ตอนที่ 9
เข่งวิ่งหนีตายจากสมิงไปเจอกลุ่มของเถ้าแก่ชิ้นในป่าและเกือบโดนมเหศักดิ์ฆ่าถ้าบันลือไม่ห้ามไว้เสียก่อน บันลือจำได้ว่าเข่งมีเรื่องกับศรีไพร และคงโดนสมิงไล่ฆ่ามา
“ใช่จ้ะ ฉันกลับผาช่องลมไม่ได้แล้ว สมิงฆ่าฉันแน่นอน ขอฉันอยู่ด้วยนะพี่ ให้ฉันทำอะไร ฉันทำได้ทุกอย่าง”
“แม้แต่ฆ่าไอ้สมิง?”
“จ้ะ ถ้ามีโอกาส ฉันแก้แค้นมันแน่”
เข่งตอบชัดถ้อยชัดคำจนเถ้าแก่ชิ้นถึงกับออกปากว่าไอ้นี่มันงูเห่า แว้งกัดได้แม้กระทั่งเจ้านายเก่า บันลือกลัวพ่อไม่ไว้ชีวิตเลยกระซิบบอกว่ามันรู้ทางเข้าผาช่องลม เถ้าแก่ชิ้นจึงตกลงรับมันไว้เพื่อประโยชน์ฝ่ายตน...
ผู้กองระพีเป็นห่วงทุกคนที่ลานเทโดยเฉพาะดาว เขาอยากรู้ความเคลื่อนไหวเหตุการณ์เมื่อวานจึงมาสอบถามจ่าสมหมายก่อนจะพากันเข้าประชุมอย่างเร่งด่วนเพราะเลอสรรจะวางแผนจัดการมเหศักดิ์กับเถ้าแก่ชิ้นให้จงได้
เดือนเองก็เป็นห่วงทุกคนที่ลานเท ครั้นทราบจากระพีว่าชาวบ้านหลายคนได้รับบาดเจ็บจึงชวนเขาเดินทางในวันรุ่งขึ้นโดยหลอกสร้อยเพชรว่าไปทำบุญที่วัด เมื่อไปถึงลานเท ระพีพยายามปรับความเข้าใจกับดาวแต่ไม่สำเร็จ แถมยังถูกบุญเหลือชกหน้าหงายหลังรู้ว่าเขากำลังจะหมั้นกับเดือน
ดาวผิดหวังเอาแต่ร้องไห้เพราะให้ใจระพีไปแล้ว ส่วนบุญเหลือก็รับความจริงไม่ได้ วิ่งหนีไปโดยไม่สนใจที่จะฟังคำอธิบายของเดือน กำนันธงเห็นหลานๆเสียใจก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ขอร้องให้พวกเขากลับไป
“คุณกลับไปเสียเถอะ สำหรับคุณระพี ถ้าไม่จำเป็นอย่ากลับมาที่นี่อีก แต่สำหรับคุณหนูเดือนในฐานะหลานเจ้าของที่ดิน เราคงห้ามอะไรคุณหนูไม่ได้”
“แต่ทุกคนกำลังเข้าใจเราผิดนะคะ คือว่า...”
“พอเถอะครับคุณหนูเดือน อย่าให้เรื่องมันวุ่นวายไปกว่านี้เลย เท่านี้หลานผมสองคนมันก็เจ็บปวดมากพอแล้ว”
“เอาเถอะครับ ไม่ว่าจะยังไงผมก็หวังไว้ว่าสักวันทุกคนจะเข้าใจเรื่องทั้งหมด” ระพีทิ้งท้ายแล้วพาเดือนกลับไปอย่างจำยอม
ศรีนวลเข้าใจดีว่าดาวกับบุญเหลือเสียใจมากแค่ไหนจึงตามมาปลอบใจด้วยความห่วงใย พอเห็นลูกร้องไห้ หัวอกคนเป็นแม่ก็ยิ่งสะเทือนใจ
“ทำไมไม่มีใครบอกว่าคุณเดือนเป็นคู่หมั้นของไอ้ระพี” บุญเหลือเสียงสั่นเครือ
“ดาวขอโทษจ้ะพี่บุญเหลือ ที่ดาวไม่บอกพี่ก็เพราะว่าดาวไม่อยากให้พี่เสียใจ”
“ที่เขาพูดกันว่าคนกรุงเทพฯไว้ใจไม่ได้ ฉันก็เพิ่งเข้าใจวันนี้เอง”
“ดีแล้วล่ะที่รู้ความจริงกันซะตั้งแต่วันนี้ ต่อไปเราจะได้ตาสว่างไม่โดนใครหลอกอีก ถ้าจะร้องไห้ก็ร้องซะให้พอ แล้วต่อไปลูกของแม่จะได้ไม่ต้องร้องไห้กับเรื่องนี้อีก”
บุญเหลือกับดาวโผเข้ากอดศรีนวลทั้งน้ำตา...เวลานั้นเอง ระพีกับเดือนก็เศร้าไม่แพ้กัน ทั้งคู่นั่งคุยกันในรถที่จอดสงบนิ่งอยู่หน้าบ้านท่านผู้ว่าฯ
“เดือนไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่มีใครยอมฟังเราอธิบายบ้างเลยคะคุณระพี”
“บางทีอาจเป็นความผิดของผมก็ได้ ผมเคยหลอกพวกเขาตอนที่ปลอมตัวไปเป็นสายสืบ พวกชาวบ้านเลยไม่ไว้ใจอีก”
“แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลย ดาวกับบุญเหลือก็พลอยเป็นไปด้วย”
“ให้เวลาพวกเขาอีกหน่อยเถอะครับ สักวันผมจะกลับไปอธิบายเรื่องทั้งหมดให้พวกเขาฟัง”
“ถ้าคุณระพีไปคนเดียว เดือนกลัวว่าจะเป็นอันตรายนะคะ ยังไงให้เดือนไปด้วย อย่างน้อยชาวบ้านก็ยังเกรงใจเดือนบ้าง”
“ครับ ถ้าผมไปเมื่อไหร่ผมจะบอกคุณเดือน เข้มแข็งไว้นะครับ แล้วอย่าให้ใครรู้ ไม่อย่างนั้นคุณพ่อคุณแม่ของคุณจะเป็นห่วง”
“ค่ะ เดือนจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง”
“แล้วเจอกันอีกนะครับ”
เดือนพยักหน้าก่อนก้าวลงจากรถ แต่ไม่ทันเข้าบ้านสร้อยเพชรก็เดินยิ้มแย้มออกมาหา ถามลูกสาวว่าไปเที่ยวมาสนุกไหม เดือนรีบปรับสีหน้าท่าทีเริงร่าเล่าว่าระพีพาไปเที่ยวมาหลายแห่ง...
ooooooo
รัฐมนตรีภาณุสังเกตเห็นลูกชายซึมๆเศร้าๆ ชอบกลจึงมาปรึกษาเลอสรรในฐานะผู้บังคับบัญชา นึกว่ามีเรื่องผิดใจอะไรกับเดือนหรือเปล่า ปรากฏว่าเลอสรรถามลูกสาวแล้วเหมือนกัน ซึ่งเธอยืนยันว่าไม่ได้ทะเลาะกับผู้กอง ก็เลยไม่รู้ว่าทั้งคู่เป็นอะไร ทำไมถึงมีอาการซึมเศร้าคล้ายกัน
คิดไปคิดมาภาณุกับเลอสรรก็คาดเดาว่าน่าจะเป็นเรื่องงาน เลอสรรอาจอึดอัดที่โดนจำกัดขอบเขต ดังนั้นภาณุจึงตัดสินใจให้อิสระแก่ลูกชาย ตนจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องงานของเขาอีก แต่อยากให้เลอสรรดูแลเรื่องความปลอดภัยให้เขาเป็นพิเศษด้วย
เลอสรรรับปากดิบดี แล้วหลังจากวันนั้นเขาก็นำกำลังตำรวจบุกไปจู่โจมบ้านเถ้าแก่ชิ้น แต่เถ้าแก่ชิ้นจมูกไวไหวตัวออกจากบ้านไปกับพวกมเหศักดิ์เสียก่อน คงเหลือแต่บันลือกับลูกน้องจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่อง พอพ่อโทร.มา บอกจึงหาทางออกด้วยการใช้เครื่องทุ่นแรง
บันลือปาระเบิดใส่กลุ่มตำรวจที่พยายามบุกเข้ามา แต่กระนั้นก็ไม่สามารถยับยั้งกำลังตำรวจได้ มเหศักดิ์เลยต้องย้อนกลับมาช่วยบันลือตามคำสั่งเถ้าแก่ชิ้น แล้วเกิดการปะทะกันทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายหลายคน
มเหศักดิ์ท้าทายเลอสรรอย่างไม่เกรงกลัวก่อนจะปาระเบิดตูมใหญ่ออกไปทำให้กำลังพลของเลอสรรต้องกระโดดหลบกันพัลวัน เสร็จแล้วมันยังตลบหลังเข้าชาร์จตัวเลอสรรจนเกิดการต่อสู้กันดุเดือด ขณะที่อีกด้านระพีกับบันลือก็ห้ำหั่นกันด้วยมือเปล่า
ในที่สุด มเหศักดิ์ก็พาบันลือกับลูกน้องหนีออกไปขึ้นรถตู้เถ้าแก่ชิ้นได้สำเร็จ จากนั้นพากันหลบหนีพลางยิงตอบโต้รถตำรวจที่ติดตามอย่างกระชั้นชิด
“ยิงที่ยาง พยายามจับเป็น อย่าให้พวกมันหนีไปได้” เลอสรรตะโกนสั่งการ พร้อมกันนั้นก็รีบขอกำลังเสริมและให้ด่านตรวจช่วยสกัดจับรถคนร้าย แต่มเหศักดิ์ตัดสินใจแหกด่านตรวจไปได้ แล้วให้คนขับเลี้ยวเข้าทางแยกเล็กๆ แห่งหนึ่งก่อนจะสั่งหยุดรถในอีกครู่ต่อมา...ทุกคนลงจากรถและมองหาทางหนีทีไล่อย่างร้อนรน บันลือถามว่าจะไปไหนกันต่อ มเหศักดิ์ตอบทันทีว่าเข้าป่าดีที่สุด
“แล้วถ้าพวกมันตามมาทันล่ะ ไม่ตายกันหมดเหรอ”
“แต่ถ้ายังอยู่บนถนน ยังไงก็เป็นเป้าให้ตำรวจแน่นอน”
“ใช่...ด่านนี้เรารอด แต่ก็ยังต้องเจอด่านข้างหน้าอีก”
“แล้วจะไปทางไหนกันดีล่ะเตี่ย”
“ตามมา” ว่าแล้วมเหศักดิ์ก็เดินแกมวิ่งนำทุกคนเข้าป่า...
เวลานั้น รถเลอสรรยังอยู่บนถนนใหญ่ แต่ไม่เห็นวี่แววคนร้ายจึงชะลอรถจอดข้างทาง ระพีรายงานเลอสรรว่าตนติดต่อกับด่านข้างหน้าแล้ว รถของพวกมันยังไปไม่ถึง
“แต่ผมว่ามันคงไม่โง่วิ่งไปตามถนนเส้นหลักแน่”
“ใช่ครับ แล้วถนนแถวนี้มีทางแยกหลายสายครับ”
รถตำรวจอีกคันแล่นมาจอด จ่าสมหมายกับตำรวจสองนายรีบลงมาสมทบ
“ว่าไงจ่า จัดการสมุนเถ้าแก่ชิ้นเรียบร้อยใช่ไหม”
“จับพวกสมุนมันได้เกือบหมด แต่ก็มีเล็ดลอดไปได้บ้าง ตอนนี้ส่งให้ตำรวจท้องที่เอาไปขังเรียบร้อยแล้วครับ”
“ผู้การจะแกะรอยพวกมันไปเหรอครับ ผมจะได้เรียกกำลังเสริมมาช่วย”
“ใกล้มืดแล้ว เราไม่ชำนาญพื้นที่ มันอันตราย และอาจจะสูญเสีย กลับไปวางแผนกันใหม่ดีกว่า หรือผู้กองว่าไง”
“ผมเห็นด้วยครับ”
ในขณะตำรวจพากันขึ้นรถออกไป มเหศักดิ์กำลังมุ่งหน้าพาพวกเถ้าแก่ชิ้นไปยังโรงมวยของเสี่ยเฮง แล้วยึดเป็นที่มั่นซ่อนตัวโดยฆ่าเสี่ยเฮงกับลูกน้องคนสนิทอย่างเลือดเย็นก่อนให้สมุนของบันลือเอาศพไปทิ้งน้ำ จากนั้นก็สั่งทุกคนที่นี่ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ ถ้าใครถามก็บอกว่าเสี่ยเฮงไม่อยู่
นอกจากข่มขู่ลูกน้องเสี่ยเฮงที่เหลืออยู่แล้ว บันลือยังให้สมุนไปหากำลังคนมาเสริมเผื่อตำรวจหรือพวกสมิงบุกมา ซึ่งแต่ละคนที่มาล้วนมีประวัติโชกโชน รวมทั้งเข่งก็ยังอยู่กับฝ่ายนี้อย่างจงรักภักดี
เพียงวันถัดมา ศพเสี่ยเฮงกับลูกน้องก็ลอยไปติดท่าเรือเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านย่านนั้น ระพีกับสมหมายผ่านมารู้เห็นโดยบังเอิญและจำเสี่ยเฮงได้ จึงนำเรื่องไปหารือเลอสรรก่อนจะลงความเห็นกันว่าเร็วๆนี้พวกเราต้องกลับไปที่ลานเทอีกครั้ง
ขวดกับเหิมตั้งใจมาหาเสี่ยเฮงที่โรงมวยแต่โดนชายแปลกหน้าขัดขวางและไล่กลับ แต่สองหนุ่มลูกทีมของสมิงหาได้เชื่อฟัง ความผิดปกติหลายอย่างทำให้ทั้งคู่ดึงดันจะเข้าไปข้างในเลยเกิดปะทะกันครู่หนึ่งก่อนที่ขวดกับเหิมต้องเป็นฝ่ายหนีออกมาเพราะอีกฝ่ายมีคนมากกว่า
มเหศักดิ์กับบันลือหัวเสียที่สมุนปล่อยคนของผาช่องลมหนีไปได้ และคราวนี้สมิงต้องรู้แน่ๆว่าเราซ่อนตัวอยู่โรงมวย เถ้าแก่ชิ้นเป็นกังวลถามมเหศักดิ์ว่าจะทำยังไงต่อไป
“ถ้ามันยกพวกมาจากผาช่องลมเมื่อไหร่ เราก็ย้อนรอยบุกเข้าไปยึดผาช่องลมเลยดีไหมเถ้าแก่”
“เอาไงเอากัน ไหนบอกมาซิว่ามีแผนยังไง”
มเหศักดิ์ขยับเข้ามาอธิบายแผนการ สองพ่อลูกฟังอย่างตั้งใจและคล้อยตาม
ooooooo
ตั้งแต่กลับจากลานเท เดือนเอาแต่เหม่อลอยคิดมากเรื่องที่บุญเหลือกับดาวเข้าใจเธอผิด ความเครียดความกลุ้มใจทำให้เดือนล้มป่วยเป็นไข้ถึงกับเพ้อเรียกชื่อสองคนพี่น้องออกมาบ่อยครั้ง
นอกจากสร้อยเพชรจะได้ยินแล้วปู่กับย่าก็ได้ยินเหมือนกัน ทั้งคู่ติดใจสงสัยเรื่องเด็กสองคนที่เดือนเอ่ยชื่อและคิดว่าลุงมหาน่าจะพอมีข้อมูลเรื่องนี้บ้าง จึงเรียกมาซักถามโดยไม่ให้คนในบ้านรู้
“มหา...ไหนแกบอกมาซิว่าดาวกับบุญเหลือเป็นใคร ฉันอยากรู้จักเด็กสองคนนี้ให้มากขึ้น”
“เด็กที่ชื่อบุญเหลือ ได้ยินว่าเป็นเด็กกำพร้าที่ศรีนวลเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนหนูดาวที่เคยมาเมื่อครั้งที่แล้วก็เป็นลูกของศรีนวลกับ...”
“กับใคร”
“กับเลอสรรหรือเปล่า”
สองสามีภรรยาเร่งเร้าแต่ลุงมหากลับมีท่าทีอึกอัก
“คือ...เรื่องนี้ผมตอบไม่ได้จริงๆ เพราะตั้งแต่คุณเลอสรรได้ศรีนวลเป็นเมียแล้วทิ้งไป คนที่ลานเทก็แทบจะตัดขาดจากผมเลย”
“ลูกชายฉันมันไม่ได้ตั้งใจจะทิ้ง มันประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อมใครๆก็รู้”
“แต่ศรีนวล กำนันธง และคนที่ลานเทไม่รู้นี่ครับ คุณเลอสรรสัญญาว่าเรียนจบเมื่อไหร่แล้วจะกลับไปแต่งงานกับศรีนวล แต่ก็ผิดสัญญา”
“ฉันผิดเอง ฉันโกหกปกปิดไม่ให้เลอสรรจำเรื่องในอดีตได้ เลอสรรก็เลยจำความรักครั้งแรกของมันไม่ได้”
“ถ้าจะผิด คงไม่ใช่แค่คุณท่านคนเดียวหรอกครับ ผมเองก็ผิดเหมือนกัน ทุกวันนี้ก็ยังคงละอายใจอยู่ไม่หายที่ทำให้ผัวเมียต้องพรากจากกัน”
“พอที...จะมาสำนึกผิดอะไรกันตอนนี้ ฉันนี่แหละที่ผิด แต่ฉันก็มีเหตุผลของฉัน ไม่มีแม่คนไหนหรอกที่จะยอมให้ลูกชายไปแต่งงานกับผู้หญิงบ้านนอกคอกนา สิ่งที่ฉันทำลงไปก็เพื่ออนาคตของลูก”
“แต่คุณไม่ควรไปโกหกว่าศรีนวลทำเสน่ห์ใส่เลอสรร”
“เรื่องทำเสน่ห์ คนพูดคือสร้อยเพชร แต่ตอนนี้มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ฉะนั้นเราไม่ควรไปรื้อฟื้นขึ้นมาอีก”
ศรีสอางค์กำชับเสียงเข้มโดยไม่รู้ว่าเลอสรรได้ยินเรื่องราวทุกอย่างหมดแล้ว กระทั่งเขาก้าวออกมาจากมุมหนึ่งทุกคนก็เลยหน้าเสียไปตามกัน
ครู่ต่อมา สร้อยเพชรถูกเรียกมาเผชิญหน้าทุกคน และพอรู้ว่าเลอสรรจะไปลานเทด้วยเรื่องใดเธอก็ร้องไห้ฟูมฟายขอร้องศรีสอางค์กับท่านผู้ว่าช่วยทัดทาน
“คุณพ่อคุณแม่ครับ ในเมื่อความจริงเปิดเผยออกมาแบบนี้ ถ้าผมไม่ไปที่นั่นผมมันก็ไม่ใช่ลูกผู้ชาย”
“แต่คุณกำลังจะกลับไปรื้อฟื้นอดีต ไม่สนใจความ รู้สึกของฉันเลย ถึงศรีนวลจะเป็นเมียคุณจริง แต่มันก็แค่ความรักของวัยรุ่น คุณไม่ควรกลับไปรื้อฟื้นมันอีก”
“ผมแค่จะกลับไปขอโทษพวกเขา ไปถามพวกเขาว่าต้องการให้ผมรับผิดชอบอะไรบ้าง”
“แล้วถ้าพวกมันต้องการให้คุณกลับไปแต่งงานอยู่กินกับมันล่ะคะ คุณจะทำมั้ย”
“เรื่องนี้ผมตอบไม่ได้ แต่ผมอยากให้คุณมั่นใจว่ายังไงผมก็จะไม่ทิ้งคุณกับลูกแน่นอน”
“คุณพ่อ คุณแม่ ช่วยสร้อยเพชรด้วยสิคะ”
“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงก็ทำใจซะเถอะนะสร้อยเพชร ถึงวันนี้จะห้ามได้แต่สักวันแม่เชื่อว่าเลอสรรก็ต้องไปที่ลานเทจนได้”
“ศรีสอางค์พูดถูก...เธอเป็นเมียตบเมียแต่ง จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ควรต้องกลัวอะไร”
เมื่อพ่อแม่สามีไม่เล่นด้วย สร้อยเพชรยิ่งบีบน้ำตาเป็นเผาเต่าแล้วลุกพรวดออกไปนอกห้อง แต่ยังคงวนเวียนแอบฟังสามคนพ่อแม่ลูกคุยกันเรื่องที่ลานเทด้วยความอิจฉาริษยาศรีนวล
ความริษยาทำให้สร้อยเพชรอารมณ์เสียกลับขึ้นไปต่อว่าเดือนถึงห้องนอน ว่าละเมอเพ้อเจ้อจนเป็นเรื่อง พ่อกำลังจะทิ้งพวกเราไปแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นคะ เดือนไม่เข้าใจ”
“เกียรติกล้าอยู่ไหน เรื่องนี้มีแกกับตาเกียรติกล้าเท่านั้นที่จะช่วยแม่ได้ คนอื่นไม่มีใครช่วยแม่เลย”
สร้อยเพชรฟูมฟายใหญ่โตจนเดือนต้องไปตามเกียรติกล้าเข้ามาร่วมรับฟังเรื่องราว โดยไม่รู้ว่าแม่บิดเบือนเรื่องเข้าข้างตัวเองเพื่อให้ลูกๆเห็นใจ
“คุณพ่อทำแบบนี้ได้ยังไง คุณแม่ยังอยู่ทั้งคน แล้วแบบนี้สมบัติของคุณปู่คุณย่าก็ไม่เหลือถึงเราเลยน่ะสิ”
“ใช่ลูก ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่านังเด็กที่ชื่อดาวนั่นเป็นลูกของคุณพ่อกับนังศรีนวลหรือเปล่า ถ้าเกิดใช่ขึ้นมา แกสองคนรับรองเป็นหมาหัวเน่าแน่นอน”
“แต่พี่ดาวไม่น่าจะใจดำแบบนั้นกับพวกเรานะคะคุณแม่”
“ไปเรียกมันพี่ทำไม ถึงแม้ว่ามันจะเป็นลูกคุณพ่อแกจริง แกนึกเหรอว่ามันจะดีกับแกจริงๆ มันเป็นพี่คนโต ยังไงมันก็ต้องได้สมบัติก่อนใครๆ”
“แบบนี้ที่ดินลานเทก็ไม่เหลือถึงเราเลยสิครับ”
“ไม่เฉพาะที่ดินลานเทหรอกลูก บ้านหลังนี้ก็อาจจะไม่เหลือถึงพวกเราด้วยซ้ำ ที่ซุกหัวนอนเราก็จะไม่มี พวกแกต้องช่วยแม่นะ”
“เราต้องช่วยแม่เพื่อปกป้องตัวเองไว้ก่อน พี่เดือนต้องเลือกว่าจะยืนข้างศัตรูหรือว่าอยู่ข้างพี่น้อง”
“ยังไงพี่ก็ต้องเลือกยืนข้างคุณแม่อยู่แล้ว”
“ถ้าเลือกข้างคุณแม่ พี่เดือนก็ต้องลืมเรื่องในอดีตทั้งหมด อย่าใจอ่อนไปกับพวกมัน”
“จำไว้นะลูกเดือน เลือดของตระกูลเรามันเข้มข้นเกินกว่าที่จะเห็นคนอื่นดีกว่าแม่ดีกว่าน้องของเรา”
“ค่ะคุณแม่ หนูสัญญา”
คำพูดของสร้อยเพชรและเกียรติกล้าทำให้เดือนไขว้เขวไปในที่สุด...ครั้นรุ่งขึ้นเลอสรรเตรียมเดินทางไปลานเท ลูกๆจึงพยายามทักท้วงและขัดขวางโดยมีสร้อยเพชรแอบดูผลงานอยู่ห่างๆ
“คุณพ่อกำลังจะทิ้งคุณแม่ คุณพ่อไม่รักพวกเราแล้ว”
“อย่าทำตัวเป็นเด็กสิเกียรติกล้า พ่อไม่ได้ทำอย่างที่แกกล่าวหา”
“ถ้าคุณพ่อไม่ได้ทำ คุณพ่อก็อย่าไปสิครับ เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้วคุณพ่อทำเฉยๆไปซะก็หมดเรื่อง”
“พ่อทำแบบนั้นไม่ได้ พ่อทำผิดเอาไว้ พ่อต้องกลับไปขอโทษพวกเขา...เดือนเข้าใจพ่อใช่ไหม”
“ค่ะ เดือนเข้าใจ แต่ถ้าขอคุณพ่อได้ เดือนก็อยากจะขอร้องไม่ให้คุณพ่อไปลานเท”
“พวกแกสองคนคงจะฟังแม่มากไปหน่อย ทุกอย่างมันจะไม่เป็นอย่างที่คิดหรอก เอาไว้กลับมาเมื่อไหร่พ่อจะมาปรับความเข้าใจกับแม่ของแก” เลอสรรทำท่าจะเลี่ยงไป เดือนรีบโถมตัวเข้ากอดออดอ้อนอีกหลายคำแต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจพ่อได้ “วางใจเถอะเดือน พ่อจะไม่ทิ้งเดือน ไม่ทิ้งเกียรติกล้า แล้วก็แม่ของลูกเด็ดขาด”
เลอสรรผละไปแล้ว สร้อยเพชรยืนแอบมองด้วยความหงุดหงิดที่ลูกๆห้ามเขาไม่สำเร็จ
เลอสรรเดินทางไปลานเทพร้อมลูกน้องกลุ่มหนึ่ง แน่นอนว่าในจำนวนนี้มีผู้กองระพีกับจ่าสมหมายรวมอยู่ด้วย...
เลอสรรไม่ได้มาติดตามคดีเสี่ยเฮงเพียงอย่างเดียว จุดประสงค์หลักของเขาคือต้องการมาขอโทษกำนันธงและศรีนวลเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีต แต่พอมาถึงกลับถูกผู้ใหญ่ด้องดักหน้าถ่วงเวลาเพราะเกรงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่หากกำนันธงไม่ให้อภัย
จริงอย่างที่ผู้ใหญ่ด้องหวั่น กำนันธงไม่อยากพบหน้าเลอสรรแถมยังให้ศรีนวลพาดาวกับบุญเหลือหลบเลี่ยงออกไปอีกทาง ระพีกับสมหมายไม่ทราบเรื่องระหว่างเลอสรรกับศรีนวลในอดีตและวันนี้ก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เนื่องจากเลอสรรสั่งให้แยกย้ายกันปฏิบัติงานตามแผนจับกุมคนร้าย โดยพวกเขามุ่งหน้าไปยังโรงมวยเพราะได้ยินชาวบ้านพูดกันว่าวันนี้มีการชกคู่พิเศษ
ศรีนวลพาดาวกับบุญเหลือหลบไปหลังบ้านแอบดูเลอสรรเผชิญหน้ากำนันธงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ศรีนวลจะตัดสินใจพาลูกๆไปดูมวยตามความต้องการของดาว
ผู้ใหญ่ด้องยืนหน้าเสีย ใจคอไม่ดีเมื่อเลอสรรดึงดันอยากพบศรีนวล ขณะที่กำนันธงจ้องมองเลอสรรด้วยสายตาเย็นชาดุดัน ถามเสียงแข็งว่าต้องการพบลูกสาวตนทำไม
“ผมอยากจะมาขอโทษศรีนวลและกำนันธงในเรื่องที่ผ่านมา”
“ถ้าเป็นเรื่องที่คุณพาตำรวจมาสอบปากคำพวกชาวบ้านเมื่อวันก่อน พวกเราไม่ได้ติดใจอะไร คงไม่ต้องขอโทษ”
“ผมหมายถึงเรื่องระหว่างผมกับศรีนวลเมื่อ 20 ปีที่แล้วครับ”
กำนันธงมองหน้าเลอสรรนิ่ง พยายามคาดเดาว่าเขาจะมาไม้ไหน เพราะกว่า 20 ปีที่เขาห่างหายไปและ ทำเหมือนไม่รู้จักกัน จู่ๆวันนี้ก็เอาเรื่องในอดีตกลับมาพูดอีก
“ผมกับศรีนวลจำอะไรไม่ได้แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องกลับมารื้อฟื้นมันอีก”
“ผมรู้ว่าผมทำผิด ถ้ากำนันธงกับศรีนวลจะโกรธมันก็ยุติธรรมแล้ว ความผิดของผมมันมากจนเกินกว่าทุกคนจะให้อภัย”
“ถ้ารู้อย่างงั้นคุณกับศรีนวลก็ไม่จำเป็นต้องพบกัน ปล่อยให้เวลามันลบเรื่องเลวๆออกไปจากชีวิตพวกเราเถอะครับ” พูดจบกำนันธงเดินหนีขึ้นบ้าน เลอสรรจะเดินตามแต่ผู้ใหญ่ด้องรีบกันเอาไว้
“อย่าเพิ่งตามไปเลยครับคุณเลอสรร ยังไงคุณนั่งรออยู่ที่นี่ก่อน เดี๋ยวผมจะลองไปเจรจาดู”
“ก็ได้ครับ รบกวนผู้ใหญ่เจรจาให้ผมที ไม่งั้นผมคงกลับกรุงเทพฯไม่ได้จนกว่าจะได้เจอกับศรีนวลซะก่อน”
ผู้ใหญ่ด้องพยายามอย่างเต็มที่แต่ไม่สำเร็จ เพราะกำนันธงเจ็บฝังใจจนไม่ยอมให้อภัย
“ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่ามันต้องการอะไรกันแน่ 20ปี ที่มันลืมสัญญา ปล่อยให้ข้ากับลูกต้องอับอาย เจ็บปวดทรมาน แล้วจู่ๆวันนี้มันก็กลับมาเปิดบาดแผล ทำให้ข้ากับศรีนวลต้องเจ็บปวดอีกครั้ง”
“น่าจะฟังคุณเลอสรรเขาก่อนนะกำนัน เรายังไม่รู้เลยว่าเขาจะมาไม้ไหน”
“ไม่ว่าจะไม้ไหนมันก็ไม่ได้ช่วยให้ข้ากับลูกหายเจ็บ ถ้ามันจะไม่กลับก็ปล่อยมัน ข้าไม่สนใจ”
ผู้ใหญ่ด้องสังเกตท่าทีของกำนันธงก็รู้ว่าคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดต่อ จึงเดินเลี่ยงออกไปเงียบๆ
ooooooo
ที่โรงมวย ระพีกับสมหมายทำตัวกลมกลืนกับชาวบ้านที่มาเชียร์มวยผ่านไปไม่นานก็เห็นความผิดปกติบริเวณห้องทำงานเสี่ยเฮง ระพีแอบเข้าไปสอดส่องจนรู้เห็นว่าพวกบันลืออยู่ข้างในแต่ไม่มีมเหศักดิ์กับเถ้าแก่ชิ้น
เวลานั้น เข่งนำทางมเหศักดิ์กับเถ้าแก่ชิ้นไปยังผาช่องลมเพื่อขโมยทรัพย์สมบัติมากมายของเสือเฮี้ยน เพราะพวกเขาแน่ใจแล้วว่าพวกสมิงมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวโรงมวย ดังนั้นจึงเป็นโอกาสทองที่พวกเขาจะทำการสำเร็จ
พวกสมิงมาถึงหน้าโรงมวยแล้ว และเห็นความผิดปกติหลายอย่าง โดยเฉพาะคนคุมประตูไม่ใช่ลูกน้องเสี่ยเฮงแน่นอน สมิงจึงสั่งให้ลูกน้องของตนแยกกันเข้าไปปะปนกับชาวบ้านแล้วรอสัญญาณจากตน
เมื่อบันลือเห็นพวกดาวก็ปรากฏตัวบนเวทีมวยแล้วประกาศมัดมือชกให้ดาวเป็นคู่ต่อสู้ถือเป็นมวยคู่พิเศษ ระพีกับสมหมายได้ยินก็อดเป็นห่วงดาวไม่ได้ ใจไม่อยากให้เธอขึ้นชกแต่ก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามให้ใครๆเห็น
ดาวถูกท้าทายจนไม่อาจปฏิเสธบันลือได้ เธอโดดขึ้นเวทีแล้วบุกตะลุยเขาอย่างเอาเป็นเอาตายจนบุญเหลือกับศรีนวลต้องตะโกนบอกให้เธอออมแรงไว้บ้าง ระวังจะตกหลุมพราง มันต้องการหลอกล่อให้เธอหมดแรงแล้วค่อยบุก
จริงอย่างที่บุญเหลือคิด ดาวพลาดท่าเสียทีบันลือในเชิงมวยจนถูกมันล็อกตัวแล้วเอาปืนจ่อ ทุกคนตกใจมาก โดยเฉพาะศรีนวลกับบุญเหลือ ระพีกับสมหมาย รวมทั้งสมิงที่ซุ่มอยู่ในมุมหนึ่งก็รีบปรากฏตัว
“ในที่สุดแกก็มา...”
“ปล่อยดาวเดี๋ยวนี้”
“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นนังนี่ตาย”
“แกต้องการอะไร ฉันจะยอมทุกอย่าง ขอเพียงอย่าทำอะไรลูกสาวของฉัน”
คำพูดของสมิงทำให้ระพีกับสมหมายเข้าใจว่าดาวเป็นลูกสาวของสมิง และหายข้องใจแล้วว่าทำไมคนลานเทถึงได้ปกปิดเรื่องสมิงมาตลอด
“ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต ถ้าแกอยากให้นังดาวปลอดภัย แกก็ต้องยอมเป็นตัวประกันแทน”
บันลือยื่นข้อเสนอที่สมิงไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ศรีนวลพยายามห้ามปรามไม่ให้สมิงตกเป็นเหยื่อ
“ไม่เป็นไรศรีนวล ไม่ต้องห่วง คนอย่างสมิงไม่ตาย ง่ายๆหรอก”
“จับมัน!” สิ้นเสียงของบันลือ ลูกน้องพากันกรูเข้าไปจับสมิงที่ยินยอมแต่โดยดี แต่พอสมิงบอกให้มันปล่อยดาว มันกลับหัวเราะร่า “ฮ่ะๆ ปล่อยก็โง่สิวะตายซะเถอะไอ้สมิง”
บันลือเล็งปืนเตรียมลั่นกระสุนใส่สมิงแต่ทันใดศรีไพรพุ่งเข้ามากระโดดเตะปืนในมือจนกระเด็นไปจากนั้นเหตุการณ์ก็ชุลมุน แต่บันลือยังคงล็อกคอดาวแน่นไม่ยอมปล่อย ดาวถูกลากไปเป็นตัวประกันโดยมีลูกน้องบันลือหลายคนถือปืนคอยคุมเชิง กระทั่งไปถึงหน้าโรงมวย บันลือก็สั่งปิดประตูหมายระเบิดให้พวกข้างในตายหมู่
กำนันธงกับเลอสรรที่ยังมึนตึงใส่กัน พอรู้จากน้อยที่วิ่งมาส่งข่าวก็รีบร้อนพากันไปโรงมวยด้วยความเป็นห่วงทุกคน แต่ก็ไม่ทันความบ้าระห่ำของบันลืออยู่ดี มันระเบิดโรงมวยจนมีผู้คนที่ไม่ทันระวังตัวบาดเจ็บล้มตาย แล้วลากดาวหนีหายไปในป่า โดยมีระพีกับสมหมายติดตามไปอย่างกระชั้นชิด
แรงระเบิดทำให้ศรีนวลมึนงงแทบหมดสติ เลอสรรวิ่งเข้ามาประคองเธอแล้วเอ่ยคำขอโทษ แต่พูดได้แค่นั้นกำนันธงก็ย่องเข้ามาใช้ด้ามปืนกระแทกท้ายทอยเขาจนสลบ ศรีนวลไม่เข้าใจและร้องเรียกเลอสรรด้วยความตกใจ ขณะที่กำนันธงก็รีบขอโทษลูกสาว บอกว่าพ่อ จำเป็นต้องทำ อย่าโกรธพ่อเลย
สมิงเพิ่งมาสมทบ เขาถามศรีนวลด้วยความเป็นห่วง “ศรีนวลเป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
“ไม่จ้ะสมิง ศรีนวลปลอดภัยดี คนอื่นๆเป็นไงกันบ้าง”
“โชคดีที่ระเบิดหลายลูกไม่ทำงาน ไม่งั้นพวกเราคงตายกันหมด”
“แล้วดาวอยู่ไหนครับตา”
คำถามของบุญเหลือทำให้คนอื่นๆตื่นตัวรีบออกติดตามดาว โดยศรีนวลฝากบุญเหลือกับผู้ใหญ่ด้องพาเลอสรรกลับไปที่บ้านด้วย
บันลือลากดาวเดินไปเรื่อยๆในป่า โดยมีสมุนสองสามคนถือปืนคอยระแวดระวัง สมหมายกับระพีตามมาไม่ห่างแต่ไม่กล้ายิงเพราะกลัวจะโดนดาว ขณะที่ดาวเองก็เป็นห่วงพวกเขา ร้องบอกให้กลับไป ไม่ต้องเป็นห่วงตน ตนเอาตัวรอดได้
ระพีไม่ยอมกลับ วางแผนให้สมหมายเป็นเป้าล่อกระสุน แล้วตัวเองวิ่งอ้อมไปอีกด้าน ดาวสังเกตตลอดเวลาจึงพยายามหาทางหนีทีไล่
ในที่สุดก็สำเร็จเมื่อเธอใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการโวยวายจนบันลือเผลอทำให้ระพีสามารถจู่โจมเข้ามาจับบันลือได้ แต่ไม่กี่อึดใจบันลือกับสมุนรวมพลังกันสะบัดหนีการจับกุมแล้ววิ่งหายไปในป่ารก เป็นจังหวะที่กลุ่มของกำนันธงมาถึงพอดี
“ปล่อยมันไปก่อนเถอะครับ” กำนันธงบอกระพีกับสมหมายที่ทำท่าจะวิ่งตามพวกบันลือ
“ทำไมล่ะครับกำนัน”
“คุณไม่ชำนาญพื้นที่ ถ้าตามมันไปคงเสร็จมันแน่”
ดาวหันไปหาศรีนวลกับสมิง ถามว่าเป็นยังไงบ้าง ปลอดภัยดีใช่ไหม?
“ทุกคนปลอดภัยดี ยกเว้นคุณเลอสรร”
“คุณเลอสรรเป็นอะไรครับ” ระพีสงสัย
“คุณไปดูเองเถอะ” กำนันธงตอบสั้นๆ แล้วเดิน นำทุกคนกลับไปทางหมู่บ้าน
ooooooo










