ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เลือดเจ้าพระยา

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เลือดเจ้าพระยา ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ท่ามกลางสายน้ำขนาดใหญ่เสมือนหัวใจของชาวลานเท เรือน้อยใหญ่สัญจรไปมาไม่ขาด หนึ่งในจำนวนนี้มีเรือโยงของสมิงและพ่อแม่ที่เพิ่งกลับบ้านเกิดหลังจากไปค้าขายไกลถึงกรุงเทพฯ

เมื่อกล่าวถึงลานเท แน่นอนว่าผู้คนต้องนึกถึงลำตัด และแม่เพลงที่ดังกระฉ่อนก็เห็นจะไม่มีใครเกินศรีนวล ลูกสาวคนเดียวของกำนันธง ความงามของศรีนวลระบือไกลทั่วเจ็ดคุ้งน้ำ เธอจึงเป็นที่หมายปองของหนุ่มทั้งหลาย และความรักของหนุ่มที่ทุ่มสุดหัวใจก็คือสมิงนั่นเอง ไม่ว่าจะไปค้าขายไกลถึงไหนแต่เมื่อใดถึงวันเกิดของศรีนวล สมิงเป็นต้องรบเร้าพ่อแม่ให้เดินทางกลับลานเทเช่นนี้ทุกปี

กำนันธงจัดงานวันเกิดให้ลูกสาวคนสวยโดยมีชาวบ้านมาร่วมงานมากหน้าหลายตา ในจำนวนนี้มีบันลือลูกชายเถ้าแก่ชิ้นที่วางท่านักเลงโตมีสมุนติดตามล้อมหน้าล้อมหลังราวกับผู้ทรงอิทธิพล ชาวบ้านลานเทรู้จักสองพ่อลูกดีเพราะส่วนใหญ่ก็เป็นลูกหนี้ของเถ้าแก่ชิ้นซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าหนี้หน้าเลือด

ความสวยสะพรั่งในวัยเต็มสาวของศรีนวลเตะตาตรึงใจบันลือจนไม่อาจนั่งดูเธอแสดงลำตัดกับชาวคณะได้เพียงอย่างเดียว เขาเดินขึ้นเวทีหมายเชยชมชื่นใจสาวงามโดยไม่เกรงใจกำนันธงแม้แต่น้อย พอศรีนวลสะบัดหนีเขาก็ไม่พอใจถึงกับชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า ทำเอาชาวบ้านหวีดร้องด้วยความตกใจ

ขณะที่ศรีนวลถูกบันลือใช้ปืนจี้บังคับ สมิงโผล่จากมุมหนึ่งเตะปืนในมือบันลือกระเด็นไป ตามด้วยถีบอีกเปรี้ยงจนนักเลงประจำถิ่นเซถลาตกเวที สมุนวิ่งพล่านลงมาประคองเจ้านาย  แต่ไม่ทันไรสมิงก็โดดลงมาตะลุมบอน อีกครู่หนึ่งด้วยเชิงมวยที่เหนือกว่า ก่อนที่เถ้าแก่ชิ้นจะ เดินดุ่มเข้ามาร้องห้ามแถมทำท่าจะเอาเรื่องสมิงที่กล้าดีมาทำร้ายลูกชายสุดที่รักของตน

กำนันธงกับพ่อแม่ของสมิงเพิ่งเข้ามาสมทบและ ได้ยินศรีนวลยืนยันกับเถ้าแก่ชิ้นว่าสมิงไม่ได้เป็นคนเริ่ม ชาวบ้านทุกคนเป็นพยานได้ว่าบันลือขึ้นมาลวนลามเธอบนเวที

“ก็คนมันเมา เอ็งจะไปถือสาอะไรมันเล่า”

“เมายังไงก็ไม่มีสิทธิ์ทำผิด สมิงมันทำถูกแล้วที่เข้ามาช่วย เถ้าแก่ชิ้นควรจะขอบคุณสมิงมันมากกว่าที่จะมากล่าวโทษ หากฉันจะเอาความไอ้บันลือลูกเถ้าแก่ก็คงไม่รอดคุกแน่”

เถ้าแก่ชิ้นชำเลืองมองกำนันธงอย่างไม่พอใจ  แต่จำใจต้องพูดตรงกันข้าม “ก็ได้ ครั้งนี้ฉันขอขอบใจกำนันธงที่จะยกโทษให้ลูกฉัน แต่สำหรับเอ็งไอ้สมิง ลูกไอ้ชุบนังสาย...เราคงได้เห็นดีกันแน่”

อาฆาตครอบครัวสมิงแล้ว  เถ้าแก่ชิ้นก็พยักพเยิดให้ลูกน้องพาบันลือกลับออกไป ทิ้งความกังวลใจไว้ให้ชุบกับสาย  เนื่องจากทั้งคู่ทราบดีว่าเถ้าแก่ชิ้นต้องเล่นงานเรื่องหนี้สินแน่นอน ชุบบอกเล่าให้กำนันธงฟังว่าตนกับเมียเป็นหนี้เถ้าแก่ชิ้นมา 4 ปีแล้ว ปีนี้ตั้งใจจะเอาเงินมา ใช้  แต่มาเกิดเหตุแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่สมิงมั่นใจว่าเราส่งดอกไม่เคยขาด แค่เอาเงินมาใช้หนี้มันจะทำอะไรเราได้

“เอ็งไม่รู้อะไร ไอ้เถ้าแก่ชิ้นเนี่ยมันเหมือนคนอื่นเขาซะทีไหน ถ้าไม่พอใจใคร มันก็หาเรื่องยึดบ้านยึดที่ดินมานักต่อนักแล้ว”

“นั่นสิ มันจะมายึดเรือโยงของเราหรือเปล่าก็ไม่รู้”

สองผัวเมียบ่นอย่างกลัดกลุ้ม ศรีนวลฟังแล้วหนักใจแทน ก่นด่าเถ้าแก่ชิ้นว่าหน้าเลือดจริงๆ ฝ่ายสมิงก็ยืนกรานไม่ยอมให้มันมายึดง่ายๆแน่

“เขามีสัญญาเงินกู้ แล้วยังมีตำรวจเป็นพวก ยังไงเราก็คงขัดขืนไม่ได้หรอกสมิง”

“เอาเถอะ อย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้เลย ยังไงถ้าข้ารู้ก็คงไม่ปล่อยให้พวกมันมารังแกพวกเอ็งหรอก” กำนันธงให้กำลังใจสองผัวเมีย เช่นเดียวกับศรีนวลที่กล่าวจริงจังว่าตนรักและนับถือลุงกับป้าเหมือนพ่อแม่ ถ้ามันมาอีกเมื่อไหร่คงได้เห็นดีกัน

ooooooo

เช้าวันใหม่ ไม่มีใครคาดคิดว่ามเหศักดิ์โจรร้าย แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะปล้นสะดมชาวบ้านกลางวัน แสกๆอย่างไม่เกรงกลัวทางการ  เนื่องจากมีนายอำเภอหนุนหลัง โดยที่พวกชาวบ้านไม่มีใครรู้เห็น

มเหศักดิ์และสมุนปล้นฆ่าชิงทรัพย์ชาวบ้านอย่างโหดเหี้ยม กำนันธงทราบข่าวจึงนำพาลูกบ้านมาสกัดแต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะพวกมันมีทั้งปืนและระเบิด สมิงกับศรีนวลต้องวางแผนอย่างรัดกุมแต่แล้วก็ยังพลาดอยู่ดี ศรีนวลถูกมเหศักดิ์จับเป็นตัวประกัน แต่เธอก็ไหวพริบดีแกล้งเจ็บขาเดินไม่ไหว พลางส่งสายตาให้สมิงจู่โจม ทำให้มเหศักดิ์ถูกยิงเฉี่ยวไหล่และล่าถอยหลบหนีไปพร้อมสมุน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านถ้วนหน้า และหลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะพึ่งทางการอย่างเดียวคงยาก ดังนั้นกำนันธงกับผู้ใหญ่ด้วงจึงกระตุ้นให้ทุกคนหมั่นฝึกอาวุธให้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ผู้หญิงก็ต้องฝึกด้วยโดยมีศรีนวลซึ่งเก่งกาจสามารถไม่แพ้ชายอกสามศอกช่วยฝึกให้...

ที่บ้านเถ้าแก่ชิ้น วันนี้ลุงอ้อนกับลูกชายนำเงินจำนวนสามพันมาใช้หนี้  แต่เถ้าแก่ชิ้นกลับบอกว่าเงินไม่ครบ นับกี่ครั้งก็ได้แค่สองพันสี่ พอเหิมลูกชายลุงอ้อนยืนยันว่าครบและจะขอนับใหม่ต่อหน้า เถ้าแก่ชิ้นก็เจ้าเล่ห์หัวหมอว่าตนถือเคล็ด เงินถึงมือตนแล้วเอาคืนไม่ได้ วันนี้ถือว่าแค่ส่งดอก ถ้าอยากได้ที่นาคืนก็ไปหาเงินมาให้ครบ

“แบบนี้มันโกงกันชัดๆนี่”

“อย่าปากมากไอ้เหิม ถ้ายังไม่อยากตาย” บันลือปรี่มาขย้ำคอเหิมเพื่อข่มขู่ ลุงอ้อนตกใจรีบเข้าห้ามแต่กลับโดนบันลือผลักกระเด็น เหิมพุ่งเข้าใส่อย่างเหลืออดแต่ที่สุดก็โดนบันลือซ้อมจนสะบักสะบอมทั้งพ่อทั้งลูกก่อนลากตัวออกไปโยนหน้าบ้านแล้วสำทับด้วยท่าทีนักเลงโต

“จำเอาไว้ เอ็งสองคนพ่อลูก ถ้าคราวหน้ากำแหงอีก ข้าไม่เลี้ยงไว้แน่”

สองพ่อลูกร้องโอดโอยพยุงกันเดินจากไปด้วยความเจ็บแค้น สวนกับชายสองคนใส่หมวกพรางหน้าแต่เหิมก็จำได้ว่าคนหนึ่งคือมเหศักดิ์!

มเหศักดิ์รู้จักมักคุ้นกับเถ้าแก่ชิ้นและบันลือเป็นอย่างดีเพราะเอาของมีค่าที่ปล้นได้แต่ละครั้งมาขายให้สองพ่อลูกอยู่เนืองๆ หลังจากคุยกันไปมาสักครู่สองฝ่ายรู้ว่ามีศัตรูคนเดียวกันคือสมิง จึงตกลงว่าจะร่วมมือกันจัดการสมิงให้อยู่ลานเทต่อไปไม่ได้

เพียงวันถัดมา มเหศักดิ์ก็พาลูกน้องบุกถึงเรือโยงของสมิง เดชะบุญที่สมิงออกจากเรือไปบ้านกำนันธงตั้งแต่เช้า พ่อแม่จึงรับเคราะห์แทนโดนโจรห้าร้อยยิงไม่ยั้ง โดยมีขวดเห็นเหตุการณ์รีบวิ่งไปบอกสมิงให้มาช่วย แต่กว่าสมิงกับพวกกำนันธงจะมาถึงสองผัวเมียก็สิ้นใจเสียแล้ว อีกทั้งพวกมเหศักดิ์ก็ล่องหนไปแล้วเช่นกัน ทิ้งไว้เพียงจดหมายท้าทายให้สมิงตามไปเจอกันได้ที่ซ่องยายจันทร์

สมิงอ่านจดหมายนั้นด้วยความแค้นแต่ไม่ยอมปริปากบอกใครๆโดยเฉพาะศรีนวลที่พยายามคาดคั้นเพราะเป็นห่วง หลังจากเผาศพพ่อแม่แล้วสมิงก็มุ่งหน้าไปซ่องยายจันทร์ในตอนค่ำโดยไม่รู้ว่ามเหศักดิ์มีนายอำเภอเป็นกองหนุนทำให้เขาเกือบถูกจับกุมและเอาชีวิตไม่รอดถ้าไม่ต่อสู้ป้องกันตัวโดยยิงนายอำเภอกับลูกน้องคนสนิทล้มลง ก่อนจะวิ่งหลบหนีไปท่ามกลางกลุ่มควันและเปลวไฟ

เช้าตรู่ ผู้คนในลานเทต่างทราบข่าวแล้วมาเล่าให้กำนันธงฟัง แต่เรื่องราวที่เล่าขานกลับไม่เป็นความจริงแม้แต่นิดเดียว สมิงถูกใส่ร้ายว่าเป็นโจรก๊กใหม่บุกปล้นซ่องแล้วฆ่านายอำเภอกับลูกน้อง โดยมีพวกเถ้าแก่ชิ้นตามมายืนยันด้วยตัวเอง

“เมื่อคืนไอ้สมิงมันร่วมมือกับเสือมเหศักดิ์ยกพวกบุกไปปล้นซ่องนางโลม แล้วก็เกิดผิดใจกัน มันเลยยิงกับเสือมเหศักดิ์ นายอำเภอรู้ก็เลยยกกำลังมาล้อมปราบ ไอ้สมิงก็เลยยิงนายอำเภอและพวกตายไปหลายคน”

“ไม่จริง สมิงไม่มีวันเป็นโจรเด็ดขาด”

“แหม...ศรีนวล เข้าข้างไอ้สมิงเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะ ทีกับพี่ละก็ค้อนเอาๆ”

ศรีนวลตาขวางใส่บันลือที่ปากยื่นปากยาว กำนันธงเองก็ไม่ค่อยพอใจนักแต่ไม่อยากต่อความให้ยืดเยื้อจึงตัดบท

“ไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงไม่จริงยังไง ข้าไม่เชื่อเด็ดขาด ต้องหาหลักฐานมายืนยัน พวกเราทุกคนอย่าเพิ่งเชื่อข่าวลือ คนลานเทต้องรักและสามัคคีกันไว้ เอาละตอนนี้แยกย้ายกันไปทำมาหากินเถอะ ถ้ามีข่าวอะไรคืบหน้าข้าจะเอามาบอก”

ชาวบ้านทำท่าจะแยกย้ายกัน แต่เถ้าแก่ชิ้นห้ามไว้ อ้างว่าวันนี้ถึงกำหนดส่งต้นส่งดอก ถ้าใครมีปัญหาหรืออยากจะคุยกับตำรวจก็เชิญ

บันลือกางสมุดรายชื่อลูกหนี้ ขณะที่เถ้าแก่ชิ้นพยักพเยิดให้ตำรวจที่มาด้วยออกโรง

“เรื่องหนี้สิน ถ้ามีสัญญาถูกต้อง ตำรวจก็ต้องทำตามหน้าที่ ใครเบี้ยวเจอซังเตแน่นอน”

“ใครก็ช่วยพวกเอ็งไม่ได้ทั้งนั้น แม้แต่กำนันธง ผู้ใหญ่ด้วง เพราะข้ามีสัญญาเงินกู้ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง...ไปคุยกันที่โรงพัก ขอโทษนะกำนัน ผู้ใหญ่”

เถ้าแก่ชิ้นกับบันลือต้อนลูกหนี้ออกไปได้ครู่เดียว ศรีนวลก็ได้ยินเสียงเป่าปาก ซึ่งเธอจำได้แม่นจึงกระซิบบอกพ่อว่าสมิงอยู่แถวนี้ ก่อนจะค่อยๆปลีกตัวออกไปด้วยกันโดยไม่บอกผู้ใหญ่ด้อง

สองพ่อลูกไปพบสมิงที่เถียงนาแล้วซักถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน สมิงยืนยันตนไม่ได้ปล้นใคร จุดหมายเดียวที่ไปก็เพื่อล้างแค้นมเหศักดิ์เท่านั้น

“แล้วทำไมนายอำเภอกับพวกถึงต้องตาย”

“นายอำเภอเป็นพวกเดียวกับไอ้มเหศักดิ์ มันร่วมมือกันวางแผนให้สมิงเข้าไปติดกับ...ที่นายอำเภอต้องตาย สมิงจำเป็นต้องป้องกันตัว”

“เรื่องบานปลายแบบนี้เราจะทำยังไงดีล่ะพ่อ” ศรีนวลวิตกกังวล

“ปัญหานี้คงแก้ยากแล้วสมิงเอ๊ย หากเอ็งคิดจะมอบตัวสู้คดีก็ต้องทำใจยอมติดคุกไปก่อน แล้วก็รอจนกว่าศาลท่านจะตัดสิน”

“กว่าศาลจะตัดสินว่าสมิงบริสุทธิ์ สมิงก็ติดคุกฟรีสิพ่อ”

“เรื่องนี้แล้วแต่เอ็งจะตัดสินใจนะสมิง” พูดแล้วกำนันธงก็มองหน้าสมิงอย่างหนักใจ

ooooooo

ไม่ทันข้ามวัน สมิงก็อดรนทนไม่ได้กับความร้ายกาจของเถ้าแก่ชิ้นกับบันลือ สองพ่อลูกคดโกงลุงอ้อนอย่างหน้าด้านๆ หาว่าแกไม่หาเงินมาไถ่ถอนที่ดินตามกำหนด จึงต้องยึดบ้านยึดที่ดินในวันนี้

เหิมลูกชายลุงอ้อนไม่ยินยอมเลยมีปากเสียงกับสองพ่อลูกยกใหญ่ เป็นเหตุให้เรื่องบานปลายเพราะความบ้าบิ่นของบันลือที่จุดไฟเผากระท่อมของลุงอ้อนจนมอดไหม้ต่อหน้าต่อตาตำรวจที่มาด้วย โดยอ้างว่าในเมื่อที่ดินผืนนี้เป็นของพ่อตนแล้วกระท่อมหลังนี้ก็ไม่ควรมีอยู่อีกต่อไป

เมื่อสมิงปรากฏตัวพร้อมพวกกำนันธง เถ้าแก่ชิ้นเร่งตำรวจให้จับไอ้โจรร้ายที่เป็นพวกเดียวกับมเหศักดิ์ซึ่งปล้นฆ่านายอำเภอเมื่อคืน

“ไม่จริง คนที่เป็นพวกเดียวกับเสือมเหศักดิ์ก็คือพวกแก วันนั้นฉันเห็นเสือมเหศักดิ์ไปที่บ้านแก ฉันกับพ่อจำได้”

“ปากดีนักไอ้เหิม ตายซะเถอะมึง”

เถ้าแก่ชิ้นแย่งปืนจากตำรวจมายิงเหิมหมายจะปิดปาก แต่ลุงอ้อนกระโดดเข้าบังร่างลูกชายกระสุนปืนจึงโดนแกตายคาที่ แทนที่เถ้าแก่ชิ้นจะวางมือกลับกระหน่ำยิงเหิมอีกครั้งแต่ก็พลาดเป้าเพราะสมิงขว้างไม้มากระแทกมือเขาจนปืนหล่นลงพื้น บันลือเห็นดังนั้นก็จะเก็บขึ้นมายิงแต่ถูกสมิงสกัดด้วยกำปั้นแล้วแย่งปืนนั้นมาได้

ตำรวจเห็นท่าไม่ดีคิดจัดการกับสมิงขั้นเด็ดขาด ศรีนวลจะเข้าไปช่วยแต่กำนันธงดึงเธอหลบเข้าที่กำบัง แต่พวกชาวบ้านที่รักใคร่สมิงต่างให้ความช่วยเหลือ เถ้าแก่ชิ้นเห็นว่าฝ่ายตนกำลังเสียเปรียบจึงรีบหอบสัญญาเงินกู้หนี ส่วนตำรวจก็ต้องล่าถอยเนื่องจากชาวบ้านมีมากกว่า

หลังจากเหตุการณ์สงบลง ศรีนวลรีบมาขอโทษสมิงที่เมื่อสักครู่เธอไม่ได้ช่วยเขา

“ดีแล้ว หากศรีนวล กำนันธง และผู้ใหญ่ไปมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง พวกชาวบ้านลานเทจะขาดที่พึ่ง”

“เอ็งเห็นจะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วสมิง”

“แต่ฉันจะหนีไปไหนได้ล่ะกำนัน ลานเทเป็นบ้านของฉัน”

“หาที่ซ่อนตัวเสียก่อนเถอะวะ รอให้เรื่องเงียบก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่”

“เชื่อพ่อเถอะนะ ศรีนวลยังไม่อยากให้สมิงเป็นอะไรไป”

สมิงชะงัก หันมองศรีนวลซึ่งเป็นเจ้าหัวใจของเขาด้วยความภักดี และในที่สุดก็ยินยอมเดินทางไปกับสองพ่อลูกซึ่งตั้งใจพาเขาไปซ่อนตัวในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก โดยมีหนุ่มๆอีกจำนวนหนึ่งที่ขอร่วมเป็นร่วมตายกับสมิงติดตามมาด้วย

กำนันธงกับศรีนวลนำพาพวกสมิงเข้าไปในป่าดิบรกชัฏ ลัดเลาะไปเรื่อยจนถึงหน้าถ้ำซึ่งมีชัยภูมิดีเหมาะสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย สมิงและหนุ่มชาวบ้านพากันมองรอบทิศด้วยความสงสัย

“ที่นี่คือผาช่องลม ฉันเคยมาล่าสัตว์กับพ่อบ่อยๆ แต่พ่อไม่ให้บอกใคร พ่อกะไว้ว่าหากมีโจรมาปล้นหมู่บ้าน แล้วเราสู้ไม่ได้จริงๆก็จะอพยพพวกผู้หญิงกับเด็กมาซ่อนตัวกันที่นี่”

“ศรีนวลจำทางเข้าออกได้ยังไง มันวกวนมาก”

“ใช่ ถ้าเดินออกไปก็คงหลง กลับเข้ามาอีกไม่ถูกแน่”

“เรื่องทางเข้าออกเอาไว้ฉันจะบอกเคล็ดลับให้ทีหลัง ตอนนี้ขอสมิงกับพวกเราพักอยู่ที่นี่ไปก่อน เรื่องอาหารการกินคงหาไม่ยาก เพราะตรงลำธารด้านโน้นมีวังปลาอุดมสมบูรณ์ ในป่าก็มีทั้งกล้วยทั้งลูกไม้ป่า”

“ไม่ต้องห่วง เราจะอยู่ที่นี่รอข่าวจากศรีนวล”

“งั้นตกลงตามนี้นะพวกเรา”

สมิงและหนุ่มๆทุกคนพยักหน้ารับโดยพร้อมเพรียง

ตอนที่ 2

กำนันธงกับลุงมหาไปธุระในเมืองเพิ่งกลับถึงบ้านท่ามกลางฝน ที่ยังโปรยปราย ทั้งคู่หิวข้าวจนไส้กิ่วเรียกหาศรีนวลถามว่าทำอะไรกิน เสียงนั้นได้ยินถึงในห้องเลอสรร ศรีนวลตกใจรีบลุกขึ้นแต่งตัวพลางปลุกเลอสรรที่ยังหลับอย่างมีความสุขให้แต่ง ตัวเพราะพ่อของตนกลับมาแล้ว

“งั้นเดี๋ยวผมจะไปบอกพ่อของศรีนวลเองว่าเรารักกัน”

“ไม่ได้นะคะ คุณทำแบบนั้นไม่ได้”

“ทำไมล่ะ ผมบริสุทธิ์ใจแล้วก็รักศรีนวลจริงๆนี่”

“แต่มันไม่เหมาะ คือเรายังไม่ได้แต่งงานกัน หากใครรู้เข้าศรีนวลจะเสียหาย พ่อก็คงเดือดร้อนแน่”

“ก็ได้ งั้นผมจะรอให้ศรีนวลพร้อม แล้วจะมาทำให้ถูกต้องตามประเพณี”

เลอ สรรดึงศรีนวลเข้ามากอดและจูบลา เสียง กำนันธงใกล้เข้ามา ศรีนวลผละออกจากห้องหลบเข้าครัวทำทีอุ่นแกงแล้วเฉไฉเมื่อพ่อเข้ามาถามว่า เรียกตั้งนานทำไมไม่ตอบ

“อ้าว...พ่อเรียกเหรอ ศรีนวลไม่ได้ยิน”

“ตะโกนลั่นบ้านแบบนี้ ไม่ได้ยินได้ไง”

“พอดีศรีนวลกำลังคิดอะไรเพลินๆน่ะจ้ะพ่อ เลยไม่ได้ยิน”

“เอ็งคิดอะไรของเอ็ง”

ศรีนวล เอาตัวรอดอ้างว่าคิดเรื่องกลอนลำตัด กำนันธงไม่ติดใจ สั่งการเรื่องอาหารแล้วกลับออกมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ารอกินข้าวพร้อมลุง มหา...

ฟ้าเริ่มสางฝนหยุดตก สมิงตัดสินใจไปจากบ้านกำนันโดยแวะมาอุ้มทารกน้อยเพื่อสั่งลา ศรีนวลทันรู้เห็นก็ตอนจะเอาข้าวมาให้ จึงทักท้วงสมิงว่าจะไปทำไมในเมื่อแผลที่ขายังไม่หายดี ชายหนุ่มเบือนหน้าหนี ในใจปวดร้าวและน้อยใจ ศรีนวลสังเกตและรับรู้ได้ เริ่มรู้ความหมายของดวงตาคู่นั้น

“สมิงรู้...” เธอพึมพำออกมาก่อนจะน้ำตาคลอเมื่อสมิงตัดพ้อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่า ถึงหัวใจของตนถูกเหยียบย่ำแต่ตนก็ยังภักดีต่อเธอเหมือนเดิม “ศรีนวลเสียใจมากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...ศรีนวลเป็นคนผิดเอง...ศรีนวล ใจง่ายทำให้ทุกคนผิดหวัง”

“ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ศรีนวลเอามันกลับคืนมาไม่ได้หรอก ว่าแต่กำนันยังไม่รู้ใช่ไหม”

ศรีนวลพยักหน้า สมิงจึงถามต่อไปว่าเลอสรรจะจัดการเรื่องนี้ยังไง

“เขาบอกว่าจะมาสู่ขอศรีนวลแล้วก็แต่งงานตามประเพณี”

“ถ้า งั้นพี่ก็ขออวยพรให้ศรีนวลมีความสุข และขอให้คุณเลอสรรเขารักษาสัญญากับศรีนวล อย่าทำให้ศรีนวลผิดหวัง ไม่อย่างงั้นพี่กับคุณเลอสรรก็คงจะต้องขาดกัน”

ขณะที่สมิงกับศรีนวล คุยกันอยู่นั้น ลูกน้องคนหนึ่งของบันลือแอบดูหลังพุ่มไม้แล้วรีบไปบอกเจ้านายก่อนทั้งหมดจะ พาตำรวจมาที่บ้านกำนันธงเพื่อจับสมิงให้ได้คาหนังคาเขา ถ้าจับเป็นไม่ได้ก็จะจับตาย

โชคดีที่ศรีนวลไหวตัวให้สมิงหลบไปก่อน ขณะที่เลอสรรกับกำนันธงก็คอยช่วยเหลือจนทำให้บันลือไม่พอใจและมีปากเสียงกับ เลอสรร หลังจากค้นหาสมิงทั้งในบ้านและตามไปถึงชายป่าก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

“แต่ถึงไม่เจอ กำนันธงก็ควรถูกแจ้งข้อหาให้ความช่วยเหลือโจรนะสารวัตร”

“ขอโทษนะครับคุณบันลือ ถ้าไม่มีหลักฐานกรุณาอย่ากล่าวหากัน ไม่งั้นคุณโดนฟ้องกลับแน่”

“แต่คนของฉันเห็นว่าไอ้สมิงมันอยู่กับศรีนวลเมื่อเช้า”

“ถ้าแน่ใจอย่างนั้นก็แจ้งข้อหาไปเลย แต่ถ้าพลาดขึ้นมาผมจะเล่นคุณข้อหาสร้างพยานเท็จ”

“แต่ถึงไม่เจอ กำนันธงก็ควรถูกแจ้งข้อหาให้ความช่วยเหลือโจรนะสารวัตร”

“ขอโทษนะครับคุณบันลือ ถ้าไม่มีหลักฐานกรุณาอย่ากล่าวหากัน ไม่งั้นคุณโดนฟ้องกลับแน่”

“แต่คนของฉันเห็นว่าไอ้สมิงมันอยู่กับศรีนวลเมื่อเช้า”

“ถ้าแน่ใจอย่างนั้นก็แจ้งข้อหาไปเลย แต่ถ้าพลาดขึ้นมาผมจะเล่นคุณข้อหาสร้างพยานเท็จ”

“เอา ละๆ ครั้งนี้ขอให้เลิกแล้วต่อกัน ไม่เจอคนร้ายก็ถือซะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณเลอสรรพากำนันธงกับพวกกลับได้แล้วครับ ไม่มีอะไรแล้ว”

“ขอบคุณมากครับสารวัตรที่ให้ความยุติธรรมกับพวกเรา”

เมื่อคณะของกำนันธงพากันกลับไปแล้ว บันลือหงุดหงิดไม่หายถามสารวัตรสมภพว่าทำไมต้องยอมมันด้วย

“แล้ว คุณมีหลักฐานอะไรไหมล่ะที่จะไปกล่าวหาเขา อย่าลืมสิว่ากำนันธงน่ะมันมีแบ็กอัพคือท่านผู้ว่าฯทรงยศ แล้วคุณเลอสรรลูกชายท่านผู้ว่าฯ ก็ยังเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจอีกด้วย”

“แสดงว่าสารวัตรจะเลิกล้มเรื่องไอ้สมิงแล้วใช่มั้ย ผมยินดีจะจ่ายค่าหัวไอ้สมิง 5 หมื่นบาท ไม่ว่าจะจับเป็นหรือจับตาย”

“วางใจ เถอะคุณบันลือ ผมไม่ทิ้งเรื่องไอ้สมิงแน่นอน เพียงแต่วันนี้จังหวะเราไม่ดีก็ควรถอยออกมาก่อน ไม่งั้นพวกมันจะไหวตัวทัน ยังไงผมจะส่งสายสืบมาคอยจับตาความเคลื่อนไหวของพวกมัน ครั้งหน้าต้องไม่พลาดแบบนี้”

ได้ยินสารวัตรยืนยันอย่างนั้นบันลือ ค่อยเย็นลง ด้านสมิงที่หลบหนีไปอาศัยกระท่อมในป่าตามคำแนะนำของศรีนวล ผ่านไปพักใหญ่บัวก็นำอาหารมาให้ บอกว่ามีน้ำพริกป่าฝีมือศรีนวลที่สมิงชอบด้วย

“ตอนนี้สมิงคงชอบไม่ได้แล้วล่ะบัว”

“อ้าว...ไม่อร่อยเหรอ”

สมิง ไม่ตอบ ก้มหน้าก้มตากินข้าวไปเงียบๆ ตรงกัน ข้ามกับเลอสรรที่กำลังล้อมวงกับกำนันธง ลุงมหาและศรีนวลอยู่ที่บ้านอย่างมีความสุข เขาเอร็ดอร่อยกับอาหารพลางส่งสายตาให้ศรีนวลเป็นระยะจนกำนันธงเริ่มทะแม่ง แล้วตัดสินใจลุกตามลูกสาวเข้าไปในครัวเพื่อเตือนให้ระมัดระวังตัวเองไว้บ้าง หากมีอะไรเกินเลยน้ำตาจะเช็ดหัวเข่า

“ทำไมล่ะจ๊ะพ่อ สมมติถ้าฉันกับคุณเลอสรรรักกัน ทำไมต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าด้วย”

“เอ็ง คิดว่าคนป่าคนดงอย่างเราใครเขาจะมาจริงจัง ในเมืองมีผู้หญิงสาวๆสวยๆอีกมากมาย ก้าวเท้าจากลานเทไปใจคนมันก็เปลี่ยน พ่อเห็นมานักต่อนักแล้ว”

“ไม่ยกเว้นแม้แต่คุณเลอสรรเลยเหรอจ๊ะพ่อ”

“ผู้ชายมันก็เหมือนๆกันทั้งนั้น ถ้าเอ็งไม่อยากเสียใจก็ห่างๆเขาเอาไว้ดีกว่า”

ศรีนวลไม่ตอบได้แต่ครุ่นคิดและไม่อยากรับคำ กำนันธงเลยถามย้ำอีกทีว่าได้ยินที่พ่อพูดหรือเปล่า

“จ้ะพ่อ ฉันได้ยินแล้วจ้ะ”

กำนัน ธงเดินออกไป ขณะที่ศรีนวลรู้สึกหนักใจ เกรงสิ่งที่พ่อเตือนจะเป็นจริง...แต่แล้วคืนนั้นเอง เลอสรรก็รวบตัวศรีนวลเข้าห้องคลอเคลียอย่างรักใคร่ หญิงสาวปัดป้องพร้อมกับเล่าให้ฟังว่าเมื่อเย็นพ่อเพิ่งมาเตือนไม่ให้ตน ใฝ่สูง เลอสรรชะงักอย่างไม่เข้าใจถามว่าใฝ่สูงยังไง

“พ่อกลัวว่าคุณเลอสรรจะไม่จริงใจกับคนบ้านนอกอย่างศรีนวล หากกลับไปกรุงเทพฯเมื่อไหร่คุณก็จะลืม ศรีนวลคนนี้”

“ศรีนวลคิดว่าผมจะเป็นคนใจโลเลอย่างนั้นเหรอ หรือจะให้ผมสาบานต่อหน้าพระให้ตายในสามวันเจ็ดวัน”

“ไม่ค่ะ อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ”

“แต่ผมอยากให้ศรีนวลเชื่อใจและรู้ว่าผมรักศรีนวลมากแค่ไหน ชาตินี้ผมจะไม่มีวันลืมเมียคนสวยของผมที่ชื่อศรีนวลได้เป็นอันขาด”

เลอ สรรกอดจูบศรีนวลด้วยความรัก ไม่ช้าหญิงสาวก็โอนอ่อนผ่อนตามเพราะรักเขามากเช่นกัน...เช้าวันรุ่งขึ้น ศรีนวลกับบัวเตรียมตัวเอาอาหารไปให้สมิง เลอสรรรู้เข้า ก็ขอตามไปด้วย แต่ระหว่างทางเขาเหนื่อยอ่อนเพราะไม่ชินกับการเดินป่า พอเจอลำธารจึงแวะล้างหน้าล้างตาแล้วทำท่าจะเดินต่อ

“ไม่ต้องเดินแล้วค่ะ กระท่อมอยู่ข้างหน้านี่เอง คุณชมธรรมชาติแถวนี้ไปก่อนนะ ศรีนวลกับพี่บัวจะเข้า ไปเยี่ยมสมิงเอง”

เลอ สรรตกลง สองสาวจึงผละไป แต่ไม่นานบัวก็ต้องกลับออกมาอีกเพราะสมิงไม่มีน้ำกินสักหยด ส่วนศรีนวลอยู่ดูแลสมิงที่ตัวร้อนมีไข้เพราะแผลอักเสบ เธอตักข้าวจะป้อนแต่เขาไม่ยอมกิน เธอเลยชะงักหน้าเสียถามเขาว่ารังเกียจตนเหรอ

“เปล่า...สมิงไม่ได้รังเกียจ เพียงแต่ศรีนวลมีเจ้าของแล้วไม่สมควรที่จะให้ป้อน มันจะเป็นการทำลายจิตใจของศรีนวลและคุณเลอสรรเอง”

“แต่สมิงเจ็บไข้ไม่สบาย ศรีนวลต้องดูแล เพราะศรีนวลรักและยกย่องสมิงเหมือนพี่ชายของศรีนวล”

“พี่ชาย...”

“จ้ะสมิง ถึงชาตินี้เราจะรักกันไม่ได้ แต่สมิงก็จะอยู่ในใจของศรีนวลเสมอ”

“ก็ได้...ต่อ ไปสมิงจะดูแลในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่รอคอยผู้หญิงที่มันรัก หากวันใดที่ศรีนวลและคุณเลอสรรเป็นอิสระจากกัน สมิงก็จะมาขอโอกาสจากศรีนวลอีกครั้ง”

“ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตเถอะสมิง แต่สำหรับตอนนี้สมิงกินข้าวก่อนเถอะ”

ไม่ทัน ที่สมิงจะกินข้าว เสียงปืนดังมาจากลำธาร ศรีนวลเป็นห่วงเลอสรรรีบวิ่งออกไปโดยมีสมิงติดตามมาด้วย ปรากฏว่าขวดกับเหิมนั่นเอง ทั้งคู่เข้าใจผิดคิดว่าเลอสรรเป็นพวกเดียวกับตำรวจจึงเกิดการต่อสู้กัน โชคดีไม่มีใครเป็นอะไร พอรู้ว่าเป็นพวกเดียวกันก็โล่งใจแล้วตามศรีนวลกับสมิงไปกินข้าวที่กระท่อม

ขวด กับเหิมเอร็ดอร่อยกับอาหารของศรีนวล เพราะที่ผ่านมากินแต่เผือกมันเป็นประจำก็เลยอยากให้สมิงป่วยหลายๆวัน พวกตนจะได้ไม่ต้องกลับไปอดๆ อยากๆอยู่กลางป่าอีก

“ถ้าเอ็งตะกละเห็นแก่กินก็กลับไปอยู่ในหมู่บ้านสิไอ้ขวด ไม่ต้องมาทนลำบากกับข้า”

“แหมพี่...ฉันก็แค่ล้อเล่น พี่สมิงอยู่ไหนฉันก็อยู่นั่น ไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว”

“แล้วนี่สมิงจะพักอยู่สักกี่วัน หรือกินเสร็จจะออกเดินทางกันเลย”

“ไม่ ได้นะ สมิงยังไปไหนไม่ได้ แผลยังไม่หายดีเลย น่าจะพักอีกสักวันสองวัน” ศรีนวลท้วงขึ้นอย่างเป็นห่วง เลอสรรเห็นด้วย กำชับสมิงให้กินยาแก้อักเสบที่ตนฝากศรีนวลมาให้ครบแผลจะได้ไม่ติดเชื้อ

“ก็ได้ สมิงจะพักที่นี่อีกสองวัน หลังจากแผลแห้งแล้วก็ค่อยเข้าป่า”

แต่ ไม่ทันสมิงกับลูกน้องจะเข้าป่าก็เกิดเหตุการณ์ปล้นทรัพย์ที่บ้านเศรษฐีราย หนึ่งในบางไทร ซึ่งเป็นฝีมือของมเหศักดิ์กับบันลือนั่นเอง แต่พวกเขาสวมรอยใส่ร้ายสมิงเหมือนเคย และการปล้นจวนเจียนจะสำเร็จอยู่แล้วถ้าพวกกำนันธงไม่แห่กันมาขัดขวาง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เห็นหน้าค่าตาไอ้โจรร้ายเพราะมันพรางหน้ากันทุกคน

ศรีนวล กับเลอสรรเพิ่งแยกจากสมิงมาถึงหมู่บ้าน ทั้งคู่จึงยืนยันว่าโจรไม่ใช่สมิงอย่างแน่นอน แล้วก็เห็นใจสมิงที่ต้องมารับกรรมเพราะการกระทำของคนอื่น วันรุ่งขึ้นเธอและเขาออกไปพบสมิงอีกครั้ง เป็นเวลาที่สมิงกับลูกน้องกำลังจะเข้าป่าพอดี

“ได้เวลาแล้ว สมิงคงรบกวนศรีนวลแค่นี้ ส่วนเรื่องไอ้โจรที่แอบอ้างเป็นสมิง ศรีนวลไม่ต้องห่วงนะ สมิงต้องสืบรู้ให้ได้ว่ามันเป็นใคร”

“แต่กว่าจะรู้ ชื่อเสียงของสมิงก็ป่นปี้ไปหมด” เลอสรรหนักใจแทน

“ใคร จะเข้าใจยังไงก็ช่าง สมิงขอแค่ให้คุณเลอสรร ศรีนวล ลุงกำนัน และพี่น้องชาวลานเททุกคนเข้าใจสมิงเป็นพอ...สมิงยินดีที่ศรีนวลได้ผู้ชายดีๆ อย่างคุณ

เลอสรรเป็นคู่ครอง ขอให้คุณเลอสรรรักและทะนุถนอมศรีนวลไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ถึงศรีนวลจะเป็นผู้หญิงบ้านป่าแต่ก็คืออัญมณีล้ำค่าของบ้านป่าที่คุณจะหาจาก ที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว”

“วางใจเถอะสมิง ผู้ชายที่ชื่อเลอสรรคนนี้จะรักและซื่อสัตย์ต่อศรีนวลไปจนวันตาย และขอสัญญาว่าจะไม่มีวันทำให้ศรีนวลต้องเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว”

“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือและบุญคุณที่คุณเลอสรรเคยช่วยสมิงเอาไว้ สมิงจะจดจำเอาไว้จนวันตาย”

“เรา เป็นเพื่อนกันนะสมิง ถึงจะมีเวลาคบหากันไม่มาก แต่ฉันและสมิงต่างก็จริงใจต่อกัน ฉันจะจดจำความเป็นเพื่อนของเราไว้จนวันตายเช่นกัน”

สมิงจับมือร่ำลากับเลอสรรแล้วหันไปยิ้มให้ศรีนวลก่อนเดินนำขวดกับเหิมเข้าป่า

ooooooo

คราวก่อนปล้นบ้านเศรษฐีในบางไทรไม่สำเร็จเพราะถูกพวกกำนันธงขัดขวาง เสือมเหศักดิ์กับบันลือจึงหมายมั่นปั้นมือว่าครั้งนี้ต้องปล้นเอาเงินผ้าป่าจากชาวบ้านลานเทเพื่อหักหน้าตัวตั้งตัวตีอย่างกำนันธงให้จงได้ โดยลงมือในเวลาที่ชาวบ้านรวมตัวกันแห่กองผ้าป่าที่มีเงินหลายหมื่นบาทไปวัด

กำนันธงกับลุงมหาติดธุระกับชาวบ้านรายหนึ่งจึงไม่ได้ร่วมขบวนมาด้วย แต่พอรู้ข่าวว่ามีโจรปล้นเงินก็รีบตามมาช่วยแต่ไม่ทันการณ์ อีกทั้งศรีนวลก็บุ่มบ่ามบ้าบิ่นเพราะไม่ต้องการสูญเงินผ้าป่าจึงถูกบันลือจับตัวไป

แม้บันลือจะพรางตัวปิดบังหน้าตาแต่ศรีนวลก็จำเสียงของมันได้ มันเลยคิดจะฆ่าปิดปากเธอแต่ไม่สำเร็จเพราะเลอสรรกับพวกกำนันธงตามมาช่วยทัน เลอสรรเอาตัวเองบังกระสุนให้ศรีนวลจนได้รับบาดเจ็บ ลุงมหาต้องรีบผ่ากระสุนออกให้อย่างเร่งด่วน ส่วนพวกโจรห้าร้อยก็หอบเงินผ้าป่าหนีลอยนวลไปได้
เลอสรรเสียเลือดมากสลบไปข้ามวัน ศรีนวลดูแลอย่างใกล้ชิดและเมื่อเขาฟื้นขึ้นมาก็รีบนำอาหารมาบำรุงร่างกาย ดูแลปรนนิบัติตอบแทนที่เขาช่วยชีวิตเธอไว้

“ศรีนวลต้องขอโทษคุณเลอสรรที่ต้องมาบาดเจ็บเพราะศรีนวล”

“จะมีสามีคนไหนที่ปล่อยให้เมียตัวเองโดนยิงต่อหน้าต่อตาล่ะ”

“ศรีนวลขอร้องอย่าพูดแบบนี้อีกเลยค่ะ ศรีนวลไม่อยากให้พ่อรู้”

“ก็ได้จ้ะ ผมจะไม่พูดให้ศรีนวลไม่สบายใจอีก เพียงแต่ผมแค่อยากจะบอกให้ศรีนวลรู้ว่าชีวิตของผมทั้งชีวิต ยอมสละได้เพื่อศรีนวลของผม ทีนี้เชื่อหรือยังว่าผมรักศรีนวลจริงๆ”

“ค่ะ...ศรีนวลเชื่อแล้ว ทานข้าวก่อนเถอะค่ะ คุณจะได้หายเร็วๆ”

ขณะที่ศรีนวลป้อนข้าวเลอสรรอยู่ในห้อง กำนันธงกับลุงมหานั่งคุยกันข้างนอกด้วยสีหน้าอย่างหนักใจ

“ถ้าท่านผู้ว่าฯ รู้ว่าคุณเลอสรรโดนยิง ฉันคงโดนเล่นงานแน่เลย”

“มันไม่ใช่ความผิดของกำนัน เรื่องนี้ท่านผู้ว่าฯ คงเข้าใจดี กำนันอย่าโกรธฉันนะ ฉันมันบ่าวท่าน เกิดเหตุใหญ่กับลูกชายท่านอย่างนี้ ฉันก็ต้องรีบรายงานให้ท่านทราบด่วนที่สุด และคิดว่าท่านคงจะรีบส่งหมอส่งเรือมารับลูกชายไปดูแลต่อที่กรุงเทพฯ เป็นแน่”

ศรีนวลกลับออกมาได้ยินแล้วหน้าเศร้าอย่างเห็นได้ชัดแต่รีบกลบเกลื่อนเดินหนีเข้าครัวเมื่อเห็นแววตาสงสัยของพ่อกำนัน

ooooooo

ลุงมหากลับไปถึงบ้านท่านผู้ว่าฯในเย็นนั้น คุณนายศรีสอางค์ฟังข่าวลูกชายถูกยิงแล้วโวยวายด้วยความตกใจ แม้ลุงมหาจะบอกว่าตอนนี้เลอสรรปลอดภัยแล้วแต่เธอก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี ส่วนท่านผู้ว่าฯ ก็อดตำหนิลุงมหาไม่ได้ แถมบ่นไปถึงกำนันธงด้วยว่าดูแลพื้นที่ยังไงถึงมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

ค่ำวันเดียวกันที่บ้านกำนันธง เลอสรรอยากใกล้ชิดศรีนวลจึงส่งสัญญาณด้วยการผิวปากก่อนทำมือบอกว่าตนจะไปรอในห้องนอน ศรีนวลยิ้มรับพลางเหลียวซ้ายแลขวากลัวพ่อเห็น สักครู่กำนันธงก็เดินออกจากมุมหนึ่งทำ เหมือนไม่รู้เห็นอะไร แต่แอบสั่งสอนลูกสาวทางอ้อมเมื่อเธอถามว่าพ่อไปไหนมา

“ไปพาอีเผือกมันเข้าคอกน่ะสิ”

“อีเผือกมันทำไมหรือจ๊ะพ่อ”

“อีเผือกมันไม่รักดี ชอบหนีไปหาพวกควายตัวผู้ น่าขายหน้าจริงๆ”

“ควายมันคงรักกันน่ะพ่อ”

“จะควายหรือคนถ้าเป็นตัวเมียมันก็ไม่ควรวิ่งแร่ไปหาตัวผู้เหมือนพวกไร้ยางอาย ทำแบบนี้พ่อไม่ชอบ”

ศรีนวลฟังแล้วรู้สึกหนาวๆร้อนๆ แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าคำพูดของพ่อเป็นเรื่องบังเอิญและพ่อคงไม่รู้เรื่องของเธอกับเลอสรรเป็นแน่ ตกดึกเธอจึงย่องเข้าห้องเลอสรรแล้วกลับออกมาอีกทีตอนเช้ามืด และตกใจแทบช็อกเมื่อพบว่าพ่อนั่งอยู่บนเตียงนอนของเธอ

กำนันธงมานั่งรอศรีนวลในห้องนอนจนถึงเช้าและจับได้คาหนังคาเขาจนศรีนวลปฏิเสธไม่ออก คนเป็นพ่อมองลูกสาวด้วยความผิดหวังและเสียใจที่ลูกใจง่ายไม่รักนวลสงวนตัว

“สมใจแล้วใช่ไหมศรีนวล ผักตบชวาใฝ่หาแจกันแก้ว ไม้งามถูกกระรอกเทวดาเจาะเสียแล้ว”

ศรีนวลร้องไห้ไม่กล้าสบตาด้วยละอายใจ ขณะที่กำนันธงก็น้ำตาคลอเบ้าเช่นกัน

“เสียใจหรือดีใจละลูกเอ้ย...เนื้อสาวถูกขยี้ ลูกไม่เจ็บแต่พ่อเจ็บ ลูกไม่ช้ำแต่พ่อช้ำ ลูกเป็นสุขแต่พ่อเป็นทุกข์กับสิ่งที่ลูกทำ ลูกเห็นพ่อเป็นเพียงหุ่นไล่กาที่ไม่มีความหมาย”

ศรีนวลยอมรับผิดเข้ามานั่งคุกเข่าก้มกราบเพื่อเป็นการขออภัย “พ่อจ๋า...ศรีนวลผิดไปแล้ว ศรีนวลปล่อยให้หัวใจอยู่เหนือเหตุผล พ่อลงโทษศรีนวลเถอะจ้ะ จะเฆี่ยนตีจะลงโทษยังไงก็ได้”

“คนเป็นพ่อมีสิ่งที่ทำได้อยู่อย่างเดียวก็คือต้องคอยให้อภัยลูกดื้อ แต่จากนี้ไปจงจำคำพ่อเอาไว้ว่าชีวิตเอ็งจะต้องเตรียมตัวพบกับความผิดหวัง”

“พ่อพูดถึงอะไร ศรีนวลไม่เข้าใจ”

“คิดหรือว่าแจกันแก้วเขาจะยอมรับเอาผักตบไร้ราคาอย่างเอ็ง ผู้หญิงใจง่ายมันก็ไม่ต่างอะไรกับดอกไม้ริมทางถูกดอมดมแล้วคุณค่ามันก็หายไป”

ทันใดนั้น เลอสรรเปิดประตูเข้ามาหลังจากยืน ฟังอยู่แต่แรก เขารับรองแข็งขันว่าจะไม่ทำให้ศรีนวลต้องผิดหวังอย่างแน่นอน

“คุณแน่ใจเหรอ”

“เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของผมแต่เพียงผู้เดียว ผมยอมรับว่าได้ทำร้ายน้ำใจของกำนันจนไม่อาจให้อภัยได้ แต่ผมขอยืนยันว่าสิ่งที่ผมทำลงไปผมทำด้วยความรักและความบริสุทธิ์ใจ ผมรักศรีนวลอย่างแท้จริง ไม่เคยคิดที่จะหลอกลวงหรือเหยียบย่ำทำลาย ผมกราบขอขมา”

เลอสรรคุกเข่าลงกราบแทบเท้ากำนันธง...สองพ่อลูกตกใจไม่น้อย ไม่คาดคิดว่าลูกเจ้าลูกนายอย่างเขาจะทำแบบนี้กับกำนันจนๆคนบ้านนอก

“ความรักของผมกับศรีนวลเป็นรักที่บริสุทธิ์ จะเป็นความรักครั้งแรกและครั้งเดียว ผมสัญญาว่าจะยกย่องและดูแลศรีนวลเป็นเมียผมอย่างถูกต้อง”

“แล้วท่านผู้ว่าฯ คุณพ่อของคุณกับคุณนายล่ะ คุณคิดว่าท่านจะยอมรับศรีนวลเป็นสะใภ้เหรอ”

“ไว้ใจเถอะครับ ผมจะทำทุกวิถีทางให้คุณพ่อกับคุณแม่ยอมรับศรีนวลในฐานะลูกสะใภ้ได้อย่างแน่นอน” เลอสรรยืนยันกับกำนันธงอย่างจริงจังและมั่นใจ
แล้วเช้าวันใหม่ลุงมหาก็กลับมาลานเทอีกครั้งพร้อมท่านผู้ว่าฯ ที่ต้องการมารับตัวลูกชายกลับไปรักษาต่อที่บ้าน แต่พอท่านได้ยินเลอสรรสารภาพเรื่องบางอย่างก็อดบ่นไม่ได้

“ทีแรกพอได้ยินว่าโดนยิงฉันก็เป็นห่วงแทบตาย พอมาถึงกลับต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีก นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยนะเจ้าเลอสรร”

“ครับคุณพ่อ ผมรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ผมถึงอยากจะให้คุณพ่อจัดการสู่ขอศรีนวลมาแต่งงานกับผมให้ถูกต้องตามประเพณี”

“จะแต่งได้ยังไง ก็ในเมื่อแกยังเรียนไม่จบเลย”

“เหลืออีกแค่เทอมเดียวผมก็จะจบได้เป็นนายร้อยตำรวจแล้ว แต่งงานก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนี่ครับ”

“เรื่องแต่งงานมันไม่ใช่แค่ทำบุญเลี้ยงพระ ถ้าคิดจะหาสะใภ้เข้าบ้าน แกต้องผ่านด่านแม่ของแกไปให้ได้ซะก่อน”

“แต่ผมรักศรีนวลนะครับ ผมเป็นคนแต่งงาน ผมก็น่าจะเป็นคนเลือกเมียของผมเอง”

“พูดแบบนี้ก็เท่ากับแกไม่เห็นหัวพ่อกับแม่”

“ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณพ่อ แต่ผมเป็นลูกผู้ชาย ในเมื่อได้เสียกับศรีนวลไปแล้วผมก็ต้องรับผิดชอบ”

“อะไรนะ นี่แกได้แม่ศรีนวลเป็นเมียแล้วรึ”

“ครับคุณพ่อ ศรีนวลเป็นเมียผมแล้ว”

ท่านผู้ว่าสีหน้าไม่สู้ดี รู้ว่าสิ่งที่เลอสรรทำลงไปเป็นสิ่งที่ผู้เป็นพ่อจะต้องรับผิดชอบด้วยการยอมรับศรีนวลมาเป็นลูกสะใภ้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นสองพ่อลูกจึงกลับเข้ามาเจรจากับกำนันธงโดยมีลุงมหาและศรีนวลนั่งฟังอยู่ด้วย

“เมื่อเรื่องเลยเถิดมาถึงขนาดนี้ ในฐานะที่ฉันเป็นพ่อมัน ฉันก็ต้องรับผิดชอบมาสู่ขอแม่ศรีนวลมาเป็นลูกสะใภ้ของฉัน กำนันว่ายังไง”

“ผมคงว่าอย่างไรไม่ได้แล้วครับท่าน นอกจากจะต้องยินยอมยกศรีนวลให้กับคุณเลอสรร ยังไงเรื่องนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงที่กรุณาและให้เกียรติลูกสาวของผมในฐานะลูกสะใภ้”

“กำนันเป็นคนดี ถึงแม้จะมีฐานะเป็นผู้เช่าที่ดินของฉัน แต่กำนันก็ซื่อสัตย์และคอยเป็นหูเป็นตาแทนฉันมาตลอด เอาเป็นว่าฉันจะขอยกที่ดินแถวลานเททั้งหมดให้กับศรีนวลแทนสินสอดทองหมั้น กำนันตกลงมั้ย”

“นับเป็นบุญของศรีนวลมันอย่างสูงแล้วครับท่าน ศรีนวลกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่ากับคุณเลอสรรสิลูก”

ตอนที่ 3

วันเวลาผ่านไป 20 ปี...

เลอสรรกับสร้อยเพชรมีลูกหญิงชายอย่างละคน คนโตเป็นหญิงชื่อเดือน ส่วนลูกชายคนเล็กชื่อเกียรติกล้า ทั้งสองกำลังเรียนในระดับอุดมศึกษาแต่ทว่าเกียรติกล้าไม่ค่อยรักเรียนจึงโดนพี่สาวบ่นอยู่บ่อยๆ

เดือนระอากับความเกเรเกียจคร้านของน้องชาย แต่เมื่อใดที่เธอบ่นให้แม่ฟัง แม่ก็จะปกป้องเข้าข้างเกียรติกล้าทุกครั้งไป แล้วพอปู่เตือนหลานชาย สร้อยเพชรก็ออกรับแทนอีกเช่นกัน ทำให้เกียรติกล้าได้ใจอยู่เนืองๆ

เย็นนี้ครอบครัวพร้อมหน้าที่โต๊ะอาหาร ขาดแต่เลอสรรที่มีงานด่วนและเพิ่งกลับมาถึงด้วยรถยนต์ประจำตำแหน่งผู้การฯ เสียงลำตัดกำลังโต้กลอนจากวิทยุเก่าๆ ของลุงมหาทำให้เลอสรรยังไม่เข้าบ้านเดินเรื่อยไปทางเรือนคนใช้แล้วยืนฟังนิ่งราวกับต้องมนต์ เขารู้สึกเหมือนเคยได้ยินและมีความหลังผูกพันมาก่อน แต่นึกเท่าไหร่ก็ยังจำเรื่องในอดีตไม่ได้อยู่ดี

ลุงมหาเดินมาเห็นเลอสรรกำลังฟังเพลงลำตัดอย่างตั้งอกตั้งใจก็รีบตรงไปปิดวิทยุเพราะกลัวเขาจะจำเรื่องในอดีตได้ จากนั้นก็พยายามเลี่ยงไม่ตอบเมื่อถูกเขาซักถามเกี่ยวกับลำตัด

“ทำไมฉันมีความรู้สึกเหมือน...เหมือนฉันเคยดูผู้หญิงคนหนึ่งร้องลำตัด เธอสวย...เก่ง...ฝีปากไม่มีใคร เทียบได้เลย จำได้แล้ว เหมือนผู้หญิงคนนั้น...คนที่มาในงานแต่งงานฉัน ที่พูดอะไรแปลกๆแล้วก็เดินออกจากงานไป”

“คุณเลอสรรเลิกคิดเรื่องนี้เถอะครับ ทุกอย่างมันสายไปแล้ว”

“สายไปแล้ว...ลุงมหาหมายความว่ายังไง”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่หมายความว่าเรื่องมันผ่านมานานกว่าสิบปี ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดถึงมันอีกแล้วครับ”

“แต่แปลกจริงๆ ฉันเคยฝันถึงภาพผู้หญิงเล่นลำตัดแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่นึกไม่ออกสักทีว่าเคยเห็นที่ไหน”

“ก็ตามงานวัดทั่วไปนั่นแหละ ไม่เห็นจะต้องไปสงสัยอะไรเลย” ศรีสอางค์ส่งเสียงแทรกเข้ามาแล้วออกตัวกับลูกชายว่า “เห็นเด็กมันบอกว่าแกมาแล้วแต่ยังไม่ขึ้นตึก แม่เลยเดินมาดู”

“พอดีผมได้ยินเสียงลำตัดของลุงมหาเลยนึกถึงความฝัน ฝันทีไรก็เห็นผู้หญิงกำลังร้องลำตัดอยู่บนเวที ทุกอย่างเหมือนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่ความฝันเลยครับคุณแม่”

“ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไรนี่ แม่เองก็เคยฝันว่าดูลิเกเล่นเป็นเรื่องเหมือนกัน อย่าไปคิดมากรีบเข้าข้างในเถอะ แม่สร้อยเพชรกับลูกๆรออยู่”

“ครับ คุณแม่ไปด้วยกันนะครับ”

“แกไปก่อน เดี๋ยวแม่สั่งงานมหาสักหน่อย”

ทันทีที่เลอสรรคล้อยหลังศรีสอางค์ก็ตาเขียวใส่ลุงมหา “ฉันสั่งแล้วใช่ไหม ห้ามบอกตาเลอสรรถึงเรื่องที่ลานเท”

“ผมยังไม่ได้บอกอะไรนี่ครับ”

“แล้วแกเปิดลำตัดทำไม”

“คือผมคิดไม่ถึงน่ะครับ ไม่คิดว่าจะมีรายการลำตัดในวิทยุ”

“ไม่ต้องมาแก้ตัว ลูกฉันน่ะลืมเรื่องนี้ไปนานจนตอนนี้ก็มีลูกเต้าตั้งสองคน หวังว่าแกคงจะไม่ทำลายครอบครัวของฉันให้พังพินาศหรอกนะ”

“ครับ ต่อไปผมจะระวังให้มากขึ้น” ลุงมหารับปาก... คุณนายศรีสอางค์ส่งสายตากำราบแล้วหันกลับไป

หลังอาหารมื้อเย็น ทุกคนนั่งพร้อมหน้าในห้องรับแขก เลอสรรสอบถามอาการป่วยของพ่อที่ทราบว่าหมอนัด ท่านผู้ว่าบอกว่าแค่มึนหัวก็เลยให้หมอเช็กแต่ไม่มีอะไรผิดปกติ นอกจากร่างกายอ่อนเพลียตามประสาคนแก่ แต่ไม่ต้องห่วงพ่อยังทำงานได้ เดือนหน้าก็ต้องไปเก็บค่าเช่านาที่ลานเท

“คุณพ่อไม่ต้องไปหรอกค่ะ ลำบากเปล่าๆ ให้ลุงมหาไปแทนก็ได้ค่ะ” สร้อยเพชรเอ่ยปาก แต่ศรีสอางค์ ท้วงทันควันด้วยความงก

“ไม่ได้ๆ เก็บค่าเช่าแต่ละทีได้เงินตั้งเยอะแยะ ถึงมหาจะเป็นคนเก่าแต่เรื่องเงินเรื่องทองจะปล่อยให้ไปคนเดียวได้ยังไง”

“งั้นผมไปกับลุงมหาก็ได้ครับ วันหลังถ้าไม่มีใครว่างผมจะได้ทำแทน”

ท่านผู้ว่าฯ ศรีสอางค์ และสร้อยเพชรมองหน้ากันไปมาเนื่องจากไม่ต้องการให้เลอสรรไปที่ลานเท ด้วยเกรงความทรงจำจะฟื้นคืนมา

“ไม่ได้ แกไปที่ลานเทไม่ได้”

“ทำไมครับคุณแม่ ที่ลานเทมีอะไรเหรอครับ”

“ไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่...แม่ไม่อยากรบกวน ลูกเป็นถึงผู้บังคับการตำรวจจะลดตัวไปตามเก็บค่าเช่ามันไม่เหมาะ”

“จริงค่ะ เดี๋ยวใครรู้เขาจะนินทาเอาได้ หน้าที่นี้คุณทำไม่ได้หรอกค่ะ”

“งั้นต้องเลื่อนไปก่อน”

“อย่าเลยค่ะคุณพ่อ นัดเก็บค่าเช่าวันไหนก็ไม่ควรผิดนัด ประเดี๋ยวพวกเช่าที่มันจะได้ใจ เอางี้สิคะ ยายเดือนกับตาเกียรติกล้าใกล้จะปิดเทอมกันแล้ว ฝึกให้เด็กสองคนไปเก็บค่าเช่ากันบ้างดีไหมคะ อย่างน้อยยายเดือนกับตาเกียรติกล้าก็จะได้รู้จักที่ทางเอาไว้บ้าง” สร้อยเพชรนำเสนอ ศรีสอางค์เห็นดีเห็นงามด้วยทันที

“ก็ดีเหมือนกันนะ อีกหน่อยมรดกพวกนี้แม่ก็ต้องยกให้หลานสองคนอยู่แล้ว ฝึกให้ไปเก็บค่าเช่าตั้งแต่ตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน”

“ก็ได้ ให้ลูกหลานไปแทนก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้พักซะที”

“แต่คุณปู่คะ ลานเทอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เดือนไปไม่ถูกหรอกค่ะ”

“ใครเขาจะให้พวกแกไปกันเองล่ะ ยังไงเจ้ามหาก็ต้องไปด้วยอยู่แล้ว”

เกียรติกล้าตื่นเต้นอยากไปเที่ยว บอกว่าปิดเทอมเมื่อไหร่จะไปทันทีแต่ขอเอาเพื่อนไปด้วยคนหนึ่ง ศรีสอางค์ ตามใจหลานรัก สนับสนุนว่าไปกันหลายคนก็ดีมีอะไรจะได้ช่วยกัน

ooooooo

ที่ลานเท...บุญเหลือกับดาวเติบโตมาด้วยกัน ดาวเป็นลูกสาวของศรีนวล ส่วนบุญเหลือคือเด็กที่สมิงเก็บมาและศรีนวลรับเลี้ยงเอาไว้ สองคนสนิทกันมากแล้วก็เก่งกาจสามารถในวิชาการต่อสู้หลายอย่างซึ่งได้รับการถ่ายทอดฝึกฝนจากสมิงนั่นเอง

สมิงยังใช้ชีวิตอยู่ในป่าและยังติดต่อกับเด็กทั้งสองคนอย่างสม่ำเสมอ แต่กับศรีนวลนั้นสมิงแทบไม่เคยมาเจอหน้าเธอ เนื่องจากเขารู้สึกผิดและต้องร่วมรับผิดชอบที่เธอถูกเลอสรรทอดทิ้ง เขารู้ว่าเธอทรมานจิตใจมากแค่ไหน จึงลงโทษตัวเองให้ปวดร้าวด้วยเช่นกัน

วันนี้เอง บันลือกับสมุนสองคนมาระรานศรีนวลถึงหน้าบ้าน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีนิสัยอันธพาลของบันลือก็ไม่เคยเปลี่ยน ขณะที่ศรีนวลถ้าเธอไม่ผิดก็ไม่มีวันยอมลงให้มันแน่ แถมยามนี้เธอยังมีดาวกับบุญเหลือร่วมแรงแข็งขัน สองฝ่ายเลยต่อยตีปะทะกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่กำนันธงกับผู้ใหญ่ด้องจะเข้ามาห้ามและไล่พวกบันลือกลับไป

บันลือยอมถอยเพราะรู้ว่าฝ่ายตนเสียเเปรียบ ดาวกับบุญเหลือมองตามอย่างหงุดหงิด แล้วดาวก็หันมาบ่นกับกำนันธง

“ตาปล่อยให้ไอ้บันลือมันไปทำไม ไหนบอกว่าพวกมันเป็นโจรปล้นฆ่าชาวบ้านไม่ใช่เหรอ ตาน่าจะจับมันเข้าคุกให้เข็ด”

“มันเป็นพวกมีอิทธิพล มีข้าราชการหนุนหลัง เราจะบุ่มบ่ามทำอะไรไม่ได้”

“แล้วจะปล่อยไปเฉยๆแบบนี้มันก็เหมือนปล่อย เสือเข้าป่า อีกหน่อยมันก็จะย้อนกลับมาเล่นงานเราอีก”

“ถ้ามันกล้ากลับมา ตาก็จะไม่ยอมปล่อยพวกมันไว้แน่”

“ยังไงมันก็ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้หรอกกำนัน ฉันว่ายังไงมันก็ต้องเกรงใจสมิงอยู่บ้าง สมิงมันเคยประกาศเอาไว้ว่าถ้าใครทำอะไรศรีนวลกับลูก...สมิงจะเอาถึงตาย”

“ไม่ต้องถึงมือสมิงหรอกจ้ะผู้ใหญ่ ใครมาทำอะไรลูกฉันสองคน ศรีนวลคนนี้ก็เอาถึงตายเหมือนกัน”

“ใช่...แม่อยู่ที่ไหน ดาวกับพี่บุญเหลือก็จะอยู่ที่นั่น”

“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน แม่เจ็บเราก็เจ็บ”

“เออ...เก่งกันทุกคน ไม่เสียแรงที่ข้าเลี้ยงพวกเอ็งมาให้สู้คน แต่ตอนนี้มาทำแผลกันซะดีๆ ข้าฝนยาเสร็จแล้ว...มา”

กำนันธงจัดแจงใส่ยาสมุนไพรให้หลานๆ ดาวกับบุญเหลือหน้าเบ้เหยเกแสบแผลถึงกับแข่งกันร้องโอดโอยไม่เหลือเค้าคนเก่งเมื่อสักครู่เอาเสียเลย

ooooooo

ไม่ทันหายหงุดหงิดหัวเสียหลังมีเรื่องกับพวกศรีนวล...บันลือก็ถูกเถ้าแก่ชิ้นให้ลูกน้องมาตามไปสมทบที่โรงมวยของเสี่ยเฮง ที่นี่รายได้ดีมีคนมาเล่นพนันจำนวน มาก เถ้าแก่ชิ้นเลยอยากยึดมาเป็นของตัวเองแต่ไม่ยอม เจรจาดีๆกับเจ้าของ เอาแต่อำนาจบาทใหญ่จะฮุบอย่างหน้าด้านๆ แต่งานนี้ดันเจอของแข็งเข้าให้

เสี่ยเฮงไม่กลัวตาย เห็นบันลือชักปืนเล็งกลับยืดอกท้าทาย “อั๊วไม่กลัวหรอก ถ้าลื้ออยากจะฆ่าอั๊วก็จัดการเลย แต่อย่าคิดว่าจะได้โรงมวยไปง่ายๆ”

“ถ้าฉันจะเอาซะอย่าง ใครจะกล้ามาขวาง”

“อั๊วเป็นเพื่อนของสมิง ถ้าใครทำอั๊ว สมิงคงไม่เอาไว้แน่”

“เอ็งคิดว่าข้ากลัวเหรอ เอ็งเตรียมตัวตายได้เลย” บันลือจะเหนี่ยวไกปืน แต่จู่ๆมเหศักดิ์ที่อยู่ในกลุ่มด้วยก็เข้ามาห้าม

“เดี๋ยว...เสี่ยบอกว่าเป็นเพื่อนกับไอ้สมิงเหรอ...น่ากลัวว่ะ ถอยก่อนดีกว่า”

บันลืองงเป็นไก่ตาแตก คนอย่างเสือมเหศักดิ์ ปอดแหกถึงขนาดนี้เชียวหรือ แต่เถ้าแก่ชิ้นรู้ความนัยว่าเสือร้ายมีแผนบางอย่างเป็นแน่ จึงรวบรัดให้ลูกชายเก็บปืนแล้วพากันกลับออกมา ก่อนจะให้มเหศักดิ์อธิบายกับบันลือที่ยังตามไม่ทัน

“ถ้าเสี่ยเฮงมันเป็นเพื่อนกับไอ้สมิงจริง ไอ้สมิงมันต้องมาปรากฏตัวที่นี่แน่ ถึงเวลานั้นเราก็เก็บมันทั้งคู่เลย”

“จริงด้วย ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ”

“ลื้อต้องใจเย็นกว่านี้ อย่าวู่วาม แล้วทุกอย่างจะดีเอง”

“ได้เลยเตี่ย ต่อไปฉันจะส่งคนมาสอดแนมที่นี่ ไอ้สมิงมาเมื่อไหร่มันเสร็จแน่”

เถ้าแก่ชิ้นพยักหน้าพอใจแล้วพาทุกคนกลับไปยังรังของตน แต่แล้วเพียงวันรุ่งขึ้น บันลือก็ยกพวกมาที่นี่อีกพร้อมด้วยสารวัตรสมภพ เนื่องจากสืบทราบว่าสมิงมาที่โรงมวย

สมิงพาดาวกับบุญเหลือมาฝึกวิชามวยโดยมีเสี่ยเฮงต้อนรับขับสู้ด้วยความเต็มใจ แต่ไม่ทันไรสมิงก็ต้องหลบไปทางด้านหลังเพราะลูกน้องเสี่ยเฮงมาส่งข่าวว่าบันลือพาตำรวจมาไม่น้อย

ดาวกับบุญเหลือยืนข้างเสี่ยเฮงฟังการเจรจาของบันลือและกลุ่มตำรวจ สักครู่เสี่ยเฮงก็อนุญาตให้ค้นสถานที่แต่ก็ไม่พบแม้เงาของสมิง บันลือมั่นใจว่าสายข่าวของตนไม่มีพลาดจึงนำพากำลังตำรวจไปทางด้านหลังโรงมวยแล้วก็พบสมิงที่ยอมปรากฏตัวอย่างไม่กลัวเกรง

เกิดการยิงปะทะกันสนั่นหวั่นไหว สมิงคนเดียวต่อสู้กับตำรวจกลุ่มใหญ่และเกือบเสียท่าโดนบันลือยิงตาย ถ้ากระโดดหลบไม่ทัน แต่กระสุนพุ่งเข้าใส่ร่างสารวัตรสมภพที่วิ่งเข้ามาในจังหวะนั้นพอดี บันลือกับลูกน้องตกใจมากวิ่งเข้ามาดูสารวัตร ปรากฏว่าเขาสิ้นใจเสียแล้ว

“สารวัตรตายแล้ว...เอาไงดีล่ะพี่”

“ง่ายนิดเดียว เอ็งก็บอกว่าไอ้สมิงเป็นคนฆ่าสารวัตรก็หมดเรื่อง เข้าใจไหม”

บันลือโยนความผิดให้สมิงที่หนีไปได้...จากนั้นไม่นานตำรวจอื่นๆที่อยู่อีกด้านก็ได้ยินเสียงลูกน้องบันลือตะโกนโหวกเหวกว่าสารวัตรสมภพถูกสมิงยิงตาย!

ooooooo

เลอสรรเรียกประชุมลูกน้องเป็นการด่วนหลังทราบข่าวสารวัตรสมภพถูกโจรร้ายยิงตาย ซึ่งหนึ่งในนี้มีผู้กองระพี หนุ่มหล่อมาดเข้มรวมอยู่ด้วย

“ที่ผมเรียกพวกคุณมาในวันนี้ก็เพราะมีเหตุเร่งด่วนที่ผมได้รับมอบหมายจากหน่วยเหนือให้จัดการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะเป็นคดีอุกอาจที่ตำรวจยอมไม่ได้”

“คดีฆ่าสารวัตรสมภพใช่ไหมครับผู้การ” ระพีเข้าประเด็น

“ใช่...ถ้าเราปล่อยให้คนร้ายคดีนี้ลอยนวล อีกหน่อยพวกมันก็จะเหิมเกริมเป็นที่หวาดกลัวของประชาชน บ้านเมืองอยู่กันอย่างไม่สงบสุข”

“แล้วเราพอจะมีเบาะแสคนร้ายไหมครับ” จ่าสมหมายถาม

เลอสรรหยิบภาพสเก็ตช์ออกจากแฟ้มพลางอธิบาย “คนร้ายชื่อสมิง เป็นคนบ้านลานเท ก่อคดีมากมาย แต่ไม่มีใครรู้ว่าซ่อนตัวอยู่ที่ไหน มีเสียงร่ำลือว่าเวลาไอ้สมิงปล้นได้ มันก็จะเอาของมาแจกพวกชาวบ้าน ทำให้พวกชาวบ้านรักใคร่จนช่วยกันปิดบังที่ซ่อนตัวของมัน”

“ผมขออาสารับผิดชอบคดีนี้เองครับผู้การ”

“ดีมากระพี ผมเชื่อในผีมือคุณ ไหนคุณจะเริ่มต้นยังไง”

“ผมต้องไปในคราบของชาวบ้านธรรมดานี่แหละครับ”

“งั้นผมขออนุญาตไปด้วยครับ” จ่าสมหมายเสนอตัว

“ตกลงตามนั้น พอดีพรุ่งนี้ผมจะไปดูพื้นที่ในตัวจังหวัด คุณสองคนไปกับผม เราจะไปสำรวจชุมชนแถวนั้นกันแบบลับๆ ไม่ต้องแสดงตัว”

ประชุมเสร็จกลับมาถึงบ้าน เลอสรรหอบแฟ้มภาพสเกตช์ของสมิงกลับมาด้วย ตอนลงจากรถเขาทำแฟ้มหล่น ลุงมหาเลยได้เห็นภาพของสมิงโดยบังเอิญ เลอสรรมองปฏิกิริยาของแกอย่างสงสัย ถามว่ารู้จักคนในภาพนี้ใช่ไหม ลุงมหาอึกอักไม่กล้าตอบ เลอสรรจึงดักคอว่าอย่าโกหกเพราะผิดศีล

“อย่าพูดแบบนี้สิครับ”

“งั้นบอกผมมาว่าลุงมหารู้จักผู้ชายในภาพนี้หรือเปล่า”

“คือผมไม่แน่ใจหรอกครับ ภาพวาดแบบนี้มัน ไม่แน่นอน”

“นี่เป็นภาพวาดของโจรที่ชื่อสมิง ลุงมหารู้จักมั้ย”

ลุงมหาลังเลแต่ที่สุดก็แพ้สายตาคาดคั้นของเลอสรร ตอบว่าตนเคยเห็น เลอสรรอยากรู้ว่าเห็นที่ไหน และเห็นโจรสมิงในลักษณะไหน

“ที่ลานเท...เรื่องมันนานมาแล้วครับ ผมจำไม่ค่อยได้ ผมเคยเห็นตอนไปเก็บค่าเช่าที่กับ...”

“กับใคร คุณพ่อเหรอ”

“ไม่ใช่หรอกครับ”

“ถ้าไม่ใช่คุณพ่อแล้วจะเป็นใคร ก็คุณพ่อเป็นคนไปเก็บค่าเช่าที่ดินที่ลานเทกับลุงมหาทุกปีไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ใช่ทุกปีหรอกครับ มีอยู่ปีหนึ่งท่านไม่ได้ไป”

“แล้วใครไปแทน”

ลุงมหาอ้ำอึ้งไม่กล้าตอบ เป็นจังหวะเดียวกับที่สาวใช้เข้ามาอาสาเอาเอกสารจากเลอสรรไปเก็บในบ้าน ลุงมหาเลยถือโอกาสเลี่ยงมาทางเรือนคนใช้แล้วก็หลบเงียบไม่ยอมเผชิญหน้ากับเลอสรรอีก

ค่ำนั้น ขณะที่เลอสรรลงมือวาดภาพผู้หญิงในความฝัน พ่อกับแม่ผ่านมาเห็นจึงเข้ามาซักถามก่อนทั้งคู่จะมองหน้ากันอย่างหวาดหวั่นกลัวลูกชายจำเรื่องราวในอดีตได้

“ผมวาดรูปจากความฝันน่ะครับ ผมฝันเห็นแต่ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเล่นลำตัด ผมฝันซ้ำๆแบบนี้มาเป็นสิบปีแล้วครับ”

“จริงจังอะไรกับความฝัน เรื่องไม่เป็นเรื่อง”

“แต่มันน่าแปลกนะครับคุณพ่อ เวลาผมมองไปที่ภาพสเกตช์ของคนร้ายที่ชื่อสมิงที่ไรผมก็จะนึกถึงภาพในฝันทุกที ไม่เข้าใจว่าทำไม”

ศรีสอางค์ส่งสายตาให้สามีรีบตัดบท เนื่องจากเกรงเลอสรรจะซักถามมากเกินไป

“ฉันว่าแกกำลังคิดมากเกินไปแล้ว”

“คุณพ่อครับ แล้วผมเคยไปเก็บค่าเช่าที่ลานเทกับลุงมหาแทนคุณพ่อหรือเปล่าครับ”

คำถามนั้นทำเอาสองผัวเมียสะดุ้งวาบ แล้วก็ยิ่งระแวงเมื่อได้ยินลูกชายพูดเป็นตุเป็นตะว่าลุงมหาเคยบอกว่ามีอยู่ปีหนึ่งที่พ่อให้คนอื่นไปเก็บค่าเช่าแทน คนคนนั้นใช่ตนหรือเปล่า

“แกจำได้เหรอว่าแกเคยไป” ท่านผู้ว่าหยั่งเชิง

“จำไม่ได้ครับ”

“ถ้าจำไม่ได้ก็แสดงว่าแกไม่ได้ไป เลิกคิดเรื่องนี้ซะที ไร้สาระจริงๆ”

ท่านผู้ว่าแกล้งตำหนิลูกว่าเพ้อเจ้อเพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ไม่อยากให้เขารู้ ขณะที่ศรีสอางค์รู้สึกไม่พอใจลุงมหาที่เป็นต้นเหตุทำให้เลอสรรมาซักถามเรื่องนี้ จึงเรียกเขามาต่อว่าอย่างมีอารมณ์

“ฉันสั่งแกแล้วใช่ไหมว่าห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้”

“ผมขอโทษครับ ที่หลุดปากออกไป”

“แต่นี่มันหลายครั้งแล้วนะ หรือว่าแกจงใจจะขัดคำสั่งฉัน”

“มิได้ครับคุณนาย เพียงแต่ว่า...” ลุงมหาอ้ำอึ้งครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจพูดต่อ “ท่านครับ ผมเองก็บวชเรียนมานาน ถึงแม้ตอนนี้จะสึกจากพระมาแล้วแต่ผมก็ตั้งใจที่จะถือศีลถือสัตย์ตั้งมั่นอยู่ในความดีตลอดชีวิต”

“จะพูดอะไรก็พูดออกมาเลยตรงๆ อย่าอ้อมค้อม” ท่านผู้ว่าเร่ง

“คือ...ผมรู้สึกว่าเรื่องที่เราปิดบังคุณเลอสรร มันไม่ถูกต้อง”

“ไม่ถูกต้องยังไง” คุณนายศรีสอางค์สะบัดเสียง

“เราทำให้คุณเลอสรรทอดทิ้งแม่ศรีนวล เราพรากผัวพรากเมียเขานะครับท่าน”

“หุบปากเดี๋ยวนี้นะ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เมียตบเมียแต่ง ฉันไม่ถือว่าเป็นลูกสะใภ้ แกจะมากล่าวหาว่าฉันพรากผัวพรากเมียใครไม่ได้”

“แต่ตอนที่อยู่ลานเท ท่านผู้ว่ารับปากกับกำนันธงแล้วนี่ครับว่าจะยกย่องและให้คุณเลอสรรกลับไปตบแต่งแม่ศรีนวล”

“นั่นมันก็จริงอยู่ เพียงแต่...”

“ท่านไม่ทำตามสัญญา”

“หน็อย...มันจะมากไปแล้วนะ มหากล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้ ฉันไม่ยอมนะ ฉันไม่ยอม!”

ศรีสอางค์โกรธจนเนื้อตัวสั่นแล้วสักครู่ร่างก็เริ่มเกร็ง อาการโรคหัวใจกำเริบ ท่านผู้ว่ารีบประคองเมียลงนั่ง พลางนวดเฟ้น พร้อมกันนี้ก็ตำหนิลุงมหาว่าการถือศีลรักษาสัตย์ของเขากำลังจะทำให้เมียตนตาย ลุงมหาหน้าเจื่อน ร้องเรียกสาวใช้ไปเอายามาให้คุณนายโดยเร็ว

ooooooo

ที่อยุธยา...ศรีนวล ดาว และบุญเหลือเข้าเมืองเพื่อซื้อยาสมุนไพรให้กำนันธง เป็นเวลาเดียวกับที่เลอสรร ระพี และสมหมายเดินทางมาถึง แต่สองฝ่ายไม่เห็นกันจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์โจรปล้นชาวบ้านกลางตลาดแล้วพวกเลอสรรเข้ามาจัดการ

การปะทะกันของโจรกับตำรวจเกือบทำให้เลอ-สรรถูกยิงถ้าศรีนวลไม่เข้ามาช่วยเหลือ แต่ถึงกระนั้นเลอสรรก็ล้มศีรษะกระแทกพื้นจนมึนไปพักใหญ่ก่อนกล่าวขอบใจเธอด้วยท่าทีเหินห่าง นี่เองทำให้ศรีนวลน้อยใจคิดว่าเขาแกล้งจำเธอไม่ได้ จึงพาดาวกับบุญเหลือแยกจากมาทั้งน้ำตา

ดาวเห็นน้ำตาแม่ก็ซักไซ้ด้วยความสงสัย แต่ศรีนวลแก้ตัวว่าแม่ไม่ได้ร้องไห้แค่ฝุ่นเข้าตาเท่านั้นเอง พอกลับถึงบ้านเย็นนั้นศรีนวลก็นั่งเหม่อลอยจนกำนันธงรู้สึกผิดสังเกตเข้ามาถามลูกสาวว่าเป็นอะไร ทำไมดูซึมนักตั้งแต่กลับมาจากตัวเมือง

“ศรีนวลเจอกับคุณเลอสรรที่ในเมืองมาจ้ะพ่อ”

“เขามาทำไม” กำนันธงเสียงขุ่น

“ก็คงมาจับผู้ร้ายน่ะจ้ะ พ่อก็รู้ว่าเขาเป็นตำรวจ”

“แล้วเขาเห็นเอ็งหรือเปล่า”

“เห็นจ้ะ เขาเห็นศรีนวลแล้วก็เห็นดาว แต่เขาทำเหมือนศรีนวลเป็นคนแปลกหน้า เหมือนกับว่าเราไม่เคยรู้จักกัน...เขาใจดำกว่าที่ศรีนวลคิด เดิมทีศรีนวลตั้งใจไว้ว่าถ้าดาวโตขึ้นก็จะบอกความจริงกับลูกว่าพ่อคือใคร แต่ตอนนี้ศรีนวลเปลี่ยนใจแล้ว”

“ถ้าเขาไม่เห็นเราอยู่ในสายตา ก็เหมาะแล้วที่จะตัดญาติขาดมิตรกันไปเลย”

“จ้ะพ่อ ศรีนวลคงทนไม่ได้ถ้าคุณเลอสรรทำกับดาวเหมือนกับที่เขาทำศรีนวล สู้ให้ดาวไม่รู้จักพ่อของมันเลยดีกว่า” ศรีนวลเอ่ยด้วยความสะเทือนใจ ขณะที่กำนันธงสีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความแค้นที่ฝังใจ

ด้านเลอสรรที่กลับไปถึงบ้าน...คืนนั้นเขาฝันเห็นศรีนวลร้องลำตัด ซึ่งความฝันนี้ซ้ำซากจนเขาต้องการหาคำตอบให้ตัวเอง แต่สำหรับสร้อยเพชรเมื่อเธอได้ยินสามีละเมอเรียกชื่อผู้หญิงก็หึงหวงจนไม่ฟังอะไรทั้งนั้น หาว่าเขาแอบมีเมียน้อยถึงกับนัดแนะเจอกัน เธอโวยวายคาดคั้นลั่นบ้านจนพ่อแม่สามีต้องมาช่วยเคลียร์

“อ๊าย...ฉันไม่ยอมนะ นี่คุณแอบนัดเจอกับมันที่อยุธยา ทำไมทำกับฉันแบบนี้คุณเลอสรร ฉันไม่ยอม”

“คุณฟังก่อน มันเป็นเหตุบังเอิญ ผมไม่ได้นัดกับเธอเลย มันบังเอิญจริงๆ เธอเข้ามาช่วยชีวิตผมเอาไว้”

“คุณพ่อคุณแม่ขา...ช่วยสร้อยเพชรด้วย คุณเลอสรรจะไปหานังผู้หญิงคนนั้น สร้อยเพชรไม่ยอมนะคะ”

“ผู้หญิงอะไร ตาเลอสรร แกบอกแม่มาทีว่าแกจะไปหาใคร”

“ผู้หญิงในฝันครับคุณแม่ เมื่อวานผมเจอที่ไปอยุธยา ผมอยากจะไปหาเธอ ไปถามว่าเธอเป็นใคร ทำไมผมถึงฝันถึงเธอตั้งหลายครั้งหลายหน”

“นี่แกบ้าหรือเปล่าตาเลอสรร จู่ๆจะไปหาผู้หญิงที่แกไม่รู้จักได้ยังไง”

“แต่ผมสงสัยครับ ว่าทำไมเธอถึงได้เข้ามาอยู่ในฝันของผม เธอเป็นใคร”

“หยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว นี่สมองแกคงได้รับความกระทบกระเทือนใช่มั้ย แกถึงเป็นแบบนี้”

“ไม่ใช่หรอกครับคุณแม่ ผมไม่ได้เป็นอะไร ผมเพียงแต่ต้องการจะหาคำตอบให้ได้”

“คำตอบบ้าบออะไรของแก ถ้ายังเห็นว่าฉันเป็นพ่อ แกหยุดเดี๋ยวนี้ ฉันห้ามเด็ดขาดไม่ให้แกออกไปไหน”

“แต่คุณพ่อครับ...”

“กลับขึ้นไปข้างบน แกจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น” ท่านผู้ว่าส่งสายตาดุดันเอาจริง ทำให้เลอสรรอ่อนลงและยอมกลับเข้าห้อง ส่วนสร้อยเพชรรีบยกมือไหว้พ่อแม่สามี

“ขอบพระคุณค่ะคุณพ่อคุณแม่”

“เธอรีบตามขึ้นไปดูแลตาเลอสรรเถอะสร้อย-เพชร ปรับความเข้าใจกันซะ เธอเป็นเมียยังไงก็ต้องมีทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง เอาชนะใจตาเลอสรรให้ได้”

“ค่ะคุณแม่”

ครั้นสร้อยเพชรคล้อยหลัง ศรีสอางค์ก็เปรยกับสามีอย่างหวั่นใจ “เราปิดเรื่องนี้ไว้ได้ตั้ง 20 ปี ทำไมจู่ๆก็เกิดปะทุขึ้นมาได้อีก ฉันไม่เข้าใจเลย”

“บางทีอาจจะถึงเวลาที่ความจริงจะเปิดเผยแล้วก็ได้”

“มันจะต้องไม่มีความจริงอะไรทั้งนั้น ลูกชายฉันจะต้องมีเมียแค่คนเดียวคือแม่สร้อยเพชร” ศรีสอางค์เน้นย้ำด้วยสีหน้าและแววตาเด็ดเดี่ยวมั่นคง ไม่ยอมปล่อยวางในทุกเรื่องที่เธออยากให้เป็น

ooooooo

ตอนที่ 4

ระพีกับสมหมายปลอมตัวเป็นพ่อค้าเรือเร่มาที่ลานเทเพื่อสืบหาตัวโจรสมิง แต่มาวันแรกเกิดเรื่องวุ่นวายแทบเอาชีวิตไม่รอดเพราะดาวกับบุญเหลือเข้าใจผิดอย่างแรงว่าพวกเขาเป็นขโมย

กว่าดาวกับบุญเหลือจะรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดและจับคนผิดมาส่งกำนันธงก็เล่นเอาต่างฝ่ายต่างเหนื่อยหอบ ที่สำคัญข้าวของสินค้าในเรือของระพีกับสมหมายก็เสียหายย่อยยับ ประเมินราคาทั้งเรือทั้งของราวสี่หมื่นบาทซึ่งระพีต้องการให้ดาวกับบุญเหลือชดใช้ ส่วนขโมยตัวจริงผู้ใหญ่ด้องได้พามาแสดงตัวก่อนนำส่งให้ตำรวจท้องที่ต่อไป

เมื่อต้องรับผิดชอบค่าเสียหายให้สองพ่อค้าเรือเร่ ดาวกับบุญเหลือถึงกับจ๋อยสนิท แต่พอลับหลังก็ยังหมั่นไส้พวกเขาไม่หาย จึงวางแผนเข้าครัวทำทีมาช่วยพี่น้อยทำอาหารแล้วแอบเอาพริกขี้หนูยัดใส่ในแกงจืดแตงกวาไส้หมูสับ จากนั้นก็หัวเราะกันคิกคักก่อนจะทำเป็นนิ่งกลบเกลื่อนเมื่อพี่น้อยมองมา

ขณะนั้นที่ด้านนอก กำนันธง ศรีนวล และผู้ใหญ่ด้องกำลังเจรจากับระพีและสมหมายเพื่อต่อรองเรื่องเงินค่าเสียหาย โดยสองตำรวจต่างวัยตั้งชื่อใหม่ให้ตัวเองว่า “หล่อ” กับ “หอม”

สมหมายหรือหอมแจกแจงข้าวของที่เสียหายหลายรายการอย่างเกินจริงแต่วิธีการพูดแนบเนียนจนทุกคนเชื่อสนิท

“นี่ยังไม่รวมเหรียญในกระปุกออมสินแล้วก็เงินกับทองในเซฟที่จมน้ำไปอีกนะครับ”

“ตายจริง...เงินมากมายขนาดนี้ พวกเรายังไม่มีใช้ตอนนี้หรอกจ้ะ”

“พวกเรามันคนบ้านนอกบ้านนาจะมีเงินก้อนกันก็ตอนขายข้าวได้แล้วเท่านั้นแหละ ตอนนี้ข้าวก็ยังไม่ออกรวง กว่าจะเก็บเกี่ยวได้ก็คงอีกหลายเดือน”

“ไม่เป็นไรครับ งั้นเอาเป็นว่าผมขออาศัยอยู่ที่นี่ไปพลางๆก่อน เพราะตอนนี้ก็หมดเนื้อหมดตัวไม่รู้จะไปไหนแล้วจริงๆ”

“เราสองคนเป็นเด็กวัด ญาติพี่น้องไม่มี ยังไงกำนันเมตตาเราด้วยนะจ๊ะ”

“ก็ได้ บ้านของผู้ใหญ่ว่างใช่ไหม ยังไงฉันขอฝากพ่อหนุ่มสองคนนี่ด้วยก็แล้วกัน”

“ไม่มีปัญหา มาอยู่ด้วยกันก็ดี ฉันจะได้มีเพื่อนคุย”

“ขอบคุณกำนันกับผู้ใหญ่มากจ้ะ ที่ให้ฉันสองคนมีที่ซุกหัวนอน”

ระพีกับสมหมายยิ้มดีใจ ดาวกับบุญเหลือยกสำรับกับข้าวออกมาพอดี มองทั้งคู่อย่างเหม็นหน้าแล้วคะยั้นคะยอให้พวกเขากินแกงจืดถ้วยพิเศษที่แยกจากของคนอื่น บอกว่าเป็นอาหารกระชับมิตรแต่แท้จริงต้องการกลั่นแกล้งเขามากกว่า

ปรากฏว่ากินกันไปแค่คำสองคำระพีกับสมหมายเผ็ดร้อนคอแทบพัง กินน้ำกันไปหลายขันกว่าจะทุเลา ศรีนวลมองดาวกับบุญเหลือที่แอบหัวเราะคิกคักอย่างรู้ทันแต่ไม่พูดอะไรออกมา ได้แต่ส่งสายตากำราบ

ooooooo

หลังอาหารมื้อนั้น ระพีกับสมหมายตามผู้ใหญ่ด้องไปที่บ้านเพื่อดูห้องหับที่จะซุกหัวนอน

“เอ็งสองคนนอนห้องนี้นะ ส่วนข้าจะไปนอนห้องโน้น”

“แล้วลูกเมียผู้ใหญ่ล่ะครับ”

“ข้าไม่มีลูกไม่มีเมีย ตัวคนเดียว ถ้าจะกินข้าวก็ไปฝากท้องที่บ้านกำนันธงเอา”

“กินข้าวบ้านกำนันเหรอครับ” พูดแล้วระพีหันไปสบตาสมหมายด้วยท่าทีเข็ดขยาด ผู้ใหญ่ด้องมองออกถึงกับหัวเราะออกมา

“ฮ่ะๆ กลัวเจอทีเด็ดของไอ้ดาวกับไอ้บุญเหลือมันอีกหรือไง”

“เผ็ดคอแทบพัง เข็ดแล้ว” สมหมายสยองไม่หาย

“ไอ้สองคนนั่นน่ะ จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นคนเกเรหรอก ยังไงก็อย่าไปถือโทษมันเลย”

“แล้วที่นี่มีพวกขโมยขโจรมากหรือเปล่า”ระพีเลียบเคียง

“ถ้าจะมีก็เป็นพวกมาจากถิ่นอื่น คนบ้านลานเทน่ะไม่มีใครเป็นขโมยหรอก”

“แล้วพวกโจรล่ะผู้ใหญ่ เห็นเขาลือกันว่าบ้านลานเทเป็นถิ่นของไอ้โจรสมิง”

“สมิงไหน ข้าไม่รู้จัก แถวนี้ไม่มีโจร เอ็งเลิกถามได้แล้ว ข้าต้องไปทำธุระ” ผู้ใหญ่ตัดบทเดินเลี่ยงออกไป เนื่องจากไม่อยากพูดมากในเรื่องเกี่ยวกับสมิง

ตกเย็น ศรีนวลให้ดาวกับบุญเหลือไปตามเจ้าหนี้มากินข้าว แทนที่ทั้งคู่จะไปดีๆกลับเอาหมามุ่ยแอบใส่ในตุ่มน้ำบ้านผู้ใหญ่ด้องแล้วทำทีเห็นอกเห็นใจสองคนนั้นที่ช่วยผ่าฟืนจนเหงื่อโทรมกายให้อาบน้ำอาบท่าเสียก่อนไปกินข้าว

ระพีกับสมหมายไม่ได้คิดระแวงอะไรเลย นึกว่าดาวกับบุญเหลือสำนึกผิดแล้วจึงมาทำดีด้วย แต่กลายเป็นว่าเข้าใจผิดถนัด พวกเขาเจอดีเข้าอีกจนได้ อาบน้ำไม่ทันเสร็จก็คันคะเยอไปทั้งตัว

แม้รู้ว่าเป็นฝีมือใครแต่ทั้งคู่ก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรเพราะไม่มีหลักฐาน ได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม พาตัวเองในสภาพผ่ืนแดงเต็มตัวและพอกแป้งจนขาวโพลนไปกินข้าวกับพวกกำนันธง ทุกคนเห็นแล้วงุนงงยกเว้นดาวกับบุญเหลือที่นั่งอมยิ้มสะใจ

“นั่นไปทำอะไรมา ทำไมทาแป้งกันซะวอกยังงั้นล่ะ” กำนันธงทักถาม

“เอ้อ...คือว่า...คันน่ะครับ น้ำที่บ้านผู้ใหญ่ทำไมคันจังเลย”

“แทบตายเลยครับกำนัน ดีที่บ้านผู้ใหญ่มีแป้งแก้คัน ทาแล้วค่อยยังชั่ว”

“เอ...น้ำอาบที่บ้านฉันก็ปกติ ฉันอาบทุกวันไม่เห็นคันเลย”

“หรือว่าลมพัดขนหมามุ่ยปลิวไปตกในโอ่งน้ำ ...เป็นไปได้” ดาวทำเป็นสันนิษฐาน บุญเหลือร่วมด้วยช่วยกันเออออเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่สมหมายซึ่งรู้ทันพูดโพล่งว่า

“ถ้าจับได้ว่าใครแกล้ง...ขอให้จู๊ดๆ”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ระพีกับสมหมายมาเดินเที่ยวสำรวจพื้นที่ในหมู่บ้าน ชาวบ้านผ่านไปผ่านมาต่างยิ้มแย้มทักทายอย่างมีมิตรไมตรี แม้ทั้งคู่จะแปลกหน้ามาก็ตาม

“ชาวบ้านที่นี่เป็นมิตรกันทุกคนเลยนะจ่า”

“คนต่างจังหวัดก็ยังงี้แหละครับ เจอะหน้าก็ทักได้ทุกคน ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จัก”

“ช่วยผมจำเส้นทางด้วยจ่า เพราะเราต้องทำแผนที่ส่งทางหน่วยเหนือ”

“ผมว่าเดี๋ยวแวะบ้านโน้นหน่อยดีกว่า หิวน้ำ”

“ดีเหมือนกัน จะได้ลองสืบเรื่องสมิงดู”

ทั้งคู่ออกเดินต่อ...แต่แล้วไม่นานก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะวิวาทดังมาทางหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นดาวกับบุญเหลือที่โดนอริเก่าอย่างโทนกับเพื่อนเข้ามาหาเรื่อง สองฝ่ายเกือบลงมือลงไม้ถ้าสมิงไม่โผล่มาขวางแล้วจัดการกับพวกโทนจนวิ่งหนีหางจุกตูดไป

ระพีกับสมหมายยืนมองเหตุการณ์อยู่ในกลุ่มชาวบ้านและได้ยินสมิงเรียกดาวกับบุญเหลือว่าลูกแถมยังพูดคุยกับอย่างสนิทสนม แต่พอพวกเขาถามชาวบ้านว่าชายคนนั้นเป็นใครก็ไม่ได้คำตอบ ทุกคนเอาแต่เดินหนี บ้างก็อึกอักมีพิรุธจนน่าสงสัย ก็เลยต้องมาซักถามผู้ใหญ่ด้องให้ไขข้อข้องใจเรื่องของสมิง

ผู้ใหญ่ตกใจนิดหน่อยแต่รีบทำตัวปกติตอบคำถามของสองหนุ่มอย่างเนียนๆ

“อ๋อ...ผู้ชายคนนั้นก็ชื่อสมิงนั่นแหละ ไม่มีอะไรหรอก”

“สมิง? สมิงที่เป็นโจรน่ะหรือครับ”

“ไม่ใช่ๆ คนละคนกัน สมิงคนนี้ไม่ใช่โจรชื่อมัน ซ้ำกันน่ะ”

“ถ้าไม่ใช่โจรแล้วทำไมชาวบ้านถึงได้ทำท่าพิรุธอะไรแบบนั้นล่ะผู้ใหญ่”

“ก็คงจะกลัวคนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนเดียวกับโจรสมิงน่ะสิ”

“อ๋อ...ที่แท้เรื่องก็เป็นแบบนี้นี่เอง”

“แล้วสมิงคนนี้ทำมาหากินอะไรกันจ๊ะ”

“มันไปค้าขายหากินในกรุงเทพฯนานๆจะกลับมาซักที”

“ฉันได้ยินเขาพูดว่าดาวกับบุญเหลือเป็นลูก แสดงว่าเขาเป็นแฟนของแม่ศรีนวลเหรอ”

“เออ...ก็ทำนองนั้นแหละ ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องส่วนตัวใครมากนักหรอก ดึกแล้วขอไปนอนก่อนละกัน”

ผู้ใหญ่ด้องรีบแยกตัวไปนอนกลัวจะถูกซักไซ้จนส่อพิรุธด้วยอีกคน ทิ้งให้ระพีกับสมหมายนั่งปรึกษาหารือกันไปตามสบาย

“ผู้กองเชื่ออย่างที่ผู้ใหญ่พูดหรือเปล่า” สมหมายกระซิบถาม

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ยังไงก็ต้องเก็บเป็นข้อมูลไว้ก่อน”

“งั้นผมขอตัวนอนก่อนนะครับ”

สมหมายล้มตัวลงนอน ขณะที่ระพีนั่งครุ่นคิดเรื่องที่รู้เห็นและได้ยินมาด้วยความสงสัย

ooooooo

หลังจากแทรกซึมเข้ามาในหมู่บ้านลานเทและได้ข้อมูลเกี่ยวกับสมิงถึงแม้จะยังไม่แน่ใจว่าใช่คนเดียวกับโจรสมิงหรือเปล่าแต่ระพีก็รีบส่งจดหมายรายงานเลอสรร

เลอสรรรับทราบและสั่งห้ามลูกน้องคนหนึ่งที่เสนอให้ยกกำลังบุกไปจับตัวสมิงมาสอบสวนว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ เราต้องรอจนกว่าผู้กองระพีจะแน่ใจแล้วค่อยเข้าจับกุม ไม่งั้นเดี๋ยวไก่ตื่น...

เลิกงานกลับเข้าบ้าน เลอสรรยังคาใจเรื่องลุงมหาหลุดปากเกี่ยวการเก็บค่าเช่าที่ดินที่ลานเทเมื่อวันก่อน พอเจอแกอีกทีวันนี้จึงอยากจะเอาคำตอบให้ได้ว่าใครเคยไปเก็บค่าเช่าแทนพ่อแต่ลุงมหาก็ไม่ตอบแถมยังเลี่ยงหนีเพราะเกรงกลัวศรีสอางค์ที่เฝ้ามองอยู่

ศรีสอางค์เบี่ยงเบนความสนใจของเลอสรรด้วยการชวนมาส่งลูกๆลงเรือไปลานเทเพื่อเก็บค่าเช่าที่

ปรากฏว่าเลอสรรไม่มาส่งแต่ขอไปกับลูกๆด้วย ศรีสอางค์กับสร้อยเพชรมองหน้ากันอย่างวิตกกังวลแต่ทำเป็น

ไม่ขัดข้อง ทำเอาลุงมหารู้สึกผิดคาดกับท่าทีของศรีสอางค์

แต่ผ่านไปไม่นานหลังจากเลอสรรเก็บกระเป๋ามาพร้อมแล้ว ลุงมหาก็หายข้องใจเพราะศรีสอางค์แกล้งเป็นลมและขอให้เลอสรรอยู่ดูแล อ้างว่าที่บ้านไม่มีผู้ชาย เกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง

“นั่นสิคะ คุณพ่อก็เข้าโรงพยาบาล จู่ๆคุณแม่ก็มาเป็นลมอีก” สร้อยเพชรผสมโรงอย่างรู้กัน

“ก็ได้ งั้นผมยังไม่ไปวันนี้ รอคุณแม่หายดีเมื่อไหร่ผมค่อยไปก็ได้”

คำตอบของเลอสรรทำเอาศรีสอางค์สบตากับสร้อยเพชรอย่างโล่งใจ จากนั้นก็แสร้งหน้ามืดมึนหัวให้ลูกชายปฐมพยาบาลต่อไป

เป็นอันว่าเดือนกับเกียรติกล้าและขจรศักดิ์ต้องเดินทางไปกับลุงมหา ขจรศักดิ์เพื่อนสนิทของเกียรติกล้านิสัยเกเรพอกัน เมื่อไปถึงลานเทซึ่งกำนันธงรอต้อนรับเหมือนทุกปีทั้งคู่แสดงกิริยามารยาทไม่ดีนักแถมยังจะเอาปืนที่เตรียมมายิงเป็ดไก่ชาวบ้านเล่นจนกำนันธงกับศรีนวลต้องตักเตือน เดือนเองก็ไม่พอใจน้องชายกับเพื่อนจึงดุไปหลายคำเหมือนกัน

ดาวกับบุญเหลือถูกศรีนวลขอร้องให้ไปอยู่กระท่อมในป่าเพราะไม่ต้องการให้เผชิญหน้ากับลูกๆของเลอสรรแต่เธอไม่ได้บอกเหตุผลนั้น ได้แต่อ้างว่าที่บ้านคับแคบไม่พอกันนอน ดาวกับบุญเหลือไม่มีปัญหาเพราะชอบป่าอยู่แล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังกลับมาแอบดูคนกรุงเทพฯด้วยเหมือนกัน แล้วก็เห็นพฤติกรรมไม่งามของเกียรติกล้ากับขจรศักดิ์

“ท่าทางไอ้พวกกรุงเทพฯนี่ร้ายไม่เบาเลยนะพี่บุญเหลือ”

“นั่นสิ ก็เพราะแบบนี้แหละที่แม่ศรีนวลถึงไม่อยากให้เราเข้าใกล้”

“คิดว่าฉันจะกลัวเหรอ”

“นั่นสิ แถวลานเทนี่ใครๆก็รู้ว่าดาวดุยิ่งกว่า...”

“ยิ่งกว่าอะไร พูดให้ดีนะ งั้นโดน”

“ดุยิ่งกว่าเสือ...พอใจไหม”

“ค่อยคบกันได้หน่อย” ดาวยิ้มพอใจ เดินนำบุญเหลือออกไป

ผู้ใหญ่ด้องและน้อยช่วยกันขนสัมภาระของพวกเดือนขึ้นบ้านกำนันธง โดยให้เดือนพักคนเดียวห้องหนึ่ง ส่วนอีกห้องให้เกียรติกล้าอยู่กับเพื่อน

“พักผ่อนก่อนนะคะ เดี๋ยวตอนเย็นพวกชาวบ้านก็มากันแล้ว”

“มาทำอะไรกันคะ” เดือนซักศรีนวล

“ก็มารอจ่ายค่าเช่าน่ะค่ะ จ่ายเสร็จชาวบ้านก็จะจัดเลี้ยงต้อนรับให้”

“ตายจริง...เกรงใจแย่เลย ไม่ต้องเลี้ยงก็ได้”

“มันเป็นประเพณีของบ้านเราน่ะครับ แขกคนสำคัญมาถึงชานเรือนก็จะต้องจัดงานต้อนรับให้สมเกียรติ” กำนันธงอธิบาย

“งั้นก็คงต้องจัดงานให้ใหญ่หน่อยเพราะพวกเราเป็นหลานท่านผู้ว่า”

“คนที่นี่เขาจัดกันตามมีตามเกิดน่ะครับคุณเกียรติกล้า งานคงไม่ใหญ่แบบในกรุงเทพฯหรอกครับ”

“มันก็ไม่หนุกน่ะสิ”

“เกียรติกล้า...ฉันว่าเราออกไปเดินเล่นกันดีกว่า” ขจรศักดิ์เอ่ยปาก มีหรือเกียรติกล้าจะไม่ตอบสนองเพราะอยากลองปืนใหม่อยู่แล้ว

“นี่...อย่าไปยิงเป็ดยิงไก่ของชาวบ้านนะ ไม่งั้นเรื่องถึงคุณพ่อแน่” เดือนพูดขึงขังจนเกียรติกล้าทำหน้ารำคาญแต่ก็รับปากห้วนๆว่ารู้แล้ว และไม่ยอมให้ลุงมหาไปเป็นเพื่อน เดินนำขจรศักดิ์ลงจากเรือนไปด้วยท่าทีหยิ่งยโส

เดือนรู้สึกขายหน้าที่น้องชายกับเพื่อนทำมารยาทไม่ค่อยเหมาะ เธอหันมาพูดกับผู้ใหญ่ทุกคนว่า “เดือนต้องขออภัยแทนน้องด้วยนะคะ เอาแต่ใจตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ใครก็เอาไม่อยู่”

“ผมไม่ถือสาหรอกครับคุณหนู” กำนันธงยิ้มเอ็นดู

“คุณเดือนพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ ห้องพร้อมแล้ว” ศรีนวลพาเดือนเดินเข้าห้องพัก ส่วนผู้ใหญ่ด้องเดินเข้ามาหากำนันธงกับลุงมหา เปรยขึ้นว่าเด็กผู้ชายสองคนนั่นท่าทางจะเฮี้ยวไม่เบาเลย

“ดีนะที่ไม่เจอไอ้ดาวกับเจ้าบุญเหลือ ไม่งั้นเรื่องยาวแน่” กำนันธงท่าทีหวั่นๆ แต่แล้วก็หน้าตึงขึ้นมาทันใดเมื่อได้ยินลุงมหาถามว่า

“หนูดาวใช่ไหมที่เป็นลูกของแม่ศรีนวลกับคุณเลอสรร”

“ผัวนังศรีนวลมันตายไปแล้ว ฉันขอร้องอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก” กำนันธงเสียงเขียวหน้าเคร่ง...ลุงมหานิ่งไปอย่างเข้าใจและเห็นใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

บ้านไร่สายสมร EP.27 ไหมตะวัน ตกเป็นเหยื่อในแผนของเสี่ยธวัชชัย กับ สุรีย์
14 เม.ย. 2564

10:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 14:36 น.