขา  ตนก็ชอบเหมือนกัน ยอว่า

“ในภูพระกาฬเนี่ย ถ้าจะมีใครมาเทียบรัศมีของพ่อเลี้ยงจรัญได้ ก็คงมีแต่เธอคนเดียวละมั้งเดชา” พูดแล้วปาดอกไม้ในมือใส่อย่างยั่วยวน พูดก่อนเดชาไปว่า “แล้วฉันจะเอาใจช่วย”

ooooooo

สิงห์ได้เป็นการ์ดของไร่ฟ้ารุ่ง ได้ม้าเป็นพาหนะและเครื่องแบบเท่มาใส่ เลยเอามาอวดภูตะวัน แต่เพราะตัวเองหมายตามอเตอร์ไซค์คันเก่งของภูตะวันอยู่แล้ว เลยท้าว่ามาแข่งกันไหม ถ้าตนแพ้ก็จะยกม้าให้ภูตะวัน

แต่ถ้าภูตะวันแพ้ก็ต้องยกมอเตอร์ไซค์คันนี้ให้ตน

ภูตะวันรับคำท้า แต่พอแข่งกันจริงๆ สิงห์พาขึ้นเนินทำให้มอเตอร์ไซค์แพ้ม้า เลยต้องแลกพาหนะกัน ระหว่างนั่งดื่มน้ำกันนั้น ภูตะวันเห็นถ้ำบนภูเขาถามว่าทำไมปากถ้ำถูกปิดตาย

“อ๋อ...ถ้ำนั่นน่ะเหรอ เห็นพี่พรเคยเล่านะว่าเจ้าของไร่คนเก่ากับเมียถูกโจรฆ่าตายแล้วพวกมันก็เลยฝังศพไว้ที่นั่น”

ภูตะวันใจแว้บแต่พยายามระงับความรู้สึก ฟังสิงห์เล่าจนจบว่า

“พี่พรบอกชื่อถ้ำภูอุษาไงล่ะ ตั้งตามชื่อของคุณภูผากับคุณอุษาที่ตายไป เห็นคุณศักดาพ่อของคุณเพชรรุ้งสั่งให้เป็นเขตหวงห้ามด้วยนะ ถ้าใครไปวุ่นวายละก็ จะต้องโดนลงโทษสถานหนัก”

ดึกคืนนี้เอง ภูตะวันขี่ม้าไปที่ถ้ำนั้น บังเอิญพรเพิ่งกลับจากกินข้าวกับเพื่อนเห็นเข้า เลยขี่ม้าตามไปดูด้วยความสงสัย

ภูตะวันไปที่ปากถ้ำ พูดเข้าไปในถ้ำเหมือนบอกกล่าว กับพ่อแม่ว่าตนกลับมาแล้ว ทั้งบอกพ่อกับแม่ว่าจะฆ่าศักดากับจรัญให้หมด จะเอาบ้าน เอาสิบปีที่หายไปของตนคืนมาตะโกนก้องว่า “เอาชีวิตของกูคืนมา!”

ooooooo

รุ่งขึ้น พรถามสิงห์ว่าไอ้เสือเพื่อนเขาเป็นใคร รู้กำพืดกันหรือเปล่า สิงห์ถามว่าเสือไปก่อเรื่องอีกรึไง พรจึงเล่าว่าเมื่อคืนเห็นขึ้นไปบนภูเขา ไปแหกปากบ้าบออะไรก็ไม่รู้ฟังไม่ถนัด

“สงสัยคงเมามั้ง หรือไม่ก็ของขึ้น”

“นี่เอ็งอย่ามองโลกในแง่ดีเกินไปนะโว้ยไอ้สิงห์ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ถ้ามันก่อเรื่องอีกเมื่อไหร่เอ็งนั่นแหละจะเดือดร้อนกว่าเพื่อน” พรเตือนอย่างไม่ไว้ใจ

เช้าวันเดียวกัน เพชรรุ้งเรียกภูตะวันให้ขับรถพาตนเข้าเมืองเพราะเดชาไม่อยู่ ถามว่าอยากลองเปลี่ยนงานดูบ้างไหม แต่พอเห็นภูตะวันขับรถได้อย่างชำนาญ เพชรรุ้งถามทึ่งว่าแต่ก่อนทำงานอะไร นึกว่าขี่ม้าเป็นอย่างเดียวเสียอีก ภูตะวันบอกว่าแต่ก่อนตนเคยเป็นช่างเครื่อง  ที่มาสมัครเป็นการ์ดก็เพราะอยากเปลี่ยนงานเพื่อหาประสบการณ์ดูบ้าง ย้อนถามว่า เพชรรุ้งสงสัยอะไรตนหรือ

“มันเป็นหน้าที่ของฉัน ที่ต้องสงสัยคนแปลกหน้าทุกคนในไร่ฟ้ารุ่ง ฉันอยู่ที่นี่มานาน ความจริงแค่มองตาฉันก็รู้ว่าใครเป็นยังไง” แต่พอภูตะวันถามว่าแล้วคิดว่าตนเป็นคนยังไง เพชรรุ้งตอบเลี่ยงไปว่า “ตอนนี้ฉันยังดูไม่ออก แต่อีกไม่นานฉันต้องรู้แน่”

ooooooo

เพชรรุ้งให้ภูตะวันขับรถพาตนไปที่ว่าการอำเภอเพื่อสอบถามความคืบหน้าการปล้นไร่ฟ้ารุ่ง ได้รับคำตอบจากว่าที่นายอำเภอถาวรว่ากำลังสืบคดีอยู่

ระหว่างที่ภูตะวันนั่งคอยเพชรรุ้งที่รถนั้น แก้ววิ่งเข้ามาทัก ถามว่าหายไปไหนตั้งนาน จะขัดรองเท้าไหมตนขัดให้ฟรีตอบแทนที่เขาเลี้ยงข้าวคืนนั้น ภูตะวันขอเปลี่ยนเป็นให้ช่วยดูต้นทางว่าเพชรรุ้งลงจากที่ว่าการอำเภอเมื่อไรให้บอกตนที่วิไลบาร์ด้วย

ภูตะวันไปหารานีที่วิไลบาร์ เธอหยอกว่านึกว่าตายไปแล้ว เตือนเขาว่าต้องระวังตัวหน่อยเพราะเพชรรุ้งเป็นคนฉลาดเธออาจสืบเรื่องของเขาอยู่ก็ได้

ขณะแก้ววิ่งเล่นอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอนั่นเอง เหลือบเห็นจรัญเดินนำก้อนกับสมุนมาแต่ไกล ทุกคนมีปืนครบมือ แก้วรีบวิ่งไปบอกภูตะวันที่วิไลบาร์ ภูตะวันสบตารานีกันอย่างแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่แท้จรัญรู้ว่าเพชรรุ้งมาตามเรื่องการปล้นไร่ฟ้ารุ่งกับว่าที่นายอำเภอ จึงตามมาเพื่อข่มขู่ให้ขายไร่เสีย เพชรรุ้งรู้ทัน ตอบอย่างแข็งกร้าวว่า “ไม่มีทาง” แล้วลุกเดินฝ่าวงล้อมของสมุนจรัญออกไป

“เรายังคุยกันไม่จบนะคุณหนู” จรัญพูดตามหลัง แต่เพชรรุ้งไม่หยุด มันจึงส่งสัญญาณให้ก้อน แต่เพียงก้อนขยับนิดเดียว แค่เสียงปืนครูดหัวเข็มขัดมันดังแกร๊กเท่านั้น ภูตะวันก็เอาปืนมาจ่อหัวมันเรียบร้อยแล้ว

ก้อนชะงักกึกปรามภูตะวันว่าอย่าล้อเล่นนี่มันหน้าอำเภอ ภูตะวันพูดอย่างไม่แยแสว่าตนจำได้ว่าคืนที่ไร่ฟ้ารุ่งถูกปล้น ก้อนอยู่ที่นั่น ก้อนถามว่ามีหลักฐานอะไร ภูตะวันจับหมับเข้าที่แขนก้อนที่เขายิงในคืนนั้นบีบจนเลือดออก ย้อนถามว่า แผลนี้ตนเป็นคนยิงเองแล้วจะลืมได้ยังไง แล้วหันมองจรัญพูดกร้าวว่า

“วันนี้พวกคุณอาจจะอยู่เหนือกฎหมาย แต่คงไม่ตลอดไป ภูพระกาฬเป็นแดนเถื่อนก็จริง แต่อย่าลืมว่าแม้แต่ในขุมนรก ก็ยังต้องมีความยุติธรรม!!”

พูดแล้วหันไปจับแขนเพชรรุ้งพาออกไปอย่างสนิทสนม เพชรรุ้งถูกพาไปงงๆ และที่งงกว่านั้นคือ  จรัญนิ่งเฉยไม่ปริปากอะไรเลย ส่วนแก้วแอบดูอยู่ พึมพำอย่างสะใจ “เท่ไปเลยพี่ชาย”

ooooooo

ระหว่างขับรถกลับ เพชรรุ้งยังอดไม่ได้ที่จะพยายามรู้ว่าภูตะวันเป็นใครกันแน่ ถามจนภูตะวันไม่พอใจหาว่าเธอจับผิดและขอลาออกจากงานเพื่อตัดปัญหา ไม่พูดเปล่ายังลงจากรถไปด้วย

เพชรรุ้งตามไปกระชากแขนเขากลับมา สุดท้ายก็ยอม บอกว่าจะลองเชื่อเขาดูสักครั้ง แล้วพากันกลับ

พลอยขวัญไปถามหาภูตะวันกับสิงห์ที่หน้าเรือนพักของการ์ด ระหว่างนั้นมีชายสองคนคือกรณ์กับไกรสองพี่น้องเดินกร่างเข้ามาขอพบเดชาเพราะศรให้มาเป็นการ์ดที่ไร่ฟ้ารุ่ง

พลอยขวัญมองสารรูปแล้วบอกว่าน่าจะเป็นโจรมากกว่าเป็นการ์ด มันไม่รู้ว่าเธอเป็นใครสะอึกใส่ถูกพลอยขวัญชกจนเซ แต่ก็ถูกมันจับแขนบีบแล้วผลักเซไปหาสิงห์  พลอยขวัญจับแขนตัวเองอย่างเจ็บปวด สิงห์ทนไม่ได้เข้าลุย เลยถูกมันทั้งสองรุมกันเล่นงาน

โชคดีเพชรรุ้งกับภูตะวันกลับมาพอดี ภูตะวันเห็นสิงห์กำลังถูกรุมจึงวิ่งลงไปช่วย กรณ์กับไกรสู้ไม่ได้ชักปืนออกมา แต่สิงห์ไวกว่าเอาหินเขวี้ยงปืนจนกระเด็น ขณะกำลังจะตะลุมบอนกันนั้น เดชาก็ตวาดขึ้นว่า

“พอได้แล้ว”

ภูตะวันชะงักหันไปเห็นเดชามากับศร และกำลังเล็งปืนมาที่เขา

เมื่อเข้าไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขก เพชรรุ้งตำหนิเดชาที่รับการ์ดใหม่ทำไมไม่ขอความเห็นตนก่อน เดชาอ้างว่ากรณ์กับไกรเป็นคนมีฝีมือถ้าเราจะสู้กับจรัญต้องใช้คนแบบนี้ อีกทั้งคราวที่ถูกปล้นยามของเราที่รอดตายก็ลาออกไปมากตนจึงต้องรีบหาคนมาเพิ่ม

เพชรรุ้งบอกว่าไม่เป็นไรเพราะตนก็รับการ์ดใหม่เหมือนกันนั่นคือภูตะวัน เดชาไม่พอใจมากเห็นว่าภูตะวันเป็นตัวอันตราย คิดหาทางเขี่ยเขาไปจากไร่ฟ้ารุ่งให้ได้

พรเองก็ไม่พอใจกับข่าวนี้ เห็นภูตะวันนั่งรถไปกับเพชรรุ้งแค่วันเดียวกลับมาก็ได้รับเลื่อนเป็นการ์ดแล้ว ทั้งที่ตนขอมา

ตั้งหลายปีแล้วไม่ได้เป็น พูดอย่างเจ็บใจว่า “ทำไมกูเกิดมาไม่หล่อบ้างวะ”

แล้วคืนนี้เอง เดชาก็มาหาภูตะวันที่โรงเลี้ยงม้าบอกว่าพรุ่งนี้เราจะออกไปตามวัวที่ถูกปล้นด้วยกันอยากให้ภูตะวันกับสิงห์ไปด้วย ภูตะวันถามว่าแล้วที่นี่ล่ะ

“ไม่ต้องห่วง ฉันสั่งพวกคนงานให้จัดการเวรยามไว้แล้ว พวกเราไปแค่วันสองวันคงไม่มีปัญหาหรอก นายคงไม่ปฏิเสธคำสั่งของฉันใช่ไหม นายเสือ”เดชายื่นหน้าเข้ามาถามอย่างลองเชิง

ooooooo

คืนนี้จรัญมาที่วิไลบาร์ นั่งดื่มโดยมีสมุนคอยคุ้มกัน รานีทักว่าวันนี้มาเปลี่ยนบรรยายกาศหรือ จรัญคว้ามือรานีบอกว่า สมุนของตนบอกว่าวันนี้มีผู้ชายชื่อเสือมาที่นี่ รานีทำเป็นนึกออกบอกว่าเขามานั่งดื่มไวน์ ครั้นถูกจรัญดักคอว่าตอนนั้นบาร์ยังปิดอยู่ไม่ใช่หรือ

รานีพูดขำๆว่าชายหนุ่มที่ทำงานอยู่กับวัวในไร่ทั้งวันพอเข้าเมืองก็อดใจไม่ได้ตนเลยต้องตามใจ จรัญติดสินบนรานีว่าถ้ารู้อะไรเกี่ยวกับไอ้หนุ่มนั่นให้บอกด้วยเพราะรู้สึกตนจะเคยเห็นหน้ากันที่ไหนมาก่อน

รานีรับปาก รับรองจะทำให้ แต่พอหลงถามว่าทำไมเธอต้องยอมเสี่ยงถึงขนาดนั้น ถ้าจรัญรู้ว่าเธอมีแผนจะฆ่าเขามีหวังตายแน่

“ฉันรู้ ทุกคนที่เป็นศัตรูกับนายจรัญไม่เคยตายดีอยู่แล้ว แต่ฉันไม่กลัวหรอกนะหลง ถ้าฆ่ามันได้อย่างน้อยแผ่นดินของภูพระกาฬก็คงจะสูงขึ้น”

ooooooo

รุ่งขึ้น ขบวนของเดชาก็เตรียมออกเดินทาง เพรชรุ้งให้สาลี่เตรียมเสบียงอาหารไว้แล้วจึงให้เอามาแจกจ่าย พลอยขวัญจงใจหยิบห่อหนึ่งส่งให้ภูตะวัน สิงห์เห็นเข้าก็อดน้อยใจไม่ได้

“โชคดีนะทุกคน ถ้าตามวัวที่ถูกปล้นกลับมาได้มาละก็ ฉันจะตบรางวัลพิเศษให้ แล้วที่สำคัญฉันอยากให้จับโจรพวกนั้นกลับมาดำเนินคดี”เพชรรุ้งกล่าวแก่ทุกคน เดชาถามว่าเธอยังสนใจเรื่องกฎหมายอีกหรือ เพชรรุ้งตอบอย่างมั่นใจว่า“แม้แต่ในนรก ก็ยังต้องมีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง จริงไหม”พูดพลางเหล่ไปทางภูตะวัน เขาก้มหน้าแอบยิ้มรู้ว่าว่าเธอพูดล้อคำเขาเมื่อวานนี้

เมื่อออกเดินทางไปตามเส้นทางเลียบภูเขา จนโพล้เพล้ก็พัก สิงห์ก่อกองไฟ ส่วนคนอื่นๆพากันเอาห่อเสบียงออกมากิน ตะวันยังนั่งนิ่งอยู่ เดชาถามว่าไม่หิวหรือ เขาบอกว่าตนกำลังสงสัยอะไรบางอย่างว่าเราไม่ได้แกะรอยตามฝูงวัว ถามว่าตกลงเราจะไปไหนกันแน่ เดชาตอบยิ้มๆว่า ผ่านมาเกือบสองวันแล้วคืนก่อนฝนตกหนักร่องรอยต่างๆก็ย่อมหายไป พูดแล้วมองไปทางศรโบ้ยให้พูดต่อ

“สายข่าวของเราแจ้งเบาะแสมาแล้วว่าไอ้พวกโจรมันกบดานอยู่ที่ไหน” ศรทำหน้าที่ทันที

สิงห์เอะใจว่าเรามีสายข่าวด้วยหรือ เดชารีบตัดบทว่านั่นเป็นความลับตนบอกใครไม่ได้ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เช้าเรากับพวกโจรได้ปะทะกันแน่”

สิงห์กับภูตะวันสบตากันอย่างสงสัย จนกระทั่งกลางคืนทุกคนนอนหลับแล้ว ภูตะวันกำลังจะเข้าเวรผลัดแรก สิงห์เรียกเบาๆกระซิบถามว่า

“แกว่ามันแปลกๆไหมวะไอ้เสือ ที่คุณเดชาบอกว่ามีสายข่าว” ภูตะวันถามว่ายังไงหรือ “ก็ถ้าสายข่าวมันรู้เยอะขนาดนั้น ทำไมตอนถูกปล้นถึงไม่รู้ล่วงหน้าวะ”

ภูตะวันเครียดขึ้นมา หันมองไปทางเดชาที่นอนหันหลังให้อยู่ เดชาลืมตาวับทันที!

ooooooo

ตอนที่ 3

ยศออกมารับหน้าจรัญกับนายอำเภอและสมุน จรัญเห็นยศถือปืนทหารม้าของสาโรจน์ก็จำได้ กระชากปืนไปควงแล้วใช้พานท้ายตบยศจนสลบ

เฮียเส็งไม่พอใจที่ถูกจรัญมาเหยียบจมูกถึงถิ่น ทำฮึดฮัดจะเอาเรื่อง ครกสะกิดเตือนตามเคยว่าอย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเลย เฮียเส็งจึงวางปืนลง จรัญพยักหน้าให้ลูกน้องบุกไปหาสาโรจน์ข้างบน

สาโรจน์กำลังเผชิญหน้ากับศักดาอยู่ สาโรจน์ท้าศักดาให้ฆ่าตนเหมือนอย่างที่ฆ่าภูผาเลย ศักดายืนยันว่าตนไม่อยากฆ่าแต่ภูผาบังคับให้ตนลงมือ สาโรจน์ย้อนถามว่าแล้วที่ส่งคนไปฆ่าตนกับภูตะวันใครบังคับ

ศักดาบอกว่าสาโรจน์เข้าใจผิด ทันใดนั้นศักดาเสียสมาธิเพราะเหลือบเห็นคนย่องมาที่หน้าประตู สาโรจน์อาศัยจังหวะนั้นถีบศักดาจนหงายไปทั้งเก้าอี้ แล้วชักปืนตัวเองออกมายิงทะลุประตูออกไป

จรัญสั่งสมุนล้อมเข้าไปทั้งทางประตูและหน้าต่าง แต่ไม่ว่าทางไหนก็ถูกสาโรจน์สอยร่วงหมด วันชัยยังนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็น มันไม่เชื่อว่าจรัญจะล้อมจับสาโรจน์ได้

สาโรจน์ลากศักดาเป็นตัวประกันลงมาข้างล่าง เปิดฉากยิงใส่พวกจรัญหูดับตับไหม้ พวกสมุนของจรัญปอดแหกหลับหูหลับตายิง ศักดาตะโกนว่า “อย่ายิง...อย่า นี่ฉันเอง ศักดา”

ปรากฏว่า ศักดาปลอดภัยส่วนสมุนของจรัญถูกสอยเรียบ

ooooooo

ที่ข้างล่างของโรงแรม ทั้งจรัญ วันชัย ก้อนและสมุน รวมทั้งนายอำเภอกับผู้ช่วยถาวรและสมใจคอยฟังข่าวอยู่ มีเฮียเส็งกับครกมองลุ้นๆ

จรัญสั่งก้อนให้ขึ้นไปดูข้างบน ไม่ทันที่ก้อนจะขึ้นไป สาโรจน์ก็ลงมาโดยมีศักดาเป็นตัวประกัน จรัญอุทานเรียกสาโรจน์ แต่สาโรจน์ไม่รู้จักจรัญถามว่าแกชื่อจรัญใช่ไหม ศักดารีบบอกจรัญว่า

“อย่าทำอะไรบ้าๆนะจรัญ ถ้าฉันตายไปละก็แกเดือดร้อนแน่” แล้วหันบอกนายอำเภอ “นายอำเภอปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง คุณรับผิดชอบไหวหรือ”

นายอำเภอจึงสั่งถาวรให้ไปเจรจากับคนร้ายตามเคย ถาวรหน้าเหลือสองนิ้วเดินหงอเข้าไปหาสาโรจน์แนะนำตัวเอง ว่าเป็นผู้ช่วยนายอำเภอของภูพระกาฬ ถามว่า “พี่มีอะไร

จะให้ผมรับใช้บ้างครับ”

“ทุกคนหลีกทางให้ฉัน ถ้าใครขวางละก็นายศักดาหัวกระจุยแน่” สาโรจน์ประกาศกร้าวแล้วคุมตัวศักดาฝ่าวงล้อมของพวกจรัญและนายอำเภอไป เฮียเส็งฉวยโอกาสนั้นโยนปืนที่สาโรจน์ฝากไว้ให้เขา จรัญมองหน้าเฮียเส็งอย่างไม่พอใจ เฮียหันมองยักคิ้วแผล็บทำนองว่า “มีอะไรไหม?”

วันชัยมองสาโรจน์ที่คุมตัวศักดาออกไปอย่างอาฆาตแค้น ส่วนเพชรรุ้งจะตามไปช่วยพ่อ ศักดาบอกว่าให้เพชรรุ้งกับพลอยขวัญถอยไปเสียเรื่องนี้ลูกไม่เกี่ยว สาโรจน์ได้ยินชื่อพลอยขวัญก็ชะงัก ศักดาบอกว่าเธอคือลูกสาวของภูผา ตนรับปากกับอุษาไว้ว่าจะเลี้ยงเหมือนลูกแท้ๆ

สาโรจน์หันมองพลอยขวัญเต็มตาก่อนบอกศักดาว่า

“ถือว่าดวงแกยังดีศักดา แต่ถ้ามีคราวหน้าอีกละก็ฉันเด็ดหัวแกแน่” พูดแล้วผลักศักดาล้มลง กระหน่ำยิงใส่พวกจรัญในโรงแรม วิ่งออกมาเป่านกหวีดดังลั่น พริบตานั้นม้าคู่ใจของเขาก็วิ่งมาหา เขากระโดดขึ้นหลังทั้งที่มันยังวิ่งอยู่ ควบตะบึงไปอย่างเร็ว พลอยขวัญยกปืนจะยิงสาโรจน์ ศักดาร้องห้าม
“พลอยขวัญ อย่ายิงเขา ห้ามใครทำร้ายเขาเด็ดขาด นี่เป็นคำสั่ง”

สาโรจน์ควบม้าหายไปในความมืด วันชัยสั่งสมุนให้ออกรถขับตามม้าของสาโรจน์ไปกระชั้นชิด แต่ขณะที่จรัญชักปืนจะตามไป ถูกศักดาชักปืนออกมาขวางไว้ จรัญยกปืนเล็งตวาดว่า

“แกมีสิทธิ์อะไรมาขวางฉัน”

เมื่อหัวหน้าประจันหน้ากันเช่นนี้ ลูกน้องและพวกของทั้งสองฝ่ายก็ชักปืนออกมาเล็งใส่กัน จรัญปรามศักดาว่าเขากำลังปกป้องคนร้ายอยู่ ศักดาตอบอย่างไม่ยี่หระว่า

“ฉันไม่สน เขาเป็นเพื่อนฉัน ถ้าใครแตะต้องเขา ฉันยิงแน่”

จรัญมองศักดาอย่างแค้นใจ ข้างๆจรัญ เพชรรุ้งง้างนกปืนเล็งใส่และข้างหลังเฮียเส็งก็เล็งปืนใส่หัวพร้อมจะยิง เฮียเส็งอยากเหนี่ยวไกใจแทบขาด แต่ติดที่ตัวเองก็ถูกก้อนลูกน้องจรัญจ่อปืนใส่อยู่เช่นกัน

รานีรู้ข่าวจากหลงว่าสาโรจน์มาที่โรงแรมสันติภาพ เธอวิ่งออกไปด้วยความดีใจ  แต่ช้าไปแล้วไม่มีแม้แต่เงาของสาโรจน์อยู่ที่นั่น

สถานการณ์ที่โรงแรมตึงเครียด เพราะการเล็งปืนคุมเชิงกันอยู่ของฝ่ายศักดากับจรัญ นายอำเภอหดหัวอยู่หลังโต๊ะ สั่งถาวรให้ไปเจรจากับสองฝ่าย ถาวรหน้าซีดเป็นไก่ต้ม สมใจจึงออกไปพูดกับทุกคนว่า

“ทุกคนในฐานะที่ผมเป็นผู้รักษากฎหมายของเมืองนี้ ผมขอให้ทุกคนเชื่อใจผม ลดปืนลงเถอะครับ ผมจะเป็นพยานให้เอง ถ้ามีใครเหนี่ยวไกละก็ ผมจะถือว่าเขาเป็นคนร้ายทันที”

ทุกคนจึงยอมลดปืนลง จรัญมอง เพชรรุ้งพูดอย่างอาฆาตว่า “แล้วเราจะได้เห็นดีกัน สาวน้อย”

ooooooo

ฝ่ายวันชัยที่ให้สมุนขับรถไล่ตามม้าของสาโรจน์ไป หมายเอาคืนที่ถูกสาโรจน์ทำให้ตนเสียแขนไปข้างหนึ่ง แต่ฝีมือโจรขี้ยาอย่างวันชัยหรือจะสู้ทหารเก่านักฆ่ามือฉกาจอย่างสาโรจน์ วันชัยใช้ทั้งปืนทั้งระเบิดหมายให้สาโรจน์กลายเป็นจุล ระดมยิงใส่หูดับตับไหม้ แต่พอสิ้นเสียงปืนสาโรจน์ก็ชักม้าผงาดขึ้นมาอีก

ครั้นวันชัยใช้ระเบิด พอควันจางร่างสาโรจน์ก็หายไปแล้ว มาโผล่อีกทีที่ข้างหลังของวันชัยนั่งเอง แต่ระเบิดลูกที่สอง ทำให้สาโรจน์บาดเจ็บขาหักกระดูกแทงทะลุเนื้อออกมา วันชัยหัวเราะอย่างผู้ชนะ ย่างสามขุมพร้อมดาบในมือจะชำแหละสาโรจน์เสียให้สาแก่ใจ

แม้จะบาดเจ็บสาหัส จนลุกไม่ขึ้น แต่ม้าแสนรู้ของสาโรจน์ก็ช่วยเขาจนลุกขึ้นนั่งได้ สาโรจน์คว้าปืนใกล้มือยิงสวนดาบของวันชัยทะลุไประเบิดหัวมันกระจุย แต่เขาเองก็แน่นิ่งไป ไม่มีใครรู้ว่าเป็น...หรือตาย...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นจากรัตติกาลอันหฤโหด...เจ้าสายฟ้าม้าแสนรู้ของสาโรจน์ กลับมาหาเจ้าของ พยายามเอาจมูกดุนให้เขารู้สึกตัว แต่ดูเหมือนจะไร้วี่แวว...
ที่กระท่อมของสาโรจน์ นกเหยี่ยวตัวนั้นมาร้องอยู่หน้าบ้านจนภูตะวันตื่น เขานิ่งฟังเสียงนกเหยี่ยวอย่างสังหรณ์ใจ ออกมาดูเห็นนกเหยี่ยวร้องไม่หยุด เขาพึมพำ... “อาสาโรจน์”

รานีขี่ม้ามาถึงบริเวณที่สาโรจน์ปะทะกับวันชัย เธอรีบลงจากหลังม้าหลบหลังหินก้อนใหญ่แอบดูเห็นจรัญ ก้อน และสมุน กำลังรุมดูศพของวันชัยอยู่ จรัญคำรามคลั่งถามหาคนที่ฆ่าพี่ชายตน ก้อนบอกว่าคงหนีไปไกลแล้ว พวกตนกำลังตามอยู่

“ฆ่ามัน...ไอ้สาโรจน์ ทุกคนที่อยู่กับมัน ทุกคนที่สนิทกับมัน ฆ่าให้หมด มึงได้ยินไหม ฆ่าให้หมด!”

รานีเห็นและได้ยินความอาฆาตพยาบาทของจรัญ เธอหวั่นใจ นึกเป็นห่วงสาโรจน์ขึ้นจับใจ กลับไปนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจที่สาโรจน์เข้าภูพระกาฬแต่ไม่ยอมบอกตน จนเวลานี้ตนไม่รู้จะตามหาเขาได้ที่ไหน...

ศักดาถูกเอาตัวไปขังไว้ที่ว่าการอำเภอจนกว่าจะทราบแน่ชัดว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น สมใจถามว่า บอกได้ไหมว่ามือปืนที่ชื่อสาโรจน์มาที่นี่ทำไม และเรื่องอะไรที่เขาต้องปกป้องสาโรจน์

“เขาเป็นเพื่อนของฉัน แค่นั้นพอจะเป็นเหตุผลได้รึเปล่าคุณผู้ช่วย”

ขณะนั้นเอง จรัญกลับเข้ามา ตรงไปหาศักดาบอกว่าเมื่อคืนพี่ชายตนถูกฆ่าตายตอนออกตามล่าสาโรจน์ แต่สาโรจน์หนีไปได้ ศักดาแสดงความเสียใจด้วย ถูกจรัญตวาดว่า

“ฉันต่างหากที่ต้องพูดประโยคนั้น” แล้วจรัญก็พล่ามว่าที่ผ่านมาตนนับถือและเกรงใจศักดามาตลอด แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะเพื่อนเขาฆ่าพี่ชายตนแล้วพูดใส่หน้าว่า “กูจะฆ่ามึง!”

“คนของไร่ฟ้ารุ่งต้องไม่ปล่อยแกไว้แน่ ที่สำคัญฉันเองก็พอจะมีเส้นสายอยู่บ้าง แล้วแกจะฆ่าฉันโดยไม่ติดคุกได้ยังไง” ศักดาถาม

“กูมีวิธี มึงคอยดูก็แล้วกัน” จรัญตะคอก จากนั้นก็ไปที่ว่าการอำเภอสั่งถาวรให้บอกนายอำเภอไปหาตนที่บ้านเดี๋ยวนี้ เมื่อนายอำเภอไปหา จรัญคร่ำครวญถึงวันชัยผู้เป็นพี่ชายว่าเคยอดมื้อกินมื้อมาด้วยกัน เคยปกป้องดูแลตนมาตั้งแต่เล็ก แต่ต้องมาตายอย่างน่าอนาถด้วยฝีมือของศักดากับสาโรจน์

นายอำเภอรับปากจะแจ้งข้อหาฆาตกรรมศักดา ถ้าไม่ได้ก็จะแจ้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดให้ แต่จรัญไม่ได้ต้องการแค่นั้น เขาต้องการให้เอาถึงตาย สั่งให้ฆ่าศักดาเสียด้วยวิธีไหนก็ได้ที่ทรมานและถูกกฎหมายที่สุด ครั้นนายอำเภออึกอัก จรัญตะคอก “หรือจะให้ฉันฆ่านาย!!”

จากนั้นสั่งก้อนกับสมุนให้ตามไปสังเกตการณ์ ถ้านายอำเภอทำไม่สำเร็จให้ลงมือเองทันที

ooooooo

เหมือนศักดาจะรู้ชะตากรรมตัวเอง เขาขอกระดาษปากกาจากสมใจเพื่อมาเขียนพินัยกรรม เมื่อเพชรรุ้งกับพลอยขวัญกับยศมาเยี่ยม เขามอบจดหมายให้เพชรรุ้งกำชับว่าเก็บให้ดี มันคือพินัยกรรม ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับตนให้เปิดอ่านต่อหน้าสมาชิกของพวกเราทุกคน สอนลูกทั้งสองว่า

“ชีวิตของพ่อตอนนี้กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ลูกสองคนจำไว้ ต่อไปต้องสามัคคีกัน ต้องปกป้องไร่ฟ้ารุ่งของเราให้ถึงที่สุด” แล้วบอกยศ “ยศ ฝากดูแลลูกๆ ของฉันด้วยนะ”

ศักดาเตือนยศให้ระวังตัวเอาไว้ด้วย เพราะการนัดพบระหว่างตนกับสาโรจน์เป็นความลับแต่ทำไมพวกจรัญรู้ แสดงว่าต้องมีพวกเราบางคนเป็นหนอนบ่อนไส้ แต่ก็บอกยศว่า “ไม่ใช่นาย ฉันมั่นใจต้องเป็นคนอื่น”

ข้างที่ว่าการอำเภอ เดชากำลังสุมหัวอยู่กับลูกน้อง เห็นพ่อกับเพชรรุ้งและพลอยขวัญลงมาก็รีบเข้าไปรายงานเอาหน้าว่า ตนวางกำลังไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้ามีอะไรไม่ชอบ มาพากลก็จะแหกคุกพาศักดาหนี

เพชรรุ้งถามว่าเมื่อคืนพาพวกตนไปหาพ่อที่โรงแรม รู้ได้ยังไงว่าพ่ออยู่ที่นั่น ยศเห็นเดชาอึกอักจึงแก้ต่างให้ว่า ตนเป็นคนบอกเดชาเอง แต่เดชาไม่รู้หรอกว่าศักดานัดพบกับสาโรจน์

คอยจนเพชรรุ้งกับพลอยขวัญไปแล้ว ยศลากตัวเดชาเข้าไปเหวี่ยงกระแทกฝาด่า

“ไอ้ระยำ ไอ้ลูกไม่รักดี แกใช่ไหมที่คาบข่าวไปบอกจรัญ” เดชาถามว่าพ่อไม่เชื่อใจตนหรือ “นิสัยแกเป็นยังไงทำไมฉันจะไม่รู้ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ ตกลงแกเป็นคนทำใช่ไหม”

เดชามองหน้ายศอย่างเหี้ยมเกรียมก่อนกระแทกเสียงออกมาอย่างสะใจว่า “ใช่!”

ooooooo

สมุนของจรัญตามรอยเลือดที่หยดเป็นทางของสาโรจน์ไปจนถึงหน้าผาแล้วหายไป มองไปฝั่งตรงข้ามก็ไร้วี่แวว มองลงไปด้านล่างก็เงียบสงบ มันตกลงกันว่ากลับไปรายงานพ่อเลี้ยงดีกว่า

หารู้ไม่ว่า เจ้าสายฟ้าม้าแสนรู้ กำลังย่างเหยาะกลับมาที่หน้ากระท่อมโดยมีร่างสลบของสาโรจน์พาดหลังมาด้วย ภูตะวันตกใจกับสภาพสาหัสของสาโรจน์

นายช่างที่โรงไม้ ซึ่งเคยผ่านสงครามมาแล้ว มาช่วยทำแผลให้สาโรจน์เท่าที่อุปกรณ์และยาที่มีอยู่ บอกภูตะวันว่า สาโรจน์คงต้องพิการไปตลอดชีวิต แต่ตนทำได้แค่นี้จริงๆ

ไม่นาน เมื่อสาโรจน์รู้สึกตัว ภูตะวันถามทันทีว่า เป็นพวกมันใช่ไหมที่ฆ่าพ่อแม่ตน สาโรจน์ไม่อยากให้รู้ จนเมื่อ ภูตะวันรำพึงว่า ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกแล้วสำหรับเขาและตน ตราบใดที่เขาไม่ยอมบอกว่าศัตรูของตนคือใคร ทำให้สาโรจน์ตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับภูผาพ่อของภูตะวันให้เขาได้รับรู้ จนถึงสุดท้าย ไร่ฟ้ารุ่งถูกปล้น พ่อกับแม่เขาถูกฆ่าตาย เก็บศพไว้ในถ้ำด้วยการระเบิดปากถ้ำไม่ให้ใครเข้าออกได้อีก

ฟังสาโรจน์แล้วภูตะวันน้ำตาไหลพราก บอกผู้เป็นอาด้วยแววตามุ่งมั่นว่า

“ตอนนี้ผมเหลือทางเลือกอยู่แค่สองทางเท่านั้น ล่าพวกมัน หรือจะปล่อยให้พวกมันตามล่าไปตลอดชีวิต”

“ความแค้นจะทำลายชีวิตของแกไอ้หลานชาย”

“ผมตัดสินใจแล้วอา!”

ooooooo

ยศโกรธมากเมื่อรู้ว่า เดชาทรยศต่อศักดาเป็นคนขายข่าวให้จรัญ เดชาโต้อย่างท้าทายว่า ตนรู้ว่าศักดาเป็นคนจ้างจรัญให้ฆ่าภูผา แม่ก็ต้องตายไปด้วย ถามว่าพ่อเป็นขี้ข้าให้ศักดาได้ยังไงทั้งๆที่เกิดเรื่องแบบนี้ ยศบอกว่าเขาไม่เข้าใจ ไม่ใช่ความผิดของศักดา

ไม่ว่ายศจะอธิบายอย่างไร เดชาประกาศกร้าวว่าตนจะกำจัดศักดา กำจัดจรัญ จะเล่นงานหมดทุกคนที่ทำให้แม่ต้องตาย ทั้งยังบอกยศด้วยว่า ตนเป็นคนส่ง ย้งกับเหลียง ไปเก็บสาโรจน์กับภูตะวันเอง

“ไอ้โง่ แกคิดเหรอว่านักฆ่าปลายแถวจะกำจัดสาโรจน์ได้” ยศด่า

“ผมรู้และก็รู้ด้วยว่า ถ้าสาโรจน์ไม่ตาย มันจะต้องกลับมาที่ภูพระกาฬเพื่อมาคิดบัญชีกับไอ้ศักดา และรู้ด้วยว่าไอ้จรัญกับไอ้วันชัยมันต้องแก้แค้นไอ้สาโรจน์เหมือนกัน ผมล่อให้พวกมันสามฝ่ายมาเปิดศึกกันที่นี่”

ยศถามว่าขนาดจรัญกับศักดายังตามหาสาโรจน์ไม่เจอแล้วเขาจะเจอได้อย่างไร เดชายิ้มหยันบอกว่าตนรู้จากการสื่อสารระหว่างพ่อกับสาโรจน์ทำให้เดาได้ว่าสาโรจน์อยู่ที่ไหน

แล้วเดชาก็เล่าว่าเขาสังเกตจากการบินไปบินมาของเหยี่ยวตัวนั้นในทิศทางเดิมทุกครั้ง ทำให้มั่นใจว่าสาโรจน์ต้องอยู่ในทิศทางนั้น ยศถามว่าเขาจะแก้แค้นให้ได้อะไรขึ้นมา

ไร่ฟ้ารุ่ง คือสิ่งที่เดชาต้องการ ย้ำว่ามันต้องเป็นของเรา ทุกอย่างที่ตนสูญเสียไป ทั้งสาโรจน์ จรัญและศักดาต้องชดใช้! ยศฟังแล้วตะลึงอึ้งกับความมักใหญ่ใฝ่สูงเหิมเกริมของเดชา

ไม่เพียงเดชาที่มีความแค้นระอุกรุ่นอยู่ในใจ ภูตะวันเองก็มีไฟแค้นสุมอยู่ในอกเช่นกัน เขามุ่งมั่นที่จะกลับไปที่ภูพระกาฬ แม้นายช่างจะเตือนว่าเสี่ยงมาก ภูตะวันก็ยังมุ่งมั่นว่า

“ต่อให้เป็นเมืองนรกผมก็จะไป พวกมันทุกคนจะต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำเอาไว้กับครอบครัวผม!”

ooooooo

ฝ่ายนายอำเภอรับงานจากจรัญแล้วก็ไปนั่งดวดที่โรงแรมเฮียเส็งจนเมา ตกดึกกลับไปที่อำเภอไล่ถาวรกับสมใจให้กลับบ้านไปเสียตนจะสอบสวนศักดา ว่าแล้วก็เอากุญแจไปไขเอาศักดาออกจากห้องขัง

ศักดาเฉลียวใจถามว่านายอำเภอมีแผนอะไรกันแน่ นายอำเภอที่กำลังเมาเต็มที่อธิบายแผนของตนอย่างหมดเปลือกว่า

“ผมไขกุญแจเพื่อเอาตัวคุณมาสอบปากคำ แล้วคุณก็แย่งปืนผม หลังจากนั้นคุณก็ทำร้ายผมด้วยการเอาขวดเหล้าฟาดผม” พลางทำให้ดู

“ไอ้จรัญมันสั่งให้แกฆ่าฉันใช่ไหม”

“ถูกต้อง โดยสรุปคือพอผมได้โอกาส ผมก็เลยชักปืนสำรองออกมาแบบนี้” พูดแล้วหยิบปืนจากลิ้นชัก “แล้วก็ยิงคุณ คุณศักดา”

นายอำเภอเอาปืนออกมายิงจริงๆ ดีที่ศักดาระวังตัวจึงหลบได้ทัน หลบไปหลังโต๊ะคว้าข้าวของต่อสู้กระทั่งเข้าคลุกแย่งปืนจากนายอำเภอไปได้ นายอำเภอร้องเสียงหลง “อย่ายิง... อย่ายิง”

ศักดาด่านายอำเภอที่เป็นเจ้าหน้าที่มือถือสากปากถือศีล นายอำเภออ้างว่าตนถูกจรัญบังคับ เมื่อศักดาจะหนี นายอำเภอพุ่งไปคว้าปืนยาวที่แขวนอยู่วิ่งไล่ยิงศักดาไปหน้าที่ว่าการอำเภอตะโกนว่าคนร้ายแหกคุก

ศักดาวิ่งหนีพลางหันมายิงตอบโต้ นายอำเภอถูกยิงเข้ากลางอกล้มลงตายคาที่ ชาวบ้านต่างพากันวิ่งออกมาดู ก้อนตะโกนว่า “เฮ้ย ไอ้ศักดามันยิงนายอำเภอ ฆ่ามัน!” ทำให้ศักดาปาปืนทิ้งแล้ววิ่งหนีไป

ทันใดนั้น ยศกับเดชาและสมุนอีกสองคนขี่ม้ามาปาดหน้าพวกก้อนที่ไล่ยิงศักดา พวกยศมีผ้าผูกอำพรางใบหน้าทุกคน ยศตะโกน เมื่อมีรถโฉบเข้ามา “คุณศักดาขึ้นรถ” มีคนบนรถช่วยกันดึงเขาขึ้นรถแล้วขับหายไปในความมืด

ooooooo

สาโรจน์พ้นขีดอันตรายแล้ว วันนี้ภูตะวันลาเขาเพื่อเข้าเมือง สาโรจน์ส่งซองจดหมายให้บอกว่าให้เอาไปให้คนชื่อรานีที่วิไลบาร์ เธอจะช่วยเขาได้ บอกว่ารานีเป็นเพื่อนตน ย้ำกับภูตะวันอย่างห่วงใยว่า

“จำไว้นะภูตะวัน ไม่ฆ่าก็คือไม่ฆ่า แต่ถ้าถึงคราวต้องลงมือ อย่าปรานีศัตรูเด็ดขาด ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม”

แล้วภูตะวันกับนายช่างก็พากันกลับโดยทิ้งเจ้าสายฟ้าม้าแสนรู้ไว้ เพราะภูตะวันเชื่อว่า สักวันหนึ่งสาโรจน์ต้องกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง...

ภูตะวันขับมอเตอร์ไซค์ไปตามการนำทางของนกเหยี่ยวตัวนั้น...

ooooooo

ยศกับเดชาแอบพาเพชรรุ้งกับพลอยขวัญไปพบศักดาที่กระท่อมลับ ทั้งสองแค้นใจผู้ที่กระทำกับพ่อตน ส่วนศักดามอบพินัยกรรมให้เพชรรุ้งเพราะตนต้องหลบไปกบดานที่อื่นสักพัก กำชับเพชรรุ้งว่า

“เก็บจดหมายพินัยกรรมของพ่อไว้ให้ดีนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อเมื่อไหร่ ไร่ฟ้ารุ่งจะตกเป็นของลูกเมื่อนั้น ลูกต้องเข้มแข็ง เพราะลูกคือความหวังเดียวของพ่อในตอนนี้” แล้วหันไปบอกพลอยขวัญ “ลูกกับลุงยศ และเดชาต้องร่วมมือกันช่วยเพชรรุ้งดูแลไร่ของเรา ลูกเข้าใจใช่ไหม”

หลังจากนั้นยศบอกเดชาเมื่อปลีกตัวมาคุยกันตามลำพังว่าตนต้องพาศักดาไปกบดานที่อื่นสักพักที่นั่นศักดามีคนรู้จักอยู่บ้าง จรัญคงไม่กล้าตามไปราวีแน่ แล้วพูดเหมือนเตือนเดชาว่า ตนจะแกล้งลืมเรื่องที่เขาพูดวันก่อน คิดเสียว่ามันไม่เคย เกิดขึ้น แต่ถ้ามีครั้งที่สอง ตนจะเล่นงานเดชาด้วยตัวเอง

เดชารับคำอย่างเข้าใจ แต่ยศก็ยังไม่วางใจนัก

ฝ่ายจรัญยังตามหาศักดาแต่ไม่เจอ ก้อนคาดว่าคงหลบไปจากภูพระกาฬแล้ว ส่วนพวกไร่ฟ้ารุ่งก็เก็บตัวกันเงียบท่าทางจะกลัวพวกเรา จรัญกัดฟันกรอดบอกก้อนว่าวันชัยต้องไม่ตายฟรีงานนี้ไร่ฟ้ารุ่งต้องชดใช้

เวลาเดียวกัน ที่ไร่ฟ้ารุ่ง พลอยขวัญบอกเพชรรุ้งว่ามีคนงานเห็นพวกของจรัญมาขี่ม้าป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ เสนอพี่สาวว่า ตอนนี้ยามของเรามีไม่พอเราต้องรับเพิ่มอีก เพชรรุ้งเห็นด้วยแต่ต้องหาคนที่ไว้ใจได้

เพชรรุ้งสั่งเดชาให้หาคนเพิ่มเพราะได้ข่าวว่าจรัญกำลังจะเปิดศึกกับไร่ฟ้ารุ่ง เดชามาบอกศรคนสนิทของตน ศรถามว่าจะให้ตนไปสู้กับจรัญหรือ

“เปล่า พ่อเลี้ยงจรัญกับข้าน่ะเจรจากันได้ แต่ที่ข้าอยากจะให้เอ็งทำน่ะก็คือช่วยข้ายึดไร่ฟ้ารุ่งต่างหาก” ศรฟังแล้วมองหน้าเดชาอย่างคาดไม่ถึง

ooooooo

ระหว่างทางที่ภูตะวันเดินทางมายังภูพระกาฬนั้น เจอกับสิงห์ที่ขี่ม้าควบระห่ำ สิงห์หมั่นไส้ภูตะวันที่ขี่มอเตอร์ไซค์แซงขึ้นไป เลยเกิดเขม่นกัน ขี่ม้าและขับรถแกล้งกันไปมากันไม่ให้อีกฝ่ายแซง จนสุดท้ายม้าของสิงห์พาลงโคลนเพราะเจอสะพานขวางหน้าหยุดไม่ทัน ภูตะวันเลยแซงไป หันมองยิ้มเยาะนิดๆ

ภูตะวันเข้าเมืองภูพระกาฬมองหาวิไลบาร์ตามคำบอกเล่าของสาโรจน์ เมื่อรานีรู้ว่าภูตะวันมาจากสาโรจน์ก็ต้อนรับ ขับสู้อย่างดี ยิ่งเมื่อได้อ่านจดหมายของสาโรจน์ รานีถามภูตะวันว่าจะมาแก้แค้นหรือ ภูตะวันบอกว่าเป้าหมายของตนคือศักดากับจรัญ รานีบอกว่าไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาอยู่ไหน แต่คงสืบได้ไม่ยาก บอกภูตะวันว่าตัวเขาเองต้องเตรียมให้พร้อมกว่านี้ แล้วพาไปที่ร้านปืนของเฮียโชติคนรู้จักกัน

เฮียโชติเอาปืนพกออกมาให้ดูหลายกระบอก ภูตะวันพอใจกระบอกหนึ่งแต่พอจะจับ เฮียโชติก็ตะปบปืนไว้ถามว่า

“เคยได้ยินสุภาษิตบทนี้ไหมไอ้หนุ่ม สำหรับบางคนความตายมีค่ายิ่งกว่าขุนเขา แต่กับบางคนกลับไร้ค่าราวกับขนนก มีขนนกมากมายแล้วในสุสานของภูพระกาฬ ฉันแค่ภาวนาว่าแกคงจะมาเพิ่มสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น”

ในที่สุดภูตะวันก็เลือกปืนได้ถูกใจกระบอกหนึ่งเพราะเขามีอยู่แล้วกระบอกหนึ่ง

โดยไม่คาดคิด สิงห์มาเห็นภูตะวันก็จะเข้าไปเอาเรื่องแต่ดันไปชนก้อนกับสมุนเข้าเลยถูกทั้งสองรุมเล่นงาน ภูตะวันเห็นเข้าเลยเข้าไปช่วยสิงห์ จรัญมาเจอพอใจฝีมือของทั้งคู่ถามชื่อเสียงเรียงนาม สิงห์บอกว่าตนชื่อสิงห์ ใจสิงห์ มาจากบ้านภูพยัคฆ์ ภูตะวันไม่อยากเปิดเผยตัวโกหกว่า ตนชื่อเสือ มาจากภูพยัคฆ์เหมือนกัน ทำเอาสิงห์งงเพราะไม่เคยเห็นหน้า

จรัญชวนมาทำงานด้วยกัน สิงห์บอกว่าตนมีคนจองตัวแล้วเป็นญาติกันทำงานที่ไร่ฟ้ารุ่ง จรัญจึงบอกทั้งคู่ว่าเมื่อไรที่อยู่ไร่ฟ้ารุ่งแล้วอึดอัดก็ให้มาหา “พ่อเลี้ยงจรัญคนนี้ ข้าชื่นชอบฝีมืออย่างพวกเอ็ง”

“พ่อเลี้ยงจรัญ” ภูตะวันเจอตัวเข้าอย่างคาดไม่ถึง

คืนนี้ภูตะวันกับสิงห์พักที่โรงแรมสันติภาพของเฮียเส็ง เข้าห้องพักแล้วสิงห์นึกได้ว่าลืมถามทางไปไร่ฟ้ารุ่ง ภูตะวันบอกว่าไม่ต้องถามตนรู้ทางเพราะสมัยเด็กๆเคยอยู่ที่นี่

ooooooo

ดึกแล้วเพชรรุ้งนอนไม่หลับเพราะคิดมากเรื่องภาระที่พ่อมอบหมายให้ดูแลไร่ฟ้ารุ่ง พลอยขวัญมาเจอแซวว่าคิดถึงใครอยู่หรือ แม้ปากเพชรรุ้งจะปฏิเสธ แต่ในใจลึกๆแล้วก็คิดถึงภูตะวันที่เคยวิ่งเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก จนเขาหายไป เธอได้แต่คิดถึงแต่ไม่คาดหวังจะได้เจอกันอีก

ดึกคืนเดียวกัน ภูตะวันนอนไม่หลับ เมื่อกลับมาที่ภูพระกาฬอีกครั้ง เขาก็อดคิดถึงวัยเด็กที่เคยวิ่งเล่นกับเพชรรุ้งในไร่ข้าวโพดไม่ได้ แต่ก็รู้ดีว่าวันนี้ ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว

ภูตะวันเดินออกมาเจอแก้วเด็กรับจ้างขัดรองเท้ากำลังยิงหนังสติ๊กอย่างแม่นยำ เข้าไปซักถามจึงรู้ว่าพ่อของแก้วมาขุดพลอยที่นี่และหายไปจึงมาตาม แต่มีคนบอกว่าพ่อถูกยิงตายแล้ว แก้วยังไม่เชื่อยังมีความมุ่งมั่นที่จะหาพ่อให้เจอและพาพ่อกลับบ้าน

ฟังเรื่องราวของแก้วแล้ว ภูตะวันบอกแก้วว่า

“พ่อแม่ฉันก็หายตัวไปเหมือนกัน บางทีฉันเองก็อยากจะเชื่อแบบนายนะ แต่ว่า...” ตะวันพูดไม่ออกอีก แต่มองแก้วอย่างถูกชะตา

ooooooo

รุ่งขึ้นสิงห์กับภูตะวันมาที่หน้าเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง เจอสาลี่เมียของพรญาติของสิงห์เข้า แต่ทั้งสองไม่รู้จักกัน พอสิงห์บอกว่าจะมาหาพร เธอจึงไปบอกพรที่โรงเลี้ยงม้า พรบอกให้รอสักครู่เดี๋ยวตนจะตามไป

ระหว่างรอพร ภูตะวันขอตัวสักครู่บอกสิงห์ว่าจะไปห้องน้ำ แล้วเดินเข้าไปในบ้านอย่างคุ้นเคย เขาเห็นทุกอย่างยังอยู่ในสภาพเดิม เดินเลยขึ้นไปเพื่อจะดูห้องนอนที่ตัวเอง เคยนอน แต่กลับเจอเพชรรุ้งนอนอยู่

พลอยขวัญเห็นรองเท้าวางอยู่หน้าบ้านเลยตามขึ้นไปดู เจอภูตะวันเข้าห้องเพชรรุ้งพอดีเธอง้างนกปืนนึกว่าเป็นพวกบ้ากามบุกเข้ามา เป็นจังหวะที่เพชรรุ้งตื่นพอดี เธอลุกพรวดขึ้นล้วงปืนใต้หมอนเล็งใส่ภูตะวันทันทีเช่นกัน

พลอยขวัญรีบออกมาหน้าบ้านเจอสิงห์ยังยืนรออยู่ เธอพุ่งเข้าเอาด้ามปืนฟาดขมับสิงห์อย่างเร็ว สิงห์ร่วงลงไป กองทันที

เมื่อสิงห์รู้สึกตัวขึ้นมาจึงรู้ว่า ภูตะวันย่องขึ้นไปที่ห้องเพชรรุ้ง ทุกคนเชื่อว่าเขาหื่นบ้ากาม เว้นแต่เพชรรุ้งไม่เชื่อ ถามว่าขึ้นไปค้นหาอะไร ทรัพย์สินมีค่าหรือ

ภูตะวันมองเพชรรุ้ง ยิ่งมองก็ยิ่งคุ้นตา เพชรรุ้งถามว่าจรัญส่งเขามาเก็บศักดาพ่อตนใช่ไหม ทำให้ภูตะวันรู้ว่าเธอคือลูกสาวของศักดา พึมพำออกมาว่า “คุณเป็นลูกสาวของศักดา?”

“ไอ้โง่ ที่ภูพระกาฬนี่มีใครบ้างไม่รู้จักคุณหนูเพชรรุ้ง” เดชาตะคอก ในขณะที่ภูตะวันยังตะลึงอึ้งที่มาเจอเพื่อนในวัยเด็กที่จากกันนานจนเกือบจำกันไม่ได้

ooooooo

พลอยขวัญบอกให้เพชรรุ้งจัดการสิงห์กับภูตะวันเสีย พรวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขอร้องว่าอย่าทำ สิงห์เป็นญาติของตน ส่วนภูตะวันนั้นพรมองงงๆ แล้วส่ายหน้าว่าไม่รู้จัก

เมื่อตรวจอาวุธที่ยึดได้จากสิงห์กับภูตะวันแล้ว เพชรรุ้งสั่งให้กักตัวทั้งสองไว้ก่อน เพราะเรายังไม่มีหลักฐานว่าสองคนนี้เป็นใครแน่

สาลี่ใจคอไม่ดีกลัวสิงห์ถูกฆ่า แต่พรเชื่อว่า เพชรรุ้งเป็นคนมีเหตุผลคงไม่ทำแบบนั้น ฝ่ายสิงห์โมโหภูตะวันที่ทำให้เกิดเรื่องด่าว่าเป็นตัวซวย ไอ้บ้ากาม ภูตะวันเองก็เสียใจไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้

เมื่อนายอำเภอถูกยิงตายแล้ว จรัญที่ประกาศตัวว่าเป็นใหญ่ในเมืองภูพระกาฬ ประกาศแต่งตั้งถาวรขึ้นเป็นนายอำเภอแทน ถาวรยกมือไหว้บอกว่าซาบซึ้งจนไม่รู้จะตอบแทนจรัญอย่างไร

“ไม่ยากหรอกว่าที่นายอำเภอ เอาแค่ให้เหมือนนายอำเภอคนก่อนก็พอแล้ว” จรัญบอก ทำเอาถาวรผวาถามว่า ถึงขั้นต้องพลีชีพเลยหรือ จรัญเหยียดยิ้มบอกว่าอย่าคิดมากแบบนี้เขาเรียก “ตายในหน้าที่”

ฝ่ายเฮียเส็งสบถ ถ่มถุยอย่างสมเพชว่าเป็นเจ้าหน้าที่ภาษาอะไรให้อันธพาลมาแต่งตั้ง เฮียทำท่าฮึดฮัดขึ้นมา ครกรีบสะกิดเตือนตามเคยว่าอย่าพูดดังไป เดี๋ยวพวกมันได้ยินโรงแรมเราก็ฉิบหายหรอก แต่เฮียก็ยังฮึดฮัดบอกว่าตนไม่กลัว ครกหน้าจ๋อยรับเสียงอ่อยว่า “แต่ฉันกลัวนี่”

ถาวรกลับไปถึงที่ว่าการอำเภอด้วยท่าทางวางเขื่องกร่างสุดๆ สมใจถามว่าไปรับใช้ไอ้พวกสวะแบบนี้ไม่อายบ้างหรือ

“พ่อเลี้ยงมีบุญคุณกับพวกเรา รับใช้เขามันเสียหายตรงไหน นี่เอ็งเลิกโง่ได้แล้วไอ้สมใจ สมัยนี้ทำดีได้ดีมันมีที่ไหนวะ มันต้องมีเงิน มีอำนาจเว้ยถึงจะเรียกว่าดี” ถาวรผยองสุดขีด

“ผมไม่เชื่อหรอกพี่ สักวันผมจะพิสูจน์เองว่า ไอ้พวกคนเลวมันต้องได้รับกรรมที่มันก่อไว้” สมใจโต้

ooooooo

กลางดึกคืนนี้ จรัญสะดุ้งตื่นลุกขึ้นออกจากห้องนอนที่อยู่กับบุหลัน บอกว่านัดก้อนไว้ เดี๋ยวมา

จรัญไปพบก้อนที่ลานหน้าบ้าน ก้อนพานายสนหัวหน้าโจรที่นำสมุนมาร่วมยี่สิบคน ทุกคนมีผ้าผูกคอสีเดียวกัน ก้อนรายงานว่าพวกตนพร้อมแล้ว ใหม่หมดทุกคน ต่อให้จับได้ก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นพวกเรา ที่สำคัญตนให้พวกมันศึกษาเส้นทางของไร่ฟ้ารุ่งเป็นอย่างดีมาแล้ว รับรองว่างานนี้ไม่มีพลาด

“ฟังให้ดีนะ” จรัญประกาศแก่พวกโจร “หน้าที่ของพวกเอ็งในคืนนี้ก็คือบุกเข้าไปปล้นไร่ฟ้ารุ่งและตามหาตัวไอ้ศักดาให้พบ ถ้าใครได้หัวมันมาละก็ ข้าจะจ่ายค่าแรงให้เป็นสิบเท่า แต่ถ้าใครพลาดและถูกจับได้ ก็ห้ามปากโป้งเด็ดขาด ไม่งั้น ครอบครัวของพวกเอ็งต้องตายสถานเดียว!”

ooooooo

ตอนที่ 2

ที่หน้าเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาเดินมาหาจรัญมอบถุงหนังเล็กๆให้ใบหนึ่ง บอกจรัญว่า ให้จำไว้ว่าภูผาตายเพราะถูกโจรปล้นบ้าน ถ้าเรื่องระหว่างเราแพร่งพรายออกไป จรัญเดือดร้อนแน่

จรัญบอกว่าตนรู้ เวลานี้ไร่ฟ้ารุ่งก็เป็นของเขาแล้วไม่ต้องการผู้ช่วยบ้างหรือ ศักดาตอบอย่างไม่ยี่หระว่า

“รู้ไหมจรัญ ถ้าไม่จำเป็น ฉันคงไม่คบค้ากับคนชั่วอย่างแกเด็ดขาด กลับไปเสียหมดธุระของแกแล้ว”

“ย่อมได้ เกลียดตัวแต่กินไข่ก็ไม่ว่ากัน แต่จะบอกให้นะ อย่างน้อยผมก็ยังดีกว่าคุณ เพราะผมไม่เคยลอบกัดเพื่อนของตัวเอง” จรัญพูดอย่างไม่ยี่หระเช่นกัน

ขณะที่จรัญกำลังเดินออกไปนั้น ยศพาเดชามาหาศักดาตามที่สมุนของเขาไปบอก เห็นจรัญเดินออกมาก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงหยุดอยู่ตรงนั้น ได้ยินจรัญหันไปเอ่ยกับศักดาว่า

“เออ จริงสิ ลูกชายของไอ้ภูผาถูกคนชื่อสาโรจน์เอาตัวไป มันฝากบอกด้วยว่า เรื่องของคุณกับภูผามันไม่เกี่ยว แต่ห้ามคุณแตะต้องเด็กนั่นเด็ดขาด” เมื่อศักดาบอกว่ารู้แล้ว จรัญถามต่อ “บอกหน่อยได้ไหมว่าไอ้สาโรจน์เป็นใคร”

“ในสมรภูมิเขาเคยเป็นทหาร แต่ตอนนี้เขาเป็นเพชฌฆาต”

“อ้อ...มิน่า” จรัญชักม้าออกไป เขาแปลกใจเมื่อเห็นยศกับเดชายืนอยู่มุมหนึ่ง เดชาจ้องจรัญอย่างแค้นใจ

ระหว่างเดินทางกลับจากไร่ฟ้ารุ่งด้วยกันกับก้อนนั้น จรัญเอะใจเอาถุงหนังที่ศักดาให้มาแกะดูในนั้นเป็นพลอยดิบ ที่ยังไม่ได้เจียระไน แถมยังมีคราบโคลนติดอยู่ด้วย ถามก้อนว่า

“เอ็งสงสัยไหมวะไอ้ก้อน ว่าทำไมไอ้ศักดาถึงสั่งเก็บไอ้ภูผา”

“ก็มันอยากครองไร่ฟ้ารุ่ง อยากเป็นเจ้าของที่ดินทั้งหมดไงพี่” ก้อนตอบตื้นๆตามประสา

“แน่ใจเหรอวะ” ถามแล้ว จรัญดีดพลอยเม็ดหนึ่งให้ ก้อนตะปบไว้ พูดอย่างคาดเดาว่า “ถึงขนาดเพื่อนรักต้องฆ่ากันตาย ข้าว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่...ต้องมีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในไร่ฟ้ารุ่ง ขุมทรัพย์ที่มีแต่ไอ้ศักดากับไอ้ภูผาเท่านั้นที่รู้”

ฟังจรัญแล้วก้อนเห็นด้วย แล้วทั้งคู่ก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงนกเหยี่ยวร้องก้องกังวาน

ooooooo

นกเหยี่ยวบินมาเกาะที่ระเบียงเรือนเล็กของยศ เขารีบไปปลดเอาจดหมายออกจากกระบอกที่คอเหลือบเหลียวมองรอบๆก่อนเปิดจดหมายออกอ่าน

“คุณภูตะวันปลอดภัย” ยศอ่านแล้วพึมพำ “ขอบคุณมากสาโรจน์ ที่ช่วยให้คุณภูผาตายตาหลับ”

เวลาเดียวกันนั้น สาโรจน์พาภูตะวันไปพักที่กระท่อมของเขา ภูตะวันเดินสำรวจไปรอบห้องเห็นบรรยากาศของทหารเก่าจากเครื่องของภายในห้อง เห็นรูปถ่ายของสาโรจน์สมัยที่ยังเป็นทหารถ่ายร่วมกับภูผาและศักดาประดับอยู่หลายรูป

สาโรจน์เข้ามาถามว่าค่อยยังชั่วแล้วหรือ แล้วเรียกภูตะวันให้มาดูอะไร พลางนั่งรอจนภูตะวันเดินเข้ามาเขาจึงล้วงจดหมายส่งให้บอกว่า “พ่อของแกฝากจดหมายนี่เอาไว้” ภูตะวันรีบคว้าจดหมายไปอ่าน

“ภูตะวันลูกรัก ลุงสาโรจน์คือเพื่อนที่พ่อไว้ใจมากที่สุด ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อเมื่อไหร่ ขอให้ลูกไปหาเขาและจงเชื่อฟังคำพูดของเขา เหมือนกับที่ลูกเชื่อฟังคำพูดของพ่อ ที่สำคัญก็คือ...อย่ากลับไปที่ไร่ฟ้ารุ่งอีกเป็นอันขาด บ้านของลูกไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกแล้ว รัก จากพ่อของลูก”

ภูตะวันน้ำตาไหล เงยมองสาโรจน์ เขาย้ำกับภูตะวันว่า

“ภูผาไม่ได้อยากให้แกล้างแค้นไอ้หนู แต่เขาอยากให้แกมีชีวิตอยู่ต่อไป นั่นต่างหากคือสิ่งที่พ่อทุกคนต้องการ ทีนี้แกเข้าใจรึยัง” เห็นภูตะวันร้องไห้จนตัวสั่น สาโรจน์ลูบศีรษะปลอบ “ทุกอย่างคือฝันร้าย ปล่อยมันผ่านไปเสีย ลืมมัน แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่”

ภูตะวันพยักหน้าทั้งน้ำตา สาโรจน์ไม่กอดไม่ปลอบ แต่มองนิ่งๆรอให้ภูตะวันหายเศร้าไปเอง

เมื่อเห็นภูตะวันเข้มแข็งขึ้นแล้ว สาโรจน์สอนวิชาการต่อสู้ให้ ทั้งมีด หมัดมวย รวมถึงสอนการดูแลและตรวจตราอาวุธต่างๆอย่างพิถีพิถัน จริงจัง พร่ำบอกภูตะวันเสมอว่า

“จำไว้ภูตะวัน สิ่งที่ฉันสอนแก ไม่ใช่การฆ่า แต่มันคือการปกป้องตัวเอง เมื่อไม่มีฉัน แกจะต้องยืนหยัดต่อไปและไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ทำให้แกฝันร้ายได้อีก”

ภูตะวันร่ำเรียนวิชาที่สาโรจน์สอนให้อย่างจริงจัง เขาสามารถยิงปืนได้แม่นฉมังราวกับจับวาง เขาเล็งปืนเหนี่ยวไกอย่างที่สาโรจน์สอนอย่างเคร่งครัด สิ่งหนึ่งที่กรุ่นอยู่ในใจ ทำให้ภูตะวันพัฒนาวิทยายุทธ์อย่างรวดเร็ว คือความแค้นที่พ่อแม่ถูกฆ่า!

ooooooo

14 ปีต่อมา

วันนี้ที่ไร่ฟ้ารุ่ง เกิดเรื่องใหญ่เมื่อมีศพชาวบ้านชายหญิงสองคนถูกมัดมือและยิงตายมาทิ้งไว้ที่ไร่ เดชาเข้ามารายงาน เพชรรุ้งจึงขี่ม้านำพลอยขวัญกับยศมายังที่พบศพ

เมื่อมาถึง เดชาบอกว่ามีคนงานเจอศพอยู่ในไร่ คงถูกฆ่าจากที่อื่นแล้วลากมาทิ้งที่นี่ ยศจำได้ว่าเป็นนายขาวกับเมียที่มีบ้านอยู่ใกล้ๆกับไร่ฟ้ารุ่งของเรา

“เมื่ออาทิตย์ก่อน นายขาวเพิ่งมาปรึกษาคุณศักดาเรื่องที่ถูกพ่อเลี้ยงจรัญบังคับให้ขายที่” เดชาเล่า

พลอยขวัญโพล่งออกมาว่าต้องเป็นฝีมือของจรัญแน่ๆ

เมื่อกลับมาที่เรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาฟังรายงานแล้วถามว่าแน่ใจว่าเป็นครอบครัวนายขาวนะ ยศยืนยัน เดชาเชื่อว่าพวกมันเอาศพมาทิ้งในไร่ของเราแสดงว่าต้องการข่มขู่พวกเราแน่ๆ

“มันคงคิดจะบีบให้พวกเราขายที่เหมือนกับพวกชาวบ้าน” เพชรรุ้งพึมพำ

“พลอยว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องเอาคืนค่ะพ่อ ขืนปล่อยไว้พวกมันจะยิ่งได้ใจ” พลอยขวัญเสนอ ซึ่งเพชรรุ้งไม่เห็นด้วย เมื่อศักดาถามว่าคิดยังไง เพชรรุ้งเสนอเป็นขั้นตอนว่า

“อย่างแรก รุ้งว่าเราต้องแจ้งเรื่องนี้กับทางการ อย่างน้อยจะได้มีพยานว่ามันเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นก็ค่อยนัดเจรจากับพ่อเลี้ยงจรัญ”

พลอยขวัญไม่เห็นด้วยถามว่ามันทำกับเราขนาดนี้ยังต้องเจรจากันอีกหรือ ส่วนเดชาพูดอย่างเอาใจเพชรรุ้งว่า ตอนนี้จรัญมีคนมากกว่าเรา ขืนสู้ไปเราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เลยถูกพลอยขวัญตวาดเสียจนหุบปากเงียบกริบ

“ใจเย็นๆก็ได้พลอยขวัญ พ่อว่าลองเจรจาดูก่อนก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา” ศักดาตัดบทแล้วหันไปถามยศ “เห็นด้วยไหมนายยศ”

ยศมองหน้าพลอยขวัญอย่างเกรงใจก่อนพยักหน้าให้ศักดา พลอยขวัญมองเพชรรุ้งอย่างขัดใจ เมื่อไปเจอกันที่ ทางเดินหน้าห้องทำงานในเรือนใหญ่ พลอยขวัญบ่นใส่เพชรรุ้งว่า ให้พ่อไปเจรจากับจรัญเหมือนลดตัวลงไปหาพวกสวะ

“พี่แค่ไม่อยากเห็นการนองเลือด” เพชรรุ้งชี้แจง พลอยขวัญเสียงแข็งว่าพวกมันเป็นฝ่ายผิดก็ต้องชดใช้ เพชรรุ้งเตือนสติน้องว่า “บ้านเมืองมีกฎหมายนะพลอยขวัญ จะทำอะไรอย่าลํ้าเส้น”

แม้พลอยขวัญจะเงียบไป แต่ใจไม่ยอมแพ้ มองตามพี่สาวไปอย่างขัดใจ

ooooooo

ที่โรงแรมสันติภาพของเฮียเส็ง มีพวกต้อนวัวร่อนเร่กลุ่มหนึ่งกำลังชกต่อยกันเอาเป็นเอาตายจนห้องโถงโรงแรมแทบพังพินาศ จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ขวดเหล้าบนโต๊ะระเบิดกระจุย ทำให้ทุกคนหยุดหันมอง เห็นเฮียเส็งกับครกยืนจังก้า เฮียเส็งประกาศกร้าวว่า

“ไอ้พวกจรจัด! ห้ามสู้กันในโรงแรมสันติภาพโว้ย ถ้าจะฆ่ากันให้ไปที่ทางเสือผ่านโน่น”

“ทางเสือผ่าน” ที่เฮียเส็งเอ่ยถึง เป็นซอกตึกที่มีขนาดไม่กว้างนัก กลายเป็นที่ดวลกันของคู่อาฆาต โดยมีเฮียเส็งเป็นกรรมการ เฮียเส็งประกาศกติกาการดวลว่า

“ที่ทางเสือผ่าน พวกมึงจะดวลยังไงก็ได้ จะกี่คนกี่ยกไม่มีเกี่ยง  กติกามีข้อเดียวคือ  ต้องทิ้งทรัพย์สินมีค่าเอาไว้  เพราะมันคือรางวัลสำหรับคนที่ชนะ และเป็นค่าทำศพของคนแพ้”

เฮียเส็งเป็นกรรมการ เมื่อทั้งสองฝ่ายถอดของมีค่าโยนลงพื้นแล้ว เฮียเส็งล้วงเหรียญเงินออกมาประกาศกร้าว “เมื่อเหรียญตกถึงพื้นเมื่อไหร่ ให้เริ่มยิงได้ทันที!”

เฮียเส็งโยนเหรียญขึ้นกลางอากาศ ทันทีที่เหรียญตกถึงพื้น เสียงปืนก็แผดขึ้น ทั้งคู่สาดกระสุนใส่กันไม่ยั้ง สุดท้ายตายทั้งคู่ เฮียเส็งให้ครกไปเก็บทรัพย์สินของทั้งสองคน ครกถามว่าถ้าอย่างนั้นทรัพย์สินนี้ก็จ่ายเป็นค่าทำศพหมดเลยหรือเปล่า

“ค่าทำศพมันไม่มีอัฐหรอกโว้ย พวกนี้มันต้องจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมต่างหาก” เฮียเส็งประกาศแล้วฉกทรัพย์สินไปทั้งหมด พูดอย่างสะใจ “สมน้ำหน้า เสือกพังร้านกูดีนัก”

ว่าแล้วเฮียเส็งก็เดินไปพร้อมทรัพย์สินของคนตายทั้งสอง ครกหันมองสองศพนั้นอย่างสมเพช  หลังจากนั้น  ศพของคนจรทั้งสองก็ถูกลูกจ้างชั่วคราวของทางอำเภอมาขนออกไปจากทางเสือผ่าน

ooooooo

วิไลบาร์อยู่ใกล้ๆกับโรงแรมสันติภาพ รานีปัก หลักคอยการกลับมาของสาโรจน์อยู่ที่นี่และดูแลบาร์

วันนี้ ที่โรงแรมสันติภาพมีชายบึกบึนสามคนเดินฝ่าแดดเปรี้ยงตรงมา ทั้งสามเป็นพ่อลูกกัน โดยคนเป็นพ่อแบกขวานนำหน้าลูกชายสองคน คนหนึ่งแบกปืนของตัวเอง อีกคนแบกทั้งของตัวเองและของพ่อ เขาคือนายไม้กับลูกนั่นเอง ทั้งหมดบ่ายหน้ามาที่วิไลบาร์

ภายในบาร์ จรัญกำลังดวลเหล้าดูบุหลันเต้นโชว์อย่างร้อนแรงอยู่บนโต๊ะ

เมื่อนายไม้มาถึงหน้าบาร์  ลูกชายส่งปืนให้พ่อ  นายไม้ ยิงปืนขึ้นฟ้าตะโกนท้า

“ไอ้จรัญ ไอ้สารเลว เอ็งโผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้!”

ครู่เดียว จรัญกับสมุนอาวุธครบมือก็เดินออกมา ต่างชะงักเมื่อมีเสียงขวับๆๆ แล้วขวานเล่มหนึ่งก็บินมาปักที่ประตูร้านอย่างแม่นยำ นายไม้ถามทันทีว่า “เอ็งใช่ไหมที่ส่งคนไปฆ่าไอ้ขาวกับเมีย”

เห็นจรัญทำไขสือ นายไม้ด่าว่าไม่ต้องมาทำไก๋เพราะชาวบ้านรู้กันหมดแล้วว่าเขาเที่ยวกว้านซื้อที่แถวนี้เพื่อจะยึดไร่ฟ้ารุ่ง จรัญยังทำหน้าตายถามว่า “แล้วไง”

นายไม้ประกาศกร้าวว่าตนไม่ขายและไม่รอให้จรัญลงมือก่อนด้วย วันนี้มาท้าดวลกันให้ตายไปข้างหนึ่งเลย จรัญทำเป็นใจเย็นบอกว่าไม่อยากเห็นใครต้องมาเลือดตกยางออกกันที่นี่ นายไม้ด่าอย่างโกรธจัดว่า

“ไอ้ขี้ขลาด  เอ็งกลัวสิไม่ว่า  เฮ้ย...ไอ้จรัญมันหางจุกก้น มันไม่กล้าดวลกับข้าเว้ย” นายไม้ป่าวร้อง แต่เสียงไม่ทันขาดก็ถูกจรัญยิงรัวใส่ นายไม้กับลูกสองคนช่วยกันยิงตอบโต้

ตัวนายไม้บาดเจ็บพยายามคลานไปหยิบปืน ถูกจรัญถือปืนเดินเข้ามาถีบหน้านายไม้หงายขึ้น นายไม้พยายามด่ากระท่อนกระแท่นว่าจรัญยิงตนทีเผลอ แต่จรัญไม่แยแสตวัดเท้าใช้สเปอร์เฉือนหน้านายไม้จนเลือดพุ่ง เท่านั้นไม่พอจรัญยิงซํ้าจนนายไม้ตายแล้วประกาศแก่ทุกคนที่นั่นว่า

“ทุกคนจำไว้ ที่นี่คือเมืองภูพระกาฬ ที่นี่มีความยุติธรรมและมีกฎหมายแต่มันต้องขึ้นอยู่กับความพอใจของฉัน นายจรัญ  ที่เป็นเจ้าของเมืองนี้และเป็นเจ้าชีวิตของพวกแกทุกคน”

ขณะนั้นเองเฮียเส็งกับครกเดินแหวกคนเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น จรัญกวาดตาไปเจอแต่ยังพูดต่อ

“ถ้าใครข้องใจละก็ ไปร้องเรียนกับทางนายอำเภอได้เลย เชิญ!”

เฮียเส็งฮึดฮัดทำท่าจะโต้เถียงแต่ครกสะกิดเตือนไว้ก่อน ฝ่ายจรัญแสยะยิ้มแล้วเดินกลับเข้าบาร์ท่ามกลางเสียงโห่ฮาและยิงปืนขึ้นฟ้าอย่างคึกคะนองของพวกสมุน ชาวบ้านพากันมองอย่างหวาดกลัว

เมื่อเข้าไปในบาร์แล้ว จรัญสั่งเก็บเงิน มองบุหลัน ถามว่าชื่ออะไร อยากไปอยู่กับตนไหม บุหลันถามว่าอยู่ในฐานะอะไร จรัญตอบกวนๆว่า “นางบำเรอ ถ้าเธอไม่รังเกียจ”

บุหลันซึ่งหลงใหลพลอยที่ห้อยคอจรัญตั้งแต่เสพสำราญด้วยกัน ยักไหล่แบบยังไงก็ได้ สุดท้ายก็ตามจรัญไป จรัญหยิบถุงเทพลอยลงบนเตียง บุหลันมองตาลุกวาว จรัญสั่งเข้มว่า

“จงซื่อสัตย์และให้ความสุขกับฉัน  แล้วเธอจะได้ทุกอย่าง”

ไม่มีอะไรที่บุหลันจะทำไม่ได้เพื่อแลกกับพลอย เหล่านั้น...

ooooooo

หลายวันต่อมา นายอำเภอพร้อมผู้ช่วยสองคนคือถาวรกับสมใจ ก็ไปหาจรัญที่บ้านพักของเขา บอกจรัญว่า ศักดาเจ้าของไร่ฟ้ารุ่งวานให้ตนมานัดเจรจากับพ่อเลี้ยง ถาวรช่วยเสริมว่า เพราะศักดาสงสัยว่าพ่อเลี้ยงกำลังบีบให้เขาขายที่ทางอ้อมเลยไม่ค่อยพอใจ

“เขาว่าพ่อเลี้ยงไปก่อกวนป่วนไร่เขาด้วยครับ แถมยังขู่ว่าถ้าพ่อเลี้ยงไม่ยอมถอยไปละก็ รับรองได้เปิดศึกกันแน่” สมใจเติมรายละเอียด

จรัญแค่นยิ้มย้อนถามนายอำเภอว่าคิดว่าควรทำอย่างไร นายอำเภอบอกว่าตนก็ต้องว่าไปตามกฎหมายไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก แต่พอจรัญถามว่าถ้าตนมีข้อเสนอชวนให้แบ่งล่ะจะสนหรือเปล่า นายอำเภอมองหน้าผู้ช่วยทั้งสองอึ้งไปนิดหนึ่งก่อนถามเสียงแผ่วลงว่า “เยอะไหม...”

ในที่สุด นายอำเภอก็ได้รับซองใส่เงินมาปึกใหญ่ ระหว่างทางเปิดซองดูแล้วถามผู้ช่วยทั้งสองว่าเยอะขนาดนี้เอาไงดี สมใจยืนยันว่าให้ทำตามกฎหมายอย่างที่นายอำเภอว่า แต่ถาวรเสนอให้ยึดผลประโยชน์ของเราเป็นที่ตั้งโดยไม่เกี่ยงสีไม่เกี่ยงฝ่ายถ้าได้ตังค์

ถามความเห็นผู้ช่วยทั้งสองที่มีความเห็นต่างกัน นายอำเภอตัดสินใจว่า อยู่ภูพระกาฬอย่าเพิ่งห่วงกฎหมายเลยห่วงชีวิตตัวเองก่อนดีกว่า สมใจที่มีความเห็นต่างกันจึงได้แต่ยิ้มแหยๆ ไม่กล้าเถียง

ooooooo

ยศผู้มีความรักและซื่อสัตย์ต่อภูผาตลอดมา มีความเห็นต่างกับเดชาลูกเลี้ยงของตัวเอง โดยยศพยายามที่จะปกป้องรักษาไร่ฟ้ารุ่งของภูผาไว้ แต่เดชากลับเห็นว่าอยากให้ศักดาขายให้จรัญเสียบางส่วนเพื่อเรื่องจะได้จบและยังได้ถือหุ้นร่วมกันด้วย เพราะจรัญรวยกว่าศักดา

“มันค้าของเถื่อน กดขี่รีดไถชาวบ้าน แกอย่าไปหลงชื่นชมมันนะไอ้เดชา ไม่งั้นแกกับฉันตัดขาดกันแน่” ยศรับไม่ได้กับท่าทีของเดชา แต่เดชากลับเถียงว่าสมบัติไม่ใช่ของเราจะหวงไปทำไม ศักดามีบุญคุณกับพ่อนักหรือ

“ถึงมีก็ไม่เท่าคุณภูผา แกรู้ไว้นะไอ้เดชา ที่ดินทุก หย่อมหญ้าในไร่ฟ้ารุ่งตอนนี้ ความจริงเป็นของคุณหนูภูตะวัน ลูกของคุณภูผาและฉันจะพิทักษ์มันเอาไว้จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย”

เดชาทำเป็นยกมือยอมแพ้อย่างประชด พูดเย้ยๆว่าป่านนี้ภูตะวันตายไปแล้วมั้ง

หารู้ไม่ ภูตะวันในวันนี้เติบใหญ่แข็งกล้าทั้งร่างกายและศิลปะการต่อสู้อย่างช่ำช่องจากการสอนของสาโรจน์ วันนี้ ก็ช่วยนายช่างที่โรงเลื่อยไม้ต่อสู้กับคนงานนักเลงที่หาเรื่องกับนายช่างจนมันถูกเตะสลบตกน้ำ

สาโรจน์มายืนกอดอกดูอยู่เงียบๆนานแล้ว เมื่อพากันไปห้องทำงานนายช่างเอาน้ำมาเสิร์ฟแล้วนั่งชี้แจงว่า คนงานที่ก่อเรื่องพยายามรีดไถเงินจากตน สาโรจน์บอกว่าตนเคยห้ามภูตะวันแล้วว่าไม่ให้มีเรื่องกับใคร แต่นายช่างชมว่า

“เขาเป็นเด็กดี ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงเขา เดือนหน้าผมจะย้ายไปคุมงานที่เมืองหลวง ผมอยากจะชวนเขาไปด้วย” สาโรจน์ถามว่าเพื่ออะไร “เขาพูดภาษาอังกฤษได้ เขาบอกว่า คุณสอนเขาเอง แถมเขายังเรียนรู้งานช่างไวกว่าคนอื่น เขามีอนาคต” แต่พอสาโรจน์ส่ายหน้าปฏิเสธ นายช่างถามว่า “ผมไม่เข้าใจ คุณจะเหนี่ยวรั้งเขาไว้กลางป่าแบบนี้ทำไม”

ooooooo

ภูตะวันเองเมื่อรู้ว่าถูกสาโรจน์ปฏิเสธ เขารับไม่ได้ ถามว่าทำไมไม่ถามตนสักคำว่าอยากไปเมืองหลวงหรือเปล่า ตนอยากไปเป็นนายช่าง มีเงินเดือนสูงๆหรืออาอยากเห็นตนดักดานอยู่ที่นี่ตลอดชีวิต

เป็นความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะไม่มีวันเข้าใจกัน เมื่อภูตะวันอยากไปเพื่อความก้าวหน้าในชีวิต แต่สาโรจน์ไม่อยากให้ไปเพราะเกรงไม่ปลอดภัย

ภูตะวันแข็งข้อประกาศว่าตนจะตัดสินใจเอง สาโรจน์ตวาดว่า “แกไม่มีสิทธิ์มาเถียงฉัน” แต่ภูตะวันถือว่ามันคือชีวิตของตน สาโรจน์เองต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์ ทั้งคู่เถียงและแยกกันด้วยความไม่พอใจรุนแรง

สาโรจน์ไปนั่งที่ริมลำธาร สถานที่ที่เขาใช้เป็นลานสอนอาวุธและการต่อสู้แก่ภูตะวันจนแข็งกล้าช่ำชอง คิดถึงอดีตแล้ว สาโรจน์ก็กลับมานั่งดื่มในกระท่อม พึมพำอย่างเจ็บปวด

“ไอ้เด็กหัวดื้อ พูดมาได้ว่าไม่มีสิทธิ์ เฮอะ ถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้แกตายไปนานแล้วโว้ย...ถ้าไม่มีฉัน พวกมันต้องฆ่าแกแน่ สักวันนึง สักวันมันต้องตามมาที่นี่...”

สาโรจน์ดื่มจนเมามายเหนื่อยล้ากับการดูแลความปลอดภัยให้ภูตะวันมานับสิบปี

ooooooo

นายอำเภอรับเป็นผู้ติดต่อให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันที่โรงแรมสันติภาพของเฮียเส็ง โดยฝ่ายศักดามีเพชรรุ้ง พลอยขวัญ ยศ เดชา และสมุน ฝ่ายจรัญมีบุหลัน ก้อน และสมุน และที่โรงแรมมีเฮียเส็งกับครกคอยสังเกตการณ์

การเจรจาล้มเหลวเมื่อฝ่ายศักดาไม่ยอมขายที่ดินให้ ซ้ำเพชรรุ้งยังด่าจรัญที่กว้านซื้อที่ดินชาวบ้านแล้วไม่ทำอะไรซ้ำยังพยายามเปลี่ยนทางน้ำไม่ให้ไหลเข้าในพื้นที่ของเรา แต่ที่ดินของตัวเองนอกจากไม่ปลูกอะไรแล้วยังตั้งหน้าตั้งตาขุดเป็นบ้าเป็นหลังด้วย

“นี่ทุกคนคงนึกว่าฉันเป็นบ้าไปแล้วละมั้ง ฉันไม่ได้บ้า จะบอกความจริงให้เอาบุญก็ได้” จรัญท้า ถูกศักดาขัดขึ้นว่าอย่าพูดจาเหลวไหล จรัญโต้ทันทีว่า “จะกลัวทำไมล่ะคุณศักดา บอกทุกคนเขาไปสิว่ามีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่ในไร่ฟ้ารุ่ง”

ศักดาพยายามที่จะปกปิด แต่จรัญพยายามเปิดยืนยันด้วยการควักจี้พลอยที่ห้อยคอออกมาเป็นหลักฐานทั้งยังประกาศว่าสักวันตนจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าตนพูดความจริง ถึงวันนั้นเมื่อไรไร่ฟ้ารุ่งจะต้องตกเป็นของตน

การเจรจากลับกลายเป็นการเผยความลับขุมทรัพย์ใต้ดิน ซ้ำจรัญยังประกาศจะยึดครองไร่ฟ้ารุ่งด้วย บรรยากาศระอุเดือดเมื่อพลอยขวัญชักปืนออกมาเล็งใส่จรัญด่าไอ้ปากเสีย ก้อนก็ชักปืนใส่พลอยขวัญเช่นกัน

ในที่สุดทั้งศักดาและจรัญสั่งให้ทุกคนหยุดเก็บปืนให้หมด ศักดายืนเผชิญหน้าจรัญประกาศว่า

“เราไม่จำเป็นต้องคุยกันอีกแล้วจรัญ แต่จำไว้ถ้าคนของแกยังบุกมาเพ่นพ่านในไร่ฟ้ารุ่งอีกละก็ ฉันเอาตายแน่”

“ย่อมได้คุณศักดา” จรัญตอบอย่างท้าทาย

นายอำเภอพูดกับถาวรและสมใจขณะกลับถึงอำเภอว่า ที่ดินแถวนี้เคยมีคนพบสายแร่พลอยอยู่หลายจุดเมือง

ภูพระกาฬก่อตั้งขึ้นมาได้ก็เพราะแบบนี้ สมใจดูแผนที่แล้วเปรยๆว่าดูเหมือนส่วนใหญ่จะเจออยู่แถวๆไร่ฟ้ารุ่ง นายอำเภอคาดว่าถ้าเรื่องที่จรัญพูดเป็นความจริง มีหวังเมืองนี้ได้โกลาหลกันยกใหญ่แน่...

ไม่นานก็มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไปร่อนหาแร่หาพลอยกันตามแนวลำธาร มีคนเจอพลอยร้องบอกคนอื่นด้วยความดีใจ ปรากฏว่าไม่ทันไร ก็เกิดฆ่ากันตายเพราะแย่งพลอยเม็ดนั้น สายน้ำเริ่มแดงฉานด้วยสีเลือดแล้ว!

สาโรจน์ถูกตามล่ามาเป็นเวลาช้านาน เมื่อได้เบาะแสก็ส่งนักฆ่าบุกไปที่กระท่อมของเขา แต่นักฆ่าเหล่านั้นก็ถูกนักฆ่ามือฉมังกว่าอย่างสาโรจน์กำจัดเสียสิ้นตั้งแต่เริ่มล่องตามแม่นํ้ามายังไม่ทันขึ้นฝั่งด้วยซํ้า

แต่ยังมีอีกสองคนคือ ย้งกับเหลียง มือมีดกับมือกริช ทั้งสองไปสอบถามที่โรงเลื่อยจนรู้ที่อยู่ของสาโรจน์ ลุยไปถึงกระท่อมล้อมกรอบสาโรจน์ เขาถามว่าใครส่งมา ศักดาใช่ไหม

ย้งมือกริชบอกว่าตนไม่รู้ เพราะรับงานมาจากเจ้านายอีกทอดหนึ่ง เขากำชับให้ฆ่าสาโรจน์กับเด็กหนุ่มที่ชื่อภูตะวันให้ได้ สาโรจน์ถามว่า “พวกมันรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่”

“ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาสาโรจน์ แกต้องไม่เชื่อแน่ๆว่าทุกคนตามหาแกมานานแค่ไหน” ย้งบอกขณะเผชิญหน้ากัน

แม้จะตกอยู่ในสภาพที่ถูกกระทำและตัวคนเดียว แต่สาโรจน์ก็สามารถกำจัดทั้งย้งและเหลียงดับดิ้นไปทั้งสองคน

ooooooo

ภูตะวันนั่งปรึกษากับนายช่าง เขาอยากไปทำงานในเมืองกับนายช่าง แต่นายช่างก็ไม่อาจตามใจเขาได้ ยํ้าว่าเขาต้องได้รับอนุญาตจากอาก่อน ภูตะวันฮึดฮัดบอกว่าตนไม่แคร์ เพราะสาโรจน์ไม่ใช่ญาติ ไม่มีสิทธิ์ขังตนไว้ที่นี่

“แต่เขาเป็นคนเลี้ยงเธอมานะ บอกตามตรงฉันไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนทุ่มเทเพื่อลูกของคนอื่นได้มากขนาดนี้ อาของเธออาจจะขี้เมา อาจจะโมโหร้าย แต่เขาเป็นคนที่น่านับถือ”

คำเตือนของนายช่างทำให้ภูตะวันอึ้งไป และเมื่อเขาซื้ออาหารหิ้วกลับไปที่กระท่อม เห็นรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่หน้าบ้าน และสาโรจน์ก็ทำแผลให้ตัวเองเรียบร้อยแล้ว ภูตะวันถามว่ารถใครหรือนิ้งเป็นบ้าเลย

“ของเพื่อนฉันเอง เขาเอามาฝากไว้” สาโรจน์ตอบนิ่งๆ ครั้นภูตะวันถามว่าแล้วเพื่อนอาไปไหนแล้ว สาโรจน์นิ่งคิดก่อนตอบเป็นนัยว่า “ป่านนี้คงไปถึงปากแม่นํ้าแล้วมั้ง”

ความเป็นห่วงภูตะวัน ทำให้คืนนี้สาโรจน์เขียนจดหมาย เมื่อภูตะวันหลับแล้ว วันต่อมายศก็ได้รับจดหมายนี้จากนกเหยี่ยวที่มาเกาะตรงระเบียง ยศดีใจมากรีบเปิดจดหมายอ่าน

“ฉันอยากเจรจากับศักดา ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะทำร้ายเขา ช่วยนัดเวลาให้ด้วย สาโรจน์”

ยศรีบไปหาศักดาเอาจดหมายของสาโรจน์ให้อ่าน ยอมรับผิดกับศักดาว่าตนติดต่อสาโรจน์แค่อยากรู้ข่าวของภูตะวันเท่านั้น ศักดาพูดอย่างนักเลงว่าตนไม่โกรธและเข้าใจเขากับสาโรจน์ดี อีกทั้งถ้ายศคิดจะฆ่าตนก็คงฆ่าไปนานแล้ว บอกยศว่า

“ดีเหมือนกัน ฉันเองก็จะได้ปรับความเข้าใจกับเขาเรื่องภูผาเสียที” ยศดีใจถามว่าจะนัดพบกันที่นี่เลยไหม “ไม่...ที่อื่น ที่ไหนก็ได้ที่เขาจะรู้สึกปลอดภัย”

เดชามาแอบได้ยินตั้งแต่ต้น เก็บรายละเอียดทุกเม็ด หรี่ตาข้างหนึ่งอย่างครุ่นคิด...

เพียงวันรุ่งขึ้น เดชาก็รีบไปรายงานข่าวสาโรจน์จะเข้าเมืองแก่จรัญถึงบ้าน ได้รับรางวัลเป็นเงินมาก้อนหนึ่ง เดชามองอย่างกระหยิ่ม ก่อนออกมาเดชามีข้อแม้กับจรัญว่างานนี้อย่าให้พ่อตนโดนลูกหลง ออกมาเห็นบุหลันทิ้งสายตาให้ก็ผยองว่าสักวันตนจะต้องทาบรัศมีจรัญให้ได้

ooooooo

รุ่งขึ้นสาโรจน์บอกภูตะวันว่าจะเข้าเมืองสักวันสองวัน ช่วงนี้อย่าก่อเรื่องอะไรอีก ภูตะวันถามเรื่อง งานในเมืองของตน สาโรจน์ตอบง่ายดายว่า

“ไม่ต้องพูดแล้ว ชีวิตของแก แกอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะไม่ต้องถามฉัน” ทำเอาภูตะวันงงที่อยู่ๆสาโรจน์ก็เปลี่ยนใจง่ายๆ

จรัญได้ข่าวจากเดชาก็ไปบอกวันชัยที่นอนสูบฝิ่นนํ้าจนผอมโกรกเหมือนผีตายซาก พอรู้ว่าสาโรจน์จะมาภูพระกาฬ วันชัยมองมือตัวเองที่ต้องใช้แขนเทียมอย่างแค้นใจ ย่องแย่งคว้าปืนออกไปทั้งที่ต้องมีสมุนคอยประคอง

ฝ่ายนายอำเภอกับถาวรได้รับของอภินันทนาการจากจรัญกำลังแช่ตัวในอ่างไม้มีนางบำเรอสองคนคอยปรนเปรอ ทำกันบนที่ว่าการอย่างโจ๋งครึ่ม แต่ไม่ทันได้สำราญเต็มอิ่ม ก้อนก็มาบอกว่าพ่อเลี้ยงจรัญมีงานให้ทำเลยจำต้องลุกจากอ่าง

สาโรจน์มาถึงแล้ว เขาอดชำเลืองไปทางวิไลบาร์ไม่ได้แต่ก็ตัดใจเดินเข้าไปในโรงแรมสันติภาพอันเป็นที่นัดพบกับศักดา เฮียเส็งเห็นสาโรจน์ก็ยิ้มให้บอกว่าศักดารออยู่ห้องที่สามทางซ้ายมือ แต่พอเขาจะเดินไป ยศก็มาขวางบอกว่าศักดาอยากพบเขาตามลำพัง พร้อมกับแบมือขอปืนยาวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

“ก็ได้ ฉันเชื่อใจนาย” สาโรจน์ส่งปืนยาวให้ยํ้าว่า “ปืนยาวเพื่อแสดงความบริสุทธ์ิใจ แต่ถ้าให้ปลดปืนสั้นด้วยละก็ นายให้ฉันแก้ผ้ายังดีเสียกว่า” พูดแล้วสาโรจน์เดินเลี่ยงไป แอบเลิกชายเสื้อให้ด้ามปืนโผล่มาเพื่อสะดวกใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ooooooo

ศักดาจำได้กระทั่งเสียงเดินของสาโรจน์ พอเขาเดินเข้าใกล้เท่านั้นศักดาก็ร้องทักทันที เชิญให้เข้ามาต่างวางท่าแบบมากันอย่างลูกผู้ชาย แต่ต่างก็แอบซ่อนปืนของตัวเองไว้

เพชรรุ้งเอะใจเมื่อเห็นพ่อหายไปคาดคั้นถามจากเดชา พอรู้ว่าไปไหนก็คว้าปืนขึ้นรถ พลอยขวัญกระโดดขึ้นรถขอตามไปด้วยโดยให้เดชาเป็นคนขับ

ส่วนจรัญให้ก้องไปตามนายอำเภอมาขอให้ออกหมาย จับสาโรจน์ให้ตน เพราะได้ข่าวว่าสาโรจน์มาพบศักดาที่ภูพระ-กาฬ สมใจถามว่าจรัญไม่ใช่เจ้าหน้าที่จะเอาหมายจับไปทำไม

“ผมเป็นพลเมืองดี คุณผู้ช่วย ผมก็แค่อยากฆ่าไอ้สาโรจน์อย่างถูกกฎหมายเท่านั้นเอง” จรัญยิ้มเหี้ยม นายอำเภอกระซิบถามถาวรว่าเอาไงดี

“เลยตามเลยครับนายอำเภอ  รับเงินเขามาแล้วนี่ครับ” ถาวรกระซิบตอบ

ทันใดนั้นมีเสียงตึงตังโครมครามดังขึ้น ทุกคนหันมอง จึงเห็นวันชัยเดินโซเซเข้ามา ไม่วายชี้หน้าทำกร่างกับพวกนายอำเภอว่าต้องตายเรียงตัว แล้วปลีกตัวไปขึ้นรถโดยมีสมุนคอยประคอง

ooooooo

ขณะนั่งดื่มกันในห้อง ศักดาบอกสาโรจน์ว่าตนดีใจที่ได้เห็นหน้ากันก่อนตายเพราะตนคิดอยู่เสมอว่าต้องปรับความเข้าใจกันเรื่องภูผาให้ได้  สาโรจน์สวนไปทันทีว่าคนที่เขาต้องปรับความเข้าใจคือภูตะวัน ต่างหากไม่ใช่ตน

ศักดาถามว่าถ้าอย่างนั้นเขามาทำไม สาโรจน์พูดอย่างไม่ปิดบังว่า

“ตอนนี้ภูตะวันเป็นหนุ่มแล้ว ในฐานะที่เขาเคยเป็นทายาทของไร่ฟ้ารุ่ง เขาควรจะมีชีวิตที่สุขสบายกว่านี้” ศักดาให้เสนอเงื่อนไขมา “ฉันแค่ต้องการเงินก้อนนึงให้ภูตะวันเก็บไว้ตั้งตัว หรือไม่ก็เผื่อไว้ยามฉุกเฉิน”

ศักดาถามว่าแค่นั้นเองหรือ สาโรจน์ยืนยันว่า “ใช่แค่นั้น แค่สมบัติครึ่งนึงของแก”

ศักดาชะงักมองหน้าสาโรจน์นิ่ง แต่มือเริ่มควานหา ปืนที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ แต่ไม่ทันเกิดอะไรขึ้น ก็มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าโรงแรม มองลงไปเห็นจรัญกับพวกและนายอำเภอแห่กันมาเป็นโขยง

“ศักดา แกหลอกฉัน” สาโรจน์หันขวับใส่ทันที ศักดาปฏิเสธแต่มือชักปืนออกมาแล้วสั่งสาโรจน์อย่าขยับ อย่าบังคับ ให้ตนต้องทำร้ายเขาอีก สาโรจน์มองอย่างเจ็บแค้น คำรามเบาๆ

“ในที่สุด แกก็มาไม้นี้อีกจนได้ ไอ้ทรยศ!”

ooooooo

ตอนที่ 1

“ภูพระกาฬ” ดินแดนแห่งความรักและความแค้น...

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในยามที่บ้านเมืองต้อง กลียุค เงินคือพระเจ้า กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่จะยึดเหนี่ยวได้อีกต่อไป ชีวิต...มีอยู่สองทางเลือก คือการเข่นฆ่าเพื่อให้ได้มาและการตกเป็นเหยื่อ ผู้คนมีลมหายใจอยู่ได้ด้วยการเอารัด เอาเปรียบ กินเลือดกินเนื้อซึ่งกันและกัน

และนี่คือเรื่องราวของดินแดนที่ได้ชื่อว่า “ภูพระกาฬ”

ณ ดินแดนแห่งนี้ คือที่ตั้งของไร่ฟ้ารุ่ง...

ท่ามกลางขุนเขาลำเนาไพรที่เขียวชอุ่ม ชีวิตหนึ่ง กำลังจะถูกพรากไปจากอีกชีวิตหนึ่งที่เป็นคนรัก

ภูตะวัน...กอดร่างโชกเลือดของเพชรรุ้งไว้ในอ้อมแขนกระชับในร่างที่ชุ่มเลือดของตัวเอง...เลือดกับเลือด โชกชุ่มกันอยู่ จนไม่รู้ว่าเป็นเลือดเขาหรือเลือดเธอ...

ท่ามกลางความเจ็บปวดทั้งกายและใจอย่างสาหัสนี้ภูตะวันรำพันความเจ็บร้าวกับร่างในอ้อมกอด...

“เคยมีคนบอกว่า สิ่งที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกนี้ ก็คือความรัก กับความแค้น เพราะมันสามารถผลักดันให้คนเราทำเรื่องราวได้ทุกอย่าง...ในหัวใจของผม เคยเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกเหล่านั้น จนกระทั่ง...เมื่อใครบางคนจากไป ทุกอย่าง...ก็จบสิ้นลง...”

ภูตะวันร่ำไห้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง โหยหวน เมื่อมือของเพชรรุ้งที่กอดเขาอยู่ร่วงหล่นลงข้างกาย...ภูตะวันกอดร่างที่ไร้ลมหายใจของเพชรรุ้งอย่างเดียวดาย...

ooooooo

เมื่อ 14 ปีก่อน

ที่กระท่อมกลางป่า นกเหยี่ยวตัวหนึ่งโฉบลงมาเกาะที่ขอบระเบียง สาโรจน์ อดีตทหารผู้ผันตัวมาเป็นนักฆ่าฝีมือฉกาจ เพื่อนรักของภูผาพ่อของภูตะวัน ออกจากกระท่อมมาปลดจดหมายออกจากกระบอกทองเหลืองเล็กๆที่ขาของมัน

อ่านจดหมายแล้ว สาโรจน์รำพึงออกมาด้วยแววตา คมกล้า

“ในที่สุด...วันนี้ก็มาถึงจนได้...ศักดา ภูผา”

ooooooo

ที่เนินเขาในเขตไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาและภูผาที่ถูกเอ่ยถึง ขี่ม้ายืนคู่กันอยู่บนเนินเขาแห่งหนึ่ง ทอดสายตามองฝูงวัวที่คนงานกำลังต้อนกลับเข้าคอกอย่างอิ่มเอมใจ...ไร่ฟ้ารุ่งในยามนี้ไม่ต่างอะไรกับสวรรค์บนดินของคนทั้งสอง

“ที่นี่ยังคงงดงามเหมือนเดิม แกว่าไหมศักดา เหมือนเมื่อสิบปีก่อนตอนที่เรามาบุกเบิกด้วยกัน” ภูผาเอ่ย ศักดาพยักหน้ารำพึงถึงอดีตว่า ตอนนั้นมันเป็นแค่ที่ดินรกร้างผืนหนึ่งเท่านั้น

ภูผาหันมองหน้าเพื่อนบอกว่า แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ศักดาหันสบตาเอ่ยทันที “ระหว่างแกกับฉันก็เหมือนกัน”

“แกคิดแบบนั้นเหรอเพื่อน” ภูผาถาม ศักดาไม่ตอบแต่มองภูผาอย่างปวดร้าว ต่างมองหน้ากันเงียบงัน

ครู่หนึ่ง ศักดาล้วงบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อส่งให้ภูผา มันคือพลอยที่ยังไม่ได้เจียระไนและยังมีคราบโคลน

ติดอยู่ ภูผามองอึ้งนิดๆ จนเมื่อศักดาแบ่งพลอยให้ภูผาครึ่งหนึ่ง แต่ภูผากลับหยิบเอาไปทั้งหมด

ศักดาแค่นหัวเราะแค้นออกมา มองเพื่อนรักด้วยสายตาอำมหิต ขณะประเมินเพื่อนรักว่า

“ธาตุแท้ของแก มันก็เหมือนกับพลอยเม็ดนี้ภูผา

สวยงามแต่ดักดาน ต่างกันแค่ว่าพลอยมันเจียระไนได้ แต่เดรัจฉานอย่างแก...ไม่มีวันเป็นแบบนั้น”

คำพูดและแววตาของศักดา เสมือนประกาศปิดฉากมิตรภาพที่เคยมีต่อกันอย่างสิ้นเยื่อไม่เหลือใย!

ooooooo

ไร่ข้าวโพดในไร่ฟ้ารุ่ง ข้าวโพดกำลังออกฝัก ต้นข้าวโพดสูงท่วมหัว เป็นสถานที่ที่พวกเด็กๆชอบมาเล่นซ่อนหากันอย่างสนุกสนาน

ด.ช.ภูตะวัน ลูกชายภูผา ด.ญ.เพชรรุ้ง ลูกสาวศักดา ในวัยไล่เลี่ยที่โตมาด้วยกันกำลังเล่นซ่อนหากันอยู่ เพชรรุ้งไปซ่อนถูกภูตะวันจับได้ก็บ่นกระปอดกระแปดว่า เพิ่งซ่อนแป๊บเดียวเอง ภูตะวันขัดว่าแพ้แล้วอย่าโกง

เล่นกันทีไรก็งอนใส่กันทุกที แต่ภูตะวันก็มีวิธีเอาใจให้เพชรรุ้งหายงอน ด้วยการทำกังหันลมจากใบข้าวโพดให้ แค่นั้น เพชรรุ้งก็ตื่นเต้นจนหายงอนสนิท

ขณะนั้นเอง ด.ช.พรลูกคนงานในวัยเดียวกันมาตะโกนเรียกบอกว่าคุณผู้หญิงให้มาตาม เด็กทั้งสองจึงชวนกันกลับ

คุณผู้หญิงที่พรเอ่ยถึงคือ อุษาแม่ของภูตะวันนั่นเอง เมื่อเด็กๆกลับมาถึงเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง อุษาที่กำลังท้องแก่ก็เอาขนมมาตั้งที่โต๊ะตรงระเบียง เรียกเด็กๆให้มาทานขนมกัน ภูตะวันกับเพชรรุ้งวิ่งขึ้นไป พรเลียปากแผล็บพึมพำ “ลาภปากมาแล้ว”

ขณะเด็กๆกำลังทานขนมกันนั่นเอง ศักดาขี่ม้ามายืนอยู่แถวนั้นร้องเรียกเพชรรุ้งให้กลับบ้าน อุษาเอะใจกับท่าทีแข็งกระด้างของศักดา เธอยิ้มและเชิญชวนมาทานของว่างด้วยกัน ศักดาตอบประชดว่า

“เก็บให้ภูผามันกินคนเดียวเถอะ ตะกละตะกลามอย่างมัน ไม่เคยอิ่มกับเขาหรอก”

ภูตะวันกับอุษามองหน้ากันงงๆ ศักดาไม่สนใจฉุดเพชรรุ้งขึ้นหลังม้าขี่ออกไปโดยไม่ร่ำลาสักคำ อุษาใจหายกับท่าทีนั้น เธอมองไปทางเนินเขาอย่างสังหรณ์ใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างศักดากับภูผาสามีตัวเอง

ooooooo

ภูผายังอยู่ที่เนินเขาในเขตไร่ฟ้ารุ่ง เขานั่งบนหลังม้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด ครู่หนึ่งยศที่ปรึกษาคนสนิทขี่ม้ามาสมทบ ภูผาถามว่าส่งข่าวถึงสาโรจน์หรือยัง ยศพยักหน้าบอกว่าสาโรจน์กำลังจะมาที่นี่ รับปากว่าจะช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องทุกอย่างให้

“ไม่ทันแล้วยศ บอกสาโรจน์ว่าเขาต้องเลือกข้างระหว่างฉันกับศักดา ไม่อย่างนั้นก็ให้กลับไปเสีย”

ยศนิ่งอึ้ง ขณะที่ภูผาทอดสายตาไปข้างหน้าแววตาเหี้ยม

ที่ชายป่า ศักดาขี่ม้าพาเพชรรุ้งกลับบ้าน เจอคนกลุ่มหนึ่งโผล่จากที่ซ่อนในป่าข้างทาง เพชรรุ้งตกใจกลัว ศักดาปลอบลูกว่าไม่มีอะไรเพื่อนพ่อเอง

กลุ่มคนที่โผล่จากป่าข้างทาง คือจรัญ พ่อเลี้ยงผู้มีอิทธิพลในภูพระกาฬกับวันชัยผู้เป็นพี่ชายนั่นเอง ทั้งสองโดดเด่นอยู่ในกลุ่มที่ตามมา เมื่อพบกัน ศักดาพยักหน้าทักทายแล้วบุ้ยหน้าไปข้างหลังถามว่าพร้อมรึยัง

จรัญบอกว่าตนกับพี่ชายพร้อมแน่ทันทีที่ได้รับมัดจำก้อนแรก ศักดาโยนถุงหนังเล็กๆให้ จรัญรับไปเปิดดูในนั้นมีพลอยดิบหลายเม็ด

“ที่เหลือฉันจะจ่ายหลังจากเสร็จงาน” ศักดาบอก จรัญถามว่าจะให้ลงมือเมื่อไร “คืนนี้!” ศักดาตอบสั้นๆแต่เข้ม...เหี้ยม

เวลาเดียวกัน ที่ห้องรับแขกเรือนเล็กของภูผา ยศคนสนิทของเขากำลังจะออกจากบ้าน ถูกผกาผู้เป็นเมียตำหนิต่อว่าถามว่าจะไปไหน วันๆมีแต่งานไม่เคยสนใจลูกเมียเลย

ด.ช.เดชาลูกติดของผกามองผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างหวาดกลัว ยศบ่นว่าข้างนอกกำลังวุ่นวายจะมาชวนทะเลาะอะไรกันตอนนี้ ผกาตวาดสวนไปว่า “แต่ฉันเป็นเมียคุณนะ ไม่ใช่ นางบำเรอ”

“นี่เธอ แม่ม่ายลูกติดอย่างเธอ ได้แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วอย่าเรียกร้องนักเลย” พูดแล้วยศคว้าหมวกมองจิกไปทางเดชาแวบหนึ่งก่อนผละไป

ผกาโวยวายให้ยศกลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน เมื่อไม่สำเร็จก็หันมองเดชาระบายอารมณ์ใส่ว่า

“แกได้ยินแล้วใช่ไหมเดชา เขาไม่เคยเห็นฉันเป็นเมีย ไม่เคยเห็นแกเป็นลูกเสียด้วยซ้ำ ชิ! ใช่สิ ก็แค่แม่ม่าย ลูกติดที่เขาชุบเลี้ยงเอาไว้”

เดชาหน้าจ๋อยก้มหน้าหลบสายตาแม่ จมดิ่งอยู่กับปมด้อยและความไร้ค่าของตัวเอง...

ooooooo

ในเมืองภูพระกาฬ สาโรจน์จูงม้าผ่านประตูเมืองเข้ามา เห็นเด็กๆวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทุกอย่างดูสงบร่มรื่น เขามองภาพเบื้องหน้าอย่างประทับใจ จูงม้าเดินมาจนถึงหน้าโรงแรมสันติภาพ

เฮียเส็งเจ้าของโรงแรมยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าอย่างรอคอยใครบางคน พอเห็นสาโรจน์ก็ทักอย่างประชดประสาคนคุ้นเคยว่า นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก สาโรจน์ย้อนกลับประสาคนคุ้นเคยเช่นกันว่า คงต้องรอให้เฮียเส็งตายไปก่อน เฮียหัวเราะร่วน บอกว่ายาก เพราะหมอดูเคยบอกว่าตนดวงแข็ง

“ไม่มีใครดวงแข็งกว่าลูกปืนหรอกเฮีย เชื่ออั๊วเถอะ” พูดแล้วเดินเลยเข้าไปข้างใน เฮียเส็งหัวเราะเดินตามเข้าไป

เมื่อนั่งดื่มและคุยกันที่โต๊ะ ยศคนสนิทของภูผาเอ่ยขึ้นว่า ท่าทางภูผากับศักดาคงต้องแตกหักกันแน่ เรื่องเจรจาคงไม่มีทางเป็นไปได้ สาโรจน์ถามว่าแล้วจะเอายังไง

“คุณต้องเลือก ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน” ยศทิ้งไพ่ เมื่อ สาโรจน์ลังเล ยศเปรยๆว่า “คุณโรจน์...คุณภูผาเป็นเพื่อนของคุณ เขาช่วยเหลือคุณมาตลอด”

“ศักดาก็เหมือนกัน นายจะให้ฉันช่วยภูผาแล้วฆ่าศักดางั้นเหรอ” สาโรจน์สวนไปทันควัน

“ถ้างั้นคุณก็ควรจะไปจากที่นี่ ไม่งั้นจะเป็นอันตรายเสียเปล่าๆ” ยศเสียงแข็งลุกขึ้นหยิบหมวก ล้วงจดหมาย

ฉบับหนึ่งวางไว้บนโต๊ะบอก “คุณภูผาฝากจดหมายให้คุณช่วยเก็บเอาไว้”

ยศลุกไปแล้ว สาโรจน์ยังนั่งดื่มดับกลุ้มอยู่คนเดียว ครกผู้จัดการร้านที่กำลังนั่งดีดลูกคิดเงยหน้ามองตามยศแล้วหันมองสาโรจน์อย่างเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

เย็นนี้เองที่ชายป่า จรัญ วันชัย และก้อนกับสมุน กำลังวางแผนกันอยู่ จรัญใช้กิ่งไม้ชี้บนแผนที่ไร่ฟ้ารุ่งที่เขียนบนพื้นทรายหยาบๆ พลางอธิบายแผนการ

“พวกเราจะบุกเข้าไปทางนี้ ด่านแรกที่เจอก็คือยามเฝ้าไร่ตรงปากทาง จากนั้นพอเลยเข้าไปก็จะเป็นเรือนพักของพวกคนงาน” อธิบายแล้วเงยหน้าย้ำกับทุกคน “จำไว้ ตอนบุกเข้าไปให้ประกาศตัวว่าเราเป็นพวกโจร อย่าให้พวกมันเห็นหน้าค่าตาเด็ดขาด มีใครสงสัยอะไรไหม”

สมุนทุกคนนิ่งเงียบสีหน้าเหี้ยมเกรียม จรัญหันมาย้ำกับ วันชัยผู้เป็นพี่ชายว่า งานนี้ห้ามบุ่มบ่าม วันชัยตวาดใส่ว่ารู้แล้ว พูดอยู่ได้ จรัญพยักหน้าเอือมๆแล้วสั่งทุกคนให้เตรียมตัวได้

ทุกคนแยกย้ายกันไปเตรียมม้าและอาวุธ จรัญยังนั่งเครียดอยู่ย้ำกับตัวเองว่า งานนี้ต้องไม่พลาดเด็ดขาด

คืนเดียวกันนี้ สาโรจน์ไปที่วิไลบาร์ ที่มีทั้งขายเหล้า เล่นการพนัน และสาวบริการพร้อม

ขณะวิไลเจ้าของบาร์กำลังนั่งดวลไพ่อยู่กับลูกค้ารายหนึ่ง เมื่อเล่นได้ก็กวาดเงินเดิมพันบนโต๊ะใส่หีบ ขณะนั้นเอง นายอำเภอ กับถาวรซึ่งเป็นผู้ช่วยเดินเข้ามา ถาวรกวาดตาไปรอบๆ แล้วเข้าไปนั่งข้างๆวิไล ทักทายอย่างรู้กัน แล้วเอาถุงผ้าสำหรับใส่เงินออกมาแหวะปากถุงรอ

“ขืนสูบเลือดกันแบบนี้ทุกเดือน บาร์ฉันเจ๊งแน่” วิไลพูดอย่างคับแค้นใจ

“มีหน้าที่จ่ายก็จ่ายมาเถอะครับคุณวิไล พวกผมมีหน้าที่ไถลูกเดียว อย่างอื่น...ไม่สน” พูดพลางพลิกไพ่บนโต๊ะเล่น “ยังมีคนอีกมากที่ต้องการลงทุนในภูพระกาฬ ถ้าแค่นี้คุณจ่ายไม่ไหว ก็ควรจะหลีกทางให้คนอื่น”

ทั้งคำพูดและด้ามปืนที่ถาวรจงใจให้โผล่จากเอว ทำให้วิไลกัดฟันเทเงินในหีบใส่ถุงของถาวร เมื่อได้ค่าส่วยสมใจแล้ว ถาวรเดินออกจากร้านไป สวนกับรานีน้องสาวของวิไลที่เดินมาส่งลูกค้าข้างล่าง

รานีชะงักเมื่อเห็นเงาแวบๆของสาโรจน์จูงม้ามายืนอยู่  ไม่นานนักทั้งสาโรจน์และรานีก็กอดก่ายกันอยู่บนเตียง ทั้งสอง เป็นคู่ขากัน เธอรักและหลงใหลสาโรจน์ อยากให้เขาพาหนีไปอยู่ด้วยกัน แต่สาโรจน์บอกว่าตนทำไม่ได้ เธอน่าจะรู้ว่าการอยู่กับมือปืนนั้นลำบากแค่ไหน

เมื่อรานีออดอ้อนมากเข้า สาโรจน์บอกว่าเอาไว้คืนนี้เสร็จเรื่องเมื่อไรจะให้คำตอบ

“ถ้างั้นฉันจะรอคุณ ต่อให้ต้องรออีกนานแค่ไหนฉันก็จะรอ ฉันเชื่อว่าคุณรักฉันคุณต้องกลับมา” รานีมองเขาอย่างมั่นใจ แต่สาโรจน์กลับรู้สึกปวดร้าวกับการรอคอยของเธอ...

ooooooo

ที่ทางเข้าไร่ฟ้ารุ่ง ขณะยศกำลังทักทายหยอกล้อ กับพวกเวรยามที่ปิ้งข้าวโพดกินกันอยู่นั้น ยามคนหนึ่ง ร้องบอกอย่างตกใจพลางชี้ให้ดู

ยศมองไปเห็นขบวนของจรัญกำลังมุ่งหน้าตรงมาที่ไร่ ทุกคนมีผ้าผูกอำพรางใบหน้า จรัญกับสมุนบางคนถือคบเพลิงในมือ ยศรีบสั่งยามให้ตีเกราะเร็วๆ ยามคว้าเกราะไปเคาะรัว ปากก็ตะโกน

“โจรปล้นโว้ย โจรปล้น แห่กันมาเป็นโขยงแล้ว”

เสียงเคาะเกราะและเสียงตะโกนของยามทำให้จรัญชักปืนยิงจนยามร่วมล้มทั้งยืน แล้วเล็งมาทางยศระดมยิงใส่ ยศคว้าตัว ด.ช.พรขึ้นมาควบหนีไปในไร่ มาถึงหน้าเรือนก็ปล่อยพรลงจากม้า สั่งพรให้ไปเตือนพวกคนงานให้รีบหนี บอกว่าพวกโจรมากันเยอะอย่าต่อสู้เด็ดขาด จากนั้นไปทุบประตูบ้านภูผา

“เจ้านายครับเจ้านาย เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับเจ้านาย” ภูผาถือปืนออกมาถามว่าเมื่อกี้ได้ยินเสียงปืน “โจรครับนาย มีพวกโจรบุกเข้ามาในไร่ของเรา แห่มาเป็นโขยงเลยครับ”

“แล้วสาโรจน์ล่ะ มาด้วยกันรึเปล่า” ภูผาถาม

ooooooo

สาโรจน์ยังนอนอยู่กับรานี เฮียเส็งไปเคาะประตูบอกว่าชาวบ้านลือกันว่าไร่ฟ้ารุ่งถูกปล้น บอกสาโรจน์ว่า “ฉันรู้ว่าแกไม่อยากเลือกฝ่าย แต่เมียกับลูกของภูผาไม่ควรตายแบบนี้”

เหมือนคำเตือนที่ทำให้สาโรจน์ต้องตัดสินใจ เขาคว้าปืนออกไปทันที วิไลถามว่าจะไปฆ่าใครอีก สาโรจน์ตอบอย่างไม่สนใจว่าจะไปช่วยคนต่างหาก

“แน่ใจเหรอคุณเพชฌฆาต ระวังตัวให้ดี ผู้ล่าก็อาจกลายเป็นผู้ถูกล่าเข้าสักวัน” วิไลหยัน พอรานีเรียกพี่สาวเชิงตำหนิ วิไลบอกว่า “ฉันจะขายร้านแล้วไปจากที่นี่ ไปจากภูพระกาฬ ที่มีแต่ผู้รักษากฎหมายคอยจ้องแทะเศษเนื้อพวกนอกกฎหมายเลวๆ” วิไลพูดอย่างเจ็บแค้น

ooooooo

จรัญกับวันชัยคุมสมุนตะลุยเข้าไปในบริเวณเรือนพักคนงานไร่ฟ้ารุ่ง มันยิงกราดไม่เลือกเด็กหรือผู้หญิง เผาทุกบ้านที่ผ่าน เมื่อสะใจแล้ว จรัญกับวันชัยชวนกันตามล่าภูผา ส่วนทางนี้ปล่อยให้สมุนทำกันเอง

เมื่อยศมารายงานสภาพ ภูผาพยุงอุษาที่ท้องแก่ขึ้นม้าตัวหนึ่ง ส่วนภูตะวันไปกับยศ ขณะนั้นเองยศเห็นพวกจรัญควบม้ามาแต่ไกล เร่งภูผาให้รีบไปกัน แต่ไม่พ้นสายตาของจรัญกับวันชัย พวกมันพากันไล่ตามไป

ส่วนที่เรือนพักคนงาน พวกสมุนของจรัญพากันเผาบ้าน ปล้นข้าวของยิงเด็กทิ้งและลากผู้หญิงไปข่มขืนกันอย่างบ้าคลั่ง

ภูผาเห็นพวกจรัญขี่ม้าไล่ตามและยิงไม่ยั้ง เขาตัดสินใจให้ยศพาภูตะวันแยกไปอีกทางหนึ่ง ส่วนตัวเองจะล่อพวกจรัญไปอีกทาง แต่พวกจรัญก็รู้ทัน มันแยกกันตาม โดยจรัญตามภูผา ส่วนวันชัยให้ตามยศกับภูตะวันไป ทิ้งพวกสมุนให้บ้าคลั่งกับการปล้นฆ่าข่มขืนอยู่ทางนี้

ตะวันเดือด เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:11 น.