สมาชิก

พรพรหมอลเวง

ตอนที่ 3

ปฐวีนั่นเอง...เขาดึงโทรศัพท์จากน้องเมย์ถาม ว่ากำลังทำอะไร น้องเมย์ตั้งสติได้จ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจบอกให้เอาโทรศัพท์คืนมา

“น้องเมย์จะโทร.เล่นแบบนี้ไม่ได้นะครับ เกิดไปติดบ้านใครเข้ามันจะไม่ดี จะเป็นการรบกวนเขานะ แล้วดึกดื่นป่านนี้ทำไมยังไม่นอน ลงมาข้างล่างคนเดียว ถ้าตกบันไดไปจะทำยังไง”

น้องเมย์จ้องหน้าปฐวีอย่างเสียใจมากพูดเสียงเครือว่าอย่ามายุ่งกับฉัน ถูกน้าวีดุว่าทำไมพูดจาไม่น่ารักเลย ตันหยงในร่างน้องเมย์หมดความอดกลั้นทันที ตัดสินใจโพล่งออกไปอย่างไม่ยับยั้งอีกแล้วว่า

“เอาล่ะ ฉันจะบอกคุณว่า ฉัน...ไม่-ใช่-น้องเมย์”

ปฐวีมองอย่างแปลกใจ แต่คิดว่าความจำน้องเมย์ยังสับสน คิดจะพาไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง

“พอแล้ว! ฉันคิดอยู่แล้วล่ะ พูดไปก็ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครเชื่อ ฉันไม่ตรวจแล้ว และฉันจะไม่พูดกับคุณแล้วด้วย” พูดแล้วน้องเมย์ร้องไห้อย่างเสียใจมาก

“น้องเมย์...น้องเมย์ของน้าวีเป็นอะไร” ปฐวีดึงน้องเมย์เข้าไปกอดด้วยความสงสารสะเทือนใจอย่างที่สุด

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณหญิงปรงทอง ประภัสสร เมธี ปฐวีและน้องเมย์ นั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน ทุกคนจับ สังเกตและดูแลน้องเมย์อย่างอบอุ่น ระหว่างนั้น ประภัสสรปรึกษาปฐวีว่า พรุ่งนี้น้องเมย์ต้องไปโรงเรียนเพราะเปิดเทอมแล้วพอน้องเมย์ได้ยินก็ทำหน้ามุ่ยทันที

ปฐวีติงว่าอยากให้น้องเมย์พักรักษาตัวอีกหน่อยตนยังไม่ค่อยวางใจ เพราะยังเหลือความจำสับสนอีกนิดหน่อย น้องเมย์มองหน้าปฐวีแล้วมองทุกคนแบบตัดสินใจชน ถามปฐวีว่า

“แล้วถ้าไม่ใช่ความจำสับสนล่ะคะ? แต่ถ้าเด็ก คนนี้ไม่ใช่น้องเมย์ล่ะ!”

เป็นเรื่องทันที เมธีตกใจถามว่าน้องเมย์พูดอะไรออกมา ประภัสสรทำหน้าจะร้องไห้ถามปฐวีว่าน้องเมย์ยังไม่หายใช่ไหม ส่วนคุณย่าปรงทองเตือนอย่างเมตตาว่า

“เจ้าเมย์ จะพูดอะไรต้องคิดก่อน พูดแบบนี้ผู้ใหญ่ฟังแล้วไม่สบายใจนะลูก”

ตันหยงในร่างน้องเมย์เห็นความห่วงใยของทุกคนแล้วใจอ่อน บอกคุณหญิงว่าตนไม่ได้โกหก และนึกในใจว่าประภัสสรต้องรับความจริงนี้ไม่ได้ ตัดสินใจถนอมอารมณ์ความรู้สึกของทุกคน ทำตาปริบๆ พูดเสียงอ่อยๆ

“ขอโทษค่ะ...น้องเมย์แค่จะล้อคุณแม่เล่น”

บรรยากาศผ่อนคลายลงทันที ปฐวีจึงขอตัวไปทำงาน น้องเมย์ฉุกคิดได้รีบขอตามน้าวีไปโรงพยาบาลด้วย เขาอนุญาตแต่ไม่ใช่วันนี้ เพราะวันนี้มีเคสผ่าตัดให้ไป วันพุธหน้าตามหมอนัดก็แล้วกัน น้องเมย์หน้ามุ่ยทันที

“น้องเมย์คนเก่ง ไม่งอแงนะครับ เดี๋ยวคุณแม่จะเป็นกังวล” เมธีรีบปลอบ

เพียงเท่านี้ น้องเมย์ก็รีบขอโทษ ปฐวีก้มลงหอมหลานรักอย่างเอ็นดู พอปฐวีออกไป ตันหยงในร่างน้องเมย์ก็รีบเช็ดแก้มที่ถูกหอมอย่างตะขิดตะขวงใจ

ooooooo

พิรามรู้สึกผิดกับตันหยงเหมือนมีตราบาปในใจ พยายามจะเลิกกับพัดชาให้เด็ดขาด แต่พัดชากลับยิ่งเกาะเขาแน่นจนพิรามตัดสินใจย้ายเธอไปทำงานแผนกอื่นและเอานุชขึ้นมาเป็นเลขาแทน ทำให้พัดชาแค้นใจ

เวลาเดียวกัน ตันหยงที่จำเป็นต้องยอมสวมรอยเป็นน้องเมย์เพื่อความสงบสุขของคนในบ้าน แต่ก็หาทางที่จะสืบให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง จึงบอกสายแก้วให้หาหนังสือพิมพ์ย้อนหลังไปหนึ่งอาทิตย์มากางอ่านค้นคว้าจริงจัง

นอกจากอ่านหนังสือพิมพ์แล้ว ยังค้นหาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ เจอเรื่อง “คนสลับร่าง” เรื่อง “วิญญาณเข้าผิดร่าง” แล้วมาเจอ “ตายแล้วฟื้น”

สายแก้วเห็นน้องเมย์อ่านหนังสือพิมพ์เอาจริงเอาจังก็ทึ่ง เห็นเสิร์ชหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ก็มองแบบกลัวๆ แต่พอเห็นค้นในหัวข้อ “ตายแล้วฟื้น” ก็ถึงถอยกรูดออกไปมองอย่างสยอง

สายแก้วไปเล่าให้ป้าแก้วฟังว่าน้องเมย์อ่านหนังสือพิมพ์เป็นว่าเล่น บุญศรีได้ยินยิ้มเยาะไม่เชื่อ สายแก้วยืนยันว่าจริง เพราะปฐวีบอกว่านี่คือเคล็ดลับเรียนเก่ง บุญศรีคาบข่าวไปบอกปรางค์ทิพย์อีกตามเคย รายนั้นไม่เชื่อว่าน้องเมย์จะอ่านหนังสือพิมพ์ได้ บุญศรีอยากให้ไปดูด้วยตัวเอง เพราะตนได้ยินสายแก้วพูดอย่างนั้นจริงๆ

“ถ้ามันเป็นจริง ก็ถือว่านายวีลำเอียงที่สุด ไหนว่ายุติธรรมกับหลานไง!”

“ลำเอียงเห็นๆอยู่แล้วค่ะ นั่นมันหลานในไส้คุณวี คุณแก้วคุณขวัญน่ะถือเป็นหลานนอกไส้” บุญศรีสอพลอ ถูกปรางค์ทิพย์ตวาดให้เงียบ ยิ่งพูดตนก็ยิ่งเจ็บใจ แต่พอบุญศรีถามว่าจะไปดูของจริงไหม ก็กระชากเสียง “ไม่ไป!!”

ooooooo

วันนี้เมธีเสร็จงานเร็ว เขารีบกลับมารับลูกเมียไปเดินห้าง ซื้อของกันอย่างเพลิดเพลิน ตรงกันข้ามกับปรงแก้วปรงขวัญที่ถูกแม่เคี่ยวเข็ญให้ทำการบ้านอ่านหนังสือกันหน้าดำคร่ำเคร่งจนเด็กทั้งสองเก็บกด

ขณะเดินห้างนั่นเอง ตันหยงในร่างน้องเมย์คิดอุบายออก อ้อนพ่อกับแม่ว่าอยากซื้อขนมไปฝากน้าวี ทั้งเมธีและประภัสสรตามใจลูก บ่ายนี้น้องเมย์เลยได้ไปโรงพยาบาลสมใจนึก

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแล้วก็อ้อนขอกลับพร้อมน้าวี เมธีกับประภัสสรเลยต้องยอมตามใจ แม้ปฐวีจะถือโอกาสให้หมอเช็กสุขภาพเลย น้องเมย์ก็ยอม แต่สมองทำงานหนักคิดหาทางที่จะไปหาร่างของตน

หลังจากหมอหนึ่งและหมอจิตเวชตรวจแล้ว หมอทั้งสองไปนั่งรายงานผลการตรวจให้ปฐวีฟัง ระหว่างนั้นเอง น้องเมย์หลบออกจากห้องไม่มีใครเห็น

กว่าปฐวีจะรู้ว่าน้องเมย์หายไปก็หลังจากคุยกับหมอหนึ่งและหมอจิตเวชเสร็จ จึงออกตามหากันจ้าละหวั่น

น้องเมย์หนีไปเข้าลิฟต์ พอลงถึงชั้น 1 ก็รีบออกวิ่งไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล ระหว่างนั้นได้ยินเสียงสุดนภาคุยโทรศัพท์เดินผ่านไป ตันหยงในร่างน้องเมย์ดีใจมากรีบตามไป สุดนภาเข้าลิฟต์ไปก่อนแล้ว น้องเมย์ตามเข้าไปไม่ทัน ซ้ำร้ายยังถูกยมนากับรสิกาจับตัวพาไปส่งปฐวีด้วย

“น้องเมย์ไปไหนมา ทำไมไม่บอกน้าวีก่อนคะ” ปฐวีถามหลานรักที่นั่งอยู่ตรงหน้า เธอปดว่าออกไปเข้าห้องน้ำแล้วหลงทาง “ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก รู้ไหม น้าวีเป็นห่วงน้องเมย์มาก ถ้าน้องเมย์เป็นอะไรไป น้าวีจะเสียใจที่สุด”

“ขอโทษค่ะ ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว”

“ดีมาก ต่อไปนี้ห้ามอยู่ห่างน้าวีเกิน 5 ก้าว เข้าใจไหม” ปฐวีวางกฎเหล็ก น้องเมย์ก้มหน้ารับคำ แล้วก็ต้องนั่งอยู่ตรงนั้น ปฐวีทำงานไปก็คอยเหลือบมองไปอย่างไม่วางใจ ตันหยงในร่างน้องเมย์เมินหน้าไปทางอื่น บ่นเบื่อๆในใจว่า ไม่ต้องมามองเลย...นั่งไปนั่งมาเลยง่วงหลับไปไม่รู้ตัว

จังหวะเหมาะพอดี พอน้องเมย์หลับ นาวินก็มาถึงบอกปฐวีว่ามีเรื่องเซอร์ไพรส์เขา แล้วลากเพื่อนไปที่ห้องพักของตันหยง เจอสุดนภามาเยี่ยมตันหยงเหมือนกัน นาวินเลยโอ่ว่าตนพาเพื่อนมาเยี่ยมเพื่อนเธอ

พอปฐวีเห็นตันหยงนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง เขาตกใจตะลึงงัน

สืบสาวกันจึงรู้ว่าทั้งสี่โยงใยเป็นเพื่อนกันหมด และที่สำคัญ สุดนภาเพิ่งรู้ว่าคืนเกิดเหตุปฐวีเจอตันหยงที่คลับ

ระหว่างนั่งรถกลับบ้านด้วยกัน ปฐวีเงียบขรึมจนน้องเมย์ถามว่าคิดเรื่องงานหรือ

“ครับ...น้ากำลังคิดถึงคนไข้คนหนึ่ง แล้วน้องเมย์ล่ะ คิดเรื่องอะไร ดูไม่ค่อยสดชื่นเลย”

ตันหยงนึกเคืองๆว่าจะให้ร่าเริงขนาดไหนล่ะ แต่ตอบผ่านร่างน้องเมย์ว่า “เมย์คิดเรื่องตัวเองค่ะ” ถูกปฐวีพูดแซวว่าตัวแค่นี้มีเรื่องส่วนตัวแล้ว จากนั้นต่างก็มองไปนอกหน้าต่างรถ ต่างคนต่างคิดเรื่องของตัวเอง...

ooooooo

รุ่งขึ้น ปฐวีไปโรงพยาบาลแต่เช้า น้องเมย์

ตื่นไม่ทันบ่นสายแก้วว่าบอกให้ปลุกก็ไม่ปลุก สายแก้วบอกว่าก็น้องเมย์ไม่ได้ไปโรงเรียนจะตื่นเช้าทำไม เห็นน้องเมย์งอนตุปัดตุป่องก็มองตามงงๆ

ปฐวีไปถึงโรงพยาบาล หมอหนึ่งเอาแฟ้มมาให้บอกว่านี่คือแฟ้มของตันหยงคนที่ตนพูดให้ฟังเมื่อวานนี้ ถามว่าเขารู้จักหรือ ปฐวีบอกว่าเพื่อนตันหยงเป็นครูของหลานสาวตน แล้วก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารในแฟ้มจริงจัง

ฝ่ายน้องเมย์ เมื่อไม่ได้ไปโรงพยาบาลกับน้าวี จึงแอบโทร.ไปหาแม่ พอบุหงารับสาย เธอพูดอย่างตื่นเต้นดีใจ

“คุณแม่ขา...นี่หยงนะคะ”

“อะไรกัน ทำไมหนูทำแบบนี้ คนกำลังทุกข์อย่าล้อเล่นกันแบบนี้เลย มันบาปนะจ๊ะ” บุหงาตำหนิแล้วตัดสายเลย

“คุณแม่...คุณแม่ขา...” ตันหยงร้องเรียกแทบขาดใจ แต่บุหงาวางสายไปแล้ว...เธอถามตัวเองเซ็งๆว่า “นี่ฉันต้องอยู่แบบนี้ตลอดไปรึเปล่าเนี่ย”

ตันหยงในร่างน้องเมย์ อึดอัดใจกับความรู้สึกนึกคิดของคนวัยสาวที่ต้องอยู่ในร่างเด็ก 5 ขวบที่ใครๆ ก็มองว่าเป็นเด็กอ่อนแอ เฝ้าคิดหาทางที่จะกลับไปเป็น ตัวของตัวเอง แต่ก็ยังมืดแปดด้าน

จนกระทั่งสายแก้วชมว่า ตั้งแต่น้องเมย์ตกบันได พูดจาฉะฉานขึ้นเยอะ ทำให้ฉุกคิดได้ว่า

“ถ้าตกบันไดอีก ทุกอย่างก็จะกลับเป็นเหมือนเดิม ฉันก็จะได้กลับเข้าร่างตัวเอง...”

คิดได้ดังนั้น คืนนี้จึงแอบมายืนที่หัวบันได คิดจะแกล้งพลัดตกลงไป แต่พอมายืนตรงบันได ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ก็ถามตัวเองว่า “แต่ถ้าร่างของน้องเมย์ไม่ฟื้นขึ้นมาล่ะ คุณประภัสสร กับคุณเมธี แล้วยังคุณหญิงกับน้าวีอีกล่ะ...ไม่ได้ แต่เราจะอยู่แบบนี้ก็ไม่ได้”

ความคิดต่อสู้กันอย่างหนัก ใจหนึ่งบอกให้ก้าวออกไป...ก้าวออกไป แต่อีกใจหนึ่งเมื่อนึกถึงที่ปฐวี

บอกว่าถ้าน้องเมย์เป็นอะไรไป น้าวีจะเสียใจที่สุด ตันหยงในร่างน้องเมย์ก็หดเท้ากลับมา บอกตัวเอง “ฉันทำไม่ได้ ฉันทำไม่ได้หรอก!”

“น้องเมย์” ปฐวีตะโกนอย่างตกใจสุดขีด ทำให้น้องเมย์ตกใจก้าวพลาดร้องกรี๊ด...แต่โชคดีที่ปฐวีรับ

ไว้ทัน เขากอดหลานสาวไว้พร่ำบอกว่า “รู้ไหม ถ้าน้องเมย์เป็นอะไรไป น้าวีต้องขาดใจแน่เลย...”

“น้องเมย์ขอโทษค่ะ น้องเมย์ไม่ได้ตั้งใจ น้องเมย์สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก” แต่พอถูกปฐวีถามว่า หมายความว่ายังไง ลงมาเอาอะไร น้องเมย์ก็เฉไฉว่า “น้องเมย์อยากดื่มนมค่ะ”

เจ้ากรรม! พอปฐวีเอานมมาให้ ตันหยงในร่างน้องเมย์มองพะอืดพะอมเพราะไม่ชอบดื่มนม แต่ต้องกล้ำกลืนดื่มแล้วก็ต้องตะขิดตะขวงพะอืดพะอมเมื่อ

ปฐวีอุ้มเข้าห้องนอน หลังจากน้าหลานราตรีสวัสดิ์กันแล้ว น้องเมย์ลุกขึ้นนั่งกอดเข่าพึมพำ

“นี่เราคิดจะทำอะไรลงไปเนี่ย ไม่น่าเลย เราเห็นแก่ตัวเกินไปไหม...สิ่งศักดิ์สิทธิ์คะ ช่วยหนูด้วย ขอให้พรุ่งนี้เช้า หนูตื่นขึ้นมา แล้วกลับคืนร่างของตัวเองด้วยเถอะค่ะ”

ooooooo

ฝ่ายพัดชา เมื่ออ้อนวอนก็แล้ว มารยาก็แล้ว ยังไม่อาจรั้งพิรามไว้ได้ เธอใช้ไม้ตายขู่จะฆ่าตัวตายแล้ววางสายเลยทำให้พิรามต้องรีบขับรถไปหา ถามอย่างหัวเสียว่า

“คุณต้องการทำให้ผมเป็นโรคประสาทใช่ไหมพัดชา”

“ถ้าพัดไม่ทำแบบนี้คุณก็ไม่มา คุณจะทิ้งพัดไปใช่ไหม” เธอตัดพ้อโผเข้ากอดเขาแน่น เมื่อแน่ใจว่าพิรามไม่กลับมาหาตนแน่แล้ว เธอคว้าแก้วทุบกำแพงแล้วเอาเศษแก้วกรีดข้อมือตัวเอง พิรามตกใจจับเธอไว้ เธอสะบัด “ปล่อยให้ฉันตายไปเลย ดูซิคุณจะมีความสุขอยู่ได้ไหมในเมื่อคุณไม่รักฉันก็ไม่ต้องมาห่วงฉัน”

พิรามพาเธอส่งโรงพยาบาลทำบาดแผลแล้ว

พากลับคอนโดฯ เธออ้อนขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อนก่อน ขอเวลาตนสักหน่อยได้ไหม คร่ำครวญว่าตนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา จนพิรามขอร้องว่า

“คุณพักผ่อนก่อนดีกว่านะ อย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้เลย” พัดชายังกอดเขารำพันว่าตนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา ทำให้พิรามกลุ้มใจกับปัญหาที่แก้ไม่ตก...

ooooooo

รุ่งขึ้น ตันหยงตื่นขึ้นมายังอยู่ในร่างน้องเมย์ตามเดิม เธอเศร้าใจจนบอกไม่ถูก ที่คำอธิษฐานไม่เป็นผล

เมื่อมานั่งดูข่าวแก้เซ็ง ก็ถูกประภัสสรทักว่าดูข่าวเป็นด้วยหรือ ซ้ำปรางค์ทิพย์ยังมาถามเรื่องไม่ไปโรงเรียนอีก น้องเมย์เซ็งมาก เมื่อประภัสสรจะไปหาคุณหญิงจึงขอตามไปด้วย ก็ถูกปรางค์ทิพย์จิกตาพึมพำว่า

“นังเมย์ตัวแสบ นังภัสอีกคน ทำเป็นติ๋มๆแต่

ก็ประจบประแจงคุณยาย แสบทั้งแม่ทั้งลูก”

คุณหญิงเรียกประภัสสรไปถามเรื่องโครงการให้ทุนนักเรียนแพทย์ เมื่อประภัสสรรายงานว่านักเรียนที่คุณย่าให้ทุนไปรุ่นแรกจะกลับมาใช้ทุนปีนี้แล้ว

“ดีมาก ย่าอยากให้โอกาสกับคนอื่นๆยังมีคนดีในสังคมอีกมากที่ขาดโอกาส และหวังว่าจะมีคนรุ่นใหม่ๆ

มาช่วยเราทำงานทำประโยชน์ให้สังคมต่อไป เออ...แล้วนี่เจ้าเมย์ไปไหนเสียล่ะ”

ประภัสสรบอกว่าไปเล่นกับหนุงหนิง คุณหญิงพูดอย่างเอ็นดูหลานว่า จะเอาอะไรกับเด็กอายุแค่นี้ ประภัสสรปรารภว่าตนยังอดเป็นห่วงลูกไม่ได้ ตั้งแต่เกิดเรื่องแล้วตนกลัวไปหมดทุกอย่าง

“จะกลัวอะไร ปล่อยๆบ้างเถอะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แม่ภัสน่ะ ต้องอย่าหัดเป็นคนคิดมาก ตอนนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ สบายใจขึ้นหรือยัง”

“ดีขึ้นแล้วค่ะ คุณเมธีก็พยายามหาเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น ภัสก็รู้สึกสบายใจขึ้น”

ออกจากคุณหญิง ประภัสสรมาตามหาน้องเมย์ เจอปรางค์ทิพย์ตัดดอกไม้อยู่ถามว่าคุณย่าว่ายังไงบ้าง พอรู้ว่าท่านให้เธอดูแลเรื่องทุนนักเรียนแพทย์ ก็ชักสีหน้าพูดว่า “ฉันว่าแล้ว งานได้หน้าคุณย่าต้องให้หล่อนทำ”

พอมาเห็นทั้งสองคุยกันอยู่ ตันหยงนึกในใจว่าปรางค์ทิพย์มาเล่นงานอะไรประภัสสรอีกแล้ว แกล้งส่งเสียง...

“คุณแม่ขา...รีบไปอาบน้ำแต่งตัวดีกว่า เดี๋ยวคุณพ่อจะกลับมาแล้วนะคะ”

ปรางค์ทิพย์เยาะเย้ยว่าไม่ต้องรีบหรอกเดี๋ยวจะเป็นแม่สายบัวแต่งตัวเก้ออีก น้องเมย์สวนไปทันทีว่า

คุณพ่อต้องกลับมาแน่ เพราะคุณพ่อรักคุณแม่จะตายไป แล้วชวนเข้าบ้านกันดีกว่า ประภัสสรจึงขอตัวเข้าบ้าน

“ทำไมหมู่นี้ นังเมย์มันดูฉลาดนักนะ มันกล้าต่อปากต่อคำกับฉัน” ปรางค์ทิพย์จิกตามองอย่างเจ็บใจ

ooooooo

เมธีกลับมาตามนัดพร้อมตุ๊กตาหมีตัวใหญ่

มาฝากน้องเมย์ เจอปฐวีที่หน้าบ้าน เขามองตุ๊กตาหมีถามว่าแล้วของฝากพี่ภัสล่ะ เมธีนิ่งไปแล้วบอกว่าไม่รู้จะให้อะไรดีเพราะเธอมีครบทุกอย่างแล้ว

“ความรักความเอาใจใส่ไงครับพี่เมธี” ปฐวีพูดยิ้มๆแล้วเดินไป

เมื่อเมธีเอาตุ๊กตาหมีมาให้น้องเมย์ หนูน้อยรับไปไม่ตื่นเต้นยินดีอะไร จนเมธีถามว่าไม่ดีใจหรือที่ได้ตุ๊กตาหมี

“ดีใจค่ะ...แต่จะดีใจมากกว่านี้ ถ้าเป็นของขวัญที่คุณพ่อเอามาให้คุณแม่”

เมธีอึ้งไปนิดหนึ่ง จึงบอกน้องเมย์ว่า “น้องเมย์พูดถูก พ่อเองก็ห่วงแต่จะไม่มีเวลาให้ลูก จนลืมนึกถึงคุณแม่ เรานี่ใจตรงกับน้าวีเลยนะ ทักเรื่องเดียวกันเชียว ขอบใจนะลูก ที่เตือนพ่อ”

เมธีหอมน้องเมย์ด้วยความรัก ตันหยงในร่างน้องเมย์หลับตาปี๋ ยังไงก็ยังตะขิดตะขวงใจ

เพราะน้องเมย์ขาดเรียนไปหลายวันแล้ว สุดนภาที่เป็นครูประจำชั้นเพิ่งรู้จากนาวินว่าน้องเมย์ตกบันได จึงโทร.ไปหา บอกว่าถ้าไม่เป็นอะไรแล้วอยากให้กลับมาเรียน น้องเมย์ตอบไปทันทีว่ายังไม่พร้อมจะไปเรียน

ตันหยงในร่างน้องเมย์ หาทางไม่ไปโรงเรียนสุดฤทธิ์ ทั้งหนีไปแอบในตู้เสื้อผ้า ทั้งทำท่าปวดหัว เมื่อเห็นท่าจะเลี่ยงไม่พ้น ก็ให้สายแก้วเอาน้ำร้อนมาให้ ใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางบนหน้าผาก ที่คอ ที่มือ พอปฐวีมาจับดูเห็นว่าตัวร้อน จึงจัดยาให้กิน และให้นอนพักไม่ต้องไปโรงเรียน

ถึงจะเจ้าเล่ห์อย่างไรก็ยังมีทีเผลอ เมื่อวันนี้ปรงแก้วปรงขวัญท้าแข่งว่ายน้ำ ก็ถูกปรางทิพย์ปรามาสว่า ขืนแข่งก็แพ้อีก ดีไม่ดีจะจมน้ำตายเสียเปล่าๆ น้องเมย์ฮึดขึ้นมารับท้าไม่พอยังดักคอสองพี่น้องว่าถ้าแพ้แล้วอย่าร้องไห้ก็แล้วกัน

เมื่อว่ายน้ำแข่งกันจริงๆ น้องเมย์ว่ายชนะสองพี่น้องได้แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่ก็ทำให้ปรางทิพย์เสียหน้ามาก ไล่ลูกๆกลับบ้าน ทำโทษด้วยการให้ทำการบ้านเพิ่มขึ้นอีก 100 ข้อ

คนที่ดีใจมากคือสายแก้ว ชมว่าน้องเมย์เก่งจัง ถามว่าทำไมน้องเมย์เก่งอย่างนี้

“แค่ว่ายน้ำ น้องเมย์เป็นแชมป์เก่านะคะ”

สายแก้วกำลังงง ก็พอดีประภัสสรมาตำหนิว่าทำไมปล่อยน้องเมย์ลงไปว่ายน้ำ สายแก้วตกใจอึกอัก

“อย่าตำหนิพี่สายแก้วเลยค่ะ เมย์แข็งแรงดีแล้วค่ะไม่ได้เป็นอะไรแล้ว”

ประภัสสรชวนลูกเข้าบ้านดีกว่าเดี๋ยวจะป่วยอีก สายแก้วมองตามอย่างโล่งใจ พึมพำยิ้มในหน้า

“ดี...ทีนี้จะได้รู้เสียบ้าง ว่าน้องเมย์ของพี่สายแก้ว น่ะ ไม่ใช่ธรรมดา” แต่แล้วก็เอะใจ “ว่าแต่คุณน้องเมย์เคยเป็นแชมป์ว่ายน้ำตอนไหน”

ooooooo

ปฐวีเข้าไปดูตันหยง เห็นบุหงากับพินิจเฝ้าลูกอย่างทุกข์ใจ เขาเข้าไปปรึกษาว่า

“ผมอยากจะขออนุญาตทำการตรวจคุณตันหยงอย่างละเอียดอีกครั้ง ผมไม่อยากให้เราพลาดอะไรไปแม้แต่สาเหตุเล็กน้อย”

“ไม่มีปัญหาครับ อะไรที่จะทำให้ลูกของผมฟื้นขึ้นมาได้ ผมยินดี”

“คุณหมอต้องช่วยลูกดิฉันนะคะ”

“ผมจะทำให้ทุกวิถีทาง เพื่อให้คุณตันหยงฟื้นครับ ผมสัญญา” ปฐวีเดินออกไป หมอหนึ่งปลอบใจบุหงาว่า

“ไม่ต้องห่วงนะคะ หมอวีเป็นหมอที่เก่งมากและคุณหมอวีก็เป็นห่วงคนไข้มากด้วย ใจเย็นๆนะคะ”

เมื่อทุกคนกลับไปแล้ว บุหงาถามพินิจ “หยงจะฟื้นไหมคะคุณ”

“ผมก็ไม่ทราบ แต่ผมเชื่อหมอปฐวีว่าเขาพยายามช่วยลูกเราอย่างเต็มที่จริงๆ”

เมื่อปฐวีกลับถึงบ้านคืนนี้ เขารีบไปดูน้องเมย์ ทักอย่างยินดีว่า “ไงคะน้องเมย์ ได้ข่าวว่าวันนี้แข่งว่ายน้ำ หรือ” น้องเมย์ถามว่าน้าวีรู้ได้ยังไง “ก็พี่เลี้ยงของน้องเมย์น่ะสิ คุยฟุ้งไปทั่ว ถ้าส่งข่าวให้หนังสือพิมพ์ได้คงส่งไปแล้วล่ะ แล้วเป็นยังไงบ้าง”

“ชนะขาดอยู่แล้ว” น้องเมย์โอ่ พอปฐวีบอกว่างั้นพรุ่งนี้ก็ไปโรงเรียนได้แล้ว น้องเมย์ก็โอดโอยทันที “โอ๊ย... น้องเมย์ยังปวดหัวอยู่” ทำเอาประภัสสรตกใจ แต่ปฐวีบอกว่าไม่ต้องห่วง ก้มกระซิบน้องเมย์ว่าพรุ่งนี้ให้คุณแม่พาไปส่งที่โรงเรียนนะ

แต่พอออกมาหน้าบ้าน ปฐวีถามประภัสสรว่าวันนี้นอกจากแข่งว่ายน้ำแล้วน้องเมย์ไม่มีอาการป่วยอะไรเลยใช่ไหม พอพี่สาวบอกว่าตนยังประหลาดใจเลยว่าน้องเมย์ดูเหมือนจะแข็งแรงขึ้น

“ผมกำลังสงสัยว่าเราจะถูกหลานตัวแสบหลอกนะครับ”ปฐวีบอกพี่สาว

คืนนี้...เมื่อเมธีกลับจากทำงาน เขามีดอกไม้มาฝากประภัสสร ตำหนิตัวเองว่าที่แล้วมามัวแต่ทุ่มเทเป็นห่วงลูกจนลืมเธอ อยู่บ้านทั้งวันคงจะเบื่อ ประภัสสรยิ้มดีใจบอกว่าตนไม่เบื่อเพราะมีน้องเมย์เป็นเพื่อนหรือไม่ก็คุยกับพี่ปรางค์บ้าง

“ภัส...อย่าไปฟังคุณปรางค์ให้มากนะ ผมว่าเขาไม่ค่อยหวังดีกับเรานักหรอก”

“พี่ปรางค์เป็นคนแบบนั้นเอง แต่ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เขาก็เหมือนพี่สาวภัส”

ฟังประภัสสรแล้ว เมธีก็ถอนใจเดินไปเข้าห้องน้ำ ประภัสสรมองตามแล้วถอนใจยาวเหมือนกัน...

ooooooo

น้องเมย์ยังงอแงไม่ยอมไปโรงเรียน ประภัสสรเห็นว่าวันนี้เป็นวันพฤหัสฯแล้วเลยอนุโลมให้หยุดถึงวันจันทร์ค่อยไปก็ได้ แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป เมื่อนาวินเห็นสุดนภาถามถึงน้องเมย์จึงมาที่บ้าน เข้าไปกราบคุณย่าแล้วถามน้องเมย์ว่าเมื่อไรจะไปโรงเรียน ครูบี๋ สุดนภาคิดถึงมาก

ตันหยงในร่างน้องเมย์ตาลุก เห็นช่องทางที่จะได้คุยกับสุดนภา รีบบอกว่าตนอยากเจอครูบี๋ แต่ยังไปเรียนไม่ไหว ขอให้ครูบี๋มาสอนพิเศษเสาร์อาทิตย์ที่บ้านได้ไหม

เมื่อสุดนภารู้จากนาวินว่าปฐวีจะจ้างเธอไปสอนพิเศษ น้องเมย์ที่บ้าน เธอดีใจมากที่จะได้สอนพิเศษแต่ที่สำคัญจะได้ใกล้ชิดกับปฐวีด้วย นาวินดูออกเหน็บเบาๆว่า “เขาให้ไป สอนหนังสือนะ ไม่ใช่ไปเป็นสะใภ้...อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย”

น้องเมย์ตื่นเต้นตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่พรุ่งนี้จะได้เจอสุดนภา ตั้งใจเต็มที่ว่าจะเล่าเรื่องของตนให้เพื่อนรักฟังเพื่อช่วยให้ตนได้กลับไปสู่ร่างตัวเองเสียที

เช้าวันเสาร์ก็ตื่นแต่เช้ามาทานอาหารได้มากเป็นพิเศษแล้วรีบไปรอรับครูบี๋ที่หน้าบ้าน พอเห็นครูบี๋มาก็ ร้องดีใจ

“บี๋...บี๋มาแล้ว” ถูกประภัสสรติงว่าเรียกบี๋เฉยๆ ไม่ได้ต้องเรียกคุณครูบี๋

ครูบี๋สวัสดีประภัสสรแล้วทักน้องเมย์อย่างคุ้นเคย ก้มหอมน้องเมย์บอกว่า

“ครูบี๋รักน้องเมย์นะคะ น้องเมย์ไม่ไปโรงเรียน เพื่อนๆบ่นคิดถึงกันทุกคนเลย”

ตันหยงในร่างน้องเมย์ใจร้อนผ่าวๆอยากคุยกับเพื่อนเป็นส่วนตัว ประภัสสรก็ไม่ไปสักที ซ้ำครูบี๋ยัง สนใจแต่น้าวี ตามออกไปส่งน้าวีไปทำงานอีก โมโหเลย ออกไปยืนกอดอกมองหน้างอ พอครูบี๋หันมาเห็นก็รีบพากลับมาเรียน

“ยัยบี๋จะช็อกไหมนะถ้ารู้ความจริง แล้วเราจะ เริ่มต้นยังไงดีนะ...” ตันหยงคิดถามตัวเอง พอครูบี๋บอก ให้ลองทำเลขดู ตันหยงก็โพล่งไปทันทีว่า “แกฟังฉันนะ ฉันไม่ใช่น้องเมย์ ฉันคือตันหยงเพื่อนแก”

ครูบี๋งงถามว่าน้องเมย์รู้จักเพื่อนครูได้ยังไง ตันหยงบอกว่าไม่รู้จักแต่ตนนี่แหละตันหยงเพื่อนเธอ ย้ำให้ฟังดีๆนะ ครูบี๋บอกว่าไม่ตลกเลยเพราะเพื่อนครูนอนอยู่โรงพยาบาล อย่าเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่นกัน

“ฉันไม่ได้พูดเล่น ฉันพูดจริงๆแกจะให้ฉันพิสูจน์ยังไง” เห็นเพื่อนมองเครียด ก็หยิบโจทย์เลขมาดู “ง่ายไป เอาแบบนี้ คุณพ่อแกชื่อศุวัฒน์ คุณแม่แกชื่อวรวรรณ บ้านแกอยู่สุขุมวิท ก่อนย้ายไปสาทร แล้วแกก็ขอท่านออกไปอยู่คอนโด แต่ต้องโทร.หาท่านทุกวัน ตอนเรียนมัธยม แกชอบพี่ป้อมเพราะเขาเล่นดนตรีเก่ง  แต่พอเรียนมหาวิทยาลัย แกก็เปลี่ยนใจไปชอบพี่ธรรณ์ เพราะแกปลื้มที่เขาเรียนเก่งและเป็นหัวหน้าชมรม แกเลี้ยงนกแก้วไว้หนึ่งตัว และมันคือนกที่ฉันซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด ก่อนฉันไปเมืองนอก”

“นกตัวนั้น เจ้าจีจี้ ฉันทำมันตายไปแล้ว”

“เอาล่ะ ทีนี้แกเชื่อฉันได้รึยัง”

สุดนภามองหน้าน้องเมย์อยู่นานก่อนตอบ “ยัง...” แต่ตายังจ้องน้องเมย์นิ่ง พอน้องเมย์พยักหน้า ก็เป็นลมไปเลย...

ooooooo

พรพรหมอลเวง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด